รายงานประจ�ำ ปี 2559 3ส่วนท่ี ตรวจเช็คระดับความดนั เลือดโลหิต ความดันโลหิตสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับหน่ึงของโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็น “ภัยเงียบ” เพราะ มักจะไม่มีสญั ญาณหรอื อาการเตือน ท�ำ ใหค้ นสว่ นใหญไ่ ม่ได้ตระหนกั ล่วงหนา้ Love your heart : รกั ษห์ ัวใจ การงดสบู บหุ รี่เป็นส่งิ เดยี วทดี่ ีท่ีสดุ ท่ีคณุ สามารถท�ำ ได้ เพื่อสขุ ภาพหวั ใจของคุณ การเลิกสบู บุหร่ี 2 ปี ความเส่ียงของการเกดิ โรคหวั ใจและหลอดเลอื ดจะลดลงอยา่ งมีนัยส�ำ คญั การเลกิ สบู บหุ รภี่ ายใน 15 ปี ความเสย่ี งของโรคหวั ใจและหลอดเลอื ดจะลดลงเหลอื เทา่ คนปกตทิ ่ีไมไ่ ดส้ บู บหุ ร่ี การเพ่ิมข้ึนของโรคหวั ใจในคนท่ีไมส่ บู บุหรี่เกดิ จาก การสดู ควันบุหร่ี ดังน้นั การเลิกสบู บุหรน่ี ้ันไมเ่ พียงแตด่ ีตอ่ ตวั คุณเอง แต่ยังดกี บั คนรอบข้างคณุ อีกด้วย หากพบปัญหาในการเลกิ สบู บุหรี่ ควรปรึกษาผเู้ ชย่ี วชาญ หรือสายดว่ นเลิกบุหร่ี โทร 1600 ตรวจวัดคลอเลสเตอรอลสูง และดัชนีมวลกายเกนิ (BMI) หมั่นตรวจเช็คส่วนสูง นํ้าหนัก รอบเอว ดัชนีมวลกาย ระดับความดัน โลหติ คอเลสเตอรอล และนา้ํ ตาลในเลอื ด โดยผเู้ ชยี่ วชาญซง่ึ สามารถใหค้ �ำ แนะนำ�และค�ำ ปรึกษาตามเก่ียวกับความเสีย่ งตอ่ การเกดิ โรคหวั ใจและหลอด เลอื ด และการรกั ษาตวั ทเ่ี หมาะสมเพอ่ื พัฒนาสุขภาพหวั ใจ 42
การรณรงคว์ นั ความดันโลหติ สูงโลก ปี พ.ศ.2559 ส�ำ นกั โรคไมต่ ดิ ตอ่ ไดม้ กี ารจดั กจิ กรรมการรณรงค์ ตระหนักต่อโรคความดันโลหิตสูง เพียงร้อยละ 10 รายงานประ ำจ� ีป 2559 ส่วน ่ีท 3 เนื่องในวันความดันโลหิตสูงโลก ปี 2559 ขึ้นในวันท่ี ซง่ึ สมาพนั ธค วามดนั โลหติ สงู โลก ไดแ้ นะน�ำ แนวทางการ 17 พฤษภาคม 2559 ณ สถาบันบำ�ราศนราดูร เพม่ิ ความตระหนกั ในประชากร คอื กรมควบคมุ โรค 1. เพ่ิมศักยภาพของชุมชนในการดำ�เนินการคัด ประเด็นสาร การรณรงค์วันหัวใจโลก ปี พ.ศ.2559 กรองความดนั โลหติ มดี ังนี้ 2. จัดบรกิ ารวดั ความดันโลหิตในทุกสถานบรกิ าร สมาพันธความดันโลหิตสูงโลก (World Hyper- มุ่งเน้นให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการ วัดความดัน tension League) และสมาคมโรคความดันโลหิตสูง โลหติ ได้ง่าย สามารถรูค้ ่าความดันโลหิตของตนเองได้ นานาชาติ (International Society of Hypertension) ดงั นนั้ สงิ่ ส�ำ คญั ทตี่ อ้ งเรง่ ด�ำ เนนิ การ คอื สง่ เสรมิ ไดก้ �ำ หนดใหว้ นั ที่ 17 พฤษภาคม ของทุกปี เปน็ วัน การคดั กรองโรคความดนั โลหติ สงู และคน้ หา ผทู้ มี่ คี วาม ความดันโลหิตสูงโลก โดยในระยะ 5 ปีตั้งแต่ปีพ.ศ. ดันโลหิตสูง เพื่อนำ�เข้าสู่ระบบการดูแลรักษากระตุ้นให้ 2556-2561 มคี �ำ ขวญั เพอ่ื การรณรงค์ คอื “Know Your ประชาชนมกี ารตน่ื ตวั เพอื่ รบั การตรวจวดั ความดนั โลหติ Numbers” ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อส่ือสารสร้างกระแสให้ ของตนเองอย่างนอ้ ยปีละ 1 ครัง้ และตอ้ งรูค้ ่าตวั เลข ประชากรทว่ั โลกเพม่ิ ความตระหนกั ตอ่ โรคความดนั โลหติ สงู และความหมายของคา่ ความดนั โลหติ ของตนเอง คำ�ขวัญเพ่ือการรณรงค์จากสมาพันธความดัน ความดันโลหิตคืออะไร โลหติ สงู โลก (World Hypertension League) คอื ความดันโลหิต เป็นแรงดันเลือดท่ีเกิดจากหัวใจ สูบฉีดเลือดไปเล้ียงทั่วร่างกาย ซึ่งวัดได้ตัวเลขจำ�นวน “Know Your Numbers” 2 คา่ เช่น คา่ ความดันโลหิต 120/78 มิลลิเมตรปรอท เลขตวั บน (systolic pressure) คอื คา่ ความดนั เลอื ดใน คำ�ขวัญเพื่อการรณรงค์วันรณรงค์ความดันโลหิต ขณะทห่ี ลอดเลอื ดหวั ใจบบี ตวั สว่ นเลขตวั ลา่ ง (diastolic สงู ของกระทรวงสาธารณสขุ และสมาคมความดนั โลหติ pressure) คอื ความดนั เลอื ดในขณะทหี่ ลอดเลอื ดหวั ใจ สูงแหง่ ประเทศไทย คอื คลายตวั ความดันโลหิตปกติควรมีค่าความดันโลหิตตัวบนน้อย “ท่านทราบระดับความดันโลหิตของท่าน กว่า 120 มลิ ลเิ มตรปรอทและค่าความดนั โลหิตตวั ล่าง หรือไม”่ น้อยกว่า 80 มิลลิเมตรปรอท ความดันโลหติ สูง หมายถงึ ค่าความดันโลหติ ตวั สาเหตุท่ีต้องสร้างความตระหนักต่อโรคความดัน บน มากกวา่ หรอื เทา่ กบั 140 หรอื คา่ ความดนั โลหติ ตวั ลา่ ง โลหติ สงู โดยการเนน้ ใหป้ ระชากรทราบคา่ ความดนั โลหติ มากกวา่ หรอื เท่ากบั 90 ของตนเองให้ไดน้ น้ั เนอ่ื งจากสถติ ทิ วั่ โลกบง่ ชว้ี า่ ในผทู้ มี่ ี ความดนั โลหติ สงู มผี ลตอ่ หวั ใจและหลอดเลอื ด ความดันโลหติ สูงมีเพียงรอ้ ยละ 50 ทีต่ ระหนกั ถงึ ภาวะ อย่างไร ความดันโลหติ สงู ของตนเอง และมีประชากรเพยี งส่วน ความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำ�คัญของ น้อยเท่านั้นท่ีมีความตระหนักต่อโรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจและเป็นปัจจัยเส่ียงที่สำ�คัญที่สุด มากกว่า ร้อยละ 75 และในประชากรบางกลุ่มมคี วาม ของโรคหลอดเลอื ดสมอง(Stroke)ซง่ึ สาเหตขุ องโรคหลอด เลอื ดสมองตบี รอ้ ยละ 50 เกดิ จากภาวะความดนั โลหติ สงู 43
รายงานประจ�ำ ปี 2559 3ส่วนท่ี และภาวะความดันโลหิตสูงยังเพ่ิมความเส่ียงต่อการ แนวทางในการป้องกันและควบคุม เกิดหลอดเลือดสมองแตก ในคนทม่ี อี ายนุ อ้ ยกว่า 50 ปี โรคความดันโลหติ สูง และมคี วามดนั โลหติ สงู จะมคี วามเสยี่ งเพม่ิ ขน้ึ ในการเกดิ ความเส่ียงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด เมื่ออายุเพิ่ม ส�ำ หรบั บคุ ลากรสาธารณสุข ข้ึนค่าความดันโลหิตตัวบนจะเป็นตัวทำ�นายที่สำ�คัญต่อ 1. การวัดความดันโลหิตแก่ผู้รับบริการในสถาน ความเสย่ี งในการเกดิ โรคหัวใจและหลอดเลือด บรกิ ารแต่ละระดับ แม้ว่าการเพ่ิมขึ้นของค่าความดันโลหิตจะเพ่ิม 2. การประเมนิ โอกาสเสย่ี งตอ่ โรคหวั ใจและหลอด ตามอายุท่ีมากขึ้น การรับประทานอาหารลดเค็ม การมี เลือดในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสงู กิจกรรมทางกายที่เพียงพอ และการควบคุมนํ้าหนักตัว 3. การให้การรักษาแก่ผู้ป่วยที่มีโอกาสเส่ียงต่อ ใหอ้ ยใู่ นเกณฑท์ เ่ี หมาะสมจะชว่ ยลดความเสย่ี งดงั กลา่ วได้ โรคหัวใจและหลอดเลือดเพ่ือควบคุมระดับความดัน ในผู้ที่มีความดันโลหิตสูงและผู้ท่ีมีความดันโลหิต โลหติ ปกติ การรับประทานอาหารที่มีรสชาติเค็มเป็นปัจจัยที่ 4. การประเมนิ ภาวะความดนั โลหติ สงู ในระยะตงั้ ส�ำ คญั ตอ่ การเพมิ่ ขน้ึ ของความดนั โลหติ อยา่ งมนี ยั ส�ำ คญั ครรภ ์ ทางสถิติ ถ้ามีภาวะนํ้าหนักเกินและรับประทานอาหาร 5. กระตุ้นและสนับสนุนการคัดกรองความดัน รสชาตเิ คม็ จะยงิ่ เพมิ่ โอกาสเสย่ี งตอ่ โรคหลอดเลอื ดและ โลหิตในชุมชน หัวใจ ปัจจัยด้านพฤติกรรมเป็นสาเหตุหลักของการ ส�ำ หรบั ประชาชน เกิดโรคความดันโลหิตสูงจากข้อมูลของสมาพันธ์ 1. การรับประทานอาหารท่ีไม่ผ่านกระบวนการ ความดันโลหติ สงู โลก พบวา่ ปรุงแต่ง 2. การเลือกกินอาหารลดเค็มและไม่เติมเครื่อง ✜ คร่ึงหนึ่งของผู้ที่มีความดันโลหิตสูงมีความ ปรงุ ทม่ี รี สเคม็ เพิ่ม เกี่ยวข้องกับการรับประทานอาหารเสี่ยงต่อ 3. การควบคมุ นา้ํ หนักใหอ้ ยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม สุขภาพ (Unhealthy diet) 4. การงด/ลดการด่ืมเครื่องดื่มท่ีมีส่วนผสมของ แอลกอฮอล์ ✜ ผู้ท่ีมีความดันโลหิตสูง ร้อยละ 30 มีความ 5. การวัดความดันโลหิตเป็นประจำ�อย่างน้อย สมั พนั ธก์ บั การบรโิ ภคเกลอื เพมิ่ ขน้ึ และรอ้ ยละ ปีละ 1 คร้ัง และทราบความหมายค่าความดันโลหิต 20 มคี วามสมั พนั ธก์ บั การรบั ประทานอาหารที่ ของตนเอง มโี ปแทสเซียมตํ่า (กินผกั และผลไมน้ ้อย) ✜ การมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอสัมพันธ์กับ การเกิดโรคความดนั โลหิตสูง ร้อยละ 20 ✜ ภาวะอ้วนสัมพันธ์กับการเกิดโรคความดัน โลหิตสูง รอ้ ยละ 30 ✜ การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเกิน เป็น สาเหตุของโรคความดันโลหติ สงู ✜ ผู้ทมี่ คี วามดนั โลหติ สงู ควรงดสบู บุหร่ี 44
คำ�แนะนำ�ส�ำ หรบั บคุ ลากรสาธารณสุขในการรณรงคค์ วามดันโลหิตสูง 1. จัดรณรงค์ หรือนิทรรศการเพ่ือเพิ่มความ ดา้ นสขุ ภาพในประชากรอายุ 15-34 ปี และ 35 ปีข้นึ ไป) ตระหนัก ให้ ประชาชนทราบระดับความดันโลหิต ของส�ำ นักโรคไม่ติดตอ่ กรมควบคุมโรค ทางลงิ ค์ http:// ของตนเอง และดึงชมุ ชนเขา้ มามีสว่ นรว่ ม เช่น การให้ www.thaincd.com/good-stories-view.php?id=8931) อสม.ร่วมคัดกรองความดันโลหิตสูง, การรณรงค์ และ แบ่งแยกกลุ่ม เพื่อจัดบริการตามกลุ่ม ได้แก่ ลดเคม็ ลดความดนั โลหติ สงู ทง้ั นเ้ี พอื่ เพมิ่ การเขา้ ถงึ ของ กลุ่มปกติ กลุ่มเสีย่ ง กลมุ่ สงสยั ปว่ ย (สามารถ Download การทราบความดันโลหิต และทราบวิธีการปรับเปล่ียน คมู่ อื การจดั บรกิ ารสขุ ภาพ “กลมุ่ วยั ท�ำ งาน” แบบบรู ณาการ พฤติกรรมในเบื้องตน้ 2558 ของสำ�นักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรคทางลิงค์ 2. จัดรณรงค์คัดกรองโดยบุคลากรสาธารณสุข http://www.thaincd.com/good-stories-view. (screening) (สามารถ Download Flowchart DM php?id=9099) HT ส�ำ หรับเจ้าหนา้ ท่ี : ขนั้ ตอนการประเมินความเส่ยี ง รายงานประ ำจ� ีป 2559 ส่วน ่ีท 3 อธบิ ดกี รมควบคมุ โรคเปน็ ประธานเปดิ พธิ แี ละเขา้ รว่ มกจิ กรรม รณรงคว์ นั ความดันโลหิตสงู โลก ปี พ.ศ. 2559 45
รายงานประจ�ำ ปี 2559 3ส่วนท่ี 4. การด�ำเนินงานโครงการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ ภายใต้แผนปฏบิ ตั ริ าชการกรมควบคมุ โรคประจ�ำปี งบประมาณ 2559 สำ�นักโรคไม่ตดิ ต่อไดม้ กี ารดำ�เนนิ งาน จำ�นวน 11 โครงการ ดงั น้ี 1. โครงการแลกเปลย่ี นเรยี นรกู้ ารด�ำ เนนิ งานตามรปู แบบแนวทางการด�ำ เนนิ งานเพอื่ ลดโรคไตเรอื้ รงั (CKD) ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 1 : สรา้ งความรว่ มมอื และสนบั สนนุ ภาคเี ครอื ข่ายภายในประเทศและนานาชาติ งบประมาณที่ใช้ : 1,140,000 บาท วตั ถปุ ระสงค์ : 1) เพ่ือนำ�เสนอการน�ำ นโยบายและมาตรการท่กี ำ�หนดไปสกู่ ารปฏบิ ตั ิ และการขบั เคลื่อนเพือ่ ลดโรคไตเรื้อรัง 2) เพอ่ื แลกเปลย่ี นเรยี นรู้ในการด�ำ เนนิ งานโรคไตเรอื้ รงั และเผยแพรบ่ ทเรยี น/รปู แบบการด�ำ เนนิ งานทที่ �ำ เปน็ เลศิ ใหเ้ ป็นแบบอยา่ งกับหนว่ ยงานอนื่ ต่อไป ผลการดำ�เนินงาน : 1) ได้กำ�หนดถ่ายทอดนโยบายและมาตรการ การดำ�เนินงานเพ่ือขับเคล่ือนการลด โรคไตลงสู่ระดับพ้ืนท่ีโดยจัด ทำ�โครงการแลกเปล่ียนเรียนรู้การดำ�เนินงานตามรูปแบบแนวทางการดำ�เนินงานเพ่ือลดโรค ไตเร้ือรัง (CKD) โดยใชช้ อื่ การจดั งาน คือ NCD.Forum 2016 “ร่วมกนั ดูแลไต เชือ่ มโยงไทยดแู ลโรคเร้อื รัง” เพือ่ ถา่ ยทอดการ ทำ�งานสกู่ ารปฏิบัติ 2) มกี ารแลกเปลยี่ นเรยี นการท�ำ งานกบั บคุ ลากรผรู้ บั ผดิ ชอบงานโรคไตเรอื้ รงั โรคหวั ใจและหลอดเลอื ด และองคก์ ร หัวใจดี จาก สคร. ที่ 1-12 สสจ. อปท. สถาบนั ปอ้ งกนั ควบคมุ โรคเขตเมอื ง โรงพยาบาล และส�ำ นัก กรม กอง จำ�นวน 175 คน ผ้รู บั ผิดชอบ : กล่มุ โรคไม่ตดิ ตอ่ เร้อื รัง 2. โครงการสนับสนนุ สอื่ ป้องกนั โรคไมต่ ิดตอ่ เรื้อรงั ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 1 : สรา้ งความร่วมมือและสนบั สนุนภาคีเครอื ข่ายภายในประเทศและนานาชาติ งบประมาณท่ีใช้ : 4,850,000 บาท วัตถุประสงค์ : เพื่อจ้างผลิตส่ือส่ิงพิมพ์โครงการสนับสนุนสื่อป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อเร้ือรัง จำ�นวน 13 รายการ โดย สนบั สนนุ สอื่ การด�ำ เนนิ งานปอ้ งกนั ควบคมุ โรคไมต่ ดิ ตอ่ เรอ้ื รงั ใหก้ บั กลมุ่ เปา้ หมาย และเผยแพรส่ อื่ การด�ำ เนนิ ปอ้ งกนั ควบคุมโรคไมต่ ดิ ตอ่ เรอื้ รงั ลง website ของส�ำ นกั โรคไมต่ ดิ ตอ่ กรมควบคมุ โรค ผลการด�ำ เนนิ งาน : ไดส้ อื่ สงิ่ พมิ พ์โครงการสนบั สนนุ สอ่ื ปอ้ งกนั ควบคมุ โรคไมต่ ดิ ตอ่ เรอ้ื รงั ทเ่ี ปน็ ประโยชนต์ อ่ ประชาชน และใหห้ นว่ ย งานท่เี กี่ยวขอ้ ง ผทู้ ส่ี นใจไดน้ ำ�ไปใช้ประโยชนต์ อ่ ไป ผู้รบั ผิดชอบ : กล่มุ โรคไมต่ ิดตอ่ เร้ือรัง 46
3. โครงการพัฒนาการดำ�เนินงานเพือ่ ลดโรคไตเรอ้ื รัง (CKD) รายงานประ ำจ� ีป 2559 ส่วน ่ีท 3 ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 2 : พัฒนานวตั กรรม มาตรการ และวิชาการเฝา้ ระวงั ป้องกนั ควบคุมโรคและสขุ ภาพประชาชน งบประมาณท่ีใช้ : 4,982,000 บาท วัตถุประสงค์ : 1) เพื่อพฒั นาแนวทางการดำ�เนนิ งานเพ่อื ลดโรคไตเร้ือรงั เนน้ ให้เกิดการเชือ่ มโยง 2) เพื่อบูรณาการให้เกดิ กระบวนการป้องกัน ควบคุมและดูแลรกั ษากลุ่ม ป่วยและกล่มุ เสยี่ งสูงของโรคไตเรอ้ื รงั ให้ มคี วามชัดเจนและรปู ธรรม 3) เพือ่ ท�ำ ให้กระบวนการป้องกนั ควบคุมโรคมปี ระสิทธภิ าพและสอดคลอ้ งเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ผลการด�ำ เนนิ งาน : 1) ได้พฒั นาแนวทางการด�ำ เนนิ งานลดโรคไตเร้อื รงั 2) ไดจ้ ดั อบรมพยาบาล/อาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจ�ำ หมบู่ า้ นเพอ่ื สนบั สนนุ การด�ำ เนนิ งานลดโรคไตเรอ้ื รงั มคี วามรู้ และทกั ษะ รวมถงึ เทคนคิ วธิ กี ารในการจดั การโรคไตเรอื้ รงั และปจั จยั เสย่ี ง โดยเฉพาะการลดบรโิ ภคเกลอื ในการ ด�ำ เนนิ งานลดโรคไตเรอ้ื รงั ในชมุ ชน สามารถเชอ่ื มโยงการใหบ้ รกิ ารไดเ้ หมาะสมและสอดคลอ้ งกบั ภาวะแทรกซอ้ น ของผปู้ ่วย และสามารถใหข้ อ้ มูลทเ่ี ป็นปจั จบุ นั กับหนว่ ยงานส่วนกลางได้ 3) ได้จัดทำ�องค์ความร้คู ู่มือ สื่อส่ิงพิมพ์ น�ำ ไปเผยแพร่ใหก้ ับกลุ่มเปา้ หมาย และใช้เป็นมาตรฐานเดยี วกนั ผ้รู ับผิดชอบ : กลุ่มโรคไม่ตดิ ตอ่ เร้อื รัง 4. โครงการพฒั นาการดำ�เนินงานลดโรคหวั ใจและหลอดเลอื ด (CVD) ประจำ�ปีงบประมาณ 2559 ยทุ ธศาสตร์ท่ี 2 : พัฒนานวัตกรรม มาตรการ และวชิ าการเฝ้าระวงั ปอ้ งกนั ควบคุมโรคและสขุ ภาพประชาชน งบประมาณท่ีใช้ : 1,899,592 บาท วัตถปุ ระสงค์ : 1) เพ่ือพิจารณา (ร่าง) แนวทางปฏิบัติการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ โรคกลุ่มเมตาบอลิกหัวใจและ หลอดเลอื ด ผลการด�ำ เนนิ งาน : 1) สนบั สนนุ เครอ่ื งมอื การจดั การโรคหัวใจและหลอดเลือด สำ�หรับเจ้าหน้าทีร่ ะดับอ�ำ เภอ ใน 15 จังหวดั ท่ีมาจาก WHO เปน็ เคร่ืองมือท่ี Thai CV Risk score 2) พัฒนาคมู่ ือการประเมนิ โอกาสเส่ียงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลอื ด ส�ำ หรบั อสม. ผรู้ ับผดิ ชอบ : กลมุ่ โรคไม่ติดต่อเร้อื รงั 47
รายงานประจ�ำ ปี 2559 3ส่วนท่ี 5. โครงการพฒั นารปู แบบการดแู ลสขุ ภาพประชาชนเชิงรุกในเมอื งใหญ่ ยุทธศาสตร์ท่ี 2 : พัฒนานวตั กรรม มาตรการ และวิชาการเฝา้ ระวงั ปอ้ งกันควบคมุ โรคและสุขภาพประชาชน งบประมาณท่ีใช้ : 40,000 บาท วัตถปุ ระสงค์ : เพ่ือสรุปรูปแบบการดำ�เนินงานดูแลสุขภาพของผู้พักอาศัยในชุมชนคอนโดมิเนียมในบริบทเมืองใหม่ของ ประเทศไทย ผลการดำ�เนนิ งาน : 1) มกี ารก�ำ หนดแนวทางรว่ มกนั ในการด�ำ เนนิ คอื ก�ำ หนดใหม้ กี ารส�ำ รวจขอ้ มลู สขุ ภาพของประชาชนในคอนโดมเิ นยี ม เพ่ือใช้เป็นข้อมูลพ้ืนฐานก่อนมีการดำ�เนินงานในพ้ืนท่ีเป้าหมาย ซ่ึงมีการกำ�หนดให้สำ�นักโรคไม่ติดต่อ เป็นผู้ออกแบบการสำ�รวจดังกล่าว 2) สนบั สนนุ เครอ่ื งมอื และ องคค์ วามรู้ เรอ่ื งโรคไมต่ ดิ ต่อเร้อื รัง เผยแพร่ประชาสมั พันธก์ ารตรวจคัดกรองสุขภาพ เบ้อื งตน้ โดยใช้การประเมนิ โอกาสเส่ียงตอ่ การเกดิ โรคหัวใจและหลอดเลือด โดยใช้ App Thai CV Risk ให้กบั ประชาชนท่ีอาศยั ในคอนโดมิเนยี ม 3) มีการจดั ทำ�บันทกึ ขอ้ ตกลงความรว่ มมอื (MOU)จาก 8 องคก์ ารทั้งภายในและนอกกระทรวงสาธารณสุข ผู้รบั ผิดชอบ : กลุม่ โรคไม่ติดต่อเรื้อรงั 6. โครงการองค์กรหวั ใจดี ยุทธศาสตร์ท่ี 1 : สรา้ งความรว่ มมอื และสนับสนุนภาคีเครือขา่ ยภายในประเทศและนานาชาติ งบประมาณที่ใช้ : 1,341,500 บาท วตั ถุประสงค์ : เพอ่ื ชแ้ี จงแนวทางการด�ำ เนนิ งานโครงการองคห์ วั ใจดแี ละใหค้ วามรแู้ นวทางการปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรมสขุ ภาพ เพ่ือลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ให้กับบุคลากรสาธารณสุขและผู้ประสานงานจากส�ำ นักงาน ปอ้ งกนั ควบคุมโรค ส�ำ นกั งานสาธารณสุขจังหวดั และเทศบาลทเี่ ข้ารว่ มโครงการในพ้นื ทเี่ ป้าหมาย 15 และพจิ ารณา รา่ งคูม่ ือ 2 เล่ม คอื 1. แนวทางการดำ�เนนิ งานองค์กรหัวใจดี ส�ำ หรบั เจ้าหน้าท่สี าธารณสขุ 2. คู่มือการปฏิบัตติ วั เพื่อลดปัจจยั เสี่ยง ผลการด�ำ เนินงาน : ได้สนับสนุนคู่มือแนวทางการดำ�เนินงานองค์กรหัวใจดี สำ�หรับเจ้าหน้าท่ีสาธารณสุข/ผู้ปฏิบัติงาน และคู่มือการปฏิบัติตัวเพ่ือลดเส่ียงโรคหัวใจและหลอดเลือดสำ�หรับบุคลากรในองค์กรหัวใจดี ให้กับกลุ่มเป้าหมาย และภาคีเครือขา่ ย ผรู้ ับผิดชอบ : กลมุ่ โรคไม่ตดิ ต่อเรื้อรงั 48
7. ประชุมคณะทำ�งานอาเซียนครัง้ ท่ี 4 (4th ATFNCD Meeting) รายงานประ ำจ� ีป 2559 ส่วน ่ีท 3 ยทุ ธศาสตร์ที่ 1 : สรา้ งความร่วมมอื และสนับสนนุ ภาคีเครอื ข่ายภายในประเทศและนานาชาติ งบประมาณที่ใช้ : 400,000 บาท วตั ถุประสงค์ : 1) เพอื่ เตรยี มการประชุม ASEAN Task Force on NCD ครง้ั ที่ 4 2) เพอ่ื ประชมุ คณะท�ำ งาน ATFNCD เพอื่ จัดท�ำ Term of Reference กลไกและเครอื ข่ายการทำ�งานสำ�หรบั คณะ ท�ำ งาน และ Workplan on Non Communicable Diseases 2015 ผลการด�ำ เนินงาน : 1) ได้รับความร่วมมอื อย่างดีจากหน่วยงานที่เกีย่ วข้อง 2) ไดแ้ ก้ไขร่างขอ้ ตกลงจากที่ประชุม ระหว่าง คณะทำ�งานกับทีมเลขาอาเซยี น และประชมุ หารอื ในประเดน็ หวั ข้อ การประชมุ /แผนงาน ระหว่าง Chairman(ประเทศไทย)กบั ทมี เลขาอาเซียน และส่งสรปุ รายงานให้กับทมี เลขา อาเซียนไดร้ ับทราบและน�ำ ไปศกึ ษาและพฒั นางานต่อไป 8. โครงการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพระบบเฝ้าระวังโรคไม่ติดต่อและการป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อใน เครือขา่ ยระดับเขต ยุทธศาสตร์ท่ี 1 : สร้างความรว่ มมอื และสนบั สนนุ ภาคเี ครอื ข่ายภายในประเทศและนานาชาติ งบประมาณที่ใช้ : 1,815,706 บาท วัตถุประสงค์ : 1) เพื่อต่ออายโุ ปรแกรมวิเคราะห์ขอ้ มลู SAS ให้มคี วามต่อเน่ืองและทนั สมัยต่อการเกบ็ ข้อมูลยิง่ ขึ้น 2) พฒั นาระบบการสำ�รวจพฤติกรรมเส่ียงโรคไม่ติดตอ่ และการบาดเจ็บเพ่อื พัฒนาและเพม่ิ ประสิทธิภาพระบบเฝ้า ระวงั โรคไมต่ ิดต่อและการปอ้ งกนั ควบคุมโรคไม่ตดิ ต่อในเครือขา่ ยระดบั เขตต่อไป ผลการด�ำ เนนิ งาน : มีการรายงานผลการสำ�รวจพฤตกิ รรมเส่ยี งโรคไมต่ ดิ ตอ่ และการบาดเจบ็ BRFSS 2015 ในรูปแบบ E-book และทำ�ผลการสำ�รวจพฤติกรรมเส่ียงโรคไม่ติดต่อและการบาดเจ็บ BRFSS 2015 ในรูปแบบ E-book ท่ีwebsite www.thaincd.com ผรู้ บั ผดิ ชอบ : กลุ่มพัฒนาระบบสาธารณสุข 49
รายงานประจ�ำ ปี 2559 3ส่วนท่ี 9. โครงการพัฒนาศักยภาพทีมจดั การระบบการจดั การโรคเรื้อรัง (NCDs System Manager) ระดับอ�ำ เภอ และผจู้ ัดการรายกรณี (Case manager) ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 2 : พฒั นานวตั กรรม มาตรการ และวิชาการ เฝ้าระวงั ป้องกนั ควบคุมโรคและสขุ ภาพของประชาชน งบประมาณที่ใช้ : 2,096,000 บาท วตั ถุประสงค์ : เพอ่ื อบรมหลกั สตู รทมี จดั การระบบการจดั การโรคเรอ้ื รงั (NCDs System Manager) ในระดบั อ�ำ เภอใหแ้ กค่ รู ก (บคุ คลผ้ถู ่ายทอดตอ่ ) ไดน้ �ำ ไปใช้ในการดำ�เนนิ การ เพอ่ื เป็นตน้ แบบน�ำ ไปขยายหลกั สตู รอย่างต่อเนือ่ ง ผลการด�ำ เนนิ งาน : ได้บุคลากรของโรงพยาบาลที่สามารถถ่ายทอดการจดั ระบบการจดั การโรคเรือ้ รัง (NCDs System Manager) ในระดบั อ�ำ เภอ เพื่อให้ครอบคลุมทกุ จังหวัด ผรู้ บั ผดิ ชอบ : กลมุ่ พัฒนาระบบสาธารณสขุ 10. พฒั นาระบบจัดการโรคไมต่ ดิ ต่อ ยุทธศาสตร์ที่ 2 : พฒั นานวตั กรรม มาตรการ และวิชาการ เฝ้าระวงั ป้องกันควบคุมโรคและสุขภาพของประชาชน งบประมาณท่ีใช้ : 420,000 บาท วัตถปุ ระสงค์ : เพ่ือพัฒนาแนวทางวิเคราะห์การประเมินผลคลินิก NCD คุณภาพประกอบการจัดทำ�รายงานคู่มือ/ แบบประเมินการดำ�เนินงานคลินิก NCD คุณภาพ สำ�หรับ รพศ./รพท./รพช. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 ให้มปี ระสิทธภิ าพและสามารถเก็บผลการวิเคราะห์ได้ถกู ตอ้ งแม่นย�ำ ยิ่งข้นึ ผลการด�ำ เนินงาน : สรุปผลการด�ำ เนินงานและแนวทางการพฒั นาคลินกิ NCD คณุ ภาพ มคี วามทนั สมัยมากขึน้ และได้ขอ้ มูลทถ่ี ูกต้อง แม่นย�ำ มากขนึ้ ผรู้ ับผดิ ชอบ : กล่มุ พัฒนาระบบสาธารณสขุ 11. โครงการรณรงคว์ ันความดนั โลหติ สูงโลก ปี 2559 ยุทธศาสตรท์ ี่ 1 : สร้างความร่วมมอื และสนบั สนุนภาคีเครือข่ายภายในประเทศและนานาชาติ งบประมาณที่ใช้ : 150,000 บาท วัตถุประสงค์ : เพอ่ื ส่อื สารประชาสมั พันธ์ใหข้ อ้ มลู ขา่ วสารในการปอ้ งกนั โรคความดนั โลหิตสูง สรา้ งความรู้ ความเขา้ ใจ ความ ตระหนักถึงอันตราย สาเหตุ การปฏิบัติตนเพ่ือหลีกเล่ียงจากความดันโลหิตสูง ให้กับประชาชนและรณรงค์ให้ภาคี เครือข่ายมสี ่วนรว่ มในการปอ้ งกันควบคมุ โรคความดนั โลหิตสูงเพมิ่ ขึน้ ผลการดำ�เนินงาน : ประชาชนไดร้ ับรู้ขอ้ มลู ขา่ วสาร ตระหนกั ถึงความสำ�คัญในการปอ้ งกันโรคความดนั โลหติ สงู และสนับสนุนการ มสี ่วนร่วมของภาคเี ครือขา่ ยในการป้องกนั และควบคุมโรคความดันโลหิตสงู ผรู้ บั ผดิ ชอบ : กลุ่มพัฒนาระบบสาธารณสขุ 50
รายงานประ ำจ� ีป 2559 สวนท่ี 4 สถานการณ และผลการดำเนนิ งานปอ งกนั การบาดเจบ็ จากอบุ ตั เิ หตทุ างถนน 51
สถานการณ์และผลการดำ� เนินงานป้องกัน การบาดเจบ็ จากอบุ ัตเิ หตทุ างถนน 1. สถานการณอ์ บุ ตั เิ หตทุ างถนนของประเทศไทย องค์การอนามัยโลกรายงานความปลอดภัย 1.1 สถานการณก์ ารเสยี ชวี ติ จากอบุ ตั เิ หตุ ทางถนนของโลก1(Global Status Report on Road ทางถนน Safety, 2015) รายงานข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนของ โลก พ.ศ.2556 จากการสำ�รวจ 180ประเทศท่ัวโลก ข้อมูลจากสำ�นักนโยบายและยุทธศาสตร์ พบว่า ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อุบัติเหตุ กระทรวงสาธารณสุขในชว่ งเวลา 15 ปี ทผ่ี ่านมา พบวา่ ทางถนนทเี่ กดิ ขนึ้ คดิ เปน็ อตั รา17.3 ตอ่ ประชากรแสนคน จำ�นวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ในช่วงตั้งแต่ โดยประเทศไทยเปน็ ประเทศทม่ี อี ตั ราตายเปน็ อนั ดบั หนง่ึ พ.ศ.2543-2552 มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเน่ือง ในภูมิภาคนี้และจากรายงานดังกล่าวได้ประมาณการว่า จนเมื่อปี พ.ศ.2553 เปน็ ต้นมาได้มกี ารนำ�ขอ้ มลู มรณบตั ร มาสอบทานกับหนังสือรับรองการตายเพื่อปรับสาเหตุ ประเทศไทย มีอัตราการเสียชวี ติ เป็นอนั ดบั 2 ของโลก การตายให้ถูกต้องมากขึ้น ทำ�ให้อัตราตายจากอุบัติเหตุ อตั ราตาย 36.2รายตอ่ แสนประชากร (ประมาณ 24,237 ทางถนนมีแนวโน้มเพิ่มข้ึน จาก 15 ต่อประชากร คน) และประเทศไทย ยังเป็นอันดับ 1 ของเอเชียและ แสนคนในปี พ.ศ.2552 เป็น 21.6 ต่อประชากรแสน อาเซียนที่มีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน คน ในปี พ.ศ.2553 จนในปี พ.ศ.2558อัตราตายจาก รายงานประจ�ำ ปี 2559 4ส่วนท่ี สงู ที่สดุ อุบัติเหตุทางถนน เท่ากับ 22.3 ต่อประชากรแสนคน ข้อมูลการศึกษาภาระโรคการบาดเจ็บจาก ซง่ึ อตั ราตาย 5 ปยี ้อนหลัง (2554-2558) อยทู่ ่รี ะหวา่ ง อบุ ตั เิ หตทุ างถนนในประเทศไทยพบวา่ อบุ ตั เิ หตทุ างถนน 21-23 ต่อประชากรแสนคน และจำ�นวนผู้เสียชีวิต เปน็ สาเหตขุ องการสญู เสยี ปสี ขุ ภาวะอนั ดบั 2 ในเพศชาย อยรู่ ะหว่าง 13,000-15,000 คน ดงั แผนภาพที่ 10 ข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขพบว่า ผู้บาดเจ็บที่ และอันดับ 8 ในเพศหญิง โดยค่าความสูญเสียใน เปน็ ผปู้ ่วยนอก (OPD) ประมาณเกอื บ 1 ล้านคน และ เพศชายปีสุขภาวะสูงกว่าเพศหญิงถึงกว่า4 เท่า และ นอนรกั ษาตวั โรงพยาบาล (IPD) ประมาณ 2 แสนคนตอ่ ปี ในกลมุ่ อายุ 15-29 ปี พบว่าสูงอนั ดับท่ี 1 ท้ังเพศชาย มผี ู้พกิ ารอีกปีละกว่า 7,000 คน คดิ เปน็ ความสูญเสียทาง และเพศหญงิ 2 เศรษฐกจิ กวา่ 2 แสนลา้ นบาท/ปี และความสญู เสยี จะเพมิ่ ขึ้นเปน็ 2 เท่า ในชว่ งเทศกาลปใี หม่และสงกรานต์ แผนภาพที่ 10 แสดงจ�ำ นวนและอัตราตายตอ่ ประชากร 100,000 คน จากอุบัติเหตุทางถนน ปี 2543-2558 ที่มา : ขอ้ มลู มรณบตั ร ส�ำ นกั นโยบายและยทุ ธศาสตร์ ส�ำ นกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ : ปี พ.ศ.2533-2558 ขอ้ มลู มรณบตั ร และหนังสือรบั รองการตาย สำ�นกั นโยบายและยุทธศาสตร์ 1. Global Status Report on Road Safety, 2015 52 2. สำ�นกั งานพฒั นานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ., รายงานภาระโรคและการบาดเจ็บของประชากรไทย 2552
1.2 สถานการณป์ ญั หาอุบตั เิ หตุทางถนนในชว่ งเทศกาลสงกรานต์ สถานการณ์ย้อนหลังช่วง 5 ปีท่ีผ่านมา 134,591 คนเฉลี่ยปีละ 26,918 คนหรือถ้าคิด (2554-2558) พบว่า ในช่วงสงกรานต์ มีผู้เสียชีวิต เป็นรายวัน เสียชีวิตวันละ 57 คน บาดเจ็บวันละ 1,986 คน เฉล่ียปีละ 397 คนมีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 3,845 คน จำ�แนกตามถนนที่เกิดอุบัติเหตุ พบว่าในกลุ่มผู้บาดเจ็บจะพบบนถนนชนบทมากกว่าถนนทางหลวง ส่วน ผเู้ สยี ชีวติ จะพบบนถนนทางหลวงมากกวา่ ถนนชนบท ผบู้ าดเจบ็ ผูเ้ สียชีวิต บนถนนชนบท รอ้ ยละ 53.4 บนถนนทางหลวง ร้อยละ 52.4 บนถนนทางหลวง รอ้ ยละ 25.8 บนถนนชนบท ร้อยละ 37.1 บนถนนในเมอื ง รอ้ ยละ 17.5 บนถนนในเมอื ง รอ้ ยละ 8.9 ในช่วงท่ีมีเวลาบาดเจบ็ และเสยี ชีวิต ในเทศกาลสงกรานต์ พบวา่ ช่วงเวลา 14.00 - 20.00 น. เป็นชว่ ง รายงานประ ำจ� ีป 2559 ส่วน ่ที 4 เวลามีการเกิดอบุ ตั เิ หตสุ ูง ซ่ึงครอบคลมุ การบาดเจบ็ และเสียชวี ติ รอ้ ยละ 50 จ�ำ แนกตามกลมุ่ อายุ พบวา่ กลมุ่ อายุ 15 - 19 ปี บาดเจบ็ มากทสี่ ดุ (Teen Driver) โดยมจี �ำ นวน 26,436 คน เฉล่ยี ปลี ะ 5,287 คน ส่วนผ้เู สียชวี ติ มจี �ำ นวน 214 ราย เฉลีย่ ปลี ะ 43 ราย การดื่มแล้วขับ พบว่า ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตที่เป็นผู้ขับข่ีและมีการด่ืมเครื่องด่ืมแอลกอฮอล์ พบ 36,285 คนคิดเป็นร้อยละ 40.3 ของผู้ขับขี่ทั้งหมด กลุ่มอายุที่พบว่ามี การดื่มและเกิดการบาดเจ็บและ เสียชีวติ มากทส่ี ุด คือ กลุ่มอายุ 20 - 24 รองลงมากลุ่มอายุ 15 - 19 ปี เป็นกลุ่มทห่ี า้ มขายเครอ่ื งดื่ม แอลกอฮอล์ใหก้ บั ผมู้ ีอายตุ าํ่ กว่า 20 ปี จักรยานยนต์ ด่ืมแลว้ ขับ บนถนนชนบท อบต./หมูบ่ ้าน ยังเป็นปญั หาทส่ี �ำ คญั ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ คดิ เปน็ รอ้ ยละ 65 ของผูท้ ด่ี ื่มและขับขี่รถจักรยานยนตท์ ้งั หมด 2. ผลการดำ� เนนิ งานตามตวั ชวี้ ดั กระทรวงสาธารณสขุ ประจำ� ปงี บประมาณ 2559 ประเทศไทยมีการกำ�หนดเป้าหมายในการดำ�เนิน เป็นทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน (Decade of งานอบุ ัติเหตุทางถนน คือ การลดอัตราการเสยี ชีวติ จาก Action for Road Safety) อุบัติเหตุทางถนนให้ได้ไม่เกิน10 คนต่อประชากรหนึ่ง ตัวช้ีวัดเป้าหมายในการดำ�เนินงานตามตัวชี้วัด แสนคน ภายใน พ.ศ. 2563 โดยในส่วนของกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข ปีงบประมาณ 2559 ได้แก่ อัตรา สาธารณสุขได้กำ�หนดเป้าหมายการดำ�เนินงานอุบัติเหตุ การเสยี ชวี ติ จากอบุ ตั เิ หตทุ างถนนตอ่ แสนประชากรเปรยี บ ทางถนนซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศ คือ เทยี บคา่ เปา้ หมาย ปงี บประมาณ 2559 ไมเ่ กนิ 16 ตอ่ แสน อัตราการเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตในปี 2563 ลดลง ประชากร ผลการดำ�เนินงาน พบว่า อัตราการเสียชีวิตจาก ร้อยละ 50 ของอตั ราการเกดิ อบุ ตั เิ หตุและเสียชวี ติ ในปี อุบัติเหตุทางถนน ทั่วประเทศเฉล่ีย 18.97 ต่อประชากร 2553 ซึ่งเป้าหมายดังกล่าวเป็นเป้าหมายท่ีก�ำ หนดตาม แสนคน และอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าค่าเป้าหมายท้ังใน กรอบปฏิญญามอสโกท่ีกำ�หนดให้ปีพ.ศ. 2554-2563 ภาพประเทศและรายเขตสขุ ภาพ ดังแผนภาพที่ 11 53
แผนภาพท่ี 11 แสดงอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนต่อแสนประชากรเปรียบเทียบค่าเป้าหมาย ปงี บประมาณ 2559 ทมี่ า : ขอ้ มลู จากใบมรณะบัตร ส�ำ นกั นโยบายและยทุ ธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข รายงานประจ�ำ ปี 2559 4ส่วนท่ี 3. ผลงานเดน่ ดา้ นการปอ้ งกนั การบาดเจบ็ จากอบุ ตั เิ หตทุ างถนน 3.1 การขบั เคลือ่ นการป้องกันการบาดเจบ็ จากการจราจรทางถนนในเมอื งใหญ่ City RTI อุบัติเหตุจากการจราจรในเมืองใหญ่ท่ีมีประชากร หามาตรการแก้ไขรว่ มกันอย่างจริงจงั ตงั้ แต่การจดั การ อยู่อย่างหนาแน่น มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ การสอบสวนการบาดเจ็บ และการคมนาคมขนส่งมีอัตราสูงเป็นอันดับต้นๆ เพอื่ แก้จดุ เสีย่ ง การออกมาตรการแก้ไขปัญหาทต่ี รงจุด ของประเทศ การด�ำ เนนิ งานปอ้ งกนั ตอ้ งอาศยั ความรว่ ม การก�ำ หนดเปา้ หมายและพนื้ ทเี่ ขม้ ขน้ และประเมนิ ผลอ มือจากหน่วยงานทุกระดับเพื่อให้เกิดการบูรณาการจาก ยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ทีมสหสาขาและ การมีส่วนรว่ มของท้องถิ่น รว่ มกันคดิ 54
ในปงี บประมาณ 2559 นายแพทยอ์ �ำ นวย กาจนี ะ ประเด็นความร่วมมือท่ีสำ�คัญ คือ ทุกหน่วยงาน อธิบดีกรมควบคุมโรค ได้เห็นความสำ�คัญและได้ จะร่วมมือกันเป็นเครือข่ายขับเคล่ือนการดำ�เนินงาน มนี โยบายใหด้ �ำ เนนิ การขบั เคลอื่ นการปอ้ งกนั การบาดเจบ็ ป้องกันการบาดเจ็บจากการจราจรในเมืองใหญ่ (City จากการจราจรทางถนนในเมืองใหญ่ หรือเรียกว่า City Road Traffic Injury : City RTI) ส่งเสรมิ ใหม้ ีกลไก RTI เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการเดินทาง ลด การจดั การขอ้ มลู เพอื่ เฝา้ ระวงั ตดิ ตามสถานการณอ์ ยา่ ง ความสูญเสียจากการบาดเจ็บ เสียชีวิต และทรัพย์สิน ทันท่วงที (Situation Room/Control Room) ของประชาชนที่อาศัยในเมืองใหญ่ โดยบรู ณาการความ ในการจัดการความเร็ว จัดการจุดเสี่ยง และพัฒนา ร่วมมือกับกรมสง่ เสรมิ การปกครองทอ้ งถิน่ กรมป้องกนั พนื้ ทค่ี วบคมุ พเิ ศษเพ่ือเปน็ เขตจราจรปลอดภัย (Traffic และบรรเทาสาธารณภัย และนำ�ร่องในเมืองใหญ่ 7 Safety Zones) ในการใช้พ้นื ทีจ่ ราจร การส่งเสริมการ เมอื งได้แก่ เขตเทศบาลนครนครราชสมี า เทศบาลนคร สวมหมวกนิรภัย การห้ามใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับข่ี เชยี งใหม่ เทศบาลนครอดุ รธานี เทศบาลนครขอนแกน่ การหา้ มใชส้ ารเสพตดิ และเมาสรุ าขณะขบั ข่ี การจดั การ เทศบาลนครนครศรีธรรมราช เมอื งพทั ยา และเทศบาล ความปลอดภยั ในเดก็ การจดั การความปลอดภัยของรถ เมอื งเขารปู ชา้ ง ซงึ่ มกี ารลงนามบนั ทกึ ขอ้ ตกลงความรว่ ม จกั รยาน และสนบั สนนุ มาตรการองค์กรความปลอดภัย มือวันท8่ี มิถนุ ายน 2559 ทผี่ า่ นมา ทางถนน พร้อมทั้งให้การสนับสนุนเทคโนโลยี และงบประมาณในการดำ�เนินกิจกรรมตามสภาพปัญหา ของพน้ื ทพ่ี รอ้ มทง้ั เสรมิ สรา้ งศกั ยภาพของเครอื ขา่ ยงาน โดยมีเป้าหมายการดำ�เนินงานขยายแนวคิด City RTI ไปในเทศบาลนครทุกแห่งจำ�นวน 30 แห่ง รายงานประ ำจ� ีป 2559 ส่วน ่ที 4 ภายในปีงบประมาณ 2560 และขยายไปในเทศบาล เมือง 178แห่งทั่วประเทศ ภายในปี 2563 เพ่อื ใหเ้ กดิ การขับเคล่ือน City RTI ที่เห็นผลสำ�เร็จเป็นรูปธรรม อธิบดีกรมควบคุมโรคและคณะผู้บรหิ ารเขา้ พบหารอื ความร่วมมอื และด�ำ เนนิ การไดอ้ ยา่ งยง่ั ยนื ทงั้ นเี้ พอ่ื ใหบ้ รรลเุ ปา้ หมาย กับอธบิ ดีกรมสง่ เสริมการปกครองทอ้ งถ่ิน (นายจรนิ ทร์ จกั กะพาก) ลดอัตราการเสียชีวิตจากการจราจรทางถนนลงคร่งึ หน่งึ หรือร้อยละ 50 ภายในปี 2563 ตามเป้าหมายของ ทศวรรษ แหง่ ความปลอดภยั ทางถนน หอ้ ง Control room เทศบาลนครเชียงใหม่ อธบิ ดีกรมควบคมุ โรค เปน็ ประธานการประชุมเชิงปฏิบัตกิ าร อธบิ ดกี รมควบคมุ โรคและคณะผ้บู รหิ ารเขา้ พบหารือ การขบั เคล่ือนการปอ้ งกันการบาดเจบ็ จากการจราจรทางถนน การขับเคลือ่ นการดำ�เนนิ งานCity RTIกบั นายกเมอื งพัทยา ในเมืองใหญ่ (City RTI) วันท่ี 29 กรกฎาคม 2559 (นายอทิ ธพิ ล คุณปลม้ื ) 55
3.2 การขับเคลอื่ นด่านชมุ ชนสู่มาตรการชุมชนความปลอดภยั ทางถนน การขับเคลอื่ นดา่ นชุมชนส่มู าตรการชมุ ชนความปลอดภยั ทางถนน “เตรยี มชมุ ชน ไรเ้ จ็บไร้ตาย ต้องเริม่ ตง้ั แต่วนั นี”้ รายงานประจ�ำ ปี 2559 4ส่วนท่ี การขับเคลอื่ นด่านชมุ ชนสมู่ าตรการชุมชนความ องค์ประกอบสำ� คญั ในการขับเคลือ่ นดา่ นชมุ ชน ปลอดภัยทางถนน ไปสูม่ าตรการชมุ ชนความปลอดภยั ทางถนน ด่านชุมชนคือ จุดตรวจหรือจุดสกัดบนถนน ในเทศกาลปีใหม่ 2559 กรมควบคุมโรคได้ ชุมชน/อบต./หมู่บ้าน โดยความร่วมมือของผู้นำ�ชุมชน ไดด้ �ำ เนนิ การจดั ท�ำ แนวทางและสนบั สนนุ การด�ำ เนนิ ดา่ น กลุ่มอาสาสมัครต่างๆ และสมาชิกในชุมชน เพื่อสกัด ชมุ ชนในพนื้ ท่ี 20 จงั หวดั จ�ำ นวน 40 อ�ำ เภอ โดยใชห้ ลกั คนเสี่ยงป้องกันและป้องปรามการเกิดพฤติกรรมเส่ียง 3 ต.ไดแ้ ก1่ ) ต.เตรยี ม 2) ต.ตง้ั และ 3) ต.ตดิ ตามผลการ ตอ่ การเกิดอบุ ัติเหตุทางถนน ถอดบทเรยี นในพนื้ ท่ี 40 อ�ำ เภอ พบวา่ อ�ำ เภอ/ดา่ นชมุ ชน จากการถอดบทเรียนด่านชุมชนที่ประสบความ ท่ีประสบความสำ�เร็จในการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน สำ�เร็จ พบว่า ปัจจัยที่สำ�คัญ คือ การมีกระบวนการ ขั้นตอนท่ีสำ�คัญ คือ การเตรียมชุมชนเพื่อให้ชุมชนมี ทางสังคม ซ่ึงอยู่ในข้ันตอนการเตรียมชุมชนจากการ ความเข้มแข็งถ้ามีการเตรียมชุมชนที่ดี จะทำ�ให้การ มีส่วนร่วมของคนในชุมชน เพื่อให้เกิดยอมรับในการ ดำ�เนินงานข้ันตอนอ่ืนๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ปฏิบัติหน้าท่ีของผู้ปฏิบัติงานในด่านชุมชน คือการใช้ โดยมกี ระบวนการเตรียมท่ีสำ�คัญ “มาตรการชุมชน” มาขบั เคล่อื นการท�ำ งานดา่ นชมุ ชน 1. ธรรมนูญอุบัติเหตุชุมชนหรือประชาคม เพอื่ ใหก้ ารด�ำ เนนิ งานดา่ นชมุ ชนประสบความส�ำ เรจ็ และ การจัดทำ�ธรรมนูญอุบัติเหตุชุมชนหรือประชาคม ผู้นำ� มคี วามย่ังยืนตลอดทงั้ ปี ชุมชน/ฝ่ายปกครอง กำ�นัน/ผู้ ใหญ่บ้านหน่วยงาน มาตรการชุมชนความปลอดภัยทางถนน ในพน้ื ที่ ร่วมกับสมาชกิ ในชุมชน รว่ มกนั สรา้ งข้อตกลง คือ การสร้างมาตรการทางสังคม และชุมชนให้เกิด และกำ�หนดเป็นแนวทางปฏิบัติ เพ่ือความปลอดภัย วฒั นธรรมความปลอดภยั ในการด�ำ เนนิ ชวี ติ ในระดบั พนื้ ท่ี ในการจราจรท่สี มาชกิ ในชุมชนยอมรับ โดยอ�ำ เภอบรู ณาการรว่ มกบั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ 2. การประกบกลุ่มเสี่ยง การสื่อสารมาตรการ ฝา่ ยปกครองในระดบั พนื้ ท่ี หนว่ ยงานภาครฐั ภาคเอกชน เพื่อให้คนในชุมชนเข้าใจ ตระหนัก และให้ความร่วม แกนนำ�ชุมชนหมู่บ้านและภาคประชาสังคม ดำ�เนิน มือเพื่อลดแรงต้าน โดยเฉพาะการสื่อสารไปยังกลุ่ม การอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม สร้างวินัย เส่ยี ง ได้แก่ กลุม่ วยั รนุ่ , กลมุ่ ดื่มแลว้ ขับ,กล่มุ ขบั รถเร็ว ปรบั เปลย่ี นทศั นคตแิ ละปลกู จติ ส�ำ นกึ ดา้ นความปลอดภยั และผขู้ ายสุราในชุมชน โดยการประชมุ อบรมกล่มุ เสย่ี ง ทางถนน และการจัดเวทีประชาคมให้ชุมชนร่วมกัน ใช้เสียงตามสาย หรือป้ายส่อื สารมาตรการ เปน็ ต้น ก�ำ หนดกติกาหมู่บา้ นหรอื ธรรมนญู ชมุ ชนหมู่บา้ น 56
3. การต้ังด่านชุมชนเชิงรุก ในช่วงเทศกาล ผลการดำ� เนนิ งานมาตรการชุมชน/ดา่ นชมุ ชน หรือช่วงท่ีมีงานสำ�คัญในพ้ืนท่ี ผู้นำ�ชุมชน กลุ่มอาสา สงกรานต์ 2559 สมคั รตา่ งๆ และสมาชกิ ในชมุ ชน “ตงั้ ดา่ นชมุ ชนเชงิ รกุ ” ไมเ่ ฉพาะประจำ�การอยู่ท่ีตง้ั ออกมาปฏิบัติหน้าท่บี นท้อง กรมควบคุมโรคได้ ได้ดำ�เนินการจัดทำ�แนวทาง ถนน ในช่วงเวลาท่ีมีความเส่ียง เพ่ือป้องปรามคนใน และสนับสนุนการด�ำ เนินดา่ นชุมชนในพ้ืนท่ี 20 จงั หวัด ชมุ ชนทมี่ พี ฤตกิ รรมเสยี่ ง และไม่ใหอ้ อกสถู่ นนใหญ่ และ จ�ำ นวน 40 อ�ำ เภอ โดยใชห้ ลกั 3 ต.ได้แก่ 1) ต.เตรยี ม หากมกี �ำ ลงั เพยี งพอควรจดั ใหม้ ชี ดุ เคลอ่ื นทตี่ ระเวนตรวจ 2) ต.ตัง้ และ 3) ต.ติดตามสรปุ ผลการดำ�เนินงานด่าน ตราในพน้ื ท่ี เพอ่ื ความครอบคลมุ พน้ื ทมี่ ากขน้ึ และควรมี ชมุ ชนเทศกาลสงกรานต์ 2559 ในพน้ื ที่ 40 อ�ำ เภอพบวา่ เจา้ หนา้ ทฝ่ี า่ ยปกครอง/ต�ำ รวจ/ทหาร เปน็ ก�ำ ลงั สนบั สนนุ มีด่านชุมชนท้ังหมด 927 ด่าน มีจำ�นวนผู้ปฏิบัติงาน การดำ�เนินการตั้งดา่ นชมุ ชน จำ�นวน 4,560 คน มีจำ�นวนรถจักรยานยนต์ผ่านด่าน 427,937 คัน มีจำ�นวนรถยนต์ผ่านด่าน 599,581 คัน จำ�นวนผูม้ พี ฤตกิ รรมเสีย่ ง 114,706 คน จ�ำ นวนคนท่ีได้ ตักเตือนพฤติกรรมเส่ียง 65,503 คน และจำ�นวนครั้ง ของการเกิดอุบัติเหตุ 455 ครั้ง โดยมีรายละเอียด ตารางที่ 11 ดงั นี้ ตารางท่ี 11 แสดงจำ�นวนและรอ้ ยละของผูม้ ีพฤตกิ รรมเสีย่ งทีผ่ า่ นดา่ นชมุ ชน พฤติกรรมเสี่ยง จ�ำ นวน รอ้ ยละ รายงานประ ำจ� ีป 2559 ส่วน ่ที 4 ไม่สวมหมวกนิรภยั 81,860 คน 71.37 เมาแล้วขับ 2,960 คน 2.58 ขับรถเร็ว 26,823 คน 23.38 อ่ืนๆ เชน่ ขับรถยอ้ นศร, ไม่คาดเข็มขดั นิรภยั 30,63 คน 2.67 จ�ำ นวนคนที่ได้ตกั เตอื นพฤตกิ รรมเสี่ยง 65,503 คน 57.11 การด�ำ เนนิ งานมาตรการชมุ ชนในพน้ื ท่ี 40 อ�ำ เภอ ในสงกรานต์ 2558 ลดลงเปน็ 1,968 ในสงกรานต์ 2559 มที �ำ การประชาคมหมบู่ า้ นหรอื ธรรมนญู หมบู่ า้ นทชี่ ดั เจน โดยในถนนชนบทมีแนวโน้มลดลงจาก 461 คน ในปี รอ้ ยละ 50.20 มกี ารมกี ารประกบกลมุ่ เสยี่ งและการสอ่ื สาร 2555 ลดลงเป็น 329 คน ในปี 2559 พจิ ารณาเฉพาะผู้ มาตรการ และให้คนในชุมชนรับทราบมาตรการ รอ้ ยละ บาดเจบ็ ทด่ี ม่ื สรุ ามแี นวโนม้ ลดลงจากรอ้ ยละ 34.05 ในปี 65.71 และมีการเตรียมทีมผู้ปฏิบัติประจำ�ด่านชุมชน 2555 เปน็ 26.37 ในปี 2559 และพจิ ารณาในกลมุ่ ผขู้ บั ข่ี ช้ีแจงทำ�ความเข้าใจ และซักซ้อมวิธีปฏิบัติงานเชิงรุก และซอ้ นทา้ ยรถจกั รยานยนตแ์ ละดมื่ สรุ าบนถนนชนบท/ หรือเคล่ือนที่เพื่อความเข้มแข็งเอาจริงเอาจัง ร้อยละ อบต./หมูบ่ ้าน พบว่า กลมุ่ อายุ 15-19 ปี มีจ�ำ นวนลดลง 68.98 20 คน จากสงกรานต์ 2555 - 2558 มจี �ำ นวนเฉลย่ี 77 คน ผลการดำ�เนินงานมาตรการชุมชน/ด่านชุมชน เหลือ 47 คนในปี 2559 สงกรานต์ 2559จำ�นวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเทศกาล และสามารถขยายแนวคิดด่านชุมชน/มาตรการ สงกรานต์ 2555-2559 ในพ้ืนที่ 40 อำ�เภอ พบว่า ชุมชนไปท่ัวประเทศผ่านศูนย์อำ�นวยการความปลอดภัย มีจำ�นวนผู้บาดเจ็บลดลงร้อยละ 8.59 จาก 2,153 ทางถนน จากรายงานศูนย์อำ�นวยการความปลอดภัย 57
รายงานประจ�ำ ปี 2559 4ส่วนท่ี ทางถนน พบวา่ ในเทศกาลสงกรานต์ 2559 มดี า่ นชมุ ชน ทรี่ ว่ มมอื รว่ มใจด�ำ เนนิ งานดา่ นชมุ ชนจนเปน็ ผลอยา่ งเปน็ เฉลยี่ 17,090 ดา่ น/วนั มจี �ำ นวนผปู้ ฏบิ ตั งิ านในดา่ นชมุ ชน รูปธรรม และสามารถขยายแนวทางมาตรการชุมชน/ เฉลย่ี 107,828 คน/วนั สดุ ทา้ ยกรมควบคมุ โรค ขอขอบคณุ ด่านชมุ ชนไปทว่ั ประเทศและมีความตอ่ เนือ่ งยงั่ ยืน ผู้ปฏิบัติงานในพ้ืนท่ี 20 จังหวัดจำ�นวน 40 อำ�เภอ แผนภาพที่ 12 จ�ำ นวนผบู้ าดเจบ็ และเสยี ชวี ติ ทดี่ มื่ สรุ า แผนภาพท่ี 13 รอ้ ยละของผบู้ าดเจ็บและเสยี ชวี ิต ในพน้ื ท่ี 40 อ�ำ เภอ เปรยี บเทยี บสงกรานต์ 2555-2559 ทดี่ ม่ื สรุ าใน 40 อำ�เภอ เปรียบเทียบสงกรานต์ 2555-2559 ทมี่ า : ข้อมูลสถิติอุบตั เิ หตุทางถนน เทศกาลสงกรานต์ ปี 2555- 2559 กระทรวงสาธารณสุข 58
4. การดำ� เนนิ งานโครงการปอ้ งกนั การบาดเจบ็ จากอบุ ตั เิ หตทุ างถนน รายงานประ ำจ� ีป 2559 ส่วน ่ที 4 ภายใตแ้ ผนปฏบิ ตั ริ าชการ กรมควบคมุ โรคประจำ� ปงี บประมาณ พ.ศ. 2559 สำ�นกั โรคไมต่ ดิ ตอ่ ไดม้ ีการดำ�เนนิ งาน จำ�นวน 4 โครงการ ดงั น้ี 1. โครงการขบั เคลอ่ื นการป้องกันการบาดเจ็บจากการจราจรทางถนนในเมอื งใหญ่ (Big City) ยุทธศาสตร์ท่ี 1 : สร้างความรว่ มมือและสนบั สนุนภาคีเครอื ขา่ ยภายในประเทศและนานาชาติ งบประมาณที่ใช้ : 500,000 บาท วัตถุประสงค์ : 1) เพอื่ ชแี้ จงนโยบายการด�ำ เนนิ งานปอ้ งกนั การบาดเจบ็ จากการจราจร และแนวทางการด�ำ เนนิ งานปอ้ งกนั การบาด เจบ็ จากการจราจรในเมืองใหญ่ 2) เพ่ือลงพ้ืนท่ีสนับสนุนการจัดการข้อมูล และวางแผนการขับเคล่ือนการดำ�เนินงานป้องกันการบาดเจ็บจากการ จราจรทางถนนและ บันทึกความร่วมมอื การขับเคลอื่ นการด�ำ เนนิ งานป้องกันอบุ ตั ิเหตทุ างถนน ผลการด�ำ เนนิ งาน : มีการปฏบิ ตั ิการสอบสวนและวเิ คราะห์ขอ้ มลู จากห้อง Control Room เพือ่ ใชป้ ระโยชน์ในการป้องกนั การบาด เจบ็ จากการจราจรในเมืองใหญ่และขบั เคลื่อนการด�ำ เนินงานป้องกนั อุบตั เิ หตุทางถนนในเขตเมืองใหญ่ (City RTI) 2. โครงการป้องกันและลดการตายจากอบุ ัตเิ หตทุ างถนนในทศวรรษแหง่ ความปลอดภยั ทางถนน ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 1 : สรา้ งความร่วมมอื และสนับสนนุ ภาคเี ครอื ขา่ ยภายในประเทศและนานาชาติ งบประมาณท่ีใช้ : 1,960,000 บาท วตั ถปุ ระสงค์ : 1) เพื่อพัฒนางานและติดตามประเมินผลการดำ�เนินงานของพ้ืนท่ี ภายใต้โครงการป้องกันและลดการตายจาก อบุ ัติเหตทุ างถนนในทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน 2) เพอื่ สรปุ บทเรยี นผลการด�ำ เนนิ งานปอ้ งกนั การบาดเจบ็ จากอบุ ตั เิ หตทุ างถนนชว่ งเทศกาลปใี หม่ 2559 และก�ำ หนด แนวทางการดำ�เนินงานในระยะตอ่ ไป 3) เพ่ือกำ�หนดมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนของกระทรวงสาธารณสุข จากนโยบายของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป้าหมายสำ�คัญในปี 2559 ข้อที่ 5 ป้องกันควบคุมการบาดเจ็บ จากอุบัติเหตุทางถนน ซ่ึงกระทรวงสาธารณสุขได้กำ�หนดเป็นตัวชี้วัดของกระทรวงสาธารณสุข คือ “ลด การตายจากอุบัติเหตุทางถนนลง ไม่เกิน 16 ต่อประชากรแสนคน” ในปี 2559 และเพ่ือให้บรรลุ เป้าหมาย โดยกำ�หนดมาตรการเน้นหนัก 4 มาตรการ คือ มาตรการด้านการจัดการข้อมูลมาตรการด้านการ ปอ้ งกัน มาตรการด้านการรกั ษา มาตรการดา้ นการบริหารจดั การและโครงสร้าง ซึ่งกำ�หนดเป้าหมายในช่วง 3 เดอื น Quick win มี 3 เรอ่ื ง คือ 1.1 การบูรณาการฐานขอ้ มลู ใหม้ ีการ sign MOU ระหว่าง สาธารณสุข ตำ�รวจ บรษิ ทั กลางฯ และมหาดไทย 1.2 การแก้ไขจุดเสี่ยง 5 จุดต่อไตรมาส โดยไตรมาสแรกให้เสรจ็ ส้นิ ก่อนเทศกาลปใี หม่ 1.3 การจดั ตงั้ Trauma & Emergency Administration Unit ในโรงพยาบาลระดับ A S M1 59
รายงานประจ�ำ ปี 2559 4ส่วนท่ี ผลการด�ำ เนินงาน : 1) มีการสนับสนนุ อุปกรณส์ ำ�หรับดำ�เนนิ งานด่านชุมชน และพัฒนาศกั ยภาพบุคลากรท่ีเก่ียวข้อง เพือ่ เตรียมความ พรอ้ มใหส้ ามารถด�ำ เนินงานดา่ นชุมชนชว่ งเทศกาลได้ 2) ผลการด�ำ เนินงานบรรลุเปา้ หมายตามมาตรการเนน้ หนัก 4 มาตรการของกระทรวงสาธารณสุข คอื มาตรการ ด้านการจัดการข้อมูลมาตรการด้านการป้องกัน มาตรการด้านการรักษา มาตรการด้านการบริหารจัดการและ โครงสร้าง 3) ไดพ้ ืน้ ทตี่ น้ แบบ (3 พ้ืนท)่ี ทถ่ี อดบทเรยี นการด�ำ เนินงานใน เพ่อื ขับเคล่ือนนโยบายการปอ้ งกนั และลดการตาย จากอบุ ัตเิ หตุทางถนนในทศวรรษแห่งความปลอดภยั ทางถนน 3. โครงการพฒั นาการใชป้ ระโยชนจ์ ากขอ้ มลู เฝา้ ระวงั และการสอบสวนการบาดเจบ็ จากอบุ ตั เิ หตทุ างถนนไปสู่ การขบั เคลื่อนการควบคมุ ปอ้ งกันการบาดเจ็บและมาตรการชุมชน ยุทธศาสตรท์ ี่ 1 : สรา้ งความรว่ มมอื และสนบั สนุนภาคเี ครือข่ายภายในประเทศและนานาชาติ งบประมาณที่ใช้ : 1,484,294 บาท วัตถปุ ระสงค์ : เพอื่ พฒั นาศกั ยภาพเจา้ หนา้ ทที่ เ่ี กย่ี วขอ้ งของอ�ำ เภอเสยี่ งสงู ใหส้ ามารถใชป้ ระโยชนข์ อ้ มลู ในการจดั ท�ำ แผนและ ขบั เคลอื่ นมาตรการชมุ ชนปอ้ งกนั อบุ ตั เิ หตุในพน้ื ท่ี โดยใชห้ ลกั 5 ส. และเตรยี มความพรอ้ มในการตง้ั ดา่ นชุมชนช่วง เทศกาลปใี หม่และสงกรานตป์ ี 2559 ผลการดำ�เนนิ งาน : ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับความรู้และมีความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายการป้องกันและลดอัตราตายจากอุบัติเหตุทาง ถนนของกระทรวงสาธารณสขุ การขบั เคลอ่ื นงานปอ้ งกนั อบุ ตั เิ หตทุ างถนน โดยใชก้ ระบวนการ 5 ส. รวมทง้ั ใชป้ ระโยชน์ จากข้อมูลเฝ้าระวังและการสอบสวนการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนไปสู่การขับเคลื่อนการควบคุมป้องกันการบาด เจ็บ มาตรการชมุ ชน และแนวทางปฏิบตั ิหลัก 3 ต. ต้งั ดา่ นชุมชน สกดั จุดเส่ยี ง เล่ียงอบุ ัติเหตุ ซึ่งบรรลวุ ัตถุประสงค์ ที่ต้ังไว้ 4. โครงการผลติ สือ่ เพือ่ สนบั สนุนการดำ�เนนิ งานป้องกนั การบาดเจ็บ ปี 2559 ยทุ ธศาสตร์ท่ี 1 : สร้างความร่วมมอื และสนบั สนุนภาคเี ครือขา่ ยภายในประเทศและนานาชาติ งบประมาณท่ีใช้ : 3,450,000 บาท วตั ถปุ ระสงค์ : 1) เพอ่ื ผลิตสอ่ื สนบั สนนุ การด�ำ เนินงานป้องกนั การบาดเจบ็ จากอบุ ตั เิ หตทุ างถนน 2) เพอื่ ผลิตส่ือสนบั สนุนการดำ�เนินงานปอ้ งกันการจมน้าํ ผลการด�ำ เนินงาน : ไดส้ อื่ สนบั สนนุ การด�ำ เนนิ งานปอ้ งกนั การบาดเจบ็ เพอ่ื ใชป้ ระชาสมั พนั ธ์ใหก้ บั ประชาชน และหนว่ ยงานในพน้ื ท่ี ได้นำ�ไปใชเ้ ผยแพรต่ ่อไป 60
รายงานประ ำจ� ีป 2559 สว นที่ 5 สถานการณ และผลการดำเนนิ งานปอ งกนั การบาดเจบ็ จากสาเหตอุ น่ื ๆ 61
สถานการณ์และผลการดำ� เนนิ งานปอ้ งกัน การบาดเจ็บจากสาเหตุอนื่ ๆ 1. สถานการณแ์ ละผลการดำ� เนนิ งานปอ้ งกนั การตกนำ�้ จมนำ้� ของเดก็ อายตุ ำ่� กวา่ 15 ปี 1.1 สถานการณก์ ารตกน้ํา จมน้าํ ของเดก็ อายุตำ่ �กวา่ 15 ปี ในประเทศไทยปี พ.ศ. 2558 รายงานประจ�ำ ปี 2559 5ส่วนท่ี การจมน้ําเป็นสาเหตุนำ�ของการเสียชีวิตจาก อัตราป่วยตาย (Case Fatality Rate) สาเหตกุ ารบาดเจ็บ (Injury) โดยทว่ั โลกพบวา่ ในแตล่ ะ จากการจมน้ํา เท่ากับร้อยละ 31.9 ลดลงมากกว่าใน ปีมคี นจมนํา้ เสยี ชวี ิตสูงถึง 372,000 คน คนท่ีจมนํา้ เสีย ช่วงปีท่ีผ่านมา (6) กลุ่มประชากรเด็กอายุต่ํากว่า 15 ปี ชวี ติ มากกว่าร้อยละ 50 อยู่ในกลุม่ อายุตํ่ากวา่ 25 ปี มีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 21.9 เมื่อจำ�แนกเป็นรายกลุ่ม ทั้งน้ีในกลุ่มเด็กอายุต่ํากว่า 15 ปีพบว่าการจมน้ําเป็น อายุพบว่า ก่อนปี พ.ศ. 2558 กลุ่มอายุ 5 - 9 ปีมี สาเหตกุ ารเสยี ชวี ติ อนั ดบั ท่ี 3 (เสยี ชวี ิตปีละ 140,219 อัตราการเสียชีวิตต่อประชากรเด็กแสนคนสูงที่สุด คน) รองจากโรคเยอื่ หมุ้ สมองอกั เสบ (Meningitis) และ รองลงมาคอื เดก็ อายตุ ่ํากวา่ 5 ปี แต่ในปี พ.ศ. 2558 เอดส์ (HIV) (1) พบวา่ กลุม่ เด็กอายตุ าํ่ กวา่ 5 ปี มีอตั ราการเสียชวี ติ ตอ่ สำ�หรับประเทศไทยในกลุ่มเดก็ อายุตา่ํ กว่า 15 ปี ประชากรเดก็ แสนคนสงู ทสี่ ดุ เทา่ กบั 6.9 (แผนภาพที่ 15) การจมน้ําเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งเม่ือเทียบ เพศชายมีอตั ราการเสยี ชวี ติ จากการตกนาํ้ จมนา้ํ สงู กว่า กับทุกสาเหตุทั้งโรคติดเช้ือและโรคไม่ติดเชื้อ (2 - 4) เพศหญิงประมาณ 2 เทา่ ตวั ช่วงเดอื นเมษายนเปน็ ช่วง แนวโน้มการเสียชีวิตจากการจมน้ําของเด็กอายุต่ํากว่า ทม่ี เี ดก็ จมนาํ้ เสยี ชวี ติ มากทส่ี ดุ รองลงมาคอื มนี าคม และ 15 ปี ค่อยๆ ลดลงอย่างตอ่ เนื่อง ต้ังแตป่ ลายปี พ.ศ. พฤษภาคม ซ่ึงช่วงดังกลา่ วเปน็ ชว่ งปิดภาคการศึกษา (5) 2549 ท่ีกรมควบคุมโรคเร่มิ ดำ�เนินการทำ� Intervention โดยจากเดิม (ก่อนปี พ.ศ. 2549) มีเด็กเสียชีวิตจาก การจมนํา้ เฉลย่ี ปีละ 1,500 คน หรืออัตราการเสียชีวิต ตอ่ ประชากรเดก็ แสนคนอยู่ในช่วง 9.1 - 11.5 แต่ใน ปี พ.ศ. 2558 พบวา่ การเสยี ชวี ติ จากการจมน้าํ ของเด็ก อายตุ าํ่ กวา่ 15 ปี เทา่ กบั 701 คน หรอื มอี ตั ราการเสยี ชวี ติ ตอ่ ประชากรเดก็ แสนคนเท่ากับ 5.9 (5) (แผนภาพท่ี 14) ซ่งึ ลดลงกวา่ ร้อยละ 50 (แผนภาพท่ี 14) (1) The Global Report on Drowning. World Health Organization; 2014. (2) สถานการณก์ ารตกนํา้ จมนํา้ ของเดก็ ในประเทศไทย. สำ�นักโรคไม่ตดิ ตอ่ กรมควบคุมโรค; 2552. (3) จ�ำ นวน ร้อยละ และอัตราการเสยี ชวี ติ จากการบาดเจบ็ พ.ศ. 2546 - 2558. สำ�นกั โรคไมต่ ิดตอ่ กรมควบคุมโรค; 2559. (4) ทบทวนวรรณกรรมการจมน้ําของเด็ก. สำ�นักโรคไมต่ ิดตอ่ กรมควบคุมโรค; 2550. (5) จ�ำ นวนและอัตราการเสียชีวติ จากการจมน้าํ พ.ศ. 2549 - 2558. สำ�นกั นโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสขุ ; 2559. 62
แผนภาพท่ี 14 จำ�นวนและอตั ราการเสียชวี ิตตอ่ ประชากร 100,000 คน ของเดก็ อายุต่าํ กว่า 15 ปี จากการตกนํ้า จมนํ้า ประเทศไทย ปี พ.ศ. 2542 – 2558 (ค.ศ. 1999 – 2015) ท่ีมา : ข้อมลู มรณบตั ร. สำ�นกั นโยบายและยุทธศาสตร์ ส�ำ นักงานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ วเิ คราะห์ : สำ�นกั โรคไมต่ ดิ ตอ่ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แผนภาพที่ 15 อัตราการเสียชีวิตต่อประชากร 100,000 คน ของเด็กอายุต่ํากว่า 15 ปี จากการตกน้ํา จมน้ํา ประเทศไทย จ�ำ แนกตามกลุ่มอายุ ปี พ.ศ. 2546 – 2558 (ค.ศ. 2003 – 2015) รายงานประ ำจ�ปี 2559 ่สวน ่ที 5 ท่ีมา : ข้อมูลมรณบตั ร. สำ�นักนโยบายและยทุ ธศาสตร์ ส�ำ นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ วเิ คราะห์ : สำ�นักโรคไม่ติดตอ่ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข 63
ปัจจยั ทเ่ี กย่ี วข้อง รายงานประจ�ำ ปี 2559 5ส่วนท่ี จากขอ้ มลู การเฝา้ ระวงั ในชว่ งปดิ เทอมและขอ้ มลู (ร้อยละ 39.2) รองลงมาคืออ่างอาบน้ํา (ร้อยละ การสอบสวน พบวา่ กล่มุ เดก็ เล็ก สว่ นใหญม่ กั เกดิ จาก 6.8) และสระวา่ ยนาํ้ (รอ้ ยละ 2.7) ส่วนการเข้าถึงการ การเผอเรอของผปู้ กครอง/ผดู้ แู ลเดก็ ทมี่ กั จะคดิ วา่ แหลง่ รักษาพยาบาลพบว่าเด็กอายุต่ํากว่า 15 ปี ท่ีบาดเจ็บ นาํ้ ดงั กลา่ วไมม่ คี วามเสยี่ งตอ่ เดก็ และไปท�ำ กจิ กรรมบาง รุนแรงจากการตกนํ้าจมนํ้าถูกนำ�ส่งโดยญาติหรือผู้เห็น อยา่ งเพยี งระยะเวลาสนั้ เชน่ เขา้ หอ้ งนา้ํ ท�ำ กบั ขา้ ว สว่ น เหตุการณ์มากท่ีสุด ร้อยละ 49.5 รองลงมาคือหน่วย ในกลมุ่ เดก็ โตอายมุ ากกกวา่ 5 ปี สว่ นใหญเ่ กดิ จากการ บรกิ ารการแพทย์ฉกุ เฉิน รอ้ ยละ 47.3 (6) ชวนกันไปเลน่ นํา้ และเด็กมกั จะจมน้ําเสยี ชีวติ พรอ้ มกัน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอัตราการเสียชีวิตสูง ครัง้ ละหลายๆ คน เนือ่ งจากเดก็ ไมร่ ู้วิธกี ารเอาชวี ติ รอด ทส่ี ุด รองลงมาคือ ภาคใต้ ภาคกลาง (ไมร่ วม กทม.) ในนํ้าและวิธีการช่วยเหลือท่ีถูกต้องจึงมักกระโดดลงไป และภาคเหนอื โดยมอี ตั ราการเสยี ชวี ติ ตอ่ ประชากรแสน ชว่ ยคนท่ีตกนํ้า คน เทา่ กบั 7.1, 6.0, 5.9 และ 5.2 ตามลำ�ดบั (5) (ขอ้ มลู ทั้งนี้จากการศึกษาของสำ�นักโรคไม่ติดต่อ กรม มรณบตั ร ปพี .ศ. 2558) เมอื่ จ�ำ แนกการเสยี ชวี ติ เปน็ ราย ควบคมุ โรค ปี พ.ศ. 2556 พบวา่ เดก็ ไทยอายตุ าํ่ กวา่ 15 ปี จังหวัดโดยใช้ฐานขอ้ มลู ปี พ.ศ. 2558 พบวา่ จงั หวัดใน ว่ายนํา้ เปน็ ร้อยละ 23.7 และวา่ ยน้าํ เพ่อื เอาชวี ิตรอดได้ เขตพื้นที่เสี่ยงมาก (พื้นที่สีแดง) อัตราการเสียชีวิตต่อ (มคี วามรู้เร่ืองความปลอดภยั ทางนา้ํ ทกั ษะการเอาชวี ิต ประชากรแสนคนมากกวา่ หรอื เทา่ กบั 7.5 หรอื จ�ำ นวนคน รอด และทักษะการช่วยเหลือ) เพยี งร้อยละ 4.4 (7) และ เสยี ชวี ติ ตง้ั แต่ 20 คนขนึ้ ไปมจี �ำ นวน 23 จงั หวดั จงั หวดั จากการสำ�รวจการใช้เสื้อชูชีพของสำ�นักโรคไม่ติดต่อ ในเขตพน้ื ทเ่ี สยี่ งปานกลาง (พนื้ ทส่ี เี หลอื ง) อตั ราการเสยี กรมควบคุมโรค ในปี พ.ศ. 2558 พบวา่ ประเทศไทย ชีวติ ต่อประชากรเดก็ แสนคนเทา่ กบั 5 - 7.4 มีจำ�นวน ยงั มีการใช้ค่อนข้างตํา่ ในกลุ่มเด็กมีการสวมเสือ้ ชชู พี ที่ 28 จังหวัด และจังหวัดในเขตพ้ืนที่เส่ียงน้อย (พ้ืนที่สี ถูกตอ้ ง รอ้ ยละ 6.0 ขณะท่ีในทุกกลมุ่ อายุมีเพยี งรอ้ ยละ เขียว) อัตราการเสียชีวิตต่อประชากรเด็กแสนคนน้อย 4.2 ทมี่ ีการสวมเสื้อชูชพี ทถ่ี กู ตอ้ ง (8) กวา่ 5 มจี �ำ นวน 26 จงั หวดั จากขอ้ มลู ระบบเฝา้ ระวงั การบาดเจบ็ (Injury Sur- เมอ่ื เปรยี บเทยี บกบั ฐานขอ้ มลู ปี พ.ศ. 2556 - 2558 veillance) ของโรงพยาบาลเครอื ขา่ ยขนาดใหญ่ จ�ำ นวน พบวา่ จงั หวดั ในพน้ื ทเ่ี สย่ี งมากลดลงอยา่ งชดั เจน (ภาพท่ี 3) 33 แหง่ ของส�ำ นักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ในปี ทงั้ นเ้ี มอื่ จ�ำ แนกเปน็ รายจงั หวดั พบวา่ ปี พ.ศ.2558 จงั หวดั พ.ศ. 2558 พบวา่ สถานทที่ เี่ ดก็ ตกนาํ้ จมนา้ํ อยทู่ บ่ี า้ นและ ที่มีทั้งจำ�นวนและอัตราการเสียชีวิตต่อประชากรเด็ก บรเิ วณบา้ นสงู ท่ีสดุ (รอ้ ยละ 36.6) แหล่งนํา้ ที่มเี ด็กเสีย แสนคนสูงทส่ี ดุ 10 อันดบั แรก ได้แก่ สรุ ินทร์ บรุ ีรัมย์ ชีวติ จากการตกนํา้ จมน้ําสูงทส่ี ุดคือ แหลง่ น้าํ ธรรมชาติ เพชรบรู ณ์ ปตั ตานี (ตารางท่ี 12 และ ตารางท่ี 13 ) (5) จ�ำ นวนและอตั ราการเสยี ชีวิตจากการจมนํ้า พ.ศ. 2549 - 2558. ส�ำ นักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสขุ ; 2559. (6) การเฝา้ ระวงั การบาดเจบ็ ระดับชาติ (Injury Surveillance System: IS) ปี พ.ศ. 2550 - 2558. ส�ำ นกั ระบาดวทิ ยา กรมควบคมุ ; 2559. (7) แนวทางประเมินผกู้ อ่ การดี (Merit Maker) การด�ำ เนนิ งานป้องกนั การจมนา้ํ (ฉบบั ปรับปรงุ ). ส�ำ นกั โรคไมต่ ิดต่อ กรมควบคุม โรค; 2558. (8) กา้ วแรก...ผกู้ อ่ การดี ปอ้ งกนั การจมนาํ้ (Merit Maker… Drown No More). ส�ำ นักโรคไมต่ ดิ ต่อ กรมควบคุมโรค; 2558. (9) สรุปผลการดำ�เนนิ งานผกู้ อ่ การดี ป้องกนั การจมนา้ํ (Merit Maker). ส�ำ นักโรคไม่ติดตอ่ กรมควบคุมโรค; 2559. 64
แผนภาพที่ 16 เปรยี บเทยี บการเสยี ชวี ติ จากการจมนาํ้ ของเดก็ อายตุ า่ํ กวา่ 15 ปี ในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2556 - 2558 จ�ำ แนกตามเขตพ้ืนทเี่ ส่ยี ง ที่มา : ขอ้ มลู มรณบตั ร. สำ�นักนโยบายและยทุ ธศาสตร์ สำ�นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตารางที่ 12 จงั หวดั ทม่ี อี ตั ราการเสยี ชวี ติ ตอ่ ประชากร 100,000 คนจากการจมนา้ํ ของเดก็ อายตุ า่ํ กวา่ 15 ปี สงู ทส่ี ดุ 10 อันดบั แรก ปี พ.ศ. 2556 - 2558 อันดับ ปี พ.ศ. 2556 ปี พ.ศ. 2557 ปี พ.ศ. 2558 รายงานประ ำจ�ปี 2559 ่สวน ่ที 5 จังหวัด จ�ำ นวน จงั หวัด จ�ำ นวน จังหวดั จ�ำ นวน 1 สระแกว้ 24.7 ตราด 14.3 ตราด 14.5 2 ประจวบครี ีขันธ์ 17.9 สรุ นิ ทร์ 14.2 หนองบวั ลำ�ภู 13.5 3 พงั งา 16.7 อดุ รธานี 13.7 สงิ หบ์ รุ ี 12.0 4 อุตรดิตถ์ 15.6 สระแกว้ 13.4 สรุ ินทร์ 11.9 5 ฉะเชงิ เทรา 15.3 ภูเก็ต 13.3 เพชรบรู ณ์ 11.8 6 สรุ ินทร์ 14.3 เพชรบุรี 13.3 ปตั ตานี 11.3 7 มุกดาหาร 13.2 พงั งา 13.1 ระนอง 10.8 8 พิษณุโลก 12.9 พจิ ิตร 12.6 เลย 10.4 9 สมทุ รสงคราม 12.7 ประจวบครี ขี นั ธ์ 12.0 ประจวบครี ีขนั ธ์ 10.0 10 ศรีสะเกษ 12.5 จันทบรุ ี 11.5 บุรีรมั ย์ 10.0 ทม่ี า : ขอ้ มลู มรณบตั ร. สำ�นกั นโยบายและยุทธศาสตร์ ส�ำ นกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสุข 65
ตารางท่ี 13 จงั หวดั ท่ีมีจำ�นวนการเสยี ชีวิตจากการจมนํ้าของเดก็ อายุตํ่ากวา่ 15 ปี สูงที่สดุ 10 อันดบั แรก ปี พ.ศ. 2556 - 2558 อันดับ ปี พ.ศ. 2556 ปี พ.ศ. 2557 ปี พ.ศ. 2558 จงั หวดั จ�ำ นวน จงั หวัด จ�ำ นวน จงั หวัด จ�ำ นวน 1 สรุ ินทร์ 40 อุดรธานี 41 สุรินทร์ 32 2 นครราชสมี า 36 สุรนิ ทร์ 39 บรุ รี ัมย์ 31 3 ศรสี ะเกษ 36 อุบลราชธานี 39 นครราชสมี า 31 4 บุรรี มั ย์ 34 นครราชสมี า 23 อดุ รธานี 23 5 อบุ ลราชธานี 31 ชลบุรี 22 อบุ ลราชธานี 23 6 สระแกว้ 28 ร้อยเอด็ 22 เพชรบูรณ์ 21 7 สุราษฎร์ธานี 25 สกลนคร 22 ปัตตานี 21 8 กรุงเทพมหานคร 23 กรงุ เทพมหานคร 21 นครศรธี รรมราช 20 9 ขอนแก่น 22 ศรีสะเกษ 19 ชลบุรี 18 10 สงขลา 22 สงขลา 19 ขอนแก่น 18 ที่มา : ข้อมูลมรณบัตร. สำ�นักนโยบายและยทุ ธศาสตร์ ส�ำ นกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ รายงานประจ�ำ ปี 2559 5ส่วนท่ี 66
1.2 ผลการดำ�เนินงานตามตัวช้วี ดั กระทรวงสาธารณสขุ ประจำ�ปงี บประมาณ 2559 กระทรวงสาธารณสุขได้กำ�หนดเป้าหมายการ ผลการด�ำ เนนิ งานเปรยี บเทยี บคา่ เปา้ หมาย พบวา่ ป้องกันการเสียชีวิตจากการจมนํ้าของเด็กอายุตํ่ากว่า ปี 2559 อัตราการเสียชีวิตจากการจมนํ้าของเด็ก 15 ปี ภายใน พ.ศ. 2563 ไมเ่ กิน 3.5 ตอ่ ประชากรเดก็ อายุตา่ํ กวา่ 15 ปี เฉลย่ี 5.64 ต่อประชากรแสนคนตา่ํ อายุตํ่ากว่า 15 ปี แสนคน ปีงบประมาณ 2559 ตัว กว่าค่าเป้าหมาย ส่วนรายเขตสุขภาพพบว่าต่ํากว่า ช้ีวัดเป้าหมายในการดำ�เนินงานตามตัวชี้วัดกระทรวง ค่าเป้าหมาย 6 เขต และสูงกว่าค่าเป้าหมาย 6 เขต สาธารณสุข ไดแ้ ก่ อตั ราการเสยี ชีวิตจากการจมนา้ํ ของ ดังแผนภาพท่ี 17 เดก็ อายตุ ํา่ กวา่ 15 ปี ไม่เกิน 6.5 ต่อแสนประชากรเด็ก อายุตา่ํ กวา่ 15 ปี แผนภาพท่ี 17 แสดงอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนต่อแสนประชากรเปรียบเทียบค่าเป้าหมาย ปีงบประมาณ 2559 ทมี่ า : สำ�นักนโยบายและยทุ ธศาสตร์ สำ�นกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสุข รายงานประ ำจ�ปี 2559 ่สวน ่ที 5 67
1.3 ผลงานเด่นดา้ นการป้องกนั การจมนำ้ �ในเด็ก 1.3.1 สร้างทีมผกู้ อ่ การดี (Merit Maker) ป้องกันการจมน้ํา...ประชาชนได้ประโยชน์ การดำ�เนินการในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก การให้ความรู้ การ อย่างไร… เรียนการสอนหลักสูตรว่ายนํ้าเพ่ือเอาชีวิตรอด การสอน เหต.ุ .. ฝึกปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) การสื่อสาร ทั่วโลก การจมน้ําเป็นสาเหตุนำ�ของการเสียชีวิต ประชาสัมพันธ์ และการศึกษาวิจัยหรือติดตามประเมินผล จากสาเหตกุ ารบาดเจบ็ (Injury) โดยพบวา่ ในแตล่ ะปมี เี ดก็ ซง่ึ จะเหน็ วา่ แตล่ ะองคป์ ระกอบของผกู้ อ่ การดี คอื มาตรการ อายตุ า่ํ กวา่ 15 ปเี สยี ชวี ติ จากการจมนา้ํ ปลี ะ 140,219 คน ปอ้ งกันการจมนํ้าที่สำ�คัญ การจมนาํ้ เปน็ สาเหตกุ ารเสยี ชวี ติ อนั ดบั หนง่ึ ของเดก็ ไทย ประชาชน...ได้ อายตุ า่ํ กวา่ 15 ปี ชว่ ง 10 ปที ผ่ี า่ นมา (ปี พ.ศ. 2549 - 2558) ภายหลังจากท่ีสำ�นักโรคไม่ติดต่อดำ�เนินการทำ� เด็กไทยเสียชวี ติ จากการจมน้ําแล้วเกอื บ 11,000 คน Intervention ตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2549 พบว่า แนวโน้ม กำ�ลัง...ท�ำ การเสียชีวิตจากการจมน้ําของเด็กอายุต่ํากวา่ 15 ปี ลดลง จากปัญหาดังกล่าว สำ�นักโรคไม่ติดต่อ กรม อย่างต่อเน่ือง โดยจากเดิม (ก่อนปี พ.ศ. 2549) มีเด็ก ควบคมุ โรค ได้เรม่ิ ด�ำ เนนิ มาตรการปอ้ งกนั การจมนํา้ มา เสียชีวิตจากการจมน้ําเฉลี่ยปีละ 1,500 คน แต่ในปี ตง้ั แตป่ ลายปี พ.ศ. 2549 โดยเร่มิ จากการใชข้ อ้ มูลเพ่อื พ.ศ. 2558 พบว่า การเสียชีวิตจากการจมนํ้าของเด็ก ผลักดันในเชิงนโยบายโดยอาศัยช่วงเหตุการณ์ต่างๆ อายตุ า่ํ กวา่ 15 ปี เทา่ กบั 701 คน ซง่ึ ลดลงกวา่ รอ้ ยละ 50 ทเี่ กย่ี วขอ้ งเชน่ ลอยกระทงสงกรานต์อทุ กภยั สรา้ งกระแส การดำ�เนินงานผู้ก่อการดี (Merit Maker) ก่อให้ ด้วยการสื่อสารประชาสัมพันธ์และจัดกิจกรรมรณรงค์ เกิดประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนในพ้ืนที่ ดังเช่นในปี ทุกปี และดำ�เนินการในมาตรการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง พ.ศ. 2558 มที มี ผกู้ อ่ การดี (Merit Maker) จ�ำ นวน 335 ทมี ท้ังดา้ นการใหค้ วามรู้ เช่น การใหค้ วามรู้แก่ผู้ปกครอง/ ครอบคลุม 227 อ�ำ เภอ ใน 35 จงั หวดั และปี พ.ศ. 2559 ผู้ดูแลเด็กผ่านสถานบริการสาธารณสุข การจัดทำ�หลัก มที มี ผกู้ อ่ การดี (Merit Maker) จ�ำ นวน 744 ทมี ครอบคลมุ สตู รวา่ ยนา้ํ เพอ่ื เอาชวี ติ รอดและสอนใหแ้ กเ่ ดก็ ดา้ นการ 376 อ�ำ เภอ ใน 65 จงั หวดั ซ่งึ มผี ลทำ�ใหท้ ั้ง 2 ปที ี่ด�ำ เนนิ รายงานประจ�ำ ปี 2559 5ส่วนท่ี จัดการส่ิงแวดล้อม เช่น กำ�จัดแหล่งนํ้าเส่ียง สร้างรั้ว การนนั้ เกดิ การจัดการแหลง่ นํา้ เสีย่ ง จำ�นวน 4,165 แห่ง ล้อมรอบแหล่งนํ้าเส่ียง ติดป้ายคำ�เตือน จัดให้มี ให้มีการดำ�เนินงานสร้างรั้วหรือติดป้ายคำ�เตือนและจัดให้ อุปกรณ์ช่วยคนตกน้ําไว้บริเวณแหล่งนํ้าเสี่ยง ด้าน มีอปุ กรณ์ชว่ ยคนตกนาํ้ ไวบ้ รเิ วณแหลง่ น้ําเสย่ี งเพอ่ื ปอ้ งกนั นโยบายกฎหมาย/กฎระเบียบ เช่น การผลักดันให้เกิด การจมน้าํ ศูนยพ์ ัฒนาเดก็ เล็ก จ�ำ นวน 3,553 แหง่ มีการ ฉลากคำ�เตือนบนอ่างอาบน้ําเด็ก การผลักดันนโยบาย ให้ความรู้แก่ครู/ผู้ดูแลเด็ก/เด็กทุกคน และการจัดการสิ่ง ใหห้ นว่ ยงานตา่ งๆ รว่ มด�ำ เนนิ การ และดา้ นการสง่ เสรมิ แวดลอ้ มทัง้ ภายในและภายนอกศูนย์ฯ รวมท้งั จัดใหม้ ีพน้ื ที่ ใหป้ ระชาชนมคี วามรูห้ รือทกั ษะในปฐมพยาบาล/CPR เลน่ ทปี่ ลอดภยั ส�ำ หรบั เดก็ สถานบรกิ ารสาธารณสขุ /ชมุ ชน/ ท่ีผ่านมา พ้ืนท่ีมักมีการดำ�เนินงานป้องกันการ โรงเรยี น จ�ำ นวน 3,504 แห่ง มีการให้ความร้เู กีย่ วกบั การ จมน้ําเพียงมาตรการเดียว ซึ่งไม่ช่วยในการป้องกัน ป้องกันการจมนํ้าแก่ประชาชนและเด็กในพื้นท่ีอย่างน้อย การจมนํ้ามากนัก ดังน้ันเพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว เดือนละ 1 คร้ัง พ้ืนที่มีวิทยากรเพื่อสอนหลักสูตรว่ายน้ํา ในปีงบประมาณ 2558 เป็นต้นมา สำ�นักโรคไม่ติดต่อ เพ่ือเอาชีวติ รอด จ�ำ นวน 7,226 คน เดก็ อายุ 6 - 14 ปี จึงได้กำ�หนดกลยุทธ์ “การสร้างทีมเครือข่ายผู้ก่อการ ได้เรยี นหลกั สูตรวา่ ยนํ้าเพื่อเอาชีวติ รอด จ�ำ นวน 151,787 ดี (Merit Maker)” ข้ึน ซ่ึงเป็นกลยุทธ์ท่ีจะกระตุ้นให้ คน คนในชุมชนหรือเด็กได้ฝึกปฏิบัติการช่วยฟ้ืนคืนชีพ พื้นท่ีเกิดการดำ�เนินงานป้องกันการจมน้ําแบบสหสาขา (CPR) จำ�นวน 48,366 คน มีกิจกรรมรณรงค์ป้องกัน ต่อเน่ือง และครอบคลุมในทุกมาตรการ รวมท้ังใช้ เด็กจมนํ้าเกิดข้ึนในพ้ืนท่ี จำ�นวน 73 ครั้ง มีการสื่อสาร ทรัพยากรท่ีมีอยู่ในพ้ืนท่ี โดยเกณฑ์ผู้ก่อการดีประกอบ ประชาสมั พันธ์ผ่านชอ่ งทางตา่ งๆ จำ�นวน 3,660 ครงั้ และ ดว้ ย 10 องคป์ ระกอบหลกั ไดแ้ ก่ นโยบาย การบรหิ ารจดั มผี ลการศกึ ษาวจิ ยั หรอื ตดิ ตามประเมนิ ผล จ�ำ นวน 73 เรอื่ ง การสถานการณ์และข้อมูล การจัดการแหล่งน้ําเส่ียง 68
ปญั หา... ใชท้ รพั ยากรทม่ี อี ยใู่ นพนื้ ที่ ซง่ึ แตกตา่ งกบั ในบางประเทศ รายงานประ ำจ�ปี 2559 ่สวน ่ที 5 แม้ว่าการป้องกันการจมนํ้าจะมีการดำ�เนินการ ที่ดำ�เนินการภายใต้ทุนท่ีได้รับการสนับสนุนจากองค์กร มาระยะหนึ่งแล้ว แต่หากเปรียบเทียบกับเรื่องการบาด การกุศลหรือองค์กรภาครัฐเพียงอย่างเดียว จึงไม่เกิด เจ็บจากการจราจรที่ดำ�เนินการมานาน การป้องกันการ ความยง่ั ยนื เพราะเมอื่ ทนุ สนบั สนนุ หมด การด�ำ เนนิ การ จมนา้ํ กย็ งั เปน็ เพยี งเดก็ เรม่ิ หดั เดนิ เทา่ นน้ั ดงั นน้ั จากการ ก็จะสิ้นสุดไปดว้ ย ศึกษาของสำ�นักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค ปี พ.ศ. การด�ำ เนนิ งานปอ้ งกนั การจมนา้ํ โดยใชท้ มี ผกู้ อ่ การดี 2556 (10) จึงพบว่า ประชาชนเกอื บรอ้ ยละ 50 ยังเห็น (Merit Maker) นั้น เป็นกลไกในการขับเคล่ือนระดับ ว่าการตกนํ้า จมน้ําเป็นเรื่องของเคราะห์กรรม รวมทั้ง ฐานรากท่เี กิดขึ้นจากชมุ ชน โดยใชต้ ้นทนุ ทม่ี ีอยู่ในพื้นท่ี ผบู้ รหิ ารหนว่ ยงานในระดบั พนื้ ทยี่ งั เขา้ ใจวา่ ไม่ใชบ่ ทบาท เพื่อดำ�เนินการแก้ปัญหาของชุมชนตามบริบทของ หน้าที่ของหน่วยงาน ทำ�ให้ผู้ปฏิบัติงานดำ�เนินการได้ ชมุ ชนเอง ดงั นน้ั หากหนว่ ยงานระดบั พน้ื ทด่ี �ำ เนนิ การผลกั ดนั ล�ำ บาก แมว้ ่าจะเป็นปัญหาในพนื้ ทนี่ น้ั ๆ กต็ าม และสนับสนุนให้เกิดทีมผู้ก่อการดี (Merit Maker) ทำ�...ตอ่ ไป ขึ้นได้ในทุกชุมชน ก็จะเป็นกลไกสำ�คัญท่ีจะสามารถลด กลยุทธ์ “ผู้ก่อการดี (Merit Maker)” เป็น ปญั หาการจมนา้ํ ลงได้ นอกจากกลยทุ ธผ์ กู้ อ่ การดี (Merit กระบวนการทกี่ อ่ ใหเ้ กดิ การด�ำ เนนิ งานปอ้ งกนั การจมนา้ํ Maker) แลว้ ควรมกี ารสอ่ื สารประชาสมั พนั ธ์ในวงกวา้ ง ในพ้ืนที่อย่างยั่งยืน เน่ืองจากพื้นที่ต้องเห็นปัญหาร่วม อย่างตอ่ เน่อื ง เพ่ือเปน็ การกระต้นุ และสนับสนนุ ใหเ้ กดิ กัน จากนั้นจึงมีการดำ�เนินการในรูปแบบสหสาขาและ การด�ำ เนินงานในพนื้ ทดี่ ว้ ย (10) การประเมนิ ผลการรบั รู้ขา่ วสาร การจมน้าํ ของเด็กในประเทศไทย. สำ�นกั โรคไมต่ ิดต่อ กรมควบคุมโรค; 2556. 69
2. สถานการณแ์ ละผลการดำ� เนนิ งานการปอ้ งกนั พลดั ตก หกลม้ ในผสู้ งู อายุ 2.1 สถานการณ์การพลัดตกหกล้มในผ้สู ูงอายุ การพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุเป็นปัญหา ในแต่ละปีทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากการพลัดตก สาธารณสุขท่ีสำ�คัญและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ หกล้มประมาณ 424,000 คน หรือเฉลี่ยวันละ 1,160 สองของกลมุ่ การบาดเจบ็ โดยไมไ่ ดต้ ง้ั ใจรองจากอบุ ตั เิ หตุ คน[1]ขณะที่ประเทศไทยมีผู้สูงอายุเสียชีวิตกว่า 1,000 ทางถนนของกลมุ่ ผสู้ งู อายโุ ดยการพลดั ตกหกลม้ มตี ง้ั แต่ คน หรือเฉลี่ยวันละ 3 คน และมีแนวโน้มเพ่ิมข้ึน การลม้ บนพน้ื ระดบั เดยี วกนั จากการลนื่ สะดดุ กา้ วพลาด อย่างต่อเน่ืองโดยเพศชายมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่า ถกู ผอู้ ืน่ ชนหรอื ดนั หรอื การล้มจากระดบั หน่ึงไปส่รู ะดับ เพศหญิงถงึ 3.5 เท่าและเมือ่ พิจารณาตามเขตสขุ ภาพ หนงึ่ เช่น ตกจากการปนี ตกบนั ได การตกหรอื ลม้ จาก พบว่า อัตราการเสียชีวิตจากการพลัดตกหกล้มในผู้ เก้าอ้ี เตียง รถเขน็ เฟอร์นเิ จอร์ เปน็ ต้น สูงอายุสูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศในเขตสุขภาพท่ี 1,5, 2, 11,10 และ 6 ตามลำ�ดับดังแสดงในแผนภาพที่ 18, 19 และ 20 [2] แผนภาพที่ 18 อัตราการเสียชีวิตจากการพลัดตก แผนภาพท่ี 19 อัตราการเสียชีวิตจากการพลัดตก หกล้มของประชากรไทยเปรียบเทียบระหว่างรวมทุก หกลม้ ของกล่มุ อายุ 60 ปขี ้นึ ไป ต่อประชากรผ้สู ูงอายุ กลุ่มอายุและกลุ่มอายุ 60 ปขี ้ึนไป ต่อประชากรแสนคน แสนคนปี พ.ศ. 2551 - 2558 ปี พ.ศ. 2549 - 2558 รายงานประจ�ำ ปี 2559 5ส่วนท่ี ที่มา : ขอ้ มลู มรณบตั ร ส�ำ นกั นโยบายและยทุ ธศาสตร์ ส�ำ นกั งาน ท่มี า : ขอ้ มลู มรณบตั ร ส�ำ นกั นโยบายและยทุ ธศาสตร์ ส�ำ นกั งาน ปลัดกระทรวงสาธารณสขุ . ปลดั กระทรวงสาธารณสุข. 1. World Health Organization. Fact Sheet: Falls [Online]. 2012. [Cited 2013 December 20]. Available from: http:// www.who.int/mediacentre/ factsheets/fs344/en/ 2. สำ�นักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำ�นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข. ข้อมูลมรณบัตร ปี พ.ศ. 2558 [ซดี ีรอม]. นนทบุรี; 2559. 70
แผนภาพที่ 20 อัตราการเสียชีวิตจากการพลัดตก แผนภาพที่ 21 ร้อยละของสาเหตุการพลัดตกหกล้ม หกล้มของกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป ต่อประชากรผู้สูงอายุ ของกลุม่ อายุ 60 ปขี ึ้นไปปี พ.ศ. 2558 แสนคน จ�ำ แนกตามเขตสขุ ภาพ ปี พ.ศ. 2558 ท่มี า : ขอ้ มลู มรณบตั ร ส�ำ นกั นโยบายและยทุ ธศาสตร์ ส�ำ นกั งาน ที่มา : ข้อมูลระบบเฝ้าระวังการบาดเจ็บแห่งชาติ (IS) ปลดั กระทรวงสาธารณสุข, 2558. สำ�นักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค, 2558. ทงั้ น้ี มผี สู้ งู อายปุ ระมาณ 1 ใน 3 พลดั ตกหกลม้ ทกุ แผนภาพที่ 22 จำ�นวนผู้บาดเจ็บจากการพลัดตก รายงานประ ำจ�ปี 2559 ่สวน ่ที 5 ปซี งึ่ สาเหตสุ ว่ นใหญเ่ กดิ จากลนื่ สะดดุ หรอื กา้ วพลาดบน หกล้มของกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป จำ�แนกตามเพศ พ้ืนระดบั เดียวกัน มากถงึ ร้อยละ 60 และมีเพยี งรอ้ ยละ ปี พ.ศ. 2554 - 2558 5.80 เกดิ จากการตกหรือล้มจากบันไดและขั้นบันไดเมื่อ พิจารณาตามเพศพบวา่ ผู้สูงอายเุ พศหญิงมีการบาดเจ็บ ที่มา : ขอ้ มลู ระบบเฝ้าระวังการบาดเจบ็ แหง่ ชาติ (IS) จากการพลัดตกหกล้มสูงกว่าเพศชายกว่า 1.5 เท่า ส�ำ นกั ระบาดวิทยา กรมควบคมุ โรค โดยเพศชายรอ้ ยละ 60 หกลม้ บรเิ วณนอกบา้ น ขณะเดนิ ทาง และในสถานทที่ �ำ งาน เชน่ ถนนในซอยและถนนใหญข่ า้ ม สะพาน จกั รยานหรอื มอเตอร์ไซค์ลม้ บนรถเมล์ ไร่ นา ฟาร์มเล้ยี งสตั ว์ เปน็ ต้น ในขณะทเ่ี พศหญงิ รอ้ ยละ 55 หกล้มในตวั บ้านและบริเวณร้วั บา้ น เชน่ ห้องนอน ห้อง ครัว และห้องน้ํา เป็นต้นดังแสดงในรูปที่ 4 และ 5 นอกจากนย้ี งั ท�ำ ใหเ้ กดิ การบาดเจบ็ ทสี่ �ำ คญั ไดแ้ ก่ กระดกู หัก และการบาดเจ็บท่ีศีรษะ โดยเฉพาะกระดูกสะโพก หกั มีมากกวา่ 3,000 คนต่อปี สง่ ผลให้คุณภาพชีวิตลด ลงจากความพกิ ารและต้องพึง่ พาผ้อู นื่ [3-4] 3. ส�ำ นกั งานส�ำ รวจสขุ ภาพประชาชนไทย. รายงานการส�ำ รวจสขุ ภาพประชาชนไทยโดยการตรวจรา่ งกาย ครง้ั ที่ 4 ปี พ.ศ. 2551-2. พิมพค์ ร้งั ที่ 1. นนทบรุ ี: บริษัท เดอะกราฟิโก ซิสเต็มส์ จ�ำ กัด. 4. ส�ำ นกั ระบาดวทิ ยา กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสขุ . ขอ้ มลู ระบบเฝา้ ระวงั การบาดเจบ็ แหง่ ชาติ (IS) ปี พ.ศ. 2554 - 2558 [ซดี ีรอม]. นนทบุรี; 2559. 71
ดังน้ันการป้องกันพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุที่ ขอ้ เสนอแนะ ส�ำ คญั คือ การประเมินความเส่ยี งตอ่ การพลัดตกหกลม้ ในผู้ที่มีอายุ 60 ปีข้ึนไป โดยเฉพาะผู้ท่ีเคยมีประวัติ 1. สถานการณ์การบาดเจ็บและการเสียชีวิตจากการ หกล้มมาก่อน และควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยฝึก พลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุเพ่ิมข้ึนตามอายุอย่างต่อ การทรงตวั และการออกก�ำ ลงั กายเพอ่ื เพมิ่ ความแขง็ แรง เนื่องโดยเฉพาะกลุ่มอายุ 80 ปีขึ้นไป ส่วนหน่ึงมา ของกล้ามเนอ้ื กรณีท่ผี ้สู ูงอายุมโี รคประจำ�ตัวและกนิ ยา จากการเพ่ิมของประชากรผู้สูงอายุ ในระยะ 10 ปี หลายชนิด ควรจะรู้ผลข้างเคียงของยาที่ใช้ รวมถึง ซง่ึ ปจั จบุ นั มมี ากกว่า 9 ล้านคน หรือรอ้ ยละ 14 ของ การประเมินและปรับส่ิงแวดล้อมในบ้านให้ปลอดภัย ประชากรจากการเปลยี่ นแปลงทางรา่ งกายและความ ต่อการดำ�เนินชีวิตของผู้สูงอายุ เช่น ควรอยู่บ้าน เส่ือมตามวัยทำ�ให้มีปัญหาท้ังโรคไม่ติดต่อและการ ช้ันเดียว กรณีบ้าน 2 ช้ัน ควรจัดให้อยู่ชั้นล่าง และ บาดเจ็บ โดยเฉพาะการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ เตียงนอนควรมีความสูงระดับข้อพับเข่า เก็บบ้าน ทั้งนีห้ นว่ ยงานทีเ่ กยี่ วขอ้ งในแต่ละภาคสว่ น ท้งั ดา้ น ให้เป็นระเบียบ พื้นไม่ลื่นไม่เปียก มีแสงสว่างเพียง การจัดการส่ิงแวดล้อม และสถานที่สาธารณะ พอท้ังทางเดินและบริเวณบ้าน ให้ผู้สูงอายุมองเห็น ควรปรบั ให้ปลอดภัยต่อการด�ำ เนินชวี ิต และเขา้ รว่ ม ไดช้ ดั เจน มรี าวจบั ภายในบา้ นและหอ้ งนา้ํ มที นี่ งั่ ส�ำ หรบั กิจกรรมของผู้สูงอายุรวมถึงสนับสนุนและให้ความ อาบนํ้า ใช้โถส้วมแบบชักโครก และไม่ควรล็อคประตู สำ�คัญต่อกิจกรรมป้องกันการพลัดตกหกล้มของ ขณะใช้ห้องน้ํา นอกจากน้ี ผู้นำ�ชุมชนและคนในชุมชน ผู้สูงอายใุ นพน้ื ที่หรือชมุ ชน ควรรว่ มกนั ส�ำ รวจสงิ่ แวดลอ้ มหรอื จดุ เสยี่ งและปรบั ปรงุ แก้ไข เช่น พ้ืนทางเดิน ถนน และสถานท่ีสาธารณะ 2. จากการศึกษาท่ีผ่านมา[5-8]พบว่าการพลัดตกหกล้ม เป็นต้น รวมท้ังสนับสนุนกิจกรรมการป้องกันพลัดตก ในผู้สูงอายุป้องกันได้ด้วยการประเมินความเสี่ยง หกล้มในชุมชน เช่น การออกกำ�ลังกายแบบไทเก็ก ปรบั เปลี่ยน/แก้ไขปจั จยั เส่ียงหลายๆ ปัจจัย ร่วมกับ โยคะ รำ�มวยจีน เปน็ ตน้ ทีมสหสาขา ในกลุ่มเส่ียงสูง ทั้งในสถานบริการ สาธารณสุขและในชุมชน ซ่ึงสามารถลดการพลัด รายงานประจ�ำ ปี 2559 5ส่วนท่ี ตกหกลม้ ได้รอ้ ยละ 25 - 30 ดงั น้นั การป้องกันควร ดำ�เนินการทั้งกลุ่มเสี่ยงสูงที่มีประวัติการพลัดตก หกลม้ และกลมุ่ ผสู้ งู อายทุ ี่ไมเ่ คยหกลม้ เพอื่ ลดโอกาส เกิดการพลัดตกหกล้มซํ้า และป้องกันการพลัดตก หกล้มรายใหม่ 5. Haines TP, Bennell KL, Osborne RH, Hill KD. Effectiveness of targeted falls prevention programmein subacute hospital setting: randomized controlled trial. BMJ. 2004 March; 328. 6. Cameron ID, Murray GR, Gillespie LD, Robertson MC, Hill KD, Cumming RG, et al. Interventionsfor preventing falls in older people in nursing care facilities and hospitals (Review). Cochrane Database of Systematic Reviews. 2010; Issue 1. 7. Gillespie LD,Robertson MC,Gillespie WJ,Sherrington C,Gates S,Clemson LM,Lamb SE. Interventions for pre- venting falls in older people living in the community (Review). Cochrane Database of Systematic Reviews. 2009; Issue 2. 8. Phelan EA,Mahoney JE,Voit JC,Stevens JA. Assessment and management of fall risk in primary care settings. Med Clin North Am. 2015;99(2):281-93. 72
3. การดำ� เนนิ งานโครงการปอ้ งกนั การบาดเจบ็ จากสาเหตอุ น่ื ๆ รายงานประ ำจ�ปี 2559 ่สวน ่ที 5 ภายใตแ้ ผนปฏบิ ตั ริ าชการกรมควบคมุ โรคประจำ� ปงี บประมาณ พ.ศ. 2559 สำ�นักโรคไม่ติดต่อ ได้ดำ�เนินงานป้องกันเด็กจมนํ้าและการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุจำ�นวน 2 โครงการ ดงั นี้ 1. โครงการด�ำ เนินงานปอ้ งกันเดก็ จมนํา้ เชงิ บูรณาการปี 2559 ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 1 : สร้างความร่วมมือและสนับสนุนภาคีเครอื ขา่ ยภายในประเทศและนานาชาติ งบประมาณท่ีใช้ : 3,000,000 บาท วตั ถุประสงค์ : 1) เพือ่ แลกเปล่ยี นเรียนรกู้ ารด�ำ เนนิ งานปอ้ งกันการจมนา้ํ และสร้างแรงจูงใจ/กระตนุ้ ให้เครือข่ายมกี ารดำ�เนินงาน ป้องกันการจมน้าํ ในมาตรการตา่ งๆ อย่างตอ่ เนอ่ื ง 2) เพอ่ื พฒั นาแนวทางการด�ำ เนนิ งานผกู้ ่อการดฯี (Merit Maker)...ป้องกันการจมน้าํ 3) เพ่อื ผลกั ดนั และสนับสนนุ การดำ�เนนิ งานในพนื้ ที่ รวมทงั้ ใหค้ �ำ ปรึกษาภาคีเครือขา่ ยในการดำ�เนินงานร่วมกัน ผลการดำ�เนินงาน : 1) สามารถนำ�แนวทางการดำ�เนินงานป้องกันการบาดเจ็บในเด็กไปใช้ได้จริงโดยสถานบริการสาธารณสุขและนำ� เสนอผลการด�ำ เนนิ งานของประเทศไทยสปู่ ระชาชนทว่ั ประเทศ 2) ผลกั ดนั ใหก้ ารปอ้ งกนั การจมนาํ้ เรอื่ ง การเอาชวี ติ รอดทางนาํ้ และการชว่ ยเหลอื ไปอยู่ในนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพม่ิ เวลารู้” ของกระทรวงศกึ ษาธิการ 2. โครงการการปอ้ งกนั การบาดเจบ็ จากสาเหตุอืน่ ที่สำ�คัญ ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 1 : สรา้ งความรว่ มมือและสนับสนุนภาคีเครือข่ายภายในประเทศและนานาชาติ งบประมาณที่ใช้ : 258,000 บาท วตั ถปุ ระสงค์ : เพ่ือแจกแจงแนวทางการดำ�เนินงานป้องกันการบาดเจ็บให้กับสถานบริการสาธารณสุข และตัวแทนเครือข่าย สถานบริการในพน้ื ทน่ี �ำ ร่องเพอ่ื จดั ท�ำ แบบประเมินการพลัดตกหกลม้ ในผู้สูงอายุออนไลน์ และผลิตสื่อองค์ความรเู้ พอื่ ใช้ในการเผยแพรโ่ ครงการตอ่ ไป ผลการดำ�เนินงาน : พนื้ ทเี่ ครอื ขา่ ยน�ำ รอ่ งสามารถเกบ็ ขอ้ มลู การเฝา้ ระวงั จากการบาดเจบ็ จากสาเหตอุ นื่ ทส่ี �ำ คญั ไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ และ สามารถเผยแพรล่ งสปู่ ระชาชนไดจ้ รงิ 73
74 รายงานประจ�ำ ปี 2559
รายงานประ ำจ� ีป 2559 สว นที่ 6 การดำเนินงาน ดา นยทุ ธศาสตรแ ละแผนงาน ดา นการพฒั นาองคก ร 75
รายงานประจ�ำ ปี 2559 6ส่วนท่ี การด�ำเนินงานด้านยุทธศาสตร์และแผนงาน ปอ้ งกนั โรคไมต่ ดิ ต่อและการบาดเจ็บ 1. ผลงานเดน่ 1.1 การพัฒนากฏหมายพระราชบญั ญัติโรคไม่ติดต่อ พ.ศ. .... ในปจั จุบัน สถานการณข์ องกล่มุ โรคไมต่ ดิ ตอ่ เปน็ วติ ามนิ บี 1 โรคแคระแกรนทเี่ กดิ จากฮอร์โมนไทรอยดต์ า่ํ ปัญหาสุขภาพอันดับหนึ่งของประเทศไทยและอันดับ ซง่ึ เกดิ กับประชาชนในกลมุ่ เป้าหมายเฉพาะ เชน่ ผูต้ ้อง หนงึ่ ของโลก ทงั้ ในมติ ขิ องจ�ำ นวนการเสยี ชวี ติ และภาระ ขงั ลกู เรอื ประมง และเดก็ ในสถานสงเคราะห์ ซงึ่ ปญั หา โรคโดยรวม ในแต่ละปี มผี ู้เสยี ชวี ติ จากโรคไมต่ ิดต่อทั่ว เหล่านี้ จำ�เป็นต้องมีการสอบสวนโรค การเฝ้าระวัง โลกประมาณ 38 ล้านคน โดยประชากรจำ�นวนสามใน การป้องกนั หรือการควบคมุ โรคเปน็ กรณเี ฉพาะ สี่หรือประมาณ 28 ลา้ นคนอาศัยอยู่ในกลมุ่ ประเทศทม่ี ี เนื่องจากมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และรูปแบบ รายไดต้ ่ําและ ปานกลาง สำ�หรบั ประเทศไทย ประชากร การเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคไม่ติดต่อท่ีใช้ใน ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงและป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อมีจำ�นวนเพ่ิม การดำ�เนินงานอยู่ ณ ปัจจุบัน ยังไม่เพียงพอต่อการ ขน้ึ อยา่ งรวดเรว็ ซงึ่ สง่ ผลใหเ้ กดิ ความสญู เสยี ปสี ขุ ภาวะ จัดการปัญหาและลดผลกระทบท่ีเกิดจากโรคไม่ติดต่อ และตน้ ทนุ ทางเศรษฐกจิ อยา่ งรนุ แรง และมแี นวโนม้ เพมิ่ ได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ขึน้ อยา่ งต่อเน่ือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคท่เี กิดจากกล่มุ โดยประการท่ีสำ�คัญคือ มาตรการทางกฎหมายท่ีมีการ โรคไม่ติดต่อที่สำ�คัญ ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด ใชบ้ งั คับอยู่ ณ ปัจจุบนั ยังไมส่ ามารถน�ำ มาใชแ้ ก้ปัญหา โรคเบาหวาน โรคมะเรง็ และโรคปอดอุดกนั้ เรอ้ื รงั ท้ังน้ี ท่ีเกิดจากโรคไม่ติดต่อได้โดยตรง กรมควบคุมโรคจึง จากรายงานการสำ�รวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการ เล็งเห็นความจ�ำ เป็นท่ีจะต้องมีจัดทำ�กฎหมายระดับพระ ตรวจรา่ งกาย คร้งั ท่ี 5 ในปี 2557 พบการปว่ ย ด้วยโรค ราชบัญญัติเพ่ือนำ�มาใช้เป็นเครื่องมือในการเฝ้าระวัง ไมต่ ดิ ตอ่ เรอื้ รงั เพมิ่ ขนึ้ โดยหนง่ึ ในสามของประชากรไทย ป้องกัน และควบคุมโรคไม่ติดต่อให้เข้มแข็งและมี ท่ีมอี ายุตัง้ แต่ 15 ปีข้นึ ไป ป่วยเปน็ โรคไมต่ ิดตอ่ เร้ือรงั ประสทิ ธภิ าพยงิ่ ขนึ้ อนั จะสง่ ผลตอ่ การลดโรคและปจั จยั ท่ีสำ�คัญ โดยความชุกของผู้ท่ีป่วยเป็นโรคเบาหวาน เสย่ี งระดบั ประชากรและชมุ ชน โดยมงุ่ เนน้ การจดั การกบั เพม่ิ ขนึ้ จากประมาณรอ้ ยละ 7 ในปี พ.ศ. 2552 เปน็ รอ้ ยละ 9 โรคไม่ติดต่อและกลุ่มอาการของโรคไม่ติดต่อที่เกิดข้ึน ความชุกของผู้ที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงเพ่ิมขึ้น ในประชากรกล่มุ เสยี่ ง ผปู้ ว่ ย ตลอดจนประชาชนทั่วไป จากประมาณร้อยละ 22 ในปี พ.ศ. 2552 เป็นรอ้ ยละ รวมถงึ การบรู ณาการในการด�ำ เนนิ งานเพอ่ื การเฝา้ ระวงั 25 รวมถงึ ความชกุ ภาวะนา้ํ หนกั เกนิ และอว้ น รอ้ ยละ 30 ปอ้ งกนั และควบคมุ โรค ไมต่ ิดตอ่ จากทุกภาคสว่ น ทง้ั และร้อยละ 7 ตามลำ�ดับ ประกอบกับการเปล่ยี นแปลง ภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน ชุมชน และหนว่ ยงาน ของปจั จัยทางสังคม เชน่ การขยายตัวของสังคมเมือง บรกิ ารสุขภาพ ใหเ้ กิดความเชอ่ื มโยงในการแก้ไขปัญหา กลยทุ ธท์ างการตลาด ความกา้ วหนา้ ทางเทคโนโลยแี ละ อันจะส่งผลให้เกิดระบบการจัดการข้อมูลโรคไม่ติดต่อที่ การส่ือสาร ที่ส่งผลต่อวิถีชีวิตและทำ�ให้ประชาชนป่วย สามารถเข้าถึงได้อย่างครบถ้วนและทันต่อสถานการณ์ ด้วยโรคไม่ติดต่อ เพิ่มมากขึ้น นอกจากน้ียังพบปัญหา และเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงระบบบริการด้าน กรณีการเกิดโรคไม่ติดต่อในลักษณะกลุ่มก้อน เช่น สุขภาพอย่างครอบคลุม เกดิ ความตระหนกั และมสี ว่ น อาการไตวายแบบเฉยี บพลนั หวั ใจลม้ เหลวเนอ่ื งจากขาด ร่วมในการป้องกนั ควบคุมโรคไม่ตดิ ตอ่ อย่างย่งั ยืน 76
กรมควบคมุ โรคโดยทา่ นอธบิ ดี นพ.อ�ำ นวย กาจนี ะ ทางกฎหมายท่ีเก่ียวข้องกับการเฝ้าระวัง ป้องกัน และ จึงได้มีนโยบายให้พัฒนากลไกการบูรณาการการแก้ไข ควบคุมโรคไม่ติดต่อทั้งในประเทศและต่างประเทศ ปัญหาโดยร่างกฎหมายเพื่อลดช่องว่างการควบคุม ศกึ ษาบทบาท ทศิ ทาง ภารกจิ และอ�ำ นาจหนา้ ทขี่ องกรม โรคไม่ติดต่อข้ึน ในกระบวนการพัฒนากฎหมายสำ�นัก ควบคุมโรค และรับฟังความคิดเห็นเพื่อพัฒนากรอบ โรคไมต่ ดิ ตอ่ ไดศ้ กึ ษาสถานการณค์ วามรนุ แรงของปญั หา โครงร่างกฎหมายจากผู้เช่ียวชาญและเครือข่ายใน ช่องว่างการแก้ไขปัญหา ระบบ กลไก และเครือข่าย ประเทศ และรบั ฟงั ความคดิ เหน็ จากผู้มีส่วนไดเ้ สยี และ ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคไม่ติดต่อของ ผูท้ มี่ ีส่วนเกี่ยวข้องท้งั ภาครัฐและภาคเอกชนในวงกวา้ ง ประเทศไทย ศึกษากรอบแนวความคิดและมาตรการ อธบิ ดีกรมควบคมุ โรค เปน็ ประธานการประชมุ รบั ฟงั ความคิดเหน็ ในวงกวา้ ง โดยมผี เู้ ขา้ รว่ มประชุม ได้แก่ ผบู้ ริหารผเู้ ช่ยี วชาญ รายงานประ ำจ�ปี 2559 ส่วน ่ที 6 ผู้ทรงคุณวฒุ ิ นักวชิ าการ และ Dr.Renu Garg ผแู้ ทน WHO และ Dr.John McArthur ผ้แู ทน CDC-TUC และผ้เู ช่ียวชาญจากประเทศออสเตรเลยี สงิ คโปร์ สหรฐั อเมริกา และสวิสเซอรแ์ ลนด์ ซ่ึงร่างพ.ร.บ.น้ีจะเน้นไปที่การควบคุมโรคเป็น ของคณะรัฐมนตรีที่สำ�คัญใน พ.ร.บ. ฉบับน้ีจะช่วยให้มี สำ�คัญ และจะเป็นกฎหมายที่จะช่วยเติมเต็มช่องว่าง ระบบการจัดการข้อมูลโรคไม่ติดต่อท่ีสามารถเข้าถึงได้ และ ไมท่ บั ซอ้ นกบั กฎหมายเดมิ ทม่ี อี ยู่ เชน่ การคมุ้ ครอง ประชาชนได้รับการเฝ้าระวัง สอบสวนโรคไม่ติดต่อจาก ผู้บริโภค ราคาสินค้าและบริการ ภาษี อาหาร บุหรี่ สถานบริการสุขภาพ สถานศกึ ษา หน่วยงานรัฐ เอกชน ท่ี เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น อีกท้ังยังได้สร้างกลไก เกีย่ วขอ้ ง อยา่ งเชือ่ มโยง ทุกระดับ ประชาชนไดร้ บั การ สำ�คัญใหม่ คือการให้มีการประเมินสุขภาพประชาชน เขา้ ถึงบริการด้านสขุ ภาพรวมทั้งการปอ้ งกันโรคและ ภยั ระดับประเทศ เพื่อเฝ้าระวังในการแก้ปัญหาระยะยาว สุขภาพ และมีส่วนร่วมในการป้องกัน ควบคุมโรคอย่าง ตอ่ ไป ซง่ึ ขณะนอ้ี ยใู่ นกระบวนการน�ำ เสนอเขา้ สกู่ ารพจิ ารณา ยั่งยืน 77
รายงานประจ�ำ ปี 2559 6ส่วนท่ี 2. การดำ� เนนิ งานโครงการงานแผนงานและยทุ ธศาสตร์ ภายใตแ้ ผนปฏบิ ตั ริ าชการกรมควบคมุ โรคประจำ� ปงี บประมาณ พ.ศ. 2559 ส�ำ นกั โรคไม่ติดต่อไดม้ กี ารด�ำ เนนิ งาน จำ�นวน 4 โครงการ ดงั น้ี 1. โครงการประชมุ เชงิ ปฏิบัตกิ ารทิศทางการด�ำ เนนิ งานปอ้ งกนั ควบคุมโรคไมต่ ดิ ต่อและการบาดเจ็บ ยทุ ธศาสตร์ท่ี 1 : สรา้ งความรว่ มมือและสนบั สนนุ ภาคีเครอื ขา่ ยภายในประเทศและนานาชาติ งบประมาณท่ีใช้ : 1,869,908 บาท วัตถุประสงค์ : 1) เพอ่ื ชี้แจงนโยบายการด�ำ เนนิ งานเฝา้ ระวัง ปอ้ งกัน ควบคุมโรคไม่ตดิ ตอ่ และการบาดเจ็บ ประจำ�ปีงบประมาณ 2559 สกู่ ารปฏบิ ตั ิในพ้ืนท่ี 2) เพ่อื แลกเปลีย่ นเรียนรู้ รวมทง้ั รบั ฟงั ปัญหาอุปสรรคในการด�ำ เนินงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ท่ีเกยี่ วข้อง 3) เพื่อสร้างสัมพันธภาพท่ีดีระหว่างหน่วยงานต่างๆท่ีเกี่ยวข้องในการดำ�เนินงานป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อและ การบาดเจ็บ ผลการดำ�เนนิ งาน : ภาคเี ครอื ข่ายของส�ำ นกั โรคไม่ติดตอ่ ไดร้ บั ทราบถงึ แนวทางนโยบาย และการด�ำ เนินงานลงสกู่ ารปฏิบตั ิในพน้ื ท่ี ท่วั ประเทศได้รับทราบในทิศทางเดยี วกัน ผรู้ ับผดิ ชอบ : กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนงาน 2. โครงการจัดทำ�รา่ ง พ.ร.บ. โรคไมต่ ิดต่อ ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 1 : สร้างความร่วมมือและสนบั สนนุ ภาคเี ครือข่ายภายในประเทศและนานาชาติ งบประมาณที่ใช้ : 2,190,000บาท วตั ถปุ ระสงค์ : เพอ่ื รบั ฟงั ประสบการณก์ ารใชม้ าตรการทางกฎหมายทปี่ ระสบความส�ำ เรจ็ ในตา่ งประเทศและรว่ มพจิ ารณารา่ ง พระราชบญั ญตั โิ รคไมต่ ดิ ตอ่ พ.ศ. ..... โดยผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญดา้ นกฎหมายสาธารณสุขทง้ั ในและตา่ งประเทศ ผู้ แทนจากองคก์ ารอนามยั โลก หน่วยงานอิสระ ภาคีเครือขา่ ยทง้ั ภายในและนอกกระทรวงสาธารณสขุ ผลการดำ�เนนิ งาน : ไดร้ า่ ง พ.ร.บ. ทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั โรคไม่ติดต่อท้งั ในและตา่ งประเทศ และสามารถนำ�ไปใชห้ ลักเกณฑ์ ขอ้ บงั คบั ให้ ประชาชนได้ยึดถือปฏิบัติต่อไป ผู้รับผิดชอบ : กลุ่มยทุ ธศาสตร์และแผนงาน 78
3. โครงการติดตามประเมนิ ผลการด�ำ เนินงานด้านพฒั นาสขุ ภาพกลุม่ วยั ท�ำ งาน รายงานประ ำจ�ปี 2559 ส่วน ่ที 6 ยุทธศาสตร์ที่ 1 : สรา้ งความร่วมมือและสนับสนนุ ภาคเี ครอื ขา่ ยภายในประเทศและนานาชาติ งบประมาณที่ใช้ : 767,000 บาท วตั ถปุ ระสงค์ : เพอ่ื หารอื การจัดท�ำ แผนบูรณาการกลุม่ วยั ท�ำ งานประจ�ำ ปี 2559 และประชมุ ตดิ ตามประเมนิ ผลการท�ำ งานของ สำ�นกั โรคไม่ตดิ ตอ่ รวมถึงจัดการระบบข้อมูลทเ่ี กีย่ วข้องกบั ตวั ชี้วดั ของส�ำ นกั โรคไม่ตดิ ต่อ เพือ่ การขบั เคลอ่ื นงานของ สำ�นกั ฯ ดำ�เนินได้อยา่ งต่อเน่ือง ผลการด�ำ เนินงาน : การด�ำ เนนิ งานของส�ำ นกั โรคไมต่ ดิ ตอ่ เปน็ ไปตามแผนทวี่ างไว้ และการด�ำ เนนิ งานของส�ำ นกั ฯ ขบั เคลอื่ นไดต้ าม แผนท่ีวางไว้ และมคี วามชัดเจน ผ้รู บั ผิดชอบ : กลมุ่ ยทุ ธศาสตร์และแผนงาน 4. โครงการรายงานประจำ�ปี 2558 ยุทธศาสตรท์ ่ี 6 : บริหารจัดการองค์กรแนวใหม่ งบประมาณที่ใช้ : 180,000 บาท วัตถุประสงค์ : เพ่ือจัดทำ�รายงานประจำ�ปีสรุปผลงานของสำ�นักโรคไม่ติดต่อตลอดการทำ�งานประจำ�ปีงบประมาณ 2558 ให้ภาคเี ครอื ข่ายไดร้ ับทราบ และปรับปรงุ การทำ�งานในปีต่อๆ ไปให้มปี ระสทิ ธภิ าพมากยงิ่ ขนึ้ ผลการดำ�เนินงาน : ไดร้ ายงานประจ�ำ ปี 2558 จดั สง่ ไปยงั ภาคเี ครอื ขา่ ยของส�ำ นกั โรคไมต่ ดิ ตอ่ ไดร้ บั ทราบถงึ ผลการด�ำ เนนิ งานของ สำ�นกั ฯ ในรอบระยะเวลา 1 ปี และเป็นขอ้ เสนอแนะใหก้ ับส�ำ นักฯ ในการพัฒนาการทำ�งานต่อไป ผรู้ บั ผิดชอบ : กล่มุ ยทุ ธศาสตร์และแผนงาน 79
การด�ำเนินงานพัฒนาองคก์ ร รายงานประจ�ำ ปี 2559 6ส่วนท่ี 1. ผลงานเดน่ รางวัลบริการภาครัฐแห่งชาติ (Thailand Public Service Awards : TPSA) เปน็ รางวัลอัน 1.1 รางวลั บริการภาครฐั แหง่ ชาติ ทรงเกยี รติท่มี อบให้กบั สว่ นราชการ จงั หวัด สถาบนั อุดมศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ (Thailand Public Service Awards : TPSA) ตลอดจนองค์การมหาชน ที่มีผลการพัฒนาคุณภาพ การให้บริการ เพ่ือประชาชนได้รับบริการที่สะดวก ความภาคภมู ใิ จหนงึ่ ....จึงเก็บมาเลา่ สกู่ ันฟงั ก้าวแรก…นำ�สูก่ ารรับรางวัลบรกิ ารภาครัฐแห่งชาติ รวดเร็ว โปร่งใส เป็นธรรม และเป็นท่พี งึ พอใจ เริ่มต้นจากการได้มาเป็นหัวหน้ากลุ่มพัฒนาองค์กร ของสำ�นักโรคไม่ติดต่อ เม่ือเดือนตุลาคม 2558 บทบาท การได้รับรางวัลบริการภาครัฐแห่งชาติ จึงถือ หนง่ึ ของกลุ่มพฒั นาองคก์ ร คอื การทำ�อยา่ งไร? ถึงจะให้ เปน็ การยอมรบั ในผลการท�ำ งานของหนว่ ยงานภาครฐั เครอื ขา่ ยและประชาชน ไดท้ ราบถงึ การท�ำ งานของบคุ ลากร ท่ีประสบผลสำ�เร็จในการยกระดับคุณภาพการให้ สำ�นักโรคไมต่ ิดตอ่ ใหเ้ ปน็ ที่ประจกั ษ์ บรกิ าร ซง่ึ จะสรา้ งขวญั ก�ำ ลงั ใจในการปฏบิ ตั งิ าน รวม ตั้งหลัก… ท้ังกระตุ้นให้หน่วยงานมีความมุ่งมั่นและต้ังใจในการ ท�ำ หน้าที่ให้ดีย่ิงขนึ้ ต้ังเป้าว่า สำ�นักโรคไม่ติดต่อ ต้องได้รับรางวัล จัดโดยมี อาจารย์ ดร.กิตติณัฐ พนมฤทธิ์เป็นวิทยากร คณุ ภาพ ภายใน 2 ปี หลังจากท่มี ารับตำ�แหนง่ ให้คำ�แนะนำ�เร่ืองหลักเกณฑ์/แนวทางการเขียนผลงาน ขอรับรางวัล และ ระยะเวลาในแต่ละขั้นตอนของ ทบทวนบทบาทของสำ�นัก ซ่ึงมีบทบาทเป็น การขอรับรางวลั บรกิ ารภาครัฐแห่งชาติ สำ�นักวิชาการ มี 2 งานหลัก คือการเฝ้าระวัง 2. รวบรวมข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ ป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อและการบาดเจ็บ ท่ีเกี่ยวข้องกับเรื่องท่ีจะเขียนขอรับรางวัล โดยได้รับ ฉะน้ันการท่ีจะดำ�เนินการให้ถึงประชาชนได้ ข้อมูลเกี่ยวกับ การดำ�เนินการคลินิก NCD คุณภาพ นั้นต้องได้รับความร่วมมือกับเครือข่าย ในการ จากพญ.จรุ ีพร คงประเสริฐ รศ.ดร.ศภุ วรรณ มโนสนุ ทร น�ำ วชิ าการทส่ี �ำ นกั ถา่ ยทอด /เผยแพร่ ไปประยกุ ต์ และข้อมูลการให้บริการรวมถึงข้อมูลผลลัพท์การ ใช้ ในการดำ�เนินการกับพ้ืนที่ ใหบ้ รกิ ารประชาชนจากโรงพยาบาลน�ำ รอ่ ง 2 แหง่ ไดแ้ ก่ โรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และ ศกึ ษาเรอื่ งขนั้ ตอน รายละเอยี ดของการให้ได้มา โรงพยาบาลสมเดจ็ พระยุพราชบ้านดงุ จังหวัดอุดรธานี ซง่ึ รางวลั บรกิ ารภาครฐั แหง่ ชาตวิ า่ ตอ้ งท�ำ อยา่ งไร 3. ลงมือเขียนผลงานโดยยึดตามเกณฑการ พิจารณารางวัลบริการภาครัฐแหงชาติ พ.ศ. 2559 มีกัลยาณมิตรท่ีดี ในการให้คำ�ปรึกษา ช้ีแนะ ซ่ึงมีบุคลากรในกลุ่มพัฒนาองค์กร สำ�นักโรคไม่ติดต่อ ใหข้ ้อมลู ช่วยในการอ่านว่าภาษาท่ีใช้สละสลวย และสื่อความ เข้าใจได้ตรงหรือไม่ และให้อาจารย์ท่ีปรึกษา ได้แก่ ลงมอื ... อ.พญ.วราภรณภ์ มู สิ วสั ด์ิ อ.สพญ.ดารกิ า ก่ิงเนตร และ 1. เตรียมความพร้อมในเร่ืองความรู้ ความ อาจารย์ปัณนิษาจำ�รัศธนเดช ให้คำ�แนะนำ�ในการ เข้าใจในการเขียนขอรับรางวัลบริการภาครัฐแห่งชาติ ปรับปรงุ การเขียน (Thailand Service Public Award:TSPA)โดยศึกษา แนวทางการเขียนรายงานเพื่อขอรับรางวัลที่ดี โดยเชิญ อาจารย์ปัณนิษาจำ�รัศธนเดช มาให้คำ�แนะนำ� รวมถึง เขา้ ไปรบั การอบรมทก่ี ลมุ่ พฒั นาระบบบรหิ าร กรมควบคมุ โรค 80
4. นำ�ส่งผลงานเขียนเพื่อขอรับรางวัล ได้แก่ ชมวีดิทัศน์ “Best practice : การดำ�เนินงาน รายงานประ ำจ�ปี 2559 ส่วน ่ที 6 แบบฟอร์มท่ี 1 ใบสมัครรางวัลบริการภาครัฐแห่งชาติ คลินกิ NCD คณุ ภาพ” แบบฟอร์มที่ 2แบบฟอรม์ ประเมนิ ลักษณะของผลงานท่ี ผ้อู �ำ นวยการส�ำ นักโรคไม่ตดิ ตอ่ นักวิชาการ และ สมคั รขอรบั รางวลั เบอ้ื งตน้ และแบบฟอรม์ ที่ 3แบบฟอรม์ เครอื ขา่ ย การด�ำ เนินงานคลนิ ิก NCD คณุ ภาพ ตอบข้อ รายงานผลการดำ�เนินงาน พร้อมทง้ั เขยี นใส่ CD ส่งให้ ซักถามของ อ.ก.พ.ร.ฯ และคณะผู้ตรวจประเมนิ ฯ กลุ่มพฒั นาระบบบริหาร กรมควบคุมโรคเปน็ ผูร้ วบรวม และตามด้วย การเย่ียมชมบูธ“การดำ�เนินงาน ผลงานของทั้งกรมควบคุมโรค ส่งถึงคณะกรรมการ คลินิก NCD คุณภาพ ของ โรงพยาบาลต้นแบบ : พัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ตอ่ ไป ตามก�ำ หนดเวลา โรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฏร์ธานี และ ในเดือนมกราคม พ.ศ.2559 โรงพยาบาลสมเดจ็ พระยุพราชบา้ นดุง จังหวัดอุดรธานี 5. รับฟังผลการพิจารณาผลงานที่สมัครขอรับ ท้ังนี้ก่อนวันประเมิน ได้เตรียมการซักซ้อมการ รางวัล โดย ก.พ.ร. ได้ประกาศรายช่ือผลงานที่อยูใน รับการตรวจประเมินก่อนล่วงหน้า โดยผู้บริหารสำ�นักฯ เกณฑ ผานการประเมินรางวัลบริการภาครัฐแหงชาติ นำ�เสนอสไลด์ และชมวีดิทัศน์ และกลุ่มพัฒนาระบบ ประจาํ ป พ.ศ. 2559 รอบแรก ในวนั ท่ี 4 พฤษภาคม พ.ศ. บรหิ าร กรมควบคุมโรคค่อยเปน็ พ่เี ลี้ยงให้ข้อเสนอแนะ 2559 ซ่ึงผลงาน “คลินิก NCD คุณภาพ (โรคเบาหวาน เพื่อการเตรียมความเรียบร้อยและปรับพัฒนาก่อนวัน และโรคความดันโลหิตสูง)” อยู่ในกลุมผลงานที่อยูใน ตรวจจริง เกณฑไดร บั รางวลั “ระดบั ด/ี ดเี ดน ” ซง่ึ จะไดร บั การตรวจ ส�ำ หรบั เอกสารและสอื่ ทจ่ี ดั เตรยี มรบั การตรวจจดั ประเมิน ณ พ้ืนที่ปฏิบตั งิ าน (Site Visit)ระหวา งเดอื น ใส่แฟ้มให้คณะกรรมการตรวจประเมิน และผู้บริหาร พฤษภาคม -มิถนุ ายน พ.ศ.2559 ทเ่ี กย่ี วข้อง ไดแ้ ก่ 6. วางแผนจัดการเตรียมรับการตรวจประเมิน ณ พน้ื ทปี่ ฏบิ ตั งิ าน (Site Visit)โดยปรกึ ษากบั นพ.สญั ชยั วดิ ที ศั น“์ Best practice : การด�ำ เนนิ งานคลนิ กิ ชาสมบัติ ผู้อำ�นวยการสำ�นักโรคไม่ติดต่อ พญ.จุรีพร NCD คุณภาพ” คงประเสริฐ รองผู้อำ�นวยการสำ�นักโรคไม่ติดต่อ นพ.ชัยรัตน์ เตชะไตรศักด์ รักษาการผู้ทรงคุณวุฒิ สไลด์นำ�เสนอการดำ�เนินการคลินิก NCD กรมควบคุมโรคคณุ ชาญยุทธ วหิ กโต กล่มุ พัฒนาระบบ คณุ ภาพ ท่มี ีเนอ้ื หาไมซ่ ้ําซ้อนกับวดิ ีทศั น์ สาธารณสุข ส�ำ นกั โรคไม่ตดิ ตอ่ คณุ สนธยา ศิลปะรศั มี โรงพยาบาลกาญจนดษิ ฐ์ จงั หวดั สรุ าษฎรธ์ านี คณุ ปยิ พร คู่มือต่างๆที่เก่ียวข้องกับการดำ�เนินการคลินิก สิทธิมาตย์ โรงพยาบาลสมเด็จ พระยุพราชบ้านดุง NCD คณุ ภาพ จังหวัดอุดรธานี และกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร กรมควบคมุ โรค เอกสารผลงานเขียนเพ่ือขอรับรางวัล โดยเตรียมกำ�หนดการรบั การตรวจประเมนิ ดังนี้ Roll up ทสี่ อ่ื ถงึ ความเปน็ มา กรอบการด�ำ เนนิ นายแพทย์ภาณุมาศ ญาณเวทยส์ กุล รองอธบิ ดี กรมควบคมุ โรค กลา่ วต้อนรบั /แนะน�ำ ทีมงาน ผู้อำ�นวย การคลินิก NCD คุณภาพ และผลลัพธ์ท์ การสำ�นักโรคไม่ติดต่อ นำ�เสนอผลงาน เรื่อง “คลินิก กระบวนการด�ำ เนนิ งานคลนิ กิ NCD คุณภาพ NCD คณุ ภาพ (โรคเบาหวานและโรคความดนั โลหติ สงู ) เอกสารการด�ำ เนินงานคลนิ ิก NCD คุณภาพ พ ร้ อ ม ผ ล ลั พ ธ์ ท์ ที่ ส่ ง ผ ล กั บ ก า ร บ ริ ก า ร สปู่ ระชาชน ของโรงพยาบาลน�ำ รอ่ ง 2 แห่ง บนั ทกึ เอกสารและสื่อต่างๆใส่แผ่น CD 81
6. รับการตรวจประเมินในวันที่ 21 มิถุนายน ก.พ.ร. 2. นางสาวจรรยา อกั กะรังสี ผตู้ รวจประเมินฯ พ.ศ.2559 จากคณะทำ�งานตรวจประเมินรางวัลบริการ 3. นางสาวอภญิ ญา เจนธญญั ารกั ษ์ เจา้ หนา้ ท่ี ส�ำ นกั งาน ภาครัฐแห่งชาติประจำ�ปี พ.ศ.2559 ประกอบด้วย ก.พ.ร. และ 4. นางสาวนัสรี รักษมณี เจ้าหน้าที่ 1. นายบรรยงค์ ล้ิมประยูรวงศ์ อ.ก.พ.ร. สำ�นักงาน สำ�นกั งาน ก.พ.ร. รายงานประจ�ำ ปี 2559 6ส่วนท่ี 7. รบั ฟงั ผลการพจิ ารณารางวลั บรกิ ารภาครฐั แหง่ 8. เข้ารับมอบรางวัลในงานประชุมสัมมนา ชาติ ประจ�ำ ปี พ.ศ.2559 ในวันท่ี 4 พฤษภาคม พ.ศ. วชิ าการและงานมอบรางวลั ประจ�ำ ปี พ.ศ. 2559 ในวนั ท่ี 2559 โดย ก.พ.ร. ไดป้ ระกาศรายชอื่ ผลงาน“คลนิ กิ NCD 16 กันยายน พ.ศ.2559 ณ หอประชุมกองทัพเรือ คณุ ภาพ (โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสงู )” อยู่ กรุงเทพมหานคร ในกลุมผลงานประเภทรางวัลการบูรณการการบริการท่ี เปน็ เลศิ ผลการพิจารณาอยูใน “ระดับด”ี 82
2. สรปุ ผลการดำ� เนนิ งานโครงการบรหิ ารจดั การองคก์ ารแนวใหม่ ไดม้ าตรฐานตามเกณฑท์ กี่ รมควบคมุ โรคกำ� หนด ประจำ� ปงี บประมาณ พ.ศ.2559 วตั ถปุ ระสงค์ 1. การพัฒนาศักยภาพของบุคลากรของสำ�นัก เพ่ือยกระดับระบบบริหารจัดการองค์การและ โรคไม่ติดต่อจัดส่งเสริม/พัฒนาความรู้คู่คุณธรรมและ ทรพั ยากรบุคคลให้มสี มรรถนะสูงได้มาตรฐานสากล สร้างความสัมพันธ์ของบุคลากรในองค์กร ตามราย ผลการดำ�เนินการ ละเอียดในตาราง โครงการบรหิ ารจดั การองคก์ ารแนวใหมฯ่ ขอสรปุ ผลการด�ำ เนินการ ดังนี้ ล�ำ ดบั ท่ี วนั เดอื น ปี หัวข้อ อบรม/ ประชมุ เชิงเพอ่ื พัฒนาบุคลากรหน่วยงานส�ำ นักโรคไม่ติดต่อ 1 16 พ.ย. 58 พัฒนาทักษะบุคลากรในการเขียนผลงาน คุณภาพของหน่วยงานตามเกณฑ์ที่ ก.พ.ร. ประจำ�ปี 2559 2 23, 30 พ.ย. และ 2 ธ.ค. 58 พัฒนาภาษาอังกฤษเพือ่ การสือ่ สาร 3 4 ธ.ค. 58 ประชุมเชิงปฏิบัติการเพ่ือถ่ายทอด PMS และพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้และ 4 22-23 ธ.ค.59 เปน็ คนดมี ีคุณธรรมจริยธรรม ประชุมพัฒนาบุคลากรเพ่ือปฏิบัติงานศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน และระบบ 27-28 ม.ค. บัญชาการเหตุฉกุ เฉินทางสาธารณสุข (EOC) (ผเู้ ข้าอบรม 50 คน) และ 4-5 ก.พ.59 บูรณาการงบประมาณ ส่งบุคลากรของสำ�นักโรคไม่ติดต่อ เข้าประชุมพัฒนา บคุ ลากรเพอ่ื ปฏิบตั ิงาน EOC โดยสถาบันบำ�ราศนราดรู จดั ประชมุ (ผู้เข้าอบรม 23 คน) 29 ก.พ.-1 ม.ี ค. 59 ประชุมพัฒนาบุคลากรเพื่อปฏิบัติงานศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน และระบบ บัญชาการเหตุฉุกเฉนิ ทางสาธารณสขุ (EOC) (ผู้เข้าอบรม 2 คน) 5 25 ม.ค.59 เทคนคิ การเขยี นบนั ทึกข้อความ 6 26 ก.พ.59 การจดั ซื้อจดั จ้างอย่างมีประสทิ ธภิ าพ 7 31 มี.ค.-1 เม.ย. 59 การน�ำ เสนอขอ้ มลู ในรปู แบบ Infographics 8 22 เม.ย. และ 31 พ.ค. 59 การใช้ excel อย่างไรได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ 9 28 เม.ย.59 ประชมุ วชิ าการ เทรนดก์ ารออกก�ำ ลงั กายและการบรรลเุ ปา้ หมายการออกก�ำ ลงั กาย รายงานประ ำจ�ปี 2559 ส่วน ่ที 6 10 16-17 มิ.ย.59 ประชมุ พัฒนาศกั ยภาพการทำ�งานเป็นทมี อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ 11 10 ส.ค. 59 อบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรสำ�นักโรคไม่ติดต่อด้านการต่อต้านการทุจริตใน 12 11 ส.ค. 59 องคก์ ร 13 26 ส.ค. 59 การเขียน template ตวั ชี้วัดทเ่ี หมาะสม 14 25 ส.ค. 59 การฝกึ อบรมพัฒนาสมรรถนะหลักระบาดวทิ ยา (สายงานสนับสนนุ ) 15 29 ส.ค. 59 เทคนคิ การเขยี นผลงานคุณภาพสง่ เข้าประกวด 16 30-31 ส.ค. 59 เทคนคิ การถา่ ยภาพเพอ่ื ใชป้ ระกอบการสอ่ื สารการด�ำ เนนิ งานอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ 17 5-6 ก.ย.59 อบรม Advanced Microsoft Excel 18 26-27 ก.ย. 59 อบรม Advanced Microsoft Powerpoint ประชุมสง่ เสรมิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และการทำ�งานเป็นทมี อยา่ งสร้างสรรค์ 83
รายงานประจ�ำ ปี 2559 6ส่วนท่ี ปงี บประมาณ 2559 กลมุ่ พฒั นาองคก์ ร ไดจ้ ดั ประชมุ / เร่ิมจากการทบทวนลักษณะสำ�คัญขององค์กร ประเมิน อบรมใหบ้ คุ ลากรในส�ำ นกั โรคไมต่ ดิ ตอ่ จ�ำ นวน 18 หวั ขอ้ GAP ขององคก์ ร และรว่ มหาแนวทางปดิ GAP ในแตล่ ะ ซง่ึ พบวา่ บคุ ลากรทกุ กลมุ่ ในองคก์ รใหค้ วามรว่ มมอื ในการ หมวด เข้าร่วมประชุม/อบรมดี (หากมีเวลาเข้าประชุม) และ ปีงบประมาณ 2559 นอกจากจะมีคณะ ประเมนิ ผลการอบรมส่วนใหญอ่ ยู่ในเกณฑด์ ี-ดีมาก กรรมการตรวจประเมนิ ภายใน (internal audit) 4 ชุด (ประกอบด้วยรองผอู้ �ำ นวยการ หวั หนา้ กล่มุ บุคลากรใน ปัญหาอุปสรรค แต่ละกลมุ่ ซง่ึ มคี ณะกรรมการ 5 คนในแตล่ ะคณะ) ท่ี จะตรวจตวั ชว้ี ัดค�ำ รับรองระดับหนว่ ยงานในรอบ 6 และ บุคลากรของสำ�นักมีภารกิจมาก ทำ�ให้ว่างไม่ 12 เดอื น แลว้ ยงั มปี ระชมุ ตดิ ตามตวั ชว้ี ดั ค�ำ รบั รองของ ตรงกัน เวลาจัดประชุม มีผู้เข้าร่วมประมาณ หน่วยงาน โดย คณะกรรมการ PMQA 1-2 เดือน/คร้ัง 1 ใน 3-4 ของบคุ ลากรทัง้ หมดในแต่ละคร้งั เพ่อื ติดตาม ก�ำ กบั และใหข้ อ้ เสนอแนะในการปรบั การ ด�ำ เนินงานให้บรรลุตามตัวช้ีวดั ประชุมพัฒนาบุคลากรเพ่ือปฏิบัติงานศูนย์ นอกจากน้ี ยังมคี ณะท�ำ งาน PMS ของส�ำ นัก ที่ ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน และระบบบัญชาการ ระดมสมองในการประชุมวางแนวทางการประเมินผล เหตุฉุกเฉินทางสาธารณสุข (EOC)ซึ่งเป็น การปฏิบัติราชการท้ังในระดับกลุ่มและรายบุคคล โดย ตัวช้ีวัดคำ�รับรองระดับหน่วยงานที่ระบุให้ กลุ่มพัฒนาองค์กร ได้จัดประชุมถ่ายทอด พร้อมจัด บุคลากรท่ีปฏิบัติงานจริงในองค์กรเข้าร่วม ทำ�และเผยแพร่ คู่มือการปฏิบัติงานวิธีการประเมินผล ประชุมครบทุกคน ท้ังน้ีกลุ่มพัฒนาองค์กรได้ การปฏิบัติราชการของข้าราชการและพนักงานราชการ จัดประชมุ 2 ครง้ั และบูรณาการงบประมาณ ส�ำ นกั โรคไมต่ ดิ ตอ่ กรมควบคมุ โรค ประจ�ำ ปงี บประมาณ ส่งบุคลากรของสำ�นักเข้าร่วมประชุมโดย 2559 และคมู่ อื การประเมนิ ผลการปฏบิ ตั ริ าชการตามค�ำ สถาบนั บ�ำ ราศนราดรู จดั ประชมุ เพมิ่ 2 ครง้ั จน รับรองการปฏิบัติราชการ ประจำ�ปีงบประมาณ 2559 บุคลากรท่ีปฏิบัติงานจริงท่ีสำ�นักโรคไม่ติดต่อ (ระดับหน่วยงาน) และได้ดำ�เนินการติดตามทางช่อง จ�ำ นวน 75 คน ผ่านการประชมุ ครบร้อยละ ทางหนังสือราชการ ทางไลน์ ทางอเี มล์ รวมถงึ รายงาน 100 และสอบผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ครบทกุ คน ผลการดำ�เนินงานและผลลัพธ์ ตัวชี้วัดคำ�รับรองในทุก ระดบั ทง้ั ระดบั หนว่ ยงาน ระดบั กรม และระดบั กระทรวง 2. การพฒั นาสง่ิ แวดลอ้ มองคก์ ร จดั สงิ่ แวดลอ้ ม รอบ 3, 6, 9 และ 12 เดอื น ตามรายละเอยี ดแต่ละตวั องคก์ รเพ่ือเพ่มิ ความผูกพัน นา่ อยู่ น่าทำ�งาน โดยการ ชีว้ ดั และผา่ นเครือข่าย ได้แก่ กลุ่มพัฒนาระบบบรหิ าร พัฒนาส่ิงแวดล้อมองค์กร ได้ดำ�เนินการร่วมกันทำ�งาน กรมควบคุมโรค กองแผนงาน กรมควบคุมโรค และ เป็นทีม ในรูปแบบคณะทำ�งานซ่ึงเป็นบุคลากรทุกกลุ่ม กลมุ่ พฒั นาระบบบรหิ าร สาํ นกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ ในองค์กรผ่านการประชุมระดมความคิดเห็นจากคณะ ชนิ้ งานเดน่ : เขยี นผลงานคณุ ภาพสง่ เขา้ ประกวด ทำ�งาน PMQA ในแต่ละหมวดที่เก่ียวข้อง โดยมีกลุ่ม รางวัลบรกิ ารภาครฐั แหง่ ชาติ ประจ�ำ ปี พ.ศ.2559 ชอื่ พฒั นาองคก์ รเปน็ Focal point หลกั ในการประสานและ ผลงานคอื “คลนิ กิ NCD คณุ ภาพ (โรคเบาหวาน และ ด�ำ เนนิ การ โดยมีกจิ กรรม อาทิ เชน่ โรคความดันโลหิตสูง)” ประเภทรางวัลการบูรณการ การบริการทเี่ ปน็ เลศิ ผลการพิจารณาอยูใน “ระดบั ดี” การตดิ บอรด์ ประชาสัมพนั ธอ์ งคก์ ร กรมควบคุมโรค โดยสำ�นักโรคไม่ติดต่อ ได้เข้ารับมอบ ออกกกำ�ลังกายทกุ วนั พฤหสั บดี รางวลั ในงานประชมุ สมั มนาวชิ าการและงานมอบรางวลั จัดบอร์ดสขุ สันต์วันเกิด ประจ�ำ ปี พ.ศ. 2559 ในวันที่ 16 กันยายน พ.ศ.2559 จ้ า ง อ อ ก แ บ บ สื่ อ เ พื่ อ ส ร้ า ง ภ า พ ลั ก ษ ณ์ ณ หอประชุมกองทพั เรือ กรุงเทพมหานคร งานมอบหมาย : ประสานความร่วมมือกับต่าง ขององค์กร ได้แก่ อัตลักษณ์ของสำ�นัก ประเทศ ได้แก่ บรู ณาการกบั มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ โรคไม่ติดต่อออกแบบในห้องประชุม ป้าย ในการTraining Programme M & E of NCDs ช่ือกลุ่มต่างๆ สื่อบริเวณทางเดิน ประตูทาง programme ระหวา่ งวนั ที่ 23-27 May 2016 นอกจากนี้ เขา้ ส�ำ นัก ได้รับมอบหมายการประสานงานต่างประเทศในการ 3. การสง่ เสรมิ การบรหิ ารจดั การการด�ำ เนนิ งาน ดำ�เนนิ งานป้องกันควบคมุ โรคไม่ตดิ ต่อและการบาดเจ็บ อยา่ งเป็นระบบ จากกลุ่มวิชาการต่างๆของสำ�นัก กับ สำ�นักงานความ การส่งเสริมการบริหารจัดการการดำ�เนินงาน ร่วมมือระหว่างประเทศ กรมควบคมุ โรค อย่างเป็นระบบ โดยมีการขับเคลื่อนผ่านการทำ�งาน โดยคณะกรรมการการบริหารสำ�นักโรคไม่ติดต่อ คณะ กรรมการ PMQA และ คณะทำ�งาน PMQA รายหมวด 84
ทศิ ทางการดำเนนิ งาน เฝา ระวงั ปอ งกัน ควบคุมโรคไมตดิ ตอ ป 2560
ทิศทางการดำ� เนนิ งานเฝา้ ระวัง ปอ้ งกัน ควบคมุ โรคไม่ตดิ ต่อ ปี 2560 แผนยทุ ธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี พฒั นาความเปน็ เลศิ 4 ดา้ น ไดแ้ ก่ 1) P&P Excellence (ด้านสาธารณสขุ ) 2) Service Excellence 3) People Excellence และ แผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ด้าน 4) Governance Excellence ภายใต้การดำ�เนินงาน สาธารณสุข สอดคล้องตามนโยบายรัฐบาลท่ีจะ ร่วมกันตามค่านิยมองค์กร MOPH : Mastery ความ นำ�ประเทศไทยก้าวสู่ Thailand 4.0 เพื่อรองรับ เป็นนายตนเอง Originality สร้างสรรคน์ วตั กรรมทีเ่ ปน็ การเปล่ียนแปลงโครงสร้างประชากรไทยท่ีกำ�ลังสู่ ประโยชนต์ อ่ ระบบสขุ ภาพ People centered approach สังคมผู้สูงอายุ พฤติกรรมสุขภาพประชาชนที่ทำ�ให้ ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และ Humility อ่อนน้อม เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมากข้ึน โรคติดต่ออุบัติใหม่/ ถ่อมตน เพ่ือจะนำ�นโยบายไปสู่การปฏิบัติภายใต้ อุบัติซํ้า การบาดเจ็บจากการจราจร การคุ้มครอง ยทุ ธศาสตรค์ วามเป็นเลศิ ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม โดยมีวิสัยทัศน์เป็นองค์กร สำ�นักโรคไม่ติดต่อเป็นหน่วยงานหลักในการขับ หลกั ดา้ นสขุ ภาพทร่ี วมพลงั สงั คมเพอ่ื ประชาชนสขุ ภาพดี เคล่ือนการดำ�เนินงานเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค และมเี ป้าหมายให้ “ประชาชนสขุ ภาพดี เจ้าหน้าที่มี ไมต่ ดิ ตอ่ รว่ มกบั ภาคเี ครอื ขา่ ย โดยมตี วั ชว้ี ดั ภายใตแ้ ผน ความสขุ ระบบสขุ ภาพยงั่ ยนื ” ประกอบดว้ ยยทุ ธศาสตร์ ยทุ ธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ดงั ตารางที่ 14 ตารางที่ 14 ตวั ช้ีวดั ภายใตแ้ ผนยทุ ธศาสตรช์ าตริ ะยะ 20 ปี รายงานประจ�ำ ปี 2559 6ส่วนท่ี 86
แผนภาพที่ 23 9 เป้าหมาย ในการป้องกันและควบคุมโรคไมต่ ดิ ตอ่ ภายใน พ.ศ.2568 ตามเปา้ หมายระดับโลก ที่มา : รายงานการทบทวนแหลง่ ขอ้ มลู และตวั ชีว้ ดั ระดับโรค การป้องกนั และควบคมุ โรคไมต่ ิดต่อของประเทศไทย เครอื ขา่ ยควบคุมโรคไมต่ ิดต่อและส�ำ นักโรคไม่ตดิ ตอ่ กรอบเปา้ หมายโรคไมต่ ดิ ตอ่ ระดบั โลก 9 เปา้ หมาย 1.3 มาตรการปอ้ งกันระดบั ชมุ ชน รายงานประ ำจ�ปี 2559 ส่วน ่ที 6 ปี พ.ศ.2568 (ค.ศ. 2025) แบ่งตามปัจจัยหลัก 3 กลุ่ม 1.4 มาตรการปอ้ งกนั ในสถานบรกิ ารสาธารณสขุ ได้แก่ 2. แผนป้องกันการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทาง 1. เปา้ หมายดา้ นอตั ราตายและปว่ ย (ลดตายกอ่ น ถนน ประกอบด้วย 2 มาตรการหลัก คอื วัยอนั ควรจากกลมุ่ โรค NCD) 2.1 มาตรการจัดการข้อมูล ดำ�เนินงาน 3 2. เป้าหมายด้านปัจจัยเส่ียงหลัก เช่น ลดการ ระดบั ไดแ้ ก่ สว่ นกลาง ระดบั เขตสขุ ภาพ/สสจ./รพ. และ บริโภคเครือ่ งดื่มแอลกอฮอล์ การบริโภคยาสูบ การขาด ระดับอ�ำ เภอ กจิ กรรมทางกาย ลดการบรโิ ภคเกลือ และลดHT DM 2.2 มาตรการปอ้ งกัน 3. เป้าหมายดา้ นระบบบรกิ าร (ผเู้ สี่ยงสูงCVDได้ 2.2.1 ขับเคลื่อนการดำ�เนินงานผ่าน รับยาและคำ�ปรึกษา และยาและเทคโนโลยีที่จำ�เป็น ระบบสุขภาพอำ�เภอ (DHS-RTI) ภายใต้โครงการการ ครอบคลุม ดำ�เนินงาน ป้องกันและลดการตายจากการจราจรทาง โดยทงั้ 9 เปา้ หมายระดบั โลก ประเทศไทยใชเ้ ปน็ ถนนผา่ นระบบสขุ ภาพอ�ำ เภอและอ�ำ เภอควบคมุ โรคเขม้ แนวทางในการต้ังเป้าหมายในการดำ�เนินการ โดยวัด แขง็ ยง่ั ยนื (DHS-RTI) และเชอ่ื มโยงกบั ศนู ย์ปฏิบัตกิ าร ความสำ�เร็จในการป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อภายใน ความปลอดภยั ทางถนนในระดบั อ�ำ เภอ ปีพ.ศ. 2568 ซึง่ องคก์ ารอนามัยโลกได้กำ�หนด 4 กล่มุ 2.2.2 ขบั เคลอื่ นการด�ำ เนนิ งานมาตรการ โรค NCDs หลกั ในการปอ้ งกนั ควบคมุ อยา่ งเรง่ ดว่ น คอื องค์กร โรคหัวใจและหลอดเลอื ดโรคเบาหวาน โรคมะเร็ง และ - ความปลอดภัยของรถพยาบาล โรคปอดอดุ กน้ั เรอ้ื รัง - เจา้ หนา้ ทค่ี วามปลอดภยั ทางถนน ในปีงบประมาณ พ.ศ.2560 สำ�นักโรคไม่ติดต่อ 3. แผนป้องกันการบาดเจ็บจากสาเหตุอื่นๆ มีแผนการดำ�เนินงานเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคไม่ ประกอบด้วย 3 มาตรการ คอื ติดตอ่ และการบาดเจบ็ จำ�นวน 3 แผนงาน ได้แก่ 3.1 สรา้ งทมี เครอื ขา่ ยผกู้ อ่ การดี (Merit Mak- 1. แผนป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อ ประกอบ er) ป้องกนั การจมนา้ํ ด้วย 4 มาตรการ คอื 3.2 สรา้ งเครอื ขา่ ยด�ำ เนนิ งานปอ้ งกนั การบาด 1.1 มาตรการลดการเขา้ ถงึ ปจั จยั เสยี่ งตอ่ โรค เจ็บโดยสถานบรกิ ารสาธารณสขุ ไมต่ ิดตอ่ 3.3 ส่ือสารประชาสัมพันธ์ป้องกันการจมนํ้า 1.2 มาตรการดา้ นขอ้ มลู เฝา้ ระวงั สอบสวนโรค และการพลดั ตกหกล้มในผสู้ งู อายุ 87
(รา่ ง) แผนยทุ ธศาสตร์สขุ ภาพดีวถิ ชี ีวติ ไทยระยะท่ี ๒ : แผนยทุ ธศาสตรก์ ารป้องกันและควบคมุ โรคไมต่ ดิ ต่อระดบั ชาติ ๕ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔) ทม่ี า การจัดทำ�แผนยุทธศาสตร์สุขภาพดีวิถีชีวิตไทย ซึ่งคณะกรรมการโดย Core Team ร่วมกันจัดทำ� ระยะที่ 2 : แผนยทุ ธศาสตรก์ ารปอ้ งกนั และควบคมุ โรค แผนปฏิบัติการ (Action plan) 3 ระยะ (ปี 2560, 2561 ไมต่ ิดต่อระดบั ชาติ 5 ปี (พ.ศ. 2560 - 2564) และแผน และ 2562 – 2564) ปฏบิ ตั กิ าร (Action Plan) น้ี เปน็ การพฒั นาตอ่ เนอ่ื งจาก วสิ ยั ทัศน์ แผนยุทธศาสตร์สุขภาพดีวิถีชีวิตไทย พ.ศ.2554-2563 ประเทศไทยปลอดจากภาระที่ป้องกันได้ด้วย แต่มีการปรับเป้าหมาย และกลยุทธ์การดำ�เนินงาน โรคไมต่ ดิ ต่อ ให้ชัดเจน มากข้ึน และปรับให้สอดคล้องกับ Global (A country free of the avoidable burden of Health Action Plan โดยองค์การอนามัยโลก อีกทั้ง Non - Communicable Diseases) ปรับจาก (รา่ ง) แผนบรู ณาการการป้องกันและควบคุม โรคไม่ติดต่อระดับชาติ ที่จัดทำ�ข้ึนจากคณะกรรมการ เปา้ ประสงค์ บรู ณาการยทุ ธศาสตรก์ ารปอ้ งกนั และควบคมุ โรคไมต่ ดิ ตอ่ ระดบั ชาติ ทแี่ ตง่ ตง้ั โดยค�ำ สง่ั คณะกรรมการสขุ ภาพแหง่ เพ่ือลดภาระการปว่ ย การตาย และความพิการที่ ชาติ ซ่ึงมอี ธิบดีกรมควบคมุ โรค เป็นประธาน ซ่ึง GAP ปอ้ งกนั ได้ อนั มผี ลสบื เนอื่ งจากโรคไมต่ ดิ ตอ่ ดว้ ยวธิ กี าร ของแผนยุทธศาสตร์โรคไม่ติดต่อระดับชาติ คือ ขาด ร่วมมือระหว่างภาคีภาคส่วนหลากหลายสาขาและการ Focal Point หลัก และการดำ�เนนิ งานท่ชี ัดเจน จึงได้ ประสานงานในระดบั ชาติ ภมู ภิ าค และระดบั โลก เพอ่ื ให้ กำ�หนดหนว่ ยงานรับผิดชอบหลักคือ สำ�นกั โรคไม่ติดต่อ ประชาชนมภี าวะสขุ ภาพทด่ี แี ละสรา้ งใหเ้ กดิ ผลผลติ ตาม และสำ�นกั งานบริหารยุทธศาสตรส์ ขุ ภาพดีวถิ ีชวี ติ ไทย มาตรฐานสูงสุดในทุกกลุ่มอายุ และโรคต่างๆ เหล่าน้ี การพัฒนาแผนฯน้ี เพ่ือตอบสนองต่อการดำ�เนิน ไมเ่ ปน็ อปุ สรรคตอ่ การมคี ณุ ภาพชวี ติ ทด่ี ี และการพฒั นา งานป้องกันและควบคุมโรคให้บรรลุ 9 เป้าหมายโลก ทางดา้ นเศรษฐกิจ ภายในปี พ.ศ. 2564 ที่ปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศไทย ตัวชวี้ ัดผลลัพธ์ (ภายในปี 2564 ซ่งึ ต้องปรบั ให้ สอดคลอ้ ง) รวมทั้งสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม 1. การลดการเสยี ชวี ติ กอ่ นวยั อนั ควรจากโรคไมต่ ดิ ตอ่ แหง่ ชาติฉบับท่ี 12 และแผนยทุ ธศาสตรส์ ุขภาพ 20 ปี ลง ร้อยละ 20 (Premature mortality from รายงานประจ�ำ ปี 2559 6ส่วนท่ี เนื้อหาของแผนฯจะเน้นท่ีการสร้างการมีส่วนร่วมของ NCDs) เมอ่ื เทยี บกบั ปี พ.ศ.2553 ประชาชน ชุมชน ท้องถิ่น และภาคส่วนต่างๆ ปรับ 2. ปรมิ าณการบรโิ ภคแอลกอฮอลต์ อ่ หวั ประชากรตอ่ ปี การดำ�เนินงานให้มีประสิทธิภาพมากข้ึนโดยใช้ข้อมูล ของประชากรอายุ 15 ปีขน้ึ ไป ลดลงเหลือ ไม่เกิน และการส่งเสริมศักยภาพของประชาชนในการดูแล 6.7 ลิตร ตอ่ คน ตอ่ ปี (Harmful use of alcohol) สุขภาพด้วยตนเอง อีกท้ังเน้นการบูรณาการกับ 3. ความชุกของการมีกิจกรรมทางกายที่ไม่เพียงพอ แผนยุทธศาสตร์อ่ืนๆและไม่ซ้ําซ้อนกับแผนยุทธศาสตร์ ลดลงร้อยละ 8 (Physical inactivity) เมอื่ เทยี บ ระดับชาติอ่ืนๆที่เก่ียวข้อง พร้อมกับการวิเคราะห์ กับปี พ.ศ.2553 สถานการณ์โรคไม่ติดต่อ และสถานการณ์ระบบ 4. ค่าเฉล่ียปริมาณการบริโภคเกลือ/โซเดียมใน การดำ�เนินงานด้านโรคไม่ติดต่อในระยะ 5 ปีท่ีผ่านมา ประชากร ลดลงรอ้ ยละ 24 (Salt/sodium intake) เมื่อเทียบกับปี พ.ศ.2553 88
5. ความชุกของการบริโภคยาสูบในประชากรที่มีอายุ 2. เพื่อเพ่ิมความเข้มแข็งในด้านศักยภาพของ มากกวา่ 15 ปขี นึ้ ไป ลดลงเหลอื ไมเ่ กนิ รอ้ ยละ 15.7 ประเทศ ภาวะการน�ำ ธรรมาภบิ าล และการปฏบิ ตั ิ (Tobacco use) รว่ มระหวา่ ง หลายภาคี ภาคส่วน พันธมิตร เพือ่ เรง่ ใหม้ กี ารตอบสนองตอ่ การปอ้ งกนั และควบคมุ 6. ความชกุ ของภาวะความดนั โลหติ สงู ลดลงร้อยละ โรคไมต่ ดิ ต่อ 20 (Raised blood pressure) 3. เพื่อลดปัจจัยที่เพิ่มความเส่ียง และปัจจัยทาง 7. ความชกุ ของภาวะนา้ํ ตาลในเลอื ดสงู /เบาหวานและ สังคมที่ส่งผลต่อความเสี่ยงในการเป็นโรคไม่ โรคอว้ นไมเ่ พม่ิ ข้นึ (Diabetes and obesity) เมื่อ ติดตอ่ เทียบกับปี พ.ศ.2553 4. เพื่อเพ่ิมความเข้มแข็ง และปรับระบบบริการ 8. ประชากรอายุ 40 ปขี นึ้ ไปทม่ี คี วามเสยี่ งตอ่ การเกดิ สุขภาพ ให้คำ�นึงถึงและตอบสนองต่อการ โรคหวั ใจและหลอดเลอื ดได้รบั ค�ำ ปรึกษาเพอ่ื ปรับ ป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ รวมถึงปัจจัย เปลยี่ นพฤตกิ รรมทเ่ี หมาะสมและรบั ยา เมอ่ื มขี อ้ บง่ ทางสังคมทเ่ี ป็นพื้นฐานเกย่ี วขอ้ งโดยใชห้ ลกั การ ชีเ้ พื่อป้องกนั โรคหวั ใจและหลอดเลือดสมอง (รวม สาธารณสุขมูลฐาน ผ่านบริการปฐมภูมิที่มอง ถงึ ยาควบคมุ ระดบั นา้ํ ตาลในเลอื ด) ไมน่ อ้ ยกวา่ รอ้ ย ประชาชนเป็นศูนย์กลาง และเป็นบริการท่ีเข้า ละ 50 (Drug therapy to prevent heart attack ถึงได้โดยทว่ั หนา้ and stroke) 5. เพอื่ สง่ เสรมิ และสนบั สนนุ สมรรถนะทางดา้ นการ 9. การมียาที่จำ�เป็นและเทคโนโลยีข้ันพื้นฐานสำ�หรับ วิจัยและพัฒนาที่มีคุณภาพสูงเพื่อป้องกัน และ รักษา/บริการผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อท่ีสำ�คัญ ในสถาน ควบคมุ โรคไม่ติดต่อ บริการของภาครัฐและเอกชน รอ้ ยละ 80 6. เพื่อติดตามแนวโน้ม และปัจจัยที่ส่งผลต่อการ วตั ถปุ ระสงค์ ปอ้ งกนั และควบคมุ โรคไมต่ ดิ ตอ่ รวมทง้ั ประเมนิ ความก้าวหนา้ ของการปอ้ งกัน 1. เพ่ือเพิ่มลำ�ดับความสำ�คัญให้กับการป้องกันและ ควบคุมโรคไม่ตดิ ต่อ ในวาระการพัฒนาระดับชาติ ด้วยการเพิ่มความเข้มแข็งกับการสร้างความร่วม มอื ระหวา่ งประเทศ การผลกั ดนั เชงิ นโยบายรว่ มกนั ประกอบดว้ ย 6 ยุทธศาสตร์ ดงั นี้ ยุทธศาสตร์ที่ 1 : พฒั นานโยบายสาธารณะและกฎหมายทส่ี นบั สนุนการควบคุม ปอ้ งกนั โรคไมต่ ิดตอ่ รายงานประ ำจ�ปี 2559 ส่วน ่ที 6 กลยุทธ์ 1.1 เร่งรดั ใหเ้ กิดนโยบายสาธารณะระดับชาตทิ ี่เน้นการจัดการโรคไมต่ ิดตอ่ 1.2 พัฒนามาตรการทางการเงนิ การคลัง ภาษี การผลติ การตลาด การบรโิ ภค ทเ่ี กี่ยวข้องกับการลดเส่ยี งของ การเกดิ โรคไมต่ ดิ ตอ่ 1.3 ส่งเสรมิ ใหม้ ีนโยบายสาธารณะระดับสถาบัน องค์กร ท่สี ร้างสภาพแวดลอ้ มส�ำ หรบั ปรบั พฤติกรรม ในกลมุ่ เปา้ หมายเฉพาะได้อยา่ งเพยี งพอ 1.4 พัฒนากฎหมายและสร้างความเขม้ แข็งมาตรการบงั คบั ใชก้ ฎหมาย เพื่อควบคมุ ป้องกนั โรคไมต่ ดิ ต่อ 1.5 สรา้ งเสรมิ การบังคับใชก้ ฎหมายในทางปฏิบัติใหท้ ัว่ ถึง 89
รายงานประจ�ำ ปี 2559 6ส่วนท่ี ยุทธศาสตรท์ ่ี 2 : เร่งขับเคล่ือนทางสังคม ส่ือสารความเสี่ยงและประชาสัมพันธอ์ ย่างตอ่ เนอ่ื ง กลยุทธ์ 2.1 พัฒนาการบริหารจัดการด้านการสื่อสารต่อ สาธารณะในด้านการสร้างเสริมสุขภาพและลดปัจจัย เส่ียงต่อการ เกิดโรคไมต่ ิดตอ่ อย่างต่อเนื่อง 2.2 พฒั นาเครอื ข่าย เพอ่ื ถา่ ยทอดองค์ความรดู้ ้านการสอื่ สารความเสย่ี งในการสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพและลดปจั จัยเสย่ี ง ต่อโรคไมต่ ิดตอ่ 2.3 พัฒนาเนื้อหาการสื่อสารและเพมิ่ ชอ่ งทางการสอื่ สารทต่ี รงกับความต้องการของกล่มุ เปา้ หมาย 2.4 การเฝ้าระวงั และการตอบโต้ข้อมูลขา่ วสารทีส่ ่งผลเสียต่อการเกิดโรคไมต่ ิดต่อ ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 3 : การพัฒนาศักยภาพชุมชน/ท้องถน่ิ และภาคเี ครือข่าย กลยทุ ธ์ 3.1 พฒั นากลไกใหช้ มุ ชน ทอ้ งถน่ิ ภาคเี ครอื ขา่ ยเขา้ มามสี ว่ นรว่ มในการตรวจสอบและเรง่ รดั การด�ำ เนนิ งาน เพอ่ื การ ควบคุม ป้องกนั โรค ในระดับต่างๆ 3.2 พฒั นาศักยภาพ อสม./อสค. ในการจัดการโรคไม่ติดตอ่ ในชุมชนโดยมงุ่ เน้นให้มี Health Literacy ยทุ ธศาสตร์ท่ี 4 : พฒั นาระบบเฝา้ ระวงั และการจดั การขอ้ มูล กลยทุ ธ์ 4.1 พัฒนาการเชื่อมโยงขอ้ มูลในระดับอ�ำ เภอ จังหวดั เขต และระดบั ประเทศ 4.2 พฒั นาศักยภาพการจดั การขอ้ มูล และวิเคราะหข์ ้อมลู เพอื่ เฝา้ ระวงั ด้านโรคไม่ติดต่อในระดับประเทศ จงั หวัด และอำ�เภอ 4.3 พัฒนาระบบเฝา้ ระวงั โรคไมต่ ิดต่อ และปจั จยั เสี่ยงในระดบั องคก์ ร และกลุ่มประชากรเฉพาะ ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 5 : ปฏิรูปการจดั บรกิ ารเพอ่ื ลดเส่ียงและ ลดโรค ให้สอดคลอ้ งกบั สถานการณ์โรคและบรบิ ทพ้นื ท่ี กลยุทธ์ 5.1 ปฏิรูปรปู แบบบริการเพื่อคดั กรองและลดความเส่ียงในกลุ่มประชากรทัว่ ไป และกลมุ่ เสยี่ งที่หลากหลาย สอดคลอ้ งกบั ลกั ษณะ เฉพาะของแตล่ ะกลมุ่ เปา้ หมายทม่ี คี วามเสย่ี ง 5.2 ปฏิรปู กระบวนการจัดบรกิ ารสุขภาพใหแ้ กผ่ ปู้ ่วยเรื้อรงั (ท้ังท่ีมแี ละไมม่ ภี าวะแทรกซ้อน) ในสถานพยาบาล ใหม้ ีประสิทธิภาพ และสนับสนุนการจดั การตนเองของผู้ปว่ ย ยทุ ธศาสตร์ท่ี 6 : พัฒนาระบบสนับสนุนเพอ่ื ขบั เคลื่อนการดำ�เนนิ งานอย่างบรู ณาการ กลยุทธ์ 6.1 พัฒนากลไกการขับเคลอ่ื นการดำ�เนนิ การตามยทุ ธศาสตรท์ ภ่ี าคตี ่างๆ มีส่วนรว่ มอย่างมปี ระสทิ ธิผล6.2 พัฒนา ระบบติดตาม ประเมนิ ผลการควบคุม ปอ้ งกัน โรคไม่ติดต่อเรอื้ รัง ในระดับประเทศ เขต จงั หวดั 6.3 พัฒนาบคุ ลากรทกุ ภาคีเครือข่ายทเ่ี กีย่ วข้องให้สามารถจัดการขบั เคลื่อนยทุ ธศาสตร์ได้ 6.4 บรู ณาการงานวจิ ยั การจดั การความรู้ และนวตั กรรม เพอื่ สนบั สนนุ ระบบการควบคมุ ปอ้ งกนั โรคไมต่ ดิ ตอ่ เรอื้ รงั 90
ภาคผนวก รายงานประ ำจ� ีป 2559 เบอร์โทรศัพท์ภายในสำ� นักโรคไม่ตดิ ต่อ เบอร์โทรศัพท์ เบอร์โทรสาร 0 2590 3982 0 2951 0363 ชอ่ื สกุล/ต�ำ แหนง่ 0 2590 3985 0 2951 0363 นายแพทยด์ ิเรก ขำ�แปน้ 0 2590 3982 0 2951 0363 ผู้อ�ำ นวยการสำ�นักโรคไม่ตดิ ตอ่ แพทยห์ ญงิ จุรีพร คงประเสริฐ 0 2590 3980 0 2951 0363 รองผอู้ �ำ นวยการสำ�นกั โรคไมต่ ดิ ตอ่ 0 2590 3965 0 2590 3964 นายแพทย์ชฤู ทธ์ิ เตรง็ ไตรสรณ์ 0 2951 0402 0 2590 3968 รองผู้อำ�นวยการสำ�นกั โรคไมต่ ิดต่อ 0 2590 3986 0 2590 3988 นางนงนชุ ตนั ตธิ รรม 0 2590 3974 0 2590 3972 รองผอู้ �ำ นวยการสำ�นักโรคไมต่ ดิ ตอ่ 0 2590 3979 0 2951 0363 และหวั หนา้ กลุม่ ปอ้ งกันการบาดเจบ็ จากการจราจร 0 2590 3978 0 2951 0363 แพทย์หญิงสมุ นี วชั รสินธุ์ 0 2590 3967 0 2590 3968 หัวหนา้ กลุ่มพฒั นาระบบสาธารณสขุ 0 2590 3962 0 2590 3963 นางสชุ าดา เกดิ มงคลการ 0 2590 3964 0 2590 3988 หัวหน้ากล่มุ ป้องกันการบาดเจ็บจากสาเหตอุ ่ืนๆ 0 2590 3987 0 2590 3972 นางณัฐธิวรรณ พนั ธ์มุง 0 2590 3984 0 2590 3972 หวั หนา้ กลุ่มโรคไม่ตดิ ตอ่ เรอ้ื รัง 0 2590 3970 0 2951 0363 นางศรีเพญ็ สวัสดมิ งคล 0 2590 3979 0 2951 0363 หัวหน้ากลมุ่ ยุทธศาสตร์และแผนงาน 2590 3977 0 2951 0363 นางนิตยา พันธเุ วทย์ 0 2590 3976 0 2951 0363 หวั หน้ากล่มุ พัฒนาองคก์ ร 0 2590 3973 นางสมพร คลา้ ยเณร รักษาการหวั หนา้ กลุ่มบริหารทว่ั ไป กลุม่ ปอ้ งกันการบาดเจบ็ จากการจราจร กลุ่มป้องกนั การบาดเจบ็ จากสาเหตอุ ื่นๆ กล่มุ พัฒนาระบบสาธารณสุข กลมุ่ โรคไม่ติดต่อเรือ้ รงั งานยทุ ธศาสตรแ์ ละแผนงาน งานประเมินผลและงานIT กลุ่มพฒั นาองคก์ ร งานพัสด ุ งานธรุ การ งานยานพาหนะ 91
Search