ม.4 หนว่ ยการเรียนรู้ ที่ 3 เรอื่ ง การดารงชีวติ ของพืช โดย นางสาวจันจริ า ธนันชยั ตำแหนง่ ครูผชู้ ่วย โรงเรยี นรำชประชำนเุ ครำะห์ 31 จังหวดั เชียงใหม่ สำนักบรหิ ำรงำนกำรศกึ ษำพิเศษ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 เร่ือง สารอนิ ทรีย์ในพชื สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวชิ า รายวิชาวิทยาศาสตรช์ วี ภาพ รหัสวชิ า ว 30101 ปกี ารศกึ ษา 2565 ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 4 ชัว่ โมง หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 3 เรื่อง การดำรงชวี ิตของพชื ครผู ูส้ อน นางสาวจันจิรา ธนันชยั มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ช้ีวัด สาระที่ 1 วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพ้ืนฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออก จากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชท่ีทำงานสัมพันธ์กัน รวมท้ังนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ ตัวชวี้ ัด ม.4/8 ทดสอบและบอกชนดิ ของสารอาหารที่พืชสังเคราะห์ได้ ม.4/9 สืบค้นข้อมูลอภิปรายและยกตัวอย่างเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากสารต่าง ๆ ที่พืช บางชนิดสรา้ งขึน้ สาระสำคญั สารอินทรีย์ที่พืชสร้างข้ึนมีท้ังท่ีจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรงซ่ึงพบได้ในพืชทุกชนิดเช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ลิพิด กรดนิวคลิอิก กรดแอมิโน วิตามิน คลอโรฟิลล์ ฮอรโ์ มนพืช และสารอินทรียท์ ี่ไม่ จำเป็นต่อการเจริญ เติบโตของพื ชโดยตรงซ่ึงพ บได้ในพื ชบางชนิดเพ่ือช่วยให้พืช เหล่าน้ันมีชีวิตรอดแล ะ แพร่กระจายพันธไุ์ ด้ โดยปัจจุบันมนุษย์นำสารอนิ ทรียใ์ นกลุ่มนี้ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย เช่น การใช้ ประโยชน์จากยางพารา สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพทใี่ ช้เป็นยา เปน็ ตน้ สาระการเรยี นรู้ - สารอินทรยี ์ท่จี ำเป็นตอการเจริญเตบิ โตของพชื โดยตรง - สารอนิ ทรียท์ ี่ไม่จำเป็นตอการเจรญิ เตบิ โตของพชื โดยตรง จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. ดา้ นความรู้ (K) 1.1 นกั เรียนสามารถระบปุ ระเภทของสารอินทรีย์ตา่ ง ๆ ท่ีพืชสรา้ งข้ึนได้ 1.2 นักเรียนสามารถทดสอบและบอกชนิดของสารอาหารท่ีพชื สังเคราะหไ์ ด้ 2. ด้านทักษะกระบวนการ (P) นกั เรียนสามารถสืบค้นขอ้ มูลและอธบิ ายเก่ียวกับการใช้ประโยชน์จากสารอนิ ทรีย์ตา่ ง ๆ ที่พืชบางชนิด สรา้ งขึน้ ได้
3. ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) นักเรียนมีความการยอมรบั ความเห็นต่าง ความซือ่ สัตย์ ความมุง่ มน่ั อดทน ความรอบคอบ และวัตถุวิสัย จากการทำกจิ กรรมและการมีสว่ นร่วมในการเรียนการสอน สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน 1. ความสามารถในการส่อื สาร 2. ความสามารถในการคดิ คุณลักษณะของวิชา 1. ความรอบคอบ 2. กระบวนการกล่มุ ช้ินงาน/ภาระงาน 1. กจิ กรรม 3.1 การทดสอบสารอาหารในพชื 2. กจิ กรรม 3.2 การใช้ประโยชน์จากสารอนิ ทรยี ์บางชนิดทพ่ี ืชสร้างขน้ึ กจิ กรรมการเรียนรู้ รปู แบบการสอนที่ใช้ในการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ คอื การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E 1. ขน้ั สร้างความสนใจ (Engagement) 1.1 ครูทบทวนความรู้เดิมว่าพืชต้องการสารอาหารและพลังงานเช่นเดียวกับส่ิงมีชีวิตอ่ืน ๆ เพื่อ นำไปใช้ในการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิต โดยพืชสามารถสร้างสารอาหารได้เองผ่าน การสังเคราะห์ด้วยแสงสารอาหารท่ีสร้าง คอื น้ำตาล และอาจถามนกั เรียนว่า พืชใช้นำ้ ตาลที่สร้าง ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสงอย่างไรบ้าง ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนอภิปรายเพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า น้ำตาลที่พืชสร้างขึ้นจะถูกนำไปใชเ้ ป็นแหล่งพลังงานสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ ของเซลล์ นอกจากนี้ พชื ยงั ใช้นำ้ ตาลเป็นแหล่งคาร์บอนในกระบวนการสร้างสารอนิ ทรยี ต์ า่ ง ๆ ในพชื 1.2 ครูใหน้ ักเรียนชว่ ยกนั ยกตัวอยา่ งผลผลติ ทไ่ี ดจ้ ากพชื เช่น ผกั ผลไม้ เมลด็ ถ่ัว เมลด็ กาแฟ น้ำยางพารา น้ำมันหอมระเหย เป็นต้น แล้วอาจตั้งประเด็นให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายเพ่ือ เช่อื มโยงเข้าส่หู วั ข้อถัดไป ดังนี้ • สารอินทรีย์ท่ีพบในผลผลิตต่าง ๆ ที่ยกตัวอย่างข้างต้นน้ั น มีอะไรบ้าง และคิดว่า สารอินทรยี เ์ หล่านม้ี ีความจำเปน็ ตอ่ พืชอยา่ งไร
2. ขนั้ สำรวจและค้นหา (Exploration) 2.1 ครูนำวีดิทัศน์หรือภาพถ่ายแสดงการเจริญเติบโตของพืชต้ังแต่เริ่มงอกออกจากเมล็ดจน เจริญเติบโตสร้างดอกและผล เพอ่ื สรา้ งความสนใจให้กับนักเรียน และอาจตั้งประเด็นถามนักเรียน ดังน้ี • เซลลพ์ ืชมีองคป์ ระกอบอะไรบ้าง • พชื ต้องการสารอินทรยี ์ชนิดใดบ้างในระหว่างการเจริญเตบิ โต คำตอบของนักเรยี นอาจมไี ดห้ ลากหลายแตท่ ้ังน้ีครคู วรเชอื่ มโยงใหเ้ ข้าสู่ประเด็นเกย่ี วกบั เซลล์ ซ่ึงเป็นหน่วยพ้ืนฐานของสิ่งมีชีวิต โดยใช้รูป 3.1 ในหนังสือเรียน เพื่อให้นักเรียนพิจารณา องคป์ ระกอบพื้นฐานของเซลล์และควรสรปุ ได้ว่าทุกเซลล์จะประกอบไปด้วยสารอนิ ทรยี ์หลัก ไดแ้ ก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ลิพิด กรดนิวคลิอิก ดังนั้นสารอินทรีย์กลุ่มน้ีจึงเป็นสารที่พบได้ในพืชทุก ชนิด จากน้ันครูอาจ ตั้งคำถามถามนักเรียนว่า พืชแต่ละชนิดจะมีการสะสมสารอินทรยี ์ต่าง ๆ ใน กลุ่มน้ีในปริมาณท่ีแตกต่างกันหรือไม่ เพ่ือนำเข้าสู่การทำกิจกรรม 3.1 การทดสอบสารอาหารใน พืช 2.2 ครูควรให้นักเรียนเตรียมตัวอย่างพืชมาล่วงหน้าเพื่อใช้ในการทดลอง ทั้งนี้ครูอาจเตรียม ตวั อย่างพืชมาด้วยเพือ่ ให้มตี ัวอย่างพืชท่ีครอบคลุมสารอาหารทุกประเภททจี่ ะทดสอบ เช่น - ตวั อยา่ งพชื ที่นำมาทดสอบแป้ง เชน่ มันเทศ ฟักทอง ขา้ วโพด ข้าวเจา้ - ตัวอยา่ งพชื ท่นี ำมาทดสอบโปรตนี เช่น ถัว่ ลิสง ถวั่ เหลอื ง - ตัวอยา่ งพชื ท่นี ำมาทดสอบลิพดิ เชน่ เนอื้ มะพร้าวแก่ ถวั่ ลสิ ง งาดำ งาขาว 2.3 ครูอาจแบ่งกลมุ่ นกั เรียนออกเป็น 6 กลุ่ม เพ่ือใหท้ ดสอบสารอาหารแตล่ ะประเภทประเภทละ 2 กลมุ่ แล้วจึงนำผลการทดลองมาสรปุ และอภปิ รายร่วมกัน 2.4 ครูให้ความรู้เพ่ิมเติมว่าในพืชบางชนิดยังมีสารอินทรีย์อ่ืน ๆ ที่ไม่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต โดยตรง เช่น สารคาเฟอีนที่พบในกาแฟ น้ำยางจากต้นยางพารา หรือกล่ินหอมของดอกไม้บาง ชนิด แต่มีความสำคญั ตอ่ การดำรงชวี ิตของพืช ชว่ ยให้มีชวี ติ รอด หรือชว่ ยแพร่กระจายพันธุ์ได้ดี แล้วให้นักเรียนทำกจิ กรรม 3.2 การใชป้ ระโยชน์จากสารอนิ ทรีย์บางชนดิ ท่พี ืชสรา้ งขึ้น 2.5 ครแู บ่งกลุ่มนกั เรียนตามประเภทของการใช้ประโยชน์ เชน่ - ด้านเภสัชกรรม เช่น สมุนไพรท่ีมีฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรียหรือไวรัส สมุนไพรที่ช่วยลด การอกั เสบ ตวั อย่างพชื สมุนไพร เช่น ฟ้าทะลายโจร มะตูม บวั บก ขม้นิ เป็นต้น - ด้านอุตสาหกรรม เช่น น้ำยางพาราท่ีใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตยางรถยนต์ ถุงมือยางหรือ ยางรดั เปน็ ตน้ - ด้านเกษตรกรรม เช่น สมุนไพรควบคุมแมลงศัตรูพืช ตัวอย่างพืชสมุนไพร เช่นสะเดา อินเดีย กระเทยี ม ตะไครห้ อม เปน็ ตน้ 2.6 หลังจากได้เรียนเก่ียวกับสารอินทรีย์ในพืชแล้ว ครูให้นักเรียนตอบคำถามตรวจสอบความ เขา้ ใจเพือ่ สรปุ ความรู้ท่ไี ด้เรยี นรมู้ า
3. ขั้นอธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation) 3.1 ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันอธบิ ายและลงขอ้ สรปุ กจิ กรรม 3.1 การทดสอบสารอาหารในพชื ผลการทดสอบ ตัวอย่างผลการทำกิจกรรม หลังทำกิจกรรม 3.1 แล้ว ให้แต่ละกลุ่มนำเสนอผลการทดสอบท่ีได้ และอภิปรายร่วมกัน เก่ยี วกับการสะสมสารอาหารแตล่ ะประเภทของพืช โดยควรได้ข้อสรุปว่าพืชจะสะสมแป้ง น้ำตาล
โปรตีน ลิพิด ท่ีอวัยวะต่าง ๆ ในปริมาณที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ครูควรเพิ่มประเด็นอภิปรายใน กรณีท่ผี ลการทดสอบไม่มีการเปล่ียนแปลงเกิดขนึ้ เพอ่ื ให้เข้าใจว่าในกรณีนี้ยงั ไม่สามารถสรุปไดว้ ่า พชื ที่นำมาทดสอบไมม่ ีสารอาหารประเภทน้ัน ๆ เพราะอาจมีในปริมาณท่ีน้อยมาก ซึ่งไม่สามารถ ทดสอบดว้ ยวธิ ีการในกจิ กรรม 3.1 นี้ได้ 4. ข้ันขยายความรู้ (Elaboration) ครขู ยายความรูโ้ ดยการใช้คำถามในชว่ งท่ีรบั ประทานอาหารเจ เพื่อใหไ้ ด้สารอาหารทุกประเภท จะแนะนำใหเ้ ลือกบริโภคอาหารที่ทำมาจากพืชหรือผลผลิตของพืชชนิดใดบ้าง พร้อมท้ังให้ระบุ สารอาหารหลักที่ไดจ้ ากพืชหรือผลผลติ ของพชื ชนดิ นัน้ ๆ ดว้ ย (แนวคำตอบ ควรแนะนำใหเ้ ลือกบริโภคอาหารเจที่ปรุงมาจากพชื ทห่ี ลากหลายเพ่อื ใหไ้ ด้ สารอาหารทกุ ประเภท ตัวอย่างเชน่ - พชื จำพวกถ่วั เช่น ถ่ัวลิสง ถวั่ เหลือง มีสารอาหารหลกั ประเภทโปรตนี และลพิ ดิ - ขา้ ว ข้าวโพด มนั ฝร่งั มนั เทศ มีสารอาหารหลกั ประเภทคาร์โบไฮเดรต - ผักและผลไมต้ ่าง ๆ มีสารอาหารประเภทวติ ามิน) 5. ขัน้ ประเมนิ (Evaluation) 5.1 สังเกตพฤตกิ รรมขณะทำกิจกรรมรว่ มกบั ผู้อ่นื ในห้องเรียน 5.2 ประเมินจากการทำแบบฝกึ หดั ในหนงั สือเรียน 5.3 ครสู งั เกตการตอบคำถามในชั้นเรยี น เม่ือมนี กั เรียนไม่เขา้ ใจ ครแู นะนำเพม่ิ เตมิ ส่ือ / แหล่งเรยี นรู้ รายการสอ่ื จำนวน สภาพการใช้ส่ือ 1. หนังสอื เรียนรายวชิ าพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์และ ตามจำนวน ขน้ั สำรวจและคน้ หา (Exploration) เทคโนโลยี ผเู้ รยี น 2. คอมพวิ เตอรท์ ใี่ ชใ้ นการสบื คน้ ข้อมลู 6 ชุด ขั้นสำรวจและคน้ หา (Exploration) 3. เพาเวอรพ์ อยด์ เรอ่ื ง การดำรงชีวติ ของพชื 1 ชดุ ข้นั อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)
10. การวดั และประเมินผล จุดประสงค์การเรยี นรู้ วธิ ีวดั ผล เครื่องมอื วดั เกณฑ์การผ่านจุดประสงค์ ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 60 ข้ึนไป ด้านความรู้ (K) ตรวจแบบฝึกหัดใน หนังสือเรียน 1. สามารถระบุประเภทของสารอินทรีย์ ทำแบบฝึกหัดใน รายวิชาพน้ื ฐาน ตา่ ง ๆ ท่พี ชื สร้างขึน้ วทิ ยาศาสตรแ์ ละ หนังสือเรยี น เทคโนโลยี 2. สามารถทดสอบและบอกชนิดของ รายวิชาพ้นื ฐาน สารอาหารทพ่ี ชื สงั เคราะห์ วทิ ยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) สามารถสืบค้นข้อมลู และอธิบายเกี่ยวกับ สังเกตการสืบค้น แบบประเมนิ ทกั ษะ ระดบั คุณภาพ 3 หรอื กระบวนการ ระดับดีข้นึ ไป การใชป้ ระโยชน์จากสารอินทรีย์ต่าง ๆ ท่ี และอธบิ าย เกยี่ วกบั การใช้ แบบประเมิน ระดับคณุ ภาพ 3 หรือ พชื บางชนิดสรา้ งขนึ้ คุณลักษณะอันพึง ระดับดขี น้ึ ไป ประโยชน์จาก ประสงคด์ า้ น สารอินทรยี ต์ า่ ง ๆ ท่ีพชื บางชนิด สร้างขึน้ ด้านคณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์ (A) มีความการยอมรับความเห็นต่าง ความ การสงั เกต ซ่ือ สัตย์ ค วาม มุ่ งม่ั น อ ดท น คว าม พฤติกรรมในชนั้ รอบคอบ และวัตถุวิสัยจากการทำ เรยี น กิจกรรมและการมีส่วนร่วมในการเรียน การสอน สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน การสังเกต แบบประเมนิ ระดับคุณภาพ 3 หรอื 1. ความสามารถในการคิด พฤตกิ รรมในช้นั สมรรถนะดา้ นการ ระดบั ดีขึ้นไป 2. ความสามารถในการแกป้ ัญหา เรยี น สอื่ สาร การคิด การแก้ปญั หา
เกณฑ์การประเมิน เกณฑ์การประเมินด้านความรู้ (K) 1. สามารถระบปุ ระเภทของสารอินทรยี ์ตา่ ง ๆ ท่พี ชื สรา้ งข้นึ 2. สามารถทดสอบและบอกชนิดของสารอาหารท่ีพืชสังเคราะห์ ประเด็นการประเมิน 4 ระดบั คณุ ภาพ 1 32 เนอื้ หาไม่ 1. สามารถระบุประเภท เนื้อหาครบถว้ น เน้อื หาครบถว้ น เนื้อหาบางสว่ น สมบูรณ์ ของสารอินทรีย์ต่าง ๆ ท่ี ตามทกี่ ำหนด ตามที่กำหนด ไมส่ มบรู ณต์ ามที่ คำถามไดไ้ ม่ พืชสรา้ งขึน้ ตอบคำถามได้ ตรงประเด็น 2. สามารถทดสอบและ ตรงประเดน็ และ ตอบคำถามไดต้ รง กำหนด ตอบ และตอบ บอกชนิดของสารอาหารที่ ประเดน็ และตอบ คำถามไดไ้ มค่ อ่ ย คำถามไม่ พชื สังเคราะห์ ถกู ตอ้ งทุกคำถาม ถกู ตอ้ ง ถกู ต้องเปน็ ส่วน ตรงประเด็น ใหญ่ และตอบถกู ต้อง น้อยขอ้ เกณฑ์การตัดสิน ระดบั 4 หมายถึง มีระดับคณุ ภาพดีเยีย่ ม ระดับ 3 หมายถึง มรี ะดับคณุ ภาพดี ระดับ 2 หมายถงึ มรี ะดบั คณุ ภาพพอใช้ ระดบั 1 หมายถึง มรี ะดบั คณุ ภาพปรับปรงุ เกณฑ์การผา่ น ได้ระดบั 3 ขนึ้ ไป ถือวา่ ประสบผลสำเรจ็ ในการสอน
เกณฑก์ ารประเมินดา้ นทักษะกระบวนการ (P) ด้านทักษะกระบวนการ (P) สามารถสบื คน้ ขอ้ มลู และอธบิ ายเกย่ี วกบั การใชป้ ระโยชน์จากสารอินทรยี ต์ ่าง ๆ ท่ีพชื บางชนิดสรา้ ง ข้ึน ประเดน็ การประเมนิ 4 ระดับคุณภาพ 1 32 เน้อื หาไม่ สามารถสืบค้นข้อมูลและ เนือ้ หาบางส่วน สมบรู ณ์ ไมส่ มบูรณ์ตามท่ี คำถามได้ไม่ อธิบ ายเก่ี ยวกับ ก ารใช้ เนื้อหาครบถว้ น เนือ้ หาครบถ้วน กำหนด ตอบ ตรงประเด็น ประโยชน์จากสารอินทรีย์ ตามท่กี ำหนด ตามที่กำหนด และตอบ ต่าง ๆ ท่ีพืชบางชนิดสร้าง คำถามได้ไมค่ ่อย คำถามไม่ ขึน้ ตอบคำถามได้ ตอบคำถามได้ตรง ตรงประเดน็ ถกู ต้อง ตรงประเด็น และ ประเดน็ และตอบ ถูกต้องทกุ คำถาม ถกู ต้องเปน็ ส่วน และตอบถูกต้อง น้อยข้อ ใหญ่ เกณฑก์ ารตัดสิน ระดับ 4 หมายถึง มีระดบั คุณภาพดีเย่ยี ม ระดับ 3 หมายถงึ มรี ะดับคุณภาพดี ระดบั 2 หมายถงึ มรี ะดับคณุ ภาพพอใช้ ระดับ 1 หมายถึง มีระดับคุณภาพปรับปรงุ เกณฑ์การผา่ น ได้ระดบั 3 ขนึ้ ไป ถือว่าประสบผลสำเร็จในการสอน
เกณฑ์การประเมนิ ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ดา้ นคณุ ลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ (A) มีความการยอมรบั ความเห็นต่าง ความซ่ือสัตย์ ความมุ่งมั่นอดทน ความรอบคอบ และวัตถุวิสัยจาก การทำกิจกรรมและการมสี ว่ นรว่ มในการเรียนการสอน ประเดน็ การประเมิน 4 ระดบั คณุ ภาพ 1 32 รับผิดชอบใน มี ค ว า ม ก า ร ย อ ม รั บ ต้ังใจและ ต้ังใจและ รบั ผดิ ชอบใน การปฏิบตั ิ รับผิดชอบใน การ รับผิดชอบในการ การปฏิบัติ หนา้ ท่ที ่ีได้รบั ค ว าม เห็ น ต่ าง ค ว าม มอบหมายไม่ ซ่ื อ สั ต ย์ ค ว าม มุ่ งมั่ น ปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ีที่ ปฏบิ ตั หิ น้าท่ีที่ หน้าท่ที ่ไี ด้รบั อดทน ความรอบคอบ ไดร้ ับมอบหมายให้ ไดร้ บั มอบหมายให้ มอบหมายให้ สำเรจ็ และวัตถุวิสัยจากการทำ สำเร็จ มกี าร กิจกรรมและการมีส่วน สำเรจ็ มีการ สำเร็จ มกี าร รว่ มในการเรยี นการสอน ปรบั ปรุงและ ปรับปรงุ และ ปรบั ปรงุ และ พัฒนา พัฒนาการทำงาน พฒั นา ให้ดขี ้ึนดว้ ยตนเอง การทำงานให้ดีขึ้น การทำงานดีขน้ึ เกณฑก์ ารตัดสิน ระดบั 4 หมายถงึ มรี ะดับคณุ ภาพดีเยย่ี ม ระดบั 3 หมายถึง มีระดับคุณภาพดี ระดับ 2 หมายถึง มีระดับคณุ ภาพพอใช้ ระดบั 1 หมายถึง มีระดับคณุ ภาพปรบั ปรงุ เกณฑ์การผา่ น ไดร้ ะดบั 3 ข้นึ ไป รอ้ ยละ 60 ถือวา่ ประสบผลสำเรจ็ ในการสอน
บนั ทึกผลหลังการสอน แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 9 รายวชิ าวิทยาศาสตร์ชวี ภาพ รหัส ว30101 เร่อื ง สารอนิ ทรยี ์ในพืช สรุปผลการเรยี นการสอน นักเรียนจำนวน .....................................คน ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ................... คน คิดเปน็ รอ้ ยละ .................................................. ไม่ผ่านจดุ ประสงค์ ................................คน คิดเป็นรอ้ ยละ ................................................. ได้แก่ 1................................................................................................................................................ 2................................................................................................................................................ นักเรียนทม่ี ีความสามารถพิเศษ ได้แก่ 1................................................................................................................................................ 2................................................................................................................................................ ผลการเรยี นร้ขู องนักเรยี นและปัญหาที่เกดิ ขึน้ ในระหวา่ งการเรียนการสอน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. แนวทางการการแกป้ ัญหาหรือปรับปรงุ แผนการจัดการเรียนรูค้ ร้ังตอ่ ไป (Action plan) .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ......................................................................................................................................................................... ลงชอ่ื ....................................... ครผู ู้สอน ............/............../..............
ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษา/ผทู้ ไี่ ดร้ ับมอบหมาย ไดท้ ำการตรวจแผนการจัดการเรียนร้ขู อง ......................................................แลว้ มีความคดิ เห็นดงั น้ี 1. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ ครบถว้ นและถูกต้อง ยังไมค่ รบถว้ นหรอื ไม่ถกู ต้อง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ่ ไป 2. ความสอดคล้องของแผนการจดั การเรยี นรู้กับหลกั สูตรสถานศึกษา สอดคล้อง ยังไมส่ อดคล้อง ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป 3. รปู แบบของการจดั การเรยี นรู้ เน้นผเู้ รียนเปน็ สำคัญ ยังเน้นผูเ้ รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ่ ไป 4. สื่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรยี นรู้ ยังไมเ่ หมาะ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ่ ไป 5. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ครอบคลมุ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ยังไมค่ รอบคลมุ ประสงค์การเรยี นรู้ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ่ ไป 6. ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่อื ................................................................ ตำแหนง่ ........................................................... ............/............../..............
แบบประเมนิ สมรรถนะผู้เรียน คำช้แี จง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงใน ช่องท่ตี รงกับระดับคะแนน สมรรถนะที่ประเมิน ระดบั คะแนน 321 1. 1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1.1 มีความสามารถในการรับ – ส่งสาร 1. 1.2 มคี วามสามารถในการถา่ ยทอดความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจของตนเอง โดยใช้ ภาษาอย่างเหมาะสม 1.3 ใชว้ ธิ กี ารสอื่ สารท่เี หมาะสม 2. 2. ความสามารถในการคิด 2.1 มีความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ เพื่อการสร้างองคค์ วามรู้ 2.2 มคี วามสามารถในการคิดเปน็ ระบบ เพอ่ื การสรา้ งองค์ความรู้ เกณฑ์การใหค้ ะแนน ลงช่ือ ...........................................................ผปู้ ระเมิน พฤตกิ รรมท่ปี ฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ ......................../........................./................ พฤตกิ รรมท่ีปฏบิ ตั ชิ ัดเจนและบ่อยครัง้ พฤติกรรมที่ปฏบิ ัตบิ างคร้ัง ให้ 3 คะแนน ให้ 2 คะแนน ให้ 1 คะแนน
กจิ กรรม 3.1 การทดสอบสารอาหารในพชื จดุ ประสงค์ วสั ดแุ ละอปุ กรณ์ วิธีทำ ผลกำรทดลอง สรุปผลกำรทดลอง
กจิ กรรม 3.2 การใชป้ ระโยชนจ์ ากสารอนิ ทรยี ์บางชนิดทีพ่ ชื สรา้ งข้นึ จดุ ประสงค์ วธิ ีทำ ผลกำรทดลอง
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 เรือ่ ง สารอนิ ทรียใ์ นพชื สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวิชา รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ รหัสวชิ า ว 30101 ปกี ารศึกษา 2565 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 4 ช่ัวโมง หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 3 การดำรงชวี ิตของมนษุ ย์ ครผู สู้ อน นางสาวจนั จริ า ธนนั ชัย มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชี้วัด สาระที่ 1 วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพ้ืนฐานของส่ิงมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออก จากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าท่ีของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ ตัวชี้วัด ม.4/10 ออกแบบการทดลอง ทดลอง และอธิบายเกี่ยวกับปัจจัยภายนอกท่ีมีผลต่อการ เจรญิ เติบโต ของพืช สาระสำคญั การเจริญเติบโตของพืชถูกควบคุมด้วยปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน ปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อ การเจริญเติบโต เช่น แสง คาร์บอนไดออกไซด์ น้ำ อุณหภูมิ ธาตุอาหาร ออกซิเจน และศัตรูพืช ส่วนปัจจัย ภายใน ได้แก่ ฮอร์โมนพืช ซ่ึงพืชสังเคราะห์ขึ้นเพื่อควบคุมการเจริญเติบโตในแต่ละช่วงชีวิตมนุษยส์ ังเคราะห์ สารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชโดยเลียนแบบฮอร์โมนพืช เพ่ือนำมาใช้ควบคุมการเจริญเติบโต และเพ่ิม ผลผลิตของพืช สาระการเรยี นรู้ - ปัจจยั ภายนอก - ปัจจัยภายใน จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1. ดา้ นความรู้ (K) นักเรยี นสามารถระบุและอธบิ ายเกยี่ วกับปจั จยั ที่มีผลต่อการเจริญเตบิ โตและการดำรงชีวติ ของพืชได้ 2. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) 2.1 นักเรียนสามารถออกแบบการทดลอง ทดลอง และอธิบายเก่ียวกับปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อ การเจริญเติบโตของพืชได้
2.2 สืบค้นข้อมูลเก่ียวกับสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้นเพ่ือนำมาใช้ใน การเกษตรและเพมิ่ ผลผลติ ของพชื และนำเสนอข้อมูลในรูปแบบตา่ ง ๆ 3. ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) นักเรยี นมคี วามมุ่งม่ันอดทนและมีความรบั ผดิ ชอบในการทำงาน สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 2. ความสามารถในการคิด คณุ ลกั ษณะของวิชา 1. ความรอบคอบ 2. กระบวนการกลุ่ม ชิ้นงาน/ภาระงาน 1. กิจกรรม 3.3 ปัจจัยที่มผี ลต่อการเจรญิ เติบโตของพืช 2. กิจกรรม 3.4 การใช้สารสังเคราะห์ที่มีสมบตั คิ ลา้ ยฮอร์โมนพชื ในทางการเกษตร กจิ กรรมการเรียนรู้ รปู แบบการสอนที่ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ คือ การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E 1. ข้ันสร้างความสนใจ (Engagement) ครูนำเข้าสู่เรอื่ งปัจจัยท่ีมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช โดยอาจยกตัวอย่างการทดลองปลูกไม้ผล เมืองหนาวของสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เพื่อกระตุ้นความสนใจของนักเรียน อาจแสดงวดี ิทัศน์ เกี่ยวกับสถานีเกษตรหลวงอ่างขางหรือเตรียมข้อมูลที่น่าสนใจได้จากแผ่นพับวิชาการและวารสาร อ่างขางซึ่งสืบค้นได้จากเว็บไซต์ของสถานีเกษตรหลวงอ่างขางครูอาจใช้คำถามเพื่อให้นักเรียน รว่ มกันอภปิ รายดังนี้ • นักเรียนเคยปลูกพืชอะไรบา้ ง • นกั เรยี นดแู ลพชื ท่ปี ลูกนั้นอยา่ งไร • มีปัจจัยใดท่ีพืชตอ้ งการเพื่อเจริญเตบิ โตได้อย่างเหมาะสม 2. ข้ันสำรวจและค้นหา (Exploration) 2.1 ครใู ชภ้ าพพชื ที่เจริญเตบิ โตในแต่ละสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน เช่น พืชท่ีเตบิ โตได้ดีในป่าเขต ร้อน และพืชท่ีเติบโตได้ดีในทะเลทราย เพื่อทบทวนเกี่ยวกับปัจจัยต่าง ๆ ที่พื ชต้องการเพื่อ การเจริญเติบโตและการดำรงชีวิต โดยใช้คำถามเพ่ือให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายว่า จากภาพ นักเรียนคิดว่าสภาพแวดล้อมมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืชหรือไม่ อย่างไร และปัจจัยใดบ้างท่ี จำเปน็ ตอ่ การเจรญิ เตบิ โตของพืช เพ่ือนำเข้าสู่การทำกจิ กรรม 3.3 ปัจจยั ทีม่ ีผลตอ่ การเจรญิ เติบโต ของพชื 2.2 ครูแบง่ นกั เรียนทำการทดลองแต่ละปัจจยั ปัจจยั ละ 2 กลุม่ โดยใหท้ ำการทดลองกบั พชื
ชนิดเดียวกัน หมายเหตุ หากต้องการศึกษาปัจจัยอื่นเพิ่มเติม เช่น ธาตุอาหาร อาจแบ่งนักเรียน เปน็ 6 กลุม่ เพ่อื ให้ศกึ ษาปจั จยั ละ 2 กลมุ่ และนำผลมาอภปิ รายร่วมกัน 2.3 หลังจากทำกิจกรรม 3.3 แล้ว ครูให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยภายนอกอ่ืน ๆ นอกเหนอื จากท่ีทำในกิจกรรม เช่น แสง อณุ หภมู ิ คาร์บอนไดออกไซด์ ออกซิเจน ศัตรูพชื จากนั้น ให้อภิปรายและสรุปร่วมกันเกี่ยวกับความสำคัญ ของปัจจัยภายนอกแต่ละปัจจัยซ่ึงมีผลต่ อการ ดำรงชีวติ ของพืชแล้วให้นกั เรียนตอบคำถามตรวจสอบความเข้าใจ 2.4 ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเก่ียวกับฮอร์โมนพืชในหนังสือเรียน แล้วจึงมาร่วมกันอภิปรายใน คำถามขา้ งต้นอกี คร้ังมีฮอร์โมนพืชใดบ้างทีเ่ ก่ียวข้อง จากนน้ั จึงให้นกั เรยี นทำกิจกรรม 3.4 ในการทำกิจกรรมนี้ครูควรแนะนำให้นักเรียนไดส้ ืบค้นข้อมูลจากแหล่งเรียนรตู้ ่าง ๆ เชน่ จาก ร้านค้าทางการเกษตร หรอื จากสอ่ื วีดิทศั นท์ ี่ทางหน่วยงานท่นี ่าเชือ่ ถือจัดทำขึ้นเพ่ือเผยแพรค่ วามรู้ ตวั อย่างการใช้สารสังเคราะหท์ ี่มีสมบัติคล้ายฮอร์โมนพืชแต่ละชนิดในแต่ละระยะการเจริญเตบิ โต ของพืช 2.5 หลังจากได้เรียนเกี่ยวกับสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช ครูให้นักเรียนตอบคำถาม ตรวจสอบความเขา้ ใจเพื่อสรุปความร้ทู ี่นักเรยี นไดเ้ รยี นรู้มา 3. ข้ันอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 3.1 ครูและนักเรียนร่วมกันอธิบายและลงข้อสรุปผลการศึกษาท่ีได้ควรมีแนวโน้มท่ีสดงให้เห็นว่า ถึงแมจ้ ะเปน็ พืชชนิดเดียวกนั แต่อยู่ในสภาพแวดลอ้ มตา่ งกัน การเจรญิ เตบิ โตอาจแตกต่างกนั และ นักเรียนควรสรุปได้ว่าการเจริญเติบโตของพืชเกี่ยวข้องกับการได้รับปัจจัยจากสภาพแวดล้อม ภายนอกที่เหมาะสม 3.2 ตัวอย่างการใชส้ ารสังเคราะหท์ ่มี สี มบตั ิคลา้ ยฮอร์โมนพชื แต่ละชนดิ ในแต่ละระยะ การเจริญเตบิ โตของพชื อาจเป็นดังน้ี ระยะเมล็ด - ใชจ้ บิ เบอเรลลิน หรือใช้เอทฟิ อนในปริมาณที่เหมาะสมแชเ่ มล็ดเพือ่ ช่วยกระตนุ้ การงอกของเมลด็ ใหเ้ รว็ ขน้ึ และมีสดั สว่ นของเมลด็ ทีง่ อกมากขึน้ ระยะทเี่ จริญเป็นตน้ - ใช้สารสงั เคราะห์ทมี่ สี มบตั ิคล้ายออกซนิ เช่น IBA NAA ช่วยในการเร่งการเกิดราก ของกิง่ ตอนหรือกงิ่ ปกั ชำ - ใช้สารสังเคราะห์ทม่ี ีสมบตั คิ ลา้ ยไซโทไคนิน เช่น BA ในการเรง่ การเจรญิ เติบโตของตา หลังจากการขยายพันธก์ุ หุ ลาบดว้ ยการติดตา ทำใหต้ าเจริญเป็นกงิ่ ไดเ้ รว็ ขนึ้ ระยะท่ีเจริญออกดอก - ใชส้ ารสังเคราะหท์ ีม่ ีสมบัติคล้ายออกซนิ ไดแ้ ก่ 4-CPA (4-chlorophenoxy acetic acid) ฉีดพน่ ทช่ี ่อดอกวงศ์มะเขือ เช่น มะเขือเทศ มะเขือยาว เพอื่ ชะลอการหลุดรว่ งของดอก เพ่ิมการตดิ ผล
- ใช้จิบเบอเรลลินเพ่ือช่วยเพ่ิมความยาวก้านดอกกุหลาบ ทำให้มีมูลค่าเพ่ิมมากข้ึนระยะที่ เจริญตดิ ผล - ใช้สารสงั เคราะห์ท่ีมีสมบตั ิคล้ายออกซิน ได้แก่ NAA พ่นช่อผลลางสาดที่เริ่มเปล่ียนสจี ากสี เขยี วเป็นสเี หลือง จะลดการหลุดร่วงของผลได้ดี - ใช้จิบเบอเรลลินพ่นที่ช่อดอกขององุ่นบางสายพันธุ์เพ่ือกระตุ้นให้ช่อยาว โปร่ง ทำให้ผลมี ขนาดใหญ่ข้นึ และลดการรว่ งและการเนา่ เสยี 4. ข้ันขยายความรู้ (Elaboration) 4.1 ครูขยายความรู้โดยการใช้คำถามว่าสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช มีการนำไปใช้ ประโยชน์ในทางการเกษตรอยา่ งไรบา้ ง (แนวคำตอบ คำถามนอ้ี าจตอบไดห้ ลากหลาย เช่น มกี ารนำสารควบคมุ การเจรญิ เติบโตของพืชไป ใช้เพ่ือกระตุ้นหรือส่งเสริมการเจรญิ เตบิ โตของพืช หรืออาจใชเ้ พื่อชะลอหรอื ยับยั้งการเจรญิ เตบิ โต ของพืช หรอื อาจใชเ้ พือ่ กำจัดวัชพืชบางชนิด) 4.2 การปลกู พชื ด้วยวิธีไฮโดรพอนิกส์เป็นการปลกู พชื ในสารละลายโดยไมใ่ ช้ดนิ ต้องมี การควบคุมปจั จยั ภายนอกใดบา้ ง เพ่ือให้พืชเจริญเตบิ โตได้อยา่ งเหมาะสม (แนวคำตอบ การปลูกพชื ดว้ ยวธิ ไี ฮโดรพอนกิ สเ์ ป็นการปลกู พชื ในสารละลายโดยไมใ่ ชด้ ิน ตอ้ งมี การควบคุมปจั จัยภายนอกใดบ้าง เพื่อให้พชื เจริญเติบโตได้อยา่ งเหมาะสม) 5. ข้นั ประเมนิ (Evaluation) 5.1 สงั เกตพฤตกิ รรมขณะทำกจิ กรรมร่วมกับผู้อ่นื ในห้องเรียน 5.2 ประเมนิ จากการทำแบบฝึกหดั ในหนงั สอื เรยี น 5.3 ครูสังเกตการตอบคำถามในชน้ั เรยี น เมือ่ มนี ักเรียนไมเ่ ขา้ ใจ ครแู นะนำเพิ่มเตมิ สือ่ / แหล่งเรยี นรู้ รายการสอื่ จำนวน สภาพการใชส้ ่อื 1. หนังสอื เรยี นรายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์และ ตามจำนวน ข้ันสำรวจและคน้ หา (Exploration) เทคโนโลยี ผู้เรยี น 2. คอมพิวเตอรท์ ี่ใช้ในการสบื ค้นขอ้ มูล 6 ชุด ขนั้ สำรวจและค้นหา (Exploration) 3. เพาเวอรพ์ อยด์ เร่ือง การดำรงชวี ิตของพชื 1 ชดุ ขน้ั อธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation)
10. การวัดและประเมินผล จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วธิ วี ดั ผล เครอื่ งมือวดั เกณฑก์ ารผ่านจดุ ประสงค์ ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 60 ข้นึ ไป ด้านความรู้ (K) ตรวจแบบฝึกหัดใน หนังสือเรียน สามารถระบุและอธิบายเก่ียวกับปัจจัยท่ี ทำแบบฝึกหัดใน รายวชิ าพ้นื ฐาน มี ผ ล ต่ อ ก าร เจ ริ ญ เติ บ โต แ ล ะ ก าร หนงั สือเรียน วทิ ยาศาสตรแ์ ละ เทคโนโลยี ดำรงชวี ติ ของพืช รายวชิ าพนื้ ฐาน วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ด้านทักษะกระบวนการ (P) 1 สามารถออกแบบการทดลอง ทดลอง สงั เกตพฤติกรรม แบบประเมนิ ทกั ษะ ระดบั คุณภาพ 3 หรอื ระดบั ดขี ึ้นไป และอธบิ ายเกีย่ วกับปจั จยั ภายนอกท่มี ผี ล การออกแบบการ กระบวนการ ทดลองและ ตอ่ การเจริญเตบิ โตของพืชได้ 2. สืบค้นข้อมูลเก่ียวกับสารควบคุมการ พฤติกรรมการ เจรญิ เติบโตของพชื ท่ีมนุษย์สงั เคราะหข์ ึ้น สืบคน้ ขอ้ มูล เพื่อน ำมาใช้ใน การเกษตรและเพิ่ ม ผลผลิตของพืชและนำเสนอข้อมูลใน รูปแบบตา่ ง ๆ ด้านคุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์ (A) มี ค ว า ม มุ่ ง ม่ั น อ ด ท น แ ล ะ มี ค ว า ม การสังเกต แบบประเมิน ระดบั คุณภาพ 3 หรอื คุณลกั ษณะอันพึง ระดับดีขน้ึ ไป รับผดิ ชอบในการทำงาน พฤตกิ รรมในชั้น ประสงค์ด้าน เรียน สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น การสังเกต แบบประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ 3 หรอื 1. ความสามารถในการคดิ สมรรถนะดา้ นการ ระดบั ดีข้นึ ไป 2. ความสามารถในการแก้ปญั หา พฤติกรรมในชนั้ เรยี น สื่อสาร การคดิ การแกป้ ญั หา
เกณฑก์ ารประเมิน เกณฑก์ ารประเมนิ ด้านความรู้ (K) สามารถระบแุ ละอธิบายเกีย่ วกับปัจจยั ท่ีมผี ลตอ่ การเจริญเตบิ โตและการดำรงชวี ติ ของพืช ประเดน็ การประเมิน 4 ระดบั คณุ ภาพ 1 32 เนอ้ื หาไม่ สามารถระบุและอธิบาย เนื้อหาครบถว้ น เน้อื หาครบถว้ น เน้อื หาบางส่วน สมบูรณ์ เกี่ ย ว กั บ ปั จ จั ย ที่ มี ผ ล ต่ อ ตามทีก่ ำหนด ไม่สมบรู ณ์ตามท่ี คำถามไดไ้ ม่ ก าร เจ ริญ เติ บ โต แ ล ะ ก า ร ตอบคำถามได้ ตามทกี่ ำหนด กำหนด ตอบ ตรงประเดน็ ดำรงชวี ติ ของพชื ตอบคำถามไดต้ รง คำถามไดไ้ ม่คอ่ ย และตอบ ตรงประเดน็ และ คำถามไม่ ถูกต้องทกุ คำถาม ประเดน็ และตอบ ตรงประเดน็ ถูกต้อง ถกู ต้องเปน็ สว่ น และตอบถกู ตอ้ ง ใหญ่ นอ้ ยขอ้ เกณฑ์การตัดสิน ระดบั 4 หมายถึง มรี ะดบั คุณภาพดีเยย่ี ม ระดบั 3 หมายถึง มรี ะดับคณุ ภาพดี ระดับ 2 หมายถงึ มรี ะดบั คณุ ภาพพอใช้ ระดับ 1 หมายถงึ มีระดับคุณภาพปรับปรุง เกณฑ์การผา่ น ไดร้ ะดบั 3 ขนึ้ ไป ถือว่าประสบผลสำเร็จในการสอน
เกณฑก์ ารประเมินดา้ นทักษะกระบวนการ (P) ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) 1 สามารถออกแบบการทดลอง ทดลอง และอธิบายเกย่ี วกับปจั จยั ภายนอกทมี่ ีผลต่อการเจรญิ เติบโต ของพชื ได้ 2. สืบคน้ ข้อมูลเก่ียวกบั สารควบคมุ การเจริญเติบโตของพืชที่มนษุ ย์สังเคราะห์ข้ึนเพอื่ นำมาใช้ใน การเกษตรและเพ่ิมผลผลิตของพชื และนำเสนอข้อมลู ในรปู แบบต่าง ๆ ประเดน็ การประเมนิ 4 ระดับคณุ ภาพ 1 32 เน้อื หาไม่ 1 สามารถออกแบบการ สมบูรณ์ คำถามไดไ้ ม่ ทดลอง ทดลอง และ ตรงประเดน็ และตอบ อ ธิ บ าย เกี่ ย ว กั บ ปั จ จั ย คำถามไม่ ถูกตอ้ ง ภายน อกท่ี มีผลต่อการ เนื้อหาครบถว้ น เนื้อหาครบถว้ น เนอ้ื หาบางสว่ น เจรญิ เตบิ โตของพชื ได้ ตามท่กี ำหนด ตามทีก่ ำหนด ไม่สมบูรณต์ ามท่ี 2. สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับ ตอบคำถามได้ ส า ร ค ว บ คุ ม ก า ร ตรงประเดน็ และ ตอบคำถามไดต้ รง กำหนด ตอบ เจ ริญ เติ บ โต ข อ ง พื ช ท่ี ประเดน็ และตอบ คำถามไดไ้ ม่คอ่ ย ม นุ ษ ย์ สั ง เค ร า ะ ห์ ข้ึ น เพ่ื อ ถูกต้องทกุ คำถาม นำมาใช้ในการเกษตรและ ถกู ตอ้ งเปน็ ส่วน ตรงประเดน็ ใหญ่ และตอบถูกต้อง น้อยขอ้ เพิ่ ม ผ ล ผ ลิ ต ข อ ง พื ช แ ล ะ นำเสนอข้อมูลในรูปแบบ ตา่ ง ๆ เกณฑก์ ารตัดสิน ระดบั 4 หมายถงึ มีระดับคุณภาพดีเย่ยี ม ระดบั 3 หมายถึง มีระดับคุณภาพดี ระดบั 2 หมายถงึ มีระดบั คณุ ภาพพอใช้ ระดบั 1 หมายถงึ มีระดับคุณภาพปรบั ปรงุ เกณฑก์ ารผ่าน ได้ระดับ 3 ข้ึนไป ถือว่าประสบผลสำเร็จในการสอน
เกณฑ์การประเมนิ ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ด้านคณุ ลักษณะที่พงึ ประสงค์ (A) มคี วามมงุ่ ม่ันอดทนและมีความรบั ผิดชอบในการทำงาน ประเดน็ การประเมิน 4 ระดับคุณภาพ 1 32 รบั ผิดชอบใน มคี วามมุ่งมั่นอดทนและมี ตั้งใจและ ต้งั ใจและ รับผดิ ชอบใน การปฏิบัติ หน้าทีท่ ี่ไดร้ ับ ความรับผิดชอบในการ รับผดิ ชอบใน การ รับผดิ ชอบในการ การปฏบิ ตั ิ มอบหมายไม่ ทำงาน ปฏิบตั ิหน้าท่ีท่ี ปฏบิ ตั ิหน้าที่ท่ี หนา้ ทท่ี ีไ่ ดร้ ับ สำเรจ็ ได้รบั มอบหมายให้ ไดร้ บั มอบหมายให้ มอบหมายให้ สำเรจ็ มกี าร สำเร็จ มีการ สำเรจ็ มีการ ปรับปรงุ และ ปรับปรุงและ ปรับปรุงและ พฒั นาการทำงาน พฒั นา พัฒนา ให้ดขี ึน้ ดว้ ยตนเอง การทำงานให้ดขี น้ึ การทำงานดขี นึ้ เกณฑก์ ารตัดสนิ ระดบั 4 หมายถึง มีระดบั คณุ ภาพดีเย่ยี ม ระดับ 3 หมายถึง มรี ะดับคณุ ภาพดี ระดบั 2 หมายถงึ มีระดับคณุ ภาพพอใช้ ระดบั 1 หมายถึง มรี ะดบั คุณภาพปรบั ปรงุ เกณฑก์ ารผ่าน ได้ระดบั 3 ขน้ึ ไป รอ้ ยละ 60 ถือวา่ ประสบผลสำเร็จในการสอน
บันทึกผลหลงั การสอน แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 11 รายวิชาวิทยาศาสตร์ชวี ภาพ รหัส ว30101 เรื่อง ปจั จัยบางประการท่ีมผี ลตอ่ การเจรญิ เติบโตของพชื สรุปผลการเรยี นการสอน นกั เรยี นจำนวน .....................................คน ผ่านจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................................. ไม่ผา่ นจุดประสงค์ ................................คน คิดเปน็ ร้อยละ ................................................. ไดแ้ ก่ 1................................................................................................................................................ 2................................................................................................................................................ นักเรยี นท่ีมีความสามารถพิเศษ ไดแ้ ก่ 1................................................................................................................................................ 2................................................................................................................................................ ผลการเรียนร้ขู องนักเรียนและปญั หาทเี่ กิดขึน้ ในระหว่างการเรียนการสอน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. แนวทางการการแกป้ ญั หาหรือปรบั ปรงุ แผนการจัดการเรียนรู้คร้ังต่อไป (Action plan) .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ......................................................................................................................................................................... ลงช่ือ ....................................... ครูผูส้ อน ............/............../..............
ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษา/ผทู้ ไี่ ดร้ ับมอบหมาย ไดท้ ำการตรวจแผนการจัดการเรียนรขู้ อง ......................................................แลว้ มีความคดิ เหน็ ดงั น้ี 1. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ ครบถว้ นและถกู ต้อง ยังไมค่ รบถว้ นหรอื ไมถ่ กู ต้อง ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 2. ความสอดคล้องของแผนการจดั การเรยี นรู้กบั หลักสูตรสถานศึกษา สอดคล้อง ยังไมส่ อดคล้อง ควรปรบั ปรงุ พฒั นาต่อไป 3. รปู แบบของการจดั การเรยี นรู้ เน้นผเู้ รียนเปน็ สำคญั ยังเน้นผูเ้ รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป 4. สื่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับรูปแบบการจดั การเรยี นรู้ ยังไมเ่ หมาะ ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ่ ไป 5. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ครอบคลมุ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ยังไมค่ รอบคลุมประสงคก์ ารเรียนรู้ ควรปรับปรุงพัฒนาตอ่ ไป 6. ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่อื ................................................................ ตำแหนง่ ........................................................... ............/............../..............
แบบประเมินสมรรถนะผูเ้ รยี น คำช้ีแจง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ ลงใน ช่องทต่ี รงกบั ระดับคะแนน สมรรถนะที่ประเมิน ระดับคะแนน 321 1. 1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1.1 มคี วามสามารถในการรับ – ส่งสาร 1. 1.2 มคี วามสามารถในการถา่ ยทอดความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจของตนเอง โดยใช้ ภาษาอยา่ งเหมาะสม 1.3 ใช้วิธีการส่อื สารท่เี หมาะสม 2. 2. ความสามารถในการคิด 2.1 มคี วามสามารถในการคิดวเิ คราะห์ เพื่อการสร้างองคค์ วามรู้ 2.2 มคี วามสามารถในการคิดเปน็ ระบบ เพอ่ื การสรา้ งองคค์ วามรู้ เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงชือ่ ...........................................................ผู้ประเมิน พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ ......................../........................./................ พฤตกิ รรมที่ปฏบิ ตั ชิ ัดเจนและบ่อยครัง้ พฤติกรรมทปี่ ฏิบตั บิ างครัง้ ให้ 3 คะแนน ให้ 2 คะแนน ให้ 1 คะแนน
กิจกรรม 3.4 การใชส้ ารสงั เคราะหท์ ี่มีสมบัติคลา้ ยฮอรโ์ มนพชื ในทางการเกษตร จดุ ประสงค์ วสั ดแุ ละอปุ กรณ์ วธิ ีทำ ผลกำรทดลอง สรุปผลกำรทดลอง
กจิ กรรม 3.3 ปัจจยั ที่มผี ลตอ่ การเจรญิ เตบิ โตของพชื จดุ ประสงค์ วสั ดแุ ละอปุ กรณ์ วธิ ีทำ ผลกำรทดลอง สรุปผลกำรทดลอง
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 11 เรือ่ ง การตอบสนองของพชื ต่อส่งิ เรา้ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ า รายวชิ าวิทยาศาสตร์ชวี ภาพ รหัสวิชา ว 30101 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 เร่ือง การดำรงชีวิตของพืช เวลา 4 ช่ัวโมง ครผู ู้สอน นางสาวจันจิรา ธนันชยั มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชวี้ ัด สาระท่ี 1 วทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของส่ิงมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออก จากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าท่ีของระบบต่าง ๆของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชท่ีทำงานสัมพันธ์กัน รวมท้ังนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ ตัวชี้วัด ม.4/11 สืบค้นข้อมูลเก่ียวกับสารควบคุมการเจริญเติบโตของของพืชที่มนุษย์สังเคราะห์ข้น และยกตัวอย่างพืชการนำมาประยุกต์ใชท้ างดา้ นการเกษตรของพชื ม.4/12 สังเกตและอธิบายการตอบสนองของพชื ตอ่ สิง่ เร้าในรปู แบบตา่ ง ๆ ที่มีผลต่อการดำรงชวี ิต สาระสำคญั การตอบสนองของพืชมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของพืช โดยพืชสามารถตอบสนองต่อสิ่งเร้าใน รปู แบบของการเคล่ือนไหวได้ ซ่ึงอาจแบ่งได้เป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ การตอบสนองที่มีทิศทางสัมพันธ์กบั ทิศทาง ของสิ่งเรา้ และการตอบสนองที่มที ิศทางไมส่ มั พันธก์ บั ทิศทางของส่ิงเร้า สาระการเรียนรู้ - การตอบสนองของพืชต่อส่ิงเรา้ จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. ด้านความรู้ (K) นักเรียนสามารถอธบิ ายการตอบสนองของพืชต่อส่งิ เร้าในรปู แบบต่าง ๆ ทีม่ ีผลตอ่ การดำรงชีวิตได้ 2. ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) นกั เรยี นสามารถรว่ มกนั จดั กล่มุ ประเภทของการตอบสนองของพชื พร้อมทงั้ อภปิ รายเกย่ี วกบั ความสำคัญของการตอบสนองของพืชต่อการดำรงชีวติ ได้ 3. ด้านคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A) นักเรยี นมคี วามอดทนและใหค้ วามร่วมมอื ในการทำกิจกรรม
สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น 1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 2. ความสามารถในการคิด คณุ ลกั ษณะของวิชา 1. ความรอบคอบ 2. กระบวนการกลุม่ ช้ินงาน/ภาระงาน กจิ กรรมเสนอแนะ การตอบสนองของพืชต่อส่ิงเรา้ กจิ กรรมการเรยี นรู้ รูปแบบการสอนท่ีใช้ในการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ คอื การสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5E 1. ขั้นสรา้ งความสนใจ (Engagement) 1.1 ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยอาจใช้ภาพในหนังสือเรียนซึ่งเป็นภาพพวงชมพูท่ีเล้ือยคลุมไปตาม หลงั คาและกำแพงเพื่อกระตุ้นความสนใจ และให้นักเรยี นยกตวั อย่างพืชชนิดอนื่ ๆ ท่ีรู้จักซึ่งมีการ เลอื้ ยพนั โครงสรา้ งต่าง ๆ แบบพวงชมพู เพื่อนำเขา้ ส่เู ร่ืองการตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้า 1.2 ครูอาจเตรียมภาพการตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้าแบบต่าง ๆ หรือให้นักเรียนร่วมกัน ยกตัวอย่างการตอบสนองของพืชที่เคยสังเกตเห็น หรือให้ทำกิจกรรมเสนอแนะ เร่ือง การตอบสนองของพชื ตอ่ สงิ่ เร้า 2. ข้ันสำรวจและคน้ หา (Exploration) 2.1 ครูให้นักเรียนร่วมกันจัดกลุ่มประเภทของการตอบสนองของพืช พร้อมทั้งอภิปรายเก่ียวกับ ความสำคัญของการตอบสนองของพชื ตอ่ การดำรงชีวติ 2.2 ครูให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลหรอื แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันแล้วกลับมาตรวจสอบการจัดกลุ่ม ของนักเรียนอีกครั้งหน่ึง ครูตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยอาจใช้คำถามว่า นักเรียนใช้ เกณฑ์อะไรในการจัดรูปแบบของการตอบสนองของพืช จากนั้นครูและนักเรียนจึงร่วมกันสรุป รูปแบบของการตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้าซึ่งแบ่งตามความสัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้าเป็น 2 รปู แบบ คือ แบบทม่ี ีทิศทางสัมพันธก์ ับทศิ ทางของสิ่งเร้าและแบบที่มที ิศทางไมส่ ัมพันธ์กบั ทิศทาง ของสง่ิ เร้า 3. ขน้ั อธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation) ครูให้นกั เรยี นเตรยี มภาพถ่ายหรอื ภาพวาดท่แี สดงถงึ การตอบสนองของพชื ต่อส่ิงเรา้ มาคนละอย่าง นอ้ ย 1 ภาพ เพื่อนำมาใช้อภิปรายร่วมกนั ในชนั้ เรยี น
4. ข้ันขยายความรู้ (Elaboration) ครูใช้คำถามถามนักเรียนว่า การที่พวงชมพูเล้ือยพันไปตามหลังคา กำแพง หรือโครงสร้างต่าง ๆ ไดน้ ั้นเปน็ การตอบสนองของพชื ในรปู แบบใด (แนวคำตอบ การเลือ้ ยพันของต้นพวงชมพไู ปตามหลงั คา กำแพง หรอื โครงสรา้ งตา่ ง ๆ เป็น ตอบสนองตอ่ การสัมผัสซึง่ เป็นการตอบสนองของพชื ท่ีมีทิศทางสัมพนั ธก์ บั ทศิ ทางของสง่ิ เรา้ ) 5. ข้ันประเมนิ (Evaluation) 5.1 สังเกตพฤติกรรมขณะทำกจิ กรรมร่วมกับผ้อู ื่นในหอ้ งเรียน 5.2 ประเมินจากการทำแบบฝึกหดั ในหนงั สอื เรยี น 5.3 ครสู งั เกตการตอบคำถามในชนั้ เรยี น เมื่อมีนกั เรยี นไม่เข้าใจ ครแู นะนำเพิ่มเติม ส่อื / แหลง่ เรยี นรู้ รายการสือ่ จำนวน สภาพการใชส้ ือ่ 1. หนงั สอื เรียนรายวิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตร์และ ตามจำนวน ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) เทคโนโลยี ผ้เู รยี น 2. คอมพิวเตอร์ทใี่ ชใ้ นการสืบคน้ ข้อมลู 6 ชดุ ข้ันสำรวจและค้นหา (Exploration) 3. เพาเวอร์พอยด์ เรือ่ ง การดำรงชีวิตของพืช 1 ชุด ขัน้ อธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation)
10. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรยี นรู้ วธิ ีวดั ผล เครื่องมอื วัด เกณฑ์การผ่านจดุ ประสงค์ ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 60 ขนึ้ ไป ดา้ นความรู้ (K) ตรวจแบบฝกึ หัดใน หนงั สอื เรยี น สามารถอธิบายการตอบสนองของพืชต่อ ทำแบบฝึกหัดใน รายวชิ าพ้ืนฐาน หนงั สือเรียน วิทยาศาสตรแ์ ละ ส่ิงเร้าในรูปแบบต่าง ๆ ที่มีผลต่อการ รายวชิ าพนื้ ฐาน เทคโนโลยี ดำรงชีวติ ได้ วิทยาศาสตรแ์ ละ เทคโนโลยี ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) สังเกตพฤตกิ รรม แบบประเมินทักษะ ระดบั คณุ ภาพ 3 หรือ สามารถนักเรียนรว่ มกนั จดั กลมุ่ ประเภท ของนกั เรียน กระบวนการ ระดบั ดีขน้ึ ไป ของการตอบสนองของพืช พร้อมทงั้ อภิปรายเกีย่ วกบั ความสำคัญของการ ตอบสนองของพชื ตอ่ การดำรงชวี ิต ดา้ นคณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ (A) มีความอดทนและให้ความร่วมมือในการ การสงั เกต แบบประเมนิ ระดับคณุ ภาพ 3 หรือ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ระดบั ดขี ึ้นไป ทำกิจกรรม พฤตกิ รรมในชนั้ ประสงค์ด้าน ระดบั คุณภาพ 3 หรอื เรียน ระดับดีขน้ึ ไป สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น การสังเกต แบบประเมนิ 1. ความสามารถในการคิด พฤตกิ รรมในชั้น สมรรถนะด้านการ 2. ความสามารถในการแกป้ ัญหา เรยี น สื่อสาร การคดิ การแกป้ ัญหา
เกณฑ์การประเมิน เกณฑ์การประเมนิ ดา้ นความรู้ (K) สามารถอธบิ ายการตอบสนองของพชื ต่อสิง่ เร้าในรูปแบบต่าง ๆ ทมี่ ผี ลตอ่ การดำรงชีวิตได้ ประเด็นการประเมิน 4 ระดับคุณภาพ 1 32 เน้ือหาไม่ ส า ม า ร ถ อ ธิ บ า ย ก า ร เน้ือหาครบถ้วน เนื้อหาครบถ้วน เน้ือหาบางสว่ น สมบรู ณ์ ตอบสนองของพืชต่อส่ิงเร้า ตามทกี่ ำหนด ไมส่ มบรู ณต์ ามที่ คำถามไดไ้ ม่ ในรูปแบบต่าง ๆ ท่ีมีผลต่อ ตอบคำถามได้ ตามท่กี ำหนด กำหนด ตอบ ตรงประเดน็ การดำรงชีวติ ได้ ตอบคำถามไดต้ รง คำถามได้ไม่ค่อย และตอบ ตรงประเดน็ และ คำถามไม่ ถกู ตอ้ งทุกคำถาม ประเด็น และตอบ ตรงประเดน็ ถกู ต้อง ถูกตอ้ งเปน็ ส่วน และตอบถกู ตอ้ ง ใหญ่ น้อยข้อ เกณฑก์ ารตัดสิน ระดบั 4 หมายถึง มรี ะดบั คุณภาพดีเย่ียม ระดบั 3 หมายถึง มรี ะดับคณุ ภาพดี ระดบั 2 หมายถึง มีระดบั คุณภาพพอใช้ ระดบั 1 หมายถึง มีระดบั คุณภาพปรับปรงุ เกณฑก์ ารผา่ น ไดร้ ะดบั 3 ข้นึ ไป ถือว่าประสบผลสำเรจ็ ในการสอน
เกณฑ์การประเมนิ ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) นกั เรียนรว่ มกนั จดั กลุ่มประเภทของการตอบสนองของพืช พร้อมทง้ั อภิปรายเกย่ี วกบั ความสำคัญของ การตอบสนองของพชื ต่อการดำรงชวี ิต ประเด็นการประเมิน 4 ระดับคณุ ภาพ 1 32 เนือ้ หาไม่ นั ก เรี ย น ร่ ว ม กั น จั ด ก ลุ่ ม เน้อื หาบางส่วน สมบูรณ์ ไม่สมบูรณต์ ามท่ี คำถามไดไ้ ม่ ประเภทของการตอบสนอง เนอ้ื หาครบถ้วน เน้อื หาครบถ้วน กำหนด ตอบ ตรงประเด็น ของพืช พร้อมทั้งอภิปราย ตามทกี่ ำหนด คำถามได้ไมค่ ่อย และตอบ เกี่ยวกับความสำคัญของ ตอบคำถามได้ ตามที่กำหนด คำถามไม่ การตอบสนองของพืชต่อ ตอบคำถามไดต้ รง ตรงประเด็น ถกู ตอ้ ง การดำรงชีวิต ตรงประเด็น และ และตอบถกู ตอ้ ง ถกู ตอ้ งทกุ คำถาม ประเด็น และตอบ ถกู ต้องเป็นส่วน นอ้ ยข้อ ใหญ่ เกณฑ์การตัดสนิ ระดับ 4 หมายถึง มรี ะดบั คณุ ภาพดีเย่ียม ระดับ 3 หมายถึง มรี ะดับคณุ ภาพดี ระดับ 2 หมายถึง มรี ะดบั คุณภาพพอใช้ ระดบั 1 หมายถงึ มรี ะดับคุณภาพปรบั ปรงุ เกณฑ์การผา่ น ไดร้ ะดบั 3 ขน้ึ ไป ถือว่าประสบผลสำเร็จในการสอน
เกณฑก์ ารประเมินดา้ นคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ด้านคุณลกั ษณะท่พี งึ ประสงค์ (A) มีความอดทนและให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม ประเด็นการประเมนิ 4 ระดบั คณุ ภาพ 1 32 รบั ผดิ ชอบใน มีความอดท น และให้ ตงั้ ใจและ ตั้งใจและ รบั ผิดชอบใน การปฏบิ ตั ิ หน้าท่ีทีไ่ ดร้ บั ความร่วมมือในการทำ รบั ผดิ ชอบใน การ รับผิดชอบในการ การปฏิบตั ิ มอบหมายไม่ กิจกรรม ปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ีที่ ปฏิบัติหน้าท่ีที่ หนา้ ทีท่ ี่ไดร้ ับ สำเร็จ ได้รบั มอบหมายให้ ไดร้ ับมอบหมายให้ มอบหมายให้ สำเร็จ มีการ สำเรจ็ มีการ สำเรจ็ มีการ ปรบั ปรงุ และ ปรับปรุงและ ปรับปรงุ และ พัฒนาการทำงาน พฒั นา พฒั นา ให้ดีขนึ้ ดว้ ยตนเอง การทำงานใหด้ ขี นึ้ การทำงานดีขนึ้ เกณฑ์การตัดสิน ระดับ 4 หมายถึง มรี ะดบั คณุ ภาพดีเยี่ยม ระดับ 3 หมายถึง มรี ะดับคุณภาพดี ระดับ 2 หมายถึง มีระดบั คุณภาพพอใช้ ระดับ 1 หมายถึง มรี ะดับคณุ ภาพปรบั ปรุง เกณฑ์การผ่าน ได้ระดบั 3 ขนึ้ ไป ร้อยละ 60 ถือว่าประสบผลสำเร็จในการสอน
บันทึกผลหลังการสอน แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 11 รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ รหสั ว30101 เรือ่ ง การตอบสนองของพืชตอ่ สิ่งเร้า สรปุ ผลการเรยี นการสอน นกั เรียนจำนวน .....................................คน ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ................... คน คิดเป็นรอ้ ยละ .................................................. ไมผ่ ่านจุดประสงค์ ................................คน คิดเป็นรอ้ ยละ ................................................. ไดแ้ ก่ 1................................................................................................................................................ 2................................................................................................................................................ นักเรยี นทม่ี คี วามสามารถพิเศษ ได้แก่ 1................................................................................................................................................ 2................................................................................................................................................ ผลการเรยี นรขู้ องนักเรยี นและปญั หาท่เี กดิ ข้ึนในระหว่างการเรียนการสอน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. แนวทางการการแก้ปญั หาหรือปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้คร้ังตอ่ ไป (Action plan) .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ......................................................................................................................................................................... ลงชอื่ ....................................... ครผู ู้สอน ............/............../..............
ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษา/ผทู้ ไี่ ดร้ ับมอบหมาย ไดท้ ำการตรวจแผนการจัดการเรียนร้ขู อง ......................................................แลว้ มีความคดิ เห็นดงั น้ี 1. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ ครบถว้ นและถูกต้อง ยังไมค่ รบถว้ นหรอื ไม่ถกู ต้อง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ่ ไป 2. ความสอดคล้องของแผนการจดั การเรยี นรู้กับหลกั สูตรสถานศึกษา สอดคล้อง ยังไมส่ อดคล้อง ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป 3. รปู แบบของการจดั การเรยี นรู้ เน้นผเู้ รียนเปน็ สำคัญ ยังเน้นผูเ้ รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ่ ไป 4. สื่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรยี นรู้ ยังไมเ่ หมาะ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ่ ไป 5. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ครอบคลมุ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ยังไมค่ รอบคลมุ ประสงค์การเรยี นรู้ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ่ ไป 6. ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่อื ................................................................ ตำแหนง่ ........................................................... ............/............../..............
แบบประเมนิ สมรรถนะผู้เรียน คำช้แี จง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงใน ช่องท่ตี รงกับระดับคะแนน สมรรถนะที่ประเมิน ระดบั คะแนน 321 1. 1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1.1 มีความสามารถในการรับ – ส่งสาร 1. 1.2 มคี วามสามารถในการถา่ ยทอดความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจของตนเอง โดยใช้ ภาษาอย่างเหมาะสม 1.3 ใชว้ ธิ กี ารสอื่ สารท่เี หมาะสม 2. 2. ความสามารถในการคิด 2.1 มีความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ เพื่อการสร้างองคค์ วามรู้ 2.2 มคี วามสามารถในการคิดเปน็ ระบบ เพอ่ื การสรา้ งองค์ความรู้ เกณฑ์การใหค้ ะแนน ลงช่ือ ...........................................................ผปู้ ระเมิน พฤตกิ รรมท่ปี ฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ ......................../........................./................ พฤตกิ รรมท่ีปฏบิ ตั ชิ ัดเจนและบ่อยครัง้ พฤติกรรมที่ปฏบิ ัตบิ างคร้ัง ให้ 3 คะแนน ให้ 2 คะแนน ให้ 1 คะแนน
Search
Read the Text Version
- 1 - 39
Pages: