เล่าประวตั ิคุณงามความดี นายอาเภอคนแรกหาดใหญ่ \"พระเสน่หามนตรี (ชื่น)\" รวบรวมขอ้ มลู โดย หอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอหาดใหญ่ ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอหาดใหญ่
คานา พระเสน่หามนตรี(ชื่น) เป็ นบุคคลสาคัญคนหน่ึง เป็ นนายอาเภอคนสุดทา้ ยของอาเภอเหนือ และเป็ นนายอาเภอ คนแรกของอาเภอหาดใหญ่ บทบาทสาคัญย่ิงต่อการพฒั นา เมืองหาดใหญ่ให้กลายมาเป็ นเมืองศูนยก์ ลางทางเศรษฐกิจและ การพาณิชยท์ ี่สาคญั แห่งหน่ึงในภาคใต้ การจดั ทาหนงั สืออิเลก็ ทรอนิกส์ (E-book) เล่าประวตั ิคุณงาม ความดี นายอาเภอคนแรกหาดใหญ่ \"พระเสน่หามนตรี (ชื่น)\" เป็ นการรวบรวมขอ้ มูลเรื่องราวคุณูปการท่ีเกิดข้ึนในหาดใหญ่ โดยมีวตั ถุประสงคเ์ พื่อใชเ้ ป็ นแหล่งศึกษาคน้ ควา้ แก่บุคคลทวั่ ไป ท่ีสนใจ ทุกเพศ ทุกวยั อยา่ งไมจ่ ากดั เวลาและสถานท่ี ผจู้ ดั ทาหวงั เป็นอยา่ งย่ิงว่า หนงั สืออิเลก็ ทรอนิกส์ (E-book) ) เล่าประวตั ิคุณงามความดี นายอาเภอคนแรกหาดใหญ่ \"พระ เสน่หามนตรี (ช่ืน)\" เล่มน้ี จะเป็ นประโยชน์ ต่อผูม้ ีความสนใจ ในการศึกษาขอ้ มลู หอ้ งสมุดประชาชนอาเภอหาดใหญ่ กศน.อาเภอหาดใหญ่ จงั หวดั สงขลา เมษายน 2563
พระเสน่หามนตรี(ชื่น สุคนธหงส์) พระเสน่หามนตรี(ชื่น) เป็ นบุคคลสาคญั คนหน่ึง เป็ นท่ีรู้จกั กนั ทวั่ ไปในจงั หวดั สงขลาและภาคใต้ เป็ น นักปกครองท่ีได้ปกครองหลายท้องท่ีในประเทศ แต่ ชื่อเสียงของท่านปรากฎเด่นชัดเมื่อคร้ังรับราชการเป็ น นายอาเภอหาดใหญ่ จงั หวดั สงขลา สมยั เมื่อคร้ังที่อาเภอ หาดใหญ่เป็ นอาเภอเล็ก ๆ อาเภอหน่ึงซ่ึงมีช่ือในคร้ังน้นั วา่ อาเภอเหนือจนกระทง่ั เปล่ียนชื่อมาเป็นอาเภอหาดใหญ่ และพฒั นามาตามลาดบั จึงกล่าวไดว้ า่ ท่านเป็นนายอาเภอ คนสุดทา้ ยของอาเภอเหนือและเป็นนายอาเภอคนแรกของ อาเภอหาดใหญ่ พระเสน่หามนตรี(ชื่น) เป็ นผูห้ น่ึงที่มีบทบาท สาคญั ยงิ่ ต่อการพฒั นาเมืองหาดใหญ่ใหก้ ลายมาเป็นเมือง ศูนยก์ ลางทางเศรษฐกิจและการพาณิชยท์ ่ีสาคญั แห่งหน่ึง ในภาคใต้ บุคคลอ่ืนๆ ท่ีมีบทบาทเช่นเดียวกบั ท่านท่ีเป็น ท่ีรู้จกั กนั ทว่ั ไป คือ พระยาอรรถกวีสุนทร ซีกิมหยง และ
เจียกีซี(ขุนนิพทั ธ์จีนนคร) นอกจากบทบาททางดา้ นการ ปกครองแลว้ ท่านยงั เป็ นผูป้ ระกอบคุณความดีช่วยเหลือ กิจสาธารณประโยชน์ดา้ นต่างๆ อีกมากมาย พระเสน่หามนตรี มีชื่อเดิมว่า ชื่น สุคนธหงส์ เกิดเม่ือ วนั ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2426 เป็ นบุตรของ พระรณกิจปรีชา(ร่ืน สุคนธหงส์)และ นางเนย สุคนธหงส์ บิดารับราชการอยู่ที่อาเภอหล่มสัก (จงั หวดั เพชรบูรณ์) แต่พระเสน่หามนตรี (ช่ืน)เกิดท่ีกรุ งเทพฯเป็ นบุตรคนแรก ในจานวนพ่ีนอ้ งร่วมบิดาท้งั หมด 5 คน ซ่ึงเป็ นชาย 2 คน หญิง 3 คน ประวตั ิการศึกษาของพระเสน่หามนตรี (ชื่น) ไม่ปรากฎหลกั ฐานศกั ราชแน่ชัด จากหนังสืออนุสรณ์ งานพระราชทานเพลิงศพของท่านกล่าววา่ เรียนภาษาไทย บาลีกบั พระมหาชาล วดั เชตุพนฯ และไดบ้ รรพชากบั ท่าน เจา้ คุณพระธรรมวิหารี ส่วนการศึกษาในระบบโรงเรียน กล่าวไว้ว่า เข้าเรี ยนในโรงเรี ยนกล่อมพิทยาคม
(วดั เชตุพนตฯ์ ) ต่อมาเรียนท่ีโรงเรียนสวนกหุ ลาบวทิ ยาลยั จบแลว้ เขา้ เรียนที่โรงเรียนสถานศึกษาขา้ ราชการพลเรือน และ สุ ดท้ายเข้าศึกษาท่ีโรงเรี ยนมหาดเล็ก ได้รับ ประกาศนียบตั รประโยคมธั ยมศึกษาประโยคสถานศึกษา ขา้ ราชการพลเรือนและการปกครองโรงเรียนมหาดเล็ก ตามลาดบั พระเสน่ หามนตรี (ชื่ น)เร่ิ มรับราชการคร้ ังแรก ในปี พ.ศ.2441 โดยรับราชการเป็นเสมียนในกรมรองสาร รับส่ัง กระทรวงวงั ที่จงั หวดั เพชรบูรณ์ หลงั จากน้ันไดม้ ี การโยกย้ายและเล่ือนตาแหน่ง ต่างๆ ท่ีสาคัญคือ พ.ศ.2442 เป็ นเสมียนมหาดไทย เป็ นมหาดเล็กรายงาน มณฑลนครสวรรค์ พ.ศ.2452 รักษาการนายอาเภอกลาย (ปัจจุบนั คืออาเภอท่าศาลา จงั หวดั นครศรีธรรมราช) พ.ศ.2453 เป็นนายอาเภอกลาย ต่อมายา้ ยไปเป็น ปลดั เมืองพทั ลุงในปี เดียวกนั
พ.ศ.2457 ไปเป็ นนายอาเภอเหนือ(คืออาเภอ หาดใหญ่ จงั หวดั สงขลาในปัจจุบนั ) พ.ศ.2464 ย้ายไปเป็ นนายอาเภอปากพนัง จงั หวดั นครศรีธรรมราช พ.ศ.2466 เป็นปลดั จงั หวดั นครศรีธรรมราช พ.ศ.2467 รักษาการนายอาเภอทุ่งสง จังหวดั นครศรีธรรมราช พ.ศ.2468 เป็นนายอาเภอทุ่งสง พ.ศ.2469 ย้ายไปรักษาการผู้ว่าราชการ จงั หวดั กาฬสินธ์ พ.ศ.2470 เป็นผวู้ า่ ราชการจงั หวดั กาฬสินธุ์ พ.ศ.2472 เป็ นผู้ว่าราชการจังหวัดหล่มสัก (ปัจจุบนั คือจงั หวดั เพชรบูรณ์) จนกระทง่ั ถึง พ.ศ.2475(อายุ 50 ปี ) จึงลาออก จากราชการท่ีอาศยั อยู่ท่ีอาเภอหาดใหญ่ แต่น้ันมาจนถึง แก่อนิจกรรม
ตลอดชีวิตรับราชการของท่าน แมจ้ ะไดโ้ ยกยา้ ย ไปรับราชการตามสถานที่ ต่างๆ หลายแห่ง แต่ท่านก็ใช้ ชีวิตรับราชการในภาคใตม้ ากท่ีสุด โดยเฉพาะที่จงั หวดั สงขลา นครศรีธรรมราช และพทั ลุง และท่านไดร้ ับยศ และบรรดาศกั ด์ิท่ีสาคญั เม่ือคร้ังรับราชการอยู่ในภาคใต้ ด้วย เช่น เป็ นรองอามาตยโ์ ท และเป็ นขุนทิพยก์ าแหง สงคราม
ในปี พ.ศ.2454 เม่ือรับราชการที่จงั หวดั พทั ลุง เป็ น รองอามาตยเ์ อกและเป็ นหลวงทิพยก์ าแหงสงครามในปี พ.ศ.2455 เมื่อคร้ังรับราชการอยู่ในจงั หวดั พทั ลุง เป็ น อามาตยเ์ อกในปี พ.ศ.2460 เมื่อคร้ังรับราชการอยจู่ งั หวดั สงขลา และเป็นพระเสน่หามนตรีในปี พ.ศ.2467 เม่ือคร้ัง รับราชการอยจู่ งั หวดั นครศรีธรรมราช พระเสน่หามนตรี (ช่ืน) เป็ นผู้ปฏิบัติหน้าท่ี ราชการดว้ ยดีมาตลอด และเป็ นผูท้ ี่มีอธั ยาศยั ไมตรีต่อ ทุกคน จึงเป็ นที่รักใคร่ และไว้วางใจแก่คนทั่วไป นอกจากน้ันแล้วในชีวิตราชการของท่านได้มีโอกาส จดั การรับเสด็จพระเจา้ อยูห่ วั และเจา้ นายช้นั สูงหลายคร้ัง เช่น เมื่อคร้ังที่พระบาทสมเด็จฯพระมงกุฏเกลา้ เจา้ อยู่หัว ขณะดารงตาแหน่งสยามมกุฎราชกุมาร เสด็จเมือง นครศรีธรรมราช ในปี พ.ศ.2452 เป็นระยะที่พระเสน่หา มนตรี(ช่ืน) รับราชการอยู่ท่ีจังหวดั นครศรีธรรมราช ในตาแหน่งผูร้ ักษาการนายอาเภอกลาย(อาเภอท่าศาลา)
ท่านไดป้ ฏิบตั ิหน้าท่ีดงั ปรากฎความในหนังสืออนุสรณ์ พระราชทานงานศพของท่านวา่ ทางราชการคงมีแผนการ ให้เสด็จไปอาเภอกลายถึงสิชลก็ได้ พระเสน่หามนตรี มีหนา้ ท่ีควบคุมคนและพาหนะตลอดถึงสิ่งของบางอยา่ ง ไดม้ ีการตดั ถนนสายใหม่ และขยายถนนเก่าหนา้ ที่วา่ การ อาเภอกลาย และกรุยทาง พูนดิน ต่อจากถนนหนา้ อาเภอ ไปถึงตาบลนบพิตา ซ่ึงเป็ นที่ต้ังโรงงานทาเหมืองแร่ 1 สายยาวประมาณ 700 เส้น และทาถนนแยกจากหน้า ที่ว่าการอาเภอไปสู่คลองท่าสูงอีกหน่ึงสาย ประมาณ 100 เสน้ กบั ไดส้ ารวจ ตดั ทางท่ีจะเชิญเสด็จพระบรมวงศ์ ซ่ึงเสด็จตรวจวงั ที่อาเภอตามคาส่ังของจงั หวดั ตดั ถนน ต้งั แต่อาเภอเมืองไปติดต่อกบั เขตอาเภอสิชล ในระยะทาง สร้างพลบั พลาประทบั ร้อนถึง 2 แห่ง กบั ท่ีประทบั แรม อีก 2 แห่ง เป็ น 4 แห่ง เป็ นอันจับเค้าได้ว่าถนนจาก นครศรีธรรมราช ผ่านอาเภอท่าศาลาถึงสิชลซ่ึงมีอยบู่ ดั น้ี ไดเ้ ริ่มสร้างขยายมาตงั แต่ พ.ศ.2453...นอกจากไดท้ าถนน
หนทาง มีการขุดคลองจากคลองท่าสูงไปทะลุคลองหัว ตะพาน จนเป็ นการแลว้ เสร็จให้ราษฎรใชเ้ ป็ นทางสัญจร ทางเรือได้ ท้งั เป็ นประโยชน์แก่ราษฎรชกั น้าข้ึนทานาได้ อีกดว้ ย คร้ังถึงปี พ.ศ.2453-2454 ซ่ึงเป็ นช่วงที่พระ เสน่หามนตรี(ช่ืน) ไปรับราชการอยู่ท่ีพทั ลุง ก็เป็ นผูม้ ี บทบาทสาคญั ในการสร้างพลบั พลารับเสด็จ สมเดจ็ พระ ศรีพชั รินทราบรมราชินี พระพนั ปี หลวง ซ่ึงเสด็จในปี พ.ศ.2455 นอกจากสร้างพลบั พลาแลว้ ยงั ไดจ้ ดั ซ่อมถนน จากจงั หวดั ตรังไปจงั หวดั พทั ลุงอีกดว้ ย ในปี พ.ศ.2457 ท่านได้ยา้ ยจากจังหวดั พทั ลุง ไปเป็ นนายอาเภอเหนือ(อาเภอหาดใหญ่) จงั หวดั สงขลา เมื่อมาอยู่ที่จงั หวดั สงขลา ก็ไดจ้ ดั การรับเสด็จพระบรม วงศานุวงศ์ เสด็จที่เกาะส่ีเกาะห้าในปี พ.ศ.2458 อีก เช่นกนั
จะเห็นไดว้ ่าในชีวิตรับราชการของพระเสน่หา มนตรี(ชื่น) ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่เก่ียวกับการรับเสด็จ พระมหากษัตริ ย์และเจ้านายช้ันสู งหลายพระองค์ ประกอบกบั ความสามารถในการปฏิบตั ิหนา้ ท่ีและความ จงรักภกั ดี ท่านจึงเป็ นที่โปรนปรานและไวว้ างพระทัย ของบรรดาเจ้านายช้ันสูง แม้ในคราวท่ีท่านออกจาก ราชการแล้วและพักอยู่ที่บ้านสุ คนธหงส์ ท่ีอาเภอ หาดใหญ่ บา้ นของท่านกย็ งั เป็นท่ีประทบั รับรองพระบรม วงศ์ช้ันสูง เช่น สมเด็จฯกรมพระยาดารงราชานุภาพ สมเด็จฯกรมพระยานริ ศรานุวัดติวงศ์ ยิ่งไปกว่าน้ัน พระบาทสมเด็จฯพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย พระราชินีเคยเสด็จมาเสวยอาหารท่ีบ้านท่าน ในปี พ.ศ.2504 เม่ือพระบาทสมเด็จฯ พระเจา้ อยู่หัวภูมิพล อดุ ลยเดช เสด็จประพาสภาคใต้ก็ได้ทรงกรุ ณา โปรดเกลา้ ฯ ให้พระเสน่หามนตรี(ช่ืน)เขา้ เฝ้า และเมื่อ ท่านป่ วยในตน้ ปี พ.ศ.2515 พระนางเจา้ ราไพพรรณีเสดจ็
ประทบั ท่ีโรงแรมสุคนธา(ของคุณหญิงช่ืนจิตต์ สุขมุ ธิดา ของพระเสน่ หามนตรี ) ก็ได้เสด็จเย่ียมท่านด้วย นอกจากน้ันแลว้ ในหมู่ราชการ ประชาชนทว่ั ไปแมแ้ ต่ พระสงฆก์ ็ยอมรับกนั ว่าท่านเป็ นคนดีท่ีน่านบั ถือมากคน หน่ึง คุณความดีท่ีท่านไดป้ ฏิบตั ิท้งั ในขณะรับราชการ และหลงั ออกจากราชการแลว้ มีอยู่มาก แต่ช่ือเสียงเกียรติ คุณของท่านที่เป็ นท่ีประจกั ษแ์ ละกล่าวขานกนั ทว่ั ไปคือ บ ท บ า ท ใ น ก า ร พ ัฒ น า เ มื อ ง ห า ด ใ ห ญ่ แ ล ะ ก า ร ส ร้ า ง สาธารณประโยชนแ์ ก่เมืองน้ี เมื่อคร้ังที่พระเสน่หามนตรี(ชื่น) มีบรรดาศกั ด์ิ เป็ นหลวงทิพยก์ าแหงสงคราม ดารงตาแหน่งนายอาเภอ หาดใหญ่ เม่ือปี พ.ศ.2457 อาเภอหาดใหญ่สมัยน้ัน เป็นเพียงอาเภอเล็กๆ อาเภอหน่ึง ตวั อาเภอมีสภาพคลา้ ย หมู่บ้านเล็กๆ มีบ้านเรือนมุงจากอยู่ไม่กี่หลังคาเรือน
ต้ ังอยู่ริ มคลองอู่ตะเภาและอยู่ห่ างจากตัวเมืองปั จจุบนั ประมาณ 2 กิโลเมตร บริเวณที่ต้งั อาเภอก็ยงั เป็นท่ีราบลุ่ม มีตน้ เสม็ดข้ึนอยทู่ ว่ั ไป ส่วนบริเวณที่ดินที่เป็นตวั เมืองใน ปัจจุบนั เป็นที่ดินและป่ ารกร้างปราศจากผคู้ นอาศยั พระเสน่หามนตรี(ชื่น) รู้สึกพึงพอใจบริเวณ ท่ีดอนแห่งน้ี จึงไดต้ กลงซ้ือที่ดินไวแ้ ปลงหน่ึง จานวน 50 ไร่ ในราคา 200 บาท โดยต้งั ใจว่าหลงั จากออกจาก ราชการแล้วก็จะมาใช้ชี วิตในบ้ ันปลายทาไร่ และปลู ก สวนยางในท่ีน้ี และเมื่อออกจากราชการแลว้ ท่านก็ได้ กลบั มาอยทู่ ี่หาดใหญ่จริงๆ แต่หาไดใ้ ชท้ ่ีดินท่ีท่านซ้ือไว้ ดาเนินการตามที่ไดต้ ้งั เจตนาไวไ้ ม่ ดว้ ยช่วงน้นั การรถไฟ แห่งประเทศไทยได้ไปต้งั สถานีข้ึนที่บนดอนซ่ึงติดกบั ที่ดิน 50 ไร่ของท่าน เมื่อเหตุการณ์เปล่ียนไปเช่นน้ัน พระเสน่หามนตรี(ช่ืน)นกั ปกครองที่ผ่านการปกครองมา หลายทอ้ งที่และมีประสบการณ์มามากจึงมองการณ์ไกล ว่าต่อไปภายหนา้ หาดใหญ่จะเป็ นเมืองเจริญและขยายตวั
อยา่ งรวดเร็ว ท่านจึงไดเ้ ริ่มถางป่ าบริเวณน้นั และคิดวาง ผงั เมืองร่วมกบั พระยาอรรถกวีสุนทร ขุนนิพทั ธ์จีนนคร และนายซีกิมหยง ซ่ึงเป็ นเจ้าของที่ดินแปลงใหญ่ ในบริเวณน้นั เช่นกนั ไดท้ าการตดั ถนนสายแรกจากหนา้ สถานีรถไฟตดั ตรงผา่ นท่ีดินของท่านและพระยาอรรถกวี สุนทร จากน้ันก็ตดั ถนนสายอ่ืนๆ ให้ต้งั ฉากและขนาน กบั ถนนสายแรกเป็นตารางหมากรุกตามท่ีท่านไดเ้ ห็นจาก ผงั เมืองเกาะปี นงั จากน้นั พระเสน่หามนตรี(ช่ืน) กเ็ ริ่มลงมือสร้าง ตลาดสดและห้องแถวตามริมถนนสายแรก ท้งั ในท่ีดิน ของท่านและพระยาอรรถกวีสุนทร ลกั ษณะร้านคา้ ใน สมยั น้ันเป็ นห้องแถวไม้ช้ันเดียว ซ่ึงชาวบ้านใช้เป็ นที่ คา้ ขายและท่ีอยู่อาศยั ไปดว้ ยในตวั เน่ืองจากบริเวณน้ัน เป็ นชุมทางรถไฟ เมืองจึงเร่ิ มเจริ ญเติบโตข้ึนอย่าง รวดเร็วเป็นลาดบั และกลายเป็นศูนยก์ ลางการคา้ ขายดว้ ย ต่อมาพระเสน่หามนตรี(ชื่น)ไดพ้ ยายามสร้างห้องแถว
อาคารร้านคา้ เพิ่มข้ึนเร่ือยๆ เพ่ือรับการขยายของเมือง พร้อมกับได้สร้างโรงภาพยนต์ และในท่ีสุดบริเวณ ที่ดิน 50 ไร่ของท่านกไ็ ดส้ ร้างโรงแรมใหญ่นอ้ ยหลายโรง ท้ังที่เป็ นของท่านเองและให้ผู้อื่นเช่าก่อสร้าง เช่น โรงแรมสุคนธา โรงแรมแหลมทอง โรงแรมแสงฟ้า โรงแรมหอฟ้า เป็ นตน้ ทาให้ท่ีดินซ่ึงท่านซ้ือมาเพียง 200 บาท กลับมีราคาหลายล้านบาท เมื่อบ้านเมือง เจริญข้ึน และท่านเป็ นผูม้ ีฐานะดีข้ึนจึงไดซ้ ้ือท่ีดินไวอ้ ีก หลายแห่ง จนยอมรับกันว่าท่านเป็ นคหบดีคนสาคญั คนหน่ึงในเมืองหาดใหญ่และเป็ นผูม้ ีบทบาทสาคญั มาก ในการวางผังเมืองหาดใหญ่จนกลายมาเป็ นเมือง ศูนยก์ ลางเศรษฐกิจของภาคใตใ้ นปัจจุบนั แมจ้ ะเป็นคหบดีร่ารวยอยา่ งไรพระเสน่หามนตรี (ช่ืน)ก็ยงั เป็ นผูท้ ี่เห็นแก่คุณประโยชน์ส่วนรวมซ่ึงนับว่า เป็ นคุณสมบัติสาคัญมาก ท่ีทาให้ช่ือเสียงเกียรติคุณ ของท่านเป็ นที่รู้จกั กนั มากข้ึน ท่านไดอ้ าศยั ความร่ารวย
บริจาคทรัพยเ์ พ่ือการกุศลและสาธารณประโยชน์ท้งั ใน เขตอาเภอหาดใหญ่และที่อ่ืนๆ มากมายนบั เป็นเงินหลาย ลา้ นบาท ในหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ ของท่าน ไดแ้ สดงรายการการบริจาคทรัพยส์ ่วนตวั ของ ท่านเพื่อการกุศลและสาธารณประโยชน์ เฉพาะเท่าท่ี พอจะสืบได้มีมากมาย เช่น การบริจาคเพื่อการศาสนา ไดแ้ ก่ บริจาคเงินสร้างอุโบสถ หอระฆงั ศาลาการเปรียญ ในวดั โคกสมานคุณเป็นเงิน 900,000 บาท สร้างกุฏิถวาย วดั พทุ ธิการาม 58,000 บาท บริจาคเงินถวายวดั คงคาเลียบ 40,000 บาท บริจาคเงินถวายวดั โคกม่วง 40,000 บาท บริจาคเงินถวายวดั หงส์ประดิษฐาราม 20,000 บาท บริจาคเงินถวายวดั หูแร่ 10,000 บาท บริจาคเงินถวายวดั พระเชตุพนฯ 50,000 บาท เป็นตน้ ด้า น ก า ร บ ริ จ า ค ใ ห้ โ ร ง พ ย า บ า ล ไ ด้แ ก่ โรงพยาบาลศิริราช 200,000 บาท โรงพยาบาลหาดใหญ่
100,000 บาท โรงพยาบาลประสาทสงขลา 10,000 บาท โรงพยาบาลสงขลา 10,000 บาท บารุงกาชาดไทย 30,000 บาท ด้านการบริจาคเพ่ือการศึกษา ได้แก่โรงเรียน สมานคุณวิทยา 220,000 บาท โรงเรียนบา้ นคลองนก กะทา 15,000 บาท โรงเรี ยนวัดหงษ์ประดิษฐาราม 10,000 บาท ก่อต้งั มูลนิธิทุนพระเสน่หามนตรี 100,000 บาท เหล่าน้ีเป็ นตน้ นอกจากการบริจาคดงั กล่าวแลว้ ยงั มีการบริจาค เพื่อการกุศลและสาธารณประโยชน์ท้งั รายใหญ่รายนอ้ ย อีกมากมาย ในบรรดาวดั ต่างๆ ท่านได้เอาใจใส่บารุง วัดโคกสมานคุณ อาเภอหาดใหญ่มากกว่าวัดอื่นๆ พระอรรถโมลี รองเจา้ คณะจงั หวดั สงขลา ไดก้ ล่าวถึงท่าน ไว้ตอนหน่ึงว่า เป็ นที่สังเกตในระยะที่มีอาการหนัก
ท่านมกั จะเพอ้ ถึงว่า โรงเรียนกบั โบสถ์ และคาว่าไปวดั นบั ไดว้ า่ เป็นผสู้ ร้างคุณประโยชนแ์ ก่สงั คมอยา่ งน่ายกยอ่ ง คนหน่ึง พ ร ะ เ ส น่ ห า ม น ต รี ( ชื่ น ) ถึ ง แ ก่ ก ร ร ม เ ม่ื อ 3 พฤศจิกายน พ.ศ.2515 พระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุ วดั โคกสมานคุณ เมื่อ 11 กุมภาพนั ธ์ พ.ศ.2516 ---------- ขอ้ มูลเครดิต : พรศกั ด์ิ พรหมแกว้ , สารานุกรมวฒั นธรรม ภาคใต้ พ.ศ.2529
หนงั สือเล่มน้ีจดั ทาข้ึนเพือ่ เผยแพร่โดยหอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอหาดใหญ่ ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอหาดใหญ่ สานกั งานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั จงั หวดั สงขลา พทุ ธศกั ราช 2563 คณะผจู้ ดั ทา ที่ปรึกษา : นายไพโรจน์ คเชนทองสุวรรณ์ ผอู้ านวยการศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอหาดใหญ่ ผจู้ ดั ทา/รวบรวมขอ้ มลู : นางสุพิทย์ ลอยแกว้ บรรณารักษช์ านาญการพิเศษ
Search
Read the Text Version
- 1 - 20
Pages: