1แผนการจัดการเรียนรู้หลกั เศรษฐศาสตร์ ทพิ ยส์ ุดา วเิ ศษวิสัย วทิ ยาลัยอาชวี ศกึ ษาขอนแกน่
2หน่วยท่ี 1 ความรู้เบื้องต้นเกย่ี วกบั วิชาเศรษฐศาสตร์จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม เพอ่ื ใหน้ กั ศึกษามีความรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกับความรู้เบ้ืองตน้ เก่ยี วกบั วิชาเศรษฐศาสตร์สาระการเรียนรู้1.ความหมายของวิชาเศรษฐศาสตร์2.แขนงของวิชาเศรษฐศาสตร์3.ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งวชิ าเศรษฐศาสตร์กบั วชิ าอื่น4.ปญั หาพน้ื ฐานทางเศรษฐกิจ5.ระบบเศรษฐกจิ6.วงจรกิจกรรมทางเศรษฐกิจ7.ประโยชน์ของวิชาเศรษฐศาสตร์1. ความหมายของวิชาเศรษฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ (Economics) เปน็ วชิ าทีศ่ กึ ษาถงึ การจัดสรรทรัพยากรที่มีอย่อู ยา่ งจากัด สาหรบั การผลิตสนิ คา้ และบรกิ ารให้เกิดประโยชนส์ ูงสดุ เพ่ือสนองตอบต่อความต้องการท่ีมีอยู่อยา่ งไมจ่ ากัด ทรัพยากร หมายถึง ทรัพยากรทน่ี ามาผลติ สินคา้ และบริการ เรียกอกี อย่างหนึง่ วา่ ปจั จยั การผลติ(factor of productions) แบ่งเป็น 4 ประเภทไดแ้ ก่ 1. ท่ีดนิ (Land) ได้แก่ท่ีดินรวมทัง้ ทรพั ยากรธรรมชาตอิ ่นื ๆ ผลตอบแทนจากการใช้ท่ีดนิ เรียกว่าคา่ เชา่ (rent) 2. แรงงาน(Labor) หรอื ทรัพยากรมนุษย์ โดยทัว่ ไปมีการแบ่งแรงงานอออกเปน็ 3 ประเภทคือแรงงานมฝี ีมือ แรงงานกง่ึ ฝีมือ และแรงงานไรฝ้ มี ือ ผลตอบแทนของแรงงานเรียกวา่ ค่าจา้ งหรือเงนิ เดอื น(wage or salary) 3. ทุน (Capital) คอื สง่ิ ท่ีมนุษย์สร้างข้ึนเพอื่ ใชร้ ว่ มกบั ปัจจัยการผลติ อนื่ ๆ ผลตอบแทนของเงนิ ทุนเรียกว่า ดอกเบี้ย(interest) 4. ผู้ประกอบการ(Entrepreneur) คือผู้ทาหน้าทร่ี วบรวมปจั จยั การผลิต ผลตอบแทนของผปู้ ระกอบการเรียกว่า กาไร(profit) ในทางเศรษฐศาสตร์แบ่งสินค้าและบริการไดเ้ ปน็ 2 ประเภทคอื 1. เศรษฐทรพั ย์ คือ สนิ ค้าและบรกิ ารทม่ี ตี น้ ทุนในการใช้ โดยแบง่ เป็นสนิ คา้ สาธารณะ คือสนิ ค้าท่ีบรโิ ภครว่ มกัน เช่น ถนน โรงพยาบาล และสนิ คา้ เอกชน คอื สนิ คา้ ท่ีแยกการบรโิ ภคออกจากกนั ได้ 2. สินค้าทไ่ี รร้ าคา คือ สินค้าและบรกิ ารที่ไมม่ ตี น้ ทุนในการใช้ เช่น แมน่ ้า ทะเล
32.แขนงของวิชาเศรษฐศาสตร์ 1. เศรษฐศาสตร์จลุ ภาค (Microeconomics) เป็นการศกึ ษาพฤตกิ รรมของหนว่ ยเศรษฐกิจต่างๆในระบบเศรษฐกจิ 2. เศรษฐศาสตร์มหภาค (Macroeconomics) เปน็ การศึกษาพฤติกรรมทางเศรษฐกิจของส่วนรวมหรือระดบั ประเทศ อยา่ งไรก็ตาม เศรษฐศาสตร์ทัง้ สองแขนงต่างมีความเก่ยี วพันซึง่ กนั และกัน นกั เศรษฐศาสตรจ์ งึ ควรศึกษาท้ังสองแขนงเพ่ือความสมบรู ณ์และชว่ ยให้เข้าใจปัญหาเศรษฐกิจตา่ งๆใหด้ ีขึ้น3.ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งวิชาเศรษฐศาสตร์กับวิชาอื่น เศรษฐศาสตร์เป็นวชิ าสาขาหน่ึงของสังคมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์จึงมคี วามสัมพนั ธก์ บั วิชาสาขาอ่ืน ๆอาทิ 1. เศรษฐศาสตร์กบั รัฐศาสตร์ แต่เดมิ สองสาขารวมกนั เรยี กวา่ เศรษฐศาสตรก์ ารเมือง ตอ่ มาจงึ มีการแยก ซ่งึ การจะปกครองพลเมืองในประเทศให้มคี วามกนิ ดีอยู่ดี จาเปน็ ต้องทาใหพ้ ลเมืองมีฐานะทางเศรษฐกิจที่มัน่ คง รฐั บาลจึงจาเป็นต้องใช้วชิ าเศรษฐศาสตร์และวชิ ารฐั ศาสตรใ์ นการบริหารประเทศ 2. เศรษฐศาสตรก์ บั บริหารธรุ กจิ ซง่ึ มคี วามสัมพนั ธ์กันในฐานะทม่ี ีบทบาทสาคัญทางการผลติ การบริโภค การจัดจาหน่ายผลผลิตไปยังระบบเศรษฐกิจของประเทศ ซง่ึ นักธุรกจิ จาเปน็ ต้องรอบรถู้ งึ หลักและทฤษฎที างเศรษฐศาสตรเ์ พ่ือติตามภาวะเศรษฐกิจต่างๆ เพื่อให้การดาเนินธุรกจิ อยา่ งมีประสิทธภิ าพ เพื่อให้ไดก้ าไรสงู สดุ 3. เศรษฐศาสตร์กับนติ ิศาสตร์ นติ ิศาสตรเ์ ปน็ เร่ืองกฎเกณฑข์ องมนุษย์ในสงั คมที่เรียกว่า กฎหมายโดยมผี ลบงั คับเพื่อให้มนุษยอ์ ยรู่ ่วมกนั อยา่ งสันติสุข ซง่ึ หากเกิดปญั หาทางเศรษฐกจิ ข้นึ รฐั อาจออกกฎหมายเพือ่ ควบคมุ ไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน 4. เศรษฐศาสตร์กบั จิตวทิ ยา จติ วทิ ยาเป็นการศกึ ษาถึงพฤติกรรมและสิ่งจงู ใจดา้ นต่างๆทที่ าให้มนุษย์แสดงพฤติกรรมออกมาทางด้านเศรษฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม วชิ าเศรษฐศาสตร์ ยงั มคี วามเกยี่ วข้องกับหลายๆสาขา เชน่ ประวัติศาสตร์ภมู ศิ าสตร์ คณิตศาสตร์ เป็นต้น4.ปญั หาพน้ื ฐานทางเศรษฐกิจ จากทไ่ี ด้กลา่ วมาแลว้ ว่า เศรษฐศาสตรเ์ ป็นการศึกษาถึงวิธีการจัดสรรทรัพยากรท่มี ีอยู่อยา่ งจากัดซ่งึ ปัจจุบันทรพั ยากรก็ลดลงเร่ือยๆในขณะทปี่ ระชากรเพ่ิมขึ้น จึงเกดิ ปัญหาเกี่ยวกับการจัดสรรทรพั ยากร ซง่ึสามารถจาแนกปญั หาพ้นื ฐานทางเศรษฐกจิ ออกเป็น 3 ประเภท คอื 1. ผลติ อะไร (what to produce) ต้องตดั สินใจเลือกผลติ สนิ คา้ และบริการอะไรและจะผลติสนิ ค้าแตล่ ะชนดิ เปน็ จานวนเทา่ ใด โดยการตดั สินใจนัน้ เน้นทีก่ ารใช้กลไกราคาเปน็ เคร่ืองตัดสนิ ว่าจะผลติ อะไรและผลติ ในปริมาณเทา่ ใด
4 2. ผลิตอย่างไร (how to produce) จะใชเ้ ทคนิคและกรรมวิธกี ารผลิตอย่างไร จึงจะมีประสทิ ธภิ าพมากท่ีสุดหรือเสยี ตน้ ทุนต่าสุด 3. ผลิตเพ่ือใคร (for whom to produce) จะกระจายสนิ ค้าและบริการท่ีผลติ ได้ไปให้ใคร วิธไี หนอย่างไร จงึ จะสนองตอบความต้องการของสมาชกิ ในสังคมได้ดที ี่สดุ5.ระบบเศรษฐกิจ ระบบเศรษฐกิจ (economic system) คือ รูปแบบทางเศรษฐกจิ โดยกาหนดผูก้ ระทากิจกรรมทางเศรษฐกจิ (economic activities) จัดต้งั สถาบนั ทางเศรษฐกิจ (economic institution) กาหนดผเู้ ปน็ เจ้าของทรพั ยส์ นิ รวมทั้งออกระเบียบข้อบังคบั และวธิ ีการควบคุมการกระทากจิ กรรมทางเศรษฐกิจ ใหเ้ หมาะสมและเป็นผลดีต่อประชาชนในประเทศของตน ระบบเศรษฐกจิ สามารถสรุปได้ดงั นี้ 1. ระบบเศรษฐกจิ แบบเสรี หรือทเี่ รียกว่า ระบบทุนนยิ มหรอื เสรนี ิยม (Capitalism) ตัดสนิ ปญั หาโดยใช้ระบบราคา (price system) ให้สทิ ธแิ กเ่ อกชนเป็นเจ้าของทรพั ย์สินอยา่ งเต็มที่ และประชาชนมีเสรีภาพอยา่ งเต็มท่ใี นการตดั สนิ ใจกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ เพือ่ ใหบ้ รรลุจดุ มุ่งหวงั คือ ผลตอบแทนมากท่สี ดุ สาหรบัผผู้ ลิต และความพอใจสูงสดุ สาหรบั ผูบ้ รโิ ภค ข้อดี 1) ผู้ผลติ แต่ละรายตอ้ งแขง่ ขันกันขายสนิ ค้าและบริการมากข้นึ จงึ ต้องผลิตสินคา้ ทเี่ น้นคุณภาพ ซง่ึเป็นผลดีตอ่ ผบู้ รโิ ภค 2) หนว่ ยธรุ กจิ มีเสรภี าพในการตดั สนิ ใจว่าจะผลิตอะไร ผลิตอยา่ งไร และเพ่ือใคร ข้อเสยี 1) ทาให้การกระจายรายได้และจดั สรรทรัพยากรไม่ท่วั ถึง เพราะผู้บริโภคในสงั คมมรี ายได้และทรพั ยส์ ินไม่เท่าเทยี มกัน 2) หน่วยธรุ กิจจะมงุ่ เน้นการผลิตท่ีแสวงหากาไรเปน็ สาคัญ 3) ในภาวะทเี่ กิดการขาดแคลนสินค้า เช่นภาวะสงคราม หากรฐั ไมเ่ ขา้ แทรกแซงอาจทาให้เกดิ การขาดแคลนสนิ ค้าจาเป็นมากข้ึน 2. ระบบเศรษฐกจิ แบบสงั คมนิยม (Socialism) เป็นระบบที่การตดั สินปญั หาพนื้ ฐานทางเศรษฐกิจโดยรฐั เพราะถือวา่ ปจั จัยการผลติ ทุกชนิดเปน็ ของรฐั รฐั จะเปน็ ผูก้ าหนดกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ แลว้ บังคบั ให้ประชาชนปฏิบัตติ าม ข้อดี 1) ไม่มีการแขง่ ขนั เพ่ือแสวงหากาไรสงู สุด 2) การกระจายรายได้ไปยงั ประชาชนมีความเปน็ ธรรม 3) ทาให้ภาวะเศรษฐกจิ ไมเ่ ปลยี่ นแปลงมากนัก
5 ข้อเสยี 1) ผบู้ รโิ ภคไม่มีอิสรเสรภี าพในการเลอื กซอ้ื สินค้าและบริการไดเ้ ต็มท่ี 2) การพัฒนาเทคโนโลยีท่จี ะนามาใช้ในการผลติ มีไม่มากนัก 3) เนื่องจากรฐั จะต้องกระจายสนิ คา้ ใหท้ ่ัวถงึ คุณภาพสนิ ค้าจึงอาจไม่ดีนกั 3. ระบบเศรษฐกิจแบบผสม (Mixed system) เปน็ การผสมระหว่างแบบทนุ นิยมและสงั คมนยิ มซ่งึ รัฐและเอกชนเปน็ เจ้าของปัจจยั การผลิต และ ใช้กลไกราคา และการแข่งขนั โดยเสรีแก้ปญั หาเศรษฐกจิ แต่รฐั สามารถแทรกแซง และวางแนวทางการดาเนนิ การทางเศรษฐกจิ ได้ ขอ้ ดี 1)การกระจายรายไดใ้ นสังคมมมี ากข้นึ 2)เอกชนมบี ทบาททางเศรษฐกจิ และแข่งขันในสนิ คา้ และบริการ 3)ผ้บู รโิ ภคมโี อกาสเลือกซ้ือสินคา้ และบริการได้ตามกาลงั ขอ้ เสยี 1)การดาเนินการผลิตขนาดใหญ่จากรัฐมกั ขาดประสิทธิภาพ 2)การกาหนดนโยบายและการใช้อานาจยังข้ึนอยกู่ บั รัฐบาล ทั้งนป้ี ระเทศไทยมีการดาเนินกิจกรรมทางเศรษฐกจิ โดยใชร้ ะบบเศรษฐกจิ แบบผสม6.วงจรกิจกรรมทางเศรษฐกิจ องค์ประกอบของระบบเศรษฐกิจจึงแบ่งออกเป็น 3 สว่ น คือ ครัวเรือน (households) ธุรกิจ(business firm) และรฐั บาล (government) เราสามารถแสดงความสมั พันธ์ของกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ ของท้ัง 3 สว่ นได้
67.ประโยชนข์ องวชิ าเศรษฐศาสตร์1. ชว่ ยให้การดารงชีวติ ประจาวนั เปน็ ไปอยา่ งมีหลกั เกณฑ์และมีเหตผุ ล2. เปน็ ความรู้ข้ันพ้นื ฐานท่ีจาเป็นแก่ผปู้ ระกอบอาชพี ธุรกิจ3. หน่วยธรุ กิจสามารถนาความรไู้ ปใช้ในการตัดสนิ ใจทางธรุ กจิ ไดด้ ีขึ้น4. ในด้านของส่วนรวม ถา้ ประชาชนมีความรดู้ ้านเศรษฐศาสตร์กจ็ ะสามารถประกอบอาชพี ในอันท่จี ะก่อให้เกดิความเจริญก้าวหน้าแกต่ นเองและสว่ นรวม5. เข้าใจพฤตกิ รรมมนษุ ย์เอกสารอา้ งอิงนราทพิ ย์ ชุติวงศ์. ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์จุลภาค.
Search
Read the Text Version
- 1 - 6
Pages: