Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 1 ชุดที่ 1

1 ชุดที่ 1

Published by dengwansri, 2020-09-27 03:37:03

Description: 1 ชุดที่ 1

Search

Read the Text Version

46 ชดุ ฝึกอบรมดว้ ยตนเอง การสร้างเครอื่ งมอื วัดและประเมนิ ผล วชิ าวิทยาศาสตร์ ใบกิจกรรมท่ี 2.5 จากทา่ นได้ศึกษาใบความร้แู ลว้ ลองตอบคำถามนะคะ จงตอบคำถามต่อไปนี้ ใหท้ ่านชมคลปิ วดิ โี อ http://gg.gg/jqo8x เรือ่ ง Project-Based Learning แล้วทา่ นจะนำไปปรับใช้ ในการออกแบบการจดั การเรียนรู้ไดอ้ ยา่ งไร ..................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ....ตอ่ ไป...ใหท้ า่ นศกึ ษาใบความรู้ที่ 2.6 กันตอ่ เลยค่ะ.... เลม่ ที่ 1 แนวทางการจดั การเรียนร้วู ิทยาศาสตร์

47 ชุดฝึกอบรมดว้ ยตนเอง การสร้างเคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผล วิชาวิทยาศาสตร์ ใบความรทู้ ี่ 2.6 การจัดการเรยี นร้แู บบสะเตม็ ศกึ ษา การจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา คือการจัดการเรียนรู้ด้วยการนำกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรมบูรณาการเขา้ กับการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี กลา่ วคอื ในขณะทีผ่ ูเ้ รยี น ทำกิจกรรมเพื่อพัฒนาความรู้ความเข้าใจ และฝึกทักษะด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ผู้เรียนต้องนำความรู้มาออกแบบวิธีการ หรือกระบวนการเพื่อพัฒนาแก้ปัญหา เพื่อให้ได้เทคโนโลยี ซ่ึง เป็นผลผลิตจากกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม (NRC, 2012) กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ประกอบดว้ ยองคป์ ระกอบ 6 ขัน้ ตอน ได้แก่ ภาพ ขน้ั ตอนกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม (http://gg.gg/jpblu) 1. ระบุปัญหา (Problem identification) ขั้นตอนนี้เริ่มต้นจากการท่ีกำหนดปัญหา จำเป็นต้องหาวิธีการหรือสร้างสิ่งประดิษฐ์ (Innovation) เพ่ือแกไ้ ขปญั หาซึง่ ในชวี ติ จริง บางคร้งั คำถามหรือปญั หาที่เราระบุอาจประกอบด้วยปัญหา ย่อยในขั้นตอนของกระบวนปัญหา ผู้แก้ปัญหาต้องพิจารณาปัญหาหรือกิจกรรมย่อยที่ต้องเกิดขึ้น เพ่ือ ประกอบเปน็ วิธีการในการแกป้ ัญหาใหญ่ด้วย เล่มที่ 1 แนวทางการจัดการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์

48 ชดุ ฝกึ อบรมดว้ ยตนเอง การสร้างเครือ่ งมอื วดั และประเมนิ ผล วิชาวทิ ยาศาสตร์ 2. รวบรวมขอ้ มลู และแนวคดิ ทีเ่ กี่ยวขอ้ งกบั ปัญหา (Related information search) หลงั จากผ้แู กป้ ญั หาทำความเขา้ ใจปัญหาและสามารถระบุปญั หายอ่ ยแลว้ ขั้นตอนตอ่ ไปคอื การรวบรวม ขอ้ มูลและแนวคิดทีเ่ ก่ียวข้องกบั การแก้ปญั หาดงั กล่าวมีการดำเนินการดงั นี้ (1) รวบรวมข้อมูล คอื การสบื ค้นว่าเคยมีใครหาวิธแี กป้ ัญหาดงั กล่าวนแี้ ลว้ หรือไม่ และหากมี เขาแก้ปญั หาอยา่ งไรและมขี ้อเสนอแนะใดบ้าง (2) การค้นหาแนวคิด คือ การค้นหาแนวคิดหรือความรูท้ างวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ หรือ เทคโนโลยเี กย่ี วข้องและสามารถประยกุ ตใ์ นการแก้ปัญหาได้ ในขั้นตอนนีผ้ ู้แกป้ ัญหาควรพิจารณาแนวคิด หรือความรู้ทั้งหมดที่สามารถใช้แก้ปัญหา และจดบันทึกแนวคิดไว้เป็นทางเลือกและหลังจากรวบรวม แนวคิดเหล่านั้นแล้วจึงประเมินแนวคิดเหล่านั้น โดยพิจารณาถึงความเป็นไปได้ความคุ้มทุนข้อดีและ จุดออ่ นและความเหมาะสมกับเง่ือนไขและขอบเขตของปญั หา แลว้ จึงเลือกแนวคิดหรอื วิธกี ารที่เหมาะสมทสี่ ุด 3. ออกแบบวิธกี ารแกป้ ัญหา (Solution Design) หลังจากเลอื กแนวคิดทเ่ี หมาะสมในการแก้ปัญหา แลว้ ขั้นตอนตอ่ ไป คือ การนำความรทู้ ี่ไดร้ วบรวมมาประยุกตเ์ พือ่ ออกแบบวิธกี ารกำหนดองค์ประกอบของ วิธีการหรือผลผลิต ทั้งนี้ผู้แก้ปัญหาต้องอ้างอิงถึงความรูว้ ิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ที่รวบรวมได้ ประเมนิ ตัดสนิ ใจเลือก และใชค้ วามรทู้ ี่ไดม้ ากำหนดเค้าโครงของวธิ ีการแก้ปัญหา 4. วางแผนดำเนินการแก้ปัญหา (Planning and Development) หลังจากที่ได้ออกแบบ วิธีการและกำหนดเค้าโครงของวิธีการแก้ปัญหาแล้ว ขั้นตอนต่อไป คือการพัฒนาต้นแบบ (Prototype) ของสิ่งที่ได้ออกแบบไว้ ในขั้นตอนนี้ผู้แก้ปัญหาต้องกำหนดขั้นตอนย่อยในการทำงานร่วมกับทั้งกำหนด เป้าหมายและระยะเวลาในการดำเนินการแต่ละข้นั ตอนยอ่ ยใหช้ ัดเจน 5. ทดสอบประเมินและปรับปรุงแก้ไขวิธกี ารแก้ปญั หาหรอื ช้ินงาน (Testing Inspection & Design implement) เปน็ ข้ันตอนทดสอบและประเมินการใช้งานต้นแบบ เพือ่ แกป้ ญั หาผลทไ่ี ดจ้ าก การทดสอบและประเมิน อาจถกู นำมาใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาผลลพั ธ์ใหม้ ีประสิทธิภาพ ในการแก้ปัญหา มากขึน้ การทดสอบและประเมินผลสามารถเกิดข้นึ ไดห้ ลายครง้ั ในกระบวนการแกป้ ญั หา 6. นำเสนอวธิ กี ารแกป้ ญั หา ผลการแกป้ ญั หาหรือช้นิ งาน (Presentation) หลงั จากการพัฒนา ปรบั ปรุงทดสอบและประเมินวิธีการแกป้ ัญหา หรอื ผลลพั ธ์จนมปี ระสทิ ธิภาพตามท่ตี ้องการแล้ว ผู้แก้ปัญหาต้องนำเสนอผลลัพธ์ต่อสาธารณะชน โดยออกแบบวิธีการนำเสนอข้อมูลที่เข้าใจง่ายและ น่าสนใจ เลม่ ท่ี 1 แนวทางการจัดการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์

49 ชดุ ฝกึ อบรมด้วยตนเอง การสร้างเคร่ืองมือวดั และประเมนิ ผล วิชาวิทยาศาสตร์ ภาพ กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม (สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2558) ตวั อยา่ ง เรอ่ื ง ทรพั ยากรอนั ล้ำค่า วชิ า ตวั ชว้ี ัด รายละเอียดตัวชวี้ ัด วิทยาศาสตร์ ว2.2 ป.6/1 สืบคน้ ข้อมลู และอภปิ รายแหล่งทรัพยากรธรรมชาตใิ นแต่ละทอ้ งถนิ่ ทเ่ี ปน็ ประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต ว2.2 ป.6/2 วิเคราะห์ผลของการเพิม่ ข้ึนของประชากรมนษุ ย์ตอ่ การใช้ ว2.2 ป.6/3 ทรัพยากรธรรมชาติ ว2.2 ป.6/4 อภปิ รายผลตอ่ ส่งิ มชี ีวิตจากการเปลย่ี นแปลงสง่ิ แวดล้อมท้งั โดยธรรมชาติและ โดยมนษุ ย์ อภปิ รายแนวทางในการดูแลรักษาทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม ว2.2 ป 6/5 มสี ว่ นรว่ มในการดแู ลรกั ษาสิ่งแวดล้อมในท้องถน่ิ ว6.1ป.6/1 อธบิ ายจำแนกประเภทของดินโดยใชส้ ัญลักษณห์ นิ สมบัติของหินเป็นเกณฑ์ และนำความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์ ว6.1ป.6/2 สำรวจและอธิบายการเปลีย่ นแปลงของหนิ เลม่ ที่ 1 แนวทางการจดั การเรยี นรู้วิทยาศาสตร์

50 ชดุ ฝกึ อบรมด้วยตนเอง การสร้างเคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผล วชิ าวิทยาศาสตร์ วิชา ตวั ชวี้ ัด รายละเอยี ดตัวชวี้ ัด ว6.1ป.6/3 สืบคน้ และอธิบายธรณพี บิ ตั ภิ ยั ท่ีมีต่อมนุษยแ์ ละสภาพแวดล้อมในท้องถ่นิ การงานอาชพี ง2.1 ป 6/3 และเทคโนโลยี ง3.1 ป 6/1 นำความรู้และทกั ษะการสรา้ งชนิ้ งานไปประยุกตใ์ ชใ้ นการสรา้ งส่ิงของเครอื่ งใช้ ง3.1 ป 6/2 บอกหลักการ เบ้ืองตน้ ของการแก้ปญั หา คณิตศาสตร์ ค2.1 ป 6/1 ใช้คอมพวิ เตอร์ในการค้นหาขอ้ มลู ค5.1 ป 6/1 อธบิ ายเสน้ ทางหรือบอกตำแหน่งของสิ่งต่าง ๆ โดยระบทุ ิศทางและระยะทาง จีนจากรปู ภาพแผนที่และแผนผงั อา่ นขอ้ มูลจากกราฟเส้นและแผนภมู ิรปู วงกลม กิจกรรมการเรยี นการสอน ขนั้ ระบุปญั หา 1. ครูให้นักเรียนดูวิดีโอ และรูปภาพเกี่ยวทรัพยากรในท้องถิ่นของชุมชนแห่งหนึ่งในภาคใตแ้ ล้ว ใหผ้ ู้เรียนร่วมกนั สนทนาและสรปุ ข้อคิดท่ไี ด้จากการดวู ิดโี อ 2. แบ่งกลุ่มคละ กลุ่มละ 4-5 คน (มีนักเรียนเรียนเก่ง ปานกลาง และอ่อน) แล้วให้แต่ละกลุ่ม ร่วมกันคิดและร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับสภาพท้องถิ่นด้านบริบท ภูมิทัศน์ สิ่งแวดล้อมรวมถึง ทรัพยากรธรรมชาตใิ นท้องถิ่นวา่ มไี รบา้ ง ทีส่ ่งผลกระทบตอ่ การดำรงชีวติ ในชวี ติ ประจำวัน 3. ให้แตล่ ะกลุ่มกำหนดหวั ข้อที่ต้องการศึกษาเก่ียวกับทรัพยากรธรรมชาติในท้องถ่ินแล้วหรือการนำ ทรัพยากรมาใชป้ ระโยชน์ หรอื ปัญหาสภาพแวดลอ้ ม แลว้ วางแผนแนวทางการใหม้ าซึง่ ขอ้ มูล เชน่ การสำรวจ การสอบถาม เปน็ ตน้ แลว้ ทำการบันทึกหวั ขอ้ และแนวทางลงในใบกิจกรรม 4. ออกสำรวจทรัพยากรธรรมชาติในชุมชนตามหัวข้อในใบกิจกรรมและแผนที่ทรัพยากรชุมชน โดยผเู้ รียนสารถสอบถามข้อมูลจากผูร้ ู้ หรือจากเวปไซด์เก่ียวกับทรัพยากรในชมุ ชน นักเรยี นบนั ทึกผลการสำรวจ หรอื การสมั ภาษณล์ งในใบกจิ กรรม 5. ผู้เรียนรวบรวมขอ้ มูลและสรุปความรูจ้ ากการสำรวจ ลงในกระดาษปรฟู๊ แลว้ นำเสนอพรอ้ ม อภิปรายรว่ มกนั ถึงความสำคัญและผลกระทบทเ่ี กิดข้นึ กับทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อมในท้องถ่ิน ขน้ั รวบรวมขอ้ มลู และแนวคิดท่เี กีย่ วข้องกับปัญหา 6. ผู้เรียนร่วมกันอภปิ ราย แนวทางการแก้ปญั หาหรอื วิธกี ารแก้ปญั หาจากการสำรวจพบ สืบค้น จากอินเทอร์เน็ต หรือวารสาร หนังสือ ที่ห้องสุมด ซึ่งอาจมีใครหาวิธีแก้ปัญหาดังกล่าวนี้มาแล้วหรือไม่ และหากมเี ขาแกป้ ัญหาอย่างไรและมีข้อเสนอแนะใดบ้าง นำมาเป็นขอ้ มลู 7. ผ้เู รยี นบนั ทกึ ข้อมูลลงในใบกิจกรรมแลว้ นำเสนอแนวโน้มทม่ี ีโอกาสเป็นไปได้ เล่มที่ 1 แนวทางการจดั การเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์

51 ชุดฝึกอบรมด้วยตนเอง การสรา้ งเครอื่ งมือวดั และประเมนิ ผล วิชาวทิ ยาศาสตร์ ขั้นออกแบบวิธกี ารแกป้ ัญหา 8. สรปุ แนวทาง แล้วเลือกวิธีการแก้ปัญหา ขั้นวางแผนและดำเนนิ การแกป้ ญั หา 9. ผเู้ รยี นลงมือแกป้ ัญญาโดยการออกแบบขน้ั ตอนการทดลอง หรอื สร้างช้ินงาน หรอื วธิ ีการใน การแก้ปัญหา ขน้ั ทดสอบ ประเมนิ ผลและปรบั ปรงุ แกไ้ ขวธิ ีการแก้ปัญหาหรอื ชิ้นงาน 10. ผ้เู รยี นนำผลงานหรือชนิ้ งานมาทดลองใช้ หรือประเมินการใช้งานเพอ่ื แกป้ ัญหาแลว้ บนั ทึกผล ลงในใบกิจกรรม แล้วนำผลที่ได้จากการทดสอบและประเมินมาปรับปรุงและพัฒนาผลลัพธ์ให้มี ประสิทธิภาพอกี คร้งั หรือหลายๆครง้ั ก็ได้ จนกวา่ จะไดร้ ปู แบบ หรอื ชนิ้ งานทม่ี ีประสทิ ธิภาพ ขนั้ นำเสนอวิธกี ารแก้ปญั หาผลการแก้ปัญหาหรือชน้ิ งาน 11. แต่ละกลุ่มนำเสนอรูปแบบหรือผลการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน หลังจากการพัฒนาปรับปรุง ทดสอบและประเมินวิธีการแก้ปัญหาไปแล้ว ครูและผู้เรียน ร่วมกันเสนอแนะและอภิปรายเพิ่มเพิ่มเตมิ และปรับปรุงแกไ้ ขอีกครั้ง และนำเสนอในรปู แบบน่าสนใจอีกคร้ังเพอ่ื เป็นการเผยแพรผ่ ลงาน เล่มท่ี 1 แนวทางการจัดการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์

52 ชุดฝึกอบรมด้วยตนเอง การสรา้ งเครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล วิชาวทิ ยาศาสตร์ ใบกจิ กรรมที่ 2.6 จากทา่ นได้ศึกษาใบความร้แู ลว้ ลองตอบคำถามนะคะ จงตอบคำถามตอ่ ไปนี้ ทา่ นดคู ลิปวิดโิ อ http://gg.gg/jp9sy แล้วทา่ นนำรปู แบบการสอน มาปรับใช้ในการออกแบบกระบวนการจัดการเรยี นรแู้ บบสะเต็มศึกษา 1 แผนการสอน ..................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ....ตอ่ ไป...ให้ท่านศึกษาใบความรูท้ ่ี 2.7 กันต่อเลยค่ะ.... เลม่ ท่ี 1 แนวทางการจดั การเรียนรู้วิทยาศาสตร์

53 ชุดฝกึ อบรมด้วยตนเอง การสร้างเครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ใบความรทู้ ี่ 2.7 การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรหู้ รอื วัฏจักรการเรยี นรู้ 5 E 1. ความหมายของ วัฏจกั รการเรียนรู้ 5 E วัฏจักรการเรียนรู้ 5 E หรือการเรียนรู้โดยการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน (5E’s of Inquiry Approach) เปน็ รปู แบบหน่ึงของการเรียนรู้ทนี่ ำมาใช้ได้ผลในวิชาวิทยาศาสตร์ (สถาบันส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2546; สาโรช โศภีรักข์, 2546; จันทร์ดา พิทักษ์สาลี สุวิมล เขี้ยวแก้ว และ สุรชยั มชี าญ, 2549) ทำใหผ้ ูเ้ รยี นมที กั ษะในการคิดวเิ คราะห์ มีเจตคตทิ ี่ดีตอ่ การเรยี นวทิ ยาศาสตร์ คุ้นเคย กับกระบวนการหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ดงั คำกลา่ วทวี่ ่า “การเรยี นวทิ ยาศาสตรโ์ ดยไม่ใช้กระบวนการ สืบเสาะหาความรู้เหมือนกับการลอ่ งเรือไปโดยไม่มีจุดหมาย” ซึง่ การสืบเสาะหาความร้เู ป็นรูปแบบการเรียน การสอนทใ่ี ช้ตามทฤษฎีการสร้างความรู้ (Constructivism) ทำใหผ้ ู้เรียนเกดิ ความเข้าใจและเกิดการรับรู้ ความรู้นั้นอย่างมีความหมาย จึงจะสามารถสร้างเป็นองค์ความรู้ของผู้เรียนเอง และเก็บเป็นข้อมูลไว้ใน สมองได้อย่างยาวนาน (สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2550) การสืบเสาะหา ความร้เู ป็นยทุ ธวิธหี นง่ึ ในการเรียนร้โู ดยใช้กระบวนการสำรวจธรรมชาติและสิง่ ต่าง ๆ ในโลก และนำไปสู่ การตง้ั คำถามและทำการสืบคน้ เพื่อให้ไดค้ วามรูใ้ หม่ โดยใช้กระบวนการที่หลากหลาย ได้แก่ การต้งั คำถาม การออกแบบ การสำรวจขอ้ มูล การสำรวจขอ้ มูล การวิเคราะห์ การสรปุ ผล การคดิ ค้นประดษิ ฐ์ การแลกเปลยี่ นความคิดเหน็ และสื่อสารคำอธบิ าย (Wu & Hsieh, 2006) ดังน้ันสรปุ ไดว้ ่า การเรยี นแบบวัฏจักรการเรยี นรู้ 5 E หรอื การเรียนรู้โดยการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน (5E’s of Inquiry Approach) เป็นกระบวนการที่ผู้เรียนใช้วิธีการค้นคว้าหาคำตอบอย่างมี ระบบเพื่ออธิบายเหตกุ ารณต์ ่าง ๆ ที่ตอ้ งการศึกษา เลม่ ท่ี 1 แนวทางการจดั การเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์

54 ชดุ ฝึกอบรมดว้ ยตนเอง การสรา้ งเครอื่ งมอื วดั และประเมนิ ผล วชิ าวิทยาศาสตร์ 2. กระบวนการวัฏจักรการเรยี นรู้ 5 E กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน เป็นรูปแบบหนึ่งของการสืบเสาะหาความรู้ โดยใช้ กระบวนการการสร้างความสนใจ (Engagement) การสำรวจและค้นหา (Exploration) การอธิบาย (Explanation) การขยายความรู้ (Elaboration) และการประเมินผล (Evaluation) ซึ่งทั้ง 5 ขั้นตอน เป็นกระบวนการเรียนรู้ทีค่ รจู ะต้องสง่ เสรมิ ใหผ้ ูเ้ รยี นรู้จักคิด มีความคิดสร้างสรรค์ ให้โอกาสผู้เรียนได้ใช้ ความคิดของตนเองได้มากท่ีสดุ ทง้ั น้กี ิจกรรมทจี่ ะใหผ้ เู้ รียนสำรวจตรวจสอบ จะตอ้ งเชื่อมโยงกับความคิด เดิม และนำไปสู่การแสวงหาความรู้ใหม่ และได้ใช้ กระบวนการและทักษะต่าง ๆ ทางวิทยาศาสตร์และ การสืบเสาะหาความรู้สถาบันส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตร์ (สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี, 2551) ได้กล่าวถึงแต่ละขั้นตอนไว้ ดังนี้ 1. การสร้างความสนใจ เป็นการนำเข้าสู่ บทเรียนหรือเรื่องที่สนใจ มากระตุ้นให้ผู้เรียนสร้าง คำถาม กำหนดประเด็นที่จะศึกษา ในกรณีที่ยังไม่มีประเด็นใดน่าสนใจ ครูอาจจะจัดกิจกรรมหรือ สถานการณเ์ พ่ือกระตนุ้ ย่ัวยุ หรือทา้ ทายให้ค้นคว้า แต่ไม่ควรบงั คบั ให้ผู้เรียนยอมรับประเดน็ หรอื ปัญหาท่ี ครกู ำลงั สนใจเป็นเร่ืองท่ีจะศกึ ษา ซง่ึ ในขน้ั ตอนนี้ครูสามารถจัดกิจกรรมได้หลายแบบ เชน่ สาธิต ทดลอง นำเสนอข้อมูล เล่าเรื่อง/เหตุการณ์ ให้ค้นคว้า/อ่านเรื่อง อภิปราย/พูดคุย สนทนา ใช้เกม ใช้สื่อ วัสดุ อุปกรณ์ สรา้ งสถานการณ์/ปัญหาทน่ี ่าสนใจ ที่นา่ สงสยั แปลกใจ 2. การสำรวจและค้นคว้า ผู้เรียนดำเนินการสำรวจ ค้นหาและรวบรวมข้อมูล วางแผน กำหนดการสำรวจตรวจสอบ หรือออกแบบการทดลอง ลงมือปฏบิ ัติ 3. การอธิบาย ผู้เรียนนำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจและค้นหามาวิเคราะห์ แปลผล สรุปและ อภิปรายพร้อมทั้งนำเสนอผลงานในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งอาจเป็นรูปวาด ตาราง แผนผัง โดยมีการอ้างอิง ความรปู้ ระกอบการใหเ้ หตุผลการลงขอ้ สรุปถูกตอ้ งเช่อื ถอื ได้ มเี อกสารอ้างอิงและหลกั ฐานชดั เจน เลม่ ที่ 1 แนวทางการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

55 ชดุ ฝึกอบรมด้วยตนเอง การสร้างเครอื่ งมอื วัดและประเมนิ ผล วิชาวิทยาศาสตร์ 4. การขยายความรู้ 4.1 ครูจัดกิจกรรมหรือสถานการณ์ เพ่อื ใหผ้ ้เู รยี นมีความรู้ลกึ ซงึ้ ข้นึ หรือขยายกรอบความคิด กว้างขึ้นหรือเชื่อมโยงความรู้เดิมสู่ความรู้ใหม่หรือนำไปสู่การศึกษาค้นคว้าทดลอง เพิ่มขึ้น เช่น ต้ัง ประเด็นเพือ่ ให้ผูเ้ รียน ช้ีแจงหรอื ร่วมอภปิ รายแสดงความคิดเหน็ เพ่มิ เติมให้ชัดเจนยงิ่ ข้นึ ซักถามให้ผู้เรียน ชัดเจนหรอื กระจ่างในความรทู้ ไ่ี ดห้ รือเชื่อมโยงความรู้ท่ไี ด้กบั ความรเู้ ดมิ 4.2 ผเู้ รยี นมีสว่ นร่วมในกิจกรรม เชน่ อธิบายและขยายความรู้เพมิ่ เติมมีความละเอยี ดมากขึ้น ยกสถานการณ์ ตัวอย่าง อธิบายเชื่อมโยงความรู้ที่ได้เป็นระบบและลึกซึ้งยิ่งขึ้นหรือสมบูรณ์ละเอียดข้ึน นำไปสู่ความรู้ใหม่หรือความรู้ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ประยุกต์ความรู้ที่ได้ไปใช้ในเรื่องอื่นหรือสถานการณ์อื่น ๆ หรือสร้างคำถามใหมแ่ ละออกแบบการสำรวจ คน้ หา และรวบรวมเพือ่ นำไปสกู่ ารสรา้ งความรู้ใหม่ 5. การประเมิน ให้ผู้เรียนได้ระบุสิ่งที่ผู้เรียนได้เรียนรู้ทั้งด้านกระบวนการและผลผลิต เพื่อเป็น การตรวจสอบความความถูกตอ้ งของความรู้ท่ไี ด้ โดยให้ผ้เู รียนได้วิเคราะหว์ จิ ารณ์แลกเปลยี่ นความรู้ซ่ึงกัน และกัน คิดพจิ ารณาใหร้ อบคอบทงั้ กระบวนการและผลงาน อภปิ ราย ประเมินปรบั ปรุง เพม่ิ เติมและสรุป ถ้ายังมีปัญหาให้ศึกษาทบทวนใหม่อีกครั้ง อ้างอิงทฤษฎีหรือหลักการและเกณฑ์ เปรียบเทียบผลกับ สมมตฐิ าน เปรียบเทียบความร้ใู หมก่ บั ความรเู้ ดิม ดังนั้น สรุปได้ว่า กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน หรือวัฏจักรการเรียนรู้ 5 E มี ขั้นตอนดังนี้ 1. การสร้างความสนใจ (Engagement) เป็นการสร้างความสนใจ ความอยากรู้อยากเห็น กระตนุ้ 2. การสำรวจและคน้ หา (Exploration) เปน็ การให้ผเู้ รยี นทำงานร่วมกันในการสำรวจตรวจสอบ รว่ มกนั อภิปรายระหว่างผเู้ รียนกับผู้เรียน 3. การอธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation) เปน็ การให้ผู้เรยี นอธิบายแนวคิดแสดงหลักฐาน ให้ เหตุผลและอธิบาย 4. การขยายความรู้ (Elaboration) เปน็ การใหผ้ ้เู รยี นนำส่ิงท่ีผู้เรียนได้เรียนรู้ไปประยกุ ต์ใช้ หรือ ขยายความรู้และทักษะในสถานการณ์ใหม่ อธิบายอย่างมีความหมาย อ้างอิงข้อมูล พร้อมทั้งแสดง หลักฐาน เลม่ ที่ 1 แนวทางการจัดการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์

56 ชดุ ฝึกอบรมดว้ ยตนเอง การสร้างเคร่อื งมือวัดและประเมนิ ผล วิชาวิทยาศาสตร์ 5. การประเมนิ ผล (Evaluation)เป็นการนำแนวคิดและทักษะใหมไ่ ปประยกุ ต์ใช้ ประเมนิ ความรู้ และทกั ษะผเู้ รยี นรูปแบบการเรยี นรู้แบบวฏั จักรการเรยี นรู้ 5 ขัน้ สามารถสรปุ ได้ดงั แผนภาพท่ี 2 (สถาบัน สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2546: 220) ตัวอยา่ ง แผนการจดั การเรียนรู้ เรอ่ื ง ทรัพยากรอันมคี า่ สาระท่ี 1 สง่ิ มีชีวิตกบั กระบวนการดำรงชวี ิต ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 6 สาระสำคญั มนษุ ย์ต้องพ่ึงพาอาศัยทรัพยากรธรรมชาตใิ นการดำรงชีวิตตลอดเวลา เพราะมนษุ ย์ ต้องใช้ ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้เพื่อผลิตอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ประเทศไทย พบว่า มีทรพั ยากรธรรมชาติมากมาย เชน่ ทรัพยากรป่าไม้ ทรัพยากรสตั ว์ป่า ทรัพยากรนำ้ และทรพั ยากร อากาศ ซ่งึ ทรพั ยากรเหล่านีม้ คี วามหลากหลายแตกต่างกนั ไปในแต่ละท้องถน่ิ ตวั ชีว้ ัด ว 2.2 ป.6/1 สบื ค้นข้อมลู และอภิปรายแหลง่ ทรัพยากรธรรมชาตใิ นแต่ละท้องถิ่นที่เป็น ประโยชน์ตอ่ การ ดำรงชีวติ กระบวนการจัดการเรยี นรู้ 1) ขน้ั สรา้ งความสนใจ ครแู ละนักเรยี นร่วมกันกำหนดจดุ ประสงคท์ จ่ี ะเรยี นรู้ จากเนื้อหาท่ี เก่ยี วกบั ทรัพยากร ธรรมชาตใิ นท้องถนิ่ (1) ครูให้นักเรียนดูคลิปวิดีโอเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น แล้วให้นักเรียน ชว่ ยกันอภิปราย เกีย่ วกบั ทรพั ยากรธรรมชาตใิ นทอ้ งถน่ิ โดยครใู ชค้ ำถามกระตุ้นดงั นี้ – ในวดิ โี อนี้ เป็นทรัพยากรธรรมชาติประเภทใดที่นกั เรยี นร้จู ัก โดยใช้ความร้เู ดมิ ท่นี ักเรียนมี – ในแหลง่ ชุมชนท้องถ่ินของนักเรยี น มที รพั ยากรธรรมชาติประเภทนห้ี รือไม่ ถา้ มมี ีอะไรบ้างทค่ี ล้ายกันและ อะไรบ้างท่ตี ่างกัน – ถ้าหากในทอ้ งถิ่นนักเรยี นขาดทรัพยากรธรรมชาตเิ หลา่ น้นั นักเรยี นคดิ ว่าจะมผี ลตอ่ ต่อสง่ิ ใดบา้ ง – ในทอ้ งถ่ินของนักเรยี นมปี ่า ลักษณะเป็นแบบใด (2) นกั เรยี นรว่ มกันตอบคำถามและแสดงความคดิ เหน็ เพ่ือเช่ือมโยงไปสกู่ ารเรยี นรู้เร่อื ง ทรพั ยากรธรรมชาตใิ นทอ้ งถ่ิน เลม่ ที่ 1 แนวทางการจดั การเรียนรู้วิทยาศาสตร์

57 ชุดฝึกอบรมดว้ ยตนเอง การสร้างเครือ่ งมือวัดและประเมนิ ผล วชิ าวทิ ยาศาสตร์ (3) แบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็นกลุม่ คละ แล้วให้นักเรียนในกลุ่มนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกบั เนือ้ หาท่ีตนเองได้รับมอบหมายลว่ งหน้าให้เพ่อื นๆ ในกลมุ่ ฟัง จากน้ันให้แต่ละกล่มุ ส่งตัวแทนมานำเสนอ ขอ้ มลู หนา้ หอ้ งเรียน (4) ครูเปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นคำถาม ข้อสงสยั จากการทำกจิ กรรมหรอื ไม่ อยา่ งนอ้ ย คนละ 1 คำถาม แล้วให้นักเรยี นชว่ ยกันตอบและแสดงความคิดเหน็ (5) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับองค์ความรู้ของทรัพยากรธรรมชาติในท้องถ่ิน ซง่ึ ในแต่ละทอ้ งถิน่ จะมคี วามแตกตา่ งกนั ของทรพั ยากรเชน่ นำ้ ปา่ ไม้ สัตว์ปา่ เปน็ ตน้ 2) ขน้ั สำรวจและค้นหา (1) แต่ละกลุ่มศึกษาทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นจากใบความรู้ หรือจาก โทรศัพท์มือถือ หรอื แทบ็ เลต เพ่อื ช่วยอธิบายใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจว่าประเทศไทยมีทรัพยากรปา่ ไมจ้ ำแนกได้ก่ี ประเภท (2) สืบค้นขอ้ มูลป่าไม้ในทอ้ งถ่ินทีน่ กั เรยี นอาศยั อยู่วา่ มลี ักษณะเปน็ แบบใด มีชนิดพันธ์ุ ของพืชมากนอ้ ยเพียงใด แล้วร่วมกันวเิ คราะห์ ว่าปา่ ไมใ้ นท้องถ่ินของนกั เรียนเปน็ ป่าประเภทใด (3) นักเรียนและครรู ว่ มกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ งของข้อมูลทไี่ ด้จากใบกจิ กรรม 3) ขั้นอธบิ ายและลงขอ้ สรุป (1) ให้แต่ละกลมุ่ สง่ ตวั แทนกลุ่มนำเสนอข้อมลู หนา้ ชนั้ เรียน (2) นกั เรียนและครรู ว่ มกันอภิปรายและหาข้อสรุปจากการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม โดยใชแ้ นวคำถาม (3) นกั เรยี นและครรู ว่ มกนั สรุปผลจากการปฏิบัติกจิ กรรม 4) ขัน้ ขยายความรู้ (1) ให้นักเรยี นเสนอแนวคิดเพ่ือเช่ือมโยงความรทู้ น่ี ักเรียนมีอยเู่ ดิมกับเน้อื หาใหม่ ในการใชป้ ระโยชนแ์ ละการอนุรักษท์ รพั ยากรธรรมชาติในทอ้ งถน่ิ (2) ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สรุปเก่ยี วกับทรพั ยากรธรรมชาติในทอ้ งถิน่ โดยร่วมกนั เขยี น เป็นแผนทคี่ วามคิดหรือผงั มโนทัศน์ 5) ขน้ั ประเมิน (1) ให้นักเรียนแต่ละสอบถามข้อสงสัยที่ยังไม่เข้าใจ ถ้ามีครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้ นกั เรียนเขา้ ใจ (2) ครูและนักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็นเกีย่ วกบั ความรู้และประโยชน์ที่ไดร้ บั จาก การปฏิบัติกจิ กรรมและการนำความรู้ท่ไี ด้ไปใช้ประโยชน์ (3) นักเรยี นร่วมกนั ประเมินการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมกลุ่มและทำแบบทดสอบ เล่มที่ 1 แนวทางการจดั การเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์

58 ชดุ ฝกึ อบรมด้วยตนเอง การสรา้ งเครื่องมือวัดและประเมนิ ผล วชิ าวิทยาศาสตร์ ใบกิจกรรมที่ 2.7 จากทา่ นได้ศกึ ษาใบความรแู้ ลว้ ลองตอบคำถามนะคะ จงตอบคำถามตอ่ ไปนี้ จงออกแบบกิจกรรมการเรยี นรู้แบบ Active Learning 1 กจิ กรรมโดยมอี งค์ประกอบหัวข้อดังต่อไปนี้ 1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ชีว้ ัด 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด 3. สาระการเรยี นรู้ 4. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน 5. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ 6. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 7. กิจกรรมการเรียนรู้ 8. สอื่ การเรยี นรู้ 9. ชน้ิ งาน/ภาระงาน 10. การวดั และประเมินผล เลม่ ที่ 1 แนวทางการจัดการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์

59 ชดุ ฝึกอบรมดว้ ยตนเอง การสร้างเคร่อื งมอื วดั และประเมนิ ผล วิชาวิทยาศาสตร์ ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... เล่มท่ี 1 แนวทางการจัดการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์

60 ชุดฝกึ อบรมดว้ ยตนเอง การสร้างเครอ่ื งมือวัดและประเมนิ ผล วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... เลม่ ท่ี 1 แนวทางการจัดการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์

61 ชดุ ฝกึ อบรมดว้ ยตนเอง การสร้างเครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล วิชาวทิ ยาศาสตร์ ใหท้ ่านสรุปองค์ความร้ทู ่ีได้ เป็นแผนผงั ความคิด เลม่ ที่ 1 แนวทางการจัดการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์

62 ชุดฝึกอบรมดว้ ยตนเอง การสร้างเคร่อื งมอื วดั และประเมนิ ผล วิชาวิทยาศาสตร์ แบบทดสอบหลงั ศึกษาชุดฝึกอบรม คำชแี้ จง ให้ท่านเลอื กคำตอบทีท่ า่ นเหน็ วา่ ถกู ต้องทส่ี ุดเพียงคำตอบเดยี ว 1. การจัดการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ มุ่งเน้นผ้เู รียนให้เกดิ กระบวนการเรียนรอู้ ยา่ งไร 1. ผเู้ รียนได้ลงมอื กระทำ 2. ผเู้ รียนสามารถอา่ นออก 3. ผูเ้ รียนต้องมีทกั ษะในการพดู 4. ผเู้ รียนมีทักษะต่ืนตัวในกิจกรรม 2. แนวทางการออกแบบการสอนวทิ ยาศาสตร์ จะต้องอาศยั ข้อมลู ใดบา้ ง 1. หลักสูตรฯ มาตรฐานการเรียนรู้ กจิ กรรมการเรียนรู้ และสอ่ื 2. หลักสูตรฯ กจิ กรรมการเรียนรู้ ครู และการประเมนิ ผล 3. มาตรฐานการเรียนรู้ กจิ กรรมการเรยี นรู้ ครู และส่อื 4. มาตรฐานการเรียนรู้ ผ้บู ริหาร ครู และผู้เรียน 3. การกำหนดหัวขอ้ เร่ืองทจี่ ะทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ควรพิจารณาจากสงิ่ ใด 1. ความแปลกใหม่ ไมม่ เี คยมใี ครทำมาก่อนและยาก 2. ต้องมปี ระโยชน์และแกป้ ัญหาได้ 3. น่าสนใจและมคี วามเปน็ ไปไดว้ า่ จะทำได้สำเรจ็ 4. ต้องอยูใ่ นสาระการเรยี นรูห้ รืออยู่ในบทเรียน 4. การออกแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ส่งิ ใดทส่ี ำคญั ทส่ี ุด 1. ศึกษารปู แบบการเรยี นรู้ 2. ศกึ ษาหลกั สตู รสถานศกึ ษา 3. ศกึ ษามาตรฐานการเรียนรู้ 4. ศึกษาการออกแบบเครือ่ งมอื วัดและประเมินผล 5. ข้อใดกล่าวถูกตอ้ งและครอบคลุม “วิทยาศาสตร์” มากทส่ี ดุ 1. เป็นวชิ าทีเ่ ปน็ ความรู้เก่ียวกับสิง่ มีชวี ิตต่าง ๆ ที่อยู่รอบตวั เรา 2. เป็นวิชาท่ีว่าดว้ ยการคน้ พบความจรงิ ในธรรมชาติ 3. เปน็ วิชาทีอ่ ธิบายปรากฏการณ์ตา่ ง ๆ ของธรรมชาติ 4. เป็นวิชาทว่ี า่ ดว้ ยการแก้ปัญหาเปน็ ขั้นตอนอย่างเป็นระบบ เลม่ ท่ี 1 แนวทางการจดั การเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์

63 ชุดฝึกอบรมดว้ ยตนเอง การสร้างเครอื่ งมอื วดั และประเมนิ ผล วิชาวทิ ยาศาสตร์ 6. ครบู ัวตองสอนวิชาวทิ ยาศาสตร์ ช้ัน ป.6 ทำการวิเคราะห์ตัวชี้วดั ว5.1 ป. 6/1 ทดลองและอธิบายตอ่ วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย ครบู ัวตองเลอื กรูปแบบการสอนแบบเชิงรุก (Active Learning) เป็นเพราะเหตใุ ด 1. เรียนได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง 2. ผู้เรียนได้รว่ มกนั สนทนาในกลมุ่ 3. ผ้เู รียนต้องเรียนรแู้ บบกลุ่มโดยมคี รูพาทำ 4. ผูเ้ รยี นตอ้ งมีทกั ษะในการพดู 7. สงิ่ ทต่ี ัวชี้วัดไม่ได้กำหนดไว้คอื ขอ้ ใด 1. คณุ ลกั ษณะของผูเ้ รยี น 2. ผลการเรียนของผ้เู รยี น 3. เปา้ หมายผู้เรียน 4. คุณภาพผเู้ รียน 8. ข้อใดเป็นการเรียงลำดับพฤติกรรมด้านสติปญั ญาการเรยี นรตู้ ามแนวคดิ ของ Bloom taxonomy ใหม่ได้ ถูกตอ้ ง 1. การจำ การเข้าใจ การประยกุ ต์ใช้ การวเิ คราะห์ การสงั เคราะห์ การประเมินผล 2. การจำ การเข้าใจ การประยุกตใ์ ช้ การสงั เคราะห์ การประเมนิ ผล การสรา้ งสรรค์ 3. การจำ การเข้าใจ การประยุกต์ใช้ การสงั เคราะห์ การวิเคราะห์ การสรา้ งสรรค์ 4. การจำ การเข้าใจ การประยุกต์ใช้ การวเิ คราะห์ การประเมินค่า การสร้างสรรค์ 9. ข้อใดต่อไปน้ีถูกตอ้ ง เกย่ี วกบั ขน้ั ตอนของการจดั การเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ 1. ขั้นสร้างความสนใจ ขน้ั การสำรวจและคน้ คว้า ขน้ั การอธบิ าย ขน้ั การขยายความรู้ และข้นั การประเมิน 2. ขน้ั สร้างความสนใจ ขน้ั การสำรวจและค้นคว้า ข้ันการขยายความรู้ ข้ันการอธิบาย และขน้ั การประเมิน 3. ขน้ั การสำรวจและค้นควา้ ขั้นสร้างความสนใจ ข้ันการอธิบาย ขน้ั การขยายความรู้ และขนั้ การประเมิน 4. ข้ันการสำรวจและค้นคว้า ขั้นสรา้ งความสนใจ ขั้นการขยายความรู้ ขนั้ การอธิบาย และขั้นการประเมิน 10. องคป์ ระกอบของความคิดใด ท่สี ่งผลให้ผู้เรยี นเกิดความคิดสรา้ งสรรค์ 1. ความคิดวเิ คราะห์ ความคดิ วิพากษ์ ความคิดเชิงระบบ ความคิดยดื หย่นุ 2. ความคิดรเิ ร่ิม ความคิดคล่อง ความคิดยดื หยนุ่ ความคิดละเอียดลออ 3. ความคิดวพิ ากษ์ ความคิดยดื หยนุ่ ความคิดละเอียด ความคิดไตรต่ รอง 4. ความคดิ สวยงามละเอียดลออ ความคิดเชงิ ระบบ ความคิดวิเคราะห์ ความคดิ คลอ่ งตัว เล่มท่ี 1 แนวทางการจัดการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์

64 ชดุ ฝึกอบรมดว้ ยตนเอง การสร้างเคร่ืองมอื วดั และประเมนิ ผล วิชาวิทยาศาสตร์ เฉลย ขอ้ ท่ี ข้อท่ี 1161 2172 3284 4191 5 4 10 2 เล่มท่ี 1 แนวทางการจัดการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์

65 ชุดฝกึ อบรมด้วยตนเอง การสร้างเครอ่ื งมอื วดั และประเมนิ ผล วชิ าวิทยาศาสตร์ บรรณานกุ รม กระทรวงศึกษาธิการ. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: สหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำกัด, 2553. กนกวรรณ แปงใจ. การพัฒนาแนวคดิ และความสามารถในการสบื เสาะหาความร้ทู างวทิ ยาศาสตรข์ อง นักเรยี นระดับชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 โดยการจดั โครงงานวิทยาศาสตร.์ วทิ ยานิพนธป์ รญิ ญา ศกึ ษาศาสตรมหาบณั ฑิต: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2555. เกรยี งศกั ด์ิ เจรญิ วงศ์ศักดิ์. การคิดเชิงวิเคราะห์ (Analytical Thinking). พมิ พค์ รงั้ ที่ 6. กรุงเทพ: ซัค เซสมีเดีย, 2553. กณุ ตรี เพ็ชรทวีพรเดช และคณะ. สดุ ยอดวธิ ีสอนวทิ ยาศาสตรน์ ำไปสู่การจดั การเรียนรู้ของครูยุคใหม่. กรุงเทพฯ: อกั ษรเจรญิ ทัศน์, 2550. ครรชิต มนญู ผล และคณะ. Active Learning สร้างคนดแี กแ่ ผน่ ดินวชิ าวิทยาศาสตร์. กรุงเทพฯ: บริษัท อีเก้ลิ เปเปอรจ์ ำกดั , 2559. ณฐั พงษ์ เจริญทพิ ย์. การพฒั นาความคดิ สร้างสรรค์ทางวทิ ยาศาสตร์ พฒั นาแบบองค์รวม. กรุงเทพฯ: เลฟิ แอนดล์ ิพเพรส, 2542. ชนาธิป พรกุล. การสอนกระบวนการคิด: ทฤษฎีและการนำไปใช้. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่ง จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั , 2554. ชยั วัฒน์ บาํ รุงญาติ. ครูไทยในอนาคตและครูในศตวรรษท่ี 21. [Video file]. สืบค้นจาก https://www.youtube.com/watch?v=4vUkYfnir4s. 5 มีนาคม, 2562. ระพี สาคริก. การศกึ ษากับการจัดการ. กรงุ เทพมหานคร: วศริ ะ, 2552. นรินทร์ วงค์คำจันทร์. การศึกษาความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิทยาศาสตร์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุก. วทิ ยานิพนธ์ศึกษาศาสตร์: มหาวทิ ยาลัยรามคำแหง, 2558. ทิศนา แขมมณี. รูปแบบการเรียนการสอนทางเลือกที่หลากหลาย. พิมพ์คร้ังที่ 6. กรงุ เทพมหานคร: สำนักพิมพแ์ ห่งจฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั , 2552. ทิศนา แขมมณ.ี ศาสตรก์ ารสอน : องค์ความรู้เพ่ือการจัดกระบวนการเรยี นทมี ปี ระสิทธิภาพ. พิมพ์คร้ังที่ 13. กรุงเทพฯ: จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553. เล่มที่ 1 แนวทางการจัดการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์

66 ชดุ ฝกึ อบรมดว้ ยตนเอง การสร้างเครื่องมือวดั และประเมนิ ผล วิชาวิทยาศาสตร์ ประสาท เนอื งเฉลมิ . การเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: สำนักพมิ พแ์ ห่งจฬุ าลงกรณ์ มหาวทิ ยาลัย, 2558. ประพนั ธ์ศิริ สเุ สารัจ. การพัฒนาการคิด. พมิ พค์ ร้ังท่ี 5. กรงุ เทพฯ: 9119 เทคนคิ พรนิ้ ติง้ , 2556 ศกั ดิส์ นิ ช่องดารากุล. “สังคมโลกเปลีย่ นไปสังคมการศกึ ษาไทยเปล่ยี นไปบ้างแล้วหรอื ยงั ”, วารสารวิชาการสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน. 10(1) : มกราคม–มีนาคม, 2550. สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี. ค่มู ือการใชห้ ลกั สูตรกล่มุ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตรส์ ำหรบั หลกั สูตรอนาคต ระดับประถมศกึ ษา. กรงุ เทพฯ: สถาบันสง่ เสริมการสอน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2551. . การจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรงุ เทพฯ: สถาบันสง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี, 2546. . เอกสารประกอบการประชมุ ปฏบิ ตั ิการเผยแพรข่ ยายผลและอบรมรปู แบบการจดั กระบวนการเรยี นรู้แบบวฏั จักรการสืบเสาะหาความรู้ 5e ขนั้ ตอนเพื่อพฒั นากระบวนการคิด ระดับสูง. กรงุ เทพฯ: สถาบันส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี, 2549 . การจัดการเรยี นรแู้ บบโครงงาน. กรงุ เทพฯ: สกศ, 2550. . การวัดประเมนิ ผลเพ่ือคุณภาพ การเรยี นรแู้ ละตวั อยา่ งข้อสอบจากโครงการประเมนิ ผล นกั เรียนนานาชาติ (PISA). กรงุ เทพมหานคร: เซเวน่ พริ้นต้ิงกรุป๊ , 2550. . คูม่ อื หลกั สูตรอบรมครูสะเต็มศึกษา. กรงุ เทพมหานครฯ, 2559. สาโรช โศภีรกั ข.์ นวตั กรรมการสอนทเี่ น้นผเู้ รียนเป็นสำคญั . กรงุ เทพมหานคร: บุ๊คพอยท์, 2546. สำนกั งานเลขาธิการสภาการศกึ ษา. แนวทางการจดั การเรยี นรู้. กรงุ เทพฯ: สำนักงานฯ, 2550. วิมลศรี สวุ รรณรตั น์ และมาฆะ ทพิ ยค์ ีรี. คู่มอื การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยการทำโครงงาน. พิมพ์ครัง้ ที่ 3. กรุงเทพฯ: บริษทั พฒั นาคณุ ภาพวิชาการ(พว.) จำกัด, 2555. วรี ะ สุดสังข.์ การคดิ วเิ คราะหค์ ิดอย่างมีวิจารณญาณและคิดสรา้ งสรรค.์ กรงุ เทพฯ: ชมรมเดก็ , 2550. Baldwin, Jill.; & Williams, Hank. Active Learning : a Trainer’s Guide. England: Blackwell Education, 1988. Cherie Herring. STEM: Engineering with Straws, Tape and Imagination. [Video file]. สืบค้นจาก https://www.youtube.com/watch?v=YKLLc93HlK4. 13 มนี าคม, 2562. เล่มที่ 1 แนวทางการจดั การเรียนรู้วิทยาศาสตร์

67 ชดุ ฝกึ อบรมด้วยตนเอง การสรา้ งเครอ่ื งมือวัดและประเมนิ ผล วชิ าวิทยาศาสตร์ Edutopia. Project-Based Learning: Raising Student Achievement for All Learners. [Video file]. สบื ค้นจาก https://www.youtube.com/watch?v=eGWqBZSFgxE. 11 มีนาคม, 2562. Mac Education. 21st Century Learning Thailand by Maceducation. [Video file]. สืบค้น จาก https://www.youtube.com/watch?v=WWOh1LyDp88. 3 มนี าคม, 2562. Naklom Creative Space. กรณีศึกษา - รร.บา้ นขนุ แปะ จ.เชียงใหม่. [Video file]. สืบคน้ จาก https://www.youtube.com/watch?v=YiuUki9jU3o&list=PL_dbIBz3EvhI_ufT-vIQ- reGQ1CMtVjkO. 10 มนี าคม, 2562. National Research Council (NRC). A Framework for K-12 Science Education: Practices, Crosscutting Concepts, and Core Idea. Committee on a Conceptual Framework for New K-12 Science Education, Division of Behavioral and Social Sciences and Education. Washington, DC: The National Academies Press, 2012. thaicyberu. ลักษณะของผเู้ รียนในศตวรรษที่ 21 (21st Century Learners). [Video file]. สืบค้นจาก https://www.youtube.com/watch?v=ElhoNcfszmU&list=RD4vUkYfnir4s&index=13. 5 มนี าคม, 2562. vreformlibrary. การเรยี นรใู้ นศตวรรษท่ี 21. [Video file]. สบื ค้นจาก https://www.youtube.com/watch?v=tE32HERiEs4. 9 มนี าคม, 2562. Wu H. and Hsieh,C. Developing sixth grades’inquiry skills to construct explanations in inquiry-based learning environment. International Journal of Science Education. 28(11): 1289-1313, 2006. เลม่ ที่ 1 แนวทางการจัดการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์

68 ชุดฝกึ อบรมด้วยตนเอง การสร้างเคร่อื งมอื วดั และประเมนิ ผล วิชาวิทยาศาสตร์ คณะทำงาน คณะกรรมการทีปรึกษา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษา 1. นายประทปี ทองด้วง สรุ าษฎร์ธานี เขต 2 2. นายจตุ ิพร ขาวมะลิ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษา ประถมศึกษาสรุ าษฎร์ธานี เขต 2 3. นางมณรี ัตน์ อินทรค์ ง ผู้อำนวยการกล่มุ นเิ ทศ ติดตาม และประเมินผล 4. นายนพพร แท่นนลิ การจัดการศึกษา 5. นายกฤษณนั ท์ ทองจีน 6. นางสาวนติ ยา ภูมิไชยา ศกึ ษานเิ ทศก์ 7. นางสาวสภุ าภรณ์ ใจสขุ ศกึ ษานิเทศก์ 8. นางสาวศภุ รัตน์ อนิ ทรสุวรรณ ศึกษานิเทศก์ ศกึ ษานเิ ทศก์ ศกึ ษานิเทศก์ ผู้เขยี น ศกึ ษานิเทศก์ นางสาวนชุ จิรา แดงวนั สี สำนกั งานเขตพนื้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษาสุราษฎรธ์ านี เขต 2 เล่มท่ี 1 แนวทางการจดั การเรียนรู้วิทยาศาสตร์


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook