Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วารสารโรคเอดส์ ปีที่ 32 ฉบับที่ 3 มิถุนายน-กันยายน 2563

วารสารโรคเอดส์ ปีที่ 32 ฉบับที่ 3 มิถุนายน-กันยายน 2563

Description: เรื่อง ปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ปี 2553-2562 ของกองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
โดย เพ็ญศรี สวัสดิ์เจริญยิ่ง/กองโรคเอดส์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

Keywords: ปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงาน

Search

Read the Text Version

ปท่ี 32 ฉบบั ที่ 3 ม.ิ ย. - ก.ย. 2563 ปจ จยั ท่สี ง ผลตอการดาํ เนนิ งานปอ งกันควบคมุ โรคติดตอ ทางเพศสัมพนั ธ วารสารโรคเอดส ปท่ี 32 ฉบับที่ 3 มิ.ย.-ก.ย. 2563 ป 2553T-h2a5i 6A2IDขSองJกoอurงnโรaคl เVอoดlส3แ2ละNโรoค.3ตดิ Jตunอท-างSเeพpศ2ส0มั พ2นั0ธ นิพนธตปน จ ฉจบัยบั ทีส่ งผลตอ การดาํ เนนิ งานปองกนั ควบคมุ โรคตดิ ตอ ทางเพศOสrมัigพinนัalธA rticle ป 2553-2562 ของกองโรคเอดสและโรคติดตอทางเพศสัมพันธ A STUDY OF FACTORS AFFECTING SEXUALLY TRANSMITTED DISEASES PREVENTION AND CONTROL IMPLEMEMENTED BY THE DIVISION OF AIDS AND STIs DURING 2010-2019 เพญ็ ศรี สวัสด์เิ จรญิ ยง่ิ Pensri Sawadcharoenying กองโรคเอดส และโรคตดิ ตอ ทางเพศสัมพนั ธ Division of AIDS and STIs Received: 20/07/2020 Accepted: 01/09/2020 บทคัดยอ ประเทศไทยมีอัตราปวยโรคติดตอ ทางเพศสมั พนั ธเ พ่มิ ข้นึ ตัง้ แตป  2557-2562 จาก 18.8 เปน 33.8 ตอแสนประชากร การศึกษานี้เพื่อประเมินผลสัมฤทธ์ิและปจจัยที่สงผลตอการปองกันควบคุมโรคติดตอ ทางเพศสัมพันธใ น ป 2553-2562 ใชว ธิ ผี สมโดยทบทวนเอกสาร หลักฐาน รวมถึงเกบ็ ขอ มูลเพ่ิมเติมจากบคุ คล ท่ีเกี่ยวของ วิเคราะหเน้ือหาตามโครงสราง แยกแยะขอมลู ทั้งเชิงปรมิ าณและคุณภาพ นําเสนอสถิติเชิงพรรณนา เรยี บเรยี งเนื้อหา ระบขุ อ คนพบ ตรวจสอบเปรยี บเทยี บ และเสนอขอสรุป พบวา ผลสัมฤทธกิ์ ารดําเนินงานต่ํา โดยมีหลักฐานยืนยันไดจากอัตราปวยที่สูงขึ้นและมีแนวโนมเพ่ิมขึ้น อยางตอเนอ่ื ง อัตราปวยในวยั รนุ มากขน้ึ การปว ยโรคซฟิ ลสิ ในผูสูงอายุ มากกวาครง่ึ เปนซฟิ ล ิสระยะทาย แรงงาน ตางดา วมีอัตราปว ยสูงสดุ เม่อื เทียบกบั ทุกกลุมเสีย่ ง ปจจยั ทีเ่ ปนอปุ สรรค ไดแ ก 1) การปองกนั ควบคมุ โรคติดตอ ทางเพศสัมพันธ ถูกลดความสําคัญ ปรับบทบาท ถายโอนงาน ยุบหนวยงาน และควบรวมงานโรคติดตอ ทางเพศสมั พันธ เขากบั งานเอดสในท่สี ดุ 2) ผมู ารับชวงตอ มอี ายแุ ละประสบการณนอย การถา ยทอดงานใหความ สําคญั กบั โรคเอดส มากกวาโรคตดิ ตอทางเพศสัมพันธ 3) งบประมาณสนับสนนุ จากราชการ และงบประมาณโดย รวมลดลง 4) แผนงานควบคุมโรคติดตอทางเพศสัมพันธไมเขมแข็ง ปจจัยสงเสริมการดําเนินงาน ไดแก 1) งบประมาณสนับสนุนจากองคกรตางประเทศและหนวยงานภายนอก 2) ความเขมแข็งของสํานักงานปองกัน ควบคุมโรค. ที่ยังมีการใหบ ริการตรวจรักษา มคี วามพรอมทง้ั โครงสราง ความรบั ผดิ ชอบ อายแุ ละประสบการณข อง ผปู ฏบิ ตั ิงาน ขอ เสนอแนะสําคัญ 1) กําหนดใหม ีโครงสรางแผนงานปองกันและควบคมุ โรคติดตอ ทางเพศสมั พันธใ น ระดบั ประเทศโดยมผี รู บั ผิดชอบหลกั และทมี งาน พรอ มอตั รากาํ ลงั ทชี่ ัดเจน 2) ทบทวนแผนยุทธศาสตรป อ งกนั และ ควบคุมโรคติดตอทางเพศสัมพันธ พรอมจัดทําแผนปฏิบัติการท่ีชัดเจน และจัดทําขอเสนอเชิงนโยบาย เพ่ือให เกิดการขับเคล่อื นงานในทกุ ระดบั Abstract The situation of the sexually transmitted infections (STIs) increased from 18.8 in 2014 to 33.8 per hundred thousand population in 2019. This study aimed to assess the effectiveness of prevention and control of sexually transmitted diseases in 2010-2019, and study what is facilitating and obstacle factors affecting the implementation of STIs prevention and control in view of the practitioner. This study used mixed 95

Thai AIDS Journal A Study of Factors Affecting Sexually Transmitted Diseases Prevention and Control Implemented by the Division of AIDS and STIs during 2010-2019 Vol 32 No.3 Jun - Sep 2020 methods; reviewing disseminating documents; and using questionnaires and in-depth interviews with relevant key persons. The qualitative data used content analysis and quantitative data used descriptive statistics; frequency, mean and percentage. All content was compiled to examine and compare, as well as identify key findings and conclusions. The results of the study showed that the performance of program implementation was low, whereas the STIs rate was tended to increase continuously. The rate of STIs infection has increased in adolescents, more than half of the elderly with syphilis are in late-stage, and migrant workers are the highest rates of STIs compared to all risk groups. The obstacles factors include: STIs program was judged as low priority as shown by reorganization and transfer STIs tasks to integrate with AIDS, frequently rotated of STIs staff, and the newly recruited staffs still have less experience; the budget allocated for the STIs program was reduced; and STIs program was weakening. The facilitating factors include; there was funding support from outside organizations, especially from the international organizations; and strength of the Regional Office of Disease Prevention and Control that have potential structure and experienced staff to provide STIs services. The recommendation are as follows: establish a National STIs Program structure with the key persons, staff, and adequate resources; and review the STIs prevention and control strategies, design an effective operational plan, and policy recommendations for driving STIs prevention and control program at all levels. คําสําคญั Keywords ปจ จัยที่สงผลตอ การดาํ เนินงาน, ปอ งกนั ควบคุมโรค, Factors affecting operations, Disease control, โรคติดตอทางเพศสัมพันธ Sexually Transmitted Infections บทนํา การดําเนินงานปองกันควบคุมโรคติดตอ ทางเพศสัมพันธ (Sexually Transmitted Infections : ประเทศไทยประสบปญ หาการเพมิ่ ขนึ้ ของอตั รา STIs) มีการดําเนินงานมายาวนานถึง 90 ป นับตัง้ แต ปวยโรคติดตอทางเพศสัมพันธ ในอดีตประเทศไทย ป 2473(1) กรมควบคุมโรค โดยกองโรคเอดส และ มีรายงานการระบาดสูงสุดในป 2529 โดยมีอัตราปวย โรคติดตอทางเพศสัมพันธ มีบทบาทหนาท่ีในการ 7.85 ตอ ประชากรพนั คน(1) ถงึ แมอ ตั ราปว ยลดลงเรอื่ ยๆ เฝา ระวงั ปอ งกนั ควบคมุ โรคตดิ ตอ ทางเพศสมั พนั ธ. และ จนในปจจุบันลดลงเหลือ 33.8 ตอประชากรแสนคน มีการติดตามประเมินผลการดําเนินงานในภาพรวม ส  ง ผ ล ใ ห  ก า ร ส นั บ ส นุ น ป  อ ง กั น ค ว บ คุ ม โ ร ค ติ ด ต  อ เพื่อจะนําผลที่ไดรับมาปรับปรุงนโยบายและแผนการ ทางเพศสัมพันธลดนอยลง อยางไรก็ตามอัตราปวย ดาํ เนินงานในระดบั ประเทศ มี แนวโนมกลับมาสูงขึ้นอยางมากในระยะ 5-10 ป ที่ผานมา โดยจากรายงานการเฝาระวังโรค ของ ในป 2545 เกิดการปฏิรปู ระบบราชการไดม ี กองระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข (รง.506) การยุบกองกามโรคลง และถายโอนภารกิจมาเปน อัตราปว ยต้ังแตป 2557-2562 เพ่มิ ขนึ้ จาก 18.8 เปน สวนหนึ่งของสํานักโรคเอดส วัณโรค และโรคติดตอ 33.8 ตอ แสนประชากร(2) ทางเพศสัมพันธ (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเปน กองโรคเอดส และโรคติดตอทางเพศสัมพันธ กรมควบคุมโรค)(1) 96

ปที่ 32 ฉบับที่ 3 ม.ิ ย. - ก.ย. 2563 ปจ จัยทส่ี งผลตอการดําเนินงานปอ งกันควบคมุ โรคตดิ ตอทางเพศสัมพันธ ป 2553-2562 ของกองโรคเอดสแ ละโรคตดิ ตอทางเพศสมั พนั ธ ป 2555 ปรบั โครงสรา งกรมและหนวยงาน ควบรวมงาน ความตางของแหลงขอมูลสนับสนุนตางๆ เพ่ือแสดง ปองกนั ควบคมุ STIs กบั งานปองกนั โรคเอดส กลมุ STIs ขอสรุปเปนผลสัมฤทธ์ิการดําเนินงาน ปจจัยสงเสริม จงึ ไมมโี ครงสรา งงาน National STIs Program มาจนถงึ ปจจัยอุปสรรคตอการดาํ เนนิ งาน STIs และขอ เสนอแนะ ปจ จุบนั และงบประมาณโดยรวมลดลง(3) การดาํ เนินงานในอนาคต นอกจากน้ยี งั พบวา ชุดสทิ ธปิ ระโยชนป ระชากร โครงสรางเนื้อหา ไทยที่ไมครอบคลุมถึงประชากรเปาหมาย การที่จะ เมื่อเก็บรวบรวมขอมูลในสวนที่ 1-3 นํามา ปองกันโรคติดตอทางเพศสมั พันธ แตใ หสทิ ธปิ ระโยชน ในประชากรทั่วไปโดยคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวี วิเคราะห เนอื้ หา แยกแยะ ขอมูลเปน เชิงปรมิ าณและ เพยี งอยา งเดยี ว ในขณะทีส่ ทิ ธปิ ระโยชนก ารคดั กรองโรค เชงิ คุณภาพ แบงเปน 3 ประเภท ไดแก 1) ผลสมั ฤทธิ์ ซิฟล สิ ใหเ ฉพาะในหญงิ ตั้งครรภ(4) ซง่ึ แมว าจะรกั ษาหาย การปอ งกันควบคมุ โรคตดิ ตอ ทางเพศสมั พนั ธ การศกึ ษา แลวก็อาจจะไปติดกับสามีไดอีก เน่ืองจากไมมีการ น้ีอางอิงผลสมั ฤทธ์ิจากเปาหมายของประเทศไทยที่ระบุ คดั กรองสามดี ว ย นค้ี อื ชอ งวา งเชงิ นโยบายทที่ าํ ใหผ ลการ ใหอ ัตราปวยไมควรเกิน 20 ตอแสนประชากร(5) หาก ดําเนินงานรักษาและปองกันการตดิ ตอทางเพศสัมพันธ ผลการทบทวนพบอัตราปวยสูงกวาเปาหมายจะถือวา ไมดีเทาท่ีควร(6) จากการที่โครงสรางและทรัพยากร ไมบ รรลุผลสัมฤทธิ์ 2) ปจจัยภายในหนวยงาน ไดแ ก ที่เปล่ียนไปของกลุม STIs และชองวางเชิงนโยบาย โครงสรา ง บคุ ลากร งบประมาณ และ นโยบาย/แผน และ ขา งตน อาจจะสงผลทําใหสถานการณการติดเชื้อ หรอื 3) ปจจัยภายนอกหนวยงาน ไดแก การทํางานและ ความชุกของโรคสูงมากขน้ึ นโยบายของเครอื ขาย เชน สาํ นกั งานปองกันควบคมุ โรค (สคร.) สถาบนั ปอ งกันควบคมุ โรคเขตเมือง (สปคม.) การศึกษาคร้ังนี้มีวัตถุประสงค เพ่ือประเมิน สํานักงานหลักประกันสุขภาพแหงชาติ (สปสช.) สมั ฤทธผิ์ ลการปอ งกนั ควบคมุ โรคตดิ ตอ ทางเพศสมั พันธ สถานบรกิ ารสาธารณสขุ กรมอนามยั และกรมสขุ ภาพจติ ในระยะ 10 ป (ป 2553-2562) และเพื่อศกึ ษาปจ จัย ที่สงเสริมและปจ จัยท่ีเปนอุปสรรคสงผลตอการดําเนิน แหลง ขอ มลู ที่ใชใ นการศกึ ษา ประกอบดว ย งานปอ งกนั ควบคมุ โรคตดิ ตอ ทางเพศสมั พนั ธ ในมมุ มอง สวนท่ี 1 ขอมูลทุติยภูมิไดจากการทบทวน ของผูปฏิบัติงานในกองโรคเอดส และโรคติดตอ ทางเพศสมั พันธ เอกสารจากแหลง สาํ คญั ไดแ ก 1.1 เอกสารการดําเนินงานภายในกองโรค วัสดแุ ละวธิ กี ารศกึ ษา เอดสฯ เชน รายงานผลการปฏบิ ัติงานประจําป ขอมูล การศึกษาน้ีเปนการศกึ ษาโดยใชว ธิ ีผสม (mix โครงสรา ง กรอบอตั รากาํ ลงั แผนยทุ ธศาสตรป องกนั และ method) โดยทําการทบทวนเอกสาร หลักฐาน ขอมูล ควบคมุ โรคตดิ ตอ ทางเพศสมั พันธแ หง ชาติ พ.ศ. 2560- เผยแพร รวมถึงเกบ็ ขอมลู เพิม่ เตมิ จากบคุ คลที่เกี่ยวขอ ง 2564 เพือ่ วิเคราะหเน้อื หาแยกแยะปจ จยั ภายใน ไดแก การดาํ เนนิ งานSTIsนาํ มาวเิ คราะหเ นอื้ หา (contentanalysis) โครงสราง บุคลากร งบประมาณ และ นโยบาย/แผน ตามโครงสรา งทก่ี าํ หนด โดยแยกแยะขอ มลู ทงั้ เชงิ ปรมิ าณ และเชิงคุณภาพ วิเคราะหสถิติเพ่ิมเติมโดยใชสถิติ 1.2 ขอมูลจากรายงานเฝาระวังทางระบาด เชิงพรรณนา เชน สดั สว น รอยละ คาเฉลยี่ นาํ เน้ือหามา วิทยา การสาํ รวจสุขภาพทีเ่ กีย่ วขอ ง เชน รายงานเฝา ระวงั เรียบเรียงตามลําดับเหตุการณ แยกเปนปจจัยภายใน โรค 506 ของกองระบาดวทิ ยา เพ่ือหาอัตราปว ย STIs และปจจัยภายนอกหนวยงาน เพื่อประกอบการระบุ จากในอดีตยอนหลัง 10 ป ถึงปจจุบัน เพื่อประเมิน ขอคนพบและตรวจสอบเปรียบเทียบความเหมือนและ สมั ฤทธผิ์ ลการดาํ เนนิ งานปองกนั ควบคุม STIs รายงาน การเฝาระวังโรคเอชไอวีเฉพาะพ้ืนท่ีประเทศไทย 97

Thai AIDS Journal A Study of Factors Affecting Sexually Transmitted Diseases Prevention and Control Implemented by the Division of AIDS and STIs during 2010-2019 Vol 32 No.3 Jun - Sep 2020 (HIV sentinel sero - surveillance : HSS ) เพอื่ วเิ คราะห ทางเพศสมั พนั ธ ในปจจบุ ัน (กามโรค) และงบประมาณ ความรนุ แรงของโรคตามกลมุ ประชากรเส่ยี ง รายงานการ ทีไ่ ดร ับสนบั สนนุ การดาํ เนนิ งาน STIs ยอนหลงั 5 ป เฝาระวังพฤติกรรมท่ีสัมพันธกับการติดเชื้อเอชไอวี (Behavioral Surveillance Survey: BSS) เพอ่ื ตดิ ตาม สว นที่ 3 การสมั ภาษณตวั ตอตัว (face to face สถานการณพฤติกรรมการใชถุงยางอนามัย ของกลุม interview) บุคลากรท่ีรับผิดชอบงาน STIs ท้ังในอดีต ประชากรนักเรียน ม.5 และ ปวช.2 เปนตน และปจ จบุ นั แบงเปน 1.3 ขอมูลทุติยภูมิท่ีสามารถสืบคนไดใน 3.1 สัมภาษณบคุ ลากรภายในกลมุ STIs และ สื่อสาธารณะท่ัวไป เชน ฐานขอมูลวารสารออนไลน กลุมปองกันโรคเอดสที่ยังปฏิบัติงานอยูจํานวน 3 คน ประเทศไทย (TCI-ThaiJO) หองสมุดหนวยงาน อดีตผูรับผิดชอบงานท่ีเกษียณอายุแลวจํานวน 3 คน ทเ่ี กีย่ วขอ ง คลงั ขอ มลู กรมควบคมุ โรค เวบ็ ไซตห นว ยงาน และผูรับผิดชอบงาน STIs ของ สคร. จํานวน 2 คน ที่เก่ียวของและมีความนาเช่ือถือ เชน กรมอนามัย เพ่ือสอบทานความเขาใจในกรณีท่ีผลจากการทบทวน กรมสุขภาพจิต สํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เอกสารในสวนที่ 1 แลว ขอมูลไมช ดั เจน มีความขดั แยง สปสช. เพอื่ ทบทวนหลกั ฐานวชิ าการ ระเบยี บ นโยบาย โดยทําการนัดหมายสัมภาษณในชวงนอกเวลาทําการ ที่เก่ยี วขอ ง ของราชการ หรอื เวลาท่ผี ใู หขอมลู สะดวก สวนที่ 2 แบบสํารวจขอ มลู การดําเนินงาน 3.2 สมั ภาษณผรู บั ผิดชอบงาน STIs ของ สคร. ในสวนภูมิภาค ไดแก สคร. ที่ 1-12 และ สปคม. ทีเ่ ปน ผูตอบแบบสํารวจในสว นท่ี 2 เพ่อื ยนื ยัน สอบทาน รวม 13 แหง โดยใหผูรับผิดชอบหลักงาน STIs ความเขาใจใหชัดเจนมากข้ึน มีผูรับผิดชอบจาก STIs แหงละ 1 คนเปนผูต อบแบบสํารวจ รวมทั้งสิ้นจาํ นวน ของ สคร. จํานวน 4 คน จาก 4 แหง ที่จําเปนตอง 13 คน เน้อื หาครอบคลมุ จํานวนอัตรากําลงั ผูปฏิบัติงาน สมั ภาษณเพิ่มเตมิ โดยทาํ การนดั หมายสัมภาษณใ นชวง ประสบการณทํางาน การใหบริการคลินิกโรคติดตอ นอกเวลาทําการของราชการ กรอบแนวคิด แหลง ขอมลู การวเิ คราะหเ นือ้ หาโดยละเอยี ด การระบขุ อ คน พบที่สําคญั Triangulation ขอ มูลทุตยิ ภูมิ แบบสอบถาม 1 วิเคราะหขอมลู จากแหลง ขอ มลู 1 จากการวเิ คราะหข อมูลระบุ 1 ในการวิเคราะหข อ มูลเปรยี บ สัมภาษณ แตละแหลงอยา งละเอียด การคนพบทีส่ ําคัญสาํ หรับแหลง เทียบ 3 เสาและเปรยี บเทยี บ 2 ขอมลู เชิงคุณภาพนํามารวบรวมสรุป ขอ มูลแตล ะแหลง ความเหมือนและความแตกตาง เปนเอกสาร 2 เรยี งลําดบั การคน พบทสี่ ําคญั ของการคนพบสาํ คญั ทีม่ าจาก 3 ขอ มูลเชิงปรมิ าณรวบรวมในรูปแบบ ตามกรอบการวเิ คราะหป จจัย แหลงขอมลู แตล ะแหลง แผนภมู ิและตาราง ภายในและภายนอก 2 สรุปขอ คนพบท่สี ําคญั ท่ีไดร บั 4 นาํ ขอมลู เชงิ คณุ ภาพและขอมลู เชิง การสนบั สนนุ จากแหลง ขอมลู ปริมาณ มาเรียบเรยี งตามปจจัยทีส่ นใจ มากกวา หนึ่งแหลง - ปจ จัยภายใน ไดแก โครงสราง คน เงนิ แผนฯ - ปจจัยภายนอก ไดแ ก เครอื ขา ย การศึกษาน้ีเปนการดําเนินงานวิจัยจากงาน ดาํ เนนิ ภารกิจประจาํ จึงมิไดข อรับรองจริยธรรมการวจิ ัย ประจาํ ซง่ึ ไดร บั ความเหน็ ชอบใหด าํ เนนิ การจากผบู รหิ าร ในมนษุ ย อยา งไรกต็ ามการศึกษาน้มี กี ารควบคุมการวิจยั หนวยงาน ท้ังน้ีผูใหขอมูลเปนผูมสี ว นเกี่ยวของในการ โดยระมัดระวังความปลอดภัย มีการปกปองความเปน 98

ปท ี่ 32 ฉบบั ที่ 3 มิ.ย. - ก.ย. 2563 ปจ จัยทส่ี งผลตอการดําเนนิ งานปองกันควบคมุ โรคติดตอทางเพศสัมพนั ธ ป 2553-2562 ของกองโรคเอดสแ ละโรคตดิ ตอทางเพศสัมพนั ธ สวนตัว รักษาความลับของผูใหขอมลู และผูถ ูกกลาวถึง ประชากรทั่วไป รอยละ 0.02 ตามลาํ ดับ(6-13) อยา งรดั กุม ขอคนพบ 2) โรคติดตอทางเพศสัมพันธ มแี นวโนม รนุ แรงมากขนึ้ ในกลมุ อายุ 15-24 ป ผลการศกึ ษา จากขอมลู รง. 506 พบอัตราปว ยเพมิ่ ขึ้นใน ผลการศึกษาแบงการทบทวนออกเปน ทุกกลุมอายุ โดยในป 2562 กลุมอายุ 15-24 ป 3 สวนหลัก ตามวตั ถุประสงคก ารศึกษา ไดแ ก สว นท่ี 1 มีอัตราปวยสูงที่สุดคือ 124.6 ตอประชากรแสนคน ผลสั มฤทธ์ิ ของการ ปองกั นคว บคุมโรค ติดตอ รองลงมาคอื กลุมอายุ 25-34 ป, 35-44 ป, มากกวา ทางเพศสัมพันธ ซึ่งพิจารณาจากอัตราปวยและปจจัย 65 ป, 45-54 ป, นอ ยกวา 15 ป และ 55-64 ป โดย สวนบุคคลทสี่ มั พันธก ับอัตราปวย เพอื่ ตอบวตั ถุประสงค มอี ัตราปว ย 51.0, 22.9, 13.7, 12.8, 11.0 และ 9.8 ที่ 1 และสวนท่ี 2-3 ปจ จัยภายในองคกร และปจจัย ตอ ประชากรแสนคน ตามลําดบั (2) ภายนอกองคก ร เพอ่ื ตอบวตั ถปุ ระสงคที่ 2 จาก รง. 506 แสดงใหเ หน็ แนวโนม อตั ราปว ย สว นท่ี 1 ผลสมั ฤทธิข์ องการปองกันควบคมุ ในป 2562 ที่เพ่ิมข้ึนจากอดีตในป 2557 พบวามี โรคติดตอทางเพศสัมพนั ธ แนวโนมเพ่ิมข้ึนทกุ กลมุ อายุ โดยกลุมทเ่ี พมิ่ รนุ แรงท่สี ุด ขอ คนพบ 1) อตั ราปว ย STIs มคี วามรนุ แรง คอื อายุ 15-24 ป อัตราปวยเพมิ่ จาก 54.2 เปน 124.6 มากขึน้ ในระยะ 5 ปท ผี่ า นมา และแตกตา งกนั ในแตล ะ ตอ ประชากรแสนคน คิดเปน 2.30 เทา รองลงมาคือ กลุม เส่ยี ง กลมุ อายุ 25-34 ป, นอยกวา 15 ป, 35-44 ป, มากกวา จากขอมูล รง. 506 พบอัตราปวยโรคติดตอ 65 ป, 55-64 ป และ 45-54 ป โดยมีสดั สวนท่ีเพิม่ ขน้ึ ทางเพศสมั พนั ธใ นป 2553-2557 มอี ตั ราไมแ ตกตา งกนั คิดเปน 2.04, 2.04, 1.55, 1.49, 1.23 และ 1.05 เทา มากนกั แตนับจากป 2557 จนถงึ ป 2562 อัตราปว ย ตามลําดบั (2) มีแนวโนมเพ่ิมขึ้น โดยเพ่ิมขึ้นจาก 18.8 ตอ ประชากร ขอคนพบ 3) วัยรุนในปจจุบันมีพฤติกรรม แสนคน เปน 33.8 ตอ ประชากรแสนคน คดิ เปน 1.8 เทา เสี่ยงและความเขาใจผิดตอการติดโรคติดตอ โรคที่พบปวยมากที่สุดคือ โรคหนองใน อัตราปวย ทางเพศสัมพันธ เพิ่มจาก 10.5 เปน 14.5 ตอประชากรแสนคน คิดเปน จากการสํารวจ BSS ป 2561 พบนักเรยี นสาย 1.4 เทา ในขณะทโ่ี รคซฟิ ล สิ ในป 2557 มีอตั ราปวย อาชีพ (ปวช.2) เคยมเี พศสมั พนั ธร อ ยละ 40-51 สว น เพยี งครงึ่ หนง่ึ ของโรคหนองใน คอื 4.7 ตอ ประชากรแสน นกั เรยี นสายสามญั (ม.5) เคยมีเพศสมั พนั ธร อ ยละ 17- คน กลบั พบแนวโนม เพิ่มขึ้นอยางมากโดยในป 2562 มี 26 อายเุ ฉล่ยี เมอ่ื มเี พศสมั พันธค รงั้ แรก 15 ป สวนหน่ึง อตั ราปว ยถึง 13.8 ตอ ประชากรแสนคน คดิ เปน 2.9 เทา มีเพศสัมพันธกับคนอ่ืนท่ีไมใชแฟนคูรัก สื่อถึงการมี ของอตั ราปว ยในป 2557(2) คูนอนหลายคน และยังพบวารอยละ 1.9-3.4 เคยมี โดยกลมุ เสยี่ งทมี่ คี วามชกุ ซฟิ ล สิ มากทสี่ ดุ ไดแ ก เพศสัมพันธก ับผชู ายดว ยกัน(14) แรงงานตา งดา ว รอ ยละ 8.3 พนกั งานบริการทีเ่ ปน สาว จากการสํารวจ BSS มีขอคําถามเกี่ยวกับ ประเภทสอง (TGSW) รอ ยละ 5 สาวประเภทสอง (TG) พฤตกิ รรมการใชถ งุ ยางอนามยั พบวา มผี ตู อบแบบสาํ รวจ รอ ยละ 4 พนกั งานบริการชาย (MSW) รอ ยละ 3 ชาย ในถงุ ยางอนามยั ทกุ ครง้ั กบั คนู อนประเภทตา งๆ ภาพรวม มีเพศสัมพันธกับชาย (MSM) รอยละ 2.8 ผูใชยา ตํ่ากวารอ ยละ 60(14) โดยในการมเี พศสมั พันธครั้งลา สุด เสพตดิ ชนดิ ฉดี (PWID) รอ ยละ 1.5 พนกั งานบรกิ ารหญงิ พบวานกั เรียนทุกกลุม มีอัตราการใชถุงยางกับแฟนหรอื (FSW) รอยละ 1.4 ผูต องขัง รอยละ 0.45 ในขณะท่ี คนรักตํ่าทส่ี ุด เม่ือเทียบกับการมเี พศสมั พันธกับคูนอน หญิงตงั้ ครรภม อี ัตราตรวจพบซิฟลสิ รอ ยละ 0.42 และ ประเภทอืน่ ๆ(14) 99

Thai AIDS Journal A Study of Factors Affecting Sexually Transmitted Diseases Prevention and Control Implemented by the Division of AIDS and STIs during 2010-2019 Vol 32 No.3 Jun - Sep 2020 จากการทบทวนวรรณกรรม พบวาพฤตกิ รรม พนมสารคาม จังหวดั ฉะเชิงเทรา อาํ เภอปากชอ ง จังหวดั การใสถ ุงยางอนามัยที่นอ ยลงสว นหนงึ่ เกิดจากความเชื่อ นครราชสีมา และ จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัด ที่ผิด “คนสวนใหญเขาใจวา โรคติดตอทางเพศสัมพันธ นครพนม(1) น้ันมีอยูในเฉพาะผูใหบริการทางเพศเทานั้น และ ตราบใดที่ไมไดมีเพศสัมพันธผานการซ้ือบริการ ก็ไม ป 2510-2515 มีแผนระดับชาติดานการ จําเปนจะตองปองกัน”(15) และ “เช่ือวาการติดโรคจะ ควบคุมกามโรค โดยบรรจุไวในแผนพัฒนาเศรษฐกิจ เกดิ ตอ เมื่อมกี ารหลงั่ นํา้ อสจุ เิ ทา นน้ั จงึ สวมถุงยางอนามยั และสังคมแหงชาติต้ังแตฉบับที่ 2 รวมถึงมีแผน เมื่อใกลจ ะหลั่งนํา้ อสุจิ แตโรค STIs จะตดิ ตอไดทันที ระดับกรม กําหนดระยะเวลาดาํ เนินการในแผน 15 ป เมือ่ สอดใสโ ดยไมส วมถุงยางอนามัย”(16) โดยในป 2510 มกี ารจัดตั้งศูนยควบคมุ กามโรคระดับ ภมู ภิ าค ใน 4 จงั หวดั และขยายครบทุกเขต จาํ นวน 9 ขอ คน พบ 4) ผสู งู อายปุ ว ยดว ยโรคซฟิ ล สิ ระบบ เขต ในป 2515(1) ประสาท (Neurosyphilis) สงู ข้ึน ป 2524 จัดตั้งอาสาสมัครตอตานกามโรค จาก รง. 506 พบอัตราปว ยในกลมุ อายมุ ากกวา (อสกร.)(1) 65 ป มีแนวโนม สงู ข้ึนต้ังแตป  2558 เปน ตน มา โดยมี อัตราปวยเพม่ิ จาก 8.5 เปน 13.7 ตอ ประชากรแสนคน ป 2526 เกิดการแพรข องการตดิ เชอื้ เอชไอวี ในป 2562 คิดเปน 1.6 เทา ในชว งเวลาเพยี ง 4 ป( 2) (HIV) ทั่วโลกและในประเทศไทย มอี ัตราปวยเพ่ิมขน้ึ เม่อื พิจารณาสดั สวนการปว ยดวยซฟิ ลสิ ระยะตางๆ จาก และกองกามโรคไดร บั มอบหมายใหด แู ลงานปอ งกนั และ ขอมูล Health Data Center (HDC) ป 2561 แสดงให ควบคมุ โรคเอดสใ นระดบั ประเทศ(1) เห็นผูสูงอายุมากกวาคร่ึงตรวจพบซิฟลิสในระยะทาย รวมถงึ ปว ยเปน ซฟิ ล สิ ระบบประสาทแลว เกดิ การเสยี หาย ป 2534 กระทรวงสาธารณสุข กําหนดใหม ี ของอวยั วะภายในและเส่ยี งตอการเสียชวี ติ (9) การดําเนินการควบคุมกามโรคครอบคลุมทุกจังหวัด(1) และใหทุกจังหวัดเรงรัดดําเนินโครงการถุงยางอนามัย สวนท่ี 2 ปจจยั ภายในองคกร 100%(17) 2.1) โครงสรา ง ขอคนพบ 5) ในอดีตการทํางานมีแผน ป 2534-2538 มีนโยบายเรง รัดการควบคุม นโยบายชัดเจน และกําหนดหนวยงานรับผิดชอบ โรคเอดส โดยจัดต้งั หนวยงานกามโรคและโรคเอดสใน ในทกุ ระดบั ตง้ั แตร ะดบั ประเทศ ภาค เขต จังหวดั อําเภอ อําเภอทีม่ ีปญหาโสเภณี 507 อําเภอ(1) และชมุ ชน จากรายงานการปฏิบัติงานควบคุมโรคติดตอ ขอคนพบ 6) มีการถายโอนภารกิจจาก ทางเพศสัมพนั ธ ป 2552(1) มีเนอ้ื หาสรปุ ความเปนมา หนวยงานสว นกลาง ไปสูห นว ยงานสว นภมู ิภาค การปฏิบัติงานจากในอดีต สามารถไลเรียงตามลําดับ การเกิดเหตกุ ารณ ดงั น้ี ป 2525 มีการถายโอนงานหนวยกามโรค ป 2490 งานควบคุมกามโรคขยายจาก จงั หวัด จากสงั กัดกรมควบคมุ โรคติดตอ ไปสสู าํ นกั งาน สว นกลางไปยงั สว นภมู ภิ าคเปน ครง้ั แรก ในเขตภาคเหนอื สาธารณสุขจังหวัด สังกัดสํานักงานปลัดกระทรวง 2 จังหวดั ไดแก ลาํ ปาง และนครสวรรค(1) สาธารณสขุ (1) ป 2505 เกิดสงครามอินโดจีน 2 (สงคราม เวียดนาม) มีอัตราปวยเพิ่มขึน้ จากการเขามาของทหาร ป 2531 โอนงานศูนยกามโรคเขต จาก ตางชาติ จึงไดจัดต้ังหนวยควบคุมกามโรคขึ้นท่ีอําเภอ กองกามโรค ไปสาํ นกั งานควบคมุ โรคตดิ ตอ เขต ซง่ึ มีการ เพม่ิ จาก 9 เปน 12 เขต ต้งั แตป 2528 เปนตนมา(1) 100 ป 2540-2544 ปรับลดบทบาทกองกามโรค ใหม บี ทบาทในดา นพัฒนางานและสนับสนุนทางวิชาการ โรคติดตอ ในขณะที่สํานักงานควบคุมโรคติดตอเขต และจังหวัด รับผิดชอบงานเพ่ิมข้ึนในการสนับสนุน

ปท ี่ 32 ฉบับท่ี 3 มิ.ย. - ก.ย. 2563 ปจ จยั ทีส่ งผลตอ การดําเนนิ งานปอ งกนั ควบคมุ โรคตดิ ตอทางเพศสัมพันธ ป 2553-2562 ของกองโรคเอดสและโรคตดิ ตอทางเพศสมั พนั ธ การดาํ เนนิ งานปอ งกนั และควบคมุ โรคตดิ ตอ สว นภมู ภิ าค กลมุ งานระบาด (National STIs program) เดิมมี 6 งาน และทอ งถน่ิ (1) ปรบั เหลอื 2 งาน คือ 1) งานแผนฯ ปรับช่อื เปน กลมุ งานสนับสนุนสงเสริมการวิจัยและติดตามประเมินผล ขอมลู จากการสมั ภาษณ อดตี ผูรบั ผดิ ชอบงาน 2) งานเฝาระวงั โรค ปรบั ชื่อเปน กลมุ พัฒนารปู แบบการ พบวา นอกจากมกี ารถา ยโอนงานหนว ยกามโรคแลว มกี าร ควบคมุ โรค และยงั ปฏบิ ตั งิ านอยู ณ ทตี่ ง้ั ของกองกามโรค ยบุ หนวยกามโรค ในเขตพนื้ ทกี่ รงุ เทพมหานคร ในสงั กดั เดมิ ไดใชโ ครงสรา งน้จี นถึงป 2554 กองกามโรคลง เพือ่ ใหส าํ นักอนามยั กรงุ เทพมหานคร รบั ไปดาํ เนนิ งานตอ โดยมเี นอ้ื หาการสมั ภาษณ “ประมาณ ป 2555 ปรับโครงสรา งกรมควบคมุ โรค และ ป 2544 ไดม กี ารยุบหนวยกามโรคใหก รุงเทพมหานคร ภายในสาํ นกั โรคเอดสฯ ยบุ งาน National STIs program ไดแก หนวยกามโรคทาเรือ บานชวี ี ภาษีเจริญ ปน เกลา และกลุม พัฒนาพฤติกรรม ตองไปรวมกับงานอื่นๆ ท่ี นางเลง้ิ วชริ ะ ยกเวนหนวยกามโรคบางเขน โดยโอนงาน สํานักโรคเอดสฯ ที่ต้ังอยูในกระทรวงสาธารณสุข ใหเปน บทบาทของ สาํ นักอนามยั กรุงเทพฯ” กลมุ พัฒนาพฤติกรรม ยายมาบางสว น ที่เหลอื ยงั ปฏบิ ตั ิ งานอยทู ่กี ลมุ STIs สว นแผนงานปองกนั และควบคุมโรค ขอ คนพบ 7) บทบาท หนา ท่ี โครงสรา งของ ติดตอทางเพศสมั พันธระดับประเทศ (National STIs แผนงานปองกันและควบคมุ โรคติดตอทางเพศสัมพันธ program) ถูกควบรวมกับงานเอดส และไมม ีโครงสรา ง ระดับประเทศ (National STIs Program) หายไป งาน National STIs program มาจนถึงปจจุบัน กลมุ STIs ภายหลังจากการปฏริ ปู ระบบราชการ จึงเหลอื เฉพาะงานบรกิ าร(3) กอ นป 2545 โครงสรา งของงาน STIs ยังเปน ในป 2561 ไดแตงต้ังคณะทํางาน พัฒนา กองกามโรค ประกอบดวย 1) กลุมงานคลินิกบริการ ระบบดูแล รักษา ปองกัน และเฝาระวัง โรคติดตอ รักษาผูปวย STIs 2) กลุมงานชนั สตู รโรค 3) กลมุ งาน ทางเพศสมั พนั ธ เพอื่ เสรมิ ความเขม แขง็ ของการดาํ เนนิ งาน เภสัชกรรม 4) กลมุ งานฝก อบรมและเผยแพร และ 5) STIs โดยเฉพาะ แตข าดความตอ เนือ่ งของการดาํ เนนิ งาน กลมุ งานระบาด เปนงานหลกั ท่ดี าํ เนนิ งาน National STIs เนอื่ งจากผรู ับผิดชอบหลกั มีการโยกยา ยงาน(18) Program ขอ มูลจากการสัมภาษณ อดตี ผูรบั ผิดชอบงาน ใหขอมูลโครงสรางของกลุมงานระบาดประกอบดวย 2.2) บคุ ลากร งานยอย 6 งาน โดยมีเนอ้ื หาการสัมภาษณ “กลุม งาน ขอคนพบ 8) จํานวนผูรับผิดชอบงานโรค ระบาด ขณะน้ันมี 1.งานแผนและติดตามประเมินผล ติดตอทางเพศสัมพันธลดลงอยางมาก จนสุดทายควบ 2.งานเฝา ระวังโรค 3. งานควบคมุ แหลง แพรโ รค 4.งาน รวมผรู บั ผิดชอบกับงานเอดส ขอ มลู 5.งานตดิ ตามผสู มั ผสั โรค 6.เวชระเบียน” รวม 27 ในอดีตจนถึงป 2545 มีจํานวนบุคลากร อัตรา ท่ีรบั ผิดชอบ National STIs Program จํานวน 27 อัตรา รับผิดชอบ 6 งาน และลดลงเรอ่ื ย ๆ โดยในป 2553 ป 2545 จากการปฏิรูประบบราชการ โดย เหลือจํานวนบุคลากร 14 อัตรา รับผิดชอบ 2 งาน ยุบรวมกองโรคเอดส กองวัณโรค และกองกามโรค เปน (กลุมงานสนับสนุนฯ กลุมพัฒนารูปแบบการควบคุม สาํ นักโรคเอดส วัณโรค และโรคติดตอทางเพศสัมพันธ โรค) และ กลุมพฒั นาพฤติกรรม 6 อตั รา โดยมโี ครงสรางภายในเปน กลุมโรคเอดส กลุมวัณโรค ป 2555 เกิดการปรับโครงสรางกรมควบคุม และกลุม โรคติดตอ ทางเพศสัมพนั ธ โครงสราง ป 2545 โรค และภายในสาํ นักโรคเอดสฯ งาน National STIs คงเหลอื งานบรกิ าร ประกอบดวย 1) กลมุ งานคลนิ ิก 2) program ตองไปรวมกับงานอืน่ ๆของสาํ นกั โรคเอดสฯ กลุมงานชันสูตรโรค 3) กลุม งานเภสัชกรรม โครงสรา ง โดยกลุมงานสนับสนุนฯ ควบรวมกับกลุมยุทธศาสตร ยังคงเดิม เพียงลดอัตรากําลังแตไมมาก กลุมงานฝก กลุมพัฒนารูปแบบการควบคุมโรค ควบรวมกับ อบรมและเผยแพร ปรับช่ือเปน กลมุ พัฒนาพฤติกรรม 101

Thai AIDS Journal A Study of Factors Affecting Sexually Transmitted Diseases Prevention and Control Implemented by the Division of AIDS and STIs during 2010-2019 Vol 32 No.3 Jun - Sep 2020 กลมุ ปอ งกนั โรคเอดส สว นกลมุ พัฒนาพฤติกรรม ยายมา หัวหนาทีม ไดรับการแตง ตง้ั ใหดาํ รงตําแหนงสูงข้ึนและ เฉพาะนักสังคมสงเคราะห 1 คน คงเหลือนักวิชาการ ไปรบั ราชการทห่ี นว ยงานอื่น ควบคมุ โรค 2 คน และเจาพนกั งานควบคุมโรค 3 คน ท่ียังปฏิบัติงานอยูที่กลุม STIs ภายหลังตําแหนง 2.3) งบประมาณ เจาพนักงานควบคุมโรคท้งั 3 อัตรา ไมมใี นโครงสราง ขอคนพบ 11) ป 2557-2561 เงินงบ เพราะเปนตําแหนง ท่ีมาชว ยราชการ ประมาณที่ไดร ับในภาพรวมลดลง เงนิ งบประมาณทไี่ ดร บั จดั สรรในภาพรวมลดลง ขอ คน พบ 9) ในปจ จบุ นั นกั วชิ าการสาธารณสขุ ตั้งแตป 2557-2561 จาก 43.11-32.05 ลานบาท ท่ีชวยงานโรคติดตอทางเพศสัมพันธมีจํานวนและ ลดลงรอยละ 25.65 เงินงบประมาณที่กลุม STIs ประสบการณท ํางานนอย ไดร บั ลดลง ป 2559-2561 เทา กบั 8.13 - 4.74 ลา นบาท ลดลงรอ ยละ 41.69 ตง้ั แตป  2555 งานปองกนั STIs ขอมูลจากงานการเจาหนาที่ กองโรคเอดสฯ ไดควบรวมกับงานปองกันโรคเอดส งบประมาณที่ พบวาปจจุบันมีจํานวนนักวิชาการสาธารณสุขทั้งส้ิน กลุมปอ งกันโรคเอดสไดรับจึงใชสาํ หรับปองกันควบคมุ 40 คน มคี นที่อายุงานนอ ยกวาหรือเทา กับ 5 ป จาํ นวน STIs ดวย งบประมาณที่กลุมปองกันโรคเอดสไดรับ 26 คน คิดเปนรอยละ 65 และผูท ่ีมีอายุงานมากกวา ลดลง ตั้งแตป  2559-2561 เทากับ 2.02 - 1.4 ลาน 5 ป รอ ยละ 35 คิดเปน สดั สว น 2 : 1 ซงึ่ ในจาํ นวน 40 บาท ลดลงรอ ยละ 30.69 (แผนภมู ทิ ี่ 1) คน มนี ักวชิ าการสาธารณสุขของกลมุ STIs 2 คน เปน ขอ คน พบ 12) เงนิ นอกงบประมาณมแี นวโนม ผูมีประสบการณทํางานนอย โดยมีอายุงานนบั ถึงเดอื น ลดลง สงิ หาคม 2563 เพียง 1 ป 9 เดอื น และ 1 ป 5 เดือน เงินนอกงบประมาณ ในภาพรวมมีแนวโนม ลดลง ตง้ั แต ป 2555-2558 เทา กบั 158-92.26 ลา นบาท ขอคนพบ 10) มีความพยายามสรางความ ลดลงรอ ยละ 41.60 เงนิ นอกงบประมาณไดรบั สนบั สนุน เขมแข็ง ใหแ ก งานโรคติดตอทางเพศสัมพันธ แตไม จากกองทนุ โลก (Global Fund : GF) มากที่สดุ ลาํ ดบั ท่ี ตอเนอื่ ง 2 ศูนยความรวมมือไทย-สหรัฐดานสาธารณสุข (Thailand MoPH-US CDC Collaboration: TUC) ในป 2561 ผูบริหารกรมควบคมุ โรคใหความ ลาํ ดบั ท่ี 3 สปสช. รอ ยละ 46.18 35.79 และ 11.12 สําคัญกบั การดําเนินงานปองกนั ควบคุม STIs ไดแ ตง ตง้ั ตามลาํ ดบั GF เร่มิ ลดจํานวนสนับสนนุ ตัง้ แต ป 2555 ผรู บั ผดิ ชอบหลกั และคณะทาํ งาน พฒั นาระบบดแู ลรกั ษา -2558 เทา กับ 98.32, 69.62, 52.31 และ 22.46 ลา น ปองกัน และเฝาระวัง STIs เพ่ือเสริมความเขมแข็ง บาท ลดลงรอยละ 77.15 ทําใหง บประมาณในภาพรวม ของการดาํ เนินงาน STIs โดยเฉพาะ มกี ารกําหนดแผน ลดลงมาก สวน TUC ใหการสนบั สนุนเพิ่มข้ึน ตั้งแต งานพัฒนาระบบบรกิ ารควบคุม ปองกันและดูแลรกั ษา ป 2555-2559 เทา กับ 20.85, 24.82, 27.93, 44.38 STIs อยา งชัดเจน และ 49.21 ลา นบาท เพมิ่ ข้ึน 1.3 เทาตัว งบประมาณ จาก สปสช. ลดจํานวนสนับสนนุ ต้ังแต ป 2556-2559 ป 2562 เพยี งปเ ดยี ว สามารถระบุชองวา งการ และไมมีการสนับสนุนอีกเลย กลุมปองกันโรคเอดส ดาํ เนนิ งาน ทราบปญ หา อปุ สรรค ตลอดจนวางแผนแกไ ข ไดรับงบประมาณลดลงตัง้ แต ป 2557-2560 เทากับ การดําเนินงานอยางเปนรูปธรรม เชน ประเมินความ 62.2 - 25.85 ลา นบาท ลดลงรอ ยละ 58.44 กลุม STIs พรอ มของหนว ยบรกิ าร พฒั นาระบบตดิ ตามการคดั กรอง ไดรบั ลดลงตงั้ แต ป 2557-2562 เทา กบั 10.55 - 1.71 โรคติดตอทางเพศสัมพันธในประชากรกลุมเสี่ยง ลา นบาท ลดลงรอ ยละ 83.79 (แผนภูมิท่ี 2) ลงพ้ืนที่ตรวจสอบขอมูลการรายงานซิฟลิสแตกําเนิด บูรณาการงานสรางเสริมความรอบรูดานเอชไอวี และ โรคตดิ ตอทางเพศสัมพันธ (HIV & STIs literacy) (18) แตทวาคณะทํางานดําเนนิ งานไดเพียงหนึ่งป เนื่องจาก 102

ปที่ 32 ฉบับที่ 3 มิ.ย. - ก.ย. 2563 ปจ จยั ทสี่ งผลตอการดาํ เนินงานปอ งกนั ควบคมุ โรคตดิ ตอ ทางเพศสมั พันธ ป 2553-2562 ของกองโรคเอดสและโรคตดิ ตอ ทางเพศสัมพนั ธ แผนภมู ิท่ี 1 เงนิ งบประมาณกองโรคเอดสฯ ป พ.ศ. 2553-2562 จําแนกรายกลมุ ท่ีมา: รายงานผลการดําเนนิ งานกองโรคเอดส ป 2553-2562 แผนภูมิที่ 2 เงินนอกงบประมาณกองโรคเอดสฯ ป พ.ศ. 2553-2562 จาํ แนกรายกลุม ทม่ี า: รายงานผลการดําเนนิ งานกองโรคเอดสฯ ป 2553-2562 สาํ หรับงานบรกิ าร และการพฒั นาคณุ ภาพสถานบรกิ าร ขอคนพบ 13) การปองกันควบคุมโรคใน สารณสุขฯ สวนงบประมาณที่กลุมปอ งกันโรคเอดสได กลุมเยาวชนไมสามารถดําเนินไดค รอบครอบคลมุ พื้นที่ รับใชสําหรับการปองกันควบคุมโรคในกลุมเยาวชน ทว่ั ประเทศ มีการดําเนินงานตอเน่ืองตั้งแต ป 2558-2562 เปน ขอมูลจากรายงานผลการดําเนินงานของกอง การทํางานในชุมชน งบประมาณไดรับไมมาก จึงทํา โรคเอดสฯ กลุม STIs งบประมาณที่ไดรับสวนใหญ เปนการพัฒนารูปแบบการดําเนินงานในพ้ืนท่ีนํารอง 103

Thai AIDS Journal A Study of Factors Affecting Sexually Transmitted Diseases Prevention and Control Implemented by the Division of AIDS and STIs during 2010-2019 Vol 32 No.3 Jun - Sep 2020 1-2 จงั หวัด เชน ป 2559 ทาํ ในพืน้ ที่ อุดรธานี และ ทีมงานในพืน้ ท่เี อง จะไดมคี วามยั่งยืน” “สคร. เปนคน ฉะเชงิ เทราป2560ทาํ ที่พระนครศรอี ยธุ ยานครศรธี รรมราช เลือกพนื้ ท่ี เปน รพ.ปากพนงั ๆ ก็ไปเลือกทองถนิ่ ท่ี เปน เปน ตน ปญหา เลอื ก อบต.ไหนท่ีเยาวชนมีปญ หาบาง เลอื กมา 4 อบต.แลว เขาไปทาํ กจิ กรรมเชงิ รกุ ใหค วามรูในพนื้ ทเ่ี ขาเอง” จากการสมั ภาษณบคุ ลากรของกองโรคเอดสฯ พบวา การทาํ งานขางตนมีการตดิ ตามประเมินผลในชวง ขอ มลู จากการสมั ภาษณ บุคลากรของกองโรค ปลายป มกี ารเชญิ สคร. และ สสจ. เปน ทมี รว มการตดิ ตาม เอดสฯ พบวา ชวง ป 2557-2559 กระทรวงสาธารณสขุ โดยใหห นว ยงานท่เี ปน กลมุ เปา หมาย สรปุ การทาํ งานของ มีนโยบายการดําเนินงานในกลุมวัยตางๆ และใหมี แตละหนวยงาน เพ่ือแลกเปล่ียนเรียนรูซ่ึงกันและกัน การบูรณาการระหวางกรมท่ีเกี่ยวของ กลุมวัยรุน สรุปบทเรียนและขอเสนอแนะในการทํางานในปถัดไป รับผิดชอบโดยกรมควบคุมโรค กรมอนามัย และ โดยมเี นือ้ หาการสมั ภาษณ “มีติดตาม เอา สคร. สสจ. กรมสขุ ภาพจติ มกี ารจดั ทําแผนบรู ณาการทาํ งานรว มกัน ไปดวย” “ปลายป สรปุ ของพ้ืนที่ เพราะแตละที่ เชน ไดรับงบประมาณสนับสนุนแตจํานวนไมมาก จึงทําได นครศรฯี ทํากบั หลาย อบต. 4 แหง จัดประชมุ เพือ่ ให เพยี ง 4 จงั หวดั โดยมีเน้ือหาการสัมภาษณ “เรื่องวยั รนุ อบต.มาแลกเปลย่ี นกัน วา แตล ะ อบต. ทาํ อะไรกับวัยรุน เราทาํ แผนบรู ณาการ ขน้ึ ไปมงี บกระทรวงมาชว ย สนบั สนนุ ในพ้ืนท่ี” “แลวจัดประชุมสรุปบทเรียนกัน เพ่ือท่ีจะ แตไมมาก งบฯ ในภาพกรมเปนลาน แบง เอดส ถา ยทอดองคค วามรู แลกเปลย่ี นปญ หาอุปสรรค ขอ เสนอ แอลกอฮอล บหุ ร่ี ภาพกรมมี 3 กอง เราไดป ระมาณ 8-9 แนะในการทํางานตอไป” แสนบาท ทดลองแค 4 พื้นที่ มี นครศรีธรรมราช อดุ รธานี ฉะเชิงเทรา อยธุ ยา” (แผนภมู ิท่ี 3) ขอมูลจากการสัมภาษณ บุคลากรของกอง โรคเอดสฯ พบวา มีการถายทอดความรูโดยการจัด ขอคน พบ 14) การดําเนนิ งานไมตอเนอ่ื งใน ประชมุ โดยเชิญกลุม เปา หมายไดแก อบต. วัยรุน เนื้อหา บางกลมุ เปา หมาย การถา ยทอดความรู เกย่ี วกับการทํางานของกรมอนามยั กรมสุขภาพจิต กรมควบคุมโรค โดยมีเน้ือหาการ เงินงบประมาณ ขอมูลจากรายงานผลการ สัมภาษณ “ถายทอดฯ ผา นการประชมุ สรปุ บทเรียน ดาํ เนินงานของกองโรคเอดสฯ กลมุ ชายท่ีมีเพศสัมพนั ธ แลกเปลยี่ นเรียนรูก นั ” “ใหความรู 2 วัน จัดประชมุ แลว กบั ชาย (MSM) สาวประเภทสอง (TG) ดาํ เนนิ การ ป เชิญกลุมเปาหมาย เชิญ อบต. เชิญวัยรุนดวย เชิญ 2556-2557 เปนการจัดทํามาตรฐานการดําเนินงาน กรมอนามัย กรมสุขภาพจิต กรมควบคุมโรค ลงไป กลุมพนกั งานบรกิ ารหญงิ (FSW) ดําเนินงาน ป 2555 ใหร ายละเอียดการทํางานของ 3 กรมใหก ับพน้ื ที”่ และ 2558 เปนการพัฒนาศักยภาพของเครือขายการ ทํางานในการปองกันการติดเช้ือเอชไอวี และการดูแล ขอมูลจากการสัมภาษณ บุคลากรของกอง รกั ษาในกลมุ พนกั งานบรกิ ารหญิง กลมุ ผูตองขังดําเนิน โรคเอดสฯ พบวา กอ นการเรม่ิ ดาํ เนนิ งานจะมกี ารประชมุ งาน ป 2557-2558 เปนการตดิ ตามความกาวหนา ของ จัดทํากรอบแนวคิดในการทาํ งานรว มกันกอ น แลว สคร. การนําแนวปฏบิ ัติการเฝาระวังปองกนั ควบคุมโรค และ จะเลอื กพนื้ ที่ เชน สคร. ที่ 11 เลอื ก โรงพยาบาลปากพนงั ภยั สขุ ภาพในเรอื นจาํ ไปใช และคดั กรองการติดเชื้อ HIV รพ.ก็จะไปเลือกพื้นที่ที่มีปญหาเรื่องวัยรุนเปนพื้นท่ี และ STIs และป 2562 เปนการคดั กรอง STIs การ ดําเนินงาน ซ่ึงพื้นท่ีท่ีถูกเลือกจะรวมกันออกแบบ ติดเช้ือ HIV และไวรัสตับอักเสบซี การสงเสรมิ การใช กิจกรรมการดําเนินงานเองเพื่อจะไดมีความยั่งยืนใน ถุงยางอนามยั ดาํ เนินงาน ป 2555 และ2559 (แผนภมู ิ การดําเนินงาน โดยมีเนื้อหาการสัมภาษณ “เหมือน ท่ี 3) มีประชุมทํากรอบดวยกันกอน ทํากรอบแนวคิดใน การทาํ งาน แลว เคา ไปเลอื กพนื้ ที่ ออกแบบกจิ กรรม สรา ง ขอคนพบ 15) เงินนอกงบประมาณท่ีไดรับ เพื่อการดําเนินงานปองกันควบคุมโรคในกลุมวัยรุน 104

ปท ี่ 32 ฉบบั ที่ 3 มิ.ย. - ก.ย. 2563 ปจ จัยท่ีสง ผลตอการดาํ เนนิ งานปองกนั ควบคมุ โรคตดิ ตอทางเพศสัมพันธ ป 2553-2562 ของกองโรคเอดสแ ละโรคตดิ ตอ ทางเพศสัมพนั ธ ลดลง ทั้งกลุมเปาหมายอ่ืนไดรับงบฯดําเนินงานไม ป 2560-2562 ดาํ เนินงานเรอื่ ง การปองกันการติดเชือ้ ตอเน่อื ง กอ นการสมั ผสั (Pre-ExposureProphylaxis:PrEP) ใน กลมุ ชายมเี พศสัมพนั ธกับชาย (MSM) (แผนภมู ิที่ 4) เงินนอกงบประมาณ ป 2553-2557 เปน งบประมาณสําหรับการปองกันควบคุมโรคในกลุมเปา การทํางานปองกันโรคเอดส ปรับแนวทางการ หมายตางๆ โดยเฉพาะกลมุ เยาวชน เพอื่ ขับเคล่อื นงาน ดาํ เนนิ งานเปน 1) การรกั ษาเสมอื นการปองกนั (Treat- ในสถานศึกษา การจัดระบบบริการสุขภาวะทางเพศที่ ment as Prevention:TasP) เน่อื งจากการสรา งตวั แบบ เปนมิตรสําหรบั เยาวชน กลุมชายมีเพศสัมพันธกับชาย เชิงคณิตศาสตร (Mathematical model) สําหรับ (MSM) กลุมพนักงานบรกิ ารหญิง (FSW) งบทไ่ี ดร บั ประเทศไทย พบวา การเพ่ิมการเขาถึงการตรวจเลอื ด มีแนวโนมลดลงและไมมีงบประมาณดําเนินงานอีกเลย ใหไ ดถึง รอยละ 90 ในกลุมประชากรสําคญั ไดแ ก ชายมี ต้ังแตป 2558-2562 เนื่องจากแหลงทุนเปล่ียน เพศสมั พนั ธก บั ชาย (MSM) พนกั งานบรกิ าร (SW) และ กลมุ เปา หมายทใ่ี หก ารสนบั สนนุ เปน กลมุ key population ผูใชยาเสพติดชนิดฉีด (PWID) รวมกับการใหยา ชายมีเพศสัมพันธกับชาย (MSM) สาวประเภทสอง ตานเอชไอวีทันทีแกผูติดเชื้อในกลุมประชากรน้ี โดย (TG) พนกั งานบรกิ ารชาย (MSW) พนกั งานบรกิ ารหญงิ ไมคํานึงถึง CD4 จะชวยใหประเทศไทยสามารถลด (FSW) และผูใชยาเสพติดชนิดฉีด (PWID) และมี จํานวนผตู ดิ เชอ้ื เอชไอวรี ายใหมล งไปไดถึง 2 ใน 3 จาก การดําเนินงานในกลุมอนื่ ๆ แตไมตอเนือ่ ง เชน กลุม ที่คาดประมาณไว ซึ่งการดําเนินงานที่สําคัญของ ผูต องขงั ดําเนินงานป 2555 กลุมพนกั งานบรกิ ารหญิง การรักษาเสมือนการปองกัน (TasP) ไดแก 1) การ (FSW) ดําเนินงานป 2557 และการสงเสริมการใช สงเสริมการเขาถึงการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี ถงุ ยางอนามยั ดาํ เนนิ งาน ป 2556-2559 (แผนภมู ทิ ่ี 4) เพ่ือทําใหทราบสถานะการติดเช้ือของตนเองโดยเรว็ ให มากท่ีสุด 2) การเริ่มยาตานเอชไอวี ใหกับผูที่ตรวจ จากการสมั ภาษณ บุคลากรของกองโรคเอดสฯ พบวาติดเช้ือเอชไอวี ประเทศไทยไดมีนโยบายให พบวา การปองกันควบคุมโรคในกลุมวัยรุนไดรับ ผูต ิดเช้ือสามารถเขาถึงการรักษาดวยยาตานเอชไอวีได การสนับสนุน งบประมาณจากองคกรตา งประเทศชวง ทนั ทีเมอ่ื มีการตรวจพบวาตดิ เชื้อเอชไอวี ต้งั แตป พ.ศ. ป 2548-2552 แตหลังจากนั้นไมไ ดร บั การสนบั สนุน 2557 (19) เนื่องจากขณะนั้นกลุม key population มีอัตราการ ติดเช้ือสูง แหลงงบประมาณจากองคกรตางประเทศ 2) การปองกันการติดเชื้อกอนการสัมผัส จึงเปลี่ยนกลุมเปาหมายในการสนบั สนุนเปนกลุม key (Pre-ExposureProphylaxis: PrEP) มีหลักฐานวามี population โดยมเี นอ้ื หาการสมั ภาษณ “ไดง บนอกทาํ งาน ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล ใ น ก า ร ป  อ ง กั น ก า ร ติ ด เ ชื้ อ เ อ ช ไ อ วี ใ น วัยรนุ ประมาณป 2548-2552 งบประมาณ 5 ป เหตผุ ล กลุมประชากรตางๆ โดยการกินยา TDF/FTC ทุกวัน ทไ่ี มท าํ กบั กลมุ วยั รนุ ตอนนนั้ กระแสเรอ่ื ง key pop. อตั รา สามารถปองกนั การตดิ เชอื้ เอชไอวี ไดร อ ยละ 44 ในกลมุ การตดิ เชอื้ คอ นขา งสูง เขาเทงบฯทั้งหมดไปทาํ กลุมนัน้ ชายมเี พศสมั พันธก ับชาย (MSM) (iPrEx) รอ ยละ 63 ในชวง 5 ปหลงั จึงไมมีการจัดกิจกรรมกบั กลุมวัยรนุ ” ในชายและหญงิ รกั ตา งเพศ(TDF2)เปน ตน ในประเทศไทย ยังเปนโครงการวิจัย และโครงการนาํ รอง เพื่อผลักดัน ขอคนพบ 16) การปองกันและควบคุมโรค เขาสูนโยบายตอไป PrEP เหมาะกับผูทีม่ ีความเสี่ยงสงู เอดส เปล่ยี นนโยบายการดําเนินงาน เชน ผทู ม่ี คี ผู ลเลอื ดบวกทไี่ มย อมใชถ งุ ยางอนามยั ทกุ ครง้ั เม่ือมีเพศสัมพันธ ชายมีเพศสัมพันธกับชาย (MSM) เงินนอกงบประมาณ ในป 2555-2559 ชายหรือหญิงท่ที าํ งานบริการทางเพศ เปนตน (19) เปน การดาํ เนนิ งาน การรกั ษาเสมือนการปองกัน (Treat- ment as Prevention: TasP) ในกลมุ ชายมีเพศสมั พนั ธ 105 กับชาย (MSM) และพนักงานบริการหญิงอิสระ และ

Thai AIDS Journal A Study of Factors Affecting Sexually Transmitted Diseases Prevention and Control Implemented by the Division of AIDS and STIs during 2010-2019 Vol 32 No.3 Jun - Sep 2020 แผนภูมิท่ี 3 เงินงบประมาณ ที่ใชใ นการปอ งกนั ควบคุมโรคเอดสแ ละSTIs จําแนกตามกลุมเปา หมาย ที่มา : รายงานผลการดาํ เนนิ งานของกองโรคเอดสฯ ป 2553-2562 แผนภมู ทิ ี่ 4 เงินนอกงบประมาณ ทใี่ ชในการปอ งกันควบคมุ โรคเอดสแ ละ STIs จําแนกตามกลมุ เปา หมาย และกิจกรรม ทมี่ า : รายงานผลการดาํ เนินงานของกองโรคเอดสฯ ป 2553-2562 TasP หมายถึง Treatment as Prevention (การรักษาเสมอื นการปองกัน) PrEP หมายถงึ Pre-ExposureProphylaxis ( การปอ งกันการตดิ เชอ้ื กอนการสัมผัส) 106

ปท ่ี 32 ฉบับที่ 3 มิ.ย. - ก.ย. 2563 ปจ จัยทีส่ ง ผลตอ การดาํ เนนิ งานปอ งกนั ควบคมุ โรคตดิ ตอ ทางเพศสัมพนั ธ ป 2553-2562 ของกองโรคเอดสแ ละโรคตดิ ตอทางเพศสมั พนั ธ 2.4) นโยบาย/แผน การดําเนินงานการปองกันควบคุมโรค และการพัฒนา 1. ยุทธศาสตรป องกันและควบคุมโรคติดตอ คณุ ภาพระบบบรกิ าร ไดบ ูรณาการรวมกับแผนงานเอดส ทางเพศสัมพันธแ หง ชาติ พ.ศ.2560-2564 จากการสมั ภาษณ บคุ ลากร ของสคร. คนที่ 1 พบวา สคร. ขอ คน พบ 17) แผนงานควบคุมโรคตดิ ตอ ทาง มีการนํายุทธศาสตรที่ 5 ของแผนยุทธศาสตรปองกัน เพศสมั พนั ธไ มเ ขมแข็ง และควบคุมโรคติดตอทางเพศสัมพันธมาดําเนินงาน กรมควบคุมโรคก็ไดมโี ยบายการพัฒนาความ สว นยทุ ธศาสตรท ่ี 1, 2 และ 3 สอดคลอ งกบั ยุทธศาสตร เขมแขง็ แผนงานควบคุมโรค จงึ ไดมกี ารวิเคราะหความ แหง ชาตวิ า ดว ยการยตุ ปิ ญ หาเอดส จงึ บรู ณาการงาน STIs เขมแข็งของการดําเนินงานโรคติดตอทางเพศสัมพันธ และโรคเอดสใชยุทธศาสตรเอดสฯในการดําเนินงาน พบอุปสรรคของการดําเนินงาน เชน 1) ไมมีการ ของสคร. โดยมเี นื้อหาการสัมภาษณ “ยุทธศาสตร STIs กําหนดกลุมเปาหมายเฉพาะในการดําเนินงาน และ ทาํ เรือ่ งเชิดชเู กยี รติ มาตรการ 5 สาเหตุควรจะมี เพราะ การทาํ งานไมต อ เนื่อง ไมม กี ารทาํ งานเชงิ กลยทุ ธ 2) ไมม ี STIs เหมอื นถกู ทอดทิ้ง คนทาํ งาน STIs ไมมงี บฯ ไมมี นวัตกรรมเพื่อชวยสนับสนุนการดําเนินงานดานตางๆ คนเห็นผลงาน ดังน้ันตองทําเวที เชิดชูเกียรติใหเขา 3) ไมมีการติดตามประเมินผลเชิงยุทธศาสตร และ สวนขอ อนื่ ๆ กเ็ หมือนกนั กบั ยุทธศาสตรเ อดส มาตรการ 4) งบประมาณไมเ พียงพอ(20) ท่ี 1, 2, 3 จะคลา ย ๆ กนั ทเี่ ขตบูรณาการเอดส และ การประเมนิ ความเขม แขง็ ของแผนงานควบคมุ STIs เปน เนือ้ เดียว ดงั น้นั เลยมาใชแผนเอดส เปนหลกั ” โรคประจําป 2560 ของ สคร. แหง หนง่ึ พบวา ผลการ ประเมนิ แผนงานควบคมุ โรค มีคะแนนต่ําสดุ 3 อันดบั สว นที่ 3 ปจ จัยภายนอกองคก ร แรกไดแก แผนงานควบคมุ โรคเรอ้ื น (21.00 คะแนน) 3.1) สํานักงานปองกันควบคุมโรค (สคร.) แผนงานควบคุมโรคติดตอทางเพศสัมพันธ (21.00 ที่ 1-12 และ สถาบันปองกันควบคุมโรคเขตเมือง คะแนน) และแผนงานควบคุมโรคตับอักเสบจากไวรัส (สปคม.) (28.50 คะแนน) เสนอใหส รางความเขมแข็ง ตั้งแต จากการสํารวจขอมูลใน สคร. และ สปคม. กาํ หนดยทุ ธศาสตร การบรหิ ารจดั การ ควบคมุ ปอ งกนั โรค จํานวน 13 แหง พบวา ทกุ แหงมผี รู ับผิดชอบงาน STIs พัฒนาระบบขอมูล มีโครงสรางและบทบาทหนาท่ี สคร, ละ 1-3 คน รวม 27 คน มีประสบการณทาํ งาน บคุ ลากรทีเ่ ก่ยี วของ พฒั นาศกั ยภาพบคุ ลากร พรอมทง้ั นอ ยกวาหรอื เทา กบั 5 ป จํานวน 15 คน คดิ เปนรอยละ มงี บประมาณทเี่ หมาะสมและตอ เนอื่ ง(21) 55.55 ผทู ่มี ีประสบการณทาํ งาน มากกวา 5 ป จาํ นวน ขอ คน พบ 18) ยทุ ธศาสตรป อ งกนั และควบคมุ 12 คน คดิ เปนรอยละ 44.44 มีคลนิ กิ STIs ท่ีดําเนนิ โรคตดิ ตอทางเพศสัมพนั ธย งั ไมม ีการนําไปใช การมาตอเนื่อง จํานวน 6 แหง คดิ เปนรอ ยละ 46.1 ยุทธศาสตรป อ งกันและควบคุมโรคติดตอ ทาง การดําเนินงานเฉพาะดาน STIs งบประมาณ เพศสัมพันธแ หงชาติ พ.ศ. 25602– 564 เปน เพียงแผน ที่ไดรับ เฉล่ยี 125,624 บาท/ป คดิ เปน รอ ยละ 20.29 ยุทธศาสตรก วา ง ๆ ยงั ไมไ ดมกี ารกําหนดแผนปฏิบัตกิ าร ของงบประมาณดานเอดสและ STIs ที่ สคร. ไดรับ (Operational plan) กจิ กรรมการดาํ เนนิ งานไมไ ดก ําหนด ซึ่งเปนการดําเนนิ งาน ประเมินมาตรฐานการดแู ลรกั ษา กลุมเปาหมายที่จะดําเนินงาน และยังไมมีตัวช้ีวัดการ โรคติดตอทางเพศสัมพันธ ในสถานบริการสาธารณสุข ดาํ เนนิ งานทก่ี าํ หนดไวอ ยา งชดั เจน กองโรคเอดสย งั ไมไ ด และการพัฒนาศักยภาพในการดําเนินงานดูแลรักษา นาํ แผนยทุ ธศาสตรด งั กลา วมาใชใ นการกําหนดโครงการ STIs งาน STIs ที่บูรณาการกับงานอ่ืน สวนใหญเปน และงบประมาณเพ่ือดําเนินงาน เพียงแตนําเปาหมาย งานเอดส งบประมาณทีไ่ ดร ับเฉลีย่ จํานวน 202,836 ลดโรคมาเปนเปาการดําเนินงาน สวนมาตรการ บาท/ป คดิ เปน รอ ยละ 22.91 ของงบประมาณดา นเอดส และ STIs ที่ สคร. ไดร ับ 107

Thai AIDS Journal A Study of Factors Affecting Sexually Transmitted Diseases Prevention and Control Implemented by the Division of AIDS and STIs during 2010-2019 Vol 32 No.3 Jun - Sep 2020 ขอคนพบ 19) ผูมีประสบการณทํางานของ คลินิกก็เยอะ บางทีก็ไมคุม ท่ีจะตองมาเปดคลินิก สคร. สามารถเปนพีเ่ ล้ยี งชว ยการทํางาน STI ในพ้ืนที่ได นอกจากพ้นื ท่ีท่ีมนั เยอะจริงๆ อยา งเชน ดา นนอกทเ่ี ขา ตองเปด สคร. กับ จังหวัด ก็จะ control อยูแลว วาควร จากการสัมภาษณบุคลากรของ สคร. พบวา จะเปด ควรจะมี” ผูร ับผิดชอบงาน STIs ท่ีมีประสบการณทํางานมานาน โดยเฉพาะ สคร.ที่มีคลินิกบริการ จะมีความชํานาญ 3.3) สํานักงานหลกั ประกนั สุขภาพแหง ชาติ ทั้งดานวิชาการและการจัดบริการ มีความเต็มใจท่ีจะ (สปสช.) ถายทอดประสบการณการทาํ งานใหกับ เจาหนาท่ีที่เรมิ่ มารับผดิ ชอบงาน STIs ทั้งของ สคร. และสถานบริการ ขอ คน พบ 21) ชดุ สทิ ธปิ ระโยชนป ระชากรไทย สาธารณสุข โดยมีเน้ือหาการสัมภาษณ “ยินดีมากที่จะ ใหตรวจคัดกรองโรคซิฟล สิ เฉพาะกลุมหญงิ ต้งั ครรภ ยงั ชวยนองสอนฟรีขอใหถ าม พาไปทาํ งานเชงิ รกุ ดวย ไมใช พบปญหาในทางปฏบิ ตั ิ เฉพาะ สคร. นะ รพ. ตา ง ๆ ทั่วประเทศไทยกย็ นิ ดคี ะ” สิทธิประโยชนการตรวจซิฟลิสในปจจุบัน 3.2) สถานบรกิ ารสาธารณสุข ขอมูลจาก คูมือผูใชสิทธิหลักประกันสุขภาพแหงชาติ จากการสํารวจขอมูลในสถานบริการจํานวน ป 2561 ไดจัดบรกิ ารสรางเสรมิ สขุ ภาพและปอ งกันโรค 314 แหง พบวา มเี พียง 70 แหง คดิ เปน รอยละ 22.29 ใหกับประชาชนคนไทยอยางทั่วถึง ทุกกลุมวัย ดังนี้ ทมี่ กี ารใหบ รกิ ารเฉพาะ STIs ในสถานบรกิ ารทไี่ มม คี ลนิ กิ หญงิ ตัง้ ครรภแ ละหลงั คลอด ตรวจเลอื ดคดั กรอง ซฟิ ลสิ เฉพาะ การใหบรกิ าร STIs จะถกู จดั บรกิ ารเปน สวนหน่งึ เอชไอวี โดยซิฟลิสตรวจในหญิงต้ังครรภ 2 ครง้ั คือ ของผูป ว ยนอก เมอื่ ฝากครรภค รง้ั แรก และเมอื่ อายคุ รรภ 28-32 สปั ดาห ขอคนพบ 20) สถานบริการสาธารณสุขควร สวนกลุมเด็กเล็ก อายุ 0-5 ป กลุมเด็กโตและวัยรุน จะเปดคลินิกเฉพาะ ในพืน้ ทท่ี องเท่ยี ว หรอื อตั ราปวยสูง อายุ 6-24 ป กลมุ อายุ 25-59 ป กลมุ ผสู งู อายุ 60 ปข น้ึ จากการสัมภาษณบ ุคลากรของ สคร. คนที่ 2 พบวา การ ไป ใหต รวจเลือดคดั กรอง เฉพาะการติดเชอื้ เอชไอว(ี 4) ประเมินมาตรการจดั บรกิ ารของสถานบรกิ ารสาธารณสขุ โดยใช โปรแกรม STI QUAL ที่ผานมาไมไดกําหนด อยา งไรกต็ าม พบปญหาในทางปฏิบัติ โดยจาก ใหสถานบริการทกุ แหงตองเปด คลนิ ิกเฉพาะ ซ่งึ สคร. การศกึ ษาของ ศณษิ า ตนั ประเสรฐิ และคณะ ทาํ การศกึ ษา และ สสจ. จะรวมใหความเห็น พิจารณาพ้ืนที่ท่ีควร ภาคตัดขวางเพื่อหาความชุกของซิฟลิสแตกําเนิดใน มีคลนิ ิกเฉพาะ เชน พ้ีนท่ที อ งเทยี่ วที่มีสถานบริการมาก โรงพยาบาลภาครฐั และเอกชน 123 แหง ท่ัวประเทศ หรอื มอี ตั ราปว ยสงู เปน ตน จงึ จะขอใหด าํ เนินการ สาํ หรบั รายงานอุปสรรคในการดําเนินงานท่ีพบบอย คือ สถานพยาบาลท่ีแมจะไมมีคลินิกเฉพาะ ก็จําเปนตอง การติดตามสามีมาตรวจซิฟลิสไดลําบาก สามีอยู เตรียมบริการตรวจรักษาโรคติดตอทางเพศสัมพันธ ตางจังหวดั สามีไปรกั ษาทสี่ ถานพยาบาลอน่ื ทาํ ใหขอ มลู ตามมาตรฐานท่ีกาํ หนด โดยมเี นื้อหาจากการสัมภาษณ ไมส มบรู ณ เปน ตน (22) “การทํา STI QUAL การเปดคลนิ กิ เราไมไ ดเนน เราเนน แคใหเขาเปดบริการ คือถามีไดก็โอเค แตถามีไมได 3.4) กรมอนามัย คุณแคจัดบริการ ใหสอดคลอง หากใครมีแหลงเยอะ ประเทศไทยมนี โยบายสง เสรมิ บรกิ ารสุขภาพท่ี วา จะเปด เปน คลนิ ิกก็ได อาจจะเปดเปน วนั คร่ึงวนั หรอื เปน มติ รสาํ หรบั วัยรุนและเยาวชนมาตง้ั แตป  2540 เพอ่ื ถาไมเปด คนเขา มาในระบบทว่ั ไป คุณวางระบบอยางไร ใหบ ริการแก วัยรนุ และเยาวชนอายุ 10-24 ป ปจจบุ ัน ที่เขาไดรับบริการอะไรประมาณน้ี วาตองครบตามน้ี มีโรงพยาบาลสังกัดสํานักปลัดกระทรวงสาธารณสขุ จัด วามกี ารตดิ ตามตามนี้ เพราะวา คงเปน ไมไ ดเพราะตอนน้ี ต้ังแลว 875 แหง ป 2556 มีการพัฒนาและปรับใช มาตรฐานบริการสุขภาพท่ีเปนมิตรสําหรับวัยรุนและ 108 เยาวชน (Youth Friendly Health Services: YFHS)(23)

ปท ่ี 32 ฉบบั ที่ 3 ม.ิ ย. - ก.ย. 2563 ปจ จัยทีส่ งผลตอ การดาํ เนินงานปองกนั ควบคมุ โรคติดตอ ทางเพศสัมพนั ธ ป 2553-2562 ของกองโรคเอดสแ ละโรคตดิ ตอทางเพศสัมพนั ธ ขอคนพบ 22) วัยรุนสวนใหญยังเขาไมถึง สาธารณสขุ สนับสนุนเครื่องมอื องคความรู เพื่อใชใ น บริการสขุ ภาพทีเ่ ปนมติ รสาํ หรบั วยั รุนและเยาวชน การพฒั นาศกั ยภาพบคุ ลากรสาธารณสขุ บคุ ลากรทางการ ศกึ ษา และเครอื ขา ยท่ปี ฏิบตั งิ านกับวยั รุน(24-25) ในป 2562 กรมอนามัย มอบให วิทยาลัย วิทยาศาสตรสาธารณสุข จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย 3.6) สํานักอนามยั กรงุ เทพมหานคร ประเมนิ ผลการจัดบรกิ ารสขุ ภาพทเ่ี ปน มิตรสาํ หรบั วยั รนุ ขอ คน พบ 24) สาํ นกั อนามยั กรงุ เทพมหานคร และเยาวชนในประเทศไทย ขอคนพบที่สําคัญ ไดแก มีหนวยงานคลายคลึงกับกองโรคเอดสฯ ดําเนินงาน “ความรูดานสุขภาพของวัยรุน” และยังขาด “การมี ปองกันควบคมุ โรคติดตอทางเพศสัมพันธ โดยกําหนด สวนรว มของวยั รนุ ” ในระดับทเี่ พยี งพอ วยั รนุ ยังไมค อย โครงสรางแยกหนวยงานสนับสนุนดานวิชาการ และ รูจกั บริการสขุ ภาพทีเ่ ปนมิตรสําหรบั วัยรุน และเยาวชน หนว ยงานใหบ รกิ ารออกจากกันชัดเจน โดยรอ ยละ 44 ของกลุมตัวอยางในการประเมินไมเ คย สํานักอนามัย กรุงเทพมหานคร มีการแบง รูจ ักบริการดงั กลาว วัยรุนท่ีไมไดอยูในโรงเรียนมคี วาม สวนราชการ ประกอบดวย ศูนยบริการสาธารณสุข ตระหนักรูเกี่ยวกับบริการดังกลาวมากกวาวัยรุนท่ีอยู 69 แหง ครอบคลุมพ้ืนท่ีกรุงเทพมหานคร ทําหนาท่ี ในโรงเรียน บรกิ ารสุขภาพที่เปนมิตรสาํ หรับวยั รุนและ ใหบริการดานการสงเสริม ปองกัน รักษา และฟนฟู เยาวชนยังไมเปนที่นิยมของวัยรุน โดยวัยรุนท่ีเคย สมรรถภาพ(26) อยางไรก็ตามมีศูนยบริการฯ เพียง รับบริการมีสัดสวนเพียงรอยละ 27 ของกลุมตัวอยา ง 9 แหง หรือรอ ยละ 13 ของจาํ นวนศนู ยบรกิ ารฯ ทั้งหมด ในการประเมินทัง้ หมด(23) ที่จัดใหม ีบรกิ ารรักษาโรคตดิ ตอทางเพศสมั พันธ ไดแ ก ศูนยบรกิ ารฯ 3, 4, 9, 21, 23, 25, 28, 29 และ 43 3.5) กรมสุขภาพจิต โดยเปด ใหบริการทุกวนั เวลา 8.00-12.00 น.(27) ขอ คนพบ 23) การดาํ เนินงานยงั ไมสง ผลตอ นอกจากศนู ยบ รกิ ารฯ แลว ยงั มหี นว ยงานระดบั การลดพฤตกิ รรมเสยี่ งทางเพศของวัยรนุ กองและสํานักงานจํานวน 13 หนวยงาน ทําหนาท่ี นโยบายกรมสขุ ภาพจติ ประจําป 2557-2559 สนับสนุนดานวิชาการแกศูนยบริการสาธารณสุข รวม วัยเรยี น-วัยรุน เนนการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ การวจิ ยั ประเมนิ ผล และหารปู แบบการพฒั นาพฤตกิ รรม (EQ) การพัฒนาทักษะชีวิต และการปองกัน ปญหา สุขภาพของประชาชน โดยมีกลุมงานโรคติดตอ ในการเรียนและพฤตกิ รรมเสี่ยงตางๆ โดย ดําเนนิ งาน ทางเพศสมั พนั ธ (อตั รากาํ ลงั 6 คน) ภายใต กองควบคมุ เสรมิ สรา งภูมคิ มุ กนั ทางจิตในศนู ยเ พอื่ นใจวัยรนุ TO BE โรคเอดส วัณโรค และโรคติดตอทางเพศสัมพันธ NUMBER ONE พัฒนาโปรแกรมการเฝาระวังปญหา ทาํ หนา ทศ่ี กึ ษา วเิ คราะห วจิ ยั ดา นการรกั ษา ปอ งกัน และ IQ-EQ ในเด็กวัยเรียนท่ีเหมาะสมกับการดําเนินงาน ควบคุมโรคติดตอทางเพศสัมพันธ กําหนดมาตรฐาน ในชุมชน/ทองถิ่น และพัฒนาโปรแกรมทักษะชีวิต การควบคุมโรค พัฒนาวิชาการเทคโนโลยี และบริการ สําหรบั วยั รุน รวมทง้ั พฒั นาคลนิ กิ ใหการดูแลทางสงั คม เกีย่ วกับการปอ งกันและควบคุมโรค นเิ ทศ ติดตามและ จิตใจ (Psychosocial clinic) ที่เช่ือมโยงกบั ระบบดแู ล ประเมินผลการปฏิบตั งิ าน(26, 28) ชวยเหลือนักเรียนในโรงเรียน เพ่ือใหเด็กในวัยเรียน- วั ย รุ  น ท่ี มี ป  ญ ห า สุ ข ภ า พ จิ ต แ ล ะ ป  ญ ห า ก า ร เ รี ย น สรปุ และวจิ ารณ (เชน ปญหาความรุนแรง พฤติกรรมเส่ียงทางเพศ การตดิ สารเสพติด การตดิ เกม-อบายมุข การตง้ั ครรภ ผลการทบทวนวรรณกรรมจากแหลงขอมูล ไมพรอม โรคสมาธิสั้น โรคออทิสติก ความบกพรอง ตางๆ ในแงของอัตราปว ยระยะ 10 ปทผี่ า นมา แสดงให ทางการเรยี นรู ความบกพรอ งทางสตปิ ญญา ฯลฯ) ไดร บั เหน็ อตั ราปว ยทส่ี งู ขนึ้ และมแี นวโนม เพมิ่ ขนึ้ อยา งตอ เนอื่ ง ก า ร ดู แ ล / เ ข  า รั บ ก า ร บํ า บั ด รั ก ษ า ใ น ร ะ บ บ บ ริ ก า ร สรุปไดวาการดําเนินงานปองกันควบคุมโรคติดตอ 109

Thai AIDS Journal A Study of Factors Affecting Sexually Transmitted Diseases Prevention and Control Implemented by the Division of AIDS and STIs during 2010-2019 Vol 32 No.3 Jun - Sep 2020 ทางเพศสมั พันธ มผี ลสมั ฤทธกิ์ ารดาํ เนนิ งานตา่ํ จากทพี่ บ และขาดความตอเนอื่ ง 4) แผนงานควบคุมโรคติดตอ อัตราปวยในวัยรุน มากข้ึน แสดงใหเ หน็ ความลมเหลว ทางเพศสัมพันธไมเขมแข็ง และยุทธศาสตรท่ีจัดทําไว ของการใหความรูแกเยาวชน ถึงแมมีการใหสุขศึกษา แลว ยังไมมีการนําไปใชจริง เนื่องจากยังไมไดกําหนด ในโรงเรียน มีหนวยงานในกระทรวงสาธารณสุข แผนปฏิบัติการที่มีรายละเอยี ดกิจกรรม กลุมเปา หมาย รวมดาํ เนนิ การใหความรู สง เสรมิ สขุ ภาพ ในกลมุ เยาวชน และตวั ช้ีวัดท่ชี ัดเจน และวัยรนุ แลว กต็ าม ยงั ไมท าํ ใหพ ฤติกรรมเสย่ี งทางเพศ ปจจยั สงเสรมิ การดาํ เนนิ งาน มีอยู 2 ประการ ลดลง ยังคงเห็นความรู ทัศนคติที่ผิด เชน หากมี ไดแ ก 1) งบประมาณสนับสนนุ จากองคกรตางประเทศ เพศสัมพันธกับคูรักหรือแฟนแลวไมจําเปนตองสวม และหนวยงานภายนอก อยางไรก็ตามมีแนวโนมไดรับ ถุงยางอนามยั สนบั สนนุ ลดลง เมือ่ รวมกับงบประมาณจากทางราชการ ปญหาท่ีกําลังจะตามมาและเปนระเบิดเวลา ท่ไี ดรบั ลดลงเร่อื ย ๆ สง ผลใหง บประมาณโดยรวมลดลง ลูกใหญน่ันคือ การปวยโรคซิฟลิสในผูสูงอายุ พบวา และ 2) ความเขมแขง็ การดาํ เนินงาน STIs ของ สคร. ผูสงู อายุมากกวาคร่ึงมารับการรักษาเมื่อมีอาการแสดง ที่ยังมีการใหบริการตรวจรักษา “คลินิกโรคติดตอ และตรวจพบเปน ซฟิ ลิสระยะทา ย กอปรกบั ประเทศไทย ทางเพศสัมพันธ (กามโรค)” อยูในปจจุบัน จํานวน เขา สสู งั คมผสู งู อายุ จะทาํ ใหพ บจาํ นวนผปู วยซฟิ ล สิ ระยะ 6 แหง มคี วามพรอ มทัง้ ในแงโครงสรา ง ความรบั ผิดชอบ ทายมากขึ้นเร่ือยๆ ซ่ึงอวัยวะภายในถูกทําลายแลว อายุและประสบการณของผูป ฏิบัตงิ าน เสย่ี งตอ การพกิ ารและเสยี ชวี ติ สง ผลกระทบตอ ครอบครวั ถึงแมป ระเทศไทยมีปจจัยเสรมิ โดยมนี โยบาย และสังคมโดยรวม ซึ่งการกําหนดกลุมเปาหมายเพ่ือ ใหคัดกรองโรคติดตอทางเพศสัมพันธเฉพาะการ ลดจํานวนผูป ว ยซิฟล สิ ระยะทา ย ไมควรมงุ เนน มาตรการ คัดกรองซิฟลิส แตยังพบชองวางการดําเนินงาน โดย ไปที่ผูสงู อายุอยางเดียว แตตองรวมถึงการนําผูต ิดเช้ือ สิทธิประโยชนใ หเฉพาะในหญิงต้ังครรภ ไมครอบคลุม ระยะแฝง นั่นคือ กลุมวัยทํางาน เขารับการตรวจ คสู มรส และกลมุ เสย่ี งสาํ คญั อืน่ ๆ ถึงแมม คี วามพยายาม เพอ่ื รกั ษาเน่ิน ๆ ขยายสิทธิประโยชนการคัดกรองใหครอบคลุมคูสมรส เม่ือพิจารณาปจจัยต้ังแตอดีตถึงปจจุบัน จะ และกลุมเสี่ยงสําคัญ เชน MSM TG FSW โดยให พบปจจัยที่เปนอุปสรรคตอการดําเนินงาน ไดแก คดั กรอง STIs ควบคกู บั การตรวจหาเชอื้ HIV ฟรี อยา งไร 1) การใหความสําคัญตอการปองกันควบคุม STIs ก็ตามสิทธิประโยชนตามหลักประกันสุขภาพถวนหนา ลดลงเปน ลาํ ดบั จากในอดตี ทีเ่ คยมีโครงสรา งการทํางาน ครอบคลมุ เฉพาะประชากรไทย ไมรวมแรงงานตางดา ว ท่ีชัดเจนมาก มีผูรับผิดชอบงานชัดเจน ถูกลดการ ซ่งึ มอี ัตราเส่ยี งสงู สดุ เมอ่ื เทยี บกับทุกกลุม เสยี่ ง สนับสนุนลงเน่ืองจากสถานการณโรคท่ีดีข้ึน พบผูป วย ขอพงึ ระวังเพิ่มเติม ประเทศไทยมีทางเลือก นอยลง ดังจะเห็นวามีการปรับบทบาท ถายโอนงาน การปอ งกันเอชไอวีโดยใหการรักษาเสมอื นการปองกัน ยุบหนวยงานท่ีเก่ียวของ และควบรวมงาน STIs เขา (TasP) และการทานยาตา นไวรัสเพื่อปอ งกันการติดเช้ือ กบั งานเอดสใ นทสี่ ดุ ประกอบกบั 2) ผมู ารบั ชว งตอ มอี ายุ เอชไอวีกอนการสัมผัส (PrEP) มาตรการเหลานี้ถึง และประสบการณน อย การถายทอดงานใหความสาํ คญั แมจะมีประสิทธิผลในการปองกันการติดเช้ือ HIV กับโรคเอดสมากกวา STIs ทําใหผูรับผิดชอบงาน แตยังเปนท่ีถกเถียงถึงประโยชนในการปองกัน STIs ไมม คี วามรู ความมนั่ ใจในการสนบั สนนุ วชิ าการดา น STIs ดังแสดงในการศึกษา PROUD(29) ท่ีทําการทดลอง ใหก บั หนว ยงานอนื่ ไดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ 3) งบประมาณ ทางคลินิกแบบสุม มีผูเขารวมการศึกษา 544 คน สนับสนุนจากราชการและงบประมาณโดยรวมลดลง ประมาณครง่ึ หนึ่งไดทานยา PrEP ติดตามเปรยี บเทียบ ทําใหการดําเนินงานไมครอบคลุมทุกกลุมเปาหมาย อุบัติการณติดเชื้อ HIV และ STIs รายงานวา 110

ปท ่ี 32 ฉบบั ที่ 3 ม.ิ ย. - ก.ย. 2563 ปจ จยั ที่สงผลตอการดาํ เนินงานปองกันควบคมุ โรคตดิ ตอ ทางเพศสมั พนั ธ ป 2553-2562 ของกองโรคเอดสและโรคตดิ ตอทางเพศสัมพนั ธ กลุมท่ีทานยา PrEP มีอุบตั ิการณต ิดเชือ้ HIV นอ ยกวา การคลังระดับชาติ และ 4) มีกลไกการทํางานรวมกัน กลุมท่ีไมไดทานยา PrEP อยางมีนัยสําคัญทางสถิติ ระหวา งผมู สี วนเกีย่ วของ(32) โดยมีขอเสนอแนะดงั น้ี (p=0.0001) และรายงานอัตราการติดเชื้อ STIs ก อ ง โ ร ค เ อ ด ส  แ ล ะ โ ร ค ติ ด ต  อ ท า ง เ พ ศ สั ม พั น ธ  ในกลุมท่ีทานยา PrEP สูงกวากลุมที่ไมไดทาน ควรดาํ เนินการตอ ไปน้ี อยางไมมีนัยสําคัญทางสถิติ (p=0.27-0.99) และ ปรากฏขอ ดวี า ผทู านยา PrEP มีโอกาสถกู ติดตามใกลช ดิ 1 . ติ ด ต า ม ส ถ า น ก า ร ณ  โ ร ค ติ ด ต  อ และไดต รวจ STIs บอ ยกวา กลมุ ทไี่ มไ ดท าน อยา งไรกต็ าม ทางเพศสัมพันธอ ยา งสม่าํ เสมอ โดยกาํ หนดตัวชว้ี ัดหลัก มีหลักฐานทางวิชาการขัดแยงกัน โดยการศึกษา 2 โรค ไดแ ก อุบตั กิ ารณข องซิฟล สิ และ หนองใน ทัง้ นี้ เชิงอภิมาณของ Kojima N และคณะ(30) วิเคราะห เปนไปตามขอแนะนําองคการอนามัยโลก(32) และ อุบัติการณปวย STIs ในประชากรที่สนใจคือ MSM ขอความรว มมอื เชื่อมโยงแหลงขอ มลู มาตรฐานทก่ี ระจาย จากการศึกษา 14 งาน พบวากลุมท่ีทานยา PrEP มี อยใู นแตล ะหนว ยงานทั้งในและนอกกระทรวงสาธารณสขุ สัดสวนอุบัตกิ ารณ STIs สูงกวากลุมที่ไมท านยา PrEP เพ่ือใชประโยชนในการติดตามประเมินผลรวมกัน อยา งมนี ัยสําคญั ทางสถิติ (p<0.001) ซึ่งตอมา Harawa อยางเปนระบบ เชน รายงานเฝาระวังโรค รง.506, NT และคณะ(31) กลาวแยงวิธีการคัดเลอื กวรรณกรรม สถิติการฝากครรภและใหกําเนิดทารก, รายงาน และวิเคราะหอภิมาณของ Kojima N และคณะ การปองกันการถายทอดเชือ้ เอชไอวี จากแมส ูล กู , ขอมูล วาไมเหมาะสมและทําการวิเคราะหอัตราปวยใหม การรบั บรกิ ารรกั ษาพยาบาล (health data center), สถติ ิ ก็ยังพบอัตราปวย STIs กลุมที่ทานยา PrEP สูงกวา ผูต องขังแรงงานตางดาว และกลุม เสี่ยงติดเชือ้ เอชไอวี กลุมท่ีไมทานยา PrEP(30) อยูดี ทั้งนี้ไมปรากฎวา เปนตน มีการรายงานคา นยั สําคัญทางสถิติ 2. กําหนดใหม โี ครงสรางแผนงานปองกนั และ จึงตองพึงระวังเปนอยางย่ิงในการสื่อสารกับ ควบคุมโรคติดตอทางเพศสัมพันธในระดับประเทศ กลุมเปาหมาย PrEP วาการใชถุงยางอนามัยยังเปน (National STIs Program) ทีช่ ัดเจน โดยมีการกําหนด ส่ิงสาํ คัญที่ตองปฏิบัตทิ ุกครง้ั ไมว าจะทานหรือไมทานยา ผรู บั ผดิ ชอบหลกั และทมี งาน ระบอุ ัตรากําลังท่ชี ดั เจน ก็ตาม เพราะมีประโยชนปองกัน STIs และเพ่ิม ประสิทธิภาพปองกันการตดิ เชอื้ เอชไอวไี ด 3. ทบทวนแผนยทุ ธศาสตรป อ งกนั และควบคมุ โรคตดิ ตอ ทางเพศสมั พันธ กาํ หนดคา เปา หมาย จดั ลาํ ดบั การศึกษานี้มีขอจํากัดบางประการไดแก ความสาํ คญั ของมาตรการทจี่ ะใช พรอ มจดั ทาํ แผนปฏบิ ตั ิ การกําหนดผลสัมฤทธ์ิการปองกัน STIs โดยอางอิง การควบคูกับแผนงบประมาณท่ีมีรายละเอียดกิจกรรม จากเปาหมายระดับประเทศถึงแมจะทําใหขอมูลมี กลุมเปา หมายมุงเนนกลุมท่ีมีความเสี่ยงสูง เชน วัยรุน ความถูกตองและครบถวนสูง อยางไรก็ตามอาจ แ ล ะ วั ย ทํ า ง า น โ ด ย ผ น ว ก ร ว ม กั บ ก า ร ต ร ว จ สุ ข ภ า พ ไมส ามารถสะทอ นใหเ หน็ ปญ หาทจี่ าํ เพาะกบั บางกลมุ อายุ ประจําป กลุมความเส่ียงได และยังจําเปนตองมีการศึกษาและ ดําเนินการเพ่ิมเติมเพื่อนําไปสู การดําเนินการและ 4. จัดทําขอเสนอเชิงนโยบายเสนอหนวยงาน ติดตามยุทธศาสตรในระดับชาติ (National strategy ที่เกี่ยวของท้ังในและนอกกระทรวงสาธารณสุข เพ่ือ implementation and monitoring) ตามกรอบขององคก าร ขอสนับสนุนทรัพยากร และวางแผนงานรวมกันกับ อนามัยโลก กําหนดไว 4 ดาน ไดแก 1) วิเคราะห หนวยงานท่ีเกี่ยวของ ใหเกิดการขับเคลื่อนงานใน สถานการณและจัดลําดับความสําคัญ 2) มีโครงสรา ง ทุกระดบั อยางเปนทางการและกฎหมายรองรบั 3) มีแผนการเงนิ 5. ประสานหนวยงานที่รับผิดชอบกองทุน ประกันสุขภาพคนตางดาวและแรงงานตางดาว ใหมี การตรวจคัดกรองซิฟล สิ รว มดวย 111

Thai AIDS Journal A Study of Factors Affecting Sexually Transmitted Diseases Prevention and Control Implemented by the Division of AIDS and STIs during 2010-2019 Vol 32 No.3 Jun - Sep 2020 6. ทํางานประสานกับพืน้ ท่ี เชน สสจ. ในการควบคุม 3. สาํ นักโรคเอดส วณั โรค และโรคตดิ ตอทางเพศ กํากับการใหบริการดูแลรักษา STIs ใหเปนไปตาม สัมพันธ. รายงานผลการดําเนนิ งาน สาํ นกั โรคเอดส มาตรฐาน วณั โรค และโรคตดิ ตอ ทางเพศสมั พนั ธ ป พ.ศ.2555. นนทบรุ ี: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสขุ ; กติ ตกิ รรมประกาศ 2555. หนา 1. ในการศกึ ษาครง้ั น้ี ขอขอบคณุ ทา นผทู รงคณุ วฒุ ิ 4. สํานักงานหลักประกนั สขุ ภาพแหง ชาต.ิ คูมือผูใช นายแพทยส มบตั ิ แทนประเสรฐิ สขุ ทส่ี นบั สนุนใหดาํ เนนิ สทิ ธหิ ลกั ประกันสุขภาพแหงชาติ. [อินเตอรเน็ต]. การ ขอบคุณ ดร.ภญ.นัยนา ประดิษฐสิทธิกร ท่ีให 2561 [สืบคน 10 มิ.ย. 2563]. แหลง ขอ มูล: คําปรึกษาและขอเสนอแนะ ขอบคุณผูอํานวยการกอง http://ebook.dreamnolimit.com/nhso/095/ โรคเอดสและโรคติดตอทางเพศสัมพันธที่สนับสนุน 5. กรมควบคมุ โรค. กระทรวงสาธารณสขุ . แนวทาง ใหดําเนินงาน ขอบคุณเจาหนาที่ผูรับผิดชอบงาน การดาํ เนินงานการเฝาระวงั ป อ งกันควบ คุมโรค โรคติดตอทางเพศสัมพันธของสํานักงานปองกัน และภยั สขุ ภาพสาํ นกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั ป 2549. ควบคมุ โรค ที่ 1-12 สถาบนั ปอ งกนั ควบคมุ โรคเขตเมอื ง การประชุม“หลกั เกณฑการจัดสรรงบประมาณและ ขอบคุณผูรับผิดชอบงานโรคติดตอทางเพศสัมพันธ ผลการจัดสรรงบประมาณลงสูจังหวัด” ประจําป กองโรคเอดสฯ สํานกั อนามัย กรุงเทพมหานคร หัวหนา 2549 ของกระทรวงสาธารณสขุ ; วนั ที่ 12-14 กลุมบางรักโรคติดตอทางเพศสัมพันธ หัวหนากลุม กันยายน 2548; โรงแรมเดอะแกรนด, กรุงเทพ กลมุ พฒั นาความรว มมอื และถา ยทอดองคค วามรรู ะหวา ง มหานคร. ประเทศ หัวหนากลุมกลุมพัฒนาองคกร หัวหนา 6. รสพร กิตติเยาวมาลย, นัยนา ประดิษฐส ทิ ธิกร, กลมุ สอ่ื สารและสนบั สนนุ วชิ าการ เจา หนา ทก่ี องโรคเอดส ผดารณชั พลไชยมาตย, จริ าวรรณ สวา งสุข, ธนพล และโรคติดตอทางเพศสัมพันธ กลุมบางรักโรคติดตอ ฉายประทปี , ชนาธิป ไชยเหลก็ . ความจําเปนและ ทางเพศสัมพันธ กลุมเทคโนโลยีระบบขอมูล งานการ ความเปนไปไดของการขยายสิทธิประโยชนตรวจ เจาหนา ท่ี กลมุ พัฒนาและสงเสรมิ เทคโนโลยีการปอ งกัน คัดกรองซิฟลิสในกลุมประชาชนท่ัวไปท่ีเขา กลุมส่ือสารและสนับสนุนวิชาการ ท่ีสนับสนุนขอมูล รับบริการตรวจเอชไอวีผูตองขังและแรงงาน ขอบคุณเจาหนาท่ี กลุมนโยบายและแผน ที่สนับสนุน ตางดา ว. เอกสารประกอบการประชุมคณะทํางาน ขอ มูลและสนบั สนนุ การจัดทาํ พัฒนาประเภทและขอบเขตบริการสาธารณสุขดาน บรกิ ารผูติดเช้ือเอชไอวีและผูปวยเอดส ครงั้ ท่ี 2/ เอกสารอางองิ 2562; 30 กนั ยายน. 2562; สาํ นกั งานหลกั ประกัน 1. สมบัติ ศรวี จั นะ, บรรณาธกิ าร. การปฏบิ ัติงาน สขุ ภาพแหง ชาต,ิ กรุงเทพมหานคร. ควบคุมโรคตดิ ตอ ทางเพศสมั พันธป พ.ศ. 2552. 7. Divisions of AIDS and STIs, Ministry of Public นนทบุร:ี กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสุข; Health. Real Time Cohort Monitoring [Internet]. 2552. หนา 1-3. 2019 [cited 2019 Apr 2]. Available from: 2. กองระบาดวทิ ยา กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสขุ . https://rtcmplus.ddc.moph.go.th/rtcm/ รายงานเฝา ระวงั โรค 506 [อินเตอรเ นต็ ]. [สบื คน 8. Department of Health, Ministry of Public Health. 12 พ.ค. 2563]. แหลง ขอมูล: http://www.boe. Perinatal HIV Intervention Monitoring System moph.go.th/boedb/surdata/disease.php?dcon- [Internet]. 2019 [cited 2019 Aug 19]. Available tent=old&ds=37 from: http://pmtct.anamai.moph.go.th/PHIMS 112

ปท ่ี 32 ฉบบั ที่ 3 มิ.ย. - ก.ย. 2563 ปจ จยั ทีส่ ง ผลตอ การดาํ เนนิ งานปอ งกันควบคมุ โรคติดตอ ทางเพศสัมพันธ ป 2553-2562 ของกองโรคเอดสและโรคตดิ ตอ ทางเพศสัมพนั ธ 9. Health Data Center, 2014-2018 [Internet]. thai/thailand-48199586 Nonthaburi: Thailand Ministry of Public Health; 16.ศนู ยว ิจัยโรคเอดส สภากาชาดไทย. โรคติดตอทาง 2019 [cited 2019 Jul 27]. Available from: https://hdcservice.moph.go.th/hdc เพศสัมพนั ธ (Sexually transmitted infections: STI). การอบรมเพอื่ สรา งเสรมิ ศกั ยภาพแกเ จา หนา ท่ี 10.Department of Corrections. Statistics of prisoner ศูนยสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร; 6 มิถุนายน in Thailand [Internet]. 2018 [cited 2019 Jul 2561;โรงแรมฟรู ามา ,กรงุ เทพมหานคร[อนิ เตอรเ นต็ ]. 26]. Available from: http://www.correct.go.th/ 2561 [สบื คน 11 พ.ค. 2563]. แหลงขอมลู : stat102/display/result.php?- www.bangkok.go.th>sti>3. STI 6 Jun 2018 FI- date=2018-03-01. NAL MARKED.pdf 17.ววิ ัฒน โรจนพทิ ยากร. กามโรค: จากอดตี ท่ีลือลั่น... 11.Foreign Workers Administration Office, สปู จจุบันที่เปลยี่ นแปลง. [อนิ เตอรเน็ต]. [สืบคน Department of Employment. Situation of Migrant 12 พ.ค. 2563]. แหลง ขอมลู : http://irem.ddc. Worker [Internet]. 2019 [cited 2019 Jul 26]. moph.go.th/content/detail/245 Available from: https://www.doe.go.th/prd/ 18.สิริพร มนยฤทธ์ิ. สถานการณโรคติดตอ assets/upload/files/alien_th/2e6a75ce1eb- ทางเพศสัมพันธ 5 โรคหลักในเยาวชน ประเทศไทย cd9bd74b6380ea293742a.pdf. ปงบประมาณ พ.ศ.2557-2561 วิเคราะห ตามกรอบระบบเฝาระวังโรค 5 มิติ. นนทบุรี: 12.Thai Working Group on HIV/AIDS Projection. กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสุข; 2563. Projections for HIV/AIDS in Thailand. 19.สเุ มธ องคว รรณดี, ศศิโสภิณ เกยี รตบิ ูรณกลุ , Nonthaburi: Department of Disease Control, อัญชลี อวิหิงสานนท, เอกจติ รา สขุ กุล, รงั สมิ า Ministry of Public Health; 2019. โลหเลขา. แนวทางการตรวจรกั ษาและปองกนั การ ตดิ เชอ้ื เอชไอวี ประเทศไทย ป 2560. นนทบรุ :ี 13.Strategy and Planning Division. Live births. In: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสขุ ; 2560: 74, Public Health Statistics AD2017 [Internet]. 344- 352 Nonthaburi: Ministry of Public Health; 2018. p. 20.สํานักโรคเอดส วัณโรค และโรคติดตอทางเพศ 145. Available from: bps.moph.go.th/new_bps/ สัมพนั ธ. ยุทธศาสตรปอ งกนั และควบคุมโรคตดิ ตอ sites/default/files/stratistics60.pdf ทางเพศสมั พนั ธแ หง ชาติ พ . ศ . 2 5 6 0 - 2 5 6 4 . นนทบุรี: กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสุข; 14.กลมุ พัฒนาระบบเฝาระวังทางระบาดวทิ ยาโรคเอดส 2559. วณั โรคและโรคตดิ ตอทางเพศสมั พันธ กองระบาด 21.ดวงใจ ไทยวงษ, กังสดาล สุวรรณรงค, สวุ ฒั นา วทิ ยา. รายงานผลการเฝาระวังพฤติกรรมทส่ี มั พนั ธ ออ นประสงค. การประเมนิ ความเขม แข็งแผนงาน กับการตดิ เชือ้ เอชไอวี (Behavioral Surveillance ควบคุมโรค ของสํานักงานปองกนั ควบคมุ โรคที่ 7 Survey: BSS) กลุมนักเรียน ประเทศไทย ป จังหวัดขอนแกน ประจําปงบประมาณ 2560. พ.ศ.2561. พิมพค รัง้ ที่ 1. นนทบรุ :ี กรมควบคุม สํานักงานปองกันควบคมุ โรคที่ 7 ขอนแกน 2560; โรค กระทรวงสาธารณสขุ ; 2562. 26: 58-65 15.ชัยยศ ยงคเจรญิ ชยั . ซฟิ ลิส : การกลับมาระบาด 113 อีกครง้ั และกามโรคในไทยพงุ กระฉูดโดยเฉพาะใน กลุมวัยรุนเหตุมาจากอัตราการใชถุงยางลดลง. [อินเตอรเน็ต]. 2562 [สืบคน 13 พฤษภาคม 2563]. แหลงขอมลู : https://www.bbc.com/

Thai AIDS Journal A Study of Factors Affecting Sexually Transmitted Diseases Prevention and Control Implemented by the Division of AIDS and STIs during 2010-2019 Vol 32 No.3 Jun - Sep 2020 22.ศณษิ า ตันประเสรฐิ , ภาวินี ดวงเงิน, สมบัติ แทน 28.สํานักอนามยั กรงุ เทพมหานคร. ประวตั ิของสํานัก ประเสรฐิ สขุ . ความชุกของซิฟลิสแตกําเนิดใน อนามัย. [อนิ เตอรเ นต็ ]. [สืบคน 15 พ.ค. 2563]. ประเทศไทยในป พ.ศ. 2552. วารสารควบคมุ โรค แหลงขอมูล: http://203.155.220.238/sdhd/ 2556;36:58-66. doi:10.14456/dcj.2013.26. index.php/th/about/aboutscdoh 23.กรมอนามัย. WHO, UNFPA, UNICEF. เอกสาร 29.McCormack S, Dunn DT, Desai M, Dolling DI, สรุปขอคนพบจากการศึกษาการพัฒนาคุณภาพ Gafos M, Gilson R, et al. Pre-exposure บริการสุขภาพท่ีเปนมิตรสําหรับวัยรุนและเยาวชน prophylaxis to prevent the acquisition of HIV-1 ในประเทศไทย. [อินเตอรเนต็ ]. 2562 [สืบคน 26 infection (PROUD): Effectiveness results from ม.ิ ย. 2563]. แหลง ขอ มูล: http://rh.anamai. the pilot phase of a pragmatic open-label moph.go.th/download/all_file/yfhs/no1/Jan randomised trial. Lancet. 2016;387:53-60. 2020_final-Policy-Brief-YFHS.pdf doi:10.1016/S0140-6736(15)00056-2. 24.กรมสขุ ภาพจิต. นโยบายกรมสุขภาพจิต ประจาํ ป 30.Kojima N, Davey DJ, Klausner JD. Pre-expo- 2557-2558. [อนิ เตอรเ นต็ ]. [สืบคน 12 มิ.ย. sure prophylaxis for HIV infection and new 2563]. แหลง ขอ มลู : https://www.dmh.go.th/ sexually transmitted infections among men who intranet/p2554/policy/ have sex with men. AIDS. 2016;30:2251-2. 25.กรมสขุ ภาพจติ . นโยบายกรมสขุ ภาพจิต ประจําป doi:10.1097/QAD.0000000000001185. 2558-2559. [อินเตอรเ นต็ ]. [สืบคน 12 มิ.ย. 31.Harawa NT, Holloway IW, Leibowitz A, Weiss 2563]. แหลง ขอ มลู : https://www.dmh.go.th/ R, Gildner J, Landovitz RJ, et al. Serious intranet/p2554/policy/. concerns regarding a meta-analysis of preexposure 26.สํานกั อนามัย กรงุ เทพมหานคร. การจัดโครงสรา ง prophylaxis use and STI acquisition. AIDS. การบรหิ ารราชการกรงุ เทพมหานคร. [อนิ เตอรเ นต็ ]. 2017;31:739-40. doi:10.1097/QAD.00000 [สืบคน 15 พ.ค. 2563]. แหลง ขอมูล: http:// 00000001386. www.bangkok.go.th/upload/user/00000304/ 32.World Health Organization. Global health sector structure/7.health_Update.pdf strategy on sexually transmitted infections 27.ศนู ยบ รกิ ารสาธารณสุข ท่ีมีคลนิ กิ ตรวจและรักษา 2016-2021 towards ending STIs. Geneva; โรคติดตอ ทางเพศสัมพันธ [อินเตอรเนต็ ]. 29 ม.ค. 2016. 2559 [สืบคน 13 พ.ค. 2563]. แหลง ขอ มลู : https://www.lovecarestation.com/ 114