Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore นาฏศิลป์พื้นเมืองม.1

นาฏศิลป์พื้นเมืองม.1

Description: นาฏศิลป์พื้นเมืองม.1

Keywords: 1234

Search

Read the Text Version

นาฏศลิ ป์พ้นื เมอื ง

การแสดงพืน้ เมือง เป็ นการแสดงทแี่ สดงออกถึงการสืบทอดทางศิลปะและวฒั นธรรมของแต่ละท้องถิ่น ท่ีสืบทอดกนั ต่อ ๆ มาอย่าง ช้านาน ต้ังแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบนั การแสดงจะออกมาในรูปแบบใด น้ัน ขึน้ อย่กู บั สภาพทางภูมิศาสตร์ สิ่งแวดล้อม อาชีพ และความจาเป็ น ทางเศรษฐกจิ ตลอดจน อุปนิสัยของประชาชนในท้องถน่ิ จงึ ทาให้การแสดงพืน้ เมือง มลี ลี าท่าทางทแ่ี ตกต่างกนั ออกไป แต่กม็ ี จุดมุ่งหมาย อย่างเดยี วกนั คือ เพ่ือความสนุกสนานร่ืนเริง และพกั ผ่อนหย่อนใจ ซ่ึงมีความแตกต่างกนั ตามภูมิภาค การแสดงพืน้ เมือง ได้แบ่งออกเป็ น 4 ภาคดงั นี้

ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคใต้

การแสดงพ้ืนเมืองภาคเหนือ การแสดงพื้นเมอื งภาค เหนอื ศลิ ปะการแสดงทางภาคเหนือ เปน็ ลกั ษณะศลิ ปะทมี่ ีการผสมผสานกันระหว่างชน พ้ืนเมืองชาติต่างๆ ไมว่ ่าจะเป็นไทยลานนา ไทยใหญ่ เง้ียว รวมถึงพวกพม่าที่เคยเขา้ มาปกครองลา้ นนาไทย ทำให้ นาฏศิลป์หรอื การแสดงทเ่ี กดิ ข้นึ ในภาคเหนือมีความหลากหลาย แต่ยังคงมีเอกลักษณเ์ ฉพาะทแ่ี สดงถึงความ นมุ่ นวลของทว่ งท่า และทำนองเพลงประกอบกับความไพเราะของเคร่ืองดนตรีประเภทเคร่อื งดีด สี ตี เป่า ท่ีมี ความเด่นชดั ไม่วา่ จะเป็น สะลอ้ ซอ ซึง และกลอง ท่ีปรากฏอยูใ่ นการฟ้อนประเภทต่างๆ รวมท้ังการแสดงทม่ี ี ความเข้มแข็ง หนกั แนน่ ในแบบฉบับของการตีกลองสะบดั ชัย และการตบมะผาบ

การแสดงพ้ืนเมอื งภาคเหนอื เรามกั เรียกวา่ “ ฟ้อน “ มลี ักษณะคล้ายระบำ คอื มผี แู้ สดงหลายคนเปน็ ชดุ เป็นหมู่ ร่ายรำทำท่าเหมือนๆกัน แต่งกายเหมือนกนั มกี ารแปรแถวแปรขบวนตา่ งๆ แต่ทไี่ ม่เรียกวา่ ระบำ เพราะฟ้อนมี จงั หวะและลีลาเป็นเอกลกั ษณ์เฉพาะตัวไมเ่ หมือนระบำหรือการแสดงอ่นื ๆ การแสดงพื้นเมอื งภาคเหนอื มีหลายอย่าง ไดแ้ ก่ - ฟ้อนเล็บหรอื ฟ้อนเมอื ง - ฟ้อนเทียน - ฟ้อนลาวแพลน - ฟ้อนรัก - ฟ้อนม่านมุ้ยเชยี งตา - ฟ้อนเงี้ยว - ฟอ้ นดวงเดือน - ฟอ้ นเจงิ และตบมะผาบ - ฟอ้ นบายศรี - ฟ้อนดวงดอกไม้ - ฟ้อนดาบ

การแสดงพ้ืนเมืองภาคกลาง การแสดงพื้นเมืองภาคกลาง เป็นศิลปะการรำ และการละเล่นของชาวพืน้ บา้ นภาคกลาง ซึง่ สว่ นใหญม่ อี าชพี เกษตรกรรมศิลปะการแสดงจึงมคี วามสอดคลอ้ งกบั วถิ ีชวี ติ และเพอื่ ความบนั เทงิ สนุกสนาน เป็นการพักผ่อน หย่อนใจจากการทำงาน หรอื เมอ่ื เสร็จจากฤดเู กบ็ เก่ียว สว่ นมากเป็นการละเล่นประเภทการร้องโตต้ อบกันระหว่าง ฝา่ ยชายและฝ่ายหญิงโดยใช้ปฏภิ าณไหวพริบในการร้องดน้ กลอนสด เชน่ ลำตดั เพลงฉอ่ ย เพลงพวงมาลัย เพลง เรอื เพลงเกี่ยวข้าว เตน้ กำรำเคยี ว เพลงอแี ซว เพลงปรบไก่ เพลงเหยอ่ ย รำเถิดเทงิ ฯลฯ ใช้เคร่อื งดนตรีพืน้ บ้าน เช่น กลองยาว กลองโทน ฉ่งิ ฉาบ กรับ และ โหม่ง

ตวั อยา่ งนาฏศลิ ป์พนื้ เมอื งภาคกลาง เตน้ กำรำเคียว เป็นการแสดงพื้นเมืองของจงั หวัดนครสวรรค์ นิยมเล่นกันตามทอ้ งนา ผ้แู สดงท้งั ชายและหญงิ ถือเคยี ว มือหน่ึงถือถือรวงข้าว รอ้ งเก้ียวพาราสีกันอย่างสนุกสนาน

การแสดงพ้ืนเมืองภาคอีสาน ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื (ภาคอสี าน) ลกั ษณะพืน้ ทโี่ ดยท่ัวไปของภาคอสี านเปน็ ทรี่ าบสูง มีแหลง่ นำ้ จากแมน่ ้ำโขง แบ่งตามลักษณะของสภาพความเป็นอยู่ ภาษาและขนบธรรมเนยี มประเพณีที่แตกตา่ งกัน ประชาชนมีความเชือ่ ในทางไสยศาสตร์มีพธิ ีกรรมบูชาภูตผแี ละสง่ิ ศักดส์ิ ิทธิ์ การแสดงจึงเกย่ี วขอ้ งกับชวี ติ ประจำวนั และสะทอ้ นให้เห็น ถงึ การประกอบอาชีพและความเป็นอยไู่ ด้เป็นอย่างดี การแสดงของภาคอสี านเรียกวา่ เซงิ้ เป็นการแสดงที่ คอ่ นข้างเรว็ กระฉบั กระเฉง สนุกสนาน เช่น เซง้ิ กระตบิ ขา้ ว เซ้งิ โปงลาง เซิง้ กระหยัง เซิ้งสวิง เซง้ิ ดึงครกดงึ สาก เปน็ ต้น นอกจากน้ียงั มี ฟอ้ นทเี่ ปน็ การแสดงคล้ายกบั ภาคเหนอื เช่น ฟ้อนภไู ท (ผู้ไท) เปน็ ต้น

ตวั อยา่ งนาฏศิลปพ์ ื้นเมืองภาคอีสาน เซิ้งสวงิ เปน็ การละเล่นพนื้ เมอื งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในท้องถน่ิ อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธ์ุ เป็นการละเล่น เพื่อสง่ เสรมิ ด้านจิตใจของประชาชนในทอ้ งถิ่น ซ่งึ มีอาชพี ในการจบั สตั ว์น้ำ โดยมีสวงิ เป็นเคร่อื งมือหลกั ในปี พ.ศ. ๒๕๑๕ ท่านผเู้ ชย่ี วชาญนาฎศิลป์ไทย กรมศลิ ปากร จึงได้นำท่าเซ้งิ ศลิ ปะท้องถน่ิ มาปรบั ปรุงใหเ้ ปน็ ท่าที่ กระฉับกระเฉงข้ึน โดยสอดคล้องกบั ท่วงทำนองดนตรี ท่มี ีลักษณะสนกุ สนานร่าเรงิ เครื่องดนตรี ทีใ่ ชบ้ รรเลง ประกอบการแสดงชุดเซงิ้ สวงิ ได้แก่ กลองยาว กลองแตะ๊ แคน ฆ้องโหมง่ กบ๊ั แก๊บ ฉิ่ง ฉาบ กรับ

การแสดงพื้นเมืองภาคใต้ โดยทั่วไปภาคใตม้ ีอาณาเขตตดิ กับทะเลฝั่งตะวันตกและตะวันออก ทางด้านใต้ตดิ กบั มลายู ทำใหร้ ับวัฒนธรรมของ มลายมู าบา้ ง ประชากรจงึ มชี ีวิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียมประเพณแี ละบคุ ลิกบางอย่างทคี่ ล้ายคลงึ กันคอื พูดเรว็ อปุ นสิ ยั ว่องไว ตดั สนิ ใจ รวดเรว็ เด็ดขาด มีอุปนิสัยรักพวกพ้อง รักถน่ิ ทอ่ี ยอู่ าศัย และศิลปวัฒนธรรมของ ตนเอง จงึ มคี วามพยายามที่จะชว่ ยกันอนรุ กั ษ์ไวจ้ นสบื มาจนถึงทกุ วนั นี้ การแสดงของภาคใต้มีลีลาทา่ รำคลา้ ยกับการเคลอื่ นไหวของร่างกายมากกวา่ การฟอ้ นรำ ซงึ่ จะออกมาในลกั ษณะ กระตนุ้ อารมณ์ให้มชี วี ติ ชีวาและสนุกสนาน เช่น โนรา หนังตะลุง รองเงง็ ตารีกีปัส เปน็ ตน้

ตัวอยา่ งนาฏศลิ ป์พ้ืนเมอื งภาคใต้ ลิเกปา่ เป็นการแสดงพ้นื บ้านทางภาคใต้ เดิมเรยี กว่า ลเิ ก หรือ ยเี่ ก เมอื่ ลเิ กของภาคกลางไดร้ บั การเผยแพรส่ ูภ่ าคใต้ จึงเตมิ คำว่า ป่า เพอ่ื แยกใหช้ ัดเจน เมือ่ ประมาณ ๓๐ ปีทผ่ี ่านมาลเิ กปา่ ได้รบั ความนยิ มอย่างกว้างขวาง แถบ พ้นื ที่ทางฝั่งตะวนั ตกโดยเฉพาะจงั หวัดกระบ่ี ตรงั พงั งา ส่วนทางฝง่ั ทะเลตะวันออก ท่เี ป็นแหล่งความเจรญิ กม็ ี ลเิ กปา่ อยู่แพร่หลาย เช่น อำเภอเมือง จังหวัดพทั ลุง อำเภอสะทิงพระ จงั หวดั สงขลา และอำเภอเมือง จงั หวัด สงขลา ปัจจุบนั ไดเ้ สื่อมความนิยมลงจนถงึ ขนาดหาชมไดย้ าก


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook