รู รบั (มอื ) ปรับตัว ปองกัน ความเสยี่ งตอสขุ ภาพจากสง่ิ แวดลอ ม
รู้ รบั (มือ) ปรบั ตวั ป้องกนั ความเส่ยี งตอ่ สขุ ภาพจากส่งิ แวดลอ้ ม ครวู้ ารมบั เส(่ยี มงตือ่อ)สปขุ ภราับพตจาวั กสป่ิง้ อแวงดกล้อันม 1
รู้ รับ(มือ) ปรับตัว ป้องกนั ความเส่ยี งต่อสุขภาพจากส่ิงแวดล้อม รควู้ ารมบั เส(่ยี มงือตอ่)สุขปภราบัพจตาัวกสป่งิ แ้ อวดงลก้อันม จดั ท�ำและเผยแพร่โดย กองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข โทรศัพท์ : 0-2590-4484 โทรสาร : 0-2590-4356 2 Website : http://hia.anamai.moph.go.th ออกแบบโดย โครงการผลิตส่ือและมัลติมีเดยี สมาคมสง่ เสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญีป่ ุ่น) โทรศัพท์ : 0-2258-0320-5 ต่อ 1730 โทรสาร : 0-2662-1096 สงวนลิขสทิ ธิ์ : ในประเทศไทย ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธ์ิ โดยกองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวง สาธารณสุข ไม่อนุญาตให้คัดลอก ท�ำซ�้ำ หรือดัดแปลง ส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ นอกจากได้รับอนุญาตเป็น ลายลกั ษณอ์ กั ษรจากเจา้ ของลขิ สทิ ธเ์ิ ทา่ นนั้
รู้ รับ(มอื ) ปรบั ตวั ป้องกัน ความเส่ยี งต่อสขุ ภาพจากส่งิ แวดล้อม ค�ำน�ำ มนุษย์และสิ่งแวดล้อมมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด การกระท�ำของมนุษย์มีผลต่อการเปลี่ยนแปลง 3 สง่ิ แวดลอ้ มทงั้ ทางตรงและทางออ้ ม จากการเพมิ่ ขนึ้ ของประชากร พฤตกิ รรมการบรโิ ภคสนิ คา้ และการใชบ้ รกิ าร ที่มีความหลากหลายและซับซ้อนมากข้ึน ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ส่งผลให้เกิดการใช้และท�ำลาย ทรพั ยากรธรรมชาตอิ ยา่ งรวดเรว็ เกดิ ปญั หาโลกรอ้ น และปญั หาสงิ่ แวดลอ้ มทเี่ พมิ่ ขนึ้ ตามมา จงึ มโี อกาสทำ� ใหเ้ พมิ่ ความเสี่ยงต่อสุขภาพและการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ ทั้งจากการปนเปื้อนสารเคมี จากมลพิษส่ิงแวดล้อมท่ีเกิดขึ้น ทงั้ ภายในบา้ นและภายนอกบา้ น เปน็ ตน้ ชดุ ความรเู้ ลม่ นี้ กรมอนามยั จดั ทำ� ขนึ้ เพอ่ื ใหป้ ระชาชน รทู้ นั สถานการณ์ รบั มอื กบั เหตกุ ารณ์ ปรบั ตวั และ ป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ รวมถึงหลีกเล่ียงความเส่ียงท่ีอาจกระทบต่อการด�ำเนินชีวิต และท�ำให้ประชาชนมี ความเข้าใจความเส่ียงต่อสุขภาพจากสิ่งแวดล้อมในเบ้ืองต้นและปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ซ่ึงเป็นการ สง่ เสรมิ การ “ลดปจั จยั เสย่ี ง เพิม่ ปัจจัยป้องกัน” ให้ประชาชนมสี ขุ อนามยั ดี และมีคุณภาพชีวติ ที่ดีต่อไป
รู้ รับ(มอื ) ปรบั ตัว ป้องกนั ความเส่ยี งตอ่ สุขภาพจากส่ิงแวดลอ้ ม สารบัญ 1. มคาวราู้จมักเสค่ยี �ำงวจ่าา“กสส่ิงาแรวเคดมลแี้อลมะ”สาแรลอะนั “ตครวาายมใเนสบ่ยี ้างนตอ่...ส..ขุ...ภ...า..พ...”.......................................................................................................................... 5 2. 6 2.1 สารเคมซี ักล้างท�ำความสะอาด.......................................................................................................... 7 2.2 สารเคมีใชด้ บั กลน่ิ ............................................................................................................................ 11 ค วา2.ม3เสสา่ียรงเคจมาีกก�ำจมัดลหพรือิษไทลแ่ามงลองา..ก..า...ศ.............................................................................................................................................................................................................. 13 3. 17 3.1 ปัญหาหมอกควัน............................................................................................................................. 18 3.2 ควันธปู กระดาษเงนิ กระดาษทอง ..................................................................................................... 22 3.3 ปง้ิ ย่าง............................................................................................................................................ 25 4 4 . ค วา43..ม14เภเสคยั่ียรรอ่ืงอ้ งจนทา.ำ� .ก.น..ำ�้ก..อ.า.นุ่.ร.ร..เะ.ป.บ..ล.บ.่ยี.แ..นก..๊ส.แ...ป......ล......ง....ส......ภ.....า.....พ......ภ......มู......ิอ......า....ก......า....ศ....................................................................................................................................................................................................................................... 222886 4.2 ภัยหนาว.......................................................................................................................................... 31 4.3 อทุ กภัย............................................................................................................................................ 32 ค วา4.ม4เภสยั่ยี แงล้งแ..ล..ะ..อ...ัน...ต..ร...า..ย...อ..่.นื ..ๆ............................................................................................................................................................................................................................... 3364 5. 5.1 อันตรายจากดอกไมเ้ พลิง จุดพลุ ประทดั ............................................................................................ 36 5.2 ความเสย่ี งจากลูกโป่งสวรรค์............................................................................................................. 37 ก าร5.ล3ดผคลวกราะมทคบวตอ่าสมขุ เสภา่ียพงจตา่อกเสสุขอื้ ภผ้าามพอื จสอางก..ส...่งิ..แ...ว..ด...ล...อ้ ...ม..ด...ว้...ย..ธ...ร..ร...ม...ช..า..ต....ิ......................................................................................... 4328 6. 6.1 ไมป้ ระดบั ดูดสารพษิ ......................................................................................................................... 42 6.2 ชนดิ ของไมป้ ระดับดดู สารพษิ .......................................................................................................................... 43 6.3 ไม้ประดับดดู สารพิษทแี่ นะน�ำให้ปลกู ................................................................................................. 44 เอกสารอ้างอิง............................................................................................................................................. 48
รู้ รบั (มอื ) ปรับตวั ป้องกนั ความเส่ยี งต่อสขุ ภาพจากส่งิ แวดลอ้ ม 5 1. มารูจ้ กั ค�ำว่า “ส่งิ แวดลอ้ ม” และ “ความเส่ียงตอ่ สุขภาพ” ส่งิ แวดลอ้ ม คอื สิง่ ตา่ งๆ ที่อย่รู อบตวั มนษุ ย์ ซึ่งเกดิ ขึ้นโดยธรรมชาติ เชน่ ดนิ น�้ำ อากาศ จลุ นิ ทรยี ์ พชื และสตั ว์ เป็นต้น และส่ิงท่ีมนุษย์ได้ท�ำขึ้น เช่น อาหาร ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค อุปกรณ์อ�ำนวยความสะดวกต่างๆ เคร่ืองจักร เครือ่ งยนต์ เคร่ืองใชไ้ ฟฟ้า เปน็ ตน้ ความเสี่ยงต่อสุขภาพ คือ ส่ิงที่เป็น “อันตราย” ต่อมนุษย์ โดยเฉพาะเม่ือมนุษย์มีโอกาสได้รับสิ่งแปลกปลอม สารเคมตี กคา้ ง สารมลพษิ หรอื เชอื้ โรค ทปี่ ะปนอยใู่ นสง่ิ แวดลอ้ มเขา้ ไป ทำ� ใหร้ า่ งกายเจบ็ ปว่ ยและเกดิ โรคตา่ งๆ ตามมา ประชาชนกลุ่มเสี่ยง คือ คนที่สัมผัสกับความเสี่ยงต่อสุขภาพ แล้วมีอาการเจ็บป่วยหรือไม่สบายได้ง่าย เน่ืองจากร่างกายอ่อนแอ และมีความไวต่อการรับสัมผัสมากกว่าคนอื่น ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงต้ังครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ท่ีมี โรคประจำ� ตวั
รู้ รับ(มอื ) ปรบั ตัว ป้องกนั ความเส่ยี งต่อสุขภาพจากส่ิงแวดล้อม 2. ความเส่ียงจากสารเคมีและสารอันตรายในบ้าน 6 โดยทวั่ ไปผลติ ภณั ฑท์ ใี่ ชใ้ นครวั เรอื น บางชนดิ มสี ารเคมเี ปน็ สว่ นประกอบ สารเคมเี หลา่ นอ้ี าจกอ่ ใหเ้ กดิ ปญั หา สิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เน่อื งจากการใช้สารเคมอี นั ตราย การกำ� จัดของเสยี อยา่ งไมถ่ กู ต้อง ความรนุ แรงท่ีเกิดข้นึ มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิดและองค์ประกอบของสารเคมี ปริมาณท่ีได้รับ ทั้งน้ีผลกระทบต่อสุขภาพอาจเริ่มจาก ท�ำให้ระคายเคืองผิวหนังและเยื่อบุอ่อนของระบบทางเดินหายใจ แต่หากได้รับสารเคมีบางชนิดในปริมาณมาก จะเกิดการทำ� ลายระบบประสาทสว่ นกลาง ทำ� ให้หมดสติได้ หรอื หากไดร้ ับสารเคมเี ป็นเวลานาน จะมีปัญหาการ เปน็ พษิ แบบเรอ้ื รงั ตอ่ ทกุ ระบบของรา่ งกาย แตอ่ ยา่ งไรกต็ าม หากมกี ารใชผ้ ลติ ภณั ฑอ์ ยา่ งถกู ตอ้ งกจ็ ะลดความเสย่ี ง ที่เกิดขึ้นตอ่ สุขภาพได้ ในทนี่ ้ีขอกลา่ วถงึ การใชผ้ ลติ ภัณฑ์ในครัวเรอื นอยา่ งปลอดภยั 10 ชนิด ดังน้ี
รู้ รบั (มอื ) ปรับตัว ป้องกนั ความเส่ยี งตอ่ สขุ ภาพจากส่งิ แวดลอ้ ม 2.1 สารเคมีซกั ลา้ งท�ำความสะอาด ❚ น้�ำยาเชด็ กระจก เป็นผลิตภัณฑ์ประเภทซักล้าง ส่วนใหญ่มีแอมโมเนียเป็นส่วนผสม ซึ่งสารแอมโมเนียสามารถระเหยเป็น กา๊ ซ และอาจเป็นอันตรายตอ่ ระบบทางเดินหายใจและดวงตาได้ 7 ข้อแนะน�ำในการใช้น้�ำยาเชด็ กระจก 3. ควรปิดฝาขวดน้�ำยาเช็ดกระจกให้สนิท และ 1. หากมีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคหอบหืด เก็บในทีม่ ดิ ชิด หา่ งจากเด็กและอาหาร ควรหลีกเลี่ยงการใช้น�้ำยาเช็ดกระจกท่ีมีส่วนผสม 4. ทง้ิ ภาชนะบรรจนุ ำ้� ยาเชด็ กระจกทใ่ี ชห้ มดแลว้ ของแอมโมเนีย เน่ืองจากมีโอกาสได้รับผลกระทบจาก ลงในถงั ขยะ แตห่ ากจำ� เปน็ ตอ้ งทง้ิ นำ�้ ยาเชด็ กระจกทย่ี งั แอมโมเนยี มากกวา่ คนปกติ ใชไ้ มห่ มด ใหเ้ จอื จางดว้ ยนำ้� ปรมิ าณมากกอ่ นทง้ิ ภาชนะ 2. ในบริเวณที่ใช้น�้ำยาเช็ดกระจกประเภท แอมโมเนียในห้อง ควรเปิดหน้าต่างหรือใช้พัดลมเป่า เพือ่ ให้มกี ารถา่ ยเทหรือระบายอากาศท่ดี ี ขอ้ ควรระวงั : หา้ มผสมผลติ ภณั ฑท์ ม่ี แี อมโมเนยี เขา้ กบั ผลติ ภณั ฑท์ มี่ สี ารคลอรนี เชน่ นำ�้ ยาฟอกขาวโดยเดด็ ขาด เนอ่ื งจากสารเคมที งั้ สองชนดิ จะทำ� ปฏกิ ริ ยิ ากนั จนเกดิ กา๊ ซคลอรามนี ซึง่ เปน็ สารก่อมะเร็งและเปน็ อันตรายอยา่ งมากตอ่ ระบบทางเดนิ หายใจ
รู้ รบั (มือ) ปรับตัว ป้องกนั ความเส่ยี งตอ่ สขุ ภาพจากส่ิงแวดล้อม ❚ น้ำ� ยาทำ� ความสะอาดพรม / เบาะ ❚ ผงซกั ฟอกและน้ำ� ยาซักผ้า เปน็ ผลติ ภณั ฑท์ ใ่ี ชก้ ำ� จดั คราบสกปรกออกจากพรม เป็นผลิตภัณฑ์ท่ีใช้ช�ำระล้างส่ิงสกปรกออกจาก ที่มีส่วนผสมของเปอร์คลอโรเอทธิลีน และแนฟทาลีน เสอื้ ผา้ เครอ่ื งนงุ่ หม่ ปจั จบุ นั ผลติ ภณั ฑซ์ กั ฟอกในตลาด หรอื อาจเปน็ สารลดแรงตงึ ผวิ ชนดิ อน่ื เชน่ SLES เปน็ ตน้ มี 2 กลมุ่ คอื ผงซกั ฟอก และนำ�้ ยาซกั ฟอกหรอื นำ�้ ยาซกั ไอระเหยทอ่ี อกมาจากนำ้� ยาทำ� ความสะอาดพรมอาจทำ� ผา้ ซงึ่ มที ง้ั ชนดิ ซกั ดว้ ยมอื และซกั ดว้ ยเครอื่ งซกั ผา้ และมี ใหเ้ กดิ อาการหนา้ มืด งว่ งซมึ คล่นื ไส้ เบอื่ อาหาร และ ส่วนประกอบใกล้เคียงกัน แต่ชนิดซักด้วยมือจะไม่มี สามารถก่อให้เกิดมะเรง็ ท�ำลายตับได้ ส่วนผสมที่ระคายเคืองหรือมีฤทธิ์กัดกร่อนมือของผู้ใช้ ขอ้ แนะนำ� ในการใชน้ ้�ำยาทำ� ความสะอาดพรม / เบาะ ส�ำหรับผทู้ ่มี ผี วิ แพ้ง่าย อาจก่อให้เกิดอาการแพผ้ วิ หนัง ทำ� ให้เกดิ โรคภมู แิ พ้ 1. หากจ�ำเปน็ จะต้องใช้ ตอ้ งแนใ่ จวา่ ได้อา่ นฉลาก ก่อนทุกคร้ังเพ่ือการใช้ท่ีปลอดภัย และควรอ่านข้อมูล 8 ความเปน็ อันตรายของผลิตภณั ฑด์ ว้ ย 2. ควรใช้ผ้าปิดจมูกเพ่ือป้องกันการหายใจเอา ไอระเหยเข้าไป 3. ในขณะใชผ้ ลติ ภณั ฑค์ วรเปดิ ประตู หนา้ ตา่ ง หรอื ใชใ้ นบริเวณท่มี ีการถ่ายเทอากาศดี ข้อแนะน�ำในการใชผ้ งซกั ฟอก และน�้ำยาซักผ้า 4. ภายหลงั การทำ� ความสะอาดพรม ควรเปดิ ประตู 1. อ่านฉลากก่อนใช้ทุกคร้ัง เพื่อให้ใช้ผลิตภัณฑ์ หนา้ ตา่ งทง้ิ ไวร้ ะยะหนงึ่ เพอ่ื ระบายไอระเหยออกไปใหม้ าก ซกั ฟอกอย่างเหมาะสมและปลอดภยั ท่ีสุด 2. ใช้ผลิตภณั ฑ์ใหต้ รงตามวัตถุประสงค์ 3. ภายหลังการใช้ ควรล้างมือให้สะอาด แล้วเช็ด ให้แหง้ 4. ผู้ที่มีอาการแพ้ผงซักฟอกหรือมีบาดแผล ท่ีผิวหนัง ไม่ควรสัมผัสน้�ำท่ีผสมผงซักฟอก หากไม่แน่ใจ ควรสวมถงุ มอื ป้องกนั 5. เก็บบรรจุภัณฑ์ให้ห่างจากมือเด็ก ส่วนมาก อันตรายมักเกิดข้ึนจากการกลืนกินเข้าไปด้วยความ เข้าใจผิด
รู้ รบั (มือ) ปรบั ตัว ป้องกัน ความเส่ยี งต่อสขุ ภาพจากส่งิ แวดลอ้ ม ❚ น้�ำยาซกั ผา้ ขาว เป็นผลิตภัณฑ์ท�ำความสะอาดเส้ือผ้าอีกชนิดหน่ึงท่ีใช้ร่วมกับผงซักฟอก เพื่อขจัดคราบสกปรกฝังแน่น เช่น คราบหมึก คราบอาหาร คราบชา กาแฟ เป็นต้น สารเคมีที่เป็นส่วนประกอบส�ำคัญ คือ โซเดียมไฮโปคลอไรด์ ซ่ึงมี คณุ สมบัตขิ จัดคราบ ฟอกผา้ ขาว และมีฤทธ์ิฆา่ เชื้อดว้ ย ข้อแนะนำ� ในการใช้น้�ำยาซกั ผ้าขาว ก๊าซคลอรนี หากสดู ดมเขา้ ไปจะเกดิ พษิ ระคายเคอื งตอ่ 9 1. กอ่ นใชน้ ำ้� ยาซกั ผา้ ขาวทกุ ครงั้ ควรอา่ นฉลาก ระบบทางเดินหายใจ หรือผลิตภัณฑ์ท�ำความสะอาด ใหเ้ ขา้ ใจวธิ ใี ชแ้ ละปฏบิ ตั ติ ามอยา่ งเครง่ ครดั เพอ่ื ปอ้ งกนั ทม่ี แี อมโมเนียเปน็ สว่ นประกอบ เชน่ น�้ำยาเชด็ กระจก อนั ตรายทเี่ กดิ จากการใชอ้ ยา่ งไมถ่ กู ตอ้ ง เพราะจะท�ำให้เกิดก๊าซคลอรามีน ซ่ึงมีความเป็นพิษ 2. หลีกเล่ียงการสัมผัสน้�ำยาซักผ้าขาวโดยตรง เปน็ ตน้ เพราะจะท�ำให้เกิดการระคายเคอื งผวิ หนัง 4. ควรเก็บน�้ำยาซักผ้าขาวในภาชนะพลาสติก 3. ไม่ควรน�ำผลิตภัณฑ์ท�ำความสะอาดอื่นมา ประเภทพวี ซี ี และไมค่ วรเกบ็ นำ้� ยาซกั ผา้ ขาวหรอื เจอื จาง ผสมกับน้�ำยาซักผ้าขาว โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ท่ีมีกรด ผสมนำ้� ในภาชนะโลหะ เพราะจะทำ� ปฏกิ ริ ยิ ากนั ได้ เปน็ องคป์ ระกอบ เชน่ นำ�้ ยาลา้ งหอ้ งนำ�้ บางชนดิ เพราะ 5. เก็บน�้ำยาซักผ้าขาวให้พ้นจากความร้อนหรือ กรดจะท�ำปฏิกิริยากับโซเดียมไฮโปคลอไรด์ เกิดเป็น แสงแดด มิฉะนั้นอาจท�ำให้อายุการใช้งานและ ประสทิ ธภิ าพลดลง ขอ้ ควรระวงั : น้�ำยาซักผ้าขาว มีฤทธิ์กัดกร่อนสูง หากเทลงผิวหนังโดยตรงอาจท�ำให้เกิดการกัดกร่อนผิวหนัง และหากเทใส่เสื้อผ้าอาจท�ำให้ผ้าขาด เป็นรูได้ จึงต้องอ่านฉลากแนะน�ำหรือวิธีการใช้ให้ถูกต้องว่าควรเจือจางด้วยน้�ำปริมาณเท่าใด และควรระวังการใช้กับวัตถุท่ีเป็นโลหะหนัก เช่น เหล็ก ทองแดง นกิ เกลิ เปน็ ตน้
รู้ รบั (มอื ) ปรับตัว ป้องกนั ความเส่ยี งตอ่ สุขภาพจากส่ิงแวดลอ้ ม ❚ น�้ำยาล้างหอ้ งนำ้� เป็นที่นิยมใช้อย่างแพร่หลาย เพราะช่วยให้ผู้ใช้ท�ำความสะอาดได้ง่ายขึ้น กรดไฮโดรคลอริกหรือกรดเกลือ เปน็ สว่ นประกอบสำ� คญั ในนำ้� ยาลา้ งหอ้ งนำ�้ ทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพในการทำ� ความสะอาดชะลา้ งรอยเปอ้ื นภายใน 5 นาที และยังสามารถกัดกร่อนโลหะได้เป็นอย่างดี จึงใช้ผสมน้�ำท�ำความสะอาดห้องน้�ำ เพื่อขจัดคราบตามผนังและ พน้ื หอ้ งนำ้� รวมทง้ั อา่ งนำ�้ กระเบอ้ื งและโถสว้ ม กรดไฮโดรคลอรกิ สามารถเขา้ สรู่ า่ งกายไดโ้ ดยการสมั ผสั การหายใจ และการกลนื กิน ซึ่งท�ำใหเ้ ป็นอันตรายต่อสุขภาพ 10 ข้อแนะน�ำในการใช้น�้ำยาลา้ งหอ้ งน้�ำ 1. ขณะใช้ควรสวมถุงมือยางและรองเท้ายาง 5. ควรเกบ็ ในทแี่ หง้ ไกลจากความรอ้ น แสงแดด และต้องล้างถงุ มอื ยาง รองเทา้ ยางและมอื ดว้ ยน�้ำและ เปลวไฟ วตั ถหุ รอื สารไวไฟ รวมถงึ โลหะหนกั เนอ่ื งจาก สบู่ทุกครั้ง กรดไฮโดรคลอริกสามารถท�ำปฏิกิริยากับโลหะจนได้ 2. ควรใช้ผ้าปิดจมูกเพ่ือป้องกันการหายใจเอา แก๊สไฮโดรเจนทีต่ ดิ ไฟได้งา่ ย ซงึ่ ท�ำใหเ้ กดิ อคั คภี ยั และ ไอระเหยเข้าไป การระเบดิ ได้ 3. ระวงั อยา่ ใหเ้ ขา้ ตา ถกู ผวิ หนงั หรอื สดู ดม และ 6. เม่ือใช้หมดแล้วควรทิ้งหรือท�ำลายภาชนะ ห้ามรบั ประทาน บรรจุอย่างเหมาะสม ห้ามน�ำไปใส่อาหารหรือของ 4. ควรแยกเกบ็ ไวใ้ นทมี่ ดิ ชดิ เปน็ สดั สว่ นหา่ งจาก บรโิ ภคอนื่ และหา้ มทง้ิ ผลติ ภณั ฑล์ า้ งหอ้ งนำ้� ลงในแมน่ ำ้� เด็กและสัตว์เล้ียง และอย่าเก็บรวมหรือวางปะปนกับ คูคลอง แหล่งน้�ำสาธารณะ เน่ืองจากจะเป็นอันตราย อาหาร ตอ่ สิ่งมชี ีวิตในส่ิงแวดล้อม
รู้ รบั (มือ) ปรับตัว ป้องกนั ความเส่ยี งตอ่ สขุ ภาพจากส่งิ แวดล้อม 2.2 สารเคมีใช้ดบั กลน่ิ ❚ สเปรย์ปรบั อากาศ 11 ปจั จบุ นั มสี เปรยห์ รอื นำ�้ หอมปรบั อากาศใหเ้ ลอื ก ข้อแนะนำ� ในการใชส้ เปรยป์ รับอากาศ ใชม้ ากมาย ทง้ั แบบนำ้� เจล สเปรย์ หรอื แบบระเหยดว้ ย ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ท่ีไม่มีน�้ำหอมเป็นส่วน ความร้อนตามความชื่นชอบ เพ่ือก�ำจัดกล่ินไม่พึง ผสมโดยเฉพาะกบั คนทรี่ า่ งกายออ่ นแอ หรอื มโี รคประจำ� ประสงค์หรือกลิ่นอับช้ืนในห้องต่างๆ เช่น ห้องนอน ตวั ผสู้ งู อายุ เดก็ เล็ก และสตั ว์เล้ยี ง หากมีความจำ� เป็น หอ้ งนำ�้ หอ้ งครวั เปน็ ตน้ สาเหตขุ องกลน่ิ ไมพ่ งึ ประสงค์ ในการใช้ผลิตภัณฑ์ ควรหลีกเล่ียงการสูดดมเป็นเวลา เหลา่ น้ี สว่ นใหญเ่ กดิ จากเชอ้ื แบคทเี รยี เชอื้ รา หรอื เชอื้ นานๆ โดยเฉพาะในห้องเล็กๆ อับทึบ เช่น ห้องนอน จุลินทรีย์ต่างๆ การใช้สเปรย์หรือน�้ำหอมปรับอากาศ ขนาดเล็ก หรือเปล่ียนมาใช้วิธีธรรมชาติในการก�ำจัด ช่วยกลบกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ แต่ไม่สามารถช่วย กลิ่นไม่พึงประสงค์ โดยเปิดห้องให้อากาศถ่ายเทมาก ลดจ�ำนวนแบคทีเรีย เชื้อรา หรือเช้ือจุลินทรีย์ให้ลดลง ขึ้น วางผงกาแฟไว้ในห้อง ฝานมะนาวเป็นแว่นบางๆ สง่ ผลใหไ้ ดร้ บั สารพษิ และเชอ้ื โรคทมี่ ากขน้ึ ซงึ่ อาจทำ� ให้ ใสไ่ วใ้ นถงั ขยะ นำ� ถาดขบี้ หุ รอ่ี อกไปจากหอ้ ง กจ็ ะทำ� ให้ เกดิ การเจบ็ ปว่ ย ผวิ แพง้ า่ ย เปน็ ภมู แิ พไ้ ด้ ห้องสะอาดข้นึ ไดโ้ ดยไม่จ�ำเปน็ ต้องพ่งึ สารเคมี ส�ำหรับ การกำ� จดั กระปอ๋ งสเปรยป์ รบั อากาศ กรณเี ปน็ กระปอ๋ ง อัดความดัน ห้ามน�ำไปเผาไฟ เพราะอาจท�ำให้ระเบิด เปน็ อันตรายได้
รู้ รับ(มือ) ปรับตวั ป้องกนั ความเส่ียงตอ่ สุขภาพจากส่ิงแวดล้อม ❚ ลูกเหมน็ เป็นผลิตภัณฑ์ใกล้ตัวที่ใช้กันแพร่หลายเพ่ือป้องกันแมลงกัดกินเสื้อผ้าในตู้เส้ือผ้าหรือใช้ดับกล่ินในห้องน้�ำ มที ้งั ชนดิ ก้อน ชนิดเมด็ และชนิดผลกึ ซงึ่ ประกอบดว้ ยสารเคมีทช่ี อ่ื ว่า แนฟทาลนี สารนี้สามารถระเหดิ หรอื เปล่ียน สถานะจากของแข็งกลายเปน็ ไอทอ่ี ณุ หภูมิหอ้ ง มีกลิ่นฉนุ และมฤี ทธิ์ไล่แมลง และสามารถกลบกลิน่ อนื่ ๆ ได้ ข้อแนะนำ� ในการใชล้ กู เหมน็ 1..เมื่อไม่ใช้งาน ควรปิดฝาภาชนะบรรจุให้แน่น เก็บในท่แี ห้งและเย็น ที่มกี ารถ่ายเทอากาศได้ดี เก็บให้ ห่างจากแหล่งก�ำเนิดประกายไฟและความร้อน และ พ้นมอื เดก็ 2..กอ่ นจะใชเ้ สอื้ ผา้ หรอื ผา้ หม่ ทสี่ มั ผสั กบั ลกู เหมน็ 12 ให้น�ำออกมาตากแดดหรือผ่ึงลม เพื่อก�ำจัดกล่ินและ ไอระเหยของแนฟทาลีนที่ตกค้างเสียก่อน และควรซัก อีกคร้งั กอ่ นท่จี ะสวมใส่ 3. หลีกเลี่ยงการใช้ลูกเหม็นกับเส้ือผ้าเด็กและ ทารก และควรลดปรมิ าณการใชล้ กู เหมน็ โดยไมจ่ ำ� เปน็
รู้ รบั (มือ) ปรับตัว ป้องกนั ความเส่ยี งตอ่ สขุ ภาพจากส่งิ แวดล้อม 2.3 สารเคมกี �ำจัดหรือไลแ่ มลง คลอไพรฟิ อส สารฆา่ แมลงทมี่ ไี นโตรเจนและซลั เฟอร์ เป็นส่วนประกอบ คือ โพรพอเซอร์ สารฆ่าแมลง กลมุ่ ไพรที รอยดเ์ ปน็ สารประกอบ นยิ มใชก้ �ำจดั แมลง เช่น ยาจุดกันยุง เหยื่อล่อแมลง เช่น ไฮดราเมทินอน และสารฆา่ แมลงอนื่ ๆ ทมี่ ผี ลกึ คลา้ ยเกลอื มคี วามคงตวั ละลายนำ้� ได้ เชน่ กรดบอริก เป็นตน้ ข้อแนะน�ำในการใชย้ ากำ� จดั ปลวก - มอด และสารฆ่าแมลง 1. ควรสวมถุงมือ หน้ากาก และอุปกรณ์ป้องกัน 13 ท่เี หมาะสม เม่ือตอ้ งใชส้ ารฆา่ แมลง ❚ ยาก�ำจดั ปลวก - มอด และสารฆ่าแมลง 2. ขณะใชส้ ารฆา่ แมลงตอ้ งอยเู่ หนอื ลม ระวงั อยา่ ให้ เข้าปาก ตา จมูก หรอื ถกู ผวิ หนังและเสอื้ ผา้ เปน็ สารฆา่ แมลงชนดิ หนง่ึ ทน่ี ยิ มใชท้ วั่ ไปมหี ลาย 3. เมอื่ เสรจ็ จากการใชส้ ารฆา่ แมลง ควรรบี ลา้ งมอื ชนดิ เชน่ ชนดิ เทราดลงดนิ ชนดิ ทาปอ้ งกนั เนอ้ื ไม้ และ ลา้ งหนา้ อาบน้ำ� สระผม เปลย่ี นเส้ือผ้า และซกั ชุดท่สี วม ชนดิ ผง เพอื่ ปอ้ งกนั และกำ� จดั ปลวก มด มอด และแมลง ทำ� งานใหส้ ะอาด ท่ีอาศัยในดิน เป็นพิษต่อคนและสัตว์ สารฆ่าแมลง 4. ห้ามใชย้ าก�ำจัดปลวกกบั พชื หรอื สัตว์ชนิดอนื่ ๆ สามารถเข้าสู่ร่างกายได้โดยการหายใจ การกิน และ 5. ห้ามล้างหรือทิ้งภาชนะบรรจุหรืออุปกรณ์ท่ีใช้ การซึมผ่านผิวหนัง ท�ำให้เกิดความระคายเคืองต่อ ผสมสารฆา่ แมลงลงในแม่น้ำ� คคู ลอง แหลง่ น้ำ� สาธารณะ ผวิ หนงั และตา ระบบทางเดนิ หายใจ ปวดศรี ษะ คลนื่ ไส้ 6. ควรเก็บสารฆ่าแมลงในที่มิดชิด ห่างจากเด็ก อาเจียน หากได้รับปริมาณมาก อาจหมดสติและ อาหาร สตั ว์เล้ียง เปลวไฟ หรอื ความร้อน เสียชีวิตได้ สารฆ่าแมลง ได้แก่ สารฆ่าแมลงที่มี 7. หากสารฆ่าแมลงกระเด็นเข้าตา ให้รีบล้างด้วย ฟอสฟอรัส เป็นส่วนประกอบ คือ ไดคลอวอสและ น้�ำสะอาดจนอาการระคายเคืองทุเลา หากไม่ทุเลาให้รีบ ไปพบแพทย์ หรือหากกลืนกินเข้าไป ห้ามท�ำให้อาเจียน ให้รีบน�ำส่งแพทย์พร้อมภาชนะบรรจุท่ีมีฉลาก หรือ ใบแทรกท่มี รี ายละเอยี ดของสารฆ่าแมลงชนดิ น้นั ๆ
รู้ รับ(มอื ) ปรบั ตัว ป้องกัน ความเส่ยี งต่อสขุ ภาพจากส่ิงแวดล้อม ❚ สารก�ำจดั หมดั เหบ็ ขอ้ แนะน�ำในการใช้สารกำ� จัดหมัด เห็บ สนุ ขั และแมวจดั เปน็ สตั วเ์ ลย้ี งประจำ� บา้ นยอดนยิ ม แตส่ นุ ขั และแมวมหี มดั และเหบ็ และมกั พบมากในชว่ ง 1. ใช้ผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้องตามวิธี ข้อบ่งใช้ ฤดฝู น เนอ่ื งจากความชน้ื พอเหมาะตอ่ การฟกั ตวั ของไข่ ขอ้ ควรระวงั และคำ� เตอื นทรี่ ะบไุ วบ้ นฉลากของผลติ ภณั ฑ์ ของเหบ็ สนุ ขั สารกำ� จดั หมดั และเหบ็ มที ง้ั แชมพอู าบนำ้� และตอ้ งไมส่ มั ผสั กบั ยาโดยตรงหรอื สดู ดมเขา้ ไป สเปรย์พ่น ยาฉีด และยาหยอดภายนอก โดยเฉพาะ 2. หลอดยาท่ียังไม่ได้เปิดใช้ให้เก็บในท่ีมิดชิด ยาหยอดภายนอกที่ใช้งานสะดวกและได้ผลดี มีความ อณุ หภมู ิไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส และเก็บใหห้ ่างจาก ปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยง จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความ เดก็ อาหาร สัตว์เล้ียง เปลวไฟ และความรอ้ น นยิ มสงู สว่ นประกอบทสี่ ำ� คญั ในสารกำ� จดั หมดั เหบ็ คอื ฟโิ ปรนลิ โดยเปน็ พษิ ตอ่ ระบบประสาทในแมลง จงึ คอ่ น ขา้ งปลอดภัย แต่หากมกี ารสัมผสั โดยตรง อาจเกิดการ 14 แพ้หรอื ระคายเคอื งได้
รู้ รบั (มอื ) ปรบั ตวั ป้องกนั ความเส่ยี งตอ่ สุขภาพจากส่งิ แวดลอ้ ม ❚ สารไล่ยงุ ข้อแนะนำ� ในการใชส้ ารทาป้องกนั ยงุ 15 1. สารทาป้องกันยุงท่ีได้รับการรับรองจาก ยงุ เปน็ พาหะทสี่ ามารถนำ� โรคมาสคู่ น การปอ้ งกนั สำ� นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา หรอื อย. มคี วาม ยงุ กดั จึงเปน็ หน่ึงในการป้องกันโรคท่ตี ดิ ตอ่ โดยยงุ สาร ปลอดภยั ต่อผู้ใช้ ก�ำจดั ยุงในปจั จบุ ัน พบไดห้ ลายชนิด เชน่ 2 ควรอ่านฉลากก่อนใช้ และปฏิบัติตามค�ำ 1) สารทาปอ้ งกันยุง เม่อื ร่างกายของคนปล่อย แนะน�ำในฉลาก การใช้ผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้องจะท�ำ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ท่ีออกมากับลมหายใจ กลิ่น ให้การไล่ยุงมีประสิทธิภาพ และลดอันตรายที่เกิดจาก และสารเหล่านี้จะเป็นตัวดึงดูดให้ยุงเข้ามากัด ซ่ึงยุง การใช้ผลติ ภณั ฑ์ไม่ถกู ตอ้ งได้ มีประสาทรับรู้กลิ่นเพื่อตรวจจับกลิ่นและระบุต�ำแหน่ง 3. เด็กเล็กอายุต่�ำกว่า 4 ปี ไม่ควรใช้สารทา ของเหย่ือ สารทาป้องกันยุงไม่ใช่สารฆ่าแมลง แต่ ปอ้ งกนั ยงุ ความเขม้ ขน้ สงู และไมค่ วรทาสารปอ้ งกนั ยงุ ป้องกันยุงไม่ให้ยุงกัด โดยใช้สารทาผิวหนังของผู้ใช้ ให้เดก็ ต�ำ่ กว่า 2 ปี ท�ำให้ยุงไมไ่ ดก้ ลนิ่ โดยสารทาปอ้ งกันยงุ สามารถไล่ยงุ 4. หากทาแลว้ รสู้ กึ รอ้ นทผ่ี วิ หนงั ใหล้ า้ งออกดว้ ย ไดใ้ นระยะ 2 - 3 น้ิวจากผวิ หนังที่ทา ผลข้างเคยี งที่อาจ สบู่และน้�ำ และควรเปล่ยี นไปใชย้ าจดุ กันยงุ แทน เกิดจากสารทาป้องกันยุง คือ การระคายเคือง โดย 5. ควรทดสอบกอ่ นใชโ้ ดยการทาหรอื พน่ ทข่ี อ้ พบั ถา้ ไดร้ บั ทางปากอาจทำ� ใหร้ ะคายเคอื งในปากและลำ� คอ แขน ถา้ ไมเ่ กดิ อาการแพห้ รอื ระคายเคอื ง จงึ ทาบรเิ วณ ทำ� ใหเ้ นอ้ื เยอื่ ในระบบทางเดนิ อาหารบวมแดง หรอื ไหม้ อน่ื ได้ หากได้รับในปริมาณมากและความเข้มข้นสูง 6. ภายหลงั การใช้ ควรลา้ งมอื ใหส้ ะอาดกอ่ นหาก อาจทำ� ให้เกดิ อาการอนื่ ๆ ได้แก่ ลมพิษ ผ่นื แดง ระคาย จะหยบิ จับอาหาร เคอื ง ปากชา มึนงง ไมม่ สี มาธิ ปวดหวั คลื่นไส้ อาเจียน 7. ควรใชเ้ มอื่ จำ� เปน็ เทา่ นน้ั และอยา่ ใชต้ ดิ ตอ่ กนั และปวดท้อง เป็นประจำ�
รู้ รับ(มือ) ปรับตัว ป้องกนั ความเส่ยี งตอ่ สุขภาพจากส่ิงแวดล้อม 16 2) ยาจดุ กนั ยงุ ไอทรี่ ะเหยออกมาจากการจดุ ยา ขอ้ แนะน�ำในการใชย้ าจุดกันยงุ กันยุงจะไล่ยุงไม่ให้เข้ามาในบริเวณที่จุดยากันยุง 1. ควรใชย้ าจดุ กันยงุ ในห้องทีม่ อี ากาศถา่ ยเทดี ปจั จบุ นั ผลติ ภณั ฑท์ ว่ี างจำ� หนา่ ย มที งั้ เปน็ ขดกลม และ 2. ขาตั้งและสิ่งรองยาจุดกันยุง ต้องท�ำด้วยวัสดุ เปน็ แทง่ สารเคมที ใี่ ช้ คอื กลมุ่ ไพรที รอยด์ มคี ณุ สมบตั ิ โลหะหรอื วตั ถุอน่ื ที่ไม่ติดไฟ รบกวนการทำ� งานของระบบประสาท ทำ� ใหแ้ มลงบนิ เปน็ 3. ขณะใช้ ควรวางให้หา่ งจากของไวไฟ หรอื ของท่ี อัมพาตอย่างรวดเร็ว สารเหล่านี้จะปล่อยออกมาจาก เปน็ เชอ้ื ไฟ และเมอื่ เลกิ ใชแ้ ลว้ ควรตรวจดใู หแ้ นใ่ จวา่ ไฟดบั ยาจดุ กนั ยงุ ในรปู ของควนั และสลายตวั ไดง้ า่ ย รวมทงั้ เรยี บรอ้ ยแลว้ เพอ่ื ป้องกันอบุ ตั เิ หตไุ ฟไหม้ เปน็ พษิ นอ้ ยกวา่ ประเภทอนื่ แตส่ ารไพรที รอยดก์ ส็ ามารถ 4. ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังการหยิบใช้หรือ ท�ำให้เกิดพิษได้ โดยเฉพาะในรายที่เกิดอาการแพ้จะ สัมผัส ท�ำให้ผิวหนังอักเสบ บวมแดง เย่ือจมูกอักเสบ และ 5. เก็บยาจดุ กนั ยุงให้มดิ ชิด พน้ มอื เด็ก และไม่วาง มอี าการเหมอื นแพเ้ กสรดอกไม้ คอื จาม ไอ นำ้� มกู ไหล ไวใ้ กล้หรือรวมกบั อาหาร หายใจขัด เปน็ ต้น
รู้ รับ(มือ) ปรับตัว ป้องกัน ความเส่ยี งต่อสขุ ภาพจากส่งิ แวดล้อม 3. ความเส่ยี งจากมลพิษทางอากาศ 17 ฝนุ่ ละออง และก๊าซพษิ ต่างๆ เช่น คาร์บอนมอนนอกไซด์ คารบ์ อนไดออกไซด์ เป็นตน้ ไมเ่ ว้นแม้แต่ เชือ้ โรค ที่ปะปนในอากาศ เช่น เชอ้ื รา เป็นตน้ หากร่างกายได้รับมลพิษในปรมิ าณมากๆ จะมีผลต่อร่างกาย ท�ำให้มีอาการ ระคายเคือง แพ้ผ่นื คัน แน่นหนา้ อก เกดิ โรคหอบหืด โรคหลอดลมอกั เสบ โรคหลอดเลอื ดและหวั ใจ รวมถึงการจัด สภาพแวดล้อมทีอ่ ากาศถา่ ยเทไม่ดกี ็เป็นสาเหตดุ ว้ ยเชน่ กัน
รู้ รับ(มอื ) ปรบั ตวั ป้องกัน ความเส่ียงต่อสุขภาพจากส่ิงแวดลอ้ ม 3.1 ปญั หาหมอกควัน สถานการณ์ปัญหาหมอกควันในประเทศไทย ส่วนใหญ่มักจะอยู่ในพ้ืนท่ีภาคเหนือของประเทศ เนอื่ งจากปญั หาไฟปา่ และการลกั ลอบเผาในทโี่ ลง่ ทำ� ให้ สง่ ผลกระทบตอ่ สขุ ภาพและความเปน็ อยขู่ องประชาชน รวมทั้งท�ำให้เกิดความเสียหายต่ออาคารบ้านเรือน บดบังทัศนวิสัย และเป็นอุปสรรคในการคมนาคมและ ขนส่ง นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อการท่องเท่ียว ซ่ึงเป็นเศรษฐกิจท�ำรายได้ให้กับพื้นที่ โดยจะปรากฏ ให้เห็นชัดเจนในช่วงหนา้ แลง้ เดือนธันวาคม - เมษายน ของทุกปี และพ้ืนที่ภาคใต้พบในช่วงเดือนสิงหาคม 18 ของทกุ ปี ซง่ึ สาเหตเุ กดิ จากไฟไหมป้ า่ ทป่ี ระเทศเพอ่ื นบา้ น ทำ� ใหเ้ กดิ หมอกควนั พดั พามาปกคลมุ ในประเทศไทย สำ� หรบั ในเมอื งใหญ่ เชน่ กรงุ เทพมหาคร ปรมิ ณฑล และ เมืองหลกั ในภูมิภาคต่างๆ มีแหล่งก�ำเนิดหลกั ของกา๊ ซ คารบ์ อนมอนอกไซดม์ าจากการระบายจากรถยนตต์ า่ งๆ ท่ีวิ่งอยู่บนท้องถนน และเครื่องยนต์ที่มีการเผาไหม้ ไม่สมบูรณ์ การติดเครื่องยนต์ขณะรถยนต์จอดอยู่กับ ที่ท�ำให้มีการระบายของก๊าซชนิดนี้มากขึ้น โดยเฉพาะ เมอ่ื อยใู่ นภาวะการจราจรหนาแนน่ และตดิ ขดั ทำ� ใหเ้ กดิ การสะสมตวั ของมลพษิ ทางอากาศหลายชนดิ ในปรมิ าณ มาก นอกจากนย้ี งั เกดิ จากการเผาไหมต้ า่ งๆ ในบา้ นเรอื น หรือกิจกรรมชุมชน เช่น การจุดเตาถ่านเพื่อประกอบ อาหาร ท�ำให้มีการสะสมมลพิษทางอากาศในปริมาณ สงู ขน้ึ ซงึ่ จะทำ� ใหเ้ ป็นอันตรายโดยเฉพาะในห้องทไี่ ม่มี ช่องระบายอากาศ รวมถึงปฏิกิริยาเคมีในอากาศ เชน่ กา๊ ซซลั เฟอรไ์ ดออกไซด์ ออกไซดข์ องไนโตรเจน และ สารอนิ ทรยี ร์ ะเหยงา่ ย ทำ� ปฏกิ ริ ยิ ากบั สารอนื่ ในอากาศ ทำ� ใหเ้ กดิ เปน็ ฝนุ่ ละเอยี ดได้
รู้ รับ(มอื ) ปรับตัว ป้องกัน ความเส่ียงตอ่ สุขภาพจากส่ิงแวดลอ้ ม รู้ รบั (มอื ) ปรบั ตวั ป้องกนั ความเส่ยี งต่อสขุ ภาพจากส่งิ แวดลอ้ ม ฝนุ่ ละออง ทีม่ ีอยใู่ นบรรยากาศรอบๆ ตวั เรา มีทัง้ ขนาดใหญ่กว่า 500 ไมครอน ซ่งึ เปน็ ฝนุ่ ทรายขนาดใหญ่ มองเหน็ ไดด้ ว้ ยตาเปลา่ ไปจนถงึ ขนาดเลก็ มาก มองดว้ ยตาเปลา่ ไมเ่ หน็ ตอ้ งดดู ว้ ยกลอ้ งจลุ ทรรศนแ์ บบอเิ ลก็ ตรอน ซง่ึ ฝนุ่ ท่ีเราไม่สามารถมองเหน็ ได้ คอื ฝนุ่ ละอองขนาดเล็ก และสามารถแขวนลอยอย่ใู นอากาศได้เปน็ เวลา นาน ปะปนในอากาศท่ีมนุษยห์ ายใจเข้าไปและส่งผลต่อสขุ ภาพ ระบบทางเดินหายใจของมนษุ ย์ ฝ่นุ ละอองขนาดใหญ่ ชอ่ งจมกู คอหอย 19 และขนาดกลาง จะติดอยู่ทจ่ี มูก หลอดลม และลำคอ ลงไปถงึ หลอดลม หลอดลมปอด ขบั ออกโดยการไอ จาม ปอดดา้ นซ้าย ฝ่ ุนละอองขนาดเลก็ ปอดด้านขวา จะลงไปถงึ ถงุ ลมปอด และตกคา้ งในปอดทั้งสองขา้ ง ทำใหห้ ายใจไม่เต็มปอด กระบังลม ฝุ่นละอองขนาดเล็ก โดยปกติท่ีเราได้ยินบ่อย ๆ แบ่งเป็น 2 ชนิด โดยแบ่งตามขนาดของฝุ่นละออง คือ ฝ่นุ ละอองขนาดเลก็ กว่า 10 ไมครอน (PM10) และฝุ่นละอองที่มขี นาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM2.5) เ ทียบได1)ก้ บั PขMน1า0ดค1ือในฝุ่น7ลสะว่ อนอขงอทงี่มเสีข้นนผามดเลสอ้นยผใน่าศอูนากยา์กศลไาดง้นไามน่เกแินละ1ไ0กลไถมึงค1ร0อนกิโล(Pเมaตrtรiculate Matter : PM10) เทียบได2)ก้ บั PขMน2า.5ด คือ ฝุ่นละอองท่ีมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน (Particulate Matter : PM2.5) 1 ใน 25 สว่ นของเสน้ ผม ลอยในอากาศได้นานและไกลถึง 1,000 กโิ ลเมตร
รู้ รบั (มือ) ปรบั ตัว ป้องกนั ความเส่ียงต่อสขุ ภาพจากส่ิงแวดลอ้ ม ผลกระทบตอ่ สขุ ภาพ โดยมีกลไกการเกิดโรค คือ เมื่อหายใจเอามลพิษทางอากาศเข้าสู่ร่างกาย เช่น ฝุ่นละอองที่มีขนาดใหญ่ จถะุงถลูกมกรทอ�ำงใดห้ว้ปยอขดนอจมักูกเสสบ่วนกทาร่ีมทีข�ำนงาาดนเลข็กอมงาปกอดเชม่นีปรPะMส1ิท0ธจิภะาเขพ้าลสดู่ปลองดจาฝกุ่นปทฏี่มิกีขนิริยาดาขเลอ็กงมกาากรๆท่ีรจ่าะงสกาามยาตรถ่อเตข้า้านสู่ สงิ่ แปลกปลอม และถา้ มขี นาดเลก็ มากๆ ท(P�ำMให2.้ก5)ารจนะ�ำเขพา้ าสอกู่ อรกะซแิเสจเนลอเื ขด้าไสดู่ร้ ่าสง่งกผาลยกลรดะลทงบตค่อวหานม้าดทัน่ีขสอูงงสอว่งผัยลวะใหต้่าเกงิดๆ ของร่างกาย เช่น ท�ำให้เส้นเลือดอุดตัน การอุดตันของระบบไหลเวียนเลือด ท�ำให้เลือดไปเลี้ยงสมองหรือหัวใจไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดโรคหัวใจและ หลอดเลอื ด โรคหลอดเลอื ดสมอง และหากฝนุ่ ละอองมโี ลหะหนกั ทก่ี อ่ ใหเ้ กดิ มะเรง็ กจ็ ะสง่ ผลใหเ้ กดิ มะเรง็ ปอดได้ เปน็ ต้น ประชาชนสามารถป้องกันตนเองจากมลพษิ ทางอากาศได้ ดังน้ี 20 มาตรการสำ� คญั ในการดแู ลป้องกนั ผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน คือ “เล่ยี ง ปดิ ใช้ ลด” เล่ยี ง • เลี่ยงการสัมผัสฝุ่นละออง โดยเฉพาะกลุ่มเสย่ี ง ได้แก่ ผสู้ ูงอายุ หญิงตงั้ ครรภ์ เดก็ เลก็ และผู้ท่ีมี โรคประจ�ำ ตัว และตดิ ตามสถานการณค์ ณุ ภาพอากาศ • กลมุ่ เสย่ี ง เชน่ ผสู้ งู อายุ ผปู้ ว่ ยดว้ ยโรคหอบหดื โรคปอดอดุ กน้ั เรอ้ื รงั โรคหวั ใจและหลอดเลอื ด ควรเตรยี มยาประจ�ำ ตวั ให้พร้อม หากมีอาการผิดปกติ รีบไปพบแพทย์ ปิด • ปดิ ประตู หน้าตา่ งใหม้ ดิ ชดิ ปอ้ งกนั ฝนุ่ ละออง ทำ�ความสะอาดบา้ นทกุ วัน • ใชห้ นา้ กากกนั ฝุ่นทีป่ ้องกันฝุน่ ละอองขนาดเล็กกวา่ 2.5 ไมครอนได้ เช่น N95 N94 R95 P2 KN95 ใช้ ซ่ึงมีประสทิ ธิภาพการกรองอนภุ าคใหญ่กวา่ 0.3 ไมครอน ได้ถึง 95% ลด • ลดการใช้รถยนต์ และการเผาขยะ ใบไม้ กง่ิ ไม้ สูบบหุ รี่ โดยทกุ คนตอ้ งชว่ ยกนั ลดมลพษิ ทางอากาศ
รู้ รบั (มือ) ปรับตวั ป้องกัน ความเส่ยี งต่อสขุ ภาพจากส่งิ แวดล้อม คำ� แนะน�ำการใชห้ น้ากากปอ้ งกันฝนุ่ ละอองขนาดเล็ก 21 องค์กร California Department of Public Health, US.EPA ไดแ้ นะนำ� การใช้หนา้ กากป้องกนั ฝนุ่ 5. ควรท้ิงหน้ากากเม่ือพบว่าหายใจล�ำบากข้ึน ละอองขนาดเล็กหรือท่ีเรียกง่ายๆ ว่า หน้ากากกันฝุ่น หรอื ภายในหนา้ กากสกปรก โดยมีขอ้ แนะน�ำในการเลือกและการใชด้ ังน้ี 6. หากเปน็ ไปได้ ควรเปลยี่ นหนา้ กากอนั ใหมท่ กุ วนั 1. เลือกใช้หน้ากากประเภทที่กันฝุ่นละออง 7. ถ้าสวมใส่แล้วมีอาการมึนงง หรือคล่ืนไส้ ขนาดเลก็ กวา่ 10 ไมครอนได้ ทมี่ เี ครอ่ื งหมาย NIOSH ควรหลบไปอยทู่ ท่ี ปี่ ลอดจากมลพษิ อากาศ ถอดหนา้ กาก (National Institute for Occupational Safety and Health) ออก และปรกึ ษาแพทย์ 2. เลอื กหนา้ กากทมี่ สี ายรดั สองสาย ไมค่ วรเลอื ก 8. กรณเี ปน็ ผทู้ ม่ี ปี ญั หาเกย่ี วกบั โรคหวั ใจหรอื โรค แบบสายเดยี วหรือประเภททเี่ ปน็ สายคล้องท่หี ู ปอด ควรปรกึ ษาแพทย์ก่อนที่จะใช้หน้ากาก 3. เลือกขนาดที่เหมาะ ครอบได้กระชับกับจมูก และใต้คาง ควรแนบกับใบหนา้ แต่หน้ากากประเภทนี้ ไม่มขี นาดทเ่ี หมาะสมส�ำหรบั เด็ก 4. ควรสวมหน้ากากให้กระชับกับใบหน้า โดย ใหส้ ายรดั หนึง่ สายอยูเ่ หนือใบหู และอีกหนึง่ สายอย่ใู ต้ ใบหู และกดสว่ นท่เี ป็นโลหะให้กระชบั แนน่ กบั สันจมูก
รู้ รบั (มือ) ปรับตัว ป้องกนั ความเส่ียงตอ่ สุขภาพจากส่ิงแวดล้อม 3.2 ควนั ธปู กระดาษเงนิ กระดาษทอง ส่วน ขี้เถ้า ท่ีเหลือจากการจุดธูปและการเผา กระดาษเงนิ กระดาษทอง จะมสี ารโลหะ 4 ชนิด ไดแ้ ก่ การจุดธูปและเผากระดาษเงินกระดาษทอง โครเมยี ม นิกเกิล ตะก่ัว แมงกานีส และพบโลหะหนกั ในแต่ละคร้ังน้ันจะปล่อยสารมลพิษออกมา คือ ควัน เหลา่ นอ้ี ยใู่ นขเ้ี ถา้ มากกวา่ ฝนุ่ ละอองในอากาศประมาณ และขเ้ี ถา้ ซงึ่ จะสง่ ผลกระทบตอ่ สขุ ภาพเมอ่ื สดู ดมเขา้ สู่ 3-60 เท่า ดังนั้นหากมีการจัดการที่ไม่เหมาะสม ร่างกาย โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงท่ีจะได้รับผลกระทบต่อ จะทำ� ใหส้ ารโลหะหนกั ปนเปอ้ื นในสง่ิ แวดลอ้ ม และเขา้ สขุ ภาพมากกวา่ กลมุ่ อนื่ ไดแ้ ก่ เดก็ สตรมี คี รรภ์ ผสู้ งู อายุ ส่หู ว่ งโซอ่ าหารของสตั วแ์ ละมนษุ ยใ์ นท่ีสุด ผู้ท่มี โี รคประจ�ำตวั เช่น โรคหอบหืด โรคภมู ิแพ้ เป็นตน้ 22 ซงึ่ สารมลพษิ ทปี่ ลอ่ ยออกมาจากควนั ไดแ้ ก่ ฝนุ่ ละออง ค�ำแนะน�ำในการปอ้ งกันผลกระทบต่อสุขภาพ ขนาดเลก็ กา๊ ซคารบ์ อนไดอกไซด์กา๊ ซไนโตรเจนไดออกไซด์ จากการจุดธูป กา๊ ซมเี ทน กา๊ ซคารบ์ อนมอนอกไซด์ รวมถงึ สารกอ่ มะเรง็ คือ สารโพลีไซคลิก อะโรมาติก ไฮโดรคาร์บอน 1. การเลอื กซอื้ ธปู ควรเลอื กผลติ ภณั ฑท์ มี่ ฉี ลาก (PAH) หรอื สารพเี อเอช เบนซีน และ 1,3-บิวทาไดอีน และแสดงข้อความครบถ้วนโดยเฉพาะภาษาไทย เช่น วิธีใช้ การเก็บรักษา ค�ำเตือนเพ่ือความปลอดภัย ชอื่ ทอี่ ยผู่ ผู้ ลติ และผนู้ ำ� เขา้ เปน็ ตน้ ลกั ษณะภาชนะบรรจุ อยู่ในสภาพเรียบร้อย ไม่มีรอยฉีกขาด เลือกธูปท่ีผลิต จากผงไม้จากธรรมชาติ ไม่เลือกธูปที่มีราคาถูกเกินไป เพราะอาจทำ� มาจากเศษผงไมจ้ ากโรงเลอื่ ยโรงเฟอรน์ เิ จอร์ เพราะเศษไมเ้ หลา่ นี้อาจมีสารเคมีท่ีตกคา้ งอยู่ 2. หลีกเล่ียงการจุดธูปในบริเวณท่ีอากาศ ไม่ถ่ายเทหรืออากาศถ่ายเทไม่สะดวก เช่น ห้องแอร์ หอ้ งท่ีไม่มีประตหู นา้ ต่าง เปน็ ตน้ 3. ใช้ธูปขนาดสน้ั ท่ีมเี น้อื ธูปนอ้ ยๆ กา้ นธูปต้อง กลม เรียว และขนาดเล็ก แทนธปู ขนาดยาว เพอื่ ให้เกดิ ควนั ในระยะเวลาท่ีสั้นกว่า 4. เมื่อเสร็จพิธีการสักการะบูชาควรดับด้วยน้�ำ หรอื ทราย และเกบ็ ธปู ใหเ้ รว็ ขึ้น 5. ควรท�ำความสะอาดบริเวณกระถางธูปเป็น ประจำ� เพ่ือลดฝุน่ ละอองจากควันธปู ท่ตี กค้าง
รู้ รับ(มือ) ปรับตัว ป้องกัน ความเส่ยี งตอ่ สขุ ภาพจากส่งิ แวดล้อม 23 6. ส�ำหรับศาสนสถาน เช่น วัด ศาลเจ้า เป็นต้น ผู้ที่มีโรคประจ�ำตัว เช่น โรคหอบหืด โรคภูมิแพ้ โรค เจา้ หนา้ ทีท่ ี่ปฏิบตั งิ านในศาสนสถานควรปฏบิ ัติดังน้ี ถงุ ลมปอดอดุ กนั้ เรอื้ รงั และโรคหวั ใจ ควรหลกี เลยี่ งการ 6.1 ควรตั้งกระถางธูปไว้นอกอาคารหรือในที่ท่ี สัมผัสหรือสูดดมควันธูป หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรใช้ อากาศถา่ ยเทสะดวก หนา้ กากปอ้ งกนั ฝนุ่ ละอองปดิ ปากและจมกู และหลกี เลย่ี ง 6.2 คอยดับควันธูป และท�ำความสะอาดเป็น การพักผ่อนหรือนอนหลับในห้องหรือบริเวณท่ีมีการ ประจ�ำ เพอื่ ลดฝุ่นละอองจากควนั ธปู ทต่ี กคา้ ง จุดธปู 6.3 สำ� หรบั เจา้ หนา้ ทที่ ป่ี ฏบิ ตั งิ านในศาสนสถาน ที่ต้องสัมผัสควันธูปตลอดเวลา ให้สวมหน้ากากป้องกัน ฝุ่นละออง และหลีกเลยี่ งการสัมผัสควันธปู เปน็ ระยะเวลา นานและต่อเน่ือง ภายหลังการสัมผัสควันธูปควรล้างมือ ลา้ งหนา้ ลา้ งตาใหบ้ อ่ ยขนึ้ และตรวจสขุ ภาพประจำ� ปอี ยา่ ง ตอ่ เนื่อง 7. ผู้ท่ีมีความเสี่ยงท่ีจะได้รับผลกระทบต่อ สขุ ภาพมากกวา่ กลมุ่ อนื่ ไดแ้ ก่ เดก็ สตรมี คี รรภ์ ผสู้ งู อายุ
รู้ รับ(มอื ) ปรบั ตวั ป้องกัน ความเส่ียงต่อสุขภาพจากส่ิงแวดล้อม คำ� แนะน�ำในการปอ้ งกันผลกระทบตอ่ สุขภาพ ฝุ่นละอองปิดปากและจมูกในขณะเผา เพ่ือป้องกัน จากการเผากระดาษเงิน กระดาษทอง การสดู ดมไอระเหยของสารพษิ จากการเผาโดยตรง 5. ผู้ที่เผาหรือพับกระดาษเงินกระดาษทอง ควร 1. การเลอื กซอ้ื กระดาษเงนิ กระดาษทอง ควรเลอื ก ลา้ งมอื ใหส้ ะอาดทุกครัง้ หลงั สมั ผสั ผลติ ภณั ฑท์ มี่ ฉี ลากและแสดงขอ้ ความครบถว้ นโดยเฉพาะ 6. สำ� หรับศาสนสถาน เช่น วดั ศาลเจา้ เจ้าหนา้ ที่ ภาษาไทย เช่น วิธีใช้ การเก็บรักษา ค�ำเตือนเพ่ือความ ทป่ี ฏิบัตงิ านในศาสนสถานควรปฏิบัตดิ งั น้ี ปลอดภยั ชอื่ ทอี่ ยผู่ ผู้ ลติ และผนู้ ำ� เขา้ ลกั ษณะภาชนะบรรจุ 6.1 ควรตั้งภาชนะส�ำหรับเผากระดาษเงิน อยใู่ นสภาพเรยี บรอ้ ย ไมม่ รี อยฉกี ขาด และซอ้ื จำ� นวนเทา่ ท่ี กระดาษทอง ไวน้ อกอาคารหรอื ในทท่ี อ่ี ากาศถา่ ยเทสะดวก จำ� เป็น 6.2 เม่ือเสร็จพิธีแล้วต้องรีบดับไฟ เพ่ือป้องกัน 2. บรเิ วณทเี่ ตรยี มสำ� หรบั เผากระดาษเงนิ กระดาษ การฟุง้ กระจายของไอระเหยของสารพษิ ทอง ควรตัง้ อยู่หา่ งจากสารเคมหี รอื วัตถุไวไฟ เพ่ือปอ้ งกนั 6.3 ส�ำหรับเจ้าหน้าท่ีท่ีปฏิบัติงานในศาสน- การระเบิดและอัคคีภัย และเตรียมถังน้�ำหรือถังดับเพลิง สถานที่ต้องสัมผัสควันและไอระเหยจากการเผากระดาษ 24 ไว้ในบริเวณใกลเ้ คยี ง เงิน กระดาษทองตลอดเวลา ให้สวมหน้ากากป้องกัน 3. ควรเผากระดาษเงินกระดาษทอง ในที่โล่ง ฝนุ่ ละออง และหลกี เลย่ี งการสมั ผสั เปน็ ระยะเวลานานและ นอกอาคาร มีอากาศถ่ายเทสะดวก และขณะเผาควรยืน ต่อเนื่อง ภายหลังการสัมผัสกระดาษเงินกระดาษทอง อยู่เหนือทศิ ทางลม ตอ้ งล้างมือ ลา้ งหนา้ ล้างตาใหบ้ อ่ ยข้ึน และตรวจสขุ ภาพ 4. ควรเผากระดาษเงิน กระดาษทองทีละน้อยๆ ประจ�ำปอี ยา่ งต่อเนือ่ ง และควรเผาในภาชนะท่ีมีฝาปิด ใช้หน้ากากป้องกัน
รู้ รับ(มือ) ปรับตัว ป้องกนั ความเส่ยี งต่อสขุ ภาพจากส่งิ แวดล้อม 3.3 ปิ้ง ยา่ ง โรค “ปอดอักเสบเรือ้ รัง” และ “มะเร็ง” ซ่งึ ผไู้ ด้รับผล กระทบอันดับแรก คือ พ่อค้าแม่ค้า รวมทั้งผู้ซ้ือหรือ ประชาชนทอ่ี ยใู่ กลเ้ คยี งกจ็ ะไดร้ บั การสดู ดมควนั เขา้ ไป ด้วย อาหารปง้ิ ยา่ งถอื วา่ เปน็ อาหารทไี่ ดร้ บั ความนยิ มกนั คำ� แนะน�ำในการปงิ้ ยา่ ง 25 อยา่ งแพรห่ ลาย เพราะหาซอ้ื ไดง้ า่ ย ราคาไมแ่ พง เชน่ หมู 1. กอ่ นปง้ิ ยา่ ง ควรเลอื กเนอื้ สตั วท์ ตี่ ดิ มนั นอ้ ยทสี่ ดุ ยา่ งไกย่ า่ งลกู ชน้ิ ปง้ิ เปน็ ตน้ ซง่ึ มขี ายกนั ทวั่ ไปตามทางเดนิ หรือตัดส่วนที่มนั ออก และควนั ทเ่ี กดิ จากการปง้ิ ยา่ งกอ่ ใหเ้ กดิ มลพษิ ทางอากาศ 2. ถ้าต้องปิ้งเตาถ่าน ควรใช้ถ่านท่ีอัดเป็นก้อน เชน่ ฝนุ่ ละอองขนาดเลก็ กา๊ ซคาร์บอนมอนอกไซด์ สาร ไมค่ วรใช้ถ่านที่ป่นละเอยี ด พีเอเอช (PAH) หรือ กลุ่มสารโพลีไซคลิก อะโรมาติก 3. ใช้เตาปิ้งไร้ควัน ท่ีควบคุมระดับความร้อนได้ ไฮโดรคาร์บอน เป็นต้น และสารมลพิษอากาศเหล่านี้ มากกวา่ เตาถ่าน ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ มี 4. ควรใช้ใบตองรองหรือห่อก่อนปิ้งเพ่ือลด ผลกระทบต่อการท�ำงานของปอด เป็นสาเหตุหนึ่งของ ปริมาณไขมนั หยดลงบนถา่ น 5. หลงั ปง้ิ ยา่ ง เสรจ็ แลว้ ควรหนั่ สว่ นทไี่ หมเ้ กรยี ม ออกให้มากที่สุด 6. เลือกร้านอาหารที่ได้รับป้ายอาหารสะอาด รสชาตอิ ร่อย (Clean Food Good Taste)
รู้ รับ(มอื ) ปรับตัว ป้องกัน ความเส่ียงตอ่ สขุ ภาพจากส่ิงแวดล้อม 3.4 เคร่อื งท�ำน้�ำอนุ่ ระบบแกส๊ ข้อควรปฏิบัติ ในการใช้เคร่ืองทำ� น้ำ� อุน่ ระบบแกส๊ 1. ตรวจสอบวา่ ในหอ้ งนำ้� มพี ดั ลมระบายอากาศ หรือช่องระบายอากาศหรือไม่ หากมีพัดลมระบาย อากาศให้เปิดพัดลมระบายอากาศทุกคร้ังท่ีอาบน�้ำ กรณที ไี่ มม่ พี ดั ลมระบายอากาศหรอื พดั ลมระบายอากาศ ไม่ท�ำงาน หรือไม่มีช่องระบายอากาศ ควรหลีกเล่ียง การใช้เคร่ืองท�ำน้�ำอนุ่ ระบบแกส๊ แต่หากจ�ำเป็นตอ้ งใช้ ใหเ้ ปิดประตไู วใ้ นขณะอาบน�้ำเพอ่ื ใหร้ ะบายอากาศได้ 26 ในชว่ งฤดหู นาวแหลง่ ทอ่ งเทยี่ วในพนื้ ทภ่ี าคเหนอื และภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื โดยเฉพาะบรเิ วณ ภเู ขาสงู และยอดดอย เปน็ ทดี่ งึ ดดู นกั ทอ่ งเทยี่ วทช่ี น่ื ชอบอากาศ ท่ีหนาวเย็นเดินทางมาท่องเที่ยวและพักค้างคืนเป็น จ�ำนวนมาก แต่ในบางพื้นท่ีไม่มีไฟฟ้าใช้หรือมี ไม่เพียงพอ เจ้าของบ้านพัก/รีสอร์ท จึงจ�ำเป็นต้องติด เคร่ืองท�ำน้�ำอุ่นระบบแก๊สในห้องน�้ำเพื่ออ�ำนวยความ สะดวกให้กับนักท่องเท่ียว เนื่องจากติดตั้งง่าย ไม่ต้อง เดนิ ระบบไฟฟ้าใดๆ และราคาไม่แพง เครอื่ งทำ� นำ้� อนุ่ ระบบแกส๊ ทำ� งานโดยใชอ้ อกซเิ จน ในการเผาไหม้ เพอ่ื ทำ� ความรอ้ น ในขณะเดยี วกนั กส็ รา้ ง ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซพิษออกมาด้วย หากห้องน�้ำมีการระบาย อากาศไมด่ ี ท�ำให้เกดิ การสะสมของกา๊ ซพิษ เมอ่ื สูดดม เขา้ ไปเป็นอันตรายต่อสขุ ภาพ
รู้ รบั (มือ) ปรับตวั ป้องกัน ความเส่ยี งต่อสขุ ภาพจากส่งิ แวดล้อม 2. ศึกษาวิธีการใช้เคร่ืองท�ำน้�ำอุ่นระบบแก๊สที่ 4. เด็ก ผู้สูงอายุ คนท่ีมีโรคประจ�ำตัว เช่น ถกู ตอ้ งจากปา้ ยบอกคำ� แนะนำ� หรอื จากเจา้ ของสถานที่ โรคหวั ใจ โรคความดนั โลหติ สงู โรคระบบทางเดนิ หายใจ อยา่ งละเอยี ดก่อนใช้เครอ่ื งทำ� น�ำ้ อนุ่ ระบบแกส๊ ควรระมัดระวังในการใช้ห้องน้�ำที่มีเครื่องท�ำน้�ำอุ่น ระบบแกส๊ และควรมีผู้คอยดูแลช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด ขณะอาบน้ำ� กคา่มูรใือชง้ าน 27 3. กรณอี าบนำ�้ ตดิ ตอ่ กนั หลายคน ใหเ้ ปดิ พดั ลม 5. สังเกตอาการที่อาจเกิดข้ึนจากการได้รับแก๊ส ระบายอากาศ และเปดิ ประตหู อ้ งนำ้� ทง้ิ ไวอ้ ยา่ งนอ้ ย 15 ระหว่างใช้ห้องน้�ำ เช่น วิงเวียน หน้ามืด และหายใจ นาที เพือ่ ให้อากาศถ่ายเทกอ่ นท่คี นถดั ไปจะอาบนำ�้ ต่อ ล�ำบาก เป็นต้น ถ้ามีอาการดังกล่าว ควรรีบออกจาก หากมคี นอาบนำ้� นานผดิ ปกตใิ หร้ บี ชว่ ยเหลอื เพราะอาจ ห้องน้�ำและขอความช่วยเหลือทันที หรือหากได้กล่ิน หมดสตใิ นหอ้ งน้ำ� แกส๊ ผดิ ปกติ ควรรบี ปดิ เครอ่ื งทำ� นำ�้ อนุ่ แลว้ รบี ออกจาก ห้องนำ้� และแจ้งผู้ทเ่ี ก่ียวข้องทราบทนั ที คำ� แนะนำ� เพม่ิ เตมิ หากพบผู้ป่วยท่ีหมดสติในห้องน�้ำท่ีใช้เครื่องท�ำน้�ำอุ่นระบบแก๊ส ควรรบี ใหก้ ารชว่ ยเหลอื โดยนำ� ผปู้ ว่ ยไปยงั พนื้ ทโ่ี ลง่ ทมี่ อี ากาศถา่ ยเท ได้สะดวก นอนราบ หากผู้ป่วยหยุดหายใจหรือหัวใจหยุดเต้น ให้ท�ำการช่วยปฐมพยาบาลเบ้ืองต้น และรีบน�ำส่งหรือแจ้ง สถานบรกิ ารสาธารณสุขใกลท้ ส่ี ุด หรือโทรสายดว่ นชว่ ยชวี ติ 1669
รู้ รับ(มือ) ปรบั ตัว ป้องกัน ความเส่ียงตอ่ สขุ ภาพจากส่ิงแวดลอ้ ม 4. ความเส่ยี งจากการเปล่ยี นแปลงสภาพภมู ิอากาศ ปญั หาการเปลยี่ นแปลงสภาพภมู อิ ากาศ หรอื ทเ่ี ราเรยี กวา่ “โลกรอ้ น” ทก่ี ำ� ลงั เกดิ ขน้ึ นี้ เราไมอ่ าจหยดุ ยง้ั ได้ จ�ำนวนการเกดิ พายมุ ากขน้ึ คลื่นความร้อน (Heat Waves) ภยั แลง้ และอทุ กภัย ซึ่งส่งผลตอ่ วถิ ชี ีวิตและสุขภาพ มากขึ้น ท�ำให้จ�ำเป็นท่ีจะต้องเตรียมการปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่ก�ำลังเกิดขึ้น ควบคู่ไปกับการ พยายามลดการปลอ่ ยกา๊ ซเรือนกระจกทเ่ี ปน็ สาเหตขุ องโลกร้อน 28 4.1 ภยั รอ้ น เมอ่ื รา่ งกายสมั ผสั กบั ความรอ้ นเปน็ เวลานาน หรอื อยใู่ น ส่ิงแวดล้อมท่ีมีความร้อนสูงจนร่างกายไม่สามารถ ทุกๆ ปี ประเทศไทยมีอุณหภมู ิสงู กวา่ 40 องศา- ปรบั ตวั ต่อความรอ้ นได้ อาจกอ่ ให้เกิดการเจ็บปว่ ยหรือ เซลเซียส โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน ระหว่างเดือน เสียชีวิต ซ่ึงอาการและโรคที่เกิดจากความร้อนเรียง มีนาคม เมษายน พฤษภาคม และมีแนวโน้มจะสูงข้ึน ล�ำดับความรุนแรงจากน้อยไปมาก ได้แก่ เป็นลม เรื่อยๆ เมื่อร่างกายได้รับความร้อน จะท�ำให้อุณหภูมิ เพลียแดด และลมร้อนหรือฮีทสโตรก (Heat ของรา่ งกายสงู กว่าปกติ (37 องศาเซลเซยี ส) ระบบของ Stroke) โดยมีอาการดังนี้ รา่ งกายจะทำ� งานเพอ่ื ควบคมุ อณุ หภมู ใิ หล้ งมาในระดบั ปกติ ถา้ รา่ งกายปรบั ตวั ไมไ่ ด้ กส็ ง่ ผลกระทบตอ่ สขุ ภาพ
รู้ รับ(มอื ) ปรับตัว ป้องกนั ความเส่ยี งตอ่ สุขภาพจากส่งิ แวดลอ้ ม 1) เปน็ ลม เกดิ จากการทรี่ า่ งกายไมส่ ามารถปรบั กับเหงื่อ ผู้ที่มีอาการแบบเพลียแดดยังคงมีเหง่ือออก 29 ตวั ตอ่ ความรอ้ นได้ ในระยะทอี่ ากาศรอ้ นขนึ้ อยา่ งรวดเรว็ แต่จะมีอาการอ่อนแรง อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ รา่ งกายจะพยายามขบั ความรอ้ นสว่ นเกนิ ออก โดยการเพม่ิ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ และขาดน้ำ� อยา่ งมาก แต่ยงั คง การไหลเวียนโลหิตไปที่ผิวหนังเป็นผลให้เลือดไปเล้ียง มสี ติสมบรู ณ์ อวยั วะภายในลดลง โดยเฉพาะทสี่ มอง จงึ ทำ� ใหเ้ ปน็ ลม 3) โรคลมรอ้ น หรอื ฮที สโตรก (Heat Stroke) หมดสตไิ ด้ เปน็ ภาวะทรี่ นุ แรงทส่ี ดุ ของโรคจากความรอ้ น เกดิ ขน้ึ ได้ 2) เพลียแดด เปน็ ภาวะทีน่ �ำมากอ่ นทจ่ี ะกลาย เมอ่ื กลไกการควบคมุ อณุ หภมู ไิ มอ่ าจทำ� งานไดอ้ กี ตอ่ ไป เปน็ ฮที สโตรก มกั เกดิ เมอื่ ตอ้ งอยใู่ นบรเิ วณทม่ี คี วามรอ้ น อนั เปน็ ผลมาจากการสัมผสั ความร้อนจัดเปน็ เวลานาน และขาดนำ้� เปน็ เวลานานหลายชวั่ โมง สาเหตสุ ำ� คญั เกดิ และการขบั เหงอื่ ไมเ่ พยี งพอหรอื หยดุ ทำ� งาน สาเหตเุ กดิ จากการสญู เสยี นำ�้ หรอื เกลอื แรท่ สี่ ำ� คญั จำ� นวนมากไป จากเมื่ออุณหภูมิแกนกลางของร่างกายสูงขึ้นเกิน 40 องศาเซลเซียส เลือดจะไหลไปที่ผิวหนังมากข้ึนเพ่ือ ระบายความร้อน ท�ำให้เลือดไปเล้ียงอวัยวะภายใน ที่ส�ำคัญลดลง และเมื่อร่างกายไม่สามารถควบคุม อุณหภูมิแกนกลางของร่างกายได้จะท�ำให้เกิดภาวะ อณุ หภมู สิ งู และระบบประสาทสว่ นกลางจะเรม่ิ สญู เสยี หนา้ ทไี่ ป ผปู้ ว่ ยจะเรมิ่ มอี าการสบั สน มนึ งง เหงอื่ ไม่ ออก ผวิ หนงั แหง้ และแดง ตวั รอ้ นจัด อาจหมดสติ และเสยี ชวี ติ ไดภ้ ายในไมก่ ีช่ วั่ โมง
รู้ รบั (มอื ) ปรบั ตัว ป้องกัน ความเส่ียงต่อสุขภาพจากส่ิงแวดล้อม ค�ำแนะน�ำในการดูแลป้องกนั ผลกระทบตอ่ สขุ ภาพจากความร้อน 30 1. ดืม่ นำ�้ สะอาดบอ่ ยๆ โดยไมต่ อ้ งรอกระหายนำ้� เครือ่ งปรับอากาศอาจมอี ุณหภูมสิ งู ถึง 50 องศาเซลเซียส 2. สวมใสเ่ สอ้ื ผา้ สอี อ่ น บางเบา เพอ่ื ระบายความรอ้ น ได้ภายใน 20 นาที) 3. หลีกเล่ียงการด่ืมแอลกอฮอล์ หรือเครื่องด่ืมที่มี 7. ผทู้ ท่ี ำ� งานหรอื ออกกำ� ลงั กายกลางแจง้ ใหเ้ ปลยี่ น นำ�้ ตาลสูงเพราะจะทำ� ให้รา่ งกายขาดน้ำ� ตารางเวลาท่ีต้องอยู่กลางแจ้ง และควรท�ำงานหรือ 4. ไมค่ วรเปดิ พดั ลมจอ่ ตรงตวั ในขณะทอ่ี ากาศรอ้ น ออกก�ำลังกายเป็นกลุ่ม หากมีอาการที่เก่ียวข้องกับความ สูง (อุณหภูมิมากกวา่ 37 องศาเซลเซียส) เพราะพัดลมจะ รอ้ นให้รบี แจ้งบคุ คลใกลช้ ิด ดูดความร้อนเขา้ มา 8. หากพบคนไม่สบายให้แจ้งสถานพยาบาลใกล้ 5. หลีกเลีย่ งการอยูก่ ลางแดดท่ีร้อนจัด โดยเฉพาะ ท่สี ดุ หรือสายด่วนชว่ ยชวี ิต 1669 เวลา 11.00 - 15.00 น. 9. ติดตามข่าวสารหรือการเตือนภัยจากหน่วยงาน 6. อย่าปล่อยให้เด็กและทารกอยู่ในรถท่ีจอดตาก ราชการ แดดตามลำ� พงั โดยเดด็ ขาด (รถทจ่ี อดตากแดดโดยไมเ่ ปดิ
รู้ รบั (มือ) ปรบั ตวั ป้องกัน ความเส่ยี งต่อสขุ ภาพจากส่งิ แวดลอ้ ม 4.2 ภัยหนาว เร้ือรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรค 31 หอบหดื โรคปอดเรอ้ื รงั โรคตบั โรคไต และโรคโลหติ จาง หนา้ หนาวหรอื ฤดหู นาวเปน็ ชว่ งของเวลาทอี่ ากาศ เปน็ ตน้ จะเย็นลงจากเดิม และในบางพื้นท่ีอาจจะเย็นลงโดย 2. รกั ษาความอบอนุ่ ของรา่ งกาย โดยการสวมเสอ้ื เฉยี บพลนั ทำ� ใหอ้ ณุ หภมู ภิ ายในรา่ งกายของเราตอ้ งปรบั ผ้าหนาๆ โดยเฉพาะในเด็กเล็กท่ีสภาพร่างกาย อย่างรวดเร็ว เพื่อรับกับอุณหภูมิภายนอก จากสภาวะ เปลี่ยนแปลงได้ง่าย ให้ใส่ถุงเท้า หมวกไหมพรม และ อากาศแบบนี้ ท�ำให้เกดิ โรคไดง้ ่ายกวา่ ปกติ โดยเฉพาะ หม่ ผ้าหนามากกว่าปกติ ด่มื น้�ำและเคร่อื งด่มื อนุ่ ๆ เพอ่ื เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจ�ำตัวหรือร่างกาย เพิ่มความอบอุน่ และความชมุ่ ชนื้ ใหก้ บั ร่างกาย อ่อนแออยู่แล้ว โรคซ่ึงมักพบได้บ่อยในช่วงฤดูหนาว 3. เลอื กรบั ประทานอาหารที่มีประโยชน์ ประเภท ไดแ้ ก่ โรคไขห้ วดั และไขห้ วดั ใหญ่ โรคปอดบวม โรคหดั แปง้ และไขมัน เชน่ ขา้ ว ก๋วยเตยี๋ ว เป็นตน้ โรคสุกใส โรคอุจจาระร่วง นอกจากนี้ ยังรวมถึงโรค 4. หลกี เลยี่ งสงิ่ ที่ทำ� ให้รา่ งกายอ่อนแอ และเสย่ี ง ท่ีเกิดจากสภาพอากาศที่แห้ง เช่น โรคผิวหนัง และ ต่อการเกิดอนั ตรายตอ่ สขุ ภาพ ได้แก่ การเสยี ชวี ิตดว้ ยภัยหนาว 4.1 การดื่มสุรา นอกจากไม่ช่วยให้ร่างกาย อบอุ่นแล้ว อาจท�ำให้ร่างกายไม่สามารถทนต่อสภาพ คำ� แนะน�ำในการดูแลปอ้ งกันผลกระทบ อากาศท่ีหนาวได้ ต่อสุขภาพจากภัยหนาว 4.2 การผงิ ไฟในเตน้ ทจ์ ะทำ� ใหห้ ายใจเอาสารพษิ เขา้ สรู่ ่างกาย 1. กลุ่มท่ีมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคในช่วงฤดู 4.3 การน�ำเด็กไปใกล้บริเวณท่ีมีการก่อไฟให้ หนาว ได้แก่ กล่มุ เด็กอายตุ �่ำกวา่ 5 ปี กลุ่มผสู้ ูงอายุที่ ความอบอุ่น เพราะควันไฟจะระคายเคืองต่อเยื่อบุ มอี ายตุ ง้ั แต่ 65 ปขี น้ึ ไป และกลมุ่ ผปู้ ว่ ยทมี่ โี รคประจำ� ตวั ทางเดนิ หายใจ 4.4 การนอนในที่แจง้ ลมโกรก โดยไมม่ เี คร่อื ง ปอ้ งกันให้ความอบอุน่ แก่รา่ งกาย 4.5 การอยู่ในสถานท่ีท่ีมีผู้คนแออัด ซึ่งจะ ท�ำใหม้ ีโอกาสรับเชอื้ โรคได้ง่าย 4.6 การคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย หากหลีก เล่ียงไม่ได้ ต้องใส่ใจในการป้องกันตัวเอง เช่น การ ลา้ งมอื บอ่ ยๆ การสวมหน้ากากอนามัย เปน็ ต้น
รู้ รับ(มือ) ปรบั ตัว ป้องกนั ความเส่ยี งตอ่ สุขภาพจากส่ิงแวดลอ้ ม 4.3 อทุ กภยั อทุ กภยั เปน็ ภยั อนั ตรายทเี่ กดิ จากนำ�้ ทว่ ม ซง่ึ นำ�้ ทว่ มเปน็ ปญั หาทมี่ กั พบไดใ้ นหลายพน้ื ท่ี ทง้ั พนื้ ทช่ี นบทและ พน้ื ทชี่ มุ ชนเมอื ง ซงึ่ สาเหตเุ กดิ จากการทฝ่ี นตกลงมาหนกั และเปน็ เวลานาน นำ้� ฝนไมส่ ามารถระบายออกจากพน้ื ที่ ได้ทันท่วงที ทำ� ใหเ้ กิดนำ�้ ทว่ มขัง กอ่ ให้เกิดความยากล�ำบากในการเดินทาง การอยู่อาศยั ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ 32 และก่อให้เกดิ โรคได้ มีค�ำแนะนำ� ในการปอ้ งกนั โรคจากน�้ำท่วม และการใช้ไฟฟ้าเม่อื น้�ำท่วม ดงั น้ี โรคน้�ำกัดเท้าจากเช้ือรา ค�ำแนะนำ� ในการปอ้ งกันโรคจากนำ้� ทว่ ม และแผลพุ พองเป็นหนอง โรคไข้หวดั เชด็ เทา้ ใหแ้ หง้ หากมีบาดแผลควรใชแ้ อลกอฮอลเ์ ชด็ โรคตาแดง โรคติดเชื้อ ใชผ้ า้ ปดิ ปากเวลาไอจาม ดมื่ นำ�้ อนุ่ มากๆ หากมไี ขค้ วรพบแพทย์ ระบบทางเดนิ อาหาร ล้างตาให้สะอาดเมือ่ ถกู ฝ่นุ ละออง หม่นั ล้างมอื บ่อยๆ และไมค่ วรขย้ีตา โรคฉ่ีหนู ล้างมือให้สะอาดกอ่ นรับประทานอาหาร เลือกรบั ประทานอาหารทส่ี ุกและสะอาด ก�ำจัดขยะมลู ฝอยเพื่อ หรอื เลปโตสไปโรซิส ไมใ่ หเ้ ป็นแหล่งเพาะพันธ์แุ มลงวนั หนู และแมลงสาบ โรคไข้เลอื ดออก สวมรองเทา้ บทู เมอื่ เดินในนำ้� ท�ำความสะอาดบ้านเรือนไมใ่ หเ้ ป็นทอ่ี าศัยของหนู โรคไขม้ าลาเรยี พยายามอยา่ ให้ยงุ กดั โดยทากันยุง และอยา่ ปล่อยให้ภาชนะต่างๆ ภายในบ้านมนี ้ำ� ขงั นาน เพราะจะเป็น แหล่งเพาะพันธุย์ งุ หากมีไข้และสงสัยวา่ จะเป็นไข้เลือดออก ไม่ควรรับประทานยาแอสไพรนิ คำ� แนะนำ� : หลกี เล่ยี งการเข้าไปในพนื้ ทท่ี ี่มโี รคมาลาเรียอยู่ หากจ�ำเป็นต้องเขา้ ไปในพืน้ ทที่ ่ีมโี รคมาลาเรีย ควรปอ้ งกนั ไม่ใหย้ งุ กดั โดยทากนั ยงุ โดยยงุ กน้ ปล่องจะออกหากิน คอื พลบค�่ำ กลางคนื ไปจนถงึ เช้ามดื
รู้ รบั (มือ) ปรับตวั ป้องกัน ความเส่ยี งต่อสุขภาพจากส่งิ แวดลอ้ ม การปอ้ งกันตนเองไมใ่ หถ้ กู ยุงลายกัด ท�ำไดโ้ ดย เกร็ดเลก็ ๆ ก�ำจัดลกู นำ�้ ยงุ ลาย 1. นอนในมงุ้ หรอื ห้องที่มีมุง้ ลวด 1. ภาชนะทเ่ี กบ็ นำ�้ ไวเ้ พอ่ื กนิ หรอื ใช้ ใหใ้ สท่ ราย อะเบท โดยต้องเตมิ ทรายอะเบททกุ 3 เดือน ปรมิ าณ ที่ใช้คือ 1 ช้อนโตะ๊ ต่อน้ำ� 10 ปบ๊ี (โอ่งมงั กร) หรือการ ปล่อยปลาหางนกยูงหรือปลาสอด หรือปลากัดเพื่อ กนิ ลูกน�้ำ และถา้ ปดิ ฝาได้กย็ ิ่งดี ทรายอะเบท 2. จดุ ยากนั ยงุ หรอื ใชย้ าทาหรอื ยาฉดี กนั ยงุ และ 33 ควรใช้อยา่ งระมัดระวงั 3. ไม่ควรอยู่ในบริเวณที่อับลมหรือเป็นมุมมืด 2. ขาตกู้ นั มด ใหใ้ สข่ เี้ ถา้ ทเ่ี กดิ จากถา่ นหรอื ฟนื มีแสงสวา่ งน้อย แทน หรอื ใสน่ ำ�้ มันข้ีโล้ น้�ำมันดเี ซล หรอื นำ�้ มนั อะไร 4. หม่ันอาบน�้ำช�ำระร่างกายให้สะอาดเพราะ กไ็ ดแ้ ทนนำ้� ซง่ึ กนั มดไดด้ ี และทส่ี ำ� คญั ยงุ ลายไมล่ งไป เหง่ือจะดงึ ดดู ให้ยุงกัดมากขึ้น วางไขแ่ น่นอน 3. แจกันดอกไม้ ใช้วิธีถ่ายน้�ำท้ิงทกุ 7 วัน 4. ภาชนะที่มีน�ำ้ ขังอื่นๆ ท่ีอยรู่ อบบ้าน เช่น ยาง รถยนต์ กระป๋อง ถัง หรือขวดพลาสติกต่างๆ ใช้วิธีขุด หลมุ ฝงั หรอื ทำ� ลายทิ้งดว้ ยวธิ อี ่นื ๆ คำ� แนะนำ� เพม่ิ เตมิ การกำ� จดั ลกู นำ้� ยงุ ก่อนที่จะกลายเปน็ ยงุ ลาย เปน็ การแกป้ ัญหาทีต่ น้ เหตแุ ละได้ผลดีท่ีสุด
รู้ รับ(มือ) ปรับตวั ป้องกนั ความเส่ยี งตอ่ สุขภาพจากส่ิงแวดล้อม คำ� แนะน�ำในการใชไ้ ฟฟา้ เมือ่ นำ้� ทว่ ม 4.4 ภัยแลง้ 1. กอ่ นน้ำ� ทว่ มเขา้ ภายในบ้าน หรอื บรเิ วณบ้าน ให้รีบขนย้ายอุปกรณ์ไฟฟ้า และส่ิงของจ�ำเป็นไว้ที่สูง หรอื ท่ีนำ้� ท่วมไม่ถงึ 2. กรณีเป็นบ้านสองช้ันและมีสวิตช์แยกแต่ละ ชนั้ หากนำ้� ทว่ มชน้ั ลา่ ง ใหป้ ลดสวติ ชเ์ บรกเกอรเ์ มน หรอื อุปกรณ์ตัดกระแสไฟฟ้าเฉพาะชั้นล่างและปลด เบรกเกอรย์ อ่ ยลงให้หมด 3. กรณีน้�ำท่วมขังเป็นเวลานาน และมีความ จำ� เปน็ ตอ้ งอาศยั อยใู่ นบา้ น ใหใ้ ชเ้ ครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ ทชี่ นั้ บน 34 โดยใหเ้ จา้ หนา้ ทจ่ี ากการไฟฟา้ หรอื ผทู้ มี่ คี วามเชย่ี วชาญ ด้านระบบไฟฟ้าปลดสวิตช์ที่ชั้นล่างให้เพ่ือความ ภยั แลง้ คอื ภยั ทเี่ กดิ จากการขาดแคลนนำ�้ ในพน้ื ทใี่ ด ปลอดภยั พนื้ ทห่ี นง่ึ เปน็ เวลานาน จนกอ่ ใหเ้ กดิ ความแหง้ แลง้ และ 4. กรณบี า้ นช้ันเดยี ว ให้งดใช้ไฟฟา้ โดยเดด็ ขาด สง่ ผลกระทบตอ่ ประชาชน งดใช้อุปกรณไ์ ฟฟ้าทุกชนดิ 5. หา้ มเปดิ - ปิดสวติ ชไ์ ฟ ขณะตัวเปียกหรอื ยืน ผลกระทบตอ่ สขุ ภาพจากภัยแลง้ แช่น�้ำ แม้ว่าสวิตช์ไฟจะอยู่เหนือระดับน้�ำ เพราะอาจ ปัญหาภัยแล้งนอกจากจะส่งผลกระทบให้กับ ทำ� ใหเ้ ปน็ อนั ตรายตอ่ ชวี ติ ได้ “ปลก๊ั ไฟทถี่ กู นำ�้ ทว่ มหา้ ม พน้ื ดนิ แลว้ ยงั เปน็ ผลทำ� ใหเ้ ชอ้ื โรคหลายชนดิ เตบิ โตไดด้ ี น�ำมาใชง้ านเดด็ ขาด” ในสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้ง ซ่ึงเช้ือโรคดังกล่าว 6. ถา้ ตอ้ งเดนิ ลยุ นำ้� ควรใสร่ องเทา้ บทู และทายา สามารถปนเปอ้ื นในแหลง่ นำ�้ และอาหาร ทำ� ใหป้ ระชาชน ป้องกันน�้ำกัดเท้าทุกครั้งก่อนลงน�้ำ และมีไม้ตีน�้ำเป็น เกดิ การเจบ็ ปว่ ยเปน็ โรคเพม่ิ มากขนึ้ เชน่ โรคตบั อกั เสบจาก ระยะเพอื่ ไลส่ ตั ว์มีพิษท่ีอาจอยู่บริเวณท่ีเดนิ ไวรสั ทางเดนิ อาหารชนดิ เอ โรคอจุ จาระรว่ ง โรคอาหาร เป็นพิษ โรคบิด โรคอหิวาตกโรค ไข้ไทฟอยด์ เป็นต้น นอกจากน้ีการขาดแคลนนำ้� ในพนื้ ทยี่ งั สง่ ผลตอ่ เกษตรกร ทมี่ อี าชพี ทำ� การเกษตร เลยี้ งสตั ว์ เนอื่ งจากนำ้� ไมเ่ พยี งพอ ตอ่ การดำ� รงชวี ติ อาจทำ� ใหเ้ กดิ ความเครยี ด และอาจเปน็ โรคขาดสารอาหาร ตายจากการขาดนำ�้ และอาหาร
รู้ รบั (มือ) ปรับตวั ป้องกัน ความเส่ยี งตอ่ สุขภาพจากส่งิ แวดลอ้ ม วธิ กี ารปรับปรงุ คุณภาพนำ้� โดยการใช้สารส้มแกว่งในน้�ำที่บรรจุอยู่ในโอ่ง ประมาณ 5 นาที ท้ิงไวใ้ ห้ตกตะกอน และนำ� น�้ำส่วนท่ใี ส ไปใชไ้ ดโ้ ดยผ่านการฆา่ เช้ือโรค ซึง่ ท�ำได้ 2 วธิ ี คือ วธิ ีที่ 1 การตม้ นำ้� ใหเ้ ดือดนาน 1 นาที วิธที ี่ 2 การใสค่ ลอรีน ซง่ึ มอี ยู่ 2 ชนดิ คือ การใช้ คลอรนี หยดทิพย์ และการใชค้ ลอรนี ผง กรณใี ช้คลอรนี หยดทพิ ย์ สารละลายคลอรนี ชนิดเจือจาง 2 เปอรเ์ ซ็นต์ คำ� แนะน�ำในการรับมอื ภยั แลง้ • ใช้จ�ำนวน 1 หยดต่อนำ้� 1 ลติ ร 35 1. ลา้ งภาชนะใส่น้�ำ เพือ่ เตรยี มเก็บกักน้ำ� • ทิง้ ไว้นาน 30 นาที 2. เลอื กซอื้ นำ�้ บรรจขุ วดทมี่ เี ครอ่ื งหมายรบั รองจาก กรณใี ช้คลอรนี ผง สำ� นักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ลกั ษณะเปน็ เกลด็ สีขาว ความเขม้ ข้น 60-70 เปอรเ์ ซ็นต์ 3. ควรมีการปรับปรุงคุณภาพน�้ำจากแหล่งน้�ำ ละลายน้�ำไดด้ ี ธรรมชาติ เชน่ แมน่ ำ้� ลำ� คลอง นำ�้ จากบอ่ บาดาล นำ้� บอ่ ตน้ื กอ่ นใชเ้ ปน็ นำ้� ด่มื - น�ำ้ ใช้ • ใชจ้ �ำนวนครงึ่ ชอ้ นชาต่อนำ�้ 220 ลิตร • ทิ้งไว้นาน 30 นาที 4. เลือกปลกู พชื อายุสั้นใช้น้ำ� น้อย 5. ใชน้ ำ้� อยา่ งประหยัด 6. ติดตามข่าวสารสถานการณ์จากหน่วยงาน ราชการ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ ประกาศข้อมูลข่าวสารจาก ทางราชการ เป็นตน้
รู้ รับ(มือ) ปรบั ตัว ป้องกัน ความเส่ียงตอ่ สุขภาพจากส่ิงแวดล้อม 5. ความเส่ยี ง และอนั ตรายอ่ืนๆ 36 5.1 อนั ตรายจากดอกไมเ้ พลงิ จดุ พลุ ประทดั 2. อนั ตรายจากการไดร้ บั สารเคมี หากมกี ารสมั ผสั โดยตรงบริเวณผิวหนัง หรือสูดดมเอาสารเคมีท่ีอยู่ใน ตรษุ จนี ถอื เปน็ วนั ขน้ึ ปใี หมข่ องชาวจนี ซงึ่ ในแตล่ ะ รปู ของเหลว ผง ไอระเหย และควนั พษิ ไดแ้ ก่ สารโปแตส พื้นทกี่ จ็ ะมกี ารฉลองกันแตกต่างกันไป นอกจากกจิ กรรม เซยี มเปอรค์ ลอเรตสารซลั เฟอรห์ รอื กำ� มะถนั สารโปตสั เซยี ม การไหว้บรรพบุรุษแล้ว ยังมีการจุดประทัดเน่ืองจาก ไนเตรต สารแบเรยี มไนเตรตเขา้ สรู่ า่ งกาย จะทำ� ใหเ้ กดิ การ มีความเชื่อว่าจะไล่โรคภัยไข้เจ็บและความอัปมงคลได้ ระคายเคืองต่อผิวหนัง หู ตา จมูก ระคายเคืองต่อระบบ คนจีนบางกลุ่มถือว่าการจุดประทัดเป็นการเรียกโชค ทางเดินหายใจ โดยเฉพาะสารแบเรียมไนเตรต มีพษิ มาก หรือจุดเพื่อให้เทพเจ้าได้ยินเพ่ือจะได้คุ้มครองให้อยู่เย็น อาจท�ำลายตับ ม้าม และยังท�ำให้เกิดอัมพาตที่แขน เปน็ สุข ขา และบางรายอาจเสยี ชีวิตได้ ความเสีย่ งตอ่ สขุ ภาพจากประทัด 3. อันตรายจากความดังของเสียงระเบิดมีระดับ 1. อนั ตรายจากการเกดิ ไฟไหมแ้ ละการระเบดิ อาจ เสียงกระแทกสงู ถึง 130 เดซิเบล เอ มีผลท�ำให้เกดิ อาการ ก่อให้เกิดอัคคีภัย น�ำมาซ่ึงการบาดเจ็บความสูญเสียต่อ หูตึงชั่วคราว แต่หากได้ยินติดต่อเป็นเวลานาน อาจ ชีวิตและทรพั ย์สนิ ส่งผลใหเ้ กดิ อาการหูตงึ ถาวร 4. อนั ตรายจากความรอ้ นของประทดั ดอกไมไ้ ฟ หรือพลุ สามารถทำ� ใหผ้ ิวหนังไหม้ได้
รู้ รบั (มอื ) ปรบั ตัว ป้องกัน ความเส่ยี งตอ่ สุขภาพจากส่งิ แวดล้อม ค�ำแนะน�ำในการปอ้ งกันอนั ตราย 9. ห้ามก้มหน้าเขา้ ไปใกลป้ ระทัด 37 จากการเลน่ ประทดั 10. ห้ามโยนประทัดใส่กลุ่มคนเด็ดขาด 1. เลอื กซอ้ื ประทดั ที่มฉี ลาก และแสดงข้อความ 5.2 ความเสย่ี งจากลกู โปง่ สวรรค์ ครบถ้วนโดยเฉพาะภาษาไทย เชน่ วธิ ใี ช้ การเก็บรกั ษา ค�ำเตอื นเพอ่ื ความปลอดภยั ช่ือทอ่ี ยู่ผผู้ ลติ และผูน้ �ำเข้า ในงานรนื่ เรงิ ลกู โปง่ สวรรคม์ กั ถกู ใชเ้ ปน็ สญั ลกั ษณ์ เปน็ ตน้ แห่งความสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นงานคริสต์มาส งาน 2. ตรวจสอบประทัดให้อยู่ในสภาพท่ีสมบูรณ์ วนั ขน้ึ ปใี หม่ งานวนั เดก็ งานวนั เกดิ งานแตง่ งาน หรอื พธิ ี ได้มาตรฐาน ตามเทศกาลตา่ งๆ ซงึ่ จะใชล้ กู โปง่ สวรรคเ์ ปน็ จำ� นวนมาก 3. ต้องเก็บประทัดให้ห่างจากประกายไฟความ และอาจมคี วามเสยี่ งตอ่ สขุ ภาพของประชาชนทอ่ี ยใู่ กล้ ร้อน เชน่ บหุ รี่ เตาแกส๊ เปน็ ตน้ ได้ ลูกโป่งสวรรค์ส่วนมากใช้ก๊าซไฮโดรเจนเนื่องจาก 4. ต้องจุดประทัดให้ไกลจากบ้านเรือน แนว มรี าคาถกู แตอ่ าจยงั ไมท่ ราบกนั วา่ กา๊ ซชนดิ นี้ ตดิ ไฟงา่ ย สายไฟ สถานนี �ำ้ มัน ถังแก๊ส และวตั ถไุ วไฟ ไม่มีสี ไม่มีกล่ิน เม่ือเกิดอุบัติเหตุ หรือเกิดการกระทบ 5. ไมค่ วรจุดประทดั คร้ังละมากๆ กับความร้อนหรือประกายไฟ ท�ำให้ลูกโป่งสวรรค์เกิด 6. ห้ามเด็กๆ จุดประทัดเองโดยเด็ดขาด และ การระเบิด เปน็ อนั ตรายทที่ ำ� ใหถ้ ึงขน้ั พกิ าร และอาจเสยี หลกี เลี่ยงการอยู่ในบริเวณทมี่ ีการจุดประทัด ชวี ติ ได ้ 7. ห้ามดัดแปลง เล่นผิดประเภทจนเกิดแรง ระเบดิ หรอื แรงอัดเสียงดัง 8. หา้ มใช้เทยี นในการจุดประทดั ควรจะใชท้ ่จี ดุ ทม่ี ลี ักษณะเฉพาะและมลี กั ษณะยาว
รู้ รบั (มอื ) ปรับตวั ป้องกัน ความเส่ยี งตอ่ สุขภาพจากส่ิงแวดลอ้ ม He He คำ� แนะนำ� ในการเลน่ ลูกโป่งสวรรค์ He 1. ควรเลือกซ้ือลูกโป่งสวรรค์ที่บรรจุด้วยก๊าซ ฮเี ลียม ถงึ แมว้ ่าจะมีราคาแพงกวา่ แตจ่ ะไม่ติดไฟ และ ปลอดภัยต่อชีวติ และทรัพยส์ นิ 2. หากจ�ำเป็นต้องซื้อลูกโป่งที่บรรจุด้วยก๊าซ โฮโดรเจนเป็นจำ� นวนมากๆ ควรระมัดระวังอย่าใหก้ ระทบ กับความร้อนหรือประกายไฟ เพราะจะท�ำให้ลูกโป่งเกิด การระเบดิ ได้ 3. ควรหลีกเล่ียงการอยู่ในท่ีที่มีลูกโป่งสวรรค์ เปน็ จำ� นวนมาก 38 5.3 ผลกระทบต่อสุขภาพจากเส้ือผา้ มือสอง เสื้อผ้ามือสองก�ำลังเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย เน่ืองจากราคาถูก มีรูปแบบท่ีทันสมัย และบางส่วน เป็นสินค้าที่มียี่ห้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูหนาว เส้ือกันหนาวมือสองเป็นที่นิยมหาซื้อมาสวมใส่ ที่ส�ำคัญ ประชาชนตอ้ งไมล่ มื คำ� นงึ ถงึ ผลกระทบตอ่ สขุ ภาพทจ่ี ะตามมา ไมว่ า่ จะเปน็ สงิ่ สกปรกหรอื เชอ้ื โรคตา่ งๆ ทตี่ ดิ มากบั เสื้อ ซ่งึ หากท�ำความสะอาดไมด่ อี าจเสย่ี งต่อการเกดิ โรคตามมา เชน่
รู้ รบั (มือ) ปรบั ตวั ป้องกนั ความเส่ยี งตอ่ สุขภาพจากส่งิ แวดลอ้ ม 1) โรคผวิ หนงั จากเชอ้ื รา เชน่ โรคกลากเกลอื้ น 3) โรคผิวหนังจากพาหะน�ำโรค ท่ีชอบอาศัย ซง่ึ จะสงั เกตผน่ื แดงมขี ยุ รอบๆ และเกดิ อาการคนั ทำ� ให้ อยู่ในใยผ้าที่สกปรก ได้แก่ เห็บ หมัด และโลนเมื่อ เปน็ ผ่นื แพ้ ตดิ เชื้อ และกอ่ ให้เกิดโรคผิวหนงั ในร่มผา้ สมั ผสั ผวิ หนงั จะดดู เลอื ด ทำ� ใหเ้ กดิ อาการแพเ้ ปน็ ผนื่ คนั เป็นตุม่ แดงนนู และเกาจนเกิดเป็นแผลตดิ เชื้อได้ 39 2) โรคภูมิแพ้ ซึ่งเกิดได้หลายกรณีท้ังจากฝุ่น การเลอื กซอ้ื เสอ้ื ผา้ มอื สอง ใยผ้าและฝุ่นที่ติดตามกระสอบบรรจุระหว่างการขนส่ง หรือจากการแพ้น�้ำยารีดผ้าเรียบที่ใช้รีดก่อนจ�ำหน่าย 1. เลือกซื้อเส้ือผ้าจากร้านท่ีสะอาด ปลอดภัย ซ่ึงจะใช้น�้ำยาท่ีมีความเข้มข้นสูง อาจระคายเคือง ไม่วางเส้ือผ้ากองไว้กับพื้น ไม่แขวนเสื้อผ้าติดกันแน่น ผวิ หนงั ได้ โดยเฉพาะผทู้ เ่ี ปน็ โรคภมู แิ พอ้ ยแู่ ลว้ อาจเกดิ จนเกนิ ไป อาการรนุ แรงมากขึน้
รู้ รับ(มือ) ปรบั ตัว ป้องกัน ความเส่ียงตอ่ สขุ ภาพจากส่ิงแวดล้อม 2. เลอื กเสอื้ ผา้ มอื สองทมี่ สี ภาพดี โดยตรวจสอบ วิธที �ำความสะอาดเสือ้ ผ้ามือสอง ว่าไม่มีรอยด่างด�ำ รอยคราบสกปรก หรือคราบสาร ก่อนท�ำความสะอาดควรแยกเส้ือผ้ามือสองออก คดั หลง่ั เช่น คราบเลือด รวมไปถงึ ไม่มีกล่ินอับชนื้ หรอื จากเสื้อผ้าปกติ และการท�ำความสะอาดเสื้อผ้ามือสอง กล่ินเหมน็ ฉุน อย่างถูกวิธี จะสามารถท�ำลายเช้ือรา และพาหะน�ำโรค 3. หลกี เล่ียงการซ้อื เสือ้ ผ้ามือสอง ประเภทท่ีท�ำมา ผิวหนังได้ ซ่ึงวธิ กี ารท�ำความสะอาดมี 2 วธิ ีหลกั ๆ คอื จากหนังสัตว์ ขนสัตว์ เสื้อผ้าที่มีขนฟู เพราะเป็นประเภท วิธีท่ี 1 ซักแลว้ น�ำไปตม้ ท่ที ำ� ความสะอาดยาก ท�ำให้เปน็ แหล่งสะสมของเชือ้ โรค 1)ซกั ทำ� ความสะอาดดว้ ยผงซกั ฟอกหรอื นำ้� ยาซกั ผา้ 40 4. ขณะเลือกซ้ือควรสวมผ้าปิดปากปิดจมูกเพ่ือ 2) นำ� มาตม้ ในนำ�้ เดอื ด นานประมาณ 15 นาที ถงึ ปอ้ งกันฝนุ่ ทีม่ ากบั เสอ้ื ผ้า 1 ชวั่ โมง คำ� แนะนำ� เพม่ิ เตมิ ถา้ เปน็ กรณเี ส้อื สีด�ำ การตรวจสอบ เสอ้ื ผ้าให้สงั เกตรอยเป้ือนหรือรอยดา่ ง และสที ีไ่ ม่สม�ำ่ เสมอ และมีกลนิ่ อบั ชื้น
รู้ รบั (มอื ) ปรับตัว ป้องกนั ความเส่ยี งต่อสุขภาพจากส่งิ แวดลอ้ ม 3) นำ� ไปตากแดดจดั หรอื ตากในทท่ี ม่ี อี ากาศถา่ ยเท วธิ ที ่ี 2 ซกั ดว้ ยน้�ำยาฆา่ เช้ือโรค จนแหง้ 1)ซกั ทำ� ความสะอาดดว้ ยผงซกั ฟอกหรอื นำ้� ยาซกั ผา้ 4) น�ำมารดี ท้ังด้านในและดา้ นนอกตวั เส้ือ 2)เตมิ นำ้� ยาฆา่ เชอ้ื ทสี่ ามารถหาไดใ้ นครวั เรอื น ไดแ้ ก่ น้ำ� ยาซักผา้ ขาว ที่มสี ว่ นผสมโซเดยี มไฮโปคลอไรด์ 5 - 6 เปอร์เซน็ ต์ • เตมิ นำ้� ยาซักผ้าขาว 1 ฝา ต่อน้�ำ 10 ลิตร ลงไป • แชผ่ า้ ท้งิ ไว้ 5 - 15 นาที น้ำ� สม้ สายชู • เติมน�้ำส้มสายชู 2 - 3 ถ้วยตวง ตอ่ น้ำ� 1 - 2 ลิตร 41 • แช่ผา้ อย่างน้อย 1 ชัว่ โมง 3) ซกั ท�ำความสะอาดตามปกติ 4) นำ� ไปตากแดดจดั หรอื ตากในทท่ี ม่ี อี ากาศถา่ ยเทจนแหง้ 5) น�ำมารดี ทงั้ ด้านในและด้านนอกตัวเสือ้ คำ� แนะนำ� เพม่ิ เตมิ 1. การเลือกวธิ ที �ำความสะอาดเส้อื ผา้ ท่ีดีทส่ี ุด จะตอ้ งคำ� นึงถึงประเภทของเส้ือผ้ามอื สองดว้ ย เนอ่ื งจากเส้อื ผา้ บางประเภทไมเ่ หมาะกับการตม้ เพราะอาจทำ� ใหเ้ สื้อผา้ ชนิดน้นั ชำ� รุดได้ 2. หากมีเช้ือราขน้ึ มากเกินกำ� จัด กค็ วรเปล่ยี นและทง้ิ ไปเลย
รู้ รบั (มอื ) ปรับตวั ป้องกัน ความเส่ียงต่อสขุ ภาพจากส่ิงแวดลอ้ ม 6. การลดความความเส่ยี งต่อสุขภาพจากส่งิ แวดล้อมด้วยธรรมชาติ เบญจมาศ ไอว่ี ปาลม์ ใบไผ่ พลูด่าง เยอบีรา่ หางจระเข้ สับปะรดสี 42 หนา้ ววั 6.1 ไม้ประดบั ดดู สารพษิ สารเคมีถึงแม้มีอันตรายหรือผลข้างเคียง แต่ก็ยังมีความจ�ำเป็นที่ต้องใช้ในชีวิตประจ�ำวัน การจัดสภาพ แวดล้อมให้มีความเสี่ยงหรือความเป็นพิษให้น้อยลง อาจจะใช้วิธีการปลูกต้นไม้หรือน�ำต้นไม้มาวางไว้ในบ้าน เนอ่ื งจากตน้ ไมบ้ างชนดิ นอกจากจะใชเ้ ปน็ ไมป้ ระดบั ตกแตง่ บา้ นใหน้ า่ อยแู่ ละสวยงามแลว้ ยงั สามารถชว่ ยดดู ซบั สารพิษท่ีเปน็ อันตราย ลดความเส่ยี งจากมลพิษที่เราสดู หายใจเขา้ ไปด้วย
รู้ รับ(มอื ) ปรบั ตัว ป้องกัน ความเส่ยี งตอ่ สขุ ภาพจากส่งิ แวดล้อม 6.2 ชนดิ ของไม้ประดับดูดสารพิษ จากการวิจัยมีไม้ประดับดูดสารพิษได้ประมาณ 50 ชนิด แต่ชนิดท่ีคนไทยปลูกกันอยู่โดยทั่วไปทั้งภายในและ ภายนอกบา้ น มีประมาณ 40 ชนิด ดังน้ี 1. หมากเหลอื ง 11. ปาล์มไผ่ 21. มรกตแดง 31. เบญจมาศ 43 2. โกสน 12. พลดู า่ ง 22. กหุ ลาบหิน 32. ไทรย้อยใบแหลม 3. จ๋งั 13. กลว้ ยแคระ 23. ไทรใบเล็ก 33. ฟิโลหชู า้ ง 4. เศรษฐเี รือนใน 14. บอสตนั เฟิร์น 24. หางจระเข้ 34. ฟโิ ลเซลลอม 5. ไอวี่ 15. สับปะรดสี 25. วาสนาอธษิ ฐาน 35. ฟโิ ลใบหวั ใจ 6. ปาล์มใบไผ่ 16. ซมุ้ กระตา่ ย 26. เขม็ รมิ แดง 36. หนา้ ววั 7. เดหลี 17. สนฉตั ร 27. หนวดปลาหมึก 37. เสน่หจ์ นั ทร์แดง 8. ออมทอง 18. เขียวหมน่ื ปี 28. เยอบีร่า 38. สิบสองปนั นา 9. ยางอนิ เดยี 19. แววมยุรา 29. ลน้ิ มังกร 39. กล้วยไม้พันธห์ุ วาย 10. ครสิ ตม์ าส 20. สโนวด์ รอป 30. สาวนอ้ ยประแป้ง 40. ประกายเงิน
รู้ รบั (มอื ) ปรบั ตวั ป้องกนั ความเส่ียงต่อสุขภาพจากส่ิงแวดล้อม 6.3 ไม้ประดับดูดสารพษิ ที่แนะนำ� ให้ปลูก ในประเทศไทยมีไมป้ ระดบั ดูดสารพิษมากมายถงึ 40 ชนดิ ทค่ี วรนำ� มาปลูกในบรเิ วณตา่ งๆ ทั้งภายในและ ภายนอกอาคาร และเพ่ือให้ง่ายต่อการคัดเลือกไปปลูก ในท่ีน้ีขอแนะน�ำไม้ประดับท่ีมีความสามารถในการดูด สารพษิ 22 ชนิด ดังนี้ 44 หมากเหลือง จั๋ง ดูดสารพษิ จากอากาศไดด้ มี าก ดดู สารพิษจากอากาศไดด้ มี าก เศรษฐเี รือนใน ไอว่ี ดูดสารพิษจากอากาศได้ดีมาก ดูดสารเบนซนี ได้รอ้ ยละ 90 โดยเฉพาะฟอร์มัลดไี ฮด์ และดูดฟอร์มัลดีไฮด์ได้ด้วย
รู้ รบั (มือ) ปรับตวั ป้องกัน ความเส่ยี งตอ่ สุขภาพจากส่งิ แวดล้อม ยางอนิ เดีย พลดู า่ ง ดูดสารพิษไดม้ าก ดูดสารพิษได้มาก 45 บอสตนั เฟิรน์ เข็มรมิ แดง ดดู สารพิษจากอากาศไดม้ าก ดดู สารพิษปานกลางถงึ มาก โดยเฉพาะฟอร์มัลดีไฮด์ โดยเฉพาะไซลนี ไตรคลอโรเอทธลิ ีน ซุ้มกระต่าย หนวดปลาหมกึ ดูดสารพษิ ได้มาก ดดู สารแอมโมเนียได้
รู้ รับ(มือ) ปรับตัว ป้องกนั ความเส่ียงตอ่ สขุ ภาพจากส่ิงแวดลอ้ ม วาสนาอธิษฐาน ไทรใบเลก็ ดดู สารฟอร์มัลดไี ฮดไ์ ดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ ดูดสารพิษได้มาก 46 ปาลม์ ไผ่ เดหลี ดูดสารเบนซีน ไตรคลอโรเอทธิลีน ดดู สารแอลกอฮอล์อาซโิ ตน เบนซนี และฟอร์มลั ดีไฮด์ไดม้ าก ไตรคลอโรเอทธลิ ีน และฟอรม์ ัลดไี ฮด์ ลนิ้ มังกร เบญจมาศ ดูดสารพิษได้นอ้ ยให้ออกซิเจนมาก ดูดสารพษิ ได้มาก เช่น ฟอร์มลั ดีไฮด์ ตอนกลางคนื เหมาะทีจ่ ะปลกู ในหอ้ งนอน เบนซีน และแอมโมเนยี
รู้ รบั (มอื ) ปรบั ตัว ป้องกนั ความเส่ยี งต่อสขุ ภาพจากส่งิ แวดลอ้ ม ไทรย้อยใบแหลม เสนห่ จ์ นั ทร์แดง ดดู สารฟอรม์ ลั ดีไฮด์ได้ดี ดูดสารพษิ ไดม้ าก เช่น แอมโมเนีย 47 สบิ สองปันนา เยอบีรา่ ดูดสารพิษได้มาก โดยเฉพาะไซลีน ดูดสารพิษได้มาก ประกายเงนิ กลว้ ยไมพ้ นั ธุ์หวาย ดูดสารพษิ ได้ปานกลาง ดดู สารพษิ ไดม้ าก เชน่ แอลกอฮอรอ์ าซโี ตน แตด่ ูดสารเบนซินได้ ฟอร์มลั ดีไฮด์ และคลอโรฟอรม์
รู้ รบั (มอื ) ปรบั ตวั ป้องกนั ความเส่ียงตอ่ สขุ ภาพจากส่ิงแวดล้อม เอกสารอ้างองิ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. ผลกระทบต่อสุขภาพจากความร้อนส�ำหรับเจ้าหน้าท่ี สาธารณสขุ . โรงพมิ พโ์ ครงการผลติ สอื่ และมลั ตมิ เี ดยี สมาคมสง่ เสรมิ เทคโนโลยี (ไทย-ญปี่ นุ่ ), กรุงเทพฯ 2559. กองประเมนิ ผลกระทบตอ่ สขุ ภาพ กรมอนามยั . อยอู่ ยา่ งไรภายใตภ้ าวะมลพษิ ตอน ไมป้ ระดบั ดดู 48 สารพิษ. พิมพ์คร้ังที่ 2. ประเทศไทย. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จ�ำกดั 2552. กองประเมนิ ผลกระทบตอ่ สุขภาพ กรมอนามัย. การเปลย่ี นแปลงสภาพภูมิอากาศ บทบาท อสม. กบั การดแู ลสขุ ภาพ. พมิ พค์ รง้ั ที่ 1. โรงพมิ พโ์ ครงการผลติ สอื่ และมลั ตมิ เี ดยี สมาคมสง่ เสรมิ เทคโนโลยี (ไทย-ญป่ี นุ่ ), กรงุ เทพฯ 2559. กองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ กรมอนามัย. มาตรฐานค่าเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพจาก ฝนุ่ ละอองขนาดเล็กกวา่ 10 ไมครอน ((PไทMย1-0ญ).่ีปพนุ่ มิ),พกค์รุงรเัง้ ททพ่ี 2ฯ. โรงพมิ พ์โครงการผลติ สื่อ และมลั ติมีเดีย สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี 2559. ฐปณีมาศ เกตุทัต และคณะ. โครงการวจิ ยั เรื่อง การศกึ ษาชนดิ ของสารอินทรีย์ระเหย (VOCS) ท่ีเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์อุปโภคทั่วไปท่ีวางจ�ำหน่ายในท้องตลาดและผลต่อ สขุ ภาพจากสาร VOCS. ประเทศไทย: กองประเมนิ ผลกระทบตอ่ สขุ ภาพ กรมอนามยั 2557.
กองประเมินผลกระทบตอสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข โทรศัพท 0-2590-4354 โทรสาร 0-2590-4356 http://hia.anamai.moph.go.th
Search
Read the Text Version
- 1 - 50
Pages: