แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการอา่ น เกณฑ์การใหค้ ะแนน ๕ = ดมี าก ๔ = ดี ๓ = ปานกลาง ๒ = พอใช้ ๑ – ๐ ปรบั ปรุง เกณฑก์ ารผ่าน ได้คะแนนไม่นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ ๕๐ (ไม่น้อยกว่า ๓ คะแนน) ข้อ รายการประเมิน คะแนน สรุป หมายเหตุ ทไ่ี ด้ ผา่ น ไมผ่ า่ น ๑ อา่ นไดช้ ดั เจนถูกต้องตามอักขรวิธี ๒ คลอ่ งแคลว่ ไมต่ ะกุกตะกัก ๓ แบง่ วรรคตอนถูกต้อง ๔ ใช้นา้ เสียงเหมาะสม มจี งั หวะ มีการเนน้ เสียงหนกั เบา ไม่อา่ นยานคาง ๕ ใช้นา้ เสียงในการอ่านเหมือนเสยี งพดู ของตวั ละคร รวมคะแนน ขอ้ เสนอแนะเพิ่มเตมิ ……………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………….. ลงชื่อ ................................................................................ ผปู้ ระเมิน (นางสาวจิราพร กุลให้)
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๗ ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ๑ ปีการศึกษา หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๘ เร่ือง ไมง้ ามในสวนแก้ว เวลา ๑ ชวั่ โมง เรอ่ื ง การอภปิ รายขอ้ คดิ จากบทเรียน แผนผงั ความคดิ ประจาหน่วยการเรยี นรู้ที่ ๘ การอา่ นในใจบทเรียน การเขยี นแผนภาพโครงเรอื่ ง คาใหม่ คายากในบทเรยี น ไม้งามในสวนแก้ว การเลือกใช้คาให้ถูกต้องตาม ความหมาย ประโยครวม ประโยคซอ้ น การอา่ นออกเสยี งบทเรยี น การอภปิ รายข้อคิดจากบทเรียน มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระท่ี ๑ : การอ่าน มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคดิ เพือ่ นาไปใช้ตัดสินใจ แกป้ ญั หาใน การดาเนนิ ชีวิตและมีนิสยั รักการอา่ น สาระที่ ๒ : การเขียน มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนเขยี นส่ือสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่างๆ เขยี นรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นควา้ อย่างมีประสิทธิภาพ เป้าหมายการเรยี นรูป้ ระจาหน่วย เมื่อเรียนจบหนว่ ยน้ี ผ้เู รยี นจะมคี วามรู้ความสามารถตอ่ ไปนี้ ๑. อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง ๒. อธิบายความหมายของคา ประโยคและข้อความที่เปน็ โวหาร ๓. อา่ นเร่อื งสัน้ ๆ อย่างหลากหลาย โดยจับเวลาแลว้ ถามเกยี่ วกบั เรือ่ งท่ีอ่าน ๔. แยกขอ้ เทจ็ จรงิ และข้อคดิ เห็นจากเร่ืองท่อี ่าน ๕. อธบิ ายการนาความรู้และความคดิ จากเร่ืองทอี่ า่ นไปตัดสินใจแก้ปัญหา ในการดาเนิน ชีวติ ๖. อา่ นงานเขียนเชงิ อธิบาย คาสงั่ ขอ้ แนะนา และปฏบิ ัติตาม ๗. อธบิ ายความหมายของข้อมูล จากการอ่านแผนผัง แผนท่ี แผนภูมิ และกราฟ ๘. อา่ นหนงั สอื ตามความสนใจ และอธบิ ายคุณคา่ ทไ่ี ด้รบั ๙. มมี ารยาทในการอ่าน
คณุ ภาพท่ีพึงประสงค์ของผู้เรียน ๑. รูจ้ ักการตีความ สรุปความและหาข้อคิดจากบทเรียนได้ ๒. ตีความ สรุปความและหาขอ้ คิดจากเรื่องท่ีฟัง หรืออา่ นได้ ขอบขา่ ยสาระการเรียนรู้แกนกลางรายวิชา ภาษาไทย ตัวชวี้ ัด มาตรฐาน ท ๑.๑ (๓) อา่ นเรื่องสัน้ ๆ อย่างหลากหลาย โดยจบั เวลาแล้วถามเก่ียวกบั เรอ่ื งทอี่ ่าน (๕) อธิบายการนาความรแู้ ละความคดิ จากเร่ืองทีอ่ ่านไปตดั สินใจแกป้ ัญหาในการดาเนนิ ชวี ิต (๘) อา่ นหนงั สอื ตามความสนใจ และอธิบายคุณคา่ ทไ่ี ดร้ ับ มาตรฐาน ท ๒.๑ (๑) คัดลายมือตวั บรรจงเต็มบรรทัด และครึ่งบรรทดั (๕) เขียนยอ่ ความจากเร่ืองที่อา่ น สาระพน้ื ฐาน ๑. การตคี วาม สรปุ ความ ๒. การหาข้อคิดจากบทเรียน ๓. การทดสอบหลงั การเรียนรู้ ความรูฟ้ งั แน่นติดตัวผู้เรียน การตคี วาม สรปุ ความและหาข้อคิดจากเรื่องท่ีอ่าน คอื การทาความเข้าใจเรื่องทัง้ หมด จากการฟัง การอ่าน แล้วนามาตคี วามเพือ่ สรุปและหาข้อคดิ จากเรื่อง ควรทาความเขา้ ใจเรื่องอยา่ ง แจม่ แจง้ จะจะสามารถ สรุปความและหาข้อคิดของเรื่อง ได้อย่างถูกต้อง พฤติกรรมความพอเพียง ๑. ความพอเพยี งด้านตนเอง มีความสนใจ ใฝร่ ้ใู ฝ่เรยี น ๒. มคี วามพอเพยี งด้านสังคม ดาเนินชีวิตตามกฎเกณฑข์ องสงั คม อย่รู ว่ มกับผูอ้ ื่นไดอ้ ยา่ งมี ความสุข ๓. ความพอเพียงด้านทรพั ยากร ใช้ทรพั ยากรท่ีอย่อู ยา่ งคุ้มคา่ ตามปรชั ญาหลักเศรษฐกิจ พอเพยี ง ๔. ความพอเพียงด้านภูมิปญั ญา สามารถนาความรทู้ ่ีไดจ้ ากเรอื่ ง การอยรู่ ่วมกนั และ ทางานร่วมกบั ผู้อน่ื ประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน กระบวนการเรียนรู้ ๑. ครแู ละนักเรียนสนทนาทบทวนบทเรยี น เก่ียวกบั ประสบการณเ์ ดิมของนกั เรียนใน เรื่อง การตีความ สรุปความและหาข้อคิดจากเร่ืองทอี่ ่าน โดยการซกั ถามนักเรยี น ๒. นกั เรียนแบ่งกลุ่ม โดยคละกนั ตามความสามารถ เก่ง ปานกลาง อ่อน แล้วประเมนิ การกระทาของตวั ละครในบทเรียน ๓. ครูแจกใบความรู้ เรอ่ื ง การตคี วาม สรปุ ความและหาข้อคิดจากเรื่องท่ีอ่าน ใหน้ กั เรียน ได้ศึกษา ใหเ้ ขา้ ใจ ๔. ครนู าแผนภูมิความหมายของการตีความ สรุปความและหาข้อคิดจากเรอื่ งที่อา่ น ตดิ ทีก่ ระเปา๋ ผนัง ให้นักเรียนทุกคนฝกึ อา่ น ร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็น แล้วบนั ทึกลงสมุด
๕. หลังจากท่ีนกั เรียนทกุ กลมุ่ ศกึ ษาใบความรู้ แลว้ ให้ร่วมกันสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพอื่ ทาความเข้าใจร่วมกนั ๖. นกั เรียนสง่ ตัวแทนกลมุ่ นาเสนอผลงานหน้าชน้ั เรียน ๗. นกั เรียนทาใบงานที่ ๑ ๘. นักเรยี นทาแบบทดสอบหลังเรยี น เร่ือง ไม้งามในสวนแกว้ สื่อการเรียนการสอน ๑. ประเภทสือ่ - แบบเรียนภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชวี ิต - แบบทดสอบหลงั เรยี น เรอ่ื ง ไมง้ ามในสวนแก้ว ๒. วสั ดุ / อุปกรณ์ - ใบงานที่ ๑ ๓. แหลง่ การเรยี นรู้ - ครู ผู้ปกครอง - คาขวญั ทค่ี รเู ขียนตดิ ไวใ้ นห้องเรยี น การวัดประเมินผล ๑. วิธกี ารวัดและประเมนิ ผล ๑. สังเกตพฤติกรรมการเรียนของนักเรียน ๒. ประเมนิ การอ่าน ๓. ประเมินการเขียน ๒. เคร่ืองมอื การวัดและประเมนิ ผล ๑. แบบบนั ทึกพฤตกิ รรมการเรยี น ๒. แบบสงั เกตพฤติกรรมการอ่าน ๓. แบบสังเกตพฤติกรรมการเขยี น ๓. เกณฑก์ ารประเมนิ ๑ การประเมนิ พฤติกรรมการเรยี น ๕ - ๔ หมายถึง ระดบั ดีมาก ๓ – ๒ หมายถึง ระดบั พอใช้ ๑ - ๐ หมายถึง ระดับ ปรับปรุง ๒. สังเกตพฤติกรรมการอ่าน ๕ หมายถงึ ระดบั ดีมาก ๔ หมายถึง ระดบั ดี ๓ หมายถึง ระดับ ปานกลาง ๒ หมายถงึ ระดับ พอใช้ ๑ – ๐ หมายถึง ระดบั ปรับปรงุ ๓. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขยี น ๕ หมายถึง ระดับ ดมี าก ๔ หมายถึง ระดบั ดี ๓ หมายถงึ ระดบั ปานกลาง ๒ หมายถึง ระดบั พอใช้ ๑ – ๐ หมายถึง ระดบั ปรับปรงุ
ใบความรู้ เร่อื ง การหาข้อคดิ จากเร่อื งทอ่ี ่าน การหาข้อคดิ จากเร่ืองทอี่ ่าน จะชว่ ยให้ผอู้ ่านเขา้ ใจเรื่องทีอ่ ่านไดล้ ึกซ้งึ และเขา้ ใจความคดิ ของผเู้ ขยี นทีแ่ ฝงไว้ในเรอ่ื ง เชน่ คตธิ รรม คาสอน มุมมองตา่ งๆอันเป็นประโยชนต์ อ่ การนาไป ประยกุ ตใ์ ช้ในการดารงชวี ิตได้ การหาข้อคดิ จากเรอ่ื งทีอ่ ่าน ผอู้ า่ นต้องมีความเขา้ ใจความหมายของคาและประโยค ตง้ั จดุ มุ่งหมายของการอ่านอยา่ งพินจิ พจิ ารณา ใชก้ ารวเิ คราะห์คา ความหมาย นัยของคาและข้อความ จดบันทกึ ความรู้การแยกแยะขอ้ เทจ็ จรงิ การประเมินเหตุการณ์ โดยสามารถใชก้ ารเขยี นแผนภาพ ความคิดหรือแผนภาพโครงเรื่องมาลาดับความคิดได้ แผนภาพโครงเรือ่ ง แม่ปูกบั ลูกปู ตวั ละคร : แมป่ ู ลูกปู แมป่ กู บั ลูกปูเดินไปหากนิ ในนา แมป่ ูเห็นลูกลูกปู เหตกุ ารณ์ที่ ๑ : เดินไม่ตรงทางจงึ ร้องบอกให้ลูกเดนิ ไปตรงทาง : ข้อบกพร่องของผู้อ่นื ย่อมเหน็ ไดง้ า่ ยกวา่ ขอ้ บกพร่องของ ข้อคิด ตนเอง ภาพโครงเรือ่ ง แม่ปกู บั ลูกปู : ลกู ปขู อให้แม่ปูเดินใหด้ ซู วิ า่ เดินอยา่ งไรจึงจะเดนิ ตรง เหตกุ ารณท์ ี่ ๒ แมป่ ูเดินใหล้ กู ปูดกู ็เดินไมต่ รงทางเหมือนกัน ขอ้ คิด : การท่ีจะบอกหรือสอนผู้ใด ผ้บู อกหรือผู้สอนควรปฏิบัติ ใหไ้ ดก้ ่อน หรอื : การกระทาท่ีฝืนธรรมชาติย่อมทายาก จากข้อคิดของเรอื่ ง ผู้อา่ นอาจคดิ เปรียบเทยี บกับสานวนทสี่ อดคลอ้ งกนั ได้ เชน่ ว่าแตเ่ ขาอิเหนาเปน็ เอง เปน็ ตน้
ใบงานที่ ๑ คาช้แี จง ให้นกั เรยี นตอบคาถามต่อไปน้ี ใหถ้ ูกตอ้ ง ๑.นกั เรยี นเคยฝันหรอื ไม่ ถา้ เคยฝันลองยกตวั อยา่ งเร่ืองท่ฝี ัน และวเิ คราะห์สาเหตุท่ฝี ันเรื่องนั้น ๆ ตามความคดิ ของนกั เรียน ………………………………………………………………………………...…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………...…………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………...…………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๒. นกั เรียนคิดวา่ นางฟ้ามลี ักษณะอย่างไร และอยากให้นางฟ้าทาอะไรใหน้ กั เรียน ลองวาดภาพ นางฟ้าตามจนิ ตนาการ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ...…………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………...…………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
แบบทดสอบหลังเรียน เรอื่ ง ไมง้ ามในสวนแก้ว คาช้ีแจง ใหน้ กั เรียนทาเคร่ืองหมาย × ทบั ตัวอักษร ก ข ค ง ท่ถี ูกทีส่ ุดเพียงขอ้ เดียว 1. ทาไมขวัญข้าวจึงกังวลเก่ียวกบั งานท่ีได้รับมอบหมายจากกลมุ่ ………………………………………………………………………………...…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………...…………………………………… 2. มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้างท่ที าให้ขวญั ขา้ วคิดทารายงานเร่อื ง “ไม้งามในสวนแกว้ ” ………………………………………………………………………………...…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………...…………………………………… 3. เขียนชื่อดอกไมป้ ระเภทท่ีสวยและหอมกับประเภททสี่ วยแต่ไม่หอม 3.1 ดอกไมท้ ีส่ วยและหอม ………………………………………………………………………………...……………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………...……………………… 3.1 ดอกไมท้ ่ีสวยแต่ไม่หอม ………………………………………………………………………………...……………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………...……………………… 4. บอกข้อคิดท่ีไดจ้ ากบทร้อยกรอง ดอกบวั เพลินพิศดอกบวั งาม บานอรา่ มนา่ ชน่ื ใจ ใต้น้าคือโคลนตม เป็นท่ีเกดิ จงกลนี ดุจเดยี วกับบณั ฑิต มีดวงจิตเปี่ยมความดี คณุ ธรรมล้าเลอศรี ตระกูลต่าใชส่ าคัญ ………………………………………………………………………………...……………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………...………………………
เกณฑ์การประเมนิ สาหรับประเมินผลงานของผเู้ รียน ( Rubric Assessment) ระดบั คะแนน เกณฑก์ ารประเมนิ ๕ - ๔ = ดีมาก ๓ - ๒ = พอใช้ ๑ - ๐ = ปรับปรงุ ๑. สนใจร่วม กจิ กรรม กระตือรอื รน้ สนใจร่วม กระตือรือรน้ สนใจร่วม รว่ มกจิ กรรมเม่ือ ๒. มคี วามสนใจใน เร่อื งทเี่ รยี น กิจกรรม พร้อมท้ังชักชวน กิจกรรม ไดร้ บั คาสั่งหรือถูก ๓. กลา้ แสดงออก ให้ผ้อู ืน่ ปฏบิ ตั ิตามได้ บังคบั ๔. ตอบคาถามและ มีความกระตือรือรน้ ปฏบิ ัติ สนใจศึกษาค้นควา้ หา ปฏิบัตติ นในเรือ่ งท่ี แสดงเหตผุ ล ในเรื่องท่ีเรยี น สนใจศึกษา ข้อมูลดว้ ยตนเองและ เรียน ศกึ ษาค้นควา้ ๕. มคี วามสามคั คี ค้นควา้ หาข้อมูลนาไป นาไปปฏิบตั ิ เมอ่ื ได้รบั คาสงั่ ปฏิบัตพิ รอ้ มท้งั ชกั ชวนให้ ผู้อื่นปฏิบัตติ าม มีความกระตือรือรน้ กล้า มคี วามกระตือรอื รน้ รว่ มกจิ กรรมเมื่อ แสดงออกในการรว่ ม กล้าแสดงออกในการรว่ ม ไดร้ บั คาสงั่ หรือถูก กจิ กรรม พร้อมทั้งชักชวน กิจกรรม บังคับ ให้ผู้อืน่ ปฏิบัติตามได้ ตอบคาถามและแสดงเหตุ ตอบคาถามและแสดงเหตุ ตอบคาถามได้ ผลได้ต่อเน่ืองครบถว้ น ผลไดต้ ่อเน่ืองครบถ้วน ต่อเนื่องครบถ้วน สัมพนั ธก์ บั หัวข้อทีก่ าหนด สัมพนั ธก์ บั หัวข้อที่ สมั พันธก์ ับหัวข้อที่ และตอบคาถามไดถ้ ูกตอ้ ง กาหนด กาหนดแต่ยงั ไม่ สามารถแสดงเหตผุ ล ประกอบได้ กระตือรอื ร้นศึกษา ค้นควา้ ศึกษา คน้ คว้าทางาน ศกึ ษา คน้ ควา้ ทางานดว้ ยความชืน่ ชอบ ตามที่ผอู้ ่ืนบอกหรือทา ทางานเม่ือไดร้ บั สนกุ สนาน และสามารถ ตามคาชกั ชวนของเพอื่ น คาส่งั หรือถูกบงั คับ ชกั ชวนใหผ้ ู้อ่นื ปฏิบัตติ าม
แบบสงั เกตพฤติกรรมการอา่ น เกณฑ์การใหค้ ะแนน ๕ = ดมี าก ๔ = ดี ๓ = ปานกลาง ๒ = พอใช้ ๑ – ๐ ปรบั ปรุง เกณฑก์ ารผา่ น ได้คะแนนไม่นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ ๕๐ (ไมน่ ้อยกวา่ ๓ คะแนน) ข้อ รายการประเมิน คะแนน สรปุ หมายเหตุ ที่ได้ ผา่ น ไม่ผา่ น ๑ อา่ นไดช้ ัดเจนถูกต้องตามอักขรวธิ ี ๒ คล่องแคล่วไมต่ ะกุกตะกัก ๓ แบ่งวรรคตอนถูกต้อง ๔ ใชน้ า้ เสยี งเหมาะสม มจี งั หวะ มีการเนน้ เสียงหนกั เบา ไม่อา่ นยานคาง ๕ ใช้นา้ เสยี งในการอ่านเหมือนเสยี งพดู ของตวั ละคร รวมคะแนน ขอ้ เสนอแนะเพ่ิมเติม ……………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………….. ลงชื่อ ................................................................................ ผปู้ ระเมิน (นางสาวจริ าพร กุลให)้
แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขียน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ๕ = ดีมาก ๔ = ดี ๓ = ปานกลาง ๒ = พอใช้ ๑ – ๐ ปรับปรงุ เกณฑก์ ารผา่ น ไดค้ ะแนนไม่น้อยกว่ารอ้ ยละ ๕๐ (ไม่น้อยกวา่ ๓ คะแนน) ขอ้ รายการประเมิน คะแนน สรุป หมายเหตุ ๑ มคี วามตัง้ ใจในการเขียน ทไ่ี ด้ ผ่าน ไมผ่ า่ น ๒ เขยี นได้ถกู ต้อง ๓ เขยี นไดส้ วยงาม สะอาด ๔ เว้นวรรคตอนถูกต้อง ๕ สะกดคาถูกตอ้ ง รวมคะแนน ขอ้ เสนอแนะเพิ่มเติม ……………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………….. ลงช่อื ................................................................................ ผปู้ ระเมิน (นางสาวจิราพร กุลให)้
Search