๔๖ ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงกบั กำรพัฒนำท่ียั่งยืนในระดับโลก องค์การสหประชาชาตเิ ชิดชปู รัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง สนับสนุนให้ประเทศสมาชิก ยึดเป็นแนวทางสู่การพัฒนาแบบย่ังยืน โดยนายโคฟี อันนัน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล “ความสาเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์” (Human Development Lifetime Achievement Award) เม่ือวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๔๙ และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจา ประเทศไทย ได้จัดทารายงานการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของ ประเทศไทยปี ๒๕๕๐ เรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาคน” เผยแพร่ไปทั่วโลก ก า ร ป ร ะ ชุ ม เ พื่ อ สั น ติ ภ า พ น า น า ช า ติ ๒๖ กันยายน ๒๕๖๐ นางเอรนี า โบโควา ผู้อานวยการใหญ่ขององค์การ ยูเนสโกและผู้นาองค์กรนานาชาติ ได้ร่วมถวายราชสดุดี เทิดพระเกียรติแสดงความอาลัยและยกย่องพระบาทสมเด็จ พระเจา้ อยหู่ ัว รัชกาลที่ ๙ ว่าทรงเป็น “พระมหากษัตริย์นักพัฒนา” เป็นต้นแบบแห่งเศรษฐกิจพอเพียง และตกลงร่วมกันนาหลัก ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งบรรจุเปน็ กรอบการดาเนินการให้บรรลเุ ปา้ หมายการพัฒนาทีย่ ัง่ ยนื ภายในปี พ.ศ. ๒๕๗๓ กำรขับเคล่ือนปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพียงเพอื่ กำรพัฒนำท่ยี ั่งยืน การขับเคล่ือนเศรษฐกิจพอเพียง เป็นการเสริมพลังให้สามารถพัฒนาไปได้อย่างมั่นคง ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ โดยให้ความสาคัญกับการสร้างฐานรากทางเศรษฐกิจและสังคมให้เข้มแข็ง สามารถ ปรับตัวพร้อมรับต่อการเปล่ียนแปลงต่าง ๆ ได้อย่างเท่าทัน รักษาความสมดุลของทุนและทรัพยากร นาไปสู่ ความอยูเ่ ยน็ เป็นสุขของประชาชน วตั ถปุ ระสงค์ เพ่ือสร้างความรู้ความเข้าใจท่ีถูกต้อง เกี่ยวกับพระราชปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้ทุกคนสามารถ นาไปประยุกตใ์ ชไ้ ด้อย่างเหมาะสม ปลูกฝังและปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ ในการดารงชวี ติ ใหอ้ ย่บู นพน้ื ฐานของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ตลอดจนนาไปสู่ การปรบั แนวทางการพัฒนาให้อยู่บนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เปำ้ หมำย สามารถนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้เป็นกรอบความคิด เป็นแนวทาง ในการปฏบิ ตั เิ ปน็ ส่วนหน่ึงของวิถชี วี ติ ของคนไทยในทุกภาคส่วน ตลอดจนเปน็ ระบบโครงสร้างของการพฒั นาทีย่ งั่ ยนื
๔๗ เศรษฐกิจและควำมมง่ั คั่ง สง่ เสริมให้ประชาชนมคี วามเป็นอยู่ทด่ี ีและ มิติกำรขับเคลื่อนและปัญหำอุปสรรคกำรพฒั นำ สอดคล้องกบั ธรรมชาติ SDGs ตามปจั จยั ทเ่ี ช่อื มโยงกนั ใน ๕ มิติ (5P) ไดแ้ ก่ กำรพฒั นำคน ใหค้ วามสาคญั กบั การขจัดปัญหา ความยากจนและความหวิ โหยและ ลดความเหล่ือมล้าในสังคม ส่งิ แวดลอ้ ม ให้ความสาคัญกับ การปกป้อง รักษา ทรัพยากรธรรมชาติและ สภาพภูมอิ ากาศเพอ่ื พลเมอื งโลกรุ่นตอ่ ไป ควำมเปน็ หนุ้ ส่วนกำรพฒั นำ สันตภิ ำพและควำมยุติธรรม ความรว่ มมือของทุกภาคสว่ นใน ยึดหลกั การอยรู่ ว่ มกนั อยา่ งสนั ติ การขับเคลื่อนวาระการพฒั นาที่ยั่งยืน มสี ังคมท่ีสงบสขุ และไม่แบง่ แยก เหตุผลของกำรไมพ่ ัฒนำ ๑) เพราะความไม่รู้ ขาดความรู้ ขาดข้อมูลข่าวสาร ขาดประสบการณ์ที่เท่าทันกับ สถานการณ์ ขาดความตระหนกั รู้ ไม่รู้ข้อเท็จจรงิ ไมร่ เู้ ทคโนโลยี ถูกครอบงาอยา่ งไม่มเี หตผุ ลอนั ควร ๒) เพราะขาดปจั จัยเกอื้ หนนุ /ทรัพยากรเส่อื มโทรม ตกอยูใ่ นสภาวะขาดแคลน สภาพ ทรัพยากรเสื่อมโทรม สภาพสงั คมชุมชนอ่อนแอ ไม่สามารถพง่ึ ตนเองได้ ทง้ั น้ี ปัญหาของการพฒั นา เปน็ ปญั หาทางจริยธรรม ซง่ึ เกดิ จากความปรารถนาของมนุษย์ ท่ไี มร่ ูอ้ ม่ิ รู้พอ โลภต้องการความมัง่ คง่ั ร่ารวย สะดวกสบาย เรียกว่า ตัณหา (ความทะยานอยาก) ต้องการอานาจ ย่ิงใหญ่ เอาชนะ แข่งขันแก่งแย่ง เรียกว่า มานะ และคล่ังไคล้ในแนวคิดเดิม ๆ เรียกว่า ทิฐิ คือ มองว่าทรัพยากร ในโลกมีอยา่ งมากมาย มนษุ ย์ตอ้ งพชิ ิตครอบครองและจดั การธรรมชาติใหเ้ ป็นไปตามความปรารถนา และทาให้ ธรรมชาติเสียความสมดุล (พระธรรมปฎิ ก ป.อ. ปยตุ โฺ ต, ๒๕๓๙) กำรขบั เคลอื่ นปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพียงสู่กำรพัฒนำที่ยัง่ ยืน กระบวนการจดั การที่ยั่งยืน ประกอบด้วยการพฒั นา ๒ กระบวนการ คือ ๑) กระบวนการพฒั นาคนทส่ี มบรู ณแ์ ทจ้ รงิ และการพัฒนาคนให้ถึงพร้อมด้วยจิตใจ ปัญญา และพฤติกรรม มีความพอประมาณ ไม่ฟุ่มเฟือย มุ่งสร้างดุลยภาพ มีสานึกเชิงสร้างสรรค์ มีคุณธรรม มีสติ มีสมาธิ มุ่งทาดีมีคุณธรรม
๔๘ ๒) กระบวนการปฏิบัตกิ ารพฒั นาท่ยี ัง่ ยืน การปฏิบตั ทิ ีย่ ั่งยนื เป็นการปฏิบัติอย่างเป็น กระบวนการบูรณาการ เป็นองค์รวมในทกุ มติ สิ งั คม ธรรมชาติ และเทคโนโลยี การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ สร้างเครือข่ายการเรียนรู้ ให้รู้เข้าใจปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงตระหนักรู้หลักการแนวคิด การนาไปปฏิบัติ เกิดปัญญา สามารถดาเนินการพัฒนาที่ย่ังยืน บนฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการ “ทาให้รู้” ผ่านการจัดการกระบวนการเรียนรู้: “คนเปน็ ศนู ยก์ ลางในกระบวนการพฒั นา” กำรเรียนรู้แบบมสี ่วนร่วม/พัฒนำควำมรู้บนฐำนภมู ปิ ญั ญำ ใชเ้ ทคนิค การรับฟังด้วยความตง้ั ใจ ฟังเขาให้มาก ฟังด้วยความต้ังใจ ฟังอย่างให้เกียรติ จากน้ันต้ังคาถาม ต้ังประเด็นชวนให้คิด ชวนให้หาคาอธิบาย แล้วเสริมแนวคิด อธบิ ายเพิม่ เติม ขยายแนวคิดในโอกาสท่ีเหมาะสม เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันใน วงเสวนา การใช้กระบวนการสนทนากลุม่ (Focus group) และการอภิปรายกลุ่ม (Group discussion) พฒั นำควำมรู้บนฐำนขององค์ควำมร้/ู กำรอบรม กำรถำ่ ยทอด จดั ทาหลกั สูตร ที่มคี วามสอดคล้องกับความสนใจ ความต้องการท่ีต้องการ เรียนรู้ และค้นหากลุ่มเป้าหมาย ผู้สนใจ ผู้มีความต้องการที่จะพัฒนา ก้าวหน้า หนนุ เสรมิ พลังหลงั การเรียนรู้ สนับสนนุ ปัจจยั และโอกาสใหเ้ กิด การปฏิบตั ิ ประกอบกับติดตาม ประเมินการนาความรู้ไปปฏิบัติอย่างถูกต้อง หรือเรียนรู้จากส่ิงท่ีผิดพลาด เพื่อนาไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาต่อยอด ดว้ ยความใส่ใจติดตามความต่อเน่ือง และเสรมิ สร้างความรู้ในลาดับท่ีมากขนึ้ กำรจดั กำรควำมรู้/พัฒนำควำมรู้บนฐำนกำรสร้ำงปัญญำ การนาความรู้ไปใช้ในการปฏิบัติ ผ่านกระบวนการสืบค้น แสวงหา ประมวลผล คิดวิเคราะห์ พิจารณาแนวทางท่ีเหมาะสม เลือกเอาความรู้ท่ีสอดคล้องไปออกแบบและกาหนดเป็นแนวทาง ในการปฏิบัติ ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต ความรู้เป็นปัจจัยสาคัญที่จะก่อให้เกิดการเปล่ียนแปลง การพฒั นา เป็นการเรียนรอู้ ยา่ งตอ่ เน่ืองตามอธั ยาศยั (Informal learning learning) กำรวจิ ยั ชุมชน/พฒั นำควำมรู้บนฐำนกำรแสวงหำคำตอบโดยชมุ ชน การใช้กระบวนการวิจัยอย่างมีส่วนร่วม นักวิชาการ นักพัฒนา และชุมชน กระตุ้นให้ชุมชนตั้งโจทย์ รวบรวม ข้อมลู ทาความเข้าใจข้อมลู ร่วมกัน ออกแบบแนวทางในการแก้ไขปัญหา ปฏิบัติการตามแผนท่ีกาหนด สรุปบทเรียนการดาเนินงานเป็นระยะ ๆ และประมวลผลคน้ หาคาตอบ ได้เปน็ ความรู้ใหม่ของชุมชน และเป็นความรู้ ท่ใี ช้ในการพฒั นาชุมชน
๔๙ กำรศึกษำดูงำน/จดุ ประกำยเพื่อพฒั นำควำมรู้ การศึกษาดูงานจากแบบอย่างความสาเร็จ ตัวอย่างแห่งความสาเร็จ เช่น โครงการ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเน่ืองมาจากพระราชดาริ โครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดาริ ศูนย์เรียนรู้ชุมชน เศรษฐกิจพอเพยี ง พิพิธภณั ฑธ์ รรมชาตทิ ่มี ชี วี ิต ตน้ แบบชุมชนทป่ี ระสบความสาเร็จ เกือ้ หนนุ หนุนเสรมิ : “ส่งเสรมิ สนับสนุน ปฏิบตั กิ ำรต่อเน่อื ง” หลกั กำรทรงงำน ทำตำมลำดับขน้ั ตอน บรหิ ำร “จดั กำรแบบคนจน” เร่ิมจากข้นั พนื้ ฐาน แล้วคอ่ ยส่ขู นั้ พฒั นก้าวหน้า พฒั นาบนฐานปัจจัยภายในท่มี ี ใชป้ ระโยชน์จาก เริ่มจากสง่ิ ที่มี เร่มิ จากทุนปจั จัยทางสังคม ทรพั ยากรทม่ี ีใหเ้ กดิ ประโยชน์สงู สุด ทรพั ยากรที่เออื้ ต่อการดาเนินงาน เปน็ การพัฒนาบนฐานทรัพยากร เน้นการพ่ึงตนเอง ประเมนิ ศกั ยภาพ ดาเนนิ งานดว้ ยความอุตสาหะ วริ ยิ ะ ระเบดิ จำกภำยใน กำรมีส่วนร่วม คิดแบบคนในหมบู่ ้านชุมชน ชว่ ยตั้งประเดน็ ให้ เสรมิ พลังชุมชน วตั ถปุ ระสงค์ เปา้ หมาย คดิ หาคาตอบ ชว่ ยเสริมแนวทางตามความเหมาะสม มีความเป็นหนง่ึ เดยี ว มคี วามเข้มแข็ง สร้างความเข้มแข็ง ความเป็นเหตุเป็นผลสรา้ ง สานความรว่ มมอื สานใจ สานพลัง ความรู้ ความเขา้ ใจ ใหค้ าปรกึ ษา คาแนะแนว พฒั นากระบวนการกลุ่ม กระบวนการเครอื ข่าย ข้อมลู กำรบูรณำกำร ไม่ยึดติดตารา ศกึ ษาทาความเข้าใจอยา่ งลึกซึง้ สานพลงั ชุมชน หนว่ ยงาน องคก์ รที่เกีย่ วขอ้ งใน ขอ้ เทจ็ จริง สภาพความเป็นจริง หาวธิ ีการที่ ทุก ๆ ดา้ น ใหส้ ามารถเข้ามามสี ่วนร่วม สามารถตอบสนองความตอ้ งการทแ่ี ท้จรงิ บริหารจดั การไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ องคร์ วม ขำดทนุ คือกำไร ครอบคลุมในทกุ มติ ิ ทุกด้าน ท้ังสงั คม ไมท่ อ้ ถอยต่อความผิดพลาด สรุปเป็นบทเรียน สง่ิ แวดล้อม เศรษฐกิจ และมคี วามสัมพันธ์ เปน็ ครู เป็นประสบการณ์ ใหแ้ สวงหาความรู้ใหม่ เชอื่ มโยงเกือ้ กลู กันอยา่ งสมดุล ที่รอบคอบยิง่ ขึ้น (สานักงาน กปร.,, ม.ป.ป.)
๕๐ ดังนั้น การเก้ือหนนุ หนนุ เสริม ทาให้เกิดความสมบูรณ์ เกิดความพร้อม ทาให้สามารถ พึ่งตนเองได้ ดา้ นจติ ใจ สงั คม ทรพั ยากรธรรมชาติ ภมู ิปญั ญา ความรู้ เทคโนโลยที ีเ่ หมาะสม มคี วามพอดีพอเพียง แนวพระรำชดำร/ิ ศำสตรพ์ ระรำชำ การพัฒนาที่เหมาะสมกับ “ภูมิสังคม” พัฒนาต้นทางเป็นป่าไม้ ปลายทางเป็นประมง ระหว่างทาง เป็นเกษตรกรรม
๕๑ รปู แบบเกษตรกรรมย่ังยนื เกษตรทฤษฎีใหม่ การจัดการปัจจัยภายในอย่างเหมาะสม เก้ือกูลต่อการดารงชีวิตอยู่ได้ ประกอบด้วย จัดการพื้นท่ีเป็น แหล่งน้า สระน้า ๓๐% ของพ้ืนที่ พ้ืนที่นาข้าว ๓๐% ของพ้ืนที่ พื้นที่ปลูกพืชไร่ พืชสวน พืชผัก ๓๐% และพ้ืนท่ีบ้านอยู่อาศัย โรงเรือนอื่น ๆ รวมท้ังการปศุสัตว์ ๑๐% ของพื้นท่ี เพ่ือตอบสนอง การผลิตที่เพียงพอต่อการดารงชีพ มีความม่ันคงด้านทรัพยากร ด้านความม่ันคงอาหาร เพื่อสุขภาพ เพื่อความพอกิน พออยู่ รอดพ้นจากความอดอยาก อยู่ได้ ไม่ยากจน มีสภาพแวดล้อมท่ีดี วนเกษตร ไม้ ๓ อยา่ ง ประโยชน์ ๔ อย่าง เป็นแนวคิด การจัดการระบบการเกษตรให้มีระบบนิเวศวิทยาใกล้เคียงกับระบบ นิเวศธรรมชาติมากที่สุด ปลูกไม้ ๓ อย่าง ได้ประโยชน์ ๔ อย่าง มีความหลากหลายทั้งไม้กินได้ ไม้ฟืนเช้ือเพลิง ไม้ใช้สอยประโยชน์ ในครวั เรอื น เกษตรผสมผสำน เป็นแนวคิดการประกอบกิจกรรม ควรทากิจกรรมหลากหลาย ปลูกพืชหลาย ๆ ชนิด เพ่ือป้องกันความล้มเหลว หากอย่างหนึ่งอย่างใดเสียหายล้มเหลว ก็ยังมีอย่างอ่ืนช่วยประคับประคองให้มีกิน มใี ช้อยูไ่ ด้ รวมทง้ั กจิ อื่น ๆ ทส่ี อดคลอ้ งเหมาะสม “เกษตรกรรมยั่งยืน” จึงเป็นระบบการผลิตท่ีสอดคล้องกับ “ภูมิสังคม” มีกิจกรรมท่ี หลากหลาย เคารพตอ่ ระบบธรรมชาติ คานึงถงึ คุณภาพ พอดี พอเพียง สมดุล ม่ันคง เพื่อสร้างความมั่นคงอาหาร ความมน่ั คงด้านส่งิ แวดลอ้ ม และความมนั่ คงด้านสังคมและเศรษฐกิจ กำรอนุรักษ์ กำรจดั กำรดนิ นำ้ ปำ่ ไม้ แนวคิด ทฤษฎี หลักการทรงงาน รวมท้ังนวัตกรรมที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี ๙ ได้รบั การขนานนามวา่ “ศาสตรพ์ ระราชา” อันเป็นความรู้ในการดารงชีวิต การแก้ปัญหา ที่ครอบคลุม ท้งั โลกภายนอก ดิน นา้ ปา่ สรรพสัตว์และภายในจิตใจของคน ท่ีมีความรู้และคณุ ธรรมเป็นตวั กากบั
๕๒ พระรำชดำรสั /พระรำชดำริ ดำ้ นกำรอนุรกั ษ์และจัดกำรดิน “...การปรับปรุง พัฒนาที่ดินท่ีสาคัญคือ ต้องอนุรักษ์ผิวดินซ่ึงมี ความอุดมสมบูรณ์ไว้ให้ได้ ไม่ลอกหน้าดินทิ้งไป ต้องสงวนไม้ยืนต้น ทยี่ ังเหลอื อยู่ เพื่อรกั ษาความชุม่ ชนื้ ของผนื ดนิ ไว้...” “.......ขอให้ปลูกหญ้าแฝกไวด้ ว้ ย เพราะหญ้าแฝกมีประโยชน์มาก ในการชว่ ยยึดดินไมใ่ ห้พังทลาย ช่วยรักษาหน้าดิน โดยเฉพาะที่โครงการ ฯ นี้มีท่ีลาดชันหลายแห่ง นอกจากนี้หญ้าแฝกยังช่วยกักเก็บ อนิ ทรยี วตั ถไุ ว้ในดนิ ใบอ่อนของหญ้าแฝกยังเปน็ อาหารสัตวไ์ ด้อีกดว้ ย...” พระราชดาริ ณ ศนู ย์ศกึ ษาการพฒั นาหว้ ยทราย ๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ พระรำชดำรสั ด้ำนกำรอนุรกั ษ์และจดั กำรนำ้ “....ต้องมีน้าบริโภคน้าใช้น้าเพ่ือการเพาะปลูก เพราะว่าชีวิตอยู่ที่น่ันถ้ามนี า้ คนอยูไ่ ด้ถ้าไม่มีน้าคนอยู่ไม่ได้ ไม่มีไฟฟ้าคนอยู่ได้ แตถ่ า้ มไี ฟฟ้า ไม่มนี ้าคนอยไู่ ม่ได้.......” พระราชดารัส เม่ือวันที่ ๑๗ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๒๙ พระรำชดำรัสด้ำนกำรอนุรกั ษแ์ ละจัดกำรปำ่ “...การท่ีจะมีต้นน้าลาธารไปช่ัวกาลนานน้ัน สาคัญอยู่ท่ีการรักษาป่า และปลูกป่าบริเวณต้นน้า ....ไม้ยืนต้นนั้นจะช่วยให้อากาศมีความชุ่มช้ืน เป็นขั้นตอนหนึ่งของระบบการให้ฝนตกแบบธรรมชาติ ทั้งยังช่วยยึดดิน บนภเู ขาไม่ให้พังทลายเม่ือเกิดฝนตกอีกด้วย ซึ่งถ้ารักษาสภาพป่าไม้ไว้ให้ดี แลว้ ทอ้ งถิ่นก็จะมีน้าไวใ้ ชช้ ว่ั กาลนาน...” พระราชดาริ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัว ณ อาเภอชยั บาดาลจงั หวดั ลพบรุ ี เม่ือวนั ท่ี ๑๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๐ “.....ป่าไม้คืออะไร ป่าไม้ก็คือ ที่สะสมน้าไว้ใต้ดิน ฤดูฝนแทนท่ีน้าฝน จะไหลหลากลงไปที่ทะเล ถ้ามีป่า ป่าเหล่าน้ัน ต้นไม้ใหญ่ ๆ เหล่านั้นจะดูดน้า ไวใ้ ตด้ ิน ใตต้ น้ ไม้ของเขาไว้เป็นจานวนมาก และตามกิ่งก้านทั้งหลายจะดูดไว้ เก็บไว้เป็นแหลง่ นา้ ทดี่ ี และออกมาเป็นลาธารน้อยใหญ่......ป่าไม้เป็นแหล่ง สะสมน้า..... ปา่ ไม้กเ็ ปน็ ของคนไทยท้ังชาติ เป็นผลประโยชน์ของคนไทยทั้งชาติ ไม่มีสิทธิ์ที่ฝ่ายใดจะแอบเข้าไปตัด และทาการคา้ แต่ลาพัง.... ป่าไม้ คือ แหลง่ น้า.....” พระราชดารัส สมเดจ็ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชนิ ีนาถ ณ ศาลาดุสดิ าลยั สวนจิตรลดา เมอ่ื ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑
๕๓ ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและศำสตร์พระรำชำ กับกำรพัฒนำทีย่ ัง่ ยนื ๑) การพัฒนาศักยภาพความเป็นมนุษย์ให้เป็นผู้มีความรู้ มีคุณธรรม มีจิตใจที่ม่ันคง มคี วามเขม้ แข็ง รู้จกั ความเปน็ เหตเุ ป็นผล รจู้ ักพอประมาณ ดาเนนิ ชีวิตโดยไม่ตกอยู่ในความประมาท สร้างภูมิคุ้มกัน แก่ชวี ิต สิง่ แวดล้อม ๒) การพัฒนาทางสังคม ให้อยู่ร่วมกันอย่างรู้รัก สามัคคี มีแบบแผนการดาเนินชีวิต ชว่ ยเหลอื เก้อื กูล แบง่ ปัน ไมท่ ง้ิ ใครไว้ขา้ งหลงั ๓) การพัฒนาทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ใหม้ ีความอุดมสมบูรณ์เอ้ือต่อการใช้ ประโยชน์ในการดารงชีวิตโดยไม่สร้างความเสียหาย ไม่สร้างผลกระทบ “พัฒนาบนฐานทรัพยากร” ปกปักรักษา แกไ้ ขปัญหาโลกรอ้ น มลพิษ ดาเนนิ ชีวิตอย่กู ับสภาพแวดล้อม “คนอยู่กับป่าอยา่ งเก้อื กูล” ๔) การพฒั นาเศรษฐกจิ โดยการสรา้ งรากฐานท่ีม่ันคง แล้วค่อยพัฒนาต่อยอดในระดับ ทีเ่ จริญขึน้ เป็นลาดบั เป็นขั้นเปน็ ตอน ไม่ทนั สมัย แตพ่ อมี พอกิน พออยู่ ไม่เดือดร้อน และมีความสุข ๕) การเรียนรูต้ ลอดชีวิต เทา่ ทันตอ่ การเปลย่ี นแปลง มีความพรอ้ มรับและเผชิญกบั ภัยพิบัติ การเปลย่ี นแปลงสภาพภมู อิ ากาศ เลือกใชเ้ ทคโนโลยีอยา่ งเหมาะสม สอดคล้องกับ “ภูมิสังคม”
๕๔ บทที่ ๗ ฝกึ ปฏบิ ัติกำร “จิตอำสำพฒั นำ เอำมือ้ สำมคั คี” โดย ทมี วิทยำกร ศพช.ชลบุรี เพือ่ ให้เกิดการแลกเปล่ียนแรงงาน เอาม้ือสามัคคี และเป็นการแลกเปล่ียนองค์ความรู้ในด้านการพัฒนา พ้นื ทีต่ ามหลักทฤษฎีใหม่ โดยประชาชนส่วนใหญม่ ักรู้จักในชื่อ กิจกรรมการ “ลงแขก” หรือ “เอาแรง” ซ่ึงเป็น วฒั นธรรมชมุ ชนท่ีอยคู่ ู่กับสังคมไทยมาช้านาน โดยในช่วงหลังมาน้ี นอกจากจะเป็นการแลกเปล่ียนในด้านแรงงาน แล้วยงั ได้เน้นให้เกิดการสรา้ งความรทู้ ่ีเหมาะสมกับสภาพพนื้ ท่ี โดยมีวิธกี าร ดงั น้ี ๑) ดาเนินกิจกรรมการตั้งปณิธานจิตอาสา โดยทีมจิตอาสา ๙๐๔ ของจังหวัดชลบุรี โดยมี นายภัครธรณ์ เทียนไชยผู้วา่ ราชการจงั หวดั ชลบรุ ี เปน็ ประธานในพธิ ีฯ ๒) เมอื่ กิจกรรมการตัง้ ปณธิ านจิตอาสา โดยทีมจิตอาสา ๙๐๔ จังหวัดชลบุรี ดาเนินการเสร็จส้ิน เรียบร้อยแล้ว วิทยากรของศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนชลบุรีนัดหมายผู้เข้ารับการฝึกอบรมลงพื้นที่แปลง ฝึกปฏิบัติการ “จติ อาสาพฒั นา เอามือ้ สามคั คี” จานวน ๕ จดุ /๕ กลมุ่ สี ๓) เม่ือลงพ้ืนที่แปลงแล้ววิทยากรให้เข้าแถวตามกลุ่มสี และอธิบายเกริ่นนาถึงหลักกสิกรรม ธรรมชาติ พรอ้ มมอบโจทย์ลงแปลงตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ ดงั นี้ ๓.๑ การจัดการกลมุ่ สารวจแบง่ หนา้ ท่ี แบง่ คน ความสามัคคี ๓.๒ การเตรยี มดนิ ขุดรอ่ งนา้ +ฝาย ๓.๓ ปลกู ปา่ ๕ ระดบั ๓.๔ ปลูกแฝก อนุรกั ษ์ดนิ และน้า ๓.๕ ปลกู ดอกไม้เพอื่ บริหารแมลง ๓.๖ . การห่มดิน ฟาง เศษใบไม้แห้ง ๓.๗ การเลย้ี งดนิ ใสป่ ุ๋ยอนิ ทรีย์ (แห้งชาม นา้ ชาม ๓.๘ การท่องคาถาเลยี้ งดนิ ๕ ภาษา ๓.๙ ศิลปะ ความสวยงามเรยี บร้อยของแมลง ๓.๑๐ การจดั เก็บอุปกรณ์ ล้างทาความสะอาดจดั วางใหเ้ ปน็ ระเบียบ ๔) เมือ่ ทกุ กลุม่ สีดาเนินการตามโจทยเ์ สร็จเรยี บรอ้ ยแล้ว วิทยากรขอให้ทุกกลุ่มสีส่งผู้แทน ๑ คน รว่ มเป็นคณะกรรมการตรวจแปลง (๕ คน/เจา้ หน้าทศ่ี นู ย์อกี ๒ คน รวมเปน็ ๗ คน) ๕) วิทยากรใหท้ กุ กล่มุ เตรียมพรอ้ มในการนาเสนอ จานวน ๕ นาที โดยมกี ตกิ า ดงั นี้ ๕.๑ แนะนาชื่อกลุม่ สี/คาขวัญประจากล่มุ สี ๕.๒ ร้องเพลงคาถาเลย้ี งดนิ ๕.๓ นาเสนอตามประเด็น ตรวจแปลง ๑๐ ข้ันตอน การตรวจแปลงตามหลักกสิกรรม ธรรมชาติว่าไดด้ าเนนิ การอยา่ งไรบ้างในแตล่ ะข้ันตอน ๖) คณะวิทยากรรวมคะแนน และประกาศผลคะแนนตามลาดับ
๕๕ ๗) วทิ ยากรมอบหมายให้ทุกกลุ่มสีช่วยกันถอดบทเรียน (๓๐ นาที) พร้อมนาเสนอกลุ่มละ ๕ นาที โดยมปี ระเดน็ ดังนี้ ๗.๑ ท่านมกี ารวางแผนอย่างไร ๗.๒ มีปญั หา/อปุ สรรคอย่างไร ๗.๓ แนวทางการแกไ้ ขปญั หา ๗.๔ ส่ิงทที่ ่านได้เรยี นรู้อะไรจากการฝกึ ปฏบิ ัตกิ าร “จติ อาสาพัฒนา เอามอื้ สามัคคี” สรุปผลกำรเรยี นรู้ ผ้เู ข้ารบั การฝกึ อบรมทุกคนมีสว่ นรว่ มในกจิ กรรมการฝึกปฏบิ ัติการ “จิตอาสาพัฒนา เอามื้อสามัคคี” เปน็ อย่างดี เป็นการขับเคล่ือนด้วยการให้ การแบ่งปัน และการช่วยเหลือกัน การเอามื้อสามัคคี จึงเป็นส่วนสาคัญ ของการบริหารแบบคนจนเพราะไม่ตอ้ งใช้ทุนจานวนมากในการบริหารจัดการ แต่อาศัยความสัมพันธ์ของเพื่อน และเครือข่ายที่จะช่วยขยายความสาเร็จต่อ ๆ กันไป ดังข้อความใน ส.ค.ส. พระราชทานของพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรที่ว่า “สามัคคีเป็นพลังค้าจุนแผ่นดินไทย” ซ่ึงเปน็ หัวใจสาคัญท่ีสดุ ของการเอามอ้ื สามัคคี
๕๖ บทท่ี ๘ ทฤษฎใี หมป่ ระยุกตส์ ู่เขตพัฒนำเศรษฐกิจพอเพยี งดว้ ยโมเดลเศรษฐกจิ ใหม่ โดย รองศำสตรำจำรยว์ รวรรณ โรจนไพบลู ย์ และ ผูช้ ว่ ยศำสตรำจำรยพ์ เิ ชฐ โสวิทยสกุล ท่ปี รึกษำปลัดกระทรวงมหำดไทย ๑. ทฤษฎีใหมค่ อื อะไร และ SEDZ คืออะไร ทฤษฎใี หม่ คอื ทฤษฎีท่ีองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดชมหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดนิ ทร สยามินทราธริ าช บรมนาถบพิตร พระราชทานไว้ให้ปวงชนชาวไทย เป็นทฤษฎีเกยี่ วกับการพัฒนาคน/ มนุษย์ ที่เน้นพัฒนาตนเองก่อน เพราะพระองค์ท่านย้าอยู่เสมอว่าจะพัฒนาอะไรต้องเริ่มที่พัฒนาคนก่อน เพื่อให้คนไปฟื้นฟูวิถีวัฒนธรรมแห่งการให้ ฟ้ืนฟูดิน ฟื้นฟูน้า ฟื้นฟูป่า ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก พัฒนา ความเข้มแขง็ ราษฎร พัฒนาคณุ ภาพชวี ติ และพัฒนาประเทศ ทฤษฎีใหม่ แบง่ เป็น ๓ ขั้น ๑) ขั้นพื้นฐาน คือ พอมี พอกิน ให้ราษฎร (โคก หนอง นา โมเดล) ๒) ข้นั กลาง คอื รวมกลุม่ วสิ าหกจิ เพ่ือสังคมของชมุ ชน ๓) ขั้นกา้ วหนา้ คอื รฐั หนุน ชุมชนทา เอกชนเสริม นี่จึงเป็นที่มาของทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง Sufficiency Economy Development Zones for Sustainable Development Goals (SEDZ for SDGs) และเม่ือย้อนไปเมื่อ เดือนธันวาคมปี ๒๕๒๕ ท่ีในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระราชทานให้สัมภาษณ์กับหนังสือ National Geographic (หนังสือสารคดีระดับโลก) “Thailand’s working royalty” โดยบทท้ายท่านได้กล่าวไว้ว่า “ประเทศของเรา มงั่ คง่ั อุดมสมบูรณ์และอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ หากมีการต่อสู้ใด ๆ ในโลก ผู้คนก็อยากได้ประเทศน้ี และการต่อสู้ ก็ยงั มีในโลกน้ีอยู่เสมอ (ไมว่ ่าอยา่ งไรก็ตาม) เรายงั ยนื หยดั อยู่ตรงนี้ เรายืนยดั อยูท่ ่ีนเี่ พื่อประโยชน์สุขของโลกท้ังใบ” ๒. กำรพฒั นำกบั กำรเปลี่ยนแปลง แผนพฒั นาการเศรษฐกจิ แหง่ ชาติ ระหวา่ งระยะเวลา พ.ศ. ๒๕๐๕ ถึง พ.ศ. ๒๕๐๖ และถงึ พ.ศ. ๒๕๐๙ โดยประเทศสหรัฐอเมรกิ าเป็นผู้เขยี นแลว้ ให้ประเทศไทยนามาใช้พัฒนาประเทศ (ฝรั่งคิด ไทยทา) นับแต่นั้นมา ระยะเวลาประมาณ ๕๐ ปี ส่งผลให้ประเทศไทยมีพ้ืนท่ีป่าไม้ลดลง หรือหายไปกว่า ๗๐% แต่ทั้งน้ีทั้งน้ัน การพัฒนาไม่ใช่สิ่งท่ีผิด เพราะเม่ือเวลาผ่านไปทั่วโลกก็ล้วนแล้วแต่มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา แต่เมื่อการพัฒนา ทาใหเ้ กดิ การสูญเสียและประเทศไทยมีบทเรียนแล้ว ก็ต้องย้อนกลับหลังไปดูว่าบรรพบุรุษของเราทาอะไรไว้บ้าง และทาอย่างไรถงึ ทาให้ประเทศไทยของเรายังอุดมสมบูรณ์ ดังน้ัน “เศรษฐกิจและจิตใจต้องแก้ไขไปพร้อมกัน” เราเคยทาลายได้ เรากต็ ้องฟนื้ มนั ขึน้ มาได้ คลื่นลูกที่ ๑ “คลื่นโรคระบาดโควิด-19” เขา้ มาในประเทศไทยเมือ่ ปี ๒๕๖๓ คลน่ื ลกู ท่ี ๒ “คลน่ื แห่งความเสอื่ มถอย และรุนแรงขนึ้ เร่อื ย ๆ” เขา้ มาในประเทศไทยเมื่อปี ๒๕๖๔ คล่ืนลูกที่ ๓ “คล่ืนแหง่ การเปลยี่ นแปลงทางด้านส่ิงแวดล้อมอยา่ งรุนแรง Climate Change” ซึง่ จะเข้ามาในประเทศไทยในปี ๒๕๗๓ (ข้อมลู จากกรนี พีซ) คลื่นลูกที่ ๔ “คล่นื แห่งการสญู พนั ธุ์” ซึ่งจะเข้ามาในประเทศไทยในปี ๒๕๙๕ (ขอ้ มลู จากกรีนพีซ)
๕๗ #รบั ชมคลปิ วิดโี อเรอื่ ง ความหิว โรครา้ ยแรงที่สดุ (๑๖.๓๙ นาที) สรุปการรบั ชมคลิปวิดีโอเรื่อง ความหิว โรคร้ายแรงท่ีสุด: เงินและกาไรสูงสุด ถูกทาให้ เชือ่ ว่าเปน็ เป้าหมายสงู สดุ ของชีวติ ณ ปัจจุบันเป็นแบบนี้ สาหรับหลักสูตรน้ีเราจึงต้องพยายามมองกันว่าจะอยู่กัน อยา่ งสมดุลอย่างไร เพราะเศรษฐกิจและจิตใจต้องแก้ไขไปพร้อมกัน ซ่ึงเราทุกคนก็เห็นแล้วว่าพระองค์ท่านนั้น ได้ทรงงานมาอย่างเหน็ดเหนื่อยและยาวนานมาก ดไู ดจ้ ากคลปิ วดิ โี อนี้คอื ส่ิงทีเ่ กดิ ข้ึนเมือ่ ๖๐ ปีท่ีแล้ว จะเห็นว่า บ้านเราเคยอุดมสมบรู ณ์มากมาก่อน และพอเราพัฒนาประเทศตามแบบฝรั่งทาให้ประเทศเราเสื่อมโทรมไปในเร่ือง ของส่งิ แวดลอ้ ม สังคม และอน่ื ๆ ดังน้ัน ในเมื่อเราเคยทาลายได้ เราก็ต้องฟ้ืนฟูขึ้นมาได้ โดยใช้ทฤษฎีใหม่ต่าง ๆ ทพี่ ระองคเ์ คยพระทานไวใ้ ห้มากมาย ๓. กำรแปลงปรชั ญำทีเ่ ป็นนำมธรรมสกู่ ำรปฏิบัติ “เป็นข้นั เป็นตอน” เศรษฐกิจพอเพียงนั้น เปรียบเสมือนร่มใหญ่ เป็นการเปล่ียนแนวคิด/ ทัศนคติของตัวเราเองก่อน การแปลงปรชั ญามอี ยู่ ๕ ด้าน คอื “มไี ม่พอ ทาให้พอ มีเกินพอ รู้จักพอ แค่คาว่าพอก็พอแล้ว” จากนั้นก็เรียนรู้ สง่ิ ท่พี ่อหลวง ร.๙ คดิ คือ ทฤษฎีใหม่ ๆ กว่า ๔๐ ทฤษฎี พอเรียนรู้ทฤษฎีเสร็จก็ลงมือปฏิบัติอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ตามโครงการในพระราชดาริ ๔,๗๔๑ โครงการ รวม ๔๗,๐๐๐ เร่ือง ซึ่งพอเรานาไปประยุกต์ใช้แล้วก็จะค้นพบว่า มีเทคนิค/ นวัตกรรม เคล็ดวิชา เคล็ดลับ บทเรียน จานวนมาก ที่เป็นของเราเอง ท่ีแก้ไขปัญหาในพ้ืนท่ีของเราเอง ผา่ นการบรหิ ารแบบคนจน ความสัมพันธ์ของปรัชญาเศรษฐกิจ ๓ แบบ คือ “ทุนนิยม” มุ่งตลาดนา ปรับประสิทธิภาพ สร้างกาไรสูงสุด “สังคมนิยม” มุ่งเท่าเทียม ลดเหลื่อมล้า การกระจายรายได้ ส่วน “พอเพียง” มุ่งสร้างให้พอ เน้นการให้และการแบ่งปัน เศรษฐกิจพอเพียงแข่งขันได้ร่ารวยได้ มีจิตอาสา ทาบุญทาทาน ศาสตร์พระราชา ทาให้พอ ดนิ นา้ ป่า มพี อ เพราะคน ความยั่งยืน คือ การบ่มเพาะคนให้มีความรู้ (ศาสตร์พระราชา) และคุณธรรม (จติ อาสา) ดงั นัน้ ความพอเพยี งไมไ่ ด้หมายความวา่ ต้องปฏเิ สธทนุ นิยมและสังคมนยิ ม แตใ่ ห้ทาพื้นฐาน ท่ีเปรียบเหมือน “เสาเขม็ ” ให้มั่นคงเสียก่อน องค์การ Concern Worldwide (Concern Worldwide, 2020) ได้วิเคราะห์สาเหตุสาคัญ ของความยากจนในโลก สรุปสาระสาคัญคอื ๑) การขาดแคลนน้าสะอาดและอาหาร ๒) การไมม่ ีงานทา หรือมรี ายไดไ้ ม่เพยี งพอ ๓) ความขัดแยง้ และสงคราม ๔) ความไม่เทา่ เทียมกัน ๕) ขาดการศึกษา ๖) Climate Change ๗) การขาดโครงสรา้ งพ้นื ฐาน ๘) ความสามารถท่ีจากดั ของรัฐบาล ๙) ขาดเงินทนุ สารอง
๕๘ #รับชมคลิปวิดีโอ โครงการนาร่องสัมมาชีพเพ่ือขจัดความยากจนและพัฒนาคนตามหลัก ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง (๕.๕๘ นาท)ี สรปุ การรบั ชมคลปิ วิดโี อ โครงการนาร่องสัมมาชีพเพื่อขจัดความยากจนและพัฒนาคน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: จากคลิปจะเห็นว่าสิ่งที่ทุกภาคส่วนกาลังทาอยู่คือการตอบโจทย์ “ม่นั คง มัง่ คั่ง ยง่ั ยนื ” ตามยุทธศาสตร์ชาติฯ แต่ของกรมการปกครองของเราเป็น “ชีวิตมั่นคง ครอบครัวมั่งค่ัง ชุมชนยั่งยืน” เราในฐานะกรมการปกครองก็ต้องมองย้อนว่าส่ิงท่ีพวกเรากาลังทาอยู่คือ โครงการบาบัดทุกข์ บารงุ สขุ ฯ นน้ั จะสามารถชว่ ยแกป้ ญั หาทงั้ ๔ ด้านนี้ได้หรือไม่ ซึ่งจะเกิดข้ึนในการพัฒนาพื้นที่อาเภอของพวกเราเอง แต่ว่าส่ิงสาคัญท่ีสุดน้ันเริ่มต้นจากอะไรต้องย้อนกลับไปดูประวัติของทฤษฎีใหม่ท่ีปลัดกระทรวงมหาดไทยได้น้อมนา เอามาปรบั ใช้มีจุดเริ่มตน้ มาจากอะไรและทาอย่างไร ๔. กำรพฒั นำเปน็ เขตพัฒนำเศรษฐกิจพอเพยี ง (SEDZ) ได้อยำ่ งไร กระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ กรมการพฒั นาชุมชน น้อมนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ท่ีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร พระราชทานไว้ในวโรกาสต่าง ๆ มาเปน็ หลักฐานในการพัฒนาหมู่บา้ นเศรษฐกิจพอเพยี ง ดังนี้ ปี ๒๕๔๙ นอ้ มนาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งผา่ นกระบวนการสร้างและพัฒนาผูน้ าชมุ ชน ปี ๒๕๕๒ สง่ เสรมิ ให้ยกระดับการพัฒนาเป็นหมู่บา้ นเศรษฐกิจพอเพียงให้เปน็ หม่บู ้าน “ต้นแบบ” ปี ๒๕๖๓ ขยายผลการน้อมนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งไปสกู่ ารปฏบิ ตั ยิ ังหมบู่ ้านอ่ืน ๆ ปี ๒๕๖๓ ดาเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” โดย ศพช. ๑๑ แห่ง + ศูนย์ขยายผล ๒๑ แห่ง ผู้นาต้นแบบ ๑,๕๐๐ คน หลักสูตรออกแบบฯ ๒๕๐ คน สร้างเครือข่ายและขยายผล ๒๒,๕๐๐ คน จ้างงานช่วงสถานการณ์โควิด – 19 จานวน ๙๙ คน ปี ๒๕๖๔ โครงการที่ ๑ (งบปกติ) โครงการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนท้องถิ่นตามหลักปรัชญา ของครวั เรือน ปี ๒๕๖๔ โครงการที่ ๒ (งบเหลอื จา่ ย) โครงการขบั เคลื่อนการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนท้องถิ่น ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปีงบประมาณ ๒๕๖๓ ภายใต้ความร่วมมือ ๗ ภาคีผ่านศูนย์การเรียนรู้ นอ้ มนาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งสู่วิถีใหม่ ปี ๒๕๖๔ โครงการที่ ๓ (งบเหลอื จ่าย) โครงการปลูกผักสวนครัวเพ่ือสร้างความม่ันคงทางอาหาร ระยะท่ี 1 ปี ๒๕๖๔ โครงการท่ี ๔ (งบเหลือจ่าย) โครงการพัฒนาพ้ืนท่ีต้นแบบตัวอย่างความสาเร็จ เพื่อเป็น ศนู ยศ์ ึกษาและพัฒนาตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง จานวน ๓๓ พ้ืนที่ (ในสังกัดกรมการพัฒนาชุมชน ๑๘ แห่ง เครอื ขา่ ยกสกิ รรมธรรมชาติ ๑๑ แห่ง สถาบนั บริหารจัดการท่ีดิน (องค์การมหาชน) ๒ แห่งท่ีสาธารณะประโยชน์ วดั โกรกแก้ววงพระจันทร์และวัดทิพย์สุคนธาราม ๒ แหง่
๕๙ ปี ๒๕๖๔ โครงการที่ ๔ (งบเหลือจ่าย) ๑) การสนับสนุนครัวเรือนต้นแบบผ่านการออกแบบพื้นที่ จานวน ๓๐๐ แปลง ที่ไดอ้ บรม ๒) การจัดทาหนังสือ คู่มือการดาเนินงาน ส่ือการสอนสารสนเทศ และ ๓) การจัดทา ระบบสารสนเทศเพอ่ื การสารวจ รวบรวม และจดั ทาขอ้ มูล ดาเนนิ งานโดยภาคเี ครือขา่ ยภายใต้ MOU ๕. กำรขยำยผลสู่เขตพฒั นำเศรษฐกิจพอเพยี งระดับชมุ ชน/ ตำบล ตวั อย่าง ๑๐ ยุทธวธิ กี ารพัฒนาพ้ืนท่ี เพอื่ บริหารจัดการน้าระดับชมุ ขน ๑) ขดุ ลอกหนองเดมิ ๒) ขดุ หนองใหม่ ๓) ขดุ หลุมในคลอง ๔) เชอ่ื มหนองน้า ๕) แหล่งนา้ ครวั เรอื น (โคก หนอง นา) ๖) สร้างแท็งค์นา้ ยกั ษก์ กั เก็บน้า (ทาดว้ ยปนู และไมไ้ ผ่) ๗) ขดุ เจาะน้าบาดาล ๘) พ้ืนทแี่ จกน้า ๙) การเกบ็ นา้ บนหวั คนั นาทองคา ๑๐) การเก็บนา้ ในรูปแบบเกษตร ๒ ขา #รับชมคลิปวิดโี อเร่ือง โคก หนอง นา วดั ป่าศรแี สงธรรม (๒.๕๙ นาที) สรุปการรับชมคลิปวิดีโอเร่ือง โคก หนอง นา วัดป่าศรีแสงธรรม: คลิปวิดีโอท่ีทุกท่าน รับชมจบไป เป็นผลงานการออกแบบของพระอาจารย์ท่ีช่วยออกแบบร่วมกับรศ.วรวรรณ โรจนไพบูลย์ และ ผศ.พิเชฐ โสวิทยสกุล คือแบบ CLM ที่กรมการพัฒนาชุมชนได้ออกแบบไว้ให้ว่ามีจากัด จริง ๆ แล้วคือไม่ใช่ เพราะเรามีแบบมาตรฐานรูปแบบ/ รูปทรงต่าง ๆ มากมาย เพียงแต่ว่าเราขาดช่างท้องถิ่น หรือเราขาดทีมผู้ออกแบบ ไปช่วยวางแบบตอนทจี่ ะประมูล แต่ถ้าทกุ คนสามารถเข้าใจหลักการและช่วยกันออกแบบโดยใช้แบบมาตรฐาน เพราะแบบมาตรฐานก็ถูกเซ็นรับรองโดยวิศวกร คานวณตามประเภทดินโดยเซ็นรับรองจากทีมวิศวะ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่นอยแู่ ลว้ สงิ่ ท่ีพระอาจารย์ท่านใช้คาว่าแปลงพระราชทานโคก หนอง นา แห่งน้าใจและความหวัง เพราะระหว่างท่ีท่านทามาเรื่อย ๆ และในหลวงท่านก็พระราชทานทุนทรัพย์ช่วย อย่างศาลาสีฟ้าสีแดงที่เป็น แนวท้องถิ่นที่ทุกท่านเห็นนั้น พระอาจารย์ท่านก็ปรับให้มันเข้ากับความเป็นโคก หนอง นา หรือบริบทพ้ืนท่ี ซึ่งเปน็ วธิ ีคิดของท่านทเี่ น้นการตอบโจทย์ความตอ้ งการของคนในพืน้ ท่อี ยา่ งแท้จริง ซึ่งท่านก็ได้ให้แง่คิดกับทีมอาจารย์ เพราะพระอาจารย์เล่าว่าท่านเคยผ่านความลาบากยากจนมาก่อนและพัฒนาตนเองมาเป็นพระนักคิด จึงมีจุดเด่น คือการคิดค้นการนาโซลารเ์ ซลลม์ าประยกุ ตใ์ ชใ้ นการพัฒนาพื้นท่ีโคก หนอง นา ทั้งระบบ ซ่ึงที่ผ่านมาท่านก็ต้องใช้ ความพยามสูงมากที่จะค่อย ๆ ปรับแนวคิดชาวบ้านที่ส่วนใหญ่มีฐานะยากจนให้ค่อย ๆ ปรับแนวคิดและปรับ การใชช้ ีวติ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ซงึ่ ปัจจุบันมีท้ังภาครัฐและหน่วยงานต่าง ๆ เข้าไปช่วยเหลือ สนับสนุนการดาเนินงานของท่านมากข้ึน เพราะท่านมีองค์ความรู้เกี่ยวกับทฤษฎีใหม่มากมายที่นามาปรับใช้
๖๐ ในการพัฒนาโดยไม่ติดตาราเพราะบริบทสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และแม้ว่าท่านจะบอกว่ามีปัญหา เรื่องแรงงานขาดแคลน แต่ท่านก็คิดแก้ปัญหาด้วยใช้ระบบ IOT ส่ังการ ซึ่งท่านคิดค้นและประดิษฐ์ขึ้นเอง หรือแม้กระทั่งการทาระบบบาบัดน้าเสียจากโรงครัวและท่ีพัก พระอาจารย์ท่านก็นามาให้ทีมฯ ช่วยพิจารณา และขอคาแนะนา ในการพฒั นาแปลงตั้งแต่ท่ีท่านได้เข้าร่วมโครงการ CLM ของกรมการพัฒนาชุมชน พอท่านได้ พระราชทานชื่อเป็นโคก หนอง นา แห่งน้าใจและความหวัง ท่านก็ไม่เคยหยุดพัฒนาเพราะท่านยังบอกว่า ยงิ่ ในหลวงทา่ นเมตาตาเท่าไหร่ เรากต็ ้องย่ิงต้งั ใจทาใหม้ ากเทา่ นนั้ เพอ่ื เป็นแบบอย่างท่ีดใี หค้ นอน่ื สบื ไป สรปุ ท้งั หมดน้ีเปน็ เพยี งแคห่ ลักพน้ื ฐานทเี่ ราถูกกระบวนการและวธิ คี ิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นร่มใหญ่ และแปลงปรัชญาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นข้ันเป็นตอน และมีแผนการบริหารแบบคนจน แต่เมื่อเรา พรอ้ มแลว้ ครบถ้วนแลว้ พระองคท์ ่านไม่ได้ปฏเิ สธต่อในการพฒั นาในข้ันก้าวหน้า ภาพท่ีให้เห็นคือเราเอาองค์ความรู้ ใส่ในพ้ืนท่ีของเรา หรือชุมชนของเรา และเราสามารถใช้โมเดลหรือวิธีคิดเหล่านี้เชิญชวนให้เกิดการพัฒนาขึ้น ในเขตต่าง ๆ ได้ ท้ังน้ีท้ังน้ัน ไม่ได้หนีไปจากแนวคิดพระมหาชนก ประเทศเราเป็นยุคแห่งแผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง ก้าวไปข้างหน้าอย่างสามัคคี และมีคาว่าอนุรักษ์และพัฒนาอยู่ในน้ัน น่ันหมายถึงว่าไม่ปฏิเสธรากฐานวิถีเดิม แตก่ ารพฒั นากต็ ้องก้าวไปแบบไม่ลืมรากเหง้า และพัฒนาด้วยความสร้างสรรค์ และเราสามารถสร้างความย่ังยืน ให้แก่ประเทศและการทางานด้วยการสร้างเครือข่ายในระบบสังคมอนุรักษ์และพัฒนา โดยคานึงถึง บรม บวร นคี่ ือแนวทางการขับเคลอ่ื นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพยี ง โดยมรี ากฐานมากจากพืน้ ฐาน แต่บริหารจัดการให้เกิด ประโยชน์สงู สดุ ตอ่ ไป
๖๑ บทที่ ๙ พัฒนำ ๓ ขมุ พลัง “พลงั กำย พลังปัญญำ พลังใจ” กจิ กรรมรับอรณุ โดย ทมี วิทยำกร ศพช.สระบุรี การพฒั นา ๓ ขมุ พลงั เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการใชช้ วี ิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเป็นวิถี ของชาวกสิกรรมธรรมชาติ การฝกึ พัฒนา ๓ ขุมพลังเป็นกิจกรรมทม่ี ักปฏิบัติร่วมกันในช่วงเช้าของการฝึกอบรม เพ่ือใหม้ พี ลังกาย พลงั ใจ และพลงั ปญั ญาครบพร้อมในการปฏบิ ัติภารกิจได้ตลอดท้ังวนั ๑) พลังกำย เชื่อมโยงกับพลังธรรมชาติผ่านการกินพืช และสัตว์เป็นอาหาร ซึ่งพืชและสัตว์ ได้รับพลงั งานจากดวงอาทิตย์และเมื่อร่างกายมนุษย์เปลี่ยนพืชและสัตว์ที่รับประทานเป็น น้าตาล แป้ง แร่ธาตุ วิตามิน มนุษยก์ ็ไดร้ ับพลงั งานทาให้รา่ งกายแข็งแรง และนอกจากนี้ พลังกายยังได้มาจากการออกกาลังท่ีเหมาะสม รา่ งกายมนุษยจ์ งึ มีความสมบรู ณพ์ ร้อมทากจิ กรรม ๒) พลังใจ มนุษย์ต้องมีความรู้ มีจินตนาการ มีความฝัน ความมุ่งม่ัน มีเป้าหมาย ซึ่งความฝัน จะเป็นจรงิ ได้ก็นอกจากมีกาลังกายในการลงมือปฏิบัติแล้วก็ยังต้องมีพลังใจ ในการฝ่าฟันอุปสรรค ความยากลาบาก เพื่อใหพ้ ิชติ เปา้ หมายไดส้ าเรจ็ ๓) พลงั ปญั ญำ หากจะประสบความสาเรจ็ มนษุ ย์จาเป็นต้องหาความรู้อย่างจริงจังลึกซึ้งแล้ว ลงมือทา ฝึกฝน ลองผิดลองถูก ขณะทาก็ศึกษาเรียนรู้และพัฒนาไปด้วย จึงจะทาให้เกิดพลังปัญญาที่นาไปสู่ ความสาเร็จได้ (สรุปขอ้ มูลจาก หนงั สอื กสกิ รรมธรรมชาต)ิ การพัฒนา ๓ ขุมพลัง “พลังกาย พลงั ปญั ญา พลงั ใจ” ประกอบด้วย ๔ กจิ กรรม ดงั ต่อไปนี้ ๑. กิจกรรมสุขภำพดีวิถีไทย ผู้เข้าฝึกอบรมออกกาลังกายด้วยท่าบริหาร ๑๒ ท่า (ซึ่งเป็นท่า บริหารกายท่ีร่วมกันออกแบบพัฒนา โดยกรมอนามัย และ สสส. ตามนโยบายของ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงสาธารณสขุ ซึง่ เปน็ ทา่ ประกอบการบริหารร่างกายสไตล์ไทย ๆ เพื่อส่งเสริมให้วัยทางานได้มีการบริหาร รา่ งกายก่อนเรมิ่ ปฏิบัติงาน หรือช่วงเวลาระหว่างปฏิบัติงาน เพ่ือสร้างความพร้อมและความแข็งแรงให้กับร่างกาย เหมาะสาหรับทุกเพศทุกวัย โดยผู้ออกแบบท่าและโปรแกรมการบริหารร่างกาย คือ นายชัยรัชต์ จันทร์ตรี ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาและออกกาลังกาย กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย โดยทา่ ออกกาลงั กายทงั้ หมด ๑๒ ท่า ประกอบด้วย ๑) ทา่ สวสั ดี - กางแขนทงั้ ๒ ข้าง หมุนไหลข่ ึน้ - หมุนแขนลง ในท่าพนมมือ ๒) ทา่ ยักไหล่ - ยนื กางแขน ออกจากลาตัวเล็กนอ้ ย กามือ หลวม ๆ - ยักไหล่ ซา้ ย ข้นึ แลว้ ลง (๑) - ยักไหล่ ขวา ขน้ึ แล้วลง (๒) - ยักไหล่ ท้ัง ๒ ข้างขน้ึ พร้อมกัน แล้วลง (๓)
๖๒ - ยกั ไหล่ ท้ัง ๒ ข้างขนึ้ พรอ้ มกนั อีก ๑ ครัง้ แล้วลง (๔) - นบั เป็น ๑ ครงั้ ๓) ทา่ บัวตมู บวั บาน - วาดแขนโก่งตัวไปดา้ นหน้า - กางแขน ยดื อก แอน่ ตวั เงยหน้า ๔) ทา่ กระทบไม้ - เหยยี ดแขนตรงทง้ั ๒ ข้างไปดา้ นหนา้ ฝ่ามอื ประกบกัน ระดบั ไหล่ - วาดแขนซา้ ย เอ้ยี วตัวไปทางขวา เหยยี ดแขนมาด้านหลัง - บดิ ตวั กลับ เหยียดแขน ฝา่ มอื ประกบกัน - วาดแขนขวา เอ้ยี วตวั ไปทางซ้าย เหยยี ดแขนมาดา้ นหลัง ๕) ท่าไผ่ลู่ลม - ชูแขนซ้ายข้นึ เหนอื ศรี ษะ - เอียงตัวไปทางขวา - ดงึ ลาตวั กลับมาส่ทู า่ ตรง - ชแู ขนขวาขึ้นเหนือศรี ษะ - เอียงตวั ไปทางซ้าย - ดงึ ลาตัวกลบั มาสทู่ ่าตรง ๖) ท่านกขมน้ิ - เหวย่ี งแขนมาดา้ นหน้า - เหวี่ยงแขนมาดา้ นหลัง บบี สะบกั เข้าหากัน พร้อมยกเข่าข้ึนมาด้านหนา้ สูงระดับเอว - เหวี่ยงแขนมาดา้ นหนา้ พร้อมวางเทา้ ส่พู ้ืน - เกรง็ หน้าทอ้ ง เพื่อรักษาสมดลุ ของลาตวั ๗) ทา่ ราไทย - ต้งั วงราไทย สลับซ้าย และ ขวา ๘) ทา่ ชกมวย - ยนื ตรง แยกเท้าระดับหัวไหล่ - ยกแขน กาหมัด ตั้งการ์ด จรดมวย - ออกแรงจากไหล่ เหยียดแขนขวา ตอ่ ยไปด้านหน้า - บดิ ลาตัวเลก็ นอ้ ย - ดงึ แขนกลับสู่ทา่ เรม่ิ ต้น - ออกแรงจากไหล่ เหยียดแขนซ้ายต่อยไปดา้ นหนา้ - บดิ ลาตัวเลก็ นอ้ ย - ดงึ แขนกลบั สู่ท่าเริ่มต้น
๖๓ ๙) ทา่ แจวเรอื - กาหมัด ทาทา่ จับไมพ้ ายทางขวา - ทาท่าแจวทางซา้ ย บิดลาตัวเล็กนอ้ ย พรอ้ มยกเข่า ขวา ๒ คร้งั - กาหมดั ทาท่าจับไม้พายทางซ้าย - ทาทา่ แจวทางขวา บดิ ลาตวั เล็กน้อย พรอ้ มยกเข่า ซา้ ย ๒ ครั้ง (๔ ครั้ง นบั เปน็ ๑ รอบ) ๑๐) ทา่ เหวี่ยงแห - ยอ่ เข่าลง - เอ้ยี วตัว บดิ ลาตัวไปด้านขวา เหยยี ดแขนขวางลาตัวไปทางซ้าย - เหยยี ดเขา่ ยนื ตรงพรอ้ มพับเหวย่ี งแขนชขู ึ้นผ่านลาตวั ไปทางขวา - ย่อเข่าลง - เอ้ยี วตัว บิดลาตวั ไปด้านซ้าย เหยยี ดแขนขวางลาตวั ไปทางซ้าย - เหยียดเขา่ ยืนตรง พรอ้ มพบั เหวย่ี งแขนชูข้นึ ผา่ นลาตวั ไปทางขวา - ปฏิบัติขา้ งขวาและซ้ายสลับกัน ๑๑) ท่าดานา - ก้าวขาขวา วางส้นเท้ากับพื้น กระกดปลายเท้าขนึ้ - งอเขา่ ซา้ ย กม้ ตวั ลง เหยียดแขนลงสู่พน้ื - ยดื ตวั ข้ึน ยืนตรง - กา้ วขาซ้าย วางสน้ เทา้ กับพ้ืน กระกดปลายเท้าข้ึน - งอเขา่ ขวา ก้มตวั ลง เหยยี ดแขนลงสู่พ้ืน - ยืดตัวขึ้น ยืนตรง โดย ปฏิบัตขิ ้างขวาและซา้ ยสลับกัน ๑๒) ทา่ ท้องฟา้ - ย่อเขา่ เล็กน้อย เหยียดแขน อยู่หนา้ ลาตวั - ยืดตัวขนึ้ วาดแขนข้นึ ผา่ นลาตัว ขึ้นเหนอื ศีรษะ หายใจออก - ยอ่ เขา่ ลง วาดแขนลง เหยียดแขนหน้าลาตัว หายใจเข้า
๖๔ ๒. กจิ กรรมพำใจกลบั บำ้ น (เครื่องมอื : Body scan (แบบนง่ั )) วทิ ยากรให้ ผู้เข้าอบรมนั่งในท่า ทสี่ บาย วางเทา้ ท้งั สองข้างสมั ผสั กบั พน้ื แล้วหลบั ตา แลว้ วทิ ยากร กลา่ วนา ดังน้ี “ขอให้ทุกท่านหายใจเข้าออกตามจังหวะลมหายใจของตัวเอง” วิทยากรให้ระยะเวลา ผูเ้ ข้าอบรมหายใจเข้า-ออกประมาณสามรอบการหายใจ แล้ววิทยากรกล่าวต่อ “ขอให้ทุกท่านลองสารวจร่างกาย ของตัวเองว่าขณะน้ีร่างกายแต่ละส่วนกาลังรู้สึกอย่างไร เท้าทั้งสองข้างที่กาลังสัมผัสพื้นรับรู้ความรู้สึกแบบใด ออ่ น แข็ง ร้อน อุน่ หรอื เย็น วิทยากรเชญิ ชวนให้ผ้เู ข้าอบรม คอ่ ย ๆ เล่ือนสมั ผัสไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ดังนี้ ๑) กาย: ข้อเทา้ น่อง หวั เข่า ตน้ ขา ทก่ี ้น กระดกู สนั หลังสว่ นล่าง แล้วค่อย ๆ เล่ือน ความสัมผัสไปตามแนวกระดูกสันหลัง หัวไหล่ ต้นคอ ศีรษะ ระหว่างคิ้ว และใบหน้า หากท่านใดรู้สึกเกร็ง ท่ีอวยั วะสว่ นไหนให้ผอ่ น ๒) ดวงตา ๓) จมูก ๔) ปาก ๕) หู ๖) ใจ วิทยากรกล่าวเชิญชวนให้ผู้เข้าอบรมย้อนคิดถึงความสุขในช่วง ๒-๓ วันท่ีผ่านมา วา่ เหตกุ ารณ์นั้น “มีใครอยู่บ้าง และมเี หตกุ ารณเ์ ป็นอยา่ งไร หวั ใจคุณรู้สึกเชน่ ไร” ๓. กิจกรรมสมดุลพลังใจด้วย มำนดำลำ เป็นกิจกรรมท่ีเติมความสมดุลพลังของสมอง ซึง่ ตรงกันข้ามกับความคดิ วทิ ยากรเชิญชวนให้ผู้เข้าอบรมวาดรูปภาพมานดาลา โดยขอให้ทุกท่านจินตนาการว่า ตัวเองเป็นเด็กเล็ก ๆ แล้วใช้ความรู้สึกของวัยเด็กมาใช้ในการวาดรูปด้วยสีเทียน (วาดวงกลมใหญ่ ๆ ๑ วง แลว้ วาดวงกลมเลก็ ๆ ก่งึ กลางวงกลมใหญ่ ๑ วง และวาดภาพลงไปในวงกลม พร้อมเปิดเพลง ความรัก ความงาม ของ Boy Imagine ในระหว่างดาเนินกิจกรรม) โดยวิทยากรจะให้เวลาผู้เข้าอบรมวาดภาพจนเสร็จ ก่อนนาภาพ มาเรียงเปน็ วงกลมกลม จากนนั้ ใหผ้ เู้ ข้าอบรม ลุกข้ึนมาชมผลงานของเพ่ือน ๆ และแลกเปล่ยี นเรยี นรรู้ ว่ มกัน
๖๕ มานดาลา หมายถึง พื้นท่ีวงกลมล้อมรอบจุดศูนย์กลาง ปัจจุบันได้ถูกนามาใช้เป็น เครือ่ งมือในการฝกึ สติ สร้างการตระหนักรใู้ นตนเอง บาบดั เยยี วยาจติ ใจได้ ๔. กิจกรรมฟังด้วยหัวใจ วิทยากรเปิดคลิป “เป้ อารักษ์กับการฟังท่ีจะเปลี่ยนชีวิตท่ีเหลือของเขา” ซึ่งเปน็ คลปิ ของสมาคมสะมารติ นั ทใี่ ห้บริการเป็นเพ่ือนพูดคุยทางโทรศัพท์เพื่อป้องกันการฆ่าตัวตาย ซ่ึงแนวคิด ของสมาคมคือ “เราจะเปิดหัวใจรับฟังกันและกันอย่างจริงใจ ซึ่งจะนาไปสู่การป้องกันการฆ่าตัวตายในท่ีสุด” คลิปวิดีโอจะทาใหไ้ ดเ้ รียนรู้ความสาคญั ของการฟัง “การฟังดว้ ยใจ” ตา่ งกนั โดยสนิ้ เชงิ กับ “การฟงั ด้วยสมอง” การฟงั ด้วยสมองนั้น เรารับฟังเขา แลว้ คดิ วเิ คราะห์หาทางแก้ไขในรปู แบบที่เราคดิ ว่าถูกต้อง ดว้ ยตรรกะพ้ืนฐานทางสังคมหรืออะไรก็ตามที่มีเหตุผล มารองรับ แต่การฟังด้วยใจคือการสละเวลาโดยไม่คิดตัดสินเขา การปล่อยให้เขาได้พูดถึงความเจ็บปวดท่ีเขาได้รับ การจบั ถอ้ ยคานา้ เสียงทกุ ประโยค เพ่ือให้ตัวเราได้เข้าใจว่า เวลาน้ีเขาเจ็บปวดเพียงใด เช่นประโยคของอาสาสมัคร ทเ่ี ราชอบที่สุดในคลปิ วิดีโอ เธอบอกกบั เปท้ ี่กลั้นน้าตาไม่อยู่จนไม่สามารถสนทนาได้ต่อว่า “ไม่เป็นไรค่ะ คุณใช้ เวลาอย่กู ับตรงนัน้ ไดน้ ะ” (ที่มา https://www.creativemove.com/) ดังน้ัน การฟังอย่างลึกซ้งึ เปน็ เคร่ืองมือหนึง่ ท่จี ะทาใหเ้ กิดความสัมพนั ธ์อนั ดรี ะหวา่ งกนั
๖๖ บทท่ี ๑๐ ตัวอย่ำงควำมสำเร็จกำรขับเคลื่อนงำน \"บำบดั ทุกข์ บำรุงสขุ \" แบบบูรณำกำร ในบทบำทของคณะสงฆ์ ฝำ่ ยสำธำรณะสงเครำะห์ พืน้ ท่ีจงั หวดั อบุ ลรำชธำนี โดย พระพพิ ัฒนว์ ชโิ รภำส ผอู้ ำนวยกำรศนู ยพ์ ุทธธรรมสมเดจ็ พระมหำธรี ำจำรย์ ปำ่ ดงใหญ่วังออ้ อำเภอเขื่องใน จงั หวัดอุบลรำชธำนี ท่านเจ้าคุณเล่าจากประสบการณ์ตรงที่เกิดจากการปฏิบัติจริงมาต้ังแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นต้นมา ซ่ึงเปน็ งานชุมชนทีท่ างานในพ้ืนท่ี เพ่ือท่ีทุกท่านจะได้นาไปประยุกต์ใช้ต่อไป โดยจะพูดจากเล็กไปหาใหญ่ (ล่าง-บน) เรมิ่ จากชุมชนไปหาประเทศ เบ้อื งต้นขอนาทา่ นสบู่ นั ไดสคู่ วามสาเรจ็ บันไดสู่ควำมสำเร็จ ๑. สำรวจทนุ ในท้องท่ี (พ้นื ท)่ี (บันไดขน้ั ที่ ๑) ๑) ทุนทางสังคม ยกตัวอย่าง พระสงฆ์ หรือนักบวช มีใครบ้าง เช่น จังหวัดอุบลราชธานี คือ มีสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารพระธรรมวชิรโมลี เจา้ อาวาสวัดยานนาวา กรงุ เทพมหานคร พระเทพปัญญามนุ ี เจ้าอาวาสวัดบางพลัด กรุงเทพมหานครมีชาติภูมิ ทีอ่ าเภอเขอ่ื งใน ซึง่ ทกุ รปู เป็นผูท้ ่ีมีบทบาทในการพัฒนาบ้านเกิด ๒) ทุนทางธรรมชาติ มอี ะไรบ้าง ๓) ทุนทางปัญญางานการวิจยั ทเ่ี กยี่ วข้อง คลงั ทางสมอง ๔) ทุนทางทรพั ย์สนิ วัตถุ ส่งิ ของมีค่า ๕) ทุนเครือข่าย มีอย่ทู ใี่ ดบา้ ง
๖๗ นาทุนเหล่าน้ีมาจัดเวทีถอดบทเรียน เพื่อสะท้อนความงามในอดีต ชี้สภาพวิกฤตปัญหา ในปัจจุบัน และร่วมกันฝันถึงอนาคต ท่ีจะร่วมกันทา นาไปสู่กระบวนการคิด พัฒนาต่อยอด หรือแก้ไขปัญหา ในการพัฒนาต่อไป แยกเป็น ต้นน้า กลางน้า ปลายน้า ร่วมกันกาหนดเป็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาหมู่บ้าน ชุมชน สังคม - กาหนดกลยุทธ์ ขบั เคล่ือนในดา้ นต่าง ๆ เชน่ สุขภาพดี จติ ใจสดใส - กาหนดโครงการ สงั คมอบอุ่น เกือ้ กูลการศึกษา อนุรกั ษ์ พฒั นา - กาหนดกจิ กรรม ส่งิ แวดลอ้ ม และน้อมชีวิตสูค่ วามพอเพียง ๒. จับมือกันให้ดี (บนั ไดขัน้ ที่ ๒) - ทา MOU ในพน้ื ท่ี - แตง่ ตั้งคณะกรรมการดาเนินงาน - แตง่ ต้งั คณะทางานขบั เคลอ่ื น ยกตวั อย่าง สมเด็จพระมหาธีราจารย์ฯ ได้ทาบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ปี พ.ศ. ๒๕๕๖ กับกรมสง่ เสรมิ การเกษตร มกี ารนาศาสตรพ์ ระราชา ๙ มรรควธิ ี มาฟ้ืนฟูหมู่บา้ นสังคม ประเทศ ปี พ.ศ. ๒๕๖๕ได้ทา MOU บทบาทเก้อื หนนุ ระหว่าง วดั และชุมชนใหม้ คี วามสุขอย่างยั่งยนื ฝ่ายสาธารณะสงเคราะห์ ของมหาเถรสมาคม กระทรวงมหาดไทย และสถาบัน เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ไปทา MOU กบั สมเดจ็ พระมหาธีราจารย์ ท่ีวัดพระเชตุพน วมิ ลมังคลารามราชวรมหาวหิ าร ๓. สร้ำงค่มู อื นำวถิ ี (บนั ไดข้ันที่ ๓) - ถอดบทเรียนหมูบ่ า้ นคณุ ธรรมต้นแบบ - คูม่ อื ดาเนินงาน - รายละเอียดยุทธศาสตร์ กลยทุ ธ์ แผนงาน โครงการ กจิ กรรม - รายละเอียดกิจกรรม
๖๘ ถ้าเป็นหลักการฝึกอบรมแล้วนามาเขียนเป็นหลักสูตรฝึกอบรม/คู่มือ ท่ีดาเนินการอยู่ที่ จงั หวดั อุบลราชธานี เชน่ - ครอบครัวตน้ แบบ - เยาวชนต้นแบบ - ครูต้นแบบ - องคก์ รต้นแบบ - เครอื ขา่ ยต้นแบบ - ประชาชนต้นแบบ ๔. รวบรวมรพ้ี ล (บันไดขน้ั ที่ ๔) เครือขา่ ย คนดี คนมีจิตอาสา บคุ คลท่ีเปน็ ทุนทางสังคม ครอบครัว ครู เด็ก เยาวชน พระสงฆ์ ประชาชน องคก์ รต่าง ๆ และวทิ ยากรครู ก ครู ข ครู ค ๕. ฝึกฝนกำลังหลัก (บันไดข้ันท่ี ๕) กองกาลงั คนดี คนมีจติ อาสา บุคคลทเ่ี ปน็ ทุนทางสังคม ครอบครัว ครู เด็ก เยาวชน พระสงฆ์ ประชาชน องคก์ รต่าง ๆ วิทยากรครู ก ครู ข และครู ค ๖. ใชศ้ ำสตร์กำรเปลยี่ นแปลง (บนั ไดขน้ั ที่ ๖) - ลงมือทาทันที - ไปรว่ มกับคน กลุ่มอืน่ ท่ีทาอยูแ่ ลว้ - ไปบอกหนว่ ยงานท่ีเก่ียวข้องมาทา การใชศ้ าสตรก์ ารเปลีย่ นแปลง คือ ททท ทาทันที ต้องมีการลงมอื ทา ทาใหด้ เู ปน็ ตัวอย่าง ๗. รว่ มแรงกันทุกภำคสว่ น (๗ ภำค)ี (บนั ไดข้นั ท่ี ๗) - ภาครฐั - ภาคศาสนา - ภาคเอกชน - ภาคประชาสังคม - ภาควชิ าการ - ภาคประชาชน - ภาคส่ือสารมวลชน ใครมบี ทบาทหนา้ ที่อะไร ทาอยา่ งไร ได้อะไร วิธีการ คือ ให้ทุกภาคส่วนมาพูดคุยเพ่ือจับมือกัน โดยให้แต่ละภาคส่วนมี CEO เพ่ือให้ สามารถตดั สินใจได้
๖๙ ๘. จดั กระบวนทพั ใหม้ น่ั คง (บันไดข้นั ที่ ๘) - ระดบั จงั หวัด - ระดับโซนอาเภอ - ระดับอาเภอ - ระดบั ตาบล - ระดับหมบู่ า้ น ๙. ยืนตรงในธงอรหันต์ (บันไดขน้ั ที่ ๙) - วัด คณะสงฆ์ทาในกรอบพระธรรมวินยั งานการคณะสงฆ์ ๖ ดา้ น - รฐั โครงการของรัฐ ขจัดความยากจน บาบัดทุกข์ บารุงสขุ ของประชาชน - บรู ณาการท้งั งาน งบ ระบบ และคน สุดทา้ ยปลายทาง คือ บรรลบุ นั ไดขน้ั ท่ี ๑๐ เกษมสันต์ประสบสง่ิ เสมอใจ - บรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์ - เกดิ ผลผลผลิต - ผลลพั ธ์ - ผลกระทบ ตัวอยำ่ งผลลัพธ์ ช่ือหม่บู ำ้ น ลำดับ อัตลักษณ์หม่บู ้ำนดำ้ นตำ่ ง ๆ บ้านนาหนองทุ่ง บ้านหนองสนม ๑ ดา้ นความสามคั คี บ้านโนนสว่าง ๒ ด้านการสง่ เสรมิ พระพุทธศาสนา บ้านจิก ๓ ด้านเยาวชนจติ อาสา บ้านโพนแอวขัน ๔ ด้านอนรุ กั ษ์วฒั นธรรม บา้ นวงั ออ้ ๕ ด้านเศรษฐกิจพอเพยี ง บา้ นไร่เหนอื ๖ ด้านอนุรกั ษ์ส่ิงแวดลอ้ ม บา้ นหว้ ยวงั ลม ๗ ด้านภูมิปัญญาท้องถ่ิน บ้านหนองเต่า ๘ ด้านองค์กรผนู้ าการเปลีย่ นแปลง บ้านนาเรือง ๙ ด้านสง่ เสริมคณุ ธรรมและหตั ถกรรม ๑๐ ด้านภมู ิทัศน์ดีเด่น
๗๐ ตวั อย่ำงกำรดำเนินกจิ กรรมท่ผี ำ่ นมำหลงั เกดิ เปน็ \"หมู่บำ้ นคณุ ธรรมตน้ แบบ\" ๑) มกี ารพัฒนาครอบครวั คณุ ธรรมทรงประสทิ ธิผล เป็นจดุ เริ่มต้นของการพัฒนา ๒) มีการพัฒนาครูเปน็ ปชู นียบุคคล ๓) มกี ารพัฒนาเด็ก เยาวชน เป็นคนดี มจี ิตอาสา ๔) มีการพฒั นาพระสงฆ์ เปน็ พระนักพัฒนา ๕) มกี ารพัฒนาประชาชนต้นแบบความดี ๖) มกี ารพัฒนาองคก์ รภาคี มคี วามโดดเดน่ ด้านบรู ณาการ ตัวอย่ำงควำมสำเร็จ เริม่ ตน้ ปี พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้กราบเรียนสมเด็จพระมหาธีราจารยขออนุญาตจัดตั้งศูนย์พุทธธรรม สมเด็จพระมหาธีราจารย์ป่าดงใหญ่วังอ้อ และได้จัดตั้งข้ึน เม่ือวันท่ี ๒๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๖ โดยมีเจ้าคณะจังหวัด อุบลราชธานแี ละผู้วา่ ราชการจังหวดั อบุ ลราชธานี (นายจีรศักดิ์ เกษณียบุตร) ลงนามอนุมัติการจัดต้ัง มีเจ้าพระคุณสมเด็จ พระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัด พระเชตุพลวิมลมังคลารามราชวรวิหาร เป็นประธานท่ีปรึกษา มีพระพิพัฒน์วชิโรภาส เป็นผู้อานวยการศูนย์พุทธธรรม สมเดจ็ พระมหาธีราจารย์ป่าดงใหญ่วังอ้อ อาเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งการดาเนินงานของศูนย์ฯ น้ัน สมเด็จทา่ นมีเมตตา ลงมาเยย่ี ม มาให้กาลังใจ มาให้คาแนะนา ปจั จุบันศนู ย์ฯ เปน็ องคก์ รสาธารณประโยชน์ ซึ่งจดุ เรมิ่ ตน้ ร่วมคิด ชวนทากับชุมชนในตาบลหัวดอน เป็นศูนย์ฝึกอบรมคุณธรรม จริยธรรม แก่ภิกษุ สามเณร เด็กเยาวชน ราชการ และประชาชนท่ัวไปในจังหวัด อบุ ลราชธานี และในสถานการณป์ กตมิ ผี ู้เขา้ รบั การฝึกอบรมจานวน ๒ – ๓ หมนื่ คนต่อปี ประโยชน์ที่ได้รับ เด็ก เยาวชน ที่เข้ารับการฝึกอบรมมีคุณธรรม จริยธรรม คนในชุมชนมีส่วนร่วม ในการอานวยความสะดวก กลุ่มแม่บ้านมีรายได้เสริมจากการประกอบอาหารแก่ผู้เข้าอบรม และเส้นทางที่ ผ่านเข้าศูนย์ฯ ก็จะมีร้านค้าจาหน่ายผลิตภัณฑ์ ก่อให้เกิดรายได้แก่คนในชุมชน และท่ีสาคัญคือ ส่งเสริมให้เยาวชน มคี ุณธรรม ๕ ดี คือ ๑) ลูกทดี่ ขี องพ่อแม่ ๒) ลูกศิษยท์ ดี่ ีของครูบาอาจารย์ ๓) เปน็ เพ่ือนทด่ี ีของเพื่อน ๔) เปน็ พลเมืองท่ีดีของชาติ ๕) เป็นศาสนิกทด่ี ีของศาสนาในแต่ละศาสนา จากสถานท่ฝี กึ อบรมของชมุ ชน ก็กา้ วสู่สถานท่ีฝึกอบรมของจังหวัด ซ่ึงไม่ได้มีเฉพาะศูนย์ฝึกอบรม แต่พน้ื ที่ของเรายังมีผืนป่าซึ่งเปน็ ซุปเปอรม์ าร์เกต็ ทางธรรมชาติ พืน้ ทจ่ี านวน ๑,๘๑๐ ไร่ มีแหล่งนา้ ตามธรรมชาติ
๗๑ กิจกรรมเด็กเยำวชนกลุ่มเสี่ยง ก็นำเข้ำมำเสริมทักษะกำรตัดสินใจท้ำทำยชีวิตวัยรุ่นหลักสูตร เสรมิ ทกั ษะกำรตัดสินใจทำ้ ทำยชีวิตวัยรุน่ ๖ เรอื่ งประกอบด้วย ๑) โรงเรียน - การเลิกเรียนกลางคัน ปดิ โอกาสทจี่ ะได้งานคา่ จ้างสงู - คน้ หาแรงบันดาลใจ - เคล็ดลับ ๗ ประการ เพ่อื การสอบได้คะแนนดี - เตรียมพรอ้ มเรยี นต่อมหาวทิ ยาลยั - คน้ หาสรุ เสยี งในตัวเอง เป็นการควานหาพรสวรรค์ท่เี ราถนัด ๒) พอ่ แม่ - สานสมั พนั ธก์ บั พอ่ แม่อยา่ งไร - สยบบดิ า มารดา ดว้ ยประโยคเดียว - รกั ษาชวี ิตใหร้ อดจากการหยา่ รา้ งของพ่อแม่ - จับมือกบั โรคร้าย ทาไมไมเ่ ก่งเหมือนพ่ี - ถา้ พอ่ แม่หมดรปู ลกู ๆต้องเล้ยี งดปู ระคับประคอง ๓) เพื่อนและการคบเพอื่ น - ครองชีวติ ให้รอดจากเกมแบ่งปันหาความนยิ ม - ทาอยา่ งไรถา้ ไมม่ ีเพ่อื น - ทาตวั เปน็ เพอ่ื นท่คี ุรอยากคบดว้ ย - เร่อื งทีต่ อ้ งรเู้ กี่ยวกับแก๊งคอ์ ันธพาล - ยืนหยัดเรอื่ งแรงกดดนั จากเพ่อื นพ้อง ๔) การออกเดตและการมีเพศสมั พันธ์ - การออกเดตอย่างฉลาด - ถา้ คณุ ไมอ่ อกเดตจะเสยี หายตรงไหน - ปญั หาการยดึ เพอ่ื นหญงิ - ชาย เปน็ ศูนย์กลางของชวี ิต - ให้ระวังตวั เมอ่ื มีธงสัญญาณเตือนภยั - โรคแพร่ระบาดผ่านการมเี พศสมั พันธ์คอื อะไร ทาไมต้องกงั วล - ถอดรหัสนิทานโกหก ๔ ข้อ ของวยั รนุ่ กับการมเี พศสัมพนั ธ์ ๕) คณุ คา่ ในตวั เอง - กระจกแทจ้ ริงบานเดยี วควรมีไวป้ ระดับบ้าน - ทาไมการเอาชวี ติ ไปแขวนไวก้ บั ผอู้ ่ืนจงึ ถือวา่ โง่ - แกน่ ตัวตน คณุ ลกั ษณะ และความสามารถในตัว - รากฐานคุณค่าในตัว - ทาอย่างไรถา้ เศรา้ ซึม หดหู่ ท้อแท้ ถอนตัวไมข่ ึน้ - พฒั นาทกั ษะและพรสวรรคท์ ม่ี ีอยู่ในตวั
๗๒ กิจกรรมสาหรับเด็ก เยาวชนกลุ่มเสพสิ่งเสพติด หลังจากการคัดกรองแล้วให้การบาบัดฟ้ืนฟูจิตใจก็จะมีภาพมอบตัว เปน็ ศิษย์ ละลายพฤตกิ รรมระหวา่ งผปู้ ่วยกับครูฝึก กิจกรรมคืนคนดี สู่สังคม โดยวิธีการจิตบาบัดวันละ ๕ ชั่วโมง ทาวัตร สวดมนต์ เดนิ จงกรม นงั่ สมาธิ สอบอารมณ์ โดยพระวิปัสสนาจารย์ กิจกรรมอาชวี ะบาบัด บาบัดด้วยการฝึกอาชีพ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของฐานเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียง โดยให้รบั ผิดชอบพน้ื ที่ ๑ งาน ปลกู พชื ผักสวนครัว ได้อยู่ ได้กิน ไดข้ าย เร่มิ เมอ่ื ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ เมื่อกลับบ้านก็มีอาชีพ มีรายได้ มกี ารประสานสถาบนั พัฒนาฝีมือแรงงานภาค ๗ อุบลราชธานี ให้การอบรมฝึกอาชีพตามความถนัดแก่ผู้เข้าบาบัดฟื้นฟู มีการประสานพ่อแม่หรือญาติ เข้าร่วมกิจกรรมครอบครัว เดือนละ ๑ คร้ัง เพื่อปรับทัศนคติที่ดีต่อกัน นั่นคือกิจกรรม ครอบครัวบาบัด ชวี ติ คนในหมู่บ้านชมุ ชนในระดับอาเภอ เพื่อพัฒนาพ้ืนท่ี พัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐาน สร้างบ้านพอเพียง มกี ารขยายผลต่อยอดกจิ กรรมบาบัด ๑ งาน บ้าน ๑ หลัง โดยให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยท่านนายอาเภอ เข่ืองในได้ใช้กจิ กรรมนแ้ี ก้ปญั หาความยากจนในเน้อื ที่ ๒ งาน โดยใช้แนวคิดศนู ยเ์ รียนรเู้ ศรษฐกิจพอเพียงชุมชน ป่าดงใหญ่วังอ้อ มีการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในด้านพันธ์ุพืช พันธ์ุสัตว์ การปรบั พนื้ ท่ี จดั ระบบน้า ผลผลิตท่ไี ด้สร้างเนื้อสร้างตัว พอกิน พออยู่ พอใช้ พ่อร่มเย็น เป็นการก่อร่างสร้างตัว ของกลุ่มเป้าหมาย มีการถ่ายทอดประสบการณ์ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงแก่ผู้บริหาร อบต.ที่จังหวัด อุบลราชธานี จานวน ๑,๕๐๐ คน หลังจากนั้นท่านนายอาเภอเข่ืองในเห็นว่าเป็นโครงการท่ีดี ได้ขยายผลไปยัง ๑๘ อบต. ๑ เทศบาล ของอาเภอเขื่องในในการขับเคล่ือนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ให้เข้าไปเรียนรู้หลัก กสิกรรรมธรรมชาติที่ศูนย์ฯ แล้วนาองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนเอง ก่อให้เกิดกิจกรรมประกวด หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบข้ึน ให้บริการความรู้ มีการเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงแก่บุคคลท่ัวไป ท้ังชาวไทยและชาวต่างประเทศมีการจัดทาฐานการเรียนรู้ ฐานเรียนรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรม และฐานเรียนรู้ ด้านเศรษฐกิจพอเพียง คือ พอกิน พออยู่ พอใช้ พอร่มเย็น เกิดขึ้น รวมท้ังการบริหารจัดการป่าชุมชนให้เป็น ซุปเปอร์มาร์เก็ต ผลทไี่ ด้รบั จากการดาเนินงาน ๑) มศี นู ยเ์ รยี นรเู้ ศรษฐกจิ พอเพียงขนาดเลก็ ๒) เกดิ หมู่บา้ นตน้ แบบเศรษฐกจิ พอเพียง ๑๘ ตาบล ๆ ละ ๑ หมู่บา้ น ๓) คนในชมุ ชนอาเภอเขอื่ งใน มคี ณุ ภาพชวี ิตทด่ี ี ตามหลัก ๔พ
๗๓ การใช้หลักบวร ในการป้องกันแก้ปัญหาและการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนในหมู่บ้าน ชุมชน ในระดับจังหวัดอุบลราชธานี ปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ระยะที่ ๒ จานวน ๖๐ หมู่บ้าน ครองคลุม ๒๕ อาเภอในจังหวัด อุบลราชธานี โดยใชส้ าสตร์พระราชา ๙ มรรควิธี เร่ิมจาก มรรควธิ ี ๑ การเพาะเมลด็ การปลูกความดี ความพอเพียงในใจคน มรรควธิ ี ๒ การถนอมราก รากเก่า คือพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ซ่ึงเป็นภูมิปัญญา รากใหม่ คอื เยาวชนผู้สบื ทอดภมู ิปัญญา รากเกา่ ก็ถูกถนอมไว้ รากใหมก่ จ็ ะเจริญงอกงามขึน้ มา มรรควธิ ี ๓ การปกั ก่งิ หมายถงึ การยกยอ่ งคนดี มรรควิธี ๔ การเสียบสอด หมายถึง ต้นตอที่เราทาอยู่มีปัญหา ก็สามารถเอาพันธุ์อ่ืน มาต่อยอดได้ มรรควิธี ๕ การตอ่ ตา หมายถงึ การนาเทคโนโลยีต่าง ๆ มาประยกุ ต์ใช้ มรรควิธี ๖ ทาบกงิ่ หมายถึง การเชือ่ มร้อย ขยายผลกับภาคตี า่ ง ๆ มรรควธิ ี ๗ ตอนก่ิงให้ออกราก หมายถึง กลมุ่ ไหนท่ีเจริญเติบโตไดก้ จ็ ะเขา้ ไปส่งเสรมิ มรรควิธี ๘ การรมควนั หมายถงึ การฝึกอบรม การทาใหด้ ู มรรควิธี ๙ ชีวนสู งเคราะห์ หมายถึง การประชาสัมพันธ์ บรบิ ทถนนสำยวฒั นธรรม ใช้เส้นทางพระสงฆ์ สามเณร บิณฑบาตร หรือถนนภายในวัด หรือถนนภายในโรงเรียน หรือถนนภายในโคก หนอง นา ในการสร้างวัฒนธรรมด้านจิตใจ ประโยชน์คือทาให้ประชาชนพลเมือง สร้างชาติ สร้างประโยชน์ - สร้างชาติ เร่ิมท่ีการสรา้ งคน - การสร้างคน เรมิ่ ท่ีการสร้างจิต - การสรา้ งจติ เรมิ่ ชวี ิตมธี รรม ถ้าจิตใจของประชาชน คนในชาตมิ ีธรรม มคี ุณงามความดที งั้ ปวง หรอื มีคติธรรมก็จะสร้างชาติ สร้างประโยชน์ วฒั นธรรมด้านส่ังคม อารมณ์ ทาให้ประชาชนพลเมอื งมีสวัสดิภาพ สง่าราศี เช่น การมีกฎระเบียบ แบบแผน (ครองสิบสี่) มีขนบธรรมเนยี ม มจี ารีตประเพณี (ประเพณี ๑๒ เดือน) มกี ารผูกมติ รไมตรี มีมารยาท วฒั นธรรมระเบียบแบบแผนในกำรใส่บำตรหรือตักบำตร ๑) เวลาพระบิณฑบาตรอยา่ ใหเ้ พ่ินคอย (ไมใ่ ห้รอนาน) ๒) เวลาใส่บาตร บ่เหยียบเงาภิกษเุ จ้าคนมีศลี (ยืนหรอื นงั่ ให้ถอื ตามบรบิ ทของสังคม) ๓) เวลาใสบ่ าตรแต่งกายสุภาพ แลว้ แตบ่ ริบทของชมุ ชน ๔) เวลาใสบ่ าตรบส่ วมรองเทา้ ๕) เวลาใสบ่ าตรบ่เอาอาหารอันเปน็ เดนหรอื อาหารบูดเน่าไปใส่บาตร
๗๔ ๖) เวลาใส่บาตรบ่เอาอาหารมังสะ ๑๐ อย่างไปใส่บาตร คือ เนื้อมนุษย์ เน้ือช้าง เน้ือม้า เนื้อสุนัข เน้อื ราชสีห์ เนอ้ื งู เน้ือหมี เนื้อเสือโครง่ เนื้อเสือดาว เนือ้ เสือเหลอื ง เปน็ ตน้ ๗) เวลาใส่บาตร นิยมใหแ้ บมอื ในบาตร เปน็ สญั ลกั ษณ์ของกาย ๘) เวลาใส่บาตรอย่าถามพระหรอื ชวนพระเพ่นิ เวา้ จา ๙) เวลาใส่บาตร อย่าหน้าบูด หน้าบ้งึ ใหย้ ิม้ แย้มแจม่ ใส ใจเปน็ สขุ ดว้ ยศีล ทาน ภาวนา ขัน้ ตอนกำรดำเนินงำนถนนสำยวัฒนธรรม ๑) ประชุมสร้างความเข้าใจ สร้างแรง บันดาลใจระหว่าง บ้าน วัด โรงเรียนหรือราชการ (บวร) ใหร้ ่วมคิด รว่ มทา ร่วมพัฒนา ร่วมอนโุ มทนา ๒) พัฒนาถนนสายวฒั นธรรมที่กาหนด ทาความสะอาด ประดับธงชาติ ธรรมจกั ร ธงทิว ปลูกพืชผัก สวนครวั ไม้ดอกไม้ประดับ ติดคติธรรม ข้อคิด คาคม ผยา ทเี่ ก่ียวกบั บญุ บาปและข้อปฏิบตั ิ หรือวัฒนธรรมการทาบุญ ตกั บาตร ๓) เปิดถนนสายวฒั นธรรมเปน็ บญุ บารมี ๔) บรู ณาการ นาข้าวกน้ บาตร ขนม นม อาหารแห้ง ส่ิงของไปมอบให้กลุ่มเป้าหมายในชุมชน เช่น เดก็ เลก็ ผ้สู งู อายุ ผู้ปว่ ยติดบ้าน ตดิ เตยี ง ผปู้ ระสบภัยน้าทว่ ม ไฟไหม้ ผู้ถกู กกั ตวั ผู้พกิ าร กลุ่มเปราะบาง ถนนสำยวฒั นธรรม ใครเปน็ คนทา มาใครมาร่วมทา ทาแบบบูรณาการทาอยา่ งไร ทาแลว้ เกิดประโยชนอ์ ะไร ๑) ครอบครัวคุณธรรมทรงประสิทธิผล พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ท่ีติดกับถนนสายวัฒนธรรม ทั้งสองฝั่ง ทาความสะอาดหน้าบ้าน บริเวณถนน รวมท้ังปลูกไม้ดอกไม้ประดับหน้าบ้าน จัดเตรียมวัตถุทาน ฝกึ ใหล้ ูกหลานทาบุญตักบาตร ใหม่ๆให้พาทา ต้อไปให้หนุนเสริม ทาดีให้ลูกดู ทาถูกให้ลูกหลานเห็น เป็นร่มโพธิ์ รม่ ไทรให้ลกู หลานได้พ่ึงเยน็ ๒) ครูปชู นียบคุ คล ผู้บริหารนาครู อาจารย์ นักเรยี น รว่ มทาความสะอาด ปลูกพืชผักสวนครัว ฝึกนักเรยี นเกร่ินนาเปน็ พธิ ีกรนอ้ ยคอยบอกบุญ นาไหว้พระอาราธนาศีล กล่าวถวายสังฆทานสามัญ แผ่เมตตา
๗๕ กล่าวคาลาวดั นาขา้ วก้นบาตรมอบให้เด็กเล็ก นักเรียน และสนับสนุนให้ครูอาจารย์ ช่วยทาจดหมายข่าว E-book ประชาสมั พันธ์ภารกิจแหง่ บุญ ๓) เดก็ เยาวชน ท่เี ป็นคนดี มีจติ อาสา ช่วยกันทาความสะอาด นาไม้ดอกไม้ประดับ พืชผักสวนครัว สมุนไพร มาปลูกตามเส้นทางถนนสายวัฒนธรรม เขียนคติธรรม คากลอน ข้อคิด คาคม ติดตามข้างถนน รว่ มทาบญุ ตักบาตรเปน็ พธิ ีกรการนอ้ ยคอยบอกบุญ ประชาสมั พันธ์สรา้ งการรับร้ทู างเฟสบุ๊ค ทางไลน์ ๔) พระสงฆน์ ักพฒั นา จา่ ยอนุเคราะห์รับบิณฑบาตรให้ศีลให้พร ในวันท่ีชุมชนร่วมกันกาหนด ทาบุญตักบาตร รวมท้ังช่วยรณรงค์ประชาสัมพันธ์ สนับสนุนส่ิงของที่ใช้ในถนนสายวัฒนธรรม นาชุมชนเข้าถึง ทาน ศลี ภาวนา ละชัว่ ทาความดี ทาจติ ใจให้ผ่องใส การท่พี ระสงฆ์ลงพืน้ ทน่ี ้นั สอดคล้องสนองงานของมหาเถรสมาคม ๖ ดา้ น คอื ดา้ นการปกครอง ด้านการศึกษา ดา้ นการเผยแผ่ ด้านสาธารณูปการ ด้านการศึกษาสงเคราะห์ ด้านสาธารณสงเคราะห์ และเดิน อย่ใู นธงอรหันต์ คือ พระธรรมวินัย และสนองงานการคณะสงฆ์ ๖ ดา้ น ไปสอดคล้องสนองงานหน่วยอบรมประชาชนประจาตาบล (อ.ป.ต.) นาผลที่เกิดขึ้นจาก การจดั กิจกรรมรายงานตอ่ จงั หวัด สอดคลอ้ งสนองงานดา้ นการสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ ด้วยหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา หมบู่ ้านรกั ษาศีล ๕ ๕) ประชาชนท่ีเป็นต้นแบบความดี ช่วยกันทาความสะอาด นาไม้ดอกไม้ประดับ พืชผักสวนครัว สมุนไพรมาปลูกอานวยความสะดวกในการจัดกิจกรรม เตรียมวัสดุอุปกรณ์สาหรับพัฒนาเป็นเจ้าภาพหลัก จดั หาอาหาร นา้ ดื่มไว้บรกิ ารพ่ีน้องในตาบลทีม่ าชว่ ย ๖) ผ้นู าชุมชน รณรงค์ ประชาสัมพันธ์ อานวยความสะดวก และทาบุญตักบาตรเป็นแบบอย่าง สร้างคนบญุ ให้มีคนบญุ เกดิ ขนึ้ มาก เป็นยทุ ธศาสตรใ์ นการพฒั นาหมู่บา้ น/ชุมชน เหตุนี้จงึ มีประเพณี ๑๒ เดือน ๖ องค์กร ภาคี ท่มี คี วามโดดเดน่ ด้านบรู ณาการ ๖.๑)กานนั ผู้ใหญบ่ ้าน ผชู้ ว่ ยผ้ใู หญบ่ า้ น แพทย์ สารวตั รกานัน ในตาบล ชว่ ยกันทาความสะอาด นาไม้ดอกไม้ประดับ พืชผักสวนครัว สมุนไพรมาปลูกอานวยความสะดวกในการจัดกิจกรรมและร่วมกิจกรรม ตาบลบรู ณาการ บาบัดทุกข์ บารงุ สุข ของประชาชน ๖.๒)องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาล องค์กร ภาคี ที่มีความโดดเด่นด้านบูรณาการ กลมุ่ กองงานการศกึ ษาศาสนา และวัฒนธรรม จดั หาธงชาติ ธงธรรมจักร ธงทิว ไม้กวาด ท่อ ปลูกต้นไม้ ป้ายคติธรรม คากลอน ป้ายไวนิลในวันเปิดกิจกรรม นาคณะผู้บริหาร สมาชิก ร่วมทาบุญตักบาตร นาโครงการ กิจกรรมเข้า บรรจใุ นแผนงาน อบต. เพอ่ื ขับเคลอื่ นในระดับตาบล มีการประสาน อปพร. ในหมู่บ้าน ตาบล มาช่วยถือถุงรับ ของทล่ี น้ บาตร จัดแบ่ง แยกช้นั บรรจุถงุ เพ่อื มอบใหค้ นในชมุ ชน ๖.๓)โรงพยาบาลส่งเสริมสขุ ภาพตาบล องคก์ ร ภาคี ที่มีความโดดเด่นด้านบูรณาการ นา อสม. มาช่วยคัดกรองผู้มาร่วมงาน ช่วยทาความสะอาด ช่วยรณรงค์เร่ืองอาหารปลอดภัย (ป้องกันโรคต้นทาง) ช่วยรณรงค์โครงการหน้าบ้านสวย หลังบ้านสวน นาข้อมูลผู้ท่ีควรได้รับความช่วยเหลือมาพิจารณาร่วมกันกับ
๗๖ กลุ่มเป้าหมายของชุมชน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หลังนาสิ่ง ของไปมอบให้กลมุ่ เป้าหมาย นานมจดื ไปให้หญิงต้ังครรภ์ในตาบล มหัศจรรย์ ๑,๐๐๐ วัน ร่วมเยี่ยมยามถามข่าว ร่วมกันดูแลสุขภาพคนในชุมชน (Long - term cave) ซึ่งเป็นกิจกรรมท่ีสอดคล้องสนองงานระบบสุขภาพ กระทรวงสาธารณสขุ ทีม่ งุ่ พัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิ ยกระดับระบบสุขภาพปฐมภูมิ และ อสม. คนไทยทุกคน ตอ้ งมีหมอประจาตวั ๓ คน ดูแลสขุ ภาพองค์รวม ทั้งรา่ งกาย จติ ใจ สังคม ๖.๔)สานักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด พัฒนาการอาเภอ พัฒนากรผู้ประสานงานตาบล องค์กร ภาคี ที่มีความโดดเด่นด้านบูรณาการ กลุ่มส่งเสริมนาเมล็ดพันธ์ุ ต้นพันธุ์ พืช ผัก สมุนไพร มามอบให้พ่ีน้อง ชุมชน ปลูก นาข้อมูลผู้ท่ีควรได้รับการช่วยเหลือมาพิจารณาร่วมกันกับกลุ่มเป้าหมายของชุมชน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แล้วนาส่ิงของไปมอบให้กลุ่มเป้าหมาย ซ่ึงไปสอดคล้องสนองงานด้านการน้อมนาพระราชดาริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเ ด็จพระเทพ รตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี สร้างความม่ันคงทางอาหารสู่แผนปฏิบัติการ ๙๐ วัน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และยังไปสอดคล้องสนองงานโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลกั ทฤษฎใี หม่ ประยุกตส์ ู่ “โคก หนอง นา โมเดล” กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ให้คนในชุมชน นาผลผลติ หรอื ผลิตภณั ฑ์ จากโคก หนอง นา มาจาหน่ายเพม่ิ รายได้ในวนั จัดกิจกรรม สอดคล้องงานด้านการขจัด ความยากจนพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กระทรวงมหาดไทย สอดคล้อง สนองงานโครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง (SEDZ) ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่ สอดคล้องสนองานศูนย์ ผู้นาจิตอาสาพฒั นาชุมชน กรมการพัฒนาชมุ ชน กระทรวงมหาดไทย อกี ส่วนหนึง่ เป็นการส่งเสริมการนุ่งผ้าไทย ใสบ่ าตร เป็นการส่งเสริมผลติ ภณั ฑส์ ินค้า OTOP ๖.๕)เกษตรอาเภอ เกษตรตาบล องค์กร ภาคี ที่มีความโดดเด่นด้านบูรณาการ เมล็ดพันธ์ุ ต้นพันธ์ุ พชื ผัก สมนุ ไพร มามอบใหพ้ ีน่ อ้ ง ชมุ ชน เพ่อื นาไปปลกู ในครวั เรือน ในวัด สนับสนุนการตั้งกลุ่มอาชีพ การจดทะเบยี นวิสาหกจิ ชุมชน การเชญิ เจ้าของศนู ยป์ ราชญม์ าให้ความรแู้ กค่ นในชมุ ชน ๖.๖)พมจ. อพม. องค์กร ภาคี ที่มีความโดดเด่นด้านบูรณาการ สนับสนุนให้อพม.ร่วมกับ ชุมชนชว่ ยเหลือผูย้ ากไร้ สรา้ งบา้ นใหผ้ ยู้ ากจน นาสิง่ ของขา้ วกน้ บาตรช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ซึ่งไปสอดคล้อง สนองงานการขับเคล่ือนและบูรณาการนโยบายและยุทธศาสตร์ในการพัฒนาสังคมเพ่ือให้ประชาชนมีคุณภาพ ชีวิตท่ีดีอย่างท่ัวถึงเท่าเทียมกันและเป็นธรรม และการส่งเสริมสนับสนุนการบริหารงานด้านการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ในระดับพ้ืนท่ีแบบบูรณาการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมนั่ คงของมนุษย์ ๖.๗)วฒั นธรรมจงั หวัดอุบลราชธานี และสภาวัฒนธรรมอาเภอ องค์กร ภาคี ที่มีความโดดเด่น ด้านบูรณาการ สารวจเส้นทางวฒั นธรรม ปักหมุด หาจุด เช็คอิน แหล่งอาหาร กิน อยู่ ดู ฟัง ประชาสัมพันธ์งาน พลัง บวร ชุมชน คุณธรรม ลานธรรม ลานวถิ ไี ทย บทบาทของวฒั นธรรมสามารถต่อยอดได้ เชน่ เร่ืองการดู การฟงั การดู มีเวทีการละเล่นพ้ืนบ้าน หมอลาพ้ืนบ้าน ลิเกพ้ืนบ้าน ลาล่อง ลาหมู่ ลาเรื่อง เชิญศิลปิน นักร้องทอ้ งถ่ินมาแสดงการฟัง มเี วทเี พลงพนื้ บา้ น กลองยาว พณิ แคน โหวต ขลุย่
๗๗ ถนนสายวัฒนธรรมไม่ใช่เฉพาะการทาบุญตักบาตร แต่หมายรวมถึง การรวบรวมศิลปวัฒนธรรม ของชุมชน และยังไปสอดคล้องสนองงานด้านรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเมืองรอง ถนนสายธรรม สายทาน สายเทียน และยังเป็นการเพิ่มรายได้จากการจาหน่ายผลผลิต ผลิตภัณฑ์สิ่งของ เครื่องใช้ อาหาร และยาสมนุ ไพร จากตัวไรป่ ลายนา และโคก หนอง นา ประโยชน์ท่เี กดิ ข้ึนจำกกจิ กรรมถนนสำยวฒั นธรรม ด้ำนกำยภำพ ๑) ถนนสายวฒั นธรรม สะอาด สวยงาม สร้างสรรค์ ปลอดภัย ๒) เดก็ เยาวชน คนในชมุ ชน แต่งกายสุภาพ มีอตั ลกั ษณเ์ ฉพาะชุมชน มีระเบยี บวนิ ัย ด้ำนสังคม ครอบครัว/ครู นักเรียน/เด็ก/ เยาวชน/พระสงฆ์/ประชาชน/๗ ภาคี/บทบาทและทางาน แบบบรู ณาการ ด้ำนสติปัญญำ ส อ ง ฝ่ั ง ถ น น ส า ย วั ฒ น ธ ร ร ม มีบอร์ดนิทรรศการ ให้ความรู้เก่ียวกับวัฒนธรรม มีคติธรรม คากลอน ข้อคิด คาคม ระเบียบวิธีปฏิบัติให้ คนในชมุ ชนไดศ้ กึ ษาเรยี นรู้ ปฏบิ ตั จิ ริง ทาใหเ้ กิดปญั ญา ด้ำนจติ วญิ ญำณ เดก็ เยาวชน คนในหมูบ่ า้ น ชมุ ชน เขา้ ถงึ ทาน ศีล ภาวนา และเข้าถึงคุณธรรมจริยธรรม อยา่ งเปน็ รูปธรรม ดังนี้ ๑) คุณธรรม ด้านความมีจิตอาสา พระ ครู คลัง ช่าง หมอพ่อ แม่ ลูก และคนในชุมชน ชว่ ยกนั พฒั นาถนนสายวฒั นธรรม ๒) คุณธรรมด้านความมีระเบยี บวินัย ในกจิ กรรมถนนสายวฒั นธรรม ๓) คุณธรรมดา้ นการซ่อื สตั ย์ สุจริต ในกจิ กรรมถนนสายวัฒนธรรม ๔) คุณธรรมดา้ นความกตัญญูในกิจกรรมถนนสายวฒั นธรรม ๕) คุณธรรมด้านความสามคั คี ๖) คณุ ธรรมดา้ นความมนี ้าใจและการสงเคราะห์ ๗) คณุ ธรรมด้านไตรสิกขา คือ ศลี สมาธิ ปัญญา ๘) ถนนสายวฒั นธรรม นาสู่ ทาน ศลี ภาวนา ๙) มีกองทุนพัฒนาถนนสายวฒั นธรรม โดยมกี รรมการจาก บ้าน วดั โรงเรยี น ๑๐) ด้านความพอเพียง ๑๑) เพม่ิ รายไดใ้ ห้คนในชุมชน กลุ่มร้านคา้ ในชุมชนขายอาหาร ขนม น้าด่มื
๗๘ ข้ำวกน้ บำตร พัฒนำคน พฒั นำสติ ถนนสายวัฒนธรรม เป็นกจิ กรรมที่บรู ณาการระหว่างบ้าน วัด โรงเรียน ราชการ จากงานมาก กจ็ ะเป็นงานน้อย จากงานหนักกจ็ ะเป็นงานเบา นีค่ อื การบาบัดทุกข์ บารุงสุข ของจังหวัด อาเภอ และหมู่บ้าน นีค่ อื กจิ กรรม Click Win กจิ กรรมท่ี 1 Click Win กิจกรรมที่ 2 คือ ๑) คลังยาและอาหารชุมชนอุบลราชธานี เร่ิมตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๔ - ปัจจุบัน เป็นพ้ืนที่ ซปุ เปอร์มาร์เกต็ ทางธรรมชาติจากพ้นื ท่ี ๑,๘๑๐ ไร่ สิ่งแรกที่ทาในตอนมาจาพรรษา คือ การปลูกคุณธรรมในใจคน ปลกุ ปา่ ในใจคน ปลุกป่าโดยไมต่ ้องปลูก วนั นชี้ มุ ชนมีป่าเป็นซปุ เปอรม์ ารเ์ กต็ ทางธรรมชาติ ประโยชน์ ใหอ้ าหาร ให้อากาศ ให้อาวาส ใหอ้ ารมณ์ และใหบ้ รมธรรม ทาให้ชุมชนมคี วามม่ันคงทางยาและอาหาร มรี ายได้จากยา จากอาหาร และการทอ่ งเทย่ี ว ๒) คลงั ยาและอาหารชุมชนในวัด ปี พ.ศ. ๒๕๕๖ – ๒๕๖๕ จานวน ๔๐ ไร่ ณ ศูนย์พุทธธรรม สมเดจ็ พระมหาธีราจารย์ ป่าดงใหญ่วังอ้อ เสน้ ทางปา่ ใตด้ นิ ขิง ขา่ กระชาย สมนุ ไพรใกลต้ วั เผือก มัน กอย มีการขยายผลศนู ยเ์ รยี นรปู้ ระจาจังหวดั สานขา่ ยขยายผลไปยังวัดป่าศรีแสงธรรม วัดภูอานนท์ ศนู ยพ์ อเพยี งตามรอยพอ่ ดอนหมู ตระการพืชผลและสว่างวีระวงศ์ ซ่ึงในแต่ละพ้ืนท่ีก็จะมีฐานเรียนรู้คนรักษ์แม่ธรณี ฐานเรยี นรคู้ นรกั ษ์นา้ ฐานเรยี นรู้คนรักษป์ ่า ฐานเรียนรู้คนรักษ์แม่โพสพ ฐานเรียนรู้คนรักษ์สุขภาพ ฐานเรียนรู้ คนมีนา้ ยา ฐานเรียนรู้คนเอาถา่ น ฐานเรยี นรคู้ นมีไฟ ฐานเรยี นร้คู นติดดิน ฐานเรยี นรโู้ คก หนอง นา ๓) คลังยาและอาหารชุมชนอุบลราชธานี มีมรดกโยมแม่ ๖ ไร่ ที่บ้านวังอ้อ ตาบลหัวดอน อาเภอเข่ืองใน จังหวัดอุบลราชธานี ปี พ.ศ. ๒๕๕๖ - ปัจจุบัน มีการบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเปน็ สถานทด่ี ูงานของบุคคลทวั่ ไป
๗๙ ๔) คลงั ยาและอาหารชมุ ชนอุบลราชธานี ทแ่ี ลกเปลีย่ น ๑ ไร่ ปี พ.ศ. ๒๕๖๔ - ปัจจบุ นั ๕) ชาววัง คลังยาและอาหารชุมชนอุบลราชธานี ใช้พื้นที่สาธารณะวังอ้อ จานวน ๒๕ ไร่ ปี พ.ศ. ๒๕๖๔ - ปจั จบุ ัน โดยความร่วมมอื ของบวรและภาคเี ครือขา่ ย ๖) คลังยาและอาหารชุมชนอุบลราชธานี โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ทาแปลงสมุนไพรเพิ่มที่ ศูนยพ์ ทุ ธธรรมสมเดจ็ พระมหาธรี าจารย์ ปา่ ดงใหญว่ ังอ้อ จานวน ๔ ไร่ เปิดเม่ือวันที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๕ เปน็ บ้านการเรยี นรดู้ ้านสมนุ ไพร เช่น แปลงสมุนไพร ๘ด. ประเภท ดู เด็ด ดม ดดู ดม่ื แดก โดป เดต - ย่งิ ใหย้ ง่ิ ได้มา - ช่วงโควิดระบาด กจ็ ะนาอาหารไปเปดิ โรงทาน รวมยง้ั ยาสมนุ ไพร - มศี นู ย์เรียนรู้ มีผลงานเดน่ เหน็ ประจักษ์ชัดเจน - มธี นาคารขา้ ว - นี่คอื การพง่ึ พากันในยามเกดิ ภยั พิบัติ - หน่ึงตาบล หนึ่งคลังยาและอาหาร มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ บทบาทในการเกื้อหนุนระหว่างวัดและชุมชนให้ มคี วามสขุ อย่างยัง่ ยืนระหว่างฝ่ายสาธารณะสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม กระทรวงมหาดไทย และสถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุรทหารลาดกระบัง ณ พระอุโบสถ วัดพระเชตุพลวิมลมังคลาราม ราชวรวิหาร ในวันที่ ๒๔ กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕ และได้นาเรื่องดังกล่าวเข้ากราบเรียนพระเทพวราจารย์ เจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี เพ่ือขอคาแนะนาการขับเคล่ือนกิจกรรม ซ่ึงต่อมาเม่ือวันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ พระเทพวราจารย์ เจ้าคณะจังหวดั อบุ ลราชธานี และท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ได้จัดประชุม สรา้ งความเขา้ ใจแกค่ ณะสงฆ์ และหน่วยงานราชการเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจ MOU ซ่ึงผู้ว่าราชการจังหวัด อุบลราชธานี ก็ได้เล่าภารกิจของกระทรวงมหาดไทย ว่ามีภารกิจอะไรบ้าง ขณะเดียวกัน ก็ได้เชิญนายอาเภอ และหัวหน้าส่วนราชการของจังหวัดเข้ามารับทราบภารกิจ ๖ ด้านของคณะสงฆ์มีอะไรบ้าง เพื่อให้รู้เขารู้เรา เพื่อหารือถอดบทเรียนว่างานของคณะสงฆ์ที่ดาเนินการอยู่น้ันสอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงานใดบ้าง จะสามารถบรู ณาการงาน งบ คน ได้หรือไม่ ต่อมาเม่ือวันท่ี ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๕ คณะทางานประชุมย่อย ณ ศาลากลางจังหวัด อบุ ลราชธานี เพื่อออกแบบแนวทางการขบั เคล่ือนภารกจิ MOU
๘๐ อนั ดบั แรก คอื การจดั ทาคมู่ ือการดาเนินงาน “การขับเคลื่อนบทบาทการเก้ือหนุนวัดและชุมชนให้มี ความสุขอยา่ งยัง่ ยืน” มกี ารสร้างครู ก. ครู ข. มีการสร้างความรู้ความเข้าใจในแต่อาเภอ โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัด รับผิดชอบโซนอาเภอเข้าไปหารือกับท่านเจ้าคณะอาเภอ หลังจากนั้นมีการกาหนดแผน โครงการ กิจกรรมข้ึน ในคู่มือ ซึ่งท่านผวู้ ่าราชการจงั หวัดอุบลราชธานี ได้ยก ๓ กจิ กรรมหลกั เปน็ กจิ กรรม Click Win ประกอบด้วย กิจกรรมท่ี ๑ ถนนสายวฒั นธรรมนาสู่ ทาน ศลี ภาวนาและสงเคราะห์ กจิ กรรมที่ ๒ คลังยาและอาหารชุมชน กิจกรรมที่ ๓ พลังบวร จติ อาสาพัฒนาวดั และชุมชน น่ีคือ การบูรณาการงานทุกภาคส่วนที่ใช้หลักบวร บ้าน วัด โรงเรียน หรือราชการ ซึ่งสามารถทาได้ เป็นการบาบัดทุกข์ บารุงสุข ให้กับพ่ีน้องประชาชน แก่ทั้งนี้ท้ังนั้นต้องอยู่ภายใต้ความจริงจัง จริงใจต่อกัน ซ่ึงถือเป็นส่ิงที่สาคัญ และท่ีจะขาดไม่ได้ในการขับเคลื่อนงานบูรณาการไปได้ คือ งานจิตอาสา ไม่ว่าจะเป็นจิตอาสา ที่จัดตั้งขึ้น เช่น จิตอาสาพระราชทาน ๙๐๔ และจิตอาสาที่รวมกลุ่มกันร่วมด้วยกัน ส่งผลให้งานกิจกรรม ของจังหวัดอุบลราชธานีขับเคลือ่ นไปด้วยดี Click Win กิจกรรมท่ี ๓ พลังบวรจติ อำสำพฒั นำวัดและชุมชน เปน็ จังหวัดบรู ณาการบาบดั ทกุ ข์ บารุงสุขให้กับพ่ีน้องประชาชน คือ การบูรณาการขับเคล่ือน การแก้ไขปัญหาความยากจน พฒั นาคนทกุ ชว่ งวัยใหม้ ีความสขุ อย่างยั่งยืนในหมู่บ้าน ชุมชน และการขับเคลื่อน เขตพัฒนาเศรษฐกจิ พอเพียง (SEDZ) ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่ในพื้นทจี่ ังหวัดอุบลราชธานี วัดมีความสาคัญ เป็นที่พึ่งของคนในชุมชนต้ังแต่เกิดจนถึงตาย เป็นเหมือนโรงพยาบาลรักษา โรคทางใจ ยกตัวอย่าง ๑) เกิดขอให้ต้งั ช่ือท่เี ปน็ มงคล ๒) ขลบิ ผม โกนผม ตดั จุก ๓) เป็นโรงเรียน โรงธรรม สานกั เรยี น สานกั ปฏบิ ัติธรรม ๔) บวชเณร บวชพระ ทอดกฐิน ผา้ ป่า สังฆทาน ๕) แต่งงาน รดนา้ ให้พร ๖) สวดสะเดาะเคราะหต์ ่อชะตา สวดค้าโพธิ์ ค้าไฮ
๘๑ ๗) สวดมาติกา บงั สุกุล ทาบุญอทุ ิศ เปน็ ท่ีเก็บอฐั ิ วัด คือ แหล่งรว่ มประสานสมานมติ ร วัด คือ แหลง่ รว่ มกจิ ผลิตกศุ ล วัด คอื แหลง่ ศึกษาประชาชน ควรทุกคนร่วมมนสั พฒั นา ขั้นเตรียมกำร ๑) สารวจตรวจเย่ยี มวัดในพนื้ ที่จังหวดั อุบลราชธานี (เจา้ คณะจังหวัดอบุ ลราชธาน)ี ๒) คัดเลือกวัดเข้าร่วมโครงการ โดยเจ้าคณะจังหวดั อุบลราชธานี ผลทไ่ี ดจ้ ากการเรียนรตู้ ัวอยา่ งความสาเร็จการขับเคลอื่ นงาน \"บาบัดทกุ ข์ บารงุ สุข\" แบบบรู ณาการ ในบทบาทของคณะสงฆ์ฝา่ ยสาธารณะสงเคราะห์ พ้ืนที่จังหวัดอุบลราชธานี ดังนี้ บนั ได ๙ ขัน้ สคู่ วำมสำเร็จ “เกษมสนั ตป์ ระสบสิ่งเสมอใจ” ประกอบดว้ ย ๑) สารวจทุนในพน้ื ท่ี ๒) จบั มือกนั ให้ดี ๓) สรา้ งค่มู ือนาวิถี ๔) รวบรวมรพ้ี ล ๕) ฝึกฝนกาลังหลกั ๖) ใชศ้ าสตร์การเปลีย่ นแปลง ๗) รว่ มแรงกันทุกภาคส่วน ๘) จัดกระบวนทศั นใ์ หม้ ัน่ คง ๙) ยนื ตรงในธงอรหันต์ ประโยชน์ทไ่ี ดร้ บั จำกกำรจัดตง้ั ศูนยพ์ ุทธธรรมสมเด็จพระมหำธีรำจำรย์ ปำ่ ดงใหญ่วงั ออ้ ๑) มีศูนยฝ์ ึกอบรม ๒) เด็กเยาวชนเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ เป็นศิษย์ท่ีดีของครูบาอาจารย์ เป็นเพ่ือนที่ดีของเพ่ือน เป็นพลเมืองที่ดีของชาติ เป็นศาสนิกที่ดีของศาสนา และเป็นเยาวชนจิตอาสาผู้นาการเปล่ียนแปลงชุมชน และสังคมไทย ๓) ไดค้ นดี EM คนดมี ีกาลงั ใจ ไดเ้ หน็ คุณค่าความดี ๔) เด็ก เยาวชน มีทักษะในการตัดสนิ ใจในทางทดี่ ี ๕) ผู้ผา่ นการบาบดั ฟน้ื ฟจู ติ ใจ เปน็ คนดีของสงั คม
๘๒ บทที่ ๑๑ ฝึกปฏบิ ตั กิ ำร “จติ อำสำภัยพบิ ัติ หำอยู่ หำกิน” โดย ทมี วทิ ยำกร ศพช.พิษณุโลก กิจกรรม ฝกึ ปฏิบตั ิการ “จติ อาสาภัยพบิ ัติ หาอยู่ หากนิ ” เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเข้าใจการพ่ึงตนเอง และการใช้ทรัพยากรท่ีมีอยู่ในภาวะวิกฤติ/การประสบภัยพิบัติอย่างจากัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดารงชีวิต และร้จู ักการวางแผนการทางานเป็นทีม ได้ฝึกวินัยและคุณธรรม เสริมสร้างปฏิสัมพันธ์กันภายในกลุ่ม / วิทยากร ชี้แจง กฎ กตกิ า พรอ้ มอธบิ ายแผนผังในการหาวัตถุดิบ สถานท่ีเก็บวัตถุดิบและมอบอุปกรณ์ดักจับสัตว์ ช้ีแจงเกณฑ์ การให้คะแนนในการประกวดเมนูอาหาร และชี้แจงระยะเวลาประกอบอาหารให้เสร็จภายใน ๒ ช่ัวโมง พร้อมมอบ เชื้อเพลิงในการจุดไฟให้กับทุกกลุ่ม / กิจกรรมร้องราทาเพลงเพื่อแลกวัตถุดิบประกอบอาหาร หรือการแสดง ความสามารถอื่น ๆ ท่ีนอกเหนือจากน้ัน (กุศโลบาย : มีเงินก็ซื้อไม่ได้ ต้องนาความสามารถมาแลกเพื่อให้มา ซึ่งของที่เราต้องการ) / เลือกตัวแทนกลุ่มละ ๑ คน เป็นกรรมการตรวจให้คะแนนอาหารร่วมกับวิทยากรกลุ่ม และรับประทานอาหารรว่ มกนั จากการสงั เกตพฤติกรรม พบว่าผเู้ ข้ารับการฝึกอบรมให้ความรว่ มมอื กับการทากิจกรรมเป็นอยา่ งดี มีความกระตือรือร้น มีการแบ่งงาน แบ่งหน้าท่ีตามความถนัดของแต่ละบุคคล สร้างความสามัคคี การทางาน เปน็ ทีม ยงั ช่วยให้ร้จู กั และสนทิ สนมกนั มากข้นึ จึงทาใหบ้ รรยากาศเปน็ ไปดว้ ยความสนกุ สนาน คร้ืนเครง
๘๓ บทท่ี ๑๒ ยุทธศำสตร์กำรขบั เคลื่อนสบื สำนศำสตรพ์ ระรำชำเพือ่ กำรปฏริ ูปประเทศสู่กำรปฏิบัติ โดย ผูช้ ่วยศำสตรำจำรย์พิเชฐ โสวิทยสกลุ ที่ปรกึ ษำปลดั กระทรวงมหำดไทย “...การพัฒนาประเทศจาเป็นต้องทาตามลาดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐานคือ ความพอมีพอกินพอใช้ ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้นก่อน โดยใช้วิธีการและใช้อุปกรณ์ท่ีประหยัด แต่ถูกต้องตามหลักวิชา เม่ือได้พ้ืนฐานมั่นคงพร้อมพอควรและปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะเศรษฐกิจ ข้นั ที่สูงข้นึ โดยลาดับต่อไป หากมงุ่ แต่จะทุ่มเทสร้างความเจริญ ยกเศรษฐกิจข้ึนให้รวดเร็วแต่ประการเดียว โดยไม่ให้แผนปฏิบัติการสัมพันธ์กับสภาวะของประเทศและของประชาชนโดยสอดคล้องด้วย ก็จะเกิด ความไมส่ มดลุ ในเรอื่ งตา่ งๆ ขึน้ ซึง่ อาจกลายเปน็ ความยงุ่ ยากลม้ เหลวได้ในที่สุด...” วิทยากรเกร่ินนาถึงความสาคัญของวิชา เป็นยุทธศาสตร์ที่จะนาไปใช้ได้และโครงสร้างระดับกระทรวง ได้ทายทุ ธศ์ าสตรไ์ วร้ อแล้ว ยุทธศาสตรก์ ารขับเคลือ่ นสืบสานศาสตร์พระราชาเพ่ือการปฏิรูปประเทศสู่การปฏิบัติ มาจากพระราชดารัสเศรษฐกจิ พอเพียง คือ ทฤษฎีใหม่อันเป็นทางรอดของโลก เป็นพระราชดารัสหลักที่วิทยากร ใชใ้ นการทางาน วิทยากรเปิดคลิปวีดิโอให้ฟังพระสุรเสียงของรัชกาลท่ี ๙ เศรษฐกิจพอเพียงหรือทฤษฎีใหม่เป็น เครื่องมือสาคัญในการเปลยี่ นแปลงการดาเนนิ ชีวติ ดังพระราชดารสั เม่ือวนั ท่ี 4 ธนั วาคม 2541 ความว่า “..ถ้าทาโครงการอะไรที่ให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ ก็สามารถจะสร้างความเจริญให้กับเขตท่ี ใหญ่ขึ้นได้. เขตที่ใหญ่ ลงท้ายก็จะแผ่ท่ัวประเทศได้ แต่เพื่อการน้ีจะต้องมีความร่วมมืออย่างดี ระหว่างทุกฝ่าย ทั้งนักวชิ าการ และนักปกครอง.ดงั น้ี ถึงบอกว่าเศรษฐกจิ พอเพียง หรอื ทฤษฎใี หม่ สองอยา่ งนีจ้ ะทาความเจรญิ แกป่ ระเทศได้. แต่ต้องมีความเพยี ร แลว้ ต้องอดทน ต้องไม่ใจร้อน ต้องไม่พูดมาก ต้องไม่ทะเลาะกัน, ถ้าทาโดย เขา้ ใจกัน เชอ่ื ว่าทุกคนจะมีความพอใจได.้ ..” เศรษฐกิจพอเพียง = ระบบเศรษฐกิจแบบใหม่ พระองคท์ ่ำนคดิ คน้ เป็น “ทฤษฎีใหม่” ทฤษฎใี หม่ - กำรพฒั นำมนุษยใ์ หส้ ำมำรถอย่รู ่วมกบั โลกอย่ำงสมดุล
๘๔ วิทยากรบรรยายถงึ เรือ่ งการทาโครงการ สาคัญตรงท่ีทาอะไรไม่ต้องคิดใหญ่ให้คิดเล็ก เดี๋ยวมันจะกระจาย ไปทั่วประเทศเอง เหมอื นการทาโคกหนองนา ของ พช.เร่ิมจาก ๕๐,๐๐๐ กว่าแปลงกระจายเป็น ๕ แสนกว่าแปลง ยังไม่รวมกับแปลงของเครือข่ายท่ีทามาก่อน พช.อีก ๗,๐๐๐ กว่าแปลง และยังมีที่อื่นๆอีกท่ีพ่ีน้องชาวบ้านทา ซ่ึงมันจะช่วยแก้ไขปัญหาชาวบ้านได้ ลองคานวณดูจากถ้าทาแปลงละ ๑๐ ไร่ ทา ๑ ล้านแปลง ในพื้นท่ีลุ่มน้า ๘ ลุ่มน้า ปิง วัง ยม น่าน เจ้าพระยา ป่าสัก สะแกกรัง ทา ๑ ล้านจุด ๆ ละ ๑๐ ไร่เท่ากับ ๑๐ ล้านไร่ คิดเป็น พนื้ ทจี่ งั หวดั ตากหนึ่งจังหวดั ถ้าทาแบบนีภ้ าคกลางภาคเหนอื จะไม่เจอน้าท่วมอีกเลย เพราะเคยคานวณไว้แล้วว่า จะสามารถเก็บน้าไว้ได้ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร สร้างอาหารได้ไม่รู้กว่า ๔๐ ล้านตัน ได้ป่าคืนมา ประมาณ ๓ ล้านกวา่ ไร่ แต่ทาจุดละ ๑๐ ไร่กระจายตัวอยู่ น้ีคือ วิธีคิดเล็กๆแต่กระจายตัวไปได้ เหมือนที่กาลัง ไปชว่ ยงานแก้ไขปญั หาเรือ่ งนา้ ท่วมที่อาเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ซ่ึงเป็นพื้นท่ีปลายน้ารองรับน้าจากต้นน้า หลายๆแห่งทาอย่างไรก็แก้ปัญหาน้าท่วมไม่ได้ เหมือนกับปลายท่อมันเล็กกว่า การระบายน้าไม่ทัน ดังน้ัน การขบั เคลือ่ นงานจะตอ้ งคดิ ท้ังระบบคือ ระบบลุ่มน้า น่ันคือการพัฒนาตามแนวพระราชดาริน่ันเอง คือต้องคิด ทั้งระบบ ต้องมีการวางแผนให้ชัดเจนเช่ือมโยงกับพื้นท่ีนอกพ้ืนท่ี ต้องข้ามไปดูเขตปกครองอ่ืนด้วยเพราะเป็น พน้ื ท่ีลุ่มนา้ จงึ เป็นข้อยากของการบรหิ ารจัดการนา้ แตก่ ็ไม่ยากเกินความสามารถของพวกเรา รชั กาลที่ ๙ ยังรบั ส่ังตอ่ วา่ แต่ทัง้ นี้ต้องมคี วามรว่ มมอื อยา่ งดรี ะหวา่ งทกุ ฝ่ายทง้ั นกั วชิ าการและนกั ปกครอง เพราะนักวิชาการจะเป็นคนช่วยท่านในการคิดภาพแบบน้ีได้ ต้องวางแผน ต้องออกแบบ ซึ่งแต่ละพื้นท่ีบริบท ไม่เหมอื นกนั น่คี ือยุทธศาสตร์ที่เราตอ้ งไปขบั เคลื่อน ทีมงานของเราจึงต้องมีภาคีภาควิชาการมาช่วยทางด้านเศรษฐกิจ ก็มีภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ภาคประชาชนในพื้นท่ี ท่ีเป็นผู้นาท่ีจะไปส่ือสารกับชาวบ้าน ท่ีสาคัญที่สุดคือ ภาคศาสนา ซง่ึ หลวงพ่อท้ังหลายจะเป็นผู้ชี้นาทางให้เราได้เป็นศูนย์รวมจิตใจของเรา งานของเราจะเคล่ือนไปไม่ได้ ถา้ ไม่มีศรัทธาร่วม ภาคศาสนาจงึ สาคญั ทีจ่ ะพาพวกเราเคลื่อนไป จึงเป็นที่มาว่าทาไมเราต้องมากันเป็นทีม ๑๐ คน เป็นการแกไ้ ขปญั หาทเี่ ป็นจดุ อ่อนของเรา ในเร่อื งการโยกย้ายนายอาเภอ ทาใหก้ ารพฒั นาของเราขาดชว่ ง วิทยากรนาเสนอภาพหมู่บ้านในฝันของผู้เข้ารับการอบรมทั้ง ๕ กลุ่มสี ให้เวลาหมู่บ้านละ ๒ นาที ในการขายหมบู่ า้ นในฝันของตัวเองให้วทิ ยากรอยากเข้าไปอยู่ หลังจากนน้ั วิทยากรฉายภาพฝีพระหัตถ์ ที่รัชกาลท่ี ๑๐ พระราชทาน ทงั้ ๔ ภาพ และตั้งคาถามว่า แตกต่างจากภาพวาดหม่บู า้ นในฝันของพวกเราอยา่ งไร อาจดูเหมอื น ๆ กัน แต่ท่ีต่างกันคือภาพของพวกเข้าอบรมแทบไม่เห็นคนเลย ภาพทุกหมู่บ้านทั้ง ๕ หมู่บ้านเห็นความสวยงาม ของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแต่ไม่เห็นคน ในขณะท่ีภาพพระราชทานฯเห็นคนยิ้มแย้ม งานของเราต้องเห็น คนเป็นหลกั สิ่งทเ่ี ราจะทาคือทาใหค้ นมีความสุข แลว้ คนกจ็ ะทาให้หมู่บา้ นมีความสวยงามตามท่ฝี ัน
๘๕ วันท่ี ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๓ รัชกาลที่ ๑๐ มีพระบรมราชานุญาตให้เผยแพร่ภาพฝีพระหัตถ์แบบท่ี ๑ ให้เห็นสิ่งที่เราทาว่าได้ผลอะไรกลับมาด้วย ให้ความสาคัญกับผลลัพธ์ที่ได้กลับมาจากการทาให้คนมีความสุข “งานเสร็จเป็นรูปธรรมนามธรรมอิ่มเอิบสบายใจ” ภาพฝีพระหัตถ์แบบที่ ๒ คนเด่นไปด้วยรอยยิ้ม คือท่านให้ ความสาคญั กบั คน แบบท่ี ๓ ภาพที่วาดมีบรรยากาศของความสขุ แบบท่ี ๔ เป็นแบบท่มี าถกู จงั หวะมากตอนท่ี พช.กาลังทาเรื่อง โคกหนองนา ต้องเดินสายช้ีแจงกรรมาธิการหลายๆชุด แทบจะช้ีแจงเป็นรายวัน เพราะเขาบอกว่ากระทรวงมหาดไทยมาแย่งงานกระทรวงเกษตร ทาเรื่องโคกหนองนาไม่ใช่หน้าที่ของคุณ ซ่ึงเราต้องช้ีแจงต้องอธิบายว่าโคกหนองนาเป็นเรื่องของการพัฒนาคุณภาพชีวิตไม่ใช่เรื่องการเกษตร เรากาลัง พัฒนาคุณภาพชีวิตเพราะการพัฒนาคุณภาพชีวิต บาบัดทุกข์บารุงสุขเป็นหน้าที่ของกรมการพัฒนาชุมชน และกระทรวงมหาดไทยและเมื่อภาพฝีพระหัตถ์แบบท่ี 4 พระราชทานมาว่า ความสดใส ความสดชื่นโคกหนองนา และลงท้ายว่า เพื่อเป็นกาลงั ใจให้ขา้ ราชการกรมการพัฒนาชุมชนและพสกนิกรชาวไทย ตั้งแตน่ นั้ ก็ไม่ตอ้ งชีแ้ จงอีก จะเห็นวา่ รชั กาลท่ี ๑๐ ทา่ นให้ความสาคญั กบั เร่อื งคน เรอื่ งบา้ นท่ีเขา้ มาเก่ยี วข้องกัน คือทุกอย่างย้ิม เรากาลังจะส่ือสารว่ารูปเล็กๆท่ีเราวาดที่เราช่วยกันฝันมันดีมากแต่ยังขาดบรรยากาศของการอยู่ร่วมกันอย่าง มีความสุข ตรงน้ีคือสาคัญในงานที่เรากาลังจะกลับไปทาและท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยย้าว่าทาอะไรก็ตาม อยา่ ลืมคนและการพฒั นาอยา่ ทิง้ วัด วิทยากรบรรยายเร่ืองกำรวิเครำะห์ ๔ รู้ อยากรู้ว่าท่านวิเคราะห์งานท่ีผ่านมาได้วิเคราะห์ครบท้ัง ๔ รู้หรอื ไม่ ๑ ร้เู ราคอื รตู้ ัวเองว่าเราเดือดร้อนอะไร เร่ืองไหนบ้าง ๒ รู้เขา วิเคราะห์ลงไปขนาดไหน รอบ ๆ อาเภอ ของเรา เขาทาอะไรกันอยู่และส่งผลถึงเราอะไรอย่างไรบ้าง ๓ รู้สถานการณ์ วิกฤติต่าง ๆ เช่น สถานการณ์ ท่ีอาเภอเชียงของตอนน้ีคือ คนจีนไม่เข้ามา ซ่ึงเป็นสถานการณ์ที่เราแก้ไม่ได้ คือสถานการณ์ที่เกินตัว เป็นเร่ืองใหญ่ แตถ่ ้ารู้เขา เรายงั พอประสานงานแกไ้ ขได้ เราวเิ คราะหล์ งไปถงึ ขนาดนน้ั หรอื ไม่ในโครงการทเ่ี ราจะทา
๘๖ รู้สถานการณ์นี้สาคัญ สถานการณ์โลกถ้าเราวิเคราะห์ได้ดีจะเป็นยุทธศาสตร์ที่สามารถแก้ปัญหาเรา ไดต้ วั อย่างเรื่องข้าว ต่างประเทศกาลังมีปัญหาเรื่องข้าวบาร์เลย์ ข้าวสาลีท่ีเอาไปทาขนมปัง มีนักวิชาการเสนอ ให้ประเทศไทยเลกิ ปลูกข้าวเจา้ ครงึ่ หนงึ่ มาปลกู ข้าวสาลีส่งออกแทน เพ่ือจะได้มีรายได้ เพราะข้าวเจ้าล้นตลาด คอื เสนอให้เปลย่ี นวธิ ีปลูกข้าวของบ้านเราเพอ่ื ทีจ่ ะส่งออกได้ในเวลาท่ีกระชั้นแบบน้ีไม่สามารถจะเปล่ียนความรู้ ท่ีครูภูมิปัญญาสะสมเร่ืองการปลูกข้าวมาอย่างยาวนานและการปลูกข้าวก็เป็นเรื่องท่ีเราเก่งท่ีสุดในโลก วิทยากรจึงเสนอว่าทาไมเราไม่คิด วิธีแปรรูปข้าวท่ีเรามีจะไม่ดีกว่าหรือ นักวิชาการจากมหาลัยต่าง ๆ สามารถ คิดวิจัยแปรรูปแป้งข้าวเจ้าข้าวเหนียวที่มี ไปทาขนมปังให้คนต่างชาติได้ แทนที่จะเปล่ียนคนกลุ่มใหญ่ ของประเทศเรามาทา by product ขา้ งหลังดีกวา่ เราจะได้ส่งเสริมสิ่งท่ีคนของเราถนัดได้เต็มท่ีและสร้างตลาด ใหเ้ ขาได้ เป็นต้น เพอื่ ใหเ้ ข้ากับสถานการณ์นค้ี ือรู้ สถานการณ์และใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์ สุดทา้ ยคือ ๔ รู้ฟ้ารู้ดิน เป็นนัยะ ของการสนับสนุนจากคนท่ีมีอานาจสูงกว่าเช่น กระทรวงมหาดไทยกาลังทา ต้ังแต่นายกรัฐมนตรีรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงมหาดไทย ท่านก็ส่งเสริมในเร่ืองของการแก้ปัญหาความยากจน รวมทั้งอธิบดีกรมการปกครอง ฯลฯ ในหลวงรชั กาลที่ ๑๐ กส็ นใจในการทางานแบบนี้เช่นเรอื่ งโคกหนองนา ในการช่วยเหลือพ่ีน้องประชาชนแก้ไขปัญหา ความยากจนดว้ ยวธิ ีพืน้ ฐาน สรา้ งความพอมี พอกิน พอใช้ ให้พนี่ ้องประชาชน ถึงข้นั ทาอยใู่ นพระราชวัง วิทยากรให้ดคู ลปิ วีดิโอ ซึ่งรัชกาลที่ ๑๐ พระราชทานพ้ืนท่ีพระท่ีน่ังวิมานเมฆพระราชวังสวนดุสิตให้ ทาโคกหนองนา ให้ข้าราชบริพารนาไปใชต้ ่อยอดเพ่อื ความยงั่ ยนื ในอนาคต สรุปท้ายคลิปวีดีโอ จากความเข้าใจ ในหลักคิดหลักทาตามปรัชญาใหม่ของการพัฒนาจากเศรษฐกิจพอเพียงสู่โคกหนองพระที่น่ังวิมานเมฆ พระราชวังดุสิต เกษตรเพ่ืออารยนครา คุณค่าอันย่ิงใหญ่ของแผ่นดิน สู่ความมั่งคั่งและยั่งยืน เป็นประโยชน์สุข ของคนไทย จะเห็นว่าในพระราชวังก็ทา ทหารราบที่ ๑๑ ก็ทา ตอนนี้เปิดเป็นหลักสูตรฝึกอบรมทั้งระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว เราจะเห็นถึงความตง้ั ใจจริงของพระองคท์ ่าน ดังนน้ั ถ้าจะขยับงานก็ต้องรู้เรารู้เขาลอง หาข้อมลู เพิ่มเตมิ ในพนื้ ทขี่ า้ งเคียง ทีจ่ ะกระทบกับเรารู้ สถานการณ์คือ วิเคราะห์ให้แตกอะไรที่ควรทาก่อนและ จะแก้ไขปัญหาได้ไวอะไรท่ีต้องปล่อยวาง รอไปทาเรื่องอ่ืนก่อน แต่สถานการณ์เปล่ียนแปลงตลอด ต้องคอย ติดตามใหด้ ี
๘๗ วิทยากรบรรยายเรื่องกลไก ๓๕๗ ว่ามีการสนับสนุนงานของเราในทุกระดับ กระบวนการที่เราทามา เรียกว่าเป็นกลไก ๓๕๗ เป็นกลไก ท่ีสภาขับเคล่ือนการปฏิรูปประเทศมีอนุกรรมการ ๑๓ ชุดและชุดที่ ๑๓ เปน็ ชดุ อนกุ รรมการเพอ่ื สืบสานศาสตรพ์ ระราชาเพอ่ื การปฏิรปู ประเทศ มหี น้าทีศ่ ึกษางานโครงการพระราชดาริ ๔,๗๔๑ โครงการของในหลวงรัชกาลท่ี ๙ ว่าแต่ละโครงการมีจุดอ่อนจุดแข็งมีกระบวนการทางานอย่างไรอะไร สาเรจ็ อะไรไม่สาเรจ็ ทามาตัง้ แต่ปี ๒๕๖๑ และเสนอเป็นรายงานของคณะทางานตอ่ คณะรฐั มนตรี คณะรฐั มนตรี มขี อ้ ส่ังการออกมาให้กระทรวงดาเนินการและจัดฝึกอบรมพัฒนาข้าราชการหรือบุคลากร ในสังกัด จงึ เปน็ ทม่ี าของหลักสูตรนี้วา่ เราไม่ได้คิดกันขึ้นมาเอง แต่ทากับกรมการพัฒนาชุมชนมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ และท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยก็ได้เชิญให้ทุกคนในกระทรวงมาร่วม เพราะเรามีคู่มือตาราอยู่แล้วไม่ต้องไป เสยี เวลาคิดใหม่ ท่านสามารถสแกนดูคมู่ อื เอาไปประยกุ ต์ใช้ได้เลย สาหรับเป็นเครอ่ื งมอื ในการทางานในพ้ืนท่ี
๘๘ เลข ๓ หมายถึง ระดับพนื้ ท่ี ระดบั ชุมชน ถา้ เป็นกระทรวงมหาดไทยจะมีครบทุกระดับ ถึงระดับครอบครัว ระดับบุคคล คือดูแลตั้งแต่เกิดยันตาย ส่งต่อไปยังระดับจังหวัดหรือระดับลุ่มน้า ถ้าเราพัฒนาระดับลุ่มน้า จะประกอบด้วยหลายๆจังหวัดหรือบางโครงการก็มีระดับกลุ่มจังหวัดด้วย ส่งต่อไปถึงระดับประเทศโครงสร้าง ระดับประเทศกต็ ้องมีการหนุนเสริม ซงึ่ มเี รือ่ งของ ONE PLAN รองรบั เราต้องทางานท้ัง ๓ ระดับภายใต้ ๕ กลไก ๕ ด้าน ๑) การประสานภาคีเครือข่าย คือพวกท่านซ่ึงมา จากทุกเครือข่ายในอาเภอของท่านและกลับไปส่ือสารในพ้ืนที่ว่าจะทาอะไรกัน ๒) การบูรณาการแผนงานและ ยทุ ธศาสตร์ เราตอ้ งไปหาแผนงานนอกแผนการปฏิบตั ริ าชการ ๓) การติดตาม หนุนเสริมและประเมินผล มีการทา ระบบสารสนเทศจากส่วนกลาง ๔) การจัดการความรู้วิจัยและพัฒนาบุคลากร ๕) การสื่อสารสังคม ทุก โครงการทเ่ี ราทาตอ้ งสอื่ สารท้ังในระบบและนอกระบบ เลข ๗ มาจาก ๗ ภาคีเปรียบเสมือน ๑๐ มือที่มี ๕ น้ิวต้องมีครบท้ัง ๕ น้ิวจึงจะหยิบจับอะไรง่าย ๆ เปรยี บเทยี บกับภาคภี าคส่วน ภำคีภำครัฐเปรียบเหมือน นิ้วหัวแม่มือ ใหญ่มีพลังแต่ไม่คล่องตัวติดในเรื่องกฎระเบียบ ตั้งฉากกบั น้ิวอนื่ หมดแต่กท็ าใหเ้ ราหยบิ จับอะไรได้ ภำคีภำควิชำกำรและภำคศำสนำเปรียบเหมือนนิ้วชี้ ภาควิชาการสามารถชี้ทิศทางให้กับ การพฒั นาได้ภาคศาสนาใช้ศรัทธาในการชีน้ าสังคมได้ ภำคประชำชนเปรียบเสมือนนิ้วกลำง อยู่สูงสุด จานวนมีเยอะท่ีสุด พร้อมท่ีจะโดนดึงไป ฝ่ายไหนก็ได้ ภำคเอกชนเปรียบเสมือนนิ้วนำง มงี บประมาณเยอะ คล่องตัวสูง อยดู่ ้วยความไว้วางใจซ่ึงกันและกนั ภำคประชำสังคมและภำคสื่อสำรมวลชนเปรียบเหมือนนิ้วก้อย ทาหน้าท่ีเกี่ยวร้อยชวนกัน มาทางาน ภาคประชาสังคมได้แก่ สมาคมต่าง ๆ มูลนิธิ NGO ชวนคนมาทางานร่วมเก่ง ภาคส่ือสารมวลชน ก็เชน่ กันชวนคนมาทางานได้เก่ง ขอเพียงมีส่ือดี ๆ มีพลังส่ือสารดี ๆ ก็ชวนคนมาสนใจได้ ส่ือเป็นอาวุธที่ดีท่ีสุด ในสมัยนี้ ใช้ให้ถูกทางจะเป็นพลัง ใช้ผิดทางก็ย่ิงกว่าระเบิดนิวเคลียร์ สื่อสาคัญมากลงทุนน้อยด้วย ถ้าใช้เป็น นีค่ ือท่มี าของ ๕ นิว้ มือ ๗ ภาคีของเรา วทิ ยากรเชอ่ื มโยงการทางานของผู้เข้าอบรม กลไก ๓๕๗ หรือการสืบสานศาสตร์พระราชาต้องทาให้ ครบ ๓ ระดับ ๕ กลไกและ ๗ ภาคีในการขับเคล่ือนในระดับพื้นที่ เริ่มจากระดับครัวเรือนชุมชนต้องมองว่า เราจะพฒั นาคนอยา่ งไร คนเปน็ หัวใจของการพฒั นา เรามศี ักยภาพมีต้นทุนท่ีดินหรือกายภาพของพ้ืนที่ เราจะพัฒนา ตน้ ทุนอยา่ งไร แลว้ ชดุ ความรูเ้ รามีอะไรทจี่ ะใช้ในการพฒั นางานของเรา เครือข่ายของเราคือใครบ้างท่ีเราสามารถ ไปชวนเขามาทางานรว่ มกับเราได้ สดุ ท้ายคือเมอื่ ทาแล้วเราจะขยายผลต่ออย่างไร ดังนั้นโครงการที่เรากาลังคิด ควรจะครบทั้งคน ความพร้อมของพื้นท่ี คือต้นทุนของเรา ชุดความรู้ท่ีมี เครือข่ายสาคัญมาก เครือข่ายภายใน อาเภอของเรา เครอื ขา่ ยภายนอก ซ่งึ ส่วนกลางไดเ้ ตรยี มรองรบั ไว้ใหท้ ่านแลว้
๘๙ สุดท้ายเมื่อโครงการสาเร็จแล้วเราจะขยายผลต่ออย่างไรในพื้นท่ีอ่ืน ๆ ระดับจังหวัดลุ่มน้าก็เช่นกัน คนความรู้เครือข่ายขยายผล แต่มิติจะใหญ่ข้ึน ระดับประเทศก็เช่นเดียวกัน (ดูภาพประกอบ) เพียงแต่ level จะใหญ่ขน้ึ คนความรู้เครือข่ายขยายผล แต่ในระดับพื้นที่จะละเอียดกว่าตรงที่มีเร่ืองของต้นทุนทางสังคมมาเพ่ิม เรอ่ื งทด่ี นิ เร่ืองสงั คมวัฒนธรรมภมู ิปญั ญาและอ่นื ๆ เวลาเขียนโจทย์เขียนโครงการจะได้เขา้ ใจแล้วก็เขยี นไดช้ ัดข้ึน วิทยากรบรรยายว่า ทางส่วนกลางได้แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคล่ือนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่ มีท่านรัฐมนตรีเป็นท่ีปรึกษาท้ัง ๓ ท่าน มีปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน คณะกรรมการมีอธิบดีท้ัง ๖ กรม ผู้ว่าการรัฐวิสาหกิจ ผู้อานวยการองค์การ ผู้อานวยการและสานักงานปลัด ในสงั กัดกระทรวงมหาดไทย และวทิ ยากรก็เป็นคณะทางานในชดุ นีท้ าหนา้ ท่แี ละอานาจ ๑-๖ ข้อ
๙๐ คณะทางานชดุ นี้ยังไดส้ ่งั การให้ตงั้ คณะกรรมการขบั เคลื่อนระดับจงั หวัดมอี านาจหนา้ ท่ี ดงั นี้ ระดบั บนยงั มคี ณะทางานย่อยไดแ้ ก่ ๑ คณะทางานบรู ณาการแผนงานและยุทธศาสตร์จะเป็นหัวหน้า กองแผนของทุกกรมทุกหน่วยมาทา one plan กันไปแล้ว ทา mapping รอไว้ให้ท่านแล้ว ซึ่งพร้อมจะไปหนุนเสริม ใหเ้ ปน็ ไปในทิศทางเดยี วกัน เพราะตอนน้ีในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ และ ๒๕๖๖ เราไปแก้งบประมาณไม่ได้แล้ว เราต้องปรับสว่ นพ้ืนท่ีเขา้ ไปหาส่วนกลาง แตป่ ี ๒๕๖๗ ส่วนกลางจะเอาโจทย์จากพื้นที่ไปตั้งเพ่ือทางบประมาณปี ๒๕๖๗ ถงึ ๒๕๘๐ นค่ี อื สงิ่ ที่คณะทางานสว่ นกลางกาลังทาเรื่องนอี้ ยู่ จะได้ตอบโจทย์ของพ่ีนอ้ งประชาชนไดจ้ ริง คณะทางานชุดท่ี ๒ คือ คณะทางานประสานงานภาคีเครอื ข่าย ได้แก่ รองอธบิ ดีกรมต่าง ๆ ทุกหน่วย ซึ่งแต่ละกรมมีเครือข่ายของตัวเองเยอะมาก ต้องเชื่อมโยงเครือข่ายระดับบนจากส่วนกลางลงมาช่วยพวกท่าน คณะทางานชดุ นีท้ าการคดั เลอื กอาเภอนารอ่ งเขา้ มามที ่านชยั วฒั น์นง่ั เปน็ ประธาน วทิ ยากรเป็นรองประธาน คณะทางานชุดที่ ๓ คือคณะทางานติดตามหนุนเสริมและประเมินผล ได้แก่ หัวหน้างานสารสนเทศ ของทั้ง ๖ กรม ๒ รัฐวิสาหกิจและทุกหน่วยในกระทรวง จะเอาข้อมูลสารสนเทศท้ังหมดมารวมกัน เอาเฉพาะข้อมูล ทเี่ ผยแพร่และใชง้ านไดม้ าจัดทาเป็นหนง่ึ ระบบฐานข้อมูล แลว้ ส่งให้อาเภอใช้ในการบริหารจัดการ ส่งให้ท้องถิ่น ใช้ในการบริหารจัดการ ส่วนกลางสร้างแพลตฟอร์มให้ข้อมูลนาเข้ามาจากพ้ืนที่ในทุกมิติ ทางเศรษฐกิจสังคม ส่ิงแวดลอ้ ม ระบบนี้เป็นระบบ War room ใหญ่ที่กาลังทาอยู่ แต่มีตัวอย่างให้ดูในช่วงกลางคืนซ่ึงมีข้อมูลไปถึง ระดับครัวเรือนซ่ึงเรามีข้อมูลไทย ThaiQM point ไปถึงระดับครัวเรือนอยู่แล้ว ช้ีพิกัดทางภูมิศาสตร์ให้ด้วยว่า บ้านแตล่ ะหลังเป็นอย่างไรข้อมลู TPMAP ก็ถงึ รายครัวเรือน แต่ข้อมูลนาเข้ายังไม่เยอะพอ ถ้าอาเภอจะใช้ต้องใช้ ThaiQM เป็นหลักจะไดแ้ กป้ ญั หาได้จริง คณะทางานชุดที่ ๔ คณะทางานจัดการความรู้ วิจัยและพัฒนา บุคลากรชุดนี้ได้แก่ผู้อานวยการ ของสถาบันฝกึ อบรมของท้งั ๖ กรมวิสาหกิจองค์กรต่าง ๆ เช่น ผอ.สถาบันการพฒั นาชุมชน อธิการบดีวิทยาลัย การปกครอง ผอ.สถาบันพัฒนาท้องถิ่นเป็นต้น คือหน่วยฝึกอบรมต่าง ๆ อยู่ในชุดน้ี กาลังทาหลักสูตรกลาง เก่ียวกับเร่ืองศาสตร์พระราชาเพ่ือให้ทุกระดับต้ังแต่กานันผู้ใหญ่บ้านพ่ีน้องประชาชนในอาเภอปลัดอาเภอได้ เรียนรู้หลักสูตรแบบน้ีในหน่วยงานของท่าน แม้กระท่ังหลักสูตร นปส. ที่กาลังอบรมอยู่ในปัจจุบัน ๑๕-๑๖ วัน
๙๑ ที่ศูนยศ์ กึ ษาและพัฒนาชุมชนนครนายกกจ็ ะเข้มข้นกว่าหลักสูตรนี้ จะเห็นว่าส่วนกลางเอาจริงไม่ได้ทาโครงการ ปเี ดยี วจบไป จึงต้องมกี ารวางโครงสร้างไวใ้ หค้ นทางาน ชุดท่ี ๕ คณะทางานสื่อสารสร้างความเข้าใจสังคมเชิงรุก ได้แก่ หัวหน้าฝ่ายสารนิเทศฝ่าย ประชาสมั พันธ์ของทุกหน่วยงานในสงั กดั กระทรวงมหาดไทยและฝ่ายประชาสัมพนั ธ์ของทุกจังหวัด ท่ีต้องมาวาง ยุทธศาสตร์สื่อสารสังคมให้เป็นในทิศทางเดียวกัน จะได้ทาให้เห็นว่างานที่เราทามีพลังและทาในนามของ กระทรวงมหาดไทยไม่ใชต่ า่ งคนต่างทา ถา้ สือ่ มพี ลงั ความช่วยเหลอื จากภายนอกก็จะเข้ามาหาท่านเอง ชุดท่ี ๖ คณะทางานชดุ สดุ ทา้ ย คอื คณะทางาน Change for Good เอาคนรุ่นใหม่ของทุกหน่วยงาน ในกระทรวงมหาดไทยมาอบรมหลักสูตรแบบนี้ เปน็ ทีมหนุนเสรมิ ทจี่ ะลงไปช่วยพื้นท่ีในการท่ีแก้ไขปัญหาตอนนี้ กาลงั ทาใน ๕ จังหวัด เพราะกรรมการชดุ นีเ้ พง่ิ จะอบรมไปได้ ๒ รนุ่ ๆ ละ ๕๐ คน แต่เราจะอบรมทุกเดือน ๆ ละ ๕๐ คน กจ็ ะเยอะขึน้ เรื่อย ๆ แล้วคอ่ ยขยายไปยังจงั หวดั อนื่ ๆ กำรขบั เคล่ือนโครงสรำ้ งกำรทำงำนใหม่ กลไก PPP (Public Private People) สร้างรูปธรรมความสาเร็จ โดยเน้นรัฐสนับสนุน, ชุมชนลงมือทา และเอกชนร่วมบริหาร จดั การหนุนเสรมิ เปน็ โครงสร้างสังคมใหม่ ท่ีเรียกว่า SG Dynamic (Social Government Dynamic) เป็นรัฐบาล ของประชาชนที่พร้อมปรับตัว มีความยืดหยุ่น โดยสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ๗ ภาคี ตามหลัก บวร. (บ้าน-วัด-ราชการ) บรม. (บ้าน-ราชการ-มัสยิด) ครบ.(คริสตจักร-ราชการ-บ้าน) สร้างความร่วมมือทั้ง ๓ ศาสนา ตามบรบิ ทพื้นท่ี ให้เกดิ เปน็ ชมุ ชนสนั ติสขุ โดยเนน้ การพัฒนาคนเป็นหลกั ยทุ ธศำสตรร์ ม่ โพธิ์ ร่มไทร การขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างย่ังยืน ตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกจิ พอเพียง เปรยี บดงั ต้นไมม้ ี แก่ง เน้ือ กระพี้ เปลือก ดังนั้น ยุทธศาสตร์ร่มโพธ์ิ ร่มไทรเป็นยุทธศาสตร์ ท่เี นน้ การพฒั นาคนเปน็ หลกั โดยมองภาพต้นขวางของต้นไม้ จะเห็นวงปีของต้นไม้ ซ่ึงประกอบด้วยแก่น, เน้ือ, กระพ้ี และเปลือก แกน่ ไม้ เป็นส่วนทีส่ าคัญทส่ี ุด ซง่ึ กค็ ือแกนหลักในพ้ืนที่ ทาหน้าที่เป็นผู้นา ในมองภาพใหญ่ เข้าใจ ความซับซ้อนในพน้ื ทอ่ี าเภอของตนเอง วางแผนเชงิ ยุทธศาสตร์ (ฝา่ ยเสนาธิการ)
๙๒ เนอ้ื ไม้ คือ แกนนาสร้างศรัทธา ทางานขับเคล่ือนสร้างมวลชนร่วมแก้ปัญหา ในภาคส่วนต่าง ๆ เป็นทีมขับเคลื่อนในระดับ พ้ืนที่ ซึ่งได้แก่กานัน ผู้ใหญ่บ้าน ท้องถ่ิน ท้องที่ และภาคีเครือข่าย ในพื้นท่ีอาเภอ เพื่อสร้าง นักขบั เคล่อื นในพน้ื ที่ (ฝา่ ยพลาธกิ าร) กะพ้ี ภาคีเครือข่ายในพ้ืนท่ี ทีมอาสา เข้าร่วมแก้ไขปัญหาและทากิจกรรม อาสาพฒั นา สร้างท่อนา้ เลี้ยงและดงึ มวลชนเขา้ ร่วมงาน (ฝา่ ยปฏบิ ตั กิ าร ๗ ภาค)ี เปลือก คือประชาชน ชาวบ้านทั่วไปในพ้ืนท่ี เป็นพวกเดียวกันกับเราในการทางาน ไปไหนไปด้วย ช่วยประชาสัมพันธ์ เปน็ กระบอกเสียงในการทางาน กำรพัฒนำคน ใช้หลักสูตร “เตาหลอมเหล็ก” ในการอบรมน้ี จะอบรมในพ้ืนที่อาเภอ ใช้ปัญหา ที่มีปัญหาเป็นพื้นท่ีท่ีเรียนรู้จริงในทางาน ตามโจทย์ ของตนเอง เพ่ือชวนให้ผู้อบรมช่วยกันคิดวิธีการ แก้ไขปัญหา โดยมีทีมวิทยากรลงมาช่วยหนุนเสริม เพื่อตอบโจทย์ในการพัฒนาคนในพ้ืนท่ี รวมถึงมี ระบบ Big Data เป็นภาคีสนับสนุนการขับเคล่ือน (Hybrid Organization) ระบบ War Room MOI ศนู ยบ์ ัญชาการเพอ่ื การปฏบิ ตั ิการแบบองค์รวม กระทรวงมหาดไทย (HOCC : MOI) เป็นระบบ ที่สามารถดูข้อมูลในระดับประเทศ กลุ่มจังหวัด จังหวัด อาเภอ ตาบล หมู่บ้าน เพ่ือเป็นการเตรียมความพร้อม ในการรับคลื่นความเปล่ียนแปลงท่ีจะเกิดข้ึนบนโลกใบนี้ท้ัง โรคระบาด เศรษฐกิจถดถอย การเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ และการสูญเสียระบบนเิ วศและความหลากหลายทางชีวภาพ
๙๓ ยุทธวิธีระดับพ้ืนที่ท่ีนามาปรับใช้เพ่ือตอบโจทย์แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในพ้ืนที่นั้น ควรจะตอบโจทย์ว่า จะทาอยา่ งไรให้อาเภอของเรามี “ชีวติ ม่นั คง ครอบครัวมง่ั ค่ัง ชุมชนยงั่ ยืน” เนน้ ทำน้อยได้มำก ยกตัวอย่าง VDO งานของนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้ทาโครงการ 101 ASA ด้วยงบ ๑๐๑ บาทที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคม ในปี ๒๕๕๑ ผา่ นโครงการที่เปล่ียนพฤติกรรม เปล่ยี นความเคยชนิ เปลย่ี นอปุ นสิ ัย และใช้เวลาเรียนรู้ โดยนากระดาษ หมายเลข ๑-๒๐ ไปติดบริเวณพ้ืนด้านหน้าคิวรถตู้ เพื่อเป็นจุดสาหรับยืนคิวในการขึ้นรถตู้ สร้างการเปล่ียนแปลง ในสังคม มีการปรับพฤติกรรมการใช้รถตู้ได้ถึงเดือนละ ๑๖,๒๐๐ คน ปีละ ๑๙๔,๔๐๐๐ คน ด้วยงบประมาณ ๑๐๑ บาท เป็นตวั อย่างของโครงการท่ีแสดงให้เห็นการ “ทำนอ้ ยไดม้ ำก” ส่งิ ทตี่ อ้ งคิด ในการเขียนโครงการเพ่ือแก้ไขปัญหาต่างๆ ในพื้นที่ ส่ิงท่ีต้องคิด คือ ทาสิ่งที่มันง่าย คิดให้มัน คลิก แล้วมันจะไปได้ไว ส่ิงที่ควรคานึงถึง และตอบโจทย์สังคม และชมุ ชนกค็ ือ ๑)ใคร ๒) ทาอะไร ๓) ทาท่ีไหน ๔) ทาอย่างไร ๕) ทากับใคร ๖) ทาแล้วได้อะไร และ ๗) ทาไมตอ้ งทา สิ่งที่เรากาลังทา มันแก้ปัญหาของโลกได้ด้วย ศาสตร์พระราชา ดังพระราชดารัสทว่ี า่ “เราจะยืนหยัดอยู่ท่ีน่ี อยู่ที่น่ี เพื่อประโยชน์สุขของโลกทั้งใบ” ม่ันใจว่าองค์ความรู้ ท่ีเรามีจะสามารถแก้ปัญหาของโลกใบน้ีได้ โดยทาตาม ศาสตรพ์ ระราชา หลักทฤษฎใี หม่ ตามให้ถูก ทาให้ชัด จะเกิด การเปล่ียนแปลงอย่างแนน่ อน
CASTChange Agents for Strategic Transformation
Search