Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หนังสือเรียน ป้องกันการทุจริต ม.ปลาย

หนังสือเรียน ป้องกันการทุจริต ม.ปลาย

Published by กศน.ตำบลบางเพรียง, 2021-07-23 09:14:54

Description: ป้องกันการทุจริต ม.ปลาย

Search

Read the Text Version

36 ในพระพุทธศาสนาและสถาบันสงฆอยางแทจริง ไมใช \"เด็กเสน-เด็กฝาก\" ฝายการเมืองซ่ึงสุดทายก็เขามา กอบโกยแสวงหาประโยชนไรซ งึ่ ยางอาย ไมมี \"หริ ิโอตตัปปะ\" ไมเ กรงกลวั ตอบาป \"คดเี งนิ ทอนวดั เปนประเดน็ ทีน่ ายสุวพนั ธุ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีวา การกระทรวงยุติธรรม ในฐานะ ประธานศูนยอ าํ นวยการตอตานการทจุ รติ แหงชาติ (ศอตช.) ใหความสําคัญ และติดตามความคืบหนาในการ ตรวจสอบมาโดยตลอด ท่ีผานมาไดกําชับใหหนวยงานตรวจสอบทุกหนวยปฏิบัติหนาที่อยางเครงครัด เนอ่ื งจากคดีนเ้ี ปน คดที ่ีประชาชนใหความสนใจ และยังเปนคดีท่ีกระทบตอความรูสึกของประชาชนจํานวนมาก ดวยยืนยันวาการตรวจสอบของ ศอตช. จะเนนดําเนินการกับเจาหนาที่รัฐที่เขาไปเกี่ยวของกับการทุจริต ในสว นของพระสงฆหลกั ฐานยงั ไมป รากฏชดั ถึงเจตนาในการกระทาํ ความผิด เบ้ืองตนขอมูลบงช้ีไปในแนวทางวา พระสงฆถูกเจาหนาท่ีหลอกใหเปดบัญชีเพื่อรับโอนเงินงบประมาณแลวโอนเงินสวนใหญคืนกลับเขาบัญชี สว นตวั ของเจาหนา ที”่ \"ปญหาในคดีเงินทอนวัดสะทอนใหเห็นถึงสภาพการทุจริตในวงราชการ ซึ่งในอดีตถูกปลอยปละ ละเลยไมม ีการตรวจสอบและปองปรามอยางจริงจังจากรัฐบาลชุดตาง ๆ จนกระท่ังการทุจริตในวงราชการ ลกุ ลามเขาไปในวดั ดึงวดั เขา มาเกี่ยวของกับการเบิกจา ยเงินงบประมาณ โดยวดั ไดรบั เงนิ เพยี งแค 5 – 7 ของวงเงิน งบประมาณ สว นท่เี หลอื ซง่ึ เปน เงินกอ นใหญถ ูกโอนกลับคืนเขาบญั ชีของเจาหนาที่รัฐ\" เลขาธิการคณะกรรมการ ปอ งกันและปราบปรามการทุจรติ ในภาครฐั กลา ว ท้งั นี้ ในเชงิ ลึกพบวา จากการตรวจสอบคดีเงินทอนวดั ซ่งึ พบมูลความผิดฐานทุจริตจํานวน 173 คดี บางเรื่องเกิดซาํ้ ข้นึ ในวัดแหง เดียว เน่อื งจากมีการต้งั โครงการเพอื่ ขอรับงบประมาณหลายคร้งั ในสวนของพระสงฆนั้น หากพิจารณาในแงก ฎหมายถอื วาเขาองคประกอบความผิดทางอาญาฐานรวมกันทุจริต เพราะไดเซ็นชื่อเปด บัญชีเพื่อรบั เงนิ งบประมาณ รบั โอนเงินงบประมาณเขา บัญชีสว นตัวหรอื บัญชขี องวัดแลวเบิกถอนเงินกอนจะนํา ฝากเพ่ือโอนเขาบัญชีของเจาหนาที่รัฐ และพบวาพระสงฆบางรูปเปดบัญชีรวมกับเจาหนาท่ีรัฐ แตใ นชนั้ การ ดําเนินคดีอาญายังตองพิสูจนเจตนาในการรับและโอนเงินดวยวากระทําลงไปเพราะถูกเจาหนาท่ีรัฐหลอกให หลงเชอื่ หรอื กระทําไปโดยรูเทาไมถ ึงการณวา เปนการทุจรติ งบประมาณของรัฐ การดาํ เนินงานท่ีผา นมา ตาํ รวจไดมกี ารนํากําลังเขา ตรวจคนบา นบุคคลตองสงสยั ทีเ่ ก่ียวของกับการ ทจุ รติ เงินทอนวดั ซึง่ มีท้งั พระสงฆและขาราชการ

37 ประเดน็ ใหผ ูเรยี นแบงกลมุ รว มกนั วิเคราะหโ ดยใชกระบวนการคิดเปน จากกรณีศึกษานวี้ า 1. หนวยงานท่เี กีย่ วของจะมีวธิ ีการดูแลอยา งไร เพื่อไมใ หเ กิดกรณีเงินทอนวัดไดอกี 2. จากกรณีศกึ ษามผี ลกระทบตอสังคมหรอื ไม อยา งไร แนวทางการทาํ กจิ กรรม 1. ครูแบงกลมุ ผูเรยี นอออกเปน 2 – 3 กลุมยอย ใหผูเรียนเลือกประธานกลุมและเลขานุการกลุม เพ่ือเปนผูนาํ และผูจดบันทึกผลการอภิปรายของกลุมตามลาํ ดับ และนาํ ผลการอภิปรายที่บันทึกไวไปเสนอ ตอที่ประชุมใหญ จากนนั้ ใหผูเรียนทุกกลุมอภิปรายถกแถลงเพื่อหาคําตอบตามประเด็นที่กําหนดใหครูติดตาม สงั เกตการใชเ หตผุ ลของแตล ะกลมุ หากขอ มลู ยงั ไมเ พยี งพอ ครอู าจชแ้ี นะใหอ ภิปรายเพมิ่ เติมได 2. เลขานุการกลุมบันทึกผลการพิจารณาหาคําตอบตามประเด็นที่กําหนดตามกระบวนการคิด ดังตัวอยาง และนาํ คําตอบนั้นไปรายงานในที่ประชุมกลุมใหญ (หากมีผูเรียนไมมาก ครูอาจใหมีการสนทนา หรืออภิปรายถกแถลงกนั ในกลุม ใหญเลย โดยไมตอ งแบง กลมุ ยอ ยกไ็ ด)

38 เรอื่ งที่ 5 บทบาทของรัฐ/เจาหนา ทีข่ องรฐั ทเ่ี กี่ยวขอ งกับการปองกนั ปราบปรามเก่ียวกบั การทุจรติ 1. บทบาทของรัฐ หลักคิดการแยกประโยชนส ว นตนและประโยชนส วนรวมอยางเด็ดขาดดังกลาวนี้ สอดคลองกับ แนวปฏิบตั ขิ องเจา หนา ท่ีของรฐั ตามประมวลจรยิ ธรรมขา ราชการพลเรือน ขอ 5 ทก่ี าํ หนดใหเ จาหนาทขี่ องรัฐ ตอ งแยกเรอื่ งสว นตวั ออกจากตําแหนงหนา ที่ และยึดถอื ประโยชนส ว นรวมของประเทศชาติเหนอื กวา ประโยชน สว นตน โดยอยางนอ ยตอ งวางตน ดังนี้ 1.1 ไมนาํ ความสัมพันธสวนตัวที่ตนมีตอบุคคลอื่น ไมวาจะเปนญาติพี่นอง พรรคพวก เพ่ือนฝูง หรอื ผมู ีบุญคณุ สว นตัวมาประกอบการใชดุลยพนิ จิ ใหเปน คณุ หรือเปน โทษแกบุคคลนนั้ หรอื ปฏบิ ตั ิตอ บุคคลนนั้ ตางจากบคุ คลอื่นเพราะชอบหรอื ชัง 1.2 ไมใชเวลาราชการ เงิน ทรัพยสิน บุคลากร บริการ หรือส่ิงอํานวยความสะดวกของทางราชการ ไปเพอ่ื ประโยชนสว นตวั ของตนเองหรอื ผูอ่นื เวน แตไ ดรบั อนญุ าตโดยชอบดว ยกฎหมาย 1.3 ไมกระทําการใด หรือดํารงตําแหนง หรือปฏิบัติการใดในฐานะสวนตัว ซ่ึงกอใหเกิดความ เคลือบแคลงหรือสงสยั วาจะขัดกับประโยชนสวนรวมท่อี ยูในความรบั ผิดชอบของหนา ท่ี ในกรณมี คี วามเคลอื บแคลง หรือสงสัย ใหขาราชการผูน้ันยุติการกระทาํ ดังกลาวไวกอนแลวแจงใหผูบังคับบัญชา หัวหนาสวนราชการ และคณะกรรมการจริยธรรมพิจารณา เมื่อคณะกรรมการจริยธรรมวินิจฉยั เปน ประการใดแลว จึงปฏิบัตติ ามนัน้ 1.4 ในการปฏิบตั หิ นา ท่ีท่ีรับผิดชอบในหนวยงานโดยตรงหรือหนาที่อื่นในราชการ รัฐวิสาหกิจ องคการมหาชน หรอื หนวยงานของรัฐ ขาราชการตองยึดถือประโยชนของทางราชการเปนหลัก ในกรณีที่มี ความขัดแยงระหวางประโยชนของทางราชการหรือประโยชนสวนรวมกับประโยชนสวนตนหรือสวนกลุม อนั จําเปน ตองวนิ ิจฉยั หรอื ชข้ี าด ตองยดึ ประโยชนข องทางราชการและประโยชนสวนรวมเปน สาํ คัญ รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ไดกําหนดบทบาทหนวยงานของรัฐ ทเี่ กี่ยวขอ งกบั การปอ งกนั และปราบปรามเก่ยี วกับการทุจรติ ในดานตาง ๆ ดังนี้

39 บทบาทของรฐั ภารกจิ ที่รบั ผิดชอบ 1. ดานการใหความรู การสรา งความเขาใจ 1.1 ตองสงเสริม สนับสนุน และใหความรูแกประชาชน การรณรงคและสง เสริมการมีสว นรวม ถึ ง อั น ต ร า ย ท่ี เ กิ ด จ า ก ก า ร ทุ จ ริ ต แ ล ะ ป ร ะ พ ฤ ติ มิ ช อ บ ทงั้ ในภาครัฐและภาคเอกชน และจัดใหม มี าตรการและกลไก ท่ี มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ เ พ่ื อ ป อ ง กั น แ ล ะ ข จั ด ก า ร ทุ จ ริ ต แ ล ะ ประพฤติมิชอบดังกลาวอยางเขมงวด รวมทั้งกลไกในการ สงเสรมิ ใหประชาชนรวมตัวกัน เพ่ือมสี วนรว มในการรณรงค ใหความรู ตอตาน หรือช้ีเบาะแส โดยไดรับความคุมครอง จากรัฐตามทก่ี ฎหมายบญั ญตั ิ 1.2 รัฐพึงจัดใหมีกฎหมายเพียงเทาที่จําเปนและยกเลิก หรือปรบั ปรงุ กฎหมายทหี่ มดความจําเปนหรือไมสอดคลอง กับสภาพการณ หรือท่ีเปนอุปสรรคตอการดํารงชีวิตหรือ ก า ร ป ร ะ ก อ บ อ า ชี พ โ ด ย ไ ม ชั ก ช า เ พื ่อ ไ ม ใ ห เ ป น ภ า ร ะ แกประชาชน และดําเนินการใหประชาชนเขาถึงตัวบท กฎหมายตาง ๆ ไดโดยสะดวกและสามารถเขาใจกฎหมาย ไดงา ยเพอ่ื ปฏิบตั ิตามกฎหมายไดอ ยางถกู ตอง กอ นการตรากฎหมายทกุ ฉบับ รัฐพึงจัดใหมีการรับฟง ความคิดเห็นของผูเกี่ยวของ วิเคราะหผลกระทบที่อาจ เกิดข้ึนจากกฎหมายอยางรอบดานและเปนระบบ รวมท้ัง เปดเผยผลการรับฟงความคิดเห็นและการวิเคราะหนั้นตอ ประชาชน และนาํ มาประกอบการพจิ ารณาในกระบวนการตรา กฎหมายทุกข้ันตอน เมื่อกฎหมายมีผลใชบังคับแลวรัฐพึง จั ด ใ ห มี ก า ร ป ร ะ เ มิ น ผ ล สั ม ฤ ท ธ์ิ ข อ ง ก ฎ ห ม า ย ทุ ก ร อ บ ระยะเวลาท่กี ําหนดโดยรับฟงความคิดเห็นของผูเกี่ยวของ ประกอบดวย เพื่อพัฒนากฎหมายทุกฉบับใหสอดคลอง และเหมาะสมกับบริบทตา ง ๆ ทีเ่ ปลีย่ นแปลงไป รัฐพึงใชระบบอนุญาตและระบบคณะกรรมการใน กฎหมายเฉพาะกรณีท่ีจําเปนพึงกําหนดหลักเกณฑการใช ดุลพนิ ิจของเจาหนา ท่ีของรฐั และระยะเวลาในการดําเนินการ

บทบาทของรฐั 40 ภารกิจทร่ี ับผิดชอบ ตามขั้นตอนตา ง ๆ ท่บี ัญญตั ิไวในกฎหมายใหชัดเจน และพึง กําหนดโทษอาญาเฉพาะความผดิ รา ยแรง 1.3 รัฐพึงสงเสริมใหประชาชนและชุมชนมีความรู ความเขา ใจทีถ่ กู ตอ งเก่ียวกับการปกครองระบอบประชาธปิ ไตย อันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขและมีสวนรวมในการ พฒั นาประเทศดานตาง ๆ การจัดทําบริการสาธารณะ ทั้งใน ระดับชาติและระดับทองถ่ินการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐ การตอตานการทุจริตและประพฤติมิชอบ รวมตลอดท้ังการ ตัดสนิ ใจทางการเมอื งและการอื่นใดบรรดาท่ีอาจมีผลกระทบ ตอ ประชาชนหรอื ชุมชน 1.4 องคกรปกครองสวนทองถิ่นมีหนาที่และอํานาจดูแล และจัดทําบริการสาธารณะ และกิจกรรมสาธารณะ เพอ่ื ประโยชนของประชาชนในทองถ่ินตามหลักการพัฒนา อยางยั่งยืน รวมท้ังสงเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษา ใหแกป ระชาชนในทอ งถ่นิ ท้งั นี้ ตามที่กฎหมายบญั ญัติ 1.5 ดําเนินการปฏิรูปประเทศอยางนอยในดานตาง ๆให เกดิ ผลดังตอ ไปนี้ (1) ใหประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย ทรงเปนประมขุ มสี ว นรว มในการดาํ เนินกจิ กรรมทางการเมอื ง รวมตลอดท้ังการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐ รูจักยอมรับ ในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตท่ีแตกตางกัน และให ประชาชนใชสิทธิเลือกต้ังออกเสียงประชามติโดยอิสระ ปราศจากการครอบงําไมวาดว ยทางใด (2) ใหการดําเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองเปนไป โดยเปดเผยและตรวจสอบได เพื่อใหพรรคการเมือง พฒั นาเปนสถาบนั ทางการเมืองของประชาชน ซ่ึงมีอุดมการณ

บทบาทของรฐั 41 2. ดา นการส่ือสารขอ มลู หรอื ขา วสาร ภารกิจท่ีรบั ผิดชอบ ตอสาธารณะ ทางการเมืองรวมกนั มีกระบวนการใหสมาชิกพรรคการเมือง มีสว นรว มและมีความรบั ผิดชอบอยางแทจริงในการดาํ เนิน กิจกรรมทางการเมือง และการคดั เลอื กผูมีความรูความสามารถ ซื่อสัตยสุจริตและมีคุณธรรมจริยธรรมเขามาเปนผูดํารง ตาํ แหนงทางการเมอื งที่ชดั เจนและเปน รปู ธรรม (3) มกี ลไกท่ีกําหนดความรับผิดชอบของพรรคการเมือง ในการประกาศโฆษณานโยบายที่มิไดวิเคราะหผลกระทบ ความคุมคาและความเสย่ี งอยา งรอบดา น 2.1 รัฐพึงพัฒนาระบบการบริหารราชการแผนดิน ท้งั ราชการสวนกลางสวนภูมิภาค สวนทองถิ่นและงานของรัฐ อยา งอื่นใหเปนไปตามหลักการบริหารกิจการบานเมืองที่ดี โดยหนวยงานของรัฐตองรวมมือและชว ยเหลือกันในการ ปฏิบัติหนาท่ีเพื่อใหการบริหารราชการแผนดิน การจัดทํา บรกิ ารสาธารณะ และการใชจายเงนิ งบประมาณมีประสิทธิภาพ สูงสุดเพื่อประโยชนสุขของประชาชน รวมตลอดทั้งพัฒนา เจาหนาท่ีของรัฐใหมีความซ่ือสัตยสุจริต และมีทัศนคติ เปนผูใหบริการประชาชนใหเกิดความสะดวกรวดเร็วไม เลอื กปฏิบัตแิ ละปฏิบัติหนาทอี่ ยางมีประสทิ ธภิ าพ 2.2 รัฐพึงจัดใหมีกฎหมายเพียงเทาท่ีจําเปนและยกเลิก หรือปรับปรงุ กฎหมายที่หมดความจําเปนหรือไมสอดคลองกับ สภาพการณหรือที่เปนอุปสรรคตอการดํารงชีวิตหรือ การประกอบอาชีพโดยไมชักชา เพ่ือไมใหเปนภาระแก ประชาชนและดําเนินการใหประชาชนเขาถึงตัวบทกฎหมาย ตาง ๆ ไดโดยสะดวกและสามารถเขาใจกฎหมายไดงาย เพ่ือปฏบิ ัตติ ามกฎหมายไดอ ยา งถกู ตอ ง 2.3 องคกรปกครองสวนทองถ่ินมีหนาท่ีและอํานาจดูแล และจัดทําบริการสาธารณะ และกิจกรรมสาธารณะ

บทบาทของรฐั 42 ภารกจิ ที่รบั ผิดชอบ เพ่ือประโยชนของประชาชนในทองถ่ินตามหลักการพัฒนา อยา งยง่ั ยนื รวมทั้งสงเสริม และสนับสนุนการจัดการศึกษา ใหแกประชาชนในทองถ่ิน ท้ังน้ี ตามท่ีกฎหมายบัญญัติการ จัดทําบริการสาธารณะ และกิจกรรมสาธารณะใดที่สมควร ใหเปนหนาที่และอํานาจโดยเฉพาะขององคกรปกครอง สวนทอ งถนิ่ แตละรูปแบบหรือใหองคกรปกครองสวนทองถ่ิน เปนหนวยงานหลักในการดําเนินการใดใหเปนไปตามท่ี กฎหมายบัญญัติ ซึ่งตองสอดคลองกับรายไดขององคกร ปกครองสวนทองถ่ินตามวรรคสี่และกฎหมายดังกลา อยางนอย ตองมีบทบัญญัติเก่ียวกับกลไกและข้ันตอนในการกระจาย หนาที่และอํานาจตลอดจนงบประมาณและบุคลากรท่ี เกี่ยวกับหนาท่ีและอํานาจดังกลาวของสวนราชการใหแก อ ง ค ก ร ป ก ค ร อ ง ส ว น ท อ ง ถ่ิ น ด ว ย ใ น ก า ร จั ด ทํ า บ ริ ก า ร สาธารณะหรือกิจกรรมสาธารณะใดท่ีเปนหนาท่ีและอํานาจ ขององคกรปกครองสวนทองถิ่น ถาการรวมดําเนินการกับ เอกชนหรือหนวยงานของรัฐหรือการมอบหมายใหเอกชน หรือหนวยงานของรัฐดําเนินการจะเปนประโยชนแก ประชาชนในทองถ่ินมากกวาการท่ีองคกรปกครองสวนทองถ่ิน จะดําเนินการเององคกรปกครองสวนทองถ่ินจะรวมหรือ มอบหมายใหเอกชนหรือหนว ยงานของรัฐดาํ เนินการนั้นกไ็ ด รัฐตองดําเนินการใหองคกรปกครองสวนทองถ่ินมี รายไดของตนเอง โดยจัดระบบภาษีหรือการจัดสรรภาษีที่ เหมาะสม รวมท้ังสง เสรมิ และพัฒนาการหารายไดข ององคกร ปกครองสวนทองถ่ิน ทั้งน้ี เพ่ือใหสามารถดําเนินการตาม วรรคหนึ่งไดอยางเพียงพอในระหวางทยี่ งั ไมอ าจดาํ เนนิ การ ไดใหรัฐจัดสรรงบประมาณ เพื่อสนับสนุนองคกรปกครอง สวนทอ งถนิ่ ไปพลางกอน

บทบาทของรฐั 43 3. ดานการจดั ทําแผน มาตรการ ภารกจิ ทีร่ บั ผิดชอบ คูมือหลักสูตร พฒั นาระบบงาน กฎหมายตามวรรคหน่ึงและกฎหมายที่เกี่ยวกับการ สมรรถนะบุคลากรและองคความรู บริหารราชการสวนทองถิ่นตองใหองคกรปกครองสวน ทองถิ่นมีอิสระในการบริหาร การจัดทําบริการสาธารณะ การสงเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาการเงินและ การคลัง และการกํากับดูแลองคกรปกครองสวนทองถิ่น ซึ่งตองทําเพียงเทาท่ีจําเปนเพื่อการคุมครองประโยชนของ ประชาชนในทองถ่ินหรือประโยชนของประเทศเปนสวนรวม การปองกนั การทุจริตและการใชจายเงินอยางมีประสิทธิภาพ โดยคํานึงถึงความเหมาะสมและความแตกตางขององคกร ปกครองสวนทองถิ่นแตละรูปแบบ และตองมีบทบัญญัติ เ ก่ี ย ว กั บ ก า ร ป อ ง กั น ก า ร ขั ด กั น แ ห ง ผ ล ป ร ะ โ ย ช น แ ล ะ การปองกันการกาวกายการปฏิบัติหนาท่ีของขาราชการ สว นทองถิ่นดว ย 3.1 ตองสงเสริมสนับสนุนและใหความรูแกประชาชน ถึงอันตรายท่ีเกิดจากการทุจริตและประพฤติมิชอบ ทั้งใน ภาครัฐและภาคเอกชน และจัดใหมีมาตรการและกลไกที่มี ประสิทธิภาพเพื่อปองกันและขจัดการทุจริตและประพฤติ มชิ อบดังกลาวอยางเขมงวด รวมทั้งกลไกในการสงเสริมให ประชาชนรวมตัวกันเพื่อมีสวนรวม ในการรณรงคใหความรู ตอตา นหรือช้ีเบาะแส โดยไดรับความคุมครองจากรัฐตามท่ี กฎหมายบัญญตั ิ 3.2 รัฐพึงจัดใหมียุทธศาสตรชาติเปนเปาหมายการพัฒนา ประเทศอยางยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อใชเปนกรอบ ในการจัดทําแผนตาง ๆ ใหสอดคลองและบูรณาการกัน เพ่อื ใหเ กดิ เปน พลังผลกั ดันรวมกันไปสูเปา หมายดังกลาว 3.3 สมาชิกสภาผแู ทนราษฎรและสมาชกิ วุฒสิ ภาตอง (1) ไมดํารงตําแหนงหรือหนาที่ใดในหนวยราชการ

บทบาทของรฐั 44 ภารกจิ ทรี่ บั ผดิ ชอบ หนว ยงานของรฐั หรอื รฐั วสิ าหกจิ หรือตาํ แหนงสมาชิกสภา ทองถนิ่ หรอื ผูบรหิ ารทองถิ่น (2) ไมรับหรือแทรกแซงหรือกาวกายการเขารับ สัมปทานจากรัฐ หนว ยราชการ หนว ยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเขาเปนคูสัญญากับรัฐ หนวยราชการหนวยงานของรัฐ หรอื รัฐวิสาหกิจ อันมีลักษณะเปนการผูกขาดตัดตอน หรือ เปนหุนสวน หรือผูถือหุนในหางหุนสวน หรือบริษัทที่รับ สัมปทาน หรือเขาเปนคูสัญญาในลักษณะดังกลาว ท้ังน้ี ไมว า โดยทางตรงหรอื ทางออม (3) ไมรับเงินหรือประโยชนใด ๆ จากหนวยราชการ หน วย ง าน ขอ ง รั ฐ ห รื อ รั ฐ วิ ส า หกิ จ เ ป นพิ เ ศษนอ ก เ ห นื อ ไปจากที่หนวยราชการ หนวยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ ปฏบิ ตั ติ อบุคคลอ่ืน ๆ ในธรุ กจิ การงานปกติ (4) ไมกระทําการใด ๆ ไมวาโดยทางตรงหรือทางออม อนั เปน การขัดขวางหรือแทรกแซงการใชสิทธิหรือเสรีภาพ ของหนังสือพมิ พหรอื สอ่ื มวลชนโดยมชิ อบ 3.4 สมาชกิ สภาผแู ทนราษฎรหรอื สมาชกิ วุฒิสภาตองไมใช สถานะหรือตําแหนงการเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือ สมาชิกวุฒิสภากระทําการใด ๆ อันมีลักษณะที่เปนการ กา วกาย หรอื แทรกแซงเพ่อื ประโยชนของตนเองของผูอื่นหรือ ของพรรคการเมืองไมวาโดยทางตรงหรือทางออม ในเร่ือง ดงั ตอไปนี้ (1) การปฏิบัติราชการหรือการดําเนินงานในหนาท่ี ประจาํ ของขาราชการ พนกั งาน หรอื ลกู จางของหนวยราชการ หนวยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ กิจการที่รัฐถือหุนใหญหรือ ราชการสวนทองถ่นิ

บทบาทของรัฐ 45 ภารกจิ ท่รี ับผดิ ชอบ (2) กระทําการในลักษณะที่ทําใหตนมีสวนรวมในการใช จายเงินงบประมาณหรือใหความเห็นชอบ ในการจัดทํา โครงการใด ๆ ของหนว ยงานของรฐั เวน แตเปน การดาํ เนินการ ในกิจการของรัฐสภา (3) การบรรจุ แตง ตงั้ โยกยาย โอน เลื่อนตําแหนงเล่ือน เงินเดือนหรือการใหพนจากตําแหนงของขาราชการ ซึ่งมี ตําแหนงหรือเงินเดือนประจําและมิใชขาราชการการเมือง พนักงาน หรือลูกจางของหนวยราชการหนวยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ กิจการท่ีรัฐถือหุนใหญหรอื ราชการสวนทอ งถน่ิ 3.5 รัฐมนตรีตองไมเปนหุนสวนหรือผูถือหุนในหางหุนสวน หรือบริษัทหรือไมคงไวซ่ึงความเปนหุนสวนหรือผูถือหุนใน หา งหุนสว นหรือบริษัทตอไปตามจํานวนที่กฎหมายบัญญัติ และตอ งไมเ ปน ลกู จา งของบคุ คลใด 2. หนา ทีข่ องรัฐ รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 กําหนดหนาที่ของรัฐที่เกี่ยวของกับ การปองกนั และปราบปรามเกยี่ วกับการทุจริต ตอ งมกี ารดาํ เนนิ การ ดังนี้ 2.1 รฐั ตอ งเปด เผยขอมูลหรอื ขา วสารสาธารณะในครอบครองของหนว ยงานของรัฐที่มิใชขอมูล เก่ยี วกับความมน่ั คงของรฐั หรอื เปนความลับของทางราชการท่ีกฎหมายบญั ญัติ และตองจดั ใหป ระชาชนเขา ถงึ ขอ มูลหรอื ขาวสารดังกลาวไดโดยสะดวก 2.2 รฐั ตอ งสงเสรมิ สนบั สนุน และใหความรูแกประชาชนถึงอันตรายที่เกิดจากการทุจริตและ ประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน และจัดใหมีมาตรการและกลไกท่ีมีประสิทธิภาพ เพ่ือปองกัน และขจัดการทจุ ริตและประพฤตมิ ิชอบดงั กลาวอยางเขมงวด รวมท้ังกลไกในการสงเสริมใหประชาชนรวมตัวกัน เพ่อื มีสวนรว มในการรณรงคใหความรู ตอตา น หรือช้ีเบาะแส โดยไดรับความคุมครองจากรัฐตามที่กฎหมาย บญั ญัติ

46 3. แนวนโยบายแหงรัฐ รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 กําหนดแนวนโยบายที่เกี่ยวของกับการ ปองกนั และปราบปรามเก่ยี วกบั การทุจริต ไวด ังนี้ 3.1 รฐั พงึ พฒั นาระบบการบริหารราชการแผนดินท้ังราชการสวนกลาง สวนภูมิภาค สวนทองถ่ิน และงานของรัฐอยางอื่น ใหเปน ไปตามหลักการบริหารกิจการบานเมืองท่ีดี ตลอดทั้งพัฒนาเจาหนาที่ของรัฐ ใหมคี วามซ่อื สตั ยส จุ ริต 3.2 รัฐพึงจัดใหมีมาตรฐานทางจริยธรรม เพื่อใหหนวยงานของรัฐใชเปนหลักการกําหนด ประมวลจริยธรรมสาํ หรับเจา หนาทข่ี องรัฐในหนวยงานนนั้ ๆ ซ่งึ ตองไมต ํ่ากวา มาตรฐานทางจริยธรรมดงั กลาว 4. เจา หนาท่ีของรัฐที่เกี่ยวขอ งกบั การปองกนั และปราบปรามเกยี่ วกับการทจุ ริต เจาหนา ท่ขี องรฐั นบั วา เปนผูท่ีมีสวนที่เกี่ยวของในการปองกันและปราบปรามเกี่ยวกับการทุจริต โดยสอดคลองกบั แนวปฏบิ ตั ขิ องเจาหนา ท่ีของรัฐ ตามประมวลจริยธรรมขาราชการพลเรือน ขอ 5 ที่กําหนดให เจา หนา ที่ของรฐั ตอ งแยกเร่อื งสวนตัวออกจากตําแหนงหนาท่ี และยึดถือประโยชนสวนรวมของประเทศชาติ เหนอื กวา ประโยชนส วนตน โดยอยางนอยตอ งวางตน ดังน้ี 4.1 ไมนําความสัมพนั ธส วนตัวทต่ี นมีตอบคุ คลอืน่ ไมว าจะเปนญาติพีน่ อง พรรคพวก เพื่อนฝูงหรือ ผมู บี ุญคุณสว นตัว มาประกอบการใชดุลยพินิจใหเปนคุณหรือเปนโทษแกบุคคลนั้น หรือปฏิบัติตอบุคคลน้ัน ตา งจากบุคคลอน่ื เพราะชอบหรอื ชัง 4.2 ไมใชเวลาราชการ เงิน ทรัพยสิน บุคลากร บริการ หรือส่ิงอํานวยความสะดวกของทาง ราชการไป เพ่อื ประโยชนส ว นตวั ของตนเองหรอื ผอู ่ืน เวน แตไ ดรบั อนญุ าตโดยชอบดวยกฎหมาย 4.3 ไมกระทําการใด หรือดํารงตําแหนง หรือปฏิบัติการใดในฐานะสวนตัว ซึ่งกอใหเกิดความ เคลือบแคลงหรอื สงสัยวา จะขัดกบั ประโยชนสวนรวมท่อี ยใู นความรบั ผดิ ชอบของหนาที่

47 กจิ กรรม คาํ ชแ้ี จง ใหผูเรียนแบง กลุมรวมกนั อภปิ รายในประเดน็ ตอไปนี้ 1. ผเู รียนจะปฏบิ ัตอิ ยางไร ถา ทราบวาเจาหนาทีข่ องรัฐมกี ารทุจรติ 2. ผูเรียนมคี วามคิดเห็นอยา งไรตอบทบาทของรัฐในการปองกนั ปราบปรามเก่ยี วกบั การทจุ ริต

48 บทท่ี 2 ความละอายและความไมท นตอ การทุจริต สาระสาํ คญั การทุจริตในทุกระดับกอใหเกิดความเสียหายตอสังคม ประเทศชาติ จําเปนที่จะตองแกปญหา ดว ยการสรางสงั คมทีไ่ มท นตอ การทุจริต โดยเรมิ่ ต้งั แตกระบวนการกลอ มเกลาทางสังคมทุกชวงวัย ปฏิบัติตน ตามกฎ กตกิ าของสงั คมในเร่อื งตา ง ๆ เชน การทาํ งานทไ่ี ดร บั มอบหมาย การสอบ การเลือกต้ัง การรวมกลุม เพอ่ื สรางสรรคปอ งกนั การทจุ ริตไดอ ยางถกู ตอง ตวั ชว้ี ัด 1. อธบิ ายเกี่ยวกบั รายละเอียดการทุจริตของประเทศไทย/โลกได 2. อธิบายความละอายและความไมทนตอการทุจรติ ได 3. สามารถคดิ วเิ คราะหในการทํากจิ กรรมท่ีเกีย่ วขอ งไดถ ูกตอ ง ขอบขา ยเนื้อหา เร่อื งที่ 1 การทจุ รติ เร่อื งที่ 2 ความละอายและความไมท นตอการทจุ รติ

49 เรือ่ งท่ี 1 การทุจริต 1. ความหมายของการทุจรติ การทุจริต (Corruption) หมายถึง ประพฤติชั่ว คดโกง ไมซื่อตรง การใชอํานาจที่ไดรับมา หรอื การใชทรพั ยส นิ ทีม่ ีอยูในทางมชิ อบ เพ่อื ประโยชนตอ ตนเองและครอบครัว เพ่ือน คนรูจัก หรือประโยชน อื่นใดอันมิควรได ซ่ึงกอใหเกิดความเสียหายตอ ประโยชนข องผูอนื่ การทจุ ริตตอหนาที่ หมายถึง การปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติอยางใดในพฤติกรรมที่อาจทําให ผอู ื่นเชือ่ วามตี ําแหนงหนาที่ท้ังที่ตนมิไดมีตําแหนงหนาที่น้ัน หรือใชอํานาจในตําแหนงหนาที่ท้ังน้ี เพ่ือแสวงหา ผลประโยชนท ี่มิควรไดโดยชอบสาํ หรับตนเอง หรือผูอน่ื 2. รปู แบบการทจุ ริต การทุจรติ ท่เี กดิ ข้ึนในวงราชการและแวดวงการเมือง เปนพฤตกิ รรมทเ่ี จาหนาที่ของรัฐใชอํานาจ ในตําแหนงหนาที่โดยมิชอบ เพื่อมุงหวังผลประโยชนสวนตัว สามารถแบงได 3 ลักษณะ คือ แบงตาม ผูทีเ่ กี่ยวของ แบงตามกระบวนการทใี่ ช และแบงตามลักษณะรปู ธรรม ดังน้ี 2.1 แบงตามผูที่เกี่ยวของ เปนรูปแบบการทุจริตในเรื่องของอํานาจและความสัมพันธ แบบอปุ ถมั ภร ะหวางผทู ี่ใหก ารอปุ ถัมภ (ผใู หการชวยเหลือ) กับผูถูกอุปถัมภ (ผูที่ไดรับการชวยเหลือ) โดยใน กระบวนการการทจุ รติ จะมี 2 ประเภท คือ ประเภทที่ 1 การทุจริตโดยขา ราชการ (Corrupt officials) หมายถงึ การกระทําท่ีมีการใช หนวยงานราชการเพอื่ มงุ แสวงหาผลประโยชนจ ากการปฏิบัติงานของหนว ยงานนน้ั ๆ มากกวาประโยชนสวนรวม ของสังคมหรอื ประเทศ โดยลกั ษณะของการทุจริตโดยขาราชการสามารถแบง ออกเปน 2 ประเภทยอย ดงั น้ี 1. การคอรรัปชันตามน้ํา (corruption without theft) จะปรากฏข้ึน เมอื่ เจาหนา ทขี่ องรฐั ตองการสินบน โดยใหมีการจายตามชองทางปกติของทางราชการ แตใหเพิ่มสินบนรวม เขา ไวก ับการจายคาบริการของหนวยงานนั้น ๆ โดยท่ีเงินคาบริการปกติที่หนวยงานน้ันจะตองไดรับก็ยังคง ไดรับตอ ไป เชน การจายเงินพิเศษใหแ กเจาหนาทใ่ี นการออกเอกสารตาง ๆ นอกเหนือจากคาธรรมเนียมปกติ ที่ตอ งจายอยแู ลว เปน ตน 2. การคอรรัปชันทวนน้ํา (corruption with theft) เปนการคอรรัปชัน ในลักษณะทเ่ี จาหนาที่ของรัฐจะเรียกรอ งเงนิ จากผูข อรับบรกิ ารโดยตรง โดยที่หนวยงานนั้นไมไ ดมีการเรยี กเกบ็ เงนิ คาบริการแตอยางใด เชน ในการออกเอกสารของหนวยงานราชการไมไดมีการกําหนดใหตองเสียคาใชจาย ในการดําเนินการ แตกรณีน้มี ีการเรียกเก็บคาใชจายจากผูท ีม่ าใชบรกิ ารของหนว ยงานของรัฐ

50 ประเภทที่ 2 การทุจรติ โดยนักการเมอื ง (political corruption) เปน การใชหนวยงานของ ทางราชการโดยบรรดานักการเมืองเพ่ือมุงแสวงหาผลประโยชนในทางการเงินมากกวาประโยชนสวนรวม ของสังคมหรือประเทศเชนเดียวกัน โดยรูปแบบหรือวิธีการทั่วไปจะมีลักษณะเชนเดียวกับการทุจริต โดยขาราชการ แตจ ะเปนในระดับทีส่ งู กวา เชน การทจุ รติ ในการประมูลโครงการกอ สรา งขนาดใหญ และมกี าร เรียกรับ หรอื ยอมจะรบั ทรพั ยส ินหรือประโยชนต าง ๆ จากภาคเอกชน เปน ตน 2.2 แบงตามกระบวนการทใี่ ชม ี 2 ประเภท คือ ประเภทที่ 1 เกิดจากการใชอํานาจในการกําหนด กฎ กติกาพ้ืนฐาน เชน การออกกฎหมาย และกฎระเบยี บตาง ๆ เพือ่ อาํ นวยประโยชนต อกลุมธุรกจิ ของตนหรอื พวกพอ ง ประเภทที่ 2 เกิดจากการใชอํานาจหนาที่เพื่อแสวงหาผลประโยชนจากกฎ และระเบียบ ท่ดี ํารงอยู ซึง่ มักเกดิ จากความไมช ดั เจนของกฎและระเบยี บเหลา น้นั ทที่ ําใหเจาหนาที่สามารถใชความคิดเห็น ของตนได และการใชค วามคดิ เห็นนัน้ อาจไมถกู ตองหากมีการใชไ ปในทางท่ีผดิ หรอื ไมยตุ ิธรรมได 2.3 แบง ตามลักษณะรปู ธรรม มีทง้ั หมด 4 รปู แบบ คือ รูปแบบที่ 1 คอรรัปชันจากการจัดซื้อจัดหา (Procurement Corruption) เชน การจดั ซื้อส่งิ ของในหนวยงาน โดยมีการคิดราคาเพม่ิ หรอื ลดคุณสมบัติแตก าํ หนดราคาซื้อไวเ ทา เดิม รูปแบบท่ี 2 คอรรัปชันจากการใหสัมปทาและสิทธิพิเศษ (Concessionaire Corruption) เชน การใหเ อกชนรายใดรายหนงึ่ เขา มามีสิทธิในการจัดทาํ สมั ปทานเปน กรณพี เิ ศษตา งกบั เอกชนรายอ่ืน รูปแบบที่ 3 คอรรัปชันจากการขายสาธารณสมบัติ (Privatization Corruption) เชน การขายกิจการของรฐั วิสาหกจิ หรอื การยกเอาท่ดี ิน ทรพั ยส ินไปเปน สิทธกิ ารครอบครองของตางชาติ เปนตน รูปแบบที่ 4 คอรรัปชันจากการกํากับดูแล (Regulatory Corruption) เชน การกํากับ ดูแลในหนว ยงานแลว ทาํ การทจุ ริตตาง ๆ เปน ตน 3. สาเหตุทที่ ําใหเ กิดการทุจรติ 3.1 การขาดคุณธรรม ผูที่ทุจริตฉอราษฎรบังหลวงกลาวไดวา เปนผูขาดคุณธรรม คุณธรรมท่ีขาด ไดแก ความซื่อสัตยสุจริต ความละอายบาป ความกตัญูกตเวที ในสมัยกอนความซื่อสัตยสุจริตเปนคุณธรรม ท่ีไดรับการเนนเปนพิเศษ ถือวาเปนเครื่องวัดความดีของคน คนที่ขาดความซ่ือสัตยสุจริตถือวาเปนคนไมดี เปนคนท่ีไมควรคบ เปนคนท่ีไมควรเอาเขามาทํางาน ในพระพุทธศาสนาความซ่ือสัตยสุจริต หรือสัจจะ ถือเปนหลักธรรมทส่ี าํ คญั เปนหลักธรรมทีส่ อดแทรกอยูในขอแรกของฆราวาสธรรม 4 ในขอ 2 ของอธิษฐานธรรม 4 ในขอ 4 ของเบญจธรรม 5 ในขอ 7 ของบารมี 10 สัจจะ หมายถึง ความจริง ความซ่ือตรงความซ่ือสัตย ความจริงใจ ผูมีสัจจะจะตองมีความจริงตอคําพูด การกระทํา หนาท่ี และบุคคลคือจะตองพูดจริง ทําจริง ซอื่ ตรงตอ หนาท่ี มีความจรงิ ใจตอ ผูอืน่ ผมู สี ัจจะจะไมเปนผูทุจรติ ไมวา กรณใี ด ๆ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา

51 เจา อยหู วั พระมหาธรี ราชเจา ผูท รงกอ ตั้งกองเสือปาและกองลูกเสือ ไดทรงอบรมส่ังสอนใหเสือปาและลูกเสือ ยึดม่ันในความซ่ือสัตยสุจริต ไดพระราชทานคําขวัญแกเสือปาและลูกเสือวา “เสียชีพอยาเสียสัตย” หริ ิ หรือความละอายบาป และโอตตปั ปะ ความเกรงกลวั บาป ถอื เปน ธรรมคุมครองโลก (โลกบาล) ทําใหโลก มีความเปนระเบยี บเรยี บรอ ยไมเดือดรอ นและสบั สนวนุ วาย กอ นนี้คนไทยสว นใหญเช่ือในเรื่องบุญบาป เช่ือใน เรื่องกฎแหง กรรม เชื่อในเร่ืองสังสารวัฏ - การเวียนวายตายเกิด จึงเปนผูมีหิริโอตตัปปะ ไมฉอราษฎรบังหลวง แตในปจ จุบันคนจํานวนไมนอยโดยเฉพาะผูท่ีมีการศึกษาจบจากตางประเทศมักจะไมเชื่อในเร่ืองบุญและบาป ไมเชื่อในเร่ืองกฎแหงกรรม จึงขาดหิริโอตตัปปะ ทําการทุจริต ทําความชั่วกันมากข้ึนและถือวาการทุจริต เปนวิถีชีวติ เมอ่ื สังคมและโลกขาดหริ โิ อตตปั ปะเปนธรรมเครอื่ งคุมครอง สังคม และโลก จงึ ขาดความเปน ระเบียบ เรยี บรอ ย มคี วามเดือดรอนสับสนวนุ วายยงิ่ ข้ึน 3.2 การขาดอุดมการณแ ละอุดมคติ คําวา อุดมการณ หมายถงึ อดุ มคติอันสูงสงท่ีจูงใจมนุษยให พยายามบรรลถุ ึง และ อุดมคติ หมายถงึ จนิ ตนาการทถ่ี อื วาเปนมาตรฐานแหงความดี ความงาม และความจริงใจ ทางใดทางหน่ึงที่มนุษยถือวาเปนเปาหมายแหงชีวิตของตน คนที่มีอุดมการณหรืออุดมคติคอื คนทมี่ คี ณุ ธรรม ความดี ผดิ กบั ผทู ไี่ มมอี ดุ มการณหรืออุดมคติทจี่ ะทาํ ทุกอยา งเพอื่ ใหตนไดรับประโยชนถึงแมวาการกระทําน้ัน จะผดิ และไมถ ูกตองตามศีลธรรม ผูท่ีจะทํางานใหไดผลและประสบความสําเร็จจึงตองมีคุณธรรมที่สําคัญ 3 ประการ คือ ความกระตอื รอื รน ความบริสทุ ธิ์ใจ และความมีอุดมคติ อุดมการณหรืออุดมคติจึงมีความสําคัญ ดงั น้ี 1) ทาํ หนา ท่เี ปนเปาหมายของชวี ิต 2) เปน พลงั ผลกั ดนั ใหพ ยายามทาํ งานจนไดร ับความสาํ เร็จและบรรลเุ ปาหมาย 3) ทําใหจิตใจมน่ั คงอยูใ นคุณธรรมความดีในการทาํ งานเพอ่ื สังคมและประโยชนสว นรวม ผูท่ีมีอุดมคติจึงไดเปรียบกวาผูท่ีไมมีอุดมคติ เพราะการมีอุดมคติซึ่งเปรียบเสมือนแสงสวา ง ท่นี ําทางใหไ ปสูจดุ หมายปลายทางได สวนผทู ี่ไมมีอุดมคติเหมือนคนที่ขาดแสงสวางเปนผูท่ีตกอยูในความมืด คอื มใี จทม่ี ดื บอด เขาอาจจะมเี งนิ มีตําแหนงที่สูง มีอํานาจวาสนา แตเขาอาจจะไมมีความสุข ความผิดและ ความชว่ั ท่เี ขาทาํ อาจจะเปนไฟที่เผาลนจิตใจของเขาใหรุมรอนเหมือนนรกที่อยูในใจ และเมื่อกรรมชั่วใหผล เขาจะไดรบั ผลกรรมตามกรรมทเี่ ขาไดท ําไวอ ยา งแนนอน เหมอื นคนกินขนมหวานที่เจือดวยยาพิษ ตราบใดที่ ยาพษิ ยังไมใ หผ ล เขาก็จะไดร ับความหวานจากขนม 3.3 มีคานยิ มทผ่ี ิด ในปจจุบันคานิยมของสังคมไดเปล่ียนไปจากเดิม กอนน้ีเราเคยยกยองคนดี คนทม่ี ีความซอ่ื สตั ยส ุจริต แตในปจ จุบนั เรากลบั ยกยอ งคนท่มี เี งนิ คนทเี่ ปนเศรษฐี มหาเศรษฐี คนที่มีตําแหนง หนาที่การงานสูง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9) ไดพระราชทานพระบรมราโชวาท

52 เก่ียวกับความคดิ จติ ใจของคนที่เปลยี่ นแปลงไปในทางท่ีเสอื่ มมขี อความ ดังน้ี “ในบานเมืองเราทุกวันนี้มีเสียง กลา วกนั วา ความคิดจติ ใจของคนเปล่ียนแปลงไปในทางที่เส่ือม ความประพฤติที่เปนความทุจริตหลายอยาง มีทาทีจะกลายเปนสิ่งท่ีคนทั่วไปพากันยอมรับและสมยอมใหกระทาํ กันไดเปนธรรมดา สภาพการณเชนนี้ ยอมทาํ ใหวถิ ีชีวิตของแตล ะคนมดื มัวลงไป เปนปญหาใหญท่ีเหมือนกระแสคลื่นอันไหลเขามาทวมท่ัวไปหมด จาํ เปนตอ งแกไขดวยการชว ยกันฝนคลื่นท่ีกลาวน้ันในการดําเนินชีวิตของเรา เราตองขมใจไมกระทําสิ่งใด ๆ ที่เรารูผิดดวยใจจริงวาช่ัว วาเส่ือม เราตองฝนตองหามความคิดและความประพฤติทุกอยางที่รูสึกวาขัดกับ ธรรมะ เราตอ งกลาและบากบน่ั ท่จี ะกระทาํ สงิ่ ทเ่ี ราทราบวาเปน ความดี เปนความถูกตอ งและเปนธรรม ถาเรา ชวยกันทาํ เชนนี้ไดจริง ๆ ใหผลของความดีบังเกิดใหมากขึ้น ๆ ก็จะชวยคํ้าจุนสวนรวมไวมิใหเสื่อมลงไป และจะชวยใหฟนคืนดีข้ึนเปนลําดับ” ผูที่มีคานิยมท่ีผิดเห็นวาการทุจริตเปนวิถีชีวิตเปนเรื่องปกติธรรมดา เหน็ คนซอื่ เปน คนเซอ เหน็ คนโกงเปน คนฉลาด ยอ มจะทาํ การทุจริตฉอราษฎรบ ังหลวงโดยไมมคี วามละอายตอ บญุ และบาป และไมเกรงกลัวตอกฎหมายของบานเมอื ง 3.4 ใชอ าํ นาจโดยไมเปนธรรม บุคคลใดท่ีมีอํานาจและมีความโลภเห็นแกเงินก็ยอมจะคอรรัปชัน การมีอํานาจอยางเดียวจึงไมทําใหคนทุจริต แตการมีอํานาจโดยมีความโลภเห็นแกเงินจึงทําใหคนทุจริต ฉอ ราษฎรบ งั หลวงได กรณตี วั อยา งขา ราชการที่มีอํานาจเปนจํานวนมากท่ีปฏิบัติหนาท่ีราชการรับใชแผนดิน ดว ยความซื่อสตั ยส จุ รติ ไมมปี ระวตั ดิ า งพรอยในเรอ่ื งการทุจรติ อาทิ จอมพลเจาพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสงชูโต) เปนผบู ญั ชาการทหารบกคนแรกในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา เจาอยูหัว ไดรับการยกยองวาเปน ทหารเสอื หนักแนน มน่ั คง ถือความซ่ือสัตย ความกตัญูและความจงรักภักดีที่ซื่อตรงตอหนาท่ีโดยไมมีประวัติ ดางพรอยในเรื่องใดท้ังสิ้น ทานไดปฏิบัติตามคําสอนของบิดาทาน คือ พระยาสุรศักดิ์มนตรี (แสง ชูโต) อยางเครง ครดั คาํ สอนของบิดาทา นมี 3 ขอ ดงั นี้ 1) ใหม คี วามซ่ือสัตยสจุ รติ รจู กั คุณบิดามารดา และญาตพิ ่นี อง ท้งั ผมู คี ุณทไ่ี ดอปุ การะมาแลว 2) เม่ือไดทาํ ความผิดสิ่งใดไมใหพดู ปดหรอื แกต ัวดว ยความเท็จ 3) ไมใหป ระพฤตติ นดวยการขมเหงและเบียดเบียนผูใ ดเปน อนั ขาด จอมพลเจาพระยาสุรศักด์ิมนตรีไดทํางานใหราชการอยางเอาจริงเอาจังโดยเสียสละ ทัง้ ชีวิตและเงินทอง เงินที่เบกิ จากหลวงไมไดทานก็ออกเงินสดใชเอง เชน ทานไดส่ังซ้ือเคร่ืองชั่งตวงวัดมาใช ในราชการแตเบิกเงินไมได ทานก็ตองใชเงินสวนตัว เม่ือคราวไปหลวงพระบางเจานายลาวยืมเงินจากทานไป ปลูกบา นท่ถี กู จนี ฮอ เผา เปนเงนิ 45,000 บาท ไดเจรจาขอเงินคืนก็ไมไดผล นอกจากน้ียังตองใชเงินซึ่งเปนหนี้ หนวยกองตาง ๆ ที่หยิบยืมคราวไปปราบฮอเปนเงิน 120,000 บาท ทานตองใชหน้ีเองทั้งสิ้น ทานไมไดคิด กอบโกยเงนิ ทองของทางราชการแตอ ยา งใด ทานไดเขียนบันทกึ ในสมุดพกสวนตัวของทานไว ดังนี้ “เราไดทํา ราชการทุกสิ่ง มไิ ดล ะทิง้ ใหร าชการทานเสยี ความสุขในตัวเรานัน้ หามไิ ดเลย วนั หนงึ่ 24 ช่ัวโมง เราก็ทําตลอด

53 เวนไวแ ตนอนหลับไปเทานัน้ ความจนก็เบยี ดเบียนเราเขา มาทกุ วนั เวลา อาหารจะเล้ียงพ่ีนองก็ไมคอยจะพอ รับประทาน บานก็ไมพอกันอยู ถึงตัวเราจะไดรับความลําบากถึงเพียงน้ี เราก็ยังมีสันดานอันซื่อตรงอยูเสมอ ที่เราทนไดก ็เพราะเรามีความกตญั ูตอพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวและบิดามารดาของเราซ่ึงเปนผูมีพระเดช พระคุณอนั ยง่ิ ใหญ” 3.5 มรี ายไดไ มพอกับรายจา ย สาเหตุอกี ประการของการทุจริต คือ การมรี ายไดไ มพ อกบั รายจา ย ทาํ ใหตองเปน หนส้ี ิน เมือ่ ไมสามารถหาเงินไดโดยทางสุจริตก็ใชวิธีทุจริต กรณีตัวอยางสําหรับขาราชการที่มี เงนิ เดือนและรายไดไมพอกบั รายจา ยของตนเองและครอบครัว จงึ ตอ งฉอราษฎรบังหลวง การฉอราษฎรบังหลวง กโ็ ดยการเรยี กรอ งผลตอบแทนจากผูม ารับบริการหรือการรับสินบนเปนการโกงเงินประชาชน สวนการบังหลวง คอื การทุจรติ เงนิ หลวง เชน ยกั ยอกเงินทจี่ ะตองสง ใหห ลวงหรือเบิกเงินเกินกวาที่มีสิทธิจะเบิกไดเปนการโกง เงินแผนดนิ หรือแมแ ตผูท่ที าํ งานเอกชน ติดการพนนั หรอื มีการใชจ ายเงินเกนิ ฐานะ และยิง่ สถานการณของการ แพรระบาดของบัตรเครดิตทําใหขาดสติ ยับย้ังช่ังใจ ใชจายเงินเกินตัว ทําใหมีหน้ีสินที่ไมสามารถนํามาคืน หรือผอนสงได จึงเกิดความคิดช่ัววูบหรือความต้ังใจในการกอคดีตาง ๆ เชน การปลนรานทอง หรือบางราย ไมมีทางออกในการแกไขปญหาใชวิธีการดับชีวิตตนเองเปนการแกไขปญหา เปนตน ส่ิงเหลานี้เกิดขึ้นจาก ความอยากไดอยากมีอยากเปนท้ังส้ิน ฉะน้ัน การประพฤติปฏิบัติตนโดยการเดินตามรอยพระยุคลบาท และนํา คุณธรรม 4 ประการตามพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร (พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9) ตรงกบั หลักธรรมของ พระพุทธศาสนา เร่อื ง ฆราวาสธรรม เปนหลกั การครองชวี ิตของคฤหัสถ มี 4 ประการ คอื 1) สจั จะ ความซือ่ สัตย ซ่อื ตรง ความจริง คือ จรงิ ใจ พดู จรงิ ทาํ จรงิ 2) ทมะ การขม ใจ รูจ ักควบคมุ จติ ใจของตนเอง ปรบั ปรงุ ตนเองใหเจริญกาวหนาดวยสติปญญา 3) ขันติ ความอดทน อดกล้ัน ทํางานดว ยความขยนั หม่นั เพยี ร เขม แข็ง ไมห วนั่ ไหวไมท อ ถอย 4) จาคะ ความเสียสละ เสยี สละประโยชนส ว นตนเพื่อประโยชนส วนรวม สละความสุขสบาย ของตนในการทําประโยชนเพอื่ สวนรวม เชน ไมเ หน็ แกต ัว พรอ มท่ีจะรวมมือชวยเหลือเอ้ือเฟอ เผ่ือแผ ไมคับ แคบเหน็ แกตนหรอื เอาแตใจตัว ดงั น้ัน ความซือ่ สัตยสุจรติ ของทุกคนในชาตจิ าํ เปนจะตอ งใหค วามรวมมือและใหกระบวนการ มีสวนรวมของคนในสังคม ทงั้ น้ี สามารถแบง เปน 3 สว น คือ 1) ภาครัฐ ตองบรหิ ารทรัพยากรสังคมที่โปรงใส ซื่อตรง เปนธรรม มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และสมรรถนะสงู ในการนาํ บรกิ ารของรฐั ที่มีคณุ ภาพไปสปู ระชาชน โดยเนนการเปล่ียนทัศนคติ คานิยม และ วิธีทํางานของเจาหนาที่ของรัฐใหถือเอาประโยชนของประชาชนเปนจุดหมายในการทํางาน และสามารถ รวมทํางานกับประชาชน และภาคเอกชนไดอ ยา งราบรืน่

54 2) ภาคธุรกิจเอกชน ตองสนับสนุนใหหนวยงานของเอกชน และองคกรเอกชนตาง ๆ มีกติกาการทาํ งานทโี่ ปรง ใส มีความรับผดิ ชอบตอ ผูถอื หนุ ซ่ือตรงเปนธรรมตอลูกคา มีความรับผิดชอบตอสังคม มีระบบตรวจสอบที่มีคุณภาพ มีมาตรฐานการใหบริการรวมทํางานกับภาครัฐและประชาชนอยางราบรื่น และไวว างใจซ่งึ กนั และกัน 3) ภาคประชาชน ตอ งสรา งความตระหนักตัง้ แตระดบั ปจเจกบุคคลถึงระดับกลุมประชาสังคม ในเรื่องสทิ ธิหนา ท่แี ละความรับผดิ ชอบทางเศรษฐกจิ สังคม และการเมือง เพ่ือเปนพลังของประเทศท่ีมีคุณภาพ มีความรู ความเขาใจในหลักการของการสรางกลไกการบริหารกิจการบานเมืองและสังคมทดี่ ี การทุจริตคอรรัปชันอาจมาจากสาเหตุภายในหรือสาเหตุภายนอก โดยท่ีผูทุจริตสวนใหญ จะขาดคุณธรรม อันไดแก ความซ่ือสัตยสุจริต ความละอายและความเกรงกลัวตอบาป ความกตัญูกตเวที เปน ตน และอาจจะมีปจจยั อื่นท่กี อใหเ กิดการทจุ ริตได เชน 1. ปจ จยั สว นบคุ คล ไดแก พฤติกรรมสวนตัวของขา ราชการบางคนที่เปนคนโลภมาก เห็นแกได ไมรจู ักพอ ความเคยชินของขาราชการท่ีคนุ เคยกบั การท่จี ะได “คาน้ํารอนน้ําชา” หรือ “เงินใตโตะ”จากผูมา ติดตอ ราชการขาดจิตสาํ นกึ เพ่อื สว นรวม 2. ปจจยั ภายนอก ประกอบดว ย 2.1 ดา นเศรษฐกจิ ไดแ ก รายไดข องขา ราชการนอยหรือตา่ํ มากไมไดสัดสวนกบั การครองชพี ทสี่ ูงขนึ้ การเตบิ โตของระบบทุนนิยมที่เนนการบริโภค สรางนิสัยการอยากได อยากมีเมื่อรายไดไมเพียงพอ ก็ตอ งหาทางใชอ ํานาจไปในทางทุจรติ 2.2 ดานสงั คม เปนผลจากการเปล่ียนแปลงทางดานเศรษฐกิจ และสังคมทําใหเกิดความ ไมเทาเทยี มกัน คา นยิ มของสังคมท่ียกยอ งคนมีเงนิ คนราํ่ รวย และไมส นใจวาเงินนนั้ ไดมาอยา งไรเกิดลทั ธิ เอาอยาง อยากไดสิง่ ท่ีคนรวยมี เมือ่ เงนิ เดอื นของตนไมเพียงพอกห็ าโดยวิธีมชิ อบ 2.3 ดานวัฒนธรรม ไดแก การนิยมจา ยเงนิ ของนักธุรกิจใหกับขาราชการที่ตองการความสะดวก รวดเรว็ หรอื การบรกิ ารท่ดี ีกวาดวยการลดตนทนุ ที่จะตอ งปฏิบัตติ ามระเบียบ 2.4 ดา นการเมือง ไดแก การทุจริตของขาราชการแยกไมออกจากนักการเมืองการรวมมือ ของคนสองกลมุ นี้เกดิ ขน้ึ ไดใ นประเด็นการใชจายเงิน การหารายได และการตัดสินพิจารณาโครงการของรัฐ 2.5 ดานระบบราชการ ไดแ ก 2.5.1 ความบกพรองในการบริหารงานเปดโอกาสใหเกิดการทจุ ริต 2.5.2 การใชดุลพินิจมากและการผูกขาดอํานาจจะทําใหอัตราการทุจริตในหนวยงานสูง การใชอํานาจโดยไมเปนธรรมและมคี วามโลภเหน็ แกเงิน 2.5.3 เนือ่ งจากข้นั ตอนของระเบยี บราชการมมี ากเกนิ ไป ทาํ ใหผ ูที่ไปตดิ ตอ ราชการจะตอง เสยี เวลามากจงึ เกิดการสมยอมกนั ระหวา งผูใ หกับผรู บั 2.5.4 การตกอยใู ตสภาวะแวดลอ มและอิทธิพลของผูทุจริตมีทางเปนไปไดท่ีผูนั้นจะทํา การทจุ ริตดวย

55 2.5.5 การรวมอํานาจ ระบบราชการมีลักษณะท่ีรวมศูนย ทําใหไมมีระบบตรวจสอบ ทเี่ ปน จรงิ และมปี ระสทิ ธิภาพ 2.5.6 ตําแหนงหนาท่ีในลักษณะอํานวยตอการกระทําผิด เชน อํานาจในการอนุญาต การอนุมัตจิ ัดซอ้ื จัดจา ง ผูประกอบการเอกชนมักจะยอมเสียเงินติดสินบนเจาหนาท่ี เพ่ือใหเกิดความสะดวก และรวดเรว็ 2.5.7 การที่ขาราชการผูใหญทุจริตใหเห็นเปนตัวอยางแลวไมถูกลงโทษขาราชการ ช้ันผูนอยจึงเลียนแบบกลายเปนความเคยชิน และมองไมเห็นวาการกระทําเหลาน้ันจะเปนการคอรรัปชัน หรอื มีความสบั สนระหวางสินนาํ้ ใจกับคอรร ัปชนั แยกออกจากกัน 2.6 กฎหมายและระเบยี บ ไดแก 2.6.1 กฎหมายหลายฉบับทีใ่ ชอ ยยู งั มี “ชองโหว” ที่ทาํ ใหเ กดิ การทุจริตท่ดี าํ รงอยูไ ด 2.6.2 การทุจริตไมไดเปนอาชญากรรมใหคูกรณีทั้งสองฝาย หาพยานหลักฐานไดยาก ยง่ิ กวา นน้ั คกู รณที งั้ สองฝา ยมกั ไมคอยมีฝายใดยอมเปดเผยออกมา และถา หากมีฝา ยใดตองการทีจ่ ะเปดเผย ความจรงิ ในเร่อื งน้ี กฎหมายหมน่ิ ประมาทก็ยับยั้งเอาไว อีกทั้งกฎหมายของทุกประเทศเอาผิดกับบุคคลผูให สินบนเทา ๆ กบั ผูรบั สนิ บน จึงไมค อ ยมีผูใหสนิ บนรายใดกลา ดําเนินคดีกบั ผูร บั สินบน 2.6.3 ราษฎรที่รูเห็นการทุจริตก็เปนโจทกฟองรองมิได เน่ืองจากไมใชผูเสียหาย ย่งิ กวานน้ั กระบวนการพจิ ารณาพพิ ากษายงั ยุงยากซบั ซอนจนกลายเปน ผลดแี กผ ทู ุจริต 2.6.4 ข้ันตอนทางกฎหมายหรอื ระเบียบปฏิบัติยุงยาก ซับซอน มีขั้นตอนมาก ทําใหเกิด ชอ งทางใหข าราชการหาประโยชนไ ด 2.7 การตรวจสอบ ไดแ ก 2.7.1 ภาคประชาชนขาดความเขมแข็ง ทําใหกระบวนการตอตานการทุจริตจากฝาย ประชาชนไมเ ขมแข็งเทา ทีค่ วร 2.7.2 การขาดการควบคมุ ตรวจสอบ ของหนว ยงานที่มหี นา ทตี่ รวจสอบหรือกํากับดูแล อยา งจริงจงั 2.8 สาเหตอุ ่ืน ๆ 2.8.1 อิทธพิ ลของผูใกลช ดิ เนอ่ื งจากผใู กลช ิดเปน ตวั การสาํ คัญที่สนบั สนนุ และสงเสริม ใหผ ูม ีอิทธพิ ลทาํ การทุจรติ เพ่อื ความเปน อยขู องครอบครัว 2.8.2 การพนนั ทาํ ใหขา ราชการทีเ่ สียพนนั มีแนวโนม จะทุจริตมากข้นึ

56 4. ระดับการทุจรติ ในประเทศไทย ผลสํารวจเกี่ยวกับสถานการณดานปญหาคอรรัปชันประจําป 2560 ซึ่งจัดทําโดยองคกร เพอื่ ความโปรงใส Transparency International ท่ตี ้งั อยใู นเยอรมนี ชี้วา ประเทศพัฒนาแลวหลายประเทศ ยังคงประสบปญหาในการปราบปรามคอรรัปชัน รวมทั้ง ออสเตรเลีย และ สหรัฐฯซ่ึงอยูท่ีอันดับ 13 และ 16 ตามลาํ ดับ สาํ หรับประเทศไทยจดั ใหอ ยูที่อันดบั 96 ของโลกสว นระดับการทุจริตในประเทศไทยแบง ออกเปน 4.1 การทุจริตระดบั ชาติ เปนรูปแบบการทจุ ริตของนักการเมืองท่ใี ชอ าํ นาจในการบรหิ ารราชการ รวมถงึ อาํ นาจนติ ิบญั ญตั ิ เปน เคร่อื งมอื ในการออกกฎหมาย แกไขกฎหมาย การออกนโยบายตาง ๆ โดยการ อาศยั ชองวางทางกฎหมาย 4.2 การทุจริตในระดับทองถ่ิน การบริหารราชการในรูปแบบทองถิ่นเปนการกระจายอํานาจเพื่อให บริการตาง ๆ ของรฐั สามารถตอบสนองตอ ความตองการของประชาชนไดม ากข้นึ แตการดําเนินการในรปู แบบของ ทองถิ่นก็กอใหเกิดปญหาการทุจริตเปนจํานวนมาก ผูบริหารทองถ่ินจะเปนนักการเมืองที่อยูในทองถิ่นน้ัน หรือนกั ธุรกจิ ทป่ี รบั บทบาทตนเองมาเปนนกั การเมอื ง และเมื่อเปนนักการเมืองเปน ผบู รหิ ารทอ งถ่ินแลวก็เปน โอกาสในการแสวงหาผลประโยชนสาํ หรับตนเองและพวกพองได การทุจริตระดับชาติและระดับทองถ่ินสวนใหญมักจะมีรูปแบบการทุจริตที่คลายกัน เชน การจดั ซอ้ื จัดจา ง การประมูล การซ้ือขายตําแหนง โดยเฉพาะในระดับทอ งถน่ิ ทีม่ ีขา วจาํ นวนมากเกย่ี วกบั ผบู รหิ าร ทองถน่ิ เรียกรบั ผลประโยชนในการปรับเปล่ียนตําแหนง หรือเลื่อนตําแหนง เปนตน โดยการทุจริตท่ีเกิดข้ึน อาจจะไมใชการทุจรติ ที่เปนตัวเงินใหเห็นไดช ดั เจนเทา ใด แตจะแฝงตวั อยใู นรูปแบบตาง ๆ หากไมพิจารณาใหดีแลว อาจมองไดวาการกระทําดังกลาวไมใชการทุจริต แตแทจริงแลวการกระทํานั้นเปนการทุจริตอยางหนึ่ง และ รา ยแรงมากพอทจี่ ะสง ผลกระทบ และกอใหเกิดความเสียหายตอสังคม ประเทศชาติไดเชนกัน การประเมิน ผลการปฏิบตั งิ าน ซง่ึ ผูบงั คบั บัญชาใหค ะแนนประเมินพเิ ศษแกลกู นองทตี่ นเองชอบ ทําใหไดรับเงินเดือนในอัตรา ทส่ี งู กวา ความเปน จรงิ ทบ่ี คุ คลนน้ั ควรจะไดร ับ เปนตน การกระทาํ ดังกลาวถือเปนความผิดทางวินัย ซ่ึงเจาหนาที่ ของรัฐจะมีบทบัญญัติเกี่ยวกับประมวลจริยธรรมขาราชการพลเรือนใหยึดถือปฏิบัติอยูแลว ซ่ึงหากเกิดกรณี ดงั กลา วข้นึ เทากับวา เปนการกระทําที่ทจุ ริตและประพฤตผิ ดิ ประมวลจรยิ ธรรมอีกดวย 5. สถานการณก ารทจุ รติ ของโลก องคกรความโปรงใสนานาชาติ (Transparency International: TI) ไดเผยแพรรายงาน ผลการจดั อันดบั ความโปรง ใส สถานการณคอรรปั ชันจากทั่วทุกมมุ โลกในป 2018 ท่ี ผานมา พรอมคาคะแนน ดัชนีการรับรูการทุจริต (Corruption Perception Index) ผลการจัดอันดับความโปรงใสสถานการณ คอรรัปชันสะทอนใหเห็นวาความพยายามการตอตานคอรรัปชันในประเทศสวนใหญลมเหลวจึงสงผลตอ วกิ ฤตปิ ระชาธปิ ไตยท่ัวโลก การจัดอันดับความโปรงใสสถานการณค อรรปั ชนั ในป 2561 ไดจ ากการสํารวจถงึ

57 13 ครงั้ และสอบถามผูเชี่ยวชาญในการประเมินการคอรรัปชันในภาครัฐใน 180 ประเทศและเขตการปกครอง ทั่วโลก โดยใหคะแนนต้ังแต 0 ถึง 100 คะแนน โดยผลการจัดอันดับความโปรงใสสถานการณคอรรัปชัน พบวา 2 ใน 3 ของประเทศท้ังหมดมีคะแนนต่ํากวา 50 คะแนน โดยมีคะแนนเฉล่ีย 43 คะแนนเทาน้ันและ ยังคงมี 7 ประเทศทม่ี ีคะแนนสูงสุดอันดับแรกเปน เวลา 3 ปติดตอกัน ประกอบดวย ประเทศจากกลุมนอรดิก อีก 4 ประเทศ คือเดนมารก ฟน แลนด สวเี ดน และนอรเวย ท่ีเหลือคือ นิวซีแลนด สิงคโปร และสวิตเซอรแลนด มีคะแนนระหวาง 84 - 88 คะแนน แมไมมีประเทศไหนที่ไดคะแนนเต็ม แตก็มีตัวชี้วัดความเปนประชาธิปไตย หลายตวั ท่มี ผี ลตอคะแนน เชน มีสถาบันทเี่ ขม แข็ง ยดึ หลกั นิติธรรม และมีการพัฒนาเศรษฐกิจท่ดี ี การวิเคราะหการจดั อนั ดบั ความโปรงใสพบวา คอรร ัปชนั มผี ลตอวิกฤตปิ ระชาธิปไตยประเทศที่มี ประชาธปิ ไตยเต็มใบ มคี ะแนนเฉล่ีย 75 คะแนน ประเทศท่ีประชาธิปไตยครึ่งใบ มีคะแนนเฉล่ีย 49 คะแนน สวนประเทศท่ีมีการปกครองระบบอบผสมผสาน มีคะแนนเฉลีย่ 35 คะแนน สวนประเทศเผด็จการมีคะแนน เฉลย่ี 30 คะแนน ตวั อยา งที่เห็นไดชัดวาคอรรัปชันมีผลตอวิกฤติประชาธิปไตย คือ ประเทศฮังการีและตุรกี ทีค่ ะแนนลดลง 8 และ 9 คะแนนตามลําดับในรอบ 5 ปที่ผานมา ขณะเดียวกัน ตุรกีถูกลดชั้นการจัดอันดับ จากมีอิสระสวนหนึ่ง (partly free) เปนไมมีอิสระ (no free) สวนฮังการีนับเปนการไดคะแนนตํ่าสุด นับต้ังแตก ารลมสลายของระบอบคอมมวิ นิสต สหรัฐฯ มีคะแนน 71 คะแนน ลดลง 4 คะแนน นบั ตง้ั แตปกอน และหลุดออกจาก 20 ประเทศที่มีคะแนนสูงสุดเปนคร้ังแรก ซึ่งเปนผลจากระบบการตรวจสอบกําลังส่ันคลอน รวมทงั้ มาตรฐานทางจริยธรรมของผูมีอํานาจสูงสุดตกตํ่าบราซิลมีคะแนน 35 ซึ่งลดลงต้ังแตปกอน และเปนระดับ ตาํ่ สดุ ในรอบ 7 ป ซ่งึ การจัดอนั ดับทลี่ ดลง แสดงใหเห็นวาหลักนิติธรรมและสถาบันประชาธิปไตยออนแอลง รวมทงั้ พ้ืนที่ของภาคประชาสงั คมและของสอื่ อิสระกล็ ดลงอยา งรวดเร็วในประเทศเหลา นี้ โดยทว่ั ไปประเทศทมี่ ี คอรรปั ชันสงู เปนสถานท่ีที่อันตรายตอฝายการเมืองที่อยูตรงขาม และมักมีการสั่งเก็บทางการเมืองจากรัฐบาล โดยตรง แพตทรเิ ซีย โมเรรา กรรมการผจู ัดการองคก รความโปรงใสสากล ใหค วามเห็นวา สถาบันประชาธิปไตย ท่ัวโลกถูกคุกคาม ซึ่งมักมาจากผูนําท่ีมีอํานาจหรือไดรับความนิยม เราจึงตองเพิ่มความพยายามใหมากขึ้น ในการสรางความเขม แข็งของระบบคานอาํ นาจและตรวจสอบ รวมทงั้ คมุ ครองสทิ ธขิ องประชาชน นอกจากนี้ คอรรัปชันทําใหประชาธิปไตยออนแอลงและสรางวงจรอุบาทวซึ่งคอรรัปชัน จะทําลายสถาบันประชาธิปไตย ทาํ ใหสถาบนั ทีอ่ อ นแอไมส ามารถควบคุมการคอรร ัปชันได สําหรับประเทศไทยได 36 คะแนน ติดอันดับ 99 จากปกอนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟก นิวซีแลนด มีคะแนนสูงสุดที่ 87 คะแนน เปนประเทศอันดับหนึ่งของภูมิภาคและอันดับสองของโลกที่เดินหนาแกไข คอรรปั ชนั รองลงมาคือ สิงคโปร ทีม่ คี ะแนน 85 คะแนน และออสเตรเลียที่มีคะแนน 77 คะแนนประเทศท่ีมี คะแนนต่าํ คือ เกาหลีเหนือ 14 คะแนน เพราะมีการคอรรัปชันกันทั่วประเทศ ตามมาดวยอัฟกานิสถาน

58 16 คะแนน และกัมพูชา 20 คะแนน กลายเปนประเทศท่ีมีการแกไขคอรรัปชันนอยท่ีสุดในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟกมีคะแนนเฉลี่ย 44 ติดตอกันเปนเวลา 3 ป เพราะมีความคืบหนานอยในการแกไขปญหาคอรรัปชัน และเมื่อเปรียบเทียบกับภูมิภาคอื่นแลวเอเชียแปซิฟกอยูในระดับเดียวกับกลุมอเมริกาที่มีคะแนนเฉลี่ย 44 คะแนนเทากัน ที่ไมมีความคืบหนา และตามหลังยุโรปตะวันตกกับสหภาพยุโรปที่มีคะแนนเฉลี่ย 66 คะแนน สาเหตุท่ีเอเชียแปซิฟกมีความคืบหนานอยในการแกไขปญหาคอรรัปชัน คือ สถาบันประชาธิปไตย และการคุมครองทางการเมืองโดยรวมออนแอ เมื่อดูนิวซีแลนดและออสเตรเลียท่ีมีคะแนนนําพบวามีระบบ การเมืองที่ทาํ งานอยา งเขม แข็ง ชว ยใหม ีคะแนนสูง อยา งไรก็ตาม มีบางประเทศในภูมิภาค เชน สิงคโปร ฮองกง ทมี่ ีการควบคมุ การคอรรปั ชันทีม่ ีประสทิ ธภิ าพ แมโดยรวมแลว ไมเ ปน ประชาธปิ ไตย สําหรับประเทศที่ตองจับตา เพราะมีการพัฒนาทางการเมืองที่ดีขึ้น ไดแก มาเลเซียที่ได คะแนน 47 คะแนน มัลดีฟส 31 คะแนน ปากีสถาน 33 คะแนน และอินเดีย 41 คะแนน เปนผลจากการ รวมพลังของประชาชนในการตอตานคอรรัปชันและการมีสวนรวมทางการเมือง และการลงคะแนนใหกับ รัฐบาลใหม ซึ่งจะมผี ลใหม กี ารปฏริ ปู การแกไ ขคอรรปั ชันอยางตอ เน่อื ง อยางไรกต็ าม ยังไมเ ห็นผลท่ชี ัดเจน องคกรความโปรงสากลเสนอแนะวา เพ่ือใหมีความคืบหนาในการแกไขคอรรัปชันและเสริมสราง ประชาธิปไตยใหเ ขมแขง็ ท่วั โลก รฐั บาลควรดาํ เนินการตอไปนี้ คอื 5.1 เสริมความเขมแข็งของสถาบันในการตรวจสอบและถวงดุลอํานาจทางการเมือง และ ปฏบิ ัตงิ านอยา งไมมขี อ จํากัด 5.2 ปดชองวางระหวา งกฎหมายการตอ ตานคอรรัปชนั ในการปฏบิ ัติงานและการบงั คับใช 5.3 สนบั สนุนองคกรภาคประชาสังคม ดว ยการย้ําความสัมพันธทางการเมืองและสาธารณะใน การตรวจสอบการใชจา ยของรัฐ โดยเฉพาะระดบั ทองถนิ่ 5.4 สนบั สนุนอิสรภาพของสือ่ และดูแลความปลอดภัยของสอื่ โดยไมมีการขม ขคู กุ คาม 6. ผลกระทบของการทจุ ริตตอการพฒั นาประเทศ การทจุ ริตมีผลกระทบตอ การพัฒนาประเทศในทุก ๆ ดานเปนพื้นฐานท่ีกอใหเกิดความขัดแยง ของคนในชาติ จากการเห็นประโยชนสวนตนมากกวาประโยชนของประเทศ ประชาชนไดรับบริการสาธารณะ หรือสิง่ อํานวยความสะดวกไมเตม็ ทีอ่ ยา งท่คี วรจะเปน เงินภาษีของประชาชนตกไปอยูในกระเปาของผูทุจริต และผลกระทบอนื่ ๆ อกี มากมาย นอกจากน้ีแลว หากพิจารณาในแงการลงทุนจากตางประเทศเพ่ือประกอบ กิจการตาง ๆ ภายในประเทศ พบวา นักลงทุนตางประเทศจะมองวาการทุจริตถือวาเปนตนทุนอยางหน่ึง ซงึ่ นักลงทุนจากตางประเทศจะใชเปนการพิจารณาการลงทุนประกอบกับปจจัยดานอื่น ๆ ทั้งน้ี หากตนทุน ที่ตองเสียจากการทจุ ริตมตี น ทุนท่ีสงู นกั ลงทุนจากตางประเทศอาจพิจารณาตดั สนิ ใจการลงทุนไปยังประเทศอื่น

59 สงผลใหการจางงานการสรางรายไดใหแ กป ระชาชนลดลง เมื่อประชาชนมีรายไดลดลงกจ็ ะสงผลตอ การจดั เกบ็ ภาษอี ากรซ่งึ เปนรายไดข องรฐั ลดลง จงึ สงผลตอการจดั สรรงบประมาณและการพฒั นาประเทศ มหาวิทยาลัยหอการคาไทยไดสํารวจดัชนีสถานการณคอรรัปชันไทยจากกลุมตัวอยาง 2,400 ตัวอยาง จากประชาชนทั่วไป ผูประกอบการภาคเอกชน และขาราชการ/ภาครัฐ เมื่อเดือนมิถุนายน 2559 พบวา หากเปรยี บเทียบความรุนแรงของปญหาการทุจริตในปจจุบันกับปท่ีผานมา พบวา ผูท่ีตอบวารุนแรง เพิม่ ข้นึ มี 38% รุนแรงเทาเดมิ 30% สวนสาเหตุการทุจริตอนั ดบั หน่ึง คือ กฎหมายเปดโอกาสใหเจาหนาท่ีใช ดลุ พินิจที่เอ้ือตอการทุจริต อันดับสอง ความไมเขมงวดของการบังคับใชกฎหมาย อันดับสาม กระบวนการ ทางการเมืองขาดความโปรงใส ตรวจสอบไดยาก สวนรูปแบบการทุจริตที่เกิดข้ึนบอยท่ีสุด อันดับหนึ่ง คือ การใหสินบน ของกํานัล หรือรางวัล อันดับสอง คือ การใชชองโหวทางกฎหมายเพื่อแสวงหาประโยชนสวนตัว และอนั ดบั สาม คอื การใชตาํ แหนง ทางการเมืองเพือ่ เออ้ื ประโยชนแกพ รรคพวก สําหรับความเสียหายจากการทุจริตโดยการประเมินจากงบประมาณรายจายป 2559 ท่ี 2.72 ลานลานบาทวา แมจะมีการจายเงินใตโตะ แตอัตราการจายอยูที่เฉลี่ย 1 – 15% โดยหากจายที่ 5% ความเสียหายจะอยูที่ 59,610 ลานบาท หรือ 2.19% ของงบประมาณ และมีผลทําใหอัตราการเติบโต ทางเศรษฐกิจลดลง 0.42% แตหากจายที่ 15% คิดเปนความเสียหาย 178,830 ลานบาท หรือ 6.57% ของเงนิ งบประมาณ และมีผลทาํ ใหเศรษฐกิจลดลง 1.27% โดยการลดการเรียกเงินสินบนลงทุก ๆ 1% จะทําให มลู คาความเสยี หายจากการทจุ รติ ลดลง 10,000 ลานบาท ในการปองกนั และปราบปรามการทจุ รติ ของประเทศไทยจะมีหนวยงานหลักท่ดี าํ เนินการปองกนั และปราบปรามการทุจรติ คือ สาํ นักงานคณะกรรมการปองกนั และปราบปรามการทจุ รติ แหงชาติ (สํานักงาน ป.ป.ช.) นอกจากน้ยี ังมีหนวยงานอน่ื ทมี่ ภี ารกจิ ในลกั ษณะเดียวกันหรอื ใกลเ คยี งกับสาํ นักงาน ป.ป.ช. เชน สาํ นกั งานการตรวจเงินแผนดนิ สํานกั งานผตู รวจการแผนดนิ สํานกั งานคณะกรรมการปอ งกนั และปราบปราม การทุจริตในภาครฐั นอกจากน้ียังมหี นว ยงานภาคเอกชนทใี่ หค วามรวมมือในการปองกันและปราบปรามการ ทจุ รติ อีกหลายหนว ยงาน และสาํ หรับหนว ยงานภาครัฐในปจจบุ นั ประเทศไทยไดมีการประกาศใชยุทธศาสตร ชาติวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต ระยะท่ี 3 (พ.ศ. 2560 – 2564) เพื่อเปนมาตรการ แนวทางการดําเนินงานท้ังของภาครัฐและภาคเอกชน 7. ทิศทางการปองกนั และปราบปรามการทจุ รติ ประเทศไทยไดมคี วามพยายามในการแกไขปญหาการทจุ ริตมาอยา งตอเนอื่ ง โดยอาศัยความรวมมือ ทงั้ หนวยงานของรัฐ หนวยงานของเอกชน และภาคประชาชนในการรวมมือปองกนั และปราบปรามการทุจริต รวมถึงไดมีการออกกฎหมายลงโทษผูท่ีกระทําความผิด มีการจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ

60 เพือ่ ทาํ หนาที่ในการดําเนินคดีกับบุคคลที่ทําการทุจริต นอกจากนี้ยังไดมีการกําหนดยุทธศาสตรชาติวาดวย การปองกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งฉบับปจจุบันเปนฉบับท่ี 3 มีกําหนดใชตั้งแต พ.ศ. 2560 – 2564 โดยมีวิสัยทัศนวา “ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติตานทุจริต (Zero Tolerance & Clean Thailand) และมพี ันธกจิ คือ สรางวัฒนธรรมตอ ตา นการทุจริต ยกระดับธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการทุกภาคสวน แบบบูรณาการ และปฏิรูปกระบวนการปองกันและปราบปรามการทุจริตทั้งระบบใหม ีมาตรฐานสากล โดยมรี ายละเอียดยุทธศาสตรช าตวิ า ดวยการปองกันและปราบปรามการทจุ ริต ระยะท่ี 3(พ.ศ. 2560 – 2564) ดังน้ี ยุทธศาสตรชาติฯ ระยะที่ 3 ประกอบดวยยุทธศาสตร จํานวน 6 ยุทธศาสตร เปนการ ดําเนนิ การปองกันและปราบปรามการทุจริตทั้งระบบ ต้งั แตการปองกันการทุจริตโดยใชกระบวนการปลูกฝง คุณธรรมจริยธรรม ผานกิจกรรมและการเรียนการสอน รวมถึงการปองกันการทุจริตเชิงระบบ นอกจากนี้ รวมไปถึงการดําเนนิ การในสว นการตรวจสอบทรพั ยสนิ ที่เปนการตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและ หน้ีสินของเจาหนาที่ของรฐั วา จะมแี นวทางในการดําเนินงานอยางไร และดานการปราบปรามการทุจริต เพอ่ื ให การดาํ เนินการดานปราบปรามการทุจริตมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อเปนการยกระดับคา CPI ใหได คะแนน 50 คะแนน ตามทีต่ ัง้ เปา หมายไว โดยมีรายละเอียดแตละยทุ ธศาสตร ดังน้ี ยทุ ธศาสตรท ี่ 1 : สรางสังคมท่ีไมทนตอการทุจริต มีวัตถุประสงคในการปรับฐานความคิด ทกุ ชวงวัยใหมีคานิยมรว มตานทุจริต มีจิตสาํ นกึ สาธารณะและสามารถแยกแยะระหวางผลประโยชนสวนตน และผลประโยชนสว นรวม และสรางกระบวนการกลอมเกลาทางสังคมในการปองกันและปราบปรามการทุจริต อยางเปนระบบ รวมถึงการบรู ณาการและเสริมพลังการมีสวนรวมของทกุ ภาคสวนในการผลักดันใหเกิดสังคม ทไ่ี มท นตอ การทุจริต ยทุ ธศาสตรท ี่ 2 : ยกระดับเจตจํานงทางการเมืองในการตอตานการทุจริต มีวัตถุประสงค เพอ่ื ใหเ จตจาํ นงทางการเมืองในการตอตานการทจุ รติ ของประชาชนไดรับการปฏิบัติใหเกิดผลอยางเปนรูปธรรม และเพอื่ รกั ษาเจตจํานงทางการเมอื งในการแกไ ขปญ หาการทจุ รติ ใหเ ปน สว นหนงึ่ ของนโยบายรฐั บาลในแตละชวง ยุทธศาสตรที่ 3 : สกัดก้ันการทุจริตเชิงนโยบาย มีวัตถุประสงคเพื่อใหกระบวนการ นโยบาย เปนไปตามหลักธรรมาภิบาล สามารถกระจายผลประโยชนสูประชาชนอยางเปนธรรม และไมมีลักษณะ ของการขดั กนั แหง ผลประโยชนและเพอ่ื แกไขปญหาการทจุ รติ เชิงนโยบายทกุ ระดับ ยุทธศาสตรท ี่ 4 : พัฒนาระบบปองกันการทุจริตเชิงรุก มีวัตถุประสงคเพ่ือพัฒนากลไกการ ปองกันการทุจริตใหเทาทันตอสถานการณการทุจริต พัฒนากระบวนการทํางานดานการปองกันการทุจริตให สามารถปองกันการทุจริตใหมีประสิทธิภาพ เพ่ือใหเกิดความเขมแข็งในการบูรณาการการทํางานระหวาง องคกรท่ีเกี่ยวขอ งกบั การปอ งกนั การทุจรติ และเปน การปอ งกันไมใ หมีการทุจรติ เกิดข้ึนในอนาคต

61 ยทุ ธศาสตรท่ี 5: ปฏิรปู กลไกและกระบวนการปราบปรามการทจุ ริต มีวัตถปุ ระสงค เพ่ือปรับปรุง และพฒั นากลไกและกระบวนการปราบปรามการทุจรติ ใหม คี วามรวดเร็วมีประสิทธิภาพ และเทาทันตอพลวัตของ การทจุ ริตการตรากฎหมาย และปรับปรุงกฎหมายใหกระบวนการปราบปรามการทุจริตมีประสิทธิภาพบูรณาการ กระบวนการปราบปรามการทุจรติ ของหนว ยงานท่ีเกยี่ วของทง้ั ระบบ และเพือ่ ใหผ กู ระทาํ ความผดิ ถกู ดาํ เนนิ คดี และลงโทษอยา งเปน รปู ธรรมและเทา ทันตอสถานการณ ยทุ ธศาสตรที่ 6 : ยกระดับคะแนนดชั นีการรับรูก ารทุจรติ มวี ตั ถุประสงคเพ่ือยกระดับคะแนน ดัชนกี ารรบั รกู ารทุจริตของประเทศไทยใหมีระดับรอยละ 50 ขึน้ ไป เปนเปาหมายที่ตองการยกระดับคะแนน ใหมีคาสูงข้ึน หากไดรับคะแนนมากจะหมายถึงการท่ีประเทศนั้นมีการทุจริตนอย ดังน้ัน ยุทธศาสตร ที่ 6 น้ี จึงถอื เปน เปาหมายสําคัญในการทจี่ ะตองมงุ มน่ั ในการดาํ เนินการปองกนั และปราบปรามการทจุ ริต 8. กรณตี ัวอยางผลทีเ่ กดิ จากการทจุ ริต องคก ารบรหิ ารสว นตําบลแหง หน่ึง ไดจางเหมาใหสรางระบบประปาหมูบาน ในราคา 400,000 บาท โดยมีบริษทั แหงหนงึ่ เสนอราคาตํา่ สดุ เปนผูไดร บั เลอื กใหกอ สรางดงั กลา ว องคก ารบริหารสว นตําบล ไดม คี ําสั่ง แตงตั้งคณะกรรมการตรวจการจาง มีนาย ก. ประธานคณะกรรมการ นาย ข. ปลัดองคการบริหารสวนตําบล เปนกรรมการ และมีผูแทนประชาคมหมูบานอีก 2 คน เปนกรรมการรวม โดยมี นาย ค. หัวหนาสวนโยธา เปน ผคู วบคมุ งานกอ สราง ซ่ึง นาย ก. นาย ข. และ นาย ค. ไดรวมกันเรียกรับเงินจากบริษัทดังกลาว จํานวน 10 เปอรเซ็นต ของวงเงนิ คาจางกอสราง ประมาณ 40,000 บาท บริษทั ไดขอตอรองเหลือ 20,000 บาท และ ไดแ จง ความกับเจา หนาที่ตํารวจใหว างแผนจับกุม นาย ก. พรอ มคณะ ไดพรอ มของกลาง เปนเงินสด 20,000 บาท การเรียกรบั เงนิ เปอรเซ็นตจ ากคา จา ง เปน การคอรรัปชนั อยางหนงึ่ ในวงการราชการ

62 กจิ กรรม คาํ ชี้แจง ใหค รู กศน. และผูเ รียน รว มกันสนทนา อภิปราย และยกตวั อยาง เพื่อใหผ ูเรยี นสามารถอธบิ าย รายละเอยี ดตาง ๆ ของการทจุ รติ ได

63 เร่อื งที่ 2 ความละอายและความไมทนตอ การทุจรติ การสรา งสงั คมทีไ่ มท นตอ การทุจริต เปน การปรับเปลย่ี นสภาพสังคมใหเกิดภาวะ “ที่ไมทนตอการทุจริต” โดยเร่มิ ตั้งแตกระบวนการกลอ มเกลาทางสงั คมในทุกชว งวยั เพื่อสรางวัฒนธรรมตอ ตา นการทจุ รติ และปลูกฝง ความพอเพยี ง มวี นิ ยั ซื่อสัตยสุจรติ ความเปนพลเมอื งดี มีจติ สาธารณะ ผานทางสถาบันหรือกลุมตัวแทนที่ทํา หนา ที่ในการกลอมเกลาทางสังคม เพอื่ ใหเด็ก เยาวชน ผูใหญเกิดพฤติกรรมท่ีละอายตอการกระทําความผิด การไมยอมรับและตอ ตา นการทจุ ริตทกุ รูปแบบ 1. ความหมายของความละอายและความไมทนตอ การทุจรติ (Anti - Corruption) คําวา ละอาย หมายถงึ การรสู ึกอายที่จะทําในส่ิงทไ่ี มถกู ไมควร ความละอาย เปนความรูสึกอายที่จะทําในสิ่งท่ีไมถูกตอง และเกรงกลัวตอส่ิงท่ีไมดี ไมถูกตอง ไมเ หมาะสม เพราะเห็นถงึ โทษหรือผลกระทบทีจ่ ะไดรบั จากการกระทํานั้น จึงไมก ลาท่จี ะกระทํา ทําใหตนเอง ไมห ลงทาํ ในสิ่งทผ่ี ิด นน่ั คอื มคี วามละอายใจ ละอายตอ การกระทําผดิ คําวา ทน หมายถึง การอดกล้ันได ทนอยูได เชน ทนดา ทนทุกข ทนหนาว ไมแตกหัก หรือ บบุ สลายงาย ความอดทน หมายถึง การรูจักรอคอยและคาดหวัง เปนการแสดงใหเห็นถึงความม่ันคง แนวแน ตอส่งิ ทรี่ อคอย หรอื ส่งิ ทจ่ี ูงใจใหกระทาํ ในส่งิ ท่ีไมด ี ไมท น หมายถึง ไมอ ดกลน้ั ไมอ ดทน ไมย อม ดงั น้นั ความไมท น หมายถึง การแสดงออกตอการ กระทําท่ีเกิดข้ึนกับตนเอง บุคคลที่เก่ียวของหรือสังคม ในลักษณะท่ีไมยินยอม ไมยอมรับในส่ิงท่ีเกิดขึ้น ความไมท นสามารถแสดงออกไดห ลายลกั ษณะทงั้ ในรูปแบบของกรยิ า ทา ทาง หรอื คาํ พดู ความไมทนตอการทุจริตหรือการกระทําที่ไมถูกตอง ตองมีการแสดงออกอยางใดอยางหนึ่ง เกิดขึ้น เชน การแซงควิ เพื่อซอื้ ของ การแซงควิ เปน การกระทาํ ทไ่ี มถ ูกตอง ผูถูกแซงคิวจึงตองแสดงออกใหผูที่ แซงควิ รบั รวู า ตนเองไมพอใจ โดยแสดงกิริยาหรือบอกกลาวใหทราบ เพื่อใหผูที่แซงคิวยอมที่จะตอทายแถว กรณนี แี้ สดงใหเหน็ วาผทู ถี่ ูกแซงควิ ไมทนตอ การกระทําท่ีไมถ ูกตอง และหากผทู ่ีแซงควิ ไปตอ แถวก็จะแสดงให เหน็ วา บุคคลน้นั มคี วามละอายตอการกระทาํ ทีไ่ มถูกตอง เปน ตน ความไมทนตอการทุจริต บุคคลจะมีความไมทนตอการทุจริตมาก - นอย เพียงใด ข้ึนอยูกับ จติ สาํ นกึ ของแตละบคุ คลและผลกระทบทีเ่ กิดขึน้ จากการกระทํานน้ั ๆ แลวมีพฤติกรรมท่ีแสดงออกมา ซึ่งการ แสดงกรยิ าหรือการกระทาํ จะมหี ลายระดับ เชน การวา กลา วตกั เตือน การประกาศใหสาธารณชนรบั รู การแจง

64 เบาะแส การรองทุกขกลา วโทษ การชมุ นมุ ประทวง ซ่งึ เปน ขัน้ ตอนสดุ ทา ยที่รุนแรงที่สุด เนอ่ื งจากมกี ารรวมตัว ของคนจาํ นวนมาก และสรา งความเสยี หายอยา งมากเชนกัน ความไมท นของบุคคลตอ สง่ิ ตาง ๆ รอบตวั ที่สง ผลในทางไมดีตอตนเองโดยตรง สามารถพบเห็น ไดง า ย ซงึ่ ปกติแลว ทกุ คนมกั จะไมทนตอสภาวะ สภาพแวดลอมท่ีไมดีและสงผลกระทบตอตนเองแลว มักจะ แสดงปฏิกิริยาออกมา แตการท่ีบุคคลจะไมทนตอการทุจริตและแสดงปฏิกิริยาออกมานั้นอาจเปนเรื่องยาก เนอ่ื งจากปจจบุ ันสงั คมไทยมแี นวโนมยอมรบั การทุจรติ เพื่อใหต นเองไดร ับประโยชนหรือใหงานสามารถดาํ เนนิ ตอ ไปสคู วามสาํ เรจ็ ซงึ่ การยอมรบั การทุจริตในสังคมไมเ วน แมแตเดก็ และเยาวชน และมองวาการทุจริตเปนเร่ือง ไกลตัวและไมมผี ลกระทบกับตนเองโดยตรง 2. ลกั ษณะของความละอายและความไมท นตอ การทุจริต (Anti - Corruption) ลกั ษณะของความละอายสามารถแบงได 2 ระดับ คือ ความละอายระดับตน หมายถึง ความละอาย ไมกลา ทีจ่ ะทําในสิ่งทผี่ ดิ เนื่องจากกลัววา เมอื่ ตนเองไดท าํ ลงไปแลว จะมคี นรับรู หากถูกจับไดจะไดรับการลงโทษ หรือไดรับความเดือดรอ นจากสิ่งทีต่ นเองไดท ําลงไป จึงไมกลา ท่จี ะกระทาํ ผดิ และในระดบั ที่สองเปน ระดบั ทสี่ งู คือ แมว าจะไมม ีใครรบั รหู รือเหน็ ในสงิ่ ทีต่ นเองไดทําลงไป กไ็ มกลาท่ีจะทําผิด เพราะนอกจากตนเองจะไดรับ ผลกระทบแลว ครอบครัว สังคมก็จะไดรับผลกระทบตามไปดวย ท้ังชื่อเสียงของตนเองและครอบครัวก็จะ เส่ือมเสีย บางคร้ังการทุจริตบางเร่ืองเปนส่ิงเล็ก ๆ นอย ๆ เชน การลอกขอสอบ อาจจะไมมีใครใสใจหรือ สังเกตเห็น แตห ากเปนความละอายขัน้ สูงแลว บุคคลน้นั ก็จะไมก ลา ทาํ สาํ หรับความไมทนตอ การทุจริต จากความหมายทีไ่ ดกลา วมาแลว คอื เปน การแสดงออกอยางใด อยางหนง่ึ เกิดขึน้ เพอ่ื ใหรบั รูวาจะไมท นตอ บุคคลหรอื การกระทําใด ๆ ท่ีทําใหเกิดการทุจริต ความไมทนตอการ ทจุ ริตสามารถแบง ระดบั ตา ง ๆ ไดมากกวา ความละอาย ใชเ กณฑความรุนแรงในการแบงแยก เชน หากเพื่อน ลอกขอสอบเรา และเราเห็นซ่ึงเราจะไมยินยอมใหเพื่อนทุจริตในการลอกขอสอบ เราก็ใชมือหรือกระดาษ มาบังสว นทีเ่ ปนคาํ ตอบไว เชนนีก้ ็เปน การแสดงออกถงึ การไมท นตอการทจุ ริต นอกจากการแสดงออกดวยวิธี ดังกลาวที่ถือเปนการแสดงออกทางกายแลว การวากลาวตักเตือนตอบุคคลที่ทุจริตการประณาม การประจาน การชุมนมุ ประทวง ถือวา เปน การแสดงออกซง่ึ การไมทนตอการทจุ ริตทงั้ ส้ินแตจะแตกตางกันไป ตามระดับของการทจุ ริต ความต่นื ตวั ของประชาชน และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทุจริต โดยทายเรื่องนี้ได ยกตวั อยางกรณศี กึ ษาท่มี ีสาเหตมุ าจากการทจุ ริต ทาํ ใหประชาชนไมพ อใจและรวมตวั ตอ ตาน ความจําเปน ของการทไี่ มทนตอ การทจุ รติ ถอื เปน สิ่งสําคัญ เพราะการทุจริตไมวาระดับเล็กหรือ ใหญยอ มกอใหเกดิ ความเสียหายตอ สงั คม ประเทศชาติ ดังเชนตัวอยา ง คดีรถและเรอื ดับเพลิงของกรงุ เทพมหานคร ผลของการทจุ รติ สรา งความเสยี หายไวอยางมาก รถและเรือดับเพลิงก็ไมสามารถนํามาใชได รัฐตองสูญเสีย งบประมาณไปโดยเปลา ประโยชน และประชาชนเองก็ไมไดใชประโยชนดวยเชนกัน หากเกิดเพลิงไหมพรอมกัน

65 หลายแหง รถ เรือและอุปกรณด บั เพลงิ จะมีไมเ พยี งพอท่ีจะดบั ไฟไดท ันเวลา เพยี งแคค ิดจากมูลคาความเสียหาย ท่ีรัฐสญู เสียงบประมาณไป ยังไมไดค ดิ ถึงความเสยี หายทเ่ี กิดจากความเดอื ดรอนหากเกิดเพลงิ ไหมแ ลว ถือเปน ความเสยี หายท่ีสงู มาก ดงั น้นั หากยังมกี ารปลอยใหมกี ารทุจรติ ยนิ ยอมใหม กี ารทุจริตโดยเห็นวาเปนเรื่องของ คนอน่ื เปน เรอ่ื งของเจาหนาทรี่ ัฐไมเกย่ี วขอ งกับตนเองแลว สุดทา ยความสูญเสียท่จี ะไดรบั ตนเองกย็ งั คงทจ่ี ะไดร บั ผลนั้นอยแู มไ มใชทางตรงกท็ างออ ม ดงั น้ัน การท่บี ุคคลจะเกดิ ความละอายและความไมทนตอการทุจริตได จําเปนอยางย่ิงที่จะตอง สรา งใหเกดิ ความตระหนกั และรบั รูถ งึ ผลกระทบที่เกดิ ขน้ึ จากการทจุ ริตในทกุ รูปแบบ ทกุ ระดบั ซ่ึงหากสังคม เปนสังคมที่มีความละอายและความไมทนตอการทุจริตแลว จะทําใหเกิดสังคมที่นาอยู และมีการพัฒนา ในทกุ ๆ ดา น 3. การลงโทษทางสังคม (Social Sanction) หมายถึง ปฏิกิริยาปฏิบัติทางสังคม เปนมาตรการ ควบคุมทางสังคมท่ีตองการใหสมาชิกในสังคมประพฤติปฏิบัติตามมาตรฐาน หรือกฎเกณฑท่ีสังคมกําหนด โดยมีทั้งดานลบและดานบวก การลงโทษโดยสังคมเชิงลบ (Negative Social Sanction) เปนการลงโทษ โดยการกดดนั และแสดงปฏิกริ ิยาตอ ตา นพฤตกิ รรมของบุคคลท่ไี มป ฏบิ ัติตามกฎเกณฑของสังคม ทําใหบุคคล นน้ั เกดิ ความอับอายขายหนา สําหรับการลงโทษโดยสังคมเชิงบวกหรือการกระตุนสังคมเชิงบวก (Positive Social Sanction) เปน การแสดงออกในเชิงสนับสนุนหรอื ใหรางวัลเปนแรงจงู ใจ เพื่อใหบุคคลในสังคมประพฤติ ปฏบิ ัตติ ามกฎเกณฑข องสงั คม การลงโทษทางสงั คม เปนการลงโทษกบั บคุ ลท่ีปฏิบตั ิตนฝา ฝนกบั ธรรมเนียม ประเพณี หรอื แบบแผน ทป่ี ฏิบตั ิตอ ๆ กนั มาในชมุ ชน มกั ใชในลักษณะการลงโทษทางสังคมเชงิ ลบมากกวา เชงิ บวก การฝาฝนดังกลาว อาจจะไมผิดกฎหมาย แตด ว ยธรรมเนียมท่ีปฏิบัติสืบตอกันมานั้นถูกละเมิด ถูกฝาฝน หรือถูกดูหม่ินเกี่ยวกับ ความเช่อื ของชุมชน กจ็ ะนาํ ไปสกู ารตอตานจากคนในชุมชน แมวาการฝาฝนดังกลาวจะไมผิดกฎหมายก็ตาม และที่สําคัญไปกวานั้น หากการกระทําดังกลาวผิดกฎหมายดวยแลวอาจสรางใหเกิดความไมพอใจขึ้นได ไมเพยี งแตในชุมชนน้นั แตอ าจเกย่ี วเนือ่ งไปกบั ชมุ ชนอ่ืนรอบขาง หรือเปนชุมชนท่ใี หญท่สี ุด น่นั คือ ประชาชน ทั้งประเทศซง่ึ การลงโทษทางสงั คมมีท้ังดานบวกและดานลบ ดังน้ี การลงโทษโดยสังคมเชิงบวก (Positive Social Sanctions) จะอยูในรูปของการใหการสนับสนุน หรือการสรางแรงจูงใจ หรือการใหร างวลั ฯลฯ แกบ ุคคลและสังคม เพ่ือใหประพฤติปฏิบัติสอดคลองกับบรรทัดฐาน (Norm) ของสงั คมในระดบั ชุมชนหรอื ในระดับสงั คม การลงโทษโดยสังคมเชิงลบ (Negative Social Sanctions) จะอยูในรูปแบบของการใช มาตรการตาง ๆ ในการจดั ระเบยี บสงั คม เชน การวา กลา วตักเตือน ซึ่งเปนมาตรการข้ันตาํ่ สดุ เรือ่ ยไปจนถึงการ

66 กดดันและบีบคั้นทางจิตใจ (Moral Coercion) การตอตาน (Resistance) และการประทวง (Protest) ในรูปแบบตา ง ๆ ไมว า จะโดยปจเจกบุคคลหรอื การชมุ นมุ ของมวลชน การลงโทษโดยสงั คมเชิงลบ จะสรา งใหเ กิดการลงโทษตอ บคุ คลทถ่ี ูกกระทํา การลงโทษประเภทน้ี เปน การลงโทษเพื่อใหหยุดกระทาํ ในส่งิ ที่ไมถกู ตอง และบุคคลทถี่ กู ลงโทษจะเกดิ การเข็ดหลาบ ไมกลา ที่จะทํา ในสง่ิ นั้นอกี การลงโทษประเภทนี้มีความรุนแรงแตกตางกัน ต้ังแตการวากลาวตักเตือน การนินทาการประจาน การชมุ นมุ ขับไล ซง่ึ เปน การแสดงออกถึงการไมทน ไมยอมรับตอสิ่งท่ีบุคคลอ่ืนไดกระทําไป ดังน้ัน เมื่อมีใคร ท่ีทําพฤตกิ รรมเหลา นนั้ ข้นึ จึงเปน การสรางใหเกดิ ความไมพอใจแกบุคคลรอบขาง หรือสังคม จนนําไปสูการ ตอตานดงั กลาว การลงโทษโดยสังคมจะมีความรุนแรงมากหรือนอย ก็ข้ึนอยูกับการกระทําของบุคคลน้ันวา รายแรงขนาดไหน หากเปนเรื่องเล็กนอยจะถูกตอตานนอย แตหากเร่ืองนั้นเปนเร่ืองรายแรง เรื่องท่ีเกิดขึ้น ประจาํ หรอื มผี ลกระทบตอ สงั คม การลงโทษกจ็ ะมีความรุนแรงมากขนึ้ ดว ย เชน หากมีการทุจริตเกิดข้ึนก็อาจ นําไปเปนประเด็นทางสังคมจนนําไปสูการตอตานจากสังคมได เพราะการทุจริตถือวาเปนสิ่งที่ไมถูกตอง ผิดกฎหมาย และผดิ ตอ ศีลธรรม บอยคร้ังทม่ี กี ารทจุ รติ เกิดข้นึ จนเปน สาเหตุของการชมุ นมุ ประทว ง เพอ่ื กดดัน ขับไลใหบุคคลนั้นหยุดการกระทําดังกลาว หรือการออกจากตําแหนงน้ัน ๆ หรือการนําไปสูการตรวจสอบ และลงโทษโดยกฎหมาย โดยในหัวขอ สุดทายของเนอื้ หาวชิ านี้ ไดนาํ เสนอตัวอยา งที่ไดแ สดงออกถงึ ความไมท น ตอการทุจริตที่มีการชุมนุมประทวงบางเหตุการณผูที่ถูกกลาวหาไดลาออกจากตําแหนง ซึ่งการลาออกจาก ตําแหนงน้ันถือเปนความรับผิดชอบอยางหนึ่งและเปนการแสดงออกถึงความละอายในส่ิงที่ตนเอง ไดกระทาํ 4. ตัวอยางความละอายและความไมทนตอการทจุ รติ การทุจริตมีผลกระทบตอการพัฒนาประเทศ ทําใหเกิดความเสียหายอยางมากในดานตาง ๆ หากนําเอาเงนิ ที่ทุจริตไปมาพฒั นาในสวนอน่ื ความเจรญิ หรือการไดรับโอกาสของผูทด่ี อยโอกาสก็จะมีมากข้ึน ความเหลื่อมลา้ํ ทางดา นโอกาส ทางดา นสงั คม ทางดานการศึกษา ฯลฯ ของประชาชนในประเทศก็จะลดนอยลง ดงั ท่ีเห็นในปจจบุ ันวาความเจรญิ ตาง ๆ มกั อยูกบั คนในเมืองมากกวาชนบท ทั้ง ๆ ท่ีคนชนบทก็คือ ประชาชน สว นหนงึ่ ของประเทศ แตเ พราะอะไรทําไมประชาชนเหลานั้นถึงไมไดรับโอกาสใหทัดเทียมหรือใกลเคียงกับ คนในเมอื ง ปจ จัยหน่งึ คือ การทจุ ริต สาเหตกุ ารเกิดทุจริตมหี ลายประการตามทก่ี ลา วมาแลวขา งตน แตทําอยา งไร ถึงทาํ ใหมีการทุจริตไดมาก อยางหนึ่งคือการลงทุนเมื่อมีการลงทุนก็ยอมมีงบประมาณ เมื่อมีงบประมาณ กเ็ ปน สาเหตใุ หบุคคลทค่ี ดิ จะทุจริตสามารถหาชอ งทางดังกลาวในทางทุจรติ ได แมวาประเทศไทยจะมกี ฎหมาย หลายฉบับเพื่อปองกันการทุจริตปราบปรามการทุจริต แตนั่นก็คือ ตัวหนังสือที่ไดเขียนเอาไว แตการ บังคับใชยังไมจริงจังเทาท่ีควร และยิ่งไปกวานั้นหากประชาชนเห็นวาเรื่องดังกลาวไมเกี่ยวของกับตนเอง

67 กม็ กั จะไมอ ยากเขาไปเกย่ี วของเน่ืองจากตนเองก็ไมไดรับผลกระทบที่เกิดข้ึน แตการคิดดังกลาวเปนสิ่งท่ีผิด เนอื่ งจากวาอาจจะไมไดรบั ผลกระทบโดยตรงตอ การท่มี ีคนทจุ รติ แตโดยออมแลวถอื วาใช เชน เมื่อมีการทจุ ริตมาก งบประมาณของประเทศท่จี ะใชพฒั นาหรือลงทนุ ก็นอ ย อาจสงผลใหประเทศไมสามารถจางแรงงานหรือลงทุนได ความเสียหายที่เกิดจากการทุจริต หากเปนการทุจริตในโครงการใหญ ๆ แลว ปริมาณเงิน ทที่ ุจริตยอมมมี ากความเสียหายก็ยอ มมีมากตามไปดวย โดยในหัวขอน้ีไดยกกรณีตัวอยางที่เกิดข้ึนจากการทุจริต ไวในทา ยบท ซึง่ จะเห็นไดวาความเสียหายที่เกิดข้ึนนั้นมีมูลคามากมาย และน่ีเปนเพียงโครงการเดียวเทานั้น หากรวมเอาการทุจริตหลาย ๆ โครงการ หลาย ๆ กรณีเขาดวยกัน จะพบวาความเสียหายที่เกิดข้ึนมานั้น มากมายมหาศาล ดังนนั้ เม่ือเปนเชนน้ีแลว ประชาชนจะตองมีความต่ืนตัวในการที่จะรวมมือในการปองกัน และปราบปรามการทุจริต การรวมมือกันในการเฝาระวังเหตุการณ สถานการณท่ีอาจเกิดการทุจริตได เม่ือประชาชนรวมถึงภาคเอกชน ภาคธุรกิจ มีความต่ืนตัวท่ีจะรวมมือกันในการแกไขปญหาดังกลาว ปญหา การทจุ รติ จะถือเปนปญ หาเพียงเล็กนอ ยของประเทศไทย เพราะไมว า จะทําอยา งไรกจ็ ะมีการสอดสอง ตดิ ตาม เฝาระวังเรื่องการทุจริตอยา งตอ เน่ือง ดงั นั้นแลวสง่ิ สําคัญสงิ่ แรกท่ีจะตองสรางใหเกิดข้ึน คือ ความตระหนักรูถึง ผลเสียท่ีเกดิ ขึน้ จากการทุจริต สรางใหเกิดความต่ืนตัวตอการปราบปรามการทุจริต การไมทนตอการทุจริต ใหเกิดข้ึนในสังคมไทยเมื่อประชาชนในประเทศมีความต่ืนตัวท่ีวา “ไมทนตอการทุจริต” แลว จะทําใหเกิด กระแสการตอ ตา นตอ การกระทําทจุ รติ และคนทีท่ ําทจุ รติ กจ็ ะเกิดความละอายไมก ลาท่จี ะทาํ ทุจริตตอไป เชน หากพบเห็นวา มีการทุจรติ เกิดขนึ้ อาจมีการบนั ทึกเหตกุ ารณห รือลักษณะการกระทาํ แลว แจงขอมลู เหลานัน้ ไป ยงั หนว ยงานหรือสอ่ื มวลชนเพื่อรวมกันตรวจสอบการกระทําท่ีเกิดขึ้น และย่ิงในปจจุบันเปนสังคมสมัยใหม และกําลงั เดนิ หนาประเทศไทยกา วสูยุคไทยแลนด 4.0 แตการจะเปน 4.0 ใหสมบูรณแบบไดนั้น ปญหาการ ทุจริตจะตอ งลดนอยลงไปดวย เม่อื ประชาชนมคี วามต่ืนตวั ตอ การทไ่ี มทนตอการทุจรติ แลวผลท่ีเกิดข้ึนจะเปน อยางไร ตัวอยา งท่จี ะนํามากลา วถงึ ตอ ไปนีเ้ ปนกรณีที่เกดิ ขน้ึ ในตางประเทศ แสดงใหเ ห็นถงึ ความไมทนตอการ ทุจริตท่ีประชาชนไดลุกข้ึนมาตอสู ตอตานตอนักการเมืองที่ทําทุจริต จนในที่สุดนักการเมืองเหลานั้นหมด อํานาจทางการเมืองและไดรบั บทลงโทษท้ังทางสงั คมและทางกฎหมาย ดังนี้ 1. ประเทศเกาหลีใตถือเปนประเทศหน่ึง ที่ประสบความสําเร็จในดานของการปองกันและ ปราบปรามการทุจริต แตก็ยังคงมีปญหาการทุจริต เกิดข้ึนอยูบาง เชนเม่ือป พ.ศ. 2559 มีขาวกรณี ของประธานาธิบดีถูกปลดออกจากตําแหนง เพราะ เขา ไปมสี วนเก่ียวของในการเออ้ื ประโยชนใหพวกพอง ที่มา : http://www.bbc.com/thai/international๓๙๒๒๗๔๔๑ โดยการถูกกลาวหาวาใหเพื่อนสนิทของครอบครัว

68 เขามาแทรกแซงการบรหิ ารประเทศรวมถึงใชความสัมพนั ธทีใ่ กลชดิ กบั ประธานาธิบดีแสวงหาประโยชนส ว นตวั ผลทเ่ี กดิ ขึน้ คอื ถูกดําเนินคดีและตั้งขอหาวาพัวพันการทุจริตและใชอํานาจหนาที่ในทางมิชอบ เพื่อเอื้อ ผลประโยชนใหแกพวกพอง กรณีที่เกิดข้ึนนี้ประชาชนเกาหลีใตไดมีการรวมตัวกันประทวงกวาพันคน เรียกรอ งใหป ระธานาธบิ ดคี นดงั กลาวลาออกจากตําแหนงหลงั มเี หตอุ อ้ื ฉาวทางการเมือง อีกกรณีท่ีจะกลาวถึงเพ่ือเปนตัวอยางการตอตาน การกระทําท่ีไมถูกตอง คือ การท่ีผูเรียนคนหน่ึงไดเขาเรียน ในมหาวทิ ยาลยั ทง้ั ท่ีผลคะแนนที่เรียนมาน้ันไมไดส งู และการ ที่คุณสมบัติของผูเรียนดังกลาวมีคุณสมบัติไมตรงกับการ คัดเลือกโควตานักกีฬาที่กําหนดไววาจะตองผานการแขงขัน ประเภทเดี่ยวแตผูเรียนคนดังกลาวผานการแขงขันประเภท ที ม เ ท า กั บ ว า คุ ณ ส ม บั ติ ไ ม ถู ก ต อ ง แ ต ไ ด รั บ เ ข า เ รี ย น ทีม่ า : http://teen.mthai.com/education ในมหาวทิ ยาลยั ดงั กลาว การกระทาํ เชนนจี้ งึ เปนสาเหตุหนง่ึ ของการนําไปสูการประทวง ตอตานจากผูเรียนและอาจารยของมหาวิทยาลัยดังกลาว ซ่ึงทางมหาวิทยาลัย ก็ไมสามารถใหคําตอบที่ชัดเจนแกกลุมผูประทวงได จนในที่สุดประธานของมหาวิทยาลัยดังกลาวจึงลาออก จากตาํ แหนง 2. ประเทศบราซลิ ประชาชนไดมีการชุมนุม ประทวงการทุจริตทีเ่ กิดขึน้ เปน การแสดงออกถึงความ ไมพอใจตอวัฒนธรรม การโกงของระบบราชการของ ประเทศโดยมีประชาชนจํานวนหลายหม่ืนคนเขารวม การชมุ นมุ ในครง้ั น้ี มกี ารแสดงภาพหนเู พอ่ื เปนสัญลักษณ ในการประณามตอนักการเมืองที่ทุจริต การประทวง ทีม่ า : http://www.dallynews.co.th/foregin ดังกลา วยังถือวามีขนาดเล็กกวาครงั้ กอ น เพราะท่ีผานมา ไดม ีการทจุ รติ เกิดขน้ึ และมีการประทว งจนในทสี่ ดุ ประธานาธบิ ดไี ดถกู ปลดจากตาํ แหนงเนอ่ื งจากการกระทาํ ท่ลี ะเมิดตอกฎระเบยี บเรอ่ื งงบประมาณ จากตัวอยางขางตนแสดงใหเห็นถึงความตื่นตัวของประชาชนที่ออกมาตอตานตอการทุจริต ไมวาจะเปนการทุจริตในระดับหนวยเล็ก ๆ หรือระดับประเทศ เปนการแสดงออกซึ่งการไมทนตอการทุจริต การไมท นตอการทจุ รติ สามารถแสดงออกมาไดหลายระดบั ตง้ั แตก ารเห็นคนทท่ี าํ ทจุ รติ แลว ตนเองรสู กึ ไมพ อใจ มกี ารสงเรื่องตรวจสอบ รอ งเรยี น และในที่สดุ คอื การชุมนุม ประทวง ตามตัวอยางท่ีไดนํามาแสดงใหเห็นขางตน ตราบใดที่สามารถสรางใหสังคมไมท นตอการทจุ รติ ได เมื่อนนั้ ปญ หาการทุจรติ ก็จะลดนอยลง แตห ากจะใหเกิด

69 ผลดยี ิ่งขึ้น จะตองสรา งใหเ กดิ ความละอายตอการทุจริต ไมกลา ทีจ่ ะทาํ ทุจริต โดยนําเอาหลักธรรมทางศาสนา มาเปนเครอ่ื งมือในการสงั่ สอน อบรม ในขณะเดียวกันหากมีการทุจริตเกิดข้ึนกระบวนการในการแสดงออก ตอการไมทนตอการทุจริตจะตองเกิดข้ึน และมีการเปดเผยช่ือบุคคลที่ทุจริตใหกับสาธารณะชนไดรับทราบ อยางท่วั ถงึ เม่อื สังคมมที งั้ กระบวนการในการปองกันการทุจริต การปราบปรามการทุจริตท่ีดีรวมถึงการสราง ใหสังคมเปนสังคมท่ีไมทนตอการทุจริต มีความละอายตอการทําทุจริตแลว ปญหาการทุจริตจะลดนอยลง ประเทศชาตจิ ะสามารถพฒั นาไดมากขนึ้ สําหรับระดับการทุจริตท่ีเกิดขึ้น ไมวาจะเปนในระดับใดลวนแลวแตสงผลกระทบตอสังคมและ ประเทศชาติทั้งสิ้น บางครั้งการทุจริตเพียงนิดเดียวอาจนําไปสูการทุจริตอยางอ่ืนที่มากกวาเดิมได การมี วัฒนธรรม คา นยิ ม หรือความเชอ่ื ท่ีไมถูกตองก็สงผลใหเกิดการทุจริตไดเชนกัน เชน การมอบเงินอุดหนุนแก สถานศึกษาเพ่ือใหบ ุตรของตนไดเขาศึกษาในสถานท่ีแหงน้ัน หากพิจารณาแลวอาจพบวาเปนการชวยเหลือ สถานศึกษาเพ่ือท่ีสถานศึกษาแหงน้ันจะไดนําเงินที่ไดไปพัฒนาสภาพแวดลอม การเรียนการสอนของทาง สถานศึกษาตอไป แตการกระทําดังกลาวนี้ไมถูกตองเปนการปลูกฝงส่ิงที่ไมดีใหเกิดขึ้นในสังคม และตอไป หากกระทําเชนน้ีเร่ือย ๆ จะมองวาเปนเรื่องปกติท่ีทุกคนทํากันไมมีความผิดแตอยางใด จนทําใหแบบแผน หรอื พฤตกิ รรมทางสังคมทดี่ ีถูกกลนื หายไปกบั การกระทําท่ไี มเ หมาะสมเหลานี้ ตัวอยางการมอบเงนิ อุดหนนุ แกส ถานศึกษายังคงเกิดขนึ้ ในประเทศไทยอยา งตอ เนื่อง โดยเฉพาะในสถานศกึ ษาทีม่ ชี อ่ื เสียงซง่ึ หลายคนอยาก ใหบตุ รของตนเขา ศกึ ษาในสถานท่ีแหง น้นั แตด ว ยขอจาํ กดั ท่ไี มส ามารถรับนักเรียนผูเรียนไดท้ังหมด จึงทําให ผูปกครองบางคนตอ งใหเงนิ กบั สถานศึกษา เพ่อื ใหบตุ รของตนเองไดเ ขาเรียน

70 กจิ กรรม กิจกรรมที่ 1 คาํ ช้ีแจง ใหผเู รียนรว มกนั แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั เหตกุ ารณท กี่ อ ใหเ กดิ ความละอายใจ แลวชวยกันวิเคราะห ถงึ ผลเสยี ผลกระทบทไี่ ดร บั และแนวทางแกไข เหตกุ ารณ/ สถานการณ ผลเสีย/ผลกระทบที่ไดร ับ แนวทางแกไข 1. สมชายลอกการบา นเพอ่ื น 2. นติ ยาขอรอ งใหส มจติ ร ทาํ การบา นให 3. พอ แมชว ยกนั ทําช้ินงานท่ีครู มอบหมายใหผ เู รียนทํา 4. ครสู ัง่ ใหสมชายตอนกิ่ง มะมวงแลว นําไปสง ครู แตสมชายกลับไปซ้ือกงิ่ มะมวงทพ่ี อ คา ทําไวขาย ไปสง ครู

71 กิจกรรมที่ 2 สถานการณ ผเู รียนจะทาํ อยางไร เมื่อรมู าวาเพื่อน ๆ ในหอ งสว นใหญว างแผนจะทจุ รติ ในการสอบ และไดช กั ชวนใหผูเรยี นเขารว มกระบวนการทุจรติ ดวย คาํ ชแ้ี จง 1. ใหผูเรียนแสดงบทบาทสมมุติเปนผูเรียน และพูดคุยชักชวนเพ่ือน ๆ ในกลุมใหทุจริตการสอบ โดยมเี พือ่ นบางคนไมเ หน็ ดว ยตอการกระทําครง้ั นี้ 2. ครู กศน. รว มกบั ผเู รยี น ชวนคดิ ชวนคุยเกีย่ วกบั ประเดน็ ตอไปนี้ 2.1 ทําไมผเู รียนจงึ คดิ ที่จะทุจริตตอการสอบ 2.2 เพ่อื นท่ีไมทนตอ การทุจรติ มีความรูสึกอยา งไร 2.3 ถา ทําการทจุ รติ แลว ผลท่เี กิดข้นึ จะมอี ะไรบาง 2.4 แนวทางแกไขการไมทนสรตปุอ อกงาครทค จุวราิตมรทู ไ่ี ดร ับ

72 กิจกรรมท่ี 3 คําช้ีแจง 1. ครู กศน. ซกั ถามผเู รียนวา สถานศกึ ษามีกจิ กรรมอะไรบาง ทีผ่ เู รียนตอ งทํา เชน กิจกรรมเขาคาย กจิ กรรมพฒั นาผเู รียน กิจกรรมจิตอาสา ฯลฯ 2. ครู กศน. อธิบายเพิ่มเตมิ เก่ยี วกบั กจิ กรรมทีผ่ ูเรียนตอบจากขอ 1 วาแตละกจิ กรรมลวนมคี วามสําคญั เปน กิจกรรมทีช่ ว ยพัฒนาผูเรียนดานตา ง ๆ ดงั นน้ั ผเู รยี นจะตอ งเขา รว มกิจกรรมทุกคร้ัง 3. ใหผูเรียนแสดงความคิดเห็นตอสถานการณ กรณีท่ีผูเรียนไมเขารวมกิจกรรมของสถานศึกษา ผูเรยี นจะไดร บั ผลกระทบ หรือผลเสยี อยา งไรบาง และผเู รียนมวี ธิ กี ารแกไขปญหาการไมท าํ กิจกรรม อยา งไร ผลกระทบหรือผลเสียที่เกดิ ขน้ึ แนวทางการแกไ ข 4. ครู กศน. สมุ ผูเ รยี นออกมา 3 – 4 คน เพ่อื นาํ เสนอตอ กลุม ใหญ และครู กศน. สรปุ เพิม่ เติม

73 กิจกรรมที่ 4 คําชี้แจง 1. ครู แบง กลมุ ผเู รียนเปน 2 กลมุ กลุมท่ี 1 ใหผูเ รยี นศึกษาใบความรู เรอ่ื ง การแตงกาย กลมุ ที่ 2 ใหผูเ รยี นศึกษาใบความรู เรื่อง การเขา ควิ 2. ผูเรยี นแตล ะกลมุ นาํ เสนอความรทู ไ่ี ดจากการคน ควา 3. ครู กศน. ชวนคดิ ชวนคุยถึงหวั ขอตอ ไปนี้ 3.1 การแตงกาย หมายถึงอะไร 3.2 การแตงกายมคี วามสําคญั อยางไร 3.3 ผูเ รยี นคดิ วาการแตงกายท่ีถูกตอง และเหมาะสมมผี ลดีตอ ตวั ผเู รียนอยา งไรบาง 3.4 ถา ผูเ รยี นพบเห็นบคุ คลทแ่ี ตงกายไมเ หมาะสมกบั สถานท่ี ผูเรียนจะมีวธิ ีการแนะนําผูนั้น อยา งไร 4. ครู กศน. ชวนคดิ ชวนคยุ ถงึ หวั ขอตอไปนี้ 4.1 การเขา ควิ คืออะไร 4.2 การเขา คิวดอี ยางไร 5. ใหผูเรียนชมคลิปวิดีโอ “การไมเขาแถวซื้ออาหาร โดยการแซงคนอื่น ถือเปนการกระทํา ทไ่ี มถ ูกตองและคนอ่นื ๆ ไดแสดงอาการไมพ อใจตอ การกระทําน้ัน” แหลงสอ่ื https://www.youtube.com/watch?v=AyoRPq4t_lMโตไปไมโ กง ตอน โดนัท 6. ถาผูเรียนพบบุคคลที่ไมเขาคิว หรือแซงคิว ผูเรียนจะมีวิธีการบอกกลาวบุคคลนั้นอยางไร และหากบุคคลนนั้ ปฏเิ สธ ผเู รียนจะมวี ธิ ีแกไขอยางไร เพื่อใหคนท่แี ซงคิวเกดิ ความละอาย

74 กิจกรรมที่ 5 คําชี้แจง 1. ครู กศน. และผเู รียน รวมกันแสดงความคิดเห็นวาเราควรจะตองยึดกฎ ระเบียบของการเลือกตั้ง ใหถูกตอง ไมสรา งความเดอื ดรอ นกับสังคม และประเทศชาติเพราะเหตใุ ด 2. ครู กศน. แบงกลุมผูเรียนเปนกลุม ๆ ละ 3 – 5 คน ไปศึกษา คนควาหัวขอการเลือกต้ัง กบั การทุจริต จากแหลง เรยี นรูตา ง ๆ เชน อนิ เทอรเ นต็ หองสมุด ฯลฯ 3. แตละกลุมนําเสนอขอมูลที่ไดจากการคนควาลงในกระดาษ Flip Chart พรอมนําเสนอ ตอกลุมใหญ 4. ครู กศน. และผเู รียน รว มกันสรปุ ขอ ดีของการไมรบั สินบนจากการไปใชสทิ ธใ์ิ นการเลอื กต้งั

75 กจิ กรรมท่ี 6 คําชี้แจง 1. แบงกลุมผูเรียนออกเปน 4 กลุม ๆ ละเทา ๆ กัน โดยใหผูเรียนแตละกลุมแสดงบทบาทสมมุติ เกีย่ วกับความละอายและความไมทนตอ การทุจรติ ในเร่อื ง กลมุ ท่ี 1 ความซอ่ื สตั ย กลมุ ที่ 2 ความมีวินัย กลุมท่ี 3 การตรงตอเวลา กลมุ ท่ี 4 ความรับผดิ ชอบในการทาํ งาน 2. ผูเรียนทกุ คนรว มกนั แสดงความคิดเหน็ ดงั ตอไปนี้ ก. ความซ่อื สัตย ขอ ดีของความซ่ือสตั ย ผลกระทบของความไมซ่อื สัตย ข. ความมวี นิ ยั ผลกระทบของความไมม ีวินยั ขอ ดีของการมวี นิ ยั ค. การตรงตอ เวลา ผลกระทบของการไมตรงตอเวลา ขอ ดขี องการตรงตอเวลา

ง. ความรับผิดชอบในการทํางาน 76 ขอดีของความรับผิดชอบในการทาํ งาน ผลกระทบของความไมร บั ผดิ ชอบในการทาํ งาน 3. ผูเรียนแตละคนสะทอนความคดิ โดยการเขียนลงสมดุ จดงานเกยี่ วกับเรือ่ งตอ ไปน้ี เรือ่ ง วธิ ีการสรา งความละอายและความไมท นตอ การทจุ ริต ความซื่อสัตย ความมีวินยั การตรงตอเวลา ความรบั ผิดชอบ ในการทาํ งาน 4. ผูเรยี นแตล ะคนนําเสนอผลสะทอ นความคดิ ทง้ั 4 เรอ่ื ง ใหก ลุม ใหญฟง โดยครู กศน. สรุปประเด็น แตละเรื่องของผเู รยี นทไี่ มซ ้ํากับในกระดาษ Flip Chart 5. ผูเรยี นคดั ลอกเนอ้ื หาจากขอ 4 ลงในสมุดจดงาน เพื่อเก็บไวท บทวน

77 บทที่ 3 STRONG : จติ พอเพยี งตานการทุจรติ สาระสาํ คญั การสรางประชาชนใหมีความต่ืนตัวตอการทุจริต มีการใหความสนใจตอขาวสาร และตระหนักถงึ ผลกระทบของการทุจรติ ทีม่ ตี อ ประเทศ มกี ารแสดงออกถงึ การตอ ตานการทุจริตท้ังในชีวิตประจําวันและการ แสดงออกผานสื่อสาธารณะและส่ือสังคมออนไลนตาง ๆ ดังนั้น ประชาชนในแตละชวงวัยจะตองไดรับการ กลอมเกลาทางสังคมวาดวยการทุจริต ดังน้ัน หนวยงานทุกภาคสวนตองใหความสําคัญอยางแทจริงกับการปรับ ประยกุ ตห ลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมาใชป ระกอบหลกั การตอตานการทุจรติ ตัวชว้ี ดั 1. อธบิ ายเกย่ี วกับจิตพอเพยี งตานการทจุ รติ และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง 2. อธิบายแบบอยา งความพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร (พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช ในหลวงรัชกาลท่ี 9) 3. สามารถคดิ วเิ คราะหในการทํากิจกรรมทเี่ กย่ี วขอ งไดถูกตอง ขอบขายเนื้อหา เรื่องที่ 1 จติ พอเพยี งตานการทจุ ริต เร่อื งที่ 2 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร (พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9) ทรงเปนแบบอยางในเร่อื งความพอเพียง เร่ืองท่ี 3 กจิ กรรมท่ีเก่ียวขอ ง

78 เรอ่ื งที่ 1 จิตพอเพยี งตา นการทจุ ริต 1. ความหมายของ STRONG : จติ พอเพียงตานการทจุ ริต จติ หมายถงึ ใจ สงิ่ ท่ีทาํ หนา ที่ นึก รบั ความรสู ึก พอเพียง หมายถึง พอดีกับความตองการ เติมเทาท่ีจําเปน ความพอประมาณ มีเหตุมีผล การเดินทางสายกลาง พอเพยี ง หมายถงึ ไดเทา ท่ีกะไว เชน ไดเ ทานก้ี ็พอเพียงแลว ตาน หมายถึง ทนไว ยันไว รับไว ปะทะไว กนั ไว คัดคาน ทดั ทานตอสู ตาน หมายถงึ ตอ ตาน โต ขดั ขวา ตา น หมายถงึ ยัน หรือรับไวเพ่ือไมใหลํ้าแนวเขามา เชน ตานขาศึก รับแรงปะทะ (เรือตานลม) ตานทาน (นาย ก. ขัดขวาง ยบั ยั้งตอ สยู ันไว)เปน ตน ทจุ รติ หมายถงึ ประพฤตชิ ว่ั โกง ไมซ่ือตรง จากขอมูลขางตน กลาวไดวา จิตพอเพียงตานการทุจริต คือ การมีจิตสํานึกในการดําเนินชีวิต แบบพอเพียงที่จะไมก ระทาํ การทจุ รติ

79 องคประกอบ รองศาสตราจารย ดร.มาณี ไชยธรี านวุ ฒั ศิริ ไดจดั ทําโมเดลองคประกอบของSTRONG : จิตพอเพียง ตา นการทจุ ริต ตามแผนภาพตอไปน้ี หลักความพอเพยี ง โดยบคุ คลสามารถแยกแยะ ผลประโยชนส วนตัวและผลประโยชนส ว นรวม อยางเปน อตั โนมัติ บุคคลและหนวยงาน รวมพฒั นาใหเ กิด ปฏบิ ัติงานบนฐาน ความเออื้ เฟออาทร ตอ กนั บนพนื้ ฐาน ของความโปรงใส ของจริยธรรมและ จติ พอเพยี ง รแู ละพรอ ม ลงมือปอ งกันทุจรติ แสวงหาความรอู ยางตอ เน่ือง มงุ พัฒนาใหเ กดิ ความเจริญ เพือ่ ใหเ ทา ทนั ตอสถานการณก ารทจุ ริต โดยการตอ สกู ับการทจุ ริตไดอ ยา งไมยอทอ พฒั นาโดย การประยกุ ตหลกั ความพอเพยี งดวยโมเดล รศ.ดร. มาณี ไชยธีรานุวฒั ศิริ. 2560.2561 STRONG : จิตพอเพยี งตา นทุจรติ ทม่ี า : http://www.stopcorruption.moph.go.th=สะกดจิตเขาสภู วังค จากแผนภาพโมเดล องคป ระกอบของ STRONG : จิตพอเพยี งตา นการทจุ ริต รองศาสตราจารย ดร.มาณี ไชยธีรานุวัฒศิริ ไดกาํ หนดองคประกอบแตละเร่ืองไว ดังน้ี 1. S (Sufficient) : ความพอเพียง หมายถึง ผูนํา ผูบริหาร บุคคลทุกระดับ องคกรและชุมชน นอมนําปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับประยุกตเปนหลักความพอเพียงในการทํางานการดํารงชีวิต การพัฒนาตนเองและสวนรวม รวมถึงการปองกันการทุจริตอยางยั่งยืน ซึ่งความพอเพียงตอสิ่งใดส่ิงหนึ่ง ของมนุษยแ มวาจะแตกตางกนั ตามพนื้ ฐาน แตการตัดสินใจวาความพอเพียงของตนเองตองตั้งอยูบนความมีเหตุ มีผลรวมท้ังตอ งไมเบียดเบียนตนเอง ผูอื่น และสวนรวมความพอเพียงดังกลาวจึงเปนภูมิคุมกันใหบุคคลนั้น ไมก ระทําการทจุ ริต ซ่งึ ตองใหค วามรูความเขาใจ (Knowledge) และปลุกใหต น่ื รู (Realize)

80 2. T (Transparent) : ความโปรงใส หมายถงึ ผูนํา ผูบรหิ าร บุคคลทกุ ระดบั องคก รและชมุ ชน ตองปฏิบัติงานบนฐานของความโปรงใส ตรวจสอบได ดังน้ัน จึงตองมีและปฏิบัติตามหลักปฏิบัติ ระเบียบ ขอปฏิบัติ กฎหมาย ดา นความโปรงใส ซึ่งตองใหค วามรคู วามเขาใจ (Knowledge) และปลุกใหตื่นรู (Realize) 3. R (Realize) : ความตื่นรู หมายถึง ผูนํา ผูบริหาร บุคคลทุกระดับ องคกรและชุมชน มีความรคู วามเขา ใจ และตระหนักรถู ึงรากเหงา ของปญ หาและภัยรา ยแรงของการทจุ ริตประพฤติมิชอบภายใน ชุมชนและประเทศ ความตื่นรจู ะบงั เกิดเม่ือไดพบเห็นสถานการณที่เสี่ยงตอการทุจริตยอมจะมีปฏิกิริยาเฝา ระวังและไมยินยอมตอการทุจริตในที่สุดซ่ึงตองใหความรูความเขาใจ (Knowledge) เกี่ยวกับสถานการณ การทจุ ริตท่เี กดิ ข้นึ ความรา ยแรงและผลกระทบตอ ระดับบุคคลและสวนรวม 4. O (Onward) : มุงไปขางหนา หมายถึง ผูนําผูบริหาร บุคคลทุกระดับ องคกรและชุมชน มุงพัฒนาปรับเปลี่ยนตนเองและสวนรวมใหมีความเจริญกาวหนาอยางยั่งยืน บนฐานความโปรงใส ความพอเพียงและรวมสรา งวัฒนธรรมสุจริตใหเ กิดขึ้นอยางไมยอทอ ซ่ึงตองมีความรูความเขาใจ (Knowledge) ในประเด็นดงั กลา ว 5. N (Knowledge) : ความรู หมายถึง ผูน ํา ผูบ ริหาร บคุ คลทกุ ระดับ องคกรและชุมชนตองมี ความรู ความเขาใจสามารถนําความรูไปใช สามารถวิเคราะห สังเคราะห ประเมินไดอยางถองแทในเร่ือง สถานการณการทุจริต ผลกระทบที่มีตอตนเองและสวนรวม ความพอเพียงตานการทุจริตการแยกแยะ ผลประโยชนสวนตนและผลประโยชนสวนรวมที่มีความสําคัญย่ิงตอการลดการทุจริตในระยะยาว รวมทั้ง ความละอายไมกลากระทําการทุจริตและเกิดความไมทนเม่ือพบเห็นวามีการทุจริตเกิดข้ึนเพื่อสรางสังคม ไมทนตอ การทจุ รติ 6. G (Generosity) : ความเออ้ื อาทร หมายถงึ คนไทยมคี วามเออ้ื อาทร มีเมตตา มีน้ําใจตอกัน บนฐานของจิตพอเพียงตานการทุจริต ไมเ อ้อื ตอการรับหรือการใหผ ลประโยชนต อพวกพอง 2. ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง สาํ นักงานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติไดประมวลและกลั่นกรองจาก พระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช ในหลวงรัชกาลท่ี 9) เรอื่ งเศรษฐกิจพอเพียง และขอพระราชทาน พระบรมราชานุญาตนําไปเผยแพร ซ่ึงพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9) ทรงพระกรณุ าปรับปรุง แกไขและทรงพระกรุณาโปรดเกลาโปรดกระหมอมพระราชทานพระบรมราชานุญาตตามที่ขอพระมหากรุณา โดยมีใจความวา

81 “เศรษฐกิจพอเพยี ง เปน ปรชั ญาชถ้ี ึงแนวการดาํ รงอยูและปฏิบตั ติ นของประชาชนในทุกระดับตั้งแต ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศใหดําเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพ่ือใหกาวทันตอโลกยุคโลกาภิวัตน ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมเี หตุผล รวมถึงความจาํ เปน ทจ่ี ะตองมีระบบภูมิคุมกนั ในตวั ทีด่ พี อสมควร ตอ การมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจาก การเปลย่ี นแปลงทั้งภายนอกและภายใน ท้ังนี้ จะตองอาศัยความรอบรูความรอบคอบ และความระมัดระวัง อยา งยง่ิ ในการนาํ วิชาการตา ง ๆ มาใชใ นการวางแผนและการดําเนินการทุกขั้นตอนและขณะเดียวกันจะตอง เสรมิ สรา งพน้ื ฐานจติ ใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจาหนาท่ีของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับใหมีสํานึก ในคุณธรรมความซื่อสัตยสุจริต และใหมีความรอบรูท่ีเหมาะสม ดําเนินชีวิตดวยความอดทน ความเพียร มีสติปญญา และความรอบคอบ เพ่ือใหสมดุลและพรอมตอการรองรับการเปล่ียนแปลงอยางรวดเร็วและ กวา งขวางทง้ั ดา นวตั ถุ สงั คม สิ่งแวดลอ ม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกไดเ ปนอยางดี” คุณลกั ษณะทสี่ ําคัญ “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง” แนวทางการดาํ เนินชีวิตใหอ ยบู นทางสายกลางตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพ่ือพน จากภัยและวกิ ฤติการณตาง ๆ ที่เกิดขึ้นกอใหเกิดคุณภาพชีวิตที่ดีอยางมั่นคงและย่ังยืนประกอบดวย 3 หวง 2 เงือ่ นไข ดังแผนภาพตอไปนี้

82 ท่ีมา : https://sites.google.com/site/prachyasersthkicphxpheiyng12/-site-prachyasersthkicphxpheiyng12 ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีตอความจําเปนไมมากเกินไป ไมนอยเกินไปและตอง ไมเ บียดเบยี นตนเองและผูอื่น ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจดําเนินการเร่ืองตาง ๆ อยางมีเหตุผลตามหลักวิชาการ หลักกฎหมาย หลักศลี ธรรม จรยิ ธรรมและวฒั นธรรมท่ีดงี าม คดิ ถึงปจจัยที่เกี่ยวของอยางถี่ถวน โดยคํานึงถึง ผลทค่ี าดวา จะเกิดขน้ึ จากการกระทาํ น้ัน ๆ อยางรอบคอบ มีภูมิคุมกันที่ดีในตัวเอง หมายถึง การเตรียมตัวใหพรอมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลง ดานเศรษฐกิจ สังคม ส่ิงแวดลอมที่จะเกิดข้ึน เพื่อใหสามารถปรับตัวและรับมือไดอยางทันทวงที เง่ือนไขในการตดั สินใจในการดําเนินกิจกรรมตา ง ๆ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1. เงื่อนไขความรูประกอบดวย ความรอบรูเกี่ยวกับวิชาการตาง ๆ ที่เกี่ยวของรอบดาน ความรอบคอบที่จะนาํ ความรเู หลาน้ันมาพิจารณาใหเช่ือมโยงกัน เพ่ือประกอบการวางแผนและความระมัดระวัง ในการปฏิบตั ิ

83 2. เงอ่ื นไขคุณธรรม ท่ีจะตองเสริมสราง ประกอบดวย มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความซื่อสัตย สจุ ริตและมคี วามอดทน มคี วามเพยี ร ใชสติปญญาในการดําเนนิ ชวี ติ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเปนแนวทางการดําเนินชีวิตแนวทางสายกลาง การพ่ึงตนเองรูจัก ประมาณตนอยางมีเหตุผล อยูบนพ้ืนฐานความรูและคุณธรรมในการพิจารณา ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดําเนินการไมไ ดเฉพาะเจาะจงในเร่ืองของเศรษฐกิจแตเพียงอยางเดียวแตยังครอบคลุมไปถึงการดําเนินชีวิต ดา นอืน่ ๆ ของมนุษยใ หอ ยรู ว มกนั ในสงั คมไดอ ยา งปกติสขุ เชน หากเรามคี วามพอเพียง เราจะไมท ุจรติ คดโกง ไมล ักขโมยของไมเ บยี ดเบียนผูอ่ืน กจ็ ะสงผลใหผูอ นื่ ไมเ ดอื ดรอน สงั คมก็อยูไดอยา งปกติสุข เปน ตน

84 เรอื่ งที่ 2 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช ในหลวงรชั กาลที่ 9) ทรงเปนแบบอยางในเรื่องความพอเพยี ง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ (พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช ในหลวงรชั กาลที่ 9) เปนแบบอยางในเร่ืองของความพอเพียงเรื่อง ฉลอง พระองคบนความ “พอเพยี ง” : หนงั สอื พิมพค มชดั ลกึ 24 ตุลาคม 2559 นายสุนทร ชนะศรีโยธิน เจาของรานสูท “วินสัน เทเลอร” ไดบอกเลาพระราชจริยวัตรในดาน “ความพอเพียง” ท่ีพระองคทานทรงปฏิบัติมาอยางตอเน่ืองวา “นายตาํ รวจนํามาใหผมซอมเปนผารัดอก สาํ หรับเลนเรือใบสภาพเกามากแลว นายตํารวจทานนั้นบอกวาไมมีรานไหนยอมซอมใหเลย ผมเห็นวา ยังแกไ ขไดก ็รบั มาซอมแซมใหโ ดยไมค ดิ เงนิ เพราะนึกเพยี งแคอ ยากบริการแกไขใหดใี หลูกคา ประทบั ใจ แตไ มรู มากอ นวา เขาเปนเจาหนาที่ในพระราชสาํ นัก ตอนน้ันผมบอกวาไมคิดคาตัดบอกเขาวาไมรับเงิน แกไขแคน้ี ผมมีนํ้าใจ ผมเปดรานเสื้อเพราะตองการใหมีชื่อเสียงดานคุณภาพและบริการลูกคามากกวา แกไขนิดเดียว กอ็ ยากทาํ ใหเ ขาดี ๆ ไมตองเสียเงิน ตอนน้ันเขาถามผมอีกวาแลวจะเอามาใหทําอีกไดไหม เราก็บอกไดเลย ผมบริการให จากน้นั เราก็รับแกชุดใหน ายตาํ รวจทานนีเ้ รือ่ ย ๆ เขาขอใหคดิ เงนิ กไ็ มคิดให พอคร้งั ท่ี 5 น่ีสิ ทานเอาผา มา 4 - 5 ผืน จะใหตัดถามผมวาเทาไหร ๆ แลวก็รีบควักนามบัตรมาใหผม ทานชื่อ พล.ต.ต.จรัส สุดเสถียร ตําแหนง เขยี นวา เปน นายตาํ รวจประจําราชสํานกั ทานบอกวา “ส่ิงท่ีเถาแกทําใหเปนของพระเจาอยูหัวนะ” ผมอ้ึงมากรีบยกมือทวมหัวดีใจที่ไดรับใชเบื้องพระยุคลบาทแลว นายสุนทรเลาดวยนํ้าเสียงตื้นตันใจ แตละ ฉลองพระองคทไ่ี ดร ับมาใหซ อ มแซมถาเปน คนอนื่ ผาเกา ขนาดนน้ั เขาไมซ อ มกันแลว เอาไปท้ิงหรือใหคนอื่น ๆ ไดแ ลว แตพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (พระบาทสมเด็จ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9) ทรงมคี วามมัธยัสถ ฉลองพระองคแตละองคที่เอามา เกามาก เชน เสื้อสูทสีฟาชัยพัฒนา ผาเกา สีซีดมากแลว ตรงตราชัยพัฒนามัวหมอง ตรงดิ้นทองก็หลุด เกือบหมด ผมเอามาแกะหมดเลยใหโ รงงานปก ใหมใหเ หมอื นแบบเดิม เพราะเขาใจวาทานอยากไดฉลองพระองค เดิมแตเปล่ียนตราใหดูใหม ถาสมมุติวันนี้มีเจาหนาที่มาสงซอม พรุงนี้เย็น ๆ ผมก็ทําเสร็จสงคืนเขาไป เจาหนา ทีท่ ี่มารับฉลองพระองคชอบถามวา ทําไมทําไว ผมตอบเลยวา เพราะตั้งใจถวายงานครับ ผมอยูผืน แผน ดนิ ไทยใตร มพระบารมขี องพระองค ผมก็อยากไดรับใชเบ้ืองพระยุคลบาทสักเรื่องผมเปนแคชางตัดเสื้อ ไดร ับใชข นาดนี้ผมก็ปลื้มปติที่สุดแลว “ผมถือโอกาสนําหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระองคทานมาใชตลอด เสือ้ ผา เกา ๆ ทีไ่ ดรบั มาวันแรกทาํ ใหรูวา พระองคท รงอยูอยา งประหยัด มัธยัสถ ทรงเปนแบบอยางความพอเพียง ใหแ กประชาชน และเม่ือไดถวายงานบอ ยครงั้ ทาํ ใหผมตระหนักวาคนเราวันหน่ึงตองคิดพิจารณาตัวเองวาส่ิงไหน บกพรอ งก็ตอ งแกไ ขสงิ่ นั้น ทุกคนตองแกไขสงิ่ ท่บี กพรองกอนงานถึงจะบรรลุเปาหมาย และเมื่อประสบความสําเร็จ แลวอยา ลมื ต้ังใจทําส่ิงดี ๆ ใหประเทศชาติตลอดไป” ขอ คิดและขอปฏิบัติดี ๆ ที่ไดจากพระบาทสมเด็จพระบรม ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร(พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรชั กาลท่ี 9) ของชางสุนทร

85 1. นาฬกิ าบนขอพระกร วันงานเปดตัวรายการทีวี “ธรรมดี ทพี่ อ ทํา” และงานสมั มนา “ถอดรหัส” ธรรมดี ท่ีพอทําพอเร่ิมบรรยาย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ถามผูฟงวา พวกเรามีเสื้อผาคนละกี่ชุด ใสนาฬิกาเรือนละเทาไหร หลายคนแยงกัน ตอบและพากันอึ้ง เม่ือ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลา วา “คร้ังหน่ึง ผมพยายามจะแอบดูวา ท่ีมา : https://www.winnews.tv/news/9200 = นาฬิกาบนขอ พระกร พระองคทานใสนาฬิกาย่ีหออะไร จนพระองคทานรูสึกไดวาผมพยายามอยากจะดูยี่หอ ทานจึงยื่นขอพระหัตถมาใหดูตรงหนาจึงทราบวา พระองคทานใสนาฬิการาคาเพียงเรือนละ 750 บาทเทานั้น ซึ่งก็เดินตรงเหมือนกันกับนาฬิกาเรือนแพง แมกระทั่งฉลองพระองคก็ทรงมไี มกี่ชุด ทรงใชจนเปอยซีด แตพวกเรามักคิดวา การมีแบบเหลือกินเหลือใช จึงจะดี เพราะคนสมัยนี้เริ่มไมเอาเกษตรกรรม แตเลือกท่ีจะทําอุตสาหกรรม (เปนศัพทท่ีบัญญัติขึ้นเอง) สุดทายอนาคตก็จะอดกิน”ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ถามอีกวา คนในหองนี้มีรองเทาคนละก่ีคูก็มีนักธุรกิจสตรี ตอบวา รอ ยกวาคู ดร.สเุ มธ ตนั ตเิ วชกุล จงึ ถามตอ วา วันนี้ใสมาก่ีคูถาจะใชใหคุมทําไมไมเอามาแขวนคอดวย (ทําเอาบรรยากาศในหองเงียบสงัดเพราะโดนใจกันเต็ม ๆ) กอนจะบอกวา พระองคทรงฉลองพระบาทคูละ 300 - 400 บาท ขณะที่ขาราชบริพารใสรองเทาคูละ 3 - 4 พัน แตเวลาที่พระองคทรงออกเย่ียมราษฎร ในพ้ืนท่หี า งไกลที่สดุ แลว ขา ราชบริพารกเ็ ดินตามพระองคไมทนั อยูดี เวลาเดินคนเราใสรองเทา ไดคเู ดยี ว อีกทั้ง ฉลองพระบาทของพระองคยังถูกนําสง ไปซอ มแลว ซอมอีก 2. ดินสอทรงงาน ดินสอธรรมดาของคนทั่วไปอาจหาซือ้ ไดดวย ราคาเพียงไมก่ีบาทนี้ เปนดินสอชนิดเดียวที่ปรากฏ อยูบนพระหตั ถของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลท่ี 9) ขณะทรงงานอันเน่ืองมาจาก พระราชดํารติ าง ๆ ที่มา : https://lifestyle.campus-star.com/scoop/37407.html = ดินสอทรงงาน


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook