Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หน่วยที่ 3

หน่วยที่ 3

Description: ครูพรทิพย์ อินทร์เชื้อ

Search

Read the Text Version

แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาภาษาอังกฤษในชิวิตจริง รหัสวิชา 20000-1201 หน่วยที่ 3 งานอดิเรก PONTHIP INCHUA

แผนการจดั การเรยี นรมู้ ุง่ เน้นสมรรถนะ หน่วยท่ี 3 รหัสวิชา 20000-1201 ภาษาอังกฤษในชีวิตจริง (Real Life English) สอนครัง้ ที่ 3 (5-6) ช่ือหน่วย/เรือ่ ง What are your hobbies? จำนวน 2 ช.ม. 1. สาระสำคัญ งานอดเิ รก คือ กจิ กรรมทป่ี ฏิบัติในยามว่างหลังจากภาระหน้าทใ่ี นการทำงานประกอบอาชพี โดยงาน อดิเรกชว่ ยให้เกิดความผ่อนคลายทั้งรา่ งกายและจิตใจ ตลอดจนช่วยใหร้ จู้ ักการเข้าสังคมอีกดว้ ย 2. สมรรถนะประจำหน่วย 2.1 แสดงความรู้เกยี่ วกบั การใช้ภาษาอังกฤษปฏบิ ัติกจิ กรรมในยามวา่ ง 2.2 ฟัง- พดู เกยี่ วกบั การใชภ้ าษาอังกฤษปฏิบัติกิจกรรมในยามว่าง 2.3 แสดงพฤติกรรมลักษณะนิสยั ความรบั ผดิ ชอบ ความมีวินยั และมจี ติ อาสา 3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 3.1 ด้านความรู้ 3.1.1 .อธบิ ายคำศัพท์เก่ยี วกับงานอดเิ รกท่ีสามารถทำได้ง่ายและเป็นประโยชน์ 3.1.2 พูดเสนอความช่วยเหลอื และการพดู ขอความชว่ ยเหลือได้ 3.1.3 อ่านเน้ือหา และบอกประโยชน์ของการออกกำลังกายด้วยการขีจ่ กั รยานได้ 3.2 ดา้ นทกั ษะ 3.2.1 สรา้ งประโยคในการแสดงความรู้สกึ ในสง่ิ ท่ชี อบและส่ิงทที่ ำใหร้ ู้สึกมีความสขุ ได้ 3.2.2 ใช้คำ และเขยี นคำเพ่ือสรา้ งประโยคที่แสดงระดับความชอบท่ีมีมากข้นึ ได้ 3.2.3 เขียนประวัติย่อส่วนตวั และการเขยี นประวตั ิย่อสว่ นตวั เปน็ ภาษาองั กฤษได้ 3.2.4 .อธบิ ายส่งิ ทไี่ ม่ควรทำในวฒั นธรรมตะวันตกได้ 3.3 คณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ 3.3.1 ปฎบิ ัติงานด้วยตวามรบั ผิดชอบ มวี ินัย และมจี ิตอาสาในการรว่ มกิจกรรม 4. เนอ้ื หาสาระ 1.คำศัพท์เกยี่ วกับงานอดเิ รกท่ีสามารถทำไดง้ ่ายและเปน็ ประโยชน์ 2.การพูดเสนอความชว่ ยเหลอื และการพูดขอความช่วยเหลือ 3.ประโยชน์ของการออกกำลังกายดว้ ยการขี่จักรยาน 4.รปู ประโยคในการแสดงความรสู้ กึ ในสิง่ ท่ีชอบและสิ่งทที่ ำใหร้ ู้สกึ มีความสขุ 5.การใชค้ ำท่แี สดงระดับความชอบทีม่ ีมากข้ึน

6.ประวตั ิยอ่ ส่วนตวั และการเขียนประวัติยอ่ ส่วนตวั 7.ส่ิงทไี่ ม่ควรทำในวัฒนธรรมตะวันตก 5.กจิ กรรมการเรยี นรู้ 5.1 ขนั้ นำเข้าส่บู ทเรียน 1.ครูกล่าวถึงงานอดิเรก (hobby) คือ สิ่งท่ีทำยามว่าง (Free time) ซ่ึง งานอดิเรกจะเกิดจากความ สนใจ และความสนุกสนานเป็นหลัก มากกว่าท่ีจะได้ผลตอบแทนทางการเงินหรือส่ิงแลกเปลี่ยนอ่ืนๆ อย่างไรก็ตาม งาน อดเิ รกมักจะเพิ่มพนู ทกั ษะ ความรแู้ ละประสบการณใ์ นดา้ นตา่ งๆ แตจ่ ดุ มงุ่ หมายของการทำคือความพงึ พอใจ ตวั อย่างของงานอดิเรก 2.ผู้เรยี นยกตวั อยา่ งงานอดิเรกทตี่ นเองรู้จกั และคุน้ เคยเป็นประจำ 5.2 ขัน้ สอน 3.ครอู ธิบายคำศัพท์เก่ยี วกับงานอดิเรกที่สามารถทำได้ง่ายและเป็นประโยชน์ และแปลความหมาย ตัวอยา่ งของงานอดิเรก (Example of hobbies) พรอ้ มท้ังฝกึ ใหผ้ เู้ รียนฟงั การออกเสียง จากนน้ั กพ็ ูดออกเสยี ง ให้ถกู ต้อง และแสดงตวั อย่างเชน่ 4.ครอู ธิบายว่าในภาษาอังกฤษ มกี ารแบ่งประเภทของ Hobby หรืองานอดเิ รกไวเ้ ปน็ 2 ประเภท คือ Indoor Hobby กับ Outdoor Hobby 5.ครูและผเู้ รียนแสดงประโยคสนทนากันเพื่อเปน็ การถามและตอบเก่ียวกับงานอดเิ รกและการใชเ้ วลาว่าง (Asking and answering about free time and hobbies) และใหผ้ เู้ รยี นพจิ ารณาคำว่าเป็นงานประเภทใด Below is a list of hobbies. Which hobbies are indoor and which are outdoor?

5.ครอู ธบิ ายการพดู เสนอความชว่ ยเหลือและการพูดขอความช่วยเหลือ ซง่ึ สามารถพูดได้หลากหลาย รูปแบบโดยยงั คงความหมายคอื “มีอะไรให้ ผม/ฉนั ชว่ ยไหม?” 6.ผู้เรียนฝกึ ทกั ษะการฟงั และการพูด (Listeng & Speaking) โดยครเู ปดิ CD ให้ฟงั Listen to how these people ask to offer help. 7.ครูกล่าวเพมิ่ เติมวา่ นอกจากการพดู เสนอให้ความช่วยเหลอื แล้ว ในทางตรงกันข้ามการพูดขอความ ชว่ ยเหลอื หรอื ขอใหผ้ ู้อน่ื ทำส่งิ ท่เี ราต้องการยงั สามารถพดู ได้หลายวธิ ี ดงั ตัวอยา่ งตอ่ ไปนี้ท่ีแสดงวิธพี ูดขอความ ชว่ ยเหลือหรือขอใหท้ ำดว้ ยรปู แบบประโยคท่ีต่างกัน

8.ผเู้ รียนฟงั ประโยคการพดู เสนอใหค้ วามช่วยเหลือ และประโยคขอความชว่ ยเหลือ โดยครเู ปดิ CD ใหฟ้ ัง Listen to how these people ask for help. จากนั้นกใ็ ห้ฝึกเขยี นประโยค 9.ครใู ห้ผู้เรียนอ่าน เขียน และแปลคำศัพท์เกย่ี วกบั ประโยชนข์ องการออกกำลังกายดว้ ยการขีจ่ กั รยาน Read the passage before answering the questions.

10.ผู้เรียนเขยี นประโยชน์ของการข่ีจักรยานเปน็ ภาษาอังกฤษ โดยสรปุ จากการอ่านขา้ งต้น 11.ผู้เรยี นทำกิจกรรม ดังน้ี Discuss with your friends the meaning of “cardiovascular” from the passage. 12.ครตู ง้ั คำถามในการถามและตอบเกย่ี วกบั งานอดิเรกทชี่ อบมากทีส่ ดุ และไม่ชอบมากทสี่ ุด และครู อธบิ ายรูปประโยคในการแสดงความรู้สกึ ในสิ่งทช่ี อบและสงิ่ ทท่ี ำให้รสู้ กึ มีความสุข ได้แก่ คำกริยา like ซ่ึงมี ความหมายวา่ “ชอบ, รู้สึกดกี ับสิ่งนนั้ ๆ” 13.ผู้เรยี นฝึกทกั ษะการเขยี นโดยดตู วั อย่างที่ครูให้ประกอบ และเขียนคำตอบลงในชอ่ งวา่ งที่กำหนดให้ โดยครูแนะนำให้ผูเ้ รียนตัง้ คำตอบและตอบคำถามได้อยา่ งถกู ต้อง Unscramble the sentences.

14.ครูอธบิ ายคำกรยิ า enjoy ซ่ึงใชก้ บั ส่ิงที่ทำให้เราร้สู ึกมคี วามสุขหรอื มีความสขุ ท่ีได้ทำ 15.ผเู้ รยี นฝึกทักษะการอา่ น และเขียน โดยเตมิ ประโยคให้สมบรู ณ์ ดงั ตอ่ ไปน้ี 16.ครอู ธบิ ายการใชค้ ำท่ีแสดงระดับความชอบทีม่ ีมากข้ึน คำวา่ “love” ในความหมายว่า “ชอบมาก/ ชอบทำอะไรมาก” -การใชค้ ำว่า love เพื่อบอกว่า เราชอบมาก/ ชอบทำอะไรมาก -ความหมาย like something very much/ enjoy doing something very much -วิธกี ารใช้ Love+something  I love lampang. Love+doing something  Jessica loves playing the piano. Love+to do something  They love to work here. 17.ผเู้ รยี นฝกึ ทกั ษะการเขียน Make sentences using “love” with the words given in brackets.

18.ครูอธบิ ายประวตั ยิ ่อส่วนตัวและการเขยี นประวัติย่อสว่ นตัว (Personal Profile) คอื ประวัตสิ ่วนตวั โดยย่อ จะแสดงรายละเอียดเฉพาะที่จำเปน็ ของเจ้าของประวตั ทิ ต่ี ้องการสื่อสารใหผ้ ้อู ่านไดร้ ้จู กั เจ้าของประวตั ิ ส่วนตวั มากขน้ึ 19.ผเู้ รยี นฝกึ ทกั ษะการเขยี น โดยกรอกประวัติสว่ นตัวลงในแบบฟอร์มประวตั สิ ่วนตัว Fill in the table below, in cose you do not have information to fill in, write “N/A”. 20.ครแู ละผเู้ รียนสนทนากันเรอ่ื งมารยาทในสงั คมในประเทศทางตะวันตกว่าสง่ิ ทไี่ ม่ควรทำในวฒั นธรรม ตะวนั ตก และยกประโยคตัวอย่างภาษาองั กฤษประกอบการสนทนาโตต้ อบกนั Bad Manners Customs in western culture are different from ours. Some are fine to us, but not to them. Here is a list of what we should not do. ผ้เู รียนฟังการสนทนาจาก CD ดังตอ่ ไปน้ี

21.ครเู น้นให้มีการบรู ณาการกบั วิชาอนื่ ๆ เช่น คอมพิวเตอร์ ภาษาไทย หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง และอืน่ ๆ เปน็ ต้น ดังนี้ -การใช้รูปแบบของการพูด การฟัง การอ่าน การเขยี น การรายงานหน้าช้นั เรียน และการอธิบาย -การวิพากษ์วิจารณแ์ สดงความคิดเหน็ และการอา่ น เปน็ ต้น - การค้นหาทางเวบ็ ไซต์ และการพิมพง์ านทางคอมพวิ เตอร์เพือ่ รายงาน 5.3 สรปุ และการประยุกต์ 22.ครูและผู้เรยี นสรปุ โดยใช้คำถาม และใหผ้ ้เู รยี นเขียนเปน็ คำตอบ ดงั ต่อไปนี้ 23.ผู้เรียนวิเคราะหเ์ นือ้ หาการเรยี นการสอนและหาขอ้ สรุปเปน็ ความคิดรวบยอดเพื่อนำไปประยกุ ต์ใชต้ ่อไป พร้อม ขอ้ เสนอแนะตนเอง

5.4 การวัดผลและการประเมนิ ผล วิธีวัดผล 1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. ประเมินพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม 3. สังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุ่ม 4. ตรวจ Activity 5. การสังเกตและประเมนิ พฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พึง ประสงค์ เครือ่ งมอื วดั ผล 1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล 2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่ (โดยครู) 3. แบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยผ้เู รียน) 4. แบบประเมินผล Worksheet 5. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี น รว่ มกันประเมนิ เกณฑ์การประเมินผล 1. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ต้องไมม่ ีช่องปรับปรงุ 2. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ข้ึนไป) 3. เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50% ขึน้ ไป) เกณฑ์การประเมนิ มีเกณฑ์ 4 ระดบั คือ 4= ดีมาก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควร ปรับปรุง 4. แบบประเมนิ ผล Worksheet มีเกณฑผ์ ่าน 50% 5 แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขนึ้ อยู่กับ การประเมนิ ตามสภาพจริง 6. สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้ 1.หนังสือเรียนวิชา 20000-1201 ภาษาอังกฤษในชวี ิตจรงิ (Real Life English) 2.รปู ภาพกจิ กรรมการเรียนการสอน 3.กจิ กรรมการฝกึ ทักษะรูปแบบต่างๆ 4.ส่ืออิเล็กทรอนิกส์ แผน่ CD, PowerPoint 5.แบบประเมินผล Worksheet

หลักฐาน 1.บันทกึ การสอน 2.ใบเชค็ ชื่อ 3.แผนจัดการเรียนรู้ 4.การตรวจประเมินผลงาน กจิ กรรมเสนอแนะ 1.แนะนำใหผ้ ู้เรียนฟงั อ่าน พูด เขยี น และสนทนาให้มากย่ิงข้ึน 2.ทำกจิ กรรมฝึกทักษะ Activity 7. เอกสารประกอบการเรียนรู้ - ใบเน้ือหาเรื่องคำศัพท์พน้ื ฐาน - แบบทดสอบกอ่ นเรียนเรื่องคำศพั ท์พ้นื ฐาน - แบบทดสอบหลงั เรียนเรื่องคำศพั ท์พน้ื ฐาน 8. การบรู ณาการ/ ความสัมพนั ธ์กับวิชาอนื่ - นกั เรยี นมเี หตผุ ลในการใช้คำศัพท์พื้นฐาน และมีจติ อาสา -นักเรียนมีภูมิค้มุ กนั เกีย่ วกับการปฏิบัติงานดว้ ยความรบั ผิดชอบ มวี นิ ัย ในการร่วมกิจกรรม 9. การวัดผลและการประเมินผล 9.1 ก่อนเรียน - แบบทดสอบก่อนเรยี นจำนวน 10 ขอ้ 9.2 ขณะเรยี น - แบบฝึกหัดเร่ืองคำศัพท์พื้นฐาน 9.3 หลังเรยี น - แบบทดสอบก่อนเรยี นจำนวน 10 ข้อ

10. บนั ทึกหลังสอน 10.1 ผลการใชแ้ ผนการจดั การเรยี นรู้ .................................................................................................................................................. ............................................................................................................. ..................................... .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. 10.2 ผลการเรียนรู้ของนกั เรยี น นกั ศึกษา ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... 10.3 แนวทางการพัฒนาคณุ ภาพการเรยี นรู้ ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... ................................................................................................ .................................................. ............................................................................................................................. ....................


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook