Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore E-book สรุปเรื่องความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต

E-book สรุปเรื่องความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต

Published by kantzaazaa, 2019-09-05 11:14:44

Description: E-book สรุปเรื่องความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต

Search

Read the Text Version

ก คำนำ โครงงานพฒั นาสอ่ื การศกึ ษาในรปู แบบหนงั สอื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ เรอ่ื ง ความสมั พนั ธข์ องสงิ่ มชี วี ติ ในระบบนเิ วศ จดั ทาขน้ึ โดยตามกจิ กรรมการเรยี นการ สอนวชิ าการงานอาชพี และเทคโนโลยี 5 กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ชิ าการงานอาชพี และ เทคโนโลยี ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 โรงเรยี นสวนกหุ ลาบวทิ ยาลยั โดยมี วตั ถุประสงคท์ จ่ี ะนาความรใู้ นวชิ าชวี วทิ ยาทไ่ี ดร้ บั จากการเรยี นในระดบั มธั ยมศกึ ษา ตอนตน้ มาใชโ้ ดยบรู ณาการความรทู้ ไ่ี ดใ้ นวชิ าการงานอาชพี และเทคโนโลยี 5 จดั ทาโครงงานพฒั นาสอ่ื การศกึ ษาตามเรอ่ื งทก่ี ล่มุ สนใจ เพอ่ื เป็นการศกึ ษาคน้ ควา้ และเผยแพร่เรอ่ื งทก่ี ลมุ่ สนใจในลกั ษณะของหนงั สอื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ โดยใชโ้ ปรแกรม pub-html5 ในการจดั ทาหนงั สอื อเิ ลก็ ทรอนกิ สน์ ้ี คณะผจู้ ดั ทาหวงั เป็นอย่างยงิ่ ว่า โครงงานน้จี ะเป็นประโยชน์อย่างยง่ิ ในการท่ี จะทาใหผ้ ทู้ ส่ี นใจในเรอ่ื งความสมั พนั ธข์ องสงิ่ มชี วี ติ ในระบบนิเวศไดร้ บั ความรตู้ าม สมควร คณะผจู้ ดั ทา

ข สารบญั คำนำ.................................................................................................................ก สำรบญั ..............................................................................................................ข ควำมสมั พนั ธร์ ะหว่ำงสงิ่ มชี วี ติ แบบตำ่ งๆ.............................................................1 ควำมสมั พนั ธร์ ะหว่ำงสงิ่ มชี วี ติ ชนิดเดยี วกนั ...............................................1 ควำมสมั พนั ธข์ องสง่ิ มชี วี ติ ต่ำงชนดิ กนั ......................................................2 Symbiosis.......................................................................................2 Antagonism..........................................................................................4 ควำมสมั พนั ธร์ ะหว่ำงสง่ิ มชี วี ติ ทอ่ี ำศยั อย่รู ว่ มกนั ..................................................7 ควำมสมั พนั ธข์ องกลุ่มสงิ่ มชี วี ติ ..........................................................................10 บรรณำนุกรม....................................................................................................11

1 ความสมั พนั ธข์ องสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ สง่ิ มชี วี ติ ทงั้ พชื และสตั วใ์ นระบบนิเวศมบี ทบาทหน้าทแ่ี ตกต่างกนั และมคี วามสมั พนั ธก์ นั ใน ลกั ษณะต่างๆ เชน่ มดกนิ ซากแมลงทต่ี าย จง้ิ จกกนิ แมลงเป็นอาหาร ววั กนิ หญ้า และตน้ หญา้ เจรญิ เตบิ โตไดจ้ ากกระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง แสดงวา่ สงิ่ มชี วี ติ มคี วามสมั พนั ธซ์ ่งึ กนั และกนั ความสมั พนั ธร์ ะหว่างส่ิงมีชีวิตแบบต่างๆ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสง่ิ มชี วี ติ ในระบบนิเวศ แบ่งออกไดเ้ ป็น ๒ ลกั ษณะ คอื 1.ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งส่ิงมีชีวิตชนิดเดียวกนั ขอ้ ดี  ดารงชวี ติ อยรู่ ว่ มกนั เป็นหมู่ เป็นกลมุ่ เป็นฝงู  การอยู่รว่ มกนั เป็นฝงู จะทาใหม้ กี ารปกป้องอนั ตราย ใหก้ นั มกี ารขยายพนั ธุไ์ ดร้ วดเรว็ ขน้ึ มกี ารแบง่ บทบาทหน้าท่ี เป็นผนู้ าฝงู เชน่ การรวมฝงู ของชา้ ง ลงิ ผง้ึ ตอ่ แตน และนก ขอ้ เสีย  การอยู่รว่ มกนั เป็นกล่มุ และดารงชวี ติ แบบ เดยี วกนั นนั้ กอ่ ใหเ้ กดิ การแก่งแย่งแขง่ ขนั และเกดิ ความหนาแน่นของประชากรมากเกนิ ไป

2 2.ความสมั พนั ธข์ องส่ิงมชี ีวิตต่างชนิดกนั มี 3 ลกั ษณะ คอื ความสมั พนั ธแ์ บบไดร้ บั ประโยชน์ (+) ความสมั พนั ธแ์ บบเสยี ประโยชน์ (-) ความสมั พนั ธแ์ บบทงั้ ไมไ่ ดแ้ ละไมเ่ สยี ประโยชน์ (0) 2.1 Symbiosis คอื การอย่รู ว่ มกนั ของสง่ิ มชี วี ติ 2 ชนดิ โดยไม่มกี ารขดั แยง้ หรอื มฝี า่ ยหน่งึ เสยี ประโยชน์ มี 3 แบบ 2.1.1 ภาวะพง่ึ พากนั (Mutualism) (+,+) เป็นการอยูร่ ว่ มกนั ของสงิ่ มชี วี ติ 2 ชนิด โดยไดป้ ระโยชน์ทงั้ สองฝา่ ยและเม่อื แยกออกจากกนั จะไม่ สามารถดารงชวี ติ อยูไ่ ด้ เชน่  ไลเคน รา ไดอ้ าหารจากสาหรา่ ยสเี ขยี วซง่ึ สรา้ งอาหารเองไดด้ ว้ ยการสงั เคราะหแ์ สง สาหรา่ ยสีเขียว ไดร้ บั ความชน้ื จากรา เพอ่ื นามาสรา้ งอาหาร  ปลวกและโปรโตซวั ในลาไสป้ ลวก โปรโตซวั ไดท้ อ่ี ย่อู าศยั และอาหารจากปลวก ปลวก อาศยั โปรโตซวั ชว่ ยย่อยไมท้ ก่ี นิ เขา้ ไป  พชื ตระกลู ถวั่ กบั แบคทเี รยี ทป่ี มรากถวั่ แบคทีเรีย ไดอ้ าหารและทอ่ี ยอู่ าศยั จากตน้ ถวั่ พชื ตระกลู ถวั่ ไดร้ บั อาหารจากการตรงึ แกส๊ ไนโตรเจนจากอากาศของแบคทเี รยี  รา mycorrhiza (Actinomyces) กบั พชื ตระกูลสน  แบคทเี รยี ในลาไสค้ น(ชว่ ยสรา้ งวติ ามนิ B12)  มดดากบั เพลย้ี มดดา ไดอ้ าหารจากเพลย้ี ดว้ ยการดูดน้า เลย้ี งจากเพลย้ี เพลีย้ อาศยั มดดาพาไปวางไวต้ ามตน้ พชื เพ่อื ดูดน้าเลย้ี งจากพชื เป็นอาหาร  สาหรา่ ยสเี ขยี วแกมน้าเงนิ (Anabaena) ทร่ี ากของแหนแดง

3 2.1.2 ภาวะได้ประโยชน์ร่วมกนั (Protocooperation) (+,+) เป็นการอยรู่ ่วมกนั ของสง่ิ มชี วี ติ 2 ชนิด ซ่งึ ตา่ งได้ ประโยชน์ทงั้ สองฝา่ ย แต่สามารถแยกออกจากกนั ได้ โดยดาเนนิ ชวี ติ ตามปกติ  ปเู สฉวนกบั ดอกไมท้ ะเล ปเู สฉวน อาศยั ดอกไมท้ ะเลพรางตวั จากศตั รูและอาศยั เขม็ พษิ จาก ดอกไมท้ ะเลป้องกนั ศตั รู ดอกไม้ทะเล ไดร้ บั อาหารจากปเู สฉวน ทก่ี าลงั กนิ อาหาร  แมลงกบั ดอกไม้ แมลง ดดู น้าหวานจากดอกไมเ้ ป็นอาหาร ดอกไม้ มแี มลงชว่ ยผสมเกสร 2.1.3 ภาวะอิงอาศยั (Commensalism) (+,0) เป็นการอย่รู ว่ มกนั ของสง่ิ มชี วี ติ ทฝ่ี า่ ยหน่ึงไดป้ ระโยชน์แตอ่ กี ฝา่ ยไมไ่ ดแ้ ละไมเ่ สยี ประโยชน์ เชน่  พลดู ่าง เฟิรน์ หรอื กลว้ ยไมก้ บั ตน้ ไมใ้ หญ่  นกหรอื สตั วท์ ท่ี ารงั อยบู่ นตน้ ไม้  เหาฉลามกบั ปลาฉลาม  ปลาไมจ้ ม้ิ ฟนั กบั ปลาใหญ่  แรง้ กบั เสอื  นกเอย้ี งกบั ควาย  เพรยี งบนหลงั ปลาวาฬ  แมลงปีกแขง็ กบั ปลวก หมายเหตุ นกเอย้ี งกบั ควาย หากยดึ ตามหนงั สอื สสวท จะจดั เป็นภาวะได้ ประโยชน์ร่วมกนั โดยใหเ้ หตุผลวา่ นกเอ้ยี งไดก้ นิ เหบ็ บนหลงั ควาย(ไดร้ บั อาหาร) และควายไดล้ ดความราคาญจากการทม่ี เี หบ็ มาเกาะ แต่หากอ้างองิ ตามหนงั สอื cambelle จะจดั เป็นภาวะองิ อาศยั เพราะ การทค่ี วายไดล้ ดความราคาญจาก การทม่ี เี หบ็ มาเกาะ ไมถ่ อื เป็นการไดป้ ระโยชน์ทางชวี วทิ ยา

4 2.2 Antagonism คอื การอย่รู ว่ มกนั ของสง่ิ มชี วี ติ 2 ชนดิ โดยมฝี า่ ยหน่งึ ไดป้ ระโยชน์แต่อกี ฝา่ ยเสยี ประโยชน์ 2.2.1 ภาวะล่าเหย่ือ (Predation) (+,-) เป็นการทส่ี งิ่ มชี วี ติ ฝา่ ยหน่งึ จบั อกี ฝา่ ยหน่งึ กนิ เป็นอาหาร ประกอบไปดว้ ย ผลู้ ่าหรอื ตวั ห้า(predator) และ เหย่อื (prey) เชน่ เหยย่ี วกบั หนู ววั กนิ หญา้ งกู นิ กบ กบกนิ แมลง นกกนิ หนอน 2.2.2 ภาวะปรสิต (Parasitism) (+,-) เป็นการทส่ี งิ่ มชี วี ติ ฝา่ ยหนง่ึ เป็นผเู้ กาะดดู (parasite) ซ่งึ ไดป้ ระโยชน์ และอกี ฝา่ ยหน่งึ เป็นเจา้ บา้ น (host) ซ่งึ ไดร้ บั ความเดอื ดรอ้ น ตวั อยา่ งเชน่  ฝอยทองกบั ตน้ ไมใ้ หญ่  กาฝากบนกงิ่ ไม้  ยงุ กบั คน  เหาบนศรี ษะคน  เหบ็ กบั หมา  พยาธติ า่ งๆกบั สตั ว์

5 วงจรพยาธิที่สาคญั ควรรู้ ช่ือพยาธิ Host หลกั อวยั วะท่ีอาศยั ไข่ปนออกมากบั ตวั อ่อน Host รอง พยาธใิ บไมใ้ นตบั คน ท่อน้าด,ี ตบั อุจจาระ อย่ใู นไข่ หอย,ปลาน้าจดื พยาธติ วั ตดื คน ลาไสเ้ ลก็ อุจจาระ อยใู่ นไข่ หม,ู ววั พยาธเิ สน้ ดา้ ย คน ลาไสใ้ หญ่ อุจจาระ ทวารหนกั - พยาธปิ ากขอ คน ลาไสเ้ ลก็ อุจจาระ ไชเทา้ คน - พยาธแิ สม้ า้ คน ลาไสใ้ หญ่ อุจจาระ อย่ใู นไข่ - คน ต่อมน้าเหลอื ง ออกลกู เป็นตวั ในเลอื ดคน ยุง พยาธโิ รคเทา้ ชา้ ง สุนขั ,แมว กอ้ นทมู ขา้ ง อุจจาระ ว่ายน้า กงุ้ ,ไรน้า พยาธติ วั จด๊ี กระเพาะอาหาร 2.3 Competition (ภาวะแก่งแย่ง) คอื ภาวะทส่ี ง่ิ มชี วี ติ แกง่ แยง่ กนั ทาใหเ้ สยี ประโยชน์ทงั้ คู่ (-,-) อาจมสี งิ่ มชี วี ติ ชนิดเดยี วหรอื มากกวา่ กไ็ ด้ เชน่ ไฮยนี าและสงิ โตแย่งกนั กนิ กวาง 2.4 Saphrophytism (ภาวะย่อยสลาย) คอื ภาวะทฝ่ี า่ ยหน่ึงมชี วี ติ ปลอ่ ยน้ายอ่ ยออกไปสลายซากพชื ซากสตั ว์ เชน่  เชอ้ื ราบนขนมปงั  เหด็ ทข่ี น้ึ บนตอไมผ้ ๆุ  แบคทเี รยี ทเ่ี จรญิ บนปลาเน่า

6 2.5 Antibiosis คอื ภาวะทฝ่ี า่ ยหน่ึงหลงั ่ สารเคมอี อกมายบั ยงั้ การเจรญิ เตบิ โตหรอื ทาลายอกี ฝา่ ยหน่งึ โดยทต่ี วั เองไมไ่ ด้ และไม่เสยี ประโยชน์ (0,-) เชน่  ราเพนนซิ เิ ลยี มกบั แบคทเี รยี ในจานเพาะเชอ้ื  ตน้ ดาวเรอื งปลอ่ ยสารเคมอี อกมาทาใหห้ นอนตวั กลมไมก่ ลา้ เขา้ ใกล้  Cyanobacteria ปลอ่ ยสารเคมอี อกมาทาใหป้ ลาในบ่อตาย 2.6 Amensalism คอื การอยู่รว่ มกนั ของสง่ิ มชี วี ติ ทค่ี ลา้ ย antibiosis แตไ่ มม่ กี ารหลงั่ สารออกมาทาลายหรอื ยบั ยงั้ โดยอกี ฝา่ ยเสยี ประโยชน์ (0,-) เชน่ ตน้ ไมใ้ หญ่บงั แสงตน้ ไมเ้ ลก็ 2.7 Neutralism คอื ภาวะทส่ี งิ่ มชี วี ติ อยู่ร่วมกนั แต่ไมม่ คี วามเกย่ี วขอ้ งกนั เลย ตา่ งฝา่ ยต่างไมไ่ ดแ้ ละไม่เสยี ประโยชน์ เชน่ กระต่ายกบั ไสเ้ ดอื น เสอื กบั หญา้ เหยย่ี วกบั ปเู สฉวน สนุ ขั กบั ดอกไม้

7 ความสมั พนั ธร์ ะหว่างสิ่งมีชีวิตที่อาศยั อย่รู ่วมกนั 1. ผผู้ ลิต (Producer or Autotroph) หมายถงึ สง่ิ มชี วี ติ ทส่ี ามารถสรา้ งอาหารไดเ้ องแบ่งเป็น 2 ประเภท ดงั น้ี  การสรา้ งอาหารโดยใชพ้ ลงั งานแสง (Photosynthesis) ใชพ้ ลงั งานแสงเปลย่ี นสารอนนิ ทรยี ์เป็นสารอนิ ทรยี ใ์ นการสรา้ งอาหาร เชน่ พชื สาหรา่ ย  การสรา้ งอาหารโดยใชพ้ ลงั งานเคมี (Chemosynthesis) ใชพ้ ลงั งานเคมเี ปลย่ี นสารอนินทรยี เ์ ป็นสารอนิ ทรยี ์ในการสรา้ งอาหาร เชน่ แบคทเี รยี บางชนดิ 2. ผบู้ ริโภค (Consumer or Heterotroph) หมายถงึ สง่ิ มชี วี ติ ไมส่ ามารถสรา้ งอาหารไดเ้ องได้ ตอ้ งบรโิ ภค ผผู้ ลติ หรอื ผบู้ รโิ ภคดว้ ยกนั เป็นอาหาร 2.1 ผบู้ ริโภคที่กินพชื เป็นอาหาร (Herbivore) เป็นสตั วท์ ก่ี นิ พชื จงึ เป็นผบู้ รโิ ภคอนั ดบั แรกทไ่ี ดร้ บั การถ่ายทอดพลงั งานจากพชื โดยตรง เชน่ มา้ ววั แพะ แกะ ควาย สงิ่ มชี วี ติ พวกนจ้ี ะมไี สต้ ง่ิ ยาวเพ่อื ชว่ ยยอ่ ย เซลลโู ลส 2.2 ผบู้ ริโภคสตั ว์ (Carnivore) เป็นสตั วท์ ก่ี นิ สตั วแ์ ตไ่ มก่ นิ พชื ไดร้ บั การถ่ายทอดพลงั งานจากพชื โดยตอ้ งกนิ สตั วท์ ก่ี นิ พชื อกี ตอ่ หน่งึ เชน่ สงิ โต เสอื ปลาฉลาม เหยย่ี ว สง่ิ มชี วี ติ พวกน้จี ะมไี สต้ ง่ิ ไสแ้ ละไมส่ ามารถทาหน้าทอ่ี ะไรได้ 2.3 ผบู้ ริโภคทงั้ พชื และสตั ว์ (Omnivore) เป็นสตั วท์ ก่ี นิ ทงั้ พชื และสตั วเ์ ป็นอาหาร ไดร้ บั การถา่ ยทอดพลงั งานจากพชื หรอื จากสตั วก์ นิ พชื เชน่ นก เป็น ไก่ คน ลงิ

8 2.4 ผบู้ ริโภคท่ีกินซากพชื ซากสตั ว์ (Dentritivore or Scavenger) หมายถงึ สตั วท์ ก่ี นิ ซากพชื หรอื ซากสตั วท์ ต่ี ายไปแลว้ เป็นอาหาร เชน่ แรง้ ไสเ้ ดอื นดนิ กง้ิ กอื ปลวก หมายเหตุ ในความหมายลกึ ๆ Dentritivore or Scavenger มคี วามแตกต่างกนั เลก็ น้อย โดย Dentritivore คอื ผบู้ รโิ ภคซากพชื ซากสตั วท์ ห่ี ลงั่ enzyme ออกมานอกร่างกายเพอ่ื ยอ่ ยซากพชื ซากสตั วก์ นิ เป็นอาหาร แต่ Scavenger คอื ผบู้ รโิ ภคซากสตั วท์ ก่ี นิ ซากสตั วท์ ต่ี ายแลว้ เป็นอาหารและย่อยภายในลาตวั

9 3. ผ้ยู ่อยสลายอินทรยี ส์ าร (Decomposer) เป็นสงิ่ มชี วี ติ ทไ่ี ม่สามารถสรา้ งอาหารเองได้ ไดแ้ ก่ รา (Fungi) และแบคทเี รยี (Bacteria) ดารงชวี ติ โดย การปล่อยเอนไซมอ์ อกมายอ่ ยอนิ ทรยี ส์ ารทอ่ี ยใู่ นซากพชื ซากสตั วใ์ หอ้ นนิ ทรยี ส์ าร แลว้ ดดู ซมึ สว่ นท่ี เป็นอนนิ ทรยี ส์ ารน้เี ขา้ ไปใชเ้ ป็นอาหาร บางส่วนจะเหลอื ไวใ้ หผ้ ผู้ ลติ นาไปใช้ Note ผยู้ อ่ ยสลายเป็นผทู้ แ่ี ปรสภาพสารอาหารจากสารประกอบอนิ ทรยี ์ใหเ้ ป็นสารอนนิ ทรยี ์ เพ่อื ให้ ผผู้ ลติ สามารถใชส้ งั เคราะหด์ ว้ ยแสงได้ เป็นสว่ นสาคญั ทท่ี าใหส้ ารอาหารหมุนเวยี นเป็นวฏั จกั ร หากขาด สงิ่ มชี วี ติ จาพวกน้ี ขยะจะลน้ โลก สงิ่ มชี วี ติ จาพวกน้จี ะไม่มรี ะบบทางเดนิ อาหาร สรปุ ความสมั พนั ธข์ องสิ่งมีชีวิตทงั้ 3 ประเภท

10 ความสมั พนั ธข์ องกลมุ่ ส่ิงมีชีวิต 1. ห่วงโซ่อาหาร (food chain) คอื การกนิ ตอ่ กนั เป็นทอดๆ มลี กั ษณะเป็นเสน้ ตรง สง่ิ มชี วี ติ หน่งึ มกี ารกนิ อาหารเพยี งชนดิ เดยี ว เขยี น เป็นลูกศรตอ่ กนั แบง่ เป็น 3 แบบ คอื 1.1 แบบจบั กนิ (Predator chain) เป็นหว่ งโซ่อาหารทเ่ี รม่ิ ตน้ จากพชื ไปยงั สตั วก์ นิ พชื สตั วก์ นิ สตั วต์ ามลาดบั เชน่ แพลงตอนพชื ---> แพลงตอนสตั ว์ ---> ไรน้า ---> ปลาเลก็ ---> ปลาใหญ่ ---> มนุษย์ ---> มนษุ ย์ 1.2 แบบยอ่ ยสลาย (Saprophytic chain or detritus chain) เป็นหว่ งโซ่อาหารทเ่ี รม่ิ จากซากอนิ ทรยี ถ์ กู สลายโดยจลุ นิ ทรยี ์ แลว้ จงึ ถูกกนิ ต่อไปโดยสตั วท์ ก่ี นิ เศษ อนิ ทรยี แ์ ละผลู้ า่ ต่อไป ตามลาดบั เชน่ ซากพชื ซากสตั ว์ ---> ไสเ้ ดอื น ---> ปลา เศษใบไม้ ---> กงุ้ ,หอย ---> ปลา ---> นก ---> คน 1.3 ห่วงโซ่อาหารแบบปรสติ (Parasitic chain) เป็นโซ่อาหารทเ่ี รม่ิ จากผถู้ กู อาศยั ไปยงั ผอู้ าศยั อนั ดบั หน่งึ แลว้ ไปยงั ผอู้ าศยั ลาดบั ต่อๆไป เชน่ นก ---> ไรน้า ---> โปรโตซวั ---> แบคทเี รยี ---> ไวรสั ---> มนษุ ย์ 2. สายใยอาหาร (Food web) คอื การถา่ ยทอดพลงั งานเคมใี นรปู อาหาร ระหวา่ งสงิ่ มชี วี ติ หลายชนดิ มารวมกนั ทา ใหเ้ กดิ การถ่ายทอดพลงั งานอยา่ งซบั ซ้อน

11 บรรณานุกรม ทรปู ลกู ปญั ญา. (21 เมษายน 2560). ระบบนเิ วศและความสมั พนั ธร์ ะหว่าง ธรรมชาตกิ บั สงิ่ มชี วี ติ . เขา้ ถงึ ไดจ้ าก ระบบนิเวศและความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง ธรรมชาตกิ บั สงิ่ มชี วี ติ - ทรปู ลกู ปญั ญา: ระบบนิเวศและความสมั พนั ธ์ ระหวา่ งธรรมชาตกิ บั สงิ่ มชี วี ติ มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล. (ม.ป.ป.). นเิ วศวทิ ยาและสงิ่ แวดลอ้ ม. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก องคป์ ระกอบของระบบนิเวศ: https://il.mahidol.ac.th/e-media/ecology/ สสวท. (ม.ป.ป.). ระบบนิเวศ. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก คลงั ความรู้ Sci math: https://www.scimath.org/lesson-biology/item/7028-2017-05-21-14-25-17


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook