Du LPR UEUEDu LPR KM กระบวนการพัฒนา ผลงานวิชาการรับใช้ท้องถิ่น และสังคม คณะกรรมการบริหารงานวิจัยและการจัดการความรู้ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง
ก คำนำ หนังสือ \"กระบวนการพัฒนาผลงานวิชาการรับใช้ท้องถิ่นและสังคม\" นี้ เป็นส่วนหนึ่งของการจัดการความรู้ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง โดยกระบวนการการจัดการองค์ความรู้มี 7 ขั้นตอน ได้แก่ การบ่งชี้ความรู้ การสร้างและแสวงหาความรู้ การจัดการความรู้ให้เป็นระบบ การประมวลและ กลั่นกรองความรู้ การเข้าถึงความรู้ การแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ และการเรียนรู้ เนื้อหาประกอบด้วย นิยามผลงานรับใช้ท้องถิ่นและสังคม รูปแบบเอกสารผลงาน รับใช้ท้องถิ่นและสังคม การออกแบบการดำเนินงานทางวิชาการด้านรับใช้ท้องถิ่น และสังคม ขั้นตอนการดำเนินงานผลงานรับใช้ท้องถิ่นและสังคม หลักเกณฑ์การขอ กำหนดตำแหน่งวิชาการ ลักษณะคุณภาพผลงานรับใช้ท้องถิ่นและสังคม ขั้นตอน การยื่นขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ จริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการ คณะกรรมการบริหารงานวิจัยและการจัดการความรู้ หวังว่าความรู้และ แนวปฏิบัติที่ดีนี้จะเป็นแนวทางให้อาจารย์ในคณะครุศาสตร์ ตลอดจนอาจารย์ใน สถาบันอุดมศึกษาที่สนใจสามารถนำกระบวนการพัฒนาผลงานวิชาการรับใช้ ท้องถิ่นและสังคมไปใช้เพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าทางวิชาการต่อไป คณะกรรมการบริหารงานวิจัยและการจัดการความรู้ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง
สารบัญ ข คำนำ ก สารบัญ ข กระบวนการพัฒนาผลงานวิชาการรับใช้ท้องถิ่นและสังคม 1 3 นิยามผลงานรับใช้ท้องถิ่นและสังคม 4 รูปแบบเอกสารผลงานรับใช้ท้องถิ่นและสังคม 5 การออกแบบการดำเนินงานทางวิชาการด้านรับใช้ ท้องถิ่นและสังคม 7 ขั้นตอนการดำเนินงานผลงานรับใช้ท้องถิ่นและสังคม 10 หลักเกณฑ์การขอกำหนดตำแหน่งวิชาการ 12 ลักษณะคุณภาพผลงานรับใช้ท้องถิ่นและสังคม 13 ขั้นตอนการยื่นขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ 14 จริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการ 15 ภาพกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 16 รายชื่อคณะกรรมการบริหารงานวิจัยและการจัดการความรู้
กระบวนการพั ฒนา ผลงานวิชาการรับใช้ท้องถิ่นและสังคม หนังสือ“กระบวนการพัฒนาผลงานวิชาการรับใช้ท้องถิ่นและสังคม”นี้ เป็นการรวบรวมความรู้จากผู้มีประสบการณ์การทำงานด้านวิชาการรับใช้ท้องถิ่น และสังคม และการศึกษาค้นคว้าจากคู่มือสำหรับผู้ขอกำหนดตำแหน่งวิชาการ ด้วยผลงานรับใช้ท้องถิ่นและสังคม(2565) ซึ่งจัดทำโดยคณะอนุกรรมการเกี่ยว กับตำแหน่งทางวิชาการของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาด้านรับใช้ ท้องถิ่นและสังคม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการความรู้ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง โดยกระบวนการการจัดการองค์ความรู้มี 7 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 การบ่งชี้ความรู้ การประชุมคณะกรรมการจัดการความรู้ เพื่อทบทวนการดำเนินการจัดการความรู้ในปีที่ผ่านมาร่วมกันวิเคราะห์ วิสัยทัศน์ พันธกิจ และผลการประเมินการประกันคุณภาพของคณะครุศาสตร์ เพื่อกำหนด หัวข้อในการจัดการความรู้ ขั้นตอนที่ 2 การสร้างและแสวงหาความรู้ การประชุมคณะกรรมการ จัดการความรู้ร่วมกันกำหนดวิธีการได้มาซึ่งองค์ความรู้ตามหัวข้อการจัดการ ความรู้ ซึ่งเป็นความรู้ที่ทันสมัยและเป็นปัจจุบัน ขั้นตอนที่ 3 การจัดการความรู้ให้เป็นระบบ คณะกรรมการจัดการ ความรู้ร่วมกันกำหนดประเด็นความรู้ ที่สอดคล้องกับหัวข้อการจัดการความรู้ และจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้มีประสบการณ์ ผู้เกี่ยวข้อง และผู้สนใจ
2 ขั้นตอนที่ 4 การประมวลและกลั่นกรองความรู้ รวบรวมความรู้และ สรุปเป็นแนวปฏิบัติที่ดีจากความรู้ที่มีอยู่ในตัวบุคคล และผู้มีประสบการณ์จาก การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในรูปแบบหนังสือเล่มเล็ก ขั้นตอนที่ 5 การเข้าถึงความรู้ เผยแพร่องค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดี เผยแพร่หนังสือเล่มเล็ก ที่สรุปองค์ความรู้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไปยังคณะ และหน่วยงานต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย หน่วยงานภายนอกมหาวิทยาลัย และ เผยแพร่บนเว็บไซด์คณะครุศาสตร์ ขั้นตอนที่ 6 การแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ อาจารย์คณะครุศาสตร์ บันทึกกิจกรรมเรื่องเล่าจากการนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงาน กิจกรรมต่างๆ ขั้นตอนที่ 7 การเรียนรู้ หลังจากที่ได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แล้ว มีการประชุมสรุปผลการนำสิ่งที่ได้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ไปใช้ในการจัด การเรียนการสอนและการวิจัย
3 นิยามผลงานรับใช้ท้องถิ่นและสังคม ผลงานรับใช้ท้องถิ่นและสังคม (ACADEMIC SERVICES TO LOCAL COMMUNITY AND SOCIETY) คือ ผลงานที่เกิดจากการดำเนินงานที่เป็น การบูรณาการองค์ความรู้จากสถาบันอุดมศึกษาร่วมกับภาคีเครือข่ายภายใน และภายนอกชุมชน ไปใช้ในบริบทเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นและสังคมในมิติต่าง ๆ โดยใช้ความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาอย่างน้อยหนึ่งสาขาวิชา และปรากฏผลที่ สามารถประเมินได้เป็นรูปธรรมเชิงประจักษ์ต่อสาธารณะ เป็นผลให้เกิด การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นทางด้านใดด้านหนึ่ง หรือหลายด้านเกี่ยวกับชุมชน วิถีชีวิต การศึกษา ศิลปวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม อาชีพ เศรษฐกิจ การเมืองการ ปกครอง คุณภาพชีวิต หรือสุขภาพ หรือเป็นผลงานที่นำไปสู่การจดทะเบียนสิทธิ บัตรหรือทรัพย์สินทางปัญญาในรูปแบบอื่นที่สามารถแสดงได้เป็นที่ประจักษ์ว่า สามารถใช้แก้ปัญหาหรือพัฒนาสังคม และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อท้องถิ่นและ สังคมอย่างชัดเจน หรือเป็นการเปลี่ยนแปลงในความตระหนักและการรับรู้ใน ปัญหา และแนวทางแก้ไขของชุมชนทั้งนี้ไม่นับรวมงานที่แสวงหากำไรและได้รับ ผลตอบแทนส่วนบุคคลในเชิงธุรกิจ
4 รูปแบบเอกสารผลงานรับใช้ท้องถิ่นและสังคม รูปแบบเอกสารผลงานรับใช้ท้องถิ่นและสังคม จัดทำเป็นเอกสาร โดยมี คำอธิบายหรือคำชี้แจงที่ชัดเจน รายละเอียดเนื้อหาของเอกสารแสดงให้เห็นถึง องค์ประกอบ 7 องค์ประกอบ ได้แก่ การมีส่วนร่วมและการยอมรับของท้องถิ่นและสังคมเป้าหมาย สภาพการณ์ของท้องถิ่นและสังคมก่อนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น กระบวนการที่ทำให้ท้องถิ่นและสังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ความรู้หรือความเชี่ยวชาญที่ใช้ในการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง การคาดการณ์สิ่งที่จะตามมาหลังจากการเปลี่ยนแปลงได้เกิดขึ้นแล้ว การประเมินผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากความรู้ หรือ ความเชี่ยวชาญจากสาขาของผู้ยื่นขอ แนวทางการติดตามและธำรงรักษาพัฒนาการที่เกิดขึ้นให้คงอยู่ต่อไป การจัดทำเอกสารผลงานต้องสามารถแสดงให้เห็นถึงการมี ส่วนร่วมและการยอมรับของกลุ่มเป้าหมายหรือท้องถิ่น นอกจากเอกสารแสดงผลงานดังกล่าวข้างต้นแล้ว อาจแสดง หลักฐานเพิ่มเติมอื่นๆ เกี่ยวกับผลงาน เช่น รูปภาพ หรือ การบันทึกเป็นวิดีทัศน์ ภาพยนตร์ แถบเสียง
5 การออกแบบการดำเนินงาน ทางวิชาการด้านรับใช้ท้องถิ่นและสังคม การออกแบบการดำเนินงานวิชาการด้านรับใช้ท้องถิ่นและสังคมที่มี ลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังนี้ การใช้ความรู้ทางวิชาการเข้าไปแก้ไขปัญหาหรือตอบสนอง ความต้องการของท้องถิ่นและสังคม การปฏิบัติการด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมในลักษณะที่เป็นการเรียนรู้ร่วม กันและมีลักษณะการถ่ายทอดสองทาง คือ ระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและชุมชน การเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณะในรูปของการใช้สื่อรูปแบบต่างๆ หรือ เข้าร่วมนำเสนอผลงานในเวทีสาธารณะ เป็นต้น การคืนชุดความรู้สู่ชุมชน ซึ่งเป็นผลมาจากการไปทำงานในชุมชนและ ค้นพบความรู้หรือข้อมูลต่าง ๆ ของชุมชน อาจจัดในรูปของเวทีชุมชนเพื่อคืน ข้อมูล/ชุดความรู้เพื่อให้ชุมชนได้เรียนรู้ และตระหนักในคุณค่าของข้อมูล/ความรู้ ที่ค้นพบ ทำให้ชุมชนเกิดจิตสำนึกและธำรงรักษาไว้เพื่อการใช้ประโยชน์ต่อไป การบูรณาการกับการเรียนการสอนในรูปแบบต่าง ๆ เข่น การนำ นักศึกษาเข้าไปทำกิจกรรมในพื้นที่เพื่อทำให้เกิดจิตสาธารณะและจิตสำนึกที่จะ ต้องการพัฒนาท้องถิ่นและสังคม การเข้าร่วมกิจกรรมกับชุมชน โดยชุมชนเป็นหลักในการดำเนินกิจกรรม โดยนักวิชาการมีบทบาทในการหนุนเสริม
การช่วยสร้างเครือข่ายความร่วมมือให้กับชุมชน 6 การเป็นแหล่งข้อมูลและความรู้ ในรูปของการเป็นศูนย์กลาง ในการเรียนรู้เพื่อให้ชุมชนหรือภาคเอกชนได้เข้ามารับความรู้เพื่อนำไปพัฒนา การเป็นแหล่งให้คำปรึกษาสำหรับชุมชน หรือภาคเอกชน ในการแก้ โจทย์หรือปัญหา การนำต้นแบบผลงานที่ประสบความสำเร็จในพื้นที่หรือชุมชนหนึ่งไป ขยายผลโดยปรับใช้กับพื้นที่อื่นๆ ทั้งในประเทศหรือต่างประเทศ บทบาทการเป็นผู้ชี้แนะ หรือพี่เลี้ยงให้กับชุมชนที่ต้องการพัฒนา ต้องให้ชุมชนลงมือทำด้วยตนเอง นักวิชาการของสถาบันอุดมศึกษาจะเป็นเพียง ผู้ให้คำปรึกษาประคับประคองช่วยเหลือจนชุมชนมีความเข้มแข็งมากพอที่ จะจัดการตนเองได้ สร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนได้แต่ต้องมีการดำเนินการที่ อาศัยระยะเวลาที่มากพอ การเปลี่ยนแปลงภายในสถาบันการศึกษาเพื่อตอบสนองกับ การทำงานรับใช้ท้องถิ่นและสังคม เช่น การสร้างหลักสูตรใหม่เพื่อตอบสนอง ความต้องการของชุมชน การจัดกระบวนการเรียนการสอนที่ปรับให้มีรายวิชาที่ สนับสนุนให้นักศึกษาได้ลงพื้นที่ เป็นต้น
7 ขั้นตอนการดำเนินงาน ผลงานรับใช้ท้องถิ่นและสังคม ขั้นตอนการทำงานวิชาการรับใช้ท้องถิ่นและสังคมสามารถแบ่งได้เป็น 3 ขั้นตอนหลัก ดังนี้ ขั้นตอนเตรียมก่อนดำเนินงาน ก. ขั้นเตรียมการ 1) กำหนดขอบเขตการทำผลงานวิชาการ ประเด็นที่สัมพันธ์ระหว่างความต้องการกับองค์ความรู้เฉพาะ สาขาวิชาของผู้จะทำผลงานวิชาการ กำหนดขอบเขตพื้นที่ทางภูมิศาสตร์การปกครอง หรือพื้นที่ ตามหลักวิชาการ เช่น ปริมณฑล พื้นที่สูง พื้นที่ลุ่มน้ำ หรือพื้นที่เฉพาะ กำหนดขอบเขตเนื้อหาการทำงานที่สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ของโครงการวิชาการรับใช้ท้องถิ่นและสังคมที่จะทำ กำหนดขอบเขตของประชากร กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและ ทีมงานของโครงการวิชาการรับใช้ท้องถิ่นและสังคม กำหนดขอบเขตระยะเวลา 2) การสำรวจเบื้องต้นในระดับพื้นที่ของท้องถิ่นเป็นเป้าหมายเชิง ประจักษ์ทั้งข้อมูลปฐมภูมิและทุติยภูมิ สร้างความคุ้นเคยกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และผู้ให้ข้อมูลหลัก หรือผู้ที่คาดว่าจะเป็นผู้แทนเครือข่ายชุมชน หรือองค์กร ชุมชน ทั้งนี้ควรใช้วิธีการแบบการสำรวจชุมชนอย่างมีส่วนร่วม และมีเทคนิค การสร้างความตระหนักรู้เพื่อนำสู่การจัดการด้วยตนเองของชุมชนได้ หรือ อาจเรียกวิธีการนี้ว่า APPRECIATION-INFLUENCE-CONTROL (AIC)
8 ข. ขั้นออกแบบวิธีการดำเนินงาน 1) ในมิติทางสังคม เสนอแนะให้ประยุกต์วิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการ อย่างมีส่วนร่วม (PARTICIPATORY ACTION RESEARCH) มาดำเนินการตั้งแต่ สำรวจและประเมินความต้องการ (PARTICIPATORY NEEDS ASSESSMENT) ส่วนในมิติทางศาสตร์สาขาวิชาอื่นคงเป็นไปตามความเหมาะสม ทั้งนี้ผู้ขอผลงาน จะต้องประยุกต์องค์ความรู้ในสาขาวิชาของตนเป็นส่วนสำคัญที่จะแสดงถึงการใช้ ความรู้/ความเชี่ยวชาญให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของท้องถิ่นและสังคมเป้าหมาย 2) แสดงผลการศึกษาบริบทของท้องถิ่นและชุมชนให้ชัดเจนในมิติ การทำงานรับใช้ท้องถิ่นและสังคม เพื่อใช้แสดงผลการทำงานตามองค์ประกอบ ที่ 1, 2, 5 และ 6 3) ออกแบบวิธีทำงานที่จะทำให้เกิดประโยชน์แก่การรายงานผล ที่ชัดเจน ตามรายองค์ประกอบทั้ง 7 ขั้นตอนระหว่างการดำเนินงาน ในช่วงเริ่มต้นของการดำเนินงานวิชาการรับใช้ท้องถิ่นและสังคม ผู้ยื่นขอกำหนดตำแหน่งวิชาการอาจสามารถจัดประชุมชี้แจงกับคณะทำงาน ผู้รับประโยชน์จากการดำเนินงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของงาน เพื่อให้เข้าใจ วัตถุประสงค์ กระบวนการในการทำงาน ข้อจำกัด และผลที่คาดว่าได้จาก การดำเนินงาน และในระหว่างที่ดำเนินงาน ควรออกแบบวิธีการในการติดตาม ความก้าวหน้าของงาน เพื่อตรวจสอบสถานะของงาน หรืออุปสรรคที่เกิดขึ้น เพื่อระดมแนวทางข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน
9 ขั้นตอนหลังสิ้นสุดการดำเนินงาน เมื่อสิ้นสุดการดำเนินงาน ผู้เสนอขอผลงานวิชาการควรเรียบเรียง เป็นรูปเล่มให้สมบูรณ์ นอกจากนี้ ควรมีการคืนข้อมูลเชิงการจัดการความรู้ ในรูปแบบที่เหมาะสมให้แก่ชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อประโยชน์ต่อ การพัฒนาดูแลท้องถิ่นนั้น ๆ ผลงานวิชาการรับใช้ท้องถิ่นและสังคมเป็นงานที่ สร้างการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีให้เกิดขึ้นกับพื้นที่ โดยอาศัยการบูรณาการ ทั้งองค์ความรู้ที่แสดงถึงความเชี่ยวชาญ และภูมิปัญญาจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้น อาจไม่เกิดขึ้นทันทีหลังเสร็จสิ้นโครงการ แต่ต้องใช้เวลาที่แสดงความเชื่อมโยงของปรากฏการณ์ที่เป็นผลโดยมีหลักฐานที่ เหมาะสมยืนยันได้ ดังนั้น ควรออกแบบและสร้างกลไกเพื่อใช้ในการติดตามผล การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับพื้นที่และชุมชนที่ไปทำงานด้วยกลไกในการติดตาม อาจเป็นคณะทำงานในพื้นที่ผู้นำชุมชน การสร้างเวทีแพลตฟอร์มเพื่อติดตาม และขยายผลงานในประเด็นอื่นๆ หรืออาจจะเป็นการเข้าพื้นที่ด้วยตนเอง สร้างกิจกรรมให้นักศึกษาลงพื้นที่เรียนรู้ หรืออยู่ในรูปของการจัดเวทีเสวนา แลกเปลี่ยน เป็นต้น ในขั้นตอนนี้อาจถอดบทเรียนจากผลสำเร็จที่ได้ นำไป ถ่ายทอดในรูปของสื่อสิ่งพิมพ์ บทความวิชาการ วีดิทัศน์ ต่างๆ เพื่อนำไปต่อยอด ขยายผล และเป็นประโยชน์ในทางวิชาการ หรือเป็นต้นแบบให้กับพื้นที่อื่น ๆ
10 หลักเกณฑ์การขอกำหนดตำแหน่งวิชาการ วิธีปกติ ตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ผลงาน อย่างน้อย 1 เรื่อง มีคุณภาพระดับ B และได้รับการเผยแพร่ ตามหลักเกณฑ์ที่ ก.พ.อ. กำหนด โดยผู้ขอต้องเป็นผู้ประพันธ์อันดับแรก (FIRST AUTHOR) ตำแหน่งรองศาสตราจารย์ วิธีที่ 1 ผลงาน อย่างน้อย 2 เรื่อง ซึ่งมีคุณภาพระดับ B วิธีที่ 2 ผลงาน อย่างน้อย 1 เรื่อง ซึ่งมีคุณภาพระดับ A ผลงานตามวิธีที่ 1 และ วิธีที่ 2 ต้องได้รับการเผยแพร่ตามหลักเกณฑ์ที่ ก.พ.อ. กำหนด โดยผู้ขอต้องเป็นผู้ประพันธ์อันดับแรก ตำแหน่งศาสตราจารย์ วิธีที่ 1 ผลงาน อย่างน้อย 2 เรื่อง ซึ่งมีคุณภาพระดับ A วิธีที่ 2 ผลงาน อย่างน้อย 1 เรื่อง ซึ่งมีคุณภาพระดับ A+ ผลงานตามวิธีที่ 1 และ วิธีที่ 2 ต้องได้รับการเผยแพร่ตามหลักเกณฑ์ที่ ก.พ.อ. กำหนด โดยผู้ขอต้องเป็นผู้ประพันธ์อันดับแรก
11 หลักเกณฑ์การขอกำหนดตำแหน่งวิชาการ วิธีพิ เศษ ตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ให้เสนอผลงานทางวิชาการและให้ดำเนินการตามวิธีการเช่นเดียวกับ การแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์วิธีปกติโดยอนุโลม โดยให้แต่งตั้ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนอย่างน้อย 3 คน พิจารณาผลงานทางวิชาการและ จริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการ การตัดสินของที่ประชุมต้องได้รับคะแนน เสียงเป็นเอกฉันท์ ทั้งนี้ ผลงานทางวิชาการต้องมีคุณภาพอยู่ในระดับ B ตำแหน่งรองศาสตราจารย์ ให้เสนอผลงานทางวิชาการได้เฉพาะวิธีที่ 1 เท่านั้น และให้ดำเนิน การตามวิธีการเช่นเดียวกับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์วิธีปกติ โดยอนุโลม แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนอย่างน้อย 3 คน พิจารณาผล งานทางวิชาการ จริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการ การตัดสินของที่ประชุม ต้องได้รับคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ ทั้งนี้ ผลงานทางวิชาการต้องมีคุณภาพ อยู่ในระดับ A ตำแหน่งศาสตราจารย์ ให้เสนอผลงานทางวิชาการได้เฉพาะวิธีที่ 1 เท่านั้น และให้ดำเนิน การตามวิธีการเช่นเดียวกับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์วิธีปกติ โดยอนุโลม แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนอย่างน้อย 3 คน พิจารณาผล งานทางวิชาการ จริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการ การตัดสินของที่ประชุม ต้องได้รับคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ ทั้งนี้ ผลงานทางวิชาการต้องมีคุณภาพ อยู่ในระดับ A+
ลักษณะคุณภาพ 12 ผลงานรับใช้ท้องถิ่นและสังคม ระดับ B ลักษณะของผลงานต้องแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในสาขา ของผู้ยื่นขอ มีการแสดงกระบวนการรวบรวมข้อมูลสารสนเทศที่ชัดเจน ระบุปัญหา/ ความต้องการจากการมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมาย การวิเคราะห์/สังเคราะห์ความรู้ที่ สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น/ทำความเข้าใจสถานการณ์จนเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น อย่างเป็นที่ประจักษ์/ก่อให้เกิดการพัฒนาชุมชน ท้องถิ่น/สังคมนั้น ระดับ A ลักษณะของผลงานต้องแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในสาขา ของผู้ยื่นขอ มีการแสดงกระบวนการรวบรวมข้อมูลสารสนเทศที่ชัดเจน ระบุปัญหา/ ความต้องการจากการมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมาย การวิเคราะห์/สังเคราะห์ความรู้ที่ สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น/ทำความเข้าใจสถานการณ์จนเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น อย่างเป็นที่ประจักษ์/ก่อให้เกิดการพัฒนาชุมชน ท้องถิ่น/สังคมนั้น และคุณภาพผลงาน ต้องสามารถนำไปเป็นแบบอย่างให้กับท้องถิ่น/สังคมอื่นได้ /ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เชิงนโยบาย/ถูกนำไปใช้เป็นนโยบายในระดับจังหวัด/ประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ระดับ A+ ลักษณะของผลงานต้องแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในสาขา ของผู้ยื่นขอ มีการแสดงกระบวนการรวบรวมข้อมูลสารสนเทศที่ชัดเจน ระบุปัญหา/ ความต้องการจากการมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมาย การวิเคราะห์/สังเคราะห์ความรู้ที่ สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น/ทำความเข้าใจสถานการณ์จนเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น อย่างเป็นที่ประจักษ์/ก่อให้เกิดการพัฒนาชุมชน ท้องถิ่น/สังคมนั้น และคุณภาพผลงาน ต้องสามารถนำไปเป็นแบบอย่างให้กับท้องถิ่น/สังคมอื่นได้ /ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เชิงนโยบาย/ถูกนำไปใช้เป็นนโยบายในระดับจังหวัด/ประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ผลงาน ต้องส่งผลกระทบต่อสังคม หรือแวดวงวิชาการอย่างกว้างขวาง เป็นที่ยอมรับในระดับ ชาติหรือนานาชาติ หรือได้รับรางวัลจากองค์กรที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ
ขั้นตอนการยื่นขอ 13 กำหนดตำแหน่งทางวิชาการ ผู้ขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ ส่งผลงานและเอกสารผ่านต้นสังกัด ประกอบด้วย 1) แบบคำขอรับการพิจารณากำหนดตำแหน่งทางวิชาการ (ก.พ.อ. 06) 2) ผลงานรับใช้ท้องถิ่นและสังคม และหลักฐานการรับรองการใช้ประโยชน์ ต่อท้องถิ่นและสังคม ส่วนงานต้นสังกัดรับเรื่องและกลั่นกรองเพื่อเสนอต่อ คณะกรรมการ พิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ (ก.พ.ว.) ของสถาบันอุดมศึกษา ก.พ.ว. ทาบทามและแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเหมาะ สมสำหรับการประเมินผลทางวิชาการด้านรับใช้ท้องถิ่นและสังคม ผู้ทรงคุณวุฒิประเมินผลงานวิชาการรับใช้ท้องถิ่นและสังคม และ จริยธรรม และจรรยาบรรณทางวิชาการ และส่งผลการประเมินกลับไปยัง ก.พ.ว. ประชุมผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อสรุปผลการประเมินผลงานวิชาการรับใช้ท้องถิ่น และสังคม และจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการ ในกรณีที่ผลการประเมิน ไม่เป็นเอกฉันท์ แต่หากผลการประเมินเป็นเอกฉันท์ให้เป็นไปตามที่สภาสถาบัน อุดมศึกษากำหนด ก.พ.ว. เสนอผลการประเมินผลงานวิชาการรับใช้ท้องถิ่นและสังคม และจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการ ต่อสภาสถาบันอุดมศึกษาเพื่อ พิจารณาอนุมัติ/ไม่อนุมัติ กรณีสภาสถาบันอุดมศึกษามีมติอนุมัติ อธิการบดีออกคำสั่งแต่งตั้งและ แจ้ง ก.พ.อ. ทราบภายในสามสิบวัน
14 จริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการ ผู้ขอกำหนดตำแหน่งวิชาการด้านรับใช้ท้องถิ่นและสังคม ต้องคำนึงถึง จริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการ ดังนี้ ต้องมีความซื่อสัตย์ทางวิชาการ ไม่นำผลงานของผู้อื่นมาเป็นผลงานของตน ไม่ลอกเลียนผลงานผู้อื่น ไม่สร้างข้อมูล/ข้อเท็จจริงอันไม่มีอยู่จริง (FABRICATION) ไม่บิดเบือนข้อมูล/ข้อเท็จจริง (FALSIFICATION) ไม่นำผลงานของตนเองในเรื่อง เดียวกันไปเผยแพร่ในวารสารวิชาการมากกว่าหนึ่งฉบับ ในลักษณะที่จะทำให้เข้าใจ ผิดว่าเป็นผลงานใหม่ รวมถึงไม่คัดลอกข้อความใด ๆ จากผลงานเดิมของตน โดยไม่ อ้างอิงผลงานเดิมตามหลักวิชาการ ต้องอ้างถึงบุคคลหรือแหล่งที่มาของข้อมูลที่นำมาใช้ในผลงาน ทางวิชาการของตนเองเพื่อแสดงหลักฐานของการค้นคว้า ต้องไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ทางวิชาการจนละเลยหรือละเมิดสิทธิ ส่วนบุคคลของผู้อื่นหรือสิทธิมนุษยชน ผลงานทางวิชาการต้องได้มาจากการศึกษาโดยใช้หลักวิชาการเป็นเกณฑ์ ปราศจากอคติ และเสนอผลงานตามความเป็นจริง ไม่จงใจเบี่ยงเบนผลการศึกษา หรือวิจัย โดยหวังผลประโยชน์ส่วนตัว หรือเพื่อก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น และเสนอผลงานตามความเป็นจริงไม่ขยายข้อค้นพบ โดยปราศจากการตรวจสอบ ยืนยันในทางวิชาการ ต้องนำผลงานวิชาการไปใช้ประโยชน์ในทางที่ชอบธรรมและชอบด้วย กฎหมาย หากผลงานทางวิชาการมีการใช้ข้อมูลจากการทำการวิจัยในคนหรือสัตว์ ผู้ขอจะต้องยื่นหลักฐานแสดงการอนุญาตจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยของ สถาบันที่มีการดำเนินการ
15 ภาพกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
รายชื่อคณะกรรมการบริหารงานวิจัยและการจัดการความรู้ คณะกรรมการที่ปรึกษา เหล่มตระกูล ประธานกรรมการ 1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิยดา 2. รองศาสตราจารย์อัมเรศ เนตาสิทธ์ กรรมการ 3. ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมชาย เมืองมูล กรรมการ 4. ผู้ช่วยศาสตราจารย์เกษทิพย์ ศิริชัยศิลป์ กรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการดำเนินงาน 1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์เกษทิพย์ ศิริชัยศิลป์ ประธานกรรมการ 2. รองศาสตราจารย์อัมเรศ เนตาสิทธิ์ กรรมการ 3. รองศาสตราจารย์ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัลย์ กรรมการ 4. ผู้ช่วยศาสตราจารย์กิตติยา ปลอดแก้ว กรรมการ 5. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปณตนนท์ เถียรประภากุล กรรมการ 6. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปรารถนา โกวิทยางกูร กรรมการ 7. ผู้ช่วยศาสตราจารย์พงศ์วัชร ฟองกันทา กรรมการ 8. ผู้ช่วยศาสตราจารย์มะยุรีย์ พิทยาเสนีย์ กรรมการ 9. ผู้ช่วยศาสตราจารย์เหนือขวัญ บัวเผื่อน กรรมการ 10. ผู้ช่วยศาสตราจารย์เบญจมาศ พุทธิมา กรรมการ 11. อาจารย์กิตติกา ลิมปริวัฒนา กรรมการ 12. อาจารย์ณัฐชยา ปันทกา กรรมการ 13. อาจารย์พงศ์ทวี ทัศวา กรรมการ 14. อาจารย์วิไลวรรณ กลิ่นถาวร กรรมการ 15. อาจารย์สุจิตรา ปันดี กรรมการ 16. อาจารย์สุธาสินี ยันตรวัฒนา กรรมการ 17. อาจารย์เอกนรินทร์ สีฝั้น กรรมการ 18. อาจารย์ภาพพิมพ์ วังบุญคง กรรมการ 19. ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิชชา ถนอมเสียง กรรมการและเลขานุการ 20. นางสาวอัญชนา ศรีวรรณบุตร กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
Search
Read the Text Version
- 1 - 19
Pages: