การเสริมสรางคุณธรรม จริยธรรม จิตอาสา และความภูมใิ จในความเปนไทย เร่อื งท่ี 1 ความหมาย ความสาํ คญั ของคุณธรรม จริยธรรม จิตอาสาและความภมู ิใจ ในความเปนไทย คุณธรรมและจริยธรรม คําวา “คุณธรรม” ตามความหมายในพจนานกุ รม หมายถึง สภาพของคุณงามความดี สวนคําวา จรยิ ธรรม ตามความหมายแยกออกเปน 2 คาํ คอื “จริย” หมายถึง การประพฤติปฏิบัติ และ “ธรรม”หมายถึง คุณความดี ความจริง ความถูกตอง กฎ กฎเกณฑกฎหมาย หลกั คําสอนในศาสนาหากจะสรุป รวมท้ังคณุ ธรรม และจรยิ ธรรม ตามความเขาใจของผูเรยี บเรียงคงหมายถงึ การประพฤติปฏิบตั ติ นใหตงั้ มั่นอยู ในความดี ทงั้ กาย วาจา และใจ ในเรื่องของคุณธรรม และจริยธรรม พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลาเจาอยูหวั ทรงพระราชนิพนธ หลกั ราชการ ซ่ึงถือไดวาเปนหลักคุณธรรม และจริยธรรมในวิชาชีพขาราชการท่ีสําคัญยิ่ง สาํ หรบั ใหขาราชการพึง ยดึ ถือเปนแนวทางปฏบิ ตั ิราชการ 10 ประการ มีใจความสําคัญ สรปุ ไดดงั น้ี 1. ความสามารถหมายถงึ ความชํานาญในการปฏบิ ัตงิ านในดานตางๆใหเปนผลสาํ เร็จไดดยี ่ิงกวาผูมี โอกาสเทาๆ กัน 2. ความเพียร หมายถึง ความกลาหาญไมยอทอตอความลาํ บาก และบากบ่นั เพื่อจะขามความขัดของ ให จงไดโดยใชความวิริยภาพมิไดลดหยอน 3. ความมีไหวพรบิ หมายถึง รูจักสังเกตุเหน็ โดยไมตองมีใครวาเม่ือมี เหตเุ ชนนัน้ จะตองปฏิบัติการอยาง น้นั เพื่อใหบงั เกดิ ผลดที ี่สดุ แกกิจการทัว่ ไปและรบี ทาํ การอันเห็นควรนัน้ โดย ฉับพลัน 4. ความรูเทาถึงการ หมายถงึ รูจักปฏบิ ัติการอยางไรจงึ จะเหมาะสมแกเวลาและอยางไรท่ีไดรบั สมเหตุสมผลถึงจะเปนประโยชนที่สดุ 5. ความซอื่ ตรงตอหนาท่ี หมายถึง ตง้ั ใจกระทํากจิ การซึ่งไดรบั หมอบให เปนหนาท่ีดวยความซ่ือสัตย สจุ รติ 6. ความซอื่ ตรงตอคนทวั่ ไป หมายถงึ ใหประพฤติซื่อตรงตอคนทัว่ ไป รักษา ตนใหเปนคนท่ีเขาทัง้ หลาย จะเชือ่ ถือได 7. ความรูจักนิสยั คน ขอนีเ้ ปนขอสาํ คญั สาํ หรับผูทมี่ หี นาท่ตี ดิ ตอกบั ผู อ่ืน ไมวาจะเปนผูใหญหรอื ผูนอย 8. รจู ักผอนผนั หมายความวา ตองเปนผูทรี่ จู ักผอนสนั้ ผอนยาววาเม่อื ใดควร ตดั ขาดและเม่ือใดควรโอน ออนหรอื ผอนผันกันไดมใิ ชแตจะยดึ ถือหลักเกณฑหรือระเบียบอยางเด่ยี วซงึ่ จะก อใหเกดิ ผลเสียควรจะยืดหยุน ได 9. ความมีหลักฐาน ขอน้ีประกอบดวยหลกั สาํ คญั 3 ประการคือ มีบานอยูเป นท่ีเปนทางมีครอบครัวอนั มั่นคงและตั้งตนไวในที่ชอบ 10. ความจงรกั ภกั ดี หมายความวา ยอมเสียสละเพ่ือ ประโยชนแหงชาติศาสนาและพระมหากษัตรยิ พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหวั ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช พระราชทานคุณธรรม 4 ประการ แก ขาราชการและประชาชนในคราวสมโภชกรุงรัตนโกสินทร 200 ป มขี อความดังนี้ ประการแรก คือ การรกั ษาความสจั ความจรงิ ใจตอตนเองรูจักสละประโยชนสวนนอยเพอื่ สวน ใหญของบานเมืองท่จี ะประพฤตปิ ฏิบัตแิ ตส่งิ ทเ่ี ปนประโยชนและเปนธรรม 36 ประการท่สี อง คือ ความรูจกั ข มใจตนเองฝกใจตนเองใหประพฤตปิ ฏบิ ตั ิอยูในความสตั ย ความดี นัน้ ประการท่สี าม คือ ความอดทน อด กล้นั และอดออม ไมประพฤติลวงความสัตยสจุ ริตไมวาจะดวย เหตปุ ระการใด ประการทีส่ ี่ คือ การรูจักละ วางความชัว่ ความทุจริต และรูจกั เสียสละประโยชนสวนนอยของตน เพ่ือประโยชนสวนใหญของบานเมือง คุณธรรม 4 ประการ ถาแตละคนพยายามปลูกฝงและบาํ รุงใหเจรญิ งอกงามข้ึนโดยท่ัวกันแลวจะชวย ให ประเทศชาตบิ ังเกดิ ความสุข ความรมเย็น และมีโอกาสท่จี ะปรับปรงุ พัฒนาใหมั่นคงกาวหนาตอไปไดดงั ประ สงค จิตอาสา เมื่อกลาวถึง “จิตอาสา” อาจจะเปนคาํ ใหมที่เร่ิมเปนท่รี ูจกั กันในวงกวางไมถงึ 10 ป ผูนําคํานี้ มาใชคร้งั แรกนาจะเปนเครือขายพทุ ธิกา ในโครงการ “ฉลาดทําบุญดวยจติ อาสา” ตอมาคํานไ้ี ดนําไปใชอยาง แพรหลาย พระไพศาล วสิ าโล ไดใหความหมาย “จติ อาสา” วา คอื จติ ท่ไี มน่งิ ดดู ายตอสังคม หรอื ความทุกข
ยากของผูคน และปรารถนาเขาไปชวย ไมใชดวยการใหทาน ใหเงนิ แตดวยการสละเวลา ลงแรงเขาไปชวย ด วยจิตทเ่ี ปนสุขที่ ไดชวยผูอน่ื จะเนนวา ไมใชแคทําประโยชนเพือ่ ผูอ่นื อยางเดยี ว แตเปนการพฒั นา “จิต วิญญาณ” ของเราดวย “จติ อาสา” คือ ผูทมี่ จี ิตใจท่ีเปนผูให เชน ใหสง่ิ ของ ใหเงนิ ใหความชวยเหลอื ดวยกาํ ลัง แรงกาย แรงสมอง ซึ่งเปนการเสียสละ ส่ิงทีต่ นเองมี แมกระทง่ั เวลา เพ่ือเผื่อแผ ใหกับสวนรวม อีกทงั้ ยงั ช วยลด “อัตตา” หรือความเปนตัว เปนตนของตนเองลงไดบาง “อาสาสมัคร” เปนงานท่ีเกดิ จากผูที่มี จิตอาสา ซึ่งมีความหมายอยางมาก กบั สังคมสวนรวม เปนผูท่ี เอือ้ เฟอ เสียสละ เวลา แรงกาย แรงใจ เพื่อชวยเหลือผู อ่ืน หรอื สังคมใหเกดิ ประโยชนและความสขุ มากขน้ึ การ เปน “อาสาสมัคร” ไมวาจะเปนงานใดๆ กแ็ ลวแตท่ี ทําใหเกิดประโยชนในทางบวก ลวนแตเปนสิ่งทเ่ี ราควรทํา ทง้ั สิ้น คนท่ีจะเปนอาสาสมัครไดน้นั ไมไดจํากดั ที่ วยั การศกึ ษา เพศ อาชพี ฐานะ หรือ ขอจาํ กดั ใดๆ ทงั้ สิ้น หากแตตองมจี ิตใจเปน “จติ อาสา” ที่อยากจะชวย เหลือผูอนื่ หรอื สงั คม เทานน้ั ภมู ใิ จในความเปนไทย เอกลกั ษณแหงความเปนไทย คือสิ่งทีบ่ งบอกความเป นไทยไดอยางดีที่สดุ เพราะประเทศไทยน้ันไดชอื่ วาเปนประเทศเอกลกั ษณเปนของตนเองชาตหิ นง่ึ ของโลก มี อักขระ ตวั อักษรท่ีเปนเฉพาะของตัวเอง พรอมกับ การแตงกายแบบฉบบั ไทย ท่ีมีรปู แบบลวดลายทส่ี วยงามอ อนชอย อีกทงั้ การแตงกายแบบฉบบั ไทยในสมัย ปจจุบัน ไดนําเอาไปประยุกตในแบบสากลจนเปนท่โี ดงดังไป ทั่วในเรื่องความสวยงาม นอกจากความสวยงามท่ไี มเหมือนใครของเครื่องแตงกายแบบนั้น ความสวยทสี่ ่อื ออกมาจากตวั ตนแหง คนไทย ก็จะเปน “การไหว” ทีเ่ ปนเอกลักษณชาตเิ ดียวในโลกท่ีไมมีใครเหมือน เอก ลกั ษณของไทยนนั้ ไมไดมี เพยี งแคการไหวที่สวยเพียงอยางเดียวเทาน้นั ยังมสี ถาปตยกรรม แบบไทยๆ ท่ี สามารถเห็นไดตามศาสนสถาน (วดั ) โบสถวิหาร ปราสาทพระราชวัง และอาคารบานทรงไทยอันสวยสดงดงาม เอกลกั ษณทางศลิ ปวฒั นธรรมและประเพณีท่ีเหน็ เดนชดั ก็คือการแสดงราํ ไทย ทีส่ ะทอนใหเห็นถึงวิถี ชวี ิตของ คนไทยไดอยางดี เอกลักษณทางดนตรไี ทยนน้ั ก็ไมเปนรองชาตใิ ดในโลกเหมือนกนั ซง่ึ สามารถขับขาน บรรเลง เสยี งท่ชี าว ไทยและชาวตางประเทศ ตองมนตสะกดของเสียงเพลงเลยทเี ดียว เสนหของดนตรไี ทยยงั สามารถ นาํ มาผสาน รวม รวมกับดนตรสี ากลเพมิ่ ความไพเราะไปอีกในรปู แบบหน่งึ นอกจากนีป้ ระเทศไทยยังมกี าร ละเลนและดนตรี 37 ท่สี ืบสานประเพณี เชน ในงานสงกรานต เราจะพบเห็นประจํากับการละเลนท้ังดนตรี พื้นบาน และการละเลน อันเปนคณุ ลักษณะทโ่ี ดดเดนของคนไทย เชนการเลนสบา การเลนซอนหา การเลนวง่ิ ผลดั การละเลนดนตรี ไทย ซึ่งเปนดนตรพี ื้นเมือง ซึ่งจะไมพบเห็นในยุคปจจุบัน ปจจุบนั จึงเปนทีน่ าเปนหวง และนาเสียดาย ที่เราจะ พบเห็นเด็กๆ ลกู หลานเลนแตเกมสตางๆ ในอนิ เทอรเนต็ ท่ีไดท้ังปญญาและทําใหเสีย ผูเสียคน ทําใหหลงลืม ความสําคญั ในวิถีชวี ิต และดาํ รงไวซึง่ ประเพณีอันดีงาม นอกจากน้ีเมืองไทยเปนเมอื ง พทุ ธท่ีหลากหลายดวยพิธีกรรมอันงดงาม ท่ีมีมาแตนานเปนพิธกี รรมสราง ความหวงหาอาทร สรางความ สัมพนั ธ การประกอบพิธีกรรมจะสรางความสัมพันธทางดานจิตใจอยางลึกซงึ้ กับ ผูใหและผูรบั สงเสริมความ เคารพนบั ถอื ซ่ึงกันและกนั ระหวางหลากหลายอายุ วนั สาํ คัญที่เปนเอกลักษณของไทยคือ วันสงกรานต ซง่ึ เป นวันแหงความผกู พนั ของสมาชิกในครอบครัว อยางแทจรงิ เม่ือกอนพอแมเตรียมเคร่ืองแตงกายใหมๆ ไวให ลูกหลานรวมท้งั เคร่ืองประดับ ใชสาํ หรับตกแตง เพ่ือความบรสิ ทุ ธ์ิในกายไปทําบุญท่วี ัดในหมูบาน นอกจากนั้น ลูกหลานจะเตรียมเส้ือผา เครื่องนุงหม ใหพอแม ปู ยา ตา ยาย ไดสวมใส หลังพธิ รี ดนาํ้ ดําหัวเพื่อขอพร ซ่ึงเป นความรกั ความผูกพันอยางแทจรงิ ของลูกหลานใน ครอบครวั พอแมมีความสุข ความปลื้มใจ ท่ไี ดเห็น
ลกู หลานมากนั พรอมหนา เรอ่ื งท่ี 2 คณุ ธรรม จรยิ ธรรมของการเปนพลเมืองดี คุณธรรมและจริยธรรมระดับ บคุ คลในสังคมประชาธิปไตย คุณธรรม และจริยธรรมระดบั บคุ คล หมายถงึ สภาพคณุ งามความดีท่เี ปนประโย ชนปจเจกบคุ คล แนวความคิดเกย่ี วกับคุณธรรมและจรยิ ธรรมระดบั บุคคล มผี ูจําแนกบุคคลออกไปตามสภาพ ในสงั คม เชน ใน ฐานะเปนสมาชิกรฐั และในฐานะผูนําหรอื ผูปกครองรฐั การมีคณุ ธรรมและจรยิ ธรรมระดบั บคุ คล มคี วามสําคญั ตอการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เน่ืองจากหลักการอิสรภาพ เสรีภาพ และความ เสมอภาพของ ประชาธิปไตยมีความเสย่ี งตอ การทําใหเกิดความเหล่ือมลา้ํ ในสงั คม ถาสมาชิกในสังคมขาด คุณธรรม คุณธรรมและจริยธรรมระดับบุคคลในสังคมประชาธิปไตย จําแนกออกเปนสองสวน คอื การมี คณุ สมบัติของมนษุ ยที่ดี และการเปนประชาชนทดี่ ีในสงั คมประชาธปิ ไตย ในสวนแรก จะไดนาํ เสนอคุณสมบตั ิ รวมของศาสนาทีก่ ลาวถึงความดีที่พ่ึงมีในตวั บุคคล อาทิ ความสอื่ สัตย การทําความดี ความเมตตา การยึดม่ัน ในหลกั ธรรม ในสวนท่ีสองจะไดนําเสนอ คุณสมบัตริ วมของสังคมท่คี าดหวงั ในตวั บุคคล เชน การทาํ ตามกฎ กติกาของสังคม การไมละเมดิ กฎหมาย การไมกอใหเกดิ ความไมสงบเรยี บรอยในสงั คมการมีสมั มาชวี ะ เปนตน การเปนประชาชนทดี่ ีในสังคมประชาธิปไตย จะไดชใ้ี หเหน็ ลักษณะเฉพาะของสังคมประชาธปิ ไตย ที่เปนเร่ือง จาํ เปนสาํ หรับ ประชาชน ที่ตองมีคณุ ธรรมจริยธรรมแตกตางไปจากสงั คมในระบอบการปกครองอน่ื ซึง่ อาจ เรยี กไดวา เปนคุณลกั ษณะทางจิตบุคคล ตองสอดคลองกับการพทิ ักษความเปนอิสรภาพ เสรภี าพ และเสมอ ภาพของตนเองไปพรอมกับการเคารพในสิทธศิ ักด์ิศรขี องมนุษยโดยเทาเทียมกนั การยอมรับความแตกตางทาง ความคดิ ความเคารพสิทธ์ิในการแสดงความคดิ เห็นของผูอ่ืน การตระหนกั และแสดงความรบั ผิดชอบตอ สาธารณะ การตระหนักในหนาท่ีของพลเมืองทม่ี ีตอสวนรวม การเห็นแกประโยชนสาธารณะมากกวา ประโย ชนสวนบุคคล เพราะหากบุคคลคาํ นึงถึงแตสทิ ธิเสรีภาพของตนเองโดยไมสนใจสทิ ธเิ สรภี าพของคน อนื่ กจ็ ะ ความเหน็ แกตวั ย่งิ ถามีการพัฒนาการขึน้ เปนผูปกครองก็จะกลายเปนผูปกครองท่ีเผด็จการณ คุณสมบตั ิทาง คณุ ธรรมและจริยธรรมของพลเมอื งดี - การยึดและปฏิบตั ิตามหลักศาสนา - การเปนคนดีในสงั คม - การเคารพ ในสทิ ธิศักดศ์ิ รีของมนุษยโดยเทาเทยี มกัน 38 - การยอมรบั ความแตกตางทางความคดิ - ความเคารพสทิ ธใ์ิ น การแสดงความคิดเห็นของผูอ่ืน - การตระหนกั และแสดงความรบั ผิดชอบตอสาธารณะ - การตระหนกั ในหน าทขี่ องพลเมืองท่มี ตี อสวนรวม - การเห็นแกประโยชนสาธารณะมากกวาประโยชนสวนบุคคล คุณธรรมและ จรยิ ธรรมของบุคคลท่มี ตี อสงั คมในสังคมประชาธปิ ไตย คุณธรรมและจรยิ ธรรมของบคุ คลทพี่ ึงมีตอสังคม หมายถงึ การมีคุณงามความดีในการทาํ หนาที่ พลเมืองของประธิปไตย ความสาํ คญั ของประเด็นนีอ้ ยูที่ การเมืองการปกกครองในระบอบประชาธิปไตยทด่ี ีไมใช ข้ึนอยกู บั การมผี ูปกครองท่ีดมี ีคุณธรรม การทําหนาที่ ใหบรกิ ารประชาชน บําบัดทุกข บํารงุ สขุ ใหกับประชาชน เทาน้ัน แตยงั ข้ึนอยูกับการทําหนาทต่ี อประเทศชาติ ของประชาชนดวยคณุ ธรรมและจริยธรรมของบุคคลท่ีมีตอ สงั คมในสงั คมประชาธิปไตย ประกอบดวย การมี รูปแบบความคิดสรางสรรคทางบวกในการแสดงบทบาทอยาง แขง็ ขนั ในการรวมพฒั นา และแกไขปญหาของ สงั คมดวยตางๆเชน - การมีสวนรวมในการตดั สนิ ใจประเด็นสาธารณอยางแข็งขนั - การมสี วนรวมในการ กระทําเพื่อสวนรวมดวยความเต็มใจ - การสนับสนนุ การเสริมสรางความแขง็ ขันของชุมชน - การปฏบิ ัติตาม กฎหมายและระเบยี บของบานเมอื ง/เคารพในกฎกติกาของสงั คม - การตดิ ตามตรวจสอบการทาํ งานของผู บรหิ ารและหนวยงานของรัฐ ทง้ั นกี้ ารมีบทบาทดงั กลาวหากทาํ ดวยความไมมีคุณธรรมจรยิ ธรรม ก็กอใหเกิด
ความวุนวายเดือดรอน และทําใหเกิดความแตกแยกในสงั คม จนถงึ การลมลางระบบการเมืองการปกครอง กลายเปนอนาธปิ ไตยแทน ประชาธิปไตยไดในบางกรณกี ็อาจกลายเปนเคร่อื งมือของคนท่ีไมหวงั ดตี อประเทศ ชาติ คณุ ธรรมจรยิ ธรรมของนักพฒั นาในสงั คมประชาธปิ ไตย คณุ ธรรมจรยิ ธรรมของนักพัฒนา หมายถึง จริยธรรมในการปฏบิ ตั ิหนาท่ีวชิ าชพี ของนกั พฒั นาท่ีดี และ การดาํ รงตนในสังคมอยางนักพัฒนาที่ดี มี ความสําคัญตอการพัฒนาและรักษาดํารงไวซึ่งระบบการเมืองการ ปกครองในระบอบประชาธิปไตยของบา นเมอื ง อาจกลาวไดวาเปนจรรยาบรรณ หรอื มาตรฐานวชิ าชพี ของ นกั พฒั นาก็ไดจริยธรรมในการปฏิบตั หิ น าทีใ่ นวิชาชีพของนักพัฒนาทีด่ ี และการดาํ รงตนในสังคมอยาง นักพฒั นาทด่ี ี ประกอบดวย - ความรับผิดชอบ ในการนําความรูไปใชในทางการเมอื งการปกครอง - เผยแพรความรูความเขาใจดวยการเมอื งการปกครองใน ระบอบประชาธิปไตยแกสงั คม - ความสจุ ริตในการแสดงความคิดเห็นตอระบบการเมืองการปกครองและสงั คม - ปกปองหลักการอิสรภาพ เสรภี าพ และความเสมอภาค - สนบั สนุนและการปกปองการเมอื งการปกครองใน ระบอบประชาธปิ ไตย - ตอตานการใชอํานาจการเมืองการปกครองในทางทีผ่ ิดและเสียหายตอประเทศชาติ 39 เรอื่ งที่ 3 การมีจิตอาสาในการดําเนินชวี ิตรวมกับผูอนื่ ในชมุ ชน สังคมกจิ กรรมอาสาสมัคร เปนกระบวน การของการฝก “การให” เพ่ือขดั เกลาละวางตัวตน บมเพาะ ความรกั ความเมตตาผูอ่นื โดยไมมเี ขื่อนไข ท้งั นี้ กระบวนการของกจิ กรรม ซงึ่ เปนการยอมสละตนเพื่อรบั ใช และชวยเหลอื แกไขวกิ ฤติปญหาของสังคม อาสาสมัครจะไดเรียนรูละเอยี ดออนตอส่งิ ที่เกิดขน้ึ รอบตวั มากขึ้น สมั ผัสความจรงิ เชื่อมโยงเหตุและปจจยั ความสุขและความทุกข เจรญิ สตใิ นการปฏบิ ตั งิ านที่ศาสนาพทุ ธเรียกวา พรหมวิหาร 4 คอื เมตตา กรุณา มุทติ า และอุเบกขาเพ่ือใหเกดิ “การให” ท่ีดีกิจกรรมอาสาสมัคร จึงเปน กระบวนการที่ชวยใหบคุ คลไดขดั เกลาตนเองเรียนรูภายในและเกดิ ปญญาได ทผ่ี านมาไทยอาจเคยชินกบั การทําความดีดวยการใชเงินลงทุนใน บุญ ไมคอยอยากออก แรงชวยเหลือ เพราะถือวา การทําบุญกบั สิง่ ศักด์สิ ทิ ธิ์ หรอื ผูที่มีบุญบารมจี ะทาํ ใหคนๆ นนั้ ไดบุญมากข้ึน คน ไทยจึงมกั ทําบุญกับพระบริจาคเงินสรางโบสถ แตละเลยการ “ชวยเหลือเพ่ือนมนษุ ย” นอกเหนือจากการอาสาทําดีในรูปแบบกจิ กรรมแบบนารักๆ ดวยการปลกุ ปา ขจี่ กั รยานลดโลกรอน ชวยเหลอื เด็ก ชวยเรอื่ งการศกึ ษา ฯลฯ โดยไมไปขวางทางโจรหรือทางโกงแลว ยังมกี จิ กรรมทําดีในรูปแบบใหม ซ่งึ อาจ ถอื เปนการเตมิ เต็มการทําประโยชนตอสงั คมท่ผี ูสนใจ ในดานการอาสาทาํ ดีสามารถนําไปใชได เรอ่ื งที่ 4 ความ ภมู ิใจในความเปนไทยเพ่ือสงเสรมิ ความปรองดอง ความเปนไทยเราพอจะแยกไดหลายระดบั ตามความตืน้ ลึก ของความเปนไทย เม่ือมองอยางผิวเผินก็ ตอบไดวา “อยูที่คนไทย” หรอื “อยูทีป่ ระเทศไทย” ซง่ึ ยังมองเพียง ผวิ เผินเทาน้ัน แตถาจะมองใหลึกข้นึ ไปอกี ความเปนไทยจะอยูทีส่ ถาบนั ท้งั 3 คอื “ชาติ ศาสนา พระมหา กษัตริย” ถาขาดสง่ิ ใดส่ิงหนึง่ ไปความเปนไทยก็ จะไมมี ถาจะมองใหลกึ ข้นึ ไปอกี ความเปนไทยจะอยูที่ “เอก ลักษณเฉพาะของคนไทย” เชน ภาษาไทย เคร่ือง แตงตวั กิริยามารยาท ศาสนา ศิลปะ ดนตรีไทย กีฬา ขนบธรรมเนียมประเพณี เปนตน ถาไมมีสง่ิ เหลานีค้ วาม เปนไทยก็ไมมี ถาจะมองใหลกึ ข้ึนไปอีกความเปนไท ยจะอยูท่ี “ชวี ิตทเ่ี รียบงายสงบไมเบียดเบียนใคร”คอื คนไทยนั้นมี ความเปนอยูทไ่ี มฟงุ เฟอฟุมเฟอย และใจดี ชอบชวยเหลอื คนอน่ื น้คี ือความเปนไทยที่สาํ คญั อยางหน่งึ ถาจะมองใหลึกเขาไปอีก ความเปนไทยท่จี ะอยู “คุณธรรมภายในจติ ใจ”คือคนไทยจะเปนคนกตญั ู กตเวที ซื่อสตั ย จิตใจ เสียสละ สามัคคี อดทน เอ้ือเฟ อเผ่อื แผ เชอ่ื ฟงและเคารพผูใหญคนแกคนเกง เปน ตน ซ่ึงคนไทยแทๆจะมีคุณธรรมเหลานี้ ถา จะมองใหลึกถึง
ทส่ี ดุ แลวความเปนไทยจะอยูที่ ’’ความเปนอิสระ’’คือไมขึ้นกบั ใคร ไมชอบเปนทาส ใคร ท้ังทางรางกายและจิต ซึ่งคาํ วา’’ไทย’’ กแ็ ปลวา อิสระ คือทง้ั รางกายเปนอิสระ และจติ ใจกเ็ ปนอสิ ระ ซึง้ อสิ ระทางจิตใจก็คือ ไมถูก อํานาจฝายตาํ่ ครอบงาํ สรุปวา ความเปนไทยน้ีมีหลายระดับ ซ่งึ ปจจุบนั เราจะเหลือความเปน ไทยกนั สักเทาใด กล็ องมองดู เพราะปจจุบนั วฒั นธรรมตางชาตไิ ดเขามาครอบงําเดก็ และเยาวชนของเรากนั จนไม รเู สียแลวว าความเปนไทย อยูที่ตรงไหน มองไปทางไหนก็เห็นแตรางกายเทานั้นที่เปนคนไทย แตการปฏบิ ัติกลบั แทบไมมี ความเปนไทย เลย จงึ ทาํ ใหทั้งนาเสียดายวาสิ่งที่ดีงามจะสูญหายไป และนาอับอายตางชาติท่เี ขายงั รักษาเอ กลกั ษณของชาติ เขาเอาไวได ถาทกุ คนสามารถรักษาเอกลักษณความเปนไทยไวได ปญหาความขัดแยงตางก็ จะนอยลง หรือหมด ไปได เพราะโดยพ้ืนฐานเอกลักษณความเปนไทยแลวนนั้ มแี ตสงเสริมใหเกดิ ความสามคั คี ไมแตกแยก
Search
Read the Text Version
- 1 - 7
Pages: