อินเดยี เปน็ ประเทศที่อยใู่ นภมู ิภาคเอเชียใต้ ในปจั จบุ ัน เปน็ ประเทศทมี่ ีแนวกำแพง ธรรมชาติที่สำคัญคือ เทอื กเขาหิมาลยั บนเทอื กเขาหิมาลยั มียอดเขาทีส่ งู ท่สี ุดในโลกต้ังอยู่ คอื ยอดเขาเอเวอรเ์ รส มีความสูง 8,844.43 เมตร
ในสมัยโบราณเส้นทางจากอินเดยี ไปยังดินแดนอื่นจะเปน็ เส้นทางผ่านชอ่ งเขาทางดา้ น ตะวนั ตกเฉียงเหนือทเี่ รยี กว่า ช่องเขาไคเบอร์
ตอนเหนอื ติดต่อกบั เทือกเขาหมิ าลัย และฮินดูกชุ ตอนกลาง เป็นทรี่ าบสงู เดกคาน ตอนใต้ ติดต่อกับมหาสมทุ รอินเดีย
บริเวณทีเ่ ป็นต้นกำเนดิ อารยธรรมอนิ เดีย หรือสนิ ธุ คอื บรเิ วณลมุ่ แมน่ ำ้ สนิ ธุ เป็นเขตท่ี ราบลมุ่ ขนาดใหญ่ แมน่ ำ้ สินธมุ ีตน้ กำเนดิ มาจากเทือกเขาหมิ าลยั (ทเิ บต) ปจั จุบนั แมน่ ำ้ สนิ ธุ อยู่ในประเทศปากสี ถาน จากสภาพภูมปิ ระเทศทอี่ ดุ มสมบรู ณ์ดังกล่าว จงึ สง่ ผลใหล้ ุม่ แม่น้ำสินธุ กำเนิดแหล่ง อารยธรรมอนิ เดยี โบราณ ขนึ้
คำว่า สนิ ธุ เปน็ คำในภาษาสันสกฤตและเปน็ ที่มาของคำวา่ อินเดีย เริ่มแรกใช้คำว่า Sindu ชาวเปอรเ์ ซียเรยี กดินแดนแถบนว้ี า่ Hindu ซงึ่ เพีย้ นจากตัว S เปน็ ตวั H ตอ่ มาพวกกรกี แปลงเปน็ Indus และกลายมาเปน็ India ปัจจบุ ัน
Where is the Indus valley ? The Indus Valley is on the border between India,Pakistan and Afghanistan.The main city may have been Mohenjo-Daro but it could have been Harappa. To the West of Mohenjo-Daro are the Highlands.North East of Mohenjo Daro are the Himalayan mountains.
มกี ารขุดคน้ พบเมอื งโบราณ โมเฮนโจดาโร และฮารปั ปา เปน็ อารยธรรมของชาวพน้ื เมอื ง (ดราวเิ ดยี น,ทมิฬ = ผิวดำ)
ทีร่ าบลุ่มน.สนิ ธุ (อนิ ดัส) ปจั จบุ ัน ประเทศปากีสถาน
เมืองทัง้ สองมีขนาดใหญ่ มีการวางผงั เมือง การกอ่ สรา้ งสร้างดว้ ยอิฐดนิ เผา (ทนทาน) เน้นประโยชนม์ ากกว่าสวยงาม มีระบบท่อนำ้ ทิ้ง จากบา้ นออกสู่ถนน สองฝากถนนเป็นตลาด ทโี่ ดดเดน่ ท่ีสุดของอารยธรรมนคี้ ือ การมีห้องน้ำ เป็นอารยธรรมท่ีเจริญสูงสุด เพราะไมพ่ บหลกั ฐานการสร้างห้องนำ้ ที่ดี อยา่ งน้ีในทีด่ นิ แดนอื่นๆ เลย
อาชพี หลกั คือ กสิกรรม อตุ สาหกรรม (ทอผ้าฝ้าย) การคา้ มเี ครือ่ งประดบั กำไล เจาะหู ใส่สรอ้ ย มกี ารค้นพบตราประทบั รปู สตั ว์ (มนุษย์ศีรษะววั นั่งบำเพญ็ โยคะ) โยคี (ฤษ,ี ศิวะ) มกี ารติดตอ่ กบั อารยธรรมลุ่มน้ำไทกรสิ – ยเู ฟรติส (ตวั อักษร)
แผน่ ดินเหนียวประทับ รูป “ปศุบดี”
อารยัน เป็นชนเผ่าเร่ร่อนผวิ ขาว เป็นนักรบร้จู กั การใชธ้ นู รบบน หลงั มา้ อพยพตามฝูงสัตว์เล้ยี ง นบั ถอื บชู า สุรยิ เทพ (ขบั รถมา้ สี ทองเทียมดว้ ยม้าสีแดง)
อพยพเข้ามาทางชอ่ งเขาไกเบอร์ รบชนะชนพื้นเมอื ง (เกดิ ชนชั้น ผู้ชนะ กับ ทาส) อารยัน นำเอาสตรพี นื้ เมอื ง มาเปน็ ภรรยา (เมยี ทาส) การเลี้ยงดูจากดราวิเดยี น อารยนั กลัวถกู กลนื เผา่ พันธ์ุ ห้ามแตง่ งานกับคนผิวดำ (ทาส) เริ่มระบบวรรณะ
ชาวอารยันให้กำเนิดศาสนาพราหมณ์ และ ระบบวรรณะ ๔ วรรณกรรมสำคัญในยคุ นี้ ได้แก่ คัมภีร์พระเวท เป็นบทสวดของพวกพราหมณ์ ใชว้ ธิ ีท่องจำต่อๆ กนั มา ประกอบด้วย ๔ คมั ภรี ค์ อื ฤคเวท ยชุรเวท ไตรเวท และ อาถรรพเวท มหากาพย์รามายณะ สนั นิษฐานวา่ แสดงถึงการต่อสู้ระหวา่ งชาว อารยนั (พระราม) กับชาวทราวิฑ (ทศกณั ฑ์) แต่งโดยฤษีวาลมิกิ มหากาพย์มหาภารตยุทธ ว่าดว้ ยการต่อสู้ของพีน่ ้องสองตระกูล (ปานฑพ-เการพ) คัมภีร์ธรรมศาสตร์ ซ่ึงเป็นทง้ั กฎหมาย ศาสนบญั ญตั ิ จารีต ประเพณี หลกั ศีลธรรม
1. วรรณะพราหมณ์ เกิดจากโอษฐข์ องพระพรหม มีสีเครือ่ งแต่งกายประจำวรรณะคือสี ขาวซึ่งแสดงถงึ ความบรสิ ทุ ธิ์มีหนา้ ที่ กล่าวมนต์ ใหค้ ำปรึกษากบั พระเจ้าแผน่ ดนิ ตลอดจนสอนมนต์ใหแ้ ก่คนทัว่ ไป 2. วรรณะกษตั ริย์ เกดิ จากพระอรุ ะของพระพรหม และถือวา่ สบื เชื้อสายมาจากพระ อาทติ ย์ สเี ครือ่ งแต่งกายประจำวรรณะคือสีแดงซง่ึ หมายถึงนกั รบ ทำหนา้ ที่รบเพือ่ ปอ้ งกนั หรือขยายอาณาจกั ร รวมท้ังเป็นนักปกครอง 3. วรรณะแพศย์ เกิดจากพระเพลา (ตกั ) ของพระพรหมมีสีเครอ่ื งแตง่ กายประจำ วรรณะคอื สเี หลอื ง เป็นพวกแสวงหาทรัพยส์ มบตั ิ ไดแ้ กพ่ วกพอ่ ค้า คหบดี เศรษฐี และ เกษตรกร 4. วรรณะศทู ร เกดิ จากพระบาท(เทา้ ) ของพระพรหม มสี เี ครอื่ งแต่งกายประจำวรรณะ คอื สีดำหรือสอี น่ื ๆ ท่ไี มม่ ีความสดใส มีหนา้ ทเี่ ป็นกรรมกร ลูกจ้าง
พราหมณ์เท่านนั้ ทำหน้าทบ่ี วงสรวง อา่ นโองการ สอนหนังสอื แก่กษตั ริย์ (ปโุ รหิต) พระเวททั้ง ๔ ฤคเวท (บทสรรเสรญิ พระผู้เปน็ เจา้ ) ยชรุ เวท (ระเบียบแบบแผน พิธีกรรม) สามเวท,ไตรเวท (บทสวดรอ้ ยกรองเพอื่ ขับกลอ่ มเทพเจ้า) อาถรรพ เวท (คาถาอาคม) รามายณะ วรรณกรรมองิ ประวตั ิศาสตร์ การสู้รบของอารยนั และทราวดิ มหาภารตะ (คัมภีร์ภควัทคตี า) นิทานสรา้ งความเชอื่ ทำงานตามวรรณะ (หน้าท่ี) ตอกยำ้ การควบคุมสงั คม คมั ภรี ์ธรรมศาสตร์ เกาฑลิ ยะ พราหมณป์ โุ รหิต กำหนดบทบาทชีวติ ในสังคม
พราหมณ์ Brahmana กษัตริย์ Kshatriya
แพศย์ Vaishya ศทู ร Sudra
สมัยมหาชนบท เกิดแควน้ ต่าง ๆ ๑๖ แคว้น เกิดศาสนาพทุ ธ และมกี ารใชภ้ าษาบาลี เกิดศาสนาเชน ผกู้ อ่ ตงั้ คือ วรรธมาน มหาวีระ
พระเจา้ จนั ทรคุปต์ ได้รวบรวมแว่นแคว้นในดินแดน ชมพูทวีปให้เป็นปึกแผ่น เรม่ิ การปกครองโดยรวบอำนาจไว้ท่กี ษัตริยแ์ ละเมอื ง หลวง พระเจ้าอโศกมหาราช (เทวานังปิยทัสส)ี สง่ สมทตู ไป เผยแผพ่ ุทธศาสนาในแว่นแคว้นตา่ งๆ
ทำนบุ ำรุง สังเวชยี สถานท้งั ๔ สรา้ งสถปู (สาญจี) เสาหินแสดงท่ีประสตู ิ (เสาหนิ พระเจา้ อโศก)
ด้านการแพทยเ์ จรญิ มากในสมยั พระเจา้ กนษิ กะ ส่งสมทูตไปเผยแผ่พทุ ธศาสนานกิ ายมหายานทจี่ นี และ ธเิ บต สมยั ราชวงศ์คุปตะ เปน็ ยคุ ทองของอินเดียทัง้ ดา้ นศิลปวฒั นธรรม การเมอื ปรัชญา ศาสนา
พระเจ้าบาบูร์ ผ้กู ่อตัง้ ราชวงศโ์ มกุล นบั ถอื ศาสนาอิสลาม เป็นราชวงศส์ ุดทา้ ยของอินเดีย พระเจา้ อกั บาร์มหาราช ทรงทะนุบำรงุ อนิ เดียใหม้ ีความ เจริญร่งุ เรืองทุกดา้ น และทรงใหเ้ สรภี าพในการนับถอื ศาสนา สร้างสามคั คใี ห้เกดิ ข้นึ ในชาติ พระเจ้าซาร์ เจฮัน ทรงเป็นมุสลมิ ท่ีเครง่ ครัดและศรทั ธาใน ศาสนาอสิ ลาม เป็นผสู้ ร้าง ทัชมาฮาล ท่มี ีความงดงามยงิ่
ทชั มาฮาล ต้งั อยู่รมิ ฝ่งั แม่น้ำยมนุ า
ระบบวรรณะ ปรชั ญาและลัทธศิ าสนา -พราหมณ์ ฮนิ ดู คำสอนอปุ นษิ ทั (การบำเพญ็ อาตมัน ไปรวมกบั ปรมาตมัน) -พระพทุ ธศาสนา อริยสัจ ๔ การอบรมจิตใจ (นิพพาน) -เชน
สถาปัตยกรรม -เสาหินพระเจ้าอโศก -สถปู สาญจี -ถ้ำอชนั ตา
ศิลปะคันธาระ (ราชวงศ์กุษาณะ) ได้รบั อทิ ธพิ ลกรกี (พระพุทธรูป จาก เทพเจา้ )
ศิลปะแบบมถุรา (ผสมคนั ธาระกับพืน้ เมืองมถุรา) เศยี รพระเกล้ียง หนา้ กลม พุทธลักษณะเข้มแขง็ บึกบึน
ศลิ ปะแบบอมราวดี ไมพ่ บอิทธิพลกรีก มีพระเกศมาลาชดั เจน มขี มวดพระเกศา
ศลิ ปะคปุ ตะ เปน็ ศลิ ปะอนิ เดยี ที่แทจ้ รงิ
ศวิ นาฎราช เป็นรปู พระศวิ ะกำลงั ร่ายรำกลางเปลวเพลงิ
Search
Read the Text Version
- 1 - 42
Pages: