Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สายตรวจงานป้องกันปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

คู่มือการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สายตรวจงานป้องกันปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

Published by Sun Channal คนสร้างภาพ, 2021-12-23 07:52:44

Description: คู่มือการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สายตรวจงานป้องกันปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

Search

Read the Text Version

สํานักงานตาํ รวจแหง ชาติ การแจง ขอหา วรรคหน่ึง ๑. ผจู บั (ราษฎรหรอื เจา พนกั งาน) ตอ งแจงผทู ่ีจะถกู จบั กอ นวา จะทาํ การจบั บคุ คลนน้ั ๒. ส่ังใหผ ูถ ูกจับไปยงั ทีท่ าํ การของพนักงานสอบสวนแหง ทอ งที่ท่ถี ูกจบั หรือ ถา สามารถทาํ ได ใหจบั ไปยัง ท่ที ําการของพนักงานสอบสวนผูรบั ผดิ ชอบ แตห ากมกี ารขดั ขืน(ถา จําเปน)กส็ ามารถจบั ตวั ไปไดท ันที วรรคสอง ๑. ผูจบั (เจา พนกั งาน) ตอ งแจง ขอกลาวหาใหผ ถู กู จับทราบ ๒. ถา เปนกรณมี ีหมายจับ เจา พนกั งานจะตองแสดงหมายจับตอ ผูจะถกู จบั ดวย ๓. แจงสิทธิของผูถ ูกจบั ท่ีพงึ่ มตี ามกฎหมาย - สทิ ธทิ จี่ ะไมใหการก็ไดและถอยคําของผถู ูกจับน้ันอาจใชเปน พยานหลกั ฐานในการ พจิ ารณาคดี - สทิ ธใิ นการพบหรือปรึกษาทนายความ - สทิ ธกิ ารแจง ญาติใหท ราบในโอกาสแรก วรรคสาม เปน การใหอ ํานาจผูจบั สามารถใชว ิธีหรือการปองกนั ใดๆท่ีเหมาะสมตอผูจะถูกจับ ในกรณที ี่ ผู จะถกู จบั มพี ฤตกิ ารณทข่ี ัดขวางหรือพยายามหลบหนีการจับ กลับ ตอ ไป  

สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ ขอ พิจารณา กลับ ตามมาตราน้จี ะเหน็ ไดวา บุคคลทม่ี อี าํ นาจในการจับนัน้ ไดแก เจา พนักงาน ซึ่งหมายถงึ พนกั งานฝาย หนา การ ปกครอง ตาํ รวจ และราษฎร จับ โดยในการทําการจบั นนั้ ผทู าํ การจับ ตอ งแจง แกผ จู ะถกู จบั วา เขาจะถกู จับ ซึง่ หมายเหตทุ ต่ี องแจง เพราะ เพ่อื ใหผ ูท ี่จะถูกจับน้ันรตู ัววา ตนเองใชบ คุ คลทจี่ ะถูกจบั ตามหมายจบั หรือไม หรอื ตนเองน้ันเปนบคุ คลที่ได กระทาํ ความผิดจริงหรอื ไม นอกจากนั้นยงั เปนการแจงเพ่ือไมใหผูจ ะถกู จบั ตอ สูขดั ขวาง และยินยอมใหจ ับ และ   การแจง น้ันยังเปน การแจงใหบคุ คลดงั กลาวรูตัว โดยสามารถทําการปฏิเสธไดว า ตนไมใชผ ูท่ีจะถูกจบั ในกรณที มี่ ี การจับตวั หลงั จากทีจ่ บั ตวั ผูถูกจบั แลว ตองสั่งใหผถู กู จบั ไปยังทท่ี ําการของพนกั งานสอบสวนแหงทองทีท่ ่ีถูกจบั เวนแตส ามารถนาํ ตัวไปยังท่ีทาํ การของพนักงานสอบสวนผูรับผดิ ชอบไดก็ใหน าํ ตัวไป กฎหมายกําหนดใหบ อก ใหส ง่ั ใหผูถกู จบั ไปยงั ทท่ี ําการสอบสวน แตโ ดยทางปฏิบัตมิ ักจะเกิดการตอสขู ดั ขวางเปนปกติ ดงั นนั้ กฎหมาย จงึ บญั ญตั เิ พ่ิมเติมวา ในกรณีทจี่ าํ เปนกจ็ ับตวั ไป คือ เปน กรณีที่ผถู กู จบั อยูในอาํ นาจของผจู ับโดยสิ้นเชิงแลว ผู จบั จะนําตวั ผูจบั ไปโดยวิธีอยางไรก็ไดต ามสมควรแกพ ฤตกิ ารณ กลับ

สํานักงานตาํ รวจแหง ชาติ มาตรา ๘๓ ในการจบั นั้น เจาพนักงานหรือราษฎรซง่ึ ทาํ การจับตองแจงแกผ ูที่จะถกู จับน้นั วาเขาตอ งถกู จับ แลวสั่ง ใหผ ถู ูกจับไปยังทที่ าํ การของพนักงานสอบสวนแหง ทองท่ีท่ถี กู จบั พรอมดวยผูจ บั เวน แตส ามารถนําไปทท่ี าํ การของ พนักงานสอบสวนผรู ับผดิ ชอบไดใ นขณะนน้ั ใหน าํ ไปที่ทําการของพนกั งานสอบสวนผูร ับผดิ ชอบดงั กลา ว แตถา จําเปนกใ็ หจับตัวไป ในกรณที ่ีเจาพนักงานเปน ผูจ ับ ตอ งแจงขอ กลา วหาใหผถู ูกจบั ทราบ หากมหี มายจบั ใหแสดงตอ ผถู กู จับ พรอมท้ังแจง ดวยวา ผูถกู จบั มสี ิทธิท่จี ะไมใหการหรอื ใหการกไ็ ดแ ละถอ ยคําของผูถ ูกจับนั้นอาจใชเ ปน พยาน หลักฐานในการพจิ ารณาคดไี ดแ ละผูถ กู จบั มีสิทธทิ ่จี ะพบและปรกึ ษาทนายความ หรอื ผูซง่ึ จะเปนทนายความ ถาผู ถกู จบั ประสงคจะแจง ใหญาตหิ รอื ผูซึง่ ตนไววางใจทราบถงึ การจบั กมุ ทสี่ ามารถดาํ เนนิ การไดโ ดยสะดวกและไม เปน การขัดขวางการจับหรอื การควบคมุ ผถู กู จบั หรอื ทาํ ใหเกดิ ความไมปลอดภัยแกบ ุคคลหนึ่งบคุ คลใด ก็ให เจา พนักงานอนุญาตใหผูถ กู จบั ดําเนินการไดตามสมควรแกก รณี ในการนใี้ หเ จา พนกั งานผูจ บั นั้นบนั ทึกการจบั ดัง กลาวไวดวย ถาบุคคลซ่ึงจะถูกจับขดั ขวางหรือจะขัดขวางการจบั หรือหลบหนีหรอื พยายามจะหลบหนี ผูทําการจับมี อํานาจใชว ิธหี รอื การปอ งกนั ทัง้ หลายเทาท่ีเหมาะสมแกพฤติการณแ หงเร่อื งในการจบั นน้ั กลบั

สํานักงานตาํ รวจแหง ชาติ ตัวอยางฎีกา ตามมาตรา ๘๓ การแจงขอ หา ฎ.๓๑๙/๒๕๒๑ เจา พนักงานตํารวจพบเหน็ การกระทําความผดิ ซงึ่ หนา เมอ่ื เขาจับกุมผูกระทําความผดิ ตอ สขู ัดขวาง กรณี เชน นี้เจาพนักงานตาํ รวจมอี าํ นาจจับกุมโดยไมจําเปน ตองแจงแกผ ทู ่ีจะถกู จบั วาเขาตองถูกจับ ตามประมวลกฎหมายวธิ ี พิจารณาความอาญา มาตรา ๘๓ วรรคแรก ฎ.๒๑๕๗/๒๕๑๔ พนักงานสอบสวนสั่งใหเจา พนักงานตาํ รวจไปจบั กุมจาํ เลยดวยวาจาโดยไมไ ดออกหมายจับ และ เจาพนกั งานตํารวจท่ไี ปจบั จําเลยนน้ั ไมไดเ ปนนายตํารวจชัน้ ใหญ ซงึ่ จะจบั จําเลยไดด วยตนเองโดยไมม หี มายจบั เม่อื เจาพนกั งานตาํ รวจจบั จาํ เลยไดแ ลว ไดส ง มอบตวั จําเลยตอพนกั งานสอบสวน พนักงานสอบสวนไมไ ดแ จง ขอ หาแกจ าํ เลย และไมไ ดค วบคมุ ตวั จําเลยไวห รือใหป ระกนั ตวั ไป เพียงแตน ดั ใหจําเลยมาสถานีตํารวจในวนั รงุ ขึ้นเทาน้ัน พฤติการณเ ชนน้ี ยังไมถอื วา จาํ เลยไดถ ูกจบั ตามกฎหมาย กลับ

สํานกั งานตาํ รวจแหง ชาติ การรับการมอบตวั ผถู กู จับ/การนาํ ผูถูกจบั ไปยงั ทีท่ ําการพนักงานสอบสวน วรรคหน่งึ ๑. ผูจับ (เจา พนักงานหรอื ราษฎร) ตองเอาตวั ผูถ กู จบั ไปยงั ทีท่ ําการของพนกั งานสอบสวนตามมาตรา ๘๓ โดยทันที ๒. สงตัวผู ถกู จับ แกพ นกั งานฝายปกครองหรอื ตาํ รวจของที่ทาํ การของพนกั งานสอบสวน ๓. พนักงานฝา ยปกครองหรือตาํ รวจของที่ทําการของพนกั งานสอบสวน มหี นา ท่ีดังนี้ โดยแบงเปน ๒ กรณี - กรณีที่ผูจับเปน เจา พนักงาน ใหเจาพนกั งานผูทําการจบั แจงขอ กลาวหา และรายละเอยี ดเกีย่ วกบั เหตุแหงการจับใหผถู ูกจบั ทราบ ถา มี หมายจับใหแ จง ตอ ผูถกู จับและอา นใหผ ูถ ูกจับฟง มอบสําเนาบนั ทกึ การจบั แกผูถ กู จับ - กรณที ีผ่ ูจับเปนราษฎร ใหพ นักงานฝายปกครองหรือตาํ รวจซง่ึ รับมอบตัวบันทกึ ช่อื อาชพี ทอี่ ยูข องผูจบั ขอความและพฤตกิ ารณแ หง การจับและใหผ จู ับลงลายมือช่ือกาํ กับไว ดาํ เนนิ การแจง ขอ กลา วหาและรายละเอียดแหงการจบั ใหผถู กู จับทราบแจงสิทธทิ ี่จะไมใหก ารหรอื ใหก ารก็ได และถอ ยคาํ ของผถู กู จบั อาจใชพยานหลักฐานในการพจิ ารณาคดไี ด วรรคสอง ๑. หลงั จากดาํ เนนิ คดีการตามวรรคหนึ่งเสรจ็ แลว ๒. แจงใหผถู ูกจบั ทราบถงึ สทิ ธติ ามทก่ี ําหนดไวในมาตรา ๗/๑ - มีสทิ ธพิ บและปรกึ ษาทนายความเปน การเฉพาะตวั - มสี ทิ ธใิ หทนายความหรือบุคคลที่ถูกจบั หรือผตู อ งหาไวว างใจ เขา ฟงการสอบคาํ ในช้นั สอบสวน - มสี ิทธไิ ดร บั การเยยี่ มหรอื ติดตอ กับญาตไิ ดตามสมควร - มีสทิ ธไิ ดร บั การรักษาพยาบาลโดยเร็วเม่อื เกิดการเจบ็ ปว ย (คลา ยๆมาตรา ๘๔ วรรคสาม) กลับ ๓. ใหผูถ กู จบั ติดตอกับญาติหรือผซู ง่ึ ผูถูกจบั ไวว างใจเพ่อื แจงใหทราบถึงการจับกุมและสถานท่ีท่ถี กู ควบคมุ โดยเรว็ ตอไป

สํานกั งานตาํ รวจแหงชาติ   วรรคสาม สามารถนําตวั ผูถ กู จบั ไปรกั ษาพยาบาลกอ นนํามาสง ตามมาตราน้ไี ด วรรคส่ี๑. (หลัก) ถาถอ ยคําท่ีใหไวเ ปนคาํ รบั สารภาพของผถู ูกจบั วา จนไดก ระทําความผิด หามรับฟง เปนพยานหลกั ฐาน ๒. ถาเปนถอ ยคาํ อ่นื จะรับฟงเปน พยานหลกั ฐานได ก็ตอ เมอื่ ตอ งไดม ีการแจงสทิ ธิตางๆตามวรรคหนึ่ง หรือตามมาตรา ๘๓ วรรคสอง (กรณผี ูทํา การจับเปน เจาพนักงาน) แกผ ูถกู จับแลวแตก รณี  ขอสงั เกต ๑. กรณตี ามวรรค ๒ เมือ่ นําตวั ผถู ูกจับมาสงพนักงานฝา ยปกครองหรือตํารวจทีร่ บั มอบตวั ตอ งแจงสทิ ธิตามมาตรา ๗/๑ ซึ่งผลของการฝา ฝน ตาม มาตรา ๗/๑ คอื หากผถู กู จบั รองขอแตผจู บั ไมปฏบิ ัตติ าม จะมีผล ๒ ทาง คอื ผลในทางอาญา เจา พนกั งานผนู ้นั อาจมีความผดิ ตามมาตรา ๑๕๗ แหง ประมวลกฎหมายอาญา ถา การไมป ฏบิ ัตนิ ัน้ เพือ่ จะทาํ ใหผถู ูกจบั หรอื ผูตองเสียหาย ผลในทางแพง ถาผจู ับไดรับความเสยี หาย จะไปฟอ งหนวยงานรัฐใหร ับผิดชอบ เพ่ือเรียกคาสินไหมทดแทนแหง การละเมดิ ท่ีเจา หนาทไ่ี ด ทาํ ไปในการปฏบิ ตั หิ นา ทไี่ ด ๒. การแจง สิทธิ ตาม ๗/๑ ไมเ หมอื นกับมาตรา ๑๓๔/๔ วรรคทา ย ท่ถี าไมแ จงตามมาตรา ๑๓๔/๑,๑๓๔/๒,๑๓๔/๓,๑๓๔/๔ วรรคหนง่ึ ถอยคาํ ที่ใหไวก ับพนกั งานสอบสวนจะรบั ฟง ไมไ ด แตเนอื่ งจากไมไ ดม กี ฎหมายบัญญัติหามไว ดงั นัน้ แมเ จาพนกั งานจะไมป ฏิบัตติ ามมาตรา ๗/๑ ศาลก็ยงั สามารถฟง ถอยคําทผ่ี ูตอ งหาใหก ารไวก บั พนกั งานสอบสวนได กลับ ตอไป

สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ ๓. เร่ืองการรับฟงถอยคาํ เปน พยานหลกั ฐานตามมาตรา ๘๔ วรรคส่นี นั้ โดยหลกั ของวรรคนคี้ อื หา มรับฟง คาํ รบั สารภาพของผถู ูกจับ ตอไป มาเปนพยานหลักฐานเพือ่ พิสูจนค วามผดิ ของผถู ูกจับโดยเดด็ ขาด ซ่ึงคํารบั สารภาพ คอื ถอยคาํ ทแี่ สดงวาตนไดกระทําความผิดจรงิ อยา ง เชน ผมยิงจรงิ ผมฆา เขา ผมขโมย ผมขม ขนื จริง แตถ า เปนถอยคาํ อืน่ ๆสามารถนาํ มาใชเปน พยานหลกั ฐานเพอื่ พสิ ูจนค วามผิดของผูร ว ม กระทาํ ความผิดอื่นนัน้ ได แตตอ งมีการแจง สทิ ธิตางๆตามมาตรา ๘๔ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๘๓ วรรคสอง แกผ ูถ กู จับแลว แตกรณี จะเห็นไดวา กฎหมายไดกําหนดถงึ ขั้นตอนทรี่ าษฎร หรือ เจา พนักงาน ควรปฏิบัติในการจับผูทจ่ี ะถูกจับไวใ นมาตรา ๘๓ และขัน้ ตอน การสง มอบตวั ผถู กู จับ ไปยงั ทท่ี าํ การของพนกั งานสอบสวน ไวใ นมาตรา ๘๔ ซึ่งพิจารณาในบทกฎหมายทง้ั ๒ มาตราแลว จะเหน็ วาสามารถ แยกพิจารณาเปน ๒ กรณี   กรณที ี่ ๑ ขั้นตอนในกรณที ผ่ี ูจ ับเปนราษฎร ๑. ตองทําตามมาตรา ๘๓ วรรคหนึ่ง แจง แกผูถูกจับวาทําการจบั สัง่ ใหผ ูถ กู จับไปยงั ทที่ ําการของพนักงานสอบสวน ๒. ตองทําตามมาตรา ๘๔ วรรคหนึ่ง เอาตวั ผูถูกจับไปยังท่ีทาํ การของพนกั งานสอบสวนตามมาตรา ๘๓ โดยทนั ที ๓. ตอ งทาํ ตามมาตรา ๘๔ วรรคหน่งึ (๒) ใหพ นกั งานฝายปกครองหรือตํารวจซง่ึ รบั มอบตัวกระทาํ ดังตอ ไปนี้ - บันทกึ ชอ่ื อาชีพ ท่อี ยขู องผูจับ ขอ ความและพฤติการณแหงการจับ และใหผ ูจบั ลงลายมอื ช่อื กาํ กับไว - ดาํ เนินการแจงขอ กลา วหาและรายละเอยี ดแหงการจับใหผ ถู กู จบั ทราบ - แจงสทิ ธิทีจ่ ะไมใ หการกไ็ ดหรือใหก ารก็ไดแ ละถอยคาํ ของผถู กู จบั อาจใชเปน พยานหลกั ฐานในการ พิจารณาคดกี ็ได กลับ

สาํ นกั งานตํารวจแหง ชาติ กรณีท่ี ๒ ข้ันตอนเม่ือเจา พนักงานเปน ผจู ับ ๑. ตองทาํ ตามมาตรา ๘๓ วรรคหนงึ่ แจงแกผ ูถ ูกจบั วาจะทําการจบั สง่ั ใหผ ูถูกจบั ไปยงั ทีท่ ําการของพนกั งานสอบสวน ถาหากมกี ารขดั ขืนตอ สู จบั ได โดนไมต อ งแจงวาจะถูกจับไดกไ็ ด ๒. ตอ งทําตามมาตรา ๘๓ วรรคสอง แจงขอ กลา วหาใหผ ถู กู จบั ทราบ ถา เปน กรณีมีหมายจับ เจา พนกั งานจะตองแสดงหมายจบั ตอ ผูจ ะถูกจับดวย แจง สิทธขิ องผูถ กู จบั ท่ีพึงมีตามกฎหมาย - สทิ ธิที่จะไมใหการก็ได และถอยคาํ ของผูถูกจับ - น้นั อาจใชเ ปน พยานหลกั ฐานในการพจิ ารณาคดี - สิทธใิ นการพบหรอื ปรึกษาทนายความ - สทิ ธกิ ารแจง ญาติใหทราบในโอกาสแรก ๓. ตอ งทาํ ตามาตรา ๘๔ วรรคหน่ึง เอาตวั ผถู กู จับไปยังทที่ าํ การของพนกั งานสอบสวนตามมาตรา ๘๓ โดยทนั ที ๔. ตองทําตามมาตรา ๘๔ วรรคหนึง่ (๑) ใหเจา พนักงานผูท ําการจับ -แจงขอกลา วหา และรายละเอียดเก่ียวกบั เหตุแหงการจบั ใหผ ูถกู จับทราบ -ถามีหมายจบั ใหแจง ตอ ผูถ กู จบั และอา นใหผถู กู จับฟง -มอบสาํ เนาบันทึกการจบั แกผูถกู จับ ๕. ตองทาํ ตามมาตรา๘๔๔ วรรคสอง ใหพนกั งานฝา ยปกครองหรือตาํ รวจ แจง ใหผ ถู กู จบั ทราบถึงสิทธติ ามท่กี าํ หนดไวใ นมาตรา ๗/๑ กลับ ตอไป

สาํ นักงานตาํ รวจแหงชาติ ผลการจบั โดยไมช อบดวยกฎหมาย การจับโดยไมชอบน้ัน อาจเกดิ จากเจาพนักงานโดยไมม หี มายจับ และไมใ ชกรณีจบั โดยไมมีหมายจบั ตามมาตรา ๗๘ หรอื ราษฎรจับโดยไมเขา กรณที ี่กฎหมายไดอ ํานาจไวในมาตรา ๗๙ มาตรา ๘๒ และ มาตรา ๑๑๗ อาจเปนการจับในทรี่ โหฐานซึ่งไมไดป ฏิบตั ิตามมาตรา ๘๑ ซง่ึ ผลของการจับ โดยไมช อบนน้ั มี ๓ ประการ ดงั นี้ ประการที่ ๑ ผถู กู จับสามารถตอบโต โดยอา งวา เปนการปอ งกันตามมาตรา ๖๘ กไ็ ด ซึ่งทาํ ใหแมผถู ูกจับจะขดั ขนื ตอการจบั ของเจาพนกั งาน ก็ ไมท ําใหม คี วามผดิ ฐานตอ สขู ัดขวางเจา พนกั งาน ตาม ป.อาญาตามมาตรา๑๓๘ ประการท่ี ๒ การจบั ไมชอบนัน้ สง ผลใหการควบคมุ ตัวผถู ูกจับไมชอบดว ย คือ พนักงานสอบสวนไมม ีอาํ นาจในการควบคุมผูตอ งหา ประการที่ ๓ การจบั ท่ีไมช อบไมทาํ ใหก ารสอบสวนเสยี ไป เนอ่ื งจากเปนคนละขน้ั ตอนกนั จึงไมม ีผลตอการฟอ งคดีของพนักงานอยั การ กลบั กลับ หนาการ จบั

สํานักงานตาํ รวจแหงชาติ มาตรา ๘๔ เจาพนักงานหรอื ราษฎรผทู ําการจับตองเอาตวั ผูถกู จบั ไปยังท่ที ําการของพนกั งานสอบสวนตามมาตรา ๘๓ โดยทนั ที และเมอ่ื ถึงทีน่ น้ั แลว ให สงตวั ผูถ กู จับแกพ นักงานฝายปกครองหรอื ตํารวจของทีท่ าํ การของพนกั งานสอบสวนดังกลา ว เพ่อื ดาํ เนินการดงั ตอ ไปน้ี (๑) ในกรณีทีเ่ จาพนักงานเปน ผจู บั ใหเจาพนกั งานผจู ับนนั้ แจงขอกลา วหา และรายละเอยี ดเกี่ยวกับเหตุแหง การจบั ใหผถู ูกจับทราบ ถามีหมายจับ ใหแ จงใหผถู กู จับทราบและอา นใหฟ งและมอบสาํ เนาบนั ทึกการจบั แกผูถกู จบั นน้ั (๒) ในกรณที ี่ราษฎรเปน ผจู ับ ใหพนักงานฝายปกครองหรอื ตํารวจซ่ึงรับมอบตวั บนั ทึกช่อื อาชพี ท่ีอยขู องผูจับ อกี ท้งั ขอ ความและพฤติการณแหง การจบั นั้นไว และใหผ จู บั ลงลายมือชอ่ื กาํ กบั ไวเ ปน สําคัญเพ่ือดาํ เนนิ การแจง ขอ กลา วหาและรายละเอยี ดแหง การจบั ใหผถู กู จับทราบและแจงใหผูถ กู จับ ทราบดวยวา ผูถกู จับมีสิทธิท่จี ะไมใ หก ารหรือใหก ารก็ได และถอ ยคาํ ของผถู กู จับอาจใชเ ปนพยานหลักฐานในการพจิ ารณาคดีได เมอื่ ไดดาํ เนินการตามวรรคหนึ่งแลว ใหพ นักงานฝา ยปกครองหรือตํารวจ ซึ่งมผี นู าํ ผูถ กู จบั มาสงแจงใหผ ูถ กู จับทราบถงึ สิทธติ ามทีก่ ําหนดไวใ น มาตรา ๗/๑ รวมท้ังจดั ใหผ ูถูกจับสามารถติดตอกับญาตหิ รอื ผซู งึ่ ผูถ ูกจับไวว างใจเพอื่ แจง ใหท ราบถงึ การจับกุมและสถานทที่ ถ่ี กู ควบคุมไดในโอกาสแรก เมื่อผูถ กู จับมาถึงท่ที ําการของพนกั งานสอบสวนตามวรรคหนง่ึ หรอื ถา กรณีผถู กู จับรองขอใหพนักงานฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจเปน ผูแจง ก็ใหจดั การตาม คํารองขอน้นั โดยเร็ว และใหพ นกั งานฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจบันทกึ ไว ในการน้มี ิใหเรยี กคา ใชจ า ยใด ๆ จากผูถกู จับ ในกรณที ีจ่ าํ เปน เจาพนกั งานหรอื ราษฎรซงึ่ ทาํ การจบั จะจดั การพยาบาลผูถ กู จบั เสยี กอ นนําตวั ไปสง ตามมาตรานกี้ ็ได ถอ ยคําใด ๆ ที่ผูถ ูกจับใหไวตอ เจา พนกั งานผูจ ับ หรอื พนักงานฝายปกครองหรอื ตาํ รวจในชนั้ จับกมุ หรือรับมอบตัวผถู ูกจบั ถา ถอ ยคํานั้นเปน คาํ รับ สารภาพของผถู กู จับวา ตนไดกระทําความผดิ หามมิใหรับฟง เปนพยานหลกั ฐาน แตถ า เปนถอยคาํ อ่ืน จะรบั ฟงเปน พยานหลักฐานในการพสิ จู นค วามผดิ ของผูถ กู จับไดต อเมอื่ ไดมกี ารแจง สิทธิตามวรรคหนง่ึ หรอื ตามมาตรา ๘๓ วรรคสอง แกผถู กู จับแลว แตก รณี กลบั

สํานักงานตํารวจแหง ชาติ มาตรา ๘๓ ในการจบั นั้น เจาพนักงานหรือราษฎรซง่ึ ทาํ การจับตองแจงแกผ ูที่จะถกู จับน้นั วาเขาตอ งถูกจับ แลวสัง่ ใหผ ถู ูกจับไปยังทที่ าํ การของพนักงานสอบสวนแหง ทองท่ีท่ถี กู จบั พรอมดวยผูจ บั เวน แตส ามารถนําไปทที่ าํ การของ พนักงานสอบสวนผรู ับผดิ ชอบไดใ นขณะนน้ั ใหน าํ ไปที่ทําการของพนกั งานสอบสวนผูร ับผดิ ชอบดังกลา ว แตถา จําเปนกใ็ หจับตัวไป ในกรณที ่ีเจาพนักงานเปน ผูจ ับ ตอ งแจงขอ กลา วหาใหผถู ูกจบั ทราบ หากมหี มายจบั ใหแสดงตอ ผูถูกจับ พรอมท้ังแจง ดวยวา ผูถกู จบั มสี ิทธิท่จี ะไมใหการหรอื ใหการกไ็ ดแ ละถอ ยคําของผูถ ูกจับนั้นอาจใชเปนพยาน หลักฐานในการพจิ ารณาคดไี ดแ ละผูถ กู จบั มีสิทธทิ ่จี ะพบและปรกึ ษาทนายความ หรอื ผูซง่ึ จะเปนทนายความ ถาผู ถกู จบั ประสงคจะแจง ใหญาตหิ รอื ผูซึง่ ตนไววางใจทราบถงึ การจบั กมุ ทสี่ ามารถดาํ เนนิ การไดโ ดยสะดวกและไม เปน การขัดขวางการจับหรอื การควบคมุ ผถู กู จบั หรอื ทาํ ใหเกดิ ความไมปลอดภัยแกบ ุคคลหนึ่งบคุ คลใด กใ็ ห เจา พนักงานอนุญาตใหผูถ กู จบั ดําเนินการไดตามสมควรแกก รณี ในการนใี้ หเ จา พนกั งานผูจ บั นั้นบนั ทึกการจบั ดงั กลาวไวดวย ถาบุคคลซ่ึงจะถูกจับขดั ขวางหรือจะขัดขวางการจบั หรือหลบหนหี รอื พยายามจะหลบหนี ผทู ําการจบั มี อํานาจใชว ิธหี รอื การปอ งกนั ทัง้ หลายเทาท่ีเหมาะสมแกพฤติการณแ หงเร่อื งในการจบั นน้ั กลับ

สาํ นักงานตํารวจแหงชาติ ตัวอยา งฎกี า ตามมาตรา ๘๔ กลับ ฎ.๓๒๑๔/๒๕๖๐ การท่จี ําเลยท้งั สใ่ี หก ารตอผูดาํ เนนิ กรรมวิธซี กั ถามในฐานะผถู ูกดําเนินกรรมวธิ ีหรือผูต อ งสงสัย และตอ พนกั งานสอบสวนใน ฐานะพยาน มใิ ชค าํ ใหก ารของผถู กู จับทใ่ี หไ วตอเจาพนกั งานผูจ บั เพราะขณะนัน้ จําเลยทงั้ สี่ยังไมไ ดถ กู จบั กมุ กรณีไมอ ยูในบังคับตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๘๔ วรรคสี่ คาํ รบั สารภาพและถอยคําอื่นของจําเลยทั้งส่จี ึงไมต องหา มรบั ฟง ตามบทบัญญัติมาตราดังกลา ว ท้งั การสอบปากคาํ จําเลยท้ังส่ีโดยผู ดําเนินกรรมวิธแี ละพนักงานสอบสวนก็เปนการปฏิบตั ติ ามอํานาจหนาท่โี ดยชอบ เพราะขณะน้ันยงั ไมม เี หตุเพียงพอที่จะดําเนนิ การขอออก หมายจบั จําเลยท้งั สไ่ี ด เน่อื งจากไมรวู าผใู ดเปน คนราย การสอบปากคําจําเลยทงั้ สจี่ งึ เปนเพียงการสอบถามเบอ้ื งตนในช้ันสืบสวนเทานั้น ผดู าํ เนนิ กรรมวธิ ีและพนักงานสอบสวนไมจ ําตอ งแจง สิทธใิ ด ๆ ใหจําเลยทง้ั สที่ ราบกอน บนั ทกึ ผลการดาํ เนินตามกรรมวธิ แี ละบันทกึ คาํ ใหก ารของพยาน รวมทง้ั รถจกั รยานยนตแ ละถงั ดับเพลงิ ของกลางจึงเปน พยานหลกั ฐานทีเ่ กดิ ข้ึนและไดม าโดยชอบ ไมต องหา มรับฟงตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๒๖ และ มาตรา ๒๒๖/๑ ฎ.๑๔๙๓/๒๕๕๐ การตรวจคนและการจบั กุมของเจา พนกั งานตาํ รวจจะชอบดว ยกฎหมายหรอื ไมเปนเรื่องท่จี ะตอ งไปวา กลาวกนั อกี สว นหนึ่ง ตา งหาก และเปน คนละขัน้ ตอนกบั การสอบสวน ไมมผี ลกระทบไปถึงการสอบสวนของพนกั งานสอบสวนและอาํ นาจในการฟองคดีของโจทก ท้ังหา มีผลทาํ ใหการแสวงหาพยานหลักฐานของเจาพนกั งานตํารวจท่ีชอบเปน ไมช อบดว ยกฎหมายไปดวยไม การวินิจฉัยฎกี าของจําเลยท่ี ๑ ไมทําใหผ ล แหง คดีเปล่ียนแปลงไป ฎีกาของจําเลยท่ี ๑ จงึ ไมเปน สาระแกค ดอี นั ควรไดร ับการวนิ ิจฉัยตาม ป.ว.ิ พ. มาตรา ๒๔๙ วรรคหนงึ่ ประกอบ ป.ว.ิ อ. มาตรา ๑๕

สํานักงานตาํ รวจแหง ชาติ มาตรา ๗/๑ ผูถ กู จบั หรือผูต องหาซ่ึงถูกควบคุมหรือขังมสี ิทธิแจงหรือขอใหเจา พนักงานแจง ใหญาติหรอื ผซู ่ึงผูถกู จับหรอื ผตู อ งหาไววางใจทราบถงึ การถูกจับกมุ และสถานทท่ี ถ่ี ูกควบคุมในโอกาสแรกและใหผ ูถกู จบั หรือผตู อ งหามสี ทิ ธิดงั ตอไปนดี้ วย (1) พบและปรึกษาผูซ ึง่ จะเปน ทนายความเปน การเฉพาะตัว (๒) ใหทนายความหรอื ผซู ่งึ ตนไวว างใจเขาฟง การสอบปากคาํ ตนไดในชัน้ สอบสวน (๓) ไดรบั การเยย่ี มหรือติดตอกับญาตไิ ดต ามสมควร (๔) ไดร ับการรักษาพยาบาลโดยเรว็ เม่ือเกิดการเจ็บปวย ใหพ นักงานฝา ยปกครองหรือตํารวจซง่ึ รบั มอบตวั ผถู ูกจบั หรอื ผตู อ งหามีหนาท่แี จงใหผูถกู จบั หรอื ผตู องหาน้นั ทราบใน โอกาสแรกถงึ สทิ ธิตามวรรคหนึ่ง กลบั

สาํ นักงานตาํ รวจแหง ชาติ ๑. ตอบโตภ ยันตรายท่ี องคป ระกอบการปองกนั ตวั ของ ตัวบทกฎหมายท่เี ก่ียวของ ละเมดิ กฎหมาย เจาหนา ท่ีตํารวจ(คาํ อธบิ าย) ๔.พอสมควรแกเหตุ คาํ อธบิ ายในรายละเอยี ด ๒.ภยันตรายใกลจ ะถงึ ๓.ปอ งกนั ตนเองหรอื ผู คําอธิบายในรายละเอียด ตัวอยา งฎกี า อ่นื ตัวอยางฎีกา คําอธบิ ายในรายละเอยี ด คําอธบิ ายในรายละเอยี ด ตัวอยา งฎีกา ตัวอยางฎีกา กลบั หนาหลกั

สาํ นกั งานตํารวจแหง ชาติ คําอธิบายหัวขอ การกระทําโดยปอ งกัน โครงสรางความรับผิดในทางอาญาในภาพรวม มีดงั ตอ ไปน้ี บุคคลจะตอ งรับผิดในทางอาญาก็ตอ เมอ่ื ๑.การกระทําครบองคประกอบทก่ี ฎหมายบญั ญัติ ๒.การกระทําไมม ีกฎหมายยกเวน ความผิด ๓.การกระทําไมม กี ฎหมายยกเวนโทษ ในการพจิ ารณาวา บุคคลจะตอ งรบั ผิดในทางอาญาหรอื ไมนน้ั ประการแรกตอ งดวู า การกระทําของบุคคลนน้ั ครบ องคประกอบท่กี ฎหมายบญั ญัตไิ วหรอื ไม ถาครบองคป ระกอบทกี่ ฎหมายบญั ญตั ิแลว กต็ อ งพูดตอไปวา การกระทํานั้นมี กฎหมายยกเวน ความผิดหรอื ไม หากไมม ีกฎหมายยกเวน ความผดิ ก็ตองดตู อ ไปวามีกฎหมายยกเวนโทษหรอื ไม หากไมมี กฎหมายยกเวน โทษ ก็หมายความวา บคุ คลน้ันจะตองรับผิดในทางอาญาสว นในคําบรรยายหวั ขอ ตอ ไปนี้ จะวาดวยเรือ่ งหลัก กฎหมาย การกระทาํ โดยปอ งกัน ตามบทบัญญัติมาตรา ๖๘ และ ๖๙ ประมวลกฎหมายอาญา ซง่ึ อยูในโครงสรา งขอ ๒ การก ระทาํ ไมมกี ฎหมายยกเวนความผดิ แตหากมี “กฎหมายยกเวนความผดิ ” ผูกระทําก็ไมมีความผิด จงึ ไมต อ งรับผดิ หรือกลาวอีก นัยหนงึ่ คอื “ผกู ระทํามีอํานาจกระทาํ ได” ซึง่ มีมากมายหลายกรณี เชน การกระทาํ โดยปอ งกนั และความยนิ ยอม เปน ตน กลับ

สาํ นกั งานตํารวจแหง ชาติ ภยนั ตรายทลี่ ะเมดิ กฎหมาย หมายความวา ผกู อ ภยนั ตรายไมม ีอํานาจตามกฎหมายทจี่ ะกระทาํ ได ถาผูก อภยนั ตรายกระทาํ โดยชอบดวยกฎหมาย ผูจะไดร บั ภยนั ตรายกไ็ มม ีสิทธิปองกนั -กรณใี ชอํานาจเกินขอบเขตที่กฎหมายกาํ หนด ถอื วา เปนการกระทาํ ทล่ี ะเมดิ กฎหมายได -การละเมิด กม. แพง อาจเปนละเมิด กม.ได เชน การเปนชู เปนการละเมิดตอกฎหมายแพง -การละเมิด กม.อาญา อาจจะเปนประมาทก็ได เชน ขับรถโดยประมาทความเรว็ สูง หากชนนายดําตาย กผ็ ิดกฎหมายอาญา นายขาว ยงิ ยางรถ อางปองกันได กลบั

สาํ นกั งานตาํ รวจแหงชาติ ภยนั ตรายอันละเมิดกฎหมาย  คาํ พิพากษาศาลฎีกาท่ี ๖๘๘๔/๒๕๔๓     การอา งเหตุปอ งกนั ตัวตามบทบญั ญัติของประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๖๘ น้นั ผยู กขึ้นอางเปน ผูถ ูกกระทาํ โดยผูกระทําได กระทําโดยละเมดิ ตอกฎหมาย จาํ เลยยอมรับวา ไดใ ชอาวุธปนยิงในหมบู านโดยใชเ หตอุ ันเปนการกระทําทผ่ี ดิ กฎหมาย การท่ี ผเู สยี หายซึ่งเปนเจาพนักงานตาํ รวจจะเขา จบั กุมจาํ เลย จึงเปนการกระทาํ โดยชอบดวยกฎหมาย แตจ ําเลยวิ่งหนี เมือ่ ผเู สยี หาย กบั พวกไลต ามไปเพ่ือจับกุม จาํ เลยกใ็ ชอาวธุ ปน ยิงผเู สียหายแมจะฟงอยา งที่จําเลยอา งวาเจา พนกั งานตํารวจใชอ าวธุ ปน ยงิ กค็ ง เปนการยิงขเู พื่อใหจําเลยยอมใหจ ับกมุ มากกวามีเจตนาฆาจําเลย เพราะหากเปน เชนน้นั จําเลยคงตองถกู กระสุนปนบา งไมมาก กน็ อ ย ขอ เทจ็ จริงจึงเปนเรือ่ งท่จี ําเลยเปนผกู ระทาํ ผดิ กฎหมาย โดยผูเสียหายเปนเจา พนักงานทปี่ ฏบิ ัติหนาที่โดยชอบดวย กฎหมาย จาํ เลยจึงไมอาจยกเหตปุ องกันตวั ขน้ึ มาอา งได กลบั

สาํ นกั งานตํารวจแหง ชาติ ภยันตรายใกลจ ะถงึ ถา ภยนั ตรายนนั้ ถงึ แลวก็ถือวา เปน การละเมดิ แตไมตองรอใหเกิดการละเมิด การใชสทิ ธิปอ งกนั สามารถตอบโตได เม่ือภยนั ตรายใกลจ ะถึง ไมต อ งรอใหถกู ละเมิดกอน เชน ใชสทิ ธปิ อ งกันคนใชไมตีหวั เรา ทําไดเมอ่ื ไมใ กลถ กู หัว ไมต องรอ ใหถ กู หัวเรากอน ,ผตู ายชักปน ออกมาจากเอว จําเลยยอ มเขาใจวาผตู ายจะใชป น นนั้ ยงิ จําเลยอนั เปน ภยนั ตรายซึ่งเกดิ จากการประทษุ รา ยอนั ละเมิดตอกฎหมาย และเปน ภยนั ตรายที่ใกลจะถงึ การท่ีจําเลยใชปนยิงผตู ายไป ๑ นัด และผตู าย ถึงแกความตายจึงเปน การปอ งกันสทิ ธขิ องตนพอสมควรแกเ หตุ การกระทาํ ของจาํ เลยเปนการปองกนั โดยชอบดวย กฎหมาย กลบั

สํานกั งานตํารวจแหงชาติ ภยันตรายใกลจะถึง คําพพิ ากษาศาลฎีกาท่ี ๒๒๘๕/๒๕๒๘ ป.อ. มาตรา ๖๘, ๒๘๘ ผูตายตามไปพบจาํ เลยและพูดขอแบงววั จากจําเลย จําเลยไมย อมแบงและชวนใหไ ปตกลงกนั ท่บี า นผใู หญบ า นหรอื ท่ีบา น กํานันแตผูตายไมย อมไป กลบั ชักปน ออกมาจากเอว จาํ เลยยอมเขาใจวา ผูตายจะใชปนนนั้ ยงิ จาํ เลยอนั เปน ภยันตรายซงึ่ เกดิ จากการประทษุ รา ยอนั ละเมิดตอกฎหมาย และเปน ภยันตรายท่ใี กลจ ะถงึ การท่ีจําเลยใชป นยงิ ผตู ายไป ๑ นัด และผูต ายถงึ แกความตายจึงเปนการปองกันสทิ ธิของตนพอสมควรแกเหตุ การกระทาํ ของจาํ เลยเปน การปอ งกนั โดยชอบดวยกฎหมาย จําเลยไมม ีความผดิ กลบั

สํานกั งานตาํ รวจแหง ชาติ ปองกันตนเองหรือผอู ่ืน เปน การปอ งกนั สิทธิ ตนเอง หรือ ผูอ่ืนก็ได -ผใู ชสทิ ธปิ อ งกนั สามารถกระทําการปองกันสิทธิของตนเองหรอื ของผอู ่นื ใหพนภยนั ตรายเกิดจากภยนั ตรายท่เี กดิ จากการละเมดิ กฎหมายได แตต องกระทําการปอ งกันดวยวิถีทางท่พี อสมควรแกเหตุ -การปอ งกนั สามารถกระทําอันตรายตอ ตวั ผกู อภัย รวมถงึ ทรพั ยสนิ (เชน ทาํ ลายประตูบา นท่ีใชขัง)ที่ผกู อ ภยั ใชเ ปน เครื่องมอื ในการกอภยั ดวย -ถา การกระทําใดสามารถอางสทิ ธปิ องกันได ถาเปน พลาดเพราะการปอ งกัน กส็ ามารถอางปองกันตอ บคุ คลที่ ถูกกระทาํ โดยพลาดได กลบั

สาํ นักงานตาํ รวจแหงชาติ ปองกันบุคคลอน่ื คําพพิ ากษาศาลฎกี าที่ ๓๒๘๗/๒๕๓๑ ป.อ. มาตรา ๖๘, ๖๙, ๒๘๘ ป.ว.ิ อ. มาตรา ๒๒๖, ๒๒๗ ผตู ายถอื อาวุธปน เปนฝายกอ เหตุเขามาตอวา และตบตภี ริยาจาํ เลย เมอื่ จําเลยถอื ปน ว่ิงออกมาเหน็ ภรยิ าจาํ เลยมีเลือดเปอนเตม็ ตัว จําเลยยอมเขาใจวา ผตู ายจะยงิ ภรยิ าจําเลย อันเปนภยันตรายที่ใกลจะถงึ จําเลยจงึ มสี ิทธทิ ่ีจะใชอ าวธุ ปน ยิงผูต ายเพ่อื ปอ งกนั ชีวติ ภรยิ าจาํ เลยได แตก ารที่จําเลยใชอาวธุ ปน ยิงผูตายติดตอ กันถึง ๖ นดั ในขณะทอ่ี าวุธปน ในมอื ของผูต ายหลน ลงไปทพี่ ื้นแลว หากจาํ เลยยิงผูตายเพียงนดั เดยี วก็นา จะหยุดยง้ั ผตู ายได การกระทาํ ของจาํ เลยจึงเปน การปองกัน เกนิ สมควรแกเหตตุ ามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๙ คาํ ใหการชัน้ สอบสวนของประจกั ษพ ยานโจทกมีเหตผุ ลสอดคลอ งตอ งกัน และไดใ หการหลงั เกิดเหตุ ไมนาน ไมมีเวลาคิดไตรตรองเพ่อื ชวยเหลอื หรือปรกั ปรําฝา ยหนง่ึ ฝา ยใด เชื่อวาไดใหก ารไปตามความสตั ยจ รงิ ตามทต่ี นใหร ูเ หน็ มาโดยไมม มี ูลเหตุจงู ใจหรือถกู บงั คับขเู ขญ็ แตอ ยางใด การท่ีประจักษพ ยานโจทกมาเบกิ ความในชน้ั พจิ ารณาของศาลปฏิเสธวาไมเ ห็นเหตกุ ารณในขณะเกิดเหตโุ ดยไมไ ดใหเหตุผลวาเพราะเหตุ ใดจงึ เบิกความในชน้ั พิจารณาไมต รงกบั ที่เคยใหก ารไวใ นช้ันสอบสวน เชอื่ วา เพื่อชวยเหลือใหจาํ เลยพน ผิดคาํ ใหก ารพยานชั้นสอบสวนไมมีกฎหมายบัญญัตหิ ามไม ใหรบั ฟงประกอบเปน ขอพิจารณาของศาล ศาลเชือ่ คําใหก ารช้ันสอบสวนของประจกั ษพ ยานโจทกเปนความจริงย่งิ กวาคาํ เบกิ ความในชนั้ พิจารณา เมอื่ รับฟง ประกอบพยานหลักฐานอนื่ ตลอดพฤติการณแ หงคดพี ยานหลกั ฐานโจทกจ ึงฟงลงโทษจาํ เลยได กลบั

สาํ นักงานตาํ รวจแหงชาติ พอสมควรแกเหตุ ผูปอ งกันไดกระทาํ การปองกนั สิทธิโดยไดส ัดสวนกบั ภยนั ตราย ตอ งใชมาตรการขั้นต่าํ สุดในการกระทําเพอ่ื ใหพนภัย ซึง่ ถา ไมใ ชม าตรการดงั กลาวแลว ก็จะไมท าํ ใหพ น ภยั ได เชน - คนรา ยปลนทอง ขบั จักรยานยนตห นี ยิงคนรายตาย เกนิ สมควร - แมป อ งกนั สิทธิ คนจะฉดุ ลกู สาว โดยการยงิ คนรา ย ไมเ กนิ สมควร กลบั

สํานักงานตาํ รวจแหง ชาติ พอสมควรแกเ หตุ คาํ พพิ ากษาศาลฎกี าที่ ๑๔๐๗/๒๕๓๗ กอนเกดิ เหตผุ ตู ายกับจําเลยมกี ารทะเลาะโตเถยี งกันแลว ผตู ายหยบิ จอบไลตีจาํ เลย จําเลยว่ิงหนีแลว หันมาตอสแู ละแยง จอบ จากผตู ายไดแลว ตผี ูตายจงึ ถือไดวาจําเลยตผี ตู ายเพ่ือปอ งกนั ตนใหพ นจากภยนั ตรายซง่ึ เกดิ จากการประทุษรา ยอนั ละเมิดตอ กฎหมายและเปนภยันตรายที่ใกลจะถงึ แตจ ากบาดแผลท่ีตนี น้ั ดา นทายทอยแตกมสี มองไหล และดา นใบหนากระดูกแตกเปน ชน้ิ เลก็ ๆ แสดงใหเห็นวา จําเลยตีผตู ายอยางแรง การถูกตีอยา งแรงเชนนี้เพียงคร้ังเดียวผูตายก็ไมอ าจจะทํารา ยจาํ เลยไดตอ ไป การทีจ่ ําเลยตซี ้ําอีกจึงเปนการกระทาํ เกินกวากรณีแหง การจาํ ตองกระทําเพ่ือปองกนั จาํ เลยจึงมคี วามผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบดวยมาตรา ๖๙ กลบั

สํานักงานตาํ รวจแหง ชาติ มาตรา ๖๘ ผใู ดจาํ ตองกระทาํ การใดเพอื่ ปอ งกันสทิ ธขิ องตนหรอื ของผอู นื่ ใหพ น ภยันตรายซ่งึ เกดิ จาก การประทษุ รายอันละเมดิ ตอกฎหมาย และเปน ภยันตรายทใี่ กลจะถงึ ถาไดก ระทาํ พอสมควรแกเหตุ การกระทาํ นั้นเปนการปองกนั โดยชอบดวยกฎหมาย ผนู นั้ ไมม ีความผิด มาตรา ๖๙ ในกรณที บ่ี ัญญัติไวในมาตรา ๖๗ และมาตรา ๖๘ นน้ั ถาผูกระทําไดกระทําไปเกนิ สมควร แกเหตุ หรอื เกินกวา กรณีแหงความจาํ เปน หรือเกนิ กวากรณแี หง การจาํ ตอ งกระทาํ เพ่อื ปอ งกัน ศาลจะ ลงโทษนอยกวา ที่กฎหมายกําหนดไวสําหรับความผดิ น้ันเพียงใดก็ได แตถา การกระทาํ นั้นเกดิ ขน้ึ จาก ความต่นื เตน ความตกใจ หรือความกลัว ศาลจะไมล งโทษผกู ระทํากไ็ ด กลบั

สิทธขิ องเจา หนา ท่เี ม่อื มคี วามเสยี หายเกดิ ขน้ึ จากการปฏบิ ตั หิ นาท่ี สาํ นักงานตํารวจแหง ชาติ คลิปวีดโี อการสอน ในการปฏบิ ตั งิ านของ กรณถี กู บคุ คลภายนอก เจาหนาท่สี ายงานปอ งกนั ยน่ื ฟองตอ ศาล ปราบปรามบางกรณี อาจ ทําใหเ กิดความเสยี หายตอ กรณีถกู หนวยงานออกคําสง่ั ทรพั ยส ินของทางราชการ เรียกใหชดใชคาสนิ ไหมทดแทน หรือบคุ คลภายนอกแลว แต กรณี ดงั น้นั เม่อื เกดิ กรณดี ัง กลับ กลา วเกิดขนึ้ เจา หนาทีผ่ ู หนา หลัก ปฏิบตั ิงานมสี ทิ ธิและตอง ดาํ เนนิ การดังนี้

สํานักงานตาํ รวจแหงชาติ กรณีถกู บคุ คลภายนอกยืน่ ฟองตอ ศาล อันเน่อื งมาจากการปฏบิ ัติหนา ท่ใี หด าํ เนินการดงั นี้ ๑.รายงานตนตองคดีผา นผูบังคับบญั ชา ตามลาํ ดับช้ัน จนถงึ ตร. และหากมคี วามประสงคใ ห ตร.ขอความรว มมือ อยั การสงู สดุ จดั พนักงานอยั การเปน ทนายความในคดแี กตา งคดี ใหระบคุ วามประสงคม าพรอ มกบั การรายงานตน ตอ งคดีดังกลา วได ๒.การรายงานตนตองคดีตอ งระบุพฤตกิ ารณและรายละเอียดขอ เทจ็ จรงิ แหงคดี ตามทป่ี ระมวลระเบยี บการตาํ รวจ ไมเ ก่ยี วกับคดี ลกั ษณะท่ี ๑ เรอื่ งความประพฤติและระเบยี บวินยั บทที่ ๓ เรอ่ื งการงานงานเมือ่ ขาราชการตํารวจ ตอ งคดีกาํ หนดไว กลบั

สาํ นักงานตาํ รวจแหง ชาติ กรณถี ูกหนว ยงานออกคําส่งั เรียกใชช ดใชคาสินไหมทดแทน จากการทําละเมดิ ในขณะปฏิบัตหิ นา ทดี่ วยความจงใจ หรือประมาทเลนิ เลออยางรายแรง ใหดาํ เนนิ การดังน้ี ๑.ใชส ทิ ธอิ ทุ ธรณค าํ ส่งั ภายในกําหนดระยะเวลาทร่ี ะบไุ วใ นคาํ ส่ัง ตามมาตรา ๔๔ แหงพระราชบญั ญตั ิวิธีการปฏบิ ัติ ราชการทางปกครอง พ.ศ.๒๕๓๙ ๒.หากหนวยงานผูอ อกคาํ สง่ั และผูมอี ํานาจพจิ ารณาคําอทุ ธรณมีคําวนิ จิ ฉยั ใหย กอทุ ธรณ ใหน าํ ขอเท็จจริงจากการ ถูกคาํ สัง่ เรียกใหช ดใชคา สนิ ไหมทดแทนไปย่ืนฟองคดตี อ ศาลปกครอง เพือ่ ขอใหศ าลมคี ําสัง่ หรือพิพากษาเพกิ ถอนคําส่ัง เรียกใหชดใชค า สินไหมทดแทนดงั กลา วตอไป ตามมาตรา ๔๙ ประกอบ มาตรา ๑๐๖ แหงพระราชบญั ญัติจัดตั้ง ศาลปกครองและวธิ ีพจิ ารณาคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒ กลับ

สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ พระราชบัญญัตวิ ธิ ีการปฏบิ ัติราชการทางปกครอง พ.ศ.๒๕๓๙ มาตรา ๔๔ ภายใตบงั คบั มาตรา ๔๘ ในกรณีท่คี าํ สัง่ ทางปกครองใดไมไดอ อกโดยรัฐมนตรี และไมม ีกฎหมาย กําหนดขน้ั ตอนอทุ ธรณภ ายในฝา ยปกครองไวเ ปน การเฉพาะ ใหคกู รณีอุทธรณค าํ สัง่ ทางปกครองนั้นโดยยน่ื ตอ เจา หนา ท่ี ผูทาํ คําสั่งทางปกครองภายในสิบหาวันนับแตว นั ท่ตี นไดรับแจงคําสงั่ ดังกลาว คําอทุ ธรณตอ งทาํ เปนหนังสือโดยระบุขอ โตแ ยงและขอ เทจ็ จริงหรอื ขอกฎหมายที่อา งอิงประกอบดวย การอทุ ธรณไมเปนเหตใุ หท เุ ลาการบงั คบั ตามคําสั่งทางปกครอง เวนแตจะมกี ารสั่งใหทุเลาการบงั คับตาม มาตรา ๖๓/๒ วรรคหนง่ึ กลบั

สาํ นักงานตาํ รวจแหง ชาติ พระราชบัญญตั จิ ัดตง้ั ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดปี กครอง พ.ศ.๒๕๔๒ มาตรา ๔๙ การฟอ งคดีปกครองจะตอ งย่ืนฟองภายในเกาสิบวนั นบั แตว นั ท่ีรูห รอื ควรรูถึงเหตุแหงการฟองคดี หรอื นบั แตว นั ที่พน กําหนดเกา สบิ วันนับแตวันทผ่ี ูฟ องคดไี ดม ีหนงั สือรองขอตอ หนวยงานทางปกครองหรอื เจา หนา ที่ของรฐั เพอื่ ใหปฏิบตั ิ หนาที่ตามท่ีกฎหมายกําหนดและไมไดรับหนังสือชีแ้ จงจากหนว ยงานทางปกครอง หรอื เจาหนา ทีข่ องรฐั หรอื ไดร ับแตเ ปนคํา ชแ้ี จงท่ผี ฟู อ งคดีเห็นวาไมมีเหตุผล แลว แตกรณี เวน แตจ ะมบี ทกฎหมายเฉพาะกําหนดไวเ ปน อยางอ่ืน มาตรา ๑๐๖  สทิ ธริ องทุกขต อ คณะกรรมการวนิ จิ ฉัยรองทุกขต ามมาตรา ๑๑ แหงพระราชบัญญัตคิ วามรับผดิ ทางละเมิดของ เจา หนา ท่ี พ.ศ. ๒๕๓๙ ในคดที ี่ไมอ ยูในอาํ นาจของศาลปกครองตามพระราชบญั ญัติน้ี ใหถ ือวาเปน สทิ ธฟิ อ งคดตี อ ศาลยตุ ิธรรม กลับ

สาํ นกั งานตาํ รวจแหงชาติ หลักปฏบิ ัติของคสู ายตรวจ คลิปวีดโี อการฝก (คู Buddy)(คาํ อธิบาย) Combat V สายตรวจคนท่ี ๒ Combat L สายตรวจคนท่ี ๒ Cover Cover สายตรวจคนท่ี ๑ Contact Contact กลบั หนา หลกั สายตรวจคนท่ี ๑

๑. เจาหนา ทีส่ ายตรวจ ๒ นาย (สายตรวจจกั รยานยนตช ุดท่ี ๑) Combat L Combat L (Cover & contact) • หกานรารทักคี่ ษุม ากรันะย) ะหางจะยืนทาํ มุมเปน รูปตัว L (เจาหนา ที่จะยืนแยกกนั เพ่อื ทาํ สายตรวจคนท่ี ๑ • รแะปดรับผสนั ีตบางมถสึงถคาวนากมาปรลณอดรภะยัดเบั จอา หารนมาณทข่ี ดองั งนผ้ี ูตองสงสยั หรอื ผกู ระทําผดิ โดย Cover Contact ตอ ไป • สีเขยี ว ระยะประมาณ ๒๑ ฟตุ หรือ ๗ กาว เปนระยะปลอดภัยของเจาหนาท่ี • สเี หลอื ง เปนระยะทผี่ ูกระทําผดิ เร่มิ ขัดขืน และอาจทาํ รา ยเจา หนา ที่ • สีแดง เปนระยะท่ผี ูกระทําผิดสามารถตอบโตท ํารา ยเจาหนา ทไ่ี ด สายตรวจคนท่ี ๒ • ตําแหนง การยนื โดยหลัก • กพสาบัน้ื ยผตหกู รยรวดุะจททคาําํ นผรทาิดย่ี ๑อผอูอ คกน่ื อื คหวาํ าัวสงห่ังอนใาหาวชธุห ดุฯยลดุเปฯพน ฤแผตลบูิกะรรกหิรามารรทสเอื่ี่กหสอตาเกุหรากตรับุ ณเชค นูบทดั้าํ ดหน้ีน่ังลางที่เนจอรนจาราสบ่ือกสบั าร • สขทอา่ีใชยงกผตาํกูรลวรังจะใคทนนํากผทาดิี่ร๒ปดอคแู งอืลกคลนั กูวตาทามมี มปรทละําอดหดับนภกายั าทใรห่ตีใชกรกวับจําสลกางัาย(รตUณรsวeอจoาคกfนปั fทoกี่ rริ๑cิยeแา)ลคะวโาดมยเรคอลบ่อื นพไรหอวม **เจาหนา ที่ทงั้ สองนายตองไมย ืนอยใู นแนวยงิ ซง่ึ กนั และกนั กลับ

Combat V สายตรวจคนท่ี ๒ Combat V (Cover & contact) Cover สายตรวจคนที่ ๑ •วิธกี ารปฏบิ ัติ ใชหลักการเดยี วกบั Combat L Contact กลับ ตอ ไป

๒. ในกรณีเจาหนาทตี่ ํารวจสายตรวจ ๔ นาย เขา ระงบั เหตุ (สายตรวจจักรยานยนตชดุ ท่ี ๑ และ ชุดท่ี ๒) • การรักษาระยะหา งจะยืนทาํ มมุ เปนรปู ตวั L / V (เจา หนาท่ีจะยนื แยกกันเพ่อื ทาํ Combat L / V หนา ทีค่ ุมกนั ) ๒ ๒ ๑ • แปรผันตามสถานการณ ระดับอารมณของผตู องสงสยั หรือผกู ระทําผดิ โดยระดบั Cover Cover Contact สี บงถงึ ความปลอดภยั เจาหนาท่ี ดังน้ี สายตรวจชดุ ที่ ๒ สายตรวจชุดท่ี ๑ • สเี ขียว ระยะประมาณ ๒๑ ฟุต หรอื ๗ กา ว เปนระยะปลอดภัยของเจาหนาท่ี • สเี หลอื ง เปนระยะที่ผูกระทําผิดเร่มิ ขดั ขนื และอาจทาํ รายเจาหนา ท่ี ๑ • สีแดง เปนระยะที่ผูก ระทาํ ผดิ สามารถตอบโตทาํ รา ยเจาหนาท่ไี ด Cover • ตําแหนง การยนื โดยหลกั ตอ ไป • สายตรวจคทู ่ี ๑ คนที่ ๑ ยงั เปนหวั หนาชดุ เปน ผูบรหิ ารเหตุการณ ทาํ หนาที่ เจรจา สอ่ื สารกบั ผูก ระทาํ ผิด ออกคาํ สง่ั ใหห ยุดพฤติกรรมทกี่ อ เหตุ เชน น่ังลง นอนราบกับพน้ื หยดุ ทํารายผูอ่นื วางอาวุธ ฯลฯ และการสอ่ื สารกับทมี สายตรวจ • สายตรวจคูที่ ๑ คนที่ ๒ และสายตรวจคทู ี่ ๒ คอื ลูกทมี ทําหนาทตี่ รวจการณ อากัปกริ ิยา ความเคลอ่ื นไหวของผูกระทําผดิ ดูแลความปลอดภัยใหก บั สายตรวจ คนที่ ๑ ทมี สายตรวจ และโดยรอบ พรอมทีใ่ ชก าํ ลงั ในการปอ งกันตามระดบั การ ใชก าํ ลัง(Use of force) **เจา หนาท่ีท้ังสน่ี ายตองไมยนื อยูในแนวยงิ ซงึ่ กันและกนั กลับ

๓. กรณสี ายตรวจ ๒๐ เขา มารวมระงบั เหตุ Combat L / V • การรกั ษาระยะหา งจะยืนทํามุมเปนรูปตัว L / V (เจาหนา ท่ีจะยืนแยกกนั เพอ่ื ทํา ๒ ๒ สายตรวจ๒๐ Cover หนา ที่คุม กนั ) Cover Cover ๑ • แปรผนั ตามสถานการณ ระดบั อารมณข องผตู องสงสยั หรอื ผกู ระทําผิด โดยระดับ สายตรวจชุดที่ ๒ สายตรวจชุดที่ ๑ สี บงถงึ ความปลอดภยั เจา หนา ที่ ดังน้ี Cover • สีเขยี ว ระยะประมาณ ๒๑ ฟตุ หรือ ๗ กา ว เปน ระยะปลอดภยั ของเจาหนาท่ี ๑ • สเี หลอื ง เปน ระยะท่ผี ูก ระทาํ ผดิ เรมิ่ ขดั ขนื และอาจทํารา ยเจา หนาท่ี • สแี ดง เปน ระยะท่ีผกู ระทาํ ผดิ สามารถตอบโตท าํ รา ยเจา หนา ทีไ่ ด Contact • ตําแหนง การยนื โดยหลกั • สายตรวจ ๒๐ เปนหัวหนา ชุด เปน ผบู รหิ ารเหตุการณแ ทนสายตรวจคทู ี่ ๑ คนที่ ๑ โดย ทาํ หนา ทเี่ จรจา ส่อื สารกับผกู ระทําผดิ และการส่ือสารกบั ทมี สายตรวจ • สายตรวจคูท่ี ๑ และสายตรวจคูท ี่ ๒ ทําหนาที่ตรวจการณ อากัปกิรยิ า ความ เคลอื่ นไหวของผกู ระทาํ ผิด ดูแลความปลอดภัยใหก บั สายตรวจ ๒๐ ทมี สายตรวจ และโดยรอบ พรอ มทใ่ี ชก ําลังในการปองกันตามระดบั การใชก าํ ลงั (Use of force) **เจา หนา ท่ีทกุ นายตองไมย ืนอยูในแนวยิงซึ่งกันและกนั กลบั

สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ คนคลุมคลั่ง มาตรฐานการปฏบิ ัติงานใน บุคคลมาตรวจสอบ การระงับเหตุ(SOP)(คํา เจา หนา ท่ีตาํ รวจ อธบิ าย) กลับ หนาหลกั การทะเลาะวิวาท คนรา ยมอี าวธุ

ภาพรวม SOP คําอธบิ าย มาตรฐานการปฏิบตั ิในการระงบั เหตุ (SOP)เกีย่ วของกบั เหตทุ ่เี กิดขึน้ เปน ประจําโดยพัฒนาเปนรูปแบบการปฏิบัตทิ ่ีมีความชดั เจน สอดคลอ งกับ กฎหมายและงา ยตอการปฏิบตั ิ ซ่ึงจะมที ง้ั หมด ๔ กรณีดวยกัน คือ การระงบั เหตุคนคลมุ คลัง่ การระงบั เหตคุ นทะเลาะวิวาทรวมท้งั การยกพวกตกี ัน การ ระงับเหตุกรณีคนรา ยมีอาวธุ และการถกู ตรวจสอบจากประชาชนในขณะ ปฏบิ ตั หิ นา ท่ี กลบั

กรณกี ารระงบั เหตคุ นคลุม คลั่งซง่ึ เกดิ จากการใชสารเสพตดิ เกินขนาด เมาสุรา การใชยา หรอื ภาวะ ผดิ ปกตทิ างจิต ตองใชทั้งยทุ ธวธิ ีตาํ รวจและความรทู างดานการแพทยในการแกไ ขปญหา ซ่ึงการเขา ระงบั เหตุจะตอ งนาํ รถพยาบาลจากศนู ยก ารแพทยฉ กุ เฉิน ๑๖๖๙ เขา รวมในการระงบั เหตุดวย เน่ืองจากจะตอ ง ใชค วามรูท างดานจิตวทิ ยาในการเจรจากบั คนคลุมคลั่งหรือใชเ คร่อื งพนั ธนาการในการควบคมุ หรอื การใช ยาบางประเภทเพอื่ ระงบั อาการท่ีรนุ แรงของคนคลุมคล่งั ในการเขา ระงับเหตุ สายตรวจ ๒๐ ตอ งเขารวมระงบั เหตุทกุ ครง้ั โดยมีการเตรยี มอุปกรณเครอ่ื งมือท่ี เกี่ยวขอ งใหพ รอ มในการปฏบิ ตั ิ เชน ไมง า ม ปนไฟฟา ปนลกู ซองยาง โล แกสน้ําตา โดยเจา หนา ที่ตํารวจ ตอ งจัดการในท่เี กดิ เหตุใหก ลบั สูภาวะปกติและปลอดภัยกอน ทางเจา หนาที่ของศูนยก ารแพทยฉกุ เฉิน ๑๖๖๙ จงึ เขาไปดาํ เนนิ การทีเ่ ก่ียวของกับทางการแพทย กรณเี หตุคนคลุม คลัง่ มกั จะมีปญหาในการสง ตวั ใหแ พทยป ระเมินหรือวินจิ ฉัย จึงใหนําแบบฟอรม การสง ตัวคนคลุมคลง่ั มาใชใ นการสงตัว และใหนาํ แบบฟอรม แจงผลการบาํ บัดรักษาและสงตัวกลบั ชมุ ชน ใหแ พทยผ ูดแู ลคนไขใชแจงกบั สถานตี ํารวจทราบเพอื่ ใหสามารถตดิ ตามและตรวจสอบได เปน การสราง ความมน่ั ใจและความปลอดภยั ใหกบั ประชาชนในชมุ ชน โดยเหตกุ รณีคนคลุม คลั่ง ตองนําสง โรงพยาบาล ของรฐั หรอื สถานบําบดั ทกุ ครง้ั ตามมาตรา ๒๔ แหง พ.ร.บ.สุขภาพจิต พ.ศ.๒๕๕๑ แกไ ขเพ่ิมเติม พ.ศ. ๒๕๖๒ กลบั

ภาพรวมขัน้ ตอนการระงับเหตุ ๓ ๔ กรณคี นคลมุ คลัง่ (คําอธิบาย) สถานท่เี กิดเหตุ หลกั การเจรจา :เปนมติ ร ๒ สรา งความคนุ เคย คนคนุ เคย รายละเอียดขั้นตอนการ ๑ สายตรวจ ปฏิบตั ขิ องเจา หนา ที่ การเจรจา :(คําพูด: มี รถยนต ตํารวจ(SOP คนคลุมคล่งั ) อะไรใหชว ยเหลอื ครบั ) สายตรวจ ***หมายเหตุ แจงผลการ จยย. ไมส ําเร็จ สาํ เรจ็ เม่ือจาํ เปนตอ งไดร บั มลู นิธกิ ูภ ัย การรักษาทางกาย ให ๘ บาํ บดั รกั ษา สง รพ. ทางกาย กอน ๗ แบบฟอรม หนังสือนาํ สง แบบฟอรม สายตรวจ ระดบั การ ๒๐ ใชกําลงั สง รพ.ของรัฐหรือ มูลนิธกิ ูภ ยั ควบคุมตัว ๖ ๕ กลับ สถานบําบดั

การระงับเหตุคนคลมุ คลัง่ (คําอธิบาย) ๑.ประเมิน ๒.แสดงตน ๓.ออกคําสง่ั ๔.เจรจา ๕.ระดับการ ๖.นาํ สง รพ.หรอื สถานการณ ใชกําลัง สถานบําบดั ชว ยเหลือผไู ดร บั บาดเจ็บ การบรหิ ารเหตกุ ารณ กลับ

คําอธิบาย กรณีคนคลมุ คล่งั พ.ร.บ.สขุ ภาพจติ พ.ศ.๒๕๕๑ ๑.เม่อื ไดร บั แจงเหตุคนคลุมคลงั่ ตอ งมกี ารประเมนิ สถานการณว าคนคลมุ คลง่ั กอเหตอุ ะไร เชน ทาํ รา ยผอู ่นื เผาหรอื ทาํ ลายทรพั ยส นิ ตนเองหรือผูอ น่ื มี กลับ อาวธุ หรือไม เปน อาวุธประเภทใด เชน มีด อาวุธปน มผี ไู ดร บั บาดเจ็บหรือเสยี ชีวิตหรอื ไม เพอื่ จะไดเตรยี มอุปกรณ เชน ปนไฟฟา ไมงา ม ดวิ้ ปน ลูกซองยาง และ กําลงั เจา หนา ทีต่ ํารวจใหส อดคลอ งกับสถานการณ โดยกรณีเหตคุ นคลมุ คลั่ง รอ ยเวร ๒๐ ตอ งออกไปรวมระงับเหตดุ ว ยทกุ ครัง้ เมอื่ ไปถึงทีเ่ กดิ เหตุ จะตอ งคาํ นึงถงึ การรกั ษาระยะหา งจากจดุ เกิดเหตุ เพือ่ ความปลอดภัยและประเมนิ สถานการณอ กี ครง้ั วาตรงกบั การรับแจง เหตใุ นครง้ั แรกหรอื ไม ๒.แสดงตนเพ่อื ควบคุมสถานการณ และเพอ่ื ใหผ ทู ี่เกย่ี วขอ งทราบวา เปนเจา หนาท่ตี าํ รวจ เชน การใชส ญั ญาณไซเรน การใชน กหวดี การใชเสียง ๓. ออกคําสัง่ ใหห ยดุ พฤตกิ รรมทีไ่ มพ งึ ประสงค เชน วางอาวุธ หยุดทาํ รายทรพั ยส นิ หรือผูอนื่ นง่ั ลง หมอบกบั พน้ื โดยในกรณที ม่ี ีผไู ดร ับบาดเจ็บ หรือกาํ ลงั ถูกทาํ รา ย ใหช วยเหลอื บคุ คลเหลาน้ันใหอ ยใู นสถานทป่ี ลอดภยั หากมีความจาํ เปนตองหยดุ ยงั้ สถานการณอยา งทันที ใหนําหลักการระดับการใชก าํ ลัง มาใชต าม ความเหมาะสม ในการบรหิ ารเหตกุ ารณ ใหส ายตรวจคนที่ ๑ ของคสู ายตรวจรถจกั รยานยนตทีไ่ ปถงึ ทเ่ี กิดเหตุชดุ แรก เปน ผูบริหารเหตุการณ โดยสายตรวจคนที่ ๒ สังเกต สถานการณโดยรอบและระวังความปลอดภัยใหก ับสายตรวจคนท่ี ๑ กรณที มี่ ีสายตรวจรถจักรยานยนตค ทู ่ี ๒ เขา รวมระงบั เหตุ ใหส ายตรวจคนที่ ๑ ของสายตรวจรถจกั รยานยนตคทู ี่ ๑ ยงั เปนผูบ ริหารเหตกุ ารณ โดยสาย ตรวจรถจักรยานยนตคูท่ี ๒ คอยสังเกตการณโดยรอบและดูแลความปลอดภัยใหก ับทีมสายตรวจ ในกรณที ี่สายตรวจ ๒๐ เขารว ม ใหรอยเวร ๒๐ เปน ผูบ ริหารเหตกุ ารณ โดยทมี สายตรวจทีเ่ หลอื ทําหนา ท่ีสังเกตการณโ ดยรอบ และดแู ลความปลอดภัยให กบั ทมี ๔. ถา อยูในสถานการณทีท่ าํ ได ใหใ ชหลกั การเจรจาที่เปน มติ ร หรือนําคนทค่ี นคลมุ คล่งั คุนเคย มาเจรจา เพ่อื ลดความรนุ แรงของสถานการณ เชน ใชคาํ พดู วา มอี ะไรใหชวยเหลือไหมครับ ๕.ในกรณที ผ่ี ูกอ เหตุไมเ ช่ือฟงคาํ สัง่ และสถานการณอาจจะมคี วามรุนแรงมากขึ้น ใหน ํายทุ ธวิธีในเร่ืองระดับการใชกําลงั เพือ่ ควบคมุ สถานการณใ หก ลับมา สภู าวะปกติ เชน การใชม อื เปลา ไมง าม ปนไฟฟา ปน ลูกซองยาง สตั้นทบอมบ ๖.เมื่อควบคุมผคู ลมุ คลงั่ ไดแลว ใหค ํานงึ ถงึ หลกั ความปลอดภัยไมใหคนคลมุ คลั่งทาํ รายบุคคลอ่นื ใดไดอกี และใหมกี ารสง ตัวไปประเมนิ หรอื วินจิ ฉยั ใน สถานพยาบาลของรัฐ หรอื สถานบาํ บัด ทุกคร้งั

กลบั

กลบั

การทะเลาะวิวาทรวมถึงการ ยกพวกตีกนั (คําอธิบาย) ๑.ประเมิน ๒.แสดงตน ๓.ออกคาํ สง่ั สถานการณ ๕.ควบคุมตัว บรหิ ารเหตกุ ารณ ชว ยเหลอื ผูบ าดเจบ็ ๔. ระดับการ ใชกาํ ลัง

คําอธบิ าย การทะเลาะวิวาทรวมถงึ การยกพวกตีกนั เหตุทะเลาะววิ าทรวมถึงการยกพวกตีกัน ตองมีกําลงั เจา หนาที่มากกวาผกู อเหตุ เพยี งพอตอ การควบคุมสถานการณแ ละตอ งมกี ารเตรียมความ พรอมอปุ กรณในการระงบั เหตุใหครบถว น เชน ปน ไฟฟา ไมง าม ลกู ซองยาง สตั้นทบ อม แกส นา้ํ ตา เพอื่ หยดุ สถานการณใ หก ลับสูสภาวะปกติไดเ รว็ และปองกันไมใ หเ กิดความสูญเสียหรือบาดเจ็บเกดิ ขนึ้ สาํ หรบั ขัน้ ตอนการปฏิบตั ิในการทะเลาวะววิ าท รวมถงึ การยกเพวกตีกนั (SOP) มดี งั น้ี ๑. ประเมินสถานการณ เปนเหตุอะไร เกิดข้ึนทไ่ี หน มีผูกอเหตุก่ีคน มีอาวุธหรอื ไม( ถา มี เปน อาวธุ ประเภทใด) มีผไู ดรบั บาดเจบ็ หรือเสยี ชีวิต หรือไม เพ่ือท่ีจะไดเตรยี มอุปกรณ และกําลังเจาหนา ท่ีตํารวจใหส อดคลองกับสถานการณ ๒. เจาหนา ทีต่ ํารวจสายตรวจ ตองแสดงตนเพอ่ื ควบคุมสถานการณและเพอื่ ใหผ ทู เ่ี ก่ยี วของทราบวาเปน เจาหนาท่ตี าํ รวจ อาทิ การใชส ัญญาณ ไซเรน การใชนกหวีด การสง เสยี ง โดยให ชวยเหลอื ผูไดรบั บาดเจบ็ หรอื ผูท่ีเสยี เปรียบแยกออกจากสถานทเ่ี กดิ เหตุ มิใหส ามารถตะโกนโตเ ถียงกนั ได ในการบริหารเหตกุ ารณ สายตรวจคนท่ี ๑ เปน ผูบรหิ ารเหตุการณ โดยสายตรวจคนท่ี ๒ สงั เกตสถานการณโดยรอบและระวังความปลอดภยั ใหก บั สายตรวจคนท่ี ๑ ในกรณีมีสายตรวจจกั รยานยนตค ูที่ ๒ เขารวมระงับเหตุ สายตรวจรถจักรยานยนตค นที่ ๑ ของคูสายตรวจท่ี ๑ ยังเปน ผูบรหิ ารเหตุการณ โดย สายตรวจคูท่ี ๒ คอยสงั เกตการณโ ดยรอบและดูแลความปลอดภยั ใหกบั ทมี สายตรวจ หากเปนกรณีสายตรวจ ๒๐ เขา รวม ใหสายตรวจ ๒๐ เปน ผูบริหารเหตุการณ และสายตรวจที่เหลือทําหนา ทสี่ ังเกตการณโ ดยรอบ และดูแล ความปลอดภัยใหก บั ทมี ๓.ออกคาํ ส่งั หยุดพฤตกิ รรมท่ไี มพงึ ประสงค เชน วางอาวธุ นอนลง หมอบกบั พืน้ ยกมือขึน้ ๔.ในกรณีที่ผกู อเหตไุ มเช่ือฟงคําส่งั และสถานการณอ าจจะมคี วามรนุ แรงขึ้น ใหเจาหนาที่ตาํ รวจนํายุทธวิธใี นเรอ่ื งระดบั การใชกําลัง มาใชเทา ที่ จําเปน เพอ่ื ควบคุมสถานการณใหกลบั มาสปู กติ เชน การใชมอื เปลา ไมง า ม ฯลฯ กลับ ๕. ควบคุมตวั นาํ สง สถานตี าํ รวจ

ผูกอ เหตมุ อี าวธุ อันตรายถึงแกชีวติ (คํา อธิบาย) ๑.ประเมิน ๒.แสดงตนและ ๓.ออกคําสง่ั ๔.ระดบั การใช ๕.ควบคุมตวั สถานการณ อาวุธประจาํ กาย กาํ ลัง ชว ยเหลอื ผูไดรับบาดเจ็บ การบรหิ ารเหตุการณ

คําอธิบาย กรณีผูกอเหตมุ อี าวุธอันตรายถึงแกชวี ติ เหตุกรณีผูกอเหตมุ ีอาวุธถึงแกความตาย เชน ปน มีด ฯลฯ เจา หนา ที่ตอ งยนื อยูในทกี่ ําบงั ปลอดภยั และรักษาระยะหาง อยางนอ ย ๒๑ ฟตุ ซึง่ ในเหตคุ นรา ยมอี าวุธไมวาจะ เปน กรณีใดๆเชน เปน คนรจู กั คนุ เคย เปนคนจติ ผิดปกติ คนทมี่ ีรูปรางออ นแอ ฯลฯ จะตองปฏิบัตหิ นา ที่ดวยความระมัดระวังสงู สดุ เพอื่ ปองกันไมใ หเ กดิ ความสญู เสียกบั บคุ คลใดๆ หรอื ตวั ของเจา หนา ทีต่ ํารวจเอง โดยขัน้ ตอนการระงับเหตุ ผูก อ เหตุมอี าวุธถงึ แกความชวี ิต(SOP) มรี ายละเอยี ดดงั น้ี ๑. ประเมินสถานการณ เปนเหตุอะไร เกิดขนึ้ ทไี่ หน มผี กู อ เหตุกีค่ น มอี าวธุ หรือไม( ถามี เปน อาวธุ ประเภทใด) มผี ูไดร บั บาดเจบ็ หรอื เสยี ชวี ิตหรอื ไม เพ่อื ท่ีจะไดเตรียมอุปกรณ และกาํ ลังเจา หนา ที่ตํารวจใหส อดคลอ งกับสถานการณ ๒.หากเมื่อไปถึงท่ีเกิดเหตุแลว มสี ถานการณท่ีอาจนาํ ไปสูภยนั ตรายทีอ่ าจเกิดข้ึนกับเจาหนาท่ีตาํ รวจหรอื บุคคลทสี่ าม ใชอ าวุธปน ประจํากายแสดงออกมา โดยปฏิบัติตามระดับการใชก าํ ลงั อยางเครง ครดั โดยให ชว ยเหลอื ผูไดร บั บาดเจ็บออกจากสถานทีเ่ กิดเหตุกอน การบรหิ ารเหตกุ ารณ สายตรวจคนที่ ๑ เปน ผบู ริหารเหตกุ ารณ โดยสายตรวจคนที่ ๒ สังเกตสถานการณโ ดยรอบและระวงั ความปลอดภัยใหกบั สายตรวจคนที่ ๑ กรณมี สี ายตรวจจกั รยานยนตคทู ี่ ๒ เขารวมระงับเหตุ สายตรวจรถจกั รยานยนตคนท่ี ๑ ของคูสายตรวจท่ี ๑ ยังเปนผูบริหารเหตกุ ารณ โดยสายตรวจคูท ่ี ๒ คอย สงั เกตการณโดยรอบและดแู ลความปลอดภยั ใหก ับทีมสายตรวจ หากเปนกรณสี ายตรวจ ๒๐ เขา รวม ใหสายตรวจ ๒๐ เปน ผบู รหิ ารเหตุการณ และสายตรวจที่เหลอื ทําหนา ที่สังเกตการณโ ดยรอบ และดแู ลความปลอดภัยใหก ับทีม ๓.ออกคาํ ส่ังหยดุ พฤตกิ รรมทีไ่ มพ งึ ประสงค เชน วางอาวุธ นอนลง หมอบกับพ้นื ยกมือขน้ึ ฯลฯ ๔. ในกรณที ่ผี กู อ เหตุไมเ ชื่อฟง คาํ สง่ั และสถานการณอาจจะมคี วามรุนแรงขนึ้ ใหเจา หนาที่ตาํ รวจนาํ ยทุ ธวิธีในเร่ืองระดบั การใชกาํ ลังมาใชเ ทา ทจี่ าํ เปนเพอื่ ควบคมุ สถานการณ ใหก ลบั มาสูปกติ ๕. ควบคมุ ตวั นําสง สถานตี ํารวจ กลับ

กรณบี ุคคลขอตรวจสอบการปฏิบัตหิ นา ทใ่ี น ขณะตงั้ ดานตรวจ จดุ ตรวจ(คําอธบิ าย) ๑.ประเมิน ๒.หลกั ความ ๓.สอบถามความ ๔.ระดับการใช ๕.ควบคมุ ตวั สถานการณ ปลอดภัย ตองการ กําลัง

คําอธิบาย กรณีบคุ คลขอตรวจสอบการปฏบิ ัติหนาท่ี ในปจ จบุ ันมีบุคคลบางกลุม มาขอตรวจสอบเจาหนาทต่ี ํารวจ เชน การขอดูใบอนุญาตพกพาอาวุธปน ใบพกพาวิทยุสอื่ สาร ใบพกพาอาวธุ ปน พ.ร.บ.รถยนต เอกสารการตัง้ ดานตรวจ/ตรวจ โดยมไิ ดเปนผูเสียหายหรือถกู ละเมิดสทิ ธจิ ากการปฏบิ ตั หิ นา หนาที่ของเจา หนา ที่ตาํ รวจ มีเจตนาเพียงตอ งการกอ กวนการปฏิบัติ หนาที่ และสรา งยอดไลคใ นเพจของตนเอง เพอื่ หวังผลประโยชนใ นดานอน่ื ๆ สําหรับขน้ั ตอนการปฏบิ ตั ิ กรณบี คุ คลขอตรวจสอบการปฏิบัตหิ นา ท่ใี นขณะตงั้ ดาน ตรวจ(SOP)มีรายละเอียดดังนี้ ๑.ประเมนิ สถานการณ ดานความปลอดภัยและอุปสรรคในการปฏบิ ตั ิหนา ที่ เชน มารถก่ีคนั มากนั กี่คน พกพาอาวธุ หรือไม ทาํ ใหเกิดความบกพรอ งตอ การ ปฏบิ ตั ิหนา ที่หรือไม ฯลฯ ๒.หลกั ความปลอดภยั การยืนระยะหาง การยืน Cover&Contact และการตรวจสอบ คน บคุ คลและยานพาหนะ ของผทู ี่เขามาทําการตรวจสอบ ๓.สอบถามความตองการของผูท่ีเขามาตรวจสอบ หากไมใ ชก ารรอ งทกุ ขหรอื ขอความชวยเหลือ โดยมลี กั ษณะเขา มากอ กวนและทาํ ใหเกิดอปุ สรรคตอ การ ปฏิบตั ิหนา ท่ี ใหอ อกคาํ สัง่ ใหบุคคลน้ันออกจากพื้นท่กี ารปฏบิ ตั ิงาน ๓.๑ ในกรณตี ง้ั ดานตรวจ/จดุ ตรวจ หากมคี วามจําเปน ใหบคุ คลน้ันไปพบกบั หัวหนา ดาน โดยเจา หนาทอ่ี ื่นปฏบิ ัตหิ นา ทต่ี ามปกตไิ มใหเกดิ ความ บกพรอ งตอการปฏิบัตหิ นาที่ ๓.๒ หัวหนาดา นพจิ ารณาถึงเหตผุ ลและความจาํ เปน ของการตรวจสอบ อาํ นาจหนา ท่ขี องผขู อตรวจสอบวา มีหรือไม และสิทธติ าม พ.ร.บ.ขอมลู ตอ ไป ขา วสารฯ โดยใหค าํ แนะนําไปยื่นเรอื่ งขอ ณ สถานตี าํ รวจน้ันๆ ๔.หากบุคคลน้ันขัดคาํ สัง่ ใหเรียกกาํ ลงั และนําหลักระดับการใชก าํ ลงั มาใชต ามความเหมาะสมกบั สถานการณ และ/หรือ ดําเนินคดีในสว นท่เี กี่ยวของ เชน ขอ หาการกอความเดอื ดรอนรําคาญ ขดั คาํ สง่ั เจาพนักงาน กลับ ๕. ควบคุมตัวนาํ สง สถานตี ํารวจ

สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ กรณบี ุคคลเขา มาตรวจสอบเจาหนาที่ตาํ รวจ ตัวบทกฎหมายที่ เอกสารการต้งั ดาน แนะนําใหไ ปยื่นขอเอกสารการตั้งดา นท่ีสถานตี าํ รวจน้ันๆ เกย่ี วขอ ง เม่อื มกี ารขัด ตาม พ.ร.บ.ขอ มูลขา วสาร พ.ศ.๒๕๔๐ คาํ สั่งเจา หนาที่ วทิ ยสุ ่อื สาร พ.ร.บ.รถยนตร ถสายตรวจ บุคคลท่ีมากอกวนไมมอี ํานาจหนา ทต่ี ามกฎหมาย ตวั อยา ง ใบอนุญาตพกพาอาวุธปน เฉพาะประชาชนทีส่ ิทธิถกู กระทบจากการปฏิบตั ิ คาํ พิพากษ บัตรประจาํ ตวั ขาราชการ หนา ท่ีของตาํ รวจ ตอ งแสดงบัตรขาราชการตํารวจ า กลับ

สํานกั งานตาํ รวจแหง ชาติ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖ ผูใ ดใสค วามผูอน่ื ตอ บุคคลที่สาม โดยประการทนี่ า จะทาํ ใหผ อู น่ื น้ันเสยี ช่อื เสียง ถกู ดูหมน่ิ หรอื ถูกเกลียด ชงั ผนู ้นั กระทาํ ความผิดฐานหมิ่นประมาท ตองระวางโทษจาํ คกุ ไมเกนิ หนง่ึ ป หรือปรับไมเกินสองหมน่ื บาท หรอื ทัง้ จําทั้งปรับ มาตรา ๑๓๖ ผใู ดดหู ม่ินเจา พนกั งานซ่งึ กระทาํ การตามหนาท่ี หรอื เพราะไดก ระทาํ การตามหนา ที่ ตอ งระวางโทษจาํ คุก ไมเกนิ หนึง่ ป หรอื ปรบั ไมเกนิ สองหมืน่ บาท หรอื ทั้งจําทั้งปรบั มาตรา ๑๓๘ ผใู ดตอ สู หรอื ขดั ขวางเจา พนักงานหรือผซู ง่ึ ตอ งชว ยเจาพนกั งานตามกฎหมายในการปฏบิ ตั ิการตามหนาที่ ตองระวางโทษจาํ คุกไมเกินหนง่ึ ป หรอื ปรับไมเกนิ สองหมืน่ บาท หรือท้งั จาํ ทงั้ ปรับ ถาการตอสูห รือขดั ขวางนน้ั ไดก ระทาํ โดยใชกาํ ลงั ประทุษรา ยหรือขเู ข็ญวาจะใชกาํ ลงั ประทษุ ราย ผูกระทาํ ตอ งระวาง โทษจาํ คุกไมเ กินสองป หรือปรับไมเ กนิ ส่ีหม่ืนบาท หรือทั้งจาํ ทั้งปรับ มาตรา ๓๖๘ ผใู ดทราบคาํ ส่ังของเจาพนักงานซ่งึ สง่ั การตามอาํ นาจทีม่ กี ฎหมายใหไ ว ไมป ฏบิ ตั ิตามคําสัง่ น้ันโดยไมมเี หตุ หรือขอ แกต วั อนั สมควร ตองระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ สบิ วนั หรอื ปรบั ไมเกินหา พันบาท หรือทงั้ จาํ ทั้งปรบั ถา การส่งั เชนวานั้น เปนคําสง่ั ใหชวยทํากิจการในหนาทข่ี องเจา พนักงานซึ่งกฎหมายกาํ หนดใหส ั่งใหช ว ยได ตองระวาง โทษจําคกุ ไมเ กินหนึง่ เดือน หรือปรับไมเกนิ หนึ่งหมนื่ บาท หรือทั้งจาํ ทงั้ ปรับ กลับ