Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ใบความรู้ หน่วยที่ 2

ใบความรู้ หน่วยที่ 2

Published by so.chatree, 2020-06-15 01:54:05

Description: ใบความรู้ หน่วยที่ 2

Search

Read the Text Version

เอกสารประกอบการใบสคอวานมรู้ รหัส 2101-2105 วิชา งานปรบั อากาศรถยนต์ เรื่อง ระบบทาความเย็นของเครือ่ งปรบั อากาศและเครือ่ งมอื ครผู ู้สอน นายชาตรี สรงประเสรฐิ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะชานาญการพิเศษ แผนกวิชาช่างยนต์ วิทยาลยั เทคนิคสมทุ รปราการ สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ใบความรู้ หนว่ ยท่ี 2 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต์ สอนคร้งั ท่ี 1 ชือ่ หน่วย ระบบทาความเย็นของเครือ่ งปรับอากาศและเครอื่ งมอื คาบรวม 6 คาบ ชือ่ เร่อื ง ระบบทาความเยน็ ของเครือ่ งปรบั อากาศและเครือ่ งมอื จานวนคาบ 6 คาบ สาระสาคัญ ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการเบื้องต้นของการปรับอากาศ เป็นสิ่งสาคัญมากต่อการศึกษา รายละเอียดอื่น ๆ ของระบบ เพราะการศึกษาหลักการเบื้องต้นเป็นพื้นฐานที่สาคัญที่จะช่วยให้เข้าใจ ระบบการทางานและส่วนประกอบอื่น ๆ ของระบบเป็นไปโดยง่าย ซึ่งหากไม่มีความเข้าใจในหลักการ เบือ้ งตน้ ที่ดีพอ อาจทาให้เกิดความสับสนได้ง่าย เม่อื ศกึ ษาในรายละเอียดเชงิ ลกึ ต่อไป ในการบริการระบบปรับอากาศรถยนต์นั้น นอกจากจะใช้เคร่ืองมือพื้นฐาน เช่น ประแจชนิด ต่างๆ ไขควง คีม ค้อน ฯลฯ แล้ว ยังมีความจาเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีเคร่ืองมือพิเศษสาหรับบริการ เกี่ยวกับระบบสารความเย็นโดยเฉพาะ เช่น แมนิโฟลด์เกจ ปั๊มสุญญากาศ ชุดถอดแยกชุด คอมเพรสเซอร์ ฯลฯ สาระการเรียนรู้ 1. ความหมายของการปรบั อากาศ 2. หนา้ ที่ของเครื่องปรบั อากาศรถยนต์ 3. หลกั การเบือ้ งตน้ ของการปรับอากาศ 4. วัฎจกั รของการปรับอากาศรถยนต์ 5. หลักการทางานของระบบปรับอากาศรถยนต์ 6. เครือ่ งมือบริการงานปรบั อากาศรถยนต์ ผลการเรียนร้ทู ีค่ าดหวัง 1. บอกความหมายของการปรบั อากาศได้ 2. บอกหน้าทีข่ องเครือ่ งปรบั อากาศได้ 3. อธิบายหลักการเบือ้ งต้นของการปรับอากาศได้ 4. บอกอุปกรณ์ของระบบปรบั อากาศได้ 5. เขียนวัฎจกั รของการปรบั อากาศได้ 6. อธิบายหลักการทางานของระบบปรบั อากาศรถยนต์ 7. บอกเครื่องมอื บริการงานปรับอากาศรถยนต์ได้ 8. ปฏิบตั ิงานด้วยความปลอดภัย และมีกิจนิสยั ที่ดใี นการทางาน 9. มีเจตคติที่ดีตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโดยพึ่งตนเองในการเรียนรู้ได้

หลกั การเบ้อื งตน้ ของเครือ่ งปรับอากาศ ความหมายของการปรับอากาศ การปรับอากาศเป็นการปรับและควบคุมอุณหภูมิของอากาศที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา ให้อยู่ใน ระดับตามที่เราต้องการ หรือให้อยู่ในระดับที่ทาให้ร่างกายของเรารู้สึกสบายมากที่สุด เช่น ขณะ อากาศร้อนสามารถปรับทาให้อากาศเย็นลง และถ้าอากาศเย็น ก็สามารถปรับให้อากาศร้อนขึ้น จน อยู่ในระดับทีเ่ รารู้สกึ สบาย หน้าท่ขี องเครื่องปรับอากาศ การปรับอากาศ เป็นการควบคุมอุณหภูมิภายในห้องปรับอากาศให้มีความเหมาะสม ให้คนที่ อยู่ภายในมีความรู้สึกสบาย ควบคุมความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศ การระบายอากาศเสียทิ้ง รวมทั้ง การหมุนเวียนของอากาศบริสุทธิ์และกรองอากาศที่สกปรกให้สะอาด พอสรุปหน้าที่ของ เครือ่ งปรบั อากาศได้ดงั น้ี 1. ควบคุมอุณหภูมิภายในห้องปรับอากาศให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม อุณหภูมิที่จะทาให้รู้สึก สบายอยู่ระหว่าง 23 – 25 0C 2. ควบคุมความชนื้ สมั พัทธ์ ทีม่ ผี ลตอ่ ความสบายของมนุษย์มากพอ ๆ กบั อณุ หภมู ิ ถ้าความชื้นสัมพัทธ์ต่าจะทาให้เหง่ือที่ผิวระเหยได้ง่าย แต่ถ้าความชื้นสัมพัทธ์สูง เหง่ือที่ผิวหนังจะ ระเหยได้ยาก และถ้านา้ ทีผ่ ิวหนังระเหยตัวมากเกินไป จะมีผลทาให้ผิวหนงั แห้งจึงรู้สึกไม่สบายตวั ค่า ความชนื้ สมั พัทธ์ทีเ่ หมาะสมสาหรบั มนุษย์ อยู่ประมาณ 50 – 55% 3. การหมนุ เวียนของอากาศบริสุทธิ์ ภายในหอ้ งปรบั อากาศ ตอ้ งคานึงถึงความเร็ว และ ความแรงของลมที่มาปะทะส่วนตา่ ง ๆ ของร่างกาย 4. การควบคุมการหมุนเวียนของอากาศบริสุทธิ์ เนื่องจากห้องปรับอากาศเป็นห้องมิดชิด เคร่ืองปรับอากาศ จึงถูกสร้างให้ทาหน้าที่กาจัดสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ฝุ่นละออง ควัน กลิ่น เพือ่ ให้อากาศบริสทุ ธิห์ มุนเวียนได้มากที่สุด

อณุ หภูมิ การหมนุ เวยี น ความช้นื ความบริสทุ ธิ์ รปู ท่ี 2.1 การควบคมุ อากาศ ทม่ี า (บรษิ ัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จากัด, 2540) หลักการเบือ้ งต้นของการปรับอากาศ เราสามารถใช้ปรากฏการณธ์ รรมชาติ คอื สสารทีอ่ ยู่ในสถานะของเหลวจะสามารถถ่ายความ ร้อนไปยังสสารอื่นอีกสสารได้เม่ือเกิดการระเหย เช่น เราจะรู้สึกว่าเย็น เม่ือเรานาแอลกอฮอล์มาถกู อวัยวะ เพราะแอลกอฮอล์จะได้รับความร้อนจากอวัยวะ และระเหยกลายเป็นไอ แอลกอฮอล์จะนา ความรอ้ นออกไปเราจึงรู้สกึ เยน็ การระเหย สาลีชุบแอลกอฮอล์ รูปท่ี 2.2 การระเหยกลายเป็นไอของแอลกอฮอล์ ท่มี า (บรษิ ัท โตโยตา้ มอเตอร์ ประเทศไทย จากัด, 2540)

เหตุผลเดียวกันนี้ หากนาภาชนะบรรจุของเหลววางอยู่ในกล่องที่มีฉนวนกันอย่างดี และมี ปลายอีกด้านอยู่ภายนอก เม่อื ของเหลวได้รับอุณหภูมิของอากาศภายในกล่องระเหยกลายเป็นไอ เมอ่ื เปิดฝาภาชนะที่บรรจุของเหลวออก ของเหลวภายในภาชนะจะดูดความร้อนที่อยู่ภายในกล่องทาให้ ของเหลวระเหยกลายเป็นไอ ออกสู่บรรยากาศภายนอก ขณะเดียวกนั อุณหภูมิของอากาศในกล่องจะ ลดลงต่ากว่าก่อนทีจ่ ะเปิดฝาภาชนะ เทอรโ์ มมิเตอร์ จุกปิด ไอ ผนังหอ้ ง รอ้ น เยน็ ของเหลว รปู ท่ี 2.3 การถา่ ยเทความร้อนของของเหลว ท่มี า (บรษิ ทั โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จากดั , 2540) อุปกรณข์ องเครื่องปรับอากาศรถยนต์ จากหลักการเบื้องต้นที่กล่าวมา หากนาไปใช้งานจริงจะประสบปัญหาหลายประการ เช่น ของเหลวที่ใชจ้ ะหมดไปจนตอ้ งเติมบ่อย ๆ หรอื บริเวณทีจ่ ะทาให้เกิดการถ่ายเทความรอ้ นมนี ้อย เปน็ ต้น ดังนั้นต้องมีการปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมอุปกรณ์ เพื่อให้ระบบสามารถทางานได้อย่างมี ประสิทธิภาพยิง่ ขึน้ จึงแบ่งอปุ กรณ์ของการปรบั อากาศออกเปน็ 3 ประเภท คือ 1. อปุ กรณ์หลกั เป็นอุปกรณ์หรอื ชนิ้ ส่วนหลกั ในการทางานถ้าขาดอปุ กรณ์อย่างใดอย่าง หนง่ึ แล้วเครื่องปรบั อากาศจะไม่สามารถทางานได้ อปุ กรณ์หลกั ของเครือ่ งปรบั อากาศ ได้แก่ 1.1 คอมเพรสเซอร์ (Compressor) เป็นเคร่ืองอัดที่นาสารทาความเย็นในสถานะก๊าซ ทีจ่ ะปล่อยทิง้ ไปกลับมาใช้ใหม่

รูปท่ี 2.4 แสดงลักษณะคอมเพรสเซอร์ ทม่ี า (ชาตรี สรงประเสริฐ, 2552) 1.2 คอนเดนเซอร์ (Condenser) เปน็ อปุ กรณ์สาหรับระบายความร้อนออกจากสารทา ความเย็นในสถานะก๊าซที่มีความดันสูง หลังจากที่คอมเพรสเซอร์อัด สารทาความเย็นจะยังไม่เป็น ของเหลวจนกว่าจะนาไประบายความร้อนออกไป ทาให้เกิดการควบแน่นกลับมาเป็นของเหลว และ อณุ หภูมิสูง รปู ท่ี 2.5 แสดงลกั ษณะคอนเดนเซอร์ ท่มี า (ชาตรี สรงประเสริฐ, 2552)

1.3 เอ็กซ์แพนช่ันวาล์ว หรือ T.E.V. (Thermostatic Expansion Valve) เป็น อุปกรณ์ที่สามารถปิด-เปิด ให้สารความเย็นไหลผ่านและลดแรงดันของสารทาความเย็นในสถานะ ของเหลวลง เพือ่ ให้สารทาความเย็นมีจดุ เดือดทีต่ ่า รูปท่ี 2.6 แสดงสว่ นประกอบของเอ็กซ์แพนชั่นวาลว์ ทม่ี า (ชาตรี สรงประเสริฐ, 2552) 1.4 อีวาพอเรเตอร์ (Evaporator) ปรบั เปลีย่ นให้พืน้ ทีผ่ วิ รับความรอ้ นจากภายใน เพิ่มขึ้น เพื่อให้สามารถรับและถ่ายเทความร้อนจากอากาศในห้องได้มากขึ้น โดยเพิ่มความยาวของ อปุ กรณ์ในส่วนที่มลี กั ษณะเปน็ ขดและมีครบี รูปท่ี 2.7 แสดงลักษณะอีวาพอเรเตอร์ ทม่ี า (ชาตรี สรงประเสริฐ, 2552)

2. อปุ กรณ์ชว่ ย เป็นอปุ กรณ์ทีเ่ พิ่มเข้ามาในระบบความเยน็ ทาให้ประสิทธิภาพการ ทางานของระบบดีข้ึน และช่วยยืดอายกุ ารทางานของอปุ กรณ์หลกั ซึ่งเป็นอปุ กรณ์ที่ทา ความ สะอาดและเป็นถังเก็บสารทาความเย็นในสถานะของเหลวให้เพียงพอกับความต้องการของระบบ อุปกรณ์นเี้ รียกว่า รซี ีฟเวอร์-ดรายเออร์ (Reciever-Drier) รปู ท่ี 2.8 ลักษณะของรีซีฟเวอร์-ดรายเออร์ ทม่ี า (ชาตรี สรงประเสริฐ, 2552) 3. สารทาความเย็น (Refrigerant) เป็นน้ายาที่ใช้ในระบบปรับอากาศ ทาหน้าทีด่ ูดและ ส่งความร้อน ในขณะที่เปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นก๊าซและจากก๊าซเป็นของเหลว ซึ่งจะต้องรับ ปริมาณความรอ้ นได้มาก จดุ เดือดทีอ่ ุณหภมู ติ า่ และสามารถนามาใช้ซ้าได้อกี รปู ท่ี 2.9 แสดงตาแหนง่ สารดดู รับความชื้น ท่มี า (ชาตรี สรงประเสริฐ, 2552)

วฏั จกั รของการปรบั อากาศรถยนต์ การทางานของระบบปรับอากาศรถยนต์มีการทางานเปน็ วฏั จักร กล่าวคือ สารทา ความ เย็นในสถานะของเหลวที่ความดันสูง จะถูกลดแรงโดยเอ็กซ์แพนชั่นวาล์ว และเข้าไปเปลี่ยนสถานะ เป็นก๊าซในอีวาพอเรเตอร์ สารทาความเย็นที่อยู่ในสถานะก๊าซจะถูกคอมเพรสเซอร์ดูดและอัดให้มี ความดันสูง เพื่อไหลผ่านคอนเดนเซอร์ ทาให้อุณหภูมิลดลงและเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลวอีกคร้ัง ส่งผา่ นรซี ีฟเวอร์-ดรายเออร์เพือ่ กรองส่ิงสกปรกและสะสมสารทาความเย็น จากนั้นก็จะไหลเวียนผ่าน อปุ กรณ์ที่กล่าวมาข้างตน้ เป็นวัฏจักรเชน่ นตี้ ลอดเวลาทีเ่ ครือ่ งปรบั อากาศรถยนต์ทางาน รูปท่ี 2.10 วฏั จักรของการปรับอากาศรถยนต์ ทม่ี า (ชาตรี สรงประเสริฐ, 2552) วัฏจักรการทางานของการปรับอากาศรถยนต์ แบ่งออกเป็น 2 ด้าน คือ ด้านความดันสูง (High Side) และด้านความดันต่า (Low Side) โดยด้านความดันสูงจะมีอุณหภูมิสูง ท่อทางเดินของ น้ายาและอุปกรณ์จะมีอุณหภูมิสูงโดยเริ่มจากทางออกของคอมเพรสเซอร์ คอนเดนเซอร์ รีซี เวอร์-ดรายเออร์ และสิ้นสุดที่ทางเข้าของเอ็กซ์แพนช่ันวาล์ว ส่วนด้านความดันต่าจะมีอุณหภูมิต่า ท่อและอุปกรณ์จะเย็นและมีไอน้าจับตลอด โดยจะเริ่มจากทางออกของเอ็กซ์แพนช่ันวาล์ว อีวา พอเรเตอร์ และสิ้นสุดที่ทางเข้าของคอมเพรสเซอร์ ดังนั้นอุปกรณ์ที่ทาหน้าที่แบ่งวัฎจักรการปรับ อากาศออกเป็น 2 ดา้ น คือ คอมเพรสเซอร์กับเอ็กซ์แพนชั่นวาล์ว

หลักการทางานของระบบปรบั อากาศรถยนต์ ระบบการทางานของเครื่องปรบั อากาศรถยนต์ เริม่ จากคอมเพรสเซอร์ดดู สารทาความเย็นอยู่ ในสถานะก๊าซ ความดนั ต่า อุณหภูมิต่าจากอีวาพอเรเตอร์ อดั ใหม้ ีความดันสูง อุณหภูมิสงู ในสถานะ ก๊าซส่งผ่านไปยังคอนเดนเซอร์ เพื่อระบายความร้อนทาให้สารทาความเย็นกล่ันตัวเป็นของเหลว ความดันสูงและอุณหภูมิสูงผ่านไปยังรีซีฟเวอร์-ดรายเออร์ เพื่อกรองทาความสะอาดดูดซับความชื้น และพักสารทาความเย็นอยู่ในสถานะของเหลว ก่อนที่จะถูกส่งไปยังเอ็กซ์แพนชั่นวาล์ว เพื่อควบคุม การไหลและลดความดันของสารทาความเย็น โดยฉีดเป็นฝอยละออง ผ่านเข้าไปยังอีวาพอเรเตอร์ ทาให้มี ความดนั ต่าระเหยเปลี่ยนสถานะเป็นก๊าซ และดดู ซบั ปริมาณความรอ้ นจากอากาศโดยรอบที่อี วาพอเรเตอร์ ทาให้อุณหภูมิภายในห้องผู้โดยสารลดต่าลง และสารทาความเย็นจะอยู่ในสถานะก๊าซ อุณหภูมิต่าและความดนั ตา่ จะถกู คอมเพรสเซอร์ดูดและอัดส่งไปยังคอนเดนเซอร์อกี ครั้ง รูปท่ี 2.11 หลักการทางานของระบบปรบั อากาศรถยนต์ ทม่ี า (ชาตรี สรงประเสริฐ, 2552)

เครื่องมือบริการงานปรบั อากาศรถยนต์ งานปรับอากาศรถยนต์ จาเปน็ ต้องใช้เครื่องมอื ทีเ่ หมาะสมกับลกั ษณะงานเพื่อใหง้ านซ่อมหรือ การบริการมคี ุณภาพ เครือ่ งมอื งานบริการเครือ่ งปรบั อากาศรถยนต์ แบ่งออกได้ดงั น้ี 1. เครื่องมือทั่วไป เปน็ เครื่องมอื ที่ใชใ้ นงานปรบั อากาศรถยนต์ สามารถใช้ได้กบั งานซ่อมและงานบริการอน่ื ๆ เกือบทกุ ชนิด เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ 1.1 ประแจชนิดต่าง ๆ (Wrenches) เป็นเคร่ืองมือทีใ่ ช้สาหรับถอดใส่สกรู และน๊อต ที่มีลักษณะเป็นหัวเหลี่ยม มน กลม แบ่งออกหลายประเภท และมีหลายชนิดการเลือกใช้ขึ้นอยู่กับ ลักษณะงานเป็นสาคญั รูปท่ี 2.12 ประแจ ทม่ี า (ชาตรี สรงประเสริฐ, 2552) 1.2 ไขควง (Screw Drivers) เป็นเคร่ืองมือที่ใช้ในงานซ่อม โดยจะใช้ถอดประกอบ อปุ กรณ์จับยึดทีเ่ ป็นสกรหู วั แฉกและแบน รูปท่ี 2.13 ไขควง ท่มี า (ชาตรี สรงประเสริฐ, 2552)

1.3 คมี (Pliers) เป็นเครื่องมอื ที่ใชใ้ นการจับ ตัด ถอดและประกอบชิน้ งาน การ เลือกใช้ข้ึนอยู่กับลักษณะงาน รปู ท่ี 2.14 คมี ท่มี า (ชาตรี สรงประเสริฐ, 2552) 1.4 คอ้ น (Hammer) เปน็ เครื่องมอื ใช้สาหรับตอก เคาะ และแตง่ ให้ชิน้ งานเข้าที่ การเลือกใช้ข้ึนอยู่กบั ลักษณะงาน รูปท่ี 2.15 ค้อน ท่มี า (ชาตรี สรงประเสริฐ, 2552)

1.5 ตะไบ (Files) เป็นเครือ่ งมอื ทีใ่ ชส้ าหรบั ตกแตง่ โลหะ เพื่อให้ผิวงานเรียบมีทั้ง อย่างหยาบและละเอียด รูปท่ี 2.16 ตะไบ ทม่ี า (ชาตรี สรงประเสริฐ, 2552) 1.6 ประแจกระบอกหรือประแจบ็อก คือประแจที่ใช้ร่วมกับด้ามขันมีหลายขนาดเหมาะ สาหรับใช้ในการขันหรือคลายโบลท์และนัตทีแ่ น่นมาก มที ้ังแบบ 6 เหลี่ยม และแบบ 12 เหลีย่ ม รูปท่ี 2.17 ประแจกระบอกหรือประแจบอ็ ก ทม่ี า (ชาตรี สรงประเสริฐ, 2552)

2. เครื่องมือพิเศษ เปน็ เครือ่ งมอื ทีใ่ ชใ้ นงานซ่อมและบริการระบบปรับอากาศโดยเฉพาะ ระบบปรบั อากาศรถยนต์ เครือ่ งมอื พิเศษ ได้แก่ 2.1 คัตเตอร์ (Cutter) เป็นเคร่ืองมือที่ใช้สาหรับตัดท่อในงานต่าง ๆ เพราะสะดวกใน การใชง้ านรอยตัดจะมีผิวเรียบ ไม่มีเศษผงที่เกิดจากการตดั เป็นทีน่ ิยมที่สุด ในงานปรบั อากาศรถยนต์ รปู ท่ี 2.17 คตั เตอร์ ท่มี า (ชาตรี สรงประเสริฐ, 2552) 2.2 รมี เมอร์ (Reamer) เปน็ เครือ่ งมือที่ใชใ้ นการลบคม และคว้านปากท่อที่ตัดแล้วให้ เรียบ ซึ่งสามารถลบได้ทั้งภายในและภายนอกของบริเวณรอยตดั รูปท่ี 2.18 รีมเมอร์ ท่มี า (ชาตรี สรงประเสริฐ, 2552)

2.3 เคร่ืองมือบานท่อ (Flaring Tool) เป็นเคร่ืองมือที่ใช้ในการบานท่อทองแดงหรือ อลูมิเนียม เพื่อที่จะสามารถต่อท่อสารทาความเย็นเข้าระบบได้ประกอบด้วยตัวจับ (Flaring Bar) และตัวอัดบานรปู ทรงกรวย ในกรณีทีต่ อ้ งการบาน 2 ชั้น และตอ้ งมอี ะแดป็ เตอร์มาร่วมใช้ดว้ ย รูปท่ี 2.19 เครื่องมือบานทอ่ ท่มี า (ชาตรี สรงประเสริฐ, 2552) 2.4 เครือ่ งมือขยายท่อ (Swaging Tool) เปน็ เครือ่ งมอื ที่ใชใ้ นการขยายท่อ เพื่อที่จะ ทาการตอ่ ท่อขนาดเดียวกนั เข้าด้วยกัน โดยการเชอ่ื มประสาน รปู ท่ี 2.20 เครือ่ งมือขยายท่อ ท่มี า (ชาตรี สรงประเสริฐ, 2552)

2.5 เครื่องมือดดั ท่อ (Tube Bender) เป็นเครือ่ งมอื ทีใ่ ชใ้ นการดดั ท่อให้ได้มมุ และ รปู ร่างตามตอ้ งการ ซึ่งมีหลายแบบควรเลือกใช้ใหเ้ หมาะสมกับลักษณะงาน รปู ท่ี 2.21 เครือ่ งมือดดั ท่อ ทม่ี า (ชาตรี สรงประเสริฐ, 2552) 2.6 ป้ัมสุญญากาศ (Vacuum Pump) เป็นเคร่ืองมือที่ใช้ในการดูดอากาศหรือ ความชืน้ ที่มีอยู่ในระบบปรับอากาศ ออกก่อนทีจ่ ะบรรจสุ ารทาความเย็นเข้าระบบ รูปท่ี 2.23 ปมั้ สญุ ญากาศ ท่มี า (ชาตรี สรงประเสริฐ, 2552)

2.7 ชุดเชื่อมก๊าซ เป็นเคร่ืองมือที่ใช้สาหรับให้ความร้อน เพื่อที่จะประสานท่อเข้า ด้วยกัน รปู ท่ี 2.22 ชุดเชือ่ มแกส๊ ทม่ี า (ชาตรี สรงประเสริฐ, 2552) 2.8 เคร่ืองมือตรวจการรั่วของสารทาความเย็น (Leak Detector) เป็นเคร่ืองมือที่ บอกใหร้ ู้วา่ สารทาความเยน็ รว่ั ซึมจากระบบบริเวณใด แบบใชแ้ กส๊ แบบอเิ ล็กทรอนิกส์ รูปท่ี 2.24 เครื่องมือตรวจการรว่ั ท่มี า (ชาตรี สรงประเสริฐ, 2552)

2.9 แมนิโฟลด์เกจ (Manifold Gauge) เป็นเคร่ืองมือที่ใช้ในการวัดระดับความดัน ของระบบปรับอากาศรถยนต์ใช้ได้ท้ังวัดความดันสงู ความดันตา่ และสญุ ญากาศ รูปท่ี 2.25 แมนิโฟลด์เกจ ทม่ี า(ชาตรี สรงประเสริฐ, 2552) ส่วนประกอบของแมนโิ ฟลด์เกจ ที่สาคญั ประกอบด้วย 1. เกจวัดความดันต่า (Law Pressure Gauge) เป็นเกจสามารถวัดได้ท้ัง ความดนั และสญุ ญากาศ ตัวเกจมักจะเป็นสีน้าเงินต่อเข้ากับระบบด้านความดนั ตา่ ของระบบเท่าน้ัน 2. เกจด้านความสูง (High Pressure Gauge) เป็นเกจทีส่ ามารถวัดได้เฉพาะ ความดนั สงู ตวั เกจมักเป็นสีแดง ซึ่งต่อดา้ นความดันสูงของระบบ 3. สายแมนิโฟลด์เกจจะมี 3 เส้น คือ - สายสีแดง ใชต้ ่อเข้ากบั เกจด้านความดันสงู - สายสีนา้ เงิน ใชต้ ่อเข้ากับเกจด้านความดนั ต่า - สายสีเหลอื ง ใชต้ ่อระหว่างเกจด้านความดนั ต่าและความดนั สูง และ ใช้สาหรับงานบริการตา่ ง ๆ 4. วาลว์ ควบคมุ เป็นวาลว์ สาหรบั เปิด – ปิด ท่อทางภายในแมนิโฟลด์เกจ ประกอบด้วย วาลว์ ความดนั ตา่ และวาล์วความดนั สูง ซึ่งจะมีสตี รงกบั ตวั เกจเสมอ

2.10 ข้อต่อวาล์วบริการ เป็นข้อต่อของสายแมนิโฟล์ดเกจ ด้านที่ต่อกับวาล์วบริการ ของระบบจะแตกต่างกัน ถ้าเป็นระบบ R-12 จะมีลักษณะเป็นเกลียว ส่วนระบบ R134a จะไม่มี เกลียวแต่จะใช้วธิ ีสวมล๊อก (Quick- Joints) รูปท่ี 2.26 ข้อต่อวาล์วและสายบรกิ าร ท่มี า (ชาตรี สรงประเสริฐ, 2552) 2.11 ชุดถอดประกอบคอมเพรสเซอร์ (Service Tool Set) เป็นเคร่ืองมือพิเศษ สาหรับ ถอดประกอบคอมเพรสเซอร์ เนื่องจากคอมเพรสเซอร์มีการทางานท้ังแบบกลไก ซึ่งควบคุม การทางานด้วยระบบไฟฟ้า จงึ จาเปน็ จะต้องบริการด้วยความระมดั ระวงั เพือ่ ป้องกันความเสียหาย รูปท่ี 2.27 ชุดถอดประกอบคอมเพรสเซอร์ ท่มี า (ชาตรี สรงประเสริฐ, 2552)

2.12 มัลติมิเตอร์ เป็นเครือ่ งมอื ทีใ่ ชว้ ัดหาค่าทางไฟฟ้า เช่นใชว้ ดั ปริมาณกระแสไฟฟ้า แรงดนั ไฟฟ้า และค่าความต้านทาน เป็นต้น รปู ท่ี 2.28 มัลติมิเตอร์ ทม่ี า (ชาตรี สรงประเสริฐ, 2552) 2.13 ฟิลเลอรเ์ กจ เป็นเครื่องมอื ทีใ่ ชส้ าหรบั วัดค่าเพือ่ หาระยะหา่ งของแผ่นคลัทช์กบั พลู เล่ย์ โดยมีลกั ษณะเป็นแผ่นบางๆ มีความหนาหลายขนาด รปู ท่ี 2.28 มัลติมิเตอร์ ทม่ี า (ชาตรี สรงประเสริฐ, 2552)

2.14 หวจี ดั แต่งครีบ คือเครื่องมอื ทีใ่ ชส้ าหรบั จดั แตง่ ครบี ของคอนเดนเซอร์หรอื อีวา พอเรเตอร์ทีล่ ม้ และพับให้กลับสู่สภาพเดิมเพ่อื ประสิทธิภาพ ทีด่ ใี นการทางานของระบบปรับอากาศ รถยนต์ รปู ท่ี 2.29 หวจี ัดแตง่ ครีบ ทม่ี า (ชาตรี สรงประเสริฐ, 2552) 2.15 ประแจหกเหลีย่ ม คือประแจที่มลี กั ษณะเป็นหวั หกเหลี่ยม โดยทว่ั ไปเรียกว่า ประแจแอล จดั เป็นชดุ มีหลายขนาดให้เลือกใช้ เหมาะสาหรบั ขันหรอื คลายโบลท์ที่มหี วั เปน็ หลุมหก เหลีย่ ม รปู ท่ี 2.30 ประแจหกเหลี่ยม ท่มี า (ชาตรี สรงประเสริฐ, 2552)


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook