การเผยแผ่พทุ ธศาสนา ในยคุ ไทยแลนด์ 4.0 BUDDHISM PROPAGATION IN THAILAND 4.0 พระมหาจักรพล สริ ิธโร1 Phramahachakkapol Siritharo1 บทคัดย่อ ไทยแลนด์ 4.0 เปน็ วสิ ัยทัศนเ์ ชงิ นโยบายของรฐั บาลในการพฒั นาเศรษฐกิจแนวใหมภ่ ายใต้ แนวคิด เพื่อความม่ันคง มั่งค่ัง และยั่งยืน โดยมีภารกิจสาคัญในการสรา้ งแนวทางพัฒนาประเทศไปสู่ การขับเคล่ือนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อวางรากฐานการพัฒนาอย่างย่ังยืนในระยะยาว แต่ปัญหาสาคัญของการพัฒนาสังคมไทย ได้แก่การพัฒนาคนให้มีศักยภาพ จะเห็นว่าจากแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 8 เป็นต้นมาได้ให้ความสาคัญกับการพัฒนาแบบบูรณาการ มุ่งเน้นให้คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา การศึกษาจึงเป็นรากฐานสาคัญสาหรับการพัฒนาคุณภาพของ ประชากรในสังคม รวมท้ังการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และการปฏิบัติตนตามหลักธรรมคาสอน พุทธศาสนายังเปรียบเสมือนเครื่องมือในการพัฒนาคนให้มีคุณภาพ พระสงฆ์จึงเป็นผู้ที่มีบทบาท สาคัญในการนาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไปเผยแผ่ เสนอแนะ ให้ประชาชนนาหลัก พระพุทธศาสนาไปบูรณาการในการดาเนินชีวิตให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข บทความเรื่อง “การเผยแผ่พุทธศาสนา ในยุคไทยแลนด์ 4.0” เขียนข้ึนโดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือนาเสนอรูปแบบการ สอนและเผยแผ่หลักธรรมคาสอนด้วยวิธีการที่ทันสมัย การสอนท่ีไม่จากัดอยู่แต่ในห้องเรียน แต่จะ เช่ือมโยงผู้สอนจากผู้ทาหน้าท่ีถ่ายทอดมาเป็นผู้ให้คาแนะนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม ทักษะ สารสนเทศ สอ่ื และเทคโนโลยี เพ่อื ไมใ่ หผ้ เู้ รยี นหรือผู้ศึกษาหลกั ธรรมคาสอนเกดิ ความเบ่ือหนา่ ย และ เพ่ือเป็นการสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเป็นเคร่ืองมือช่วยในการเผยแพร่พระพุทธศาสนา อาทิ จดั ทาคลิป หรือภาพยนต์เร่อื งสั้นท่แี ฝงแงค่ ดิ มุมมอง สะท้อนสง่ิ ที่ตอ้ งการนาเสนอใหผ้ รู้ ับสารแต่ ละกลุ่มเป้าหมายเข้าใจได้ง่าย และการเทศน์หลักธรรมคาสอน ด้วยสานวนภาษาที่สนุกและเข้าใจงา่ ย เช่น การยกเรอ่ื งราวที่กาลงั อยู่ในกระแสมาประยกุ ตใ์ ห้เข้ากับหลักธรรมคาสอน ด้วยภาษาง่าย ๆ เป็นตน้ คาสาคัญ : 1. พุทธศาสนา 2. พระสงฆ์ 3. การเผยแผพ่ ุทธศาสนา 4. ไทยแลนด์ 4.0 1 ศศ.ด. (บรหิ ารการศกึ ษา) อาจารย์ประจา มหาวทิ ยาลัยมหามกฏุ ราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีลา้ นช้าง 1 Ed.D. (Educational Administration) Mahamakut Buddhist University Srilanchang campus Corresponding author; Email: [email protected] (Received: 5 June 2020; Revised: 15 June 2020; Accepted: 17 June 2020;)
วารสารสถาบนั วจิ ยั ญาณสงั วร ปีท่ี 11 ฉบบั ที่ 1 (มกราคม – มิถนุ ายน 2563) 81 ABSTRACT Thailand 4 . 0 was the government’s vision in driving Thailand’s policies on development of new economy under the concept “For Stability, Prosperity and Sustainability.” The important mission of Thailand 4.0 was to create a way to drive the country’s development through technologies and innovations for sustainable development foundation in a long term. A significant development problem of Thai society was a process of improving human capabilities. After the Eighth National Economic and Social Development Plan (1997 – 2001), an integrated development was definitely focused by the country’s government on the people-centered development, so education became the country’s important base for developing the quality of people in the society. In addition, awareness of morality and ethics, and self- practice on the Buddha’s teachings looked like a tool or an instrument to enhance people’s quality; therefore, the Buddhist monks played their important roles to propagate the Buddhist principles and to recommend the Buddhists to integrate their living life with the Buddhist principles. The objective of the academic article “Buddhism Propagation in Thailand 4.0” was to present the model for teaching and propagation of the Buddha’s teachings through an up-to-date approach, which was referred to not only teaching or learning outside the classroom but also transforming the teacher’s role from a lecturer to a coach who gave his learners or students the advice on skills of learning and innovation, including information, media and technology. The teacher’s role change was aimed at boredom alleviation for learners or students studying the Buddha’s teachings and promotion of modern technology utilization as a tool for Buddhism propagation in the era of Thailand 4.0. For instance, video clips or short movies were made based on aspects and points of view, reflecting what the sender/encoder required the receiver/decoder to realize easily. In addition, the Buddhist teachings were exposed with simple expressions, funny and easily understood Keywords : 1. Buddhism 2. Monk 3. Buddhism Propagation 4. Thailand 4.0
82 Journal of Yanasangvorn Research Institute Vol.11 No.1 (January – June 2020) บทนา สังคมไทยในอดีตชาวพุทธเข้าถึงหลักธรรมคาสอนโดยมีวัดเป็นศูนย์กลางของการศึกษา มีพระสงฆ์เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจและให้คาแนะนาแนวทางปฏิบัติตามหลักธรรมคาสอน พระสงฆ์ จึงเปน็ พุทธบริษัททสี่ าคญั และเปน็ ผู้สืบทอดพระพุทธศาสนาในฐานะผู้ปฏบิ ัติตามพระธรรม วินัย เป็นแบบอย่างแห่งการประพฤติปฏิบัติตามหลักคาสอนและเป็นผู้ฝึกอบรมส่ังสอนศีลธรรม จรยิ ธรรม เปน็ ผ้นู าดา้ นจติ ใจของประชาชน และทส่ี าคัญยังเป็นศนู ย์รวมศรัทธาของสาธุชน ดงั นัน้ การ จัดการเรียนรู้ การปลูกฝังจริยธรรม คุณธรรม และปฏิบัติตนตามหลักธรรมคาสอน ให้สอดคล้องกับ แนวทางพัฒนาประเทศยุคไทยแลนด์ 4.0 ซ่ึงเป็นการขับเคล่ือนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อ วางรากฐานการพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงต้องปรับเปล่ียนรูปแบบและวิธีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแบบ ด้ังเดิมให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนไทยในปัจจุบัน โดยการเรียนการสอนท่ีมีความยืดหยุ่น สร้างสรรค์ ท้าทาย และซับซ้อน โดยไม่มีข้อจากัดด้านเวลาและสถานท่ี แต่มุ่งเน้นพัฒนาการเรียนรู้ หลักธรรมอย่างลึกซึ้งมากกว่าความรู้แบบผิวเผิน บทความนี้จึงนาเสนอรูปแบบการสอนและเผยแผ่ พุทธศาสนา ท่ีไม่จากัดอยู่แต่ในวัดหรือในห้องเรียนเท่าน้ัน แต่จะเชื่อมโยงแนวทางการเผยแผ่พุทธ ศาสนาจากพระสงฆ์ผู้ทาหน้าที่ถ่ายทอดให้คาแนะนา เชื่อมโยงเข้ากับนวัตกรรม สารสนเทศ สื่อ และ เทคโนโลยีท่ีทันสมัย เพื่อให้การเผยแผ่พระพุทธศาสนามีความทันสมัยสอดคล้องกับวิถีชีวิตของ สังคมไทยยุค 4.0 ความสาคญั และหลักการจัดการเผยแผ่พทุ ธศาสนา ในยคุ ไทยแลนด์ 4.0 การเผยแผพ่ ทุ ธศาสนาในอดีต นบั วา่ ประสบความสาเรจ็ อย่างมาก เน่อื งจากสามารถบูรณา การนาการเรียนรู้หลักธรรมคาสอนไปใช้เป็นแนวทางประพฤติปฏิบัติของคนในสังคมให้อยู่ดีมีสุขจน เกิดเปน็ วฒั นธรรมท่ีดีงามสร้างเอกลักษณ์ให้คนไทยมีลักษณะนสิ ัยที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่น มคี วามสุภาพ อ่อนโยน มีเมตตา มีความเอื้อเฟ้ือเผื่อแผ่ และเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศว่าคนไทยมีจิตใจ อ่อนโยนและย้ิมแย้มแจ่มใส รู้จักให้อภัยและเป็นมิตรต่อผู้อื่น เป็นลักษณะที่โดดเด่นของคนไทย ซึ่ง เกิดจากการนาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาเป็นหลักประพฤติปฏบิ ัติในการดาเนินชีวติ ประจาวัน จนเกิดความเคยชนิ กลายเป็นลักษณะอุปนิสยั ทเ่ี ดน่ ชดั พระพทุ ธศาสนาจึงเป็นสถาบันหนึ่งที่มบี ทบาท สาคัญต่อการพัฒนาสังคมไทยทั้งในอดีตและปัจจุบัน และเม่ือเข้าสู่ยุคการพัฒนาข้อมูลข่าวสารด้าน เทคโนโลยีท่ีทันสมัย ทาให้สังคมไทยมีการเปลี่ยนแปลงจากการพัฒนาท่ีมุ่งเน้นคนเป็นศูนย์กลางการ พัฒนา ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การพัฒนาเป็นการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อ วางรากฐานการพัฒนาอย่างย่ังยืนภายใต้แนวคิดการพัฒนาคนเพื่อการขบั เคล่ือนประเทศไทยเข้าสู่ยุค ไทยแลนด์ 4.0 ดังนั้นการเผยแผ่พระพุทธศาสนาจึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการให้สอดคล้องกับโมเดลการ พัฒนา ทั้งแนวทางการปฏิบัติของชาวพุทธและกระบวนการเรียนรู้ของเยาวชนที่จะต้องมีลักษณะ
วารสารสถาบันวจิ ัยญาณสังวร ปีท่ี 11 ฉบับท่ี 1 (มกราคม – มิถุนายน 2563) 83 ผสมผสานเชิงบูรณาการระหว่างความรู้และการฝึกปฏิบัติ โดยใช้เทคโนโลยีเป็นส่ือในการเรียนรู้ เพ่ือให้การเรียนรู้สนุกสนานทันสมัย ไม่ทาให้ผู้เรียนหรือผู้ศึกษาหลักธรรมรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ หน่าย สาหรับองค์ประกอบด้านการเรียนรู้หลักธรรมคาสอน ยุคไทยแลนด์ 4.0 ปรับประยุกต์จากเสา หลักทางการศึกษาของคณะกรรมาธิการนานาชาติว่าด้วยการศึกษาในศตวรรษที่ 21 แห่งยูเนสโก ซ่ึง เป็นรูปแบบการเรียนการสอนท่ีมีความยืดหยุ่น สร้างสรรค์ สนับสนุนให้ผู้เรียนมีทักษะความรู้จาก สารสนเทศ ส่อื และเทคโนโลยีทีเ่ ป็นแหล่งเรียนรู้นอกหอ้ งเรียน โดยมอี งคป์ ระกอบ 4 รปู แบบ (อดุลย์ วงั ศรีคูณ, 2557) ดังน้ี 1. การเรียนรู้เพ่ือรู้ หมายถึง การเรียนรู้หลักธรรมคาสอนทางพุทธศาสนา โดยมุ่งพัฒนา ทักษะกระบวนการคิด การพิจารณาถึงความเป็นจริง การฝึกสติสมาธิ เพ่ือให้สามารถเรียนรู้และ พัฒนาตนเองไดต้ ลอดชวี ิต 2. การเรียนรู้เพื่อให้นาไปปฏิบัติได้ หมายถึง การเรียนรู้หลักธรรมคาสอนทางพุทธศาสนา เพือ่ มุง่ พฒั นาความสามารถเป็นการบรู ณาการระหว่างความรู้และการฝึกปฏิบัติ เพื่อชีใ้ ห้เหน็ ว่ามนุษย์ เปน็ ผมู้ ีความสามารถในการกาหนดเป้าหมายและทิศทางในการดาเนนิ ชีวิตดว้ ยตนเอง 3. การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน หมายถึง การเรียนรู้หลักธรรมคาสอนทางพุทธศาสนาที่จะ สอนให้รู้ว่าปรากฏการณ์ต่าง ๆ ท่ีเกิดขึ้นกับบุคคลหรือสังคมล้วนมีเหตุปัจจัยทั้งส้ิน ทาให้ผู้เรียน สามารถคิดวเิ คราะหแ์ ละดารงชวี ิตอยรู่ ว่ มกับผูอ้ ื่นในสงั คมไดอ้ ย่างมคี วามสุข 4. การเรียนรู้เพื่อชีวิต หมายถึง การเรียนรู้หลักธรรมคาสอน เก่ียวกับกฎแห่งกรรมซึ่งเป็น แก่นธรรมในทางพุทธศาสนา สอนให้มีความเชอื่ ในสิ่งท่ีถูกต้องและมีเหตุผลในการดาเนินชีวิต ทาให้มี ความเข้มแข็งและพ่ึงพาตนเองได้ องค์ประกอบในข้อนี้จึงเป็นการเรียนรู้ท่ีมุ่งพัฒนาผู้เรียนท้ังด้าน รา่ งกาย จิตใจ และ สตปิ ัญญา ดังนั้น การเผยแผ่พุทธศาสนาในยุคไทยแลนด์ 4.0 จึงมุ่งเน้นด้านพัฒนาคนให้ประพฤติตน เป็นคนดี โดยการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และช้ีแนะแนวทางการปฏิบัติตนตามหลักธรรมคาสอน ใหก้ บั ผู้คนในสังคม เพราะปัจจยั หลักในการพฒั นาและเปลีย่ นแปลงประเทศไปสยู่ คุ ไทยแลนด์ 4.0 ได้ นน้ั จะะตอ้ งพัฒนาให้คนไทยเปน็ คนท่ีมีคุณภาพเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ โดยมีการนาหลักธรรมและ แนวคิดทางพระพุทธศาสนามาปรับใช้ในวิถีชีวิต ซ่ึงการเผยแผ่หลักธรรมคาสอนจะสอดคล้องกับเสา หลักทางการศึกษาของคณะกรรมาธิการนานาชาติว่าด้วยการศึกษาในศตวรรษที่ 21 แห่งยูเนสโก ท่ี การเผยแผ่หลักธรรมคาสอนมีความยืดหยุ่น สนับสนุนให้ผู้เรียนมีทักษะความรู้จากสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยีในหลาย ๆ รปู แบบ โดยไมไ่ ด้ยึดห้องเรียนหรือวัดเปน็ แหล่งเรยี นรู้ พระสงฆผ์ มู้ ีบทบาท สาคัญในการถ่ายทอดให้คาแนะนา จึงต้องปรับตัวรู้เท่าทันสื่อและสามารถนาเทคโนโลยีมาใช้เป็น เคร่ืองมือเผยแผ่พุทธศาสนาได้สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศภายใต้แนวคิดเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยัง่ ยืน
84 Journal of Yanasangvorn Research Institute Vol.11 No.1 (January – June 2020) แนวคิด การเผยแผพ่ ทุ ธศาสนา ในยุคไทยแลนด์ 4.0 แนวคิดและรูปแบบการเผยแผ่พุทธศาสนา ในยุคไทยแลนด์ 4.0 พระสงฆ์ในฐานะที่เป็น สว่ นหนง่ึ ของสังคม เปน็ สาวกผู้ปฏบิ ตั ธิ รรมตามหลักคาสอนของประพุทธเจา้ เปน็ ผผู้ า่ นการเรียนรแู้ ละ เข้าใจหลักธรรมคาสอนทางพระพุทธศาสนาอย่างลึกซ้ึง จึงเป็นต้นแบบของการประพฤติปฏิบัติและ เป็นที่ยอมรับของสังคม บทบาทหน้าที่ของพระภิกษุสงฆ์ซ่ึงเป็นบรรพชิตในพระพุทธศาสนา นอกจาก ศกึ ษาปฏิบตั ธิ รรมตามหลักคาสอนของประพุทธเจ้าแลว้ ยงั เปน็ ศูนย์กลางในการเผยแผ่พุทธศาสนาให้ พุทธศาสนิกชน ซ่ึงการเผยแผ่พุทธศาสนาโดยการสอนธรรมมะนั้นเป็นความรู้เกี่ยวกับความดี มีรปู แบบของการเผยแผ่พระธรรมใน 3 ลกั ษณะ (ธรี ะพล มะอาจเลิศ, 2556) ได้แก่ 1. การเผยแผ่พระธรรมคาสอนของพระพุทธเจ้า ในลักษณะให้ผู้ฟังรู้ยิ่งเห็นจริงในธรรมที่ ควรรู้ควรเหน็ หมายถึง การรับรทู้ ่เี หน็ ไดช้ ัดเจนว่าการปฏิบัติตามหลักธรรมคาสอนน้นั จะได้รับผลของ การกระทาเชน่ นน้ั จริง 2. การเผยแผ่พระธรรมคาสอนของพระพุทธเจ้า ในลักษณะทรงส่ังสอนมีเหตุท่ีผู้ฟังอาจ ตรองตามเห็นจริงได้ หมายถงึ ทรงสัง่ สอนช้เี หตแุ ห่งสุขและทุกข์ว่ามาจากเหตอุ ันใด เชน่ ความเปน็ ผู้รู้จักเหตุรู้จักความไม่โลภ ความไม่โกรธ และความไม่หลงเป็นเหตุแห่งสุข และความโลภ ความโกรธ และความหลงเป็นเหตุแห่งทกุ ข์ เมอ่ื ผศู้ ึกษาเรยี นรหู้ รือผู้รับฟงั ตรติ รองตามไปอาจเห็นจริงได้ 3. การเผยแผ่พระธรรมคาสอนของพระพุทธเจ้า ในลักษณะทรงสั่งสอนเป็นอัศจรรย์ คือผู้ ปฏิบัติตามย่อมได้รับประโยชน์โดยสมควรแก่การปฏิบัติ เช่น การสอนให้เจริญเมตตา มีความ เอ้ือเฟื้อเผ่ือแผ่ เม่ือผู้ฟังปฏิบัติตามได้ก็จะส่งผลตามสมควร ได้แก่การไม่เบียดเบียนกันใหไ้ ด้รับ ความ เดือดร้อน และคิดเผื่อแผป่ ระโยชน์ใหก้ ันและกัน จากรปู แบบของการเผยแผ่พระธรรมใน 3 ลักษณะ เป็นแนวทางการสอนให้ผู้ท่ีรบั ฟังรู้แจ้ง เห็นจริงตาม แสดงธรรมด้วยเหตุและผลทาให้ผู้ฟังเห็นจริงจนต้องยอมรับและนาไปประพฤติปฏิบัติ ยึดถือพระพุทธศาสนาเป็นสรณะในการดารงชีวิต แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการเผยแผ่ พระพุทธศาสนาให้งอกงามในจิตใจ อยู่ในภาวะของคนที่เขา้ ถึงธรรมชาติและความจรงิ ของชวี ิตได้เป็น อย่างดี ซ่ึงพระพุทธศาสนาและรูปแบบการเผยแผ่พระธรรมคาสอนของพระพุทธเจ้าน้ันเป็น สากล นอกจากเผยแผไ่ ปท่ัวโลกแลว้ หลักธรรมคาสอนยังสามารถประยุกต์ใช้ได้กับทกุ ยคุ ทุกสมัย การเผยแผ่ พุทธศาสนาในยคุ ไทยแลนด์ 4.0 ก็เช่นเดียวกันที่มีการนาเทคโนโลยีสารสนเทศ มาใช้เป็นเคร่ืองมือใน การเผยแผ่พระพุทธศาสนา ส่งผลให้การศึกษาเรียนรู้หลักธรรมคาสอนมีความ แปลกใหม่ทันยุคสมัย ไม่นา่ เบอ่ื หน่าย ไม่ไดจ้ ากัดการเรียนรูเ้ ฉพาะในห้องเรียนหรือวัดเท่านน้ั แตส่ ามารถเรียนรูไ้ ด้ทุกท่ีและ ตลอดเวลาเทา่ ทผ่ี ู้เรยี นใหค้ วามสนใจ
วารสารสถาบนั วิจยั ญาณสังวร ปีท่ี 11 ฉบบั ที่ 1 (มกราคม – มถิ ุนายน 2563) 85 ประเด็นปญั หา และการเผยแผพ่ ทุ ธศาสนา ในยุคไทยแลนด์ 4.0 ควรไปอยูต่ อ่ ความสาคัญและ หลักการจัดการเผยแผพ่ ุทธศาสนา ในยุคไทยแลนด์ 4.0 ด้วยภาวการณ์ในปัจจุบันซ่ึงเป็นสังคมแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศ การพัฒนาประเทศถูก ขับเคลือ่ นด้วยเทคโนโลยีและนวตั กรรม ทาให้สงั คมมีความสลับซับซ้อนผู้คนให้ความสนใจอยู่กับ วัตถุ นิยมท่ีเป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ จึงเป็นเหตุให้เกิดการละเลยทางด้านการฝึกอบรมจิตใจ ทาให้คุณค่าและ คุณธรรมท่ีดีงามทางจิตใจลดน้อยลงไป การเผยแผ่พุทธศาสนาของพระสงฆ์ จึงต้อง ปรับเปล่ียน ประยุกต์รูปแบบการเผยแผ่หลักธรรมคาสอนให้เป็นรูปแบบใหม่ที่ทันสมัยสอดคล้องกับการพัฒนา ประเทศ ภายใต้แนวคิดการพัฒนาคนเพื่อการขับเคลื่อนประเทศไทยเข้าสู่ยุคไทย แลนด์ 4.0 สาหรับ ประเดน็ ปัญหาที่ต้องนาวิเคราะห์เพ่อื นาไปสู่การพฒั นารปู แบบการเผยแผ่ให้ สัมพันธก์ บั แนวทางการพัฒนา พบวา่ ปัญหาความเสื่อมจากศีลธรรมของผคู้ นในสงั คมเกิดจากปจั จัย หลัก 2 ประการสาคัญ (ธรี ะพล มะอาจเลศิ , 2556) ไดแ้ ก่ 1. ปัจจัยท่ีเกิดจากผู้เผยแผ่พุทธศาสนาหรือผู้ส่งสาร ประเด็นปัญหาได้เกิดจากพระภิกษุ สงฆ์ ซึ่งเป็นบรรพชิตในพระพุทธศาสนาท่ีมีหน้าที่และบทบาทสาคัญในการเผยแผ่พุทธศาสนา มี ประสิทธิภาพไม่เพียงพอต่อการเผยแผ่หลักธรรมคาสอน เน่ืองจากขาดเครื่องมือการสื่อสารและขาด ทักษะความรู้ในการใช้เครื่องมือสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ การเลือกเครื่องมือหรือวิธีสื่อสารท่ีไม่ สอดคล้องกับยคุ สมัย และผ้เู ผยแผพ่ ทุ ธศาสนาใชภ้ าษาธรรมทยี่ ากต่อการเขา้ ใจความหมาย 2. ปจั จยั จากผ้รู ับสาร หมายถึงผู้เรียนหรือผ้ทู สี่ นใจในหลกั ธรรมคาสอน ประเดน็ ปญั หาเกิด จากผู้นาทางศาสนามุ่งเน้นพัฒนาทางด้านวัตถุมากกว่าจิตใจ ตัวอย่างเช่น การบอกบุญเพ่ือรวบรวม ปัจจัยในการสร้างศาสนสถานหรือสถานที่สาคัญต่าง ๆ ซ่ึงการมุ่งเน้นพัฒนาทางด้านวัตถุเป็นเหตใุ ห้ผู้ ท่สี นใจเรียนร้หู ลกั ธรรมคาสอนไมส่ ามารถเขา้ ถึงแกน่ ของพระพทุ ธศาสนาท่ีแทจ้ รงิ รวมทง้ั รูปแบบการ เผยแผ่พุทธศาสนา การใช้เคร่ืองมือสื่อสารและวิธีสื่อสารที่ไม่สอดคล้องกับยุคสมัย ไม่เหมาะสมกับ กลุ่มเป้าหมาย การเผยแผ่พุทธศาสนาจึงไมไ่ ด้รับความสนใจ หรือได้รับความสนใจแต่เรียนรู้แลว้ ทาให้ เกดิ ความเบอ่ื หนา่ ย การวิเคราะห์ประเด็นปัญหาความเส่ือมจากศีลธรรมของผู้คนในสังคม ท่ีมาจาก 2 ปัจจัย หลัก ได้แก่ปัญหาจากผู้เผยแผพ่ ุทธศาสนาหรอื ที่เรียกว่าผสู้ ่งสาร และประเด็นปัญหาทม่ี าจากผู้เรียนรู้ หรือผู้รับสาร เมื่อนาท้ัง 2 ปัจจัยมาวิเคราะห์เพ่ือพัฒนารูปแบบการเผยแผ่ให้สัมพันธ์กับแนวทางการ พัฒนาในยุคไทยแลนด์ 4.0 จะพบว่าสาเหตุสาคัญเกิดจากรูปแบบการเผยแผ่พุทธศนาขาดความ ยืดหยุ่น วิธีสอนและการสื่อสารไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหรือประชาชนทุกระดับ รูปแบบการ เผยแผ่พระพุทธศาสนามีลักษณะเชิงรับ ส่วนใหญ่มีวัดและห้องเรียนภายในสถานศึกษาเป็นแหล่ง เรียนรู้ โดยเผยแผ่พุทธศาสนาผ่านกิจกรรมในงานประเพณีต่าง ๆ หรือการเข้าร่วมพิธีกรรมในวัน สาคัญทางศาสนาเท่านัน้
86 Journal of Yanasangvorn Research Institute Vol.11 No.1 (January – June 2020) การเผยแผ่พุทธศาสนาทเี่ นน้ ผเู้ รยี นเป็นสาคัญ พระราชบญั ญัตกิ ารศึกษาแหง่ ชาติ พทุ ธศกั ราช 2542 กล่าวถึงแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่ เนน้ ผู้เรียนเปน็ สาคัญ สรุปสาระสาคัญไวด้ งั ต่อไปนี้ (อภนิ นั ท์ สิรริ ัตนจิตต์ และ นธี เหมมันต์, 2560) มาตรา 6 กล่าวว่า การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพ่ือพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์ ทงั้ รา่ งกาย จิตใจ สตปิ ญั ญา ความรู้และคุณธรรม มจี ริยธรรมและวฒั นธรรมในการดารงชีวิต สามารถ อยู่รว่ มกบั ผอู้ นื่ ได้อย่างมคี วามสขุ มาตรา 22 กล่าวว่า ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้และให้ถือว่า ผู้เรียน มีความสาคัญที่สุด และกระบวนการจัดการเรียนรู้ต้องสง่ เสริมใหผ้ เู้ รยี นสามารถพัฒนาตน ตาม ธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ จากสาระสาคัญของแนวทางการจัดการเรียนรู้ท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ จะพิจารณาเห็นว่า ความสาเรจ็ ของการเรยี นรขู้ ึ้นอยู่กับตวั ผเู้ รยี นท่ีเข้าไปมีสว่ นรว่ มในกจิ กรรมการเรียน การสอน การเข้า ไปมีส่วนร่วมในการเรียนรู้จะทาให้ผู้เรียนจะได้รับความสนุกสนาน ได้ค้นพบข้อคาถามและคาตอบ ใหม่ๆ ซ่ึงการจัดการเรียนรู้สอดคล้องกับแนวทางการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ท่ีเป็นการนาเอา หลักธรรมคาสอนเกิดจากพระปัญญาตรัสรู้ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไปถ่ายทอดให้ประชาชน ได้รับการเรียนรู้ และน้อมนาเอาหลักธรรมคาสั่งสอนเหล่าน้ันไปประพฤติปฏิบัติตาม โดยเป็นไปตาม กระบวนการพัฒนาศักยภาพของบุคคล ให้เป็นคนดีมีคุณภาพ ซ่ึงเป็นรากฐานสาคัญของการพัฒนา ประเทศภายใต้ แนวคิด เพือ่ ความมั่นคง ม่งั คั่ง และย่งั ยืน เบนจามิน บลมู กบั การเผยแผ่พทุ ธศาสนา ในยคุ ไทยแลนด์ 4.0 การเผยแผ่พุทธศาสนา ในยุคไทยแลนด์ 4.0 ได้ปรับเปลี่ยนจากระบบการเรยี นรู้หลักธรรม คาสอน ทพี่ ระสงฆ์เป็นผ้บู รรยายแตผ่ เู้ ดยี ว มาเปน็ การใชเ้ ทคโนโลยคี วบค่ไู ปกบั การสอน และพระสงฆ์ ผู้สอนเปลี่ยนบทบาทจากผู้ให้ความรู้มาเป็นผู้ช้ีแนะแนวทางการเรียนรู้หลักธรรมคาสอนทาง พระพุทธศาสนา ซ่ึงตามทฤษฎีของเบนจามิน บลูม ได้จาแนกการเรียนการสอนออกเป็น 3 ด้าน คือ ด้านพุทธิพิสัย ด้านจิตพิสัย และด้านทักษะพิสัย ซ่ึงการเรียนรู้ทั้ง 3 ด้านเม่ือนามาประยุกต์ใช้กับการ เผยแผ่พระพุทธศาสนา ล้วนเป็นรูปแบบการเรียนรู้ท่ีเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางท้ังสิ้น โดยการเผยแผ่ หลักธรรมคาสอนตามทฤษฎขี องเบนจามิน จาแนกระดับความสามารถในการรับรขู้ องผเู้ รยี นในแต่ละ ด้านไว้ดังน้ี 1. ด้านพุทธิพิสัย (Cognitive Domain) หมายถึง ความสามารถจากการเรียนรู้ทางด้าน สติปัญญา แบ่งออกเป็น 6 ข้ันเรียงลาดับจากต่าไปสูง ได้แก่ ความจา ความเข้าใจ การนาไป ประยุกต์ใช้ การรู้จกั วเิ คราะห์ การประเมินคา่ และการสรา้ งสรรค์
วารสารสถาบันวจิ ยั ญาณสงั วร ปที ี่ 11 ฉบบั ที่ 1 (มกราคม – มถิ นุ ายน 2563) 87 2. ด้านจิตพิสัย (Affective Domain) หมายถึง พฤติกรรมการรับรู้ของบุคคล ได้แก่ การรับรู้ การตอบสนอง การเหน็ คุณค่า การจดั ระบบ และการสร้างลักษณะนิสัยตามคา่ นยิ ม 3. ด้านทักษะพิสัย (Psychomotor Domain) หมายถึง ลักษณะพฤติกรรมที่บ่งถึง ความสามารถในการแสดงออกมาจากการรับรู้เรียนรู้ ได้แก่ การเลียนแบบ การทาตามคาแนะนา การทาตามแบบ การหาความถกู ตอ้ ง และการทาได้อยา่ งเป็นธรรมชาติ จากทฤษฎีของ เบนจามิน บลูม การจัดการศึกษาเม่ือนามาประยุกต์ใช้กับการเผยแผ่ พระพุทธศาสนาในยุคไทยแลนด์ 4.0 เปน็ การมงุ่ เน้นให้ผู้ทสี่ นใจหรือผ้ศู ึกษาหลักธรรมคาสอนมโี อกาส เรยี นรู้ด้วยตนเองผ่านเคร่ืองมอื ส่ือสารและการใชเ้ ทคโนโลยีได้อยา่ งเหมาะสม การใชเ้ ทคโนโลยเี ขา้ มาสนับสนุนการเผยแผ่พระพุทธศาสนาตามทฤษฎีของ เบนจามิน บลูม เม่ือนาการเรียนรู้ทั้ง 3 ด้าน ตามแนวคิดทฤษฎีของ เบนจามิน บลูม มาประยุกต์ใช้กับการ เผยแผ่พุทธศาสนา ในยุคไทยแลนด์ 4.0 เพือ่ ให้สอดคลอ้ งกับการสร้างแนวทางพฒั นาประเทศไปสู่การ ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพ่ือวางรากฐานการพัฒนาอย่างยง่ั ยืนในระยะยาว สามารถ นาแต่ละดา้ นมาปรบั ประยุกต์ใชไ้ ด้ดงั น้ี 1. รูปแบบการเผยแผ่หลักธรรมคาสอนด้านพุทธิพิสัย เป็นการจัดกิจกรรมที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียน จดจา สามารถทาความเข้าใจ รู้จักวิเคราะห์ และนาไปปรับใช้ในวิถีชีวิตประจาวันได้ โดยศึกษาจาก เทคโนโลยีและการสื่อสารที่ทันสมัย เช่น สอนการทาสมาธิภาวนาหรือการบรรยายธรรมให้ผู้ท่ีสนใจ ได้รับฟงั พร้อมกนั ทั่วโลก โดยเน้อื หาของหลักธรรมมะท่ีนามาสนับสนุนหรือประยุกต์ใช้ในกิจกรรมการ เผยแผพ่ ระพุทธศาสนาด้านพุทธิพสิ ยั ไดแ้ ก่ การ “ฟัง คดิ ถาม เขยี น” หรือ “สุ.จิ.ปุ.ลิ.” ซงึ่ ถือว่าเป็น หลักสาคญั 4 ข้นั ตอนในการเรยี นรู้ของคนเรา ดังน้ี ข้ันตอนท่ี 1 คือ สุ. ย่อมาจากคาว่า สุต หมายถึง การรับรู้ ศึกษาค้นคว้าหาข้อมูล ได้แก่ การฟงั ดู อา่ น ค้นควา้ สัมผสั การมปี ระสบการณ์จรงิ (เช่น การปฏบิ ตั ิ) ขั้นตอนที่ 2 คือ จิ. ย่อมาจากคาว่า จินตะ หมายถึง การคิด ใคร่ครวญ ทบทวน สะท้อน และการ มจี นิ ตนาการ ขน้ั ตอนที่ 3 คอื ป.ุ ย่อมาจากคาว่า ปุจฉา หมายถงึ การถาม ความใฝร่ ู้ (อยากรูอ้ ยากเห็น) การตัง้ ขอ้ สงสยั และการสมมตุ ฐิ าน ข้ันตอนท่ี 4 คอื ลิ ยอ่ มาจากคาวา่ ลขิ ิต หมายถงึ การเขยี น การบนั ทกึ และการนาเสนอ ท้ัง 4 ข้นั ตอนน้ีเป็นกระบวนการสาคัญของการเรียนรู้ของคนเราท่ีมีความเชื่อมโยงต่อเนื่อง วนเวียนไปมา และมีลักษณะเป็นธรรมชาติด้วยการใช้ประสาทสัมผสั ของเราทุกส่วน คือ \"ตาดู หูฟัง สมองคิด ปากถาม มือจด\"
88 Journal of Yanasangvorn Research Institute Vol.11 No.1 (January – June 2020) 2. รูปแบบการเผยแผ่หลักธรรมคาสอนด้านจิตพิสัย ท่ีหมายถึงพฤติกรรมการรับรู้ของ บุคคล ตามลักษณะค่านิยมรูปซึ่งแบบเดิม ๆจะเป็นการเผยแผ่หลักธรรมคาสอนในเชงิ รับ ผู้ท่ีสนใจจะ เข้ามาศึกษาเรียนรูโ้ ดยใช้วดั หรอื ห้องเรียนเปน็ ศนู ย์กลางการเรยี นรู้หลักธรรมคาสอน เม่อื นามาปรับใช้ ในยุคไทยแลนด์ 4.0 จึงต้องปรับเปล่ียนรูปการการเผยแผ่เป็นเชิงรุก ซ่ึงสามารถทาได้หลากหลายวิธี อาทเิ ชน่ - กระจายเสียงธรรมะผ่านการเทศน์ โดยเปิดคลิปเสียงผ่านเครื่องมือส่ือสารและหอ กระจายข่าวของหนว่ ยงาน องคก์ รตา่ ง ๆ โรงเรียน และหมู่บา้ น ตามวาระโอกาสท่เี หมาะสม - การเผยแผ่หลักธรรมคาสอน หรือถ่ายทอดกิจกรรมทางศาสนาผ่าน วิดีโอ ผ่านคลิปใน YouTube หรือส่ือที่สามารถแปลงเป็นไฟล์ดิจิตอลให้ผู้ที่สนใจเลือกดาวน์โหลด และสามารถเปิดชม ย้อนกลบั ไปกลับมาได้ - จัดทาเป็นหนังสือ e-book เพ่ือให้ผู้ที่สนใจโหลดเก็บไว้ในเคร่ืองมือส่ือสารที่สามารถเปดิ อ่านและศกึ ษาเรยี นร้ไู ด้ทุกที่และทกุ เวลา แนวทางปฏิบัติเพื่อการรับรู้ตามรูปแบบการเผยแผ่หลักธรรมคาสอนด้านจิตพิสัย มุ่งเน้น ความสาเร็จดว้ ยหลัก “อิทธบิ าท 4” อนั ประกอบด้วยแนวปฏิบตั ิ 4 ขอ้ คอื ฉนั ทะ วิริยะ จติ ตะ วิมังสา คาวา่ อทิ ธิบาท แปลว่า บาทฐานแหง่ ความสาเร็จ หมายถึง สิ่งซ่งึ มีคุณธรรม เครอ่ื งให้ลถุ ึงความสาเร็จ ตามท่ีตนประสงค์ ผู้หวังความสาเร็จในส่ิงใด ต้องทาตนให้สมบูรณ์ ด้วยสิ่งท่ีเรียกว่า อิทธิบาท ซ่ึง จาแนกไวเ้ ปน็ 4 คือ 1. ฉันทะ คือ ความพอใจรักใคร่ในส่ิงน้ัน หมายถึง เม่ือมนุษย์เราได้รับความพึงพอใจ จึง เปน็ ข้อแรกท่ที าใหเ้ กดิ กาลังใจ ซึ่งจะสง่ ผลต่อการเรียนรแู้ ละรบั ร้ทู ่ีดี 2. วิริยะ คือ ความพากเพียรในสิ่งนั้น หมายถึง การการะทาที่ติดต่อไม่ขาดตอน เป็นระยะ ยาวจนประสบความสาเรจ็ 3. จิตตะ คอื ความเอาใจใส่ฝักใฝ่ในสง่ิ นั้นหมายถึงความไม่ทอดท้ิง ส่งิ นน้ั ไปจากความรู้สึก ของตวั ทาสงิ่ ซึ่งเป็น วตั ถุประสงค์ น้นั ให้เดน่ ชัด อยู่ในใจเสมอ 4. วิมังสา คือ ความหมั่นสอดส่องในเหตุผลของสิ่งน้ัน หมายถึงความสอดส่องในเหตุและ ผล แห่งความสาเร็จ เกยี่ วกบั เร่อื งน้นั ๆ ใหล้ กึ ซ้งึ ยงิ่ ขึ้นไปและดลอดเวลา 3. รูปแบบการเผยแผ่หลักธรรมคาสอนด้านทักษะพิสัย ซ่ึงหมายถึงความสามารถในการ แสดงออกมาจากการรับรู้เรียนรู้ ได้แก่การปรับประยุกต์รูปแบบ วิธี และการใช้เทคโนโลยีในการเผย แผ่พุทธศาสนาให้มีความทันสมัยสอดคล้องกับการพัฒนาประเทศในยุคไทยแลนด์ 4.0 ผู้รับฟังหรือ เรียนรู้หลักธรรมคาสอน สามารถเรียนรรู้ ว่ มกนั ไดท้ กุ รนุ่ ทุกวยั อาทิเช่น - สื่อสารด้วยภาษาท่ีเข้าใจง่าย สร้างสารหรือนาเสนอด้วยภาษาท่ัวไปหลีกเล่ียงการใช้ ภาษาบาลีที่เข้าใจได้ยาก หรือปรับใช้ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ตัวอย่างเช่น จัดทาคลิป หรือ
วารสารสถาบนั วจิ ัยญาณสงั วร ปที ่ี 11 ฉบบั ที่ 1 (มกราคม – มถิ นุ ายน 2563) 89 ภาพยนต์เร่ืองส้ันที่แฝงแง่คิด มุมมอง สะท้อนส่ิงที่ต้องการนาเสนอให้ผู้รับสารแต่ละกลุ่มเป้าหมาย เขา้ ใจไดง้ า่ ย - มีการใช้กลยุทธ์ โดยนาสื่อสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการเผยแพร่ศาสนาอย่างเป็นระบบ เช่น สร้างเว็บไซต์เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และเผยแผ่พระพุทธศาสนา ซึ่งให้ผลลัพธ์ทั้งในเชิงรุกและ เชิงรับ ภายในเวบ็ ไซตม์ ีการสร้างคอนเทนท์หลากหลายรปู แบบ เชน่ บทความให้ความรู้ คลปิ กจิ กรรม เก่ียวกับวิธีปฏิบัติตน รูปแบบกิจกรรมทางศาสนา และอื่น ๆ โดยให้ผู้อ่านมีส่วนร่วม เช่น ส่งภาพการ ทาความดีมาลงในเว็บไซต์หรือเพจ หรือจัดประกวดกิจกรรมโดยการส่งคลิปการทากิจกรรมทาง ศาสนาเพื่อขอรับรางวัล อาจนาเนื้อหาจากการอ่านไปทากิจกรรมแล้วถ่ายเป็นคลปิ มานาเสนอ และมี การมอบรางวัลตา่ ง ๆ - การเผยแผ่ด้วยสื่อท่ีสามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้ทุกรุ่นทุกวัย และยังทาให้เข้าใจได้ง่าย เช่น การใชภ้ าพ 3D หรอื 3D Animation ซ่งึ เปน็ ภาพเคล่อื นไหวเปน็ ส่ือในการเผยแผห่ ลกั ธรรมคาสอน - ส่อื หลกั ธรรมคาสอนดว้ ยภาพหรือหนงั สือการ์ตนู ธรรมะ โดยเน้นเนอื้ หาทเี่ ปน็ เร่อื งใกล้ตัว และอยูใ่ นชวี ติ ประจาวัน - การเทศน์หลกั ธรรมคาสอน ดว้ ยสานวนภาษาที่สนุกและเข้าใจง่าย เชน่ การยกเรื่องราวท่ี กาลงั อย่ใู นกระแสมาประยุกต์ใหเ้ ข้ากับหลกั ธรรมคาสอน ดว้ ยภาษางา่ ย ๆ - เผยแผแ่ ละนาเสนอหลักธรรมคาสอนทางพระพุทธศาสนาในรูปของซีรยี ์ -บรู ณาการคอมพวิ เตอร์ใหเ้ ขา้ มาเป็นสว่ นหนึง่ ในการเผยแผพ่ ระพุทธศาสนา ปัจจุบันเป็นยุคที่โลกมีความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เน่ืองมาจากการใช้เทคโนโลยีเพื่อ เช่ือมโยงข้อมูลต่าง ๆ ทาให้การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารทาได้รวดเร็ว การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในยุค ไทยแลนด์ 4.0 จงึ ต้องปรบั ตัวและประยุกตน์ าเอาเทคโนโลยีเขา้ มาเป็นส่วนหน่ึงในการจัดกิจกรรมการ เผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีไม่ได้เข้ามาแทนที่วิธีการเผยแผ่หรือ ลดบทบาทของพระสงฆ์ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั้งหมด เพียงแต่ช่วยเพิ่มช่องทางและพัฒนา รูปแบบการจัดกิจกรรมและวิธีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้ทันสมัยสอดคล้องกับการพัฒนาในยุค ไทยแลนด์ 4.0 เพื่อความมน่ั คง มัง่ ค่งั และย่ังยนื อย่างยาวนาน สรุป จากท่ีกล่าวมาทั้งหมดผู้เขียนพิจารณาเห็นว่า การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในยุคไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งเป็นช่วงที่เทคโนโลยีมีบทบาทสาคัญต่อการดาเนินชีวิตของผู้คนในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะการ รบั รูข้ อ้ มูลข่าวสาร สามารถทาได้รวดเร็วและกว้างไกลไปทัว่ โลก ทาให้สังคมต้องสมั พันธ์กบั เทคโนโลยี การเชื่อมโยงด้านสารสนเทศกับการเผยแผ่พระพุทธศาสนาจึงเป็นเร่ืองสาคัญในการสร้างโ อกาส ทางการเรียนรู้หลักธรรมคาสอนทางพระพุทธศาสนาให้กับผู้คนในสังคม เพ่ือนาแนวทางไปประพฤติ
90 Journal of Yanasangvorn Research Institute Vol.11 No.1 (January – June 2020) ปฏบิ ตั ิ เปน็ ระบบการเรยี นรู้ท่ี เปดิ กวา้ ง ไม่จากดั เวลา สถานที่ และการเผยแผ่พระธรรมคาสอนผ่าน ส่ืออินเทอร์เน็ตยังเข้าถึงผู้คนได้มากท่ีสุด ดังน้ัน การใช้ส่ือและเทคโนโลยีสมัยใหม่เพ่ือการเผยแผ่ พระพุทธศาสนาจึงเป็นการกระบวนการเชิงรุก ในการเข้าถึงและเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้อย่างมี ประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล สอดคล้องและตอบรับกับนโยบายของรัฐบาลในการสร้างแนวทาง พัฒนาประเทศไปสู่การขับเคล่ือนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อวางรากฐานการพัฒนาอยา่ งยั่งยนื ในระยะยาว โดยรูปแบบการเผยแผ่พระพุทธศาสนาด้วยการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ จะไม่มีการ บดิ เบือนพระธรรมคาสอนของ พระพุทธศาสนาตามพระไตรปฎิ กแต่อย่างใด บรรณานุกรม พระครูโสภณวรี านุวตั ร และ เอกมงคล เพช็ รวงษ์. (2561). บทบาทของพระสังฆาธิการ : การ ขับเคล่ือน ไทยแลนด์ 4.0. วารสาร Veridian E-Journal, Silpakorn University, 11(2), 938 – 956. พระครสู นุ ทรประสทิ ธธิ รรม (ประสทิ ธ์ิ ชตุ ินธฺ โร). (2558). กจิ วัตร 10 : กระบวนการฝึกตนใน พระพทุ ธศาสนา.วารสารครศุ าสตรป์ รทิ รรศนฯ์ , 2(2), 101-107. พระมหาปรีชา สาเส็งและคณะ. (2560).ประสิทธผิ ลการเผยแผ่พระพทุ ธศาสนาของพระธรรมทตู อาสาใน 5 จงั หวัดชายแดนภาคใต้.วารสารวจิ ยั และพฒั นา วไลยอลงกรณ์ ในพระบรม ราชูปถัมภ์, 12(3), 23-34. ธรี ะพล มะอาจเลศิ . (2556). การวิเคราะหร์ ปู แบบการนาเสนอและกลยทุ ธ์การส่ือสารในการเผยแผ่ พทุ ธธรรมของพระมหาวุฒิชยั วชริ เมธี (ว.วชิรเมธ)ี : กรณีศึกษาผลงานนิพนธช์ ดุ ธรรม ประยกุ ตส์ าหรบั คนรุน่ ใหม่.วทิ ยานพิ นธ์ ศลิ ปศาสตรมหาบัณฑติ (การสอ่ื สารประยกุ ต์) คณะภาษาและการสื่อสาร สถาบนั บัณฑิตพฒั นบรหิ ารศาสตร์. อดุลย์ วังศรคี ูณ. (2557). การศึกษาไทยในทศวรรษท่ี21: ผลผลติ และแนวทางการพฒั นา.วารสาร มนษุ ยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏพบิ ูลสงคราม, 8(1), 1-17. อภนิ นั ท์ สิรริ ตั นจติ ต์ และ นธี เหมมนั ต.์ (2560). สมรรถนะในการจัดการเรยี นการสอนที่เน้นผเู้ รยี น เป็นสาคญั ของคณาจารย์มหาวทิ ยาลยั หาดใหญ.่ การประชุมหาดใหญ่วชิ าการระดบั ชาติ และนานาชาติ ครงั้ ท่ี 8 มหาวิทยาลัยหาดใหญ.่
Search
Read the Text Version
- 1 - 11
Pages: