หนังสอื เรยี นวชิ าเลือก สาระการพฒั นาสังคม รายวิชาการศกึ ษาประวตั ศิ าสตรส์ โุ ขทยั (3) รหัส สค13014 10 บทที่ 2 พระมหากษัตรยิ อ์ งค์สาํ คญั สมัยสโุ ขทยั สุโขทยั เปน็ นครหลวงแหง่ แรกของประชาชนเชือ้ สายไทย สงั คมไทยในยคุ นีม้ ีลักษณะ เป็นสังคมเผา่ มคี วามเกี่ยวพนั และผูกพนั กนั อยา่ งหนาแน่นในสายโลหติ อาณาเขตของสุโขทัยในสมัย พ่อขุนศรีอนิ ทราทติ ยซ์ ่ึงเปน็ ปฐมกษัตรยิ ์ประกอบด้วยเมืองสโุ ขทัยและศรสี ชั นาลยั เท่านัน้ ตอ่ มาได้ขยายกวา้ งขวางขึน้ ในสมยั พ่อขุนรามคาํ แหง ความสัมพนั ธ์ของประชาชนก็มี ลักษณะเป็นความสมั พันธท์ างใจอนั เกดิ จากความรู้สกึ กว่าเปน็ คนสายเลอื ดเดยี วกนั และอยู่ภายใตก้ าร ปกครองโดย “พ่อขนุ ” องค์เดียวกนั ตามหลักฐานศลิ าจารกึ ของพ่อขนุ รามคําแหงมหาราช แนวคดิ เกีย่ วกบั พระราชอาํ นาจของพระมหากษัตริยใ์ นสมยั สุโขทยั นี้ทรงเป็นผคู้ รองนคร ซงึ่ เปน็ ผู้ทรงสทิ ธิเหนอื อาณาประชาราษฎร์ทงั้ ปวง สิทธิการเป็นพระมหากษัตริยส์ ืบทอดโดยการสืบ สนั ตตวิ งศ์ ประชาชนมสี ิทธเิ ขา้ ถงึ ตัวผปู้ กครองแผน่ ดนิ พระมหากษตั ริย์คงเป็นของชาวพุทธแทๆ้ ไม่มี คตนิ ิยมแบบพราหมณ์เขา้ มาปะปน พอสิน้ รัชกาลพ่อขนุ รามคาํ แหงจนถงึ รชั กาลกษัตรยิ ์องคต์ อ่ ๆ มา เช่น พระมหาธรรมราชาลิไท อทิ ธพิ ลของศาสนาพราหมณ์เร่ิมเข้ามา กษตั ริย์เร่ิมเปน็ เทพยดา แต่กย็ ัง ยึดศาสนาพทุ ธอยู่ จึงเปน็ แค่ “ธรรมราชา” ซึง่ เปน็ คําในศาสนาพุทธ เหมอื นที่ใช้เรียกพระเจา้ อโศก แต่ หลังจากน้ันเร่ิมเปน็ “รามาธิบด”ี พ่อขนุ ศรนี าวนําถม ศลิ าจารึกสโุ ขทัยหลักท่ี 2 ทีม่ าของประวตั ศิ าสตร์สุโขทยั ก่อนอาณาจกั รสโุ ขทัย กลา่ วว่า ดนิ แดนสุโขทัยและศรีสชั นาลยั กอ่ นสมยั พอ่ ขนุ ศรอี ินทราทติ ย์ นั้น มีชุมชนอยเู่ ปน็ หลักแหลง่ เปน็ แควน้ นครรัฐ มีที่ตง้ั ศูนย์อํานาจการปกครองที่ถาวร เชื่อกนั ว่าศนู ย์อํานาจการปกครองทสี่ ุโขทัยต้งั อยบู่ ริเวณ ใกลว้ ัด พระพายหลวงเมอื งเกา่ สุโขทยั สว่ นทศ่ี รีสชั นาลยั นา่ จะอยบู่ รเิ วณวดั พระศรรี ตั นมหาธาตุ (วดั พระปรางค์) ตาํ บลศรีสัชนาลัย อําเภอศรสี ชั นาลัย แคว้นหรอื นครรัฐทง้ั 2 แห่งน้ี ปกครองโดยพ่อขนุ ศรีนาวนําถม พอ่ ขนุ ศรนี าวนําถมจะเป็นคนสโุ ขทยั หรอื มีท่ีมาจากแหง่ อืน่ ใด ไมม่ หี ลกั ฐานกลา่ วถึง แต่ นักประวตั ิศาสตรห์ ลายทา่ นเชอื่ ว่า ทา่ นเป็นผูน้ ํากลุ่มชนทสี่ โุ ขทยั ราว ๆ กลางพทุ ธศตวรรษที่ 18 และ คง เปน็ กษตั ริย์ท่มี อี าํ นาจ แพร่หลายออกไปกว้างไกล จนเป็นที่ยอมรับของแคว้นใกลเ้ คยี ง จนกษัตริยข์ อมยก ธิดาใหอ้ ภเิ ษกกับโอรสองคห์ น่งึ พอ่ ขนุ ศรนี าวนาํ ถมมีโอรส 2 องค์ คือ พ่อขนุ ผาเมอื ง และพระยาคาํ แหง พระราม เม่อื สิน้ รชั สมัยของพอ่ ขุนศรีนาวนําถมแลว้ สโุ ขทัยเกดิ ความไมส่ งบในการสบื ราชบลั ลงั ก์ จนพ่อ ขุนผาเมอื งและพอ่ ขนุ บางกลางหาวต้องใชก้ ําลงั ทหารเข้าจดั การและเมื่อเหตกุ ารณ์สงบลงแลว้ พ่อขนุ ศรี อินทราทติ ย์กข็ น้ึ ครองราชสมบตั ิ เปลีย่ นเปน็ ราชวงศ์พระรว่ ง พ่อขนุ ศรนี าวนําถมจึงถูกลมื ไปเสยี สนทิ ว่า แม้จรงิ แลว้ ทรงเป็นกษัตริยส์ ุโขทยั มากอ่ นพ่อขุนศรอี นิ ทราทิตย์
หนงั สือเรยี นวชิ าเลือก สาระการพฒั นาสังคม รายวิชาการศกึ ษาประวัตศิ าสตรส์ ุโขทยั (3) รหัส สค13014 11 พอ่ ขุนผาเมือง เชน่ เดยี วกับพ่อขนุ ศรอี นิ ทราทติ ย์ ชีวติ ในปฐมวยั ของผ้นู ําไทยคนสําคัญผู้นไี้ มม่ ีกลา่ วไว้ในท่ี ใด ทราบจากศลิ าจารึกหลักท่ี ๒ เพียงวา่ ท่านเป็นโอรสพ่อขุนศรนี าวนําถม ผู้นําสโุ ขทัยกอ่ นราชวงศ์พระ รว่ ง ได้เปน็ เจ้าเมืองราดและคงจะอยใู่ นฐานะรัชทายาทของเมืองสุโขทัย จึงไดอ้ ภเิ ษกกับเจ้าหญงิ แห่ง อาณาจกั รขอม ชื่อนางสขิ รมหาเทวี ไดร้ บั มอบพระขรรค์ไชยศรี และนามศรอี ินทรบดนิ ทราทิตย์จากกษัตริยข์ อม พอ่ ขุนผาเมอื งเป็นบุคคลท่มี คี วามสาํ คญั ที่สดุ ผ้หู น่งึ ในการก่อตง้ั อาณาจักรสุโขทัย เจ้าชายผู้ น้เี ป็นผูพ้ ิชติ ศกึ ทสี่ ุโขทยั รบชนะขอมสบาดโขลญลําพง และยึดเมืองไว้ได้กอ่ นท่ีพอ่ ขนุ บางกลางหาวจะนํา ทพั ผ่านศรสี ชั นาลยั มาถงึ สุโขทัย โดยแทจ้ รงิ แล้วเมอื งสโุ ขทยั ขณะนัน้ เปน็ สิทธิโดยชอบธรรมของพ่อขนุ ผา เมือง แต่เกิดเหตุการณไ์ มป่ กติ และตอ้ งร่วมมือกับสหายคอื พอ่ ขุนบางกลางหาวเขา้ ปราบปรามแลว้ แทน จะใช้สทิ ธิน์ น้ั เขา้ ครอบครองสโุ ขทยั กก็ ลบั ยกให้สหายพรอ้ มอภิเษกและมอบนามศรีอินทราบดินทราทิตย์ ใหด้ ว้ ย ดงั ความในศลิ าจารกึ หลกั ท่ี 2 ตอนหนง่ึ กล่าววา่ “...พ่อขนุ ผาเมอื ง...ขอมสลาดโขลญลําพง...พาย พง พอ่ ขนุ ผาเมืองจึงยงั เมืองสโุ ขทัยเข้าได้ เวินเมืองแก่พอ่ ขนุ บางกลางหาว พอ่ ขุนบางกลางหาวมิสู่เข้า เพื่อเกรงแกม่ ติ รสหาย พ่อขุนผาเมอื งจึงเอาพลออก พอ่ ขนุ บางกลางหาวจงึ เข้าเมืองพ่อขนุ ผาเมืองอภิเษก พ่อขุนบางกลางหาวเจา้ เมืองสุโขทยั ใหท้ ง้ั ชอื่ ตนแก่พระสหาย เรยี กช่ือศรีอนิ ทราทิตย์ นามเดมิ กมรเตง็ อญั ผาเมอื ง เมอ่ื ก่อนผฟี า้ เจา้ เมอื งศรโี สธรปุระ ใหล้ ูกสาวช่อื นางสิขรมหาเทวี กบั ขันไชยศรี ใหน้ ามเกยี รตแิ ก่ พอ่ ขนุ ผาเมือง เทียมพ่อขุนบางกลางหาว ไดเ้ ชอื่ ศรีอินทราบดินทราทิตย์ เพ่อื พ่อขุนผาเมอื งเอาช่ือตน ให้แก่พระสหาย...” เม่อื ทาํ การอภเิ ษกมอบนามใหเ้ มืองแกพ่ ระสหายแล้ว พอ่ ขุนผาเมอื งกค็ งจะอยชู่ ว่ ยราชการที่ สโุ ขทัย อยู่จนสถานการณ์เขา้ ส่ปู กติแลว้ จึงเดนิ ทางกลบั เมอื งราด แลว้ ช่ือของบคุ คลสาํ คญั ผนู้ ี้กห็ ายไป อยา่ งไม่มรี ่องรอยให้สืบเคา้ ไดอ้ ีกเลย พ่อขนุ ศรีอนิ ทราทติ ย์ ชวี ติ ในเยาวว์ ยั ของผ้สู ถาปนากรุงสโุ ขทัย อนั เป็นองค์ปฐมกษตั รยิ ์ราชวงศพ์ ระรว่ งพระองค์นี้ ไมเ่ ป็นท่ีปรากฏชัด ณ ทแี่ หง่ ใด ในศิลาจารกึ ตํานาน พงศาวดารและจดหมายเหตตุ า่ ง ๆ ก็ไมไ่ ดก้ ลา่ วถึง ปฐมวยั ของผู้นําคนไทยผู้นีไ้ ว้ท่ใี ด คงมีเพียงหนงั สอื ชนิ กาลมาลปี กรณ์ ซ่ึงพระเถระแห่งลา้ นนาไทย ชอื่ พระรตั นปัญญาเถระ แตง่ ขึ้นเพอ่ื ประมาณ ปี พ.ศ. 2061 – 2071 พดู ถึงอยา่ งยอ่ ๆ วา่ “...เมอื่ พระ สัมมาสมั พทุ ธปรินิพพานแลว้ ได้ 1800 ปี จลุ ศักราช 618 มกี ษัตรยิ ์องค์หน่งึ ทรงพระนามวา่ โรจราช ครองราชสมบตั อิ ยู่ในเมืองสโุ ขทยั ประเทศสยาม ด้านทศิ ตะวนั ออกเฉียงใต้ของชมพทู วีป... ได้ยนิ วา่ ท่ีตาํ บลบ้านโค ยังมีชายคนหนึง่ รปู งาม มกี าํ ลงั มากท่องเทีย่ วอยู่ในปา่ มนี าง เทพธิดาองค์หน่งึ เหน็ ชายคนนัน้ แล้วใครจ่ ะรว่ มสงั วาสด้วย จงึ แสดงมายาหญิง ชายคนน้นั กร็ ่วมสงั วาส กับนางเทพธิดาองคน์ นั้ เนือ่ งจากการร่วมสังวาสของเขาทง้ั สองนั้นจึงเกดิ บุตรชายคนหนงึ่ และบตุ รชาย คนน้นั มีกาํ ลงั มาก รปู งาม เพราะฉะน้ันชาวบ้านทงั้ ปวงจึงพรอ้ มใจกันทําราชาภเิ ษกบตุ รชายคนนน้ั
หนังสอื เรียนวชิ าเลือก สาระการพฒั นาสังคม รายวชิ าการศึกษาประวตั ศิ าสตรส์ ุโขทัย(3) รหสั สค13014 12 บุตรชายซง่ึ ครองราชสมบัติในเมอื งสโุ ขทยั นั้น ปรากฏพระนามในครงั้ นั้นว่า โรจราชภายหลงั ปรากฏพระ นามวา่ พระเจา้ ลว่ ง...” ศาสตราจารย์ ร.ต.ท. แสงมนวฑิ รู ผแู้ ปลหนงั สือเร่ืองนี้ใหค้ าํ อธบิ ายว่าพระเจา้ โรจราชสมยั พ.ศ. 1800 นนั้ คอื พอ่ ขุนบางกลางหาว ปฐมกษตั ริย์ราชวงพระร่วง ในศลิ าจารึกเรยี กว่า ศรีอนิ ทราทิตย์ บา้ นโคน้ันอาจเปน็ บ้านโคนหรือเมอื งบางคนทีในเขตจังหวดั กําแพงเพชร พระเจา้ ลว่ ง กค็ ือ พระรว่ ง แมจ้ ะเปน็ หลักฐานทค่ี อ่ นข้างเลอื่ นลอย ไมว่ า่ ระยะเวลา สถานท่ีหรือตวั บคุ คลแตช่ นิ กาล มาลีปกรณ์ เขยี นข้นึ หลงั เหตกุ ารณน์ นั้ ประมาณ 200 ปี ซึง่ ไม่ใช่ระยะเวลาทหี่ า่ งจนเกนิ ไปนกั จงึ น่าจะมี เค้าความเป็นจรงิ ปะปนอยบู่ า้ ง แมอ้ าจไม่ใช่ท้ังหมด พ่อขนุ ศรีอนิ ทราทติ ย์ ปรากฏชัดในประวตั ศิ าสตร์ สโุ ขทัย หลายหลกั โดยเฉพาะหลกั ที่ 2 หรือหลกั วดั ศรชี มุ กลา่ ววา่ ก่อนท่ีจะได้เป็นกษัตรยิ ค์ รองสุโขทัย นั้น ไดเ้ ป็นผนู้ ําคนไทยกลมุ่ หน่ึงมีช่ือว่าพอ่ ขนุ บางกลางหาว และเมอ่ื ระหวา่ งปี พ.ศ. 1762-1781 ได้ รว่ มมือกบั พ่อขุนผาเมือง ผนู้ าํ คนไทยทีส่ ําคญั อีกคนหนงึ่ นํากําลงั ทหารเขา้ ยดึ เมอื งสโุ ขทัย จากขอมสบาด โขลญลาํ พง แลว้ สถาปนาสโุ ขทัยเปน็ อาณาจกั รของคนไทย เช่ือกันว่า อาณาเขตของอาณาจกั รสโุ ขทัยในรชั สมยั น้ี ทางทศิ เหนือจดเมืองแพร่ทิศใตจ้ ด นครสวรรค์ (พระบาง) ทิศตะวันตกจดเมืองตาก ทิศตะวันออกจดจงั หวดั เพชรบรู ณ์ พอ่ ขุนศรีอินทราทติ ย์ สวรรคตในปใี ดไม่ปรากฏหลักฐานแนช่ ดั พ่อขุนรามคาํ แหงมหาราช พ่อขนุ รามคําแหงมหาราช ได้ทรงเลา่ พระราชประวัติของพระองค์ดว้ ยพระองค์เองว่า “พอ่ กู ชอื่ ศรอี ินทราทติ ย์ แม่กชู ่ือนางเสอื ง พก่ี ชู อ่ื บานเมือง กมู ีพ่ีนอ้ งทอ้ งเดียวกันหา้ คน ผูช้ ายสามผู้หญงิ โสง พี่ เผือ่ ผ้อู า้ ยตายจากเผอื เตยี ม แต่ยังเลก็ ...” ข้อความดังกล่าวไม่ระบวุ ่าทรงพระราชสมภพเมือ่ ใด นัก ประวัติศาสตร์ไดส้ นั นษิ ฐานว่า พระองค์พระราชสมภพประมาณปีจอ จลุ ศกั ราช 600 (พ.ศ. 1781) หรือปี กลุ จลุ ศกั ราช 601 (พ.ศ. 1782) เพราะตามพงศาวดารเมืองเหนอื เช่น พงศาวดารโยนกกล่าววา่ พ่อขุน รามคําแหงมหาราชเปน็ พระสหายรุ่นราวคราวเดยี วกับ พ่อขนุ มังราย เจ้าเมืองเชยี งใหม่และพอ่ ขุนงาํ เมือง เจา้ เมืองพะเยา และเปน็ ศษิ ย์รว่ มอาจารย์เดยี วกัน คอื ทรงศึกษาอย่ใู นสํานกั สุกกทันตฤษี ณ เมืองละโว้ (ลพบุร)ี พงศาวดารและจดหมายเหตุเมอื งเหนือระบุวา่ พ่อขุนมงั รายสมภพในปีกนุ จุลศกั ราช 601 (พ.ศ. 1782) และพ่อขุนงาํ เมืองสมภพในปจี อจุลศักราช 600 (พ.ศ. 1781) พ่อขุนรามคําแหงมหาราช ทรงมีพระนามเดิมว่าขุนรามราช เมื่อทรงพระชนมายุได้ ๑๙ ปี ได้ช่วยพระราชบิดาออกสู้รบในการสงครามกับขุนสามชน เจ้าเมืองฉอด ซึ่งยกทัพมาตีเมืองตาก ทรงเป็น นักรบที่เข้มแข็งสามารถเข้าชนช้างชนะขุนสามชนพวกเมืองฉอดจึงแตกพ่ายไป พ่อขุนศรีอินทราทิตย์จึง ให้พระนามแก่ขุนรามราช “พระรามคําแหง” ซึ่งหมายความว่า “พระรามผู้เข้มแข็ง” หรือ “เจ้ารามผู้ เข้มแข็ง” ดังข้อความความในตอนหน่ึงในศิลาจารึกหลักที่ 1 ที่ว่า “...เม่ือกูข้ึนใหญ่ได้สิบเก้าเข้า ขุนสาม ชนเจ้าเมืองฉอดมาที่เมืองตาก พ่อกูไปรบ ขุนสามชนหัวซ้าย ขุนสามชนขับมาหัวขวา ขุนสามชนเกล่ือน
หนังสือเรียนวิชาเลือก สาระการพฒั นาสังคม รายวิชาการศึกษาประวตั ศิ าสตรส์ ุโขทัย(3) รหัส สค13014 13 เข้าไพร่ฟ้าหน้าใสพ่อกู หนีญญ่ายพายจแจ๋น กูบ่หนี กูข่ีช้างเบกพล กูขับเข้าก่อนพ่อกู กูต่อช้างด้วยขุน สามชน ตนกพ็ งุ่ ชา้ งขุนสามชนตัวชอื่ มาสเมืองแพ้ ขนุ สามชนพา่ ยหนีพ่อกจู ึงขึ้นชือ่ กูพระรามคําแหง...” พ่อขุนรามคาํ แหงมหาราช ทรงเป็นกลุ บุตรทดี่ ีอยู่ในโอวาทของพระราชบดิ า พระราชมารดา และทรงเปน็ พระอนุชาทีจ่ งรักภักดีตอ่ ขุนบานเมืองพระเชษฐา ดังข้อความในศลิ าจารกึ หลักท่ี ๑ ที่วา่ “... กูบาํ เรอพอ่ กู กบู าํ เรอแก่แมก่ ู กไู ด้ตัวเนื้อปลา กเู อามาแกพ่ อ่ กู กไู ดห้ มากส้มหมากหวานอนั ใดกนิ อรอ่ ย กินดี กเู อามาแก่พ่อกู กูไปทบ่ ้านทเ่ มอื ง ไดช้ ้างไดง้ วง ไดป้ ่ัวไดน้ างไดเ้ งือนไดท้ องกูเอามาเวนแก่พ่อกู พ่อกู ตาย ยงั พ่กี ู กพู ราํ่ บาํ เรอแก่พ่ีกู...” พ่อขนุ รามคําแหงมหาราช เสดจ็ ขน้ึ ครองราชสมบตั ิ เป็นรชั กาลที่ ๓ แหง่ ราชวงศ์พระร่วงใน ราวปี พ.ศ. 1822 รัชสมยั ของพระองค์ บ้านเมืองมีความเจริญรุ่งเรืองยิง่ กว่ารัชกาลใด ๆ ในราชวงศ์พระ รว่ งราชอาณาเขตแผข่ ยายไปอย่างกว้างขวางประชาชนได้รบั ความร่มเย็นเป็นสขุ ท่ัวหนา้ ท่ีเรียกกันว่า “ไพร่ฟ้าหนา้ ใส” การพาณชิ ย์เจริญก้าวหน้าทรงทํานุบาํ รุงศิลปวิทยาการใหเ้ จรญิ รงุ่ เรอื งหลายประการ พระมหาธรรมราชาลไิ ท (พระมหาธรรมราชาท่ี 1) พระมหาธรรมราชาลไิ ท เปน็ โอรสของพ่อขนุ เลอไท และเปน็ นดั ดาของพอ่ ขนุ รามคาํ แหง มหาราช พระราชประวตั ิในช่วงปฐมวัย ไมป่ รากฏ ณ ทใ่ี ด แตเ่ ม่อื ทรงพระเจรญิ วยั แลว้ ศลิ าจารกึ สโุ ขทยั หลายหลกั กลา่ วถึงเรอ่ื งราวของพระองค์แม้จะไม่สมบรู ณแ์ ตก่ ็พอทราบเร่ืองราวได้ว่า พระมหากษตั ริย์ พระองค์นไ้ี ดท้ รงศึกษาศลิ ปศาสตรแ์ ขนงต่าง ๆ ทผ่ี ้ปู กครองในขณะนั้นต้องเรยี นต้องศึกษาไดอ้ ย่าง แตกฉาน และชํานชิ ํานาญย่งิ และทรงปกครองเมืองศรสี ชั นาลยั ในฐานะองค์อุปราชหรือรชั ทายาทเมือง สุโขทยั เมือ่ ปี พ.ศ. 1882 และขณะทดี่ าํ รงพระราชอสิ ริยยศเป็นรัชทายาท ที่เมืองศรสี ัชนาลัยนเ่ี อง ได้ ทรงพระราชนิพนธ์ เร่ืองไตรภมู ิพระรว่ ง วรรณคดชี น้ิ แรกของประเทศไทย เมอื่ ปี พ.ศ. 1888 หนงั สือเรื่อง น้แี ม้ผรู้ จนาไดก้ ลา่ วไว้ในบางแผน่ วา่ เพือ่ จะเทศนาแกพ่ ระมารดาของพระองค์ แตเ่ ป็นประกาศนียบัตรท่ี แสดงถงึ พระปรชี าสามารถในความรอบร้เู รอื่ งพระพทุ ธศาสนาอย่างยอดเยี่ยมเป็นวทิ ยานพิ นธ์ทกี่ ้าวล้าํ หนา้ สมบูรณแ์ บบ เพราะที่มีข้ออ้างอิงทีเ่ ป็นระบบโดยทรงคน้ คว้ามาจากคมั ภีร์ต่าง ๆ ทางพทุ ธศาสนา ถงึ 34 เรื่อง ไตรภมู ิพระร่วง นอกจากจะให้เน้อื หาสาระทางพระพทุ ธศาสนา อนั เปา้ หมายของผู้รจนาแลว้ ยงั ให้ความรทู้ างด้านภูมิศาสตร์ รัฐศาสตร์ และเศรษฐกจิ โดยเฉพาะภมู ิศาสตรข์ องโลกทค่ี นไทยร้จู ักกนั ใน สมัยนน้ั ถอื การแบง่ ทวีปท้งั 4 อันมี ชมพูทวปี บุพวิเทหะ อุตรกรุ แุ ละกมรโคยานี หลงั จากทรงเป็นรัชทายาทครองเมอื งศรสี ชั นาลยั อยู่ 8 ปี จึงเสดจ็ มาครองสโุ ขทยั เมอื่ ปี พ.ศ. 1890 โดยตอ้ งใช้กาํ ลังทหารเข้ามายึดอาํ นาจเพราะท่สี โุ ขทัยหลงั สนิ้ รัชกาลพอ่ ขนุ งัวนําถมแล้วเกิด การกบฏการสืบราชบัลลงั กไ์ มเ่ ปน็ ไปตามครรลองครองธรรม เมอื่ กลับมาครองราชสมบัติสุโขทัยแล้ว พระ ราชกรณียกิจทสี่ าํ คญั ของพระมหากษตั รยิ พ์ ระองคน์ ้ี คอื การทํานบุ ํารุงพระพุทธศาสนาศนู ย์รวมจติ ใจ ของคนในชาติ เพราะสุโขทัยหลงั รชั สมยั พ่อขนุ รามคําแหงมหาราชแล้วบา้ นเมอื งแตกแยกแควน้ หลาย แควน้ ในราชอาณาจักรแยกตวั ออกห่างไป ไมอ่ ยใู่ นบังคบั บัญชาสุโขทัยตอ่ ไป
หนงั สือเรยี นวชิ าเลอื ก สาระการพฒั นาสงั คม รายวิชาการศึกษาประวัตศิ าสตรส์ ุโขทยั (3) รหัส สค13014 14 พญาลิไททรงคดิ จะรวบรวมใหก้ ลบั คืนดังเดมิ แตก่ ท็ รงทําไมส่ าํ เรจ็ นโยบายการปกครองท่ี ใชศ้ าสนาเปน็ หลกั รวมความเปน็ ปกึ แผ่นจงึ เป็นนโยบายหลกั ในรัชสมัยนี้ ทรงสร้างเจดีย์ทน่ี ครชุม (เมอื ง กําแพงเพชร) สร้างพระพุทธชินราชทีพ่ ิษณุโลก และเมอื่ พ.ศ. 1905 ทรงออกผนวช การทที่ รงออกผนวช นบั วา่ ทําความมั่นคงใหพ้ ุทธศาสนามากข้ึน ดงั กล่าวแลว้ ว่า หลังรัชสมยั พอ่ ขนุ รามคําแหงมหาราชแลว้ บ้านเมืองแตกแยก วงการสงฆ์เองก็แตกแยก แตล่ ะสํานักแต่ละเมืองก็ปฏิบัตแิ ตกตา่ งกันออกไป เมือ่ ผู้นาํ ทรงมีศรทั ธาแรงกลา้ ถึงขั้นออกบวช พสกนกิ รท้ังหลายกค็ ล้อยตามหนั มาเลอื่ มใสตามแบบอย่างพระองค์ กติ ติศัพทข์ องพระพุทธศาสนาในสโุ ขทยั จงึ เลอ่ื งลือไปไกล พระสงฆช์ ้ันผู้ใหญ่หลายรปู ได้ออกไปเผยแพร่ ธรรมในแควน้ ต่าง ๆ เชน่ อโยธยา หลวงพระบาง เมืองนา่ น พระเจา้ กอื นา แหง่ ล้านนาไทย ไดน้ ิมนต์พระ สมณะเถระไปจากสุโขทัย เพอื่ เผยแพรธ่ รรมในเมืองเชียงใหม่ พระมหาธรรมราชาท่ี 1 หรอื พญาลิไท มมี เหสีชื่อพระนางศรีธรรม ทรงมโี อรสสืบพระราช บัลลงั ก์ตอ่ มาคือ พระมหาธรรมราชาท่สี อง ปสี วรรคตของกษัตริย์พระองค์น้ีไมเ่ ป็นที่ทราบแนช่ ดั แต่คง อย่ใู นระยะเวลาระหวา่ งปี พ.ศ. 1921-1927
Search
Read the Text Version
- 1 - 5
Pages: