รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษา(SAR) หน้า 48 มุมดนตรี นักเรียนจะเรียนรู้ระดับเสียงต่างๆ จากการเคาะหรือเล่นเคร่ืองดนตรี เช่น กลอง ฉ่ิง ฉาบ ลกู แซค แทมมารนี มุมเคร่ืองเล่นสัมผัส นักเรียนจะได้เรียนรู้ด้วยสายตาและใช้มือสัมผัสจากกิจกรรมการร้อย เพ่ือ สง่ เสริมการประสานสมั พันธ์ทีด่ ีระหว่างประสาทสัมผสั มอื และตา เปน็ ต้น กิจกรรมกลางแจ้ง นักเรียนจะได้เรียนด้วยประสาทสัมผัสทางหูจากการฟังสัญญาณหรือคำสั่ง ก่อนการเล่นเกม เรียนรู้ด้วยการใช้ประสาทสัมผัสด้วยมือนิ้วมือและตา จากกิจกรรมการแข่งขันคีบลูก ปิงปองใส่ลงในตะกร้า ซึง่ เป็นการทำงานประสานกันระหว่างมือและตา ซ่ึงเป็นการทำงานของกลา้ มเนื้อเล็ก เปน็ ต้น เกมการศึกษา นกั เรยี นจะเรียนรดู้ ้วยการใช้ประสาทสัมผสั ด้วยการสังเกตด้วยตาก่อนการเลน่ จะ รูว้ ่ามีภาพอะไรบ้าง ให้จับคู่หรือจัดกลุ่มหรือให้เรียงลำดับ จากนั้นนักเรียนจะใช้มือหยิบจับบัตรภาพมาวาง ให้เป็นคู่ เช่น การจับคู่ภาพกับเงา จับคู่ภาพท่ีมีความสัมพันธ์กัน ซ่ึงกิจกรรมดังกล่าวเป็นการเรียนรู้ท่ีใช้ท้ัง ประสาทสัมผัสดว้ ยการสมั ผัสด้วยมือและการควบคุมกลา้ มเน้ือตาให้มคี วามสมั พันธ์กัน เป็นต้น นอกจากน้ี ยังจัดให้มีโครงการ และกิจกรรมเสริมประสบการณ์เพิ่มเติ ม เป็นกิจกรรม ที่ส่งเสริมให้นักเรียนได้ใช้ทักษะการใช้ประสาทสัมผัสท้ัง 5 ได้แก่ กิจกรรมการจัดการเรียนการสอนแบบ โครงงาน Project Approach โครงการส่งเสรมิ การศึกษาศิลปวัฒนธรรมแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน โครงการส่งเสริมการอา่ น โครงการจัดการเรียนการสอนดนตรี กิจกรรมเดินทางไกลลกู เสือน้อย โครงการวัน วทิ ยาศาสตร์ โครงการจดั การเรียนการสอนภาษาองั กฤษ เปน็ ต้น จัดกิจกรรมการเรียนรู้เพ่ือเสริมสร้างทักษะการเชื่อมโยงความคิดและการนำไปใช้อันเป็นการ ต่อยอดอย่างลุ่มลึก ต่อจากการใช้ระบบประสาทสัมผัสเพื่อการไปใช้ในการเรียนรู้ในระดับท่ีสูงข้ึน โดยกระบวนการศึกษา Project Approach ฯลฯ ซ่ึงกระบวนการเรียนรู้ดังกล่าวส่งผลให้เด็ก ได้ใช้ระบบประสาทสัมผัสที่มีประสิทธิภาพ มีการเชื่อมโยงให้เกิดการเรียนรู้ การคิด การตัดสินใจ การฝึก ทักษะ การควบคมุ ตนเอง อันเปน็ การเรยี นรู้ตามแนวทางการปฏริ ูปในศตวรรษที่ 21 ๑.๔.๑ มีความสามารถในการแสวงหาความรู้ โรงเรียนอนุบาลเทศบาลนครภเู ก็ต มงุ่ มน่ั จะพัฒนาให้นักเรียนทกุ คนเปน็ ผูท้ ่ีมคี วามพรอ้ มสมบรู ณ์ ท้ังทางร่างกายอารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา มีพัฒนาการที่เหมาะสมกับวัย มีสุขนิสัยท่ีดี เป็นคนดี มีวินัยในตนเอง เป็นคนเก่ง รู้จักใฝ่เรียนและได้เรียนรู้อย่างมีความสุข มีความม่ันใจและเชื่อม่ันในตนเอง กล้าแสดงออก รู้จกั การคิดวิเคราะห์ รู้จกั ดูแลตนเอง สามารถช่วยเหลือตนเองและผอู้ ่ืนกอ่ ให้เกิดพัฒนาการ ที่มีความสมดุลครอบคลุมท้ังทางด้าน IQ และ EQ เพ่ือเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข โครงการ/กิจกรรมพัฒนาความสนใจใฝ่รู้ได้แก่โครงการส่งเสริมและพัฒนาประสบการณ์การเรียนรู้ กิจกรรมนักวิทยาศาสตร์น้อย กิจกรรมจัดการเรียนการสอนแบบโครงงาน Project Approach โครงการส่งเสรมิ การศึกษาศิลปวัฒนธรรมแหล่งเรียนรูแ้ ละภูมิปัญญาท้องถิ่น กิจกรรมศึกษาเรียนรยู้ ้อนรอย เมืองภูเก็ต กิจกรรมศึกษาเรียนวิถีชีวิตคนภูเก็ต กิจกรรมศึกษาเรียนรู้โลกของสัตว์ใต้ทะเล กิจกรรมศึกษา เรียนรู้ประเพณีพ้อต่อโครงการส่งเสริมการอ่าน โครงการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ภาษาอังกฤษ โดยครูต่างชาติ โครงการส่งเสริมความเป็นเลิศดา้ นดนตรแี ละศิลปะ จัดกิจกรรมการเรียนรู้เพ่ือพัฒนาความ สนใจใฝร่ ูโ้ ดยกระบวนการ เรยี นรแู้ บบ Project Approach
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษา(SAR) หนา้ 49 ผลการดำเนินงาน จากการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับนักเรียนทุกคนอย่างต่อเน่ืองตลอดปีการศึกษา และการจัดโครงการเสริมประสบการณ์ให้กับนักเรียน ส่งผลให้นักเรียนโรงเรียนอนุบาลเทศบาลนครภูเก็ต มีผลการประเมินพัฒนาการด้านร่างกายอารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ที่สอดคล้องกับหลักสูตร การศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช 25๖๐ อยู่ในระดับ ๓ ดังนี้ มาตรฐานท่ี ๑ คุณภาพเด็ก ๑.๑ มพี ฒั นาการด้านรา่ งกายแข็งแรง มีสุขนสิ ยั ท่ดี ี และดูแลความปลอดภยั ของตนเองได้ ตวั บ่งช้ี / ประเดน็ พิจารณา ระดับคุณภาพ จำนวน (คน) ร้อยละ ๑.๑ มีพัฒนาการดา้ นรา่ งกายแขง็ แรง มสี ขุ นสิ ัย ๓ ๔๗๙ ๙๒.๖๕ ทีด่ แี ละดูแลความปลอดภัยของตนเองได้ ๑.๑.๑ ร่างกายแขง็ แรง ๓ ๔๙๕ ๙๕.๘๑ - นำ้ หนกั และส่วนสงู ตามเกณฑ์ของกรมอนามยั ๓ ๔๗๗ ๙๒.๒๖ - เคลอื่ นไหวรา่ งกายอย่างคล่องแคลว่ ประสาน ๓ ๕๐๙ ๙๘.๔๕ สัมพนั ธ์และทรงตัวได้ - ใช้มอื ตาประสานสัมพันธ์กนั ๓ ๕๐๐ ๙๖.๗๑ ๑.๑.๒ มสี ุขนสิ ัยที่ดี ๓ ๔๖๓ ๘๙.๕๖ - รบั ประทานอาหารที่มปี ระโยชน์และดมื่ นำ้ สะอาด ๓ ๔๓๖ ๘๔.๑๗ - ล้างมอื กอ่ นรับประทานอาหารและหลังจากใช้ ๓ ๕๑๒ ๙๘.๘๔ ห้องนำ้ ห้องสว้ ม - นอนพักผ่อนเปน็ เวลา ๓ ๔๐๔ ๙๗.๓๐ - ออกกำลังกายเป็นเวลา ๓ ๕๐๑ ๙๖.๗๒ ๑.๑.๓ ดแู ลความปลอดภยั ของตนเองได้ ๓ ๔๗๗ ๙๒.๐๘ - เลน่ และทำกิจกรรมอยา่ งปลอดภยั ๓ ๔๗๗ ๙๒.๐๘
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษา(SAR) หนา้ 50 ๑.๒ มีพัฒนาการดา้ นอารมณ์ จติ ใจ ควบคมุ และแสดงออกทางอารมณไ์ ด้เหมาะสม ตัวบง่ ชี้ / ประเดน็ พิจารณา ระดับคณุ ภาพ จำนวน (คน) รอ้ ยละ ๙๔.๒๐ ๑.๒ มีพฒั นาการดา้ นอารมณ์ จติ ใจ ควบคุม ๓ ๔๘๗ ๙๓.๐๔ และแสดงออกทางอารมณ์ได้เหมาะสม ๙๔.๙๘ ๘๙.๑๙ ๑.๒.๑ มีสุขภาพจิตดแี ละมคี วามสุข ๓ ๔๘๑ ๙๒.๐๒ - แสดงอารมณ์ตามความรู้สกึ ได้ ๓ ๔๙๒ ๙๖.๑๔ - กลา้ พดู กล้าแสดงออก ๓ ๔๖๒ ๙๖.๑๔ - แสดงความพอใจในผลงานและความสามารถของ ๓ ๔๘๗ ๙๓.๒๓ ๙๗.๑๐ ตนเองและผอู้ น่ื ๙๘.๐๗ ๘๙.๐๐ ๑.๒.๒ ชน่ื ชมและแสดงออกทางศิลปะดนตรี ๓ ๔๙๘ ๘๗.๘๔ และการเคล่ือนไหว - สนใจมคี วามสขุ และแสดงออกผ่านงานศลิ ปะดนตรี ๓ ๔๙๘ และการเคลื่อนไหว ๑.๒.๓ มีคุณธรรมจรยิ ธรรมและจิตใจท่ีดงี าม ๓ ๔๘๒ - ซอ่ื สตั ย์สุจรติ ๓ ๕๐๓ - มคี วามเมตตากรุณา มีนำ้ ใจช่วยเหลือแบง่ ปนั ๓ ๕๐๘ - แสดงสหี น้าและท่าทางรับรคู้ วามรู้สกึ ของผอู้ ่ืน ๓ ๔๖๑ - ทำงานที่ได้รบั มอบหมายจนสำเรจ็ ๓ ๔๕๕ ๑.๓ มีพฒั นาการด้านสังคมชว่ ยเหลือตนเอง และเปน็ สมาชิกทด่ี ีของสงั คม ตวั บง่ ชี้ / ประเดน็ พิจารณา ระดับคุณภาพ จำนวน (คน) รอ้ ยละ ๙๕.๕๕ ๑.๓ พัฒนาการด้านสงั คมช่วยเหลอื ตนเอง และเป็น ๓ ๔๙๔ ๙๔.๕๘ สมาชกิ ทดี่ ีของสังคม ๙๑.๓๑ ๑.๓.๑ ชว่ ยเหลอื ตนเองในการปฏบิ ตั ิกจิ วัตร ๓ ๔๘๙ ๙๕.๙๕ ๙๖.๑๔ ประจำวัน ๙๔.๕๘ ๙๓.๘๒ - แต่งตัวดว้ ยตนเอง ๓ ๔๗๓ ๙๔.๙๘ ๙๖.๑๔ - รับประทานอาหารด้วยตนเอง ๓ ๔๙๗ ๙๖.๑๔ ๙๗.๒๙ - ใช้ห้องน้ำห้องส้วมด้วยตนเอง ๓ ๔๙๘ ๙๗.๓๐ ๙๖.๗๒ ๑.๓.๒ มวี ินัยในตนเอง ๓ ๔๘๙ - เกบ็ ของเลน่ ของใชเ้ ขา้ ท่ี ๓ ๔๘๖ - เข้าแถวตามลำดับก่อนหลัง ๓ ๔๙๒ ๑.๓.๓ ประหยดั และพอเพียง ๓ ๔๙๘ - ใชส้ ิ่งของเครื่องใช้อย่างประหยัดและพอเพียง ๓ ๔๙๘ ๑.๓.๔ การดูแลรกั ษาธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม ๓ ๕๐๓ - มสี ่วนร่วมดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๓ ๕๐๔ - ท้ิงขยะให้ถูกที่ ๓ ๕๐๑
รายงานการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา(SAR) หน้า 51 ๑.๓ มีพัฒนาการด้านสังคมชว่ ยเหลือตนเอง และเปน็ สมาชกิ ทด่ี ีของสงั คม (ต่อ) ตัวบง่ ชี้ / ประเด็นพจิ ารณา ระดบั คณุ ภาพ จำนวน (คน) ร้อยละ ๙๕.๕๕ ๑.๓ พัฒนาการดา้ นสังคมช่วยเหลอื ตนเอง และเป็น ๓ ๔๙๔ ๙๗.๑๐ สมาชกิ ทีด่ ีของสังคม ๙๖.๕๓ ๑.๓.๕ มมี ารยาทตามวัฒนธรรมไทยและรัก ๓ ๕๐๒ ๙๖.๑๔ ๙๘.๐๗ ความเป็นไทย ๙๓.๖๒ - ปฏิบตั ติ นตามมารยาทไทย ๓ ๕๐๐ ๙๕.๕๖ - กลา่ วคำขอบคุณและขอโทษ ๓ ๔๙๘ ๙๔.๒๑ ๘๙.๗๗ - หยุดยนื ตรงเมอ่ื ได้ยนิ เพลงชาตแิ ละเพลงสรรเสรญิ ๓ ๕๐๘ ๙๔.๐๒ พระบารมี ๑.๓.๖ อยู่ร่วมกับผอู้ ่นื ไดอ้ ยา่ งมีความสุขและปฏิบัติ ๓ ๔๘๔ ตนเปน็ สมาชิกทีด่ ขี องสังคม - มีปฏิสัมพันธท์ ่ดี ีกับผอู้ ืน่ ๓ ๔๙๕ - มสี ่วนร่วมสรา้ งขอ้ ตกลงและปฏิบตั ขิ ้อตกลง ๓ ๔๘๘ - ปฏบิ ตั ิตนเป็นผนู้ ำและผู้ตาม ๓ ๔๖๕ - ประนีประนอมแกไ้ ขปัญหาโดยปราศจากการใช้ ๓ ๔๘๗ ความรุนแรง ๑.๔ มีพัฒนาการด้านสติปญั ญา ส่ือสารได้ มีทกั ษะการคิดพ้นื ฐาน และแสวงหาความรู้ได้ ตวั บง่ ช้ี / ประเดน็ พจิ ารณา ระดับคณุ ภาพ จำนวน (คน) รอ้ ยละ ๑.๔ พัฒนาการดา้ นสตปิ ญั ญา สอ่ื สารได้ มีทกั ษะการคิด ๓ ๔๕๖ ๘๘.๒๐ พน้ื ฐาน และแสวงหาความรู้ได้ ๑.๔.๑ ใช้ภาษาส่อื สารได้เหมาะสมกับวัย ๓ ๔๖๒ ๘๙.๓๖ - สนทนาโตต้ อบและเล่าเร่อื งใหผ้ ้อู ่ืนเขา้ ใจ ๓ ๔๗๔ ๙๑.๕๑ - อา่ นภาพ สญั ลักษณ์ คำ พร้อมทั้งชี้หรอื กวาดตา ๓ ๔๗๓ ๙๑.๓๑ มองตามบรรทัด - เขียนคลา้ ยตัวอักษร / เขยี นช่ือของตนเอง ๓ ๔๗๖ ๙๑.๘๙ ตามแบบ
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศกึ ษา(SAR) หนา้ 52 ๑.๔ มีพัฒนาการด้านสตปิ ัญญา สอ่ื สารได้ มที กั ษะการคิดพื้นฐาน และแสวงหาความรไู้ ด้ (ตอ่ ) ตัวบง่ ช้ี / ประเดน็ พิจารณา ระดับคุณภาพ จำนวน (คน) รอ้ ยละ ๑.๔ พฒั นาการดา้ นสติปัญญา สื่อสารได้ มีทกั ษะการคดิ ๓ ๔๕๖ ๘๘.๒๐ พน้ื ฐาน และแสวงหาความรู้ได้ ๑.๔.๒ มที ักษะการคิดพ้นื ฐาน ๓ ๔๕๙ ๘๘.๗๙ - บอกลักษณะสว่ นประกอบ การเปล่ยี นแปลงหรอื ๓ ๔๖๓ ๘๙.๓๘ ความสัมพันธข์ องสง่ิ ตา่ ง ๆ โดยใช้ลักษณะท่สี ังเกต พบเป็นเกณฑ์ - จบั คแู่ ละเปรียบเทยี บความแตกตา่ งความเหมือน ๓ ๔๘๒ ๙๓.๐๕ ของส่ิงตา่ ง ๆ โดยใช้ลกั ษณะทส่ี งั เกตพบเปน็ เกณฑ์ - จำแนกและจัดกลุ่มส่งิ ตา่ ง ๆ โดยใชต้ ้งั แต่ ๑ ๓ ๔๗๕ ๙๑.๗๑ ลกั ษณะขน้ึ ไปเปน็ เกณฑ์ (ทักษะกระบวนการทาง วทิ ยาศาสตร์) - เรียงลำดับสิง่ ของและเหตุการณ์อย่างน้อย ๕ ๓ ๔๗๑ ๙๐.๙๓ ลำดบั (ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร)์ - อธบิ ายสาเหตุและผลทีเกดิ ขึ้นในเหตกุ ารณ์ ๓ ๔๕๐ ๘๖.๘๗ หรือการกระทำ (ทกั ษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์) - คาดคะเนสงิ่ ที่อาจจะเกิดข้ึน หรอื มีส่วนร่วมในการ ๓ ๔๑๗ ๘๐.๕๐ ลงความเห็นจากข้อมลู (ทักษะกระบวนการทาง วทิ ยาศาสตร)์ - ตัดสินใจเรอ่ื งง่าย ๆ และยอมรบั ผลท่เี กิดข้ึน ๓ ๔๕๗ ๘๘.๒๒ - ระบุปญั หาสรา้ งทางเลอื กและวธิ ีแก้ปัญหา ๓ ๔๕๕ ๘๗.๘๔ ๑.๔.๓ มคี วามสามารถในการแสวงหาความรู้ ๓ ๔๔๖ ๘๖.๒๗ - ค้นหาคำตอบของข้อสงสัยตา่ ง ๆ ตามวธิ ีการ ๓ ๔๔๘ ๘๖.๔๙ ของตนเอง - ใช้ประโยคคำถามวา่ เม่ือไร ทำไม อย่างไร ในการ ๓ ๔๔๔ ๘๕.๗๑ คน้ หาคำตอบ ขอ้ มูล หลักฐาน เอกสารเชิงประจักษ์ทีส่ นับสนนุ ผลการประเมนิ ตนเอง ๑. แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ หนว่ ยกินดี อยู่เป็นเลน่ อย่างสร้างสรรค์ ขยับกาย สบายชวี ี ๒. โครงการโภชนาการสมวยั เพ่ือเดก็ ปฐมวัยโรงเรยี นอนบุ าลเทศบาลนครภูเก็ต ๓. โครงการสง่ เสริมสขุ ภาพในโรงเรียน กจิ กรรมหนนู ้อยสุขภาพดี กจิ กรรมชงั่ นำ้ หนัก วัดส่วนสงู กิจกรรมแกไ้ ขปัญหานกั เรยี นทม่ี ภี าวะทุพโภชนาการ กจิ กรรมโภชนาการ และอาหารกลางวนั กจิ กรรมอาหารเสริม (นม) โรงเรยี น ๔. กิจกรรมการแขง่ ขันกีฬานักเรียนอนุบาลเทศบาลนครภูเกต็ สัมพันธ์ ๕. แฟ้มสะสมผลงานนักเรียน ๖. โครงการสง่ เสริมสนุ ทรยี ภาพดา้ นศลิ ปะ ดนตรี นาฏศิลป์ และกีฬา (กจิ กรรมหลงั เลิกเรียน)
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศกึ ษา(SAR) หน้า 53 ๗. โครงการสภาจิ๋วสง่ เสริมประชาธปิ ไตยในโรงเรยี น ๘. โครงการรักการอา่ น ๙. โครงการจัดนทิ รรศการแสดงผลงานทางวชิ าการ ๑๐.โครงการจัดการเรียนการสอนแบบโครงงาน Project Approach ๑๑.โครงการจัดการเรยี นการสอนดนตรี ๑๒.กจิ กรรมวนั เดก็ แหง่ ชาติ ๑๓.กิจกรรมวนั ครสิ ตม์ าสตส์ ่งท้ายปเี ก่าต้อนรับปีใหม่ ๑๔.กิจกรรมวันไหวค้ รู กจิ กรรมวันแม่แหง่ ชาติ ๑๕.กิจเย่ยี มบ้านนักเรียน ๑๖.โครงการสบื สานวฒั นธรรมและประเพณีไทย กจิ กรรมวนั ลอยกระทง ๑๗.โครงการสบื สานวัฒนธรรมและประเพณีไทย กิจกรรมวนั ไหว้ครู ๑๘.โครงการสบื สานวฒั นธรรมและประเพณีไทย กิจกรรมวนั เข้าพรรษา ๑๙.โครงการวันสำคัญทางศาสนา วันมาฆบูชา วนั วสิ าขบูชา วนั อาสาฬหบชู า ๒๐.โครงการวันสำคัญของชาติ วันแม่ วันพอ่ ๒๑.โครงการงามอยา่ งไทย กิจกรรมสง่ เสรมิ อตั ลกั ษณ์นักเรียน ท.๖ กจิ กรรมประกวดมารยาท ไทย ๒๒.กิจกรรมวนั พ้อต่อ ๒๓.โครงการส่งเสรมิ คุณธรรมจรยิ ธรรม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ กิจกรรมค่ายพทุ ธบุตร น้อย ๒๔.กิจกรรมการประเมนิ กิจวตั รประจำวนั ๒๕.โครงการลกู เสอื น้อย ๒๖.กิจกรรมสายตรวจประหยดั พลังงาน ๒๗.กิจกรรมห้องเรยี นระเบยี บวินัยดเี ดน่ ๒๘.โครงการหนูนอ้ ยปฐมวัยใสใ่ จส่งิ แวดล้อมกิจกรรมสายตรวจประหยดั พลงั งาน ๒๙.กิจกรรมประกวดพน้ื ทร่ี กั ษส์ ะอาด ๓๐.กิจกรรมสดุ ยอดนกั ออม ๓๑.กิจกรรมโลกสวยด้วยมือเรา ๓๒.กิจกรรมชวนลูกปลูกตน้ ไม้ ๓๓.โครงการปลูกผักสวนครวั ๓๔.โครงการประกวดพนื้ ท่ีรักษาความสะอาด ๓๕.กิจกรรมภาษาองั กฤษวันละคำ ๓๖.กจิ กรรมการจดั การเรียนการสอนแบบโครงงาน Project Approach ๓๗.โครงการส่งเสริมการศกึ ษาศิลปวัฒนธรรมแหลง่ เรยี นรแู้ ละภมู ิปญั ญาท้องถ่นิ ๓๘.โครงการจดั การเรียนการสอนดนตรี ๓๙.กจิ กรรมวนั วทิ ยาศาสตร์ ๔๐.โครงการจดั การเรียนการสอนภาษาองั กฤษ
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศกึ ษา(SAR) หน้า 54 จดุ เดน่ ๑. นักเรียนมีสุขนสิ ยั สุขภาพกาย และสุขภาพจิตดี ๒. นกั เรียนมคี วามสามารถดา้ นศิลปะ ดนตรี กฬี า และมีความกลา้ แสดงออก จดุ ทคี่ วรพฒั นา ๑. สง่ เสรมิ ให้เดก็ ทักษะชีวิต เชน่ การว่ายน้ำ ๒. พัฒนาเด็กให้มีระเบียบวนิ ัย และความรบั ผิดชอบ นวตั กรรม / แบบอย่างที่ดี การส่งเสริมให้เด็กมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ โดยการจัดการเรียนการสอน แบบโครงงาน Project Approach ขอ้ เสนอแนะ ๑. พฒั นาเด็กให้มีทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ โดยใชก้ ระบวนการ Project Approach อยา่ งต่อเนือ่ ง ๒. สง่ เสรมิ ความเปน็ เลิศเดก็ ที่มคี วามสามารถพเิ ศษ มาตรฐานท่ี ๒ กระบวนการบริหารและการจดั การ ระดับคณุ ภาพ ดีเลศิ กระบวนการพัฒนา ๒.๑ มหี ลักสูตรครอบคลุมพัฒนาการทัง้ ๔ ดา้ น สอดคล้องกับบรบิ ทของท้องถน่ิ ๒.๑.๑ มีการประเมนิ และพฒั นาหลักสูตรสถานศกึ ษาใหส้ อดคล้องกบั หลกั สตู รการศึกษา ปฐมวัยและหลกั สตู รท้องถิน่ โรงเรียนอนุบาลเทศบาลนครภูเก็ต ได้พัฒนาหลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวัย โดยได้ดำเนินการ อย่างเป็นระบบโดยตระหนักถึงความสอดคล้องกับปรัชญา หลักการ และเป้าหมายของการจัดการศึกษา ปฐมวัยท่ีกำหนดไว้ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ให้เหมาะสมกับเด็ก สถานศึกษา และสภาพชุมชน หลักสูตรเปรียบเหมือนแม่บทของการศึกษาท่ีถือเป็นแก่นสำคัญในการวางแนวทาง การจัดการศึกษา เป็นตัวกำหนดทิศทางของการศึกษาในการท่ีจะได้ให้ความรู้ การเสริมสร้างเจตคติ ตลอดทั้งการฝึกฝนในด้านต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนารอบด้านและทักษะสำคัญสำหรับเด็ก ในศตวรรษท่ี ๒๑ สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ โรงเรียนได้ดำเนินการพัฒนาหลักสูตร ดังนี้ 1.) สำรวจความต้องการของชุมชน เร่ืองการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย เพ่ือใช้เป็นข้อมูลพ้ืนฐาน ในการวางแผนพัฒนาหลักสูตร 2.) ศึกษาปรัชญา วิสัยทัศน์ ของโรงเรียน เพื่อทำปรัชญา วิสัยทัศน์ การ จัดการศึกษาปฐมวัยให้สอดคล้องกันท้ังระบบ 3.) วิเคราะห์สาระการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางเพื่อ กำหนดเป็นสาระการเรียนรู้ของหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย 4.) แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาหลักสูตร โรงเรียนอนุบาลเทศบาลนครภูเก็ต 5.) ประชุมปฏิบัติการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาการศึกษาปฐมวัย 6.) เสนอหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยต่อผู้ทรงคุณวุฒิเพ่ือตรวจพิจารณา ให้ข้อเสนอแนะ 7.) ปรับ ปรุง หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย ตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิ 8.) จัดพิมพ์และจัดทำรูปเล่ม เสนอต่อ ผู้บริหารสถานศึกษาเพือ่ ลงนามประกาศใช้เปน็ หลกั สูตรสถานศึกษา โดยการมีสว่ นร่วมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ผู้บริหาร คณะครู คณะกรรมการสถานศกึ ษาขั้นพื้นฐาน ผปู้ กครอง ในปีการศึกษา ๒๕๖๑ ดำเนินการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕ ๖๐ ของกระทรวงศึกษาธิการ โดยครูผู้สอนจัดทำแผนการจัดประสบการณ์ ให้สอดคล้องกับหลักสูตร เน้นการจัดประสบการณ์ให้นักเรียนมีพัฒนาการท้ังด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ
รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา(SAR) หน้า 55 สังคม และสติปัญญาท่ีเหมาะสมกับวัย ความสามารถและความแตกต่างระหว่างบุคคลอย่างเต็มศักยภาพ ครูทุกคนได้รับการพัฒนา และเรียนรู้การนำหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นการอบรมพัฒนาบุคลากรแลกเปล่ียนเรียนรู้ระหว่างครูผู้สอนด้วยกันอย่างต่อเน่ืองท้ังในโรงเรียนอนุบาล เทศบาลนครภูเก็ต และระหว่างโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครภูเก็ต เชิญวิทยากรผู้มีความรู้ความสามารถ เฉพาะด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัยมาใหค้ วามรู้ครผู ูส้ อน โดยได้รบั อนุเคราะห์วิทยากรจากสถาบันอุดมศกึ ษาใน จงั หวดั ภูเกต็ มหาวิทยาลัยทักษิณ สถาบนั อุดมศึกษากรุงเทพมหานคร การนำครผู ู้สอนไปศึกษาดูงานโรงเรยี น ที่ประสบความสำเร็จในการจัดการศึกษาระดับปฐมวัย ภายใต้แนวคิด “พัฒนาครูอย่างต่อเนื่องสู่การเป็นครู มืออาชีพ” โรงเรียนอนุบาลเทศบาลนครภูเก็ตให้ความสำคัญในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ซ่ึงเป็นโครงการต่อเนื่องเพราะตระหนักว่าหลักสูตรคือแผนแม่บท เปรียบเสมือนพิมพ์เขียว (Blue print) ของแปลนท่ีใช้ในการสร้างบ้าน ซ่ึงจะแสดงภาพรวมของส่ิงที่เรามุ่งหวัง เป็นกรอบทิศทางในการวางแผนการ จัดประสบการณ์เพ่ือพัฒนานักเรียน โดยหลักสูตรสถานศึกษาต้องมีความเหมาะสมตามศักยภาพ บรบิ ทของโรงเรยี น และความตอ้ งการของชุมชน นอกจากนี้ โรงเรียนอนุบาลเทศบาลนครภูเก็ตยงั ได้คำนึงถึงบริบทด้านสภาพแวดล้อมท้องถิ่น ในเขตจังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะอย่างย่ิงบริเวณที่ตั้งของโรงเรียนอนุบาลเทศบาลนครภูเก็ต ซ่ึงมีแหล่งเรียนรู้ ที่สำคญั ได้แก่ ห้องสมดุ ประชาชนเทศบาลนครภูเก็ต ศาลเจา้ พ้อต่อก๊งบางเหนียว สวนสาธารณะ (เลในเมือง) ป่าชายเลนสะพานหิน พลับพลาท่ปี ระทับกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เตาเผาขยะ บ่อบำบดั น้ำเสียเทศบาล นครภูเก็ต ตลาดเกษตร ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ชุมชนย่านเมืองเก่าถนนถลาง พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว สถานแสดงพนั ธสุ์ ัตว์นำ้ ภเู กต็ เป็นต้น ซึ่งสถานที่ดงั กล่าวสามารถเปน็ แหล่งเรยี นรทู้ ีส่ ำคัญของเดก็ คณะกรรมการดำเนินงานพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ของโรงเรียนอนุบาลเทศบาล นครภเู กต็ ดำเนินการภายใตแ้ นวคิดการพัฒนาหลกั สูตรสถานศกึ ษา โดยดำเนนิ การจัดการศกึ ษาให้สอดคล้อง กบั สภาพปญั หา ในชุมชน และสังคม หลักสตู รการศึกษาปฐมวยั พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ เป็นเพียงแนวทางในการ จัดการศึกษาซ่ึงสถานศึกษาจะต้องมีการปรับเปล่ียนเพ่ือให้สอดคล้องกับธรรมชาติและก ารเรียนรู้ ของเด็กปฐมวัยในแต่ละท้องถิ่น ตลอดจนสามารถตอบสนองต่อการเปล่ียนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีของชุมชน จึงได้จัดทำหลักสูตรสถานศึกษาที่มีการบูรณาท้องถิ่น เพ่ือนำมาจัดประสบการณ์ ใหก้ ับเด็กนกั เรยี น โรงเรียนได้ดำเนินการจดั ทำหลักสูตรสถานศึกษาระดบั ปฐมวัย ของโรงเรยี นอนุบาลเทศบาล นครภูเก็ต โดยคำนึงถึงความต้องการของเด็ก และศักยภาพของสถานศึกษาโดยได้กำหนดสาระการเรียนรู้ รายปี และกำหนดประสบการณ์สำคัญที่นักเรียนควรได้รับ ดำเนินการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้เด็ก ทุกคนเรียนรู้อย่างสนุกสนาน สนใจได้ลงมือกระทำ ได้รับประสบการณ์ตรง ได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง ๕ อย่าง เหมาะสม ซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กในทุก ๆ ด้านอย่างสมดุล ท้ังด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปญั ญา พื้นฐานความรู้เดิม ความต้องและและความสนใจของเด็ก ตลอดจนต้องคำนึงถงึ ชีวิตประจำวัน ของเด็กแต่ละคน สาระการเรยี นรู้ทีก่ ำหนดไว้ในหลกั สตู รสถานศกึ ษา ดังน้ี สาระที่ ๑ เร่อื งราวเกีย่ วกบั ตวั เด็ก สาระที่ ๒ เร่อื งราวเกย่ี วกับบุคคลและสถานทีแ่ วดลอ้ มเด็ก สาระท่ี ๓ ธรรมชาติรอบตวั สาระที่ ๔ ส่ิงตา่ ง ๆ รอบตวั เด็ก
รายงานการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา(SAR) หนา้ 56 คณะกรรมการดำเนินงานพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนอนุบาลเทศบาลนครภูเก็ต มีหน้าที่ในการนิเทศภายในควบคู่ไปด้วยตลอดทุกข้ันตอนการใช้หลักสูตรสถานศึกษา โดยการนิเทศ กำกับ ติดตาม และประเมินผลการใช้หลักสูตร ซึ่งเป็นข้ันตอนการนำหลักสูตรไปใช้น้ัน โรงเรียนมีการแต่งต้ัง คณะกรรมการมอบหมายการปฏิบัติงานฝา่ ยวิชาการ ให้มกี ารบริหารจัดการ โดยมีผู้อำนวยการสถานศึกษา และรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ฝ่ายบริหารวิชาการรบั ผิดชอบในการนิเทศกำกับติดตาม และประเมินผล การใชห้ ลักสตู ร และมคี ณะทำงานในการนิเทศภายใน ประกอบดว้ ย ๑. การนิเทศโดยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยกำหนดให้ครูทุกคนต้องได้รับการนิเทศ อย่างน้อยเดือนละ ๑ คร้ัง เพ่ือนำผลการนิเทศไปปรับปรุงพัฒนาต่อไป ซ่ึงการนิเทศดังกล่าวทำให้มีการ พัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเน่ือง และเหมาะสมเพราะครูผู้สอนได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จากผู้นิเทศซึ่งเป็น ผู้มีประสบการณ์ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ มีความรู้ความเข้าใจในหลักสูตร รู้และเข้าใจสภาพปัญหา ของนักเรียน โรงเรยี น ชุมชน และสงั คมเปน็ อย่างดี ๒. การนิเทศในโรงเรียนโดยการให้ความรู้ในการประชุมวางแผนการจัดประสบการณ์ ร่วมกันเพ่ือให้สอดคล้องกบั หลักสูตรสถานศึกษา การสังเกตการณ์จัดประสบการณ์การเรียนรู้ โดยผู้บริหาร สถานศกึ ษา เปน็ ผู้มบี ทบาทในการในการสง่ เสรมิ สนบั สนุน ให้คำแนะนำในการพฒั นาหลกั สูตรสถานศึกษา โดยผู้บริหารของโรงเรียนเป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจ กระบวนการพัฒนาหลักสูตร ตลอดจนกระบวนการ บริหารการศึกษาเปน็ อย่างดี ๓. วิทยากรท้องถิ่น เป็นคณะกรรมการร่วมโดยเป็นผู้ให้ความรู้ ข้อเสนอแนะแนวทางใน การพัฒนาหลักสูตรเป็นผู้ท่ีรู้และเข้าใจด้านสภาพ และความต้องการของท้องถ่ินหรือชุมชนนั้น ๆ เปน็ อย่างดี สามารถใหค้ ำแนะนำคณะกรรมการดำเนนิ งานได้อยา่ งต่อเนื่อง รูปแบบการนิเทศมีรูปแบบที่หลากหลาย และเหมาะสมกับสภาพปัญหา และบริบท ของโรงเรียน เช่น การจัดประชุมครูเพอื่ วางแผนการนำหลกั สตู รไปออกแบบการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้ การนิเทศโดยการสังเกตการสอนแบบกัลยาณมิตร การตรวจแผนการจัดประสบการณ์ และการวิจัยในชั้น เรียน เป็นต้น นอกจากน้ีแล้วโรงเรียนได้แต่งต้ังคณะกรรมการนิเทศภายใน เพื่อออกแบบเครื่องมือ การนิเทศ ดำเนินการประเมินโครงการนิเทศ มีผู้บริหารสถานศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมประเมินทุกข้ันตอน การนิเทศ ได้ดำเนินการในการนำผลการประเมินไปใช้ปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตร โรงเรียนได้ดำเนินการ ประเมินผลการพัฒนาหลักสูตรจากการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ โดยการสังเกตการจัดประสบการณ์ การเรียนรู้ การนิเทศการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ การศึกษา ผลการพัฒนาของนักเรียนทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา มาประมวล รวมท้ังจัดอบรมครู และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการพัฒนา หลักสูตร เพื่อให้ครูมีความรู้ความเข้าใจ และสามารถดำเนินการได้อย่างครบวงจรคุณภาพ (PDCA) คอื การวางแผน การปฏบิ ตั ิ การประเมินผลและการปรับปรุงพัฒนา ๒.๑.๒ สถานศึกษาออกแบบการจดั ประสบการณท์ ีเ่ ตรยี มความพร้อมไม่เรง่ รัดวชิ าการ เนน้ การเรยี นรู้ผา่ นการเล่น การจัดทำแผนและการจัดประสบการณ์ หมายถึง การที่สถานศึกษามีการจัดทำแผน การจัดประสบการณ์/กิจกรรมการเรียนรู้ท่ีสอดคล้องกับปรัชญา หลักการ และจุดมุ่งหมายหลักสูตร สภาพแวดล้อม วัฒนธรรมท้องถ่ิน ส่งเสริมความเป็นไทย และเอื้อต่อการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ลักษณะแผนการจัดประสบการณ์ต้องจัดในรูปแบบบูรณาการผ่านการเล่น จัดกระบวนการพัฒนาเด็ก บนพื้นฐานความเช่ือที่ว่าเด็กทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ โดยคำนึงถึงพัฒนาการ ความแตกต่างระหว่างบุคคล ทั้งในด้านวิธีการเรียนรู้ เวลาท่ีใช้ในการเรียนรู้ ความต้องการและสนใจ (เด็กมีโอกาสเลือกและตัดสินใจ ตามความสนใจ) มงุ่ เนน้ ให้มคี วามสมดุล และมุ่งให้เดก็ ได้รบั ประสบการณ์ตรง
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศกึ ษา(SAR) หนา้ 57 โรงเรียนได้ดำเนินการให้ครูประชุมวางจัดทำแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ล่วงหน้าก่อน การจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างน้อย ๑ สัปดาห์ โดยกำหนดให้ ประชุมจัดทำแผนทุกวันจันทร์ เวลา ๑๖.๓๐ น. เป็นต้นไป โดยมีผู้บริหาร และคณะครูร่วมกันวางแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่ สอดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษา เพื่อให้เด็กได้รับประสบการณ์เกิดทักษะการเรียนรู้ที่เน้นกระบวนการคิด กระตุ้นพัฒ นาการทางสมอง นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง มีการค้นคว้าทดลอง ศึกษาเรียนรู้ จากประสบการณ์จริง การบูรณาการจากแหล่งเรียนรู้ท้ังภายในและภายนอกโรงเรียน การจัดกิจกรรม เฉพาะบุคคลหรือกลุ่มเล็กเพื่อพัฒนาความเป็นเลิศ และเพ่ือแก้ปัญหาผู้เรียน และนำมาปรับปรุงในการจัด ประสบการณ์ครั้งต่อไปเพ่ือให้มีความสอดคล้องเหมาะสมกับเหตุการณ์และสถานการณ์ที่เกิดขนึ้ จรงิ ในชุมชน และสังคม ๒.๑.๓ จัดประสบการณ์ตอบสนองความต้องการและความแตกต่างของเด็กปกติ และกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ โรงเรียนอนุบาลเทศบาลนครภูเก็ต ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กโดยคำนึงถึง กระบวนการเรียนรู้ และการใช้สมองเป็นฐานในการพัฒนาเด็กเป็นรายบุคคล ซ่ึงสมองของคนเรา จะแบ่งเป็น ๒ ซีก คือซีกซ้ายกับซีกขวา สมองทั้งสองด้านมีความสัมพันธ์กัน สมองมีหน้าที่ ควบคุมการรับรู้ การคิดการเรียนและการจำ และพฤติกรรมของมนุษย์ สมองควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายสมอง จึงทำหน้าท่ีหลายอย่างทั้งรับรู้ เรียนรู้ และควบคุมการทำงานขออวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย ครูจำเป็นต้องมีความรู้เก่ียวกับพัฒนาการทางสมองเพื่อการจัดกิจกรรมได้สอดรับกับวิธีการ เรียนรู้ของเด็กแต่ละกลุ่ม เช่น เด็กบางคนอาจจะรับรู้ และเชื่อมโยงองค์ความรู้ได้ง่าย ซ่ึงหมายถึง มีบุคลิกภาพไปในทางนักทฤษฎี ส่วนบางคนชอบคิดวิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ บางคนชอบลงมือปฏิบัติ และบางคนก็ชอบกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหว เป็นต้น การที่ครูมีความรู้จะช่วยให้รู้จักเด็กเป็นรายบุคคลได้ เปน็ อย่างดี จัดประสบการณ์ให้แก่นักเรียนระดับการศึกษาปฐมวัย โรงเรียนได้กำหนดเวลา และแนวการจัดกิจกรรมในแต่ละวันเพื่อพัฒนานักเรียนระดับปฐมวัย จะกำหนดไว้ในกิจกรรมหลัก ๖ กิจกรรม คือกิจกรรม การเคลื่อนไหวและจังหวะ กิจกรรมสร้างสรรค์ กิจกรรมเสริมประสบการณ์ กิจกรรมการเล่นกลางแจ้ง กิจกรรมเล่นตามมุม และกิจกรรมเกมการศึกษา ซึ่งได้ดำเนินการจัดกิจกรรม เพ่ือกระตุ้นพัฒนาการทางสมอง ตอบสนองความสนใจ ความแตกต่างระหว่างบุคคล และความคิด สร้างสรรค์ของเด็ก โดยการจัดประสบการณ์ และการเรียนรู้ผ่านการเล่น การมีจินตนาการ ผ่านการใช้ ประสาทสัมผัสท้ัง ๕ เพราะเด็กปฐมวัยเป็นวันท่ีสำคัญที่สุดสำหรับพัฒนาการของชีวิตมนุษย์ เพราะสิ่งที่ เด็กได้รับการฝึกฝนในช่วง ๕ ปีแรกของชีวิต มีผลต่อการวางรากฐานที่สำคัญต่อบุคลิกภาพของเด็กท่ีจะ เติบโตขึ้นเปน็ ผู้ใหญ่ เนื่องจากเด็กวัยนม้ี ีพัฒนาการการเรียนรู้ที่เริ่มจากการรับรแู้ ละเข้าใจ เฉพาะสงิ่ ที่เห็น และจับต้องไดไ้ ปส่กู ารรบั รู้โดยยังไมเ่ ขา้ ใจส่ิงที่จับตอ้ งมองเหน็ ไมไ่ ด้ เชน่ สัญลักษณ์ ภาษา การคิดย้อนกลับ ไปมา จนถึงขั้นการคิดอย่างมีเหตุผล โรงเรียนจึงจัดประสบการณ์เพ่ือให้เด็กเกิดก ารเรียนรู้ได้ดีข้ึน โดยให้เด็กได้เรียนรู้โดยการกระทำ การเรียนรู้จากการค้นพบด้วยตนเอง ซ่ึงเป็นการเรียนรู้ท่ีเด็กได้รับรู้ โดยผ่านประสาทสัมผัสท้ัง ๕ เพื่อการพัฒนาการทำงานทางสมองของเด็ก ให้เด็กมีศักยภาพตามวัย และประสบการณ์ของผู้เรียนตามปรัชญาการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยท่ีมุ่งสนองตอบความแตกต่าง ๆ ระหว่างบุคคล โดยใช้ความสามารถทางสมองเป็นฐาน (Brian – Based – Learning) จัดประสบการณ์ การเรียนรู้ทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และคอมพิวเตอร์ ให้เหมาะสมกับวัยของเด็ก ซึ่งโรงเรียนได้ ศกึ ษาและออกแบบกระบวนการเรียนรู้ จัดหาสอ่ื ประกอบการจัดประสบการณ์ ไดแ้ ก่ การจัดทำมุมตา่ ง ๆ ภายในห้องเรียน ศูนย์การเรียนรู้ปฐมวัย จัดหาและผลิตส่ืออิเล็กทรอนิกส์ แผ่นซีดีเพลง สำหรับใช้เป็น
รายงานการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา(SAR) หนา้ 58 เคร่ืองมือกระตุ้นและพัฒนาการทำงานของสมอกทั้งซีกซ้าย และซีกขวาให้สมดุลกันสามารถพัฒนา ศักยภาพในการเรียนรู้ของเด็ก สามารถปลูกฝังและสร้างเจตคติให้ผู้เรียนเกิดความรักต่อการเรียนรู้ ตอบสนองความสนใจความแตกต่างระหวา่ งบุคคล และความคดิ สรา้ งสรรคข์ องเดก็ ๒.๑.๔ หลักสูตรมคี วามสอดคล้องกบั วถิ ชี ีวิตของครอบครวั ชุมชนและทอ้ งถน่ิ ดำเนินการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช ๒๕๖๐ ของกระทรวงศึกษาธิการ โดยครูผู้สอนจัดทำแผนการจัดประสบการณ์ให้สอดคล้องกับหลักสูตร เน้นการจัดประสบการณ์ให้นักเรียนมีพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ท่ีเหมาะสมกับวัย ความสามารถและความแตกต่างระหว่างบุคคลอย่างเต็มศักยภาพ ครูทุกคนได้รับการ พัฒนา และเรียนรู้การนำหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นการอบรมพัฒนา บุคลากรแลกเปล่ียนเรยี นรรู้ ะหวา่ งครูผสู้ อนดว้ ยกันอย่างต่อเน่ืองท้ังในโรงเรียนอนุบาลเทศบาลนครภูเก็ต และระหว่างโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครภูเก็ต โรงเรียนอนุบาลเทศบาลนครภูเก็ตให้ความสำคัญในการ พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ซ่ึงเป็นโครงการต่อเน่ืองเพราะตระหนักว่าหลักสูตรคือแผนแม่บท เปรียบเสมือนพิมพ์เขียว (Blue print) โดยหลักสูตรสถานศึกษาต้องมีความเหมาะสมตามศักยภาพ บริบท ของโรงเรียน และความต้องการของชมุ ชน ในปีการศึกษา ๒๕๖๑ โรงเรียนได้ดำเนินการพัฒนาและจัดทำ หลักสูตรสถานศึกษาตามแนวหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ของกระทรวงศึกษาธิการ โดยนำมาปรับปรุงให้มีความเหมาะสมกับสภาพท้องถิ่น และชุมชนเทศบาลนครภูเก็ต ในบริเวณเขตพื้นท่ี ตำบลตลาดใหญ่ และบริเวณชุมชนบางเหนียว ซ่ึงมีจำนวนเด็กที่มีอายุตามเกณฑ์สมัครเข้าเรียนโดยเด็ก ส่วนใหญ่เข้าเรียนมาจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลนครภูเก็ต ดังน้ันหลักสูตร และการจัดประสบการณ์ การเรยี นรจู้ งึ กำหนดให้มีความสอดคล้องกบั ประสบการณเ์ ดมิ ของผู้เรียนที่มคี วามแตกต่างกันดังกล่าว ๒.๒ จัดครใู หเ้ พยี งพอกบั ชั้นเรยี น โรงเรียนอนุบาลเทศบาลนครภูเก็ต จัดครูให้เหมาะสมกับภารกิจการเรียนการสอน ตรง ตามสาขาวิชาปฐมวัย และมีอตั ราส่วนนกั เรยี น : ครู จำนวน ๑ : ๒๕ ๒.๓ ส่งเสริมใหค้ รูมคี วามเชี่ยวชาญด้านการจดั ประสบการณ์ ๒.๓.๑ พัฒนาครูและบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถในการวิเคราะห์และออกแบบ หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนอนุบาลเทศบาลนครภูเก็ต มีการส่งเสริมให้คณะครู ได้มีการพัฒนาศักยภาพ ของตนเอง โดยมีการจัดอบรม การแนะแนว การนิ เทศและการส่งเสริมให้ เข้ารับการอบรม เพ่ื อ พั ฒ น าตน เอ งซ่ึ งส่ งผ ลให้ ค รูท่ี ได้ รับ การนิ เท ศ ป ระเมิ น ศั กยภ าพ ใน ทุ ก ๆ ภ าค เรีย น การพัฒนาสมรรถนะครูปฐมวัย โดยเฉพาะ การบริหารจัดการหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ ซึ่งสะท้อน ภาพการเปน็ ผูม้ ีความรู้ความเข้าใจหลักสูตรและจิตวิทยาพัฒนาการเด็ก ๒.๓.๒ ครูมีทักษะในการจัดประสบการณ์และประเมนิ พฒั นาการเดก็ ครู โรงเรียนอนุบาลเทศบาลนครภูเก็ต มีความสามารถในการจัดช้ันเรียนและมี ปฏิสมั พนั ธ์ที่ดี ต่อเดก็ และผู้ทีเ่ ก่ียวข้อง จากการที่ครู มกี ารพัฒนาตนเองอยา่ งสมำ่ เสมอส่งผลใหเ้ กิดทกั ษะ ในการจัดประสบการณ์และกิจกรรมให้เด็กมีความสามารถในการจัดชั้นเรียนโดยจัดสภาพแวดล้อมและ บรรยากาศ ท่ีเอ้ือต่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็กตลอดจนการควบคุมดูแลเอาใจใส่เด็ก อย่างใกล้ชิด โดยจัดสภาพแวดล้อมและบรรยากาศท่ีเอื้อต่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก ตลอดจนการควบคุมดูแลเอาใจใสเ่ ด็กอย่างใกลช้ ิด โดยการศึกษาเดก็ เป็นรายบุคคล จัดทำระบบช่วยเหลือ นักเรียนส่งผลให้เด็กได้รับการพัฒ นาอย่างเต็มศักยภาพตามความแตกต่างระหว่างบุคคล และมีคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
รายงานการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา(SAR) หน้า 59 โรงเรียนอนุบาลเทศบาลนครภูเก็ต ได้มีการประเมินผลพัฒนาการของเด็ก เพื่อให้ครู ผปู้ กครอง และผมู้ สี ่วนเกย่ี วขอ้ งมีความรู้ ความเข้าใจพัฒนาการการเรยี นรู้ ความสนใจ และความตอ้ งการ ของเด็กแต่ละคน จึงได้กำหนดให้มีการประเมินผลพัฒนาการจากสภาพจริงอย่างต่อเนื่องสอดคล้อง กับการจัดประสบการณ์ ตรงตามเนื้อหา และวัตถุประสงค์การเรียนรู้ท่ีกำหนดไว้ในหลักสูตร ซ่งึ ในการประเมนิ ผลพัฒนาการมีการดำเนนิ งาน ๒.๓.๓ ครูใช้ประสบการณส์ ำคญั ในการออกแบบการจัดกิจกรรม การจัดทำแผนและการจัดประสบการณ์ หมายถึง การท่ีสถานศึกษามีการจัดทำแผน การจัดประสบการณ์/กิจกรรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับปรัชญา หลักการ และจุดมุ่งหมายหลักสูตร สภาพแวดล้อม วัฒนธรรมท้องถ่ิน ส่งเสริมความเป็นไทย และเอ้ือต่อการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ลักษณะแผนการจัดประสบการณ์ต้องจัดในรูปแบบบูรณาการผ่านการเล่น จัดกระบวนการพัฒนาเด็ก บนพน้ื ฐานความเชือ่ ท่ีว่าเด็กทุกคนสามารถเรยี นรู้ได้ โดยคำนึงถึงพัฒนาการ ความแตกต่างระหว่างบุคคล ทั้งในด้านวิธีการเรียนรู้ เวลาท่ีใช้ในการเรียนรู้ ความต้องการและสนใจ (เด็กมีโอกาสเลือกและตัดสินใจ ตามความสนใจ) มุ่งเน้นให้มีความสมดุล และม่งุ ให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง โดยใช้ประสบการณ์สำคัญ ในการออกแบบกจิ กรรม ๒.๓.๔ ครูมีการสงั เกตและประเมินพฒั นาการเด็กเป็นรายบุคคล ครูผู้สอนได้ดำเนินการจัดทำเคร่ืองมือการประเมินเด็กหลากหลายรูปแบบเพื่อให้ สอดคล้องกับสภาพจริง และสามารถประเมินพัฒนาการเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความเที่ยงตรง โดยมีเคร่ืองมอื และวธิ กี ารวัดและประเมนิ ผล ดังนี้ ๑. การสังเกตพฤตกิ รรมโดยใช้แบบประเมินผลพัฒนาการเดก็ ครูร่วมกันวิเคราะห์ และออกแบบเครื่องมือประเมินพฤติกรรมนักเรียนตามมาตรฐาน สภาพที่พึงประสงค์ตามหลักสูตรปฐมวัย ท่ีสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในแผนการจัดประสบการณ์ โดยครู เก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเด็กด้วยวิธีการเฝ้าดู และการฟัง สังเกตพฤติกรรมขณะจัดประสบการณ์อย่าง ต่อเน่ือง เพื่อนำผลการสังเกตมาสรุปผลการประเมินพฤติกรรมสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง พร้อมท่ีจะให้ข้อมูลกับ ผู้ปกครองทราบตอ่ ไป ๒. การสมั ภาษณ์ การสัมภาษณ์ถือเป็นวิธีการประเมินผลท่ีครูใช้เป็นเคร่ืองมือในการประเมินพัฒนาการ ของผู้เรียน โดยถอื เปน็ สว่ นหนึ่งของการจัดการเรียนการสอน การสมั ภาษณ์เกิดขนึ้ ระหว่างครูกับเดก็ หรือ ระหว่างครูกับพ่อแม่ ผู้ปกครองเพื่อหาข้อมูลเก่ียวกับตัวเด็ก ในส่ิงท่ีครูผู้สัมภาษณ์ต้องการทราบ มีโอกาส ที่จะสังเกตท่าทาง การเคล่ือนไหวของจา น้ำเสียงหรือระดับน้ำเสียงประกอบคำพูดของเด็ก ข้อความที่ได้ จากการสัมภาษณส์ ะท้อนใหเ้ ห็นถึงภมู ิหลัง ความรสู้ ึก ทัศนคติ และการรับรขู้ องเด็ก ๓. การเขียนบนั ทึกเกย่ี วกบั ตัวเด็ก ครปู ระจำช้ันใช้วิธีการบันทึกเก่ียวกับเด็กโดยการเขียนเร่ืองราวส้ัน ๆ เกี่ยวกับตัวเด็กซึ่ง จะช่วยให้ครเู หน็ ภาพ และเขา้ ใจเด็กแต่ละคนในชน้ั ของตนเองได้ดียิ่งขั้น โดยครูมีข้อมูลว่าสามารถกระตุ้น พัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคนในส่วนไหน โดยการบันทึกในสมุดรายงานประจำตัวนักเรียนภาค เรียนละ ๑ คร้ัง การวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล การบันทึกพฤติกรรมนักเรียนในบันทึกสายสัมพันธ์ บ้านและโรงเรียนทุกวนั ศกุ ร์
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศกึ ษา(SAR) หน้า 60 ๔. แฟม้ ผลงานเดก็ ครูประจำช้ันจัดทำแฟ้มผลงานเด็ก เป็นวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลพัฒนาการและการ เรียนรู้ของเด็กอย่างมีจุดประสงค์ และกระทำอย่างต่อเน่ืองสม่ำเสมอ ซึ่งเด็กสามารถมีส่วนร่วมในการ เลือกผลงานต่าง ๆ เข้ามาเก็บในแฟ้มของตนเอง ในขณะเดียวกันเด็กมีโอกาสท่ีจะทบทวน วิเคราะห์ ผลงานแต่ละชิ้นทตี่ นเลือก จากการประเมินพฒั นาการของเด็กดว้ ยวิธีการที่หลากหลายดงั กลา่ วข้างต้น ครไู ดบ้ ันทึก ผลการประเมินพัฒนาการของเด็ก และรายงานให้ผู้ปกครองทราบปีละ ๒ คร้ัง นอกจากนีย้ ังมีการประชุม พบปะผู้ปกครองสัญจรภาคเรียนละ ๒ ครั้ง รายงานพฤติกรรมนักเรียนในบันทึกสายสัมพันธ์บ้าน และ โรงเรียนสัปดาห์ละ ๑ คร้ัง และผู้ปกครองสามารถสอบถามพัฒนาการ หรือปัญหาพัฒนาการนักเรียนได้ จากครูประจำชั้นได้ทุกวันในขณะมารับ – ส่ง นักเรียน เพื่อรายงานผลการประเมินพัฒนาการของเด็ก อีกด้วย โดยส่วนใหญ่พ่อ แม่ ผู้ปกครองต้องการทราบผลการประเมินพัฒนาการเด็ก เพื่อทราบว่าลูก ของตนเรยี นรู้อะไร และตนสามารถชว่ ยกระตุ้นพัฒนาการลกู อย่างไร นอกจากนี้แล้วด้านผู้บริหารโรงเรยี น ยังสามารถนำผล การประเมินพัฒนาการเด็กมาเป็นข้อมูลในการจัดกิจกรรมและงบประมาณ ในการ สนับสนุนและส่งเสรมิ ครูในการจดั สภาพแวดลอ้ มในโรงเรียนใหเ้ หมาะสมกบั เดก็ ต่อไป การประเมินพัฒนาการของผู้เรียนได้ดำเนินการโดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือนำมาปรับปรุง กระบวนการจัดประสบการณ์เพอื่ พฒั นาการเรียนรู้ของผู้เรียนท้ังรายกลุ่มและรายบคุ คล จงึ มกี ารประเมิน ตลอดกระบวนการจัดประสบการณ์ ดังนี้ การประเมินระหว่างเรยี น สถานศึกษาจดั ทำเคร่ืองมือประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพ จริงด้วยวิธีการท่ีหลากหลายเหมาะสมกับเด็ก รวมทั้งมีการใช้แหล่งข้อมูลหลาย ๆ ด้าน ได้แก่ การสังเกต การประเมินกิจวัตรประจำวัน การบันทึก การสังเกตพฤติกรรม การสนทนา การสัมภาษณ์ และสรุป รวบรวมสำหรับเขยี นรายงาน การประเมินหลงั เรียนสถานศึกษานำข้อมูลจากการประเมินมาสรุปและเขียนรายงานผล พัฒนาการลงสมุดแจง้ ใหผ้ ู้ปกครองทราบ โดยกำหนดเกณฑ์การประเมิน พัฒนาการไว้ ๓ ระดบั ดงั นี้ ๓ = ดี หมายถงึ แสดงพฤตกิ รรมไดด้ ีอยา่ งคล่องแคลว่ ม่ันคงดว้ ยตนเอง ๒ = ปานกลาง หมายถึงแสดงพฤติกรรมได้แตไ่ ม่คลอ่ งแคลว่ ๑ = ควรสง่ เสริม หมายถงึ แสดงพฤติกรรมไมช่ ดั เจน หรอื ครตู ้องใหก้ ารช่วยเหลือ จดั กิจกรรมสง่ เสริมพัฒนาการผเู้ รียนให้กับนักเรยี นที่มีพัฒนาการล่าชา้ โดยครปู ระจำชั้น วิเคราะห์และประเมินพัฒนาการผู้เรียนเป็นรายบุคคล และจัดกิจกรรมซ่อมเสริมให้กับนักเรียนกลุ่ม ดังกล่าวตามลักษณะพฤติกรรมท่ีควรปรับปรุงเป็นรายบุคคล ในช่วงหลังพักรับประทานอาหารกลางวัน และช่วงหลังเลิกเรียนมีการบันทึกและประเมินพฤติกรรมนักเรียนนักเรียนที่เข้าร่วมกิ จกรรมมีผลการ ประเมนิ พัฒนาการทดี่ ีขึ้น ๒.๓.๕ ครมู ปี ฏสิ ัมพันธท์ ่ีดกี บั เดก็ และครอบครวั ครแู ละนักเรียนไดร้ ่วมกันสร้างข้อตกลงของห้องเรียน มีการจัดเวรประจำวันในห้องเรยี น เพ่ือดูแลความเรียบร้อยในห้องเรียน และสภาจิ๋ว (สภานักเรียน) เพื่อดูแลความเรียนร้อยในโรงเรียน มีการส่งเสริมอัตลักษณ์ของโรงเรียน มีการกระตุ้นให้นักเรียนปฏิบัติตามข้อตกลงโดยการให้รางวัล หอ้ งเรียนระเบียบวินัยดีเดน่ และหอ้ งเรียนส่งเสรมิ อัตลกั ษณ์ดเี ด่นเพื่อเป็นตัวอย่างแกเ่ พอื่ น ๆ ในโรงเรียน โดยผู้บริหารและคณะกรรมการบริหารโรงเรียนได้ร่วมกันประเมิน และมอบเกียรติบัตรให้ในส้ินปี การศึกษา เพ่ือให้นักเรียนได้ดูเป็นแบบอย่าง กอ่ ให้เกิดการยอมรับนับถือและเคารพซ่ึงกนั และกันระหว่าง ครกู บั เดก็ และระหว่างเดก็ กบั เดก็
รายงานการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา(SAR) หนา้ 61 โรงเรียนอนุบาลเทศบาลนครภูเก็ต ได้ยึดวัฒนธรรมที่ดีของไทยเพ่ือสร้างความรัก ความสามัคคี การช่วยเหลือเก้ือกูลกันในสถานศึกษา เช่น การทำงานร่วมกันโดยหลักกัลยานมิตร การไหว้ การทักทายทุกเช้า การจัดโครงสร้างการทำงานแบบทีม และจัดให้มี โครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมเพื่อส่งเสริมการทำงานเป็นทีมแก่บุคลากร ซึ่งมีผลให้ครูมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมีทักษะในการ ทำงานเปน็ ทีม มกี ารยอมรับนับถอื และเคารพซ่ึงกันและกนั คณะครูทุกคน ได้รับการปฐมนิเทศเก่ียวกับคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ซ่ึงต้องเป็นบุคคล ที่มีมนุษย์สัมพันธ์ท่ีดี ให้การดูและแนะนำ ช่วยเหลือ เอาใจใส่ เด็กอยู่ใกล้ชิดแล้วรู้สึกอุ่นใจ ครูโรงเรียน อนุบาลเทศบาลนครภูเก็ตได้ใช้วินัยเชิงบวก คำพูดเชิงบวก ในการฝึกทักษะการเรียนรู้แก่เด็ก เช่น เมื่อเด็กบอก ทำไม่ได้ครูจะใหก้ ำลังใจว่าลองทำดูก่อน น่ังมองเพอ่ื นๆ ว่าทำอยา่ งไร หรือครูลองทำให้ เดก็ ดู รวมทั้งจับมอื ทำในบางรายท่ีไม่ยอมทำจริงๆ ซ่ึงหากครไู ด้มีความใกล้ชิด ใส่ใจในการเรียนรูข้ องเด็ก และสร้างปฏิสมั พนั ธท์ ดี่ ีระหวา่ งครูกับเดก็ และผปู้ กครอง ๒.๓.๖ ครูไดร้ ับการอบรม สมั มนา รวมแลว้ ไม่น้อบกว่า ๒๐ ชั่วโมงต่อปี โรงเรียนอนุบาลเทศบาลนครภูเก็ต ส่งเสริมให้ครูได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ใหเ้ ข้ารบั การอบรมกับหนว่ ยงานต่าง ๆ เพื่อนำความรทู้ ่ีได้รับมาจัดประสบการณ์การเรียนรู้ อยา่ งนอ้ ย คน ละ ๒๐ ชม.ต่อปี ๒.๓.๗ ครเู ข้าร่วมชุมชนการเรยี นรู้ทางวิชาชพี PLC โรงเรียนอนบุ าลเทศบาลนครภูเก็ต ดำเนินโครงการนิเทศการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้ โดยใช้กระบวนการ PLC ครูมีการรวมกลุ่ม PLC เพื่อวางแผนในการจัดประสบการณ์ร่วมกัน และมีการ ประชุมเพ่ือวางแผนการจัดประสบการณ์ ร่วมกันทุกวันจันทร์ เวลา ๑๖.๐๐ น. มีการสังเกตชั้นเรียน รว่ มกนั ในกลมุ่ PLC ๒.๓.๘ ครูนำองค์ความรู้ท่ไี ด้จากการเขา้ ร่วมชุมชนการเรียนร้ทู างวิชาชีพ PLC ไปใช้ ในการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้ โรงเรียนอนุบาลเทศบาลนครภูเก็ต ได้พัฒนาครูผู้สอนให้มีความรู้ความเข้าใจ ในกระบวนการ PLC ครูแกนนำ PLC เข้ารับการอบรมกระบวนการนำ PLC มาใช้ในสถานศึกษา ทำให้ครู ทีเ่ ข้ารบั การอบรมดงั กลา่ วสามารถนำความรทู้ ีไ่ ด้รบั มาดำเนินการต่อในสถานศึกษาได้ ๒.๔ จัดสภาพแวดลอ้ มและสื่อเพอื่ การเรยี นรู้อย่างปลอดภัยและเพียงพอ เพ่ือให้นักเรียนรู้สึกอบอุ่นและเป็นส่วนหนึ่งของช้ันเรียน ครูจึงตกแต่งห้องเรียน ด้วยผลงานของนักเรียนสร้างบรรยากาศในห้องเรียนให้เสมือนบ้าน มีความอบอุ่นเป็นกันเอง ส่งเสริม ให้เกิดสัมพันธ์ภาพท่ีดีระหว่างครูกับนักเรียน เปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็น ได้ร่วมสร้าง กฎ และระเบียบ การรักษาวินัยของห้องเรียน ครูจะให้ความรัก มีความเป็นมิตร และให้ความไว้วางใจ เพอ่ื ใหน้ ักเรียนเกิดความอบอนุ่ และรู้สกึ เสมอื นอยใู่ นบา้ นตนเอง คณะครูได้จัดการเรียนรู้แก่เด็กปฐมวัย โดยจัดบรรยากาศการเรียนรู้ที่มีความสุข มีความอบอุ่น จัดสภาพห้องเรียนให้เหมือน เป็นบ้านหลังท่ีสองของเด็ก สร้างความรัก ความผูกพัน ให้ความรสู้ ึกเปน็ เจา้ ของเป็นสว่ นหนงึ่ ของกลมุ่ สมาชิกในห้องเรียน จัดมุมประสบการณ์ที่หลากหลาย เช่น มุมหนังสือ มุมบล็อก มุมครัว มุมศิลปะ ซ่ึงเด็ก จะเข้าเล่นตามมุมเมื่อทำงานเสร็จโดยครูมีการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้เด็กเป็นรายบุคคลในเร่ืองต่างๆ เช่น การแก้ปัญหา การคิดสร้างสรรค์ การเล่นกับเพอื่ น เป็นต้น
รายงานการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา(SAR) หน้า 62 ๒.๕ ให้บริการสอ่ื เทคโนโลยีสารสนเทศและสอื่ การเรียนร้เู พื่อสนับสนนุ การจัดประสบการณ์ โรงเรียนมีการให้บริการสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ และส่ือการเรียนรู้เพื่อสนับสนุน การจัดประสบการณ์ มีห้องคอมพิวเตอร์ให้บริการสำหรับสืบค้นข้อมูล การดำเนินการระบบข้อมูล สารสนเทศ ๒.๖ มรี ะบบบรหิ ารคณุ ภาพที่เปิดโอกาสใหผ้ ู้มสี ว่ นเก่ยี วข้องทุกฝ่ายมีสว่ นรว่ ม โรงเรียนมีการวางแผนพัฒนาท่ียึดสภาพปัญหา ความต้องการ และให้ความสำคัญ กับการใช้ข้อมูลสารสนเทศเป็นปัจจัยหลักในการวางแผนร่วมกันระหว่างบุคลากรท้ังภายในและภายนอก ท่ีมีส่วนเก่ียวข้อง โรงเรียนได้จัดให้มีการประชุมระดมสมอง เพ่ือวิเคราะห์สภาพภายในและภายนอก เพ่ือให้ได้ข้อสรุปในการพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาท่ีตอบสนองความต้องการของบุคลากร ภายในสถานศึกษาท่ีเป็นผู้ให้บริการและสอดคล้องกับความต้องการ ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับ บริการทางการศึกษา ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสถานศึกษาท้ังน้ี โรงเรียนได้แต่งต้ังคณะกรรมการจัดทำ แผนพัฒนาสถานศึกษา ที่ประกอบด้วย บุคลากรผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาสถานศึกษา ได้แก่ ผู้แทนของครูผู้สอน ผู้แทนของกรรมการสถานศึกษา ผู้แทนของผู้ปกครอง นักเรียน ผู้แทนขององค์กร หน่วยงานและสถาบัน ตลอดจนสถานประกอบการต่าง ๆ ในชุมชน ให้เข้ามาร่วมคิด ร่วมจดั ทำแผนพฒั นาการจัดการศึกษาร่วมกับผู้บริหารสถานศกึ ษา เพื่อช่วยกันกำหนด วสิ ัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย เง่ือนไขและภาพแห่งความสำเร็จซึ่งครอบคลุมภารกิจ และความรับผิดชอบในการพัฒนา คุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา โดยแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของโรงเรียนอนุบาลเทศบาล นครภูเก็ต มุ่งเน้นกระบวนการสร้างคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาที่โรงเรียนกำหนด ถือเป็นแผน ระยะยาวที่โรงเรียนใช้เป็นแนวทางสำหรับการจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี ในการกำหนดโครงการ พั ฒ น า ใ น แ ต่ ล ะ ด้ า น ท่ี ต ร ง กั บ ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร ย ก ร ะ ดั บ คุ ณ ภ า พ ข อ ง ก า ร ศึ ก ษ า ของโรงเรียน การจัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาท่ีมุ่งคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียน อนุบาลเทศบาลนครภเู กต็ ๒.๖.๓ มกี ารประเมินและตรวจสอบคณุ ภาพภายในสถานศกึ ษา การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล เป็นกระบวนการสำคัญที่ชวยใหผูบริหาร ทราบวาการดําเนินงานเปนไปตามแผนหรือไม่ มีความกาวหนา หรือมีปญหาอุปสรรคอย่างไร เพื่อจะได้ สามารถแกไขปัญหาอปุ สรรคเหลาน้ัน และปองกันปญหาท่ีจะเกิดขึ้นตอไป และยังสามารถกํากับ ทบทวน พัฒนางานได้อยางมปี ระสิทธิภาพและประสิทธผลนําผลการประเมินไปใชในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา อย่างตอเนื่อง โรงเรียนอนุบาลเทศบาลนครภูเก็ต มีการกำหนดเป้าหมายความสำเร็จ ตามตัวช้ีวัดท่ีระบุ ในแผนพัฒนาการศึกษา นำผลการดำเนินการมาปรับเป้าหมายความสำเร็จในรอบปีถัดไป มีการจัดทำ รายงานผลการปฏิบัติงานโครงการ กิจกรรม และรายงานประจำปีเสนอต่อคณะกรรมการสถานศึกษา ขั้นพ้ืนฐานผู้มีส่วนเก่ียวข้อง ผู้ปกครอง และชุมชน โดยมีร่องรอยหลักฐานปรากฏชัดเจน สามารถตรวจสอบได้ และนำผลการประเมินไปใช้เป็นข้อมูลในการจัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษา ของโรงเรียนอนุบาลเทศบาลนครภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง โรงเรียนอนุบาลเทศบาลนครภูเก็ต ได้มีการ ดำเนินการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนำผลการประเมินไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา อยา่ งตอ่ เน่ือง โดยมีการดำเนินการอยา่ งเปน็ ระบบ ๒.๖.๔ มีการติดตามผลการดำเนินงานและจัดทำรายงานผลการประเมินตนเอง ประจำปี โรงเรียนอนุบาลเทศบาลนครภูเก็ต จัดให้มีรายงานผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ให้ผู้ปกครอง ชุมชน หน่วยงานต้นสังกัด และหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องทราบ โดยผ่านความเห็นชอบ
รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา(SAR) หนา้ 63 ของคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐาน เช่น การประชุม การจัดนิทรรศการ การจัดทำสารนิทัศน์ การรายงาน ผ่าน ระบ บ Social Network , Face book , Website , รายงาน ป ระจำปี (SAR) และรายงานผลการปฏบิ ตั งิ านประจำปกี ารศกึ ษา โดยมผี ลการดำเนินงาน ดังนี้ โรงเรียนอนุบาลเทศบาลนครภูเก็ต จัดให้มีการรายงานผลการดำเนินงานให้ผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานที่เก่ียวข้องทราบอย่างแพร่หลาย หลากหลายรูปแบบ และเหมาะสมกับ กลุ่มเป้าหมาย โดยมีการดำเนินงานจัดทำรายงานผลการประเมินคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐาน สถานศึกษาต่อหน่วยงานต้นสังกัด และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถ่ิน โดยจำแนกผลการจัดการศึกษา จัดประชุมเพ่ือรายงานผลการดำเนินงานให้ผู้ปกครองและชุมชน โดยการจัดประชุมพบปะผู้ปกครองภาค เรียนละ 2 ครั้ง (ปีละ 4 ครั้ง) , จัดประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ปีละ ๒ ครั้ง จัดประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมผู้ปกครอง ปีละ 4 ครั้ง และจัดประชุมสามัญประจำปีผู้ปกครอง ปีละ 1 ครั้ง จัดให้มีการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ผลงาน และรายงานผลการจัดการศึกษา โดยจัดทำเป็น จุลสารพวงชมพูสัมพันธ์ เดือนละ 1 ครั้ง วารสารรายงานผลการปฏิบัติงาน ปีละ 1 ครั้ง จัดให้มีการ ประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ผลงาน และรายงานผลการจัดการศึกษา ผ่านระบบ Social Network , Face book โรงเรียนอนบุ าลเทศบาลนครภูเกต็ , Website www.phuketkidsschool.com และรายงาน ผลการปฏิบัติงานประจำปีการศกึ ษา ๒.๖.๕ นำผลการประเมินไปปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาโดยผู้ปกครอง และผเู้ กย่ี วขอ้ งทกุ ฝ่ายมสี ว่ นรว่ ม โรงเรียนอนุบาลเทศบาลนครภูเก็ต มีการกำหนดเป้าหมายความสำเร็จ ตามตัวช้ีวัด ท่ีระบุในแผนพัฒนาการศึกษา นำผลการดำเนินการมาปรับเป้าหมายความสำเร็จในรอบปีถัดไป มีการจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานโครงการ กิจกรรม และรายงานประจำปีเสนอต่อคณะกรรมการ สถานศึกษาข้ันพื้นฐาน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้ปกครอง และชุมชน โดยมีร่องรอยหลักฐานปรากฏชัดเจน สามารถตรวจสอบได้ และนำผลการประเมินไปใช้เป็นข้อมูลในการจัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษา ของโรงเรียนอนบุ าลเทศบาลนครภเู กต็ อยา่ งต่อเนอ่ื ง โรงเรียนอนุบาลเทศบาลนครภูเก็ต ได้มีการดำเนินการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนำผลการประเมินไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเน่ือง โดยมีการดำเนินการอย่างเป็น ระบบ ๒.๖.๖ มีการจดั ส่งรายงานผลการประเมนิ ตนเองใหห้ นว่ ยงานตน้ สังกัด โรงเรียนอนุบาลเทศบาลนครภูเก็ตมีการจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานโครงการ กิจกรรม และรายงานประจำปีเสนอต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานผู้มีส่วนเก่ียวข้อง ผู้ปกครอง และชุมชน โดยมีร่องรอยหลักฐานปรากฏชัดเจน สามารถตรวจสอบได้ และนำผลการประเมินไปใช้ เปน็ ข้อมูลในการจัดทำแผนพัฒนาการจดั การศกึ ษาของโรงเรียนอนบุ าลเทศบาลนครภเู ก็ตอย่างตอ่ เน่ือง ผลการดำเนนิ งาน โรงเรียนอนุบาลเทศบาลนครภูเก็ต ได้พัฒ นาหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โดยได้ดำเนินการอย่างเป็นระบบโดยตระหนักถึงความสอดคล้องกับปรัชญา หลักการ และเป้าหมาย ของการจัดการศึกษาปฐมวัยที่กำหนดไว้ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ให้เหมาะสม กับเดก็ สถานศกึ ษาและสภาพชุมชนบรบิ ทท้องถ่ิน ดา้ นการจัดครูให้เพียงพอกับชั้นเรียน โรงเรียนอนุบาลเทศบาลนครภูเก็ต ได้มีการจัดครู ท่ีเหมาะสมกับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ครูผู้สอนจบการศึกษาปฐมวัย มีการพัฒนาครูพ่ีเล้ียง เกยี่ วกับการดแู ลเด็กปฐมวัยอย่างต่อเนื่อง สง่ ผลให้มจี ำนวนครเู พียงพอกบั ช้นั เรียน
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษา(SAR) หนา้ 64 ด้านการส่งเสริมให้ครูมีความเช่ียวชาญด้านการจัดประสบการณ์ โรงเรียนอนุบาล เทศบาลนครภูเก็ต ได้มีการพัฒนาคุณภาพครูอย่างต่อเน่ือง โดยการส่งเสริมให้ครูเข้ารับการอบรม เกี่ยวปฐมวัยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ครูมีความรู้ความสามารถในการวิเคราะห์และออกแบบหลักสูตร สถานศึกษา มีทักษะในการจัดประสบการณ์และประเมินพัฒนาการเด็ก มีการออกแบบการจัด ประสบการณ์การเรียนรู้และการนิเทศการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยกระบวนการ PLC ครูนำองค์ ความรทู้ ไี่ ดจ้ ากการเขา้ ร่วมชมุ ชนการเรียนรู้ทางวชิ าชีพ PLC ไปใชใ้ นการจดั ประสบการณก์ ารเรียนรู้ จัดสภาพแวดล้อมและส่ือเพื่อการเรียนรู้ โรงเรียนอนุบาลเทศบาลนครภูเก็ต มกี ารจัดสภาพแวดลอ้ มท้ังภายในและภายนอกห้องเรียนท่ีคำนงึ ถงึ ความปลอดภยั มีการจดั สภาพแวดล้อม ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ มีการจัดให้มีมุมประสบการณ์หลากหลาย มีส่ือการเรียนรู้ ส่ือวัสดุธรรมชาติ ส่ือเทคโนโลยี และได้กำหนดเปน็ เอกลักษณข์ องสถานศึกษา “สะอาดตา น่าดู น่าอยู่ น่าเรียน” การให้บริการสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ และส่ือการเรียนรู้เพ่ือสนับสนุนการจัด ประสบการณ์ เพื่อสนับสนุนการจัดประสบการณ์และพัฒนาครู โดยกำหนดเป็นโครงการจัดซ้ือ จัดหา อุปกรณ์สื่อ เทคโนโลยี เพ่ือการบริหารจัดการและการเรียนการสอน ส่งผลให้สถานศึกษามีการอำนวย ความสะดวก และให้บริการส่ือเทคโนโลยีสารสนเทศ วัสดุ และอปุ กรณ์เพอ่ื สนับสนุนการจัดประสบการณ์ และพัฒนาครู มีระบบบริหารคุณภาพที่เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วม โรงเรียน อนุบาลเทศบาลนครภูเก็ต มีการกำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาที่สอดคล้องกับมาตรฐาน การศึกษาปฐมวัย และอัตลักษณ์ที่สถานศึกษากำหนด ได้มีการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษา ของสถานศึกษาท่ีสอดรับกับมาตรฐานท่ีสถานศึกษากำหนดและดำเนินการตามแผน มีการประเมินผล และตรวจสอบคุณภาพภายในสถานศึกษา มีการติดตามผลการดำเนินและจัดทำรายงานผลการประเมิน ตนเองประจำปี มีการนำผลการประเมินไปปรับปรุงและพัฒนาสถานศึกษาโดยผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้อง ทุกฝ่ายมีสว่ นรว่ ม พรอ้ มทง้ั ส่งรายงานผลการประเมินตนเองให้หนว่ ยงานต้นสงั กัด ข้อมูล หลกั ฐาน เอกสารเชิงประจักษ์ทสี่ นับสนุนผลการประเมินตนเอง ๑. หลกั สตู รสถานศึกษา ปกี ารศึกษา ๒๕๖๑ ๒. รายงานการประเมินการใช้หลกั สตู รสถานศึกษา ๓. แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ๔. บนั ทึกการประชุมจดั ทำแผนการจดั ประสบการณ์ ๕. ขอ้ มลู สารสนเทศ ปีการศึกษา ๒๕๖๑ ๖. โครงการประเมนิ พัฒนาการนักเรยี น ๗. โครงการพัฒนาหลักสตู รสถานศกึ ษา กิจกรรมจดั ทำแผนการจัดประสบการณก์ ารเรียนรู้ ๘. แฟ้มสะสมผลงานนกั เรยี น ๙. แบบบันทกึ การปฏบิ ัตกิ จิ กรรม พฒั นาการจดั การเรยี นร้ผู ่านกระบวนการ “การสรา้ งชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพครู (PLC)” ๑๐.กิจกรรมนเิ ทศหอ้ งเรียนนา่ อยู่ ๑๑.ระบบประกนั คุณภาพภายในสถานศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๖๑ โรงเรยี นอนบุ าลเทศบาล นครภเู ก็ต
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษา(SAR) หนา้ 65 จุดเดน่ ๑. ครูมีการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้แบบโครงงาน Project Approach ๒. ครูออกแบบการจัดประสบการณ์ท่เี ตรียมความพร้อมไมเ่ รง่ รัดวชิ าการ เนน้ การเรยี นรผู้ า่ น การเล่น จดุ ท่ีควรพัฒนา ๑. พฒั นาครใู นการออกแบบการจดั ประสบการณก์ ารเรียนรูท้ ี่สง่ เสรมิ ใหน้ ักเรียนมีทักษะ กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ นวตั กรรม / แบบอยา่ งทด่ี ี ๑. โครงการจัดประสบการณ์การเรียนร้แู บบโครงงาน Project Approach ข้อเสนอแนะ ๑. สร้างชมุ ชนแหง่ การเรยี นรู้ PLC เพ่ือรว่ มออกแบบและจดั ประสบการณ์การเรียนรทู้ สี่ ่งเสรมิ ใหน้ ักเรียนมีทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์อยา่ งต่อเน่อื ง มาตรฐานท่ี ๓ การจัดประสบการณ์ท่เี น้นเดก็ เปน็ สำคญั ระดบั คณุ ภาพ ดเี ลิศ กระบวนการพัฒนา ๓.๑ จัดประสบการณ์ทส่ี ง่ เสริมใหเ้ ดก็ มพี ัฒนาการทกุ ด้านอยา่ งสมดลุ เต็มศักยภาพ การจัดทำแผนการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัยนั้น ได้จัดทำในรูปแบบของการ บูรณาการ โดยบูรณาการท้ังทักษะและสาระการเรียนรู้ โดยผสมผสานกิจกรรมหลัก ๖ กิจกรรม และสอดแทรกเนื้อหาท่ีตรงตามความต้องการและความสนใจของเด็กเหมาะสมกับวัย และสอดคล้อง กบั สภาพแวดลอ้ ม เพอ่ื ให้เดก็ ได้รับการพฒั นาความพร้อมทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา พัฒนาแผนการจัดประสบการณ์แบบบูรณาการให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของเด็ก โดยการจัดกิจกรรม การเรียนรู้โดยบูรณาการผ่านดนตรี การเล่นนิทาน การเล่น ได้แก่ บทบาทสมมติ เกม การละเล่น รวมท้ังส่งเสริมพัฒนาการ และการเรียนรู้ของเด็กด้วยวิธีต่าง ๆ การจัดทำศูนย์การเรียนรู้ปฐมวัย ศูนย์น้ำ ศนู ย์ทราย เครื่องเล่นสนาม หอ้ งดนตรี กจิ กรรมการเคล่อื นไหว มมุ บทบาทสมมติในหอ้ งเรยี น จดั ประสบการณ์เน้นให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรงจากการสังเกต สำรวจ ค้นคว้า ทดลอง และแก้ปัญหาด้วยตนเองผ่านกิจวัตรประจำวัน จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน Project Approach การจัดประสบการณ์โดยการให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง ได้แก่การปลูกผัก การปลูกถ่ัวงอก การประกอบอาหารง่าย ๆ การนำนักเรียนเข้าศึกษาค้นคว้าในห้องสมุด การเข้าเรียนคอมพิวเตอร์ การเรยี นดนตรี การเลน่ เครือ่ งเล่นสนาม การละเล่นพ้ืนบ้าน การเลน่ กจิ กรรมกลางแจ้ง นอกจากนี้ยังไดม้ ีการ จัดให้นำนักเรียนไปศึกษาจากแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน เช่น ห้องสมุดประชาชน ศาลเจ้าพ้อต่อก๊งบาง เหนียว ชุมชนเมืองเก่าถนนถลาง พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว สวนสาธารณะ (เลในเมือง) สะพานหิน สถานแสดงพันธุ์สตั ว์น้ำภูเกต็ สวนสัตว์ภูเก็ต ห้างสรรพสินค้าใกล้ ๆ โรงเรยี น ตลอดจนการนำนักเรยี นไปรว่ ม กิจกรรมวันสำคัญทางศาสนา งานประเพณีพ้อต่อ กิจกรรมเวียนเทียนวันวิสาขบูชา กิจกรรมถวายเทียน เน่ืองในวันเข้าพรรษา เป็นต้น ซึ่งในการนำแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาบูรณาการจัดประสบการณ์ ให้แก่นักเรียนน้ัน ครูได้ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นท่ีหลากหลายทั้งพระสงฆ์ บุคคลในชุมชน มาจัดกิจกรรม ไดแ้ ก่ การประกอบศาสนพิธี การทำขนมเต่า อาหาร และอาชพี ในจงั หวดั ภเู ก็ต เปน็ ต้น
รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา(SAR) หนา้ 66 ๓.๒ สรา้ งโอกาสให้เด็กไดร้ ับประสบการณต์ รง เล่นและปฏบิ ัติอย่างมคี วามสุข โรงเรยี นอนบุ าลเทศบาลนครภเู ก็ต กำหนดให้มรี ูปแบบการจัดประสบการณ์ทเ่ี นน้ ผ้เู รยี น เป็นสำคัญ ซ่ึงผู้เรียนจะต้องได้รับการเรียนรู้ การบูรณาการกิจกรรมหลักทั้ง ๖ กิจกรรมจัดการเรียนรู้ แบบโครงงาน Project Approach รวมถึงกิจกรรมการประกอบอาหาร กิจกรรมเหล่านี้ เป็นกระบวนการที่ เปิดโอกาสให้เด็กได้สำรวจ สืบค้น สังเกต บอกคุณลักษณะ ทดลอง อธิบายปรากฏการณ์ท่ีเกิดขึ้นจากการ ทดลอง จัดกิจกรรมให้เด็กได้ปฏิบัติจริง โดยการสังเกต สำรวจ สืบค้น ทดลอง และแก้ปัญหา ด้วยตนเอง มีผลให้เด็กเกิดการพัฒนา ได้รับประสบการณ์ตรง ซ่ึงเป็นการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับหลัก พัฒนาการ ความสนใจ ความต้องการของเด็ก เด็กมีความรู้สึกมั่นคงทางอารมณ์ กล้าคิด กล้าแสดงออก มี ความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะการคิดแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้เด็กเรียนรู้อย่างมีความสุข เด็กมีความ กระตือรือรน้ ในการเรียนรู้ ซงึ่ เป็นพื้นฐานของพฤติกรรม ใฝ่เรียนรู้ มีความมัน่ คงในความรู้สึกก็จะเกิดความรัก การเรียนร้ตู อ่ ๆ ไป อนั เปน็ คุณลักษณะตามมาตาฐานการศึกษาท่ีสำคัญยง่ิ ๓.๓ จดั บรรยากาศท่ีเออื้ ต่อการเรียนรใู้ ช้สอ่ื และเทคโนโลยที เ่ี หมาะสมกบั วัย การจัดประสบการณ์ท่ีมีประสิทธิภาพเพ่ือกระตุ้น และจูงใจด้วยการใช้สื่อการเรียนรู้ ท่ีมีความหลากหลาย ตอบสนองความต้องการของเด็ก โดยมีการจัดซ้ือจัดหา และนำวัสดุมาผลิตเป็นสื่อ การเรียนการสอน นอกจากน้ันได้มีการส่งเสริมให้ครูผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์ อย่างน้อย ๑ ช้ิน ต่อปีการศึกษา ในการจัดห้องเรียน ภายในห้องเรียนแต่ละห้องจะมีส่ือและอุปกรณ์เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ จากการสัมผัส อย่างเพียงพอ พร้อมทั้งมีมุมประสบการณ์ ได้แก่มุมหนังสือ มุมบล็อก ของเล่น นิทาน มุมบทบาทสมมติ มุมครัว มุมศิลปะ มุมส่งเสริมการอ่านเป็นต้น ภายนอกห้องเรียนจัดตกแต่งสภาพแวดล้อม ด้วยไม้ดอก ไม้ประดับเพ่ือเพิ่มพื้นท่ีสีเขียวภายในโรงเรียน ทาสีอาคารเรียนให้มีสีสันสวยงาม หน้าอาคารเรียนมีการจัด ป้ายแนะนำบุคลากรในโรงเรียนเพื่อให้นักเรียนได้รู้จัก และมีการจัดป้ายนิเทศวันสำคัญ และให้สาระความรู้ ตามความเหมาะสมแก่เด็ก ได้จัดบรรยากาศที่เอ้ืออำนวยต่อการเรียนรู้ของเด็ก โรงเรียนได้จัดแหล่งเรียนรู้ สำหรับการจัดกิจกรรม ดังนี้ ๑. ห้องสมุด มีหนังสือสำหรับเด็กเล็ก (๓ – ๖ ขวบ) หลายประเภทให้เลือกอ่าน บริการครู ประจำชัน้ นำนักเรียนไปศกึ ษาคน้ คว้า อยา่ งน้อย ๑ ครัง้ ต่อสปั ดาห์ ให้บรกิ ารนักเรยี นและผู้ปกครองสามารถ เข้ามาอ่านหนังสือได้ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา ๑๕.๐๐ – ๑๖.๓๐ น. และบริการและยืมหนังสือนิทาน กลบั บ้านได้ครัง้ ละ ๑ เล่ม ไมเ่ กนิ ครั้งละ ๗ วัน ๒. ห้องศูนย์การเรียนรู้ระดับปฐมวัย มีมุมการเรียนรู้ท่ีส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย ได้แก่ มุมครัว มุมบ้าน มุมอาเซียน มุมวิทยาศาสตร์ มุมคณิตศาสตร์ มุมศิลปะ มุมคอมพิวเตอร์ และมุมบอล ครูประจำช้ันนำนักเรียนเข้าไปเรียนรู้โดยใช้สื่อจากมุมต่าง ๆ อย่างน้อย ๑ คร้ัง ต่อสัปดาห์ ให้ผู้ปกครอง สามารถนำนกั เรยี นเข้าศูนย์การเรียนร้ไู ด้ทุกวันจันทร์ – ศกุ ร์ เวลา ๑๕.๐๐ – ๑๖.๓๐ น. ๓. ห้องดนตรี จัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ดนตรี มีเคร่ืองดนตรีสำหรับครู จัดกิจกรรมดนตรใี ห้กบั นักเรียน สัปดาหล์ ะ ๑ ครง้ั คร้งั ละ ๕๐ นาที ๔. หอ้ งนาฏศิลป์ จดั สภาพแวดล้อมทีเ่ ออ้ื ต่อการเรยี นรดู้ ้านนาฏศลิ ป์ ๕. ห้องโขน จัดสภาพแวดล้อมท่ีเอ้ือต่อการเรียนรู้โขน มีอุปกรณ์และภาพแสดงท่าทาง ตา่ ง ๆ ในการเรียนรู้ของโขนระดับปฐมวัย ๖. ห้องภาษาอังกฤษ จัดสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ มีส่ือมัลติมีเดีย กระดานอัจฉริยะ และโปรแกรมภาษาอังกฤษท่ีส่งเสริมทักษะทางด้านการพูด การร้องเพลง และคำศัพท์
รายงานการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา(SAR) หน้า 67 ต่าง ๆ ทางด้านภาษาอังกฤษ นักเรียนอนุบาล ๑ เรียนจำนวน ๒ ครั้ง ต่อสัปดาห์ นักเรียนอนุบาล ๒ เรียน จำนวน ๔ คร้งั ต่อสปั ดาห์ และนักเรยี นหอ้ งเรียนภาษาองั กฤษ เรยี นจำนวน ๕ ชวั่ โมงต่อวนั ๗. โรงเรยี นจัดสภาพแวดลอ้ มนอกหอ้ งเรียนให้กบั เด็กที่เอ้อื ต่อการทำกจิ กรรมที่หลากหลาย มีพื้นท่ีกว้างพอ สะอาดร่มรื่น เช่นบ่อทราย ศูนย์น้ำ สนามเด็กเล่น สวนหย่อม อ่างเล้ียงปลา และมีการปลูก ต้นไม้ยืนต้น ไม้ดอก ไม้ประดับ ซุ้มพระพุทธรูปประจำโรงเรียน ให้เด็ก ๆ ได้สำรวจศึกษาธรรมชาติรอบ ๆ บริเวณ เหมาะสำหรับทำกิจกรรมพัฒนากล้ามเน้ือมัดใหญ่ เด็กได้มีโอกาสสำหรับทำกิจกรรม เช่นปลูกต้นไม้ รดน้ำต้นไม้ ทำความสะอาดบริเวณโรงเรียน และเขตพ้ืนที่รับผิดชอบความสะอาด เล่นทราย เล่นน้ำ ให้อาหารปลา โรงเรียนอนุรักษ์สภาพแวดล้อมภายนอกห้องเรียน ส่งเสริมการเรียนรู้เร้าความสนใจของเด็ก ใหเ้ ด็กรู้สึกสดช่ืน เรยี นรู้อยา่ งมีความสุข ได้สำรวจตรวจค้นในความจริงของโลก สร้างจนิ ตนาการอันกว้างไกล และมองเห็นคุณค่าความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับธรรมชาติ โรงเรียนมีมาตรการในการควบคุมดูแลความ ปลอดภัยสภาพแวดล้อมภายในหอ้ งเรยี นอย่างใกล้ชิด ๘. จัดและใช้แหล่งเรียนรู้และส่ือในชุมชนที่มีความหลากหลายและคุ้มค่าเอื้อต่อการพัฒนา พัฒนาการของผูเ้ รยี น ๙. โรงเรียนมีการประสานงานกบั แหลง่ เรียนรภู้ ายนอกเพ่ือจัดประสบการณ์ใหแ้ ก่เด็ก ดังน้ี - วัดโฆษิตวิหาร และวัดวิชิตสังฆาราม เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีกิจกรรมทางศาสนา ได้แก่ วันธรรมสวนะ วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา นักเรียนสามารถใช้วัดสำหรับปฏิบัติ กิจกรรมทางศาสนาได้อย่างสะดวก เป็นต้น - ศ าล เจ้าพ้ อ ต่ อ ก๊งบ างเห นี ย ว เป็ น แห ล่งเรีย น รู้เก่ี ย วกับ ป ระเพ ณี พ้ อ ต่ อ ซึง่ เปน็ ประเพณสี ารทจนี ของจังหวัดภเู กต็ ควรให้นักเรียนได้ศกึ ษาและเรยี นรปู้ ระเพณีของท้องถิ่น - ชุมชนเมอื งเก่าถนนถลาง เป็นแหลง่ เรยี นรเู้ กีย่ วกบั วถิ ีชีวติ คนภูเกต็ - ไรว่ านชิ นักเรยี นไดศ้ ึกษาเรียนรเู้ กย่ี วกับวถิ ชี ีวติ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง - สวนสัตว์ และสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต มีการแสดงพันธุ์สัตว์ที่มีความน่าสนใจ และนักเรียนได้เรียนรู้จากของจริง - พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัวนิทรรศการภาพแสดงความเป็นมาของชาวจีนที่ย้ายถิ่นฐานมา อยู่ที่ภูเก็ต บุคคลสำคัญของภูเก็ต ชุดแต่งกายประจำถ่ิน อาหารพ้ืนเมือง เทศกาลงานประเพณี อาคาร แบบชิโนโปรตุกีส และภาพถ่ายเก่าแก่ท่ีแสดงความเป็นมาด้านเศรษฐกิจของภูเก็ตต้ังแต่ยุคเหมืองแร่ การทำสวนยางพารา และการทอ่ งเทีย่ ว ๓.๔ ประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริงและนำผลการประเมินพัฒนาการเดก็ ไปปรับปรุงการจัด ประสบการณแ์ ละพัฒนาเดก็ จากการประเมินพฒั นาการของเด็กด้วยวธิ ีการที่หลากหลาย ครไู ด้บันทึกผลการประเมิน พัฒนาการของเด็ก และรายงานให้ผู้ปกครองทราบปีละ ๒ ครั้ง นอกจากน้ียังมีการประชุมพบปะผู้ปกครอง สัญจรภาคเรียนละ ๒ คร้ัง รายงานพฤติกรรมนักเรียนในบันทึกสายสัมพันธ์บ้าน และโรงเรียนสัปดาห์ละ ๑ คร้ัง และผปู้ กครองสามารถสอบถามพฒั นาการ หรอื ปญั หาพัฒนาการนักเรียนได้จากครปู ระจำชั้นไดท้ กุ วัน ในขณะมารับ – ส่ง นักเรียน เพ่ือรายงานผลการประเมินพัฒนาการของเด็กอีกด้วย โดยส่วนใหญ่ พ่อ แม่ ผู้ปกครองต้องการทราบผลการประเมินพัฒนาการเด็ก เพื่อทราบว่าลูกของตนเรียนรู้อะไร และตนสามารถช่วยกระตุ้นพัฒนาการลูกอย่างไร นอกจากน้ีแล้วด้านผู้บริหารโรงเรียนยังสามารถนำผล การประเมินพัฒนาการเด็กมาเป็นข้อมูลในการจัดกิจกรรมและงบประมาณในการสนับสนุนและส่งเสริมครู ในการจดั สภาพแวดลอ้ มในโรงเรยี นใหเ้ หมาะสมกบั เดก็ ต่อไป
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศกึ ษา(SAR) หนา้ 68 ผลการดำเนนิ งาน ด้านการจัดประสบการณ์ท่ีเน้นเด็กเป็นสำคัญ การจัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เด็ก มีพัฒนาการทุกด้านอย่างสมดุลเต็มศักยภาพ ครูผู้สอนมีการวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล ครูจัดทำแผน ก า ร จั ด ป ร ะ ส บ ก าร ณ์ จ า ก ก า ร วิ เค ร า ะ ห์ ม า ต ร ฐ าน คุ ณ ลั ก ษ ณ ะ ท่ี พึ งป ร ะ ส ง ค์ ใน ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า จัดประสบการณ์ท่ีส่งเสริมพัฒนาการเด็กครบทุกด้านอย่างสมดุล เต็มศักยภาพโดยความร่วมมือของพ่อแม่ และครอบครัว ชุมชนและผเู้ กีย่ วข้อง การสร้างโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง เล่นและปฏิบัติอย่างมีความสุข โรงเรียนอนุบาลเทศบาลนครภูเก็ต ได้จัดประสบการณ์การเรียนรู้ท่ีเช่ือมโยงกับประสบการณ์เดิม ให้เด็กมีโอกาสเลือกทำกิจกรรมอย่างอิสระ ตามความต้องการ ความสนใจ ความสามารรถ ตอบสนอง ตอ่ วิธีการเรยี นรู้ของเด็กเป็นรายบุคคลหลากหลายรูปแบบ จากแหล่งเรยี นรู้ท่ีหลากหลาย เดก็ ได้เลือกเรียนรู้ ลงมือกระทำและสรา้ งองคค์ วามรู้ด้วยตนเอง ในรูปแบบโครงการจัดการเรียนการสอนแบบโครงการ Project Approach นกั เรียนไดเ้ รยี นรู้เร่อื งท่ีสนใจอย่างลมุ่ ลกึ จัดบรรยากาศท่ีเอ้ือต่อการเรียนรู้ ใช้สื่อ และเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับวัย โรงเรียน อนุบาลเทศบาลนครภูเก็ต ได้จัดห้องเรียนสะอาด อากาศถ่ายเท ปลอดภัย มีพื้นท่ีแสดงผลงานเด็ก พ้ืนท่ีสำหรับมุมเสริมประสบการณ์ และการจัดกิจกรรม เด็กมีส่วนร่วมในการจัดสภาพแวดล้อมในห้องเรียน เช่นการตกแต่งป้ายชื่อมุมการเรียนรู้ เวรประจำวันดูแลความสะอาดของห้องเรียน ครูใช้สื่อเทคโนโลยี ที่เหมาะสม เชน่ คอมพวิ เตอร์ เครือ่ งเล่นวีดีโอ โทรทัศน์ เปน็ สอ่ื ในการจดั การเรยี นรู้ การประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริง โรงเรียนอนุบาลเทศบาลนครภูเก็ต มีการประเมินพัฒนาการเด็กจากกิจกรรมและกิจวัตรประจำวันด้วยเคร่ืองมือท่ีหลากหลาย มีการประเมิน พัฒนาการเด็กโดยผู้ปกครองมีส่วนร่วม เช่นการประเมินแฟ้มสะสมผลงานนักเรียนโดยผู้ปกครอง นำผลการประเมินทีไ่ ดไ้ ปปรบั ปรงุ การจดั ประสบการณ์และพัฒนาเดก็ ขอ้ มูล หลักฐาน เอกสารเชิงประจกั ษ์ที่สนับสนนุ ผลการประเมนิ ตนเอง ๑. แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้ ๒. โครงการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน Project Approach ๓. โครงการจัดการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์ ๔. โครงการจัดการเรยี นการสอนดนตรี ๕. โครงการจัดการเรียนการสอนภาษาองั กฤษ ๖. โครงการส่งเสรมิ การศึกษาศลิ ปวัฒนธรรมแหลง่ เรยี นรแู้ ละภูมิปัญญาท้องถนิ่ ๗. กิจกรรมส่งเสริมการเรยี นรูป้ ระเพณพี ้อต่อ ๘. ทะเบยี นแหลง่ เรยี นรู้ ๙. โครงการผลติ ส่ือการเรียนการสอน เทคโนโลยแี ละนวตั กรรมทางการศึกษา ๑๐.โครงการประเมินพัฒนาการผู้เรยี น จุดเด่น ๑. ครูมกี ารวเิ คราะห์มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ในหลกั สูตรสถานศึกษาในการ จดั ทำแผนการจดั ประสบการณ์ ๒. ครจู ัดประสบการณ์ทส่ี ง่ เสริมพฒั นาการเด็กครบทกุ ดา้ น
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษา(SAR) หน้า 69 จุดทค่ี วรพฒั นา ๑. จดั ประสบการณ์การเรยี นร้ทู ่ีตอบสนองต่อวิธกี ารเรยี นรู้ของแด็กเป็นรายบุคคล หลากหลายรปู แบบ นวัตกรรม / แบบอยา่ งท่ดี ี ๑. โครงการจดั การเรียนการสอนแบบโครงงาน Project Approach ขอ้ เสนอแนะ ๑. ออกแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรทู้ ต่ี อบสนองต่อการเรียนรขู้ องเด็กเปน็ รายบุคคล ทิศทาง / แนวทางการพฒั นาสถานศึกษาในอนาคต ๑. พัฒนานักเรยี นให้มที ักษะในการสื่อสาร ภาษาที่ ๒ และภาษาท่ี ๓ ๒. พฒั นานักเรยี นโดยใชร้ ปู แบบการสอบ แบบโครงงาน Project Approach ๓. พัฒนานักเรียนใหมสี ุขภาวะสมวยั ๔. พัฒนานักเรียนใหเป็นคนดี มีความซ่ือสัตย์ต่อตนเอง และ ูอ่ืน มีระเบียบวินัย มี ความรบั ิดชอบ ร่าเรงิ แจ่มใส มัน่ ใจในตนเอง มจี ติ สาธารณะ และรกั ท้องถน่ิ ๕. พัฒนานักเรียนให้มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการ Project Approach ๖. ส่งเสรมิ ความเปน็ เลศิ นกั เรียนทม่ี คี วามสามารถพิเศษ ๗. พัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรให้สามารถจัดประสบการณ์การเรียนรู้ด้วย กระบวนการ Active Learning ๘. พฒั นาระบบบริหารจัดการใหไ้ ดม้ าตรฐานโดยใชโ้ รงเรยี นเปน็ ฐาน ๙. พัฒนาระบบประกันคณุ ภาพด้วยกระบวนการมสี ว่ นรว่ ม ๑๐.พัฒนาสื่อนวัตกรรม แหล่งเรียนรู้ และเทคโนโลยีท่ีทันสมัยเพ่ือพัฒนาคุณภาพใน การจดั การเรยี น การสอน และการบริหารจัดการ ๑๑.พัฒนาอาคารสถานท่ี สภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้สะอาด ปลอดภัย ร่มร่ืน เอ้ือต่อ การเรียนรู้ และเออ้ื ต่อการปฏบิ ัติหน้าท่ขี องครแู ละบคุ ลากร ๑๒.ส่งเสริมความสัมพันธร์ ะหว่างโรงเรียน บา้ น และชุมเพ่อื รว่ มมือกันพัฒนาการศึกษา ความต้องการและการช่วยเหลือ ๑. บุคลากรเฉพาะทางในการจดั การจดั การศกึ ษา ดา้ นการสอนศลิ ปะ ภาษาอังกฤษ ดนตรี และโภชนาการเพื่อสนับสนุนความสามารถพเิ ศษเฉพาะทาง ๒. งบประมาณในการจัดทำหลังคาคลมุ สนามเดก็ เล่น
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษา(SAR) หนา้ 70 ส่วนท่ี 3 เอกสารประกอบการพิจารณา Best Practice และแบบรายงาน “วธิ หี รือแนวทางปฏิบตั ิทีเ่ ป็นเลศิ ” ชอ่ื ผลงาน (Best Practice) การจัดประสบการณก์ ารเรยี นร้แู บบโครงงาน Project Approach ด้วยกระบวนการ PLC คำสำคัญ “การสอนแบบโครงงานหมายถึงการจดั การเรยี นการสอนรูปแบบหนึง่ ซ่งึ ให้ความสำคญั กับเดก็ ส่งเสรมิ ใหเ้ ดก็ แสวงหาคำตอบจากการเรยี นเร่ืองใดเร่ืองหน่ึงอยา่ งลมุ่ ลึกเพ่ือสรา้ งองคค์ วามรู้ดว้ ย ตนเอง” ปกี ารศึกษา ๒๕๖๑ ๑. บทนำ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ และ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๓ หมวด ๔ แนวการจัดการศึกษา มาตรา ๒๒ การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียน ทุกคนมีความสามารถเรียนรู้ และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญท่ีสุด กระบวนการจัดการศึกษา ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติ และเต็มตามศักยภาพ มาตรา ๒๓ กระบวนการเรียนรู้ และบูรณาการตามความเหมาะสม ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการเผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ ความรู้มาใช้เพ่ือป้องกันและแก้ไขปัญหา จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง เกิดการใฝ่รู้ อย่างตอ่ เนื่อง การเรียนรู้แบบโครงงานเป็นกระบวนการแสวงหาความรู้ หรือการค้นคว้าหาคำตอบ ในสิ่งท่ีผู้เรียนอยากรู้หรือสงสัยด้วยวิธีการต่างๆ เป็นวิธีการเรียนรู้ท่ีผู้เรียนได้เลือกศึกษาตามความสนใจ ของตนเองหรือของกลุ่ม เป็นการตัดสินใจร่วมกัน จนได้ช้ินงานที่สามารถนำผลการศึกษาไปใช้ได้ในชีวิตจริง ก ารเรีย น รู้แ บ บ โค รงงาน เป็ น ก ารเรีย น รู้ท่ี ใช้ เท ค นิ ค ห ล าก ห ล าย รูป แ บ บ น ำม าผ ส ม ผ ส าน กั น ได้แก่ กระบวนการกลุ่ม การฝึกคิด การแก้ปัญหา การเน้นกระบวนการ การสอนแบบปริศนาความคิด และการสอนแบบร่วมกันคิด ทั้งน้ีมุ่งหวังให้ผู้เรียนเรียนรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งจากความสนใจอยากรู้อยากเรียน ของผู้เรียนเอง โดยใช้กระบวนการและวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ผู้เรียนจะเป็นผู้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ เพ่ือค้นหาคำตอบด้วยตนเองเป็นการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงกับแหล่งความรู้ เบ้ืองต้น ผู้เรียนสามารถสรุปความรู้ได้ด้วยตนเอง ซึ่งความรู้ท่ีผู้เรียนได้มาไม่จำเป็นต้องตรงกับตำรา แต่ผู้สอนจะ สนับสนุนให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าเพ่ิมเติมจากแหล่งการเรียนรู้และปรับปรุงความรู้ที่ได้ให้สมบูรณ์ และยังเป็น กระบวนการเรียนรู้ท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญในทุกขั้นตอนของการเรียนรู้ ต้ังแต่การวางแผนการเรียนรู้ การออกแบบการเรียนรู้การสร้างสรรค์ประยุกต์ใช้ผลผลิต และการประเมินผลงาน โดยผู้สอนมีบทบาท เป็นผจู้ ดั การเรียนรู้ (https://www.gotoknow.org/posts/359404) การจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบโครงการ Project Approach เป็นการสอนที่ให้โอกาส เด็กเรียนรู้ โดยการสืบค้นหาข้อมูลเชิงลึกในหัวข้อท่ีเด็กสนใจ การค้นหาคำตอบจากคำถามที่เกี่ยวข้องกับหัวเรื่อง โดยคำถามอาจมาจากตัวเด็ก จากครู หรือเด็กร่วมกับคุณครู ซึ่งเด็ก ๆ จะวางแผนสืบค้นด้วยตนเอง โดยมีครูเป็นเพียงผู้ช่วยเหลือในการทำโครงการของเด็ก ขั้นตอนการสอนจะแบ่งเป็น ๓ ระยะ คือ ระยะเริ่มต้น พัฒนา และสรุป ลักษณะการเรียนรู้มี ๕ ลักษณะ ประกอบด้วย การอภิปรายกลุ่ม การทำงานภาคสนาม การนำเสนอประสบการณเ์ ดมิ การสืบคน้ และการจดั แสดง
รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา(SAR) หนา้ 71 งานพัฒนากระบวนการเรียนรู้ ฝ่ายบริหารวิชาการ เล็งเห็นความสำคัญของการจัดการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และให้ครูผู้สอนมีความสามารถในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบโครงงาน Project Approach จึงกำหนดจัดโครงการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบโครงการ Project Approach ประจำปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๑ ขน้ึ กระบวนการ ๑. สร้างทีมครบู รู ณาการ Project Approach พฒั นาครใู หม้ ีความรู้เกีย่ วกบั การจัดประสบการณก์ าร เรยี นรู้แบบ Project Approach ๒. สรา้ งกล่มุ ครู PLC เพ่ือรว่ มออกแบบและวางแผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรแู้ บบ Project Approach ๓. จดั ประสบการณก์ ารเรยี นรู้ Project Approach และครูกลุ่ม PLC รว่ มสังเกตชน้ั เรยี น ๔. กล่มุ PLC ร่วมสะทอ้ นผลการเรยี นรู้ เพ่อื สมรรถนะครูในการ จดั ช้ันเรยี น การออกแบบกิจกรรม การปรบั พฤตกิ รรมเด็ก กิจกรรมทีจ่ ัดส่งเสรมิ ความเปน็ นักวิทยาศาสตร์ ความรู้ ทักษะ เจตคติ ๕. นำเสนอผลการจัดประสบการณก์ ารเรียนรูแ้ บบโครงงาน Project Approach ในนิทรรศการ Open House เปิดบ้าน Project Approach ๖. นำนักเรยี นทม่ี ีความเปน็ เลิศทางดา้ นโครงงานเข้าร่วมการแข่งขนั ทักษะทางวิชาการโครงงาน ระดับปฐมวัย ลกั ษณะสำคญั ของวธิ หี รือแนวทางปฏบิ ัติท่ีเป็นเลศิ การจัดประสบการณ์การเรยี นร้แู บบโครงงาน Project Approach ดว้ ยกระบวนการ PLC วตั ถุประสงคข์ องวธิ ีหรอื แนวทางปฏิบตั ทิ เ่ี ปน็ เลศิ ๑. เพ่ือให้ครูจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่หลากหลาย (จัดการเรียนรู้แบบโครงการ Project Approach)เพ่ือสง่ เสริมใหน้ กั เรียนมีความกล้าแสดงออก กล้าพดู กล้าทำ ๒. เพือ่ ส่งเสริมให้นกั เรียนมที กั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ๓. เพอ่ื ส่งเสรมิ ใหน้ ักเรยี นมคี วามสามารถในการคดิ รวบยอด ๔. เพอ่ื ส่งเสริมใหน้ ักเรียนมีความสามารถในการคดิ เชงิ เหตผุ ล ๕. เพอ่ื สง่ เสริมใหน้ กั เรียนมคี วามสามารถในการคิดแกป้ ญั หา และตัดสนิ ใจ เป้าหมาย ตัวชี้วดั เชิงปริมาณ ๑. ครู ร้อยละ ๑๐๐ จดั ประสบการณก์ ารเรียนร้แู บบโครงการ Project Approach ๒. นักเรียนรอ้ ยละ ๘๐ มีความกล้าแสดงออก กล้าพูด กล้าทำ ๓. นักเรียนรอ้ ยละ ๘๐ มที ักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ๔. นกั เรียนรอ้ ยละ ๘๐ มีความสามารถในการคดิ รวบยอด ๕. นักเรียนรอ้ ยละ ๘๐ มีความสามารถในการคดิ เชงิ เหตผุ ล ๖. นกั เรยี นรอ้ ยละ ๘๐ มีความสามารถในการคิดแก้ปัญหา และตัดสินใจ ตวั ชี้วดั เชิงคณุ ภาพ ๑. ครจู ดั ประสบการณ์การเรยี นรูท้ ่ีหลากหลาย (จดั การเรยี นรแู้ บบโครงการ Project Approach) ๒. นกั เรยี นมีความกล้าแสดงออก กลา้ พูด กลา้ ทำ ๓. นักเรียนมีทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ๔. นกั เรียนมีความสามารถในการคิดรวบยอด ๕. นกั เรียนมคี วามสามารถในการคดิ เชงิ เหตผุ ล ๖. นักเรียนมีความสามารถในการคดิ แก้ปญั หา และตัดสินใจ
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศกึ ษา(SAR) หน้า 72 ๒. แนวทาง / ขน้ั ตอนการดำเนินงานของวิธหี รือแนวทางปฏิบัติท่ีเปน็ เลิศ ๑. อบรมพฒั นาครูใหม้ ีความรูค้ วามเข้าใจเกีย่ วกับการจัดประสบการณ์การเรียนร้แู บบ Project Approach ๒. แบ่งกล่มุ PLC เพือ่ รว่ มกนั ออกแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรแู้ บบ Project Approach เพอื่ สง่ เสรมิ ใหน้ กั เรยี นมีทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ๓. ดำเนนิ การจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้แบบ Project Approach ด้วยกระบวนการ PLC ดังนี้ ๓.๑ ขัน้ ที่ ๑ Community สรา้ งทีมครูบูรณาการ Project Approach ๓.๒ ข้นั ที่ ๒ Practice จัดการเรยี นรู้แบบบรู ณาการ Project Approach ๓.๓ ขั้นท่ี ๓ Reflection กลั ยาณมติ รรว่ มสะทอ้ น (เพื่อนครู Pair Review) ๓.๔ ขน้ั ท่ี ๔ Evaluation ประเมินเพอ่ื การพัฒนาสมรรถนะครใู นการ จดั การช้นั เรยี น การ ออกแบบกจิ กรรม การปรบั พฤติกรรมเดก็ กิจกรรมทจ่ี ัดส่งเสริมความเป็น นักวิทยาศาสตร์ ความรู้ ทกั ษะ เจตคติ ผลที่คาดวา่ จะเกิดกับเด็ก บทบาทของครู การใชค้ ำถามของครู การตั้งคำถามของเด็ก
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษา(SAR) หน้า 73 ๓. ผลลัพธ์ / ผลการดำเนินงาน เชงิ ปริมาณ ๑. ครู ร้อยละ ๑๐๐ จัดประสบการณก์ ารเรียนรแู้ บบโครงการ Project Approach ๒. นกั เรยี นรอ้ ยละ ๙๓.๔๔ มคี วามกล้าแสดงออก กล้าพูด กลา้ ทำ ๓. นกั เรียนร้อยละ ๙๖.๗๒ มที ักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ๔. นักเรยี นรอ้ ยละ ๙๑.๑๔ มีความสามารถในการคิดรวบยอด ๕. นกั เรียนร้อยละ ๙๒.๔๗ มีความสามารถในการคิดเชงิ เหตผุ ล ๖. นักเรยี นรอ้ ยละ ๙๒.๖๖ มีความสามารถในการคิดแก้ปัญหา และตดั สนิ ใจ เชงิ คุณภาพ ๑. ครูจัดประสบการณ์การเรียนรู้ท่ีหลากหลาย (จัดการเรียนรู้แบบโครงการ Project Approach) ๒. นกั เรยี นมีความกล้าแสดงออก กลา้ พดู กล้าทำ ๓. นกั เรียนมีทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ๔. นกั เรียนมีความสามารถในการคิดรวบยอด ๕. นกั เรียนมีความสามารถในการคิดเชิงเหตุผล ๖. นกั เรียนมคี วามสามารถในการคิดแก้ปญั หา และตัดสินใจ ๔. ปัจจัยเกือ้ หนุน / ปจั จัยแห่งความสำเรจ็ ๑. มแี ผนปฏบิ ัตกิ ารและการดำเนินงานอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ๒. ครูและบุคลากรมีความตัง้ ใจในการพัฒนาตนเองเพื่อจดั ประสบการณ์การเรียนรู้แบบ โครงงาน Project Approach และส่งเสริมใหน้ ักเรยี นมีทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ๕. แนวทางการพัฒนาใหย้ ั่งยนื ๑. วางแผนการดำเนินงานการจัดประสบการณ์การเรียนรแู้ บบโครงงาน Project Approach อยา่ งเปน็ ระบบและตอ่ เนื่อง ๖. การเป็นต้นแบบให้กบั หน่วยงานอืน่ / การขยายผล และรางวลั ท่ีไดร้ บั ๑. โรงเรยี นทจี่ ัดการศึกษาระดับปฐมวัย ศึกษาดูงานการจัดประสบการณ์การเรียนรแู้ บบ โครงงาน Project Approach ในปกี ารศึกษา ๒๕๖๑ จำนวน ๖ แห่ง ได้แก่ - โรงเรยี นเทศบาล ๕ วัดป่าจติ ตสามัคคี เทศบาลนครราชสีมา จังหวดั นครราชสีมา - โรงเรยี นอนบุ าลบ้านยงู ทอง เทศบาลตำบลขนุ ทะเล จังหวัดสุราษฎรธ์ านี - ศูนยพ์ ฒั นาเดก็ เล็กเทศบาลตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วปา่ จังหวดั พงั งา - โรงเรยี นเทศบาล ๑ วดั ประดู่ (เสงยี่ มพัฒน์มาก) เทศบาลตำบลวัดประดู่ จงั หวัดสุราษฎร์ธานี - สำนักงานศกึ ษาธกิ ารภาค ๑๖ - โรงเรยี นอนุบาลองค์การบริหารสว่ นตำบลทงุ่ บุหลงั จังหวดั สตูล ๒. ไดร้ ับรางวัลชนะเลิศการประกวดโครงงานระดบั ปฐมวยั ในการแข่งขันทักษะทางวชิ าการ ระดบั ภาคใต้ “สมหิ ลาวชิ าการ”
รายงานการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา(SAR) หนา้ 74 ภาคผนวก
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษา(SAR) หนา้ 75 คณะทำงาน คณะท่ปี รกึ ษา ๑. นางสาวสมใจ สุวรรณศภุ พนา นายกเทศมนตรนี ครภูเก็ต ๒. นางสาวสมจติ ต์ สทุ ธางกรู รองนายกเทศมนตรีนครภเู กต็ ๓. นางอำไพ จนั ทร์เงิน ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา ๔. นายเธยี รศักดิ์ สันตกิ ยาวกุล ประธานคณะกรรมการสถานศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน ๕. นายธรากร เหล็กกล้า คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ๖. นางภทั ทริ า สวุ รรณรัฐภูมิ ผู้อำนวยการสถานศึกษา ๗. นายมนู แสนพล ประธานชมรมผูป้ กครองโรงเรียนอนบุ าลเทศบาล นครภูเก็ต ๘. นายสมปอง ตณั ฑศิลป์ ท่ีปรกึ ษาชมรมผ้ปู กครองโรงเรียนอนุบาล เทศบาลนครภูเก็ต ผู้รับผดิ ชอบงานประกันคณุ ภาพของโรงเรยี น ๑. นางภทั ทริ า สวุ รรณรฐั ภมู ิ ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ๒. นางสาวปาลม์ วรรณ อนิ จันทร์ ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศกึ ษา ๓. นางชฎาพร ทวิสวุ รรณ หวั หนา้ ฝา่ ยบรหิ ารวิชาการ ๔. นางสาวคันธารัตน์ ชว่ ยเมือง หัวหนา้ ฝ่ายแผนงานและงบประมาณ ๕. นางพวงศรี แซ่ตัน หัวหน้าฝา่ ยบริหารบคุ คล ๖. นางจรรจุรีย์ คลา้ ยเถาว์ หัวหน้าฝา่ ยบรหิ ารทว่ั ไป ๗. นางสาวขนิษฐา เชาว์สมชาติ ตำแหนง่ หัวหนา้ งานประกันคุณภาพการศกึ ษา ๘. นางสาวนิภาพร ในรมั ย์ หัวหน้าสายช้นั อนุบาล ๑ ๙. นางสาวแววเดือน ชัยวเิ ศษ หวั หน้าสายชน้ั อนบุ าล ๒ คณะกรรมการประเมนิ คุณภาพการศกึ ษาภายในสถานศกึ ษา ๑. นางภัททริ า สุวรรณรัฐภูมิ ตำแหน่งผูอ้ ำนวยการสถานศึกษา ๒. นางสาวปาล์มวรรณ อินจันทร์ ตำแหนง่ รองผู้อำนวยการสถานศกึ ษา ๓. นางชฎาพร ทวิสวุ รรณ หวั หนา้ ฝ่ายบริหารวิชาการ ๔. นางสาวคันธารตั น์ ช่วยเมือง หวั หนา้ ฝา่ ยแผนงานและงบประมาณ ๕. นางพวงศรี แซต่ ัน หวั หนา้ ฝ่ายบริหารบุคคล ๖. นางจรรจุรยี ์ คล้ายเถาว์ หวั หน้าฝ่ายบรหิ ารทว่ั ไป ๗. นางสาวขนษิ ฐา เชาวส์ มชาติ หวั หน้างานประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ๘. นางสาวนิภาพร ในรมั ย์ หัวหนา้ สายชน้ั อนบุ าล ๑ ๙. นางสาวแววเดอื น ชัยวเิ ศษ หวั หนา้ สายชั้นอนบุ าล ๑ ๑๐.นายพีระพล ศรธี รรม หวั หน้างานประชาสมั พันธ์ ๑๑.นางสาวกิตยิ า คงใหม่ หวั หนา้ งานธุรการ
รายงานการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา(SAR) หน้า 76 ผ้จู ดั ทำเอกสาร สวุ รรณรัฐภูมิ ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ๑. นางภัททริ า อนิ จนั ทร์ ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ๒. นางสาวปาล์มวรรณ ทวสิ วุ รรณ หัวหน้าฝ่ายบรหิ ารวชิ าการ ๓. นางชฎาพร ช่วยเมอื ง หวั หน้าฝ่ายแผนงานและงบประมาณ ๔. นางสาวคนั ธารตั น์ แซ่ตนั หวั หน้าฝ่ายบรหิ ารบคุ คล ๕. นางพวงศรี คลา้ ยเถาว์ หวั หน้าฝ่ายบรหิ ารทั่วไป ๖. นางจรรจรุ ยี ์ เชาวส์ มชาติ ตำแหน่งหวั หน้างานประกนั คุณภาพการศึกษา ๗. นางสาวขนษิ ฐา ในรัมย์ หัวหน้าสายชน้ั อนุบาล ๑ ๘. นางสาวนิภาพร ชยั วิเศษ หัวหน้าสายชน้ั อนบุ าล ๒ ๙. นางสาวแววเดอื น ศรธี รรม ฝา่ ยเทคโนโลยแี ละสารสนเทศ ๑๐.นายพีระพล ชัยฤทธพิ งศ์ เลขานุการฝา่ ยบริหารวชิ าการ ๑๑.นางสาวรงุ้ ทพิ ย์
Search