Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore #สกลนคร เขต 3 ) รายงานผลงานชุมนุมลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน-ค่ายย่อยที่ 3 ปราสาทผึ้ง

#สกลนคร เขต 3 ) รายงานผลงานชุมนุมลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน-ค่ายย่อยที่ 3 ปราสาทผึ้ง

Published by นายมนตรี นาคีย์, 2023-07-09 06:22:41

Description: #สกลนคร เขต 3 ) รายงานผลงานชุมนุมลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน-ค่ายย่อยที่ 3 ปราสาทผึ้ง

Search

Read the Text Version



ข คำนำ รายงานผลของการดาเนินงานชุมนุมลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน คร้ังที่ 2 จังหวัดสกลนคร เล่มน้ี สานักงานลูกเสือแห่งชาติ ร่วมกับ สานักงานลูกเสือจังหวัดสกลนคร มอบหมายให้สานักงาน ลูกเสือเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 3 พร้อมด้วย สถานศึกษาในสังกัด 17 แห่ง ศูนย์สง่ เสรมิ การเรียนรู้อาเภอพังโคน ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อาเภอวานรนิวาส จงั หวัดสกลนคร และ โรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครสกลนคร รับผิดชอบค่ายย่อยท่ี 3 ปราสาทผ้ึง โดยการอยู่ค่ายพักแรม มีผู้บังคับบัญชา ลูกเสือ เนตรนารีท่ีผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรลูกเสือจิตอาสาพระราชทานเข้าร่วม ระหว่างวันที่ 29 – 30 เดือน มิถุนายน ถึงวันท่ี 1 กรกฎาคม 2566 ณ ค่ายลูกเสือโรงเรียน สกลทวาปี อาเภอเมือง จงั หวัดสกลนคร ดาเนินการประกอบด้วย กิจกรรมชาวคา่ ยยอ่ ย/กิจกรรมกลุ่ม สัมพันธ์ กิจกรรมรอบกองไฟ (แก๊งโชว์) กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พธิ ีทบทวนคาปฏิญาณและสวนสนาม และพิธีรับเคร่ืองหมายเชิดชูเกียรติลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน และผา้ พนั คอจิตอาสาพระราชทาน โดยการดาเนินงานชุมนุมลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน คร้ังท่ี 2 จังหวัดสกลนคร ค่ายย่อย ที่ 3 ปราสาทผึ้ง ได้ดาเนินการบรรลุตามวัตถุประสงค์ จึงจัดทารายงานผลมายังต้นสังกัดเพ่ือใช้ ประกอบในการพัฒนางานและเปน็ แนวทางในครง้ั ต่อไป คณะกรรมการดาเนนิ งาน ค่ายย่อยที่ 3 ปราสาทผึง้ คณะผจู้ ัดทา

สำรบัญ ค คานา หน้ำ สารบญั ข บทที่ 1 บทนำ ค ความเป็นมาและความสาคญั 1 วตั ถุประสงค์ 1 เครอ่ื งมอื ท่ีใช้ในการสรปุ 2 ประโยชน์ทีค่ าดว่าจะได้รบั 2 บทที่ 2 เอกสำรและงำนวจิ ัยท่เี กยี่ วข้อง 3 หลักการและแนวคิดเกี่ยวกับการประเมินโครงการ 4 บทท่ี 3 วธิ ีกำรดำเนนิ งำน 4 ข้นั เตรยี มการ 7 ขน้ั ดาเนนิ การ 7 ขั้นตรวจสอบ ประเมนิ ผล 7 ขน้ั แก้ไข พัฒนา ปรบั ปรุง 8 บทที่ 4 ผลกำรดำเนนิ กำรและวิเครำะห์ข้อมูล 8 ผลการจดั กจิ กรรมตามโครงการ 9 บทท่ี 5 สรุปผล อภิปรำยผล และขอ้ เสนอแนะ 9 วัตถปุ ระสงค์ 11 เป้าหมาย 11 เคร่ืองหมายท่ีใช้ในการเก็บรวบรวมขอ้ มลู 11 การเกบ็ รวบรวมข้อมูล 11 สรุปผลการดาเนินการ 12 ปัญหา/ข้อเสนอแนะ 12 ภำคผนวก 12 -คาสัง่ -เอกสารประกอบอ่นื ๆ -ภาพกิจกรรม

บทท่ี 1 บทนำ 1.1 ควำมเปน็ มำและควำมสำคัญ “ลูกเสือ” คือภาพลักษณ์ที่สังคมรับรู้และตระหนักในคุณค่า ด้วยเป็นกิจกรรมที่เสริมสร้าง ระเบียบวินัยให้กับเยาวชนของชาติ และผู้ที่เป็นลูกเสือคือผู้ท่ีบาเพ็ญประโยชน์และช่วยเหลือผู้อื่น โดยภาพลักษณ์และคุณค่าของการลูกเสือที่กล่าวนี้ เกิดจากการบ่มเพาะและปฏิบัติสืบต่อกันมาอย่าง ต่อเน่ือง นับร้อยปี จนเป็นท่ีประจักษ์ของชนในชาติและสังคมโลก คร้ันเมื่อพระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้หน่วยราชการในพระองค์ ๙๐๔ ร่วมกันจัดโครงการจิตอาสาพระราชทานตาม แนวพระราชดาริเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ เพ่ือแสดงความสานึกพระมหากรุณาธิคุณท่ีมีต่อ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร และสมเด็จพระบรมราชชนนี พันปหี ลวง ทท่ี รงประกอบพระราชกรณียกจิ นานบั ปการ เพ่อื ประโยชน์สขุ ของประชาชนอยา่ งตอ่ เน่อื ง ยาวนานมา สานักงานลูกเสือแห่งชาติพิจารณาเห็นว่า โดยหลักการของจิตอาสา คือจิตแห่งการให้ ความดงี ามทั้งปวงแก่ผู้อ่ืนและเพ่ือนมนุษย์โดยเตม็ ใจ สมัครใจ ซาบซ้ึงใจ และปิติสุขท่ีได้เสียสละเวลา แรงกาย แรงสติปัญญา ในการทากิจกรรมเพ่ือสาธารณประโยชน์หรือสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นโดย ไมห่ วงั ผลตอบแทน และมีความสุขท่ีไดช้ ว่ ยเหลอื ผู้อืน่ อนั สอดคล้องตอ้ งกนั กับหลักการของการลูกเสือ ในการบาเพ็ญประโยชน์ และช่วยเหลือผู้อ่ืนทุกเมื่อ เพ่ือเป็นการเฉลิมพระเกียรติองค์พระประมุข คณะลูกเสือแห่งชาติและสนองพระราชดาริ ในการปลูกฝังส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนลูกเสือร่วมกัน บาเพ็ญประโยชน์ ช่วยเหลือผู้อ่ืน ทาความดีด้วยหัวใจ มีทัศนคติและค่านิยมที่ถูกต้องต่อชาติ บ้านเมือง สานักงานลกู เสือแห่งชาติจงึ กาหนดนโยบายจัดโครงการลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน ขึ้นใน ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ และได้ประชุมหารือร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทาร่างหลักสูตรฝึกอบรมลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน และหลักสูตรการฝึกอบรมบุคลากร ทางการลกู เสือจิตอาสาพระราชทาน เมื่อวันท่ี ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ สานักงานลูกเสือแห่งชาติ นาเสนอร่างหลักสูตร การฝึกอบรม ท้ัง ๒ หลักสูตรถึงสานักพระราชวังเพ่ือขอพระราชทานหลักสูตรการฝึกอบรม และ ขอพระราชทานตราสัญลักษณ์ ลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน เพื่อส่งเสริมให้ลูกเสือและบุคลากร ทางการลูกเสือน้อมนาโครงการจิตอาสาพระราชทาน มาเสริมสร้างจิตสานึกความเป็นพลเมือง ที่เข้มแข็งและบาเพ็ญประโยชน์ต่อชุมชนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ถวายความจงรักภักดีแด่ พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอย่หู ัวประมุขของคณะลูกเสือแหง่ ชาติ

๒ คร้ันเมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๖๔ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ แจ้งข่าวอันเป็นที่ปล้ืมปิติแก่ลูกเสือ เนตรนารี และบุคลากรทางการลูกเสือทุกหมู่เหล่าว่าได้นาความ กราบบังคมทูล พระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงพระกรุณ าโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมพระบรมราชานุญาต นับเปน็ พระมหากรุณาธิคณุ หาท่ีสุดมิได้ 1.2 วัตถุประสงค์ 1. เพ่ือน้อมราลึกในพระมหากรุณาธคิ ุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยูห่ ัว พระผู้พระราชทานกาเนิดลูกเสือไทย และเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประมุขของ คณะลกู เสอื แห่งชาติ 2. เป็นการเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ ทักษะวิชาการลูกเสือให้กับลูกเสื อ จิตอาสาพระราชทาน ตลอดจนเสริมสร้างความรัก ความสามัคคี และสัมพันธ์อันดีต่อกัน ในรูปแบบ กจิ กรรมคา่ ยพักแรม ที่มงุ่ ให้เกดิ การช่วยเหลอื ซ่ึงกันภายใตม้ ิตรภาพ 3. สรา้ งความมีระเบยี บวนิ ยั ความซ่ือสัตย์ อดทน และเสียสละ เพ่ือให้ผเู้ ข้ารว่ มชุมนุม ไดร้ ับประสบการณช์ ีวติ อย่างมีคณุ คา่ อันจะก่อใหเ้ กิดประโยชนแ์ กส่ งั คมและประเทศ 1.3 เปำ้ หมำย (ดำ้ นปริมำณ) ผูบ้ งั คบั บัญชา ผ้กู ากับลูกเสอื รองผกู้ ากบั ลกู เสอื จานวน 42 คน ลูกเสอื เนตรนารี กองลูกเสือ สามญั สามญั รนุ่ ใหญ่ จานวน 140 คน (ด้ำนคุณภำพ) ลูกเสือเนตรนารีรับการฝึกอบรมมีความรู้ความเข้าใจ และมีทักษะในกระบวนการ ลกู เสอื แตล่ ะกจิ กรรม รอ้ ยละ 80 1.4 เครอ่ื งมอื ที่ใช้ในกำรเกบ็ รวบรวมข้อมลู เครื่องมือที่ใชใ้ นการเกบ็ รวบรวมข้อมลู ในคร้ังน้ี 1. แบบสอบถามความพึงพอใจของการดาเนินงานชมุ นุมลกู เสือจิตอาสาพระราชทาน ครงั้ ที่ 2 จงั หวดั สกลนคร (ค่ายย่อยที่ 3 ปราสาทผ้งึ ) ประจาปี พ.ศ.2566 2. แบบสัมภาษณ์ผมู้ สี ่วนเก่ียวข้องในแต่ละกิจกรรม (ถ้าม)ี 3. แบบบันทกึ กิจกรรม(ถ้ามี)

๓ 1.5 ประโยชน์ที่คำดวำ่ จะได้รบั 1. ลูกเสือเนตรนารีได้รับการฝึกอบรมมีความรู้ความเข้าใจ และมีทักษะใน กระบวนการลูกเสือ แตล่ ะประเภท 2. ได้วัดและประเมินผล ความรู้ความเข้าใจ และมีทักษะในกระบวนการลูกเสือ แตล่ ะประเภท 3. ลูกเสือเนตรนารีได้นาความรู้ ทักษะ กระบวนการทางลูกเสือไปใช้ในการจัด กจิ กรรมการเรียนการสอนในสถานศึกษาเรียนรูข้ นั้ สูงได้อยา่ งถกู ต้อง

๔ บทท่ี 2 เอกสำรและงำนวจิ ยั ทเ่ี กี่ยวขอ้ ง หลกั และแนวคดิ เกี่ยวกับกำรประเมินโครงกำร 1.ควำมหมำยของกำรประเมินโครงกำร สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ (2524, หน้า 1) ได้ให้ความหมายของการประเมินโครงการไว้ว่า เป็นกระบวนการเพ่ือให้ได้มาซ่ึงข้อมูลสารสนเทศสาหรับการตัดสินคุณค่าของโครงการ ผลผลิต กระบวนการ จุดมุ่งหมายของโครงการ หรือทางเลือกต่าง ๆ เพ่ือนาไปปฏิบัติให้บรรลุจุดมุ่งหมาย จุดเน้นของการประเมิน คือ การเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพ่ือให้ได้ข้อสนเทศ เพื่อตัดสนิ คุณค่าของสิง่ หนึง่ สง่ิ ใดโดยเฉพาะ ไพศาล หวังพานิช (2533, หน้า 25-26) ได้ให้ความหมายของการประเมินโครงการไว้ว่า การประเมินโครงการเป็นกระบวนการกาหนดคุณค่าของโครงการน้ันว่าดีมีปร ะสิทธิภาพและได้ผล เพียงใด สวุ ิมล ติรกานันท์ (2543, หน้า 2) กล่าวว่า การประเมินโครงการเปน็ กระบวนการทเ่ี กดิ ขึ้น ใน ทุ ก ข้ั น ต อ น ข อ งก ร ะ บ ว น ก าร ด า เนิ น ง าน เพื่ อ ให้ ได้ ส า ร ส น เท ศ ที่ ส า ม า ร ถ ใช้ ใน ก า ร พิ จ า ร ณ า การดาเนินการ ซึ่งจะทาให้การดาเนินการเป็นไปได้อย่างทันท่วงที ในทางตรงข้ามผลการประเมิน จะไม่เกิดเท่าท่คี วร หากผลนัน้ ไมส่ ามารถใชใ้ นเวลาทีเ่ หมาะสม จากความหมายข้างต้นสรุปได้ว่า ความห มายการป ระเมินโครงการสรุป ได้ว่า เป็นกระบวนการดาเนินงานท่ีให้ได้มาซ่ึงข้อมูล สารสนเทศสาหรับการตัดสินคุณภาพคุณค่าของ โครงการว่ามีระดับคุณภาพ และคณุ ค่าอยา่ งไร นาไปใช้พฒั นาสบื เนื่องต่อไปได้อยา่ งไร 2.ควำมมุง่ หมำยของกำรประเมินโครงกำร หลกั การดาเนินงานใด ๆ จะต้องมีการติดตามผลงานหรอื ประเมินผลงานทไี่ ด้รับมอบหมายไป ดาเนินการ การติดตามผลงานเป็นการประเมินวิธีหน่ึง เพื่อตรวจสอบว่างานใดดาเนินต่อไปอย่างไร เป็นการป้องกันไม่ให้งานแต่ละช่วงแต่ละตอน ดาเนินการผิดจุดประสงค์และเป้าหมายเพ่ือเป็น การเพิ่มประสิทธิภาพในการทางาน และทาให้การดาเนินงานนั้นมีโอกาสประสบความสาเร็จตาม จุดประสงค์และเป้าหมายท่ีกาหนดไว้มากย่ิงขึ้น บทบาทหน้าท่ีของการศึกษาในปัจจุบัน โดยเฉพาะ โรงเรียนท่ีมีขอบข่ายขยายกว้างและซับซ้อนมากขึ้น เพราะความเติบโตและเจริญงอกงามของสังคม ความต้องการของสังคมเปล่ียนแปลงไปตามสภาพของสังคม ซึ่งปัจจุบันโรงเรียนไม่ได้มีหน้าท่ีสอน เพียงอย่างเดียวแต่ต้องเกี่ยวข้องประสานงานกับชุมชน สังคมและครอบครัวของนักเรียน โรงเรียน จาเป็นต้องบริหารงานให้ดาเนินไปตามนโยบายของการดูแลช่วยเหลือนักเรยี นในโรงเรียนต้องดาเนิน ตามแผนโครงการทีก่ าหนดจากนโยบายสงู สุด ดังน้ันจึงตอ้ งมีการตดิ ตามและประเมินโครงการ เพ่ือให้

๕ งานดาเนินไปตามวัตถุประสงค์จึงทาให้การประเมินโครงการมีความมุ่งหมายและความสาคัญ ตามความคิดเหน็ ของนกั วิชาการในหลายแงม่ มุ ดงั ต่อไปนี้ ประชุม รอดประเสริฐ (2539, หน้า 74-75) ได้กล่าวถึงความหมายการประเมินโครงการ ของมิตเชล (Mizel) และการประเมินโครงการที่มีความหมายเฉพ าะของคน็อกซ์ (Knox) วา่ การประเมนิ โครงการ มีความมงุ่ หมาย 3 ประการ 1. เพื่อแสดงผลการพิจารณาถงึ คุณค่าของโครงการ 2. เพ่ือช่วยให้ผทู้ ่ีตัดสนิ ใจมีการตัดสนิ ใจท่ีถูกต้อง 3. เพอ่ื การบริการข้อมูลแก่ฝ่ายการเมือง เพ่ือใชใ้ นการกาหนดนโยบาย การประเมนิ โครงการ ความมุ่งหมายเฉพาะ ดงั ต่อไปนี้ 1. เพ่ือแสดงถึงเหตุผลที่ชัดเจนของโครงการอันเป็นพ้ืนฐานท่ีสาคัญของการตัดสินใจว่า ลักษณะใดของโครงการมีความสาคัญมากท่ีสุดซึ่งจะต้องทาการประเมินเพื่อหาประสิทธิภาพ และขอ้ มลู ชนดิ ใดจะต้องเกบ็ รวบรวมเพ่อื การวเิ คราะห์ 2. เพื่อรวบรวมหลักฐานความเป็นจริง และข้อมูลท่ีจาเป็น เพ่ือนาไปสู่การพิจารณา ประสทิ ธผิ ลของโครงการ 3. เพอ่ื การวเิ คราะห์ขอ้ มูลและข้อเท็จจริงตา่ ง ๆ เพ่ือการนาไปส่กู ารสรุปผลของโครงการ 4. การตัดสนิ ใจว่าข้อมลู หรอื ข้อเทจ็ จรงิ ใดสามารถนาไปใชไ้ ด้ สรุปได้ว่าการประเมินโครงการ มีความมุ่งหมายเพื่อแสดงผลการพิจารณาถึงคุณค่าของ โครงการเพ่ือนาข้อมูลไปวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของโครงการ เพื่อช่วยให้ผู้มีอานาจสามารถนาไป ตัดสินใจและนาไปใช้ได้ โดยคานึงถึงความสาคัญของโครงการว่ามีความเหมาะสมเพียงใด บรรลุตาม วัตถุประสงค์หรือไม่ เพราะผลการประเมินจะเป็นตัวกระตุ้นให้การดาเนินงานมีข้อบกพร่องน้อยลง ขณะเดยี วกนั ก็เป็นการเพ่ิมประสทิ ธภิ าพใหม้ ากข้นึ ในการดาเนนิ งานแต่ละโครงการ 3.ประโยชนข์ องกำรประเมินโครงกำร จากความมุ่งหมายและความสาคัญดังกล่าวแล้ว พอสรุปได้ว่าการประเมินโครงการ มปี ระโยชนด์ ังต่อไปน้ี 1. การประเมินโครงการช่วยให้กาหนดวัตถุประสงค์และมาตรฐานของการดาเนินงาน มีความชัดเจน ดังกล่าวคือ ก่อนที่จะนาโครงการไปใช้ย่อมจะได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด จากผู้บริหารและผู้ประเมินส่วนใดท่ีไม่ชัดเจน เช่น วัตถุประสงค์หรือมาตรฐานการดาเนินงาน หากขาดความแนน่ อนทแ่ี จม่ ชดั จะต้องไดร้ บั การปรับปรงุ แกไ้ ขใหม้ ีความถูกตอ้ งชดั เจนเสียกอ่ น 2. ประโยชน์เต็มท่ี ท้ังนี้เพราะการประเมินโครงการจะต้องวิเคราะห์ทุกส่วนของโครงการ ข้อมูลใดหรือปัจจัยใดที่เป็นปัญหาจะได้รับการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานหรือใช้ในการ

๖ ปฏิบัติงานอย่างเหมาะสมกับคุณค่าทรัพยากรทุกชนิดจะได้รับการจัดสรรให้อยู่ในจานวนหรือปริมาณ ที่เหมาะสมเพียงพอแก่การดาเนินงาน ทรัพยากรที่ไม่จาเป็นหรือมีมากเกินไป จะได้รับตัดทอน และ ทรพั ยากรใดท่ีขาดจะได้รบั การจดั สรรเพ่มิ เติม 3. การประเมนิ โครงการช่วยให้แผนงานบรรลุวัตถุประสงค์ เพราะโครงการเป็นส่วนหนึ่งของ แผน ดงั นเ้ี มอ่ื โครงการไดร้ บั การตรวจสอบวเิ คราะหป์ รบั ปรงุ แกไ้ ขเพื่อให้ดาเนนิ ไปด้วยดี 4. การประเมินโครงการมีส่วนช่วยให้การแก้ปัญหาอันเกิดจากผลกระทบ (impact) ของโครงการและทาให้โครงการมีขอ้ ทที่ าให้ความเสยี หายลดน้อยลง 5. การประเมินโครงการมีส่วนช่วยอย่างสาคัญในการควบคุมคุณภาพของงาน เพราะ การประเมนิ โครงการมกี ารตรวจสอบ และควบคมุ ชนดิ หน่ึง 6. การประเมินโครงการมีช่วยในการสร้างขวัญและกาลังใจให้ผู้ปฏิบัติงานตามโครงการ เพราะการประเมินโครงการไม่ใช่เป็นการควบคุมบังคับบัญชาหรือส่ังการ แต่เป็นการศึกษาวิเคราะห์ เพอ่ื ปรับปรุงแก้ไข และเสนอแนะวธิ ีการใหม่ ๆ 7. ผลของการประเมินโครงการอาจเป็นข้อมูลอย่างสาคัญในการวางแผนหรือกาหนด นโยบายของผู้บริหารและฝา่ ยการเมอื ง 8. การประเมินโครงการช่วยในการตัดสินใจในการบริหารโครงการ กล่าวคือการประเมิน โครงการจะช่วยให้ผู้บริหารได้ทราบถึงอุปสรรคและปัญหา ข้อดี ข้อเสีย ความเป็นไปได้และแนวทาง ในการปรับปรุงแก้ไขในการดาเนินการโครงการ โดยข้อมูลดังกล่าวแล้วจะช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจว่า จะดาเนนิ โครงการน้ันตอ่ ไป หรือยุตโิ ครงการน้นั

๗ บทที่ 3 วิธีดำเนินกำร รายงานผลการดาเนนิ งานชมุ นมุ ลกู เสอื จิตอาสาพระราชทาน ครั้งท่ี 2 จังหวดั สกลนคร (คา่ ยยอ่ ยที่ 3 ปราสาทผึง้ ) ประจาปี พ.ศ.2566 ใชก้ ารดาเนนิ การ 4 ขน้ั ตอน ดังนี้ 1. ข้นั เตรยี มการ 2. ขั้นดาเนินการ 3. ขัน้ ตรวจสอบ ประเมนิ ผล 4. ขั้นแก้ไข พฒั นา ปรับปรงุ 1. ขัน้ เตรียมกำร (Plan) ข้นั ตอนน้ีเปน็ การวางแผนการดาเนินการโดยมีขัน้ ตอน ดังนี้ 1.1 ประชุมปรึกษาร่วมกันระหว่างผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา เจ้าหน้าท่ี บุคลากรทางการศกึ ษา และครูผู้รบั ผดิ ชอบในการงานกจิ กรรมลกู เสอื เนตรนารี 1.2 จัดทาดาเนินงานชุมนุมลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน ครั้งท่ี 2 จังหวัดสกลนคร (คา่ ยย่อยที่ 3 ปราสาทผง้ึ ) ประจาปี พ.ศ.2566 เสนอผบู้ ริหารเพอื่ พิจารณาเหน็ ชอบ 1.3 แต่งต้ังคณะกรรมการผู้รับผิดชอบเก่ียวกับการจัดกิจกรรมแต่ละงานแต่กิจกรรม ตามความเหมาะสม 1.4 สร้างความเขา้ ใจเพ่ือกาหนดแนวทางในการดาเนินงาน 1.5 ติดต่อประสานงานเตรียมความพร้อม ท้ังด้านสถานท่ี พาหนะในการเดินทาง (ถา้ มี) 1.6 กาหนดระยะเวลาในการดาเนนิ การ และวิธีประเมินผล 2.ข้ันดำเนินกำร (Do) การปฏบิ ัตงิ านตามแผนงานท่ีวางไว้โดยมขี ั้นตอนในการดาเนนิ งาน ดังนี้ 2.1 บนั ทกึ เสนอผบู้ ริหารเพอื่ ขออนญุ าตดาเนินการ 2.2 ดาเนินการงานชุมนุมลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน ครั้งท่ี 2 จังหวัดสกลนคร (คา่ ยย่อยที่ 3 ปราสาทผงึ้ ) ประจาปี พ.ศ.2566 โดยมกี ลมุ่ เป้าหมายเปน็ นักเรยี นและบุคลากรภายใน โรงเรยี นทุกคน โดยมีกจิ กรรมดาเนนิ การ ดังน้ี 2.2.1 ผ้บู ังคบั บัญชา ผู้กากับลกู เสอื รองผู้กากับลูกเสอื จานวน 42 คน 2.2.2 ลูกเสอื เนตรนารี กองลกู เสือ สามัญ สามญั รนุ่ ใหญ่ จานวน 140 คน

๘ 3.ข้ันตรวจสอบ ประเมนิ ผล (Check) 3.1 ดาเนินการประเมินผลการจัดกิจกรรมตามชุมนุมลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน ครงั้ ท่ี 2 จังหวัดสกลนคร (คา่ ยยอ่ ยที่ 3 ปราสาทผึ้ง) ประจาปี พ.ศ.2566 โดยใชแ้ บบบันทกึ กจิ กรรม และแบบสอบถามความคดิ เหน็ ผ่านรูปแบบออนไลน์ (google form) 3.2 ข้อมูลที่เป็นมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) ใช้วิธีแจกแจงความถี่ หาค่าเฉล่ีย (X) และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (SD) ท้ังในรายข้อและภาพรวมเทียบกับเกณฑ์ ดังน้ี (บุญชม ศรีสะอาด) , 2545) 4.51 - 5.00 หมายถึง มีความเหมาะสม/การปฏิบตั ิอย่ใู นระดบั มากทสี่ ดุ 3.51 - 4.50 หมายถงึ มีความเหมาะสม/การปฏบิ ตั อิ ยู่ในระดับมาก 2.51 - 3.50 หมายถงึ มีความเหมาะสม/การปฏิบตั อิ ยู่ในระดับปานกลาง 1.51 - 2.50 หมายถึง มีความเหมาะสม/การปฏบิ ัติอยู่ในระดบั น้อย 1.00 - 1.50 หมายถึง มีความเหมาะสม/การปฏิบตั ิอยู่ในระดบั น้อยทีส่ ดุ 3.3 ข้อมูลที่เป็นความคดิ เหน็ ขอ้ เสนอแนะจากแบบบนั ทึกกิจกรรม ใชว้ ิธี วิเคราะหเ์ น้อื เร่อื ง (Content Analysis) 3.4 สถิติทีใ่ ช้ในการวิเคราะห์ขอ้ มูล 1.คา่ เฉลยี่ ( x ) 2.ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน (S.D) 3.5 รายงานผลการดาเนนิ งานตอ่ ผู้บริหารต้นสงั กัดทง้ั ในสถานศกึ ษาและเขตพืน้ ท่ีการศึกษา 4.ขัน้ แก้ไข พฒั นำ ปรับปรงุ (Action) เมอ่ื คณะกรรมการฝ่ายประเมินผล สรปุ ผลการดาเนินงาน ปัญหา อุปสรรค และขอ้ เสนอแนะ กล่มุ งานผ้รู บั ผิดชอบจึงไดน้ าสารสนเทศที่ได้มาปรบั ปรุง พัฒนาการงานให้มีประสทิ ธิภาพมากยง่ิ ข้นึ

๙ บทท่ี 4 ผลกำรดำเนินกำรและวิเครำะหข์ อ้ มูล ผลการจดั กิจกรรมตามงานชุมนมุ ลกู เสือจติ อาสาพระราชทาน คร้งั ท่ี 2 จังหวัดสกลนคร (คา่ ยยอ่ ยท่ี 3 ปราสาทผง้ึ ) ประจาปี พ.ศ.2566 สามารถสรปุ ตามขน้ั ตอนในการดาเนินงาน ดังนี้ ข้นั เตรียมกำร ข้ันตอนน้ีเป็นการวางแผนการดาเนินการโดยมีข้ันตอน พบว่า การประชุมปรึกษาร่วมกัน ระหว่างผู้บริหารการศกึ ษา ผู้บริหารสถานศึกษา เจา้ หนา้ ท่ีบุคลากรทางการศึกษาและครูผู้รับผดิ ชอบ แล้วขยายผลสู่คณะครูทุกคนได้รับความร่วมมือและสนับสนุนการทาโครงการเป็นอย่างดีและนาเสนอ ผู้บริหารเพื่อพิจารณาเห็นชอบโครงการได้รับอนุมัติโครงการ ผู้รับผิดชอบโครงการจึงได้ดาเนินการ แต่งต้ังคณะกรรมการผู้รับผิดชอบเก่ียวกับการจัดกิจกรรมแต่ละงาน แต่ละกิจกรรมตามความ เหมาะสม แล้วสร้างความเข้าใจกับนักเรียนเพ่ือกาหนดแนวทางในการดาเนินการ ติดต่อประสานงาน เตรียมความพร้อม ทั้งด้านสถานท่ี พาหนะในการเดินทาง (ถ้ามี) และกาหนดระยะเวลาในการ ดาเนนิ การและวิธีประเมินผล ตามลาดับ ขั้นดำเนินกำร การปฏิบัติงานตามแผนงานท่ีวางไว้โดยมีขั้นตอนในการดาเนินงาน คือ การบันทึกเสนอ ผบู้ รหิ าร เพื่อขออนุญาตดาเนินการ พบว่า ไดร้ ับการอนญุ าตและให้ดาเนินการและผลการดาเนินการ ตามงานชุมนุมลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน คร้ังท่ี 2 จังหวัดสกลนคร (ค่ายย่อยท่ี 3 ปราสาทผึ้ง) ประจาปี พ.ศ.2566 โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนและบุคลากรภายในโรงเรียนทุกคน พบว่า กิจกรรมบรรลุตามวัตถุประสงค์ทุกประการ นักเรียนและครูให้ความร่วมมือในการดาเนินกิจกรรม ดว้ ยดี ผ้เู ขา้ ร่วมกิจกรรมใหค้ วามสนใจ ขน้ั ตรวจสอบ ประเมนิ ผล การประเมินผลการจัดกิจกรรมตามงานชุมนุมลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน ครั้งที่ 2 จังหวัด สกลนคร (ค่ายย่อยท่ี 3 ปราสาทผ้ึง) ประจาปี พ.ศ.2566 โดยใช้แบบสอบถามความคิดเห็น พบว่า วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลีย่ ( x ) และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D) จากแบบสอบถามโดยแปล ความหมายดังตอ่ ไปน้ี 4.51 - 5.00 หมายวา่ ระดับความคดิ เหน็ ในระดบั มากทส่ี ดุ 3.51 - 4.50 หมายว่า ระดบั ความคดิ เห็น ในระดบั มาก 2.51 - 3.50 หมายวา่ ระดับความคิดเหน็ ในระดบั ปานกลาง 1.51 - 2.50 หมายว่า ระดบั ความคดิ เห็น ในระดับพอใช้ 1.00 - 1.50 หมายว่า ระดับความคิดเหน็ ในระดับปรบั ปรุง

๑๐ วเิ คราะหข์ ้อมลู จากแบบประเมนิ ได้ผลการประเมนิ ดังนี้ ขอ้ ที่ รำยกำร ( x ) (S.D) ระดบั ควำมคิดเห็น 1 การเตรียมความพร้อม 4.53 0.71 มาก 2 ความเหมาะสมของสถานที่ 4.51 0.61 มาก 3 ความเหมาะสมของระยะเวลา 4.05 0.80 มาก 4 ความรทู้ ี่ได้จากฐานกจิ กรรม 4.25 0.89 มาก 5 ความรทู้ ไ่ี ด้จากการจัดนทิ รรศการ(บอรด์ ) 4.38 0.79 มาก 6 การมีสว่ นร่วมในการจัดกิจกรรม 4.29 0.71 มาก 7 การนาความรู้ท่ีได้ไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน 4.77 0.86 มาก 8 ความประทับใจในการจัดกิจกรรม 4.25 0.89 มาก 9 ความสนกุ สนานที่ได้จากการจัดกจิ กรรม 4.38 0.79 มาก 10 ความพึงพอใจของทา่ นตอ่ ภาพรวมของโครงการ 4.29 0.71 มาก เฉลี่ย 4.21 0.86 มำก จากตาราง พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจโดยเรียงลาดับความพอใจจากมากสุด ไปน้อยท่ีสุด ดังน้ี ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจมากท่ีสุด คือ การเตรียมความพร้อม ( x = 4.53, S.D=0.71) รองลงมา คือ ความเหมาะสมของสถานที่ ( x =4.51, S.D=0.61) น้อยท่ีสุด คือ ความเหมาะสมของเวลา ( x =4.05, S.D=0.80) ข้ันแกไ้ ข พัฒนำ ปรบั ปรุง เม่ือคณะกรรมการฝ่ายประเมินแล้วจึงได้จัดทาสรุปผลการดาเนินงาน ปัญหา อุปสรรคและ ข้อเสนอแนะกล่มุ งานผรู้ บั ผิดชอบและได้นาสารสนเทศที่ไดน้ าเสนอต่อผู้บริหารและเผยแพร่ให้ผ้มู สี ่วน เก่ยี วขอ้ งรบั ทราบและนาผลการดาเนินงานมาปรบั ปรุงพัฒนาการงานให้มปี ระสทิ ธภิ าพมากยงิ่ ขนึ้

๑๑ บทท่ี 5 สรุปผล และข้อเสนอแนะ ผลการจัดกิจกรรมตามงานชุมนุมลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน ครั้งที่ 2 จังหวัด สกลนคร (ค่ายยอ่ ยท่ี 3 ปราสาทผง้ึ ) ประจาปี พ.ศ.2566 ได้ผลสรปุ ดังนี้ 1.วัตถปุ ระสงค์ 2.เปา้ หมาย 3.เครอื่ งมือทใ่ี ช้ในการเกบ็ รวบรวมข้อมูล 4.การเก็บรวบรวมขอ้ มูล 5.สรุปผลการดาเนนิ การ 6.ข้อเสนอแนะ วตั ถุประสงค์ 1. เพ่ือน้อมราลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยหู่ ัว พระผู้พระราชทานกาเนิดลูกเสือไทย และเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประมุขของ คณะลูกเสือแหง่ ชาติ 2. เป็นการเพ่ิมพูนความรู้ ความสามารถ ทักษะวิชาการลูกเสือให้กับลูกเสือ จิตอาสาพระราชทาน ตลอดจนเสริมสร้างความรัก ความสามัคคี และสัมพันธ์อันดีต่อกัน ในรูปแบบ กิจกรรมคา่ ยพักแรม ทีม่ งุ่ ใหเ้ กิดการช่วยเหลอื ซึ่งกนั ภายใต้มิตรภาพ 3. สร้างความมรี ะเบียบวนิ ยั ความซ่ือสตั ย์ อดทน และเสียสละ เพือ่ ให้ผเู้ ขา้ ร่วมชมุ นุม ได้รบั ประสบการณ์ชีวติ อยา่ งมคี ณุ ค่า อนั จะก่อใหเ้ กดิ ประโยชน์แก่สังคมและประเทศ เป้ำหมำย (ดา้ นปริมาณ) ผบู้ งั คบั บญั ชา ผู้กากบั ลูกเสอื รองผกู้ ากบั ลกู เสือ จานวน 42 คน ลูกเสอื เนตรนารี กองลกู เสือ สามญั สามญั รนุ่ ใหญ่ จานวน 140 คน (ด้านคุณภาพ) ลกู เสอื เนตรนารรี บั การฝกึ อบรมมคี วามร้คู วามเขา้ ใจ และมีทักษะในกระบวนการ ลูกเสือ แต่ละประเภท ร้อยละ 80 เครือ่ งมือทใี่ ช้ในกำรเก็บรวบรวมข้อมูล เครื่องมือท่ีใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมลู ในครง้ั น้ี เช่น

๑๒ 1. แบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียน ผู้ปกครอง ผู้มีส่วนเกยี่ วขอ้ งท่ีมตี ่อการจัด กิจกรรมภายใต้งาน 2.แบบสมั ภาษณผ์ มู้ สี ่วนเกย่ี วข้องในแต่ละกิจกรรม(ถา้ มี) 3.แบบบันทึกกจิ กรรม กำรเก็บรวบรวมข้อมูล จัดทาแบบสอบถามความคิดเห็นของนกั เรียน ผปู้ กครอง ผูม้ สี ่วนเกย่ี วขอ้ งที่มีตอ่ การจดั กจิ กรรมงานชุมนุมลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน ครงั้ ที่ 2 จังหวัดสกลนคร (คา่ ยย่อยท่ี 3 ปราสาทผ้ึง) ประจาปี พ.ศ.2566 ปัญหำ/ข้อเสนอแนะ 1. เพิม่ วนั เวลาการจัดกจิ กรรมให้มากขน้ึ 2. เพ่ิมฐานกจิ กรรมให้มากขนึ้ หมำยเหตุ แตล่ ะหัวขอ้ สามารถปรบั เปลีย่ นไดต้ ามความเหมาะสมของแต่ละโครงการแต่ละกจิ กรรม

๑๓ ภำคผนวก

๑๔ หนังสอื จำก สพป.สกลนคร เขต 3 เร่อื ง อนญุ ำตใหน้ ำนกั เรยี นไปเขำ้ ค่ำยพักแรมลกู เสือ เนตรนำรี นอกสถำนศึกษำ

๑๕

๑๖ หนงั สือคำสงั่ แต่งต้ังคณะกรรมกำรดำเนนิ งำน ที่ 22/2566 ลงวนั ท่ี 23 มิถุนำยน 2566

๑๗

๑๘

๑๙

๒๐

๒๑

๒๒

๒๓

๒๔ วำรสำรข่ำวประชำสมั พนั ธ์ กจิ กรรมจำกสถำนศึกษำท่ีเข้ำรว่ ม

๒๕

๒๖

๒๗

๒๘

๒๙

๓๐

๓๑

๓๒

๓๓

๓๔

๓๕

๓๖

๓๗

๓๘ วิดโิ อบรรยำกำศงำนชุมนุมลูกเสอื จติ อำสำพระรำชทำน ครั้งที่ 2 จงั หวัดสกลนคร 1.29-06-66 งานชุมนุมลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน ครัง้ ที่ 2 จ.สกลนคร (คา่ ยยอ่ ยท่ี 3 ปราสาทผงึ้ ) https://youtu.be/p_94_vXSeKk 2. 30-06-66 งานชมุ นมุ ลูกเสอื จิตอาสาพระราชทาน คร้ังท่ี 2 จ.สกลนคร (พิธเี ปิด&กจิ กรรมเฉลิมพระเกยี รตฯิ ) https://youtu.be/p_94_vXSeKk 3. 1-07-66 พธิ ที บทวนคาปฏญิ าณและสวนสนาม เนื่องในวันสถาปนาคณะลกู เสือแหง่ ชาติ (สลจ.สกลนคร) https://youtu.be/GUVWRTONX38 ทีป่ รึกษำกำรผลิต นำยสัญญำ วัฒนำเนตร ผอ.โรงเรยี นบำ้ นท่งุ โพธิ์ ผลิตโดย นำยมนตรี นำคยี ์ ครู โรงเรยี นบ้ำนทุ่งโพธ์ิ

๓๙ คณะกรรมกำรดำเนนิ กำรจดั ทำรูปเล่มรำยงำนผล ทีป่ รึกษำ 1. นายมงคล รุง่ สว่าง ผอ.สพป.สกลนคร เขต 3 2. นายทวีศกั ด์ิ พรหมพนิ ิจ รอง ผอ.สพป.สกลนคร เขต 3 3. นายสมพงษ์ แสนโคตร รอง ผอ.สพป.สกลนคร เขต 3 4. นายกีรติ ซามัชฌมิ า รอง ผอ.สพป.สกลนคร เขต 3 5. นางสกุ ลั ยา ทองนุย้ ผอ.กล่มุ ส่งเสรมิ การจดั การศึกษา คณะกรรมกำรคำ่ ยปรำสำทผ้ึง 1. นายชวลิต มนิ พิมาย ผอ.โรงเรยี นชุมชนบา้ นห้วยหลวั ผู้บังคบั การค่ายย่อย 2. นายวรี ชล บุพศิริ ผอ.โรงเรยี นบา้ นเมน่ น้อย รองผู้บังคบั การคา่ ยย่อย 3. นายสัญญา คณุ ละ ผอ.โรงเรยี นบ้านข้เี หลก็ เหลา่ สมบูรณ์ รองผู้บงั คับการคา่ ยยอ่ ย 4. นายปราศยั มณวี รรณ ผอ.ศสกร.อาเภอวานรนิวาส 5. นางพมิ พล์ ดา ธัญพรพภิ ัทร์กุล ผอ.ศสกร.อาเภอพังโคน 6. นางมยุรี อุ่นวเิ ศษ ผอ.โรงเรยี นบา้ นกดุ เรอื คา 7. นางวรรณวิภา เฒ่าอุดม ผอ.โรงเรยี นบ้านนาบวั 8. นายทรงฤทธิ์ วงศ์คาจันทร์ ผอ.โรงเรยี นบ้านหนองนาหารสมสนุกวทิ ยา 9. นายนพรัตน์ ชรนิ ทร์ ผอ.โรงเรียนบ้านดงห้วยเปลอื ย 10.นางนงคราญ สิทธยิ า รอง ผอ.โรงเรยี นบา้ นวังบง 11.นางสาวปริยากร กลิ าวทิ ย์ รอง ผอ.โรงเรียนบา้ นหนองปลาหมัดบัวงาม 12.นางนงครกั ษ์ ธรุ ะนนท์ ครู โรงเรยี นบ้านดอนยานาง 13.นางเยาวเรศ เพช็ ราชยั ครู โรงเรียนบา้ นนายม 14.นายกฤตพล ตรนี ารถ ครู โรงเรยี นเทศบาล ๑ เชงิ ชุมประชานกุ ูล 15.นายพลทวีรัตน์ วชิ ญธรี ากลุ ครู โรงเรยี นเทศบาล ๑ เชิงชมุ ประชานุกลู 16.นายสุรเชษฐ์ เดชาพิทกั ษ์ ครู โรงเรียนเทศบาล ๒ เชงิ ชมุ อนุชนวิทยา 17.นายกนกพล ศรีพ้ัว ครู โรงเรียนเทศบาล ๒ เชงิ ชุมอนชุ นวิทยา 18.นางมุทิตา สังฆะมณี ครู โรงเรยี นบ้านวงั บง 19.นายวชั รากรณ์ โยธาฤทธ์ิ ครู โรงเรียนชุมชนบ้านหว้ ยหลัว 20.นางสาวรตั ติยา แสงกล้า พนักงานราชการ โรงเรียนบ้านดอนยานาง 21.นายจรญั สุภาพันธ์ นักวิชาการศึกษาชานาญการ สพป.สกลนคร เขต 3 22.นายนพพล วงศ์กระจา่ ง ผอ.โรงเรียนบ้านโนนสะอาดนาเหมอื ด กรรมการและเลขานุการ 23.นายวบิ รู ณ์ สงิ ห์คราม ผอ.โรงเรียนบา้ นข้าวแป้ง กรรมการและผูช้ ว่ ยเลขานุการ

๔๐ คณะกรรมกำรกจิ กรรมชำวค่ำย 1. นายปฏวิ ัตร นารินรกั ษ์ ผอ.โรงเรียนบา้ นยางคา 2. นายววิ ฒั น์ ชูจิต ผอ.โรงเรยี นบ้านโพนสวาง 3. นายวัชระ แง่พรหม ผอ.โรงเรยี นบา้ นหนองปลาหมดั บวั งาม 4. นายอดิศร ไชยเทพ ผอ.โรงเรยี นบา้ นโคกถาวร 5. นายสญั ญา วัฒนาเนตร ผอ.โรงเรียนบ้านทุ่งโพธ์ิ 6. นางสาวพิเอ วงศ์อินทร์อยู่ ผอ.โรงเรยี นบ้านหนองตากวย 7. นายวิทูร ศรนี กุ ลู ผอ.โรงเรียนบ้านดงอีด่อย 8. นายธนัท ภกั ดีสุวรรณ ครู โรงเรียนบ้านหนองนาหารสมสนุกวทิ ยา 9. นายอานนท์ กาสุรยิ ์ ครู โรงเรยี นบา้ นนาบวั 10.นายมนตรี นาคีย์ ครู โรงเรยี นบ้านทุ่งโพธิ์ 11.นายนาท โนนยะโส ครู โรงเรียนบ้านขี้เหลก็ เหลา่ สมบรู ณ์ 12.นายอลงกรณ์ อุ่นวิเศษ ครู โรงเรยี นบา้ นโนนสะอาดนาเหมือด 13.นางสาวอนสุ า ทองวงคษ์ า ครู โรงเรยี นบ้านโพนสวาง 14.นายสภุ วัฒน์ บญุ มา ครู โรงเรยี นบ้านหนองปลาหมัดบัวงาม 15.สิบเอกพิรฬุ หว์ ัฒน์ กฤตยานินทร์ ครู โรงเรียนบ้านดงหว้ ยเปลือย 16.นายอาคม สรุ าไพ ครู ศสกร.อาเภอวานรนวิ าส 17.นายสดใส จันทวงค์ ครู ศสกร.อาเภอพงั โคน 18.นางสาวอาทิตยา อ่อนสรุ ะทุม ครู โรงเรียนชุมชนบ้านห้วยหลวั 19.นายนิสติ นวลตา ครู โรงเรียนบ้านกุดเรือคา 20.นายฐติ ิวฒั น์ นอ้ ยชื่น ครู โรงเรียนบ้านข้าวแป้ง 21.นายวทิ ยา ดอนแสง ครู โรงเรยี นบา้ นโคกถาวร 22.นายพริ ุณ อ่อนสุระทุม ครู โรงเรยี นบา้ นยางคา 23.นายชยงั กูร ภูรศิ รี ครู โรงเรยี นบา้ นยางคา คณะกรรมกำรดำเนินกำรจัดทำรูปเล่มรำยงำนผล 1. นายชวลิต มนิ พิมาย ผอ.โรงเรียนชุมชนบ้านห้วยหลวั ประธานกรรมการ 2. นายปฏิวตั ร นารินรักษ์ ผอ.โรงเรียนบ้านยางคา รองประธานกรรมการ 3. นายสัญญา วฒั นาเนตร ผอ.โรงเรียนบา้ นทงุ่ โพธ์ิ รองประธานกรรมการ 4. นายทรงฤทธิ์ วงศ์คาจันทร์ ผอ.โรงเรยี นบา้ นหนองนาหารสมสนกุ วทิ ยา กรรมการ 5. นายวิวฒั น์ ชจู ติ ผอ.โรงเรยี นบ้านโพนสวาง กรรมการ 6. นายอดศิ ร ไชยเทพ ผอ.โรงเรยี นบ้านโคกถาวร กรรมการ 7. นางสาวพเิ อ วงศ์อินทร์อยู่ ผอ.โรงเรยี นบา้ นหนองตากวย กรรมการ 8. นายวทิ ูร ศรีนกุ ูล ผอ.โรงเรียนบ้านดงอีด่อย กรรมการ 9. นายพริ ณุ อ่อนสุระทมุ ครู โรงเรยี นบ้านยางคา กรรมการ 10.นายมนตรี นาคยี ์ ครู โรงเรยี นบา้ นทุ่งโพธิ์ กรรมการและเลขานุการ

๔๑