35 ท่ีต้ัง ตาบลหนองไผ่ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของอาเภอชุมแพ ห่างจากอาเภอชุมแพประมาณ 2 กโิ ลเมตร บนถนนสายชุมแพ-สชี มพู มีพน้ื ที่ 26.6 ตารางกิโลเมตร แผนภูมิที่ 2.1 แสดงอาณาเขตของตาบลหนองไผ่ อาณาเขต มอี าณาเขตติดต่อกับตาบลใกลเ้ คียงตา่ ง ๆ ดงั น้ี ทิศเหนอื จรดตาบลวังหินลาด อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ทิศใต้ จรดตาบลชุมแพ อาเภอชมุ แพ จงั หวัดขอนแกน่ ทิศตะวันออก จรดตาบลขวั เรียง อาเภอชุมแพ จังหวดั ขอนแก่น ทศิ ตะวันตก จรดตาบลโนนหนั อาเภอชุมแพ จังหวดั ขอนแกน่ เขตการปกครอง มเี ขตการปกครองในพ้ืนที่จานวน 16 หมู่บ้าน และมผี ้ใู หญ่บา้ น ดงั น้ี หมู่ท่ี 1 บา้ นกุดเข้ นางมยุรี ขวญั พรม ผู้ใหญ่บ้าน หมทู่ ่ี 2 บ้านโนนทองหลาง นายกลา้ ประกอบดี ผใู้ หญ่บา้ น หมทู่ ี่ 3 บา้ นหนองไผ่ นายอุทิศ ตองออ่ น ผู้ใหญ่บ้าน หมูท่ ่ี 4 บา้ นวงั หูกวาง นายปัญญา แกว้ หยาด ผ้ใู หญบ่ า้ น หมทู่ ี่ 5 บา้ นหนองไผ่ใต้ นายเภา อสุ วงษ์ กานันตาบล หมู่ที่ 6 บ้านห้วยบง นายหนูเจียง ลาดี ผู้ใหญ่บ้าน หมูท่ ี่ 7 บ้านโนนสะอาด นายประดิษฐ์ หารข้มี อด ผ้ใู หญ่บา้ น หมทู่ ี่ 8 บา้ นยอดหว้ ย นายปรีชา พรสงู เนนิ ผู้ใหญ่บา้ น หมทู่ ่ี 9 บ้านพรสวรรค์ นายสมหมาย บุญฮวด ผ้ใู หญ่บ้าน หมทู่ ่ี 10 บ้านหนองไผ่ นายสมหวัง คาดสนทิ ผใู้ หญ่บ้าน
36 หมทู่ ่ี 11 บา้ นเทพนคร นายนอง นลิ ละผาย ผ้ใู หญบ่ า้ น หมทู่ ี่ 12 บา้ นวงั หูกวาง นายธวัชชยั เสนานนท์ ผู้ใหญบ่ ้าน หมู่ท่ี 13 บา้ นสขุ สมบูรณ์ นายสมยศ งาสแี ดง ผู้ใหญบ่ ้าน หมู่ท่ี 14 บ้านถน่ิ อดุ ม นายจิรศกั ดิ์ โพธสิ าร ผู้ใหญบ่ า้ น หมทู่ ี่ 15 บา้ นใหมน่ าคา นายทวี จตุพรม ผใู้ หญบ่ ้าน หมู่ท่ี 16 บ้านหว้ ยบง นายธนู นามหล้า ผ้ใู หญ่บา้ น เน้ือที่ ตาบลหนองไผ่ มีพื้นที่ตาบลตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ประมาณ 16,625 ไร่ หรือ 26.6 ตารางกโิ ลเมตร ตารางที่ 2.1 แสดงจานวนเนอื้ ที่ เนอื้ ท่ี (ไร่) 1,200 หมทู่ ่ี ช่ือหมู่บ้าน 1,100 1 บา้ นกดุ เข้ 1,000 2 โนนทองหลาง 1,100 3 หนองไผ่ 550 4 วงั หูกวาง 900 5 หนองไผใ่ ต้ 1,600 6 ห้วยบง 1,800 7 โนนสะอาด 1,700 8 ยอดห้วย 850 9 พรสวรรค์ 560 10 หนองไผ่ 640 11 เทพนคร 1,200 12 วังหกู วาง 783 13 สขุ สมบูรณ์ 800 14 ถน่ิ อุดม 842 15 ใหมน่ าคา 16,625 16 หว้ ยบง รวม
37 ประชากร ข้อมูลของ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ณ เดือน กันยายน พ.ศ. 2559 ประชากรทั้งส้ิน 10,442 คน แยกเป็น ชาย 5,229 คน หญิง 5,193 คน มีความหนาแน่นเฉล่ีย 393 คน/ตารางกิโลเมตร ครวั เรือนทั้งสนิ้ 3,568 ครวั เรอื น ตารางที่ 2.2 แสดงจานวนประชากรและครัวเรือน หมทู่ ่ี ชื่อหม่บู า้ น จานวนประชากร จานวนครวั เรอื น (คน) (ครวั เรือน) 1 บา้ นกุดเข้ 860 363 2 โนนทองหลาง 704 201 3 หนองไผ่ 612 189 4 วังหกู วาง 876 319 5 หนองไผ่ใต้ 503 197 6 หว้ ยบง 715 331 7 โนนสะอาด 1053 344 8 ยอดห้วย 776 195 9 พรสวรรค์ 454 186 10 หนองไผ่ 529 154 11 เทพนคร 700 217 12 วังหูกวาง 475 158 13 สขุ สมบรู ณ์ 742 244 14 ถ่นิ อุดม 264 95 15 ใหมน่ าคา 466 148 16 ห้วยบง 693 227 10422 3568 รวม อาชีพ ประชากรส่วนใหญ่ในเขตเทศบาลตาบลหนองไผ่ ประกอบอาชีพทางด้านการ เกษตร เช่น การทานาทาไร่ และทาสวน เป็นต้น รองลงมาประกอบอาชีพค้าขายและรับจ้างทั่วไป (เทศบาลตาบลหนองไผ่, 2559, หน้า 5-7)
38 2.9 งานวิจยั ท่เี กีย่ วขอ้ ง การวิจัยครั้งน้ี ผู้วิจัยได้ศึกษาจากงานวิจัยท่ีเก่ียวข้องนาเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการวิจัยโดย นาเสนอในหัวขอ้ ตา่ ง ๆ ตามลาดับดงั นี้ พยงุ ศกั ดิ์ พลลุน (2555) ศึกษาเรื่อง บทบาทของคณะกรรมการหมู่บ้านต่อการมีส่วนร่วม ทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย : กรณีศึกษาในพ้ืนที่อาเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรีโดย รวมและรายด้านผลการวิจัยพบว่า บทบาทในการมีส่วนร่วมทางการเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน อยู่ใน ระดับมาก ได้แก่ การใช้สิทธิเลือกต้ัง การชักชวนให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง การติดตาม ข่าวสารการเมือง การเข้าร่วมกิจกรรมการเมืองและการสนทนาการเมือง ส่วนปัญหาและอุปสรรคใน การมสี ่วนรว่ มทางการเมอื ง ไดแ้ ก่ ปัญหาการขาดงบประมาณสนับสนุน ปัญหาเก่ียวกับความเข้าใจใน บทบาทการมีส่วนร่วมทางการเมืองและกฎหมายท่ีเกี่ยวข้อง ปัญหาด้านความขัดแย้งระหว่างคณะ กรรมการหมบู่ า้ นกบั สมาชิกสภาท้องถิ่น ซ่ึงทาให้ขาดความร่วมมือและการประสานงานท่ีดี ตลอดจน ปัญหาการทุจริต เป็นต้น ส่วนข้อเสนอแนะ ได้แก่ หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องควรจัดการฝึกอบรมและการ ส่ือสารข้อมูลท่ีเกี่ยวข้องอย่างต่อเน่ือง เสริมสร้างความสามัคคีให้แก่คณะกรรมการหมู่บ้าน รวมท้ัง จัดสรรเงินงบประมาณสนับสนุนเพิ่มเติม เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจในการร่วมกันพัฒนาการเมืองใน ระบอบประชาธปิ ไตยตอ่ ไป ดาบตารวจหฏั ฐกรฆ์ เครือสาร (2556) ศึกษาเรือ่ ง บทบาททางการเมืองของผู้นาชุมชนใน เขตเลือกต้ัง ตาบลต้นธงชัย จังหวัดลาปาง ต่อการเลือกต้ังนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด วันท่ี 8 กรกฎาคม 2555 ผลการศึกษาพบว่า บทบาททางเมืองของผู้นาชุมชนในตาบลธงชัย จังหวัดลาปาง ด้านความคิดเห็นต่อผู้นาชุมชนผลต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการเลือกต้ัง โดย ภาพรวมอย่ใู นระดบั ปานกลาง โดยผูน้ าชุมชนทาหน้าที่เป็นหัวคะแนนช่วยผู้สมัครรับเลือกต้ังตาแหน่ง ตา่ ง ๆ ตลอดจนช่วยรณรงค์หาเสียง รองลงมาคือ ผู้นาชุมชนได้มีการประชาสัมพันธ์ชี้แจงรายชื่อของ ผู้สมัครเลือกต้ังนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลาปาง ในเขตชุมชนของตนอยู่เสมอ ผู้นาชุมชนจะ ชกั ชวนให้ประชาชน สมคั รเปน็ สมาชกิ ของพรรคการเมืองท่ีตนสังกัดอยู่ และผู้นาชุมชนเป็นผู้ให้ความ ร่วมมือกับทางราชการในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการเลือกต้ังนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ลาปาง แก่ประชาชนในชมุ ชน อดิศักด์ิ มะแซกูเบ (2556) ศึกษาเร่ือง การมีส่วนร่วมของคณะกรรมการหมู่บ้านในการ พัฒนาชนบทในอาเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ผลการศึกษาพบว่า (1) การมีส่วนร่วมในการพัฒนา ชนบทของกลุ่มตัวอย่างที่เป็นคณะกรรมการหมู่บ้านมีส่วนร่วมในการพัฒนาชนบท อยู่ในระดับปาน กลาง (2) ผลการเปรียบเทียบปัจจัยด้านประชากร เศรษฐกิจ และสังคม จิตวิทยาสังคมกับการมีส่วน ร่วมในการพัฒนาชนบทในอาเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส พบว่าปัจจัยด้านประชากรท่ีแตกต่างกัน การมีส่วนร่วมในการพัฒนาชนบทไม่แตกต่างกัน ปัจจัยด้านเศรษฐกิจพบว่ารายได้จากเงินประจา
39 ตาแหน่งและเงนิ ค่าตอบแทนที่แตกต่างกัน การมีส่วนร่วมในการพัฒนาชนบทแตกต่างกัน ส่วนรายได้ ของครอบครัวท่ีแตกต่างกัน การมีส่วนร่วมในการพัฒนาชนบทไม่แตกต่างกัน ปัจจัยด้านจิตวิทยา สังคมที่แตกต่างกัน การมีส่วนร่วมในการพัฒนาชนบทแตกต่างกัน แม้จะจาแนกตามการเป็นสมาชิก ของกลุ่มสังคม การได้รับข่าวสาร ส่วนการได้รับการฝึกอบรมท่ีแตกต่างกันมีส่วนร่วมในการพัฒนา ชนบทแตกต่างกัน และปัจจัยด้านจิตวิทยาสังคมที่แตกต่างกัน การมีส่วนร่วมในการพัฒนาชนบทไม่ แตกต่างกัน (3) ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ ได้แก่ การไม่ได้รับความร่วมมือขาดความรู้ความ สามารถบุคลากรที่มอี ย่ยู ังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติงานในหน้าที่ จานวนงบประมาณ ไมเ่ พียงพอในการพัฒนาชนบท ณัฐวุฒิ ถุนนอก (2555) ศึกษาเร่ือง การปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของกานัน ผู้ใหญ่บ้าน กรณีศึกษา : อาเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ผลการศึกษาพบว่า (1) ระดับการ ปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าท่ีของกานัน ผู้ใหญ่บ้าน อาเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น โดยรวม อยู่ในระดับมากทั้ง 4 ด้าน โดยเรียงจากมากไปหาน้อย คือ ด้านการอานวยความเป็นธรรม ด้านการ ใหบ้ ริการประชาชน ด้านการพัฒนาและการส่งเสริมอาชีพ และด้านการปกครองและการรักษาความ สงบเรียบร้อย ตามลาดับ (2) ระดับการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าท่ีของกานัน ผู้ใหญ่บ้าน อาเภอ เมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น จาแนกตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา รายได้ ตาแหน่ง และระยะ เวลาในการดารงตาแหน่งพบว่าไม่แตกต่างกัน (3) ปัญหาอุปสรรค กานันผู้ใหญ่บ้านส่วนใหญ่ยังขาด ความรู้ความเขา้ ใจในระเบียบกฎหมายต่าง ๆ ท่ใี ช้ในการปฏิบัติหน้าท่ี ขาดทักษะและอุดมการณ์ และ ขาดภาวะผู้นาในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตัวแทนของประชาชนในตาบล หมู่บ้าน ข้อเสนอแนะควร สง่ เสริมใหป้ ระชาชนทว่ั ไปทีม่ ีความรู้ ความสามารถสมคั รเข้ามารับเลือกตั้งเป็นกานัน ผู้ใหญ่บ้าน มาก ข้ึน สาหรับกานัน ผใู้ หญบ่ ้านทม่ี อี ยูแ่ ลว้ ควรพัฒนาขีดความสามารถให้มีความรู้ในระเบียบ กฎหมายที่ ใชใ้ นการปฏิบัตงิ านเพิม่ ขน้ึ ควรมีการอบรมใหค้ วามรู้เร่ืองระเบียบกฎหมายอย่างต่อเน่ือง ควรปลูกฝัง อุดมการณ์ของนักปกครองในฐานะผู้นาหม่บู ้าน ใหม้ ีจติ อาสาทปี่ ฏบิ ตั หิ นา้ ที่ในการบาบัดทุกข์ บารุงสุข ใหแ้ กป่ ระชาชน พร้อมกับการพฒั นาความเปน็ ผู้นาใหแ้ ก่กานนั ผใู้ หญ่บา้ นเพื่อให้เกิดความเช่ือมั่นและ ศรัทธาของประชาชนที่จะก่อให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนาตาบล หมู่บ้าน และสามารถแก้ไข ปัญหาความเดือดรอ้ นของประชาชนไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ บุศริน เถาวัลย์ (2555) ศึกษาเร่ือง บทบาทของกานัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการแก้ไขปัญหา ความขัดแย้งทางการเมืองในจังหวัดปัตตานี ผลการศึกษาพบว่า (1) กานัน ผู้ใหญ่บ้าน ในฐานะเป็น ผู้นาหมู่บ้าน ซึ่งเป็นบุคคลท่ีน่าเช่ือถือและยอมรับของคนในหมู่บ้าน ได้แสดงบทบาทในการแก้ไข ปัญหาความขัดแยง้ ทางการเมอื งโดยการปกครอง ดูแลความเรียบรอ้ ยในหมบู่ า้ นป้องกันปัญหาอาชญา กรรม ยาเสพตดิ รวมถงึ อบายมขุ ตา่ ง ๆ มิให้มีในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นการหลีกเล่ียงความรุนแรงของปัญหา ท่ีนาไปสู่ความแตกแยกในพื้นท่ี ในฐานคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) การใช้กฎหมู่บ้าน “ฮูกมปากัต”
40 เครือข่ายชุมชนศรัทธา หรือ “กัมปงตักวา” ในการอยู่ร่วมกัน การทาความเข้าใจและให้ราษฎรมี ทศั นคติที่ดตี อ่ ราชการ รวมทง้ั สง่ เสรมิ วฒั นธรรมและประเพณีในท้องที่ การดาเนินกิจกรรมการพัฒนา ร่วมกันเป็นเครื่องเชื่อมความสามัคคี โดยมีบทบาทสรุปได้ 6 ประการ ได้แก่ บทบาทตามกฎหมาย ผู้นาทางการบริหาร ผู้นาทางราชการ ผู้นาชุมชน ผู้นาทางการเมือง และบทบาทในทางส่ือประสาน (2) ปัจจัยท่ีส่งผลต่อบทบาทของกานัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองใน จงั หวัดปตั ตานี ปจั จัยด้านลบ พบว่าสถานการณค์ วามสงบในพน้ื ท่ที ยี่ ดื เย้ือและเร้อื รัง ปัญหาท่ีทับซ้อน ฝังรากลึก และส่วนราชการที่ปฏิบัติงานในพื้นท่ีมุ่งปริมาณมากกว่าคุณภาพและผลลัพธ์ มุ่งชนะใจ ประชาชนด้วยวิธีการสงเคราะห์ด้วยโครงการประชานิยม ที่มุ่งแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุทาให้ระบอบ การปกครองระบบประชาธิปไตยเสียระบบ ความรู้สึกที่ประชาชนอยากมีส่วนร่วมได้ค่อย ๆ หมดไป ด้วยเหตุนี้ความขัดแย้งในพื้นที่ยิ่งต้องอาศัยระยะเวลาในการคล่ีคลายมากขึ้น ปัจจัยด้านบวก อานาจ หน้าที่ของกานันผู้ใหญ่บ้าน ท่ีกฎหมายกาหนดบทบาทตามกฎหมายลักษณะปกครองท้องที่ ผู้ใหญ่บ้านในฐานะเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง ผู้บังคับหมวดชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) และด้านการอานวยความเป็นธรรม รวมถึงกฎหมายให้กานัน ผู้ใหญ่บ้านเปรียบเสมือนว่าเป็น เจา้ หน้าท่ีของทุกกระทรวง ทบวง กรม ท่ีประจาอยู่ในทุกตาบล ทุกหมู่บ้าน เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการ แก้ไขปัญหาความขัดแย้ง (3) แนวโน้มบทบาทของกานันผู้ใหญ่บ้านควรมีบทบาทใน “งานปกครอง” รักษาความสงบเรียบร้อยในหมู่บ้าน รวมถึงเป็นแหล่งข่าวให้ราชการ ส่วนบทบาทด้านการพัฒนา กานนั ผใู้ หญ่บา้ นต้องค้นหาปัญหา วเิ คราะหข์ อ้ มูล มีความคิดริเรม่ิ เป็นของตัวเองและประสานองค์กร ปกครองส่วนท้องถ่ิน หรือส่วนราชการในการแก้ไขปัญหา และพัฒนาพ้ืนท่ีของตนเป็นชุมชนเข้มแข็ง พ่ึงตนเองได้ สร้างระเบียบวินัยให้เกิดข้ึนและเกิดสวัสดิการชุมชนที่นาไปสู่การแก้ไขความขัดแย้งใน พื้นทไ่ี ด้ ณรินทร์ งามวงษ์ (2556) ศึกษาเร่ือง บทบาทของกานันและผู้ใหญ่บ้านท่ีเสริมสร้าง ประชาธิปไตยท้องถิ่น ในพ้ืนที่องค์การบริหารส่วนตาบล : กรณีศึกษาอาเภอประจันตคาม จังหวัด ปราจีนบุรี ผลการศึกษาพบว่า (1) สภาพของบทบาทกานันและผู้ใหญ่บ้าน ได้แก่ 1.1) ด้านการ ปกครองราษฎรเม่ือเกิดปัญหาเน้นปรึกษาหารือในคณะกรรมการหมู่บ้าน 1.2) ด้านการรักษาความ สงบเรียบร้อย กานัน ผใู้ หญ่บ้านเป็นแกนหลัก มี องค์การบริหารส่วนตาบลสนับสนุน โดยใช้กระบวน การหารือแบบประชาธปิ ไตย เป็นการร่วมมือกันในลักษณะร่วมกันทางานและร่วมกันรับผิดชอบ 1.3) ด้านส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมือง นาพาราษฎรร่วมรณรงค์การเลือกต้ัง และในวันเลือกตั้ง กระตุ้นให้ราษฎรออกมาใช้สิทธ์ลงคะแนนให้มากท่ีสุด (2) ปัญหาหรืออุปสรรคของบทบาทกานันและ ผ้ใู หญบ่ า้ น ได้แก่ 2.1) ด้านการปกครองราษฎร การแบ่งปันงบประมาณและกองทุน เน้นที่เครือญาติ หรือพวกพ้อง 2.2) ด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย การหาอุปกรณ์เคร่ืองใช้และยุทธปัจจัย จาเป็นต้องได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก องค์การบริหารส่วนตาบลเน่ืองจากกานัน ผู้ใหญ่บ้าน
41 ไม่มีงบประมาณ 2.3) ด้านส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมือง ถูกระแวงเรื่องความไม่เป็นกลาง การ ฝักใฝ่พรรคการเมือง และการเป็นหัวคะแนน (3) บทบาทที่เหมาะสมของกานันและผู้ใหญ่บ้าน ได้แก่ 3.1) ด้านการปกครองราษฎร ควรมีความเป็นกลางอย่างแท้จริงและให้ความยุติธรรมแก่ราษฎรอย่าง เท่าเทียมกัน 3.2) ด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย ควรให้ความสนใจกับกลุ่มในพ้ืนท่ี แล้วดึงเข้า มาร่วมเป็นภาคีเครือข่ายให้มากท่ีสุด เพ่ือมาช่วยกันดูแลงานด้านนี้ 3.3) ด้านส่งเสริมการมีส่วนร่วม ทางการเมอื ง กานัน ผใู้ หญบ่ ้านควรเปิดโลกทัศน์ประชาธิปไตย โดยให้โอกาสราษฎรมีส่วนร่วมในการ ตดั สินใจมากยงิ่ ขึน้ สิบเอกฐาปกรณ์ ปัตเมฆ (2556,) ศึกษาเร่ือง บทบาทของกานันผู้ใหญ่บ้านต่อการพัฒนา การเมืองในระบอบประชาธิปไตย : กรณีศึกษาอาเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ผลการศึกษาพบว่า (1) กานัน ผู้ใหญ่บ้าน มีบทบาทในการพัฒนาการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ในด้านการให้การเรียนรู้ และการกล่อมเกลาทางการเมือง การสรรหาบุคลากร และการสร้างความสมานฉันท์ภายในหมู่บ้าน โดยปัจจัยทัง้ 5 ด้าน มีผลต่อการพัฒนาการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งสอดคล้องกับผลจากการ สมั ภาษณ์กานนั และผใู้ หญบ่ ้าน (2) ปัญหาอปุ สรรคในการพัฒนาการเมอื งในระบอบประชาธิปไตยของ กานนั ผใู้ หญบ่ ้านในด้านต่าง ๆ พบว่าปัญหาอุปสรรคทส่ี าคัญ คอื การขาดความร่วมมือจากประชาชน ในพ้ืนที่ ประชาชนขาดความรู้ความเข้าใจในทางการเมือง คิดว่าไม่ใช่เร่ืองของตนไม่เก่ียวข้องกับตน สนใจเร่ืองการประกอบอาชพี ของตนมากกว่าทจ่ี ะมาให้ความสาคัญกับการเมือง จิรัฐ ชวนชม และคณะ (2557) ศึกษาเร่ือง แนวทางการพัฒนาบทบาทผู้นาชุมชนในการ สร้างความเข้มแข็ง กรณีศึกษา ชุมชนวัดญาณสังวราราม อาเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ผลการศึกษา พบว่า ผลการเปรียบเทียบ ความคิดเห็นต่อบทบาทผู้นาในชุมชนของคนในชุมชนจาแนกตาม คณุ ลักษณะสว่ นบคุ คล พบวา่ เพศ รายได้ ระดับการศกึ ษา ระยะเวลาที่อาศัยอยู่ในชุมชนแตกต่างกัน มี ความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทผู้นาในชุมชนไม่แตกต่างกัน สาหรับจานวนสมาชิกของคนในครอบครัว แตกต่างกันมคี วามคดิ เหน็ เก่ียวกับบทบาทผนู้ าในชุมชนทแ่ี ตกตา่ งกัน เม่อื พิจารณาจากผลงานวจิ ยั ทเ่ี กยี่ วข้องข้างตน้ พบว่าคณะกรรมการหมู่บ้านมีบทบาทสาคัญ ในด้านการปกครองและรักษาความสงบเรียบร้อย โดยเฉพาะในเรื่องการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ คณะกรรมการหมู่บ้าน ซ่ึงการส่งเสริมอุดมการณ์และวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตย เป็นบทบาทท่ีสาคัญ ประการหน่ึงของคณะกรรมการหมู่บ้าน และเป็นปัจจัยส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยมากข้ึน สาหรับการวิจัยคร้ังน้ี ผู้วิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความคิด เห็นเกยี่ วกับบทบาท เปรียบเทยี บบทบาท และหาข้อเสนอแนะบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการ หมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยเน้นศึกษาเฉพาะบทบาทของคณะ กรรมการหมู่บ้านใน 3 ด้าน คือ 1) การใช้สิทธิเลือกตั้ง 2) การติดตามข่าวสารทางการเมือง และ 3) การ ชกั ชวนใหป้ ระชาชนไปใชส้ ิทธิเลอื กตง้ั
42 2.10 สรปุ กรอบแนวคิดท่ใี ชใ้ นการวจิ ัย ในการวิจัยเรื่องบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ผู้วิจัยได้นางานวิจัย เร่ือง บทบาทของคณะกรรมการหมู่บ้านต่อการมี ส่วนร่วมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย : กรณีศึกษาในพื้นท่ีอาเภอบางปลาม้า จังหวัด สุพรรณบุรี ของ พยุงศักด์ิ พลลุน (2555) เป็นเกณฑ์ในการกาหนดกรอบแนวคิดที่ใช้ในการศึกษา โดยเน้นศึกษาเฉพาะระดับความคิดเห็นเก่ียวกับบทบาทของคณะกรรมการหมู่บ้านใน 3 ด้าน คือ 1) การใชส้ ทิ ธเิ ลือกตั้ง 2) การตดิ ตามข่าวสารทางการเมอื ง และ 3) การชักชวนให้ประชาชนไปใช้สิทธิ เลอื กตั้ง ตามแผนภูมทิ ่ี 2.1 ตวั แปรอสิ ระ ตวั แปรตาม (Independent Variables) Dependent Variables) ปัจจัยสว่ นบคุ คล บ ท บ า ท ท า ง ก า ร เ มื อ ง ข อ ง ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร หมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ 1) เพศ จังหวดั ขอนแกน่ 3 ด้าน ดังนี้ 2) อายุ 3) ระดบั การศึกษา 1) การใชส้ ทิ ธเิ ลอื กตง้ั 4) รายได้ 2) การตดิ ตามขา่ วสารทางการเมอื ง 3) การชกั ชวนใหป้ ระชาชนไปใชส้ ทิ ธเิ ลือกต้งั แผนภมู ิท่ี 2.2 แสดงสรุปกรอบแนวคิดที่ใชใ้ นการวิจัย
บทท่ี 3 วธิ ีดำเนนิ กำรวิจัย การวจิ ัยคร้งั น้ี เปน็ การศกึ ษาความคดิ เห็นเก่ียวกับบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการ หมู่บ้านในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น เพ่ือให้การวิจัยเป็นไปตามวัตถุประสงค์ ผู้วจิ ัยจึงดาเนินการตามขัน้ ตอน ดงั นี้ 3.1 ประชากรและกลุม่ ตวั อยา่ ง 3.2 เทคนิควิธีการสุ่มตัวอยา่ ง 3.3 เครอ่ื งมือท่ใี ช้ในการวิจยั 3.4 การสร้างและตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือวจิ ยั 3.5 การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู 3.6 การวเิ คราะหข์ ้อมลู 3.7 สถติ ทิ ี่ใชใ้ นการวจิ ยั 3.1 ประชำกรและกลุ่มตวั อย่ำง 3.1.1 ประชำกร ในการวิจัยในคร้ังนี้ คือ คณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชมุ แพ จงั หวดั ขอนแก่น จานวน 237 คน 3.1.2 กลุ่มตัวอย่ำง ได้แก่ คณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จงั หวดั ขอนแก่น จานวน 149 คน 3.2 เทคนิควิธีกำรสุม่ ตัวอย่ำง ผู้วิจัยไดด้ าเนนิ การสมุ่ ตัวอย่างตามลาดบั ขั้นตอน ดังนี้ 3.2.1 กำหนดขนำดของกลุ่มตัวอย่ำง (Sample Size) โดยใช้สูตรของยามาเน่ (Taro Yamane) n =N 1+N เมอ่ื n คือ ขนาดกลมุ่ ตัวอยา่ ง N คอื ขนาดประชากร e คอื คลาดคลาดเคล่ือนของกลุ่มตวั อยา่ ง ความคลาดเคลอื่ นเท่ากับ รอ้ ยละ 5 หรอื 0.05 ระดบั ความเชอ่ื มนั่ 95%
44 แทนค่าในสูตร n = 237 1+ (237 x 0.052) n= 237 1+ (237 x 0.0025) = 237 = 149.05 1.59 ปัดทศนยิ มไดข้ นาดกลมุ่ ตัวอย่างจานวน = 149 คน 3.2.2 กำรสมุ่ ตัวอยำ่ ง เมอ่ื ไดข้ นาดกลุ่มตัวอย่าง จานวน 149 คน จึงใช้วิธีการสุ่มแบบชั้นภูมิ (Stratified Random Sampling) ในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยแยกประชากรออกเป็นกลุ่ม ๆ โดย หน่วยประชากรมีลักษณะเหมือนกันแล้ว จากนั้นทาการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยการจับฉลาก แบบไม่ส่งกลับคืน เพ่ือให้ได้กลุ่มตัวอย่างท่ีกาหนดไว้ ให้ครบตามจานวนกลุ่มตัวอย่าง ในแต่ละหมบู่ า้ น ตำรำงท่ี 3.1 แสดงจำนวนประชำกรและกลุ่มตัวอยำ่ ง หม่บู ้ำน ประชำกร วธิ กี ำรคำนวณ กลุม่ ตวั อย่ำง หมู่ท่ี 1 บา้ นกุดเข้ 12 (12 x 149) ÷ 237 8 หมูท่ ่ี 2 บา้ นโนนทองหลาง 17 (17 x 149) ÷ 237 11 หมทู่ ่ี 3 บา้ นหนองไผ่ 18 (18 x 149) ÷ 237 11 หมทู่ ่ี 4 บ้านวงั หกู วาง 14 (14 x 149) ÷ 237 9 หมทู่ ี่ 5 บ้านหนองไผใ่ ต้ 15 (15 x 149) ÷ 237 9 หมทู่ ี่ 6 บ้านห้วยบง 16 (16 x 149) ÷ 237 10 หมทู่ ี่ 7 บา้ นโนนสะอาด 16 (16 x 149) ÷ 237 10 หมู่ที่ 8 บ้านยอดห้วย 15 (15 x 149) ÷ 237 9 หมู่ที่ 9 บา้ นพรสวรรค์ 12 (12 x 149) ÷ 237 8 หมทู่ ี่ 10 บ้านหนองไผ่ 15 (15 x 149) ÷ 237 9 หมู่ที่ 11 บา้ นเทพนคร 20 (20 x 149) ÷ 237 13 หมู่ที่ 12 บ้านวังหกู วาง 11 (11 x 149) ÷ 237 7 หมู่ท่ี 13 บ้านสขุ สมบูรณ์ 16 (16 x 149) ÷ 237 10 หม่ทู ่ี 14 บา้ นถิ่นอุดม 11 (11 x 149) ÷ 237 7 หมูท่ ี่ 15 บ้านใหม่นาคา 13 (12 x 149) ÷ 237 8 หมทู่ ี่ 16 บ้านหว้ ยบง 16 (16 x 149) ÷ 237 10 237 149 รวม -
45 3.3 เคร่อื งมอื ท่ใี ชใ้ นกำรวิจัย เครือ่ งมือที่ใชใ้ นการวิจัยในครั้งนี้ ผู้วิจัยไดใ้ ช้แบบสอบถามเปน็ เครื่องมือในการเก็บรวบรวม ขอ้ มูลโดยใชแ้ บบสอบถาม เรื่อง บทบาททางการเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้านในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จงั หวดั ขอนแกน่ ลกั ษณะแบบสอบถามท่ีใชใ้ นการวิจัยครงั้ นีแ้ บง่ ออกเป็น 3 ตอน ดงั นี้ ตอนท่ี 1 ข้อมูลเก่ียวกับปัจจัยส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม ได้แก่ เพศ อายุ ระดับ การศึกษา และรายได้ เปน็ แบบสอบถามแบบตรวจสอบรายการ (Check list) ตอนท่ี 2 แบบสอบถามเก่ียวกับความคิดเห็นเก่ียวกับบทบาททางการเมืองของ คณะกรรมการหมู่บ้านในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น แบบสอบถามท่ีใช้ใน การศึกษาวิจัย จานวน 3 ดา้ น คอื 1. ดา้ นการใช้สทิ ธิเลือกต้ัง 2. ดา้ นการตดิ ตามขา่ วสารทางการเมือง 3. ด้านการชกั ชวนให้ประชาชนไปใชส้ ิทธิเลอื กตั้ง ลกั ษณะแบบสอบถามเป็นมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) ตามวิธีการของ ลิเคิร์ท (Likert) แบ่งออกเป็น 5 ระดับ ดังน้ี มากท่ีสดุ มคี า่ เทา่ กับ 5 มาก มคี ่าเท่ากับ 4 ปานกลาง มีค่าเทา่ กบั 3 นอ้ ย มีค่าเท่ากบั 2 น้อยท่สี ดุ มคี ่าเท่ากบั 1 ตอนที่ 3 ขอ้ เสนอแนะความคดิ เห็นเก่ียวกับบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ลักษณะคาถามเป็นแบบปลายเปิด (Opened- end Questions) 3.4 กำรสร้ำงและตรวจสอบคณุ ภำพเคร่ืองมือวจิ ัย การสร้างเคร่ืองมือเพ่ือใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ดาเนินการตามขั้นตอน ดงั นี้ 3.4.1 ศึกษาเอกสาร บทความ ตารา แนวคดิ ทฤษฎี และงานวิจัยท่เี กีย่ วขอ้ ง 3.4.2 สรา้ งแบบสอบถามให้ครอบคลุมขอบเขตการศึกษาวจิ ัยโดยใช้คาถาม 2 ประเภท คือ แบบปลายปดิ และแบบปลายเปดิ 3.4.3 นาเครอื่ งมือที่สร้างเสร็จเสนออาจารยท์ ่ีปรึกษาตรวจสอบ และใหข้ อ้ เสนอแนะ
46 3.4.5 นาเคร่ืองมือที่สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เสนอผู้เช่ียวชาญ จานวน 5 ท่าน เพื่อตรวจ สอบหรือปรับปรุงแก้ไขความถูกต้องสมบูรณ์ของเนื้อหาเพ่ือให้ได้แบบสอบถามที่ตรงตามเน้ือหาและ ความเหมาะสม 3.4.6 นาแบบสอบถามทผ่ี า่ นการปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะของผู้เช่ียวชาญแล้วหาค่า ความเท่ียงตรงและค่าความสอดคล้อง (Index of Item Objective Congruence : IOC) โดยเลือก ขอ้ คาถามที่มีค่าตัง้ แต่ 0.5 ข้นึ ไป จากคาถามทั้งหมด ซึ่งคาถามแต่ละข้อมีค่าดัชนีความสอดคล้อง อยู่ ระหว่าง ดงั สูตร สูตร IOC = R N เม่อื IOC คือ ความสอดคลอ้ งระหวา่ งวัตถุประสงค์กับแบบทดสอบ R คือ ผลรวมของคะแนนจากผเู้ ชี่ยวชาญทัง้ หมด N คือ จานวนผู้เชี่ยวชาญ โดย +1 แนใ่ จว่าสอดคลอ้ ง 0 ไมแ่ นใ่ จว่าสอดคล้อง -1 แนใ่ จว่าไมส่ อดคลอ้ ง โดยเลือกข้อคาถามที่มีค่าต้ังแต่ 0.50 ข้ึนไป จากข้อคาถามท้ังหมด 30 ข้อ ใช้ได้ จานวน 30 ขอ้ ซึ่งข้อคาถามทใ่ี ช้ไดม้ คี ่า IOC อยู่ในชว่ ง 0.6-0.8 3.4.6 ปรับปรุงแบบสอบถามตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญต่ออาจารย์ที่ปรึกษา สารนพิ นธ์ตรวจสอบความถูกต้อง 3.4.7 นาแบบสอบถามที่ปรับปรุงแก้ไขแล้วไปทดลองใช้ (Try Out) กับกลุ่มประชากรที่ ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง รวม 30 คน ในเขตพื้นท่ีตาบลวังหินลาด อาเภอชุมแพ จังหวัดเพื่อหาค่าอานาจ จาแนกรายขอ้ โดยใชว้ ิธี Item-total Correlation เลือกข้อทีม่ ีค่า r มีนยั สาคัญทางสถติ ิทร่ี ะดบั 0.05 3.4.8 หาคา่ ความเช่อื ม่นั (Reliability) ของแบบสอบถาม โดยใชส้ ูตรการหาค่าสัมประสิทธ์ิ แอลฟา (Alpha Coefficient) ของครอนบาค (Cronbach) ไดค้ า่ ความเชอื่ ม่นั ท่ีระดบั .919 สูตร = k 1- k-1 เมือ่ คือ ค่าสัมประสิทธคิ์ วามเช่อื มั่นของแบบทดสอบ k คอื จานวนข้อของแบบทดสอบ คือ ผลรวมความแปรปรวนของแตล่ ะข้อ คือ ความแปรปรวนของคะแนนรวม
47 3.4.9 นาแบบสอบถามทส่ี มบรู ณแ์ ลว้ ไปใชเ้ กบ็ ข้อมูลกบั กลุ่มตวั อย่างในการวจิ ยั ต่อไป 3.5 กำรเก็บรวบรวมข้อมูล การวิจยั ครัง้ น้ี ผวู้ ิจัยได้ดาเนนิ การเกบ็ รวบรวมข้อมลู ตามลาดับ ดังน้ี 3.5.1 ผวู้ จิ ัยมหี นังสือถึงรองอธิการบดีวิทยาเขตศรีล้านช้าง เพ่ือขอให้มีหนังสือขอความร่วม มอื จากบณั ฑติ วิทยาลยั ของมหาวทิ ยาลยั มหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีล้านช้าง เพ่ือ ขอความร่วม มือให้ผู้วิจัยได้ดาเนินการเก็บรวบข้อมูล ซ่ึงเป็นกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาวิจัย ได้ตอบแบบสอบถามใน การวจิ ัยครง้ั นี้ 3.5.2 ผู้วิจัยดาเนินการเก็บรวบรวมแบบสอบถาม โดยเดินทางไปเก็บแบบสอบถามด้วย ตนเองทุกหมู่บา้ น 3.6 กำรวิเครำะห์ขอ้ มลู ในการวิจัยคร้ังนี้ ผู้วิจัยนาแบบสอบถามที่เก็บรวบรวมข้อมูลได้มาตรวจสอบความถูกต้อง และความสมบูรณ์ของข้อมลู 3.6.1 ผู้วจิ ัยนาแบบสอบถามมาตรวจใหค้ ะแนนตามเกณฑ์ที่ให้ไว้ จัดระบบข้อมูลตรวจ สอบ เพื่อนาไปวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรมสาเร็จรูปและการแปลความหมายค่าเฉล่ีย น้าหนักแบบสอบถาม (บุญชม ศรีสะอาด, 2554 หน้า 82) โดยมีเกณฑ์ในการพิจารณาแบ่งระดับความ คิดเห็นเก่ียวกับบทบาททางการเมืองด้วยการหาช่วงกว้างของอันตรภาคชั้น (Class Interval) โดยการ คานวณตามหลักการหาคา่ เฉลี่ย จะไดช้ ว่ งกวา้ งระดับ 0.8 ดังน้ี อันตรภาคชัน้ = ข้อมูลทมี่ คี ่าสงู สดุ -ขอ้ มูลทมี่ คี า่ ตา่ สุด จานวนช้ัน = 5-1 5 = 0.8 การแปลความหมายคา่ เฉลยี่ น้าหนักแบบสอบถาม เป็นดงั นี้ ค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 4.21-5.00 หมายถงึ มากทสี่ ดุ ค่าเฉล่ียตัง้ แต่ 3.41-4.20 หมายถงึ มาก ค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 2.61-3.40 หมายถึง ปานกลาง ค่าเฉลีย่ ตั้งแต่ 1.81-2.60 หมายถึง นอ้ ย ค่าเฉล่ียต้งั แต่ 1.00-1.80 หมายถงึ นอ้ ยทสี่ ุด
48 การวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัยน้ีได้ดาเนินการโดยนาข้อมูลมาวิเคราะห์ด้วยเคร่ือง คอมพิวเตอร์โดยใช้โปรแกรมสาเรจ็ รูป มีลาดับขน้ั ตอน ดงั น้ี 1. ศึกษาปัจจัยส่วนบุคคลโดยหาค่าสถิติพื้นฐาน คือ ความถี่ (Frequency) และค่าร้อยละ (Percentage) 2. ศึกษาระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยการหาค่าเฉลี่ย ( ) และค่าส่วนเบ่ียงเบน มาตรฐาน (S.D.) 3. ทดสอบสมมติฐานการวิจัยโดยการวิเคราะห์เพ่ือเปรียบเทียบความคิดเห็นเกี่ยวกับ บทบาททางการเมอื งของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น กับปัจจัยส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่าง จาแนกตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา และรายได้ โดยใช้การ วิเคราะหค์ วามแปรปรวนแบบจาแนกทางเดยี ว (One-Way ANOVA) ถ้าความแตกต่างมีนัยสาคัญทาง สถติ จิ ะทดสอบความแตกตา่ งของคา่ เฉลย่ี เป็นรายคดู่ ้วยวิธีการของเชฟเฟ่ (Scheffe’s Method) 4. วิเคราะห์ข้อเสนอแนะความคิดเห็นเก่ียวกับบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการ หมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยใช้การสรุปประเด็นแล้วให้ความถ่ี (Frequency) และนาเสนอในรปู แบบตาราง 5. การวเิ คราะห์ขอ้ มูล ผูว้ ิจยั ใชโ้ ปรแกรมคอมพวิ เตอร์สาเร็จรูป อธิบายในรปู ตาราง 3.7 สถติ ทิ ี่ใช้ในกำรวจิ ยั 3.7.1 สถิตเิ ชิงพรรณนำ 1) การแจกแจงความถี่ (Frequency) 2) สถิติร้อยละ (Percentage) เพ่ือวิเคราะห์ข้อมูลท่ัวไปของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยใช้สตู ร P= เมื่อ P แทน คา่ ร้อยละ แทน ความถ่ีทต่ี อ้ งการแปลงใหเ้ ป็นรอ้ ยละ แทน จานวนความถ่ีทงั้ หมด 3) ค่าเฉล่ีย (mean) โดยใชส้ ตู ร = เม่อื แทน ค่าเฉล่ยี แทน ผลรวมของขอ้ มูลทัง้ หมด
49 แทน จานวนขอ้ มลู ทงั้ หมด 4) ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน (standard deviation) โดยใช้สตู ร S.D. = √ เม่อื S.D. แทน ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน แทน จานวนกล่มุ ตัวอยา่ ง แทน ผลรวมของขอ้ มูลแต่ละตวั ยกกาลังสอง แทน ผลรวมของขอ้ มลู ทง้ั หมดยกกาลังสอง 3.7.2 สถิติท่ีใช้ในกำรอนมุ ำน 1) ค่า t-test ในการเปรยี บเทียบตวั แปรอสิ ระสองกลุม่ คานวณจากสูตร t= ̅ ̅ √ เมื่อ ̅ ̅ แทน ค่าเฉล่ยี ของกล่มุ ตวั อย่างกลุ่มที่ 1, 2 แทน ความแปรปรวนของกลุ่มตวั อยา่ งกลุ่มท่ี 1, 2 n1, n2 แทน ขนาดของกลมุ่ ตวั อย่างกลุ่มที่ 1, 2 2) การวิเคราะหค์ วามแปรปรวนทางเดยี ว (One-Way ANOVA) หรอื (F-test) F= เม่ือ F แทน อตั ราส่วนของความแปรปรวน แทน ค่าความแปรปรวนระหว่างกลมุ่ แทน คา่ ความแปรปรวนภายในกล่มุ
บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมลู การวิจัย เร่ือง บทบาททางการเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวดั ขอนแก่น ผูว้ จิ ยั ไดด้ าเนินการวเิ คราะห์ข้อมูลตามข้นั ตอนดังต่อไปน้ี 4.1 สญั ลักษณ์ท่ีใช้ในการเสนอผลการวิเคราะหข์ ้อมลู 4.2 ข้นั ตอนการวิเคราะหข์ อ้ มลู 4.3 ผลการวเิ คราะห์ข้อมลู 4.1 สัญลกั ษณท์ ใ่ี ชใ้ นการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยได้กาหนดความหมายของสัญลักษณ์เพื่อให้เกิดความเข้าใจในการแปลความหมาย และการเสนอผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูล ดงั นี้ แทน คา่ เฉลย่ี (Mean) S.D. แทน ค่าสว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) n แทน กลุ่มตวั อยา่ ง (Sample Size) t แทน ค่าท่พี ิจารณาใน t-distribution F แทน ค่าทใี่ ชพ้ ิจารณาใน F-distribution SS แทน ผลบวกกาลังสองของคะแนน (Sum of squares) MS แทน ค่าคะแนนเฉลี่ยของผลบวกกาลังสองของคะแนน (Mean of squares) df แทน ระดับชั้นแห่งความเปน็ อิสระ (Degree of Freedom) sig แทน ระดบั นยั สาคญั ทางสถติ ิ (Significant) * แทน มีนยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดบั .05 Scheffe แทน เปรยี บเทยี บความแตกต่างรายคู่ 4.2 ข้ันตอนการวเิ คราะห์ขอ้ มูล การวิเคราะห์ข้อมูลคร้ังน้ี ผู้วิจัยได้ดาเนินการวิเคราะห์โดยใช้โปรแกรมสาเร็จรูปวิเคราะห์ ต่อไปน้ี ตอนที่ 1 ผลการวเิ คราะห์ข้อมลู ปัจจยั ส่วนบคุ คลผตู้ อบแบบสอบถาม ตอนท่ี 2 ผลการวิเคราะห์ความคิดเห็นเก่ียวกับบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการ หมู่บา้ น ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จงั หวดั ขอนแกน่
51 ตอนที่ 3 ผลการเปรยี บเทียบความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั บทบาททางการเมืองของคณะกรรมการ หมบู่ า้ น ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชมุ แพ จังหวดั ขอนแกน่ ตอนที่ 4 ผลการวเิ คราะหข์ ้อเสนอแนะความคดิ เห็นเกย่ี วกบั บทบาททางการเมืองของคณะ กรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จงั หวัดขอนแกน่
52 4.3 ผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ตอนที่ 1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลปัจจัยส่วนบุคคลของคณะกรรมการหมู่บ้าน ผ้ตู อบแบบสอบถาม ผลการวิเคราะหป์ รากฏตามตารางท่ี 4.1 - 4.4 ตารางท่ี 4.1 แสดงจานวน และรอ้ ยละของผู้ตอบแบบสอบถาม จาแนกตามเพศ เพศ จานวน ร้อยละ ชาย 104 69.80 หญิง 45 30.20 149 100.00 รวม จากตารางที่ 4.1 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศชาย จานวน 104 คน คิด เปน็ รอ้ ยละ 69.80 เปน็ เพศหญงิ จานวน 45 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 30.20 ตารางที่ 4.2 แสดงจานวน และรอ้ ยละของผู้ตอบแบบสอบถาม จาแนกตามอายุ ต่ากวา่ 30 ปี อายุ จานวน ร้อยละ 31 - 40 ปี รวม 5 3.36 41 - 50 ปี 13 8.72 51 - 60 ปี 48 32.21 61 ปขี ้นึ ไป 58 38.93 25 16.78 149 100.00 จากตารางท่ี 4.2 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีอายุ 51-60 ปี จานวน 58 คน คิด เป็นร้อยละ 38.93 รองลงมามีอายุ 41-50 ปี จานวน 48 คน คิดเป็นร้อยละ 32.21 อายุ 61 ปีขึ้นไป จานวน 25 คน คิดเป็นร้อยละ 16.78 อายุ 31-40 ปี จานวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 8.72 และอายุต่า กว่า 30 ปี จานวน 5 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 3.36
53 ตารางท่ี 4.3 แสดงจานวน และรอ้ ยละของผู้ตอบแบบสอบถาม จาแนกตามระดบั การศกึ ษา ระดบั การศึกษา จานวน รอ้ ยละ ประถมศกึ ษา 95 63.76 มธั ยมศกึ ษาหรือเทยี บเทา่ 39 26.17 อนปุ รญิ ญาหรือเทยี บเท่า 8 5.37 ปรญิ ญาตรี 7 4.70 สูงกว่าปรญิ ญาตรี 0 0.00 149 100.00 รวม จากตารางท่ี 4.3 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีระดับการศึกษาประถมศึกษา จานวน 95 คน คิดเป็นร้อยละ 63.76 รองลงมาคือระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า จานวน 39 คน คดิ เป็นร้อยละ 26.17 รองลงมาคอื ระดับอนปุ รญิ ญาหรือเทยี บเท่า จานวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 5.37 และระดับปริญญาตรี จานวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 4.70 ส่วนการศึกษาระดับสูงกว่าปริญญาตรีไม่มี ผูต้ อบแบบสอบถาม ตารางท่ี 4.4 แสดงจานวน และร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม จาแนกตามรายได้ รายได้ จานวน รอ้ ยละ ต่ากว่า 15,000 บาท 84 56.38 15,001 - 20,000 บาท 36 24.16 20,001 - 25,000 บาท 19 12.75 25,001 บาทขึน้ ไป 10 6.71 149 100.00 รวม จากตารางท่ี 4.4 พบวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามส่วนใหญม่ ีรายไดต้ ่ากว่า 15,000 บาท จานวน 84 คน คดิ เป็นร้อยละ 56.38 รองลงมา 15,001-20,000 บาท จานวน 36 คน คิดเป็นร้อยละ 24.16 รองลงมา 20,001-25,000 บาท จานวน 19 คน คิดเป็นร้อยละ 12.75 และรายได้ 25,0001 บาทขึ้น ไป จานวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 6.71
54 ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะห์ความคิดเห็นเก่ยี วกับบทบาททางการเมืองของคณะ กรรมการหมบู่ า้ น ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชมุ แพ จงั หวัดขอนแก่น ผลการวเิ คราะหป์ รากฏตามตารางที่ 4.5-4.8 ตารางที่ 4.5 แสดงค่าเฉล่ีย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความคิดเห็นบทบาท ทางการเมอื งของคณะกรรมการหมบู่ า้ น ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัด ขอนแกน่ โดยรวมและรายด้าน บทบาททางการเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน ระดบั ความคิดเหน็ S.D. แปลผล 1. ด้านการใชส้ ิทธเิ ลือกต้งั 4.09 0.91 มาก 2. ดา้ นการติดตามขา่ วสารทางการเมือง 3.61 1.03 มาก 3. ดา้ นการชกั ชวนให้ประชาชนไปใช้สทิ ธเิ ลือกตั้ง 3.89 1.02 มาก 3.86 0.98 มาก รวม จากตารางที่ 4.5 พบว่า ความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการ หมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยรวมทั้ง 3 ด้านอยู่ในระดับมาก เม่ือ พิจารณารายด้าน โดย เรียงตามค่าเฉล่ียจากมากไปน้อย ด้านท่ีมีค่าเฉล่ียมากท่ีสุด คือ ด้านการใช้สิทธิ เลือกตั้ง รองลงมา คือ ด้านการชักชวนให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส่วนด้านที่มีค่าเฉล่ียน้อยท่ีสุด คือ ด้านการตดิ ตามข่าวสารทางการเมือง ตามลาดับ
55 ตารางที่ 4.6 แสดงค่าเฉล่ีย ( ) ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความคิดเห็นบทบาท ทางการเมอื งของคณะกรรมการหมบู่ า้ น ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัด ขอนแก่น ด้านการไปใชส้ ทิ ธเิ ลอื กตั้ง ด้านการไปใช้สิทธิเลอื กตงั้ ระดับความคดิ เห็น S.D. แปลผล 1. ท่านให้ความสาคัญในการไปใช้สิทธิเลือกต้ังในระดับต่าง ๆ ใน พ้ืนทขี่ องทา่ น 4.48 0.72 มากทส่ี ุด 2. ทา่ นได้รบั แต่งตัง้ เปน็ กรรมการประจาหน่วยเลือกต้ังหรือเจ้าหน้า 3.53 1.30 มาก ท่ีประจาหน่วยเลอื กต้ัง 2.72 1.54 ปานกลาง 3. ทา่ นไดร้ ับแต่งต้ังให้เป็นผู้สังเกตการณ์ การเลือกต้ังประจาหน่วย 3.89 1.04 มาก เลือกตงั้ 4.47 0.75 มากทส่ี ุด 4. ท่านไดร้ ่วมรณรงค์ไปใชส้ ิทธเิ ลือกต้ัง ในการเลือกตง้ั ท่านมา 4.56 0.67 มากท่ีสดุ 5. ท่านคิดวา่ การไปใชส้ ทิ ธเิ ลอื กตั้งเปน็ หน้าทขี่ องประชาชน 4.59 0.62 มากทส่ี ุด 6. ท่านไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถ่ิน (สมาชิกสภา 4.33 0.77 มากท่ีสดุ เทศบาลตาบลหนองไผ่ และนายกเทศมนตรีตาบลหนองไผ่) 7. ท่านไปใชส้ ิทธิในการเลือกตั้งระดับชาติ (ส.ส.) และ (ส.ว.) 4.24 0.84 มากทส่ี ดุ 8. เมอื่ มกี ารเลอื กตัง้ ทอ้ งถิ่น หรอื ระดับชาติทา่ นติดตามข่าวสาร ผล 4.13 0.82 มาก การเลอื กตงั้ 4.09 0.91 มาก 9. ท่านเช่ือในหลักการปกครองแบบมีส่วนร่วมของประชาชน โดย ยึดมัน่ ในเสยี งส่วนใหญ่ เคารพเสยี งสว่ นนอ้ ย 10. ท่านยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอ่ืน ๆ เสมอ แม้ว่าจะแตก ต่างจากตนเอง รวม จากตารางที่ 4.6 พบว่า ความคิดเห็นเก่ียวกับบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการ หมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการใช้สิทธิเลือกต้ัง โดยรวมอยู่ใน ระดับมาก โดยข้อที่มีเฉล่ียมากท่ีสุด คือ ข้อ 7 ท่ีว่าท่านไปใช้สิทธิในการเลือกต้ังระดับชาติ (ส.ส.) และ (ส.ว.) รองลงมาคือ ข้อ 6 ที่ว่าท่านไปใช้สิทธิในการเลือกต้ังสมาชิกสภาท้องถ่ิน (สมาชิกสภาเทศบาล ตาบลหนองไผ่ และนายกเทศมนตรีตาบลหนองไผ่) ส่วนข้อที่มีค่าเฉล่ียน้อยที่สุด คือ ข้อ 3 ท่ีว่าท่าน ไดร้ บั แต่งตงั้ ให้เป็นผสู้ งั เกตการณ์ การเลอื กต้งั ประจาหน่วยเลือกต้งั
56 ตารางที่ 4.7 แสดงค่าเฉล่ีย ( ) ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความคิดเห็นบทบาท ทางการเมอื งของคณะกรรมการหมูบ่ ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัด ขอนแกน่ ดา้ นการตดิ ตามข่าวสารทางการเมือง ด้านการตดิ ตามข่าวสารทางการเมอื ง ระดับความคิดเห็น S.D. แปลผล 1. ทา่ นตดิ ตามขา่ วสารทางการเมืองบ่อยแค่ไหน 3.85 0.83 มาก 2. ท่านให้ความสนใจตดิ ตามข่าวสารทางการเมือง ผ่านทางส่อื วทิ ยุ 3.34 1.14 ปานกลาง 3. ท่านให้ความสนใจตดิ ตามข่าวสารทางการเมือง ผ่านทางโทรทศั น์ 3.83 0.99 มาก 4. ท่านให้ความสนใจติดตามข่าวสารทางการเมือง ผ่านทางสื่อ 2.99 1.25 ปานกลาง อิเล็กทรอนกิ ส์ 3.64 1.12 มาก 5. ทา่ นใหค้ วามสนใจตดิ ตามข่าวสารทางการเมือง ผ่านทางส่ืออนื่ ๆ 6. ท่านให้ความสนใจติดตามข่าวสารทางการเมืองจากหน่วยงาน 4.13 0.82 มาก ราชการ กานัน ผ้ใู หญบ่ ้าน ฯลฯ 3.71 0.89 มาก 7. ท่านได้มีการพูดคุยหรือสนทนาในเรื่องราวเก่ียวกับเหตุการณ์ 3.65 0.95 มาก ทางการเมอื งกบั ประชาชนในหมบู่ า้ น 8. ท่านได้มีการพูดคุยหรือสนทนาในเร่ืองราวท่ีเก่ียวกับเหตุการณ์ 3.60 1.06 มาก ทางการเมืองกับคณะกรรมการหมบู่ ้านในชุมชน/หมู่บ้าน 3.31 1.27 ปานกลาง 9. ทา่ นไดไ้ ปฟังการปราศรัยหาเสียงของผู้สมัครรับเลือกต้ังในระดับ 3.61 1.03 มาก ทอ้ งถิน่ และระดับชาติ 10. ทา่ นเคยติดต่อกบั นักการเมอื งหรือเจ้าหน้าท่ีการเมืองเพ่ือเสนอ ปัญหาหรอื ความคิดเห็น รวม จากตารางท่ี 4.7 พบว่า ความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการ หมู่บา้ น ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแกน่ ด้านการติดตามข่าวสารทางการเมือง โดย รวมอยใู่ นระดบั มาก โดยข้อทมี่ เี ฉลี่ยมากท่ีสุด คือ ข้อ 6 ท่ีว่าท่านให้ความสนใจติดตามข่าวสารทางการ เมืองจากหน่วยงานราชการ กานัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ รองลงมาคือ ข้อ 1 ท่ีว่าท่านติดตามข่าวสารทาง การเมอื งบ่อยแค่ไหน สว่ นข้อทม่ี ีคา่ เฉล่ียน้อยทส่ี ุด คือ ข้อ 4 ท่ีว่าทา่ นให้ความสนใจติดตามข่าวสารทาง การเมอื ง ผา่ นทางสือ่ อิเล็กทรอนกิ ส์
57 ตารางท่ี 4.8 แสดงค่าเฉล่ีย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความคิดเห็นบทบาท ทางการเมืองของคณะกรรมการหมบู่ ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัด ขอนแก่น ด้านการชกั ชวนใหป้ ระชาชนไปใช้สิทธเิ ลอื กตงั้ ดา้ นการชกั ชวนให้ประชาชนไปใชส้ ทิ ธเิ ลอื กตั้ง ระดับความคดิ เห็น S.D. แปลผล 1. ท่านชักชวนใหส้ มาชกิ ในครอบครัวของท่านไปใช้สิทธิเลือกต้ังสมา ชิกสภาท้องถ่ิน (สมาชิกสภาเทศบาลตาบลหนองไผ่ และนายก 4.48 0.78 มากที่สดุ เทศมนตรีตาบลหนองไผ่) 4.44 0.72 มากที่สดุ 2. ท่านชักชวนให้สมาชิกในครอบครัวของท่านไปใช้สิทธิเลือกต้ัง 4.24 0.83 มากทส่ี ุด ระดับชาติ (ส.ส.) และ (ส.ว.) 4.24 0.86 มากทส่ี ุด 3. ท่านได้ชักชวนให้ประชาชนในหมู่บ้านไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิก 4.01 1.08 มาก สภาท้องถ่ิน (สมาชิกสภาเทศบาลตาบลหนองไผ่ และนายก 3.93 1.05 มาก เทศมนตรตี าบลหนองไผ่) 3.85 1.06 มาก 4. ท่านได้ชักชวนให้ประชาชนในหมู่บ้านไปใช้สิทธิเลือกต้ังระดับ 3.82 1.08 มาก ชาติ (ส.ส.) และ (ส.ว.) 3.03 1.37 ปานกลาง 2.89 1.38 ปานกลาง 5. ท่านได้ร่วมรณรงค์ให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภา 3.89 1.02 มาก ท้องถิ่น (สมาชิกสภาเทศบาลตาบลหนองไผ่ และนายกเทศ มนตรตี าบลหนองไผ)่ 6. ท่านได้รณรงค์ให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งระดับชาติ (ส.ส.) และ (ส.ว.) 7. ท่านประชาสัมพันธ์หรือเผยแพร่ข่าวสารข้อมูล เพ่ือกระตุ้นให้ผู้ อน่ื ไปใชส้ ทิ ธิลงคะแนนเสยี งเลอื กตงั้ สมาชิกสภาท้องถิ่น (สมาชิก สภาเทศบาลตาบลหนองไผ่ และนายกเทศมนตรตี าบลหนองไผ่) 8. ท่านประชาสัมพันธ์หรือเผยแพร่ข่าวสารข้อมูลเพ่ือกระตุ้นให้ผู้ อื่นไปใช้สทิ ธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งระดับชาติ (ส.ส.) และ (ส.ว.) 9. ท่านพยายามพดู เชญิ ชวนใหผ้ อู้ ่ืนไปเลือกบุคคลทที่ ่านสนับสนุน 10. ท่านพยายามพูดเชิญชวนให้ผู้อื่นไปเลือกพรรคการเมืองท่ีท่าน สนับสนุน รวม
58 จากตารางท่ี 4.8 พบว่า ความคิดเห็นเก่ียวกับบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการ หมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการชักชวนให้ประชาชนไปใช้สิทธิ เลือกต้ัง โดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยข้อท่ีมีเฉล่ียมากที่สุด คือ ข้อ 1 ที่ว่าท่านชักชวนให้สมาชิกใน ครอบครัวของท่านไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น (สมาชิกสภาเทศบาลตาบลหนองไผ่ และ นายกเทศมนตรีตาบล หนองไผ)่ รองลงมาคือ ข้อ 2 ที่ว่าท่านชักชวนให้สมาชิกในครอบครัวของท่านไป ใชส้ ทิ ธิเลือกตง้ั ระดับชาติ (ส.ส.) และ (ส.ว.) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยท่ีสุด คือ ข้อ 10 ท่ีว่าท่านพยายาม พูดเชิญชวนใหผ้ ู้อน่ื ไปเลือกพรรคการเมืองที่ท่านสนบั สนนุ
59 ตอนท่ี 3 ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาททางการเมืองของ คณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ท่ีมี เพศ อายุ ระดบั การศกึ ษา และรายได้ ตา่ งกนั ผลการเปรียบเทียบปรากฏตามตารางท่ี 4.9-4.42 ระหวา่ งกลมุ่ ตัวอย่างที่มีเพศต่างกัน โดย ใช้สถติ ิ t-test และกลุ่มตวั อยา่ งที่มี อายุ ระดับการศกึ ษา และรายได้ตา่ งกัน ใช้ F-test ตารางท่ี 4.9 แสดงค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความคิดเห็นบทบาท ทางการเมืองของคณะกรรมการหมบู่ า้ น ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัด ขอนแกน่ โดยรวม จาแนกตามเพศ เพศ n S.D. แปลผล ชาย 104 3.85 0.60 มาก หญงิ 45 3.89 0.66 มาก 149 3.87 0.63 มาก รวม จากตารางที่ 4.9 พบว่า คณะกรรมการหมู่บ้านท้ังเพศชายและเพศหญิง มีความคิดเห็น เกี่ยวกับบทบาททางการเมือง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยรวมอยู่ใน ระดบั มาก ตารางที่ 4.10 แสดงผลการเปรียบเทียบบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขต ตาบลหนองไผ่ อาเภอชมุ แพ จังหวดั ขอนแกน่ โดยรวม ทีม่ ีเพศต่างกนั เพศ n S.D. t Sig ชาย 104 3.85 0.60 .37 .71 หญิง 45 3.89 0.66 จากตารางท่ี 4.10 พบว่า คณะกรรมการหมู่บ้านท่ีมีเพศต่างกัน มีความคิดเห็นเก่ียวกับ บทบาททางการเมอื ง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชมุ แพ จังหวดั ขอนแกน่ โดยรวมไมแ่ ตกต่างกัน
60 ตารางที่ 4.11 แสดงคา่ เฉลย่ี ( ) สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความคิดเห็นบทบาท ทางการเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวดั ขอนแกน่ ด้านการใชส้ ิทธเิ ลือกตัง้ จาแนกตามเพศ เพศ n S.D. แปลผล ชาย 104 4.08 0.56 มาก หญิง 45 4.12 0.57 มาก 149 4.10 0.57 มาก รวม จากตารางท่ี 4.11 พบว่า คณะกรรมการหมู่บ้านทั้งเพศชายและเพศหญิง มีความคิดเห็น เกี่ยวกับบทบาททางการเมือง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการใช้สิทธิ เลือกต้งั อยูใ่ นระดบั มาก ตารางที่ 4.12 แสดงผลการเปรียบเทียบบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขต ตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการใช้สิทธิเลือกต้ัง ท่ีมีเพศ ต่างกัน เพศ n S.D. t Sig ชาย 104 4.08 0.56 .44 .66 หญิง 45 4.12 0.57 จากตารางที่ 4.12 พบว่า คณะกรรมการหมู่บ้านที่มีเพศต่างกัน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับ บทบาททางการเมือง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชมุ แพ จังหวดั ขอนแก่น ด้านการใช้สิทธิเลือกตั้ง ไม่ แตกต่างกนั
61 ตารางที่ 4.13 แสดงคา่ เฉลี่ย ( ) ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดบั ความคดิ เห็นบทบาท ทางการเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จงั หวดั ขอนแกน่ ดา้ นการตดิ ตามขา่ วสารทางการเมือง จาแนกตามเพศ เพศ n S.D. แปลผล ชาย 104 3.57 0.68 มาก หญิง 45 3.69 0.71 มาก 149 3.63 0.70 มาก รวม จากตารางที่ 4.13 พบว่า คณะกรรมการหมู่บ้านท้ังเพศชายและเพศหญิง มีความคิดเห็น เกี่ยวกับบทบาททางการเมือง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการติดตาม ข่าวสารทางการเมอื ง อยใู่ นระดบั มาก ตารางท่ี 4.14 แสดงผลการเปรียบเทียบบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขต ตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการติดตามข่าวสารทางการ เมอื ง ทม่ี เี พศต่างกัน เพศ n S.D. t Sig ชาย 104 3.57 0.68 1.01 .32 หญิง 45 3.69 0.71 จากตารางที่ 4.14 พบว่า คณะกรรมการหมู่บ้านที่มีเพศต่างกัน มีความคิดเห็นเก่ียวกับ บทบาททางการเมือง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการติดตามข่าวสาร ทางการเมือง จาแนกตามเพศไมแ่ ตกต่างกัน
62 ตารางท่ี 4.15 แสดงค่าเฉลย่ี ( ) ส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดบั ความคิดเห็นบทบาท ทางการเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวดั ขอนแก่น ดา้ นการชักชวนใหป้ ระชาชนไปใชส้ ทิ ธิเลือกตงั้ จาแนกตามเพศ เพศ n S.D. แปลผล ชาย 104 3.91 0.76 มาก หญงิ 45 3.86 0.90 มาก 149 3.89 0.83 มาก รวม จากตารางท่ี 4.15 พบว่า คณะกรรมการหมู่บ้านทั้งเพศชายและเพศหญิง มีความคิดเห็น เกย่ี วกบั บทบาททางการเมอื ง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จงั หวดั ขอนแก่น ด้านการชักชวนให้ ประชาชนไปใช้สิทธิเลอื กตงั้ อยใู่ นระดับมาก ตารางที่ 4.16 แสดงผลการเปรียบเทียบบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขต ตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการชักชวนให้ประชาชนไปใช้ สทิ ธิเลอื กตง้ั ทมี่ เี พศตา่ งกัน เพศ n S.D. t Sig ชาย 104 3.91 0.76 .32 .75 หญิง 45 3.86 0.90 จากตารางที่ 4.16 พบว่า คณะกรรมการหมู่บ้านท่ีมีเพศต่างกัน มีความคิดเห็นเก่ียวกับ บทบาททางการเมือง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการชักชวนให้ประชาชน ไปใชส้ ทิ ธิเลอื กต้ัง ไม่แตกตา่ งกนั
63 ตารางท่ี 4.17 แสดงค่าเฉล่ยี ( ) สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความคิดเห็นบทบาท ทางการเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จงั หวดั ขอนแกน่ โดยรวม จาแนกตามอายุ ต่ากว่า 30 ปี อายุ n S.D. แปลผล 31 - 40 ปี รวม 5 3.39 0.39 ปานกลาง 41 - 50 ปี 13 3.79 0.90 มาก 51 - 60 ปี 48 3.92 0.57 มาก 61 ปขี น้ึ ไป 58 3.89 0.59 มาก 25 3.83 0.63 มาก 149 3.76 0.62 มาก จากตารางท่ี 4.17 พบว่า คณะกรรมการหมู่บ้านทั้ง 5 ช่วงอายุ มีความคิดเห็นเกี่ยวกับ บทบาททางการเมอื งของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยรวม อยู่ในระดบั มาก ลาดับจากคา่ เฉล่ียจากมากไปหาน้อย คือ อายุ 41-50 ปี อายุ 51-60 ปี อายุ 61 ปขี ้ึนไป และ อายุ 31-40 ปี อยใู่ นระดบั ปากกลาง คือ อายุต่ากวา่ 30 ปี ตารางที่ 4.18 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการ หมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยรวม ท่ีมีอายุ ตา่ งกนั แหลง่ ความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหว่างกลุ่ม 1.45 4 .36 .95 .43 ภายในกลุ่ม 54.57 144 .38 56.01 148 รวม จากตารางท่ี 4.18 พบว่า คณะกรรมการหมู่บ้านท่ีมีอายุต่างกัน มีความคิดเห็นเก่ียวกับ บทบาททางการเมือง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่นโดยรวม จาแนกตามอายุ ไมแ่ ตกต่างกัน
64 ตารางที่ 4.19 แสดงคา่ เฉลี่ย ( ) สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดบั ความคดิ เห็นบทบาท ทางการเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวดั ขอนแก่น ดา้ นการใช้สทิ ธิเลือกตัง้ จาแนกตามอายุ ตา่ กว่า 30 ปี อายุ n S.D. แปลผล 31 - 40 ปี รวม 5 3.60 0.35 มาก 41 - 50 ปี 13 4.08 0.77 มาก 51 - 60 ปี 48 4.12 0.58 มาก 61 ปีขึ้นไป 58 4.15 0.49 มาก 25 4.02 0.57 มาก 149 3.99 0.55 มาก จากตารางท่ี 4.19 พบว่า คณะกรรมการหมู่บ้านท้ัง 5 ช่วงอายุ มีความคิดเห็นเกี่ยวกับ บทบาททางการเมือง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการใช้สิทธิเลือกต้ัง อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายช่วงอายุ พบว่าอยู่ในระดับมาก ท้ัง 5 ช่วงอายุ ลาดับจากค่า เฉลี่ยจากมากไปหาน้อย คือ อายุ 51-60 ปี อายุ 41-50 ปี อายุ 31-40 ปี อายุ 61 ปีข้ึนไป และอายุ ต่ากวา่ 30 ปี ตารางที่ 4.20 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการ หมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการใช้สิทธิ เลอื กตั้ง ทม่ี ีอายุตา่ งกนั แหลง่ ความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหว่างกลุม่ 1.57 4 .39 1.26 .29 ภายในกลุม่ 45.09 144 .31 46.66 148 รวม จากตารางที่ 4.20 พบว่า คณะกรรมการหมู่บ้านที่มีอายุต่างกัน มีความคิดเห็นเก่ียวกับ บทบาททางการเมือง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการใช้สิทธิเลือกต้ัง ไมแ่ ตกต่างกนั
65 ตารางท่ี 4.21 แสดงคา่ เฉลี่ย ( ) ส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความคดิ เห็นบทบาท ทางการเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จงั หวัดขอนแก่น ดา้ นการติดตามข่าวสารทางการเมือง จาแนกตามอายุ ต่ากวา่ 30 ปี อายุ n S.D. แปลผล 31 - 40 ปี รวม 5 3.34 0.36 ปานกลาง 41 - 50 ปี 13 3.47 0.95 มาก 51 - 60 ปี 48 3.75 0.60 มาก 61 ปีขน้ึ ไป 58 3.55 0.70 มาก 25 3.59 0.71 มาก 149 3.54 0.66 มาก จากตารางท่ี 4.21 พบว่า คณะกรรมการหมู่บ้านท้ัง 5 ช่วงอายุ มีความคิดเห็นเกี่ยวกับ บทบาททางการเมอื ง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการติดตามข่าวสารทาง การเมือง อยู่ในระดับมาก เม่ือพิจารณาเป็นรายช่วงอายุ พบว่าอยู่ในระดับมาก 4 ช่วงอายุ ลาดับจาก ค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อย คือ อายุ 41-50 ปี อายุ 61 ปีข้ึนไป อายุ 51-60 ปี และอายุ 31-40 ปี อยู่ ในระดบั ปานกลาง คือ อายตุ า่ กว่า 30 ปี ตารางที่ 4.22 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการ หมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการติดตาม ข่าวสารทางการเมอื ง ทม่ี อี ายุต่างกนั แหลง่ ความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหว่างกลุ่ม 1.78 4 .44 .92 .45 ภายในกลุม่ 68.83 144 .48 70.61 148 รวม จากตารางที่ 4.22 พบว่า คณะกรรมการหมู่บ้านท่ีมีอายุต่างกัน มีความคิดเห็นเก่ียวกับ บทบาททางการเมือง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการติดตามข่าวสาร ทางการเมือง ไมแ่ ตกต่างกนั
66 ตารางท่ี 4.23 แสดงคา่ เฉลี่ย ( ) สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดบั ความคิดเห็นบทบาท ทางการเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จงั หวดั ขอนแก่น โด้านการชกั ชวนให้ประชาชนไปใช้สิทธเิ ลอื กต้ัง จาแนกตามอายุ ตา่ กวา่ 30 ปี อายุ n S.D. แปลผล 31 - 40 ปี รวม 5 3.22 0.82 ปานกลาง 41 - 50 ปี 13 3.82 1.11 มาก 51 - 60 ปี 48 3.90 0.76 มาก 61 ปขี ึ้นไป 58 3.97 0.75 มาก 25 3.88 0.78 มาก 149 3.76 0.84 มาก จากตารางท่ี 4.23 พบว่า คณะกรรมการหมู่บ้านทั้ง 5 ช่วงอายุ มีความคิดเห็นเก่ียวกับ บทบาททางการเมือง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการชักชวนให้ ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกต้ัง อยู่ในระดับมาก เม่ือพิจารณาเป็นรายช่วงอายุ พบว่าอยู่ในระดับมาก 4 ชว่ งอายุ ลาดับจากค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย คือ อายุ 51-60 ปี อายุ 41-50 ปี อายุ 61 ปีข้ึนไป และ อายุ 31-40 ปี อย่ใู นระดบั ปานกลางคือ อายตุ ่ากว่า 30 ปี ตารางท่ี 4.24 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการ หมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการชักชวนให้ ประชาชนไปใช้สทิ ธิเลือกตงั้ ทีม่ อี ายตุ ่างกนั แหลง่ ความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหวา่ งกล่มุ 2.70 4 .68 1.06 .38 ภายในกล่มุ 91.50 144 .64 94.20 148 รวม จากตารางที่ 4.24 พบว่า คณะกรรมการหมู่บ้านท่ีมีอายุต่างกัน มีความคิดเห็นเก่ียวกับ บทบาททางการเมือง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการชักชวนให้ ประชาชนไปใช้สทิ ธเิ ลอื กต้ัง ไมแ่ ตกตา่ งกนั
67 ตารางที่ 4.25 แสดงคา่ เฉลยี่ ( ) สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความคดิ เห็นบทบาท ทางการเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จงั หวดั ขอนแก่น โดยรวม จาแนกตามระดับการศกึ ษา ระดบั การศึกษา n S.D. แปลผล ประถมศึกษา 95 3.92 0.55 มาก มธั ยมศึกษาหรือเทยี บเทา่ 39 3.79 0.71 มาก อนปุ รญิ ญาหรือเทียบเทา่ 8 3.32 0.69 ปานกลาง ปริญญาตรี 7 4.12 0.53 มาก 149 3.79 0.62 มาก รวม จากตารางที่ 4.25 พบว่า คณะกรรมการหมู่บ้านท่ีมีระดับการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็น เกี่ยวกับบทบาททางการเมือง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยรวม อยู่ใน ระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายช่วงระดับการศึกษา พบว่า อยู่ในระดับมาก 3 ระดับ ลาดับจากค่า เฉลี่ยจากมากไปหาน้อย คือ ระดับปริญญาตรี ระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบ เทา่ อยใู่ นระดับปานกลาง คือ อนุปริญญาหรือเทียบเท่า ตารางที่ 4.26 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการ หมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยรวม ที่มีระดับ การศกึ ษาตา่ งกัน แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหว่างกลุม่ 3.31 3 1.10 3.05 0.03* ภายในกลุม่ 52.71 145 .36 56.02 148 รวม * มีนยั สาคัญทางสถติ ทิ ี่ระดับ .05 จากตารางท่ี 4.26 พบว่า คณะกรรมการหมู่บ้านท่ีมีระดับการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็น เกย่ี วกบั บทบาททางการเมือง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยรวม แตกต่าง กันอย่างมีนัยสาคญั ทางสถิติท่ีระดับ .05 จึงได้ทาการทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่ ด้วยวิธีการของ Scheffe ปรากฏผลดงั ตารางที่ 4.27
68 ตารางท่ี 4.27 แสดงผลการวิเคราะห์ความแตกต่างเป็นรายคู่บทบาททางการเมืองของคณะ กรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยรวม จาแนกตามระดบั การศกึ ษา ดว้ ยวธิ ีการของเชฟเฟ่ (Scheffe’) ระดบั การศึกษา ประถมศกึ ษา มัธยมศึกษา อนุปรญิ ญา ปริญญาตรี หรอื เทยี บเทา่ หรือเทยี บเท่า ประถมศกึ ษา มัธยมศกึ ษาหรอื เทียบเทา่ 3.92 - .06* อนุปรญิ ญาหรือเทียบเทา่ ปริญญาตรี 3.79 - .47* 3.32 - .08* 4.12 - * มีนยั สาคัญทางสถติ ทิ ร่ี ะดับ .05 จากตารางท่ี 4.27 พบว่า คณะกรรมการหมู่บ้านที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็น เกีย่ วกบั บทบาททางการเมือง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น จาแนกตามระดับ การศึกษาแตกต่างกัน จานวน 3 คู่ ได้แก่ ระดบั การศึกษาประถมศึกษากับระดับการศึกษาอนุปริญญา หรือเทยี บเท่า ระดับการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่ากับระดับการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า และระดับการศึกษาอนปุ ริญญาหรอื เทียบเท่ากบั ระดับการศกึ ษาปริญญาตรี อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ ทีร่ ะดับ .05 นอกนนั้ ไม่พบรายคู่ทแี่ ตกต่าง
69 ตารางที่ 4.28 แสดงค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดบั ความคดิ เห็นบทบาท ทางการเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จงั หวัดขอนแกน่ ดา้ นการใช้สทิ ธิเลอื กตงั้ จาแนกตามระดบั การศึกษา ระดับการศกึ ษา n S.D. แปลผล ประถมศกึ ษา 95 4.13 0.54 มาก มัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า 39 4.08 0.57 มาก อนุปริญญาหรอื เทียบเท่า 8 3.49 0.63 มาก ปรญิ ญาตรี 7 4.29 0.49 มากทส่ี ดุ 149 4.00 0.56 มาก รวม จากตารางท่ี 4.28 พบว่า คณะกรรมการหมู่บ้านท่ีมีระดับการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็น เกี่ยวกับบทบาททางการเมือง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการใช้สิทธิ เลอื กต้ัง อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายระดับการศึกษา พบว่าอยู่ในระดับมากท่ีสุด คือ ระดับ ปริญญาตรี อยู่ในระดับมาก 3 ระดับ ลาดับจากค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย คือ ระดับประถมศึกษา ระดบั มัธยมศกึ ษาหรือเทยี บเท่า และระดับอนุปริญญาหรือเทียบเทา่ ตารางที่ 4.29 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการ หมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการใช้สิทธิ เลือกตงั้ ท่ีมรี ะดบั การศึกษาต่างกัน แหลง่ ความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหว่างกลุ่ม 3.35 3 1.12 1.13 .01* ภายในกลมุ่ 143.30 145 .99 146.65 148 รวม * มนี ยั สาคญั ทางสถติ ทิ ่รี ะดบั .05 จากตารางที่ 4.29 พบว่า คณะกรรมการหมู่บ้านท่ีมีอาชีพต่างกัน มีความคิดเห็นเก่ียวกับ บทบาททางการเมือง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการไปใช้สิทธ์ิเลือกตั้ง แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จึงได้ทาการทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่ ด้วย วิธกี ารของ Scheffe’ ปรากฏผลดังตารางท่ี 4.30
70 ตารางที่ 4.30 แสดงผลการวิเคราะห์ความแตกต่างเป็นรายคู่บทบาททางการเมืองของคณะ กรรมการหมูบ่ ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จงั หวัดขอนแกน่ ด้านการใช้ สทิ ธิเลือกต้ัง จาแนกตามระดบั การศึกษา ด้วยวธิ ีการของเชฟเฟ่ (Scheffe’) ระดบั การศกึ ษา ประถมศกึ ษา มัธยมศกึ ษา อนุปริญญา ปรญิ ญาตรี หรือเทยี บเทา่ หรอื เทียบเท่า ประถมศกึ ษา 4.23 - มัธยมศึกษาหรอื เทียบเทา่ 4.08 - .59* อนุปริญญาหรือเทียบเทา่ 3.49 - ปรญิ ญาตรี 4.29 - * มีนยั สาคัญทางสถิตทิ ร่ี ะดบั .05 จากตารางที่ 4.30 พบว่า คณะกรรมการหมู่บ้านท่ีมีระดับการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็น เกี่ยวกับบทบาททางการเมอื ง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น จาแนกตามระดับการ ศึกษาแตกต่างกัน จานวน 1 คู่ ได้แก่เทียบเท่า ระดับการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า อนุปริญญา หรือเทยี บเทา่ กบั ระดับการศกึ ษาอนุปรญิ ญาหรือเทียบเทา่ นอกนน้ั ไมพ่ บรายคทู่ ี่แตกต่าง
71 ตารางท่ี 4.31 แสดงคา่ เฉลี่ย ( ) สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดบั ความคิดเห็นบทบาท ทางการเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จงั หวดั ขอนแกน่ ด้านการติดตามข่าวสารทางการเมอื ง จาแนกตามระดบั การศกึ ษา ระดบั การศึกษา n S.D. แปลผล ประถมศึกษา 95 3.65 0.59 มาก มัธยมศกึ ษาหรือเทยี บเทา่ 39 3.54 0.89 มาก อนุปริญญาหรอื เทยี บเทา่ 8 3.13 0.68 ปานกลาง ปริญญาตรี 7 3.91 0.57 มาก 149 3.56 0.68 มาก รวม จากตารางที่ 4.31 พบวา่ คณะกรรมการหมู่บ้านท่ีมีระดับการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็น เกี่ยวกับบทบาททางการเมือง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการติดตาม ข่าวสารทางการเมือง อยู่ในระดับมาก เม่ือพิจารณาเป็นระดับการศึกษา พบว่าอยู่ในระดับมาก 3 ระดับ ลาดับจากค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย คือ ระดับปริญญาตรี ระดับประถมศึกษา และระดับ มธั ยมศกึ ษาหรอื เทียบเทา่ อยใู่ นระดับปานกลาง คือ ระดับอนปุ รญิ ญาหรอื เทยี บเทา่ ตารางที่ 4.32 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการ หมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการติดตามข่าว สารทางการเมือง ทมี่ รี ะดับการศึกษาตา่ งกัน แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหวา่ งกลมุ่ 2.90 3 .97 2.06 .11 ภายในกลุ่ม 67.71 145 .47 70.61 148 รวม จากตารางท่ี 4.32 พบว่า คณะกรรมการหมู่บ้านที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็น เก่ียวกับบทบาททางการเมือง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการติดตาม ข่าวสารทางการเมอื ง ไมแ่ ตกต่างกนั
72 ตารางที่ 4.33 แสดงคา่ เฉลีย่ ( ) ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดบั ความคิดเห็นบทบาท ทางการเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวดั ขอนแกน่ ดา้ นการชักชวนให้ประชาชนไปใชส้ ทิ ธเิ ลอื กตงั้ จาแนกตามระดับ การศึกษา ระดบั การศึกษา n S.D. แปลผล ประถมศกึ ษา 95 3.97 0.73 มาก มธั ยมศกึ ษาหรอื เทยี บเทา่ 39 3.76 0.87 มาก อนุปริญญาหรือเทยี บเทา่ 8 3.35 1.10 ปานกลาง ปริญญาตรี 7 4.17 0.66 มาก 149 3.81 0.84 มาก รวม จากตารางที่ 4.33 พบวา่ คณะกรรมการหมู่บ้านที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็น เก่ียวกบั บทบาททางการเมอื ง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จงั หวัดขอนแก่น ด้านการชักชวนให้ ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตงั้ อยใู่ นระดบั มาก เม่ือพิจารณาเป็นระดับการศึกษา พบว่าอยู่ในระดับมาก 3 ระดับ ลาดับจากค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย คือ ระดับปริญญาตรี ระดับประถมศึกษา และระดับ มธั ยมศึกษาหรอื เทียบเทา่ อยใู่ นระดับปานกลาง คอื ระดบั อนปุ ริญญาหรอื เทียบเท่า ตารางที่ 4.34 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการ หมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการชักชวนให้ ประชาชนไปใช้สทิ ธเิ ลอื กต้ัง ท่ีมีระดบั การศกึ ษาตา่ งกนั แหลง่ ความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหว่างกลุ่ม 4.19 3 1.40 2.26 .09 ภายในกลมุ่ 90.01 145 .62 94.20 148 รวม จากตารางท่ี 4.34 พบวา่ คณะกรรมการหมู่บ้านที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็น เกี่ยวกบั บทบาททางการเมอื ง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชมุ แพ จงั หวดั ขอนแก่น ด้านการชักชวนให้ ประชาชนไปใชส้ ทิ ธเิ ลอื กต้ัง ไม่แตกตา่ งกนั
73 ตารางที่ 4.35 แสดงคา่ เฉลี่ย ( ) สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดบั ความคดิ เห็นบทบาท ทางการเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จงั หวัดขอนแกน่ โดยรวม จาแนกตามรายได้ รายได้ n S.D. แปลผล ต่ากว่า 15,000 บาท 84 3.95 0.62 มาก 15,001 - 20,000 บาท 36 3.68 0.64 มาก 20,001 - 25,000 บาท 19 3.84 0.51 มาก 25,001 บาทข้ึนไป 10 3.85 0.58 มาก 149 3.83 0.59 มาก รวม จากตารางที่ 4.35 พบว่า คณะกรรมการหมู่บ้านที่มีระดับรายได้ต่างกัน มีความคิดเห็น เก่ียวกับบทบาททางการเมือง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยรวม จาแนก ตามรายได้ อยู่ในระดับมาก เม่ือพิจารณาเป็นช่วงรายได้ พบว่าอยู่ในระดับมาก ท้ัง 4 ระดับ ลาดับ จากค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย คือ รายได้ต่ากว่า 15,000 บาท รายได้ 25,001 บาทข้ึนไป รายได้ 20,001-25,000 บาท และรายได้ 15,001-20,000 บาท ตารางท่ี 4.36 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการ หมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยรวม ที่มีรายได้ ตา่ งกนั แหลง่ ความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหว่างกลมุ่ 1.91 3 .63 1.70 .17 ภายในกลมุ่ 54.11 145 .37 56.02 148 รวม จากตารางท่ี 4.36 พบว่า คณะกรรมการหมู่บ้านท่ีมีรายได้ต่างกัน มีความคิดเห็นเก่ียวกับ บทบาททางการเมือง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จงั หวัดขอนแก่น โดยรวม จาแนกตามรายได้ ไมแ่ ตกตา่ งกัน
74 ตารางท่ี 4.37 แสดงค่าเฉลย่ี ( ) สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความคิดเห็นบทบาท ทางการเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จงั หวัดขอนแกน่ ด้านการใชส้ ทิ ธเิ ลอื กตั้ง จาแนกตามรายได้ รายได้ n S.D. แปลผล ตา่ กว่า 15,000 บาท 84 4.16 0.57 มาก 15,001 - 20,000 บาท 36 3.94 0.57 มาก 20,001 - 25,000 บาท 19 4.05 0.49 มาก 25,001 บาทขึ้นไป 10 4.17 0.54 มาก 149 4.08 0.54 มาก รวม จากตารางท่ี 4.37 พบว่า คณะกรรมการหมู่บ้านท่ีมีระดับรายได้ต่างกัน มีความคิดเห็น เกี่ยวกับบทบาททางการเมือง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการใช้สิทธิ เลือกตั้ง อยู่ในระดับมาก เม่ือพิจารณาเป็นรายช่วงรายได้ พบว่า อยู่ในระดับมาก ทั้ง 4 ระดับ ลาดับ จากค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย คือ รายได้ 25,001 บาทขึ้นไป รายได้ ต่ากว่า 15,000 บาท รายได้ 20,001-25,000 บาท และรายได้ 15,001-20,000 บาท ตารางท่ี 4.38 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการ หมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการใช้สิทธิ เลือกต้ัง ท่ีมรี ายได้ต่างกนั แหลง่ ความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหว่างกลุม่ 1.25 3 .42 1.35 .27 ภายในกลุ่ม 45.40 145 .31 46.65 148 รวม จากตารางที่ 4.38 พบว่า คณะกรรมการหมู่บ้านท่ีมีรายได้ต่างกัน มีความคิดเห็นเก่ียวกับ บทบาททางการเมือง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการใช้สิทธิเลือกต้ัง จาแนกตามรายได้ ไม่แตกตา่ งกัน
75 ตารางท่ี 4.39 แสดงค่าเฉลี่ย ( ) สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความคดิ เห็นบทบาท ทางการเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จงั หวัดขอนแก่น ด้านการตดิ ตามข่าวสารทางการเมือง จาแนกตามรายได้ รายได้ n S.D. แปลผล ต่ากว่า 15,000 บาท 84 3.67 0.69 มาก 15,001 - 20,000 บาท 36 3.42 0.74 มาก 20,001 - 25,000 บาท 19 3.68 0.58 มาก 25,001 บาทขึ้นไป 10 3.53 0.69 มาก 149 3.58 0.68 มาก รวม จากตารางท่ี 4.39 พบว่า คณะกรรมการหมู่บ้านท่ีมีระดับรายได้ต่างกัน มีความคิดเห็น เก่ียวกับบทบาททางการเมือง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการติดตาม ข่าวสารทางการเมือง อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายช่วงรายได้ พบว่าอยู่ในระดับมาก 4 ช่วง รายได้ ลาดบั จากคา่ เฉลีย่ จากมากไปหาน้อย คือ รายได้ 20,001-25,000 บาท รายได้ ต่ากว่า 15,000 บาท รายได้ 25,001 บาทขึน้ ไป และรายได้ 15,001-20,000 บาท ตารางที่ 4.40 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการ หมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการติดตามข่าว สารทางการเมือง ทมี่ รี ายได้ต่างกัน แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหวา่ งกลุ่ม 1.78 3 .59 1. 25 .30 ภายในกลุ่ม 68.83 145 .47 70.61 148 รวม จากตารางที่ 4.40 พบว่า คณะกรรมการหมู่บ้านที่มีรายได้ต่างกัน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับ บทบาททางการเมือง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการติดตามข่าวสาร ทางการเมือง ไมแ่ ตกตา่ งกัน
76 ตารางที่ 4.41 แสดงค่าเฉล่ยี ( ) สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดบั ความคิดเห็นบทบาท ทางการเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการชักชวนให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง จาแนกตาม รายได้ รายได้ n S.D. แปลผล ตา่ กวา่ 15,000 บาท 84 4.02 0.82 มาก 15,001 - 20,000 บาท 36 3.66 0.82 มาก 20,001 - 25,000 บาท 19 3.79 0.60 มาก 25,001 บาทขนึ้ ไป 10 3.85 0.68 มาก 149 3.83 0.73 มาก รวม จากตารางที่ 4.41 พบว่า คณะกรรมการหมู่บ้านท่ีมีรายได้ต่างกัน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับ บทบาททางการเมือง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการชักชวนให้ ประชาชนไปใชส้ ทิ ธเิ ลือกต้งั อยูใ่ นระดับมาก เมือ่ พจิ ารณาเป็นรายช่วงรายได้ พบว่าอยู่ในระดับมาก ทั้ง 4 ระดบั ลาดบั จากคา่ เฉล่ียจากมากไปหานอ้ ย คอื รายได้ ต่ากว่า 15,000 บาท รายได้ 25,001 บาทขึ้น ไป รายได้ 20,001-25,000 บาท และรายได้ 15,001-20,000 บาท ตารางที่ 4.42 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการ หมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการชักชวนให้ ประชาชนไปใชส้ ทิ ธเิ ลือกต้ัง ท่ีมีรายได้ตา่ งกนั แหลง่ ความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหวา่ งกลุม่ 3.45 3 1.15 1.85 .14 ภายในกลมุ่ 90.75 145 .62 94.20 148 รวม จากตารางท่ี 4.42 พบวา่ คณะกรรมการหมู่บ้านท่ีมีระดับการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็น เกี่ยวกับบทบาททางการเมือง ในเขตตาบลหนองไผ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการชักชวน ประชาชนให้ไปใช้สิทธิเลอื กต้งั ไม่แตกตา่ งกัน
77 ตอนท่ี 4 ผลการวิเคราะห์ข้อเสนอแนะความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาททาง การเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัด ขอนแกน่ ตารางที่ 4.43 แสดงค่าความถ่ีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการ หมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการใช้สิทธิ เลอื กตงั้ ที่ ขอ้ เสนอแนะ ความถ่ี 1. จัดใหม้ หี นว่ ยเลือกตงั้ ใกล้กบั ชมุ ชนเพอ่ื ให้การเดนิ ทางสะดวกสบาย 45 2. ใหค้ วามร่วมมอื ในการไปใช้สิทธิเลอื กต้งั 17 จากตารางที่ 4.43 พบว่า คณะกรรมการหมู่บ้านได้เสนอความคิดเห็นเก่ียวกับบทบาททาง การเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการใช้ สิทธิเลือกตั้ง พบว่ามากที่สุดคือ จัดให้มีหน่วยเลือกตั้งใกล้กับชุมชนเพ่ือให้การเดินทางสะดวกสบาย และรองลงมาคอื ใหค้ วามร่วมมือในการไปใช้สทิ ธเิ ลือกต้งั ตารางที่ 4.44 แสดงค่าความถี่ข้อเสนอแนะเก่ียวกับบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการ หมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการติดตามข่าว สารทางการเมือง ที่ ข้อเสนอแนะ ความถี่ 1. ประชาสัมพันธต์ ามสือ่ ตา่ ง ๆ ให้ประชาชนได้รบั รู้ขา่ วสารเกยี่ วกบั การเลอื กต้งั 41 2. ใหผ้ ู้ลงรับการเลือกตัง้ ประชาสมั พนั ธ์ขอ้ มลู ของตวั เองใหป้ ระชาชนทราบ 13 3. ใหข้ ้อมูลขา่ วสารท่ถี กู ต้องที่สุด 8 จากตารางท่ี 4.44 คณะกรรมการหมู่บ้านได้เสนอความคิดเห็นเก่ียวกับบทบาททางการเมือง ของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการติดตาม ข่าวสารทางการเมอื ง พบวา่ มากท่ีสุดคือประชาสัมพันธ์ตามส่ือต่าง ๆ ให้ประชาชนได้รับรู้ข่าวสารเกี่ยว กับการเลือกต้ัง รองลงมาคือ ให้ผู้ลงรับการเลือกตั้งประชาสัมพันธ์ข้อมูลของตัวเองให้ประชาชนทราบ และรองลงมาคอื ให้ข้อมลู ขา่ วสารท่ถี กู ตอ้ งทส่ี ุด
78 ตารางท่ี 4.45 แสดงค่าความถี่ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการ หมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการชักชวนให้ ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ท่ี ขอ้ เสนอแนะ ความถ่ี 1. ชกั ชวนให้ประชาชนเลอื กคนดี มีคณุ ธรรม 35 2. ไม่ซือ้ สทิ ธิขายเสยี ง ไมร่ บั สินจา้ งใด ๆ 16 3. มวี ทิ ยากรมาใหค้ วามรเู้ ก่ียวกับการเลอื กตง้ั 7 4. รณรงคใ์ หผ้ มู้ สี ิทธิไปเลือกต้ัง 4 จากตารางท่ี 4.45 คณะกรรมการหมบู่ า้ นได้เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาททางการเมือง ของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านการชักชวน ให้ ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง พบว่ามากท่ีสุดคือชักชวนให้ประชาชนเลือกคนดี มีคุณธรรม รองลงมาคือ ไม่ซ้ือสิทธิขายเสียง ไม่รับสินจ้างใด ๆ รองลงมาคือ มีวิทยากรมาให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกต้ัง และ รองลงมาคือ รณรงค์ให้ผูม้ ีสิทธิไปเลือกตง้ั
บทท่ี 5 สรปุ ผล อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ การวิจัย เรื่อง บทบาททางการเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชมุ แพ จงั หวัดขอนแก่น มวี ตั ถุประสงค์ 1) เพอ่ื ศกึ ษาความคดิ เห็นเกีย่ วกับบทบาททางการเมือง ของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น 2) เพ่ือเปรียบเทียบ ความคดิ เห็นเกย่ี วกับบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุม แพ จังหวัดขอนแก่น และ 3) เพ่ือศึกษาข้อเสนอแนะความคิดเห็นเก่ียวกับบทบาททางการเมืองของ คณะกรรมการหมู่บา้ น ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแกน่ ประชากรท่ใี ช้ในการวิจัยในครั้งน้ี คือ คณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอ ชุมแพ จังหวัดขอนแก่น จานวน 237 คน และได้ใช้วิธีกาหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้สูตรคานวณ หาขนาดกลมุ่ ตวั อยา่ ง (Sample Size) ของ Taro Yamane ไดก้ ล่มุ ตัวอยา่ งจานวน 149 คน เคร่ืองมือท่ีใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลครั้งนี้ คือ แบบสอบถาม (Questionnaire) มี ลักษณะเป็นแบบตรวจเช็ครายการ (Check List) การวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้ค่าความถ่ี (Frequency) ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) สถิติ ท่ใี ชใ้ นการทดสอบสมมตฐิ านโดยใช้ค่าสถิติ t-Test ในการทดสอบความแตกต่างของค่าเฉล่ียจากกลุ่ม ตวั อย่าง 2 กลุ่ม และใช้คา่ สถติ ิ One-way ANOVA ในการทดสอบความแตกตา่ งของค่าเฉลี่ยจากกลุ่ม ตวั อยา่ งมากกว่า 2 กลุ่ม กรณีพบวา่ มีนัยสาคัญทางสถิติจะทดสอบความแตกต่างของค่าเฉล่ียเป็นราย คดู่ ว้ ยวิธกี ารของเชฟเฟ่ (Scheffe ’s Method) แล้วเสนอเป็นความเรียงเชิงวิเคราะห์ใช้การวิเคราะห์ โดยวิเคราะห์เน้ือหา (Content Analysis) แล้วเรียงลาดับความถี่ (Frequency) และนาเสนอในรูป ตารางประกอบการบรรยาย ซึ่งสามารถสรปุ ผลของการวจิ ยั ตามข้อคน้ พบได้ดังต่อไปน้ี 5.1 สรุปผลการวจิ ัย 5.2 อภิปรายผล 5.3 ข้อเสนอแนะ 5.1 สรปุ ผลการวิจัย ผลการศึกษาบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอ ชุมแพ จังหวัดขอนแกน่ สามารถสรุปผลได้ดงั นี้
80 5.1.1 ผลการวิเคราะห์ปจั จยั สว่ นบุคคลของผูต้ อบแบบสอบถาม ผลการวิเคราะห์ปัจจัยส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถามพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วน ใหญ่เป็น เพศชาย จานวน 104 คน คิดเป็นร้อยละ 69.80 เป็นเพศหญิง จานวน 45 คน คิดเป็นร้อย ละ 30.20 ส่วนใหญ่มีอายุ 51-60 ปี จานวน 58 คน คิดเป็นร้อยละ 38.93 รองลงมามีอายุ 41-50 ปี จานวน 48 คิดเป็นร้อยละ 32.21 และน้อยที่สุด คือ อายุต่ากว่า 30 ปี จานวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 3.36 ส่วนใหญ่มีระดับการศึกษาประถมศึกษา จานวน 95 คน คิดเป็นร้อยละ 63.75 รองลงมาคือ ระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า จานวน 39 คน คิดเป็นร้อยละ 26.17 และน้อยท่ีสุดคือ ระดับ ปริญญาตรี จานวน 7 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 4.70 ส่วนการศกึ ษาระดบั สงู กว่าปริญญาตรีไม่มีผู้ตอบแบบ สอบถาม ส่วนใหญ่มีรายได้ต่ากว่า 15,000 บาท จานวน 84 คน คิดเป็นร้อยละ 56.38 รองลงมา 15,001-20,000 บาท จานวน 36 คน คิดเป็นร้อยละ 24.16 และรายได้น้อยท่ีสุด คือ รายได้ 25,0001 บาทขึน้ ไป จานวน 10 คน คิดเปน็ ร้อยละ 6.71 5.1.2 ผลการวิเคราะห์ความคิดเห็นเก่ียวกับบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการ หมูบ่ ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชมุ แพ จงั หวัดขอนแกน่ พบว่า ความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบล หนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวดั ขอนแกน่ โดยรวมทั้ง 3 ด้าน อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้าน โดย เรียงตามค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย ด้านที่มีค่าเฉล่ียมากที่สุด คือ ด้านการใช้สิทธิเลือกต้ัง รองลงมาได้แก่ ด้านการชักชวนให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส่วนด้านท่ีมีค่าเฉล่ียน้อยที่สุด คือ ด้านการติดตาม ขา่ วสารทางการเมือง และเมอ่ื แยกเปน็ รายดา้ น มรี ายละเอยี ดของผลการวิจัยดังต่อไปน้ี 1) ด้านการใช้สิทธิเลือกตั้ง พบว่า อยู่ในระดับมาก โดยข้อท่ีมีเฉลี่ยมากท่ีสุด คือ ข้อ 7 ท่ีว่าทา่ นไปใชส้ ิทธิในการเลือกตั้งระดับชาติ (ส.ส.) และ (ส.ว.) รองลงมาคือ ข้อ 6 ท่ีว่าท่านไปใช้สิทธิ ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น (สมาชิกสภาเทศบาลตาบลหนองไผ่ และนายกเทศมนตรีตาบล หนองไผ่) ส่วนข้อท่ีมีค่าเฉล่ียน้อยที่สุด คือ ข้อ 3 ท่ีว่าท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้สังเกตการณ์การ เลือกต้งั ประจาหนว่ ยเลือกต้ัง 2) ด้านการติดตามข่าวสารทางการเมือง พบว่า อยู่ในระดับมาก โดยข้อที่มีเฉลี่ยมากที่สุด คือ ขอ้ 6 ทว่ี า่ ทา่ นให้ความสนใจติดตามข่าวสารทางการเมืองจากหน่วยงานราชการ กานัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ รองลงมาคือ ข้อ 1 ที่ว่าท่านติดตามข่าวสารทางการเมือง บ่อยแค่ไหน ส่วนข้อท่ีมีค่าเฉล่ียน้อย ทีส่ ุด คอื ขอ้ 4 ท่วี า่ ทา่ นให้ความสนใจติดตามข่าวสารทางการเมอื ง ผ่านทางส่อื อิเล็กทรอนิกส์ 3) ด้านการชักชวนให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง พบว่า อยู่ในระดับมาก โดยข้อท่ีมี เฉล่ียมากที่สุด คือ ข้อ 1 ที่ว่าท่านชักชวนให้สมาชิกในครอบครัวของท่านไปใช้สิทธิเลือกต้ังสมาชิก สภาท้องถิ่น (สมาชิกสภาเทศบาลตาบลหนองไผ่ และนายกเทศมนตรีตาบล หนองไผ่) รองลงมาคือ ข้อ 2 ท่ีว่าท่านชักชวนให้สมาชิกในครอบครัวของท่านไปใช้สิทธิเลือกตั้งระดับชาติ (ส.ส.) และ (ส.ว.)
81 สว่ นข้อทม่ี ีคา่ เฉล่ยี นอ้ ยทสี่ ุด คือ ข้อ 10 ท่ีว่าทา่ นพยายามพูดเชิญชวนให้ผูอ้ ื่นไปเลอื กพรรคการเมืองท่ี ท่านสนับสนนุ 5.1.3 ผลการทดสอบสมมติฐานการวิจัยบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการ หมูบ่ า้ น ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชมุ แพ จังหวดั ขอนแก่น ความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยรวม พบว่า คณะกรรมการหมู่บ้าน ที่มีเพศ อายุ และรายได้ต่างกัน มีความคิดเห็นเก่ียวกับบทบาททางการเมือง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดย รวมไม่แตกต่างกัน ส่วนคณะกรรมการหมู่บ้านที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับ บทบาททางการเมือง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น แตกต่างกัน อย่างมีนัย สาคญั ทางสถิตทิ ่รี ะดับ .05 5.1.4 ผลการวิเคราะห์ข้อเสนอแนะความคิดเห็นเก่ียวกับบทบาททางการเมืองของ คณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น สามารถเรียงลาดับ ความถ่ีจากมากไปหาน้อยมีรายละเอียดดังนี้ (1) ด้านการใช้สิทธิเลือกตั้ง พบว่ามากที่สุดคือ จัดให้มี หน่วยเลือกต้ังใกล้กับชุมชนเพื่อให้การเดินทางสะดวกสบาย และรองลงมาคือ ให้ความร่วมมือในการ ไปใช้สิทธเิ ลือกต้งั (2) ดา้ นการติดตามข่าวสารทางการเมือง พบว่ามากที่สุดคือ ประชาสัมพันธ์ตามส่ือ ต่าง ๆ ให้ประชาชนได้รับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้ง รองลงมาคือ ให้ผู้ลงรับการเลือกต้ังประชา สัมพันธ์ข้อมูลของตัวเองให้ประชาชนทราบ และให้ข้อมูลข่าวสารท่ีถูกต้องท่ีสุด และ (3) ด้านการชัก ชวนให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง พบว่ามากท่ีสุดคือ ชักชวนให้ประชาชนเลือกคนดีมีคุณธรรม รองลงมาคือ ไม่ซื้อสิทธิขายเสียง ไม่รับสินจ้างใด ๆ รองลงมาคือ มีวิทยากรมาให้ความรู้เกี่ยวกับการ เลอื กตัง้ และรณรงค์ใหผ้ มู้ สี ทิ ธไิ ปเลือกตง้ั 5.2 อภปิ รายผลการวิจยั จากการสรุปผลการวิจัยบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบล หนองไผ่ อาเภอชมุ แพ จังหวัดขอนแก่น สามารถอธบิ ายเพ่อื ตอบสมมตฐิ านการวิจยั ได้ดังนี้ 5.2.1 ความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขต ตาบลหนองไผ่ อาเภอชมุ แพ จงั หวดั ขอนแกน่ โดยรวมทงั้ 3 ด้าน อยู่ในระดับมาก เม่ือพิจารณาราย ดา้ น โดย เรยี งตามคา่ เฉลีย่ จากมากไปนอ้ ย ดา้ นทีม่ คี า่ เฉลย่ี มากทีส่ ดุ คือ ด้านการใช้สิทธิเลือกตั้ง รอง ลงมาได้แก่ ด้านการชักชวนใหป้ ระชาชนไปใช้สิทธิเลอื กตง้ั ส่วนด้านท่ีมีค่าเฉลีย่ นอ้ ยที่สุด คือ ด้านการ ตดิ ตามขา่ วสารทางการเมอื ง ทงั้ น้ีอาจเป็นเพราะวา่ คณะกรรมการหมูบ่ า้ นไดม้ สี ่วนร่วมในกิจกรรมทาง การเมอื งของหมบู่ า้ น มสี ่วนร่วมในการเลือกต้ัง การติดตามข่าวสารทางการเมือง และเป็นผู้นาในการ ชักชวนให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกต้ัง สอดคล้องกับภารกิจตามอานาจหน้าท่ีในพระราชบัญญัติ
82 ลักษณะการปกครองท้องท่ี (ฉบับท่ี 11) พ.ศ. 2551 กล่าวไว้ว่า ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การเป็นกรรมการหมู่บ้าน การปฏิบัติหน้าที่และการประชุมของคณะกรรมการ หมู่บ้าน พ.ศ. 2551 กาหนดให้คณะกรรมการหมู่บ้านมีบทบาทและหน้าที่ในการส่งเสริมให้ราษฎรมี ส่วนร่วมในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และการส่งเสริมอุดม การณ์และวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตย ซ่ึงเป็นบทบาทที่สาคัญประการหน่ึงของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย สอดคล้องกับงานวิจัย ของ ณัฐวุฒิ ถุนนอก ได้ศึกษาเรื่อง การปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของกานัน ผู้ใหญ่บ้าน กรณี ศกึ ษา : อาเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ผลการศึกษาพบว่า ระดับการปฏิบัติงานตามบทบาท หน้าท่ีของกานัน ผู้ใหญ่บ้าน อาเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น โดยรวมอยู่ในระดับมาก และ แบง่ เปน็ รายด้านในการอภปิ รายผลตามลาดับดังน้ี 1) ด้านการใช้สิทธิเลือกต้ัง กับความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาททางการเมืองของ คณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น พบว่า อยู่ในระดับ มาก ทั้งน้ีอาจเป็นเพราะว่า คณะกรรมการหมู่บ้านมีส่วนร่วมในการให้ความสาคัญในการไปใช้สิทธิ เลือกต้ังในระดบั ตา่ ง ๆ ในพ้นื ที่ ไปใช้สิทธใิ นการเลือกตงั้ ระดับชาติ (ส.ส.) และ (ส.ว.) ไปใช้สิทธิในการ เลือกต้ังสมาชิกสภาท้องถิ่น (สมาชิกสภาเทศบาลตาบลหนองไผ่ และนายกเทศมนตรีตาบลหนองไผ่) คิดว่าการไปใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นหน้าท่ีของประชาชนติดตามข่าวสารผลการเลือกต้ัง เช่ือในหลักการ ปกครองแบบมีส่วนร่วมของประชาชน โดยยึดมั่นในเสียงส่วนใหญ่ เคารพเสียงส่วนน้อย และยอมรับ ฟังความคิดเห็นของคนอ่ืน แม้ว่าจะแตกต่างจากตนเอง สอดคล้องกับระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การเป็นกรรมการหมู่บ้าน การปฏิบัติหน้าที่และการประชุมของคณะกรรมการ หมบู่ ้าน พ.ศ. 2551 กรรมการหม่บู ้าน ซ่ึงเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเป็นหัวหน้าคณะทางาน และกรรมการ หมู่บ้านที่คณะกรรมการเลอื ก มีหนา้ ทเ่ี กยี่ วกับการส่งเสริมให้ราษฎรมีส่วนร่วมในการปกครองระบอบ ประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษัตริย์เป็นประมุข สอดคล้องกับงานวิจัยของ พยุงศักด์ิ พลลุน ได้ศึกษา เร่ือง บทบาทของคณะกรรมการหมู่บ้านต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย : กรณีศึกษาในพื้นท่ีอาเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ผลการวิจัยพบว่า ด้านการใช้สิทธิเลือกต้ัง อยู่ในระดับมาก และไม่สอดคล้องกับงานวิจัยของ ดาบตารวจหัฏฐกรฆ์ เครือสาร ศึกษาเร่ือง บทบาททางการเมืองของผู้นาชุมชนในเขตเลือกต้ัง ตาบลต้นธงชัย จังหวัดลาปาง ต่อการเลือกตั้ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด วันท่ี 8 กรกฎาคม 2555 พบว่า บทบาททางเมืองของผู้นาชุมชนใน ตาบลธงชัย จังหวัดลาปาง ด้านความคิดเห็นต่อผู้นาชุมชนผลต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ ประชาชนในการเลือกตัง้ โดยรวมอยใู่ นระดบั ปานกลาง 2) ด้านการติดตามข่าวสารทางการเมือง พบว่า อยู่ในระดับมาก คณะกรรมการ หมบู่ า้ น มีส่วนรว่ มใหค้ วามสนใจติดตามข่าวสารทางการเมืองจากหน่วยงานราชการ กานัน ผู้ใหญ่บ้าน
83 ให้ความสนใจติดตามข่าวสารทางการเมือง ผ่านทางโทรทัศน์ มีการพูดคุยหรือสนทนาในเรื่องราว เกี่ยวกับเหตุการณ์ทางการเมืองกับประชาชนในหมู่บ้าน มีการพูดคุยหรือสนทนาในเรื่องราวท่ีเกี่ยวกับ เหตุการณ์ทางการเมืองกับคณะกรรมการหมู่บ้านในชุมชน/หมู่บ้าน ให้ความสนใจติดตามข่าวสาร ทางการเมือง ผ่านส่ือต่าง ๆ สอดคล้องกับงานวิจัยของ พยุงศักดิ์ พลลุน ได้ศึกษาเร่ือง บทบาทของ คณะกรรมการหมู่บ้านต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย : กรณีศึกษาในพ้ืนท่ี อาเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ผลการวิจัยพบว่า ด้านการติดตามข่าวสารการเมืองอยู่ในระดับ มาก และไมส่ อดคล้องกับงานวิจัยของ ดาบตารวจหัฏฐกรฆ์ เครือสาร ศึกษาเร่ือง บทบาททางการเมือง ของผู้นาชุมชนในเขตเลือกต้ัง ตาบลต้นธงชัย จังหวัดลาปาง ต่อการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วน จังหวัด วันท่ี 8 กรกฎาคม 2555 พบว่า บทบาททางเมืองของผู้นาชุมชนในตาบลธงชัย จังหวัดลาปาง ด้านความคิดเห็นต่อผนู้ าชมุ ชนผลต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการเลือกต้ัง โดยรวม อยูใ่ นระดับปานกลาง 3) ด้านการชักชวนให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง พบว่า อยู่ในระดับมากคณะ กรรมการหมู่บ้านมีส่วนร่วมชักชวนให้สมาชิกในครอบครัวของท่านไปใช้สิทธิเลือกต้ังสมาชิกสภา ท้องถ่นิ (สมาชิกสภาเทศบาลตาบลหนองไผ่ และนายกเทศมนตรีตาบลหนองไผ่) ชักชวนให้สมาชิกใน ครอบครัวของทา่ นไปใชส้ ทิ ธิเลือกตั้งระดับชาติ (ส.ส.) และ (ส.ว.) ชกั ชวนใหป้ ระชาชนในหมู่บ้านไปใช้ สิทธิเลือกต้ังสมาชิกสภาท้องถ่ิน ชักชวนให้ประชาชนในหมู่บ้านไปใช้สิทธิเลือกตั้งระดับชาติ (ส.ส.) และ (ส.ว.) และร่วมรณรงค์ให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกต้ังสมาชิกสภาท้องถ่ิน สอดคล้องกับงานวิจัย ของ พยุงศักด์ิ พลลุน ได้ศึกษาเรื่อง บทบาทของคณะกรรมการหมู่บ้านต่อการมีส่วนร่วมทางการ เมืองในระบอบประชาธิปไตย : กรณีศึกษาในพื้นท่ีอาเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ผลการวิจัย พบว่า ด้านการชักชวนให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง อยู่ในระดับมาก และไม่สอดคล้องกับงานวิจัย ของ ดาบตารวจหัฏฐกรฆ์ เครือสาร ศึกษาเรื่อง บทบาททางการเมืองของผู้นาชุมชนในเขตเลือกตั้ง ตาบลต้นธงชัย จังหวัดลาปาง ต่อการเลือกต้ังนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด วันที่ 8 กรกฎาคม 2555 พบว่า บทบาททางเมืองของผู้นาชุมชนในตาบลธงชัย จังหวัดลาปาง ด้านความคิดเห็นต่อผู้นา ชุมชนผลต่อการมีส่วนร่วมทางการเมอื งของประชาชนในการเลอื กต้งั โดยรวมอยใู่ นระดับปานกลาง 5.2.2 การเปรียบเทียบความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการ หมู่บา้ น ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชมุ แพ จังหวดั ขอนแกน่ มรี ายละเอียดดงั ตอ่ ไปนี้ 1) จากสมมติฐานของการวิจัยว่า คณะกรรมการหมู่บ้าน ท่ีมีเพศต่างกัน มีความ คิดเห็นเกี่ยวกับบทบาททางการเมือง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น แตกต่าง กัน ผลการวิจัยพบว่าคณะกรรมการหมู่บ้านที่มีเพศต่างกัน มีความคิดเห็นเก่ียวกับบทบาททาง การเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยรวมไม่ แตกต่างกัน ซ่ึงไม่เป็นไปตามสมมติฐานท่ีต้ังไว้ ท้ังน้ีอาจเป็นเพราะว่า คณะกรรมการหมู่บ้านไม่ว่าจะ
84 เป็นเพศหญิงหรือเพศชาย มีความคิดเห็นเก่ียวกับบทบาททางการเมือง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอ ชุมแพ จังหวัดขอนแก่นท่ีคล้ายกัน แสดงว่าเพศไม่มีผลต่อความคิดเห็นเก่ียวกับบทบาททางการเมือง ของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น สอดคล้องกับงาน วจิ ัยของ ณัฐวฒุ ิ ถนุ นอก ไดศ้ กึ ษาเรือ่ ง การปฏบิ ตั ิงานตามบทบาทหน้าที่ของกานัน ผู้ใหญ่บ้าน กรณี ศกึ ษา : อาเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ผลการศึกษาพบว่า ระดับการปฏิบัติงานตามบทบาท หนา้ ท่ีของกานัน ผู้ใหญ่บ้าน อาเภอเมอื งขอนแกน่ จงั หวัดขอนแก่น จาแนกตามเพศ พบว่าไม่แตกต่าง กัน และสอดคล้องงานวิจัยของ จิรัฐ ชวนชม และคณะ ศึกษาเร่ือง แนวทางการพัฒนาบทบาทผู้นา ชุมชนในการสร้างความเข้มแข็ง กรณีศึกษา ชุมชนวัดญาณสังวราราม อาเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี พบว่า เพศ กับแนวทางการพัฒนาบทบาทผู้นาชุมชนในการสร้างความเข้มแข็ง กรณีศึกษา ชุมชนวัด ญาณสังวราราม อาเภอบางละมงุ จงั หวัดชลบรุ ี ไม่แตกต่างกนั 2) จากสมมตฐิ านของการวจิ ยั ว่า คณะกรรมการหมู่บ้านท่ีมีอายุต่างกันมีความคิดเห็น เก่ียวกับบทบาททางการเมือง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น แตกต่างกัน ผลการวิจัยพบว่า คณะกรรมการหมู่บ้านท่ีมีอายุต่างกัน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาททางการเมือง ของคณะกรรมการหมู่บา้ น ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยรวมไม่แตกต่างกัน ซึ่งไม่เป็นไปตามสมมติฐานท่ีต้ังไว้ ท้ังนี้อาจเป็นเพราะว่า คณะกรรมการหมู่บ้านท่ีมีอายุต่างกันมีความ คิดเห็นเก่ียวกับบทบาททางการเมือง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่นท่ีคล้ายกัน แสดงว่าอายุไม่มีผลต่อความคิดเห็นเก่ียวกับบทบาททางการเมืองของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขต ตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น สอดคล้องกับงานวิจัยของ ณัฐวุฒิ ถุนนอก ได้ทา การศึกษาเรื่อง การปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของกานัน ผู้ใหญ่บ้าน กรณีศึกษา : อาเภอเมือง ขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ผลการศึกษาพบว่า ระดับการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของกานัน ผใู้ หญ่บ้าน อาเภอเมอื งขอนแก่น จงั หวดั ขอนแกน่ จาแนกตามอายุ พบว่าไม่แตกต่างกัน และสอดคล้อง งานวิจัยของ จิรัฐ ชวนชม และคณะ ศึกษาเรื่อง แนวทางการพัฒนาบทบาทผู้นาชุมชนในการสร้าง ความเข้มแข็ง กรณีศึกษา ชุมชนวัดญาณสังวราราม อาเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี พบว่า อายุ กับ แนวทางการพัฒนาบทบาทผู้นาชุมชนในการสร้างความเข้มแข็ง กรณีศึกษา ชุมชนวัดญาณสังวราราม อาเภอบางละมุง จงั หวดั ชลบุรี ไมแ่ ตกตา่ งกนั 3) จากสมมติฐานของการวิจยั วา่ คณะกรรมการหมู่บ้านท่ีมีระดับการศึกษาต่างกันมี ความคดิ เห็นเกย่ี วกับบทบาททางการเมือง ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น แตก ต่างกัน ผลการวิจัยพบว่า คณะกรรมการหมู่บ้านท่ีมีระดับการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นเก่ียวกับ บทบาททางการเมอื งของคณะกรรมการหมู่บ้าน ในเขตตาบลหนองไผ่ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยรวม พบว่ามีความแตกต่าง จานวน 3 คู่ ได้แก่ ระดับการศึกษาประถมศึกษากับระดับการศึกษา อนุปริญญาหรือเทียบเท่า ระดับการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่ากับระดับการศึกษาอนุปริญญา
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136