Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การศึกษาเรียนรู้บทบาทหน้าที่ครู

การศึกษาเรียนรู้บทบาทหน้าที่ครู

Published by puc27163, 2022-01-27 18:10:19

Description: การศึกษาเรียนรู้บทบาทหน้าที่ครู

Search

Read the Text Version

การศึกษาเรยี นรูบ้ ทบาท หนา้ ท่คี รู

จดั ทาโดย นายภคั วนิ ทร์ วริ ิยะกาญจนา เสนอ อาจารย์ ชนารกั ษ์ เวชสวัสด์ิ

ประวตั สิ ว่ นตวั นายภัควนิ ทร์ วริ ิยะกาญจนา รหสั นักศกึ ษา 64121070106 สาขาวิชาภาษาองั กฤษ ฝึกปฏบิ ัตวิ ิชาชีพระหว่างเรียน ณ โรงเรียนขขุ ครูทป่ี รกึ ษา นายเอกวชั ร ทองศรี อาจารยท์ ป่ี รึกษา อาจารย์ ดร.อญั ชลี แสงทอ อาจารยป์ ระจาวิชา อาจารย์ ชนารกั ษ์ เวชสวัส

คานา หนงั สอื E-BOOK นจ้ี ัดทาขึ้นเพื่อศกึ ษาบริบทของชัน้ เรียน และบรบิ ทของครูที่ปรกึ ษา โดยมีเนอื้ หาส่วนใหญ่เกยี่ วกบั บรรยากาศในช้นั เรียน ทกั ษะการสอนของครูท่ีปรกึ ษา การจัดการ เรยี นร้ขู องครทู ป่ี รึกษา การใชท้ ักษะ GROWTH MINDSET ความรู้สกึ ของผู้เรียนทีม่ ตี อ่ ครู และมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา ผูเ้ ขียนขอขอบคุณ อาจารย์ ชนารักษ์ เวชสวัสด์ิ อาจารย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ทไ่ี ด้ใหค้ าแนะนา ความรู้เก่ียวกับ การศกึ ษาบริบทในชัน้ เรียน จงึ ทาให้หนังสอ่ื E-BOOK เลม่ นสี้ าเร็จ ได้ด้วยดี ผจู้ ดั ทา นายภัควนิ ทร์ วิรยิ ะกาญจนา

ประวตั ิโรงเรียนขขุ นั ธ์ โรงเรยี นขขุ นั ธเ์ ดมิ มีช่ือว่า \"โรงเรยี นมธั ยมศึกษาประจาอาเภอขุขนั ธ์\" เปดิ ทาการเรยี นการสอนคร้งั แรก เมื่อวนั ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 ในปกี ารศึกษา 2493 สังกัดกรมสามัญศึกษา เป็นโรงเรยี นสหศึกษา ปีแรกทีเ่ ปดิ ทาการเรียนการสอนมี 1 ห้องเรียน มนี ักเรยี นจานวน 35 คน โดยใช้อาคารสถานท่ชี ว่ั คราว ณ โรงเรียนบา้ นห้วยเหนือ (ศรปี ระชานกุ ูล) (ปัจจุบัน โรงเรียนอนุบาลศรีประชานุกูล) ในช่วงแรกทยี่ งั ไมม่ ีผูบ้ ริหารโรงเรียน ทางราชการได้ แตง่ ตั้งให้ \"นายสรอย วุฒนานุสรณ์\" ศึกษาธกิ ารอาเภอทาหน้าที่เปน็ ครใู หญ่ และตอ่ มาเม่ือวันท่ี 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 กรมสามัญศึกษาได้แตง่ ต้ังให้ \"นายเสถียร โพธิพิพัฒน์\" (อดตี นายอาเภอกันทรลักษ์) มาดารงตาแหนง่ ครูใหญ่ และไดย้ ้าย\"นายเล็ก ราชมณี\" จากโรงเรียนประจาจงั หวัดศรสี ะเกษมาเปน็ ครูผ้สู อน



บรรยากาศเขา้ แถวเคารพธงชาติ

ประวัติครูทปี่ รกึ ษา นายเอกวัชร ทองศรี อายุ 43 ตาแหน่งครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพิเศษ สอนวชิ าภาษาอังกฤษ ระดบั ม.6 จบปรญิ ญาตรี คณะครศุ าสตร์ วชิ าเอกภาษาองั กฤษ สถาบันราชภฏั อตุ รดิตถ์และจบปริญญาโท คณะศึกษาศาสตร์ มหาบณั ฑติ วชิ าเอกบรหิ ารการศึกษา มหาวทิ ยาลัยปทมุ ธานบี รรจุราชการเมื่อวนั ท่ี 7 ธันวาคม 2544 ท่โี รงเรียน ปรือใหญ่ วิทยบลั ลังก์ อ.ขุขนั ธ์ จ.ศรีสะเกษ ปัจจบุ ันปฏิบตั หิ น้าท่ที ่ี โรงเรียนขุขันธ์ อ.ขุขนั ธ์ จ.ศรีสะเกษ งานพิเศษ คอื หวั หนา้ งานวัด และประเมนิ ผล

การศึกษาบริบทของชน้ั เรียน และครทู ี่ปรกึ ษา ชือ่ ผู้สงั เกต นายภัควนิ ทร์ วิรยิ ะกาญจนา สาขาวิชา ภาษาอังกฤษ วิชาทส่ี งั เกต ภาษาอังกฤษ หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 3 เร่อื ง TRAVEL BROADENS THE MIND ช่ือครผู ้สู อน นายเอกวัตร ทองศรีรายวชิ า ภาษาอังกฤษ รหสั วชิ า อ33102 ระดบั ช้นั ท่ีสอน มัธยมศึกษาปที ี่ 6/13 จานวนนกั เรียนในหอ้ งเรยี นทัง้ หมด 37 คน ชาย 7 คน หญงิ 30 คน เรอื่ งทส่ี อน TRAVEL BROADENS THE MIND โดยรวมแล้วนักเรยี นมีความต้งั ใจเรยี นเปน็ อยา่ งมากโดยเฉพาะ นกั เรยี นหญงิ เพราะตัวนกั เรยี นนัน้ ตง้ั ใจใน การทางานตลอดท้งั คาบเรียน สว่ นนักเรียนชายจะนิง่ เงียบ ไม่ค่อยพู ด

บรรยากาศในช้ันเรยี น บรรยากาศการเรยี นรู้ในช้ันเรยี นโดยรวม คณุ ครูเป็นกนั เองกบั นกั เรียนทาให้ภายในหอ้ งเรยี นเด็กต้งั ใจตอบคาถามรวมทั้ง ต้งั คาถาม คุณครทู าให้ บรรยากาศภายในหอ้ งเรียนมคี วามสนุกสนาน

การจัดการเรียนรู้ของครทู ี่ปรกึ ษา การใชท้ ักษะ GROWTH MINDSET

การนาเข้าสู่บทเรียน 2.พฤติกรรมการเรยี นรขู้ องนักเรียน 1.พฤติกรรมการสอนของครู นักเรียนเพลดิ เพลนิ ไปกบั กิจกรรมทค่ี ณุ ครพู าทาไป ในชนั้ เรยี นและสามารถตอบคาถามเกย่ี วกับเนือ้ หาท่ี กลา่ วทกั ทายนกั เรยี นอยา่ งเปน็ กันเอง และซักถาม เรียนไดอ้ ย่างถูกต้อง เรือ่ งราวตา่ ง ๆ เพ่ือให้นกั เรยี นรสู้ ึกผ่อนคลาย

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1.พฤติกรรมการสอนของครู 2.พฤติกรรมการเรยี นรขู้ องนกั เรยี น คณุ ครูมีการอธบิ ายเน้อื หาอย่างครบถว้ นและชดั เจน นักเรยี นมกี ารตงั้ คาถามทกุ ครงั้ ในเวลาสอน และขอ รวมทง้ั เปดิ โอกาสให้นักเรียนไดส้ อบถามข้อสงสัย ความเชอื่ เหลอื ในเวลาทาแบบฝกึ หดั จากคณุ ตลอดเวลา ครผู ู้สอนตลอดทงั้ คาบเรียน

การสรุปบทเรยี น 1.พฤติกรรมการสอนของครู 2.พฤติกรรมการเรยี นรู้ของนักเรียน คุณครมู กี ารอธิบายเน้ือหาอยา่ งครบถว้ นและชดั เจน นักเรยี นมีการตงั้ คาถามทกุ คร้งั ในเวลาสอน และขอ รวมท้งั เปดิ โอกาสใหน้ กั เรียนได้สอบถามขอ้ สงสัย ความเช่อื เหลือในเวลาทาแบบฝกึ หดั จากคุณ ตลอดเวลา ครูผู้สอนตลอดท้งั คาบเรยี น

มาตรฐานวิชาชพี ทางการศึกษา วิชาชีพ เป็นอาชพี ใหบ้ รกิ ารแก่สาธารณชนท่ีต้องอาศยั ความรู้ ความชานาญเป็น การเฉพาะ ไมซ่ ้าซ้อนกับวิชาอ่ืน และมมี าตรฐานในการประกอบวิชาชีพ โดยผ้ปู ระกอบ วชิ าชพี ตอ้ งฝึกอบรมทงั้ ภาคทฤษฎแี ละภาคปฏบิ ตั ิอยา่ งเพียงพอกอ่ นทจี่ ะประกอบวิชาชพี ตา่ งกบั อาชีพ ซึ่งเป็นกจิ กรรมทตี่ อ้ งทาใหส้ าเร็จโดยมงุ่ หวังคา่ ตอบแทนเพื่อการดารงชพี เทา่ นั้น

มาตรฐานวชิ าชีพทางการศกึ ษา วชิ าชีพทางการศึกษา นอกจากจะเป็นวชิ าชพี ช้นั สูงเช่นเดียวกบั วชิ าชีพชั้นสูงอืน่ เช่น แพทย์ วศิ วกร สถาปนิก ทนายความ เป็นต้น ซง่ึ จะตอ้ งประกอบวิชาชีพเพ่ือบรกิ ารตอ่ สาธารณชนตามบรบิ ทของวิชาชพี นน้ั ๆ แลว้ ยังมบี ทบาทสาคัญต่อสังคมและความ เจริญกา้ วหนา้ ของประเทศ กล่าวคอื 1.สร้างพลเมืองดีของประเทศ 2.พัฒนาทรพั ยากรมนุษย์ 3.สืบทอดวฒั นธรรมประเพณอี ันดงี ามของชาติ

มาตรฐานวิชาชีพทางการศกึ ษา มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา คือ ข้อกาหนดเกีย่ วกบั คุณลักษณะ และคุณภาพ ท่พี ึงประสงคใ์ นการประกอบวิชาชีพทางการศกึ ษา ซึ่งผูป้ ระกอบวชิ าชพี ทางการศึกษาตอ้ ง ประพฤติปฏบิ ัตติ าม เพื่อให้เกดิ คณุ ภาพในการประกอบวิชาชีพ สามารถสร้างความเช่อื มั่น ศรัทธาให้กบั ผู้รบั บรกิ ารจากวิชาชีพไดว้ า่ เป็นบริการทม่ี คี ณุ ภาพ

ครดู ีคุณลักษณะของ 1.จรรยาบรรณในความเปน็ ครู 2.การปฏิบตั ิงานในหนา้ ทผ่ี สู้ อน 3.สิ่งทไ่ี ด้เรยี นรเู้ ก่ยี วกบั คุณลกั ษณะครู

จรรยาบรรณในความเป็ นครู 1.จรรยาบรรณตอ่ ตนเอง ขอ้ ที่ 1 ผปู้ ระกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องมีวินัยในตนเอง พัฒนาตนเองดา้ นวิชาชพี บคุ ลิกภาพ และวิสัยทศั น์ ให้ทนั ตอ่ การพัฒนาทางวทิ ยาการ เศรษฐกิจ สังคม และการเมอื งอยู่เสมอ 2.จรรยาบรรณต่อวชิ าชพี ขอ้ ที่ 2 ผ้ปู ระกอบวชิ าชพี ทางการศึกษา ตอ้ งรัก ศรทั ธา ซื่อสัตย์สุจริต รบั ผิดชอบต่อ วิชาชีพและเป็นสมาชิกท่ดี ีขององคก์ รวชิ าชีพ 3.จรรยาบรรณต่อผูร้ บั บรกิ าร ข้อท่ี 3 ผูป้ ระกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตอ้ งรัก เมตตา เอาใจใส่ ชว่ ยเหลือ ส่งเสรมิ ใหก้ าลงั ใจแก่ศิษย์ และผูร้ ับบริการ ตามบทบาทหน้าท่ีโดยเสมอหน้า ข้อท่ี 4 ผู้ประกอบวชิ าชพี ทางการศึกษา ต้องส่งเสริมให้เกดิ การเรยี นรู้ ทักษะ และนสิ ัย ที่ถกู ต้องดงี ามแกศ่ ิษย์ และผ้รู บั บริการ ตามบทบาทหน้าทีอ่ ยา่ งเตม็ ความสามารถ ด้วยความบริสุทธใ์ิ จ ขอ้ ที่ 5 ผู้ประกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ต้องประพฤติปฏิบัตติ นเปน็ แบบอย่างท่ดี ี ทั้งทาง กาย วาจา และจติ ใจ

จรรยาบรรณในความเป็ นครู 3.จรรยาบรรณตอ่ ผ้รู บั บริการ ขอ้ ที่ 6 ผู้ประกอบวิชาชพี ทางการศึกษา ต้องไม่กระทาตนเป็นปฏปิ กั ษ์ตอ่ ความ เจริญทางกาย สติปญั ญา จติ ใจ อารมณ์ และสังคมของศิษย์ และผู้รับบริการ ขอ้ ที่ 7 ผ้ปู ระกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องใหบ้ ริการดว้ ยความจริงใจและเสมอ ภาค โดยไม่เรียกรบั หรอื ยอมรบั ผลประโยชน์จากการใช้ตาแหน่งหนา้ ทีโ่ ดยมิชอบ 4.จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมวชิ าชพี ข้อที่ 8 ผู้ประกอบวิชาชพี ทางการศึกษา พึงชว่ ยเหลอื เกื้อกูลซึง่ กันและกนั อย่างสรา้ งสรรค์ โดยยึดม่นั ในระบบคุณธรรม สร้างความสามัคคีในหมู่คณะ 5.จรรยาบรรณต่อสังคม ขอ้ ท่ี 9 ผปู้ ระกอบวิชาชีพทางการศึกษา พึงประพฤติปฏิบัติตนเปน็ ผู้นาในการอนรุ ักษ์และ พัฒนาเศรษฐกจิ สังคม ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปญั ญา ส่ิงแวดล้อม รกั ษาผลประโยชนข์ อง ส่วนรวม และยึดมนั่ ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมุข

การปฏิบตั ิงานในหน้าที่ผูส้ อน 1.การปฏบิ ตั วิ ชิ าชพี ครู - ม่งุ มั่นพัฒนาผเู้ รียน ด้วยจิตวิญญาณความเปน็ ครู - ประพฤติตนเปน็ แบบอย่างที่ดี มคี ณุ ธรรม และมีความเปน็ พลเมอื งทเี่ ขม้ แขง็ - ส่งเสรมิ การเรียนรู้ เอาใจใส่ และยอมรบั ความแตกตา่ งของผู้เรียนแต่ละบุคคล - สร้างแรงบนั ดาลใจผู้เรียนให้เป็นผูใ้ ฝ่เรียนรู้ - พัฒนาตนเองใหม้ คี วามรอบรู้ ทันสมยั 2.การจดั การเรียนรู้ - พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาการจดั การเรียนรู้ - บรู ณาการความรู้แลว้ ศาสตรก์ ารสอนในการวางแผนและการจัดการเรยี นรู้ - ดูแลช่วยเหลอื และพัฒนาผู้เรียนเป้นรายบคุ คลตามศักยภาพ - จัดกจิ กรรมและสรา้ งบรรยากาศการเรียนรู้ใหผ้ ู้เรียนมคี วามสุขในการเรียน - วจิ ยั สรา้ งนวตั กรรมและประยุคใช้เทคโนโลยดี จิ ิทัลให้เกิดประโยชน์ 3.ความสัมพันธก์ ับผู้ปกครองและชมุ ชน - รว่ มมือกับผปู้ กครองในการพัฒนาและแก้ปญั หาผเู้ รยี น - สร้างเครอื ข่ายความรว่ มมอื กบั ผปู้ กครองและชุมชน - ศึกษาบริบทของชุมชนและสามารถอยรู่ ว่ มกันได้

ส่ิงท่ีได้เรียนร้เู กี่ยวกับคณุ ลักษณะครู ดา้ นความรู้ดี คุณครทู ่านมคี วามรู้เปน็ อยา่ งมาก ในเวลาสอนคุณครูท่านไดใ้ ช้ ความสามารถ ในการพลิกแพลงเรอ่ื งไปยัง ขอ้ สอบ พรอ้ มให้เทคนคิ กับนกั เรยี นในการทา การทาขอ้ สอบ O-NET ด้านการสอนดี คณุ ครูทา่ นเป็นคนร่าเริง มคี วามเป็นกนั เองกับเด็กนักเรยี นทาให้ เดก็ นกั เรียนต้ังใจเรียน นอกจากนี้คณุ ครู ยงั มีเกมทมี่ ีเนอื้ หาเกี่ยวกบั ภาษาองั กฤษมาจัดทา การเรียนการสอนเพื่อใหน้ ักเรียนนั้นได้สนกุ กับการเรยี นและไม่ เครยี ดกบั วิชาภาษาอังกฤษ ด้านการเปน็ คนดี คุณครทู ่านมีความเอาใจใส่เด็กนกั เรยี นเป็นอย่างมากมีการถาม ตัวนกั เรียนเพ่ือทวนว่านกั เรยี นเข้าใจ หรอื ไม่ และพร้อมอธบิ ายในส่วนนัน้ ๆ ใหม่ตัง้ แต่แรก และคณุ ครูทา่ นไมเ่ ปรยี บเทยี บเดก็ นกั เรยี นในขอ้ เด่นหรอื ขอ้ ดอ้ ย

บทบาทหน้าที่ครู - ครกู ับนกั เรียน - ครกู ับครู - ครกู บั ผู้ปกครอง

ครูกับนกั เรยี น ครกู ับนกั เรียนนับว่าเปน็ บุคคลทม่ี ีความใกลช้ ดิ กันมากท่ีสุด จนกระทั่งในอดีตยกย่องใหค้ รเู ป็นบิดาคนท่สี อง ของศิษย์ ผปู้ กครองเมือ่ ส่งบตุ รหลานเขา้ โรงเรียนกฝ็ ากความหวงั ไว้กับครู กลา่ วคือ มอบภาระต่าง ๆ ในการอบรมดแู ล ลกู หลานของตนใหแ้ ก่ครู ดังนน้ั ครูจงึ ควรปฏิบัติหนา้ ทีข่ องครูให้สมบูรณ์ที่สุด และควรสร้างมนุษย์สัมพันธอ์ นั ดรี ะหว่างครูและศิษย์ให้แนน่ แฟน้ ใหศ้ ิษยม์ ีความรู้สึกฝังใจตลอดไป วิธกี ารที่ครูควรจะทาต่อศิษย์ เช่น 1. สอนศิษย์ใหเ้ กิดความสามารถในการเรยี นรใู้ นวิชาการต่าง ๆ ให้มากท่ีสุดเท่าทีค่ รูจะกระทาได้ 2. สอนใหน้ ักเรียนหรือศิษย์ของตนมคี วามสุขเพลดิ เพลินกบั การเลา่ เรยี นไม่เบอื่ หนา่ ย อยากจะเรยี นอยู่เสมอ 3. อบรมดูแลความประพฤติของศิษยใ์ หอ้ ยู่ในระเบียบวนิ ัยหรือกรอบของคณุ ธรรม ไมป่ ลอ่ ยใหศ้ ิษย์กระทาชัว่ ดว้ ยประการ ทงั้ ปวง 4. ดแู ลความทกุ ข์สุขอยู่เสมอ 5. เปน็ ที่ปรกึ ษาหารอื ชว่ ยแก้ปญั หาต่าง ๆ ให้แกศ่ ิษย์

ครกู ับครู ความสัมพันธ์ระหวา่ งครูกับครูนับว่ามีความสาคญั มากทสี่ ุดตอ่ การพัฒนาวชิ าชีพครู เพราะครูกบั ครทู ่ีทางาน สอนอย่สู ถานศึกษาเดยี วกนั เปรียบเสมือน บุคคลท่เี ปน็ สมาชกิ ในครอบครวั เดยี วกนั หากสมาชิกในครอบครัวเดยี วกันมีความสมานสามคั คีอันดตี ่อกนั แล้ว นอกจากจะ ทาใหก้ ารอบรมสั่งสอนนกั เรยี นเป็น ไปอย่างมีคุณภาพแล้ว ยังชว่ ยให้การปฏิบตั ิงานในดา้ นตา่ ง ๆ ท่นี อกเหนือจากการสอนเป็นไปอย่างมปี ระสิทธิภาพดว้ ย เมอ่ื เป็นเชน่ นี้ การพัฒนาสถานศึกษา และการพัฒนาวิชาชีพครกู ็จะดาเนินไปอยา่ งรวดเรว็ วธิ ีทค่ี รูควรปฏบิ ัตติ อ่ ครู เพื่อสรา้ งมนษุ ย์สัมพันธ์ตอ่ กนั เช่น 1. รว่ มมอื กนั ในการอบรมสั่งสอนศิษย์ให้เปน็ พลเมอื งดขี องชาตอิ ยา่ งสม่าเสมอ 2. ชว่ ยเหลือเก้อื กูลกันในทางด้านวชิ าการ เช่น การแนะนาการสอน, แนะนาเอกสาร หรือแหล่งวทิ ยาการให้ 3. ชว่ ยเหลอื งานส่วนตัวซง่ึ กันและกันเท่าท่ีโอกาสจะอานวย 4. ทาหนา้ ที่แทนกนั เม่อื คราวจาเปน็ 5. ให้กาลงั ใจในการทางานซงึ่ กันและกนั ซง่ึ อาจจะแสดงออกในรูปของวาจาหรือการกระทาก็ได้ 6. กระทาตนให้เปน็ ผ้มู ีความสุภาพออ่ นนอ้ มต่อกันเสมอ ไม่แสดงตนในทานองยกตนขม่ ทา่ น หรอื แสดงตนว่าเราเกง่ กว่า ผู้อน่ื

ครูกบั ผู้ปกครอง ผู้ปกครองนกั เรยี นเปน็ บคุ คลอกี กลมุ่ หนง่ึ นับว่ามบี ทบาทสาคัญตอ่ การพัฒนาการศึกษาเล่าเรยี นของศิษย์และ ความกา้ วหน้าของสถานศึกษา โรงเรยี นใดทส่ี ามารถโนม้ น้าวใหผ้ ู้ปกครองนักเรยี นเขา้ มาใกลช้ ดิ โรงเรียนอย่าง สมา่ เสมอ โรงเรยี นนน้ั จะสามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็วท้งั ด้านคุณภาพการเรียนของนกั เรยี นและการพัฒนาสิ่งแวดลอ้ ม ทางกายภาพและสังคมรอบ ๆ โรงเรียน วธิ ีการท่ีครูสามารถสร้างมนษุ ย์สัมพันธ์กับผปู้ กครองนกั เรยี นไดอ้ ย่างมี ประสิทธิภาพ เชน่ 1. แจง้ ผลการเรียนหรอื ความเจริญก้าวหน้าของศิษยใ์ หผ้ ปู้ กครองนักเรยี นทราบเป็นระยะ ๆ 2. ติดต่อกับผปู้ กครองเพื่อช่วยแกป้ ัญหาของศิษยใ์ นกรณีที่ศิษย์มีปญั หาทางการเรียน ความประพฤติ สุขภาพ อน่ื ๆ 3. หาเวลาเยี่ยมเยยี นผปู้ กครองเมอ่ื มโี อกาสอนั เหมาะสม เช่น เม่ือไดข้ ่าวการเจบ็ ป่วย หรือสมาชิกในครอบครวั ถึงแกก่ รรม เป็นต้น 4. เชญิ ผ้ปู กครองรว่ มทากจิ กรรมต่าง ๆ ของโรงเรียน เชน่ การแข่งขนั กฬี า ประจาปี งานแจกประกาศนยี บตั ร หรืองาน ชมุ นุมศิษย์เก่า เป็นต้น 5. เมื่อไดร้ บั เชิญไปร่วมงานของผู้ปกครองนักเรียน เชน่ งานอุปสมบท งานขึ้นบา้ นใหม่ งานมงคลสมรส เปน็ ต้น ตอ้ ง พยายามหาเวลาว่างไปให้ได้ 6. ครูควรร่วมมอื กันทากจิ กรรมเพื่อส่งเสริมความรู้และอาชพี ใหผ้ ปู้ กครองและประชาชนในท้องถนิ่ บ้าง จะทาให้ประชาชน เหน็ ความสาคญั ของครมู ากยิง่ ขนึ้ 7. เม่อื ชมุ ชนได้รว่ มมือกนั จัดงานตา่ ง ๆ เช่น งานประจาปีของวดั หรอื งานเทศกาลต่าง ๆ ครคู วรใหค้ วามรว่ มมืออยู่ อย่างสม่าเสมอ 8. ครคู วรแจง้ ขา่ วสารต่าง ๆ ทีเ่ ปน็ ประโยชน์ตอ่ ผู้ปกครอง โดยให้ผ้ปู กครองได้ทราบเป็นระยะ ๆ ซงึ่ อาจจะส่งขา่ วสารทาง โรงเรยี น หรอื การตดิ ประกาศ ตามท่ีอา่ นหนงั สือประจาหมบู่ ้านก็ได้

สรปุ ! ส่ิงทไี่ ด้รียนรู้จาก การสังเกต

ส่ิงที่ไดเ้ รียนรู้ การศึกษาการจัดการเรียนรูข้ องครผู ู้สอนในชัน้ เรยี น ได้ เรียนรกู้ ารใชส้ ่ือการสอนอยา่ งคล่องแคลว่ และไดเ้ รยี นรกู้ ารใช้ทกั ษะ ในการส่ือสารจากคณุ ครูผ้สู อน การศึกษาบทบาทหนา้ ทีค่ รูประจาชัน้ ไดเ้ รยี นรกู้ ารเอาใจใส่นกั เรยี น และทกั ษะการสอบถามกับนักเรียน การศึกษาบทบาทหน้าที่ครูดา้ นอนื่ ๆ ไดเ้ รยี นรูก้ ารปฏิบตั ิงานที่ หลากหลาย ทง้ั เดินเอกสาร ท้งั แก้ไขเอกสาร และกรอกข้อมลู นักเรยี นตา่ ง ๆ

ไดเ้ รียนร้กู ารใช้ทกั ษะ GROWTH MINDSET การใช้คาชม เพ่ือให้นกั เรียนร้สู ึกสบายใจและผอ่ นคลายตวั เอง การมองในแง่มุมต่าง ๆ เชือ่ วา่ คนเราสามารถพัฒนาได้อยา่ งไมม่ จี ดุ จบ และเรียนรู้ สิ่งใหม่ ๆ ได้เสมอ กลา้ ทีจ่ ะเผชิญหน้ากับปญั หาเพ่ือรบั ประสบการณแ์ ละกล้าท่จี ะ ล้มเหลวเพ่ือประสบความสาเร็จในภายภาคหนา้

ขอบคณุ ที่รบั ชมครบั


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook