๒๕๖๐ประติมากรรมสมยั สุโขทยั นางสาว กฤตพร ครุ ุกิจกาจร 12/07/60
เร่ิมตงั้ แต่สมัยพ่อขุนศรีอนิ ทราทติ ย์ประกาศตงั้ กรุงสุโขทยั เป็ นราชธานีประมาณ พ.ศ. ๑๘๐๐-๑๙๑๘ เมืองสาคญั ทางศลิ ปะของสมยั สุโขทัยมีเมืองสุโขทัยเก่า กาแพงเพชร และศรีสัชนาลัยปรากฏโบราณสถานใหญ่โต มีศลิ ปวัตถุเป็ นจานวนมาก ชาวสุโขทัยนับถือพุทธศาสนายุคแรกตามแบบสมัยลพบุรีคือพุทธศาสนาแบบมหายาน ภายหลังพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์แพร่ขยายเข้ามาในสมัยพ่อขุนรามคาแหง วัสดุท่ีนามาสร้างศิลปะประตมิ ากรรม มี ปูนเพชร (ปนู ขาวแช่นา้ จนจดื สสมกับทรายท่ีร่อนละเอียด ยางไม้ และนา้ อ้อยนามาโขลกให้เหนียวแล้วนามาปั้น เม่ือแห้งจะแขง็ และทนทานต่อดนิ ฟ้ าอากาศมาก) ดนิ เสา ไม้โลหะสาริด และทองคาแบบอย่างของประตมิ ากรรมสมัยสุโขทัย แบ่งเป็ น ๔ ยุค คือสุโขทัยยุคท่ี ๑ ประตมิ ากรรมในยุคนีย้ ังแสดงอทิ ธิพลของศลิ ปะ ลพบุรี ท่เี หน็ ได้ชดัคอื ภาพปนู ปั้นลวดลายประดบั ประตูรัว้ ทางเข้าองค์ปรางค์วดั พระศรีรัตนมหาธาตุสุโขทยั ลายปูนปั้นประดบั เสาไต้หรือเสาประทปี การสร้างพระพุทธรูปในยุคนีม้ ีแบบเฉพาะเป็ นของตนเองท่เี รียกกนั ว่า \"แบบวัดตะกวน\" เป็ นพระพุทธรูปแบบเชียงแสน ลังกา และสุโขทยั สสมสสานกัน มพี ระพกั ตร์กลมพระรัศมีเป็ นแบบลังกา พระวรกายและชายสังฆาฏสิ ัน้ แบบเชียงแสนสุโขทยั ยุคท่ี ๒ สุโขทัยยุคท่ี ๒ ในยุคนีฝ้ ี มือการสร้างประตมิ ากรรมของช่างไทยเช่ยี วชาญขนึ้ พัฒนารูปแบบการสร้างพระพุทธรูปจนก่อรูปพุทธลักษณะอันงดงามของสกุลช่างสุโขทยั เอง นับเป็ นศลิ ปะสุโขทัยแบบบริสุทธ์ิ ในยุคนีม้ ีการ
สร้างพระพุทธรูปไว้มากมายตงั้ แต่พระพุทธรูปขนาดใหญ่ เช่น พระอฏั -ฐารสพระอัจนะ จนถงึ พระบูชาขนาดเล็ก และพระพมิ พ์ นอกจากนีย้ งั มีพระพุทธรูปนูนต่านูนสงู ประดบั ภายในซุ้มมณฑปหรือพระเจดีย์เป็ นจานวนมากเช่นกันสมดงั ศลิ าจารึกหลักท่ี ๑ กล่าวไว้ว่า\"กลางเมืองสุโขทยั นีม้ ีพหิ าร มีพระพทุ ธรูปทอง มีพระอฏั ฐารส มีพระพุทธรูปอนั ใหญ่ มีพระพุทธรูปอันราม\"พระพุทธรูปสุโขทยั ไม่นิยมสลักหนิ แม้จะเป็ นพระพุทธรูปขนาดใดกต็ ามจะปั้นด้วยปนู หรือหล่อด้วยโลหะมีค่าต่างๆ รวมทัง้ ทองคาบริสุทธ์ิ ลักษณะพระพุทธรูปสุโขทยั ยุคนีค้ อื พระพกั ตร์รูปไข่ พระขนงโก่ง พระนาสกิ งุ้มพระโอษฐ์อมยมิ้ เลก็ น้อย พระเศียรสมส่วนกับพระศอและพระอังสา หมวดพระเกศาเลก็ พระรัศมีเป็ นเปลว พระอุระสายสง่า พระอังสาใหญ่กว้าง พระถนัโปน บนั้ พระองค์เลก็ ครองจีวรห่มเฉียง ชายจวี รยาวจรดมาถงึ พระนาภีปลายเป็ นลายเขยี้ วตะขาบ พระกรเรียวดุจงาช้าง นิว้ พระหตั ถ์และนิว้ พระบาททาแบบธรรมชาติ ดุจมีชีวติ ฐานเป็ นหน้ากระดานเกลีย้ ง ปางท่ีนิยมคือ ปางมารวชิ ัย องค์ท่มี ีช่ือเสียงอยู่ในพพิ ธิ ภณั ฑสถานแห่งชาตแิ ละปางลีลาองค์พระพุทธรูปปางลีลาท่งี ดงาม ปัจจุบันประดษิ ฐานท่รี ะเบยี งคดวดั เบญจมบพติ ร ภาพปูนปัน้ ท่ีมีช่ือเสียงคอื ภาพปูนปั้นปางเสดจ็ จากดาวดงึ ส์ ในซุ้มด้านทศิ ใต้ของมณฑปวัดตระพังทองหลาง ภาพปนู ปั้นประดบั หน้าบันซุ้มปรางค์ทศิ วดั มหาธาตุสุโขทยั ซ่งึ เป็ นภาพพุทธ-ประวตั ปิ ระกอบลวดลายหน้ากาลมกร และกนิ นรและภาพปนู ปั้นฐานเจดยี ์ วดั เจดีย์ส่ีห้อง ซ่งึ เป็ นภาพเทพ นางอัปสรย่ืนมือถือหม้อ ต้นไม้ ดอกไม้และภาพราชสีห์น่ังบนช้าง หมอบโสล่จากฐานเจดีย์สุโขทยั ยุคท่ี ๓
สุโขทัยยุคท่ี ๓ การปัน้ พระพทุ ธรูปในยุคนีพ้ ฒั นาไปจากศลิ ปะสุโขทยัแบบบริสุทธ์ิ มีความประณีต ดูเสมือนมีระเบียบและกฎเกณฑ์มากขนึ้ พระรัศมีเป็ นเปลวมีขนาดใหญ่ขนึ้ พระพกั ตร์รูปไข่สัน้ พระอุณาโลมเป็ นตวั อุหงายระหว่างหัวพระขนง พระวรกายมีความอ่อนไหวน้อยลงพระอาการสงบเสง่ยี มแลดนู ่ิงสงบขนึ้ พระกรยาวนิว้ พระหัตถ์ทัง้ ๔ เสมอกนั ฝ่ าพระบาทเรียบสัน้ พระบาทยาว พระพุทธรูปท่สี าคญั ๆ ในยุคนีค้ ือ พระพุทธชนิ ราชพระพทุ ธชนิ สีห์ พระศรีศาสดา และพระศรีศากยมุนี เป็ นต้น ประตมิ ากรรมปนู ปั้นประดบั พุทธสถานเป็ นภาพแบบอุดมคติ เพ่งิพฒั นารูปแบบตนเองให้หลุดพ้นไปจากธรรมชาติ เช่น ภาพลวดลายปนู ปั้นสนังวหิ ารวัดนางพญา ศรีสัชนาลัย สุโขทยั ภาพลวดลายสลักบนไม้ปลู ประดบั เพดานวดั พระศรีรัตนมหาธาตุ เชลียง สุโขทยั เป็ นต้น ในยุคนี้ยงั พบประตมิ ากรรมเคร่ืองปั้นดนิ เสา เคร่ืองประดับอาคารพุทธสถานประเภทช่อฟ้ า บราลีหวั นาค หัวมกร ยักษ์ และเทวดา ซ่งึ เป็ นแบบเฉพาะของสุโขทัยอย่เู ป็ นจานวนมากสุโขทยั ยุคท่ี ๔ สุโขทัยยุคท่ี ๔ เป็ นยุคท่ีประตมิ ากรรมสมัยสุโขทยั ถกู กลืนไปกับอทิ ธิพลของศลิ ปะอยุธยาเม่ือราชวงศ์พระร่วงสนิ้ สุดลงใน พ.ศ. ๑๙๘๑นับเป็ นสุโขทัยยุคเส่ือม แม้มีการสร้างศลิ ปะในชนั้ หลังก็เป็ นสกุลศิลปะเลก็ ๆพระพุทธรูปมีความกระด้างขนึ้ ทงั้ ท่าทาง ทรวดทรง มักสร้างพระพุทธรูปยนืพระสาคญั ในยุคนี้ เช่น พระอฏั ฐารส วัดสระเกศ กรุงเทพมหานครสมัยสุโขทยั (เกดิ ขนึ้ ในราวพุทธศตวรรษท่ี 18-20)
เป็ นศลิ ปกรรมท่งี ดงามมากและจัดเป็ นยคุ สูงสุดในด้านคุณค่าความงามของศลิ ปะไทย ศิลปะสมัยสุโขทยั นีป้ รกอบด้วนการพฒั นาการทางศลิ ปะตงั้ แต่ยุคขอม ลพบุรี สสมสสานศลิ ปะแบบลังกาและศรีวชิ ยั ทางใต้ของไทยมาเป็ นศลิ ปะสุโขทัยโดยแท้ อนั เกิดตากความเช่อื ถือศรัทธาในพระพุทธศาสนาสถาปัตยกรรม เป็ นแบบอย่างท่มี ีแบบแสนชดั เจนและได้มีการสร้างสรรค์รูปแบบให้เป็ นเอกลกั ษณ์เฉพาะ ท่ีเหน็ ชัดเจนเป็ นสุโขทยั แท้ คือ ทรงดอกบวั ตูมหรือเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบณิ ฑ์ท่วี ดั มหาธาตุ จงั หวดั สุโขทัย เจดีย์ทรงพ่มุ ขา้ วบิณฑ์แบบสโุ ขทยั แท้ ทีว่ ดั มหาธาตุ จงั หวดั สโุ ขทยัประตมิ ากรรม พระพุทธรูปมีรูปร่างลักษณะท่งี ดงาม ทรวดทรงกริ ิยาท่าทางอ่อนช้อยมีเคร่ืองประดบั ตกแต่งด้วยชฎาท่งี ดงาม ซ่งึ แตกต่างจากยุคสมัยอ่นื ๆ อย่างชดั เจน โดยเฉพาะพระเทศจะมีรัศมีเปลวเป็ นเอกลกั ษณ์
พระพทุ ธรูปประทบั ยืนทีม่ ีลีลาอ่อนช้อยแบบอย่างศิลปะสโุ ขทยัจติ รกรรม พบภาพจาลองเป็ นลายเส้นบนแส่นหนิ ชนวนท่ีวดั ศรีชุม จังหวดัสุโขทัย และภาพเขียนสีแบบเอกรงค์ กลุ่มดา-แดง ท่ีวดั เจดีย์เจด็ แถว อาเภอศรีสัชนาลยั จังหวดั สุโขทยั
Search
Read the Text Version
- 1 - 6
Pages: