Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ความสำคัญของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ในสมัยอยุธยา 2.4 EA

ความสำคัญของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ในสมัยอยุธยา 2.4 EA

Published by Jaroonpun Bank, 2021-06-04 09:09:08

Description: ความสำคัญของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ในสมัยอยุธยา 2.4 EA

Search

Read the Text Version

ความสาคญั ของหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ ในสมยั อยธุ ยา จรูญพันธุ์ จินตกวีพันธุ์ ม2/3 เลขที่ 15

1.พระราชพงศาวดาร พงศาวดาร คือบนั ทกึ เหตกุ ารณเ์ ก่ียวกบั ประเทศชาตหิ รอื พระมหากษัตรยิ ผ์ เู้ ป็น ประมขุ ของประเทศชาตินนั้ ๆ ซง่ึ เขียนขนึ้ ในรชั สมยั สมเดจ็ พระนารายณ์ มหาราช แตก่ ลา่ วถงึ ก่อนการสถาปนากรุงศรอี ยธุ ยา เนือ้ หาของพงศาวดารวา่ ดว้ ย เหตกุ ารณเ์ ก่ียวกบั กรุงศรีอยธุ ยา ตงั้ แตก่ ารสรา้ งพระพทุ ธรูปเจา้ พแนงเชีงใน จ.ศ. 686 (พ.ศ. 1867) ตามดว้ ยการสถาปนากรุงศรอี ยธุ ยาใน จ.ศ. 712 (พ.ศ. 1893) มาจนคา้ งท่ีรชั กาลสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราชคราวท่ีทรงยกทพั ไปองั วะใน จ. ศ. 966 (พ.ศ. 2147) ตน้ ฉบบั มีเนือ้ หาเทา่ นี้ แต่สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระ ยาดารงราชานภุ าพ ทรงเช่ือวา่ นา่ จะมตี อ่ จงึ ทรงเพียรหา กระท่งั ทรงไดฉ้ บบั คดั ลอก ในสมยั กรุงธนบรุ มี าเม่ือ พ.ศ. 2456 ซง่ึ มีเนือ้ หาเทา่ กนั จงึ ทรงเห็นว่า เนือ้ หาท่ีเหลือ คงสญู หายมาตงั้ แตส่ มยั กรุงธนบรุ เี ป็นอยา่ งนอ้ ยแลว้

2.จดหมายเหตุโหร ประชมุ จดหมายโหร รวม 3 ฉบบั คือ จดหมายเหตโุ หรฉบบั พระยาประมลู ธนรกั ษ์ จดหมายเหตโุ หรของจม่ืนกงศิลป์ และจดหมายเหตบุ ญั ชีนา้ ฝนของสมเด็จพระ มหาสมณเจา้ กรมพระยาปวเรศวรยิ าลงกรณ์ มีความสาคญั ในการศกึ ษา ประวตั ิศาสตร์ เน่ืองจากจดหมายเหตโุ หรนนั้ จะไดอ้ ธิบายถงึ วิธีจดหมายเหตขุ อง โหร การทาปฏิทินบอกฤกษย์ าม สมดุ ปฏิทินเชน่ ท่ีวา่ นีท้ านองเดียวกบั ท่ีฝร่งั เรยี กวา่ สมดุ ไดอารี

3. จดหมายเหตุชาวต่างชาติ จดหมายเหตุลาลูแบร์ (ฝร่งั เศส: Du Royaume de Siam แปลตาม ตวั คือ \"วา่ ดว้ ยราชอาณาจกั รสยาม\") เป็นจดหมายเหตพุ งศาวดารท่ีกลา่ วถงึ ราชอาณาจกั รสยามในปลายรชั สมยั สมเดจ็ พระนารายณม์ หาราช พ.ศ. 2230 โดย ซีมง เดอ ลา ลแู บร์ อคั รราชทตู ของพระเจา้ หลยุ สท์ ่ี 14 แหง่ ฝร่งั เศส ซง่ึ เขา้ มาทลู พระ ราชสาสน์ ณ ประเทศสยาม ไดพ้ รรณนาถงึ กรุงศรอี ยธุ ยาไวอ้ ยา่ งกวา้ งขวาง แมว้ า่ เจา้ ตวั จะอยเู่ พียง 3 เดือน 6 วนั จงึ ตอ้ งอาศยั ความรูจ้ ากหนงั สอื ท่ีชาวตะวนั ตกซง่ึ มา กรุงสยามแตก่ อ่ นแตง่ ไวอ้ ยา่ งคลาดเคล่อื นบา้ ง สอบถามจากคนท่ีไมม่ ีความรูบ้ า้ ง ฟังจากคาบอกเลา่ ซง่ึ จรงิ บา้ งไมจ่ รงิ บา้ ง บางเร่อื งก็คาดเดาเอาเอง

4. วรรณกรรม กรุงศรอี ยธุ ยาเป็นราชธานีไทยตงั้ แต่ พ.ศ. ๑๘๙๓ ถงึ พ.ศ. ๒๓๑๐ นบั เป็นเวลา ยาวนาน ถงึ ๔๑๗ ปี มีกวแี ละวรรณคดี จานวนมาก วรรณคดีแตล่ ะเรอ่ื ง ลว้ นมีคณุ คา่ เป็นมรดก สมควรรกั ษาไวต้ ลอดไป ในท่ีนีจ้ ะ กลา่ วถงึ วรรณคดีบางฉบบั คือ ลิลติ ยวนพา่ ย ลิลติ พระลอ สมทุ รโฆษคาฉนั ท์ โคลงกาสรวล และบทเหเ่ รอื ของเจา้ ฟา้ ธรรมาธิเบศร์

5. หลกั ฐานทางโบราณคดีและศิลปกรรม ศิลปกรรมของทกุ ๆ ชาติ ยอ่ มมีระยะเวลาท่ีมีอยชู่ ว่ งหนง่ึ ท่ีการทานบุ ารุงศิลปยอ่ มเจรญิ ถงึ ขีดสงู สดุ ศิลปะของไทยก็เชน่ เดียวกนั เรามีศลิ ปสมยั ตา่ งๆ โดยการเรยี กนามราชธานี ท่ีเกิดพรอ้ มกบั ศลิ ปนนั้ ๆ เชน่ ศิลปแบบเชียงแสน ศลิ ปะแบบสโุ ขทยั ฯลฯ ศลิ ปไทยท่ี ลว่ งมาแลว้ หลายสมยั เราตา่ งกจ็ ดั กนั วา่ ศิลปในสมยั สโุ ขทยั เป็นศลิ ปท่ีมีความเจรญิ งอก งามทงั้ ดา้ นความคดิ สรา้ งสรรค์ การตกแตง่ ตา่ งๆ อยา่ งมีหลกั เกณฑ์ จดั เป็นยคุ ทองของ ศลิ ปไทยในอดีตท่ีผา่ นมา ถงึ แมเ้ ราจะมีศิลปสมยั สโุ ขทยั ท่ีเจรญิ สงู สดุ แลว้ เรายงั มีศิลป อีกสมยั หนง่ึ ท่ีสืบตอ่ กนั มาคือ ศิลปอยธุ ยาซง่ึ เรม่ิ ตน้ แตป่ ี พ.ศ. ๑๘๙๓ ถงึ ปี พ.ศ. ๒๓๑๐ ในระยะเวลาประมาณ ๔๑๗ ปีนี้ กรุงศรอี ยธุ ยาซง่ึ เป็นราชธานี มีราชวงศต์ า่ งๆ และพระมหากษัตรยิ ท์ ่ีสืบสนั ตตวิ งศต์ ามลาดบั โดยตา่ งไดท้ านบุ ารุงพทุ ธศาสนาควบคู่ กนั ไปกบั ศลิ ป ซง่ึ เราอาจจะกลา่ วไดว้ า่ ศิลปท่ีสรา้ งสรรคข์ นึ้ นนั้ เป็นการรบั ใชส้ งั คมและ ศาสนา ศลิ ปสมยั อยธุ ยาเป็นศิลปท่ีรวมรบั เอาแบบอยา่ งของศิลปท่ีใกลเ้ คียงมาเป็น ศลิ ปท่ีเกิดใหม่ คือศลิ ปสมยั อยธุ ยา ประตมิ ากรรม ประณีตศิลป์ รวมทงั้ วฒั นธรรมตา่ งๆ

พระราชวงั บางปะอิน ตงั้ อยใู่ นตาบลบา้ นเลน อาเภอบางปะอิน จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา อยหู่ า่ งจากเกาะเมืองลงมาทางทิศใต้ ประมาณ 18 กิโลเมตร เป็นพระราชวงั โบราณตงั้ แตส่ มยั กรุงศรีอยธุ ยา สรา้ งขนึ้ โดยสมเดจ็ พระเจา้ ปราสาท ทอง เน่ืองจากเป็นท่ีประสตู ิของพระองค์ ใชเ้ ป็นสถานท่ีท่ี ทรงใชป้ ระทบั แรม ของพระมหากษัตรยิ แ์ หง่ กรุงศรี อยธุ ยา ดว้ ยเป็นพระราชวงั ใกลพ้ ระนครน่นั เอง

พระบรมราชานุสาวรียพ์ ระเนรศวรมหาราช สว่ นพระบรมราชานสุ าวรยี ส์ มเดจ็ พระนเรศวรมหาราช อยใู่ น ลกั ษณะทรงมา้ ศกึ ประดษิ ฐานบนแทน่ ฐานและลานหินสีขาว องคพ์ ระบรมรูปขนาด 3 เทา่ จาลองเหตกุ ารณต์ อนทรงมา้ ออกมาสงั หารลกั ไวทามทู หารเอกของพระเจา้ หงสาวดี ลานบนั สรา้ งดว้ ยหนิ ออ่ นและหินแกรนิต มีไก่ตวั ผหู้ รอื ไก่ชนท่ปี ระชาชน นามาสกั การะพระองคท์ ่านมากมาย รอบฐานสลกั ภาพนนู ต่า บรรยายพระราชประวตั แิ ละวีรกรรมสาคญั รวม 11 ภาพ อาทิ ตอนชนไกใ่ นกรุงหงสาวดี ตอนยิงพระแสงปืนตน้ ขา้ มแมน่ า้ สะ โตง พระแสดงดาบคายคา่ ย เหตกุ ารณส์ งั หารลกั ไวทามู และ ตอนประกาศอิสรภาพ ณ เมอื งแครง เป็นตน้ ซง่ึ ใครท่อี ยาก รบั ทราบพระราชประวตั ิอย่างครบถว้ นสมบรู ณก์ ส็ ามารถเขา้ ไป ศกึ ษาไดท้ ่อี าคารพิพิธภณั ฑส์ มเดจ็ พระนเรศวรมหาราช

วดั มหาธาตุ เป็นหนง่ึ ในวดั ในเขตอทุ ยานประวตั ิศาสตร์ พระนครศรอี ยธุ ยา วดั มหาธาตเุ ป็นวดั ท่ีมีความสาคญั ย่งิ ในสมยั กรุงศรอี ยธุ ยา เพราะเป็นวดั ท่ีประดษิ ฐาน พระบรมธาตใุ จกลางพระนคร และเป็นท่ีพานกั ของ สมเดจ็ พระสงั ฆราชฝ่ายคามวาสีอีกดว้ ย วดั แห่งนีจ้ งึ ไดร้ บั การก่อสรา้ งและดแู ลตลอดเวลาจวบจนถกู ทาลายและถกู ทงิ้ รา้ งลงหลงั เสยี กรุงครงั้ ท่ี 2

END