เรื่อง สรุปภูมิศาสตร์บทที่3-5 จัดทำโดย นางสาวพิยดา ปราบมาลัย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ห้อง 9 เลขที่23 เสนอ อาจารย์เดชา วงศ์คำพระ รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาภูมิศาสตร์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 สิ่งเเวดล้อมทางกายภาพกับประชาชนเเละการตั้งถิ่นฐาน การกระจายและความหนาแน่นของประชากรโลก (2560) (ประชากร) ประชากรโลกมีค.หนาแน่นเฉลี่ย 51 คน/ตร.กม หมายถึง จำนวนคนทั้งหมด ในพื้นที่แห่งหนึ่ง ในช่วงระยะ ปัจจัยที่มีผลต่อการกระจายของประชากรมีดังนี้ เวลาหนึ่ง หรือในขณะใดขณะหนึ่ง จำนวนประชากร มีการเปลี่ยนแปลง ปัจจัยทางกายภาพ ตามอัตราการเกิด,ตาย ลักษณะภูมิประเทศ อัตราการย้ายถิ่น (เพศญ อายุยืนกว่า ช) (หนาแน่นสูง) เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ ที่มีดอุดมสมบูรณ์ (หนาแน่นต่ำ) ที่สูง ภูเขา เขตทะเลทราย หมดแล้งแล้งของพื้นดิน ทรัพยากร (หนาแน่นสูง) ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ น้ำ ดิน แหล่งอาหารอุดมสมบูรณ์ (หนาแน่นต่ำ) ทรัพยากรธรรมชาติ แหล่งอาหารน้อย ภูมิอากาศ (หนาแน่นสูง) มีอากาศอบอุ่น ปริมาณฝนเพียงพอต่อการทำการเกษตร การดำรงชีวิต (หนาแน่นต่ำ) เอากาศร้อน แห้งแล้ง หนาวเย็น รุ่นแรง ปัจจัยด้านมนุษย์ การเมือง (หนาแน่นสูง) ประเทศที่มีเสถียรภาพ ต.มั่นคงทางการเมือง (หนาแน่นต่ำ) ประเทศที่มีกขัดแย้งทางด้านการเมือง จนทำให้เกิดการย้ายถิ่นฐาน เศรษฐกิจ (หนาแน่นสูง) โอกาสการทำงานสูง ในเมืองใหญ่ทั่วโลก (หนาแน่นต่ำ) โอกาสในการทำงานที่จำกัด การกระจายและค.หนาแน่นประชากรโลก 2560 ทั่วโลกมีประชากร 2536 ล้านคน 59.63% ทวีปเอเชีย 16.59% ทวีปเเอฟริกา 9.89% ทวีปยุโรป 7.72% ทวีปอเมริกาเหนือ 5.61% ทวีปเมริกาใต้ 0.56% ทวีปออสเตรเลียโอเชียเนีย
ทวีปเอเชีย - ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรม ประชากรหนาแน่นมากบริเวณลุ่มแม่น้ำหวางเหอ ลุ่มแม่น้ำบางเฉียง บริเวณชายฝั่งตะวันออกของจีน บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำสินธุ คงคา พรหมบุตร เขตที่ราบชายฝั่งของ มหาสมุทรอินเดียในเอเชียใต้ เป็นที่ราบ น้ำ ดิน อุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การเกษตร - ประชากรเบาบาง ทางตอนเหนือของทวีป ที่ราบสูงทิเบต เพราะเป็นเขตเทือกเขาสูง สภาพ อากาศหนาวเย็น ไม่เหมาะต่อการเพาะปลูก เขตทะเลทรายแห้งแล้งในเอเชียกลาง เอเชียตะวันตก เฉียงใต้ ทวีปยุโรป - ประชากรหนาแน่นมากบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันของทวีป ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม เนเยอร์เเลนด์ มีการคมนาคมสะดวก ลักษณะภูมิประเทศ ภูมิอากาศ เหมาะแก่การเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ ดำรงชีวิต อีกถุดิบส่งเสริมด้านอุตสาหกรรม เหล็ก ถ่านหิน ประกอบกับมี ค.ก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เป็น แหล่งอุตสาหกรรมสำคัญของโลก เป็นชุมชนเมืองใหญ่ กรุงปารีส กรุงลอนดอน - ประชากรเบาบางมาก บริเวณที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดเวลา ยุโรปเหนือ เเลบคาบสมุทรสแกน ดิเนเวีย บริเวณภูมิประเทศ มุรกันดาน ลาดชัน หิมะน้ำแข็งปกคลุม - ภาคตะวันออกเฉียงใต้ ภาคกลาง ภาคใต้ของทวีป เขตเทือกเขาดาร์เพเทียน ทวีปแอฟริกา - ประชากรหนาแน่นบริเวณลุ่มแม่น้ำไนล์ (อียิปต์) เป็นที่ราบลุ่มน้ำมี ค. อุดมสมบูรณ์ แถบแอฟริกา ตะวันออก(ดินแดนฝั่งอ่าวกินี่ ที่ราบลุ่มแม่น้ำไนเซอร์) เหมาะแก่การอยู่อาศัย เกษตรกรรม - ประชากรเบาบาง บริเวณทะเลทราย ทะเลสาบสงบ เหนือ บริเวณลุ่มแม่คองโก เป็นป่าฝนร้อนใน แถบศูนย์สูตร-บัง ที่ดิน ต้นไม้สูงใหญ่ขึ้นกับ ฝนตกชุก คมนาคมลำบาก อุปสรรคทั้งถิ่นฐาน ทวีปอเมริกาเหนือ -ประชากรหนาแน่น เขตพื้นที่เพาะปลูกแถบที่ราบลุ่มแม่น้ำมิสซิสซิปปี ลุ่มแม่น้ำเซนต์ลอว์เรนซ์ ด้านตะวันออกของ USA แคนาดา ตอนกลางของเม็กซิโก พกพื้นที่อุตสาหกรรมแถบ usa NEตะวันตก มีทั้งเจริญทางเทคโนโลยี อุตสาหกรรม เป็นเมืองสำคัญ ประชากรมาบ้าง บริเวณ ราบลุ่มแมคเคนซี ตอนเหนือแคนาดา มีแม่น้ำแคบๆ อากาศหนาวเย็น เป็นชาวพื้นเมือง akaเอ สกิโม ดำรงชีวิตด้วยการล่าสัตว์ใช้กวางหรือสุนัขเป็นพาหนะลากเลื่อน
ทวีปออสเตรเลีย และโอเชียเนีย - ประชากรหนาแน่นในเขตอบอุ่นทางตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณเมืองซิดนีย์ เมลเบิร์น ส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม อุตสาหกรรม เป็นเมืองท่า เป็นแหล่งเพาะปลูก การคมนาคมสะดวก รวมถึง ซีแลนด์ เป็นเมืองท่าชายฝั่ง - ประชากรเบาบางพบบริเวณที่ราบภาคกลาง ทะเลทรายในภาคตะวันตก ภาคใต้ ออสเตรเลีย
โครงสร้างประชากร >> แสดงด้วยพีระมิดประชากร Population structure กราฟแก่งแนวนอน แสดงกลุ่มปชก.ห่างกันช่วงละ 5 ปี จากน้อยไปสูงอายุ พีระมิดประชากรฐานกว้าง expensive population pyramid - อัตราเกิดสูง - อัตราตายสูง * อัฟกานิสถานบังกลาเทศ พีระมิดประชากรแบบคงที่ stationary population pyramid - อัตราเกิดต่ำ คงที่ - อัตราตายต่ำ * ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา จีน พีระมิดประชากรฐานแคบ constrictive population pyramid - อัตราเกิดลดต่ำมาก - อัตราตายลงต่ำมาก * เยอรมนี สวีเดน สิงคโปร์
โครงสร้างประชากรโลก มีแนวโน้มจะมีวัยเด็กลดน้อยลง ประชากรสูงอายุมีแนวโน้มสูงขึ้น เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ยุโรปเยอะสุด ประชากรวัยเด็กมาก ประชากรวัยเด็กใกล้เคียง ประชากรวัยเด็กน้อย เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กับวัยทำงาน เพิ่มขึ้นช้าๆ วัยสูงอายุมาก ประชากรไม่เพิ่ม +ประเทศกำลังพัฒนา +ประเทศพัฒนาแล้ว มีเเนวโน้ม ลดลง พีระมิดฐานกว้าง บอกแทน เคนยา อัฟกานิสถาน สหรัฐอเมริกา อิตาลี ญี่ปุ่น
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สิ่งเเวดล้อมทางกายภาพกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ 4 สิ่งแวดล้อมทางกายภาพกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เกษตรกรรม 1.1 ประเภทของเกษตรกรรม 1) เกษตรกรรมแบบยังชีพ เป็นการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ไว้ใช้บริโภคในครอบครัว อาจมีเหลือจำหน่าย หรือแลกเปลี่ยนบ้างไม่มากนักกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ 1.1) การเก็บของป่าและสัตว์ กลุ่มที่มีอาชีพนี้เช่นพวกปีกมีในทวีปแอฟริกาส่วน ใหญ่อาศัยอยู่ในกลุ่ม แม่น้ำคองโก ดำรงชีวิตด้วยการจับปลา เก็บของป่า 1.2) การเลี้ยงสัตว์แบบเร่ร่อน เป็นการเลี้ยงสัตว์ในเขตทุ่งหญ้ากึ่งทะเลทรายที่มีหญ้า เฉพาะฤดู ทำให้ ต้องพาฝูงสัตว์ย้ายที่ไปเรื่อย ๆ 1.3) การเพราะปลูกแบบยังชีพ เป็นการเพาะปลูกที่ใช้วิธีง่าย ๆ ไม่รู้จักใช้ปุ๋ยหรือ ปลูกพืชหมุนเวียน มี เฉพาะเครื่องเครื่องมือและวิธีปลูกพืชแบบง่ายๆ 2) เกษตรกรรมแบบการค้า เป็นการทำการเกษตรเพื่อจำหน่ายผลผลิต เช่น การปลูก ธัญพืช การเป็นพืช สวน การปลูกพืชไร่ การเลี้ยงปศุสัตว์ การทำฟาร์มโคนม ทำเกษตร แบบนี้ทำให้คัดเลือกพันธุ์พืช พันธุ์ให้ เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในบริเวณนั้นๆ 2.1)การเพาะปลูกแบบเพิ่มผลผลิต เป็นการเพาะปลูกในพื้นที่ขนาดเล็ก แต่ให้ ผลผลิตสูงมีการใช้พื้นที่ อย่างทั่วถึงมีการเพิ่มพื้นที่โดยระบายน้ำออกจากที่ลุ่มและมีการ ชลประทานในพื้นที่แห้งแล้งเว้นที่ทำการ เพาะปลูกในที่สูงชันและพื้นที่ที่ขาดความอุดม สมบูรณ์มีการปลูกพืชหมุนเวียนเพื่อใช้พื้นที่ทำการเกษตรได้ ตลอดปีส่วนใหญ่ใช้ แรงงานคนและสัตว์ 2.2) การเพาะปลูกแบบผสม เป็นการเพาะปลูกควบคู่ไปกับการเลี้ยงสัตว์ซึ่งใช้เป็น อาหารเช่น โคนม โคเนื้อ สุกร เป็ด ไก่ และ ปลูกพืชที่ใช้เลี้ยงสัตว์ควบคู่กันไป
1.2 กิจกรรมทางการเกษตรที่สำคัญ ยกตัวอย่างเช่น 1) ข้าวเจ้า เป็นพืชเศรษฐกิจของทวีปเอเชียและเป็นพืชหลักที่ประชากรชาวเอเชีย ใช้บริโภค 2) ข้าวสาลี ปลูกได้ทั้งในฤดูใบไม้ผลิและหนาวที่มีความแห้งแล้งและหนาวเย็น ได้ เขตที่ปลูกข้าวสาลีมี 2 เขตสำคัญคือ ระหว่างละติจูดที่ 35-55 องศาเหนือ และ 30-40 องศาใต้ 1.3 เกษตรกรรมในประเทศไทย ประเทศไทยมีพื้นที่ที่เหมาะแก่การเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจที่ปลูกมีทั้งพืชที่ใช้เป็น อาหารใช้เป็นวัตถุดิบในโรงงานอุตสาหกรรมและส่งเป็นสินค้าออกที่สำคัญ ได้แก่ ข้าวเจ้า เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยมีพื้นที่เพาะปลูกมากกว่าพืชชนิดอื่น ๆ ขึ้นได้ดี ในดินเหนียวและดินร่วนปนเหนียวปลูกมากในที่ลุ่มภาคกลางและภาค ตะวัน ออกเฉียงเหนือ ข้าวโพด ปลูกได้ดีในทุกภาค แต่ส่วนมากปลูกมากในพื้นที่ภาคเหนือและภาค ตะวันออกเฉียงเหนือผลผลิตนำไปใช้เป็นวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์อุตสาหกรรมทำแป้ง ข้าวโพด มันสำปะหลัง ขึ้นได้ในสภาพดินฟ้าอากาศหลายชนิดแม้แต่สภาพอากาศแห้งแล้ง เนื้อดินมี ตั้งแต่ดินร่วนปนทรายถึงดินทรายปลูกมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและ ภาค ตะวันออก อ้อย ปลูกทุกภาคยกเว้นภาคใต้มีการปลูกน้อยเจริญเติบโตได้ดีบริเวณที่ดอนน้ำ ไม่ขังดิน ร่วนซุยและแสงแดดจัดเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมผลิตน้ำตาลและ พลังงาน ทดแทน ยางพารา เจริญเติบโตได้ดีบริเวณที่มีความชื้นฝนตกชุกปลูกได้ทั่วไปในภาคใต้ และภาค ตะวันออก
อุตสาหกรรมการผลิต 2.1 ปัจจัยกำหนดที่ตั้งของอุตสาหกรรม 1) ที่ดิน 2) วัตถุดิบ 3) แรงงาน 4) การขนส่ง 5) ตลาด 2.2 อุตสาหกรรมที่สำคัญ ตัวอย่างอุตสาหกรรมที่สำคัญ เช่น 1) อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า เป็นอุตสาหกรรมซึ่งเป็นรากสำคัญของ สังคม สมัยใหม่ 2) อุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ สหรัฐอเมริกามีกานใช้รถยนต์มากที่สุดเพราะ ประชากรมี มากขึ้น ทำให้มีการใช้รถยนต์ในการคมนาคมขนส่งประกอบกับราย ได้ของประชากร มีมาก 2.3 อุตสาหกรรมในประเทศไทย ประเทศไทยมีการพัฒนาอุตสาหกรรมมาอย่าง ต่อเนื่อง เริ่มจากอุตสาหกรรมเบาเพื่อ ทดแทนการนำเข้า ต่อมาได้พัฒนา อุตสาหกรรมหนักที่เน้นการผลิตเพื่อส่งออก ที่สำคัญ เช่น 1) อุตสาหกรรมเครื่องจักรกล อุตสาหกรรมเครื่องจักรกลเป็นอีกหนึ่งใน ภาค อุตสาหกรรมไทยที่เจริญเติบโตจากความได้เปรียบทางการค้าในด้านแรงงาน และระบบการขนส่งของประเทศ ประเภทหลัก ๆ เช่น เครื่องจักรที่ใช้ในการบรรจุ สิ่งของ
การท่องเที่ยวและการบริการ การท่องเที่ยวเป็นธุรกิจภาคบริการที่ทำรายได้ให้กับประเทศต่างๆ ทั่วโลก เพราะเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจต่าง ๆ มากมายเช่นการคมนาคมขนส่ง ธุรกิจที่พัก ร้านอาหารร้านขายของที่ระลึกและการบริการสุขภาพดังนั้นการท่อง เที่ยวจึงช่วยส่งเสริม การสร้างงานสร้างรายได้โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นจุดหมาย ปลายทางของการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามการท่องเที่ยวต้องได้รับการดูแลและ บริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ภัยพิบัติธรรมชาติ หมายถึง เหตุการณ์อันตรายหรือภัยที่เกิดจากความรุนแรงของกระบวนการ ทางธรรมชาติ จนเป็นเหตุให้เกิดการบาดเจ็บ และการสูญเสียชีวิต รวมถึงสร้างความเสียหายต่อ อาคารบ้านเรือน และทรัพย์สินของมนุษย์ ลักษณะของภัยพิบัติธรรมชาติ (1) ภัยที่เกิดจากความรุนแรงของกระบวนการทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นประจำ (2) ภัยที่ทําให้เกิดการบาดเจ็บและสูญเสียชีวิตจำนวนมากกว่าปกติ (3) ภัยที่สร้างความเสียหายต่ออาคารบ้านเรือน และทรัพย์สินผู้คนจำนวนมาก (4)ภัยที่เกิดขึ้นแล้วส่งผลต่อการดำเนินชีวิต การประกอบอาชีพ และเศรษฐกิจท้องถิ่น ภัยพิบัติธรรมชาติทางธรณีภาค แผ่นดินไหว (earthquake) 1. ความหมาย :ภัยที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของแผ่นดินที่รุนแรง ขนาดมากกว่า 5 ขึ้นไป จากรอยเลื่อนมีพลังและภูเขาไฟปะทุ ซึ่งเป็นพลังงานจากความเครียดสะสม 2. กระบวนการเกิด - การสะสมแรงเค้นและความเครียดอย่างช้าๆ ภายใต้เปลือกโลก - เมื่อเกิดความเครียดสูงสุด ทำให้รอยเลื่อนหลังเกิดการเลื่อนตัวหรือแตกหัก ฉับพลัน - พลังงานถูกปลดปล่อยออกมาเป็นคลื่นไหวสะเทือนเป็นเหตุให้เกิดการสั่น สะเทือนของแผ่นดิน - การปะทุของภูเขาไฟ แมกมาแทรกกันขึ้นมาตามรอยแตกหรือปล่องภูเขาไฟ
3. ประเภท แบ่งตามระดับความลึก จะเป็นแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ แผ่นดินไหวระดับตื้น เกิดที่ความลึก <70 km แผ่นดินในระดับปานกลาง เกิดความลึก 70- 300 km แผ่นดิน ไหวระดับลึก เกิดที่ความลึก > 300 km 4. สาเหตุการเกิด - การเคลื่อนตัวฉับพลังของรอยเลื่อนมีพลัง :ทั้งขนาดใหญ่และเล็ก เกิดขึ้นในชิ้น เปลือกโลก แผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นเมื่อพลังงานจาก ความเครียดสะสมบริเวณรอยเลื่อนมีมากจึงเกิด การปรับสมดุลใหม่ - การปะทุของภูเขาไฟอย่างรุนแรง >การปะทุของแก๊ส ไอน้ำ >การไหลพุ่งของตาวาออกสู่ภายนอกปล่องภูเขาไฟ 5. ขนาดและความรุนแรง ขนาด >เป็นปริมาณพลังงานที่ถูกปล่อยออกจากศูนย์กลางแผ่นดินไหว
ภูเขาไฟประทุ ( volcanic eruption) 1 ความหมาย : การที่หินหนืดใต้พื้นผิวโลกแทรกลั่นขึ้นมาตามรอยแตกหรือปล่องจนพ้นพื้นผิว เปลือกโลก หรือเกิดการระเบิดอย่างรุนแรง เป็นเหตุให้เกิดแก๊ส ไอน้ำ และทีปรา 2 ประเภท : แบ่งออกเป็น - ภูเขาไฟมีพลัง -ภูเขาไฟสงบ - ภูเขาไฟดับสนิท ประเภทการประทุ - แบบพลเนียน (Plinion) - รุนแรงมากที่สุด - แก๊ส โอน้ำ ทีฟราจำนวนมากถูกดันสูงขึ้นไป 5-10 km - แบบวิลเลเนียน ( Vulcanian) -ปะทุรุนแรงในระยะสั้นๆ - ปล่อยแก๊สและลาวาออกมาเป็นระยะ ๆ - แบบสตรอมโบเลียน (Strombolian) - มีความรุนแรงปานกลาง - เกิดการปะทุอย่างสม่ำเสมอ - แบบฮาวายเอียน ( Hawaison) -ลารามีการไหลออกมาอย่างสม่ำเสมอ - เป็นสารสาราหรือน้ำพุ - เป็นการปะทุน้อยที่สุด
5 การจัดการ ก่อนเกิด ติดตามข่าวสารจากทางราชการ วางแผนช่องทางติดต่อสื่อสาร ขณะเกิด เมื่อทางการสั่งอพยพให้อพยพทันที หลังเกิด สวมใส่เสื้อคลุม กางเกงขายาว ถุงมือ รองเท้าที่ทนทาน หน้ากากกันฝุ่น ไม่ควรหลบอยู่ในอาคารสิ่งก่อสร้าง ตรวจสอบความเสียหายพื้นที่บริเวณบ้าน
าเ อ tsu . ค น. nami - _ สึนามิ (tsunami) 1 ความหมาย: คลื่นที่เกิดจากแผ่นดินไหวและภูเขาไฟปะทุรุนแรงใต้ทะเล/มหาสมุทร เคลื่อนที่ ด้วยความเร็ว 500-700 km/hr หรือ มากกว่า เมื่ออยู่ในทะเลปิด มี h น้อย แต่ x มาก เมื่อ เข้าสู่ชายฝั่ง V, X ลดลง แต่ h เพิ่มขึ้น 2 กระบวนการเกิด เกิดแผ่นดินไหว /ภูเขาไฟปะทุใต้ทะเลหรือมหาสมุทร ขณะอยู่ในน้ำทะเล มี h<1m แต่มี 2 ~100-200 m คลื่นเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งด้วย V> 700 km/hr เมื่อเข้า. ใกล้ชายฝั่งจะมี h >10mคน ระยะเวลาที่เคลื่อนเข้ามา 3 ประเภท }สึนามิระยะไกล ใกล้ ไกลชายฝั่ง 4- 8 hr สึนามิระยะใกล้ 30 -60 min 4 สาเหตุ แผ่นดินไหวใต้ทะเล ภูเขาไฟปะทุใต้ทะเล แผ่นดินถล่มใต้ทะเล อุกาบาตตกในทะเล 5 การกระจายการเกิดสึนามิ เสี่ยงมาก= ชายฝั่งรอบวงแหวนแห่งไฟ เสียงปานกลาง= ชายฝั่งออสเตรเลีย แอฟริกา เสี่ยงน้อย = ชายฝั่งด้านตะวันออกของ อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และตอนใต้ แอฟริกา ท่ืลืร่
6 การจัดการ ก่อนเกิด ติดตามข่าวสารจากทางราชการ ขณะเกิด เมื่อรู้สึกแผ่นดินไหวรุนแรง / น้ำทะเลลดลงผิดปกติ หลังเกิด ให้รีบย้ายไปบนที่สูง หากอยู่ที่ชายหาดให้ย้ายไปยังที่สูงทันที หากได้ยินเสียงประกาศเตือนภัย ไม่รับอพยพ หากอยู่บนเรือ ให้ลอยเรืออยู่กลางทะเล / นำเรือออกสู่ ทะเลลึก พยายามอยู่ห่างจากอาคารที่เสียหาย แผ่นดินถล่ม (londslide) 1. ความหมาย : เป็นภัยที่ของดินหรือหินตามบริเวณพื้นที่ลาดชันที่เป็นภูเขาหรือเนินเขาเนื่องจาก แรงดึงดูดของโลก 2. กระบวนการเกิด มีการสั่นสะเทือนในพื้นที่ เช่น แผ่นดินไหว ฝนตกหนัก พื้นที่ลาดชันไม่สามารถรับน้ำหนักได้ ในเทือกเขาหินปูนที่มีโพรงใต้ดิน อาจทำให้หลุมยุบ 3. ประเภท ดินคืน ดิน เศษหิน บริเวณลาดเขาเลื่อนไถลลงสู่ที่ต่ำอย่างช้า ๆ การไหลของดิน การเลื่อนไถลของดินอย่างช้าๆ เกิดจากน้ำแข็งและหิมะที่ ละลายไหลซึมลงดิน การเลื่อนไถล การเคลื่อนที่ของมวลเศษหิน เศษดิน ลงมาตามความลาดชัน ทรุดตัวหมุนตามระนาบความลาดโค้งเว้า มักเกิดบริเวณไหล่เขา / หน้าผา ดินไหล ดิน หินที่เลื่อนไถลจากไหล่เขา มีน้ำในในระดับปานกลาง โคลนไหล การเคลื่อนที่ของตะกอนดินตามไหล่เขา มีปริมาณมากเป็นตัวช่วย หินพัง หินที่ตกจากที่สูง ไม่อาศัยน้ำ
4 สาเหตุ สาเหตุธรรมชาติ - ฝนตก หิมน้ำแข็งละลาย แผ่นดินไหว ภูเขาไฟปะทุ สาเหตุจากมนุษย์ - การตัดไม้ทำลายป่า การตัดไหล่เขาสร้างถนน 5 การจัดการ ก่อนเกิด - สำรวจพื้นที่ที่อยู่อาศัย + หมั่นสังเกตสัญญาณเตือน ขณะเกิด อพยพไปตามเส้นทางที่ปลอดภัย อยู่ให้ห่างจากลำน้ำ หลังเกิด - ห้ามเข้าใกล้และกลับเข้าไปในบ้านที่เสียหาย ภัยพิบัติธรรมชาติทางบรรยากาศภาค พายุ คือ ลมที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของอากาศอย่างรวดเร็วและรุนแรง และสภาพอากาศ สามารถบ่งบอกถึงความ รุนแรงได้ สาเหตุและกระบวนการเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง • อากาศร้อนชั้นปกคลุมพื้นผิว • เกิดกระแสอากาศร้อนชื้นใกล้พื้นผิวดขึ้นสู่หย่อมความ แปรปรวนภายในเมฆ • เกิดกระบวนการลดอุณหภูมิตามความสูงอย่างรวดเร็ว กลั่นตัวเป็นหยดน้ำ
กระบวนการเกิด พายุหมุนเขตร้อน กระบวนการเกิด พายุทอร์นาโด แบบซูเปอร์เซลล์ : มีระบบอากาศหมุนวน เมโซ ไซโคลน เกิดกรวยเมฆหมุนออกจาก ผนังและฐานเมฆ ไม่ได้เกิดแบบซูเปอร์เซลล์ : เกิดกระแสไหลวน ไมโครไซโคลน หาก หมุนเร็วขึ้นก็จะแคบเข้า+ ยาวออก ภัยทางธรรมชาติทางอากค อุทกภัย เป็นภัยที่เกิดจากน้ำในลำน้ำ แอ่งน้ำ ทะเลสาบ ไหลล้นตลิ่ง หรือน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่หนึ่ง สาเหตุการเกิด - มนุษย์ - ธรรมชาติ การตัดไม้ทําลายป่า ฝนตกหนักจากพายุฝนฟ้าคะนอง การขยายเขตเมือง อิทธิพลจากลมมรสุม การจัดการน้ำที่ขาดประสิทธิภาพ นํ้าทะเลหนุน การปฏิบัติตน ติดตามรายงานสภาวะอากาศ ก่อนเกิด ขณะเกิด อยู่ในอาคารบ้านเรือนที่แข็งแรง + อยู่ที่สูง ไม่เข้าใกล้อุปกรณ์ไฟฟ้า หลังเกิด ไม่ควรลงเล่น น้ำ ทำความสะอาดบ้านเรือน หากมีซากสัตว์ตายให้รับจัดการฝังโดยเร็ว
ภัยพิบัติธรรมชาติทางวราค ไฟป่า เป็นไฟที่เผาไหม้เชื้อเพลิงในป่าและลุกลามโดยไม่มีขอบเขต กระบวนการเกิด เชื้อเพลิง เชื้อเพลิงที่มีความชื้น ติดไฟง่าย ลุกลามเร็ว ออกซิเจน เป็นแก๊สที่เป็นองค์ประกอบหลักของอากาศ ความร้อน จากธรรมชาติ มนุษย์ / าา สาเหตุการเกิด - จากธรรมชาติ งไ เ ยด น - มนุษย์ เ อเผา า าหา ของ เผไ เศษขยะ การปฏิบัติตน เตรียมหาหมายเลขฉุกเฉิน ก่อนเกิด ทำระบบป้องกันไฟป่า อพยพไปยังสถานที่ปลอดภัย ขณะเกิด ช่วยกันดับไฟป่าอย่างระวัง หลังเกิด สร้างระบบควบคุมไฟป่า ภัยแล้ง เป็นภัยที่เกิดจากการที่มีฝนตกน้อยกว่าปกติต่อเนื่องเป็นเวลานาน ประเภท การปฏิบัติงาน ทางอุตุนิยม : ปริมาณฝนเฉลี่ยน้อยกว่าค่าเฉลี่ย ก่อนเกิด สำรอง กักเก็บน้ำไว้ให้เพียงพอ ทางการเกษตร : ความชื้นในดินไม่เพียงพอ ขณะเกิด ใช้น้ำอย่างประหยัด ทางอุทกวิทยา : ปริมาณน้ำในแม่น้ำลดลง หลังเกิด วางแผนการแก้ปัญหาระยะยาว ลดการกระทําที่ก่อให้เกิดภาวะ เรือนกระจก ่ร่ป่ืพ่ปักีสีส้ม่ิก่ผ้ฟ
Search
Read the Text Version
- 1 - 22
Pages: