Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore สวนพฤกษศาสตร์ในโรงเรียน

สวนพฤกษศาสตร์ในโรงเรียน

Published by slazgamerchanel68, 2020-11-05 03:33:05

Description: นายถิรวัฒน์ วงค์อดทำ เลขที่ 5 ม.5/5
นางสาวปิยมน ยศเครือแก้ว เลขที่27 ม.5/5

Search

Read the Text Version

คานา คานาหนงั สอื อเิ ลก็ ทรอนิกส์เรื่องสวนพฤกษศาสตร์ในโรงเรียน เลม่ นีใ้ ช้ประกอบวชิ า ว 32101 เทคโนโลยี 2 ชนั ้ มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 5 ซง่ึ ในเนือ้ หาจะอธิบายถึงต้นไม้และดอกไม้ในโรงเรียนวงั เหนือวิทยาหวงั เป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์ตอ่ ผ้ทู ี่ศกึ ษาได้ เป็ นอย่างดี นาย ถิรวฒั น์ วงค์อดทา เลขที่ 5 นางสาวปิยมน ยศเครือแก้ว เลขท่ี27 มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี5/5 ผ้จู ดั ทา

ชาทอง ชื่อ : ชาทอง ชื่อพ้นื เมือง : ชาทอง พวงม่วง เทียนหยด ฟองสมุทร ชื่อวิทยาศาสตร์: Duranta repens . ชื่อวงศ:์ VERBENACEAE ลกั ษณะวสิ ยั : ไมพ้ มุ่ ลกั ษณะเด่นของพชื : ไมพ้ มุ่ แตกก่ิงกา้ นสาขามาก สูง ๑.๘o เมตร ตามก่ิงมีหนามเลก็ นอ้ ย เปลือกตน้ หยาบขรุขระ ใบเด่ียว เรียงแบบเป็นค่ตู รงกนั ขา้ ม ใบรูปหอก ขนาด๒.๕เซนติเมตร ยาว ๕.๕ เซนติเมตร ปลายเรียวแหลม โคนใบรูปล่ิม ขอบใบจกั เป็นฟันเลื่อยซอ้ น ใบมีสีเหลืองจนสีเขียว ดอกเป็นช่อเชิงลด

ลกั ษณะของชาทอง ประโยชน:์ เป็นไมป้ ระดบั ใชต้ กแต่งสวน ปลกู เป็นร้ัว บริเวณท่ีพบ : ขา้ งอาคารเฉลิมหลา้ ฯ ดา้ นทิศตะวนั ออก เขตพ้นื ที่ศึกษาE ถ่ินกาเนิด อเมริกา เขตร้อน การกระจายพนั ธุ์ : ในประเทศไทย พบในทวั่ พ้นื ท่ี เขตร้อนในประเทศอ่ืนๆประเทศในเขตร้อน นิเวศวิทยาตอ้ งการแสงมากชอบความช้ืน เวลาออกดอกตลอดปี การขยายพนั ธุ์ปักชากิ่งตอนกิ่ง ลกั ษณะวสิ ยั : ไมพ้ มุ่ เรือนยอด ทรงพมุ่ : รูปร่ม ความสูง 2 ม. ความกวา้ งทรงพมุ่ 0.45 ม. ถิ่นอาศยั : พืชบก ลาตน้ : ลาตน้ เหนือดิน ต้งั ตรงเองได้ เปลือกลาตน้ : สีน้าตาลอมเทา ลกั ษณะ : ขรุขระ ยาง : ไม่มี

ลกั ษณะของชาทอง ชนิดของใบ : ใบเด่ียว สีเขียวอ่อนอมเหลือง ขนาดแผน่ ใบ กวา้ ง 2.5 ซม. ยาว 5.5 ซ.ม. ลกั ษณะพิเศษของใบ มีความนิ่ม การเรียงตวั ของใบบนกิ่ง : ตรงขา้ ม รูปร่างแผน่ ใบ : รูปรี ปลายใบ : เรียวแหลม โคนใบ : สอบเรียว ขอบใบ : เรียน ดอก : ดอกช่อ ตาแหน่งออกของดอก : ปลายยอด กลีบเล้ียง : แยกจากกนั มีจานวน 6 กลีบ สี เขียว กลีบดอก : โคนเชื่อมติดกนั ปลายแยกเป็น 5 แฉก สี ม่วง รูปกงลอ้ เกสรเพศผู้ : จานวน 5 อนั สีครีม เกสรเพศเมีย : จานวน 2 อนั สีเขียว รังไข่ : รังไขเ่ หนือวงกลีบ กล่ิน : กลิ่นหอม ชนิดของผล : ผลเด่ียว ผลสด เมลด็ เด่ียวแขง็ สีของผล : ผลอ่อน สีเขียว ผลแก่ สีสม้ รูปร่างผล : กลม เมลด็ : จานวน 1 เมลด็ สีของเมลด็ : สีสม้ รูปร่างเมลด็ : กลม

ต้นยคู าลิปตสั ยูคาลปิ ตสั ยูคาลปิ ตสั ช่ือสามญั Eucalyptus[4] ยูคาลปิ ตสั ช่ือวทิ ยาศาสตร์ Eucalyptus globulus Labill. (ช่ือพอ้ ง วทิ ยาศาสตร์ Eucalyptus gigantea Dehnh., Eucalyptus glauca A.Cunn. ex DC., Eucalyptus globulosus St.-Lag., Eucalyptus globulus subsp. globulus, Eucalyptus maidenii subsp. globulus (Labill.) J.B.Kirkp., Eucalyptus perfoliata Desf., Eucalyptus pulverulenta Link) จดั อยใู่ นวงศช์ มพู่ (MYRTACEAE)[1],[2] สมุนไพรยูคาลปิ ตสั มีชื่อทอ้ งถิ่นอ่ืน ๆ วา่ โกฐจุฬารส น้ามนั เขียว มนั เขียว ยคู าลิป (ไทย), อนั เยยี๊ ะ หนานอนั (จีนกลาง)

ลกั ษณะต้นยูคาลปิ ตัส ลกั ษณะของยูคาลปิ ตสั ต้นยูคาลปิ ตสั จดั เป็นไมย้ นื ตน้ ลาตน้ ต้งั ตรง มีความสูงไดป้ ระมาณ 10-25 เมตรเรือนยอดเป็นพมุ่ หนาทึบค่อนขา้ งกลม แตกกิ่งกา้ นมาก เปลือกตน้ บางเรียบเป็นมนั และลอกออกง่าย เปลือกตน้ เป็นสีน้าตาลออ่ น ปนขาว หรือมีสีเทาสลบั สีขาวและสีน้าตาลแดงเป็นบางแห่ง เปลือกนอก แตกร่อนเป็นแผน่ ๆ และหลดุ ออกจากผวิ ของลาตน้ เม่ือแหง้ จะลอกไดง้ ่าย กิ่งกา้ นเลก็ เป็นเหล่ียม มีจุดตากลม ใบยูคาลปิ ตสั ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลบั เป็นคู่ ใบหอ้ ยลง ลกั ษณะของใบ เป็นรูปหอก ปลายใบแหลม ใบมีขนาดกวา้ งประมาณ 2-7 เซนติเมตรและ ยาวประมาณ 12-30 เซนติเมตร แผน่ ใบหนาเป็นสีเขียวอมสีน้าเงิน มีผง คลา้ ยแป้ งปกคลมุ เส้นใบมองเห็นไดช้ ดั เจน กา้ นใบส้นั กา้ นใบยาว ประมาณ 2 เซนติเมตร ดอกยูคาลปิ ตสั ออกดอกเด่ียวหรือออกเป็นกระจุกตามง่ามใบ มีดอก ประมาณ 2-3 ดอก ดอกเป็นสีขาวหรือสีเหลืองอ่อน มีขนาดเส้นผา่ น ศนู ยก์ ลางประมาณ 4 เซนติเมตร ดอกมีเกสรเพศผหู้ ลายกา้ น ออกดอกเกือบ ตลอดท้งั ปี ผลยูคาลปิ ตสั ผลมีลกั ษณะเป็นรูปคร่ึงวงกลมหรือคลา้ ยรูปถว้ ย ปลายผล แหลม ผลออ่ นเป็นสีเขียว และจะเปล่ียนเป็นสีน้าตาลเมื่อแก่ มีขนาดเส้น ผา่ นศนู ยก์ ลางประมาณ 1.8-2 เซนติเมตร เปลือกผลหนา มีรอยเส้นส่ีเหล่ียม 4 เสน้ เม่ือผลแก่ปลายผลจะแยกออก

สรรพคุณของต้นยูคาลปิ ตสั สรรพคุณของยูคาลปิ ตสั ใบและเปลือกรากมีรสขมเผด็ กล่ินหอม เป็นยาเยน็ ออกฤทธ์ิต่อปอด ลาไส้ และทางเดินปัสสาวะ ใชใ้ บเป็นยาแกไ้ ข้ ไขห้ วดั ติดเช้ือ ไขห้ วดั ใหญ่ (ใบ) ใชเ้ ป็นยาแกไ้ อ ดว้ ยการใชน้ ้ามนั ที่กลนั่ ไดจ้ ากใบสด 0.5 มิลลิเมตร (ประมาณ 8 หยด) นามารับประทานหรือทาเป็นยาอม (ใบ) น้ามนั ยคู าลิปตสั นามาใชท้ าคอ จะช่วยแกไ้ อ หรือใชอ้ มแกห้ วดั คดั จมูก (น้ามนั ยคู าลิปตสั )[3] ช่วยขบั เสมหะ ดว้ ยการใชน้ ้ามนั ที่กลน่ั ไดจ้ ากใบสด 0.5 มิลลิเมตร (ประมาณ 8 หยด) นามารับประทานหรือทาเป็นยาอม (ใบ) ช่วยบรรเทาอาการขอ้ อกั เสบ (ใบ) ช่วยรักษาลาไสอ้ กั เสบ แกบ้ ิด (ใบ) ช่วยแกก้ ระเพาะปัสสาวะอกั เสบ (ใบ) ใชแ้ กโ้ รคผวิ หนงั กลากเกล้ือน ผดผื่นคนั ผวิ หนงั อกั เสบ ติดเช้ือ ไวรัสบริเวณผวิ หนงั (ใบ) ช่วยแกฝ้ ี มีหนองอกั เสบ ฝี หวั ชา้ ง (ใบ)[1] ใชท้ าถนู วดตามอวยั วะต่างๆเพ่ือแกอ้ าการฟกช้า (น้ามนั ยคู าลิปตสั )

เยอบรี ่า ช่ือวิทยาศาสตร์ : Gerbera jamesonii วงศ์ : Compositae ชื่อสามญั : Gerbera ชื่ออื่น ๆ : Barberto Daisy, Transvaal Daisy, เยอบีร่า เยอร์บีร่า เป็นไมด้ อกที่สวยงามขนิดหน่ึงเป็นท่ีรู้จกั และ ปลกู กนั แพร่หลายในประเทศไทยมานานหลายสิบปี แลว้ มีถิ่นกาเนิดในอฟั ริกาใต้ ในแต่ละวนั จะมีเยอร์บีร่าส่งขายที่ปากคลองตลาดเป็นจานวนมาก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลและวนั สาคญั ต่าง ๆ ประเทศไทยน้นั ถือวา่ มี สภาพธรรมชาติที่เหมาะสมต่อการปลกู เยอร์บีร่าเป็นอยา่ งยงิ่ ไม่วา่ จะเป็น ดิน ฟ้ า อากาศ น้า และดิน ทาใหส้ ามารถปลกู เยอร์บีร่าไดต้ ลอดท้งั ปี

ลกั ษณะของเยอบีร่า เยอร์บีร่าเป็นพวกที่มีลาตน้ อยใู่ ตด้ ิน จะมองไม่เห็นลาตน้ ชดั เจน มี อายนุ านกวา่ หน่ึงปี ข้ึนเป็นกอ ใบงอกจากตาใตด้ ินมีสีเขียวแก่ ใบ ปรกเป็นพมุ่ ขอบใบเป็นแฉก แต่ละแฉกหยกั ลึกไม่เท่ากนั บาง แฉกแคบและต้ืน แผน่ ใบไม่คล่ีกางเตม็ ท่ี ขอบใบท้งั สองขา้ งมกั จะ หุบเขา้ หาเสน้ กลางใบเลก็ นอ้ ย ทาใหใ้ บมีลกั ษณะเป็นรูปตวั วตี ้ืน ๆ หรือลกั ษณะคลา้ ยร่องน้า ใตใ้ บและกา้ นใบมีขนบาง ๆ อยทู่ ว่ั ไป ช่อดอกมีลกั ษณะเป็น head ประกอบดว้ ยดอกยอ่ ยเลก็ ๆเป็น จานวนมากอดั กนั แน่น อยบู่ นฐานรองดอก ดอกมีหลายสี เช่น ขาว เหลือง ชมพู ส้ม และแดง

ดอกเขม็ ชื่อวงศ์: RUBIACEAE ลกั ษณะทวั่ ไปทางพนั ธุศาสตร์เขม็ ตน้ เขม็ เดิมเป็นพรรณไมพ้ ้ืนเมืองของอเมริกาใต้ จดั วา่ เป็นไมพ้ มุ่ ซ่ึงมีความ สูง 1-3 เมตร เขม็ หอม หรือเขม็ ขาวมีสาตน้ ขนาดเลก็ แตกก่ิงใกลผ้ วิ ดินจานวนมาก เรา จึงพบวา่ เขม็ หอมมกั อยกู่ นั เป็นพมุ่ แน่น โดยแต่ละตน้ มีเส้นผา่ ศนู ยก์ ลางของลาตน้ 1- 2 เซนติเมตร เปลือกสีดาหรือม่วงเขม้ ใบเป็นใบเดี่ยวรูปรีแกมขอบขนาน เรียงตรงขา้ ม หนา้ ใบมนั สีเขียวเขม้ หลงั ใบสีอ่อนกวา่ และเห็นเส้นใบชดั เจน ในส่วนของช่อดอก จะ มีสีขาว ออกที่ปลายยอด มีเสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางช่อดอก 8-18 เซนติเมตร มีดอกยอ่ ยจานวน มาก ดอกยอ่ ยมีกลีบเล้ียงสีเขียวรูปถว้ ย ปลายแยกเป็นกลีบ โคนกลีบดอกเชื่อมติดกนั เป็นหลอดเลก็ ๆ ยาว 2.5-3 เซนติเมตรปลายหลอดมีกลีบแยกจากกนั เป็น 4 กลีบ แต่ละ กลีบรูปไข่กวา้ ง 0.3 เซนติเมตร ยาว 0.6 เซนติเมตร เมื่อดอกบานมีเสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลาง 1.2-2 เซนติเมตร ดอกยอ่ ยภายในช่อดอกเดียวกนั บานในเวลาใกลเ้ คียงกนั ดอกท่ีบานใหม่ ๆ จะมีสีขาว บริสุทธ์ิ เมื่อใกลโ้ รยจะเปล่ียนเป็นสีคล้า ดอกมีกล่ินหอม และออกดอกตลอดปี

ลักษณะท่วั ไป ตน้ เขม็ เป็นพรรณไมย้ นื ตน้ มีพมุ่ ขนาดเลก็ จนถึงขนาดกลางขนาดลาตน้ มีความสูง ประมาณ3-5 เมตรลาตน้ เป็นตน้ เดี่ยวหรือแตกกอแผส่ าขาออกไปเป็นตน้ ตน้ เลก็ กลม ขนาดเสน้ รอบวงประมาณ 4-10 เซนติเมตรลาตน้ เรียบสีน้าตาลก่ิงยอดมีสีเขียวแตกก่ิง ตรงข้ึนดา้ นบน ใบเป็นใบเด่ียวออกเป็นค่สู ลบั กนั รอบตน้ และกิ่ง ใบแขง็ เปราะมีสีเขียว สด โคนใบมนปลายใบแหลม ลกั ษณะใบมีขนาดและรูปร่างแตกต่างกนั ตามชนิดพนั ธุ์ ออกดอกเป็นช่อออกตรงส่วนยอดซ่ึงมีกา้ นดอกชูไวภ้ ายในช่อประกอบดว้ ยดอกเลก็ ๆ ลกั ษณะเป็นหลอดเลก็ ๆ ซ่ึงมีกลีบอยสู่ ่วนบน ประมาณ 4-5 กลีบ กลีบเลก็ แหลม ลกั ษณะดอกและสีสันแตกต่างกนั ไป ต้น เป็นพรรณไมพ้ มุ่ ขนาดเลก็ ถึงขนาดยอ่ ม ลาตน้ สูงประมาณ 3–5 ฟตุ จะแตก กิ่งกา้ นสาขาออกแผเ่ ป็นพมุ่ ลาตน้ เป็นตน้ เดี่ยวหรือแตกกอแผส่ าขาออกไปเป็นตน้ ตน้ เลก็ กลมขนาดเส้นรอบวงประมาณ 4-10 เซนติเมตรลาตน้ เรียบสีน้าตาลก่ิงยอดมีสีเขียว แตกก่ิงตรงข้ึนดา้ นบน ใบ ใบของดอกเขม็ แขง็ และเปราะง่าย มีสีเขียวสด ลกั ษณะใบมนรี ปลายใบแหลม โคนใบมน ใบจะออกเรียงสลบั กนั คนละทิศทาง ดอก ดอกออกเป็นช่อใหญ่ จะออกตรงส่วนยอดของตน้ ในแต่ละช่อจะประกอบดว้ ย ดอกขนาดเลก็ เป็นหลอด ตรงปลายหลอดจะเป็นกลีบซ่ึงมีอยู่ 4-5 กลีบ ปลายกลีบ แหลม ฝัก/ผล เป็นผลกลม ผลออ่ นสีเขียว ผลแก่สีดา ฤดูกาลออกดอก: ออกดอกตลอดปี เวลาท่ดี อกหอม : หอมตลอดวนั

ดอกพุด พดุ ซอ้ น (Cape jasmine/Gardenia jasmine) หรือท่ีหลายคนรู้จกั กนั ในชื่อ พดุ จีน พดุ ใหญ่ อินถะหวา และเคด็ ถวา มีช่ือวทิ ยาศาสตร์วา่ Gardenia augusta (L.) Merr. หรือ Gardenia jasminoides จดั อยใู่ น วงศ์ Rubiaceae เช่นเดียวกบั พดุ น้าบุศยแ์ ละเขม็ ป่ า ตน้ กาเนิดมาจากประเทศจีน ไทย ไตห้ วนั และญ่ีป่ ุน เป็นไมพ้ มุ่ สมนุ ไพร ดอกสีขาวสวย กลีบซอ้ นเป็นช้นั กลิ่นหอมสดช่ืน คน ส่วนใหญ่จึงนิยมปลกู ประดบั บา้ น ประดบั สวน แถมยงั นาไปร้อย เป็นพวงมาลยั บูชาพระ และใชเ้ ป็นดอกไมป้ ักแจกนั ไหวพ้ ระดว้ ย

ลกั ษณะของดอกพุด พดุ ซอ้ นเป็นไมพ้ มุ่ ขนาดเลก็ ทรงกลมหนาทึบ ไม่ผลดั ใบ สูง ประมาณ 1-3 เมตร ลาตน้ เรียว เปลือกเรียบ ผวิ สีน้าตาล แตก ก่ิงกา้ นมาก ใบเป็นใบเดี่ยว รูปไข่ ปลายใบเรียว โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ สีเขียวเขม้ เป็นมนั ส่วนดอกออกตามซอกใบ ตลอดท้งั ปี สีขาวสะอาด กลิ่นหอมแรงตอนเยน็ ถึงเชา้ ปลาย ดอกแยกซอ้ นกนั หลายช้นั มีผลสด รูปไข่ มีเมลด็ จานวนมาก

ประโยชน์ของของต้นพุด เพราะพดุ ซ้อนมีดอกสวยงามและกลนิ่ หอมแรง ดงั นนั้ ผ้คู นจึงนิยมปลกู ประดบั บ้าน ประดบั สวน ทงั้ ยงั นา ดอกไปร้อยพวงมาลยั ไหว้พระและปักแจกนั ไหว้พระ อีกด้วย สว่ นสรรพคณุ ใช้ได้เกือบทงั้ ลาต้น ราก สามารถแก้ไข้ได้ เปลือกสามารถแก้บดิ ได้ ใบสามารถ แก้อาการปวดหวั หรือเคลด็ ขดั ยอกได้ ดอกสามารถ ทานา้ มนั หอมระเหยหรือทาแก้โรคผวิ หนงั ได้ ผล สามารถขบั ปัสสาวะและพยาธิได้ สว่ นเมลด็ สามารถ ทาเป็นสีแตง่ อาหารได้

จัดทาโดย นาย ถิรวฒั น์ วงคอ์ ดทา ม.5/5 เลขท่ี5 E-mail [email protected] นางสาว ปิ ยมน ยศเครือแกว้ ม.5/5 เลขท่ี 27


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook