Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วารสารถามจัง ศว.นครราชสีมา

วารสารถามจัง ศว.นครราชสีมา

Description: มีเอกสาร 12 หน้า

Keywords: วารสารถามจัง ศว.นครราชสีมา

Search

Read the Text Version

คมู่ ือค่าย สะเตม็ ศกึ ษา สแกนเพอื่ อา่ น E-Book ศนู ย์วทิ ยาศาสตรเ์ พ่อื การศกึ ษานครราชสมี า

สารบัญ # 22 เรื่องเล่ากับ ผอ. .........................................................3 ค่ายวิทยาศาสตร์ภาคฤดูร้อน ประจำ�ปี 2560 4�������������������4 การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ ..................................6 การประกวดการแสดงทางวิทยาศาสตร์ ...........................8 เก็บตก ชาวค่ายฯ .....................................................10 ความประทับใจที่ฝากไว้...จากผู้มาเยือน ........................11 นิทรรศการเทคโนโลยีอวกาศ กับการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำ�วัน 1������������������������������12 หญ้าแฝก ................................................................13 สิ่งแวดล้อมน่ารู้ คู่หูถามจัง ..........................................16 หวานปานนํ้าผึ้ง ........................................................17 วิทย์น่ารู้ ตอน อะไรเอ่ย กระโดดได้เล็กกว่าเหรียญ ...........18 เรื่อง “ไข่…ไข่” .........................................................20 พูดจาประสาคนไอที ..................................................22 เก็บตก ตอน ตกอ่างกะปิ ............................................25 ลัดเลาะรอบบ้าน (ศว. นครราชสีมา) .............................26 ความหมายของ ดอกไม้จันทน์ 7 แบบ ในพระราชพิธี ถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ...............29 ผลการดำ�เนินงาน 3����������������������������������������������������31 #22 คณะผู้จัดทำ� ที่ปรึกษา อารี แสงสว่าง นางอรุณี นายบุญรอด บรรณาธิการ นางวรางค์รัตน์ ชายทวีป ผู้ช่วยบรรณาธิการ นางสาวทิพรัตน์ ล้วนสูงเนิน กองบรรณาธิการ นางสาวสมิตานัน จันทร์สระน้อย, นายเชาว์ แบนขุนทด, นายธนัท โบ้บสูงเนิน, นายพิศิษฎ์ สุวรรณ์ดวง, นายประเสริฐ บุญเชิญ, นางสาวพัชชา คงทิพย์, ว่าที่ร้อยตรีหญิงวารุณี หักทะเล, นางสาวบุณยวีย์ แช่มสูงเนิน, นางสาวกิตติกานต์ แก้วขอนแก่น, นายเจริญชัย บอขุนทด, นางสาวปาริชาติ ทิพย์รัตน์, นางสาวธนจรร เจ๊กนอก

วัสดีค่ะ ขอต้อนรับการเปิดเทอมปีการศึกษา 2560 T he Y oung Des i gner ระดับ ด้วยนะคะ แหล่งเรียนรู้ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพ่ือ มัธยมศึกษาตอนปลาย เรื่อง สเลอปี้ การศึกษานครราชสีมาพร้อมต้อนรับคณะครู นักเรียน สามารถติดต่อยืมได้ตลอดนะคะ นักศึกษา และประชาชนทั่วไป โดยปีนี้เรามีนิทรรศการ ก า ร ท� ำ ง า น ข อ ง ที ม ศู น ย ์ ซ่ึงได้รับความอนุเคราะห์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วทิ ยาศาสตรเ์ พอื่ การศกึ ษานครราชสมี า ในการสร้างความตระหนักรู้ ด้านเทคโนโลยีอวกาศ ขอมีส่วนร่วมในการท�ำให้คนไทยเป็น โดยจัดเป็นนิทรรศการถาวร เรื่อง เทคโนโลยีอวกาศ คนไทย 4.0 เพื่อให้คนไทยมีความรู้ กับการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ�ำวัน เพ่ือการพัฒนา ความสามารถ มีความรับผิดชอบ ศักยภาพมนุษย์ โดยการประยุกต์เทคโนโลยี 3S ใน ต่อสังคม มีศักด์ิศรีในเวทีโลก มี ชีวิตประจ�ำวัน ใต้แนวคิด เรียน เล่น ฝึกฝน ใช้งาน ซึ่งจะ ความสามารถสอดรับ Digjtal Age ท�ำให้ผู้ร่วมกิจกรรมเข้าใจในเร่ืองของเทคโนโลยีอวกาศ มีการเรียนรู้เสริมสร้างแรงบันดาลใจ เข้าถึงข้อมูลสารสนเทศได้อย่างเหมาะสม น�ำไปสู่การ ปลูกจิตสาธารณะ มุ่งท�ำให้เกิดผล พัฒนาเศรษฐกิจ สังคม อย่างย่ังยืน สามารถติดตาม สัมฤทธิ์ บ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์ รายละเอียดนิทรรศการได้ภายในเล่มนี้ค่ะ ส�ำหรับกิจกรรม ภายใต้สังคมแห่งการพอเพียง ด้วยค่ะ การเรียนรู้ สถานศึกษาใดสนใจ ประสานได้โดยตรงค่ะ นอกจากนี้ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา นางอรณุ ี อารี นครราชสีมา ยังเป็น ศูนย์สะเต็มศึกษาให้กับ สสวท. โดย ผู้อ�ำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ มีวัสดุอุปกรณ์ คู่มือครู ไว้ให้บริการกับโรงเรียนที่ประสงค์ เพ่ือการศึกษานครราชสีมา จะยมื ไปใช้ ในการเรียนการสอนได้ โดยในระดับปฐมศึกษา เร่ือง เล่นล้อวงกลม ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เร่ือง 3 วารสาร ถามจงั

ค่ายวิทยาศาสตร์ภาคฤดูร้อน ประจ�ำปี 2560 “ รวมพลังนักวิทย์_สร้างแนวคิด_ตามศาสตร์พระราชา ” วันท่ี 3 เมษายน พ.ศ. 2560 นางอรุณี อารี ผู้อ�ำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ เพ่ือการศึกษานครราชสีมาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ กลุ่มเป้าหมาย เป็นเด็กนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 – 6 จ�ำนวน 75 คน และคณะคุณครูผู้ควบคุมดูแลจากโรงเรียน ในเขตอ�ำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา อีก 12 ท่าน เพื่อร่วมกิจกรรม ในฐานจรวดขวดน�้ำ จินตนาการจากก้อนหิน ฉันคือใคร และกิจกรรมร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตามรอยพ่อ อย่างพอเพียง ระหว่างวันท่ี 3 – 4 เมษายน พ.ศ. 2560 4 วารสาร ถามจงั

มาดูภาพขณะท�ำกิจกรรมแต่ละฐานกันค่ะ วันท่ี 5 เมษายน พ.ศ. 2560 ศูนย์วิทยาศาสตร์เพ่ือการศึกษานครราชสีมา มีโอกาส ได้ถวายความรู้ให้กับคณะพระภิกษุ สามเณร จากวัดใหม่สันติ อ�ำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา จ�ำนวน 50 รูปที่มาเข้าค่ายแบบไปกลับ ในค่ายวิทยาศาสตร์ ภาคฤดูร้อน ประจ�ำปี 2560 “รวมพลังนักวิทย์ สร้างแนวคิด ตามศาสตร์พระราชา” 5 วารสาร ถามจงั

การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ ส�ำหรับนักศึกษา กศน. ประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครราชสีมา วันท่ีประกวด ระดับพื้นท่ี ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครราชสีมา วันท่ี 6 กรกฎาคม 2560 ระดับประเทศ ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพ่ือการศึกษา (เอกมัย) วันที่ 20 สิงหาคม 2560 คุณสมบัติของผู้เข้าประกวด 1. เป็นนักศึกษา กศน. ท่ีลงทะเบียนเรียน - วิชาเลือกบังคับ การใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจ�ำวัน 1 รหัส พว 12010 หรือ การใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจ�ำวัน 2 รหัส พว 22002 หรือ การใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจ�ำวัน 3 รหัส พว 32023 ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1/2559 ถึงปัจจุบัน หรือ - วิชาเลือก การใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจ�ำวัน (รหัส พว 02027) ต้ังแต่ภาคเรียนท่ี 1/2556 ถึงปัจจุบัน 2. จ�ำนวนผู้เข้าประกวด ทีมละ 3 คน (รวมทีมต่างระดับได้) 3. ครูท่ีปรึกษา จ�ำนวน 1 คน 4. ผู้สมัครต้องได้รับการลงนามรับรองคุณสมบัติจากผู้บริหารสถานศึกษาต้นสังกัด ในใบสมัคร 6 วารสาร ถามจัง

5. ส�ำหรับผู้เข้าประกวดระดับประเทศ ต้องเป็นผู้ท่ีได้รับรางวัลชนะเลิศ และรองชนะเลิศอันดับ 1 รางวัล ระดับพื้นที่ ดังน้ี รางวัลชนะเลิศ 6,000 บาท และ เกียรติบัตร / รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 4,000 บาท และเกียรติบัตร / รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 3,000 บาท และเกียรติบัตร รางวัลชมเชย จ�ำนวน 5 รางวัลๆ ละ 1,000 บาท และเกียรติบัตร ระดับประเทศ ดังนี้ 18,000 บาท และการศึกษาดูงาน ภายในประเทศ พร้อมโล่ รางวัลชนะเลิศ และเกียรติบัตร จ�ำนวน 1 รางวัลๆ ละ 13,000 บาท และการศึกษาดูงาน ภายในประเทศ และเกยี รตบิ ตั ร 9,000 บาท และการศึกษาดูงาน รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ภายในประเทศ และเกยี รตบิ ตั ร จ�ำนวน 2 รางวัลๆ ละ 5,000 บาท และเกียรติบัตร รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จ�ำนวน 3 รางวัลๆ ละ รางวัลชมเชย จ�ำนวน 30 รางวัลๆ ละ 7 วารสาร ถามจงั

กกทาาราปงรรวะกทิแวยสดาดศางสตร์ การประกวดการแสดงทางวิทยาศาสตร์ (Science Show) ระดบั พ้ืนท่ี ประจำ� ปี 2560 ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพ่ือการศึกษานครราชสีมา วันท่ีประกวด ระดับประถมศึกษา วันท่ี 17 สิงหาคม 2560 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น วันท่ี 18 สิงหาคม 2560 คุณสมบัติผู้สมัคร 1. ผู้สมัครต้องเป็นนักเรียนท่ีก�ำลังศึกษาอยู่ในระดับประถมศึกษา (ป.4-6) และ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1-3) ของโรงเรียนท่ีส่งเข้าประกวด 2. ส่งประกวดได้ระดับละ 1 ทีม ทีมละไม่เกิน 3 คน สามารถเป็นทีมเดี่ยว ทีมผสมชาย-หญิง และสามารถคละระดับชั้นเรียนได้ 3. ครูผู้ฝึกสอนหรือผู้ควบคุม จ�ำนวน 1 คน 4. การประกวดต้องสมัครในนามสถานศึกษา โดยการรับรอง ของผู้บริหาร เกณฑ์การตัดสินโดยสังเขป 1. ต้องเป็นการแสดงที่สามารถอธิบายได้ด้วยหลักการหรือ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 2. ต้องเป็นการแสดงที่มีลักษณะให้ผู้ชมได้สังเกต คิดค�ำตอบ หรือต้ังสมมุติฐาน 3. ต้องเป็นการแสดงที่เร้าใจ สนุกสนาน ให้ผู้ชมมีส่วนร่วมอย่างเหมาะสม ไม่ขัดกับ วัฒนธรรมอันดีงาม โดยใช้เวลาในการแสดงท้ังหมด 15 นาที 8 วารสาร ถามจัง

4. มีการแต่งกายที่เหมาะสมโดยใช้เครื่องแบบนักเรียนของโรงเรียนในสังกัดที่เป็น พื้นฐาน หากมีการตกแต่งเพิ่มเติมต้องเป็นไปโดยประหยัด 5. จัดท�ำเอกสารเค้าโครงการน�ำเสนอการแสดงทางวิทยาศาสตร์ ในสาระการเรียนรู้ เรื่องที่จะแสดง จ�ำนวนไม่เกิน 3 หน้ากระดาษ A4 ต่อ 1 เร่ืองการแสดง ตาม แบบฟอร์มท่ีก�ำหนด 6. การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นท่ีส้ินสุด รางวัล ท้ัง 2 ระดับ 1. ทีมที่ชนะล�ำดับท่ี 1 , 2 และ 3 - สถานศึกษาจะได้รับโล่รางวัลและเกียรติบัตร - ครูผู้ฝึกสอนหรือผู้ควบคุม และนักเรียนจะได้รับเกียรติบัตร 2. รางวัลชมเชยมี 5 รางวัล จะได้รับเกียรติบัตร 3. ทีมที่ไม่ได้รับรางวัล ครูผู้ฝึกสอนหรือผู้ควบคุม และนักเรียนท่ีเข้าร่วมประกวด ทุกคน จะได้รับเกียรติบัตร หมายเหตุ ทีมชนะเลิศ ระดับพื้นท่ี จะต้องเดินทางไปร่วมประกวดการแสดงวิทยาศาสตร์ (Science Show) ระดับประเทศ ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพ่ือการศึกษาร้อยเอ็ด อ�ำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด ดังน้ี วันท่ี 24 สิงหาคม 2560 ระดับประถมศึกษา ลงทะเบียน 08.30 - 09.30 น. วันที่ 25 สิงหาคม 2560 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ลงทะเบียน 08.30 -09.30 น. • ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปประกวดระดับประเทศ โรงเรียนเป็นผู้รับผิดชอบ รางวัลท่ี 1 ติดต่อ / สอบถามเพ่ิมเติมได้ท่ี ระดับประเทศ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครราชสีมา www.koratsci.com ได้รับการรับรองรางวัลสูงสุด E-mail: [email protected] โทร. 0-4441-6983 -5 ระดับชาติ จาก ก.ค.ศ. โทรสาร 0-4441-6983 9 วารสาร ถามจงั

ชเกาบว็ คตา่กย...ฯ นัดแจ๊คจอมป่วน เหตุเกิดเมื่อสายวันท่ี 2 ของการเข้าค่ายวิทยาศาสตร์ ฤดูร้อน ปี 2560 ระหว่าง วันที่ 3 – 4 เมษายน 2560 กับค่าย “พลังวิทย์ สร้างนักคิด ตามศาสตร์พระราชา” กลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กนักเรียนประถมศึกษา จ�ำนวน 75 คน คุณครูอีก 12 ท่าน มาจากโรงเรียนวัดหงส์ โรงเรียนจตุคามวิทยาคม โรงเรียนหนองไผ่ผดุงวิทยา เขตอ�ำเภอ ปักธงชัย และโรงเรียนเทศบาล 3 อ�ำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พ่ีๆ ทีมงานได้แบ่งเป็น 3 กลุ่ม 3 สี ได้แก่ สีแดง สีเขียว และสีเหลือง คละกัน ทุกโรงเรียน เพื่อให้เด็กๆ ได้รู้จักเพ่ือนใหม่ๆ และรู้จักการท�ำงานเป็นทีม สร้างความ สามัคคีในหมู่คณะ วันแรก...ผ่านไปด้วยดี เช้าวันถัดมา... ครูทิพย์ ครูเก๋ วอ2 คะ (วิทยุส่ือสารเรียกเสียงตระหนก ตกใจ) ครูเก๋คะ เด็กหาย 2 คน ค่ะ ช่ือน้องนัดกับน้องแจ๊ค ไม่ทราบว่าอยู่ไหน หนูหาครบทั้ง 3 ฐาน แล้วแต่ไม่พบค่ะ ครูเก๋ ............รับทราบ เด๋ียวครูเก๋เดินสอบถามและดูบริเวณรอบๆ อีกที อาจจะอยู่ตามห้องน�้ำหรือไปดื่มน้�ำใจเย็นๆ ค่ะ จากน้ันก็แจ้งคุณครูท่านหนึ่งท่ีเป็นผู้ชายคนเดียวท่ีน�ำเด็กมา เดินจนเหน่ือยทั่วศูนย์ ซ่ึงกว้างถึง 59 ไร่ ใจเริ่มไม่ดี ต้ังสติใหม่ ไปแต่ละฐานไล่เรียงนับกันใหม่อีกที เด็กมีแค่ 75 คน ไม่น่าพลาด ในที่สุดเจออยู่ฐาน ฉันคือใคร... เฉลย เปล่ียนสีผ้าพันคอ เพื่อจะได้ไปอยู่กับเพ่ือน โรงเรียนเดียวกัน ถามในกลุ่มสีก็ไม่รู้จักนัดกับแจ๊คเพราะมีหลายชื่อ... เฮ้อ! เจอแล้วก็โล่งอก เป็นครูดูแลค่ายฯ ต้องใจเย็นๆ เด็กๆ มีหลากหลาย...แต่ยังไง เขาก็ยังเด็ก เล่นซะครูเหนื่อยเลย แต่ยังไงชาวค่ายก็มีความสุข แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้าค่ะ รักเสมอ... ครูเก๋ (หัวหน้าค่ายฯ) 10 วารสาร ถามจัง

คจวาามกปผระู้มทับาใเจยที่ฝือานกไว้… 11 วารสาร ถามจงั

นิทรรศการเทคโนโลยีอวกาศ กับการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ�ำวัน ปีงบประมาณ 2560 ศูนย์วิทยาศาสตร์เพ่ือการศึกษานครราชสีมา ขอต้อนรับการเปิดเทอมด้วย นิทรรศการ เร่ือง เทคโนโลยีอวกาศกับการประยุกต์ใช้ ในชีวิตประจ�ำวัน โดยมีเนื้อหาและกิจกรรม ดังนี้คะ ปัจจุบันเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศมีบทบาทส�ำคัญต่อการด�ำเนินชีวิตประจ�ำวันมากข้ึน เม่ือบูรณาการ ร่วมกับเทคโนโลยีการรับรู้ระยะไกลและการระบุพิกัดด้วยดาวเทียม ได้ถูกน�ำมาประยุกต์ใช้งานด้านต่างๆ ทุกภาคส่วน จึงจ�ำเป็นต้องเรียนรู้ ท�ำความเข้าใจ และประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ ส�ำหรับเน้ือหาประกอบ ไปด้วย • เทคโนโลยี 3S ในชีวิตประจ�ำวัน • ประเภทของดาวเทียม ระบบการเรียนรู้เทคโนโลยีอวกาศแบบออนไลน์ • เพ่ือการแปลความหมายข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม ส�ำหรับเยาวชน • การประยุกต์ใช้ ข้อมูลดาวเทียม ด้านทรัพยากรธรรมชาติ กิจกรรมท่ีน่าสนใจประกอบนิทรรศการ  กิจกรรมหาพิกัดต�ำแหน่ง  กิจกรรมตามล่าหาพิกัดด้วย iServey  กิจกรรมเรียนรู้อากาศยาน  กิจกรรมเรียนรู้เรื่องเมฆและสภาพอากาศ 12 วารสาร ถามจงั

หญ้าแฝก เก่ียวกับโครงการ “...ทุกคนควรจะได้สนใจสังเกต ศึกษาเร่ืองราวบุคคลและส่ิงต่างๆ ท่ีแวดล้อมและ เกี่ยวข้องกับตัวเองให้มาก อย่าละเลยหรือมองข้ามแม้แต่สิ่งเล็กน้อย เช่น ต้นหญ้า ซ่ึงถ้าศึกษาพิจารณาให้ดี ก็จะก่อให้เกิดปัญญาได้ หญ้าน้ันมีทั้งหญ้าที่เป็นวัชพืช ซ่ึงเป็นโทษ และหญ้าท่ีมีคุณอย่าง “หญ้าแฝก” ซ่ึงเป็นประโยชน์อย่างย่ิงแก่การอนุรักษ์ ดินและน�้ำ เพราะมีรากท่ีหย่ังลึกแผ่กระจายลงไปตรง ๆ ท�ำให้อุ้มน้�ำและยึดเหน่ียวดิน ได้ม่ันคงและมีล�ำต้นชิดติดกันแน่นหนา ท�ำให้ดักตะกอนดินและรักษาหน้าดินได้ดี...” พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 24 กรกฎาคม 2540 การชะล้างพังทลายของดินเป็นปัญหาที่ส�ำคัญอย่างหนึ่ง ของประเทศ มีผลต่อความเส่ือมโทรมของทรัพยากรดิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักถึงความสำ� คัญและ ความจ�ำเป็นในการป้องกันและแก้ไขปัญหา จึงพระราชทาน พระราชด�ำริให้มีการน�ำหญ้าแฝกมาใช้ในการอนุรักษ์ดินและ น้�ำ เพ่ือป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและปรับปรุงสภาพ แวดล้อมให้ดีขี้น เนื่องจากหญ้าแฝกเป็นพืชท่ีสามารถน�ำมาใช้ 13 วารสาร ถามจัง

ประโยชน์ได้ง่าย มีรากท่ียาว แผ่กระจายลงไปในดินตรง ๆ เป็นแผง และง่ายต่อการรักษา เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2534 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชด�ำริ เป็นคร้ังแรก ให้หน่วยงานต่าง ๆ ท�ำการศึกษา ทดลอง และด�ำเนินการปลูกหญ้าแฝกเพื่อเป็นการ ป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและเพ่ือประโยชน์อื่น ๆ หน่วยงานท้ังหลายจึงได้รับสนอง พระราชด�ำริตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยมีส�ำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการ อันเน่ืองมาจากพระราชด�ำริ (ส�ำนักงาน กปร.) เป็นผู้ประสานงาน การด�ำเนินโครงการ พระราชด�ำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่ีให้หน่วยงานต่าง ๆ ด�ำเนินการศึกษาและปลูกหญ้า แฝกมีใจความสรุปได้ว่า 1. หญ้าแฝก เป็นพืชที่มีระบบรากลึก แผ่กระจายลงไปในดินตรง ๆ เป็นแผงเหมือนก�ำแพง ช่วยกรองตะกอนดินและรักษาหน้าดินได้ดี จึงควร น�ำมาศึกษาทดลองปลูก ให้ทดลองปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการพังทลายของดินในพ้ืนที่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาและพื้นที่อ่ืน ๆ ที่เหมาะสมอย่างกว้างขวาง 2. การด�ำเนินการทดลองการปลูกหญ้าแฝก ให้พิจารณาลักษณะของภูมิประเทศ ซ่ึงแบ่งตามลักษณะของพ้ืนท่ีดังน้ี ก. การปลูกหญ้าแฝกบนพ้ืนท่ีภูเขา ให้ปลูกหญ้าแฝกตามแนวขวางของความลาดชัน และในร่องน�้ำของภูเขา เพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดินและช่วยเก็บความช้ืนในดิน ข. การปลูกหญ้าแฝกบนพื้นท่ีราบ ให้ด�ำเนินการในลักษณะดังน้ี - ปลูกโดยรอบแปลง - ปลูกลงในแปลง แปลงละ 1 หรือ 2 แนว - ส�ำหรับแปลงพืชไร่ ให้ปลูกตามร่องสลับกับพืชไร่ ค. การปลูกหญ้าแฝกรอบสระน้�ำ เพื่อป้องกัน อ่างเก็บน�้ำมิให้ต้ืนเขินอันเนื่องมาจากตะกอนจากการ พังทลายของดิน ตลอดจนช่วยรักษาดินเหนืออ่างและ ช่วยให้ป่าไม้ในบริเวณพ้ืนที่รับน้�ำทวีความสมบูรณ์ขึ้น อย่างรวดเร็ว 14 วารสาร ถามจัง

ง. การปลูกหญ้าแฝกเหนือบริเวณแหล่งน้�ำ ปลูกแฝกเป็นแนวป้องกันตะกอนดิน และกรองของเสียต่าง ๆ ที่ไหลลงในแหล่งน้�ำท้ังนี้ให้บันทึกภาพก่อนด�ำเนินการและหลัง การด�ำเนินการไว้เป็นหลักฐาน หน่วยงานต่างๆ ได้ให้ความส�ำคัญและน�ำเทคนิค วิธีการหญ้าแฝกมาประยุกต์ใช้ในการป้องกันการชะล้าง พังทลายของดินเชิงลาดถนน และได้มีการฝึกอบรม ถ่ายทอดความรู้เทคนิคการปลูกหญ้าแฝกในงานทาง แก่เจ้าหน้าที่ เพื่อให้มีความรู้เข้าใจถึงประโยชน์ของ หญ้าแฝกในการป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เป็นการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดข้ึนและประหยัด งบประมาณด้านการบ�ำรุงรักษา ได้มีการน�ำหญ้าแฝก มาใช้ประโยชน์โดยการปลูกในสายทางต่างๆ ที่มีปัญหาเร่ืองการชะล้างพังทลายของดิน เช่น ในสายทางพ้ืนท่ีภูเขาภาคเหนือ-ภาคใต้ ในลักษณะที่เป็นงานส่วนหนึ่งซ่ีงสามารถกระท�ำได้ เป็นปกติ ท่ีด�ำเนินการได้เอง เม่ือเกิดปัญหาในงานบ�ำรุงปกติ งานก่อสร้างแก้ไขการเคลื่อนตัว ของเชิงลาด (Slide) ตลอดจนแขวงการทางบางแห่งได้มีการปลูกขยายพันธุ์กล้าหญ้าแฝก ส�ำรองไว้ใช้เอง คุณค่าต่อสังคมไทย “ให้ใช้หญ้าแฝกในการพัฒนา ปรับปรุงบ�ำรุงดิน ฟื้นฟูดินให้มี ความอดุ มสมบรู ณ์ และแกป้ ญั หาดนิ เสอ่ื มโทรมดำ� เนนิ การขยายพนั ธ์ุ ท�ำให้มีกล้าหญ้าแฝกเพียงพอด้วย ที่ส�ำคัญต้องไม่ลืมหน้าท่ีของ หญ้าแฝก ในการอนุรักษ์ดินและน�้ำ และเพื่อการรักษาดิน ให้ ทุกหน่วยงานและหน่วยงานราชการที่มีศักยภาพในการขยายพันธุ์ ให้ความร่วมมือกับกรมพัฒนาที่ดิน ในการผลิตกล้าหญ้าแฝก และ แจกจ่ายกลุ่มเป้าหมายท่ีต้องการให้เพียงพอ” พระราชด�ำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ณ ศาลาเริง วังไกลกังวล อ�ำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2546) ธนจรร 15 วารสาร ถามจงั

สคู่ห่ิงูถแาวมจดัง ล้อมน่ารู้ โดยปกติแล้ว ธรรมชาติก็คือปรากฏการณ์ ฟาเบยี ง คอสติเยอร์ นักส�ำรวจ อันยิ่งใหญ่ในตัวเอง การปรับตัวก็เป็นหลักการอยู่ ใต้น�้ำและนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผู้ก่อต้ัง รอดของธรรมชาติที่ส�ำคัญ ศูนย์การเรียนรู้มหาสมุทร ยืนยันว่า วารสารถามจังฉบับนี้ จะน�ำทุกท่านเข้าสู่ มรดกโลกอันย่ิงใหญ่มหัศจรรย์แห่งนี้ เร่ืองราวสภาวะแวดล้อม ท่ีส�ำคัญ แนวประการัง อยู่ในระยะสุดท้ายของชีวิตแล้ว ล่มสลาย จะมีสักก่ีคนในประชากรโลกร่วมกันคิด อย่างแท้จริง หลังเกิดอาการฟอกขาว ชะลอความเสียหายที่เกิดขึ้น เพ่ือท่ีลูกหลาน ขนาดใหญ่ ในสภาพเกินเยียวยา รุ่นต่อๆ ไปได้ แนวประการังยักษ์นี้จะมีอายุยืด เกรท แบริเออร์ รีฟ (Great Berrier Reef) ไปได้อีกสัก 30 ปี แต่สภาวะโลกร้อน แนวประการังใหญ่และยาวที่สุดในโลก กว่า 2,000 ซึ่ ง ท� ำ ใ ห ้ อุ ณ ห ภู มิ น้� ำ ใ น ม ห า ส มุ ท ร กิโลเมตร นอกชายฝั่งตอนเหนือประเทศออสเตรเลีย สูงเกินกว่าประการังจะอยู่รอดได้ โครงสร้างที่มีชีวิตเพียงสิ่งเดียวบนโลก ท่ีสามารถ ท�ำลายชีวิตเหล่านั้นลง มองเห็นได้จากห้วงอวกาศ ซ่ึงใช้เวลาเจริญเติบโต ซูแซนเทลลี ส่ิงมีชีวิตซ่ึงอาศัย เป็นแนวประการังมหึมานานหลายแสนปี และมี ในเนื้อประการัง และเป็นตัวท�ำให้ ระบบนิเวศอันสลับซับซ้อนมากที่สุด ประการังมีสีสันงาม ใช้ประการังเป็น แนวประการังซึ่งกินพื้นที่กว่า 345,000 ที่อยู่และเจริญเติบโต แต่เม่ืออุณหภูมิ ตารางกิโลเมตร เป็นแนวประการังเหนือ แนว สูงขึ้น บรรดาส่ิงมีชีวิตเล็กละเอียดน้ัน หมู่เกาะวิทซันเดย์ แนวประการังใต้ ซ่ึงมีทั้งชนิด จึ ง ต ้ อ ง ดี ด ตั ว อ อ ก จ า ก ป ร ะ ก า รั ง อ่อนและชนิดแข็ง มีสีสันงดงามกว่า 350 ประเภท ส่งผลให้เหลือเพียงสีซีดขาว กลายเป็น กับส่ิงมีชีวิตในท้องทะเลอีกกว่า 1,500 ชนิด เป็น อาการฟอกขาวสิ้นชีวิตลงในท่ีสุด แหล่งเรียนรู้ด้านวิวัฒนาการดึกด�ำบรรพ์ ธรณีวิทยา ท้ังสัตว์และพันธุ์พืชหายากที่ยังสามารถด�ำรง http://www.prachachat.net/news_detail.php ชีวิตอยู่ ฯลฯ ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ อันยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ใบไม้สีม่วง 16 วารสาร ถามจงั

วัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน วันนี้มี หวาน ของกินมาน�ำเสนออีกแล้ว ปกติ แล้วคนเราจะต้องได้รับน�้ำตาล เพ่ือเป็น ปานน้�ำผ้ึง แหล่งพลังงานให้กับร่างกาย แต่ไม่ควร มากเกินไปนะ จากค�ำแนะน�ำวัยท�ำงาน น้�ำอุ่นตาม อาการไอจะค่อยๆ บรรเทาลง ในเม่ือน้�ำผ้ึงแก้ อย่างเราควรได้รับน�้ำตาลประมาณ 6 ไอได้ อาการไวรัสลงคอจนท�ำให้รู้สึกเจ็บคอก็สามารถ ช้อนชาต่อวัน ถ้ามากเกินไปอาจเกิด หายได้ด้วยน�้ำผ้ึงเช่นกัน ยิ่งหากจิบน�้ำผ้ึงผสมน�้ำอุ่นที่ โรคตา่ งๆ ไดเ้ ชน่ กนั วนั นผ้ี มจะมานำ� เสนอ บีบมะนาวผสมลงไปสักนิด จิบอยู่ไม่เท่าไรอาการ สิ่งที่มีรสหวานจากธรรมชาติอีกอย่าง เจ็บคอก็จะดีข้ึนเลยละ นอกจากนี้ในน�้ำผึ้งแอบซ่อน ท่ีผมชอบทาน เป็นสิ่งท่ีหวานกว่าน้�ำตาล โพรไบโอติกส์ แถมยังเป็นมิตรกับแบคทีเรียประเภท แถมยังมีกลิ่นหอมอีกด้วย น�้ำผึ้งนั่นเอง แลคโตบาซิลัส ดังน้ันเพียงจิบน้�ำผ้ึงผสมน้�ำอุ่นก่อน ทุกวันนี้หลายเมนูก็มีส่วนผสมของน�้ำ เข้านอน ต่ืนเช้ามารับรองว่าโล่งสบายท้องแน่ ๆ แล้ว ผ้ึงอยู่ด้วย แล้วน้�ำผ้ึงกับน�้ำตาลต่างกัน น�้ำผึ้งมีฤทธิ์คล้ายสารต้านการอักเสบ ในน้�ำผ้ึงมีอนุมูล อย่างไร น�้ำผ้ึงนั้นก็เป็นน�้ำตาลเหมือน ละอองเกสรขนาดเล็กอยู่เยอะ ซึ่งเมื่อร่างกายเจอสิ่งนี้ กันครับ ในทางเคมี น้�ำผ้ึงมีสารประกอบ ก็จะกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันท�ำงานมากข้ึน ส่งผลให้ หลักๆ ท่ีเหมือนกันกับน้�ำตาลทราย คือ ร่างกายหล่ังสารฮีสตามีนน้อยลง อาการของโรคภูมิแพ้ “กลูโคส” และ “ฟรุกโตส” ต่างกันตรงที่ อากาศจึงบรรเทาลงได้ ประโยชน์ของน้�ำผึ้งน้ันมีเยอะ น้�ำตาลทรายเป็นน้�ำตาลโมเลกุลคู่ ขณะ กว่านี้มากถ้าอยากรู้ลองไปค้นคว้าเพ่ิมเติมดูนะครับ ที่น้�ำผึ้งเป็นน�้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว ซ่ึง มีข้อดีแล้วก็ต้องมีข้อควรระวังในการบริโภคน�้ำผ้ึง หมายความว่า ร่างกายสามารถน�ำไป ก็มีมาแนะน�ำกันด้วย ดังนี้ครับ ใช้ประโยชน์ได้ทันที เนื่องจากมี - ไม่ควรให้เด็กอายุต�่ำกว่า 1 ขวบ กินน้�ำผึ้ง ความหวานกว่าน�้ำตาล เวลาประกอบ เนื่องจากในน�้ำผึ้งมีท้ังเอนไซม์ น�้ำลายจากตัวผึ้ง อาหาร จึงใช้น้อยกว่า เด็กอาจมีภูมิต้านทานไม่พอ จนท�ำให้เกิดอาการ มาพูดถึงดานประโยชน์บ้าง อาเจียนหรือท้องเสียได้ จากการศึกษา เผยว่า น�้ำผ้ึงมี - ไม่ควรกินน้�ำผึ้งเกินวันละ 10 ช้อนชา เพราะ สรรพคุณเทียบเท่ายาปฏิชีวนะเบาๆ อย่าลืมว่าน้�ำผึ้งก็เป็นน�้ำตาลชนิดหนึ่ง ซ่ึงอาจท�ำให้ สามารถกำ� จดั เชอื้ ไวรสั ทท่ี ำ� ใหเ้ กดิ อาการ ระดับน�้ำตาลในเลือดสะเทือนได้ โดยเฉพาะผู้ที่ป่วย ไอได้ โดยเฉพาะคนที่ไอเร้ือรังไม่ยอมหาย เป็นโรคเบาหวานอยู่แล้ว ลองกินน�้ำผึ้ง 2 ช้อนชา แล้วดื่ม ส�ำหรับผมยังมีอีกส่ิงท่ีผมคิดว่าเป็นมหัศจรรย์ ของนำ้� ผง้ึ เลย ถา้ เราเกบ็ รกั ษาดๆี ไมใ่ หโ้ ดนอากาศ เรา สามารถเกบ็ ไดเ้ ปน็ พนั ปเี ลยทเี ดยี ว สำ� หรบั เลม่ นก้ี ค็ ง ตอ้ งลาไปแตเ่ พยี งเทา่ นคี้ รบั พบกนั ใหมเ่ ลม่ หนา้ ครบั เล็ก 17 วารสาร ถามจัง

วิทย์น่ารู้ ตอน อะไรเอ่ยเล.็ก..กกวร่าเะหโดรดียไญด้ วัสดีคะผู้อ่านทุกกท่านวันนี้ ดิฉัน กบกลางคืนสายพันธุ์ใหม่ในตระกูล ก็น�ำข้อมูล ข่าวสารใหม่ๆ มาอัพเดต นิคติบาทราชัส (Nyctibatrachus) ท้ังหมด คะซึ่งวันน้ี น�ำมาจาก Kapook นะคะ เป็น 7 สายพันธุ์ หลังจากท�ำการส�ำรวจมานาน ข่าววิทยาศาสตร์ท่ีดีมากๆ เลยคะ ทราบไหม กว่า 5 ปี ในพื้นท่ีบริเวณเวสต์เทิร์น แกตส์ คะว่าตอนน้ีนักวิทยาศาสตร์เขาได้ค้นพบ เทือกเขาทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ กบท่ีตัวจิ๋ว เล็กกว่าเหรียญแล้ว ซึ่งข้อมูลน้ี อินเดีย อันเป็นที่รู้จักกันว่าจุดที่อุดมสมบูรณ์ ผู้ค้นพบก็คือ นักวิทยาศาสตร์ชาวอินเดีย ไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่ง ได้ค้นพบกบตัวจิ๋ว ตระกูลกบกลางคืน การค้นพบคร้ังนี้ ท�ำให้กบกลางคืนตระกูล ขนาดตัวเพียงแค่ 12.2 - 15.4 มิลลิเมตร ดังกล่าวนี้ มีสายพันธุ์เพิ่มข้ึนรวมทั้งหมด เล็กมาก จนสามารถน�ำมาวางไว้บน เป็น 35 สายพันธุ์ด้วยกัน ปลายเล็บได้เลยทีเดียว 18 วารสาร ถามจงั

โดยจากจ�ำนวนกบกลางคืนทั้งหมด 7 สายพันธุ์ท่ีเพ่ิงพบนี้ มี 4 สายพันธุ์เป็นกบจ๋ิว ที่มีขนาดเล็กที่สุดเท่าที่เคยมีการค้นพบ ได้แก่ นิคติบาทราชัส มานาลาริ (Nyctibatrachus manalari), นิคติบาทราชัส พูลิวิชายานิ (Nyctibatrachus pulivijayani), นิคติบาทราชัส โรบินมัวเรอิ (Nyctibatrachus robinmoorei ) และ นิคติบาทราชัส ซาบาริมาลาอิ (Nyctibatrachus sabarimalai) ซึ่งวัดขนาด ตัวได้อยู่ที่ระหว่าง 12.2-15.4 มิลลิเมตร มี ขนาดเล็กมากจนดูคล้ายแมลง และสามารถ น�ำมาวางไว้ที่ปลายเล็บของมนุษย์ได้เลย ทีเดียว ส่วนท่ีเหลืออีก 3 สายพันธุ์ จะมีขนาด ตัวใหญ่ถัดขึ้นมา ได้แก่ สายพันธุ์ นิคติบา- ทราชัส เวบิลลา (Nyctibatrachus webilla) และ นิคติบาทราชัส อาธิราพพิลลิเอ็นซิส (Nyctibatrachus athirappillyensis) ตัวจะ มีขนาดอยู่ท่ีประมาณ 20 มิลลิเมตร และ สายพันธุ์สุดท้าย นิคติบาทราชัส แรดคลิฟเฟอิ (Nyctibatrachus radcliffei) ตัวใหญ่ท่ีสุด มีขนาด 38.3 มิลลิเมตร เป็นไงกันบ้างคะกับข้อมูลข่าวสารเก่ียวกับข่าววิทยาศาสตร์ท่ีน�ำมาเล่าให้ฟัง เพื่อจะ ได้ทันโลกทันเหตุการณ์ค่ะ สุดท้ายนี้ดิฉันก็ต้องขอลาไปก่อนนะคะ วารสารเล่มหน้าจะน�ำ ข่าวดีๆ มาเล่าสู่กันฟังอีกคะ ปาริชาติ ภาพจาก https://www.google.co.th/ ข้อมูลเพิ่มเติม https://hilight.kapook.com/view/149585 ,livescience.com 19 วารสาร ถามจัง

เร่ือง “ ไข่...ไข่” “ไข่” หน่ึงในอาหารยอดนิยมของคนทุกเพศทุกวัย นอกจากจะมีคุณค่าทางอาหารสูงแล้ว ยังราคาไม่แพง สามารถน�ำมาประกอบอาหารได้หลากหลายประเภท ซึ่งแต่ละอย่างก็ล้วน น่ารับประทานท้ังนั้นเลย แต่มีเร่ืองน่ารู้เกี่ยวกับไข่อีกมากมายที่ยังไม่รู้ มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง 1. ท�ำไมไข่ทุกฟองจึงไม่ฟักเป็นตัว ? ควรลวกให้ไข่ขาวสุกเสียก่อน นอกจาก ไข่ไก่ที่เรารับประทานทุกวันนี้ เป็นไข่ที่ อร่อยกว่าแล้วยังปลอดภัยจากเช้ือโรค ไม่ผ่านกระบวนการปฏิสนธิ คือ ไม่มีการผสม โดยเฉพาะไข้หวัดนกอีกด้วยนะจ๊ะ กันระหว่างเชื้อของตัวผู้และไข่ของตัวเมีย 3. ช่องวางไข่ในตู้เย็น ท�ำให้อายุไข่ส้ัน ? แต่ในระบบสืบพันธุ์ของไก่ตัวเมียจะมีรังไข่ เปลือกไข่ มีลักษณะเป็นรูพรุน และท่อรังไข่ รังไข่น้ีมีหน้าที่ผลิตไข่ ไข่ท่ีผลิต ตลอดท้ังฟอง รูที่เปลือกมีขนาดเล็กมาก แต่ละฟองจะถูกปล่อยออกมาตามท่อรังไข่ จนไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ผิวไข่ อย่างสม�่ำเสมอ และแม่ไก่ก็พร้อมจะวางไข่ ท่ีเห็นจึงดูเรียบเนียน และเพราะเปลือกมี กระบวนการน้ีจะด�ำเนินไปตลอด ไม่ว่าไข่ รูพรุนท�ำ ให้ไข่สามารถดูดซึมกล่ินต่างๆ จะมีการปฏิสนธิหรือไม่ก็ตาม ได้ง่าย จึงไม่นิยมเก็บไข่ไว้กับอาหารท่ีมี กล่ินฉุน อย่างกะปิ น�้ำปลา การเก็บไข่ 2. ไข่สุก-ไข่ดิบ อะไรมีประโยชน์กว่ากัน ? ควรเก็บไว้ในตู้เย็นจะเหมาะกว่าเก็บที่ เราไม่ควรรับประทานไข่ดิบ เพราะใน อุณหภูมิปกติ และควรใส่ในภาชนะแล้ว ไข่ดิบอาจจะมีเชื้อโรค และไข่ขาวดิบยัง วางไว้บนชั้นวางธรรมดาในตู้เย็น ดีกว่าใส่ใน ย่อยยากอีกด้วย หากเรารับประทานไข่ขาวดิบ ช่องวางไข่ท่ีฝาผนังตู้เย็นซ่ึงจะมีอุณหภูมิสูง เข้าไป มันจะผ่านกระเพาะอาหารและล�ำไส้ ท�ำให้ไข่เสียเร็วกว่าท่ีควร ไปโดยไม่ได้ย่อย ร่างกายก็ไม่สามารถดูดซึม สารอาหารตา่ งๆ ได้ หากจะรบั ประทานไขล่ วก 20 วารสาร ถามจัง

4. เก็บไข่ควรน�ำด้านแหลมลง ? 5. ไข่ไม่ได้เป็นแค่อาหาร การวางไข่โดยเอาด้านแหลมลง และให้ l ไขข่ าว นำ� มาทำ� เปน็ สว่ นประกอบของ ด้านป้านอยู่บนไข่แดงท่ีมีน�้ำหนักเบากว่า ยาบางชนิด ท�ำสีทาสิ่งของ ท�ำกาว ไข่ขาว แม้จะพยายามลอยตัวขึ้นบน แต่ก็จะ ท�ำหมึกพิมพ์ ช่วยย้อมหนัง ก�ำจัด ปะทะกับโพรงอากาศที่อยู่ทางด้านป้าน สิวเส้ียน ไม่ปะทะกับเปลือกไข่ ไข่แดงจึงอยู่กลางใบ l ไข่แดง ท�ำสบู่ สี แชมพู ตกแต่ง หากเราเปล่ียนเอาทางด้านป้านลง ไข่แดง หนังสัตว์ บ�ำรุงผิว จะลอยขึ้นไปติดที่เปลือกไข่ ท�ำให้ไข่แดง l เปลือกไข่ ท�ำอาหารสัตว์ ปุ๋ย และ แตกง่ายเวลาตอก การเก็บไข่จึงควรน�ำด้าน น�ำไปท�ำสิ่งประดิษฐ์ได้อีกหลาย แหลมลงทุกคร้ัง สิบอย่าง ไข่ฟองเล็กๆ ที่คุ้นเคยกันดี มีคุณค่าทางอาหารอะไรบ้าง มาดูกันดีกว่า l โปรตีนจากไข่ เป็นโปรตีนคุณภาพดีท่ีมีความส�ำคัญต่อการสร้างเนื้อเยื่อให้กับร่างกาย l ธาตุเหล็ก มีมากในไข่แดง ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงและน�ำออกซิเจนไปเล้ียงเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย l แคโรทีนอยด์ (carotenoids) ในไข่แดงช่วยลดภาวะกล้ามเน้ือเส่ือม และปัญหา สายตาในผู้สูงอายุ l โคลิน (choline) ช่วยในการท�ำงานของระบบประสาท ในเรื่องความจ�ำและการเรียนรู้ l กรดโฟลิค (folic acid) วีตามินบี 6 บี12 ช่วยลดระดับโฮโมซิสเทอีน (homocysteine) ซ่ึงถ้ามีมากจะเพ่ิมความเสี่ยงของโรคหัวใจ l สังกะสี มีบทบาทส�ำคัญกับการเจริญเติบโต ช่วยสร้างเอ็นไซม์ ซ่ึงช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน ของร่างกาย l ซัลเฟอร์ ช่วยลดการอักเสบ และขจัดสารพิษออกจากร่างกาย l แมกนีเซียม ช่วยในการเจริญเติบโต และบ�ำรุงรักษากระดูกและฟันให้แข็งแรง และ ยังช่วยในการท�ำงานของเอนไซม์ในร่างกายด้วย l แคลเซียม วิตามินเอ ดี อี เค ไนอะซิน โพแทสเซียม โซเดียม และไขมัน ซึ่งล้วนจ�ำเป็น ต่อร่างกาย Icezii อ้างอิง : http://guru.sanook0.com/261079/ วารสาร ถามจัง

พดู จา : นายออแกน ประสาคน ก่อนอ่ืนก็ขอสวัสดีทุกท่านท่ีให้ความสนใจและติดตามอ่านบทความในวารสาร ถามจัง ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้มีโอกาสเขียนบทความแลกเปล่ียนความคิด ในหัวข้อ “พูดจา ประสาคนไอที” หลายคอลัมน์ มาถึงคอลัมน์นี้ก็จะน�ำเกร็ดความรู้ด้านไอทีมาฝาก เช่น ในยุคท่ีใครๆ ก็มีสมาร์ทโฟน ห รื อ แ ท็ บ เ ล็ ต แ บ บ นี้ ดู เหมือนว่าการมองหน้าจอน้ันจะ ส�ำคัญกว่าการมองหน้าจริง ไปแล้วนะครับ หลายๆ ครั้งที่ เรานัดเพ่ือนเก่ามาทานข้าว แต่กลับเอาแต่ถ่ายภาพโพส ลง IG แชร์ภาพให้เพ่ือนและ คอมเม้นต์ภาพกันผ่านทาง facebook และเมื่อเงยหน้าข้ึนมาก็ได้เวลาแยกย้ายกันแล้ว จนมีหลายๆ คนตั้งค�ำถามว่าการเสพติดเทคโนโลยีแบบน้ีน้ันท�ำให้คนใกล้กลายเป็น คนไกลและเป็นการลดทอนความส�ำคัญของคนส�ำคัญหรือไม่ ซ่ึงนักจิตวิทยาอย่าง Dr. Deepika Chopra กล่าวว่าการติดโซเชียลมีเดียและการติดสมาร์ทโฟนนั้นมี ความเก่ียวข้องกัน และนอกจากที่มันจะท�ำให้เราเสียเวลาแล้วยังอาจจะท�ำให้เรามีความสุข น้อยลง, เหงามากข้ึน, ลดการเข้าสังคมลง และยังท�ำให้เกิดการ พัฒนาการท่ีช้าลงในเด็กอีกด้วย จริงๆ จะว่าไปการใช้เทคโนโลยี นั้นไม่ใช่เร่ืองผิด แต่การเสพติดเกินพอดีคงไม่ดีแน่ต่อทั้งต่อ สุขภาพ เช่น การปวดคอจากการก้มมองหน้าจอ และด้านสังคม แล้วจะดีกว่าไหมถ้าเรากลับมาใช้ชีวิตให้พอดี ให้ความส�ำคัญ กับส่ิง offline รอบๆ ตัวมากข้ึน วันนี้เลยเอาทริคที่จะช่วยลด การติดสมาร์ทโฟนมาฝากกันครับ 22 วารสาร ถามจงั

1 ส�ำรวจตัวเองดูว่า 3 ตั้งเวลาออฟ ไลน์ตัวเอง ใช้มือถือมากแค่ไหนต่อวัน ในทุกๆ วัน ก่อนที่จะเริ่มแก้ก็ต้องมาเรียนรู้ จริงๆ ถ้าลองคิดดูมีหลายช่วงเวลาใน พฤติกรรมของตัวเองกันก่อนนะคะ ว่า ชีวิตท่ีเราไม่จ�ำเป็นต้อง online เลยนะ เสพติดสมาร์ทโฟนถึงขั้นไหนแล้ว โดย อย่างเช่น ช่วงเวลาทานอาหารเย็นกับ ให้ลองเข้าไปดาวน์โหลดแอพพลิเคช่ัน ครอบครัว, เวลาออกไปเที่ยวกับเพ่ือนๆ หรือ เพ่ือจับเวลาในการใช้งานมือถือของเรา แม้แต่เวลาแช่น�้ำเพ่ือผ่อนคลาย ลองก�ำหนด พรอ้ มทง้ั ตงั้ เวลาเพอื่ แจง้ เตอื นหากเราใช้ ให้ช่วงเวลาเหล่าน้ีเป็นช่วง offline ดู อย่าง เวลาจ้องหน้าจอมากเกินไป แอพพวกน้ี เช่นลองปิดเสียงมือถือเมื่อกลับบ้านแล้ว ก็มีหลายตัวอย่างเช่น QualityTime บน ก่อนจะเปิดอีกครั้งหลังออกจากบ้านเพื่อไป Play Store หรือ Moment บน Apple ท�ำงาน ง่ายๆ แค่นี้ก็จะช่วยลดอาการติด App store ค่ะ และหากพบว่าเราใช้ มือถือลงได้แล้ว สมาร์ทโฟนมากเกินพอดีแล้วหละก็ให้ ลองมาดูวิธีการท่ีจะลดการใช้งานใน 4 อย่าใช้มือถือเป็นนาฬิกาปลุก ข้อต่อๆ ไปได้เลย จริงๆ ถ้าจะให้ดีก็คืออย่าเอามือถือ 2 ปิดการแจ้งเตือนต่างๆ เข้าห้องนอนค่ะ เพราะการวางมือถือไว้ บนมือถือ ข้างเตียงเพื่อใช้เป็นนาฬิกาปลุกแบบนี้ เช่ือว่าหลายๆ คนคงเป็นกันเวลา สุดท้ายก็จะท�ำให้เราอดไม่ได้ที่จะหยิบมา ท่ีเราจะวางมือถือลงแล้วแต่กลับมี ดูนั่นดูนี่ก่อนนอน หรือหลังต่ืนนอนอยู่ดี notification ต่างๆ เด้งเข้ามา ก็เป็น ซึ่งมีการพบว่าเล่นโทรศัพท์ก่อนนอนจึงส่ง ธรรมดาทเี่ ราจะอดรนทนไมไ่ หวตอ้ งหยบิ ผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะเรื่องการ มือถือขึ้นมาเช็คดูว่ามีใครแชทอะไรมา นอนหลับทั้งยังมีผลต่อระดับความเครียด หรือเม้นต์อะไรไว้ ดังน้ันจึงขอแนะน�ำให้ และอาจท�ำร้ายดวงตาจนอาจไปสู่ภาวะ ปดิ การแจง้ เตอื นทไี่ มจ่ ำ� เปน็ ทง้ิ ไปเลยคะ่ จอประสาทตาเส่ือมได้อีกด้วยนะ ! แล้วถ้ามีเวลาว่างจริงๆ ค่อยมาไล่ดูย้อน หลังเอา .. เชื่อเหอะว่ามันรอได้ 23 วารสาร ถามจงั

5 ฝึกฝนตัวเองให้พักบ้าง ถ้าท�ำตามวิธีข้างต้นแล้วยังไม่ work Dr. Larry D. Rosen นักจิตวิทยา จาก California State University ก็เสนอว่าให้ลองฝึกตัวเองดูค่ะ! โดยวิธีการ คือให้เราเปิดมือถือ ดูว่ามีอะไรบ้างที่ปกติเราจะต้องเช็ค เช่น ใครโทรมาบ้าง, ข้อความใหม่, chat, social จากน้ันให้ปิด notification ทุกอย่างเอาไว้ ตั้งจับเวลา บนมือถือสัก 15 นาที คว�่ำหน้ามือถือลง เม่ือครบตามเวลาท่ีก�ำหนดให้พลิกหน้า จอข้ึนมาดูได้สักสองสามนาทีว่ามีการแจ้งเตือนไหนเข้ามาบ้างไหม และให้ท�ำ แบบเดิมซ�้ำๆ แต่ค่อยๆ เพิ่มเวลาคว�่ำหน้าจอไปเรื่อยๆ จนกว่าจะชินและไม่รู้สึก กังวลเม่ือต้องอยู่ห่างมือถือ รู้ทริคง่ายๆ แล้วก็อย่าลืมลองเอาไปท�ำตามกันดูนะ จากนายออแกน 24 วารสาร ถามจงั

เตกอ็บนตตกกอ่างกะปิ ในวันที่ 2-3 กุมภาพันธ์ 2560 ได้มี ผู้เข้ารวมอบรมต่างจะเดินทางกลับบ้าน การจัดอบรมครูแกนน�ำวิทยาศาสตร์ด้าน คุณครูท้ังสามคนต้องข้ึนรถไฟฟ้า BTS เทคโนโลยีอวกาศ ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์ จากเอกมัยไปหมอชิต เมื่อเราซื้อตั๋วเสร็จ เพื่อการศึกษาเอกมัย เราก็ยืนรอรถเพื่อไปหมอชิต เมื่อรถมา คุณครู แก้ว คุณครู โซดา และ ถึงเราต่างเดินขึ้น BTS แต่คุณครูน้�ำแข็ง คุณครูน้�ำแข็ง (เป็นนามสมมุติ) ได้รับ (มีรูปร่างท่ีอวบและสัมภาระท่ีเยอะ) ได้เดิน มอบหมายจากผู้อ�ำนวยการต้องไปท�ำการ ขึ้นรถเป็นคนสุดท้าย ในบันดาครูทั้งสาม อบรม ก่อนมาอบรม ผู้อ�ำนวยการได้บอก เมื่อเสียง “ต๊ิดๆๆๆ” ดังข้ึนครูน�้ำแข็งได้ กับคุณครูโซดาว่า “ครูโซดาเองอย่าพา ถอนตัวเองออกจากBTS นึกว่าเป็นเสียง น้องเค้าไปตกอ่างกะปินะ” คุณครูโซดา ลิฟฟ์ที่น้�ำหนักเกิน แต่ท่ีจริงเสียงนั้น ได้รับปากผู้อ�ำนวยการ “ครับผม” ในวันท่ี เป็นเสียงบอกว่าประตู BTS จะปิด 1 กุมภาพันธ์ 2560 เป็นวันเดินทางของ แล้วนะ ไม่ใช่น�้ำหนักเกิน ... อิอิ ครูทั้งสาม เหตุการณ์ปกติดี ในวันต่อๆ มา ก็ปกติดีการอบรมเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ ครูโซดา ในการอบรมนั้นมีกิจกรรมท่ีต้องขึ้นลงตึก 25 บ่อยคร้ัง ซึ่งเราใช้ลิฟท์ในการข้ึนลงตึก เ ว ล า ลิ ฟ ฟ ์ น้� ำ ห นั ก เ กิ น ลิ ฟ ฟ ์ จ ะ เ ตื อ น วารสาร ถามจงั “ต๊ิดๆๆๆ” จนถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 เป็นวันสุดท้ายในการอบรม เมื่ออบรมเสร็จ

(ลศวัด.นเคลรราาะชรสีมอา)บบ้าน อากาศร้อน ฝนตก มีพายุ เป็นเรื่องของธรรมชาติ หากสมดุลของใจเรา “พอดี” พอเพียงในแบบตัวเรา ให้ธรรมชาติดูแลและตอบแทนด้วยการอนุรักษ์ทรัพยากร ท่ีมีค่าเอาไว้อย่างย่ังยืนให้ถึงรุ่นลูกหลาน ลัดเลาะรอบบ้านถามจังฉบับนี้มาท�ำความรู้จัก ไม้ยืนต้นท่ีช่ือว่า ต้นส�ำโรง กันนะค่ะ ส�ำโรง ชื่อวิทยาศาสตร์ Sterculia foetida L. จัดอยู่ในวงศ์ชบา (MALVACEAE) สมุนไพรส�ำโรง มีช่ือท้องถิ่นอ่ืน ๆ ว่า จ�ำมะโฮง (เชียงใหม่), มะโรง มะโหรง (ปัตตานี), โหมโรง (ภาคใต้) เป็นต้น 26 วารสาร ถามจัง

สรรพคุณของส�ำโรง 1. เปลือกต้นมีรสฝาดสุขุม ใช้ต้มกับน้�ำกินเป็นยากล่อมเสมหะและอาจม 2. ช่วยแก้โลหิตและลมพิการ (เปลือกต้น) 3. ช่วยขับเหง่ือ (เปลือกต้น) 4. เปลือกหุ้มเมล็ดมีสรรพคุณช่วยแก้กระหายน�้ำ 5. ช่วยละลายเสมหะ (เปลือก) 6. ผลมีรสฝาด สรรพคุณเป็นยาแก้ท้องร่วง ช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหาร และล�ำไส้ และน�้ำจากผลมีสรรพคุณเป็นยาสมานท้อง 7. เปลือกต้นมีสรรพคุณเป็นยาแก้บิดปิดธาตุ 8. ช่วยแก้ล�ำไส้พิการ (เปลือกผล) 9. เปลือกต้นและเมล็ดมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อน ๆ ส่วนใบก็มีสรรพคุณ เป็นยาระบายเช่นกัน 10. เปลือกต้นน�ำมาต้มกับน้�ำกินช่วยแก้อาการบวมน้�ำ 27 วารสาร ถามจัง

11. ช่วยขับปัสสาวะ (เปลือกต้น) 12. ช่วยแก้ปัสสาวะพิการ (เปลือกผล) 13. เปลือกต้นมีสรรพคุณช่วยรักษาโรคไส้เล่ือนได้ดี โดยให้ใช้เปลือกต้นส�ำโรง (สดหรือแห้งก็ได้) น�ำมาฝนกับฝาละมีหรือกระเบ้ืองดินเผา และผสมกับ น�้ำปูนใส (ปูนขาวหรือปูนแดงท่ีใช้กินกับหมาดพลู) โดยให้ฝนจนเป็นน้�ำข้น แล้วเอาน้�ำท่ีได้มาทาลูกอัณฑะบริเวณท่ีบวมหรือเริ่มเป็นไส้เล่ือนได้ไม่นาน และให้ฝนทาวันละหลาย ๆ ครั้ง จะช่วยท�ำให้ถุงอัณฑะหดตัว โดยให้ทา ติดต่อกันประมาณ 30 วัน พบว่าได้ผลดีอย่างชะงัดนักแล เพราะเคยใช้รักษา หายมามากหลายรายแล้ว (ต�ำรายาสมุนไพร หลวงปู่ศุข วัดมะขามเฒ่า) 14. ผลและเปลือกผลมีรสฝาด ใช้ปรุงเป็นยากินแก้โรคไตพิการ 15. น้�ำจากเปลือกผล มีสรรพคุณเป็นยารักษาโรคไต 16. ช่วยรักษาบาดแผล (เมล็ด) 17. เปลือกต้นใช้ต้มกับน้�ำกินแก้โรคปวดข้อ 28 https://medthai.com วารสาร ถามจงั ใบไม้สีม่วง

ความหมายของ ดอกไม้จันทน์ 7 แบบ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลท่ี 9 ดอกดารารัตน์ ดอกดารารัตน์ หรือ ดอก Daffodil เป็นดอกไม้ทรงโปรดของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช และพระราชทานให้กับ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถอยู่เสมอ เมื่อครั้งยังทรงศึกษา และประทับอยู่ที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ดอกดารารัตน์นิยมใช้มอบให้แก่บุคคลอันเป็นที่รัก เพื่อบอกว่าไม่เคยหวังส่ิงใดตอบแทน และ ยังหมายถึง เกียรติยศ ความกล้าหาญ สัญลักษณ์ของความหวัง ชื่อดอกดารารัตน์ยังมีความหมาย ท่ีลึกซ้ึง โดยค�ำว่า ดารา หมายถึง ดวงดาว คือส่ิงที่อยู่สูงสุด ค�ำว่า รัตน์ หมายถึง แก้ว คือ สิ่งที่มีค่า ดอกกุหลาบ 29 ดอกกุหลาบ เป็นสัญลักษณ์แห่งความรักอันบริสุทธ์ิด้วยอานุภาพ วารสาร ถามจงั แห่งความจงรักภักดีของทวยราษฎร์ท่ีระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณใน องค์พระประมุขของชาติ เพื่อถวายความอาลัยเป็นคร้ังสุดท้าย แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ผู้เป็นกษัตริย์ท่ีรักยิ่ง ของปวงชนชาวไทย

ดอกพุดตาน ดอกพุดตาน เป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคงและความอุดมสมบูรณ์ ชาวจีนเช่ือว่าเป็นไม้มงคลเพราะดอกพุดตานเปลี่ยนสีได้ถึงสามสีภายใน วันเดียวกันซ่ึงเปรียบเสมือนวัฏจักรของชีวิตมนุษย์ที่เริ่มต้นเปรียบเหมือน เด็กท่ีเป็นผ้าขาว เติบโตขึ้นพร้อมกับสีสันท่ีแต่งแต้มข้ึนมาจนกระทั่งสูงอายุ มากขึ้นพร้อมกับสีที่เข้มข้ึนจนกระทั่งร่วงโรยจากไป เพื่อเป็นการระลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณและพระราชกุศลอุทิศถวายครั้งสุดท้ายแด่พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ดอกลิลล่ี ดอกลิลล่ี แสดงออกถึงความรักท่ีบริสุทธิ์เช่นเดียวกับดอกกุหลาบสีขาว อีกทั้งดอกลิลลี่สีขาวยังแสดงออกถึงความซื่อสัตย์และเทิดทูนด้วยอานุภาพ แหง่ ความจงรกั ภกั ดขี องพสกนกิ รชาวไทยทม่ี ตี อ่ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ภูมิพลอดุลยเดชและความส�ำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ดอกกล้วยไม้ ดอกกล้วยไม้ เป็นสัญลักษณ์ ของความม่ันคง ความรัก และ ความสง่างามสมดังพระมหากรุณาธิคุณใน การบ�ำเพ็ญพระราชกรณียกิจ นานัปการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ให้ขจรขจาย ไปท้ังแผ่นดินไทย ตลอดถึงนานาประเทศท่ัวโลก ดอกชบาทิพย์ ดอกชบาทิพย์ เป็นดอกไม้ท่ีสร้างสรรค์ประดิษฐ์ข้ึน เพ่ือส่ือถึง การดับสูญและความเป็นทิพย์และเพื่อเป็นการถวายความอาลัยเป็น ครั้งสุดท้ายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชพระผู้ทรง สถิตในดวงใจของประชาราษฎร์ช่ัวนิรันดร์ 30 ดอกชบาหนู วารสาร ถามจงั ดอกชบาหนู เปรียบเสมือนความอาลัยในการสูญเสียของพสกนิกรทุก หมู่เหล่า เป็นสัญลักษณ์ที่แทนดวงใจไทยทุกดวงในการน้อมส่งเสด็จพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในการพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพ อ้างอิง ภาพจาก http://news.mthai.com/webmaster-talk/563385.html

ผลการด�ำเนินงาน ปีงบประมาณ 2560 (ไตรมาส 1-2) ( เดือนตุลาคม 2559 – มีนาคม 2560 ) กิจกรรม เป้าหมาย (คน) ผลการด�ำเนินงาน การเรียนรู้ผ่านนิทรรศการ 35,000 7,797 ค่ายวิทยาศาสตร์ 4,000 2,243 กิจกรรมการศึกษา 40,000 13,852 บริการวิชาการ 12,000 47,515 91,000 71,407 รวม 31 วารสาร ถามจงั

แผนท่ีเส้นทางมา ศว.นครราชสีมา มาจาก อ.ด่านขุนทด / จ.ชัยภูมิ อ.สคี วิ้ สพป.นม.เขต 4 ประปาสคี ิ้ว 2 ทางต่างระดับ มาจากนครราชสีมา ไปกรุงเทพฯ สีคิ้ว ถนนมิตรภาพ อ่างซบั ประดู่ 1 สถแารบงงนั าพนฒั ภนาาคฝ5ีมอื เรอื นจ�ำสีคิว้ นศคนู รยร์วาชทิ สยมีฯ์ า 3 มาจาก อ.โชคชยั / อ.ปักธงชัย / จ.สรุ ินทร์ / จ.บุรีรมั ย์ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครราชสีมา สามารถเข้าได้ 3 เส้นทาง ตามเส้นทางสีแดง 1.หน้าสถาบันพัฒนาฝีมอื แรงงานภาค 5 2.วดั อา่ งซบั ประดู่ 3.ปากทางเข้าอ่างซับประดู่ ติดต่อสอบถาม โทร. 0-4441-6983-5 โทรสาร. 0-4441-6983 ศูนยว์ ทิ ยาศาสตร์เพอื่ การศึกษานครราชสีมา ช�ำ ระค่าฝากส่งเป็นรายเดือน กม. 208 ถนนมิตรภาพ – หนองขาม ต.มิตรภาพ ตามใบอนุญาตเลขที่ 49/2541 อ.สคี ้วิ จ.นครราชสีมา 30140 ท่ี ศธ 0210.108/พเิ ศษ ไปรษณียส์ คี ้วิ อ่านวารสารออนไลน์ได้ที่ www.koratsci.com


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook