Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore โครงการฟาร์มทะเล

โครงการฟาร์มทะเล

Published by จันทิมา มีจุ้ย, 2020-02-11 09:23:47

Description: โครงการฟาร์มทะเล

Search

Read the Text Version

ความเป็นมา เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๑ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ พระบรมราชินีนาถ ทรงรับสั่งกับ นายสหัส บุญญาวิวัฒน์ ที่ปรึกษา สานักพระราชวัง และนายจรัลธาดา กรรณสูต ปลัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ถึงปัญหาการที่ชาวประมงไม่สามารถออกหาปลาได้ เนอ่ื งจากนามันมรี าคาแพง และทรงมพี ระราชดาริว่า ในอนาคตผลผลิต สัตว์ทะเลต่างๆ จากฟาร์มทะเลเพาะเลียงสัตว์นาแบบผสมผสานท่ีถูก สุขภาวะอนามัยแวดล้อมคืนสมดุลด้วย จะเป็นอีกหน่ึงทางเลือกสาคัญ ทดแทนการออกเรือไปจับสัตว์นาในทะเลที่ห่างไกล พร้อมทังทรงริเริ่ม ให้ทาฟาร์มทะเลตัวอย่างแบบผสมผสาน ในพืนที่ดินนาเกลือริมทะเล ซงึ่ นางวาสนา เทพหัสดิน ณ อยธุ ยา น้อมเกลา้ ฯ ถวาย จานวน ๘๒ ไร่ ๒ งาน ๕๐ ตารางวา ณ หมู่ ๕ ตาบลบางแก้ว อาเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เพื่อเป็นฟาร์มตัวอย่างให้ทังผู้จับสัตว์นา ผู้เพาะเลียง สัตว์นา และผู้ที่สนใจท่ัวไปได้ศึกษาเรียนรู้ ดูงาน แลกเปลี่ยน ประสบการณ์ นาไปปรับใช้ให้ถูกต้องเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม ทอ้ งถ่นิ ของตนเองต่อไป



กลุ่มธนาคารปูม้า การทาการประมงของชาวประมงท้องถิ่น มีหลายแบบ เช่น การเดินเก็บหอย ปู การขึงอวนดักปลา กุ้ง ปู สัตว์น้าต่างๆ ขณะนาทะเลลงต่า การใช้เรือรุน เรืออวนปู เรืออวน ปลา และเรอื อวนลอ้ ม นอกจากนี ยงั มเี รือประมงขนาดใหญจ่ ากตา่ งถ่นิ เข้ามาทาการประมงผดิ ประเภท ทาให้ปริมาณสัตว์นาในบริเวณนีมีน้อยลง จนในฤดูร้อนแทบจะจับสัตว์น้าไม่ได้เลย แต่หลังจากมีโครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างตาม พระราชดาริฯ ขึน การทาการประมงพืนบ้าน เช่น การวางอวนปู ก็ได้ปูเยอะขนึ จากเดมิ ที่บางฤดูจับปูได้น้อยหรือไม่ได้เลย มาถึงทุกวันนีจับ ปูได้ปริมาณสม่าเสมอ ออกเรือทุกวันก็จะมีปูติดอวนมาทุกวัน ชาวบ้านท่ีเดินเก็บหอยตลับ หรอื ท่นี ่เี รยี กหอยขาว หอยแครง หอยเสียบ ก็มีมากขึน เรือประมงจากที่เคยไปจอดไว้ในคลอง อ่ืนๆ ก็กลับมาจอดที่นี่เยอะขึน อีกทังกรมประมงยังมาส่งเสริมเรื่องธนาคารปูม้าอีกด้วย และ ในโครงการฯ ก็มีการเลียงหอยแมลงภู่แบบแพเชือกแขวน ซง่ึ เป็นแนวกันเรือประมงขนาดใหญ่ อย่างดี และเป็นแหล่งอนุบาลลกู ปูมีท่ีสาคัญของพืนที่นีเลย อีกทังชาวบ้านเริ่มมีความรู้สึกหวง แหนทรัพยากรทางทะเลในพืนท่ีมากขึน ช่วยกันสอดส่องดูแลไม่ให้คนต่างถ่ินเข้ามาลุกล้าทา การประมงอย่างผิดกฎหมาย ไม่จับหอยตัวเล็ก ปูตัวเล็ก ส่งผลให้สัตว์ทะเลพวกหอย ปู กุ้ง มี เพม่ิ มากขึน ไม่ต้องออกเรือไปหาสตั ว์น้าไกลๆ มีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึน เพราะแค่ไปวาง อวนแล้วก็ไปเก็บอวน แค่นีก็มีปูขายทังปีแล้ว หลายคนจากเดิมต้องไปรับจ้างไกลบ้าน ก็ได้ กลับมาทางานใกล้บ้าน พบปะญาติพ่ีน้องมากขึน ครอบครัวก็อบอนุ่ ถงึ แม้จะมีค่าแรงน้อยกว่า ทางานแบบอนื่ อีกหน่อยต้องมีนักท่องเท่ยี วมา ทาใหช้ าวประมงและคนในชุมชนมีความหวังใน การประกอบอาชีพมากขึน พร้อมร่วมแรงร่วมในการพฒั นาทอ้ งถิ่นของพวกเขา

โครงการยังเป็นการทาฟาร์มทะเลแบบผสมผสานกลมกลืนกัน มีการปลูก ต้นไม้ชนิดต่างๆ มีการเลียงปลา เลียงกุ้งให้ได้ผลผลิตดี ไม่มีโรค มีการเพาะพันธ์ุปลาหายากและปลาเศรษฐกิจ เช่น ปลาทู มีการเอา สาหร่ายมาทาเปน็ อาหารสตั ว์ ซ่ึงทาให้ชาวบา้ นได้เรียนรู้ไปดว้ ย กิจกรรมใน โครงการก็มีมากมายทังบนบกและในทะเล โครงการฯ ทาให้สัตว์ทะเล ตา่ ง ๆ กลับมาอย่แู ถวนีมากขึน



การเลย้ี งอาร์ทีเมีย การเลี้ยงอาร์ทีเมียเชิงพาณิชย์ อาร์ทีเมีย (Artemia spp.) หรือ ไรสีนาตาลหรือ ไรนาเค็มเป็นสัตว์นาที่ทนเค็มที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง มีชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า Brime shrimp จัดอยู่ในพวกครัสเตเซียน เช่นเดียวกับ กุ้ง กัง และปู แต่ไม่มีเปลือก แข็งหุ้มตวั ในวงการเพาะเลยี งสัตว์นาท่ัวโลกนิยมใช้อาร์ทีเมียเปน็ อาหารในการอนุบาล สัตว์นาวัยอ่อนเช่น กุ้ง ปู และปลาชนิดต่างๆเนื่องจากมีคุณค่าทางอาหารสูง ไข่ของอาร์ทีเมียสามารถเก็บไว้ได้นานหลายปีเมื่อต้องการใช้เพียงแต่นามาเพาะฟัก ในระยะเวลาอนั สันกจ็ ะได้ตวั อ่อนอาร์ทีเมียนาไปเปน็ อาหารของสตั ว์นาวยั ออ่ นได้



การเลย้ี งสาหรา่ ยพวงองุ่น (กรนี คาเวียร)์ สาหร่ายพวงองุ่นมีลักษณะกลมโตคล้ายไข่ปลาคาเวียร์ จึงมีชื่อว่า กรีนคาเวียร์ ปัจจุบัน “กรมประมง” พัฒนาเทคนิคการเลียง สาหร่ายพวงองุ่นให้มีปริมาณมาก คุณลักษณะดี ตลอดจนพัฒนา เทคโนโลยีการเก็บเกี่ยว ให้ได้สาหร่ายพวงองุ่นที่สะอาด ปลอดภัย ต่ อ ก า ร บ ริ โ ภ ค แ ล ะ ส า ม า ร ถ ส่ ง เ ส ริ ม ก า ร เ ลี ย ง เ พ่ื อ ส ร้ า ง ร า ย ไ ด้ ให้แก่เกษตรกร

ขน้ั ตอนการเลีย้ งสาหร่ายพวงองุ่น 1. เตรยี มแผงสาหรา่ ยขนาด 0.5 x 0.5 เมตร ใชท้ ่อ พวี ีซี เปน็ โครงแผง ใชต้ าขา่ ยขนาดตา 1 ซม. ขึงให้เต็มกรอบเพื่อรองรบั ต้นพนั ธสุ์ าหรา่ ย 2. เกลี่ยต้นพันธุ์สาหรา่ ยให้ทว่ั แผงอัตราสว่ น 0.5 กโิ ลกรมั /แผง ปดิ ทบั ด้วยตาขา่ ยพลาสตกิ อีกชัน 3. แขวนแผงสาหรา่ ยในบ่อเลยี งลึกจากผวิ นา 30 ซม. หรอื ระดับทีแ่ สงสอ่ งถึง สบู นาเขา้ บ่อเลียงอยา่ งนอ้ ย 3 ครัง/สปั ดาห์ 4. เก็บเกีย่ วผลผลติ ได้ 10 กิโลกรมั /แผง ภายในระยะเวลา 1 เดือน

การเก็บเก่ียวผลผลิตและการจดั การหลงั การเกบ็ เก่ยี ว หากเป็นการเลียงในบ่อดินสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ 5 กิโลกรัม/แผงจากนาหนัก ผลผลิตทงั หมด 10 กิโลกรัม/แผง ภายในระยะเวลา1 เดือน สามารถเก็บเก่ียวสาหร่ายได้ 2 สปั ดาห/์ ครงั นามาตัดส่วนยอดและคงเหลือส่วนโคนของสาหร่าย ติดแผงไว้ หรือคงปริมาณไว้ 25% เพือ่ นาไปเลยี งตอ่ และเก็บเกีย่ งครังต่อไป จากนันนาสาหร่ายท่ีผ่านการคัดแยกไปพักทาความสะอาดในถังสกิมเมอร์ ท่ีบรรจุ นาเค็มสะอาด 300 ลิตร อัตรา 5 กิโลกรัม/ถัง เพื่อกาจัดส่ิงสกปรก ท่ีปนเป้ือนมากับ สาหร่าย และย้ายไปทาความสะอาดครังสุดท้ายก่อนบรรจุในถังพักท่ีติดตังระบบ หมุนเวยี นนามีระบบอลั ตราไวโอเลต (UV) และโอโซนเพอื่ ฆา่ เชือแบคทเี รยี

คุณคา่ ทางโภชนาการ สาหรา่ ยพวงองุน่ เปน็ สาหรา่ ยทมี่ รี สชาติดแี ละจัดเป็นอาหารสุขภาพเนื่องจากมีคุณค่าทาง อาหารสูงอดุ มดว้ ยวิตามินหลายชนดิ ได้แก่ วติ ามนิ บ1ี , บ2ี วิตามินอี และมีเบต้าแคโรทีน ซง่ึ เป็นสารตงั ต้นของวติ ามินเอ สาหร่ายพวงอง่นุ จดั เป็น 1 ใน 5 อาหารแนะนาสาหรับผ้ทู ่ี ไปเยือนเมืองโอกนิ าวา ชาวโอกินาวาเชื่อว่าการรับประทานสาหร่ายทะเลช่วยให้หายป่าย ได้เร็วขึนเน่ืองจากมีวิตามินเอ วิตามินซี และเกลือแร่สูง นอกจากนีสาหร่ายทะเล ยังมีกรดอมิโนจาเป็นเกือบ 40% ของกรดอมิโนรวม ซึ่งใกล้เคียงกับไข่และโปรตีน ถว่ั เหลอื ง



การเล้ยี งหอยแมลงภู่ แบบแพเชอื ก เป็นการเปล่ียนสารอาหารจากธรรมชาติเป็นรายได้ ด้วยการเลียงหอยทะเลที่กรองกินแพลงก์ตอนธรรมชาติที่มี มากในทะเลเป็นอาหาร และเปรียบเสมือนปะการังเทียมลอย นา เป็นแหล่งอาศัย และขยายพันธุ์ของสัตว์ทะเลชนิดต่างๆ เพิ่มความชุกชุมของสัตว์นาเพื่อประโยชน์แก่ชาวประมง พนื บา้ น การเลยี งหอยแมลงภู่แบบแพเชือก เป็นวิธีเลียงแบบหน่ึง ท่ีสามารถเลียงได้ในบริเวณคล่ืนลมแรงพอสมควร พืนดินเป็น ดินแข็งบริเวณท่ีปักไม้ไม่ลงก็สามารถเลียงได้ ส่วนตัวแพ ที่เลียงมีความคงทนมีอายุการใช้งานนานหลายปี วัสดุที่ใช้ ห า ง่ า ย มี ต า ม ท้ อ ง ต ล า ด ท่ั ว ไ ป แ ล ะ เ ป็ น ก า ร น า เ ศ ษ วั ส ดุ กลับมาใชใ้ หม่

อุปกรณห์ รอื วัสดุท่ใี ชป้ ระกอบแพ 1. เชอื กโพลีโพรพลี ีน (Polypropylene = pp) หรอื โพลเี อธีลีน (Polyethylene = PE) ขนาด 6-8, 16 และ 20 มลิ ลเิ มตร 2. ถังทุ่นพลาสติกขนาด 20-30 ลติ ร 3. ทุ่นสมอปูนขนาด 60-80 เซนติเมตร 4. กระชงั เหล็กสาหรับเคล่ือนย้ายทุ่นสมอปนู ขนาด 2×2 ตารางเมตร 5. เนอื อวนขนาดตา 6 เซนตเิ มตร ขนาดเส้นเชือก 700D/15

การประกอบตวั แพให้มีขนาด 40×40 ตารางเมตร 1. การถักแพเชือกขนาด 40×40 ตารางเมตร นาเชือกขนาด 16 มิลลิเมตรตัดยาว 50 เมตร มาถักให้ได้ขนาดตา 1×1 ตารางเมตร กว้าง 40 เมตร ยาว 40 เมตร ซึ่งจะเท่ากับพืนที่ 1 ไร่ มาถัก เสร็จ แล้วใช้เชือกขนาด 20 มิลลิเมตร วางรอบนอกตัวแพและใช้ปลาย ของเชอื ก 16 มิลลิเมตร ผกู ตดิ กับเชือก 20 มิลลิเมตร เหตุท่ีใช้เชือก ขนาด 20 มิลลิเมตร รอบนอกเพื่อให้ตัวแพมีสภาพคงทนและ แข็งแรง 2. การผกู ถงั ทุ่นขนาด 20-30 ลิตร เมื่อถักเชือกขนาด 16 มิลลิเมตร เป็นตวั แพเรียบร้อยแล้วมีขนาด 40×40 ตารางเมตร ตัวแพจะมีแถว ตามแนวตัง 41 แนว แถวแนวนอน 41 แนว นาถังทุ่นขนาด 20-30 ลติ ร มาใชเ้ ชอื กขนาด 6-8 มิลลเิ มตร ผกู ถังทนุ่ ท่ีปมให้แน่นโดยผูก 6 แถว ตามแนวตัง เว้น 1 แถวจนหมดพืนที่ 1 ไร่ การเว้นแถวเพื่อให้ เรือเข้าซ่อมแซม ตัวแพและเกบ็ เกยี่ วผลผลิตไดส้ ะดวก ธนาคารสัตว์ทะเลลอยน้า หลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิต หอยแมลงภู่แล้วแพเชือกที่ปล่อยลอยในทะเลยังจะมีสภาพเป็น แหลง่ ทอี่ ยู่อาศัยของสตั วท์ ะเลอื่นๆ เช่น หอยนางรม หอยตะโกรม หอยมุก ฯลฯ แพเชือกจึงเป็นเสมือนปะการังเทียมลอยนาแหล่ง อาศัย หากิน ขยายพันธ์ุของสัตว์ทะเล เช่น ปู กุ้งและปลาทะเล ต่างๆ คืนความอดุ มสมบรูณข์ องทรพั ยากรสตั ว์นาสูช่ มุ ชน



การทา้ น้าทะเลผง เกลือเป็นสารประกอบ สถานะปกติเป็นของแข็งไม่นาไฟฟ้า เกลอื อาจจะละลายนาหรือไม่ละลายนาก็ได้หากละลายนาจะทา ให้นาเป็นสารละลาย (อิเล็กโทรไลต์) เพราะเกลือแตกตัวเป็น ไอออนทาให้นานันนาไฟฟ้าได้สารละลายเกลืออาจเป็นกรด กลาง หรือเบสก็ได้ ส่วนเกลือท่ีใช้ทางโภชนาการท่ีรู้จักกัน แพร่หลายแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ เกลือสมุทรและ เกลือสินเธาว์ มีช่ือทางเคมีว่า “โซเดียมคลอไรด์” (NaCl) มีลักษณะเป็นผลึกสีขาว รสเค็ม ความเค็มเป็นค่าความเข้มข้น ของเกลือและแร่ธาตุทังหมดในนาทะเลเกลือเป็นอาหาร ธรรมชาติท่ีมีความสาคัญต่อมนุษย์และสัตว์มาตังแต่สมัยโบราณ จนถงึ ปัจจุบัน มนุษย์ต้องบริโภคเกลือประมาณวันละ 5-10 กรัม เพือ่ นาไปชว่ ยรกั ษาสมดลุ ของนาในร่างกายให้เซลล์เนอื เยื่อต่างๆ ทางานอย่างปกติ เกลือยังสามารถนาไปใช้ประโยชน์ต่างๆ เช่น ปรงุ อาหาร ถนอมอาหารการทาสปาเกลอื และอตุ สาหกรรมอื่นๆ เป็นตน้

การท้าเกลอื และน้าทะเลผงธรรมชาติ การทานาเกลือจะเร่ิมจากดันนา(สูบนา)จากทะเลขึนมาแล้ว กักเก็บไว้ในบ่อแปลงนาขัง ช่วงเดือน ตุลาคม ถึง เมษายน และ สูบนาให้ผ่านไปตามแปลงต่าง ๆ ในนา ปัจจุบันนิยมใช้เครื่องสูบ นาเพราะแรงดันนาแรงและสะดวกต่อการใช้งาน จึงไม่ได้ใช้ ระหัดวิดนาหรือกังหันลมอย่างในอดีต การสูบนาเรียงตามลาดับ ไปตามแปลงนาดังนี 1.แปลงนาขัง จะสูบนาทะเลเข้านาช่วงนาเกิด ความเค็มเป็น 0 ดีกรี (30 สว่ นในพัน) 2.แปลงนาตาก เป็นแปลงนาส่วนที่มีขนาดใหญ่ ลึก 10 ซม. ใช้ตากนาไว้เพื่อให้นามีความเค็มเพิ่มมากขึน ทิงไว้ประมาณ 3 วนั นามีความเคม็ ประมาณ 5 ดกี รรี ะหวา่ งนนี ายนาตอ้ งคอยช้อน ขีแดด ท่เี ปน็ สาหร่ายบริเวณพนื ของแปลงนาออก

3.แปลงนาดอก ทิงไว้ให้มีความเค็มเพิ่มขึนมากๆ จะเกิดรกเกลือ ต้องเลียงรกเกลือไว้เพ่ือใช้ทาเชือ หรือล่อให้เกลือตกผลึก ทิงไว้ ประมาณ 3 วนั นามคี วามเคม็ ประมาณ 23 ดีกรี 4.แปลงนาวาง จะมีรกเกลือเกิดขึนทางด้านใต้ลม ผิวหน้านามี เกลด็ เกลือขึนเป็นฝ้า ฝ้านีจะจับตวั กันหนาขึนเรื่อยๆ จนกระท่ังนา มีความเค็ม 25 ดีกรี ทิงไว้ ประมาณ 7-15 วันก็ได้ผลผลิตเกลือ รวมทังการทยอยเก็บดอกเกลือโดยใช้สวก ที่เป็นข่ายมุ้งฟ้านามา ทาเป็นเคร่ืองมอื คลา้ ยสวงิ ชอ้ นดอกเกลอื ใสล่ ัวหวาย การคราดเกลือเป็นอีกขันตอนสาคัญท่ีจะทาให้ได้เกลือมาก หรือน้อย เร่ิมจากเม่ือเกลือแห้งในนาวางแล้วจะคราดโดยใช้พัวะ มาเคาะให้เกลือแตก ถ้าเกลือมีขนั หนามากก็จะใช้คทาหรือคราดท่ี มีลักษณะคล้ายส้อมขนาดใหญ่มากระเทาะให้เกลือแตก เมื่อเกลือ แตกเป็นขุยแล้วก็จะใช้วัวมาลากโดยใช้เคร่ืองมือที่เป็นเหมือน เครือ่ งไถนามคี นคอยจบั ไม้ ถ้ากดไมม้ ากไปเกลือทีอ่ ยลู่ กึ เกินไปจะมี ขีดินปนมา การกดเครื่องตะเข้หรือเรียกอีกอย่างว่า “วัว” จึงมีความสาคัญ ตะเข้ถือเป็นเครื่องมือประดิษฐ์ตามภูมิปัญญา ชาวบา้ นอีกชนดิ หนงึ่

ขนั้ ตอนการน้าเกลือมาใช้ประโยชน์ 1.การคัดเกลือ จะคัดเกลือท่ีคุณภาพดี คือ เกลือท่ีมีสีขาว และมีผลึก ขนาดตามท่ีตอ้ งการ การคัดคุณภาพเกลอื เหลา่ นีอาศัยการสังเกตและ ประสบการณ์ เน่ืองจากเกลือท่ีได้จากนาเกลือจะมีหลายแบบ เช่น เกลือตัวผู้ เกลือตัวเมีย ดอกเกลือ ดีเกลือ เกลือกะปิหรือเกลือจืด สว่ นสีสันก็จะมีเกลอื ดา เกลอื เหลอื ง เกลอื กลาง เกลอื ขาวเป็นตน้ 2.เม่ือคัดเกลือที่ตอ้ งการได้แล้วก็จะนาเข้าโรงงานผ่านการล้างดว้ ยนา ทม่ี ีความเคม็ มากกว่าเกลือ 3.จากนันนาไปโม่บดให้ได้ขนาดตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการแตกต่าง กันไป เชน่ เกลอื ขัดหน้า ต้องเปน็ เกลอื ท่ีมีเม็ดขนาดเล็ก เกลือขัดตัวมี ขนาดเมด็ เกลอื ที่ใหญ่กว่า โดยการร่อนผ่านตะแกรงเบอร์ต่างๆ 4.นาเกลอื ทไ่ี ด้ไปอบจนแหง้ แล้วจึงนาไปผสมกบั ส่วนผสมอ่ืนๆ 5.สมนุ ไพรที่จะนามาผสมในผลิตภณั ฑจ์ ะจัดซือมากจากกล่มุ เครือข่าย อาชีพที่ ต.ไร่ส้ม และร้านค้าในตลาดเพชรบุรี โดยจ้างเขาบดแล้วจึง นามาอบในไมโครเวฟ ฆ่าเชือ แล้วนาไปช่ังนาหนักเพื่อผสมตาม ส่วนผสมในสตู ร

การทา้ นา้ ทะเลผง 1.เป็นการพัฒนาต่อจากการทานาเกลอื เมอ่ื ทาการเกบ็ ผลผลิตเกลอื แกงเสร็จ เรยี บรอ้ ยแลว้ ปล่อยนาในนาตกผลึกใหต้ ากแดดและลมต่อไป 2.เม่ือนามีความเค็ม 32-33 ดีกรี ดีเกลือ (Mg2SO4) จะเริ่มตกผลึกเป็นรูป เข็ม เริ่มแยกเก็บส่วนท่ียังคงเป็นสารละลายเข้มข้นกับส่วนที่ตกผลึกดีเกลือ และเกลืออน่ื ๆ ใสภ่ าชนะทีม่ ฝี าปดิ มดิ ชิด 3.นาผลึกดีเกลือและเกลืออ่ืน ๆ ผสมกับเกลือแกงในอัตราส่วน 1.1-2 และ ตากใหแ้ ห้ง แยกเก็บไวใ้ นภาชนะที่มฝี าปดิ มดิ ชดิ 4.ทาการผสมเกลือที่ตากแล้วกับสารละลายเข้มข้นและปูนขาวหรือปูนมาร์ล 1.5-2 เปอร์เซ็นต์ของนาหนักผสมทังหมด ผสมให้เข้ากันและใส่ภาชนะท่ีมี ฝาปิดมิดชิด 5.นามาตากให้แห้งแล้วบรรจุใส่ถุงเป็นนาทะเลผงธรรมชาติจานวน ถุงละ 6 กิโลกรมั เมือ่ จะใชก้ ็นาไปละลายนาจดื 200 ลิตรจะได้นาผสมที่มีความเค็ม 30 ส่วนในพัน

วิดโี อ https://bit.ly/3bqg341


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook