อญั รยิ า พง่ึ พบ และคณะ คมู่ อื การใช้ สอ่ื การเรยี นการสอน คู่มือ &“สวนสตั ว์หรรษา มาตราตวั สะกด” “แผงไข่ปรศิ นา มาตราตวั สะกด”
ชื่อสอ่ื การเรยี นรู้ : สวนสตั วห์ รรษา มาตราตวั สะกด และ แผงไขป่ ริศนา มาตราตวั สะกด ระดบั ชนั้ : ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 3 หวั ขอ้ ทร่ี บั ผดิ ชอบ : วสั ดุอน่ื ๆ
วัสดทุ ใ่ี ช้ : แผงไข่ (วัสดเุ หลอื ใช)้ อปุ กรณ์ : กระดาษแขง็ หลากสี กาวนำ้ กาวสองหนา้ กรรไกร คตั เตอร์ ฟวิ เจอรบ์ อรด์ มอเตอร์ ไมห้ นบี พกู่ นั สโี ปสเตอร์ จานผสมสี วสั ดตุ กแตง่
ขน้ั ตอนการทำ : สื่อการเรยี นรู้ “สวนสตั วห์ รรษา มาตราตวั สะกด” มีขั้นตอนการทำ ดงั นี้ 1. ตัดแผงไข่เป็นโมเดลรปู สตั วต์ า่ ง ๆ 2. ทาสีและตกแตง่ ตามความตอ้ งการ 3. ทำบัตรคำมาตราตัวสะกดแม่ตา่ ง ๆ แลว้ นำมาตดิ บนไมห้ นบี 4. นำแผงไข่มาประกอบเป็นฐาน จากนน้ั ตัดฟวิ เจอรบ์ อร์ด มาประกอบทำเปน็ ฐานมา้ หมนุ 5. ต่อมอเตอรแ์ ละนำไปประกบไวท้ ใี่ ตฐ้ าน 6. นำโมเดลรูปสัตวต์ า่ ง ๆ ไปจดั ตกแต่งบนฐานให้สวยงามและสมดุล
สอ่ื การเรยี นรู้ “แผงไขป่ รศิ นา มาตราตวั สะกด” มขี น้ั ตอนการทำ ดงั น้ี 1. นำแผงไขม่ าตดั เปน็ คร่ึงวงกลมใหค้ รบทกุ ชอ่ ง 2. ทาสีตกแตง่ แผงไขใ่ หส้ วยงาม 3. นำมาตราตวั สะกดแมต่ า่ ง ๆ มาติดในชอ่ งของแผงไขท่ ตี่ กแตง่ เสรจ็ เรยี บร้อยแลว้ 4. ประกบแผงไขใ่ หป้ ดิ ลงเหมอื นเดมิ
มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชว้ี ดั สาระที่ 4 หลกั การใชภ้ าษาไทย มาตรฐาน ท 4.1 เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา ภมู ปิ ญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ขิ องชาติ ตวั ชวี้ ดั ท 4.1 ป.3/1 เขยี นสะกดคำ และบอกความหมายของคำ วตั ถปุ ระสงคข์ องการจดั การเรยี นการสอน ดา้ นพทุ ธพิ ิสยั (K) - ผเู้ รยี นสามารถบอกพยญั ชนะในมาตรา ตวั สะกดทง้ั 8 มาตราได้ ดา้ นทกั ษะพสิ ยั (P) - ผเู้ รยี นสามารถเขียนคำทสี่ ะกดดว้ ยมาตราตวั ตวั สะกดแมต่ า่ ง ๆ ทง้ั ตรงมาตราและไมต่ รงมาตราได้ ดา้ นเจตพสิ ยั (A) - ผเู้ รยี นมสี ว่ นรว่ มในการทำกจิ กรรม
วตั ถปุ ระสงคข์ องการใชส้ อ่ื สอื่ สวนสตั วห์ รรษา มาตราตวั สะกด ใชส้ ตั วเ์ ปน็ ตวั ละครหลกั ในการสอนเรอ่ื งมาตราตวั สะกด โดยสตั วแ์ ตล่ ะชนดิ จะสะกดดว้ ยตวั สะกด ทแี่ ตกตา่ งกนั ครบทกุ มาตรา เพอ่ื นำไปยกตวั อยา่ งประกอบระหวา่ ง การจดั การเรยี นการสอน ซง่ึ จะทำใหผ้ เู้ รยี นเกดิ ความเขา้ ใจมากยง่ิ ขนึ้ นอกจากน้ี ตามหลกั จติ วทิ ยา เดก็ ในชว่ งวยั ดงั กลา่ วจะชอบตวั ละคร ทเี่ ปน็ สตั ว์ ซงึ่ จะชว่ ยเสรมิ สรา้ งจนิ ตนาการของเดก็ ไดเ้ ปน็ อยา่ งดี
ลกั ษณะเดน่ - ผลติ จากวสั ดเุ หลอื ใช้ หาไดง้ า่ ยในทอ้ งถนิ่ ซง่ึ เปน็ การลดการใช้ พลาสตกิ - ประหยดั งบประมาณในการจดั ทำสอ่ื การเรยี นรู้ ซงึ่ ในการจดั ทำ สอื่ การเรยี นรู้ “สวนสตั วส์ ามารถตราตวั สะกด” และ “แผงไขป่ รศิ นา มาตราตวั สะกด” ผจู้ ดั ทำใชง้ บประมาณสทุ ธิ 218 บาท - มสี สี ันสวยงาม ชว่ ยกระตนุ้ จนิ ตนาการและเรยี นและการเรยี น ของผเู้ รยี นไดเ้ ปน็ อยา่ งดี
ขนั้ ตอนการใชส้ อื่ สอื่ การเรยี นรู้ “สวนสตั ว์หรรษา มาตราตัวสะกด” มขี ้นั ตอนการใชง้ าน ดงั นี้ 1. ครผู สู้ อนจดั เตรยี มสอ่ื การเรยี นรู้ “สวนสตั วห์ รรษา มาตราตวั สะกด” โดยตรวจสอบความพรอ้ มของโมเดลสตั ว์ชนดิ ต่าง ๆ วา่ มจี ำนวนครบถว้ นหรอื ไม่ พรอ้ มทง้ั ทดสอบการใชง้ านของมอเตอรท์ ใี่ ชเ้ ปน็ ฐานในการหมนุ วงลอ้ “สวนสตั วห์ รรษา มาตราตัวสะกด” 2. ครผู สู้ อนแจกบตั รคำมาตราตวั สะกดใหแ้ กน่ กั เรยี นทกุ คน คนละ 1 แผน่ 3. ครผู สู้ อนเปดิ สวติ ชม์ อเตอรเ์ พอ่ื ให้ฐานวงลอ้ ทรี่ องรบั โมเดลสตั วต์ า่ ง ๆ หมนุ ไป รอบ ๆ หลงั จากนนั้ ให้นกั เรยี นไดส้ งั เกตโมเดลสตั วต์ า่ ง ๆ วา่ ประกอบไปดว้ ยสตั วช์ นดิ ใดบา้ ง 4. ครผู สู้ อนช้แี จงขนั้ ตอนการทำกจิ กรรม โดยให้นกั เรยี นนำบตั รคำมาตราตวั สะกด ทีต่ นเองมไี ปตดิ ไวใ้ นสตั วช์ นดิ ตา่ ง ๆ ทมี่ ชี ือ่ สะกดดว้ ยพยญั ชนะมาตราเดยี วกนั กบั บตั รคำที่ตนเองไดร้ บั ซงึ่ กอ่ นตดิ บตั รคำ ใหน้ กั เรยี นบอกชอ่ื สตั วช์ นดิ นั้น วา่ มชี ื่อทสี่ ะกดดว้ ยมาตราตัวสะกดใด จดั เปน็ ตวั สะกดทต่ี รงตามมาตราหรอื ไมต่ รงตามมาตรา 5. ครผู สู้ อนใหน้ กั เรยี นเขยี นสะกดคำ โดยใหน้ ำช่ือสตั วต์ า่ ง ๆ ทพ่ี บใน “สวนสตั วห์ รรษา มาตราตวั สะกด” มาเขยี นสะกดคำให้ถกู ตอ้ ง ตวั อยา่ งเช่น คำวา่ ชา้ ง เปน็ คำท่ีมตี วั สะกดในแมก่ ง สามารถเขยี นสะกดคำได้ ดงั นี้ “ช - า - ง - -้ = ชา้ ง (อ่านวา่ ชอ - อา - งอ - ชาง - ไมโ้ ท - ชา้ ง)”
สอื่ การเรยี นรู้ “แผงไขป่ รศิ นา มาตราตัวสะกด” มีขนั้ ตอนการใช้งาน ดงั น้ี 1. ครผู สู้ อนจดั เตรยี มสอ่ื การเรยี นรู้ “แผงไขป่ รศิ นา มาตราตัวสะกด” โดยตรวจสอบวา่ สอ่ื ชำรดุ หรอื เกดิ ความเสยี หายระหว่างการขนยา้ ยหรอื ไม่ 2. ครผู สู้ อนแบง่ นกั เรยี นออกเปน็ 2 กลมุ่ กลมุ่ ละเท่า ๆ กนั ตามความเหมาะสม ของจำนวนสมาชกิ ในหอ้ งเรยี น 3. ครผู สู้ อนชแ้ี จงกตกิ าการเลน่ เกม โดยมขี น้ั ตอนการเลน่ เกม ดงั ตอ่ ไปน้ี 3.1 ครผู สู้ อนกำหนดหวั ขอ้ ทจี่ ะใหน้ กั เรยี นคน้ หาคำตอบ โดยในทีน่ ก้ี ำหนดให้ เปน็ หมวดชอื่ อาหาร จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นทง้ั สองทมี สง่ ตวั แทนออกมาเปา่ ยงิ ฉบุ เพอื่ หาผเู้ ลน่ ทมี แรก ซง่ึ ทมี ทชี่ นะจะได้เรม่ิ เลน่ กอ่ น 3.2 ในการเลน่ จะเลน่ ทมี ละ 1 คน สลบั กนั ไปเรอ่ื ย ๆ ทมี ทไี่ ดเ้ ลน่ กอ่ น จะเรม่ิ เปดิ ชอ่ งในแผงไข่ 1 ชอ่ ง โดยสามารถเลอื กเปดิ ช่องใดกไ็ ดต้ ามความตอ้ งการ เมอ่ื เปดิ แลว้ ใหส้ งั เกตวา่ ตนเองไดม้ าตราตัสะกดในแมใ่ ด จากนน้ั จงึ บอกชอื่ อาหารทสี่ ะกด ดว้ ยมาตราตัวสะกดเดยี วกนั กบั ทเี่ ปดิ ได้ โดยพยางคส์ ดุ ทา้ ยของชอ่ื อาหารทีต่ อบนนั้ จะตอ้ งมี ตวั สะกดทตี่ รงกบั มาตรตวั สะกดดงั กลา่ ว ทมี นนั้ จงึ จะไดค้ ะแนนตามทก่ี ำหนดไวใ้ นแตล่ ะชอ่ ง ของแผงไข่ 3.3 เมอื่ เปดิ ช่องมาตราตวั สะกดในแผงไขค่ รบทกุ ชอ่ งแลว้ ทมี ทตี่ อบถกู และไดค้ ะแนนสะสะสมมากทส่ี ดุ จะเปน็ ผู้ชนะ 4. ครผู สู้ อนมอบรางวลั และกลา่ วคำชมเชยแกท่ มี ทช่ี นะ 5. ครผู สู้ อนใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ความรจู้ ากการเลน่ เกม “แผงไขป่ รศิ นา มาตราตวั สะกด”
การจดั กจิ กรรม ขน้ั สอน - ครผู สู้ อนอธบิ ายความรเู้ กยี่ วกบั มาตราตวั สะกดทง้ั 8 มาตรา พรอ้ มทง้ั ยกตวั อยา่ งคำทม่ี ตี วั สะกดในมาตราตา่ ง ๆ โดยใชส้ อื่ การเรยี นรู้ “สวนสตั วห์ รรษา มาตราตวั สะกด” ขนั้ สรปุ – ครผู สู้ อนสรปุ ความรแู้ ละใหผ้ ้เู รยี นเลน่ เกม “แผงไขห่ รรษา มาตราตวั สะกด” เพอื่ เปน็ การทบทวนความรู้
กจิ กรรมเพ่มิ เตมิ ใหผ้ ูเ้ รยี นไดฝ้ กึ ประดษิ ฐส์ ง่ิ ตา่ ง ๆ ตามจนิ ตนาการโดยใชว้ สั ดหุ ลักคอื แผงไข่ และลงมอื ปฏบิ ตั ดิ ว้ ยตนเอง โดยสง่ิ ทผ่ี ลิตจะตอ้ งมชี อ่ื ตรงตามมาตราตวั สะกด ทคี่ รกู ำหนดและตกแตง่ ใหส้ วยงาม เป็นตน้ การตอ่ ยอด ผสู้ อนสามารถนำสอ่ื “สวนสตั วห์ รรษามาตราตวั สะกด” มาตอ่ ยอดโดยการทำให้ สตั วต์ า่ ง ๆ สามารถหมนุ ได้ โดยนำมอเตอรห์ รอื ระบบไฟเขา้ มาชว่ ยในการเคลอ่ื นไหว ของสตั วแ์ ละใชด้ นตรไี ขลานหรอื หลอดไฟมาประกอบเพอื่ สรา้ งความนา่ สนใจ ให้กับสอ่ื การสอน
การบูรณาการ สามารถนำไปบรู ณาการเขา้ กบั รายวชิ าอน่ื ไดอ้ ยา่ งหลากหลาย เช่น วชิ าคณติ ศาสตร์ สามารถนำไปเปน็ สอื่ ในการเรยี นการสอนเรอ่ื งจำนวนนบั วชิ าภาษาองั กฤษ สามารถนำไปทำเปน็ ส่ือเพอ่ื สอนเรอื่ งพยญั ชนะในภาษาองั กฤษ สอนเรอื่ งคำศพั ท์ หรอื การเลา่ นทิ านภาษาองั กฤษ นอกจากนี้ ในรายวชิ า ภาษาไทย ครผู สู้ อนสามารถนำตวั ละครสตั วใ์ นสือ่ การสอนดงั กลา่ ว มาเปน็ ตวั ละครในการเลา่ นทิ านพน้ื บา้ น เลา่ เรอื่ งประกอบภาพ หรอื สอนเรอ่ื งคำไวพจน์ เปน็ ตน้
ขอ้ ควรระวงั 1. ควรเกบ็ ไวใ้ นทแ่ี หง้ ปราศจากสง่ิ ทเ่ี ปยี กชนื้ 2. หากมกี ารตอ่ ระบบไฟฟา้ ระบบเสยี ง หรอื มอเตอร์ ครผู สู้ อนตอ้ งกำกบั ดแู ลการใชส้ อ่ื อยา่ งใกลช้ ิด 3. หากใหผ้ เู้ รยี นประดษิ ฐแ์ ผงไขต่ ามจนิ ตนาการของตนเอง ครผู สู้ อนควรดแู ลเรอ่ื งการใชส้ งิ่ ของมคี ม เชน่ กรรไกร คตั เตอร์ เปน็ ตน้
ผจู้ ดั ทำ 1.นางสาวอญั ริยา พึง่ พบ 60010514025 2.นางสาวกลุ นนั ท์ สโุ พธิคำ 60010514028 3.นายสพุ ัฒน์พงศ์ บญุ เศษ 60010514044 4.นางสาวสริ กิ านดา อดุ รแผว้ 60010514066 อาจารยผ์ สู้ อน อ.อฐั พล อนิ ต๊ะเสนา รายวชิ า 0563309 แนวโนม้ การสอนภาษาไทยในปจั จบุ นั Current Trends in Thai Language Teaching สาขาวชิ าภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
Search
Read the Text Version
- 1 - 20
Pages: