Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แนวทางการดูแลวัยรุ่นที่มีภาวะซึมเศร้า

แนวทางการดูแลวัยรุ่นที่มีภาวะซึมเศร้า

Description: แนวทางการดูแลวัยรุ่นที่มีภาวะซึมเศร้า

Search

Read the Text Version

ภาคผนวก ฉ. แบบประเมินการฆ่าตวั ตาย 8 ค�ำ ถาม (8Q) ผพู้ ัฒนา กรมสขุ ภาพจิต Clinical Practice Guideline for Adolescents with Depression หน้า 49

แบบประเมินการฆ่าตัวตาย 8 คำ�ถาม (8Q) คลำ��ำ ถดาับม รเวะลยาะ ค�ำ ถาม ไมม่ ี มี 01 1. คิดอยากตาย หรอื คิดว่าตายจะดีกว่า 2. อยากท�ำ ร้ายตัวเอง หรือ ท�ำ ใหต้ วั เองบาดเจ็บ 02 3. คดิ เกย่ี วกับการฆา่ ตวั ตายใน ่ชวง 1 เ ืดอน ่ทีผ่านมารวมวัน ้นี ถา้ ตอบวา่ คิดเกีย่ วกบั ฆา่ ตัวตายใหถ้ ามต่อ) ... ทา่ นสามารถ ได้ ไมไ่ ด้ ควบคมุ ความอยากฆา่ ตวั ตายท่ีท่านคดิ อยู่นัน้ ได้หรอื ไม่ หรอื 08 บอกได้ไหมวา่ คงจะไม่ทำ�ตามความคิดน้นั ในขณะน้ี 4. มีแผนการท่จี ะฆา่ ตัวตาย 08 5. ได้เตรียมการทจี่ ะทำ�รา้ ยตนเองหรอื เตรียมการจะฆ่าตวั ตาย 0 9 โดยต้งั ใจวา่ จะให้ตายจริงๆ 6. ไดท้ �ำ ให้ตนเองบาดเจ็บแต่ไมต่ ้ังใจท่ีจะท�ำ ให้เสยี ชีวติ 04 7. ไดพ้ ยายามฆ่าตัวตายโดยคาดหวัง/ ตั้งใจทจ่ี ะใหต้ าย 0 10 8. ตลอดชีวติ ทา่ นเคยพยายามฆา่ ตัวตาย 04 ทผ่ี า่ นมา คะแนนรวมท้งั หมด คะแนนรวม การแปลผล 0 ไมม่ แี นวโนม้ ฆา่ ตวั ตายในปจั จุบัน 1-8 มีแนวโนม้ ทจ่ี ะฆา่ ตวั ตายในปัจจุบัน ระดับนอ้ ย 9-16 มีแนวโน้มท่จี ะฆ่าตัวตายในปจั จบุ ัน ระดบั ปานกลาง > 17 มแี นวโนม้ ที่จะฆ่าตวั ตายในปจั จบุ ัน ระดับรนุ แรง หน้า 50 แนวทางการดูแลวยั รนุ่ ท่ีมีภาวะซึมเศร้า

ภาคผนวก ช. แนวทางการสัมภาษณ์วัยร่นุ และสถานที่ใหบ้ ริการสุขภาพวยั รนุ่ โดย พญ. จิราภรณ์ อรณุ ากูร การสื่อสารกับวยั รนุ่ ในคลินิก 1. ล�ำ ดับการเริม่ บทสนทนา ในการพบกนั ครง้ั แรกระหวา่ งแพทย์ วยั รนุ่ และผปู้ กครอง ล�ำ ดบั ของการเรมิ่ บทสนทนามคี วามส�ำ คญั สามารถ ทำ�ได้หลายรูปแบบ ซึ่งแตล่ ะรูปแบบมีความแตกต่างกนั ขึ้นอยกู่ ับบริบทหรอื ปัญหาท่มี า1 1.1 การแยกคุยกับผู้ปกครองก่อนวัยรุ่น เหมาะกับปัญหาที่ผู้ปกครองเป็นกังวลหรือมีความซับซ้อนมาก แพทย์อาจทักทายวัยรุ่นพร้อมผู้ปกครองในเบื้องต้นถึงปัญหาที่พามา จากนั้นจึงบอกถึงลำ�ดับการพูดคุย แล้วจึง ขอแยกสัมภาษณ์ผู้ปกครองกอ่ น เพ่อื ให้ผูป้ กครองให้ข้อมลู ได้อย่างละเอียด ซง่ึ บางเรือ่ งอาจไมส่ ามารถพดู ตอ่ หนา้ วยั รุ่นได้ จากนน้ั จงึ ขอพบวัยรุ่นเป็นการส่วนตัว หลงั จากพูดคุยกับวยั รนุ่ แล้ว วยั รนุ่ ควรไดร้ บั อนญุ าตใหอ้ ยใู่ นหอ้ ง จนจบการพบแพทย์ เพื่อไม่ใหว้ ัยรุ่นเกิดความระแวงว่าแพทยจ์ ะเปิดเผยขอ้ มูลท่เี ป็นส่วนตวั การพบผปู้ กครองกอ่ นควรท�ำ กรณจี �ำ เปน็ เนอื่ งจากอาจท�ำ ใหว้ ยั รนุ่ รสู้ กึ วา่ แพทยฟ์ งั ขอ้ มลู จากผปู้ กครองกอ่ น เกดิ ความไม่ไวว้ างใจหรอื ไม่สนทิ ใจกบั แพทย์ ซึ่งทำ�ใหไ้ ด้รบั ความรว่ มมอื จากวัยรุน่ น้อย 1.2 การพบผปู้ กครองพรอ้ มกนั กบั วยั รนุ่ เปน็ วธิ ที ดี่ ี เพราะอาจสงั เกตเหน็ บทบาทของสมาชกิ ในครอบครวั (family dynamic) จากปฏกิ ริ ยิ าตา่ งๆ ทแี่ สดงออกระหวา่ งสนทนา โดยแพทยจ์ ะพบกบั วยั รนุ่ และผปู้ กครองพรอ้ ม กันเพ่ือทราบถึงปัญหาเบ้ืองต้น วัยรุ่นรับทราบถึงข้อมูลหรือความกังวลใจของผู้ปกครองไปพร้อมกันกับแพทย์ เกิดความเข้าใจทตี่ รงกนั จากนัน้ จึงขอแยกสัมภาษณว์ ยั รุ่นเป็นการสว่ นตัว 1.3 การพบกับวัยรุ่นโดยล�ำ พัง สามารถสร้างความไว้วางใจต่อแพทยไ์ ด้ดี แตอ่ าจทำ�ให้ไม่ทราบถงึ ปญั หา ท่ีแท้จริงหรือข้อมูลท้ังหมด รูปแบบน้ีเหมาะกับวัยรุ่นตอนปลายที่กำ�ลังจะเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ หรือเป็นปัญหาท่ีวัยรุ่น อยากปรึกษากับแพทย์โดยตรงและผู้ปกครองรับทราบอยู่แล้ว หรือแพทย์มีความเช่ียวชาญในการประเมินด้าน สภาพจิตของวัยรุน่ Clinical Practice Guideline for Adolescents with Depression หน้า 51

2. การแยกสมั ภาษณ์และการรักษาขอ้ มูลส่วนตวั ของวัยรุ่น การรกั ษาขอ้ มลู สว่ นตวั เปน็ ขอ้ ตกลงระหวา่ งแพทยก์ บั วยั รนุ่ วา่ สง่ิ ทพี่ ดู คยุ กนั ในการสมั ภาษณ์ จะไมถ่ กู น�ำ ไป เปิดเผยกับผอู้ ่นื โดยไมไ่ ดร้ ับอนญุ าต ซ่งึ ถือว่าเปน็ หัวใจสำ�คัญของการให้บรกิ ารใน การดแู ลสุขภาพวยั รุน่ 1,6 แพทย์ ควรบอกให้ท้ังวัยรุ่นและผู้ปกครองทราบถึงการสัมภาษณ์ที่มีการรักษาข้อมูลส่วนตัว ซ่ึงจะทำ�ให้วัยรุ่นมีพ้ืนที่ สว่ นตวั ในการคยุ กบั แพทย์ สรา้ งความไวว้ างใจ น�ำ มาถงึ การไดข้ อ้ มลู ทถี่ กู ตอ้ งแมน่ ย�ำ 7 น�ำ ไปสกู่ ารแกไ้ ขปญั หา การ ใหค้ วามรว่ มมอื และกระบวนการชว่ ยเหลอื ในทส่ี ดุ นอกจากนี้ การใหบ้ รกิ ารแบบมกี ารรกั ษาขอ้ มลู สว่ นตวั ยงั ท�ำ ให้ วัยรุ่นตัดสินใจเข้ารบั บริการมากขน้ึ สะดวกใจในการเขา้ รับบรกิ ารมากขึน้ 8 อย่างไรก็ตาม แพทยค์ วรบอกกับวัยรนุ่ ถงึ ขอ้ จ�ำ กดั ของการรกั ษาขอ้ มลู สว่ นตวั ซงึ่ ไดแ้ กภ่ าวะทอ่ี าจเปน็ อนั ตรายถงึ ชวี ติ หรอื มผี ลกบั ความปลอดภยั ของตวั วยั รุ่นเอง เช่น มีความคดิ อยากฆ่าตวั ตาย มีคนทำ�ร้าย หรอื อยากทำ�รา้ ยผอู้ ่ืน ซง่ึ แพทย์ต้องแจ้งกับวัยรุ่นว่า ภาวะ ดังกล่าวมีความจำ�เป็นต้องแจง้ ให้ผูป้ กครองทราบเพอ่ื ร่วมกนั หาทางช่วยเหลือ นอกจากน้ี วยั รนุ่ ทกุ รายทมี่ ารบั บรกิ ารควรมเี วลาทจี่ ะไดพ้ ดู คยุ กบั แพทยเ์ ปน็ การสว่ นตวั แยกจากผปู้ กครอง โดยแพทยส์ ามารถบอกวยั รนุ่ และผปู้ กครองไดโ้ ดยตรง โดยพดู ถงึ ความจ�ำ เปน็ และประโยชนท์ จี่ ะมกี ารแยกสมั ภาษณ์ เปน็ การส่วนตัว 3. เทคนิคการสมั ภาษณแ์ ละพูดคยุ กบั วัยรนุ่ 5 3.1. สรา้ งความคนุ้ เคยแพทยค์ วรเรมิ่ บทสนทนาโดยการแนะน�ำ ตนเอง จากนนั้ สรา้ งความคนุ้ เคยโดยการคยุ ในเรอ่ื งทัว่ ไป เชน่ ถามถงึ โรงเรยี น เพือ่ น งานอดิเรกที่ชอบ แพทย์ควรปล่อยใหว้ ยั รุน่ ได้พดู หรือแสดงความคิดเหน็ รบั ฟงั และปฏบิ ตั กิ บั วยั รนุ่ เหมอื นเปน็ ผใู้ หญ่ ใชส้ รรพนามเรยี กชอื่ ทเ่ี หมาะสม หรอื ทว่ี ยั รนุ่ ตอ้ งการ วยั รนุ่ บางคนอาจ แสดงความไมพ่ อใจทตี่ อ้ งมาพบแพทย์ แพทยค์ วรแสดงความเขา้ ใจและใหเ้ วลากบั วยั รนุ่ รวมถงึ แสดงความใสใ่ จถงึ ปญั หาที่วัยรุน่ ตอ้ งการความชว่ ยเหลอื ซง่ึ อาจไมใ่ ชป่ ญั หาเดียวกนั กับทผี่ ูป้ กครองพามา 3.2. หลกี เลย่ี งการตดั สนิ ถกู -ผดิ ผใู้ หบ้ รกิ ารดา้ นสขุ ภาพวยั รนุ่ ควรระลกึ ไวเ้ สมอวา่ วยั รนุ่ แตล่ ะคนมขี อ้ จ�ำ กดั ในชีวิตท่ีแตกต่างกัน การตัดสินถูก-ผิดไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ กลับทำ�ให้เกิดความรู้สึกต่อต้าน ควรใช้เทคนิคการ รบั ฟงั พยายามเขา้ ใจวธิ คี ดิ การแกไ้ ขปญั หา และอยา่ พยายามแสดงบทบาทเหมอื นพอ่ แม่ เชน่ คอยวา่ กลา่ ว ตกั เตอื น 3.3. แสดงบทบาทเป็นผใู้ หค้ วามชว่ ยเหลอื มากกวา่ จะเป็นผแู้ ก้ปัญหา พยายามเน้นจดุ แขง็ หรือข้อดีของ วัยร่นุ ที่มารบั ค�ำ ปรึกษา มากกว่าหาข้อบกพรอ่ งแล้วตำ�หนิติเตียน 3.4. เปน็ ผู้ฟังที่ดี การท่แี พทยแ์ ละบคุ ลากรทางแพทย์เปน็ ผ้ฟู งั ที่ดีสามารถท�ำ ให้เกิด ความไวว้ างใจระหว่าง วัยรุ่นกับแพทย์ การฟังท่ีดีสามารถแสดงออกด้วยภาษากาย (เช่น มองหน้า สบตา พยักหน้า) หรือภาษาพูด (เช่น การทวนข้อความ การสะท้อนความรู้สึก) แพทย์ควรแสดงถึงความตั้งใจในการรับฟังไม่ควรพูดสอดแทรก ขณะที่วยั รนุ่ ก�ำ ลงั พดู หนา้ 52 แนวทางการดแู ลวัยรนุ่ ท่ีมภี าวะซมึ เศรา้

3.5. ใช้คำ�ถามปลายเปิด แพทย์ควรพยายามใช้คำ�ถามปลายเปิด ถามคำ�ถามกว้างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ วยั ร่นุ ได้เลา่ แสดงความคดิ เหน็ หรอื แสดงความรสู้ ึกได้เต็มท่ี 3.6. สรา้ งความรบั ผดิ ชอบ แพทยค์ วรสรา้ งความตระหนกั กบั วยั รนุ่ วา่ วยั รนุ่ จะเปน็ ผทู้ มี่ บี ทบาทหลกั ในการ ตดั สนิ ใจ และเป็นผ้รู ับผิดชอบกบั การตัดสินใจท่ีเกดิ ขึน้ จากการกระท�ำ ของตวั วัยรนุ่ เอง 3.7. พยายามจดบนั ทกึ เฉพาะทจี่ �ำ เปน็ การจดบนั ทกึ ไปดว้ ยขณะซกั ประวตั อิ าจท�ำ ใหแ้ พทยไ์ มส่ ามารถเปน็ ผฟู้ ังทดี่ ี และการบนั ทกึ อาจทำ�ใหว้ ัยรนุ่ เกิดความกังวลควรจดบันทึกเท่าท่ีจำ�เป็นขณะสนทนา 3.8. มบี ทสรปุ ของบทสนทนา ควรกลา่ วสรปุ โดยยอ่ เพอื่ ความเขา้ ใจทตี่ รงกนั รวมถงึ การวางแผนการรกั ษา และการนัดหมายในครั้งตอ่ ไป 3.9. ใหค้ วามส�ำ คญั และหาขอ้ มลู เพมิ่ เตมิ จากครอบครวั ถงึ แมว้ า่ วยั รนุ่ จะเปน็ ศนู ยก์ ลางของการดแู ลชว่ ย เหลอื แพทยค์ วรใหค้ วามส�ำ คญั กบั ครอบครวั ดว้ ย ไมว่ า่ จะเปน็ ประวตั คิ วามเจบ็ ปว่ ยในอดตี ของวยั รนุ่ ประวตั คิ วาม เจ็บป่วยหรือโรคประจำ�ตัวในครอบครัว โครงสร้างของครอบครัว บทบาทของสมาชิกในครอบครัวท่ีมีต่อการแก้ ปัญหาของวยั รนุ่ ทศั นคตติ ่อการรกั ษา แนวทางปฏิบตั ิเกีย่ วกับสถานทีท่ ีใ่ ห้บริการด้านสขุ ภาพวยั ร่นุ 4,5 1. ควรมคี วามเป็นสว่ นตวั เปน็ หอ้ งทม่ี ดิ ชิด ไม่มีคนเดินผา่ นไปมา 2. ถ้าเป็นไปได้ ไม่ควรให้การนั่งรอของวัยรุ่นปะปนกับที่นั่งรอตรวจของเด็กเล็ก การแยกท่ีนั่งรอตรวจ ของวยั รุ่นจะทำ�ใหว้ ยั รนุ่ รสู้ กึ เป็นสว่ นตวั มากข้ึน อาจใชว้ ธิ กี ารแบ่งชว่ งเวลาของการตรวจ 3. การจดั โตะ๊ ตรวจ แพทยค์ วรนั่งอยดู่ ้านขา้ งของวยั รนุ่ ไม่นั่งเผชญิ หนา้ 4. ควรมีระบบนดั ตามเวลา เพ่ือไมใ่ หว้ ัยร่นุ ต้องใช้เวลาในการรอพบแพทย์นานเกินไป 5. การมคี ลนิ กิ เปน็ ชว่ งนอกเวลาราชการ จะชว่ ยให้วยั ร่นุ เข้าถึงบรกิ ารได้มากขน้ึ โดยไมต่ อ้ งขาดเรียน 6. โดยท่ัวไปแนะนำ�ใหม้ ีเวลาในการพูดคุยกบั วยั รุ่นและครอบครัวในนดั ครั้งแรกประมาณ 1 ช่วั โมง 7. การใหบ้ รกิ ารควรเปน็ แบบ one stop service หรอื มขี น้ั ตอนนอ้ ยทส่ี ดุ เพอ่ื ความสะดวกในการรบั บรกิ าร 8. หลกี เล่ียงการใชโ้ ทรศพั ทใ์ นห้องหรือมีสงิ่ รบกวนการสนทนา 9. การรกั ษาขอ้ มูลสว่ นตัวของวยั รุ่น (confidentiality) เปน็ เร่อื งส�ำ คญั ท่ีจะทำ�ให้วยั รนุ่ เกิดความไวว้ างใจ ผู้ใหบ้ ริการ และใหค้ วามรว่ มมือในการรักษา เอกสารอ้างอิง 1. MacKenzie RG. Approach to the adolescent in the clinical setting. Med Clin North Am 1990;74:1085-95. 2. ราชวทิ ยาลยั กมุ ารแพทยแ์ หง่ ประเทศไทย. แนวทางการดแู ลสขุ ภาพเดก็ ไทย โดยราชวทิ ยาลยั กมุ ารแพทย์ แหง่ ประเทศไทย พ.ศ. 2555.[cited 2016April 16]. Available from http://www.thaipediatrics.org/ html/slidedetail_news.php?nid=e46de7e1bcaaced9a54f1e9d0d2f800d&head=childtopic. Clinical Practice Guideline for Adolescents with Depression หนา้ 53

3. RosenDS,ElsterA,HedbergV,PapernyD.Clinicalpreventiveservicesforadolescents:position paper of the Society for Adolescent Medicine.J Adolesc Health 1997;21:203-14. 4. Braverman PK, Strasburger VC. Office-based adolescent health care: issues and solutions. Adolesc Med 1997;8:1-14. 5. จริ าภรณ์ อรณุ ากรู . การซกั ประวตั แิ ละการสมั ภาษณว์ ยั รนุ่ ในคลนิ กิ . ใน: รสวนั ต์ อารมี ติ ร, สภุ ญิ ญา อนิ อวิ , บญุ ยิ่ง มานะบรบิ ูรณ,์ ศิริไชย หงษส์ งวนศร,ี สมจติ ร์ จารุรตั นศริ ิกลุ . ต�ำ ราเวชศาสตร์วยั รุ่น กรุงเทพฯ: ภาพพิมพ;์ 2559.หน้า 61-71. 6. Berlan ED, Bravender T. Confidentiality, consent, and caring for the adolescent patient. Curr Opin Pediatr2009;21:450-6. 7. Ford CA, Millstein SG, Halpern-Felsher BL, Irwin CE Jr. Influence of physician confidentiality assurances on adolescents' willingness to disclose information and seek future health care. A randomized controlled trial. JAMA 1997;278:1029-34. 8. Coker TR, Sareen HG, Chung PJ, Kennedy DP, Weidmer BA, Schuster MA. Improving access to and utilization of adolescent preventive health care: the perspectives of adolescents and parents. J Adolesc Health 2010;47:133-42. 9. Ehrman WG, Matson SC. Approach to assessing adolescents on serious or sensitive issues. Pediatr Clin North Am 1998;45:189-204. 10. Elster AB, Kuznets NJ. AMA guidelines for adolescent preventive services (GAPS): recommendations and rationale. Baltimore: Williams & Wilkins; 1994. 11. LevenbergPB,ElsterAB.Guidelinesforadolescentpreventiveservices(GAPS):implementation and resource manual. Chicago: American Medical Association; 1995. 12. Goldenring JM, Rosen DS. Getting into adolescents heads: an essential update. Contemp Pediatr 2004;21:64. 13. Owens J, Adolescent Sleep Working G, Committee on Adolescence. Insufficient sleep in adolescents and young adults: an update on causes and consequences. Pediatrics 2014;134:e921-32. หนา้ 54 แนวทางการดแู ลวัยรุน่ ท่มี ภี าวะซมึ เศรา้

ภาคผนวก ซ. ความรูท้ ัว่ ไปเกีย่ วกบั ภาวะซึมเศร้า ส�ำ หรบั วัยรุน่ Clinical Practice Guideline for Adolescents with Depression หน้า 55

ความร้ทู ั่วไป ผศ.นพ. ณัทธร พทิ ยรัตน์เสถยี ร จิตแพทย์เด็กและวยั รุ่น เก่ยี วกับภาวะซึมเศรา้ ส�ำหรับวยั รุ่น คณุ ไมใ่ ชค่ นเดยี วทเี่ ปน็ โรคซมึ เศรา้ อยา่ งแนน่ อน เพราะโรคซึมเศร้าเป็นโรคที่พบบ่อยมาก เพียงแต่ว่า คนท่ีเป็นเขาจะบอกคุณหรือเปล่าเท่านั้นแหละว่าเขา ซึมเศร้าหรือเปล่า มนุษย์ท่ัวไปอาจมีอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ได้ตามธรรมชาติโดยเฉพาะวัยรุ่นอย่างคุณที่มีฮอร์โมน เปลี่ยนแปลงเยอะมาก แต่ “เศร้าตามธรรมชาติ” กับ “โรคซึมเศร้า” น้ัน ตา่ งกันท่ีว่าโรคซึมเศร้าจะท�ำให้เกิดอารมณ์เศรา้ ต่อเนือ่ งยาวนาน (เป็นสัปดาห์หรือเปน็ เดือนๆ) และรนุ แรง จนเสยี หนา้ ท่ี (functions) ในการด�ำเนนิ ชวี ติ เชน่ ไปเรยี นหนงั สอื ไมไ่ ด้ อา่ นหนงั สอื ไมร่ เู้ รอื่ ง ท�ำอะไรกไ็ มส่ นกุ ร ะดับสโารรคเซคมึมเีใศนรสา้ มเกอดิ งไขดอจ้ งาคกณุ หเลกาดิ ยเสสาียเหสตมุ คดณุ ุลอาทจัง้เผหชมญิ ดกนบัีท้ ป�ำใญัหเ้ หกิดาอชาวีกาติ รทขร่ีอนุงโแรรคงซหมึรอืเศตรอ่ ้าเขนึน้ อ่ื มงยาาวนาน หรอื โรคซมึ เศรา้ เปน็ “โรค” มกี ารศกึ ษาทางวทิ ยาศาสตรท์ แ่ี สดงถงึ ความเปลย่ี นแปลงในรา่ งกาย ทีเ่ กดิ ข้ึนจากโรคซมึ เศรา้ เช่น สมองบางสว่ นท�ำงานน้อยลงหรอื มขี นาดเล็กลง ห รือตก�าำหรทน่เี รติ าัวปเ่วอยเงปทน็ ่ีเร“าซโรึมคเศ”รา้ ไมเพ่ไดร้แาะปจละวยา่ งิ่เรทา�ำใ“หอเ้ ร่อานรู้สแึกอแย”ล่ เงพแรลาะะใหคมรดๆกก�ำ็ปลงัว่ ใยจไใดน้ กเราารจรึงกั ไษมาค่ วรโทษ กร ็ไกั ดษ้ เารใไานดสทอ้ามยาา่างงรตแถนรร่นงวบกอนรนั วขมกา้ �มำลเังรลาคุกวขรค้ึนดิ มวา่า“สโูร้กคับ”โรมคาไคดกุ ้ คาเมพเรราาะทว�ำงใหกเ้ารราแยพำ�่ แทยย่ แ์คต้นเ่ พราบไมแต่ลอ้้วงวไ่าปโยรคอมซึแมพเศโ้ รรค้า เรมิ่ ตน้ ดว้ ยการดแู ลตวั เองใหด้ ี กนิ ใหพ้ อ นอนใหพ้ อ เพราะคนซมึ เศรา้ มกั กนิ ไมไ่ ดน้ อนไมห่ ลบั ท�ำให้สภาพรา่ งกายออ่ นเพลีย และอารมณ์จะแย่ตาม แต่ระวังอย่ากินหรือนอนมากไป เพราะอาจท�ำให้อารมณ์แย่ลงได้เช่นเดียวกัน ควรกินนอน พอดๆี ให้เป็นเวลา อารมณเ์ ศรา้ จะท�ำใหอ้ ยากอยเู่ ฉยๆ ไมอ่ ยากท�ำอะไร ไมอ่ ยากออกไปไหน แตส่ ดุ ทา้ ยถา้ เราท�ำตาม อารมณ์ก็จะย่ิงเศร้ามากข้ึน ค�ำแนะน�ำคือให้ฝืนท�ำกิจกรรมที่ควรท�ำหรือจ�ำเป็นต้องท�ำต่อไปแม้จะ ไมอ่ ยากท�ำ ใหค้ ดิ ไวเ้ สมอวา่ “ท�ำตามแผน อยา่ ท�ำตามอารมณ”์ หนา้ 56 แนวทางการดูแลวัยร่นุ ทมี่ ีภาวะซึมเศรา้

นอกจากนถ้ี า้ สามารถเพม่ิ กจิ กรรมให้ active มากยิ่งข้นึ กว่าปกติไดย้ ิ่งดี เชน่ ออกก�ำลังกาย จดั หอ้ ง เก็บกวาดท�ำความสะอาดบ้าน กลับไปท�ำงานอดิเรกที่ตัวเองชอบ การท�ำตัวให้กระฉับกระเฉงเป็นวิธี ต้านอารมณเ์ ศร้าทด่ี ีมากและท�ำให้หายจากโรคซมึ เศร้าได้เรว็ ข้นึ การพูดคุยกับคนที่เราไว้ใจจะช่วยให้คุณได้ระบายความรู้สึก ไม่ต้องเก็บเอาไว้คนเดียว ลองนึกดูว่าคุณคุยกับใครได้บ้าง อาจจะเป็นคุณพ่อ คุณแม่ พี่ น้อง ครูอาจารย์ หรือเพ่ือนๆ การพูดคุย จะท�ำใหเ้ ราไดแ้ บง่ ปนั ความร้สู กึ กนั ไดร้ วู้ า่ ไม่ไดม้ แี ต่เราทที่ ุกขอ์ ยคู่ นเดยี ว นอกจากนค้ี นอ่นื อาจมีวธิ ีแกป้ ญั หา ดีๆ ท่เี รานกึ ไมถ่ ึงแนะน�ำใหค้ ณุ ก็ได้ (อยา่ ลืมว่าเวลาซมึ เศร้าเราจะคดิ อะไรไม่ค่อยออกเหมอื นตอนปกติ) ถา้ คณุ ไม่ร้จู ะคยุ กบั ใคร ลองนึกถงึ บริการทางสขุ ภาพจิตทคี่ ณุ สามารถโทรไปปรึกษาได้ เชน่ สายดว่ น สุขภาพจติ โทร. 1323 ไดฟ้ รตี ลอด 24 ชวั่ โมง การไปพบจิตแพทย์เพ่ือรักษาโรคซึมเศร้าไม่ใช่เรื่องน่าอาย คนเราป่วยกายก็ไปหาหมอตรวจ ร่างกาย ถ้าจิตใจไม่สบายก็ไปให้จิตแพทย์รักษา การไปพบจิตแพทย์ไม่ได้แปลว่าเป็น “โรคจิต” ความเช่ือน้ี เป็นความเชื่อโบราณที่ควรจะหมดไปไดแ้ ล้ว จติ แพทยจ์ ะรักษาโรคซมึ เศรา้ อยา่ งไรบา้ ง? อาจจะพูดคุย แนะน�ำการปฏบิ ัติตวั ให้คณุ และพอ่ แม่ฟงั แล้วนัดมาดูอาการ โรคซึมเศร้าจ�ำนวนมากสามารถหายเองไดเ้ พยี งแคด่ ูแลตวั เองอยา่ งเหมาะสม จิตแพทยอ์ าจส่งคุณไปท�ำจติ บ�ำบดั (psychotherapy) อาจจะฟงั ดูนา่ กลัว แต่แทท้ ่ีจริงแล้ว การท�ำจติ บ�ำบดั กค็ อื การไปนงั่ คยุ กนั นน่ั เอง (talk therapy) การพดู คยุ นนั้ เพอ่ื ประโยชนใ์ นการท�ำความเขา้ ใจ ตัวคุณเองและหาวิธีจัดการอารมณ์ความรู้สึกในใจของคุณให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้ือหาในการพูดคุย จะถือว่าเป็นความลบั จิตแพทย์อาจสั่งยาต้านเศร้าให้คุณกิน ยาจะช่วยปรับสารเคมีในสมองของคุณให้กลับสู่สมดุล ควรกินยาสม่�ำเสมอตามแพทย์สั่งและไม่ควรหยุดกินยาเองแม้จะอาการดีข้ึนแล้ว เพราะข้อมูลจากงานวิจัย พบวา่ การหยดุ กินยาเรว็ เกนิ ไปจะท�ำให้โอกาสกลบั เปน็ ซ�้ำเพม่ิ ขึ้น ถ้ากินยาแลว้ มผี ลข้างเคยี งควรปรึกษาแพทย์เพอ่ื ปรบั ยาเพราะยามหี ลายชนดิ ถ้ากินยาแล้วไมไ่ ด้ผล หรอื มผี ลข้างเคยี งมากเกนิ ไปแพทย์อาจปรบั ขนาดยาหรอื เปล่ยี นชนิดยาใหต้ ามความเหมาะสม แต่ไมค่ วรหยดุ กินยาไปเองเฉยๆ สดุ ท้ายนึกไว้เสมอว่า การเปน็ โรคซึมเศร้าไมใ่ ชค่ วามผดิ ของคุณ คุณไมไ่ ด้อยากเปน็ โรคนี้ และคณุ ไม่ไดท้ �ำให้ตัวเองเป็นโรคนี้ แตค่ ณุ สามารถสูแ้ ละหายจากโรคได้ Clinical Practice Guideline for Adolescents with Depression หน้า 57

ภาคผนวก ฌ. แนวทางการดูแลผู้ที่มีความเสีย่ งฆ่าตวั ตาย กรมสขุ ภาพจิต 1. เสี่ยงตอ่ การฆ่าตัวตายระดับนอ้ ย - พดู คยุ เปดิ โอกาสใหร้ ะบายความรสู้ กึ จดั เจา้ หนา้ ทด่ี แู ลสงั เกตอาการตอ่ เนอ่ื ง สามารถท�ำ กจิ กรรมสว่ นตวั ไดโ้ ดยไม่ตอ้ งคอยตามตลอดเพยี งแตต่ อ้ งสงั เกตเปน็ ระยะๆ จัดสภาพแวดลอ้ มใหป้ ลอดภยั เกบ็ อาวธุ ของมคี มและ ส่ิงของอันตราย และรายงานแพทย์และทีมผดู้ ูแล 2. เสี่ยงตอ่ การฆ่าตัวตายระดบั ปานกลาง - พูดคุยเปิดโอกาสให้ระบายความรู้สึก เสริมความหวังทางด้านบวก และปรับมุมมองในการแก้ปัญหา ช่วยให้ผ้ปู ่วยมองเห็นทางแก้ปญั หาหลายๆ ทาง - ให้การดูแลใกล้ชิด เจ้าหน้าที่สามารถดูแลร่วมไปกับผู้ป่วยอ่ืนๆ โดยจัดให้อยู่ใกล้เคาน์เตอร์พยาบาล ท่สี ามารถมองเห็นได้ตลอดเวลา จดั สภาพแวดลอ้ มให้ปลอดภยั เกบ็ อาวุธ ของมคี มและสงิ่ ของอนั ตราย - มีป้าย precaution ติดไว้ท่ีหน้า Chart และ Kardex ส่งเวรให้ทราบทั่วกัน และรายงานแพทย์และ ทมี ผดู้ แู ล 3. เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายระดบั รนุ แรง - ให้การดูแลใกล้ชิด จัดเจ้าหน้าท่ีดูแลใกล้ชิดหน่ึงต่อหนึ่ง โดยจัดให้อยู่ใกล้เคาน์เตอร์พยาบาลที่สมารถ มองเหน็ ได้ตลอดเวลา จดั สภาพแวดลอ้ มใหป้ ลอดภัย เก็บอาวุธ ของมคี มและสง่ิ ของอันตราย - มีป้าย precaution ตดิ ไวท้ หี่ นา้ Chart และ Kardex ส่งเวรใหท้ ราบท่ัวกัน - รายงานแพทย์และทีมผูด้ แู ลทันที ***Warning sign suicide พูดคุยถึงการฆ่าตัวตายมีปัญหาการกินหรือการนอนพฤติกรรมเปล่ียนแปลง อย่างชัดเจน แยกตัว เตรียมตัวท่ีจะตายโดยจัดการภาระสุดท้าย ยกสมบัติส่วนตัวให้แก่ผู้อื่น เคยพยายาม ฆา่ ตวั ตายมากอ่ น ท�ำ สงิ่ ทเี่ สยี่ งภยั โดยไมจ่ �ำ เปน็ เพง่ิ ม/ี เคยมกี ารสญู เสยี ทรี่ นุ แรงในชวี ติ หมกมนุ่ เรอ่ื งความตายและ การตาย บ่นอยากตาย ไม่สนใจรูปลกั ษณ์ภายนอกของตนเอง ***กล่มุ โรคทางกายทเี่ ส่ยี งต่อการฆา่ ตัวตาย ทพี่ บบ่อย ไดแ้ ก่ กลุ่มโรคเรอ้ื รัง (เอดส์ มะเร็ง SLE ผู้พิการ) หนา้ 58 แนวทางการดูแลวัยรุน่ ทมี่ ภี าวะซมึ เศรา้

ภาคผนวก ญ รายนามผเู้ ชี่ยวชาญวิพากษ์ และประชาพิจารณ์ Clinical Practice Guideline for Adolescents with Depression หน้า 59

รายชือ่ ผู้วิพากษ์ในการนำ�เสนอและประชาพิจารณ์ ณ งานประชมุ วิชาการชมรมจติ แพทยเ์ ดก็ และวัยรนุ่ แห่งประเทศไทย วันที่ 6-8 กมุ ภาพนั ธ์ 2560 ศ. พญ. อุมาพร ตรงั คสมบัติ โรงพยาบาลจฬุ าลงกรณ์ รศ.นพ. ปราโมทย์ สุคนชิ ย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี รศ.นพ. ศริ ไิ ชย หงษ์สงวนศรี โรงพยาบาลรามาธบิ ดี พญ. ศภุ รตั น์ เอกอศั วิน กรมสุขภาพจิต พญ. วริ ลั พัชร กิตติธะระพันธ์ กรมสขุ ภาพจติ พญ. สิรปิ ระภา พจนะแกว้ โรงพยาบาลสระบุรี พญ. แพรว ไตลังคะ โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ พญ. เบญจพร ตนั ตสูต ิ โรงพยาบาลมนารมย์ พญ. ปนัดดา ศรีวชิ ติ โรงพยาบาลอทุ ัยธานี พญ. รศั มี สงั ข์ทอง โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ มอ. รายชื่อผวู้ ิพากษ์ในการประชมุ วิพากษ์ แนวทางการดูแลวัยรุ่นที่มีภาวะซึมเศรา้ ฉบบั ร่าง วนั ที่ 1 มนี าคม 2560 นพ. ประเวช ตนั ติพวิ ัฒนสกุล กรมสขุ ภาพจิต นพ. ดุสติ ลิขนะพิชติ กลุ กรมสุขภาพจติ นพ. ปทานนท์ ขวญั สนทิ สถาบนั จติ เวชศาสตร์สมเดจ็ เจ้าพระยา นพ. สรวิศ พงษ์วัฒนาสขุ โรงพยาบาลนครปฐม นพ. นครินทร์ ชนุ งาม โรงพยาบาลครบรุ ี รายชือ่ ผูว้ ิพากษใ์ นการนำ�เสนอและประชาพิจารณ์ ณ การประชุมใหญก่ ุมารเวชศาสตร์ วันท่ี 28 เมษายน 2560 พญ. สุภญิ ญา อินอิว โรงพยาบาลศิรริ าช นพ. ก.กฤช วฒุ พิ ันธ ์ุ โรงพยาบาลศิรริ าช พญ. ศศิภา เกยี รตศิ ริ ิกลุ โรงพยาบาลศริ ริ าช ปยิ มหาราช พญ. ณชั ชา เหลืองอาภาพงศ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี นพ. อนันตน์ ติ ย ์ วิสุทธิพนั ธ ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี พญ. หฤทัย กมลาภรณ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี พญ. จนั ท์ฑิตา พฤกษานานนท ์ โรงพยาบาลจฬุ าลงกรณ์ หน้า 60 แนวทางการดแู ลวัยร่นุ ที่มภี าวะซมึ เศรา้

พญ. สชุ าดา ศรีทพิ ยวรรณ โรงพยาบาลจฬุ าลงกรณ์ พญ. กรแก้ว ศรสี ิทธิเสรอี มร โรงพยาบาลจฬุ าลงกรณ์ นพ. เฉลิมชาติ ศรีวชั รกาญจน์ โรงพยาบาลจฬุ าลงกรณ์ พญ. ยุพาพนิ จุลโมกข ์ โรงพยาบาลพระมงกฎุ เกลา้ พญ. ฤดีวิไล สามโกเศศ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า พญ. ปจั จฉตั ร รตั นมงคล โรงพยาบาลภมู ิพลอดลุ ยเดช พญ. ณัฐิกา ฉันทศิริวรรณ มหาวิทยาลัยเชยี งใหม่ พญ. พรรณราย อมรรังสรรค์ มหาวิทยาลัยเชยี งใหม่ พญ. กลั ยาณ ี อาสนศักด์ิ มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่ นพ. ภิเษก ยิ้มแยม้ มหาวิทยาลยั ขอนแก่น พญ. ศุภกาญจน ์ สมติ เิ มธา โรงพยาบาลปตั ตานี พญ. ธิตนิ ันท ์ ศรนี วลนัด โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา พญ. นชิ นนั ท ์ ตันติศริ วิ ทิ ย ์ โรงพยาบาลนา่ น นพ. วศิ าลศกั ดิ์ บณิ ศิรวานชิ โรงพยาบาลสระบุรี นพ. กรินทร์ ภกั ดี โรงพยาบาลล�ำ พนู พญ. แสงดาว มยุระสาคร โรงพยาบาลบุรีรัมย์ นพ. ยงยทุ ธ ช่มุ คำ�ลอื โรงพยาบาลพะเยา พญ. ศภุ มาส หรินทจินดา โรงพยาบาลเวยี งปาเปา้ พญ. วรวรรณ งามรุ่งนิรันดร์ โรงพยาบาลมะการกั ษ์ พญ. จติ รา วงศบ์ ุญสนิ โรงพยาบาลบางปะกอก 1 พญ. วรรณดี คิดรงุ่ เรอื ง โรงพยาบาลเปาโล สมทุ รปราการ พญ. ธิดารัตน ์ พนั ธุ์แก้ว โรงพยาบาลพญาไท นวมนิ ทร์ พญ. นนั ดา รัตสขุ โรงพยาบาลกาญจนบุรเี มโมเรียล นพ. วฑิ รู ย ์ อังอธภิ ัทร โรงพยาบาลมงกุฎวฒั นะ พญ. กนกวรรณ จตุรงคโชค คลนิ กิ นครสวรรค์ นพ. อนนั ต ์ โลหะพฒั นบำ�รงุ โรงพยาบาลโคราชเมโมเรยี ล พญ. ชุตมิ า เหมือนเดช บ. สยามเดน็ โซ่ พญ. อรนชุ โพธ์วิ เิ ชียร โรงพยาบาลเพชรเวช นพ. ทรงยศ มยุระสาคร โรงพยาบาลพญาไท อนิ เตอร์ นพ. ณฐั ธัญ ตนั ติการพานชิ โรงพยาบาลชัยดรณุ เวชการ พญ. สพุ ิศ กจิ มงั สา โรงพยาบาลกรงุ เทพ พญ. นฤนาท วานชิ ชินชัย โรงพยาบาลกลาง นพ. รุ่งเรอื ง ธติ ปิ ญั ญาวงศ์ โรงพยาบาลพรน้ิ ซ์ สวุ รรณภมู ิ Clinical Practice Guideline for Adolescents with Depression หนา้ 61

หน้า 62 แนวทางการดแู ลวยั รุ่นทม่ี ีภาวะซึมเศรา้