สํานักงานตาํ รวจแหง ชาติ การแจง ขอหา วรรคหน่ึง ๑. ผจู บั (ราษฎรหรอื เจา พนกั งาน) ตอ งแจงผทู ่ีจะถกู จบั กอ นวา จะทาํ การจบั บคุ คลนน้ั ๒. ส่ังใหผ ูถ ูกจับไปยงั ทีท่ าํ การของพนักงานสอบสวนแหง ทอ งที่ท่ถี ูกจบั หรือ ถา สามารถทาํ ได ใหจบั ไปยัง ท่ที ําการของพนักงานสอบสวนผูรบั ผดิ ชอบ แตห ากมกี ารขดั ขืน(ถา จําเปน)กส็ ามารถจบั ตวั ไปไดท ันที วรรคสอง ๑. ผูจบั (เจา พนกั งาน) ตอ งแจง ขอกลาวหาใหผ ถู กู จับทราบ ๒. ถา เปนกรณมี ีหมายจับ เจา พนกั งานจะตองแสดงหมายจับตอ ผูจะถกู จบั ดวย ๓. แจงสิทธิของผูถ ูกจบั ท่ีพงึ่ มตี ามกฎหมาย - สทิ ธทิ จี่ ะไมใหการก็ไดและถอยคําของผถู ูกจับน้ันอาจใชเปน พยานหลกั ฐานในการ พจิ ารณาคดี - สทิ ธใิ นการพบหรือปรึกษาทนายความ - สทิ ธกิ ารแจง ญาติใหท ราบในโอกาสแรก วรรคสาม เปน การใหอ ํานาจผูจบั สามารถใชว ิธีหรือการปองกนั ใดๆท่ีเหมาะสมตอผูจะถูกจับ ในกรณที ี่ ผู จะถกู จบั มพี ฤตกิ ารณทข่ี ัดขวางหรือพยายามหลบหนีการจับ กลับ ตอ ไป
สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ ขอ พิจารณา กลับ ตามมาตราน้จี ะเหน็ ไดวา บุคคลทม่ี อี าํ นาจในการจับนัน้ ไดแก เจา พนักงาน ซึ่งหมายถงึ พนกั งานฝาย หนา การ ปกครอง ตาํ รวจ และราษฎร จับ โดยในการทําการจบั นนั้ ผทู าํ การจับ ตอ งแจง แกผ จู ะถกู จบั วา เขาจะถกู จับ ซึง่ หมายเหตทุ ต่ี องแจง เพราะ เพ่อื ใหผ ูท ี่จะถูกจับน้ันรตู ัววา ตนเองใชบ คุ คลทจี่ ะถูกจบั ตามหมายจบั หรือไม หรอื ตนเองน้ันเปนบคุ คลที่ได กระทาํ ความผิดจริงหรอื ไม นอกจากนั้นยงั เปนการแจงเพ่ือไมใหผูจ ะถกู จบั ตอ สูขดั ขวาง และยินยอมใหจ ับ และ การแจง น้ันยังเปน การแจงใหบคุ คลดงั กลาวรูตัว โดยสามารถทําการปฏิเสธไดว า ตนไมใชผ ูท่ีจะถูกจบั ในกรณที มี่ ี การจับตวั หลงั จากทีจ่ บั ตวั ผูถูกจบั แลว ตองสั่งใหผถู กู จบั ไปยังทท่ี ําการของพนกั งานสอบสวนแหงทองทีท่ ่ีถูกจบั เวนแตส ามารถนาํ ตัวไปยังท่ีทาํ การของพนักงานสอบสวนผูรับผดิ ชอบไดก็ใหน าํ ตัวไป กฎหมายกําหนดใหบ อก ใหส ง่ั ใหผูถกู จบั ไปยงั ทท่ี ําการสอบสวน แตโ ดยทางปฏิบัตมิ ักจะเกิดการตอสขู ดั ขวางเปนปกติ ดงั นนั้ กฎหมาย จงึ บญั ญตั เิ พ่ิมเติมวา ในกรณีทจี่ าํ เปนกจ็ ับตวั ไป คือ เปน กรณีที่ผถู กู จบั อยูในอาํ นาจของผจู ับโดยสิ้นเชิงแลว ผู จบั จะนําตวั ผูจบั ไปโดยวิธีอยางไรก็ไดต ามสมควรแกพ ฤตกิ ารณ กลับ
สํานักงานตาํ รวจแหง ชาติ มาตรา ๘๓ ในการจบั นั้น เจาพนักงานหรือราษฎรซง่ึ ทาํ การจับตองแจงแกผ ูที่จะถกู จับน้นั วาเขาตอ งถกู จับ แลวสั่ง ใหผ ถู ูกจับไปยังทที่ าํ การของพนักงานสอบสวนแหง ทองท่ีท่ถี กู จบั พรอมดวยผูจ บั เวน แตส ามารถนําไปทท่ี าํ การของ พนักงานสอบสวนผรู ับผดิ ชอบไดใ นขณะนน้ั ใหน าํ ไปที่ทําการของพนกั งานสอบสวนผูร ับผดิ ชอบดงั กลา ว แตถา จําเปนกใ็ หจับตัวไป ในกรณที ่ีเจาพนักงานเปน ผูจ ับ ตอ งแจงขอ กลา วหาใหผถู ูกจบั ทราบ หากมหี มายจบั ใหแสดงตอ ผถู กู จับ พรอมท้ังแจง ดวยวา ผูถกู จบั มสี ิทธิท่จี ะไมใหการหรอื ใหการกไ็ ดแ ละถอ ยคําของผูถ ูกจับนั้นอาจใชเ ปน พยาน หลักฐานในการพจิ ารณาคดไี ดแ ละผูถ กู จบั มีสิทธทิ ่จี ะพบและปรกึ ษาทนายความ หรอื ผูซง่ึ จะเปนทนายความ ถาผู ถกู จบั ประสงคจะแจง ใหญาตหิ รอื ผูซึง่ ตนไววางใจทราบถงึ การจบั กมุ ทสี่ ามารถดาํ เนนิ การไดโ ดยสะดวกและไม เปน การขัดขวางการจับหรอื การควบคมุ ผถู กู จบั หรอื ทาํ ใหเกดิ ความไมปลอดภัยแกบ ุคคลหนึ่งบคุ คลใด ก็ให เจา พนักงานอนุญาตใหผูถ กู จบั ดําเนินการไดตามสมควรแกก รณี ในการนใี้ หเ จา พนกั งานผูจ บั นั้นบนั ทึกการจบั ดัง กลาวไวดวย ถาบุคคลซ่ึงจะถูกจับขดั ขวางหรือจะขัดขวางการจบั หรือหลบหนีหรอื พยายามจะหลบหนี ผูทําการจับมี อํานาจใชว ิธหี รอื การปอ งกนั ทัง้ หลายเทาท่ีเหมาะสมแกพฤติการณแ หงเร่อื งในการจบั นน้ั กลบั
สํานักงานตาํ รวจแหง ชาติ ตัวอยางฎีกา ตามมาตรา ๘๓ การแจงขอ หา ฎ.๓๑๙/๒๕๒๑ เจา พนักงานตํารวจพบเหน็ การกระทําความผดิ ซงึ่ หนา เมอ่ื เขาจับกุมผูกระทําความผดิ ตอ สขู ัดขวาง กรณี เชน นี้เจาพนักงานตาํ รวจมอี าํ นาจจับกุมโดยไมจําเปน ตองแจงแกผ ทู ่ีจะถกู จบั วาเขาตองถูกจับ ตามประมวลกฎหมายวธิ ี พิจารณาความอาญา มาตรา ๘๓ วรรคแรก ฎ.๒๑๕๗/๒๕๑๔ พนักงานสอบสวนสั่งใหเจา พนักงานตาํ รวจไปจบั กุมจาํ เลยดวยวาจาโดยไมไ ดออกหมายจับ และ เจาพนกั งานตํารวจท่ไี ปจบั จําเลยนน้ั ไมไดเ ปนนายตํารวจชัน้ ใหญ ซงึ่ จะจบั จําเลยไดด วยตนเองโดยไมม หี มายจบั เม่อื เจาพนกั งานตาํ รวจจบั จาํ เลยไดแ ลว ไดส ง มอบตวั จําเลยตอพนกั งานสอบสวน พนักงานสอบสวนไมไ ดแ จง ขอ หาแกจ าํ เลย และไมไ ดค วบคมุ ตวั จําเลยไวห รือใหป ระกนั ตวั ไป เพียงแตน ดั ใหจําเลยมาสถานีตํารวจในวนั รงุ ขึ้นเทาน้ัน พฤติการณเ ชนน้ี ยังไมถอื วา จาํ เลยไดถ ูกจบั ตามกฎหมาย กลับ
สํานกั งานตาํ รวจแหง ชาติ การรับการมอบตวั ผถู กู จับ/การนาํ ผูถูกจบั ไปยงั ทีท่ ําการพนักงานสอบสวน วรรคหน่งึ ๑. ผูจับ (เจา พนักงานหรอื ราษฎร) ตองเอาตวั ผูถ กู จบั ไปยงั ทีท่ ําการของพนกั งานสอบสวนตามมาตรา ๘๓ โดยทันที ๒. สงตัวผู ถกู จับ แกพ นกั งานฝายปกครองหรอื ตาํ รวจของที่ทาํ การของพนกั งานสอบสวน ๓. พนักงานฝา ยปกครองหรือตาํ รวจของที่ทําการของพนกั งานสอบสวน มหี นา ท่ีดังนี้ โดยแบงเปน ๒ กรณี - กรณีที่ผูจับเปน เจา พนักงาน ใหเจาพนกั งานผูทําการจบั แจงขอ กลาวหา และรายละเอยี ดเกีย่ วกบั เหตุแหงการจับใหผถู ูกจบั ทราบ ถา มี หมายจับใหแ จง ตอ ผูถกู จับและอา นใหผ ูถ ูกจับฟง มอบสําเนาบนั ทกึ การจบั แกผูถ กู จับ - กรณที ีผ่ ูจับเปนราษฎร ใหพ นักงานฝายปกครองหรือตาํ รวจซง่ึ รับมอบตัวบันทกึ ช่อื อาชพี ทอี่ ยูข องผูจบั ขอความและพฤตกิ ารณแ หง การจับและใหผ จู ับลงลายมือช่ือกาํ กับไว ดาํ เนนิ การแจง ขอ กลา วหาและรายละเอียดแหงการจบั ใหผถู กู จับทราบแจงสิทธทิ ี่จะไมใหก ารหรอื ใหก ารก็ได และถอ ยคาํ ของผถู กู จบั อาจใชพยานหลักฐานในการพจิ ารณาคดไี ด วรรคสอง ๑. หลงั จากดาํ เนนิ คดีการตามวรรคหนึ่งเสรจ็ แลว ๒. แจงใหผถู ูกจบั ทราบถงึ สทิ ธติ ามทก่ี ําหนดไวในมาตรา ๗/๑ - มีสทิ ธพิ บและปรกึ ษาทนายความเปน การเฉพาะตวั - มสี ทิ ธใิ หทนายความหรือบุคคลที่ถูกจบั หรือผตู อ งหาไวว างใจ เขา ฟงการสอบคาํ ในช้นั สอบสวน - มสี ิทธไิ ดร บั การเยยี่ มหรอื ติดตอ กับญาตไิ ดตามสมควร - มีสทิ ธไิ ดร บั การรักษาพยาบาลโดยเร็วเม่อื เกิดการเจบ็ ปว ย (คลา ยๆมาตรา ๘๔ วรรคสาม) กลับ ๓. ใหผูถ กู จบั ติดตอกับญาติหรือผซู ง่ึ ผูถูกจบั ไวว างใจเพ่อื แจงใหทราบถึงการจับกุมและสถานท่ีท่ถี กู ควบคมุ โดยเรว็ ตอไป
สํานกั งานตาํ รวจแหงชาติ วรรคสาม สามารถนําตวั ผูถ กู จบั ไปรกั ษาพยาบาลกอ นนํามาสง ตามมาตราน้ไี ด วรรคส่ี๑. (หลัก) ถาถอ ยคําท่ีใหไวเ ปนคาํ รบั สารภาพของผถู ูกจบั วา จนไดก ระทําความผิด หามรับฟง เปนพยานหลกั ฐาน ๒. ถาเปนถอ ยคาํ อ่นื จะรับฟงเปน พยานหลกั ฐานได ก็ตอ เมอื่ ตอ งไดม ีการแจงสทิ ธิตางๆตามวรรคหนึ่ง หรือตามมาตรา ๘๓ วรรคสอง (กรณผี ูทํา การจับเปน เจาพนักงาน) แกผ ูถกู จับแลวแตก รณี ขอสงั เกต ๑. กรณตี ามวรรค ๒ เมือ่ นําตวั ผถู ูกจับมาสงพนักงานฝา ยปกครองหรือตํารวจทีร่ บั มอบตวั ตอ งแจงสทิ ธิตามมาตรา ๗/๑ ซึ่งผลของการฝา ฝน ตาม มาตรา ๗/๑ คอื หากผถู กู จบั รองขอแตผจู บั ไมปฏบิ ัตติ าม จะมีผล ๒ ทาง คอื ผลในทางอาญา เจา พนกั งานผนู ้นั อาจมีความผดิ ตามมาตรา ๑๕๗ แหง ประมวลกฎหมายอาญา ถา การไมป ฏบิ ัตนิ ัน้ เพือ่ จะทาํ ใหผถู ูกจบั หรอื ผูตองเสียหาย ผลในทางแพง ถาผจู ับไดรับความเสยี หาย จะไปฟอ งหนวยงานรัฐใหร ับผิดชอบ เพ่ือเรียกคาสินไหมทดแทนแหง การละเมดิ ท่ีเจา หนาทไ่ี ด ทาํ ไปในการปฏบิ ตั หิ นา ทไี่ ด ๒. การแจง สิทธิ ตาม ๗/๑ ไมเ หมอื นกับมาตรา ๑๓๔/๔ วรรคทา ย ท่ถี าไมแ จงตามมาตรา ๑๓๔/๑,๑๓๔/๒,๑๓๔/๓,๑๓๔/๔ วรรคหนง่ึ ถอยคาํ ที่ใหไวก ับพนกั งานสอบสวนจะรบั ฟง ไมไ ด แตเนอื่ งจากไมไ ดม กี ฎหมายบัญญัติหามไว ดงั นัน้ แมเ จาพนกั งานจะไมป ฏิบัตติ ามมาตรา ๗/๑ ศาลก็ยงั สามารถฟง ถอยคําทผ่ี ูตอ งหาใหก ารไวก บั พนกั งานสอบสวนได กลับ ตอไป
สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ ๓. เร่ืองการรับฟงถอยคาํ เปน พยานหลกั ฐานตามมาตรา ๘๔ วรรคส่นี นั้ โดยหลกั ของวรรคนคี้ อื หา มรับฟง คาํ รบั สารภาพของผถู ูกจับ ตอไป มาเปนพยานหลักฐานเพือ่ พิสูจนค วามผดิ ของผถู ูกจับโดยเดด็ ขาด ซ่ึงคํารบั สารภาพ คอื ถอยคาํ ทแี่ สดงวาตนไดกระทําความผิดจรงิ อยา ง เชน ผมยิงจรงิ ผมฆา เขา ผมขโมย ผมขม ขนื จริง แตถ า เปนถอยคาํ อืน่ ๆสามารถนาํ มาใชเปน พยานหลกั ฐานเพอื่ พสิ ูจนค วามผิดของผูร ว ม กระทาํ ความผิดอื่นนัน้ ได แตตอ งมีการแจง สทิ ธิตางๆตามมาตรา ๘๔ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๘๓ วรรคสอง แกผ ูถ กู จับแลว แตกรณี จะเห็นไดวา กฎหมายไดกําหนดถงึ ขั้นตอนทรี่ าษฎร หรือ เจา พนักงาน ควรปฏิบัติในการจับผูทจ่ี ะถูกจับไวใ นมาตรา ๘๓ และขัน้ ตอน การสง มอบตวั ผถู กู จับ ไปยงั ทท่ี าํ การของพนกั งานสอบสวน ไวใ นมาตรา ๘๔ ซึ่งพิจารณาในบทกฎหมายทง้ั ๒ มาตราแลว จะเหน็ วาสามารถ แยกพิจารณาเปน ๒ กรณี กรณที ี่ ๑ ขั้นตอนในกรณที ผ่ี ูจ ับเปนราษฎร ๑. ตองทําตามมาตรา ๘๓ วรรคหนึ่ง แจง แกผูถูกจับวาทําการจบั สัง่ ใหผ ูถ กู จับไปยงั ทที่ ําการของพนักงานสอบสวน ๒. ตองทําตามมาตรา ๘๔ วรรคหนึ่ง เอาตวั ผูถูกจับไปยังท่ีทาํ การของพนกั งานสอบสวนตามมาตรา ๘๓ โดยทนั ที ๓. ตอ งทาํ ตามมาตรา ๘๔ วรรคหน่งึ (๒) ใหพ นกั งานฝายปกครองหรือตํารวจซง่ึ รบั มอบตัวกระทาํ ดังตอ ไปนี้ - บันทกึ ชอ่ื อาชีพ ท่อี ยขู องผูจับ ขอ ความและพฤติการณแหงการจับ และใหผ ูจบั ลงลายมอื ช่อื กาํ กับไว - ดาํ เนินการแจงขอ กลา วหาและรายละเอยี ดแหงการจับใหผ ถู กู จบั ทราบ - แจงสทิ ธิทีจ่ ะไมใ หการกไ็ ดหรือใหก ารก็ไดแ ละถอยคาํ ของผถู กู จบั อาจใชเปน พยานหลกั ฐานในการ พิจารณาคดกี ็ได กลับ
สาํ นกั งานตํารวจแหง ชาติ กรณีท่ี ๒ ข้ันตอนเม่ือเจา พนักงานเปน ผจู ับ ๑. ตองทาํ ตามมาตรา ๘๓ วรรคหนงึ่ แจงแกผ ูถ ูกจบั วาจะทําการจบั สง่ั ใหผ ูถูกจบั ไปยงั ทีท่ ําการของพนกั งานสอบสวน ถาหากมกี ารขดั ขืนตอ สู จบั ได โดนไมต อ งแจงวาจะถูกจับไดกไ็ ด ๒. ตอ งทําตามมาตรา ๘๓ วรรคสอง แจงขอ กลา วหาใหผ ถู กู จบั ทราบ ถา เปน กรณีมีหมายจับ เจา พนกั งานจะตองแสดงหมายจบั ตอ ผูจ ะถูกจับดวย แจง สิทธขิ องผูถ กู จบั ท่ีพึงมีตามกฎหมาย - สทิ ธิที่จะไมใหการก็ได และถอยคาํ ของผูถูกจับ - น้นั อาจใชเ ปน พยานหลกั ฐานในการพจิ ารณาคดี - สิทธใิ นการพบหรอื ปรึกษาทนายความ - สทิ ธกิ ารแจง ญาติใหทราบในโอกาสแรก ๓. ตอ งทาํ ตามาตรา ๘๔ วรรคหน่ึง เอาตวั ผถู กู จับไปยังทที่ าํ การของพนกั งานสอบสวนตามมาตรา ๘๓ โดยทนั ที ๔. ตองทําตามมาตรา ๘๔ วรรคหนึง่ (๑) ใหเจา พนักงานผูท ําการจับ -แจงขอกลา วหา และรายละเอียดเก่ียวกบั เหตุแหงการจบั ใหผ ูถกู จับทราบ -ถามีหมายจบั ใหแจง ตอ ผูถ กู จบั และอา นใหผถู กู จับฟง -มอบสาํ เนาบันทึกการจบั แกผูถกู จับ ๕. ตองทาํ ตามมาตรา๘๔๔ วรรคสอง ใหพนกั งานฝา ยปกครองหรือตาํ รวจ แจง ใหผ ถู กู จบั ทราบถึงสิทธติ ามท่กี าํ หนดไวใ นมาตรา ๗/๑ กลับ ตอไป
สาํ นักงานตาํ รวจแหงชาติ ผลการจบั โดยไมช อบดวยกฎหมาย การจับโดยไมชอบน้ัน อาจเกดิ จากเจาพนักงานโดยไมม หี มายจับ และไมใ ชกรณีจบั โดยไมมีหมายจบั ตามมาตรา ๗๘ หรอื ราษฎรจับโดยไมเขา กรณที ี่กฎหมายไดอ ํานาจไวในมาตรา ๗๙ มาตรา ๘๒ และ มาตรา ๑๑๗ อาจเปนการจับในทรี่ โหฐานซึ่งไมไดป ฏิบตั ิตามมาตรา ๘๑ ซง่ึ ผลของการจับ โดยไมช อบนน้ั มี ๓ ประการ ดงั นี้ ประการที่ ๑ ผถู กู จับสามารถตอบโต โดยอา งวา เปนการปอ งกันตามมาตรา ๖๘ กไ็ ด ซึ่งทาํ ใหแมผถู ูกจับจะขดั ขนื ตอการจบั ของเจาพนกั งาน ก็ ไมท ําใหม คี วามผดิ ฐานตอ สขู ัดขวางเจา พนกั งาน ตาม ป.อาญาตามมาตรา๑๓๘ ประการท่ี ๒ การจบั ไมชอบนัน้ สง ผลใหการควบคมุ ตัวผถู ูกจับไมชอบดว ย คือ พนักงานสอบสวนไมม ีอาํ นาจในการควบคุมผูตอ งหา ประการที่ ๓ การจบั ท่ีไมช อบไมทาํ ใหก ารสอบสวนเสยี ไป เนอ่ื งจากเปนคนละขน้ั ตอนกนั จึงไมม ีผลตอการฟอ งคดีของพนักงานอยั การ กลบั กลับ หนาการ จบั
สํานักงานตาํ รวจแหงชาติ มาตรา ๘๔ เจาพนักงานหรอื ราษฎรผทู ําการจับตองเอาตวั ผูถกู จบั ไปยังท่ที ําการของพนกั งานสอบสวนตามมาตรา ๘๓ โดยทนั ที และเมอ่ื ถึงทีน่ น้ั แลว ให สงตวั ผูถ กู จับแกพ นักงานฝายปกครองหรอื ตํารวจของทีท่ าํ การของพนกั งานสอบสวนดังกลา ว เพ่อื ดาํ เนินการดงั ตอ ไปน้ี (๑) ในกรณีทีเ่ จาพนักงานเปน ผจู บั ใหเจาพนกั งานผจู ับนนั้ แจงขอกลา วหา และรายละเอยี ดเกี่ยวกับเหตุแหง การจบั ใหผถู ูกจับทราบ ถามีหมายจับ ใหแ จงใหผถู กู จับทราบและอา นใหฟ งและมอบสาํ เนาบนั ทึกการจบั แกผูถกู จบั นน้ั (๒) ในกรณที ี่ราษฎรเปน ผจู ับ ใหพนักงานฝายปกครองหรอื ตํารวจซ่ึงรับมอบตวั บนั ทึกช่อื อาชพี ท่ีอยขู องผูจับ อกี ท้งั ขอ ความและพฤติการณแหง การจบั นั้นไว และใหผ จู บั ลงลายมือชอ่ื กาํ กบั ไวเ ปน สําคัญเพ่ือดาํ เนนิ การแจง ขอ กลา วหาและรายละเอยี ดแหง การจบั ใหผถู กู จับทราบและแจงใหผูถ กู จับ ทราบดวยวา ผูถกู จับมีสิทธิท่จี ะไมใ หก ารหรือใหก ารก็ได และถอ ยคาํ ของผถู กู จับอาจใชเ ปนพยานหลักฐานในการพจิ ารณาคดีได เมอื่ ไดดาํ เนินการตามวรรคหนึ่งแลว ใหพ นักงานฝา ยปกครองหรือตํารวจ ซึ่งมผี นู าํ ผูถ กู จบั มาสงแจงใหผ ูถ กู จับทราบถงึ สิทธติ ามทีก่ ําหนดไวใ น มาตรา ๗/๑ รวมท้ังจดั ใหผ ูถูกจับสามารถติดตอกับญาตหิ รอื ผซู งึ่ ผูถ ูกจับไวว างใจเพอื่ แจง ใหท ราบถงึ การจับกุมและสถานทที่ ถ่ี กู ควบคุมไดในโอกาสแรก เมื่อผูถ กู จับมาถึงท่ที ําการของพนกั งานสอบสวนตามวรรคหนง่ึ หรอื ถา กรณีผถู กู จับรองขอใหพนักงานฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจเปน ผูแจง ก็ใหจดั การตาม คํารองขอน้นั โดยเร็ว และใหพ นกั งานฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจบันทกึ ไว ในการน้มี ิใหเรยี กคา ใชจ า ยใด ๆ จากผูถกู จับ ในกรณที ีจ่ าํ เปน เจาพนกั งานหรอื ราษฎรซงึ่ ทาํ การจบั จะจดั การพยาบาลผูถ กู จบั เสยี กอ นนําตวั ไปสง ตามมาตรานกี้ ็ได ถอ ยคําใด ๆ ที่ผูถ ูกจับใหไวตอ เจา พนกั งานผูจ ับ หรอื พนักงานฝายปกครองหรอื ตาํ รวจในชนั้ จับกมุ หรือรับมอบตัวผถู ูกจบั ถา ถอ ยคํานั้นเปน คาํ รับ สารภาพของผถู กู จับวา ตนไดกระทําความผดิ หามมิใหรับฟง เปนพยานหลกั ฐาน แตถ า เปนถอยคาํ อ่ืน จะรบั ฟงเปน พยานหลักฐานในการพสิ จู นค วามผดิ ของผูถ กู จับไดต อเมอื่ ไดมกี ารแจง สิทธิตามวรรคหนง่ึ หรอื ตามมาตรา ๘๓ วรรคสอง แกผถู กู จับแลว แตก รณี กลบั
สํานักงานตํารวจแหง ชาติ มาตรา ๘๓ ในการจบั นั้น เจาพนักงานหรือราษฎรซง่ึ ทาํ การจับตองแจงแกผ ูที่จะถกู จับน้นั วาเขาตอ งถูกจับ แลวสัง่ ใหผ ถู ูกจับไปยังทที่ าํ การของพนักงานสอบสวนแหง ทองท่ีท่ถี กู จบั พรอมดวยผูจ บั เวน แตส ามารถนําไปทที่ าํ การของ พนักงานสอบสวนผรู ับผดิ ชอบไดใ นขณะนน้ั ใหน าํ ไปที่ทําการของพนกั งานสอบสวนผูร ับผดิ ชอบดังกลา ว แตถา จําเปนกใ็ หจับตัวไป ในกรณที ่ีเจาพนักงานเปน ผูจ ับ ตอ งแจงขอ กลา วหาใหผถู ูกจบั ทราบ หากมหี มายจบั ใหแสดงตอ ผูถูกจับ พรอมท้ังแจง ดวยวา ผูถกู จบั มสี ิทธิท่จี ะไมใหการหรอื ใหการกไ็ ดแ ละถอ ยคําของผูถ ูกจับนั้นอาจใชเปนพยาน หลักฐานในการพจิ ารณาคดไี ดแ ละผูถ กู จบั มีสิทธทิ ่จี ะพบและปรกึ ษาทนายความ หรอื ผูซง่ึ จะเปนทนายความ ถาผู ถกู จบั ประสงคจะแจง ใหญาตหิ รอื ผูซึง่ ตนไววางใจทราบถงึ การจบั กมุ ทสี่ ามารถดาํ เนนิ การไดโ ดยสะดวกและไม เปน การขัดขวางการจับหรอื การควบคมุ ผถู กู จบั หรอื ทาํ ใหเกดิ ความไมปลอดภัยแกบ ุคคลหนึ่งบคุ คลใด กใ็ ห เจา พนักงานอนุญาตใหผูถ กู จบั ดําเนินการไดตามสมควรแกก รณี ในการนใี้ หเ จา พนกั งานผูจ บั นั้นบนั ทึกการจบั ดงั กลาวไวดวย ถาบุคคลซ่ึงจะถูกจับขดั ขวางหรือจะขัดขวางการจบั หรือหลบหนหี รอื พยายามจะหลบหนี ผทู ําการจบั มี อํานาจใชว ิธหี รอื การปอ งกนั ทัง้ หลายเทาท่ีเหมาะสมแกพฤติการณแ หงเร่อื งในการจบั นน้ั กลับ
สาํ นักงานตํารวจแหงชาติ ตัวอยา งฎกี า ตามมาตรา ๘๔ กลับ ฎ.๓๒๑๔/๒๕๖๐ การท่จี ําเลยท้งั สใ่ี หก ารตอผูดาํ เนนิ กรรมวิธซี กั ถามในฐานะผถู ูกดําเนินกรรมวธิ ีหรือผูต อ งสงสัย และตอ พนกั งานสอบสวนใน ฐานะพยาน มใิ ชค าํ ใหก ารของผถู กู จับทใ่ี หไ วตอเจาพนกั งานผูจ บั เพราะขณะนัน้ จําเลยทงั้ สี่ยังไมไ ดถ กู จบั กมุ กรณีไมอ ยูในบังคับตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๘๔ วรรคสี่ คาํ รบั สารภาพและถอยคําอื่นของจําเลยทั้งส่จี ึงไมต องหา มรบั ฟง ตามบทบัญญัติมาตราดังกลา ว ท้งั การสอบปากคาํ จําเลยท้ังส่ีโดยผู ดําเนินกรรมวิธแี ละพนักงานสอบสวนก็เปนการปฏิบตั ติ ามอํานาจหนาท่โี ดยชอบ เพราะขณะน้ันยงั ไมม เี หตุเพียงพอที่จะดําเนนิ การขอออก หมายจบั จําเลยท้งั สไ่ี ด เน่อื งจากไมรวู าผใู ดเปน คนราย การสอบปากคําจําเลยทงั้ สจี่ งึ เปนเพียงการสอบถามเบอ้ื งตนในช้ันสืบสวนเทานั้น ผดู าํ เนนิ กรรมวธิ ีและพนักงานสอบสวนไมจ ําตอ งแจง สิทธใิ ด ๆ ใหจําเลยทง้ั สที่ ราบกอน บนั ทกึ ผลการดาํ เนินตามกรรมวธิ แี ละบันทกึ คาํ ใหก ารของพยาน รวมทง้ั รถจกั รยานยนตแ ละถงั ดับเพลงิ ของกลางจึงเปน พยานหลกั ฐานทีเ่ กดิ ข้ึนและไดม าโดยชอบ ไมต องหา มรับฟงตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๒๖ และ มาตรา ๒๒๖/๑ ฎ.๑๔๙๓/๒๕๕๐ การตรวจคนและการจบั กุมของเจา พนกั งานตาํ รวจจะชอบดว ยกฎหมายหรอื ไมเปนเรื่องท่จี ะตอ งไปวา กลาวกนั อกี สว นหนึ่ง ตา งหาก และเปน คนละขัน้ ตอนกบั การสอบสวน ไมมผี ลกระทบไปถึงการสอบสวนของพนกั งานสอบสวนและอาํ นาจในการฟองคดีของโจทก ท้ังหา มีผลทาํ ใหการแสวงหาพยานหลักฐานของเจาพนกั งานตํารวจท่ีชอบเปน ไมช อบดว ยกฎหมายไปดวยไม การวินิจฉัยฎกี าของจําเลยท่ี ๑ ไมทําใหผ ล แหง คดีเปล่ียนแปลงไป ฎีกาของจําเลยท่ี ๑ จงึ ไมเปน สาระแกค ดอี นั ควรไดร ับการวนิ ิจฉัยตาม ป.ว.ิ พ. มาตรา ๒๔๙ วรรคหนงึ่ ประกอบ ป.ว.ิ อ. มาตรา ๑๕
สํานักงานตาํ รวจแหง ชาติ มาตรา ๗/๑ ผูถ กู จบั หรือผูต องหาซ่ึงถูกควบคุมหรือขังมสี ิทธิแจงหรือขอใหเจา พนักงานแจง ใหญาติหรอื ผซู ่ึงผูถกู จับหรอื ผตู อ งหาไววางใจทราบถงึ การถูกจับกมุ และสถานทท่ี ถ่ี ูกควบคุมในโอกาสแรกและใหผ ูถกู จบั หรือผตู อ งหามสี ทิ ธิดงั ตอไปนดี้ วย (1) พบและปรึกษาผูซ ึง่ จะเปน ทนายความเปน การเฉพาะตัว (๒) ใหทนายความหรอื ผซู ่งึ ตนไวว างใจเขาฟง การสอบปากคาํ ตนไดในชัน้ สอบสวน (๓) ไดรบั การเยย่ี มหรือติดตอกับญาตไิ ดต ามสมควร (๔) ไดร ับการรักษาพยาบาลโดยเรว็ เม่ือเกิดการเจ็บปวย ใหพ นักงานฝา ยปกครองหรือตํารวจซง่ึ รบั มอบตวั ผถู ูกจบั หรอื ผตู อ งหามีหนาท่แี จงใหผูถกู จบั หรอื ผตู องหาน้นั ทราบใน โอกาสแรกถงึ สทิ ธิตามวรรคหนึ่ง กลบั
สาํ นักงานตาํ รวจแหง ชาติ ๑. ตอบโตภ ยันตรายท่ี องคป ระกอบการปองกนั ตวั ของ ตัวบทกฎหมายท่เี ก่ียวของ ละเมดิ กฎหมาย เจาหนา ท่ีตํารวจ(คาํ อธบิ าย) ๔.พอสมควรแกเหตุ คาํ อธบิ ายในรายละเอยี ด ๒.ภยันตรายใกลจ ะถงึ ๓.ปอ งกนั ตนเองหรอื ผู คําอธิบายในรายละเอียด ตัวอยา งฎกี า อ่นื ตัวอยางฎีกา คําอธบิ ายในรายละเอยี ด คําอธบิ ายในรายละเอยี ด ตัวอยา งฎีกา ตัวอยางฎีกา กลบั หนาหลกั
สาํ นกั งานตํารวจแหง ชาติ คําอธิบายหัวขอ การกระทําโดยปอ งกัน โครงสรางความรับผิดในทางอาญาในภาพรวม มีดงั ตอ ไปน้ี บุคคลจะตอ งรับผิดในทางอาญาก็ตอ เมอ่ื ๑.การกระทําครบองคประกอบทก่ี ฎหมายบญั ญัติ ๒.การกระทําไมม ีกฎหมายยกเวน ความผิด ๓.การกระทําไมม กี ฎหมายยกเวนโทษ ในการพจิ ารณาวา บุคคลจะตอ งรบั ผิดในทางอาญาหรอื ไมนน้ั ประการแรกตอ งดวู า การกระทําของบุคคลนน้ั ครบ องคประกอบท่กี ฎหมายบญั ญัตไิ วหรอื ไม ถาครบองคป ระกอบทกี่ ฎหมายบญั ญตั ิแลว กต็ อ งพูดตอไปวา การกระทํานั้นมี กฎหมายยกเวน ความผิดหรอื ไม หากไมม ีกฎหมายยกเวน ความผดิ ก็ตองดตู อ ไปวามีกฎหมายยกเวนโทษหรอื ไม หากไมมี กฎหมายยกเวน โทษ ก็หมายความวา บคุ คลน้ันจะตองรับผิดในทางอาญาสว นในคําบรรยายหวั ขอ ตอ ไปนี้ จะวาดวยเรือ่ งหลัก กฎหมาย การกระทาํ โดยปอ งกัน ตามบทบัญญัติมาตรา ๖๘ และ ๖๙ ประมวลกฎหมายอาญา ซง่ึ อยูในโครงสรา งขอ ๒ การก ระทาํ ไมมกี ฎหมายยกเวนความผดิ แตหากมี “กฎหมายยกเวนความผดิ ” ผูกระทําก็ไมมีความผิด จงึ ไมต อ งรับผดิ หรือกลาวอีก นัยหนงึ่ คอื “ผกู ระทํามีอํานาจกระทาํ ได” ซึง่ มีมากมายหลายกรณี เชน การกระทาํ โดยปอ งกนั และความยนิ ยอม เปน ตน กลับ
สาํ นกั งานตํารวจแหง ชาติ ภยนั ตรายทลี่ ะเมดิ กฎหมาย หมายความวา ผกู อ ภยนั ตรายไมม ีอํานาจตามกฎหมายทจี่ ะกระทาํ ได ถาผูก อภยนั ตรายกระทาํ โดยชอบดวยกฎหมาย ผูจะไดร บั ภยนั ตรายกไ็ มม ีสิทธิปองกนั -กรณใี ชอํานาจเกินขอบเขตที่กฎหมายกาํ หนด ถอื วา เปนการกระทาํ ทล่ี ะเมดิ กฎหมายได -การละเมิด กม. แพง อาจเปนละเมิด กม.ได เชน การเปนชู เปนการละเมิดตอกฎหมายแพง -การละเมิด กม.อาญา อาจจะเปนประมาทก็ได เชน ขับรถโดยประมาทความเรว็ สูง หากชนนายดําตาย กผ็ ิดกฎหมายอาญา นายขาว ยงิ ยางรถ อางปองกันได กลบั
สาํ นกั งานตาํ รวจแหงชาติ ภยนั ตรายอันละเมิดกฎหมาย คาํ พิพากษาศาลฎีกาท่ี ๖๘๘๔/๒๕๔๓ การอา งเหตุปอ งกนั ตัวตามบทบญั ญัติของประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๖๘ น้นั ผยู กขึ้นอางเปน ผูถ ูกกระทาํ โดยผูกระทําได กระทําโดยละเมดิ ตอกฎหมาย จาํ เลยยอมรับวา ไดใ ชอาวุธปนยิงในหมบู านโดยใชเ หตอุ ันเปนการกระทําทผ่ี ดิ กฎหมาย การท่ี ผเู สยี หายซึ่งเปนเจาพนักงานตาํ รวจจะเขา จบั กุมจาํ เลย จึงเปนการกระทาํ โดยชอบดวยกฎหมาย แตจ ําเลยวิ่งหนี เมือ่ ผเู สยี หาย กบั พวกไลต ามไปเพ่ือจับกุม จาํ เลยกใ็ ชอาวธุ ปน ยิงผเู สียหายแมจะฟงอยา งที่จําเลยอา งวาเจา พนกั งานตํารวจใชอ าวธุ ปน ยงิ กค็ ง เปนการยิงขเู พื่อใหจําเลยยอมใหจ ับกมุ มากกวามีเจตนาฆาจําเลย เพราะหากเปน เชนน้นั จําเลยคงตองถกู กระสุนปนบา งไมมาก กน็ อ ย ขอ เทจ็ จริงจึงเปนเรือ่ งท่จี ําเลยเปนผกู ระทาํ ผดิ กฎหมาย โดยผูเสียหายเปนเจา พนักงานทปี่ ฏบิ ัติหนาที่โดยชอบดวย กฎหมาย จาํ เลยจึงไมอาจยกเหตปุ องกันตวั ขน้ึ มาอา งได กลบั
สาํ นกั งานตํารวจแหง ชาติ ภยันตรายใกลจ ะถงึ ถา ภยนั ตรายนนั้ ถงึ แลวก็ถือวา เปน การละเมดิ แตไมตองรอใหเกิดการละเมิด การใชสทิ ธิปอ งกนั สามารถตอบโตได เม่ือภยนั ตรายใกลจ ะถึง ไมต อ งรอใหถกู ละเมิดกอน เชน ใชสทิ ธปิ อ งกันคนใชไมตีหวั เรา ทําไดเมอ่ื ไมใ กลถ กู หัว ไมต องรอ ใหถ กู หัวเรากอน ,ผตู ายชักปน ออกมาจากเอว จําเลยยอ มเขาใจวาผตู ายจะใชป น นนั้ ยงิ จําเลยอนั เปน ภยนั ตรายซึ่งเกดิ จากการประทษุ รา ยอนั ละเมิดตอกฎหมาย และเปน ภยนั ตรายที่ใกลจะถงึ การท่ีจําเลยใชปนยิงผตู ายไป ๑ นัด และผตู าย ถึงแกความตายจึงเปน การปอ งกันสทิ ธขิ องตนพอสมควรแกเ หตุ การกระทาํ ของจาํ เลยเปนการปองกนั โดยชอบดวย กฎหมาย กลบั
สํานกั งานตํารวจแหงชาติ ภยันตรายใกลจะถึง คําพพิ ากษาศาลฎีกาท่ี ๒๒๘๕/๒๕๒๘ ป.อ. มาตรา ๖๘, ๒๘๘ ผูตายตามไปพบจาํ เลยและพูดขอแบงววั จากจําเลย จําเลยไมย อมแบงและชวนใหไ ปตกลงกนั ท่บี า นผใู หญบ า นหรอื ท่ีบา น กํานันแตผูตายไมย อมไป กลบั ชักปน ออกมาจากเอว จาํ เลยยอมเขาใจวา ผูตายจะใชปนนนั้ ยงิ จาํ เลยอนั เปน ภยันตรายซงึ่ เกดิ จากการประทษุ รา ยอนั ละเมิดตอกฎหมาย และเปน ภยันตรายท่ใี กลจ ะถงึ การท่ีจําเลยใชป นยงิ ผตู ายไป ๑ นัด และผูต ายถงึ แกความตายจึงเปนการปองกันสทิ ธิของตนพอสมควรแกเหตุ การกระทาํ ของจาํ เลยเปน การปอ งกนั โดยชอบดวยกฎหมาย จําเลยไมม ีความผดิ กลบั
สํานกั งานตาํ รวจแหง ชาติ ปองกันตนเองหรือผอู ่ืน เปน การปอ งกนั สิทธิ ตนเอง หรือ ผูอ่ืนก็ได -ผใู ชสทิ ธปิ อ งกนั สามารถกระทําการปองกันสิทธิของตนเองหรอื ของผอู ่นื ใหพนภยนั ตรายเกิดจากภยนั ตรายท่เี กดิ จากการละเมดิ กฎหมายได แตต องกระทําการปอ งกันดวยวิถีทางท่พี อสมควรแกเหตุ -การปอ งกนั สามารถกระทําอันตรายตอ ตวั ผกู อภัย รวมถงึ ทรพั ยสนิ (เชน ทาํ ลายประตูบา นท่ีใชขัง)ที่ผกู อ ภยั ใชเ ปน เครื่องมอื ในการกอภยั ดวย -ถา การกระทําใดสามารถอางสทิ ธปิ องกันได ถาเปน พลาดเพราะการปอ งกัน กส็ ามารถอางปองกันตอ บคุ คลที่ ถูกกระทาํ โดยพลาดได กลบั
สาํ นักงานตาํ รวจแหงชาติ ปองกันบุคคลอน่ื คําพพิ ากษาศาลฎกี าที่ ๓๒๘๗/๒๕๓๑ ป.อ. มาตรา ๖๘, ๖๙, ๒๘๘ ป.ว.ิ อ. มาตรา ๒๒๖, ๒๒๗ ผตู ายถอื อาวุธปน เปนฝายกอ เหตุเขามาตอวา และตบตภี ริยาจาํ เลย เมอื่ จําเลยถอื ปน ว่ิงออกมาเหน็ ภรยิ าจาํ เลยมีเลือดเปอนเตม็ ตัว จําเลยยอมเขาใจวา ผตู ายจะยงิ ภรยิ าจําเลย อันเปนภยันตรายที่ใกลจะถงึ จําเลยจงึ มสี ิทธทิ ่ีจะใชอ าวธุ ปน ยิงผูต ายเพ่อื ปอ งกนั ชีวติ ภรยิ าจาํ เลยได แตก ารที่จําเลยใชอาวธุ ปน ยิงผูตายติดตอ กันถึง ๖ นดั ในขณะทอ่ี าวุธปน ในมอื ของผูต ายหลน ลงไปทพี่ ื้นแลว หากจาํ เลยยิงผูตายเพียงนดั เดยี วก็นา จะหยุดยง้ั ผตู ายได การกระทาํ ของจาํ เลยจึงเปน การปองกัน เกนิ สมควรแกเหตตุ ามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๙ คาํ ใหการชัน้ สอบสวนของประจกั ษพ ยานโจทกมีเหตผุ ลสอดคลอ งตอ งกัน และไดใ หการหลงั เกิดเหตุ ไมนาน ไมมีเวลาคิดไตรตรองเพ่อื ชวยเหลอื หรือปรกั ปรําฝา ยหนง่ึ ฝา ยใด เชื่อวาไดใหก ารไปตามความสตั ยจ รงิ ตามทต่ี นใหร ูเ หน็ มาโดยไมม มี ูลเหตุจงู ใจหรือถกู บงั คับขเู ขญ็ แตอ ยางใด การท่ีประจักษพ ยานโจทกมาเบกิ ความในชน้ั พจิ ารณาของศาลปฏิเสธวาไมเ ห็นเหตกุ ารณในขณะเกิดเหตโุ ดยไมไ ดใหเหตุผลวาเพราะเหตุ ใดจงึ เบิกความในชน้ั พิจารณาไมต รงกบั ที่เคยใหก ารไวใ นช้ันสอบสวน เชอื่ วา เพื่อชวยเหลือใหจาํ เลยพน ผิดคาํ ใหก ารพยานชั้นสอบสวนไมมีกฎหมายบัญญัตหิ ามไม ใหรบั ฟงประกอบเปน ขอพิจารณาของศาล ศาลเชือ่ คําใหก ารช้ันสอบสวนของประจกั ษพ ยานโจทกเปนความจริงย่งิ กวาคาํ เบกิ ความในชนั้ พิจารณา เมอื่ รับฟง ประกอบพยานหลักฐานอนื่ ตลอดพฤติการณแ หงคดพี ยานหลกั ฐานโจทกจ ึงฟงลงโทษจาํ เลยได กลบั
สาํ นักงานตาํ รวจแหงชาติ พอสมควรแกเหตุ ผูปอ งกันไดกระทาํ การปองกนั สิทธิโดยไดส ัดสวนกบั ภยนั ตราย ตอ งใชมาตรการขั้นต่าํ สุดในการกระทําเพอ่ื ใหพนภัย ซึง่ ถา ไมใ ชม าตรการดงั กลาวแลว ก็จะไมท าํ ใหพ น ภยั ได เชน - คนรา ยปลนทอง ขบั จักรยานยนตห นี ยิงคนรายตาย เกนิ สมควร - แมป อ งกนั สิทธิ คนจะฉดุ ลกู สาว โดยการยงิ คนรา ย ไมเ กนิ สมควร กลบั
สํานักงานตาํ รวจแหง ชาติ พอสมควรแกเ หตุ คาํ พพิ ากษาศาลฎกี าที่ ๑๔๐๗/๒๕๓๗ กอนเกดิ เหตผุ ตู ายกับจําเลยมกี ารทะเลาะโตเถยี งกันแลว ผตู ายหยบิ จอบไลตีจาํ เลย จําเลยว่ิงหนีแลว หันมาตอสแู ละแยง จอบ จากผตู ายไดแลว ตผี ูตายจงึ ถือไดวาจําเลยตผี ตู ายเพ่ือปอ งกนั ตนใหพ นจากภยนั ตรายซง่ึ เกดิ จากการประทุษรา ยอนั ละเมิดตอ กฎหมายและเปนภยันตรายที่ใกลจะถงึ แตจ ากบาดแผลท่ีตนี น้ั ดา นทายทอยแตกมสี มองไหล และดา นใบหนากระดูกแตกเปน ชน้ิ เลก็ ๆ แสดงใหเห็นวา จําเลยตีผตู ายอยางแรง การถูกตีอยา งแรงเชนนี้เพียงคร้ังเดียวผูตายก็ไมอ าจจะทํารา ยจาํ เลยไดตอ ไป การทีจ่ ําเลยตซี ้ําอีกจึงเปนการกระทาํ เกินกวากรณีแหง การจาํ ตองกระทําเพ่ือปองกนั จาํ เลยจึงมคี วามผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบดวยมาตรา ๖๙ กลบั
สํานักงานตาํ รวจแหง ชาติ มาตรา ๖๘ ผใู ดจาํ ตองกระทาํ การใดเพอื่ ปอ งกันสทิ ธขิ องตนหรอื ของผอู นื่ ใหพ น ภยันตรายซ่งึ เกดิ จาก การประทษุ รายอันละเมดิ ตอกฎหมาย และเปน ภยันตรายทใี่ กลจะถงึ ถาไดก ระทาํ พอสมควรแกเหตุ การกระทาํ นั้นเปนการปองกนั โดยชอบดวยกฎหมาย ผนู นั้ ไมม ีความผิด มาตรา ๖๙ ในกรณที บ่ี ัญญัติไวในมาตรา ๖๗ และมาตรา ๖๘ นน้ั ถาผูกระทําไดกระทําไปเกนิ สมควร แกเหตุ หรอื เกินกวา กรณีแหงความจาํ เปน หรือเกนิ กวากรณแี หง การจาํ ตอ งกระทาํ เพ่อื ปอ งกัน ศาลจะ ลงโทษนอยกวา ที่กฎหมายกําหนดไวสําหรับความผดิ น้ันเพียงใดก็ได แตถา การกระทาํ นั้นเกดิ ขน้ึ จาก ความต่นื เตน ความตกใจ หรือความกลัว ศาลจะไมล งโทษผกู ระทํากไ็ ด กลบั
สิทธขิ องเจา หนา ท่เี ม่อื มคี วามเสยี หายเกดิ ขน้ึ จากการปฏบิ ตั หิ นาท่ี สาํ นักงานตํารวจแหง ชาติ คลิปวีดโี อการสอน ในการปฏบิ ตั งิ านของ กรณถี กู บคุ คลภายนอก เจาหนาท่สี ายงานปอ งกนั ยน่ื ฟองตอ ศาล ปราบปรามบางกรณี อาจ ทําใหเ กิดความเสยี หายตอ กรณีถกู หนวยงานออกคําสง่ั ทรพั ยส ินของทางราชการ เรียกใหชดใชคาสนิ ไหมทดแทน หรือบคุ คลภายนอกแลว แต กรณี ดงั น้นั เม่อื เกดิ กรณดี ัง กลับ กลา วเกิดขนึ้ เจา หนาทีผ่ ู หนา หลัก ปฏิบตั ิงานมสี ทิ ธิและตอง ดาํ เนนิ การดังนี้
สํานักงานตาํ รวจแหงชาติ กรณีถกู บคุ คลภายนอกยืน่ ฟองตอ ศาล อันเน่อื งมาจากการปฏบิ ัติหนา ท่ใี หด าํ เนินการดงั นี้ ๑.รายงานตนตองคดีผา นผูบังคับบญั ชา ตามลาํ ดับช้ัน จนถงึ ตร. และหากมคี วามประสงคใ ห ตร.ขอความรว มมือ อยั การสงู สดุ จดั พนักงานอยั การเปน ทนายความในคดแี กตา งคดี ใหระบคุ วามประสงคม าพรอ มกบั การรายงานตน ตอ งคดีดังกลา วได ๒.การรายงานตนตองคดีตอ งระบุพฤตกิ ารณและรายละเอียดขอ เทจ็ จรงิ แหงคดี ตามทป่ี ระมวลระเบยี บการตาํ รวจ ไมเ ก่ยี วกับคดี ลกั ษณะท่ี ๑ เรอื่ งความประพฤติและระเบยี บวินยั บทที่ ๓ เรอ่ื งการงานงานเมือ่ ขาราชการตํารวจ ตอ งคดีกาํ หนดไว กลบั
สาํ นักงานตาํ รวจแหง ชาติ กรณถี ูกหนว ยงานออกคําส่งั เรียกใชช ดใชคาสินไหมทดแทน จากการทําละเมดิ ในขณะปฏิบัตหิ นา ทดี่ วยความจงใจ หรือประมาทเลนิ เลออยางรายแรง ใหดาํ เนนิ การดังน้ี ๑.ใชส ทิ ธอิ ทุ ธรณค าํ ส่งั ภายในกําหนดระยะเวลาทร่ี ะบไุ วใ นคาํ ส่ัง ตามมาตรา ๔๔ แหงพระราชบญั ญตั ิวิธีการปฏบิ ัติ ราชการทางปกครอง พ.ศ.๒๕๓๙ ๒.หากหนวยงานผูอ อกคาํ สง่ั และผูมอี ํานาจพจิ ารณาคําอทุ ธรณมีคําวนิ จิ ฉยั ใหย กอทุ ธรณ ใหน าํ ขอเท็จจริงจากการ ถูกคาํ สัง่ เรียกใหช ดใชคา สนิ ไหมทดแทนไปย่ืนฟองคดตี อ ศาลปกครอง เพือ่ ขอใหศ าลมคี ําสัง่ หรือพิพากษาเพกิ ถอนคําส่ัง เรียกใหชดใชค า สินไหมทดแทนดงั กลา วตอไป ตามมาตรา ๔๙ ประกอบ มาตรา ๑๐๖ แหงพระราชบญั ญัติจัดตั้ง ศาลปกครองและวธิ ีพจิ ารณาคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒ กลับ
สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ พระราชบัญญัตวิ ธิ ีการปฏบิ ัติราชการทางปกครอง พ.ศ.๒๕๓๙ มาตรา ๔๔ ภายใตบงั คบั มาตรา ๔๘ ในกรณีท่คี าํ สัง่ ทางปกครองใดไมไดอ อกโดยรัฐมนตรี และไมม ีกฎหมาย กําหนดขน้ั ตอนอทุ ธรณภ ายในฝา ยปกครองไวเ ปน การเฉพาะ ใหคกู รณีอุทธรณค าํ สัง่ ทางปกครองนั้นโดยยน่ื ตอ เจา หนา ท่ี ผูทาํ คําสั่งทางปกครองภายในสิบหาวันนับแตว นั ท่ตี นไดรับแจงคําสงั่ ดังกลาว คําอทุ ธรณตอ งทาํ เปนหนังสือโดยระบุขอ โตแ ยงและขอ เทจ็ จริงหรอื ขอกฎหมายที่อา งอิงประกอบดวย การอทุ ธรณไมเปนเหตใุ หท เุ ลาการบงั คบั ตามคําสั่งทางปกครอง เวนแตจะมกี ารสั่งใหทุเลาการบงั คับตาม มาตรา ๖๓/๒ วรรคหนง่ึ กลบั
สาํ นักงานตาํ รวจแหง ชาติ พระราชบัญญตั จิ ัดตง้ั ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดปี กครอง พ.ศ.๒๕๔๒ มาตรา ๔๙ การฟอ งคดีปกครองจะตอ งย่ืนฟองภายในเกาสิบวนั นบั แตว นั ท่ีรูห รอื ควรรูถึงเหตุแหงการฟองคดี หรอื นบั แตว นั ที่พน กําหนดเกา สบิ วันนับแตวันทผ่ี ูฟ องคดไี ดม ีหนงั สือรองขอตอ หนวยงานทางปกครองหรอื เจา หนา ที่ของรฐั เพอื่ ใหปฏิบตั ิ หนาที่ตามท่ีกฎหมายกําหนดและไมไดรับหนังสือชีแ้ จงจากหนว ยงานทางปกครอง หรอื เจาหนา ทีข่ องรฐั หรอื ไดร ับแตเ ปนคํา ชแ้ี จงท่ผี ฟู อ งคดีเห็นวาไมมีเหตุผล แลว แตกรณี เวน แตจ ะมบี ทกฎหมายเฉพาะกําหนดไวเ ปน อยางอ่ืน มาตรา ๑๐๖ สทิ ธริ องทุกขต อ คณะกรรมการวนิ จิ ฉัยรองทุกขต ามมาตรา ๑๑ แหงพระราชบัญญัตคิ วามรับผดิ ทางละเมิดของ เจา หนา ท่ี พ.ศ. ๒๕๓๙ ในคดที ี่ไมอ ยูในอาํ นาจของศาลปกครองตามพระราชบญั ญัติน้ี ใหถ ือวาเปน สทิ ธฟิ อ งคดตี อ ศาลยตุ ิธรรม กลับ
สาํ นกั งานตาํ รวจแหงชาติ หลักปฏบิ ัติของคสู ายตรวจ คลิปวีดโี อการฝก (คู Buddy)(คาํ อธิบาย) Combat V สายตรวจคนท่ี ๒ Combat L สายตรวจคนท่ี ๒ Cover Cover สายตรวจคนท่ี ๑ Contact Contact กลบั หนา หลกั สายตรวจคนท่ี ๑
๑. เจาหนา ทีส่ ายตรวจ ๒ นาย (สายตรวจจกั รยานยนตช ุดท่ี ๑) Combat L Combat L (Cover & contact) • หกานรารทักคี่ ษุม ากรันะย) ะหางจะยืนทาํ มุมเปน รูปตัว L (เจาหนา ที่จะยืนแยกกนั เพ่อื ทาํ สายตรวจคนท่ี ๑ • รแะปดรับผสนั ีตบางมถสึงถคาวนากมาปรลณอดรภะยัดเบั จอา หารนมาณทข่ี ดองั งนผ้ี ูตองสงสยั หรอื ผกู ระทําผดิ โดย Cover Contact ตอ ไป • สีเขยี ว ระยะประมาณ ๒๑ ฟตุ หรือ ๗ กาว เปนระยะปลอดภัยของเจาหนาท่ี • สเี หลอื ง เปนระยะทผี่ ูกระทําผดิ เร่มิ ขัดขืน และอาจทาํ รา ยเจา หนา ที่ • สีแดง เปนระยะท่ผี ูกระทําผิดสามารถตอบโตท ํารา ยเจาหนา ทไ่ี ด สายตรวจคนท่ี ๒ • ตําแหนง การยนื โดยหลัก • กพสาบัน้ื ยผตหกู รยรวดุะจททคาําํ นผรทาิดย่ี ๑อผอูอ คกน่ื อื คหวาํ าัวสงห่ังอนใาหาวชธุห ดุฯยลดุเปฯพน ฤแผตลบูิกะรรกหิรามารรทสเอื่ี่กหสอตาเกุหรากตรับุ ณเชค นูบทดั้าํ ดหน้ีน่ังลางที่เนจอรนจาราสบ่ือกสบั าร • สขทอา่ีใชยงกผตาํกูรลวรังจะใคทนนํากผทาดิี่ร๒ปดอคแู งอืลกคลนั กูวตาทามมี มปรทละําอดหดับนภกายั าทใรห่ตีใชกรกวับจําสลกางัาย(รตUณรsวeอจoาคกfนปั fทoกี่ rริ๑cิยeแา)ลคะวโาดมยเรคอลบ่อื นพไรหอวม **เจาหนา ที่ทงั้ สองนายตองไมย ืนอยใู นแนวยงิ ซง่ึ กนั และกนั กลับ
Combat V สายตรวจคนท่ี ๒ Combat V (Cover & contact) Cover สายตรวจคนที่ ๑ •วิธกี ารปฏบิ ัติ ใชหลักการเดยี วกบั Combat L Contact กลับ ตอ ไป
๒. ในกรณีเจาหนาทตี่ ํารวจสายตรวจ ๔ นาย เขา ระงบั เหตุ (สายตรวจจักรยานยนตชดุ ท่ี ๑ และ ชุดท่ี ๒) • การรักษาระยะหา งจะยืนทาํ มมุ เปนรปู ตวั L / V (เจา หนาท่ีจะยนื แยกกันเพ่อื ทาํ Combat L / V หนา ทีค่ ุมกนั ) ๒ ๒ ๑ • แปรผันตามสถานการณ ระดับอารมณของผตู องสงสยั หรือผกู ระทําผดิ โดยระดบั Cover Cover Contact สี บงถงึ ความปลอดภยั เจาหนาท่ี ดังน้ี สายตรวจชดุ ที่ ๒ สายตรวจชุดท่ี ๑ • สเี ขียว ระยะประมาณ ๒๑ ฟุต หรอื ๗ กา ว เปนระยะปลอดภัยของเจาหนาท่ี • สเี หลอื ง เปนระยะที่ผูกระทําผิดเร่มิ ขดั ขนื และอาจทาํ รายเจาหนา ท่ี ๑ • สีแดง เปนระยะที่ผูก ระทาํ ผดิ สามารถตอบโตทาํ รา ยเจาหนาท่ไี ด Cover • ตําแหนง การยนื โดยหลกั ตอ ไป • สายตรวจคทู ่ี ๑ คนที่ ๑ ยงั เปนหวั หนาชดุ เปน ผูบรหิ ารเหตุการณ ทาํ หนาที่ เจรจา สอ่ื สารกบั ผูก ระทาํ ผิด ออกคาํ สง่ั ใหห ยุดพฤติกรรมทกี่ อ เหตุ เชน น่ังลง นอนราบกับพน้ื หยดุ ทํารายผูอ่นื วางอาวุธ ฯลฯ และการสอ่ื สารกับทมี สายตรวจ • สายตรวจคูที่ ๑ คนที่ ๒ และสายตรวจคทู ี่ ๒ คอื ลูกทมี ทําหนาทตี่ รวจการณ อากัปกริ ิยา ความเคลอ่ื นไหวของผูกระทําผดิ ดูแลความปลอดภัยใหก บั สายตรวจ คนที่ ๑ ทมี สายตรวจ และโดยรอบ พรอมทีใ่ ชก าํ ลงั ในการปอ งกันตามระดบั การ ใชก าํ ลัง(Use of force) **เจา หนาท่ีท้ังสน่ี ายตองไมยนื อยูในแนวยงิ ซงึ่ กันและกนั กลับ
๓. กรณสี ายตรวจ ๒๐ เขา มารวมระงบั เหตุ Combat L / V • การรกั ษาระยะหา งจะยืนทํามุมเปนรูปตัว L / V (เจาหนา ท่ีจะยืนแยกกนั เพอ่ื ทํา ๒ ๒ สายตรวจ๒๐ Cover หนา ที่คุม กนั ) Cover Cover ๑ • แปรผนั ตามสถานการณ ระดบั อารมณข องผตู องสงสยั หรอื ผกู ระทําผิด โดยระดับ สายตรวจชุดที่ ๒ สายตรวจชุดที่ ๑ สี บงถงึ ความปลอดภยั เจา หนา ที่ ดังน้ี Cover • สีเขยี ว ระยะประมาณ ๒๑ ฟตุ หรือ ๗ กา ว เปน ระยะปลอดภยั ของเจาหนาท่ี ๑ • สเี หลอื ง เปน ระยะท่ผี ูก ระทาํ ผดิ เรมิ่ ขดั ขนื และอาจทํารา ยเจา หนาท่ี • สแี ดง เปน ระยะท่ีผกู ระทาํ ผดิ สามารถตอบโตท าํ รา ยเจา หนา ทีไ่ ด Contact • ตําแหนง การยนื โดยหลกั • สายตรวจ ๒๐ เปนหัวหนา ชุด เปน ผบู รหิ ารเหตุการณแ ทนสายตรวจคทู ี่ ๑ คนที่ ๑ โดย ทาํ หนา ทเี่ จรจา ส่อื สารกับผกู ระทําผดิ และการส่ือสารกบั ทมี สายตรวจ • สายตรวจคูท่ี ๑ และสายตรวจคูท ี่ ๒ ทําหนาที่ตรวจการณ อากัปกิรยิ า ความ เคลอื่ นไหวของผกู ระทาํ ผิด ดูแลความปลอดภัยใหก บั สายตรวจ ๒๐ ทมี สายตรวจ และโดยรอบ พรอ มทใ่ี ชก ําลังในการปองกันตามระดบั การใชก าํ ลงั (Use of force) **เจา หนา ท่ีทกุ นายตองไมย ืนอยูในแนวยิงซึ่งกันและกนั กลบั
สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ คนคลุมคลั่ง มาตรฐานการปฏบิ ัติงานใน บุคคลมาตรวจสอบ การระงับเหตุ(SOP)(คํา เจา หนา ท่ีตาํ รวจ อธบิ าย) กลับ หนาหลกั การทะเลาะวิวาท คนรา ยมอี าวธุ
ภาพรวม SOP คําอธบิ าย มาตรฐานการปฏิบตั ิในการระงบั เหตุ (SOP)เกีย่ วของกบั เหตทุ ่เี กิดขึน้ เปน ประจําโดยพัฒนาเปนรูปแบบการปฏิบัตทิ ่ีมีความชดั เจน สอดคลอ งกับ กฎหมายและงา ยตอการปฏิบตั ิ ซ่ึงจะมที ง้ั หมด ๔ กรณีดวยกัน คือ การระงบั เหตุคนคลมุ คลัง่ การระงบั เหตคุ นทะเลาะวิวาทรวมท้งั การยกพวกตกี ัน การ ระงับเหตุกรณีคนรา ยมีอาวธุ และการถกู ตรวจสอบจากประชาชนในขณะ ปฏบิ ตั หิ นา ท่ี กลบั
กรณกี ารระงบั เหตคุ นคลุม คลั่งซง่ึ เกดิ จากการใชสารเสพตดิ เกินขนาด เมาสุรา การใชยา หรอื ภาวะ ผดิ ปกตทิ างจิต ตองใชทั้งยทุ ธวธิ ีตาํ รวจและความรทู างดานการแพทยในการแกไ ขปญหา ซ่ึงการเขา ระงบั เหตุจะตอ งนาํ รถพยาบาลจากศนู ยก ารแพทยฉ กุ เฉิน ๑๖๖๙ เขา รวมในการระงบั เหตุดวย เน่ืองจากจะตอ ง ใชค วามรูท างดานจิตวทิ ยาในการเจรจากบั คนคลุมคลั่งหรือใชเ คร่อื งพนั ธนาการในการควบคมุ หรอื การใช ยาบางประเภทเพอื่ ระงบั อาการท่ีรนุ แรงของคนคลุมคล่งั ในการเขา ระงับเหตุ สายตรวจ ๒๐ ตอ งเขารวมระงบั เหตุทกุ ครง้ั โดยมีการเตรยี มอุปกรณเครอ่ื งมือท่ี เกี่ยวขอ งใหพ รอ มในการปฏบิ ตั ิ เชน ไมง า ม ปนไฟฟา ปนลกู ซองยาง โล แกสน้ําตา โดยเจา หนา ที่ตํารวจ ตอ งจัดการในท่เี กดิ เหตุใหก ลบั สูภาวะปกติและปลอดภัยกอน ทางเจา หนาที่ของศูนยก ารแพทยฉกุ เฉิน ๑๖๖๙ จงึ เขาไปดาํ เนนิ การทีเ่ ก่ียวของกับทางการแพทย กรณเี หตุคนคลุม คลัง่ มกั จะมีปญหาในการสง ตวั ใหแ พทยป ระเมินหรือวินจิ ฉัย จึงใหนําแบบฟอรม การสง ตัวคนคลุมคลง่ั มาใชใ นการสงตัว และใหนาํ แบบฟอรม แจงผลการบาํ บัดรักษาและสงตัวกลบั ชมุ ชน ใหแ พทยผ ูดแู ลคนไขใชแจงกบั สถานตี ํารวจทราบเพอื่ ใหสามารถตดิ ตามและตรวจสอบได เปน การสราง ความมน่ั ใจและความปลอดภยั ใหกบั ประชาชนในชมุ ชน โดยเหตกุ รณีคนคลุม คลั่ง ตองนําสง โรงพยาบาล ของรฐั หรอื สถานบําบดั ทกุ ครง้ั ตามมาตรา ๒๔ แหง พ.ร.บ.สุขภาพจิต พ.ศ.๒๕๕๑ แกไ ขเพ่ิมเติม พ.ศ. ๒๕๖๒ กลบั
ภาพรวมขัน้ ตอนการระงับเหตุ ๓ ๔ กรณคี นคลมุ คลัง่ (คําอธิบาย) สถานท่เี กิดเหตุ หลกั การเจรจา :เปนมติ ร ๒ สรา งความคนุ เคย คนคนุ เคย รายละเอียดขั้นตอนการ ๑ สายตรวจ ปฏิบตั ขิ องเจา หนา ที่ การเจรจา :(คําพูด: มี รถยนต ตํารวจ(SOP คนคลุมคล่งั ) อะไรใหชว ยเหลอื ครบั ) สายตรวจ ***หมายเหตุ แจงผลการ จยย. ไมส ําเร็จ สาํ เรจ็ เม่ือจาํ เปนตอ งไดร บั มลู นิธกิ ูภ ัย การรักษาทางกาย ให ๘ บาํ บดั รกั ษา สง รพ. ทางกาย กอน ๗ แบบฟอรม หนังสือนาํ สง แบบฟอรม สายตรวจ ระดบั การ ๒๐ ใชกําลงั สง รพ.ของรัฐหรือ มูลนิธกิ ูภ ยั ควบคุมตัว ๖ ๕ กลับ สถานบําบดั
การระงับเหตุคนคลมุ คลัง่ (คําอธิบาย) ๑.ประเมิน ๒.แสดงตน ๓.ออกคําสง่ั ๔.เจรจา ๕.ระดับการ ๖.นาํ สง รพ.หรอื สถานการณ ใชกําลัง สถานบําบดั ชว ยเหลือผไู ดร บั บาดเจ็บ การบรหิ ารเหตกุ ารณ กลับ
คําอธิบาย กรณีคนคลมุ คล่งั พ.ร.บ.สขุ ภาพจติ พ.ศ.๒๕๕๑ ๑.เม่อื ไดร บั แจงเหตุคนคลุมคลงั่ ตอ งมกี ารประเมนิ สถานการณว าคนคลมุ คลง่ั กอเหตอุ ะไร เชน ทาํ รา ยผอู ่นื เผาหรอื ทาํ ลายทรพั ยส นิ ตนเองหรือผูอ น่ื มี กลับ อาวธุ หรือไม เปน อาวุธประเภทใด เชน มีด อาวุธปน มผี ไู ดร บั บาดเจ็บหรือเสยี ชีวิตหรอื ไม เพอื่ จะไดเตรยี มอุปกรณ เชน ปนไฟฟา ไมงา ม ดวิ้ ปน ลูกซองยาง และ กําลงั เจา หนา ทีต่ ํารวจใหส อดคลอ งกับสถานการณ โดยกรณีเหตคุ นคลมุ คลั่ง รอ ยเวร ๒๐ ตอ งออกไปรวมระงับเหตดุ ว ยทกุ ครัง้ เมอื่ ไปถึงทีเ่ กดิ เหตุ จะตอ งคาํ นึงถงึ การรกั ษาระยะหา งจากจดุ เกิดเหตุ เพือ่ ความปลอดภัยและประเมนิ สถานการณอ กี ครง้ั วาตรงกบั การรับแจง เหตใุ นครง้ั แรกหรอื ไม ๒.แสดงตนเพ่อื ควบคุมสถานการณ และเพอ่ื ใหผ ทู ี่เกย่ี วขอ งทราบวา เปนเจา หนาท่ตี าํ รวจ เชน การใชส ญั ญาณไซเรน การใชน กหวดี การใชเสียง ๓. ออกคําสัง่ ใหห ยดุ พฤตกิ รรมทีไ่ มพ งึ ประสงค เชน วางอาวุธ หยุดทาํ รายทรพั ยส นิ หรือผูอนื่ นง่ั ลง หมอบกบั พน้ื โดยในกรณที ม่ี ีผไู ดร ับบาดเจ็บ หรือกาํ ลงั ถูกทาํ รา ย ใหช วยเหลอื บคุ คลเหลาน้ันใหอ ยใู นสถานทป่ี ลอดภยั หากมีความจาํ เปนตองหยดุ ยงั้ สถานการณอยา งทันที ใหนําหลักการระดับการใชก าํ ลัง มาใชต าม ความเหมาะสม ในการบรหิ ารเหตกุ ารณ ใหส ายตรวจคนที่ ๑ ของคสู ายตรวจรถจกั รยานยนตทีไ่ ปถงึ ทเ่ี กิดเหตุชดุ แรก เปน ผูบริหารเหตุการณ โดยสายตรวจคนที่ ๒ สังเกต สถานการณโดยรอบและระวังความปลอดภัยใหก ับสายตรวจคนท่ี ๑ กรณที มี่ ีสายตรวจรถจักรยานยนตค ทู ่ี ๒ เขา รวมระงบั เหตุ ใหส ายตรวจคนที่ ๑ ของสายตรวจรถจกั รยานยนตคทู ี่ ๑ ยงั เปนผูบ ริหารเหตกุ ารณ โดยสาย ตรวจรถจักรยานยนตคูท่ี ๒ คอยสังเกตการณโดยรอบและดูแลความปลอดภัยใหก ับทีมสายตรวจ ในกรณที ี่สายตรวจ ๒๐ เขารว ม ใหรอยเวร ๒๐ เปน ผูบ ริหารเหตกุ ารณ โดยทมี สายตรวจทีเ่ หลอื ทําหนา ท่ีสังเกตการณโ ดยรอบ และดแู ลความปลอดภัยให กบั ทมี ๔. ถา อยูในสถานการณทีท่ าํ ได ใหใ ชหลกั การเจรจาที่เปน มติ ร หรือนําคนทค่ี นคลมุ คล่งั คุนเคย มาเจรจา เพ่อื ลดความรนุ แรงของสถานการณ เชน ใชคาํ พดู วา มอี ะไรใหชวยเหลือไหมครับ ๕.ในกรณที ผ่ี ูกอ เหตุไมเ ช่ือฟงคาํ สัง่ และสถานการณอาจจะมคี วามรุนแรงมากขึ้น ใหน ํายทุ ธวิธีในเร่ืองระดับการใชกําลงั เพือ่ ควบคมุ สถานการณใ หก ลับมา สภู าวะปกติ เชน การใชม อื เปลา ไมง าม ปนไฟฟา ปน ลูกซองยาง สตั้นทบอมบ ๖.เมื่อควบคุมผคู ลมุ คลงั่ ไดแลว ใหค ํานงึ ถงึ หลกั ความปลอดภัยไมใหคนคลมุ คลั่งทาํ รายบุคคลอ่นื ใดไดอกี และใหมกี ารสง ตัวไปประเมนิ หรอื วินจิ ฉยั ใน สถานพยาบาลของรัฐ หรอื สถานบาํ บัด ทุกคร้งั
กลบั
กลบั
การทะเลาะวิวาทรวมถึงการ ยกพวกตีกนั (คําอธิบาย) ๑.ประเมิน ๒.แสดงตน ๓.ออกคาํ สง่ั สถานการณ ๕.ควบคุมตัว บรหิ ารเหตกุ ารณ ชว ยเหลอื ผูบ าดเจบ็ ๔. ระดับการ ใชกาํ ลัง
คําอธบิ าย การทะเลาะวิวาทรวมถงึ การยกพวกตีกนั เหตุทะเลาะววิ าทรวมถึงการยกพวกตีกัน ตองมีกําลงั เจา หนาที่มากกวาผกู อเหตุ เพยี งพอตอ การควบคุมสถานการณแ ละตอ งมกี ารเตรียมความ พรอมอปุ กรณในการระงบั เหตุใหครบถว น เชน ปน ไฟฟา ไมง าม ลกู ซองยาง สตั้นทบ อม แกส นา้ํ ตา เพอื่ หยดุ สถานการณใ หก ลับสูสภาวะปกติไดเ รว็ และปองกันไมใ หเ กิดความสูญเสียหรือบาดเจ็บเกดิ ขนึ้ สาํ หรบั ขัน้ ตอนการปฏิบตั ิในการทะเลาวะววิ าท รวมถงึ การยกเพวกตีกนั (SOP) มดี งั น้ี ๑. ประเมินสถานการณ เปนเหตุอะไร เกิดข้ึนทไ่ี หน มีผูกอเหตุก่ีคน มีอาวุธหรอื ไม( ถา มี เปน อาวธุ ประเภทใด) มีผไู ดรบั บาดเจบ็ หรือเสยี ชีวิต หรือไม เพ่ือท่ีจะไดเตรยี มอุปกรณ และกําลังเจาหนา ท่ีตํารวจใหส อดคลองกับสถานการณ ๒. เจาหนา ทีต่ ํารวจสายตรวจ ตองแสดงตนเพอ่ื ควบคุมสถานการณและเพอื่ ใหผ ทู เ่ี ก่ยี วของทราบวาเปน เจาหนาท่ตี าํ รวจ อาทิ การใชส ัญญาณ ไซเรน การใชนกหวีด การสง เสยี ง โดยให ชวยเหลอื ผูไดรบั บาดเจบ็ หรอื ผูท่ีเสยี เปรียบแยกออกจากสถานทเ่ี กดิ เหตุ มิใหส ามารถตะโกนโตเ ถียงกนั ได ในการบริหารเหตกุ ารณ สายตรวจคนท่ี ๑ เปน ผูบรหิ ารเหตุการณ โดยสายตรวจคนท่ี ๒ สงั เกตสถานการณโดยรอบและระวังความปลอดภยั ใหก บั สายตรวจคนท่ี ๑ ในกรณีมีสายตรวจจกั รยานยนตค ูที่ ๒ เขารวมระงับเหตุ สายตรวจรถจักรยานยนตค นที่ ๑ ของคูสายตรวจท่ี ๑ ยังเปน ผูบรหิ ารเหตุการณ โดย สายตรวจคูท่ี ๒ คอยสงั เกตการณโ ดยรอบและดูแลความปลอดภยั ใหกบั ทมี สายตรวจ หากเปนกรณีสายตรวจ ๒๐ เขา รวม ใหสายตรวจ ๒๐ เปน ผูบริหารเหตุการณ และสายตรวจที่เหลือทําหนา ทสี่ ังเกตการณโ ดยรอบ และดูแล ความปลอดภัยใหก บั ทมี ๓.ออกคาํ ส่งั หยุดพฤตกิ รรมท่ไี มพงึ ประสงค เชน วางอาวธุ นอนลง หมอบกบั พืน้ ยกมือขึน้ ๔.ในกรณีที่ผกู อเหตไุ มเช่ือฟงคําส่งั และสถานการณอ าจจะมคี วามรนุ แรงขึ้น ใหเจาหนาที่ตาํ รวจนํายุทธวิธใี นเรอ่ื งระดบั การใชกําลัง มาใชเทา ที่ จําเปน เพอ่ื ควบคุมสถานการณใหกลบั มาสปู กติ เชน การใชมอื เปลา ไมง า ม ฯลฯ กลับ ๕. ควบคุมตวั นาํ สง สถานตี าํ รวจ
ผูกอ เหตมุ อี าวธุ อันตรายถึงแกชีวติ (คํา อธิบาย) ๑.ประเมิน ๒.แสดงตนและ ๓.ออกคําสง่ั ๔.ระดบั การใช ๕.ควบคุมตวั สถานการณ อาวุธประจาํ กาย กาํ ลัง ชว ยเหลอื ผูไดรับบาดเจ็บ การบรหิ ารเหตุการณ
คําอธิบาย กรณีผูกอเหตมุ อี าวุธอันตรายถึงแกชวี ติ เหตุกรณีผูกอเหตมุ ีอาวุธถึงแกความตาย เชน ปน มีด ฯลฯ เจา หนา ที่ตอ งยนื อยูในทกี่ ําบงั ปลอดภยั และรักษาระยะหาง อยางนอ ย ๒๑ ฟตุ ซึง่ ในเหตคุ นรา ยมอี าวุธไมวาจะ เปน กรณีใดๆเชน เปน คนรจู กั คนุ เคย เปนคนจติ ผิดปกติ คนทมี่ ีรูปรางออ นแอ ฯลฯ จะตองปฏิบัตหิ นา ที่ดวยความระมัดระวังสงู สดุ เพอื่ ปองกันไมใ หเ กดิ ความสญู เสียกบั บคุ คลใดๆ หรอื ตวั ของเจา หนา ทีต่ ํารวจเอง โดยขัน้ ตอนการระงับเหตุ ผูก อ เหตุมอี าวุธถงึ แกความชวี ิต(SOP) มรี ายละเอยี ดดงั น้ี ๑. ประเมินสถานการณ เปนเหตุอะไร เกิดขนึ้ ทไี่ หน มผี กู อ เหตุกีค่ น มอี าวธุ หรือไม( ถามี เปน อาวธุ ประเภทใด) มผี ูไดร บั บาดเจบ็ หรอื เสยี ชวี ิตหรอื ไม เพ่อื ท่ีจะไดเตรียมอุปกรณ และกาํ ลังเจา หนา ที่ตํารวจใหส อดคลอ งกับสถานการณ ๒.หากเมื่อไปถึงท่ีเกิดเหตุแลว มสี ถานการณท่ีอาจนาํ ไปสูภยนั ตรายทีอ่ าจเกิดข้ึนกับเจาหนาท่ีตาํ รวจหรอื บุคคลทสี่ าม ใชอ าวุธปน ประจํากายแสดงออกมา โดยปฏิบัติตามระดับการใชก าํ ลงั อยางเครง ครดั โดยให ชว ยเหลอื ผูไดร บั บาดเจ็บออกจากสถานทีเ่ กิดเหตุกอน การบรหิ ารเหตกุ ารณ สายตรวจคนที่ ๑ เปน ผบู ริหารเหตกุ ารณ โดยสายตรวจคนที่ ๒ สังเกตสถานการณโ ดยรอบและระวงั ความปลอดภัยใหกบั สายตรวจคนที่ ๑ กรณมี สี ายตรวจจกั รยานยนตคทู ี่ ๒ เขารวมระงับเหตุ สายตรวจรถจกั รยานยนตคนท่ี ๑ ของคูสายตรวจท่ี ๑ ยังเปนผูบริหารเหตกุ ารณ โดยสายตรวจคูท ่ี ๒ คอย สงั เกตการณโดยรอบและดแู ลความปลอดภยั ใหก ับทีมสายตรวจ หากเปนกรณสี ายตรวจ ๒๐ เขา รวม ใหสายตรวจ ๒๐ เปน ผบู รหิ ารเหตุการณ และสายตรวจที่เหลอื ทําหนา ที่สังเกตการณโ ดยรอบ และดแู ลความปลอดภัยใหก ับทีม ๓.ออกคาํ ส่ังหยดุ พฤตกิ รรมทีไ่ มพ งึ ประสงค เชน วางอาวุธ นอนลง หมอบกับพ้นื ยกมือขน้ึ ฯลฯ ๔. ในกรณที ่ผี กู อ เหตุไมเ ชื่อฟง คาํ สง่ั และสถานการณอาจจะมคี วามรุนแรงขนึ้ ใหเจา หนาที่ตาํ รวจนาํ ยทุ ธวิธีในเร่ืองระดบั การใชกาํ ลังมาใชเ ทา ทจี่ าํ เปนเพอื่ ควบคมุ สถานการณ ใหก ลบั มาสูปกติ ๕. ควบคมุ ตวั นําสง สถานตี ํารวจ กลับ
กรณบี ุคคลขอตรวจสอบการปฏิบัตหิ นา ทใ่ี น ขณะตงั้ ดานตรวจ จดุ ตรวจ(คําอธบิ าย) ๑.ประเมิน ๒.หลกั ความ ๓.สอบถามความ ๔.ระดับการใช ๕.ควบคมุ ตวั สถานการณ ปลอดภัย ตองการ กําลัง
คําอธิบาย กรณีบคุ คลขอตรวจสอบการปฏบิ ัติหนาท่ี ในปจ จบุ ันมีบุคคลบางกลุม มาขอตรวจสอบเจาหนาทต่ี ํารวจ เชน การขอดูใบอนุญาตพกพาอาวุธปน ใบพกพาวิทยุสอื่ สาร ใบพกพาอาวธุ ปน พ.ร.บ.รถยนต เอกสารการตัง้ ดานตรวจ/ตรวจ โดยมไิ ดเปนผูเสียหายหรือถกู ละเมิดสทิ ธจิ ากการปฏบิ ตั หิ นา หนาที่ของเจา หนา ที่ตาํ รวจ มีเจตนาเพียงตอ งการกอ กวนการปฏิบัติ หนาที่ และสรา งยอดไลคใ นเพจของตนเอง เพอื่ หวังผลประโยชนใ นดานอน่ื ๆ สําหรับขน้ั ตอนการปฏบิ ตั ิ กรณบี คุ คลขอตรวจสอบการปฏิบัตหิ นา ท่ใี นขณะตงั้ ดาน ตรวจ(SOP)มีรายละเอียดดังนี้ ๑.ประเมนิ สถานการณ ดานความปลอดภัยและอุปสรรคในการปฏบิ ตั ิหนา ที่ เชน มารถก่ีคนั มากนั กี่คน พกพาอาวธุ หรือไม ทาํ ใหเกิดความบกพรอ งตอ การ ปฏบิ ตั ิหนา ที่หรือไม ฯลฯ ๒.หลกั ความปลอดภยั การยืนระยะหาง การยืน Cover&Contact และการตรวจสอบ คน บคุ คลและยานพาหนะ ของผทู ี่เขามาทําการตรวจสอบ ๓.สอบถามความตองการของผูท่ีเขามาตรวจสอบ หากไมใ ชก ารรอ งทกุ ขหรอื ขอความชวยเหลือ โดยมลี กั ษณะเขา มากอ กวนและทาํ ใหเกิดอปุ สรรคตอ การ ปฏิบตั ิหนา ท่ี ใหอ อกคาํ สัง่ ใหบุคคลน้ันออกจากพื้นท่กี ารปฏบิ ตั ิงาน ๓.๑ ในกรณตี ง้ั ดานตรวจ/จดุ ตรวจ หากมคี วามจําเปน ใหบคุ คลน้ันไปพบกบั หัวหนา ดาน โดยเจา หนาทอ่ี ื่นปฏบิ ัตหิ นา ทต่ี ามปกตไิ มใหเกดิ ความ บกพรอ งตอการปฏิบัตหิ นาที่ ๓.๒ หัวหนาดา นพจิ ารณาถึงเหตผุ ลและความจาํ เปน ของการตรวจสอบ อาํ นาจหนา ท่ขี องผขู อตรวจสอบวา มีหรือไม และสิทธติ าม พ.ร.บ.ขอมลู ตอ ไป ขา วสารฯ โดยใหค าํ แนะนําไปยื่นเรอื่ งขอ ณ สถานตี าํ รวจน้ันๆ ๔.หากบุคคลน้ันขัดคาํ สัง่ ใหเรียกกาํ ลงั และนําหลักระดับการใชก าํ ลงั มาใชต ามความเหมาะสมกบั สถานการณ และ/หรือ ดําเนินคดีในสว นท่เี กี่ยวของ เชน ขอ หาการกอความเดอื ดรอนรําคาญ ขดั คาํ สง่ั เจาพนักงาน กลับ ๕. ควบคุมตัวนาํ สง สถานตี ํารวจ
สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ กรณบี ุคคลเขา มาตรวจสอบเจาหนาที่ตาํ รวจ ตัวบทกฎหมายที่ เอกสารการต้งั ดาน แนะนําใหไ ปยื่นขอเอกสารการตั้งดา นท่ีสถานตี าํ รวจน้ันๆ เกย่ี วขอ ง เม่อื มกี ารขัด ตาม พ.ร.บ.ขอ มูลขา วสาร พ.ศ.๒๕๔๐ คาํ สั่งเจา หนาที่ วทิ ยสุ ่อื สาร พ.ร.บ.รถยนตร ถสายตรวจ บุคคลท่ีมากอกวนไมมอี ํานาจหนา ทต่ี ามกฎหมาย ตวั อยา ง ใบอนุญาตพกพาอาวุธปน เฉพาะประชาชนทีส่ ิทธิถกู กระทบจากการปฏิบตั ิ คาํ พิพากษ บัตรประจาํ ตวั ขาราชการ หนา ท่ีของตาํ รวจ ตอ งแสดงบัตรขาราชการตํารวจ า กลับ
สํานกั งานตาํ รวจแหง ชาติ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖ ผูใ ดใสค วามผูอน่ื ตอ บุคคลที่สาม โดยประการทนี่ า จะทาํ ใหผ อู น่ื น้ันเสยี ช่อื เสียง ถกู ดูหมน่ิ หรอื ถูกเกลียด ชงั ผนู ้นั กระทาํ ความผิดฐานหมิ่นประมาท ตองระวางโทษจาํ คกุ ไมเกนิ หนง่ึ ป หรือปรับไมเกินสองหมน่ื บาท หรอื ทัง้ จําทั้งปรับ มาตรา ๑๓๖ ผใู ดดหู ม่ินเจา พนกั งานซ่งึ กระทาํ การตามหนาท่ี หรอื เพราะไดก ระทาํ การตามหนา ที่ ตอ งระวางโทษจาํ คุก ไมเกนิ หนึง่ ป หรอื ปรบั ไมเกนิ สองหมืน่ บาท หรอื ทั้งจําทั้งปรบั มาตรา ๑๓๘ ผใู ดตอ สู หรอื ขดั ขวางเจา พนักงานหรือผซู ง่ึ ตอ งชว ยเจาพนกั งานตามกฎหมายในการปฏบิ ตั ิการตามหนาที่ ตองระวางโทษจาํ คุกไมเกินหนง่ึ ป หรอื ปรับไมเกนิ สองหมืน่ บาท หรือท้งั จาํ ทงั้ ปรับ ถาการตอสูห รือขดั ขวางนน้ั ไดก ระทาํ โดยใชกาํ ลงั ประทุษรา ยหรือขเู ข็ญวาจะใชกาํ ลงั ประทษุ ราย ผูกระทาํ ตอ งระวาง โทษจาํ คุกไมเ กินสองป หรือปรับไมเ กนิ ส่ีหม่ืนบาท หรือทั้งจาํ ทั้งปรับ มาตรา ๓๖๘ ผใู ดทราบคาํ ส่ังของเจาพนักงานซ่งึ สง่ั การตามอาํ นาจทีม่ กี ฎหมายใหไ ว ไมป ฏบิ ตั ิตามคําสัง่ น้ันโดยไมมเี หตุ หรือขอ แกต วั อนั สมควร ตองระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ สบิ วนั หรอื ปรบั ไมเกินหา พันบาท หรือทงั้ จาํ ทั้งปรบั ถา การส่งั เชนวานั้น เปนคําสง่ั ใหชวยทํากิจการในหนาทข่ี องเจา พนักงานซึ่งกฎหมายกาํ หนดใหส ั่งใหช ว ยได ตองระวาง โทษจําคกุ ไมเ กินหนึง่ เดือน หรือปรับไมเกนิ หนึ่งหมนื่ บาท หรือทั้งจาํ ทงั้ ปรับ กลับ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180