Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 สังคม 2563

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 สังคม 2563

Published by Jeerawan Patiwong, 2021-05-15 07:22:05

Description: หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 สังคม 2563

Search

Read the Text Version

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ังคมศกึ ษาฯ วิชา สังคมศึกษาฯ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 เวลา ๔ ชั่วโมง หนว่ ยที่ 1 เร่อื ง พทุ ธประวัติและพุทธสาวก พทุ ธศาสนกิ ชนตัวอย่าง มาตรฐานการเรียนรู้ ส 1.1 รู้และเขา้ ใจประวัติ ความสาคญั ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนา ท่ตี นนบั ถอื และศาสนาอื่น มศี รทั ธาทถ่ี ูกตอ้ ง ยึดม่ัน และปฏิบัตติ ามหลักธรรมเพ่อื อย่รู ว่ มกันอยา่ งสนั ติสขุ ตัวช้วี ัด ป.1/1 บอกพุทธประวัติหรอื ประวัติของศาสดาที่ตนนบั ถือโดยสังเขป ป.1/2 ช่ืนชมและบอกแบบอยา่ งการดาเนนิ ชวี ติ และข้อคิดจากประวัตสิ าวก ชาดก เรื่องเล่าและ ศาสนิกชนตวั อย่างตามที่กาหนด สาระสาคัญ พุทธประวัติ เป็นเหตุการณ์เรื่องราวความเป็นมาของประวัติพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นพระศาสดาของ พระพทุ ธศาสนาศาสดาของศาสนาต่าง ๆ เป็นผ้ทู เี่ ผยแผ่ลทั ธิคาสอนของแต่ละศาสนาเพือ่ เป็นแนวทางให้ ศาสนกิ ชนนาไปปฏบิ ัตธิ รรม พุทธสาวก เป็นผู้ปฏิบัติตนตามหลักคาสอนของพระพุทธเจ้า ชาดก เป็นเรื่องราวในอดีตชาติของ พระพุทธเจ้าและพุทธสาวกนามาประกอบการแสดงพระธรรมเทศนา พุทธศาสนิกชน-ตัวอย่าง คอื ผปู้ ฏิบัตติ น เป็นแบบอยา่ งทีด่ ี สาระการเรียนรู้ 1. พุทธประวตั ิ 2. ประวตั ศิ าสดาของศาสนาตา่ ง ๆ 3. พุทธสาวกเรือ่ ง สามเณรบัณฑิต 4. ชาดกเร่ือง วัณณุปถชาดก : (พ่อค้าผู้พยายาม) สุวรรณสามชาดก : (สวุ รรณสามยอดกตญั ญู) 5. พทุ ธศาสนกิ ชนตัวอย่าง พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ ัวภมู พิ ลอดุลยเดชฯ และเจ้าพระยา- สธุ รรมมนตรี (หนพู รอ้ ม ณ นคร) คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ รกั ชาติ ศาสตร์ กษัตรยิ ์ มวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้

มงุ่ มั่นในการทางาน รักความเปน็ ไทย สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ ความสามารถในการแกไ้ ขปัญหา ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ชนิ้ งานหรอื ภาระงาน ๑. ชิน้ งานท่ี 1.1 เร่ือง เรียงลาดับเหตุการณ์พทุ ธประวตั ิ บรู ณาการ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย 1. การอา่ นคา/การอา่ นประโยค 2. การเขียนคา 3. แตง่ ประโยค การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ ช่วั โมงที่ 1 กจิ กรรมที่ 1 เรือ่ ง พทุ ธประวตั ิ 1. การใหน้ กั เรียนแลกเปลีย่ นความรูเ้ ก่ียวกับพุทธประวตั ิ และรว่ มกนั ตอบคาถามเก่ยี วกบั พุทธประวัติ 2. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม โดยแบ่งเป็น 3 กลมุ่ เพ่ือจดั บตั รคาเหตุการณเ์ กยี่ วกับพุทธประวตั ิ ตอน ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน 3. สรปุ ความรเู้ กย่ี วกบั พุทธประวัติตอน ประสูติ ตรัสรู้ และปรนิ ิพพาน 4. นักเรยี นและครรู ว่ มกันสรุปความรู้ ดงั นี้ การศึกษาประวัติศาสดาของศาสนาต่าง ๆ จะทาใหไ้ ดข้ อ้ คิดท่ดี ไี ปเป็นแนวทาง การปฏิบัติใน ชีวติ ประจาวนั ได้ ชัว่ โมงที่ 2 กิจกรรมที่ 2 เรือ่ ง พทุ ธสาวก 5. การร่วมกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับนิทานที่ครูนามาประกอบการสอน ศึกษาประวัติพุทธสาวก เรื่อง สามเณรบัณฑติ และร่วมกนั ยกตวั อย่างขอ้ คิดท่ีดีทค่ี วรนาไปปฏิบัติตนโดยสรปุ เปน็ แผนภาพ ชว่ั โมงท่ี 3 กิจกรรมท่ี 3 เรือ่ ง ชาดก 6. ร่วมกันศึกษา และนาข้อคิดจากชาดกเร่ือง วัณณุปถชาดก และสุวรรณสามชาดก มาใช้ในการ ปฏิบตั ิตน โดยการสรปุ เป็นแผนภาพ

ช่ัวโมงที่ 4 กจิ กรรมท่ี 4 เร่อื ง พทุ ธศาสนิกชนตวั อยา่ ง 7. ศึกษาเรียนรู้ประวัติและแบบอย่างการทาความดีของพุทธศาสนิกชนตัวอย่างพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอย่หู วั ภมู ิพลอดลุ ยเดชฯ และเจ้าพระยาสธุ รรมมนตรี 8. สรปุ ความรเู้ ร่อื ง พุทธสาวก ชาดก และพุทธศาสนกิ ชนตัวอยา่ ง 9. นักเรียนและครูร่วมกนั สรปุ ความ ดังนี้ การศึกษาเร่ืองพุทธสาวก ชาดก และพุทธศาสนิกชนตวั อย่างทาให้ไดข้ ้อคิดทสี่ ามารถนาไป ปฏิบตั ิในการดาเนินชวี ติ ได้ สอื่ การเรียนรู้ เกณฑ์ 1. ภาพพระพุทธรปู หรือพระพุทธรูป คะแนนผ่านร้อยละ 50 2. สลากคาถาม และ กลอ่ งปริศนา นกั เรยี นทาใบงาน 3. บตั รคาพทุ ธประวตั แิ ละบัตรคาที่เก่ียวข้องกบั ประวัตศิ าสดาของศาสนาต่าง ๆ คะแนนผ่านร้อยละ 60 4. ภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั ภูมพิ ลอดุลยเดชฯ ข้ึนไปถือวา่ ผ่านเกณฑ์ 5. ภาพประกอบการเล่า ประวัติพุทธสาวก : สามเณรบณั ฑติ 6. ภาพประกอบการเลา่ ชาดก : วณั ณุปถชาดก (พ่อคา้ ผูพ้ ยายาม) นกั เรยี นมีพฤติกรรม 7. ภาพประกอบการเลา่ ชาดก : สวุ รรณสามชาดก (สวุ รรณสามยอดกตญั ญู) ระดับดีขึ้นไป ถือว่าผา่ น 8. แถบประโยค วณั ณุปถชาดก เกณฑ์ 9. แถบประโยค สุวรรณสามชาดก 10.สลากเหตุการณ์ในเรื่อง วณั ณุปถชาดก คะแนนผา่ นร้อยละ 60 11.สลากเหตกุ ารณ์ในเรือ่ ง สุวรรณสามชาดก 12.เรื่อง เดก็ ชายยอดกตัญญู 13.เรื่อง อิกคิวซงั 14.ขนั นา้ แกว้ นา้ ช้อน การประเมนิ ผล 1. การประเมนิ ผลตวั ช้วี ัด การวดั เคร่อื งมือ 1.ก่อนเรยี น แบบทดสอบกอ่ นเรยี น 2.ระหวา่ งเรยี น ใบงานท่ี 1.1 เรือ่ ง พุทธประวตั ิ ใบงานที่ 1.2 เรื่อง พุทธสาวก ใบงานท่ี 1.3 เรอ่ื ง ชาดก ใบงานท่ี 1.4 เร่อื ง พุทธศาสนิกชนตัวอยา่ ง แบบสังเกตพฤติกรรม แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ แบบประเมนิ สมรรถนะของผเู้ รยี น แบบประเมนิ การอ่าน คดิ วิเคราะห์และเขยี น 3.หลังเรยี น แบบทดสอบหลังเรียน ชนิ้ งานท่ี 1.1 เรอ่ื ง เรยี งลาดบั เหตุการณ์พุทธประวตั ิ

ได_้ ______คะแนน คะแนนเตม็ 10 คะแนน แบบทดสอบก่อนเรียน ช่ือ _____________________ นามสกลุ ______________ เลขท_่ี _______ ช้นั ________ คาชี้แจง : ให้นักเรยี นระบายสีรปู ทเ่ี กยี่ วขอ้ งกับพระพทุ ธศาสนา

ฉบบั เฉลย ได_้ ______คะแนน แบบทดสอบก่อนเรียน คะแนนเตม็ 10 คะแนน ช่ือ _____________________ นามสกุล______________ เลขท_่ี _______ ชัน้ ________ คาช้แี จง : ใหน้ กั เรยี นระบายสีรปู ทเี่ กย่ี วข้องกบั พระพทุ ธศาสนา

ได_้ ______คะแนน คะแนนเตม็ 10 คะแนน แบบทดสอบหลังเรียน ช่ือ _____________________ นามสกลุ ______________ เลขท_่ี _______ ช้นั ________ คาชี้แจง : ให้นักเรยี นระบายสีรปู ทเ่ี กยี่ วขอ้ งกับพระพทุ ธศาสนา

ฉบบั เฉลย ได_้ ______คะแนน แบบทดสอบหลังเรียน คะแนนเตม็ 10 คะแนน ชือ่ _____________________ นามสกุล______________ เลขท_ี่ _______ ช้นั ________ คาชี้แจง : ใหน้ ักเรยี นระบายสีรูปที่เก่ยี วข้องกบั พระพทุ ธศาสนา

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1 ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 1 กลมุ่ สาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษาฯ วชิ า สังคมศึกษาฯ เวลา ๔ ชั่วโมง หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 1 เร่อื ง พทุ ธประวตั ิและพทุ ธสาวก พุทธศาสนกิ ชนตัวอย่าง เวลา 1 ชว่ั โมง เรอ่ื ง พทุ ธประวัติและประวัติศาสดาของศาสนาต่างๆ มาตรฐานการเรียนรู้ ส 1.1 รู้และเข้าใจประวตั ิ ความสาคัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนา ทต่ี นนบั ถอื และศาสนาอ่ืน มีศรัทธาทถ่ี ูกต้อง ยึดมน่ั และปฏบิ ตั ติ ามหลักธรรมเพ่ืออยู่ร่วมกนั อยา่ งสันติสขุ ตัวช้วี ดั ส 1.1 ป.1/1 บอกพทุ ธประวัตหิ รือประวัติของศาสดาท่ีตนนบั ถอื โดยสงั เขป จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. บอกพทุ ธประวตั หิ รือประวตั ิของศาสดาทตี่ นนบั ถือโดยสังเขปได้ (K) 2. นาขอ้ คิดทไี่ ดจ้ ากการศึกษาพทุ ธประวัติไปประยุกตใ์ ช้ในชีวติ ประจาวนั (P) 3. เห็นความสาคัญของการศกึ ษาพทุ ธประวัติ (A) สาระสาคญั การศึกษาประวัติศาสดาของศาสนาต่าง ๆ จะทาให้ได้ข้อคิดที่ดีไปเป็นแนวทางปฏิบัติในการดาเนิน ชีวิตความเป็นมาของพระพุทธเจ้า สาระการเรียนรู้ พทุ ธประวัติและประวัติศาสดาของศาสนาต่าง ๆ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ มีวนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งมน่ั ในการทางาน รกั ความเป็นไทย สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ ข้นั นาเข้าส่บู ทเรียน 1. ให้นักเรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน ครูนาภาพพระพุทธรูปหรือพระพุทธรูปจริงมาให้นักเรียนดู จากนน้ั ให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชค้ าถาม ดงั นี้ นักเรียนเคยพบเห็นพระพุทธรูปหรือไม่ จากที่ใดบ้าง (ตัวอย่างคาตอบ เคยเห็น ที่วัด ท่ีบ้าน หรอื ท่ีโรงเรียน) เพราะเหตุใดพระพุทธรูปจึงมีอยู่ในสถานที่ดังกล่าว (ตัวอย่างคาตอบ เพ่ือให้ทุกคนได้เคารพ บูชาและกราบไหว้) นักเรียนคิดว่า พระพุทธรูปเก่ียวข้องกับพระพุทธศาสนาหรือไม่ อย่างไร (ตัวอย่างคาตอบ เก่ยี วข้อง เพราะพระพุทธรปู เปน็ สง่ิ ทแ่ี ทนพระพทุ ธเจา้ ซึง่ เป็นศาสดาของพระพุทธศาสนา) จากนั้นครูแนะนานักเรียนว่า พระพุทธรูปเป็นสิ่งที่ชาวพุทธบูชา เป็นส่ิงแทนพระพุทธเจ้า ซ่ึงเป็น ศาสดาหรือผู้ก่อต้ังพระพุทธศาสนา ขั้นสอน 2. ให้นกั เรียนร่วมกนั แลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับพระพุทธเจ้า แล้วแนะนานักเรียนว่า ชาวพทุ ธควรศกึ ษา ประวัติของพระพุทธเจ้า เพื่อให้เขา้ ใจความเป็นมาของพระพทุ ธศาสนา 3. ครูเล่าพุทธประวัติของพระพุทธเจ้าตอนประสูติ ให้นักเรียนฟังพร้อมดูภาพพุทธประวัติประกอบ จากนั้นครูเลือกผู้แทนนักเรียนออกมาครั้งละ 3 คน เล่นเกมเก้าอดี้ นตรโี ดยเตรยี มเกา้ อี้ 1 ตวั แลว้ ให้นกั เรียน ร่วมกันร้องเพลงและเดินรอบ ๆ เก้าอ้ี เม่ือครูให้สัญญาณให้นักเรียนรีบนั่งเก้าอี้ คนท่ีได้น่ังจะได้ตอบคาถาม คาตอบถกู ได้ 1 คะแนน โดยครูและนกั เรยี นร่วมกนั ตรวจสอบความถูกต้อง จากน้นั เลือกผู้แทนนักเรียนคร้ังละ 3 คน ออกมาร่วมกจิ กรรมอกี 3 คร้ัง โดยแต่ละครงั้ จะใชค้ าถาม 1 ขอ้ ดงั นี้ พระพทุ ธเจ้ามพี ระนามเดมิ ว่าอะไร (เจ้าชายสิทธตั ถะ) เจา้ ชายสทิ ธัตถะประสูติที่ใด (สวนลุมพินีวนั ) พระราชมารดาของเจา้ ชายสทิ ธตั ถะคือใคร (พระนางสิรมิ หามายา) พระพทุ ธเจ้าอภิเษกสมรสกบั ใคร (พระนางยโสธรา) 4. ครูเล่าพุทธประวัติตอนตรัสรู้และปรินิพพานให้นักเรียนฟัง จากนั้นครูเลือก ผู้แทนนักเรียนออกมา ครัง้ ละ 1 คน จับสลากคาถามในกลอ่ งปริศนา 1 ขอ้ ครอู ่านคาถามให้ผ้แู ทนนักเรยี นตอบ นักเรยี นในหอ้ งเรียน รว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง จากน้ันดาเนนิ กจิ กรรมน้ีอกี 3 ครัง้ โดยมสี ลากคาถามทงั้ 4 ข้อ ดังน้ี ทาไมเจ้าชายสิทธัตถะจงึ เสดจ็ ออกผนวช (ต้องการหาทางดบั ทุกข)์ เจ้าชายสิทธตั ถะตรัสรู้โดยใช้วิธกี ารใด (การบาเพญ็ เพียรทางจิต) พระพทุ ธเจา้ แสดงธรรมครั้งแรกโปรดใคร (ปญั จวคั คีย์) พระพทุ ธเจา้ ปรนิ พิ พานเมอ่ื พระชนมายุเทา่ ใด (80 พรรษา) สถานท่ปี รนิ ิพพานในปัจจุบันคือทใี่ ด (สารนาถ)

5. ครูเตรียมบตั รคา ชื่อตอนพุทธประวตั ิ ประสตู ิ ตรสั รู้ ปรนิ ิพพาน และคาสาคัญท่ีเกีย่ วข้องกับพุทธประวัติ ในแตล่ ะตอน ดังน้ี ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน พระเจา้ สุทโธทนะ สารนาถ เมืองกุสินารา พุทธคยา ปัญจวคั คีย์ สวนลุมพินีวนั 6. แบ่งนักเรยี นออกเป็น 3 กลมุ่ แตล่ ะกลุ่มส่งผู้แทน 1 คน ออกมาจบั สลากชอ่ื ตอนพุทธ-ประวตั ิ ประสูติ ตรสั รู้ ปรินิพพาน เม่ือได้ชื่อตอนพทุ ธประวตั แิ ล้วครจู ะถือบัตรคา คาสาคญั ทเี่ กีย่ วข้องกบั พุทธประวตั ิ ครงั้ ละ 1 ใบ อา่ นนาให้นักเรียนอ่านตาม จากนัน้ ครูให้สัญญาณ กล่มุ ใดที่มชี ื่อตอนพุทธประวตั ิสอดคล้องกับคา ในบัตรคาให้ลกุ ขน้ึ ยนื ยกมือขึน้ แลว้ พูดชือ่ ตอนพุทธประวัตขิ องกลุ่มตนเองพรอ้ ม ๆ กัน แลว้ ช่วยกนั อธบิ าย ความเกี่ยวข้อง ดังตัวอย่าง พทุ ธคยา (ตรัสรู้ : เป็ นสถานทท่ี พ่ี ระพทุ ธเจ้าตรัสรู้) ใหค้ รแู ละเพื่อนในหอ้ งเรยี นรว่ มกันตรวจสอบความถูกต้อง จากน้นั ให้ตัวแทนแตล่ ะกลุ่มนาบตั รคาไป ตดิ บนกระดาน ดาเนินกจิ กรรมนี้จนครบทง้ั 6 บตั รคา ดังน้ี ตัวอย่างการติดบตั รคา พระเจา้ สุทโธทนะ (ประสูติ) สารนาถ (ปรินิพพาน) เมืองกสุ ินารา (ปรินิพพาน) พุทธคยา (ตรัสรู้) ปัญจวคั คีย์ (ตรัสรู้) สวนลุมพนิ ีวนั (ประสูต)ิ

ขัน้ สรปุ การเรียนรู้ 7. ครูเลือกตัวแทนนักเรียนท่ีนับถือศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์หรือศาสนาอ่ืน ๆ มาหน้าชั้นเรียน แลว้ ให้นกั เรียนบอกวา่ ศาสดาของศาสนาทตี่ นเองนับถือคือใคร โดยครูใชค้ าถาม ดงั นี้ นักเรียนนับถือศาสนาใด (ตวั อยา่ งคาตอบ ศาสนาอสิ ลาม) ศาสดาของศาสนาทน่ี กั เรียนนับถอื คือใคร (มฮุ ัมหมัด) ๘. ให้นกั เรยี นทาใบงานที่ 1.1 เรื่อง พุทธประวตั ิ กจิ กรรมบูรณาการ กล่มุ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย - ใหน้ ักเรียนอ่านสะกดคา และการเป็นคา 1. ประสูติ 2. ตรสั รู้ 3. ปรนิ พิ พาน ส่อื การเรยี นรู้ 1. ภาพพระพทุ ธรปู หรือพระพทุ ธรูปจริง 2. สลากคาถาม และกลอ่ งปรศิ นา 3. บตั รคาชอื่ ตอนพุทธประวตั ิและคาสาคัญท่ีเกยี่ วข้อง การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธปี ระเมิน เครอ่ื งมือ เกณฑ์ จุดประสงค์ ตรวจใบงานที่ 1.1 เร่อื ง ใบงานที่ 1.1 เรอ่ื ง พุทธ พุทธประวตั ิ ประวตั ิ นกั เรยี นบอกพุทธ 1. บอกพุทธประวัติหรือประวัติของ ประวัตหิ รอื ประวตั ิ ศาสดาท่ตี นนับถือโดยสงั เขปได้ (K) แบบสงั เกตพฤตกิ รรม แบบสังเกตพฤตกิ รรม ของศาสดาท่ตี นนับ (แผนผังความคดิ ลงสมดุ ) (แผนผงั ความคิดลงสมุด) ถอื ผ่านใบงานร้อยละ 2. นาข้อคิดท่ีไดจ้ ากการศึกษาพทุ ธ 60 ขึ้นไป ถอื วา่ ผา่ น ประวตั ิไปประยกุ ต์ใช้ใน แบบสงั เกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤตกิ รรม เกณฑ์ ชวี ิตประจาวนั (P) นักเรียนนาข้อคิดท่ีได้ 3. เห็นความสาคัญของการศึกษา จากการศึกษาพทุ ธ พทุ ธประวัติ (A) ประวัตไิ ปประยุกต์ใช้ ในชวี ติ ประจาวนั ระดบั 3 ข้อขึน้ ไปถือ ว่าผ่านเกณฑ์ นักเรียนมีพฤตกิ รรม ระดับดีขึ้นไป ถือว่า ผา่ นเกณฑ์

ใบงานท่ี 1.1 วิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สาระที่ 1 พระพุทธศาสนา ส 1.1 ป.1/1 เร่อื ง พุทธประวัติ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 1 ชื่อ........................................................................................ชั้น.......................เลขที่......................... คาชี้แจง : ให้นักเรียนระบายสีพทุ ธประวตั ิ และตอบคาถามโดยเขียนเคร่ืองหมาย / ลงใน หน้าข้อความที่ถูกต้องและเขียนเครื่องหมายผดิ × หน้าขอ้ ความทผี่ ดิ .............1) ภาพนี้ คือ การประสูติ บรู ณาการภาษาไทย(การอ่าน) .............2) ภาพนี้ คือ การตรัสรู้ 1.ประสูติ = (ประ – สูด) แปลวา่ การเกิด .............3) ตรงกับวันเพ็ญขึ้น 15 ค่า เดือน 6 2.ตรสั รู้ = (ตรดั – สะ – ร)ู้ แปลวา่ รู้แจง้ .............4) ตรงกับวนั เพ็ญขึน้ 15 คา่ เดือน 8 3.ปรนิ พิ พาน=(ปะ – ริ – นบิ – พาน) แปลวา่ การดับ .............5) ประสตู ิ ณ สวนลมุ พนิ ีวนั อา่ นแลว้ .........................................ลายมือช่อื ครูผู้สอน .............6) พระพทุ ธเจา้ มีพระนามเดิมว่าเจา้ ชายสทิ ธัตถะ .............7) พระราชมารดาของพระพทุ ธเจา้ คือ พระนางสิริมหามายา .............8) พระราชบิดาของพระพุทธเจ้า คือ พระเจา้ สทุ โธทนะ

ฉบบั เฉลย ใบงานที่ 1.1 วชิ าสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สาระที่ 1 พระพุทธศาสนา ส 1.1 ป.1/1 เรื่อง พุทธประวัติ ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 1 ช่ือ........................................................................................ชั้น.......................เลขที่......................... คาชแ้ี จง : ใหน้ กั เรยี นระบายสพี ทุ ธประวัติ และตอบคาถามโดยเขียนเคร่ืองหมาย / ลงใน หน้าข้อความทถี่ ูกต้องและเขียนเครอ่ื งหมายผิด × หนา้ ข้อความท่ีผดิ .............1) ภาพน้ี คือ การประสูติ บรู ณาการภาษาไทย(การอ่าน) .............2) ภาพนี้ คือ การตรัสรู้ 1.ประสูติ = (ประ – สูด) แปลวา่ การเกิด .............3) ตรงกับวันเพ็ญข้ึน 15 คา่ เดอื น 6 2.ตรสั รู้ = (ตรดั – สะ – ร)ู้ แปลวา่ รู้แจง้ .............4) ตรงกับวนั เพ็ญขนึ้ 15 ค่า เดือน 8 3.ปรนิ พิ พาน=(ปะ – ริ – นบิ – พาน) แปลวา่ การดับ .............5) ประสตู ิ ณ สวนลมุ พินวี นั อา่ นแลว้ .........................................ลายมือช่อื ครูผู้สอน .............6) พระพทุ ธเจา้ มีพระนามเดิมว่า เจา้ ชายสิทธัตถะ .............7) พระราชมารดาของพระพทุ ธเจา้ คือ พระนางสริ ิมหามายา .............8) พระราชบิดาของพระพทุ ธเจา้ คือ พระเจ้าสุทโธทนะ

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรูส้ งั คมศกึ ษาฯ วชิ า สงั คมศึกษาฯ เวลา ๔ ช่ัวโมง หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 1 เร่ือง พุทธประวตั ิและพทุ ธสาวก พุทธศาสนิกชนตัวอย่าง เวลา 1 ชวั่ โมง เร่อื ง พุทธสาวก มาตรฐานการเรยี นรู้ ส 1.1 ร้แู ละเขา้ ใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนา ทีต่ นนบั ถอื และศาสนาอื่น มศี รทั ธาท่ีถูกตอ้ ง ยดึ มนั่ และปฏิบัตติ ามหลักธรรมเพอื่ อยู่ร่วมกันอย่างสนั ตสิ ขุ ตัวชี้วดั ส 1.1 ป.1/2 ช่ืนชมและบอกแบบอย่างการดาเนินชีวิตและข้อคิดจากประวัติสาวกชาดก เรื่องเล่า และศาสนกิ ชนตัวอย่างตามที่กาหนด จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. บอกแบบอย่างการดาเนินชีวิตและขอ้ คดิ ที่ได้จากประวัติสามเณรบณั ฑิต (K) 2. นาแบบอยา่ งที่ดีของสามเณรบัณฑิตไปปฏบิ ตั ิในชีวติ ประจาวนั (P) 3. ชื่นชมการปฏิบตั ิของพุทธสาวก : สามเณรบณั ฑติ (A) สาระสาคัญ การศกึ ษาประวัติสามเณรบัณฑิตจะทาให้ได้แบบอยา่ งที่ดีมาปฏิบัติในชวี ติ ประจาวันเพอ่ื ใหป้ ระสบ ความสาเร็จในการศกึ ษาเลา่ เรยี น สาระการเรยี นรู้ ประวตั ิพุทธสาวก : สามเณรบณั ฑิต คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ มวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งมนั่ ในการทางาน สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต

การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ ข้ันนาเขา้ สู่บทเรยี น 1. ครูเลา่ เร่ือง อิกคิวซงั เณรนอ้ ยเจา้ ปัญญาใหน้ ักเรียนฟงั ดงั นี้ อกิ ควิ ซัง เณรน้อยเจ้าปัญญา อิกคิวซงั เป็นชาวญี่ป่ ุนบวชเป็นเณรต้งั แต่อายยุ งั นอ้ ยและอยทู่ ี่วดั องั โกะกุจิ อิกคิวซงั เป็ นเณรที่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด เม่ือท่านโชกุนมีปัญหาให้แกไ้ ขอิกคิว ซงั จะสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตวั แลว้ นงั่ สมาธิและแกไ้ ขปัญหาไดท้ ุกคร้ังจนไดร้ ับการ ยกยอ่ งวา่ เป็นเณรนอ้ ยเจา้ ปัญญา จากนั้นใหน้ ักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเหน็ จากเรื่องที่ไดร้ ับฟัง โดยครใู ชค้ าถาม ดังนี้ อิกคิวซังมีลักษณะเด่นอย่างไร (ตัวอย่างคาตอบ มีสติปัญญาดี แก้ไขปัญหาได้โดยการน่ัง สมาธแิ ละสงั เกตสง่ิ ต่าง ๆ รอบตัว) นักเรียนเคยได้ยินเร่ืองราวของอิกคิวซังมาก่อนหรือไม่ อย่างไร (ตัวอย่างคาตอบ เคยโดยดู การ์ตนู ในโทรทัศนต์ อนเย็น) นักเรียนอยากเป็นอย่างอิกคิวซังหรือไม่ เพราะอะไร (ตัวอย่างคาตอบ อยากเป็นเพราะจะได้ ฉลาด แกไ้ ขปญั หาต่าง ๆ ไดเ้ อง) นักเรียนคิดว่าเพื่อนในห้องเรียนคนใดมีลักษณะคล้ายกับอิกคิวซัง (ตัวอย่างคาตอบ ไข่หวาน ไขต่ ม้ ) ข้ันสอน 2. ครูแนะนานักเรียนว่า ในสมัยท่ีพระพุทธเจ้ายังมีพระชนมช์ ีพอยู่นั้น มีพระภิกษุ สามเณรบุคคลตา่ ง ๆ มากมายที่ศึกษาและสืบทอดพระธรรมคาสั่งสอนของพระพุทธเจ้า บุคคลเหล่านั้นเรียกว่า พุทธสาวกหรือ พุทธสาวกิ า โดยมพี ุทธสาวกท่านหน่ึงอายยุ ังนอ้ ย แตม่ ปี ระวตั ิทน่ี ่าสนใจ คอื สามเณรบัณฑติ 3. ครเู ลา่ ประวัติของสามเณรบณั ฑิตใหน้ กั เรยี นฟงั โดยตดิ ภาพหรอื ให้นักเรยี นดภู าพประกอบการเล่า จากน้นั ให้นกั เรียนร่วมกนั สนทนาเก่ียวกบั ประวตั ขิ องสามเณรบณั ฑติ โดยครูใช้คาถามดังน้ี ใครเปน็ คนตงั้ ชื่อให้บณั ฑติ (แม่ของสามเณรบณั ฑติ ) ตระกลู ของสามเณรบัณฑติ เป็นตระกลู อุปฏั ฐากของใคร (พระสารบี ุตร) ตระกูลอุปัฏฐากมีหน้าที่อยา่ งไร (ดแู ลพระสงฆ์) สามเณรบัณฑติ บวชเป็นสามเณรเมอ่ื อายุกี่ปี (7 ปี) ใครเป็นผ้บู วชใหส้ ามเณรบัณฑิต (พระสารบี ตุ ร)

สามเณรบณั ฑิตพบอะไรบ้าง เม่ือไปบณิ ฑบาตกบั พระสารบี ตุ ร (ชาวนาไขนา้ เขา้ นา ชา่ งทาศร กาลงั ดัดลูกธนู ชา่ งไม้กาลงั ถากไม้เพือ่ ทาเกวียน) เม่อื พบส่งิ เหลา่ นัน้ สามเณรบัณฑติ เกิดความคดิ วา่ อย่างไร (ส่งิ ต่าง ๆ ไม่มีชีวติ จิตใจยังควบคุม ได้ คนเรามชี ีวติ จติ ใจจงึ ตอ้ งฝกึ ตนเองได)้ สามเณรบณั ฑติ ทาอยา่ งไรจึงบรรลธุ รรม (กลบั ไปฝึกสมาธิทก่ี ุฏ)ิ สามเณรบัณฑติ บวชได้นานเท่าไรจึงร้ธู รรมเป็นอรหนั ต์ (2-3 วนั ) ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกต้องของคาตอบ 4. ให้นักเรียนร่วมกิจกรรมสมาธิดีมีปัญญาโดยให้นักเรียนหลับตา ครูจะพูดคาว่า ชาวนา ช่างทาธนู ช่างไม้ สลับไปมา เมื่อครูพูดแทรกด้วยคาว่า ช่างฉลาด ให้นักเรียนลืมตาแล้วยกมือข้ึน ใครยกมือข้ึนก่อนจะได้ ตอบคาถามวา่ สามเณรบัณฑติ เปน็ แบบอย่างท่ดี อี ย่างไร โดยผู้แทนนกั เรยี นที่ยกมอื ก่อนจะยกตัวอยา่ งคาตอบ 1 ข้อ ครแู ละนกั เรียนร่วมกันตรวจสอบความถูก ต้องของคาตอบ จากน้ันครูบนั ทึกคาตอบของนักเรียนเป็นแผนภาพลงบนกระดาน ดังน้ี แบบอย่างทดี่ ขี องสามเณร บัณฑติ ดาเนินกิจกรรมน้ีอีก 3 คร้ัง จนได้คาตอบ 4 คาตอบ ครูนานักเรียนอ่านแผนภาพเพื่อทบทวนอีก 1 ครงั้ 5. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเห็นเก่ยี วกับประวตั ิพุทธสาวก โดยครูใชค้ าถาม ดังนี้ นกั เรียนรสู้ กึ อย่างไรจากการปฏิบตั ิของสามเณรบณั ฑติ (ชนื่ ชม) นักเรียนจะนาแบบอย่างท่ีดีของสามเณรบัณฑิตไปปฏิบัติในชีวิตประจาวันได้อย่างไร (ช่าง สังเกต ต้ังใจฝกึ ฝนตนเอง เคารพเชือ่ ฟังผใู้ หญ)่ การนาแบบอย่างของสามเณรบณั ฑติ ไปปฏบิ ตั จิ ะเกดิ ผลอย่างไร (มีปญั ญา มีผูร้ ักใครเ่ อน็ ดู) ถา้ ไม่ปฏิบัตติ ามแบบอย่างของสามเณรบัณฑิตจะเกดิ ผลอยา่ งไร (ไมฉ่ ลาด เรยี นไมเ่ กง่ ผใู้ หญไ่ มร่ กั ใคร่เอน็ ดู) ขั้นสรปุ การเรยี นรู้ 6. ให้นักเรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั นี้ สามเณรบัณฑิตเป็นผู้ทรี่ จู้ ักสังเกตส่ิงต่าง ๆ รอบตวั การนาแบบอย่างท่ดี ีของสามเณรบณั ฑติ มาปฏบิ ัติ จะทาให้ประสบความสาเร็จในการศึกษาเล่าเรยี น 7. ให้นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเห็น โดยครใู ชค้ าถามท้าทาย ดังน้ี นกั เรียนจะฝกึ ฝนตนเองใหเ้ หมอื นสามเณรบัณฑติ ได้อยา่ งไร

8. ใหน้ กั เรียนทาใบงานท่ี 1.2 เรือ่ ง พุทธสาวก กจิ กรรมบรู ณาการ กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย - ใหน้ ักเรียนอ่านประโยค สอ่ื การเรียนรู้ 1. เรอ่ื ง อิกควิ ซงั 2. ภาพประกอบ การเลา่ ประวัติพุทธสาวก : สามเณรบัณฑิต การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ จุดประสงค์ วิธปี ระเมิน เครือ่ งมือ เกณฑ์ 1. บอกแบบอยา่ งการดาเนนิ ชวี ิต ตรวจใบงานท่ี 1.2 เรื่อง ใบงานที่ 1.2 เร่ือง พุทธ นักเรียนบอก แบบอยา่ งการดาเนนิ และข้อคดิ ที่ได้จากประวัตสิ ามเณร พทุ ธสาวก สาวก ชวี ิตและขอ้ คิดที่ได้ จากประวตั ิสามเณร บณั ฑติ (K) บณั ฑติ ถือผา่ นใบ งานรอ้ ยละ 60 ขึน้ 2. นาแบบอยา่ งท่ดี ีของสามเณร แบบสงั เกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤตกิ รรม ไป ถือวา่ ผ่านเกณฑ์ บัณฑิตไปปฏบิ ัตใิ นชีวิตประจาวัน (P) (แผนผงั ความคดิ ลงสมดุ ) (แผนผังความคดิ ลงสมดุ ) นกั เรยี นนาแบบอยา่ ง 3. ชืน่ ชมการปฏบิ ัติของพุทธสาวก : แบบสังเกตพฤตกิ รรม แบบสังเกตพฤติกรรม ที่ดขี องสามเณร สามเณรบัณฑติ (A) บัณฑติ ไปปฏบิ ัตใิ น ชีวิตประจาวันระดบั 3 ขอ้ ข้นึ ไปถือวา่ ผ่าน เกณฑ์ นักเรยี นมพี ฤตกิ รรม ระดับดขี ้ึนไป ถือว่า ผ่านเกณฑ์

ใบงานที่ 1.2 วชิ าสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สาระท่ี 1 พระพุทธศาสนา ส 1.1 ป.1/2 เรื่อง พทุ ธสาวก ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 1 ชอ่ื ........................................................................................ชัน้ .......................เลขท่ี......................... คาชี้แจง : สามเณรบัณฑิตเปน็ แบบอย่างทด่ี ีในเรอ่ื งใดบา้ ง ให้นักเรยี นระบายสลี งในชอ่ งคาตอบทถี่ กู ต้อง (ตอบ ไดม้ ากกว่า 1 ขอ้ )บูรณาการการภาษาไทยการอ่านประโยค เป็ นคนช่างสังเกต ต้งั ใจและม่ันฝึ กฝน ช่างพดู ช่างเจรจา ตนเองอยู่เสมอ ชอบนอนหลบั รู้จกั เคารพผู้ใหญ่ มคี วามนอบน้อมถ่อมตน

ฉบบั เฉลย ใบงานที่ 1.2 วชิ าสังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม สาระท่ี 1 พระพุทธศาสนา ส 1.1 ป.1/2 เรื่อง พทุ ธสาวก ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 1 ช่อื ........................................................................................ช้นั .......................เลขที่......................... คาชแ้ี จง : สามเณรบัณฑติ เปน็ แบบอย่างที่ดใี นเรอ่ื งใดบ้าง ใหน้ ักเรียนระบายสีลงในชอ่ งคาตอบที่ถกู ต้อง (ตอบ ได้มากกวา่ 1 ข้อ)บรู ณาการการภาษาไทยการอ่านประโยค เป็ นคนช่างสังเกต ต้งั ใจและมั่นฝึ กฝน ช่างพูดช่างเจรจา ตนเองอยู่เสมอ ชอบนอนหลบั รู้จกั เคารพผู้ใหญ่ มคี วามนอบน้อมถ่อมตน

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 3 ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 1 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษาฯ วิชา สังคมศึกษาฯ เวลา ๔ ชั่วโมง หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เร่อื ง พทุ ธประวตั ิและพุทธสาวก พุทธศาสนิกชนตวั อยา่ ง เวลา 1 ชั่วโมง เรื่อง ชาดก มาตรฐานการเรียนรู้ ส 1.1 ร้แู ละเขา้ ใจประวตั ิ ความสาคญั ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนา ที่ตนนับถอื และศาสนาอน่ื มีศรทั ธาท่ีถกู ตอ้ ง ยดึ ม่นั และปฏบิ ัติตามหลักธรรมเพอ่ื อยูร่ ว่ มกันอย่างสนั ตสิ ุข ตวั ชีว้ ัด ส 1.1 ป.1/2 ชื่นชมและบอกแบบอย่างการดาเนินชีวิตและข้อคิดจากประวัติสาวก ชาดก เรื่องเล่า และศาสนิกชนตวั อยา่ งตามทกี่ าหนด จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1. บอกแบบอย่างการดาเนินชีวิตและข้อคิดจากประวตั ิสาวก ชาดก เรื่องเล่า และศาสนิกชนตัวอยา่ ง ตามที่กาหนด(K) 2. ปฏิบัติแนวทางแบบอย่างท่ไี ดจ้ ากชาดกเพอื่ ไปปฏบิ ัติในชีวติ ประจาวัน (P) 3. ชื่นชมและเห็นประโยชน์ของการศกึ ษาชาดก (A) สาระสาคัญ การศึกษาชาดกจะทาใหไ้ ด้ขอ้ คิดว่า ความพยายามจะนาไปสู่ความสาเรจ็ และความกตัญญกู ตเวที ความมีเมตตากรุณา และรจู้ กั ใหอ้ ภัยผู้อนื่ จะทาใหช้ วี ิตมีความสขุ และสงั คมสงบสุข สาระการเรยี นรู้ ชาดก : วณั ณุปถชาดก (พ่อคา้ ผู้พยายาม) , สวุ รรณสามชาดก (สุวรรณสามยอดกตัญญ)ู คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ซอื่ สัตยส์ จุ รติ มีวินยั ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมน่ั ในการทางาน สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต ความสามารถในการแก้ไขปัญหา

การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ ขนั้ นาเขา้ สู่บทเรียน 1. ให้นักเรียนร่วมกิจกรรมความพยายามอยู่ท่ีไหน ความสาเร็จอยู่ที่น่ัน โดยครูเตรียมน้า 1 ขันใหญ่ แก้วน้าเปล่า 1 ใบ และช้อน 1 คัน แบ่งนักเรียนออกเป็น 2 ทีมให้ยืนต่อแถวกันถือช้อนไปตักน้าจากขันไปเท ลงในแกว้ นา้ เปลา่ ซึง่ อยู่ห่างจากขัน 2-3 เมตร แลว้ สลบั กนั ตักนา้ จนเต็มแกว้ ทมี ใดตักได้เต็มแก้วก่อนจะเป็น ผชู้ นะ เมื่อทากิจกรรมเสร็จแลว้ ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครูใชค้ าถาม ดังนี้ เมื่อใช้ช้อนตักนา้ ไปเทลงในแกว้ น้าเปลา่ 1 ครง้ั น้าเต็มแก้วหรือไม่ (ไม)่ นักเรยี นทกุ คน ตักนา้ คนละ 1 ครงั้ ไปเทลงในแกว้ น้าเปล่า น้าเต็มแกว้ หรือไม่ (ไม่) นกั เรยี นแตล่ ะคนต้องตกั น้าคนละกี่ครงั้ น้าจึงจะเต็มแก้ว (ตวั อย่างคาตอบ คนละ 3 ครัง้ ) ถ้าครูเลือกผู้แทนนักเรียนมาทากิจกรรมน้ีเพียง 1 คน จะต้องตักน้ากี่ครั้งน้าจึงจะเต็มแก้ว (ตัวอยา่ งคาตอบ 20 ครงั้ ) กิจกรรมน้ีน้าจะเต็มแก้วได้ ผู้ร่วมกิจกรรมต้องมีลักษณะอย่างไร (ตัวอย่างคาตอบมีความ พยายาม และความสามัคค)ี ขัน้ สอน 2. ครูแนะนานักเรียนว่า ความพยายามเป็นข้อคิดหน่ึงท่ีพระพุทธเจ้าส่ังสอนพระภิกษุและชาวพุทธ โดยการเล่าชาดก คือเรื่องราวของพระพุทธเจ้าในชาติต่าง ๆ เป็นตัวอย่างเพื่อให้ข้อคิดชาดกท่ีเก่ียวกับความ พยายาม คือ วัณณุปถชาดก พ่อค้าผู้พยายาม ครูติดแถบประโยคชื่อชาดกบนกระดานแล้วอ่านนา ให้นักเรียน อ่านตาม 2 ครง้ั ใหถ้ กู ตอ้ ง จากนัน้ ครเู ล่าเร่ือง วัณณปุ ถชาดก โดยตดิ ภาพประกอบบนกระดาน 3. ให้นักเรียนร่วมกิจกรรม “ก่อนหรือหลัง” โดยครูจะอ่านข้อความที่เป็นเหตุการณ์ในวัณณุปถชาดก 1 เหตุการณ์ จากนั้น เลือกผู้แทนนักเรียน 1 คน ออกมาจับสลากเหตุการณ์ท่ีครูเตรียมไว้ ครูจะอ่านสลากที่ ผู้แทนนักเรียนจับได้ แล้วให้ผู้แทนนักเรียนบอกว่าเหตุการณ์ในสลากท่ีจับได้ เป็นเหตุการณ์ก่อนหรือหลัง เหตกุ ารณ์ท่คี รกู าหนดให้ ดงั ตัวอย่าง เหตกุ ารณ์ที่ครกู าหนด : คนนาทางหลับไป โคจงึ พาเกวยี นย้อนกลับมาจุดเดมิ เหตกุ ารณท์ ี่จบั สลากได้ : กองเกวยี นบรรทกุ อาหารและสินคา้ กาลังเดนิ ผา่ นทะเลทราย (เปน็ เหตกุ ารณก์ อ่ นเหตุการณท์ ี่ครูกาหนดให)้ ครูและนักเรียนร่วมกนั ตรวจสอบความถูกต้องของคาตอบ แลว้ ดาเนนิ กิจกรรมนี้อกี 4 ครั้ง โดยมี เหตุการณใ์ นสลาก ดังนี้ หัวหนา้ กองเกวยี นเหน็ กอหญา้ จงึ ให้คนมาขดุ หาน้า (หลัง) คนรับใช้นาค้อนเหลก็ ไปทบุ หินจนแตก (หลงั ) เหลา่ พอ่ คา้ และบรวิ ารใช้นา้ และอาหารจนหมด เพราะอีกคืนเดียวจะถึงจุดหมาย (ก่อน) คนทขี่ ดุ ดินเลิกขุดเมอื่ พบแผ่นหนิ ใตด้ นิ (หลัง)

จากนั้นนักเรยี นรว่ มกนั เรยี งลาดับเหตกุ ารณ์ทเ่ี กิดขึน้ โดยครตู รวจสอบความถูกต้อง 4. ให้นักเรียนร่วมกันสนทนาและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อคิดท่ีได้จากวัณณุปถชาดกและแนว ทางการนาไปปฏิบัติ โดยครูใชค้ าถาม ดังนี้ วณั ณปุ ถชาดกมีข้อคิดอะไรทเี่ ราควรนาไปปฏบิ ตั ิ (การมีความพยายามไมท่ ้อถอยเม่ือพบปัญ- หาตา่ ง ๆ) นักเรยี นจะนาขอ้ คิดที่ไดไ้ ปปฏบิ ตั ิในชวี ติ ประจาวันอย่างไร ครบู นั ทกึ คาตอบของนักเรียนเปน็ แผนภาพลงบนกระดาน ดงั นี้ การนาข้อคดิ จากวณั ณปุ ถชาดก ไปปฏิบัติ 5. ครูและนักเรยี นร่วมกันสรุปเก่ียวกบั วณั ณุปถชาดก โดยครูใช้คาถาม ดงั น้ี การนาข้อคิดจากวัณณปุ ถชาดกไปปฏิบัติในชวี ิตประจาวันทาใหเ้ กิดผลอย่างไร (ทาสิ่งตา่ ง ๆ สาเร็จ ทาการบา้ นเสรจ็ มผี ลการเรียนดี เป็นท่ีชน่ื ชมของผอู้ ื่น) ถ้าพบปัญหา แล้วไม่มีความพยายามในการแก้ปัญหาจะทาใหเ้ กดิ ผลอย่างไร (ต้องขอความ ช่วยเหลือจากผู้อนื่ เสมอ แก้ปัญหาเองไม่ได้ ทาอะไรไมส่ าเรจ็ ) 6. ให้นักเรยี นและครูร่วมกันสรุปความรู้ ดังน้ี การศึกษาชาดกเร่ือง วณั ณปุ ถชาดก จะทาให้ได้ข้อคดิ ว่า ความพยายามจะนาไปสูค่ วามสาเรจ็ 7. ครเู ลา่ เรอ่ื ง เดก็ ชายยอดกตัญญู ใหน้ ักเรียนฟัง ดังน้ี เดก็ ชายยอดกตญั ญู เดก็ ชายป้อมอายุ 10 ปี อาศยั อยกู่ บั แม่ที่ตาขา้ งซา้ ยบอด ตาขา้ งขวามองเห็น เพียงเลือนลาง เด็กชายป้อมจะช่วยแม่ทางานหาเงินค่าอาหารและค่าเล่าเรียน โดย การรับจา้ งปี นตน้ มะพร้าวเพ่ือเก็บลูกมะพร้าว และรับจา้ ง ลา้ งจานตอนเยน็ หลงั เลิกเรียนและวนั เสาร์-อาทิตย์ ตอ่ มาเด็กชายป้อมไดร้ ับทุนการศึกษาเพื่อใหส้ ามารถ เรียนจนจบระดบั ปริญญาตรี ซ่ึงเป็นผลจากการเป็นเดก็ กตญั ญูของเขา

ใหน้ กั เรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชค้ าถาม ดังน้ี เด็กชายปอ้ มมคี วามกตญั ญูตอ่ แม่อยา่ งไร (ตัวอย่างคาตอบ ชว่ ยแมท่ างานหาเงิน) การกระทาของเด็กชายป้อมทาให้เกดิ ผลอยา่ งไร (ตวั อยา่ งคาตอบ ทาให้มีอาหาร รบั ประทาน ได้เรียนหนังสือ และไดร้ ับทนุ การศึกษา) นักเรียนรู้สึกอย่างไรต่อการกระทาของเด็กชายป้อม (ตัวอย่างคาตอบ รู้สึกชื่นชมท่ีเป็น คนกตัญญู) 8. ครูแนะนานักเรียนว่า ในพระพุทธศาสนามีชาดกท่ีกล่าวถึงความกตัญญูคือ สุวรรณสาม-ชาดก (สุวรรณสามยอดกตัญญู) ครูติดแถบประโยคช่ือชาดกบนกระดานแล้วอ่านนาให้นักเรียนอ่านตาม 2 คร้ัง จากนนั้ ครเู ลา่ เรอ่ื ง สวุ รรณสามชาดกใหน้ ักเรยี นฟงั โดยติดภาพประกอบบนกระดาน 9. ใหน้ กั เรียนร่วมกันสนทนาเกยี่ วกบั สวุ รรณสามชาดก โดยครูใช้คาถาม ดังนี้ ทาไมฤๅษีซึ่งเป็นพ่อแม่ของสุวรรณสามจึงตาบอด (ถูกงูพ่นพิษใส่ตาขณะที่ไป หลบฝนใต้ต้นไม้ ขา้ งจอมปลวก) สุวรรณสามปฏิบัติตนอย่างไรเม่ือพ่อแม่ตาบอด (ปรนนิบัติรับใช้เพ่ือตอบแทนบุญคุณด้วย ความเตม็ ใจ) เพราะอะไรสัตวป์ า่ จึงติดตามสวุ รรณสามเมื่อเดนิ ทางในป่า (เพราะสุวรรณสามเป็นคนมีเมตตา ตอ่ สตั ว์ปา่ ) เมื่อสวุ รรณสามสลบไป พระราชาทาอยา่ งไร (ไปหาฤๅษผี ู้เป็นพอ่ และแม่ของสวุ รรณสามแล้วเลา่ เรอื่ งราวให้ฟังแล้วพาฤๅษที ้งั สองไปหาสุวรรณสาม) สวุ รรณสามฟนื้ ขึ้นมาไดอ้ ย่างไร (ฤๅษตี ้ังจิตอธิษฐานขอให้ฟนื้ ) เกดิ เหตุการณอ์ ะไรหลังจากทีส่ วุ รรณสามฟ้นื แล้ว (ฤๅษีทงั้ สองตนมองเหน็ เหมือนเดิม พระราชา จงึ ขอโทษสุวรรณสามและสัญญาวา่ จะรกั ษาศลี ) สุวรรณสามมีคณุ ธรรมอะไรบา้ ง (มีเมตตา มีความกตัญญูกตเวท)ี ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง 10. ให้นักเรียนร่วมกิจกรรม “ก่อนหรือหลัง” โดยครูจะอ่านข้อความท่ีเป็นเหตุการณ์ ในสุวรรณสาม ชาดก 1 เหตุการณ์ จากน้ันเลือกผู้แทนนักเรียนคร้ังละ 1 คนให้ออกมาจับสลากเหตุการณ์ 1 ใบ ครูจะอ่าน สลากท่ีผู้แทนนักเรียนจับได้ แล้วให้ผู้แทนนักเรียนบอกว่าเหตุการณ์ในสลากท่ีจับได้เป็นเหตุการณ์ก่อนหรือ หลงั เหตุการณ์ทค่ี รกู าหนดให้ ดาเนินกจิ กรรมนี้ 5 คร้งั โดยมีเหตุการณท์ ่ีครกู าหนด ดังนี้ พระราชายงิ สุวรรณสามทอี่ ยู่ท่ามกลางฝูงสัตว์ป่ า เหตกุ ารณ์ในสลากมี ดังน้ี สุวรรณสามปรนนบิ ตั ฤิ ๅษพี อ่ แม่ทตี่ าบอด (ก่อน) พระราชาไปเลา่ เร่อื งทยี่ ิงสวุ รรณสามใหฤ้ ๅษที ง้ั สองฟงั (หลงั ) สวุ รรณสามไปหาอาหารให้พอ่ แมใ่ นปา่ โดยมสี ตั วป์ ่าติดตามไป (กอ่ น) ฤๅษีอธิษฐานขอใหส้ วุ รรณสามฟ้ืน (หลงั ) ฤๅษที ้งั สองกลบั มามองเห็นอกี คร้ัง (หลัง) จากนั้นนกั เรียนรว่ มกันเรียงลาดบั เหตกุ ารณ์ที่เกิดข้ึน โดยครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง

11. ให้นักเรียนร่วมกันสนทนาและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อคิดที่ได้จากสุวรรณสาม-ชาดก และ แนวทางการนาไปปฏบิ ัติ โดยครใู ชค้ าถาม ดังนี้ สุวรรณสามชาดกมีขอ้ คิดอะไรท่ีเราควรนาไปปฏบิ ตั ิ (การมีความกตญั ญูกตเวทตี ่อพอ่ แม่ การมคี วามเมตตา ไมเ่ บยี ดเบยี นผู้อน่ื ) นกั เรยี นจะนาข้อคดิ ทไ่ี ดไ้ ปปฏิบัตใิ นชีวิตประจาวันอยา่ งไร ครูบันทกึ คาตอบของนกั เรียนเป็นแผนภาพลงบนกระดาน ดังนี้ การนาข้อคดิ จากสุวรรณ สาม 12. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั สรปุ เกี่ยวกบั สวุ รรณสามชาดก โดยครูใช้คาถาม ดังน้ี การนาขอ้ คดิ จากสุวรรณสามชาดกไปปฏิบัตใิ นชีวติ ประจาวนั ทาให้เกิดผลอยา่ งไร ข้นั สรุปการเรียนรู้ 13. ให้นกั เรยี นและครรู ว่ มกันสรุปความรู้ ดังนี้ การศึกษาชาดกเรื่อง สุวรรณสามชาดกทาให้ได้ข้อคิดว่าความกตัญญูกตเวที ความมีเมตตา กรณุ า และรจู้ ักใหอ้ ภยั ผอู้ ื่นจะทาให้ไดร้ ับการยกย่องช่นื ชมจากผู้อน่ื และทาใหม้ ีแตค่ วามสุข 15.ใหน้ กั เรยี นทาใบงานท่ี 1.3 เรอื่ ง ชาดก กิจกรรมบรู ณาการ กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย - ใหน้ กั เรยี นอา่ นออกเสียง สื่อการเรียนรู้ 1. ขนั น้า แกว้ น้า ชอ้ น 2. ภาพประกอบ การเล่าชาดก : วัณณุปถชาดก 3. แถบประโยค ชื่อชาดก วัณณุปถชาดก 4. สลากเหตุการณใ์ นชาดกเรื่อง วัณณปุ ถชาดก

5. เร่อื ง เด็กชายยอดกตัญญู 6. ภาพประกอบการเลา่ ชาดก : สุวรรณสามชาดก 7. แถบประโยค สุวรรณสามชาดก 8. สลากเหตุการณ์ในเรือ่ ง สุวรรณสามชาดก การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ จดุ ประสงค์ วิธปี ระเมนิ เคร่ืองมอื เกณฑ์ 1. บอกแบบอย่างการดาเนินชีวิต ตรวจใบงานท่ี 1.3 เร่อื ง ใบงานที่ 1.3 เรือ่ ง นักเรียนบอก แบบอย่างการดาเนิน และข้อคิดจากประวัติสาวก ชาดก ชาดก ชาดก ชวี ิตและข้อคดิ จาก ประวัตสิ าวก ชาดก เร่ืองเล่า และศาสนิกชนตัวอย่าง เรื่องเลา่ และศาสนิก ชนตวั อยา่ งตามที่ ตามทก่ี าหนด(K) กาหนดถือผ่านใบงาน ร้อยละ 60 ข้นึ ไป 2. ปฏบิ ัติแนวทางแบบอย่างท่ไี ด้จาก แบบสังเกตพฤตกิ รรม แบบสังเกตพฤติกรรม ถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์ ชาดกเพื่อไปปฏิบัติในชีวติ ประจาวนั (P) นกั เรียนปฏิบตั ิ แนวทางแบบอยา่ งที่ 3. ช่ืนชมและเห็นประโยชน์ของ แบบสังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤตกิ รรม ได้จากชาดกเพ่ือไป การศึกษาชาดก (A) ปฏบิ ตั ิใน ชีวติ ประจาวัน มี พฤติกรรมระดับดขี นึ้ ไป ถือวา่ ผ่านเกณฑ์ นักเรยี นมีพฤตกิ รรม ระดบั ดีขึ้นไป ถือวา่ ผ่านเกณฑ์

ใบงานท่ี 1.3 วชิ าสังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม สาระท่ี 1 พระพุทธศาสนา ส 1.1 ป.1/2 เรือ่ ง ชาดก ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 1 ชือ่ ........................................................................................ชัน้ .......................เลขที่......................... คาชี้แจง : ให้นักเรียนเขยี นตวั เลขลงใน ตามลาดบั เหตุการณ์ทถี่ ูกต้องและอ่านออกเสียงรบั ลายมือช่ือ คุณครูพร้อมส่งใบงาน (บรู ณาการภาษาไทยการอ่านออกเสียง) เหล่าพ่อคา้ บรรทกุ สนิ ค้าไปขายต่างเมอื ง การเดินทางต้องผา่ นทะเลทรายท่ีรอ้ นมาก กินอาหารจนอมิ่ ทาให้คนนาทางเผลอหลับไปจงึ ทาใหค้ ณะเดนิ ทางหลงทาง เหล่าพอ่ คา้ และบริวารกินอาหารและนา้ จนหมด เพราะอีกคนื เดยี วจะถงึ จดุ หมาย ทกุ คนเดนิ ทางตอ่ ไมไ่ หวเพราะหวิ น้าและอาหาร หัวหนา้ กองเกวียนสารวจบริเวณรอบๆเหน็ กอหญ้าจึงให้คนมาขดุ หานา้ ทกุ คนเหน่ือยไม่ยอมขดุ ต่อหวั หนา้ กองเกวยี ณไมล่ ดความพยายามขดุ ตอ่ ไป คนรับใชค้ นสนิทอยู่ชว่ ยหัวหนา้ กองเกวยี ณขุดและนาค้อนเหลก็ ไปทบุ หนิ ทกุ คนมนี ้าดม่ื และเดินทางต่อจนถงึ จดุ หมาย หินแตกและเกิดน้าพุขนาดใหญ่ขึน้ มา บูรณาการภาษาไทย(การอ่านประโยค) อ่านแลว้ ...........................................................ลงช่ือครูผสู้ อน

ฉบบั เฉลย ใบงานท่ี 1.3 วชิ าสังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม สาระท่ี 1 พระพุทธศาสนา ส 1.1 ป.1/2 เรือ่ ง ชาดก ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 1 ชื่อ........................................................................................ชั้น.......................เลขที่......................... คาชี้แจง : ให้นกั เรียนเขียนตวั เลขลงใน ตามลาดับเหตุการณ์ทีถ่ ูกต้องและอ่านออกเสยี งรบั ลายมือช่ือ คณุ ครพู ร้อมส่งใบงาน (บูรณาการภาษาไทยการอ่านออกเสียง) 1 เหล่าพ่อคา้ บรรทกุ สินค้าไปขายตา่ งเมอื ง 2 การเดนิ ทางตอ้ งผา่ นทะเลทรายทรี่ อ้ นมาก 4 กนิ อาหารจนอมิ่ ทาใหค้ นนาทางเผลอหลบั ไปจึงทาใหค้ ณะเดินทางหลงทาง 3 เหล่าพอ่ ค้าและบรวิ ารกนิ อาหารและนา้ จนหมด เพราะอีกคืนเดียวจะถงึ จดุ หมาย 5 ทุกคนเดินทางตอ่ ไม่ไหวเพราะหิวนา้ และอาหาร 6 หัวหน้ากองเกวยี นสารวจบริเวณรอบๆเห็นกอหญ้าจงึ ให้คนมาขุดหานา้ 7 ทุกคนเหน่อื ยไม่ยอมขดุ ต่อหัวหน้ากองเกวียณไมล่ ดความพยายามขดุ ต่อไป 8 คนรบั ใช้คนสนิทอย่ชู ่วยหวั หนา้ กองเกวยี ณขุดและนาคอ้ นเหลก็ ไปทบุ หิน 10 ทกุ คนมนี ้าดื่มและเดินทางตอ่ จนถงึ จดุ หมาย 9 หนิ แตกและเกิดน้าพุขนาดใหญ่ข้ึนมา บูรณาการภาษาไทย(การอ่านประโยค) อ่านแลว้ ...........................................................ลงช่ือครูผสู้ อน

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 4 ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 1 กลมุ่ สาระการเรยี นรูส้ ังคมศกึ ษาฯ วชิ า สังคมศกึ ษาฯ เวลา ๔ ช่ัวโมง หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เร่อื ง พุทธประวตั ิและพทุ ธสาวก พทุ ธศาสนิกชนตวั อยา่ ง เวลา 1 ช่วั โมง เรือ่ ง พุทธศาสนิกชนตวั อย่าง มาตรฐานการเรียนรู้ ส 1.1 รู้และเขา้ ใจประวตั ิ ความสาคญั ศาสดา หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนา ท่ตี นนับถอื และศาสนาอื่น มีศรัทธาท่ีถูกต้อง ยดึ ม่นั และปฏิบตั ติ ามหลักธรรมเพื่ออยู่ร่วมกันอยา่ งสันตสิ ุข ตัวชีว้ ัด ส 1.1 ป.1/2 ชื่นชมและบอกแบบอย่างการดาเนินชีวิตและข้อคิดจากประวัติสาวก ชาดก เรื่องเล่า และศาสนกิ ชนตวั อย่างตามทีก่ าหนด จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. บอกแบบอยา่ งการดาเนนิ ชีวติ และขอ้ คิดจากประวัติพุทธศาสนิกชนตวั อยา่ ง (K) 2. นาแบบอยา่ งที่ดขี องพทุ ธศาสนิกชนตวั อยา่ งไปปฏบิ ัติในชีวิตประจาวนั (P) 3. ชืน่ ชมและเหน็ ประโยชน์ของการศึกษาประวตั ิพุทธศาสนิกชนตัวอยา่ ง (A) สาระสาคัญ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีของพุทธศาสนิกชนในด้าน อุปถัมภ์บารุงศาสนาและด้านความกตัญญูกตเวที การนาแบบอย่างที่ดีของพระองค์ท่านมาปฏิบัติจะช่วยสืบ ทอดพระพุทธศาสนาให้คงอยู่ต่อไปและเป็นการตอบแทนบญุ คุณของผู้มีพระคุณ เจ้าพระยาสุธรรมมนตรีเป็นแบบอย่างที่ดีในการยึดม่ันหลักธรรมคาสอนของพระพุทธศาสนาและ ส่งเสริมกิจกรรมทางศาสนาให้เจริญรุง่ เรือง สาระการเรียนรู้ แบบอยา่ งของพุทธศาสนิกชนตวั อยา่ ง : พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและเจ้าพระยา สุธรรมมนตรี คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ รักชาติ ศาสตร์ กษัตรยิ ์ มวี นิ ัย ใฝ่เรียนรู้ ม่งุ มั่นในการทางาน อยู่อย่างพอเพยี ง สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต ความสามารถในการแกไ้ ขปญั หา

การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ ขั้นนาเขา้ สบู่ ทเรยี น 1. ให้นักเรียนดูภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดชที่ครู จัดเตรยี มมา แล้วครูใช้คาถามเพือ่ ให้นกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ เกยี่ วกับภาพดงั กล่าว ดังนี้ นกั เรียนรู้จักบคุ คลในภาพน้หี รอื ไม่ (รูจ้ กั ) บคุ คลในภาพน้คี อื ใคร (พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช) ใ น ภ า พ น้ี พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ พ ร ะ ป ร มิ น ท ร ม ห า ภู มิ พ ล อ ดุ ล ย เ ด ช ก า ลั ง ท า อ ะ ไ ร (ตัวอยา่ งคาตอบ เยี่ยมเยยี นราษฎร ประกอบพิธีกรรมทางพระพทุ ธศาสนา) นักเรยี นรูส้ กึ อยา่ งไรต่อภาพน้ี (ชืน่ ชม) ขนั้ สอน 2. ครูเล่าเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ให้นักเรียนฟังว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นพระมหากษัตริย์องค์ท่ี 9 แห่งราชวงศ์จักรี เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก กับสมเด็จพระศรี - นครินทราบรมราชชนนี พระองคท์ รงเป็นพุทธมามกะและอุปถมั ภบ์ ารงุ ศาสนาทกุ ศาสนา ทรงรัก ดแู ลและเอา ใจใส่ต่อพระราชชนนีด้วยความอ่อนโยน ควรแก่การเป็นแบบอย่างด้านความกตัญญู-กตเวทีให้กับคนไทยทั้ง ชาติ จากนั้นให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับพระราชกรณียกิจของพระองค์ โดยครูใช้คาถาม กระตนุ้ ความคิด ดังน้ี นกั เรียนเคยเห็นเกย่ี วกบั การประกอบพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทร มหา ภมู ิพลอดุลยเดชหรือไม่ ประกอบพระราชกรณยี กิจใด (ตัวอยา่ งคาตอบ เคยเห็น พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทร มหาภมู ิพลอดุลยเดช ทรงทอดผ้าพระกฐนิ ) การประกอบพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช กอ่ ใหเ้ กิดประโยชนอ์ ยา่ งไร (ตวั อย่างคาตอบ ทาให้พระพุทธศาสนาคงอยสู่ บื ต่อไป) 3. ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการกระทาของนักเรียนที่ปฏิบัติต่อ พ่อแม่ โดย ครใู ช้คาถาม ดงั น้ี นักเรยี นเคยช่วยพ่อแมท่ างานบ้านหรอื ไม่ (เคย โดยช่วยถูบา้ น กรอกนา้ ) เมื่อพอ่ แมเ่ จ็บปว่ ยนักเรียนทาอยา่ งไร (ตัวอยา่ งคาตอบ ดูแลพอ่ แม่) การกระทาของนักเรียนแสดงออกว่ามคี ุณธรรมข้อใด (ความกตัญญูกตเวที) จากนั้นครูเล่าให้นักเรียนฟังว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็น พระมหากษัตริย์ที่มีความกตัญญูกตเวทีเป็นอย่างมากควรยึดถือเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติต่อพ่อแม่ และ กล่าวคาชมวา่ นกั เรียนทาดแี ลว้ ทช่ี ว่ ยพ่อแมท่ างานบ้านและดแู ลทา่ นยามเจ็บป่วยและควรทาต่อไป 4. ให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภมู ิพลอดุลยเดช ในฐานะพุทธศาสนกิ ชนตวั อย่าง โดยครูใชค้ าถาม ดังนี้

การศึกษาประวัติของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ในฐานะ พุทธศาสนิกชนตัวอย่าง มีความสาคัญอย่างไร (ตัวอย่างคาตอบ จะทาให้ได้แบบอย่างท่ีดีไปปฏิบัติใน ชีวิตประจาวนั ) การนาแบบอย่างที่ดีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ไปปฏิบัติจะทาให้ เกิดประโยชน์อย่างไร (ตัวอย่างคาตอบ เป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนา เป็นการตอบแทนบุญคุณของผู้มี พระคุณ) นักเรียนเคยนาแบบอย่างที่ดีในการสืบทอดพระพุทธศาสนาไปปฏิบตั ิอย่างไร (ตัวอยา่ งคาตอบ ทาบุญตกั บาตรเป็นประจาทุกวนั รักษาศลี 5) นั ก เ รี ย น เ ค ย น า แ บ บ อ ย่ า ง ท่ี ดี ใ น ก า ร ก ตั ญ ญู ก ต เ ว ที ต่ อ บิ ด า ม า ร ด า ไ ป ป ฏิ บั ติ อ ย่ า ง ไ ร (ตัวอย่างคาตอบ เชื่อฟังคาส่ังสอน ช่วยแบง่ เบาภาระ ดูแลยามทา่ นเจบ็ ป่วย) 5. ให้นักเรียนร่วมกันสนทนาและแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับประโยชน์ของการศึกษา พระราชประวัติ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช โดยครูเขียนคาตอบของนักเรียนเป็นแผนภาพลงบน กระดาน ดงั นี้ ประโยชน์ของ การศึกษา พระราชประวตั ิ ตัวอย่าง 6. ให้นกั เรยี นและครรู ่วมกนั สรปุ ความรู้ ดังนี้ พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทร มหาภูมพิ ลอดุลยเดช ทรงเป็นแบบอย่างทดี่ ขี องพุทธศาสนิกชน ในด้านอุปถัมภ์บารุงศาสนา ความกตัญญูกตเวที การนาแบบอย่างที่ดีของพระองค์ท่านมาปฏิบัติจะช่วยสืบ ทอดพระพุทธศาสนาให้คงอยูต่ อ่ ไปและเป็นการตอบแทนบุญคุณของผู้มีพระคณุ 7. ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการกระทาของนักเรียนท่ีคิดว่าตนเองทาความดี โดยครใู ช้คาถามกระตุ้นความคิด ดังน้ี นกั เรยี นคดิ วา่ ตนเองทาความดเี ร่อื งใดบ้าง (ไม่รงั แกสัตว์ ชว่ ยครูถือส่งิ ของ) เมอื่ ทาความดีแลว้ นกั เรยี นรสู้ ึกอย่างไร (ภูมใิ จ ดใี จ) นักเรยี นคิดวา่ การกระทานีค้ วรทาต่อไปหรือไม่ (ควร) จากนั้นครูสรุปให้นักเรียนฟังว่า การทาความดีไม่ว่าจะทาให้ใครก็ล้วนเป็นการกระทาที่ก่อให้เกิดผลดี ท้งั ต่อตนเองและผูอ้ ื่น ฉะน้นั ควรปฏบิ ัตติ อ่ ไป 8. ครูเล่าเร่ืองของเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (หนูพร้อม ณ นคร) ให้นักเรียนฟัง ดังนี้ เจ้าพระยาสุธรรม มนตรี (หนูพร้อม ณ นคร) รับราชการต้ังแต่รชั กาลที่ 4-5 เมื่อมีอายุอุปสมบทได้ ท่านได้บวชท่ีวัดพิชัยญาติกา ราม ทา่ นจะสวดมนต์ไหวพ้ ระเปน็ ประจาทุกวนั ในกุฏิ คนื หน่ึงท่านถูกคนร้ายลอบยิงขณะก้มกราบพระรัตนตรัย

กระสุนจึงพุ่งข้ามศีรษะท่านไปทาให้ท่านรอดชีวิต ท่านจึงเชื่อว่า ท่ีท่านรอดชีวิตเป็นเพราะการทาความดี เป็น อานิสงส์ของการสวดมนต์ไหว้พระ ดังน้ัน ท่านจึงยึดมั่นในหลักธรรมคาสอนของพระพุทธศาสนาและส่งเสริม กิจกรรมทางศาสนาจนทาให้เมืองนครศรีธรรมราชในยุคนั้นมีความเจริญรุ่งเรืองทางด้านพระพุทธศาสนาอีก เมืองหนึ่ง จากน้นั ครูใชค้ าถามเพือ่ ให้นักเรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั เร่ืองดังกล่าว ดังน้ี เจ้าพระยาสธุ รรมมนตรมี ชี อื่ จรงิ ว่าอะไร (หนูพร้อม ณ นคร) กจิ ทเ่ี จ้าพระยาสธุ รรมมนตรีทาเป็นประจาตอนบวชเปน็ พระคืออะไร (สวดมนต์ ไหวพ้ ระ) เพราะเหตุใดทา่ นจึงรอดชีวติ จากการถูกทาร้าย (ท่านก้มลงกราบพระรัตนตรยั กระสนุ จงึ พงุ่ ข้ามศีรษะท่านไปจงึ รอดชีวติ ) เจ้าพระยาสุธรรมมนตรีมีความสาคัญต่อพระพุทธศาสนาของเมืองนครศรีธรรมราชอย่างไร (สง่ เสริมกจิ กรรมของศาสนาจนพระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง) 9. ให้นักเรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกบั ข้อคิดทไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษาพทุ ธ- ศาสนิกชนตวั อยา่ ง โดยครใู ช้คาถาม ดังน้ี นักเรียนได้ข้อคิดจากการศึกษาประวัติของเจ้าพระยาสุธรรมมนตรีอย่างไร (ตัวอย่าง คาตอบ การทาความดจี ะทาให้คลาดแคลว้ จากอันตรายต่าง ๆ) จากนั้นครูเขียนคาตอบของนักเรียนเป็นแผนภาพบนกระดาน ดังตัวอย่างต่อไปนี้ ข้อคดิ จากการศึกษา ประวตั เิ จ้าพระยา- สุธรรมมนตรี จากนน้ั ครจู งึ สรปุ ใหน้ ักเรียนฟังว่า เพราะเจา้ พระยาสธุ รรมมนตรีทาความดีดว้ ยการ สวดมนต์ไหว้ พระทุกวัน จึงทาให้ได้รับอานิสงสร์ อดชวี ติ จากการถูกลอบทาร้าย ดังนั้นชาวพุทธทั้งหลายควรยึดม่ันในการทา ความดแี บบท่านเพ่ือใหช้ วี ิตพบแต่ความสขุ ความเจริญ 10. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสรปุ เกยี่ วกบั ชาวพทุ ธตวั อย่าง โดยครใู ช้คาถาม ดงั น้ี ชาวพุทธตัวอย่างควรเป็นบุคคลท่ีมีลักษณะอย่างไร (ปฏิบัติตนตามหลักธรรมคาสอนของ พระพุทธศาสนา ทานุบารุงพระพุทธศาสนา) ถ้านักเรียนนาแบบอย่างของชาวพุทธตัวอย่างไปปฏิบัติจะเกิดผลอย่างไร (ตนเองภูมิใจได้รับ การช่ืนชมจากพอ่ แม่และผอู้ น่ื ) ขัน้ สรุปการเรยี นรู้ 11. ใหน้ ักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ ดังนี้

เจา้ พระยาสุธรรมมนตรีเป็นแบบอย่างที่ดใี นการทยี่ ึดมั่นหลักธรรมคาสอนของพระพทุ ธศาสนา และสง่ เสริมกจิ กรรมทางศาสนาใหเ้ จริญรุ่งเรือง 12. ให้นักเรยี นทาใบงานที่ 1.4 เรือ่ ง พุทธศาสนกิ ชนตวั อย่าง (การบ้าน) 13. ชนิ้ งานที่ 1.1 เรือ่ ง เรียงลาดับเหตุการณ์พทุ ธประวตั ิ 14. ทดสอบหลังเรยี น กิจกรรมบูรณาการ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย - ใหน้ ักเรียนแตง่ ประโยคจากเนื้อหา สอ่ื การเรียนรู้ 1. พระบรมฉายาลกั ษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภมู พิ ลอดุลยเดช การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ จุดประสงค์ วธิ ีประเมิน เครอื่ งมอื เกณฑ์ 1. บอกแบบอย่างการดาเนินชีวิต ตรวจใบงานท่ี 1.4 เรื่อง ใบงานที่ 1.4 เรอื่ ง นกั เรยี นบอก แบบอยา่ งการดาเนนิ และข้อคดิ จากประวตั ิพุทธศาสนิกชน พทุ ธศาสนิกชนตัวอยา่ ง พทุ ธศาสนิกชนตัวอย่าง ชวี ิตและขอ้ คดิ จาก ประวตั ิ ตวั อย่าง (K) พทุ ธศาสนกิ ชน ตัวอย่าง ถือผา่ นใบ 2. น า แ บ บ อ ย่ า ง ที่ ดี ข อ ง แบบสังเกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม งานร้อยละ 60 ข้นึ พุทธศาสนิกชนตัวอย่างไปปฏิบัติใน ไป ถือว่าผา่ นเกณฑ์ ชวี ติ ประจาวัน (P) นักเรยี นนาแบบอย่าง 3. ชื่นชมและเห็นประโยชน์ของ แบบสังเกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ทดี่ ีของ การศึกษาประวัติพุทธศาสนิกชน พทุ ธศาสนิกชน ตัวอยา่ ง (A) ตวั อยา่ งไปปฏบิ ัติใน ชีวติ ประจาวัน มี พฤติกรรมระดับดขี ึ้น ไป ถือว่าผา่ นเกณฑ์ นกั เรยี นมีพฤตกิ รรม ระดบั ดีขนึ้ ไป ถือว่า ผ่านเกณฑ์

ใบงานท่ี 1.4 วชิ าสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม สาระที่ 1 พระพุทธศาสนา ส 1.1 ป.1/2 เรอื่ ง พทุ ธศาสนกิ ชนตวั อยา่ ง ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 ชอื่ ........................................................................................ช้ัน.......................เลขท่ี......................... คาชี้แจง : ใหน้ ักเรียนตอบคาถามต่อไปนใ้ี ห้ถูกต้องและระบายสใี ห้สวยงาม พร้อมแต่งประโยคตามคาท่ี กาหนดให(้ บูรณาการวิชาภาษาไทย) 1. บคุ คลในภาพน้ีคอื ใคร....................................................................................... 2. นักเรียนเห็นอะไรในภาพบา้ ง............................................................................ 3. บคุ คลในภาพทรงเป็นแบบอย่างท่ดี ีในเรือ่ งในบา้ ง ......................................................................................................................... 4. นักเรยี นจะปฏบิ ัติตามแบบอย่างนี้ไดอ้ ย่างไร .......................................................................................................................................... 5. ถ้านกั เรียนนาแบบอย่างทีด่ นี ้ีไปปฏิบัตติ ามจาทาใหเ้ กิดประโยชนอ์ ย่างไร ......................................................................................................................... บูรณาการวชิ าภาษาไทย (จงแต่งประโยค) 1.ช่ืนชม =……………...……………….…………......……………...……………….…………......……………...………… 2.รูจ้ กั =……………...……………….…………......……………...……………….…………......……………...………… 3.ดูแล =……………...……………….…………......……………...……………….…………......……………...………… 4.พอ่ =……………...……………….…………......……………...……………….…………......……………...………… 5.ทางาน =……………...……………….…………......……………...……………….…………......……………...…………

ใบงานท่ี 1.4 วชิ าสังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม สาระท่ี 1 พระพุทธศาสนา ส 1.1 ป.1/2 เร่อื ง พทุ ธศาสนกิ ชนตัวอยา่ ง ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 1 ช่ือ........................................................................................ช้นั .......................เลขที่......................... คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรียนตอบคาถามต่อไปนใ้ี ห้ถูกต้องและระบายสใี ห้สวยงาม พร้อมแต่งประโยคตามคาท่ี กาหนดให(้ บูรณาการวชิ าภาษาไทย) 1. บคุ คลในภาพนคี้ ือใคร พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช 2. นกั เรียนเหน็ อะไรในภาพบ้าง ทา่ นกาลังคยุ กบั ประชาชน 3. บุคคลในภาพทรงเป็นแบบอยา่ งท่ดี ใี นเรอื่ งในบ้าง ทา่ นช่วยเหลือประชาชน และเอาใจใส่ผอู้ ื่น 4. นักเรียนจะปฏิบตั ิตามแบบอย่างน้ไี ด้อย่างไร ท่านช่วยเหลือผอู้ น่ื ที่เดอื ดร้อน และดแู ลพอ่ แมข่ องทา่ น 5. ถา้ นกั เรียนนาแบบอย่างที่ดีน้ีไปปฏบิ ัติตามจาทาให้เกดิ ประโยชนอ์ ยา่ งไร เป็นคนดีของสังคม มคี วามสุขใจ มีคนชน่ื ชม บรู ณาการวชิ าภาษาไทย (จงแต่งประโยค)*ตามดลุ ยพนิ ิจของครู 1.ชนื่ ชม =……………...……………….…………......……………...……………….…………......……………...………… 2.รจู้ กั =……………...……………….…………......……………...……………….…………......……………...………… 3.ดูแล =……………...……………….…………......……………...……………….…………......……………...………… 4.พอ่ =……………...……………….…………......……………...……………….…………......……………...………… 5.ทางาน =……………...……………….…………......……………...……………….…………......……………...…………

บันทึกผลหลงั การจัดการเรยี นรู้ สรุปผลหลังการจดั การเรยี นรู้ 1.นักเรยี นจานวน 54 คน ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ............ คน คดิ เปน็ ร้อยละ ................ ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนร.ู้ ........-.........คนคิดเป็นร้อยละ........๐.......... 2. แนวทางแก้ไขนักเรยี นที่ไม่ผ่านจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ............................................................................................................................. ............................... ................................................................................................... ......................................................... 3.คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ไมผ่ ่าน............คน ผา่ น............คน ดี...............คน ดีเย่ยี ม..............คน ระดับดีข้นึ ไป ร้อยละ..................... 4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น ไมผ่ า่ น...........คน ผ่าน............คน ดี...............คน ดีเยย่ี ม.............คน ระดบั ดขี ้นึ ไป ร้อยละ..................... 5.นักเรยี นเกิดทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ใดบา้ ง ทาเครอ่ื งหมาย  ในชอ่ งว่างทตี่ รงกับทักษะทเ่ี กดิ 3R  อา่ นออก  เขียนได้  มที ักษะในการคานวณ 8C  การคดิ อย่างมวี ิจารณญาณและทกั ษะในการแกไ้ ขปญั หา  การสรา้ งสรรค์  ความเข้าใจความต่างวัฒนธรรม ตา่ งกระบวนทัศน์  การสื่อสาร  ด้านความร่วมมือ การทางานเปน็ ทีมและภาวะผูน้ า  ทักษะการเปลี่ยนแปลง  การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  ทักษะอาชีพ และทักษะการ เรยี นรู้ ผลการจดั การเรยี นการสอน/ปัญหา/ อุปสรรค และแนวทางแกไ้ ข  แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1 เรอื่ ง พุทธประวตั ิ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ............................................................................................................................. .............................................. .................................................................................... ....................................................................................... ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………  แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 2 เรอื่ ง พทุ ธสาวก ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ...................................................................................................................................... ..................................... ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ................................................................................................................................................................ ...........  แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 3 เรื่อง ชาดก ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ............................................................................................................................. .............................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

 แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 4 เรือ่ ง พุทธศาสนิกชนตวั อยา่ ง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ............................................................................................................................. .............................................. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ............................................................................................................................. .............................................. ลงช่อื .................................................. (นางสาวจรี วรรณ ปฏวิ งศ์) ตาแหน่ง ครู ความคิดเหน็ หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนร้/ู ผูท้ ีไ่ ด้รบั มอบหมาย ตรวจ/นเิ ทศ/เสนอแนะ/รบั รอง ............................................................................................................................. ..................................... ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… .................................................................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงช่ือ…………………………………………………… (นางสาวจีรวรรณ ปฏวิ งศ์ ) หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ...................../......................./๒๕๖3 ความเหน็ ของหัวหนา้ สถานศกึ ษา ตรวจ/นเิ ทศ/เสนอแนะ/รบั รอง ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................. ............................................................................................ ............................................................................................................................. ................................................... ……………………………………………………………………………………………………………………………………...........…………… ลงชอื่ …………………………………………………… (นางสาวกนั ยาภทั ร ภัทรโสตถ)ิ ผอู้ านวยการโรงเรียนวัดพืชนิมติ (คาสวัสดิร์ าษฎรบ์ ารุง) ...................../......................./๒๕๖3


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook