Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore E12 ระบบไฟแสงสว่าง

E12 ระบบไฟแสงสว่าง

Published by yingkamnung, 2017-05-19 10:20:49

Description: E12 ระบบไฟแสงสว่าง

Search

Read the Text Version

เอกสารประกอบการสอน วิชา งานไฟฟ้ารถยนต์ รหสั วิชา 2101-2005หลกั สตู รประกาศนียบตั รวิชาชพี พทุ ธศกั ราช 2556 หนว่ ยที่ 12 เรื่อง ระบบไฟแสงสวา่ ง เรยี บเรยี งโดย นายบญุ ลอื ย่ิงคานงึตาแหน่งครู วิทยฐานะชานาญการแผนกวิชาช่างยนต์ วทิ ยาลัยเทคนิคนครศรีธรรมราชสานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา กระทรวงศึกษาธกิ าร

554ใบเนอื้ หาหนว่ ยท่ี 12

555รหัสวิชา 2101-2005 ช่อื วชิ า งานไฟฟา้ รถยนต์ ใบเนื้อหา I.S. 12-01ช่อื หน่วย ระบบไฟแสงสวา่ ง สอนครงั้ ที่ 13 จานวน 2 ชวั่ โมงสาระสาคัญ การขบั ขี่รถยนตใ์ นเวลากลางคืนจาเป็นตอ้ งเปิดไฟแสงสวา่ งภายนอกรถยนต์เพ่ือช่วยให้มองเหน็ สภาพถนนและทัศนวสิ ยั รอบขา้ งขณะขบั ข่ี เชน่ ไฟหรี่ ไฟหน้า ไฟท้าย ไฟสอ่ งแผน่ ป้ายทะเบียน ไฟหรห่ี น้ามหี น้าทีบ่ อกความกว้างของตัวรถด้านหนา้ และชว่ ยให้แสงสว่างร่วมกบั ไฟหนา้ ทางานรว่ มกับไฟทา้ ย มีหนา้ ท่บี อกความกวา้ งของตัวรถดา้ นหลงั รถยนต์ ไฟหนา้ มหี นา้ ทใี่ หแ้ สงสวา่ งในด้านหนา้ รถยนต์มลี าแสง 2 ระดบั คือ ลาแสงไฟตา่ และลาแสงไฟสูง จงึจาเปน็ ต้องมีการปรับตั้งใหเ้ หมาะสมสาระการเรียนรู้ 1. หนา้ ที่และส่วนประกอบของระบบไฟแสงสว่าง 2. การทางานของวงจรไฟสอ่ งสวา่ งในหอ้ งโดยสาร ไฟประตู 3. การทางานของวงจรไฟหรี่ ไฟทา้ ย ไฟหนา้ ปัด ไฟส่องปา้ ยทะเบียน 4. การทางานของวงจรไฟหน้า 5. การทางานของวงจรไฟตัดหมอก 6. การแก้ไขข้อขัดขอ้ งของระบบไฟแสงสว่างจุดประสงค์การเรียนรู้ 1. บอกหนา้ ท่ีและส่วนประกอบในระบบไฟแสงสวา่ งได้ 2. อธบิ ายหลักการทางานของวงจรไฟสอ่ งสวา่ งในหอ้ งโดยสาร ไฟประตูได้ 3. บอกหน้าท่ีและสว่ นประกอบของวงจรไฟหร่ี ไฟทา้ ย ไฟหน้าปัด ไฟส่องป้ายทะเบยี นได้ 4. อธบิ ายหลักการทางานของวงจรไฟหรี่ ไฟทา้ ย ไฟหนา้ ปัด ไฟสอ่ งป้ายทะเบยี นได้ 5. บอกหน้าท่ีและส่วนประกอบของวงจรไฟหน้าได้ 6. อธิบายหลักการทางานของวงจรไฟหน้าได้ 7. บอกหน้าท่ีและสว่ นประกอบของวงจรไฟตัดหมอกได้ 8. อธิบายหลักการทางานของวงจรไฟตัดหมอกได้ 9. บอกวิธีแกไ้ ขข้อขดั ขอ้ งระบบไฟแสงสวา่ งได้

556รหัสวิชา 2101-2005 ช่อื วิชา งานไฟฟ้ารถยนต์ ใบเน้อื หา I.S. 12-02ชือ่ หนว่ ย ระบบไฟแสงสวา่ ง สอนครั้งท่ี 13 จานวน 2 ช่ัวโมง1. หน้าท่ีและส่วนประกอบของระบบไฟแสงสว่าง ระบบไฟแสงสว่างมีหนา้ ทีใ่ หแ้ สงสวา่ งด้านหนา้ ดา้ นหลงั รถยนต์ ใหแ้ สงสว่างกับตวั รถยนต์ และแสดงสัญญาณให้รถคันอื่นทราบ ระบบไฟแสงสวา่ งประกอบดว้ ย ระบบไฟแสงสวา่ งภายนอกรถยนตแ์ ละระบบไฟแสงสว่างภายในรถยนต์ ระบบไฟแสงสว่างภายนอกรถยนต์ (Outside Illumination) ประกอบดว้ ย - ไฟใหญ่หนา้ (Head Light) มีหน้าที่ให้แสงสว่างดา้ นหนา้ รถยนต์ - ไฟหร่ี (Clearance Light) มหี น้าที่ให้แสงสวา่ ง และบอกความกวา้ งของตวั รถยนต์ดา้ นหน้า - ไฟทา้ ย (Tail Light) มีหน้าทใี่ ห้แสงสวา่ ง และบอกความกวา้ งของตัวรถยนตด์ า้ นหลัง - ไฟเบรก (Brake Light) มีหน้าทแ่ี สดงสัญญาณด้านหลงั รถยนตเ์ มื่อทาการเหยยี บเบรก ลดความเร็ว - ไฟเล้ยี วและไฟฉุกเฉิน (Turn and Hazard Signal Light) มหี นา้ ทแี่ สดงสญั ญาณกระพรบิ เมื่อมีการเปิดไฟเล้ยี วหรอื ไฟฉุกเฉนิ - ไฟสอ่ งปา้ ยทะเบยี น (License Light) มีหนา้ ท่ีให้แสงสว่างกบั แผน่ ป้ายทะเบียน - ไฟถอยหลงั (Backup Light) มีหน้าทแี่ สดงสัญญาณเม่ือมกี ารเขา้ เกยี ร์ถอยหลงั ระบบไฟแสงสวา่ งภายในรถยนต์ (Inside Illumination) ประกอบดว้ ย - ไฟเกง่ (Interior Light) มีหนา้ ทใ่ี ห้แสงสวา่ งภายในหอ้ งโดยสารเมื่อเปิดสวิตช์ และแสดงสัญญาณเตอื นท่แี ผงหน้าปัดเมื่อปิดประตูไม่สนทิ - ไฟแผงหนา้ ปัด (Meter Light) มหี น้าท่ใี หแ้ สงสว่างบรเิ วณมาตรวัดและหน้าปัดรถยนต์ อุปกรณ์ในระบบไฟแสงสว่างประกอบดว้ ย แบตเตอรี่ ฟวิ ส์ หลอดไฟและโคมไฟ รีเลย์ควบคมุ ไฟแสงสวา่ ง สวติ ช์ไฟแสงสวา่ ง สวิตช์ไฟสูง-ต่า ไฟหนา้ รถยนต์ ไฟหร่ี ไฟส่องป้ายทะเบยี น ไฟท้าย ไฟแสงสว่างภายในรถยนตห์ รือไฟเกง่ ไฟหน้าปัด 1.1 หลอดไฟ หลอดไฟท่ีมีใช้ในรถยนต์ทั่วไปมี 4 กลุม่ ใหญ่ๆ ตามลักษณะการทางาน 1.1.1 หลอดความรอ้ น (Incandescent Lamp) หรอื หลอดแบบธรรมดาหรอื แบบไส้ เมอื่ จ่ายกระแสไฟให้ไสห้ ลอด (Filament) ซึง่ ทาจากลวดทงั สเตนจะเกิดความรอ้ นเมื่อมกี ระแสไฟฟา้ ไหลผา่ นและจะให้แสงสวา่ งออกมาโดยท่วั ไปหลอดความร้อนใชก้ บั ไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเบรก ไฟถอยหลงั ไฟสอ่ งปา้ ยทะเบียนไฟหน้าปัด ของรถยนต์ในอดีตและรถยนต์ในปัจจบุ นั บางร่นุ โดยวธิ ีการยึดหลอดไฟกบั ฐานหลอดมหี ลายแบบเช่น แบบเกลียว แบบเสยี บ แบบเขีย้ ว สว่ นข้ัวของหลอดไฟมที ง้ั แบบข้ัวเดียว แบบสองข้วั และแบบข้วั สองดา้ น

557รหัสวิชา 2101-2005 ช่ือวิชา งานไฟฟา้ รถยนต์ ใบเนื้อหา I.S. 12-03ช่อื หนว่ ย ระบบไฟแสงสวา่ ง สอนครัง้ ที่ 13 จานวน 2 ชั่วโมง รปู ท่ี 12.1 แสดงหลอดความร้อนท่ใี ชก้ ับไฟหนา้ รถยนต์ ท่ีมา : บุญลือ ยง่ิ คานงึ , 2557 รูปที่ 12.2 แสดงหลอดความรอ้ นท่ีใชก้ บั ไฟอื่นๆที่ไม่ใช่ไฟหนา้ รถยนต์ ทม่ี า : บญุ ลือ ยิ่งคานึง, 2557 1.1.2 หลอดฮาโลเจน (Halogen Bulb) คือ หลอดไฟที่ถูกพฒั นาขึน้ เพื่อให้มีความสามารถในการรกั ษาความสว่างเอาไวจ้ นหมดอายุการใชง้ านของหลอดไฟ หลอดแบบนจี้ ะบรรจุก๊าซฮาโลเจนเพื่อให้เกิดวงจรฮาโลเจน ใช้กับไฟหนา้ รถยนต์โดยมหี ลายมาตรฐาน เช่น H1,H3,H4,H7 (ก) (ข) รูปที่ 12.3 แสดงหลอดแบบฮาโลเจน (ก) H1 และ (ข) H3 ทม่ี า : บุญลอื ยง่ิ คานึง, 2557

558รหสั วิชา 2101-2005 ชอื่ วชิ า งานไฟฟา้ รถยนต์ ใบเน้ือหา I.S. 12-04ชอ่ื หน่วย ระบบไฟแสงสวา่ ง สอนคร้ังท่ี 13 จานวน 2 ชั่วโมง - หลอด H1 มีลกั ษณะเปน็ หลอดไส้เดียว ดวงเดียว เปน็ แบบเสยี บเข้ากับขาเสียบดา้ นหลังใชก้ บัโคมไฟแบบแยกไฟสูงกับไฟตา่ หลอดชนิดนี้จะใชอ้ ยู่กับรถยโุ รป เช่น รถ BMW และ รถญ่ีปุน่ ร่นุ ใหญ่ - หลอด H3 มลี ักษณะไส้หลอดอยู่ตามแนวขวางของหลอดโดยมากใชใ้ นไฟสปอรต์ ไลท์ที่ติดเพ่ิมเขา้ ไป - หลอดหลอด H4 เปน็ หลอดไฟหน้าทีร่ ถยนตส์ ว่ นใหญใ่ ช้อย่ใู นปจั จบุ ัน ไส้หลอดอยู่ตามแนวยาว 2 ไส้ ชนั้ บนของไส้หลอดจะมีฝาครอบกนั ไว้ด้านหนึง่ มีไวส้ าหรบั บังแสงไฟไม่ให้กระจายเตม็ พน้ื ท่ใี นโคมไฟ จงึ ทาให้แสงที่ผ่านโคมไฟออกมามีเพียงคร่ึงเดยี วกลายเป็นไฟต่า ส่วนชัน้ ลา่ งมีเฉพาะขดลวดเท่าน้นั (ไฟสงู ) ไม่มีฝาครอบด้านนอก ฐานหลอดมขี าสามขาสาหรับไฟ สูง/ตา่ และขัว้ ดิน (-) - หลอด H7 มลี ักษณะผสมกันระหว่าง H1 กับ H4 คอื มีไส้เดยี ว แตใ่ ช้เบ้าใหญ่ เพื่อรองรับกบัหลอดไฟแบบ HID มใี ชใ้ นรถ MERCEDES-BENZ ตากลมหรือรถ BMW (ก) (ข) รปู ที่ 12.4 แสดงหลอดแบบฮาโลเจน (ก) H4 และ (ข) H7 ท่ีมา : บญุ ลอื ยิ่งคานงึ , 2557 1.1.3 หลอด HID (HIGH INTENSITY DISCHARGE) เป็นหลอดทีต่ ่างจากหลอดฮาโลเจนปกติ(แสงของหลอดฮาโลเจนเกิดจากการเปล่งแสงของขดลวดความต้านทาน)ขณะท่แี สงของหลอด HID เกิดจากการผา่ นกระแสไฟแรงสงู จากการปลอ่ ยกระแสไฟฟา้ ให้วิ่งผ่านกา๊ ซซนี อน คลา้ ยกบั การทางานของหลอดฟลูออเรสเซนท์ การสปาร์คคร้ังแรกจะใชแ้ รงดนั ไฟสูงถึง 25,000 โวลท์ รู้จกั กนั ในนามของหลอด “ซนี อน”(Xenon) เนอ่ื งจากภายในบรรจไุ ว้ด้วยกา๊ ซซนี อน หลอดชนิดนี้จะแตกตา่ งไปจากชนิดอื่นๆ ทใ่ี ช้ไส้หลอดทาจากโลหะทังสเตนในการทาใหเ้ กดิ แสงสว่าง หลอด HID จะใหแ้ สงสว่างมากกว่าหลอดฮาโลเจนธรรมดา 2-2.5 เทา่ ขณะเดียวกันสามารถประหยดั พลงั งานมากกว่าถึง 25% และยงั ใหส้ ีของแสงท่ีเกดิ ขึน้ ใกลเ้ คียงกับแสงอาทิตย์ ช่วยใหก้ ารมองเห็นดขี นึ้ และการท่ีไม่ใช้ไสห้ ลอดจงึ ทาใหอ้ ายุการใช้งานของหลอดยาวขึ้น ใชก้ ับไฟหนา้ รถยนต์

559รหสั วิชา 2101-2005 ช่อื วิชา งานไฟฟ้ารถยนต์ ใบเนื้อหา I.S. 12-05ชอ่ื หน่วย ระบบไฟแสงสว่าง สอนครัง้ ท่ี 13 จานวน 2 ชั่วโมง รปู ที่ 12.5 แสดงหลอดแบบซีนอน 1.1.4 หลอด LED เปน็ หลอดทมี่ คี ณุ ภาพสูงกนิ กระแสไฟตา่ ใช้กับหลอดไฟหน้า ไฟเล้ยี ว ไฟหรี่ไฟท้าย ไฟเบรกเท้า ไฟถอยหลัง ไฟสอ่ งแผน่ ป้ายทะเบียน ในรถยนต์ร่นุ ใหมๆ่ (ก) (ข) รปู ท่ี 12.6 แสดงหลอด LED (ก) ไฟหน้า ซา้ ย และ (ข) หลอดไฟท้าย ไฟเลย้ี ว ไฟหรี่ ไฟเบรกเทา้ ขวา ทมี่ า : บญุ ลอื ย่งิ คานึง, 2557 หลอดไฟในรถยนต์จะมีกาลังสอ่ งสวา่ งและสแี ตกต่างกันเช่น ไฟท้าย (โคมไฟสีแดง) ไฟเก่ง หรอืไฟห้องโดยสาร (โคมไฟสขี าว) ไฟเบรกเทา้ (โคมไฟสีแดงสว่างมากกว่าไฟท้าย) ไฟหร่ี (โคมไฟสีขาว) ไฟเลี้ยว(โคมไฟสสี ้ม) ไฟถอยหลังและไฟส่องแผน่ ปา้ ยทะเบยี น (โคมไฟสีขาว) 1.2 โคมไฟ (Lamp) พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 กาหนดใหร้ ถทุกชนดิ ในความควบคมุ ของกรมการขนสง่ ทางบกตอ้ งมีโคมไฟตามประเภทและลักษณะที่กาหนดตามกฎหมายวา่ ด้วยการขนส่งทางบก คือ รถยนต์ต้องมโี คมไฟหนา้ รถและโคมไฟท้ายรถ ดงั ตอ่ ไปนี้ 1.2.1 โคมไฟหน้ารถ (Head Lamp) มี 3 ประเภท คอื โคมไฟสงู โคมไฟตา่ และโคมไฟเล็ก

560รหสั วิชา 2101-2005 ชอื่ วิชา งานไฟฟ้ารถยนต์ ใบเนื้อหา I.S. 12-06ช่อื หนว่ ย ระบบไฟแสงสวา่ ง สอนครัง้ ท่ี 13 จานวน 2 ชว่ั โมง1.2.1.1 โคมไฟสงู (แสงพงุ่ ไกล) ใหต้ ิดหน้ารถขา้ งละหน่ึงดวง โคมไฟท้ังสองข้างต้องอยใู่ นระดบั เดียวกัน ใชไ้ ฟแสงขาวมีกาลงั ไฟเท่ากันไม่เกนิ ดวงละ 50 วัตต์ มีแสงสว่างใหเ้ หน็ พ้นื ทางไดช้ ัดเจน ในระยะไม่น้อยกวา่ 100 เมตร ศนู ยร์ วมแสงตอ้ งไม่สงู กวา่ แนวขนานกับพน้ื ทางราบและไม่เฉไปทางขวา โคมตา่ โคมไฟสูงรูปท่ี 12.7 แสดงโคมไฟหน้ารถทม่ี า : บุญลอื ยงิ่ คานงึ , 2557 1.2.1.2 โคมไฟต่า (แสงพุ่งต่า) ให้ตดิ หนา้ รถข้างละหนง่ึ ดวง โคมไฟทง้ั สองขา้ งต้องอย่ใู นระดับเดียวกนั ใช้ไฟแสงขาวมีกาลงั ไฟเทา่ กนั ไม่เกินดวงละ 50 วตั ต์ มีแสงสว่างใหเ้ ห็นพืน้ ทางไดช้ ดั เจน ในระยะไม่น้อยกว่า 40 เมตร ศูนยร์ วมแสงต้องอย่ตู ่ากวา่ แนวขนานกบั พืน้ ทางราบและไม่เฉไปทางขวา 1.2.1.3 โคมไฟเล็ก ใหต้ ดิ หนา้ รถอย่างน้อยข้างละหนึง่ ดวง โดยให้อยู่ด้านริมสุดจะล้าเข้ามาได้ไม่เกนิ 0.40 เมตร โคมไฟทงั้ สองขา้ งตอ้ งอยู่ในระดับเดียวกันใชไ้ ฟแสงขาวหรอื แสงเหลืองมีกาลงั ไฟเท่ากันไม่เกินดวงละ 10 วัตต์หมายเหตุ : โคมไฟสูง โคมไฟต่า และโคมไฟเล็ก จะรวมอยู่ในดวงเดยี วกนั ก็ได้ 1.2.2 โคมไฟท้ายรถ (Tail Lamp) มี 3 ประเภท คอื โคมไฟท้าย โคมไฟหยดุ โคมไฟส่องปา้ ยทะเบยี นรถ 1.2.2.1 โคมไฟท้าย ใหต้ ดิ ท้ายรถอยา่ งน้อยข้างละหนง่ึ ดวง โคมไฟทัง้ สองข้างต้องอยู่ในระดบั เดียวกนั ใช้ไฟแสงสีแดงมีกาลงั ไฟเท่ากัน 1.2.2.2 โคมไฟหยุด (ไฟเบรก) ให้ตดิ ทา้ ยรถอยา่ งน้อยข้างละหนึง่ ดวง โคมไฟทัง้ สองข้างตอ้ งอยู่ในระดับเดียวกนั ใช้ไฟแสงสีแดงมีกาลังไฟเท่ากนั 1.2.2.3 โคมไฟส่องป้ายทะเบียนรถ ใหต้ ดิ ท้ายรถ ใชไ้ ฟแสงสีขาวสอ่ งที่ปา้ ยทะเบียนรถ มีแสงสวา่ งสามารถมองเหน็ เครื่องหมายหรือตวั อักษรและตัวเลขไดช้ ดั เจนแตต่ ้องมีทีบ่ ังมิให้แสงพ่งุ ออกไปทางทา้ ยรถ โคมไฟท้าย โคมไฟเบรกและโคมไฟส่องป้ายทะเบียนรถต้องส่องแสงสว่างพร้อมกับโคมไฟหน้ารถ แต่โคมไฟเบรกต้องสอ่ งแสงสว่างเม่ือใชห้ า้ มล้อเทา้

561รหสั วชิ า 2101-2005 ชือ่ วิชา งานไฟฟ้ารถยนต์ ใบเนื้อหา I.S. 12-07ช่ือหน่วย ระบบไฟแสงสวา่ ง สอนคร้ังท่ี 13 จานวน 2 ชว่ั โมง รปู ที่ 12.8 แสดงโคมไฟทา้ ยรถ ที่มา : บุญลือ ยิง่ คานงึ , 2557 โคมไฟหน้ารถ เป็นที่ติดตั้งหลอดไฟหนา้ รถยนต์เพ่อื เปน็ แหล่งกาเนดิ ไฟแสงสวา่ งทพ่ี งุ่ ไปยงั ผวิถนนโดยตรงหรือผา่ นไปยังจานสะท้อนแสงรปู รา่ งโคง้ พาราโบลอยด์ (Paraboloid) ซง่ึ โคมไฟสูงและโคมไฟตา่ แบง่ ตามการตดิ ต้ังหลอดได้ 2 แบบ คือ โคมไฟแบบเปล่ยี นหลอดไม่ได้และเปล่ยี นหลอดได้ (ก) (ข) รูปท่ี 12.9 แสดงโคมไฟหน้า (ก) แบบเปล่ยี นหลอดไม่ได้ และ (ข) แบบเปล่ยี นหลอดได้ ทม่ี า : บุญลือ ยิ่งคานึง, 2557 โคมไฟแบบเปล่ียนหลอดไม่ได้ (Sealed Beam) มลี กั ษณะเปน็ ผนึกทร่ี วมหลอดไฟและโคมไฟเข้าด้วยกนั มีจุดประสงค์เพื่อใหเ้ กดิ ลาแสงได้ดว้ ยตวั ของมันเองไส้หลอดจะติดตงั้ อยู่ในกระจกสะทอ้ นแสงโดยมีเลนซแ์ ก้วผนกึ ให้ติดกนั เพ่อื ปอ้ งกนั ไมใ่ ห้น้าและฝุน่ ละอองเข้าด้านในทาให้ความเขม้ ของแสงสวา่ งไม่เปลย่ี นแปลง ภายในโคมไฟจะบรรจุกา๊ ซเฉื่อย ประกอบดว้ ย ไนโตรเจน อาร์กอน คลิปตนั ซึง่ จะทาปฏิกิริยากับไส้หลอดทงั สเตนทาให้เกดิ การเปลง่ สขี าวขึน้ ระยะเวลาการใชง้ านยาวนานแต่หากไสห้ ลอดไฟขาด ชารดุ หรอืได้รับการกระแทกทท่ี าให้เกิดการแตกร้าวต้องเปลย่ี นโคมไฟหน้าใหม่ทง้ั ชุด

562รหสั วชิ า 2101-2005 ชือ่ วชิ า งานไฟฟ้ารถยนต์ ใบเนอื้ หา I.S. 12-08ชอื่ หน่วย ระบบไฟแสงสว่าง สอนครง้ั ท่ี 13 จานวน 2 ชว่ั โมงโคมไฟแบบถอดเปล่ียนหลอดได้ (Semi Sealed Beam) เป็นโคมไฟท่ีถูกออกแบบใหส้ ามารถเปล่ยี นหลอดไดง้ า่ ยเม่อื ไส้หลอดเกิดการขาดโดยไม่ต้องเปลี่ยนโคมไฟหน้าใหมท่ ั้งชดุปัจจุบนั โคมไฟหน้ารถยนต์ได้มกี ารออกโคมไฟ โดยปรบั ลาแสงไม่ใหล้ าแสงพ่งุ เข้าตาผู้ทีข่ ับรถสวนทางมาใหแ้ สงสวา่ งครอบคลมุ ได้ระยะทไ่ี กลทีส่ ดุ เพื่อทัศนวสิ ัยทดี่ ีและสว่างท่ีสดุ เชน่ โคมไฟแบบโปรเจคเตอร์ แบบมัลติรเี ฟลกเตอร์ (ก) (ข) รูปที่ 12.10 แสดงโคมไฟหนา้ (ก) แบบโปรเจคเตอร์ และ (ข) แบบมลั ตริ เี ฟลกเตอร์ ท่มี า : บญุ ลือ ยง่ิ คานงึ , 2557 โคมไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ (Projector Beam) เปน็ โคมไฟท่ใี ชห้ ลักการรวมแสงของเลนส์(เหมือนเลนส์กล้องส่องทางไกล) มารวมแสงที่ออกจากหลอดไฟ หลอดไฟท่ัวไปจะให้แสงออกมารอบดา้ นจึงต้องมีอะไรมาบังคับแสงใหส้ ่องไปในทิศทางเดียวกัน โคมไฟแบบโปรเจคเตอร์สามารถรวมแสงให้ส่องไปในทิศทางเดยี วกนั ได้มากกว่าโคมแบบธรรมดา โคมไฟหนา้ แบบโปรเจคเตอรท์ ่ัวไปแบ่งออกเปน็ 2 สว่ นแยกเป็นไฟตา่ และไฟสูง โดยไฟตา่ จะใชห้ ลอดไฟ Xenon เพราะมีการกระจายแสงท่ีสูงกวา่ หลอดไสท้ ัว่ ไป ส่วนไฟสูงจะใช้หลอดฮาโลเจน โคมไฟหน้าแบบมลั ตริ ีเฟลกเตอร์ (Multi Reflector Beam) มีลกั ษณะเดน่ คือมีจานสะท้อนแสงหลายเหล่ียม ทาใหล้ าแสงที่ได้จากหลอดไฟสามารถควบคุมได้ดว้ ยจานสะท้อนแสง จึงสามารถออกแบบให้มีรปู รา่ งขนาดตา่ งๆ ได้ไม่จากดั 1.3 แบตเตอรี่ ทาหนา้ ทจี่ ่ายแรงเคล่ือนไฟฟา้ กระแสตรงให้กบั อปุ กรณ์ตา่ งๆ ในระบบไฟแสงสว่าง รายละเอียดไดก้ ลา่ วมาแลว้ ในหน่วยการเรียนเรือ่ งแบตเตอร่ี 1.4 ฟิวส์ ทาหน้าที่ตดั ไฟในวงจรเมอื่ เกิดการลดั วงจรหรอื เกิดการใช้กระแสไฟมากเกนิ ในวงจร ฟวิ ส์ ทน่ี ิยมใช้คือ ฟิวส์แบบสาย ฟิวสแ์ บบหลอดแกว้ ฟิวส์แบบเสียบ รายละเอยี ดไดก้ ลา่ วมาแล้วในหนว่ ยการเรียนเรื่อง

563รหัสวชิ า 2101-2005 ชื่อวชิ า งานไฟฟ้ารถยนต์ ใบเน้อื หา I.S. 12-09ชอื่ หนว่ ย ระบบไฟแสงสว่าง สอนคร้ังท่ี 13 จานวน 2 ชั่วโมงอุปกรณ์ไฟฟ้าในรถยนต์1.5 รเี ลยค์ วบคมุ ไฟแสงสว่างทาหน้าทีช่ ว่ ยลดกระแสไฟเขา้ สวติ ช์ (สวติ ช์ไฟหนา้ ) ซง่ึ ทาให้สวิตช์ชารุดรายละเอียดได้กลา่ วมาแล้วในหนว่ ยการเรยี นเรื่องอุปกรณไ์ ฟฟา้ ในรถยนต์ รปู ที่ 12.11 แสดงรเี ลยค์ วบคมุ ไฟแสงสว่าง ที่มา : บญุ ลือ ยิ่งคานงึ , 2557 1.6 สวิตช์ไฟแสงสว่าง (Light Switch) ทาหน้าท่คี วบคุมการทางานของหลอดไฟหรี่ ไฟหนา้ สูง-ตา่ ไฟขอทาง สวติ ช์ไฟแสงสวา่ งท่นี ยิ มใชใ้ นปจั จบุ ันมี 2 แบบ คือ แบบแยกและแบบรวมมตี าแหนง่ ควบคุม 3 ตาแหนง่ คือ ตาแหนง่ ตดั วงจร (OFF)ตาแหน่งไฟหร่ี (TAIL) และตาแหน่งไฟหน้า (HEAD) (ก) (ข) รปู ท่ี 12.12 แสดงสวติ ชไ์ ฟแสงสวา่ ง (ก) แบบแยก และ (ข) แบบรวม ทม่ี า : บญุ ลือ ยง่ิ คานงึ , 2557 1.7 สวติ ช์ไฟสูง-ต่า (Dimmer Switch) สวติ ช์ไฟสงู -ตา่ เปน็ สวติ ช์ท่ีใช้ควบคุมลาแสงไฟหน้ารถยนต์ใหเ้ ป็นลาแสงไฟสูง (HIGH) และไฟตา่ (LOW) เพื่อใหเ้ หมาะกับทัศนวสิ ัยการขบั ข่ีโดยสวิตช์ไฟสูงต่า ติดต้ังอยู่ใตพ้ วงมาลัยซ่ึงติดตงั้ เป็นชดุ เดยี ว

564รหัสวชิ า 2101-2005 ช่อื วชิ า งานไฟฟา้ รถยนต์ ใบเน้อื หา I.S. 12-10ชอ่ื หนว่ ย ระบบไฟแสงสวา่ ง สอนคร้ังที่ 13 จานวน 2 ชั่วโมงกันกบั สวติ ช์ไฟแสงสว่าง (สวิตช์ไฟแสงสว่างแบบรวม) นอกจากน้ยี ังใชเ้ ป็นสวิตช์ไฟขอทาง (FLASH) ทางานโดยการโยกสวติ ช์ขึน้ ลง ซง่ึ มีหนา้ ทองขาวตัดต่อระหวา่ งไฟสงู และไฟต่า (ก) (ข) รูปที่ 12.13 แสดงสวติ ชไ์ ฟสงู -ตา่ (ก) แบบควบคมุ ดว้ ยมือ และ (ข) แบบควบคุมดว้ ยเท้า ท่ีมา : บุญลอื ยิง่ คานึง, 2557 1.8 ไฟหรี่ (Clearance Lamp) มหี นา้ ท่ีบอกความกวา้ งของตัวรถยนตด์ า้ นหนา้ ใหแ้ สงสว่างรว่ มกับไฟหน้ารถยนต์ ทางานพร้อมกบั ไฟท้าย หลอดไฟหรเ่ี ป็นแบบไสเ้ ดยี วขนาด 5 วตั ต์ โดยหลอดไฟทีใ่ ชใ้ นรถยนตแ์ ตล่ ะรุ่นจะแตกต่างกัน 1.9 ไฟท้าย (Tail Lamp) มหี น้าทบี่ อกความกวา้ งของตัวรถและสอ่ งสวา่ งดา้ นทา้ ยรถ ทาใหผ้ ู้ขับขี่รถยนต์ทตี่ ามมาดา้ นหลงัมองเห็น ซ่ึงโคมไฟใช้รว่ มกบั ไฟเบรกแต่กาลังส่องสว่างน้อยกวา่ ไฟเบรก ไฟถอยหลงัไฟหรี่ ไฟท้าย/ไฟเบรก ไฟส่องแผน่ ป้ายทะเบยี น รปู ที่ 12.14 แสดงไฟหร่ี ไฟท้ายและไฟส่องปา้ ยทะเบยี น ที่มา : บญุ ลือ ยงิ่ คานึง, 25571.11 ไฟส่องแผ่นป้ายทะเบียน (License Plate Lamp) มีหน้าทใ่ี หแ้ สงสวา่ งให้มองเห็นหมายเลขป้ายทะเบยี นทีต่ ิดอยู่ด้านทา้ ยรถยนต์

565รหสั วิชา 2101-2005 ชอื่ วิชา งานไฟฟา้ รถยนต์ ใบเน้อื หา I.S. 12-11 จานวน 2 ชว่ั โมงช่อื หน่วย ระบบไฟแสงสวา่ ง สอนครงั้ ที่ 131.12 ไฟหน้ารถยนต์ (Head Lamp) มหี น้าท่ใี ห้แสงสว่างดา้ นหน้ารถยนต์ประกอบด้วยลาแสงไฟต่าและไฟสูงไฟสูง ไฟตา่ (ก) (ข) รูปที่ 12.15 แสดง (ก) ไฟหน้ารถยนต์ และ (ข) ไฟหน้าปัดรถยนต์ ทีม่ า : บุญลือ ยงิ่ คานึง, 2557 1.13 ไฟหน้าปัดรถยนต์ (Combination Meter Lamp) มีหน้าที่สอ่ งสว่างบรเิ วณหน้าปดั ชว่ ยให้ผู้ขับขี่รถยนตส์ ามารถมองเห็นค่าตา่ งๆของเกจวดั ได้อยา่ งชดั เจน 1.14 ไฟแสงสวา่ งภายในห้องโดยสาร หรือ ไฟเก่ง ไฟประตู มหี นา้ ที่ให้ความส่องสว่างภายในหอ้ งโดยสารหอ้ งเกบ็ สัมภาระดา้ นท้ายรถยนต์การทางานควบคมุ ด้วยสวติ ช์ 3 ตาแหน่งคือ ON, DOOR, OFF ไฟเกง่ ตดิ ตง้ั ไว้ท่กี ่ึงกลางภายในห้องโดยสารทางานรว่ มกับสวิตช์ท่ีติดต้งั ไว้ทป่ี ระตแู ต่ละบานและฝาครอบทา้ ยรถยนต์ เม่ือเปิดประตอู อกและสวิตช์อย่ใู นตาแหนง่DOOR ไฟเก่งจะตดิ สวา่ ง รูปที่ 12.16 แสดงไฟสอ่ งสว่างภายในหอ้ งโดยสาร ทมี่ า : บุญลือ ยิง่ คานงึ , 2557หมายเหตุ : ตาแหน่งทต่ี ิดตงั้ โคมไฟของรถยนต์แต่ละบริษทั ฯ ร่นุ จะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับมาตรฐานผู้ผลติ

566 รหสั วชิ า 2101-2005 ชอื่ วชิ า งานไฟฟา้ รถยนต์ ใบเนือ้ หา I.S. 12-12 ชอื่ หนว่ ย ระบบไฟแสงสวา่ ง2. การทางานของวงจรไฟส่องสว่างในหอ้ งโดยสาร ไฟประตู สอนครัง้ ท่ี 13 จานวน 2 ชว่ั โมง DOME หลอดไฟเตอื นในห้องโดยสาร หลอดไฟเตือนประตูปดิ ไม่สนิท หลอดไฟทีห่ อ้ งเกบ็ สมั ภาระMain Fuse ท่ีแผงหนา้ ปัด สวิตช์ห้องเก็บสัมภาระ DOOR สวติ ช์ไฟห้องโดยสารBattery OFF ON สวติ ช์ประตูรูปที่ 12.17 แสดงวงจรไฟส่องสวา่ งในห้องโดยสาร ไฟประตู ทีม่ า : บญุ ลือ ยิ่งคานงึ , 2557 DOME หลอดไฟเตือนในห้องโดยสาร หลอดไฟเตอื นประตูปดิหลอดไฟท่หี ้องเกบ็ สมั ภาระ ไม่สนทิMain Fuse สวติ ช์ไฟห้องโดยสาร สวิตช์หอ้ งเก็บสมั ภาระ DOORBattery OFF ON สวติ ช์ประตูรูปที่ 12.18 แสดงวงจรไฟส่องสว่างในห้องโดยสาร ไฟประตูเม่ือประตูปดิ ไมส่ นทิ ทีม่ า : บญุ ลือ ย่ิงคานงึ , 2557

567รหสั วิชา 2101-2005 ชอ่ื วชิ า งานไฟฟา้ รถยนต์ ใบเน้ือหา I.S. 12-13ชื่อหนว่ ย ระบบไฟแสงสว่าง สอนคร้งั ท่ี 13 จานวน 2 ชั่วโมง สวิตช์ควบคมุ ไฟส่องสว่างในห้องโดยสารถกู ติดตั้งไว้ท่ีบริเวณเพดานของหอ้ งโดยสาร มีตาแหนง่ ควบคมุ การทางาน 3 ตาแหนง่ คือ ตาแหนง่ OFF (หลอดไฟจะไมต่ ิด) ตาแหน่ง ON (หลอดไฟจะติดตลอดเวลา)และตาแหนง่ DOOR (หลอดไฟจะติดเม่อื ประดา้ นใดด้านหน่งึ ถูกเปดิ ออกหรือปดิ ไมส่ นทิ ) จากรูปที่ 12.18 กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรีจ่ ะไหลผ่านฟวิ ส์หลกั ผ่านฟิวส์หอ้ งโดยสาร (DOME) ผ่านหลอดไฟเตือนปิดประตูไม่สนิทท่ีหน้าปดั หลอดไฟเตือนในหอ้ งโดยสารรอลงกราวด์ท่ีสวติ ช์ประตู หากประตูบานหนงึ่ บานใดปิดไม่สนทิ หรือถกู เปิดออกหลอดไฟเตือนจะตดิ เพราะกระแสไฟฟ้าสามารถไหลลงกราวด์ได้ เมื่อมีการเปิดห้องสัมภาระท่ีท้ายรถสวิตช์ห้องสมั ภาระจะต่อวงจรหลอดไฟท่ีห้องสัมภาระจะติดดังรปูที่ 12.19DOME หลอดไฟเตือนในหอ้ งโดยสาร หลอดไฟที่หอ้ งเก็บสัมภาระ สวิตช์ไฟหอ้ งโดยสาร หลอดไฟเตอื นประตูMain Fuse ปิดไม่สนิท DOOR สวิตช์ห้องเกบ็ สมั ภาระ OFFBattery ONสวติ ช์ประตู รูปที่ 12.19 แสดงวงจรไฟสอ่ งสวา่ งในห้องโดยสาร ไฟประตู เมื่อเปดิ ห้องสัมภาระ ที่มา : บุญลอื ยิ่งคานึง, 2557เมอื่ มีการเปิดสวติ ช์ไฟที่หอ้ งโดยสารไปท่ตี าแหน่ง ON หลอดไฟเตือนจะติดตลอดเวลาดังรปู ที่ 12.20

568รหสั วชิ า 2101-2005 ช่ือวิชา งานไฟฟา้ รถยนต์ ใบเน้อื หา I.S. 12-14ช่อื หนว่ ย ระบบไฟแสงสว่าง สอนครั้งที่ 13 จานวน 2 ชัว่ โมงDOME ไฟเตอื นในหอ้ งโดยสาร หลอดไฟเตือนประตู หลอดไฟที่ห้องเก็บสัมภาระ ปดิ ไม่สนทิMain Fuse สวิตช์ไฟหอ้ งโดยสาร สวิตช์หอ้ งเก็บสมั ภาระBattery DOOR OFF ONสวติ ช์ประตูรปู ท่ี 12.20 แสดงวงจรไฟส่องสว่างในห้องโดยสาร ไฟประตู เม่ือสวิตช์ไฟห้องโดยสารอยูท่ ตี่ าแหน่ง ON ท่ีมา : บญุ ลือ ยิ่งคานงึ , 2557

569รหสั วชิ า 2101-2005 ชอื่ วิชา งานไฟฟา้ รถยนต์ ใบเนอื้ หา I.S. 12-15 จานวน 2 ชวั่ โมงช่อื หน่วย ระบบไฟแสงสวา่ ง สอนครั้งที่ 133. หลกั การทางานของวงจรไฟหร่ี ไฟทา้ ย ไฟหนา้ ปัด ไฟสอ่ งแผน่ ป้ายทะเบียน รูปท่ี 12.21 แสดงวงจรไฟหร่ี ไฟท้าย ไฟหนา้ ปัด ไฟสอ่ งแผ่นปา้ ยทะเบยี น ทีม่ า : บุญลอื ยงิ่ คานงึ , 2557 เมอื่ บดิ สวติ ช์ไฟแสงสวา่ งไปท่ีตาแหนง่ TAIL (ไฟหรี่) หรอื HEAD (ไฟหน้า) ขวั้ T จะต่อถึงกนั กับขั้วEL กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรจี่ ะไหลผ่านฟิวส์หลกั (Main Fuse) ผา่ นขดลวดของรีเลยไ์ ฟทา้ ย ผ่านสวติ ช์ไฟแสงสวา่ งข้วั T ลงกราวดค์ รบวงจร กระแสไฟจากแบตเตอร่ีสามารถไหลผ่านหนา้ คอนแทกรเี ลย์ไฟท้าย ผ่านฟวิ สไ์ ฟทา้ ย (TAIL) ผ่านหลอดไฟหรี่ ไฟท้าย ไฟหน้าปดั ไฟส่องแผน่ ป้ายทะเบยี น ลงกราวด์ครบวงจร ทาให้หลอดไฟสว่างขน้ึ พร้อมกัน แสดงดงั รปู ที่ 12.22

570รหสั วชิ า 2101-2005 ชอ่ื วิชา งานไฟฟา้ รถยนต์ ใบเน้ือหา I.S. 12-16ช่ือหนว่ ย ระบบไฟแสงสว่าง สอนคร้ังท่ี 13 จานวน 2 ช่วั โมงรูปที่ 12.22 แสดงการทางานของวงจรไฟหรี่ ไฟทา้ ย ไฟหน้าปัด ไฟส่องแผน่ ปา้ ยทะเบยี น ทม่ี า : บญุ ลอื ยิง่ คานงึ , 2557

571รหัสวชิ า 2101-2005 ชอ่ื วชิ า งานไฟฟ้ารถยนต์ ใบเนอ้ื หา I.S. 12-17ชื่อหน่วย ระบบไฟแสงสวา่ ง สอนครงั้ ที่ 13 จานวน 2 ช่ัวโมง4. การทางานของวงจรไฟหนา้ลาแสงไฟหนา้ รถยนต์ต้องกระจายพุ่งไปข้างหน้าทวั่ ผวิ จราจร และตอ้ งส่องสวา่ งได้ไกลท่ีสุดเทา่ท่ีจะไกลได้โดยขนานไปกับตัวรถ เพราะหากลาแสงไฟหน้าเอยี งไปทางดา้ นขวามากเกนิ ไปลาแสงไฟหนา้ อาจส่องเขา้ ตาผู้ขับข่ีรถยนตท์ ี่สวนทางมาได้จงึ ต้องปรบั ให้ถูกต้องMain Fuse ีรเล ์ยไฟท้าย85 30 85 30 ีรเล ์ยไฟหน้า HEAD RHBattery LH กลาง กลาง ไฟหน้า สูง- ่ตา 86 87 86 87 T EL H สงู FLASH ตา่ OFF T LOW TAIL AIL HIGH HF HU HL ED HEADส ิวตช์ไฟแสงสว่าง สวิตช์ไฟสูง-ต่า L H R H ไฟหนา้ ปัด ไฟหน้าปดั หลอดไฟเ ืตอนไฟสูงไฟสอ่ งแผน่ ปา้ ยทะเบยี น ไฟสอ่ งแผ่นปา้ ยทะเบยี น ไฟหร่ี ไฟหร่ี ไฟท้าย ไฟท้าย รปู ที่ 12.23 แสดงวงจรไฟรี่ ไฟหนา้ ท่มี า : บญุ ลือ ย่ิงคานงึ , 2557 ไฟหนา้ รถยนตจ์ ะทางานเม่ือผู้ขับขบ่ี ิดสวิตช์ควบคุมไฟแสงสว่างไปท่ีตาแหน่ง (HEAD) โดยวงจรไฟหร่ียงั ทางานต่อไปเนื่องจากสวิตช์ไฟแสงสว่างขั้ว T ต่อถึงกบั ข้ัว EL การทางานของวงจรไฟหนา้ ควบคมุ ลาแสงไฟหน้าโดยใช้สวิตช์ไฟสงู -ต่าและไฟขอทาง (กระพริบ) ให้เหมาะสมกับสภาพการขับขี่

572 รหัสวชิ า 2101-2005 ชอ่ื วิชา งานไฟฟ้ารถยนต์ ใบเนอ้ื หา I.S. 12-18 ช่อื หนว่ ย ระบบไฟแสงสวา่ ง4.1 ตาแหน่งไฟตา่ สอนครง้ั ท่ี 13 จานวน 2 ช่ัวโมง รปู ท่ี 12.24 แสดงการทางานของวงจรไฟร่ีและวงจรไฟหนา้ ตาแหน่งไฟตา่ ทม่ี า : บุญลือ ยิง่ คานงึ , 2557 จากรปู ท่ี 12.24 เมือ่ บิดสวติ ช์ไฟแสงสวา่ งไปที่ตาแหน่ง HEAD สวิตช์ไฟสงู -ตา่ อย่ทู ี่ตาแหน่งLOW ข้ัว HL จะตอ่ ถึงกบั ขวั้ ED กระแสไฟฟา้ จากแบตเตอร่จี ะไหลผ่านฟิวส์หลัก (Main Fuse) ผา่ นขดลวดและคอนแทกรีเลยไ์ ฟท้าย ทาใหว้ งจรไฟหร่ีทางาน และกระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรจ่ี ะไหลผา่ นรเี ลย์ไฟหน้าผ่านขว้ั H สวิตช์ควบคมุ ไฟแสงสว่างลงกราวด์ครบวงจรทาให้หน้าคอนแทกของรีเลย์ไฟหน้าต่อถงึ กันกระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรีจ่ ะไหลผ่านฟวิ ส์หลกั (Main Fuse) ผา่ นคอนแทก ผ่านฟิวส์ย่อยไฟหนา้ ซ้ายและขวา(LH-RH) ผ่านไสห้ ลอดไฟหน้าต่า ผ่านสวิตช์ไฟต่าขว้ั HL ลงกราวดค์ รบวงจร ทาใหห้ ลอดไฟหน้าตา่ ซา้ ยและขวาติดสว่าง

573 รหัสวชิ า 2101-2005 ช่อื วชิ า งานไฟฟ้ารถยนต์ ใบเนือ้ หา I.S. 12-19 ช่ือหนว่ ย ระบบไฟแสงสวา่ ง4.2 ตาแหนง่ ไฟสูง สอนครงั้ ที่ 13 จานวน 2 ชั่วโมง รูปที่ 12.25 แสดงการทางานของวงจรไฟหนา้ ตาแหน่งไฟสงู ทีม่ า : บญุ ลือ ย่ิงคานงึ , 2557 จากรูปท่ี 12.25 เมอ่ื บิดสวติ ช์ไฟแสงสว่างไปท่ตี าแหน่ง HEAD สวติ ช์ไฟสงู -ตา่ อยูท่ ่ีตาแหนง่HIGH ขว้ั HU ตอ่ ถงึ กบั ข้วั ED กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ไหลผ่านฟวิ สห์ ลกั (Main Fuse) ผา่ นขดลวดและคอนแทกรเี ลยไ์ ฟท้าย ทาใหว้ งจรไฟหรีท่ างาน และกระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรีจ่ ะไหลผ่านรเี ลยไ์ ฟหน้าผา่ นขวั้ H สวิตช์ควบคมุ ไฟแสงสว่างลงกราวด์ครบวงจร คอนแทกของรเี ลย์ไฟหนา้ จะต่อถึงกัน กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรีจ่ ะไหลผา่ นฟิวสห์ ลัก (Main Fuse) ผ่านคอนแทก ผา่ นฟิวสย์ ่อยไฟหนา้ ซา้ ยและขวา (LH-RH)ผ่านไส้หลอดไฟหนา้ สงู ผ่านสวิตช์ไฟตา่ ขัว้ HU ลงกราวด์ครบวงจร ทาใหห้ ลอดไฟหนา้ สูงซา้ ยและขวาตดิ สว่างขณะเดยี วกันกระแสไฟฟา้ จากแบตเตอร่ีไหลผา่ นไสห้ ลอดไฟตา่ ไปยังหลอดไฟแสดงสญั ญาณไฟสงู ลงกราวด์

574 รหสั วชิ า 2101-2005 ชือ่ วชิ า งานไฟฟ้ารถยนต์ ใบเนอื้ หา I.S. 12-20 ชอ่ื หนว่ ย ระบบไฟแสงสวา่ ง สอนครัง้ ที่ 13 จานวน 2 ชวั่ โมงครบวงจร หลอดไฟแสดงสญั ญาณไฟสูงจงึ ตดิ สวา่ ง 4.3 ตาแหน่งไฟขอทาง รูปท่ี 12.26 แสดงการทางานของวงจรไฟหน้าตาแหนง่ ไฟขอทาง ที่มา : บญุ ลือ ยงิ่ คานึง, 2557 จากรปู ที่ 12.26 เมื่อดึงสวติ ช์ไฟสงู ต่าไปทีต่ าแหน่ง FLASH (ขอทาง) ขว้ั HF จะต่อถึงกบั ขวั้ HUและข้ัว ED กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรจ่ี ะไหลผา่ นฟิวสห์ ลัก (Main Fuse) ผา่ นขดลวดรเี ลยไ์ ฟหน้าไปยงั ขั้วHF ลงกราวด์ หน้าคอนแทกรีเลยไ์ ฟหน้าจะตอ่ กันสง่ ผลให้กระแสไฟจากแบตเตอร่ี ผ่านหน้าคอนแทก ผ่านไส้หลอดไฟสูง ผา่ นขว้ั HU ลงกราวด์ครบวงจร ทาให้หลอดไฟสงู ทั้งซ้าย-ขวา และหลอดไฟแสดงสัญญาณไฟสูงตดิ สวา่ ง เม่อื ไม่ดงึ สวิตช์ไฟขอทาง ขว้ั HF ไม่ต่อกับ ED ทาใหห้ ลอดไฟหน้าจึงไม่สว่าง

575รหัสวชิ า 2101-2005 ช่ือวชิ า งานไฟฟา้ รถยนต์ ใบเน้อื หา I.S. 12-21ช่ือหน่วย ระบบไฟแสงสว่าง สอนครัง้ ที่ 13 จานวน 2 ชว่ั โมง อายขุ องหลอดไฟหนา้ ไม่สามารถกาหนดเวลาทแี่ นน่ อนไดข้ ึ้นอยู่กบั คุณภาพการผลิต ระยะเวลาในการเปิดใชง้ าน โดยเฉล่ยี แล้วอายุของหลอดไฟหน้าท่วั ไป (ฮาโลเจน) จะอยู่ประมาณ 2,000-2,500 ชม. ข้ันตอนการเปลยี่ นหลอดไฟหนา้ มีดงั นี้ - สวมถงุ มอื ปอ้ งกันของมีคม - เปิดฝากระโปรงหน้าและปลดขวั้ เสียบ ซึง่ อยู่ด้านหลังไฟใหญอ่ อก - คอ่ ยๆ ดึงยางกนั ฝนุ่ ออกอย่างช้า ๆ เมอื่ ดึงออกแล้วให้มองหาตวั ยึดข้วั หลอดไฟตอ้ งดูและจาลกั ษณะการล็อกว่าลอ็ กอย่างไร - ค่อยๆ กดตัวลอ็ กขัว้ หลอดไฟพร้อมกบั ดันขนึ้ ให้หลดุ ออกมา - จับบรเิ วณขวั้ หลอดไฟ แล้วคอ่ ยๆ ดึงออก หา้ มจบั ตัวหลอดไฟเดด็ ขาดยางกันฝนุ่ ตวั ลอ็ กยึดขั้ว หลอดไฟหน้า รปู ท่ี 12.27 แสดงตาแหนง่ ท่ีตดิ ต้งั ยางกันฝนุ่ และตัวล็อกขวั้ หลอดไฟหนา้ ที่มา : บญุ ลอื ยงิ่ คานงึ , 2557 ขั้นตอนการประกอบหลอดไฟหน้า - ใชห้ ลอดไฟแบบเดยี วกบั ท่ีถอด สาหรับหลอดแบบฮาโลเจนเมื่อใช้งานจะร้อนมากอย่าจบั ต้องผลึกแกว้ ควอทซ์หรอื อยา่ ใหโ้ ดนนา้ มันเพราะอาจทาให้แกว้ เป็นรอยไหม้และต่อไปจะแตก ใหท้ าความสะอาดดว้ ยสารละลายประเภทแอลกอฮอล์ - จบั บรเิ วณขัว้ หลอดสังเกตติ่งที่ยนื่ ออกมา 3 ขาจะมีขาหนึ่งอยตู่ รงกลางและอกี 2 ขาจะติดกัน - นาหลอดไฟใสเ่ ขา้ ไปในโคมไฟ โดยหมนุ ตาแหน่งใหพ้ อดีกับเบา้ ภายในโคมไฟ - นาตัวยึดขวั้ หลอดไฟใส่เขา้ ไปยดึ กับตัวลอ็ กโดยกดและดันลงอย่างต่อเน่ือง แลว้ ตรวจสอบดวู า่แนน่ พอดกี ับเบ้าภายในโคมไฟ - ใส่ยางกนั ฝนุ่ กลบั เขา้ ทเี่ ดมิ โดยใหด้ า้ น “TOP” อยดู่ ้านบนแลว้ กดให้แนบสนทิ - ประกอบข้วั เสียบโดยนาปลั๊กไฟมาเสยี บเข้าท่เี ดิม - ตรวจการทางานของหลอดไฟโดยเปิดสวติ ช์ไฟแสงสวา่ งหลอดไฟต้องทางานถูกต้อง

576รหสั วิชา 2101-2005 ชอ่ื วิชา งานไฟฟ้ารถยนต์ ใบเนื้อหา I.S. 12-22ช่ือหนว่ ย ระบบไฟแสงสว่าง สอนครง้ั ท่ี 13 จานวน 2 ชัว่ โมง รูปที่ 12.28 แสดงวิธกี ารจบั หลอดไฟท่ีถูกต้อง ทม่ี า : บญุ ลอื ยิ่งคานึง, 2557 - ตรวจการทางานของสวิตช์ไฟสงู -ตา่ หรือดูการเปล่ยี นแปลงของระดบั ลาแสงไฟ สูง-ตา่ ถ้าจาเป็นใหป้ รบั ระดับลาแสงสว่างไฟสูง-ตา่ ดว้ ยเคร่ืองปรบั ตั้งระดบั ลาแสงสว่างหรือทาฉากปรับตัง้ ระดบั เอง5. การทางานของวงจรไฟตัดหมอก รปู ที่ 12.29 แสดงตาแหน่งไฟตัดหมอกหนา้ รถยนต์ ที่มา : บุญลอื ย่ิงคานึง, 2557 ลักษณะของโคมไฟตดั หมอกจะมีทง้ั แบบกลมและแบบเหลี่ยม ลาแสงจะเป็นสสี ้มหรือสีเหลืองขาว ซง่ึสามารถมองเหน็ ได้ดใี นขณะหมอกลงหรือฝนตก โคมไฟตัดหมอกจะมี 2 ชนิด คือ ชนดิ ไฟท้ังดวง (SealedBeam) และชนดิ เปลี่ยนหลอดได้ ผู้ขบั ขจี่ ะเปิดไฟตัดหมอกเมอื่ ฝนตกโดยเฉพาะช่วงฝนตกหนกั เจอหมอกขับขผี่ ่านกลุม่ ควนั หรือ หลังฝนหยดุ ตกในเวลากลางคืน ถ้าเปิดไฟใหญ่อย่างเดยี วจะพบว่าแสงสวา่ งไมเ่ พียงพอ ผู้ขบั ข่ีจาเป็นต้องเปิดไฟตัดหมอกเพ่ือเพ่ิมแสงสวา่ งในการมองเหน็ ไฟตดั หมอกจะขจดั ปัญหานี้และช่วยลดการสะท้อนของนา้ ท่ผี วิ ถนน ทาใหก้ ารมองเห็นสภาพของถนน ป้ายจราจร เส้นทางจราจรชดั เจน ช่วยให้

577รหัสวชิ า 2101-2005 ชื่อวิชา งานไฟฟ้ารถยนต์ ใบเน้ือหา I.S. 12-23ชอ่ื หนว่ ย ระบบไฟแสงสว่าง สอนครงั้ ที่ 13 จานวน 2 ช่ัวโมงการขับรถได้ง่ายข้นึไฟตดั หมอกจะทางานร่วมกบั ไฟหรีแ่ ละไฟหนา้ คือ จะตอ้ งเปดิ สวิตช์ไฟหรกี่ ่อนจงึ จะสามารถเปิดไฟตัดหมอกได้ การใชไ้ ฟตดั หมอกควรใชร้ ว่ มกับไฟต่าไม่ควรใชร้ ว่ มกบั ไฟสูง รูปที่ 12.30 แสดงวงจรไฟตัดหมอก ทม่ี า : บุญลือ ยง่ิ คานงึ , 2557

578รหสั วชิ า 2101-2005 ชือ่ วิชา งานไฟฟ้ารถยนต์ ใบเนอ้ื หา I.S. 12-24ชอ่ื หนว่ ย ระบบไฟแสงสวา่ ง สอนครั้งที่ 13 จานวน 2 ช่ัวโมง รูปที่ 12.31 แสดงการทางานของวงจรไฟตดั หมอก ทมี่ า : บญุ ลือ ยง่ิ คานงึ , 2557 จากรูปท่ี 12.31 เมือ่ บดิ สวิตช์ไฟแสงสวา่ งไปทตี่ าแหน่ง TAIL และเปิดสวติ ช์ไฟตัดหมอกไปทตี่ าแหนง่ON กระแสไฟฟา้ จะไหลจากแบตเตอรี่ผ่านฟวิ ส์หลัก ผ่านขดลวดของรเี ลย์ไฟหรี่ ผ่านสวติ ช์ไฟแสงสว่างข้วั Tลงกราวด์ครบวงจร กระแสไฟจากแบตเตอร่สี ามารถไหลผา่ นหนา้ คอนแทกรีเลย์ไฟหร่ี ผ่านฟิวส์ไฟหรี่ ผ่านหลอดไฟหร่ี ไฟทา้ ย ไฟหนา้ ปัด ไฟสอ่ งแผ่นปา้ ยทะเบียน ลงกราวด์ครบวงจร กระแสไฟที่ไหลผา่ นฟิวส์ไฟหร่ีอีกทางหนง่ึ จะไหลผา่ นสวติ ช์ไฟตัดหมอกผา่ นขดลวดของรเี ลย์ไฟตดั หมอกลงกราวดค์ รบวงจร หน้าคอนแทกรเี ลย์ไฟตดั หมอกจะต่อถงึ กัน กระแสไฟจากแบตเตอร่ีจะไหลผา่ นฟวิ ส์ไฟตัดหมอก ผา่ นหนา้ คอนแทกรเี ลย์ไฟตัดหมอก ผา่ นหลอดไฟตดั หมอกหนา้ ซ้าย ขวา ลงกราวดค์ รบวงจร ทาให้หลอดไฟตดั หมอกติดสวา่ งข้ึน

579รหสั วชิ า 2101-2005 ช่อื วชิ า งานไฟฟ้ารถยนต์ ใบเนือ้ หา I.S. 12-25 จานวน 2 ชว่ั โมงช่อื หน่วย ระบบไฟแสงสว่าง สอนคร้ังท่ี 136. การแกไ้ ขขอ้ ขดั ข้องระบบไฟแสงสวา่ งข้อขัดข้องและการแก้ไขระบบไฟแสงสวา่ ง แสดงในตารางที่ 12.1ตารางท่ี 12.1 สาเหตขุ ้อขดั ข้องและการแก้ไขระบบไฟแสงสว่างอาการ สาเหตุ การแก้ไข 1. เปล่ียนหลอดไฟใหม่1. หลอดไฟไมต่ ดิ 1. หลอดไฟขาด 2. แกไ้ ข เปล่ียนฟวิ ส์ใหม่ 3. ตรวจสอบ แกไ้ ข เปลี่ยนใหม่ 2. ฟิวส์หลวม ขาด 4. ตรวจสอบ เปลย่ี นใหม่ 5. ตรวจสอบ เปลย่ี นใหม่ 3. ขว้ั ตอ่ สายไฟ การลงกราวด์ 1. เปลี่ยนหลอดไฟหนา้ ใหม่ บกพร่อง 2. แก้ไข เปลีย่ นฟวิ ส์ใหม่ 3. ตรวจสอบ แกไ้ ข เปลย่ี นใหม่ 4. รเี ลย์ชารุด 4. ตรวจสอบ เปลี่ยนใหม่ 5. ตรวจสอบ เปลี่ยนใหม่ 5. สวิตช์ชารุด 1. ตรวจสอบ แกไ้ ข เปลี่ยนใหม่2. หลอดไฟหนา้ ไม่ติด 1. หลอดไฟหนา้ ขาด 2. ตรวจสอบ เปลย่ี นใหม่ 3. ตรวจสอบ เปลย่ี นใหม่ 2. ฟวิ ส์ไฟหนา้ หลวม ขาด 1. เปลี่ยนหลอดไฟใหม่ 3. ข้ัวต่อ สายไฟ การลงกราวด์ 2. แก้ไข เปลย่ี นฟิวส์ใหม่ 3. ตรวจสอบ แก้ไข เปล่ยี นใหม่ บกพรอ่ ง 4. ตรวจสอบ เปลีย่ นใหม่ 5. ตรวจสอบ เปล่ยี นใหม่ 4. รีเลย์ไฟหน้าชารดุ 5. สวติ ช์ไฟหน้าชารุด3. ไฟสูง ไฟตา่ หรอื ไฟขอทาง 1. ขว้ั ตอ่ สายไฟ การลงกราวด์ไมต่ ดิ บกพร่อง 2. รเี ลย์ไฟหนา้ ชารุด 3. สวติ ช์ไฟหน้า ไฟขอทางชารดุ4. ไฟหรี่ ไฟท้าย ไฟสอ่ งป้าย 1. หลอดไฟขาดทะเบยี นไมต่ ิด 2. ฟิวส์ไฟหร่ีหลวม ขาด 3. ข้วั ตอ่ สายไฟ การลงกราวด์ บกพร่อง 4. รเี ลย์ไฟหรี่ชารดุ 5. สวติ ช์ไฟหรี่ชารดุ

580รหสั วชิ า 2101-2005 ชอื่ วชิ า งานไฟฟ้ารถยนต์ ใบเนอื้ หา I.S. 12-26ช่อื หนว่ ย ระบบไฟแสงสวา่ ง สอนครัง้ ที่ 13 จานวน 2 ชัว่ โมงตารางที่ 12.1 สาเหตขุ ้อขดั ขอ้ งและการแกไ้ ขระบบไฟแสงสว่าง (ต่อ)อาการ สาเหตุ การแกไ้ ข5. ไฟเก่ง ไฟประตูไม่ตดิ 1. หลอดไฟขาด 1. เปลี่ยนหลอดไฟใหม่ 2. ฟวิ ส์ไฟเก่งหลวม ขาด 2. แกไ้ ข เปล่ียนฟิวส์ใหม่ 3. ขัว้ ต่อ สายไฟ การลงกราวด์ 3. ตรวจสอบ แก้ไข เปลยี่ นใหม่ 4. ตรวจสอบ เปลยี่ นใหม่ บกพร่อง 4. สวิตช์ประตชู ารดุสรปุ ระบบไฟแสงสว่างมีหนา้ ที่ให้แสงสว่างด้านหนา้ ดา้ นหลงั รถยนต์ ใหแ้ สงสวา่ งกบั ตัวรถยนต์ และแสดงสัญญาณให้รถคันอ่นื ทราบ ประกอบดว้ ยระบบไฟแสงสวา่ งภายนอกรถยนต์ และระบบไฟแสงสวา่ งภายในรถยนต์ ระบบไฟแสงสว่างภายนอกรถยนต์ ประกอบดว้ ย ไฟใหญห่ น้า ไฟหรี่ ไฟทา้ ย ไฟเบรก ไฟเลีย้ วและไฟฉกุ เฉนิ ไฟสอ่ งป้ายทะเบยี น ไฟถอยหลัง ระบบไฟแสงสว่างภายในรถยนต์ ประกอบด้วย ไฟเก่ง ไฟแผงหน้าปดั อปุ กรณ์ในระบบไฟแสงสว่างประกอบด้วย แบตเตอร่ี ฟิวส์ หลอดไฟและโคมไฟ รีเลย์ควบคมุ ไฟแสงสว่าง สวิตช์ไฟแสงสว่าง สวิตช์ไฟสงู -ตา่ ไฟหน้ารถยนต์ ไฟหร่ี ไฟส่องป้ายทะเบยี น ไฟท้าย ไฟแสงสวา่ งภายในรถยนตห์ รือไฟเกง่ ไฟหน้าปัด การทางานของวงจรไฟส่องสว่างในห้องโดยสาร ถูกควบคุมด้วยสวิตช์ไฟในห้องโดยสาร ส่วนไฟประตูถูกควบคุมด้วยสวิตช์ไฟประตู สวิตช์ควบคมุ ไฟในห้องโดยสารติดตัง้ ไวท้ ี่บริเวณเพดานของหอ้ งโดยสารมี 3ตาแหนง่ คือ ตาแหน่งปิด ตาแหนง่ เปิด และตาแหน่งประตูเปิด การทางานของวงจรไฟหรี่ ไฟท้าย ไฟหน้าปดั ไฟสอ่ งปา้ ยทะเบยี นถูกควบคุมด้วย สวิตชไ์ ฟแสงสว่างมี 3 ตาแหนง่ คือ ตาแหน่งปิด ตาแหน่งไฟหรี่ ตาแหน่งไฟหน้า การทางานของวงจรไฟหน้า ถูกควบคมุ ดว้ ยสวิตช์ไฟแสงสวา่ ง และสวิตชไ์ ฟสูง-ต่าซึง่ มี 3 ตาแหนง่ คือตาแหน่งไฟสงู ตาแหนง่ ไฟตา่ และตาแหน่งไฟขอทาง การทางานของวงจรไฟตดั หมอก ถูกควบคุมดว้ ยสวิตช์ไฟแสงสวา่ งและสวติ ชไ์ ฟตดั หมอก การแก้ไขขอ้ ขัดข้องของระบบไฟแสงสวา่ ง ต้องดาเนนิ การคน้ หาสาเหตปุ ัญหาก่อนท่จี ะทาการแก้ไขปัญหาที่เกดิ ข้นึ เพ่ือให้การแก้ไขกระทาไดเ้ ร็ว และลดเวลาการซอ่ ม


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook