การลม่ สลายของสถาบนั ครอบครวั ทีค่ วามรกั ไมอ่ าจเยยี วยา อรุณวดี อรุณมาศ
แม่บอกวา่ เธอทาให้แมเ่ ป็นทุกข์ และต้องดน้ิ รนเพือ่ ความอยู่รอด พ่อและญาติ ๆ ของพอ่ ต่างก็เกลยี ดเธอ และผลกั ไสเธอสู่วถิ แี ห่งความเจ็บปวด ไมม่ ีสทิ ธริ ้องขอส่งิ ใด ไมม่ ีอ้อมแขนแข็งแรงของพ่อ ไม่มีอ้อมอกอบอนุ่ ของแม่ ไม่มีบ้านพักพงิ ยามว้าเหว่ มแี ต่ฝันร้ายตลอดคืน แล้วเธอจะโหยหาสิง่ ใด การมชี ีวติ อยู่ หรอื ความตาย
ทฤษฎวี ่าด้วยบุคลกิ ภาพของบคุ คล Id Ego Superego
Id “ขอนา้ กอดทเี ถอะ” พรอ้ มกบั เอ้ือมมือจะดึงแขนฉันเข้าไปใกล้ ฉันรีบเอามอื ไขวห้ ลัวแลว้ ถอย “กอดทนี ะ ทเี ดยี วจริงๆ” เขาดงึ ตัวฉนั เขา้ ไปใกล้ นาทนี ั้นฉันอยากถบี หนา้ มนั เลยด้วยซ้า มันยืน่ จมกู เข้ามาใกล้ “ขอน้าหอมหน่อยเถอะ อยากกอดอยากหอมมานานแลว้ ” ฉนั พยายามปดั ป้องตัวเองอย่างทส่ี ุด จนหลดุ ออกจากมือมนั มาได้ ตะโกนแหกปาก “ไปใหพ้ ้น อย่ามาทา้ สนั ดานอยา่ งนี้ ออกไป” (อรุณวดี อรณุ มาศ, 2542 :153)
Ego “คืนนี้ฉันนอนที่บ้านกับแม่เพียงสองคน แม่นอนนิ่งเฉ่ือยชาสายตาทอดมองไปใน ความมืด โดยไม่มีค้าพูดใดผ่านริมฝีปากของแม่สักค้านอกจากเสียงทอดถอนใจ ท่ามกลางความมืดฉันพาดแขนข้างหน่ึงวางไว้บนอกแม่ บอกให้แม่ช่วยกอดฉันทีเถอะ ตลอดมาพ่อไม่เคยกอดฉันสักคร้ังเลย ตอนน้ีไม่มีพ่อแล้ว แม่ช่วยกอดฉันที แม่ขยับตัว ชา้ ๆ มากอดฉนั ไว้ เพียงครู่เดียวกข็ ยับหนีด้วยความรู้สึกร้าคาญ ฉันเดาว่าแม่คงร้าคาญ ท้งั ทฉี่ ันยงั ไม่ทันได้สัมผสั กบั ความรู้สึกอบอุ่นท่ีฉันแสวงหามาทั้งชีวิต จนกระทั่งพ่อตาย ฉนั ไมเ่ คยได้รบั จากพอ่ เลย คนื นฉ้ี นั มองผา่ นความมืดนา้ ตาตกลงขา้ งหมอน” (อรณุ วดี อรุณมาศ, 2542 :128)
Ego “เม่ือจบมัธยมต้นแล้วก็ถึงเวลาท่ีฉันต้องหาที่เรียนใหม่ ฉันต้องการเรียน สายอาชีพในวิทยาลัยเทคนิคประจ้าจังหวัด แม่ต้องกาให้ฉันเรียนสายสามัญ ในโรงเรียนมชี ือ่ ดว้ ยหวงั ว่าเม่ือจบสามปีแล้ว ฉันต้องสอบเข้าเรียนต่อเป็นครู เปน็ พยาบาลอย่างทีแ่ ม่เคยใฝ่ฝันว่ามันคืออาชีพที่มีเกียรติในสังคมของแม่ ฉัน เป็นคนเรียนและรู้ดีว่าชอบและถนัดอะไร แต่แม่ไม่เข้าใจ เราทะเลาะกันเป็น เรื่องใหญ่โตจนแม่ต้องยื่นค้าขาดว่า หากไม่เรียนตามท่ีแม่ต้องการก็ให้ฉันหา เงนิ เรยี นเอาเองเถอะ” (อรณุ วดี อรุณมาศ, 2542 : 142)
Ego “ อาจารย์ท่ีสมัครสอบไล่ฉันออกมา ฉันเลือกเรียนในแผนการเรียนท่ีไม่มี ผู้หญิงเรียนเลยสักคน หากแม่รู้จะต้องโกรธและทนไม่ได้แล้วคงต้องพาฉัน ออกไปเรียนที่อื่น ฉันหวังไว้ในใจว่าต้องเป็นแบบนั้น เมื่อพ้นก้าหนดสอบเข้า ท่ีน้ีได้ แต่ฉันยอมสละตัวเอง เพื่อประชดแม่ แต่ทุกอย่างมันกลับกันไปหมด แม่ดันทุรังให้ฉันเรียนในโรงเรียนที่สอบได้ ทั้งท่ีรู้ว่าฉันจะต้องเป็นนักเรียน ผู้หญงิ คนเดยี วในกลมุ่ นักเรียนชายสารเลวร้อยกว่าคน ฉันถูกรับน้องด้วยการ ใหก้ ินเหลา้ สูบบุหรี่ ดูดบุหรี่ยัดไส้ ถูกสอนให้ย้ากัญชา รุ่นพ่ีสอนให้แต่งตัวไป ในทางกระเดียดผู้ชาย ” (อรุณวดี อรุณมาศ, 2542 : 143)
Superego “มีอยู่คร้ังหนึ่งยายใช้ให้ฉันให้อาหารหนอนพวกนั้นจึงมีโอกาสได้ สัมผัสกับมัน จับขึ้นมาเล่น ตัวมันก็นุ่มนิ่มไต่อยู่ในมือไม่น่ากลัวอะไรเลย ต่อมาฉันก็จับมันเล่นบ่อยๆจนชินมือ นึกสงสารที่มันต้องอยู่แค่ในกระด้ง ไมช่ า้ กถ็ กู ตม้ ฉันจงึ แอบหยิบหนอนบางตวั ลงมาปลอ่ ยตามต้นไม้วันละสาม สตี่ วั ฉบั ชอบดูมนั กระดืบไปบนก่ิงไม้ มีหลายตัวก็แยกย้ายไปตามแต่มันจะ ไป ฉันทา้ อยา่ งนีบ้ อ่ ยๆ เพราะอะไรหรือ? ฉันสงสารมัน ไม่อยากเห็นตัวแก่ ของมันตอ้ งลอยฟ่องอยู่ในหม้อน้ารอ้ น” (อรณุ วดี อรณุ มาศ, 2542 : 21)
Superego “ฆ่าสตั ว์มันบาป เดีย๋ วซาตหิ น้าเรากจ็ ะโดนมันฆ่าบา้ ง” ค้าสอนนั้นยงั กอ้ งอยูเ่ ต็มสองหู “แล้วพ่ไี กห่ าปลาล่ะ” ฉนั ย้อนถาม “พี่อยู่วัด สวดมนต์กับหลวงพ่อ ท้าบุญอยู่ทุกวัน...ไม่เป็นไร หรอก” (อรณุ วดี อรณุ มาศ, 2542 : 42)
ทฤษฎวี ่าด้วยสัญชาตญิ าณ สญั ชาตญาณมงุ่ เปน็ (life instinct)
สญั ชาตญาณมงุ่ เปน็ (life instinct) “หนูนอนจนตาบวม แต่ก็ตาโรยวันไหนเป็นวันไหนล้าดับไม่ถูกเลย ไม่รู้ว่ารุ่ง เช้าจะเป็นเช้าของวันพรุ่งนี้ มะรืนน้ี หรือเมื่อวานนี้ ตั้งแต่หนูเร่ิมกินยานานมาแล้ว นะคะ คนขา้ งบ้านเขาถามว่าหนไู ปไหนมาเปิดไฟท้ิงไว้ แสดงว่าเม่ือวานหนูหลับท้ัง วัน หนกู ลัวเหลือเกนิ คะ่ หมอ” (อรุณวดี อรณุ มาศ, 2542, น.199)
สญั ชาตญาณมงุ่ เปน็ (life instinct) “ฉันไมส่ นว่าฉนั ฝากฟันอะไรเพ่ือจะได้เกิดมันเกนิ ความสามารถอนั ปกตขิ อง คนจะลว่ งรู้ได้ ฉนั ไดเ้ กิดมาจนวันนค้ี ือส่ิงทฉ่ี นั พอใจ” (อรณุ วดี อรุณมาศ, 2542, น.16) “แม่เดินเข้ามาลูบหัวฉันเบาๆ แล้วบอกให้ฉันนิ่งเสียทั้งที่แม่เองก็ยังสะอ้ืน อยู่ บอกกับฉันว่า ถึงพ่อจะตายไปแล้วแต่แม่ยังอยู่ ต่อไปน้ีแม่จะเลี้ยงฉันอย่าง ดีทีส่ ุด เมอื่ กอ่ นเราไมม่ พี ่อยงั อยู่ได้” (อรณุ วดี อรุณมาศ, 2542, น.125)
ทฤษฎวี ่าด้วยสัญชาติญาณ สญั ชาตญาณมงุ่ ตาย (death instinct)
“ความคิดต่าง ๆ ประดังเข้ามาในสมองที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอยากหายไปจากความเป็น ตัวเอง ฉันอยากตายเสียเหลือเกิน หากว่าความตายมันเป็นการส้ินสุดของสภาวะจิต หรือว่าความ ตายมันเหมอื นกับความฝัน หากฉนั ตายแลว้ มนั เปน็ อย่างทฉ่ี ันเคยฝัน น่ันคงจะหมายความว่าฉันต้อง ตายแล้วตายอีก และหากฉันยังมีชีวิตอยู่ต่อไปเล่า ฉันก็เหมือนกับคนที่ตายทั้งเป็น มีชีวิตไม่ต่างไป จากคนบ้า ฉันกลายเป็นคนบ้าไปแล้ว หรือจิตส้านึกของฉันมันอยู่เหนือการบังคับของสมอง สมอง ฉันสง่ั ให้ท้าส่ิงต่าง ๆ ขณะเดียวกันจิตส้านึกมันก็บังคับให้เลิก เลิกคิดว่าโลกน้ีเป็นโลกของฉัน โลกน้ี กลายเปน็ นรกของฉัน ฉันอยากตาย ในช่วงเวลาสองเดอื นทผี่ า่ นมาฉนั พยายามฆ่าตัวตายหลายคร้ัง ยากล่อมประสาทชนิดต่าง ๆ ถูกหาซ้ือมาด้วยความล้าบากยากเย็น โดยซ้ือจากร้านยาท่ี สนิทสนมกันมาก ๆ หรือไม่ก็ไหว้วานเพื่อนท่ีเป็นลูกร้านขายยาให้ช่วยขายให้ โดยโกหกอ้างอาการ ตา่ ง ๆ เท่าทพี่ อนกึ ได้ หลายวนั เข้าปรมิ าณยาในร่างกายฉนั กเ็ พ่มิ ขน้ึ ๆ ฉนั คุ้นเคยกับมันมาก่อนหน้า น้ดี ีพอ โรคนอนไม่หลับมนั คุกคามมานานหลายเดือนแลว้ แต่คร้ังน้ีถึงแม้ว่ามันจะนอนหลับอย่างง่ายดาย ฉันก็จะกินกินเพื่อจะได้ไม่ต้องตื่นข้ึนมาอีก คร้งั ” (อรุณวดี อรุณมาศ, 2542, น.12-13)
“พักนใ้ี จฉันหมกมนุ่ อยกู่ ับความตาย อยากใสแ่ ตช่ ดุ สดี ้า วันก่อนต้องเดินในตลาด เสียจนเมื่อย ตระเวนซ้ือเสื้อด้า อยากเห็นตัวเองใส่ชุดด้ามาร่วมงานศพของตัวเอง ตอนกลางวนั ก็ไมเ่ ปน็ อันเรียนหนงั สอื เอาเสียเลย ตลอดช่ัวโมงเรียนได้แต่น่ังวาดภาพภาพ ของคนนอนตาย ในมือถือดอกบัว ก็เป็นภาพของตัวเองนั่นแหละ วาดเสร็จก็ฉีกทิ้งแล้ว วาดใหมจ่ นได้รปู ทีพ่ อใจท่ีสดุ มอี งค์ประกอบใกล้เคียงกับงานศพซึ่งตัวเองหวังไว้อยากให้ เป็นมากทีส่ ุด” (อรณุ วดี อรุณมาศ, 2542, น.24)
ทฤษฎีว่าดว้ ยจติ กงั วล (anxiety) Neurotic anxiety ความกังวลทีม่ าจากสญั ชาตญาณ Moral anxiety ความปวดร้าวทรมานจติ ใจ ซ่งึ มที ี่มาจากการขม่ ขู่ คกุ คามจากมโนธรรมของ ซูเปอรอ์ โี ก้
Neurotic anxiety ความกังวลทมี่ าจากสญั ชาตญาณ “ฉันเอากระบอกน้าเลือดของตัวเองใส่ไว้ในตู้เย็น แล้วข้ึนมารอคอยเหตุการณ์ท่ีจะ เกิดขึ้นต่อไป คาดว่าในวงเหล้าของเพื่อนแม่จะต้องการน้าเย็นสักกระบอก แม่จะต้อง เป็นคนเดินมาหยิบน้าเย็นด้วยตัวเองและเมื่อแม่เปิดเข้าไปแล้วเจอเขาคงรู้ว่าฉัน หมายความว่าอย่างไร ฉันอาจกลายเป็นเด็กเอาแต่ใจ แต่วิธีเรียกร้องความสนใจของ ฉันมันออกจะรุนแรงไปสักหน่อย คิดหรือว่าฉันไม่เจ็บ คิดหรือว่าอยากท้าอย่างน้ัน นักหนา แต่ก็ต้องท้าท้าเพื่อบอกให้รู้ว่าฉันกลายเป็นคนโรคจิตไปแล้ว ทุกคนต้องให้ ความส้าคัญกับฉัน อย่าปล่อยให้ฉันต้องอยู่คนเดียว พอแล้วกับความเหงามันมาก เกินไปส้าหรับชีวิตของฉัน”
Neurotic anxiety ความกังวลทีม่ าจากสัญชาตญาณ “เมื่อนางพยาบาลเข็นศพออกไป ฉันก็กลับมานอนท่ีเตียงนึกกลัวข้ึนมาจับใจเมื่อ ไม่กี่ช่ัวโมงเขายังนอนอยู่ข้างเตียงน้ีเอง คนอื่นเขาก็มีคนนอนเป็นเพื่อนแต่ทุกคืนฉัน ต้องนอนคนเดยี ว คนื น้ีกวา่ จะหลับฉนั ก็หนั มอง ๆ เตียงข้าง ๆ ไม่รู้กี่สิบครั้งยิ่งมองยิ่ง คิดถึงบ้าน คิดถึงแม่ ฉันไม่ได้กลัวอะไรมากมายนัก แต่ก็ยังรู้สึกหวาด ๆ คนนี้ก็ เหมอื นคนนอนหลับธรรมดาจะกลัวอะไร หากฉันหลับบ้างมันก็ไม่ต่างไปจากคนตาย ทุกคนในห้องน้ีก็เหมือนคนตาย มีฉันคนเดียวต่ืนอยู่ ฉันอยากให้แม่ได้มาเห็นแบบน้ี เหลือเกนิ เขาอาจเข้าใจว่าท้าไมฉนั ถึงอยากออกไปจากโรงพยาบาลเร็ว ๆ” (อรณุ วดี อรุณมาศ, 2542 :76)
Neurotic anxiety ความกังวลที่มาจากสัญชาตญาณ “ฉันมันเกิดมาบนกองทุกข์ของใคร ถ้าไม่ใช่ของแม่ แล้วเขาคิดว่าน้ันมีความสุขอย่าง น้นั หรอื ฉนั ต้องนอนตาค้างมาหลายคนื จนมันกลายเป็นนิสัยอยู่อย่างนี้เพราะใครกัน ไม่ใช่ เพราะเหน็ แม่ต้องออกไปข้างนอกกับใครอย่างงั้นหรือไม่ใช่เพราะฉันถูกชาวบ้านถามอย่าง ดหู มนิ่ ดูแคลนแม่หรือ อยากรู้จริง ๆ เลยว่าจะมีเด็กคนไหนอยากเหงา แม้แต่ผู้ใหญ่ก็เถอะ มใี ครบา้ งท่ีอยากเหงา อาจเป็นไปไดม้ ั่ง มันอาจเป็นเพียงการแก้เหงาของแม่ แต่ฉันละต้อง กลอ่ มตัวเองด้วยการสูบยา กินยา ร้องให้โดยที่แม่ไม่เคยสนใจจะถามสักค้าว่ารู้สึกอย่างไร บ้างตลอดเวลาห้าปีท่ีต้องอยู่ในบ้านคนเดียว ไม่เคยเลยไม่เคยถามเลยสักครั้งบางทีถึงฉัน จะเล่าเร่ืองอะไรให้แม่ฟังสักอย่างก็รู้สึกเข็ดขยาดกับถ้อยค้าของแม่ไม่ว่าจะเป็นเร่ืองดี ขนาดไหน” (อรณุ วดี อรุณมาศ, 2542 :176)
Neurotic anxiety ความกงั วลทมี่ าจากสัญชาตญาณ “พ่อตายไปแล้วพ่อไม่กลับมาอีกแล้วฉันไม่ได้เรียกพ่อ ในชีวิตฉันจะไม่มีโอกาส เรียกพ่ออย่างกล้าหาญสักครั้งเลย ท้าไมรีบตายนักเล่า กลับมาเล้ียงนกอย่างเดิมก็ได้ ให้ ฉันทา้ อะไรกไ็ ดพ้ อ่ ยงั ไม่เคยรกั ฉันเลย จะท้าอะไรกับชีวิตดีหนอ จะท้าอะไรท่ีมันดีไปกว่า การร้องให้ หรือฉันจะต้องน่ังคอยใครสักคนเข้ามาปลอบใจ ไม่มีเลยในเวลาท่ีความรู้สึก มันแตกสลาย มีเพียงฉันคนเดียวท่ีนั่งเก็บน่ังทับความร้าวรานให้มันจมลง ๆ ฉันเฝ้าค้น รูปภาพเก่า ๆ ของพ่อออกมาดู อ่านจดหมายท่ีพ่อเคยเขียนถึงซ้าไปซ้ามา โดยไม่รู้เรื่อง ตาฉันมันพร่าไปด้วยน้าตา เปิดตู้เสื้อผ้าของพ่อแล้วก้าวขาเข้าไปอยู่ข้างใน ให้มันเกิด ความรู้สึกว่ามีพ่ออยู่ข้าง ๆ พ่อก้าลังกอดฉันไว้หัวเราะข้าตัวเอง ร้องให้สมเพชตัวเอง วิ่งพล่านอยู่ในบ้านคนเดียว นอนห่มผ้าห่มของพ่อ คิดว่าพ่อกอดฉันด้วยความรัก มัน อบอ่นุ อุ่นจนรอ้ น รอ้ งไหจ้ นขอบตาช้าบวม หายใจขัด คัดจมูก แสบตา ฉันนอนดูเพดาน บา้ นไม่อยากรู้สึกอะไรทงั้ น้ันปลอ่ ยให้ความคดิ มนั ลอ่ งลอยอยากคิดอะไรก็คดิ ”
ทฤษฎวี ่าด้วยจติ กังวล (anxiety) Moral anxiety ความปวดร้าวทรมานจิตใจ ซ่งึ มที ่มี าจากการขม่ ขู่ คุกคามจากมโนธรรมของ ซูเปอรอ์ โี ก้
Moral anxiety ความปวดร้าวทรมานจิตใจ ซง่ึ มที มี่ าจากการข่มขู่ คุกคามจากมโนธรรมของ ซเู ปอร์อโี ก้ “แม่มึงไปมผี ัวใหมอ่ ยู่ทเี่ มืองนอกแล้ว” (อรณุ วดี อรุณมาศ, 2542 : 23 ) “ฉันดีใจอย่างบอกไม่ถูกที่จะได้พบพ่อ รีบสาวท้าวเดินจากทางเดินท่ีลาดชัน เดินลัดผ่า กอพงที่แสบคัน ได้ยินเสียงพวกเขาชัดข้ึน ๆ แต่ทันทีท่ีตัวฉันแหวกทางท่ีแคบด้วยต้นหญ้า พ้นออกมา ฉันก็ถูกปาด้วยก้อนหิน มันเจ็บนัก แต่ก็คงไม่เจ็บเท่าไรหากคนที่ปกก้อนหินใส่ ฉันไม่ใช่คนที่ก้าลังโอบพี่สาวฉันอยู่ ฉันมองอย่างสับสนงุนงง นี่มันอะไรกันท้าไมฉันต้องถูก กระท้าอย่างน้ี ฉันก้าวขาเขา้ ใกล้อกี ไม่ได้แลว้ ผู้ชายคนนั้นตะโกนไล่ “ไป๊ มึงไปให้พ้นหน้ากู เด๋ียวน”ี้ (อรณุ วดี อรุณมาศ, 2542 : 34 )
Moral anxiety ความปวดร้าวทรมานจติ ใจ ซึ่งมีท่ีมาจากการขม่ ขู่ คุกคามจากมโนธรรมของ ซเู ปอรอ์ โี ก้ “มีใครบ้างท่ีอยากเหงา อาจเป็นไปได้มั้ง มันอาจเป็นเพียงการแก้เหงาของแม่ แต่ฉันล่ะ ตอ้ งกล่อมตัวเองดว้ ยการสบู ยา กนิ ยา รอ้ งไห้โดยทีแ่ มไ่ ม่เคยสนใจ” (อรณุ วดี อรณุ มาศ, 2542 : 176 ) “จุดแดงๆ หยดเปน็ ทางจากชั้นบนถึงช้ันล่างถึงตู้เย็น ฉันเก็บเลือดของตัวเองไว้ในตู้เย็น ฉันต้องการให้แม่ได้เห็นเหมือนครั้งก่อน แม่ร้องไห้ ถึงกระนั้นฉันก็อยากให้แม่เห็น แม้ว่ามันจะ สรา้ งแผลลึกในใจฉนั ยงิ่ กวา่ แรงกดคมมีด” (อรุณวดี อรุณมาศ, 2542 : 188 )
Moral anxiety ความปวดร้าวทรมานจิตใจ ซงึ่ มที ี่มาจากการขม่ ขู่ คุกคามจากมโนธรรมของ ซูเปอร์อโี ก้ “นี่ไงเลอื ดหนู หนยู งั ไมร่ ้องเลย” ฉันพูดไปมือก็เขย่าไป ฝามันปิดไม่สนิทเลือดไหลย้อยอาบมือลงมาถึง แขน แม่ก้มหน้ามุดลงกับหมอนร้องไห้จนตัวโยน ฉันได้แต่ยืนดูด้ววยความรู้สึก ประหลาด มันหดหู่ สะใจ และส้านึกท่ีฉันท้าให้แม่ร้องไห้อีกแล้ว รู้ตัวว่าได้ท้า บาปอย่างสาหสั (อรณุ วดี อรณุ มาศ, 2542 : 189 )
ความฝนั
“เมอื่ คนื ฉันฝนั ร้ายอีกแลว้ ภาพในฝันมันติดอยู่ในความทรงจ้าชัดเจนจนสามารถ ลา้ ดบั ความร้สู ึกตา่ ง ๆ ได้ รู้สึกเหมือนว่าตัวเองก้าลังยืนอยู่ในที่โล่งแจ้ง เมื่อกวาดสายตา ไปรอบ ๆ ทุกอย่างก็เริ่มเปล่ียนแปลงตัวของมันเอง ภาพตรงหน้ากลายเป็นป่ารกมีต้นไม้ สงู ใหญห่ ลายต้นโผล่ล้าตน้ ขึ้นมาจากกอ้ นหนิ ใหญ่ขนาดซุ้มอุโมงค์โบราณ...เม่ือเดินเข้าไป ดูใกล้ ๆ จึงเห็นว่ามันไม่ได้เป็นก้อนหิน แต่กลับเป็นหัวกะโหลกของคนเรียงราย ระเกะระกะไปทั่ว...บ้างก้าลังอ้าปากกว้าง...บ้างซบอยู่กับพ้ืนดิน บางหัวตะแคงหงาย ส่ิงที่เหมือนกันคือหัวกะโหลกทุกหัวน้ันมีต้นไม้หย่ังรากแทงทะลุช่องตา-ช่องจมูก รากไม้ เหล่านั้นมีชีวิตเหมือนด่ังตัวหนอนขนาดยักษ์ก้าลังชอนไชกัดกินเนื้อสมองจนเปล่ากลวง เกิดน้าเมือกน้าเหลืองไหลเฟะซึมออกมาจากช่องว่างซึ่งมีเพียงเล็กน้อยเป็นทางยาว น้าสกปรกเหล่านั้นเริ่มเอ่อท้นไปท่ัวบริเวณซึ่งฉันก้าลังยืนอยู่...ขาท้ังสองข้างของฉันถูก ตรงึ ไวด้ ว้ ยน้าเมือกขุ่นข้นเหนยี วจนไม่สามารถก้าวขาหนี หรอื แม้แตจ่ ะกระดิกเท้า” (อรณุ วดี อรณุ มาศ, 2542, น.9-10)
ตคี วามจากความฝัน ยืนในท่ีโลง่ แจ้ง ส่อื ให้เห็นถึง ความวา่ งเปลา่ อา้ งวา้ ง โดดเดย่ี วของตัวละคร ปา่ รกมตี น้ ไมส้ งู ใหญ่หลายต้น ส่อื ให้เห็นถงึ ปมปัญหาและเรอื่ งราวเลวรา้ ยที่กา้ ลังเกดิ ขนึ้ และปญั หาน้ันได้เกิดข้ึนมามากมาย หวั กระโหลกมตี ้นไม้อยา่ งรากแทงทะลุช่องตา ช่องจมูกรากไมม้ ีชวี ติ เหมือนตัวหนอนขนาดยักษ์กาลงั ชอนไชกดั กินเน้ือสมองจน เกดิ นา้ เมอื กนา้ เหลือง กะโหลก นา้ เมอื ก นา้ เหลือง หนอนยกั ษ์ ส่ือใหเ้ หน็ ถงึ ศพหรอื ความตายของมนุษย์ บึงเลอื ดที่เนา่ คาว สง่ิ ปฏิกลู เลือด สื่อให้เห็นถงึ ความตาย การเสียชีวติ บังคบั ตัวเองไม่ได้ ดิ่งลงสคู่ วามว่างเปล่าตกลงไปในเหวลกึ ด้าดงิ่ ตกลงไปในเหวลึก สอื่ ให้เหน็ ถึง ตัวละครจมปลกั อยกู่ ับปญั หา ไมม่ ที างออก ทกุ อยา่ งเลวร้ายมากเกนิ กวา่ จะแกไ้ ข
จบการนาเสนอ ขอบคุณคะ่
Search
Read the Text Version
- 1 - 28
Pages: