Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore .hrcth

.hrcth

Published by rlpd.the66institut, 2023-07-19 00:51:05

Description: hrcth

Search

Read the Text Version

ฉบับประชาชน

คณะมนตรีสิทธิมนุษยชน แห่งสหประชาชาติ คำม่ันด้านสิทธิมนุษยชนของไทย และกระบวนการ UPR ฉบับประชาชน United Nations Human Rights Council Thailand’s Human Rights Pledges and Commitments Universal Periodic Review Process

คำนำ ตำแหน่งที่สำคัญดังกล่าว ประเทศไทยก็ย่อมจะต้องมีบทบาท ปีพุทธศักราช 2553 ถือเป็นปีสำคัญของประเทศไทย ท่ีสำคัญและภาระหน้าท่ีท่ีเพิ่มมากข้ึนในการส่งเสริมและ ในด้านสิทธิมนุษยชน เน่ืองจากเป็นคร้ังแรกที่ประเทศไทย คุ้มครองสิทธิมนุษยชนทั้งระดับภายในประเทศ ระดับภูมิภาค ได้รับเลือกจากที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ เม่ือวันท ่ี และระดับระหว่างประเทศ เพื่อยืนยันให้เห็นเป็นประจักษ์ว่า 13 พฤษภาคม 2553 ให้เป็นประเทศสมาชิกคณะมนตร ี การเป็นท้ังประเทศสมาชิกและประธานคณะมนตรีสิทธ ิ สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ วาระปี พ.ศ. 2553 - 2556 มนุษยชนฯ ของไทย ไม่ใช่เป็นเพียงสถานะเชิงสัญลักษณ ์ ต่อมาเม่ือวันท่ี 21 มิถุนายน 2553 ท่ีประชุมคณะมนตรี แต่เป็นสิ่งท่ีมีคุณค่าและมีความหมายต่อการส่งเสริมและ สิทธิมนุษยชนฯ ได้รับรองให้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว คุ้มครองสทิ ธมิ นษุ ยชนโดยรวม เอกอคั รราชทตู ผแู้ ทนถาวรแหง่ ประเทศไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนวี า ดำรงตำแหนง่ ประธานคณะมนตรสี ทิ ธมิ นษุ ยชนฯ ด้วยเหตุผลดังกล่าว กระทรวงการต่างประเทศ จึงเห็น โดยมวี าระหนง่ึ ปี คอื ตง้ั แตเ่ ดอื นมถิ นุ ายน 2553 - มถิ นุ ายน 2554 ความจำเป็นของการส่งเสริมความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับ การที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นทั้งประเทศสมาชิก ประวตั คิ วามเปน็ มา บทบาทหนา้ ทขี่ องคณะมนตรสี ทิ ธมิ นษุ ยชนฯ และประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ประโยชน์ของการเป็นประเทศสมาชิกและประธานคณะมนตรี ในช่วงเวลาที่ไล่เลี่ยกัน ได้สะท้อนให้เห็นถึงสถานะและบทบาท สิทธิมนุษยชนฯ ของประเทศไทย รวมถึงการดำเนินการอย่าง ของไทยที่ได้รับการยอมรับในเวทีระหว่างประเทศ ท้ังๆ ท่ี จริงจังตามคำมั่นด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยได้ประกาศต่อ ประเทศไทยยังอยู่ในช่วงเวลาของการเผชิญปัญหาท้าทายด้าน ประชาคมโลกช่วงการสมัครรับเลือกตั้งและรณรงค์หาเสียง เพอ่ื สิทธิมนุษยชนภายในประเทศอยู่มาก ฉะน้ัน เม่ือประเทศไทย ให้บังเกิดผลสำเร็จด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ได้รับความไว้วางใจจากประเทศสมาชิกสหประชาชาติให้ดำรง ของประชาชนในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ซ่ึงการจะประสบ

สารบัญ ผลสำเรจ็ มากนอ้ ยเพยี งใด จำตอ้ งอาศยั ความรว่ มมอื ของประชาชน คณะมนตรสี ทิ ธิมนษุ ยชนแห่งสหประชาชาติ 7 ทุกภาคสว่ นเป็นสำคญั ดว้ ย (United Nations Human Rights Council - HRC) 11 14 กระทรวงการต่างประเทศหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะช่วยให้ ความเป็นมา ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับกลไกด้านสิทธิมนุษยชน องค์ประกอบ 23 ของสหประชาชาติมากข้ึน อีกท้ังสามารถมองเห็นความ กลไกการทำงาน 26 เชื่อมโยงระหว่างกลไกสิทธิมนุษยชนระดับระหว่างประเทศกับ บทบาทของประเทศไทย 28 การส่งเสริมและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในระดับประเทศ ในคณะมนตรสี ทิ ธมิ นษุ ยชนแหง่ สหประชาชาต ิ 31 โดยเฉพาะในช่วงเวลาสำคัญที่ประเทศไทยเป็นประเทศสมาชิก การเลือกตั้ง HRC 33 และประธานของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ไทยในฐานะสมาชิกและประธาน HRC 37 เพ่ือจะได้ร่วมกันช่วยสร้างความตื่นตัวและผลักดันให้เกิดความ คำม่ันโดยสมคั รใจ 42 ก้าวหน้าด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยอันจะเป็นประโยชน์ กระบวนการ UPR 45 ตอ่ ประชาชนต่อไป ข้ันตอนการนำเสนอรายงาน UPR 47 รายงาน UPR ของไทย 48 กรมองค์การระหว่างประเทศ ตราสารระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน 50 กระทรวงการตา่ งประเทศ ปฏิญญาสากลวา่ ดว้ ยสทิ ธมิ นษุ ยชน ตราสารระหว่างประเทศด้านสทิ ธิมนษุ ยชน 1 ธนั วาคม 2553 พันธกรณีของรฐั ภาคี รายงานประเทศ ความเป็นสากลของสทิ ธมิ นษุ ยชน

67 ความเป็นมา คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่ง สหประชาชาติหรือเรียกในภาษาอังกฤษ ว่า United Nations Human Rights Council มีช่ือเรียกย่อๆ ว่า HRC เป็น กลไกระหว่างรัฐ จัดตั้งข้ึนตามข้อมติ สมัชชาแห่งสหประชาชาติเม่ือวันที่ 15 มีนาคม 2549 โดยมีหน้าท่ีสำคัญในการ สอดส่องดูแลการละเมิดสิทธิมนุษยชน ท่ีเกิดข้ึนทั่วโลก หยุดยั้งการละเมิดสิทธิ มนุษยชนท่ีเกิดขึ้น สร้างบรรทัดฐานของ การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และให้ข้อเสนอแนะรวมท้ังส่งเสริมขีด ความสามารถสำหรับการส่งเสริมและ คุ้มครองสิทธิมนุษยชนในประเทศต่างๆ

89

10 11 สิทธิมนุษยชนได้ทวีความสำคัญยิ่งขึ้น เม่ือ องค์ประกอบ สหประชาชาติได้ยกระดับประเด็นสิทธิมนุษยชน ให้เป็นหน่ึงในสามเสาหลักของสหประชาชาติร่วมกับ HRC ประกอบด้วยประเทศสมาชิก 47 ประเทศ ประเด็นความม่ันคงและประเด็นการพัฒนา และให้ แบง่ ตามสดั ส่วนของแตล่ ะภมู ภิ าคดังน้ี ภมู ภิ าคแอฟริกา 13 ผนวกมิติสิทธิมนุษยชนเข้าไว้ในการดำเนินงานของ ประเทศ ภูมิภาคเอเชีย 13 ประเทศ ภูมภิ าคยุโรปตะวนั ออก สหประชาชาติในทุกด้าน อันเป็นการแสดงให้เห็นว่า 6 ประเทศ ภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียน สิทธิมนุษยชนเป็นเร่ืองท่ีสหประชาชาติให้ความสำคัญ 8 ประเทศ และภมู ภิ าคยโุ รปตะวนั ตกและอน่ื ๆ 7 ประเทศ เปน็ อย่างยงิ่ และไดม้ กี ารพัฒนากลไกเพ่อื สง่ เสริมและ การเลอื กตงั้ สมาชกิ HRC จะกระทำโดยวธิ กี ารลงคะแนนเสยี ง คุ้มครองสิทธิมนุษยชนท่ัวโลกโดยการยกระดับ แบบลับโดยประเทศสมาชิกสหประชาชาติ 192 ประเทศ คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ทงั้ นี้ ประเทศทจี่ ะเขา้ เปน็ สมาชกิ ไดจ้ ะตอ้ งไดร้ บั คะแนนเสยี ง (Commission on Human Rights - CHR) ข้ึนเป็น อย่างน้อยก่ึงหนึ่งของจำนวนประเทศสมาชิกสหประชาชาติ คณะมนตรีสิทธิมนุษยชน ซ่ึงมีสถานะเท่าเทียมกับ โดยมีวาระในการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี คณะมนตรีความมั่นคง และคณะมนตรีเศรษฐกิจและ สังคมของสหประชาชาติ ซง่ึ กอ่ ต้ังข้นึ มาก่อนหน้าน้ี ประเทศท่ีจะเข้าเป็นสมาชิกได้จะต้องได้รับคะแนนเสียงอย่างน้อย ก่ึงหนึ่งของจำนวนประเทศสมาชิกสหประชาชาติ

12 13 และยอุโ่ืนรปๆต7ะวปันรตะกเ ทศ ยุโ6รปปตระะวเันทอศอ ก แลล8าะตแปินคอรระเบิ มเเทรบศิกีย าน 13เอปเรชะียเ ทศ 13แอปฟรระิกเาท ศ สัดส่วนของประเทศสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ แบ่งตามภูมิภาครวม 47 ประเทศ

14 15 กลไกการทำงาน ข้อมติ HRC เรอื่ งสิทธดิ ้านการศกึ ษา HRC มีกลไกส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน หลักๆ 4 กลไกดว้ ยกนั คอื 1. การประชุมสมัยปกติและสมัยพิเศษ HRC จะจัดการประชุมสมัยปกติปีละ 3 ครั้ง ครั้งละ 3 สัปดาห์ โดยจะมีการรับฟังรายงานสิทธิมนุษยชนของข้าหลวงใหญ่ สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ การพิจารณาแนวทาง การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในด้านต่างๆ ซ่ึง ครอบคลมุ ทัง้ ดา้ นสิทธิพลเมอื ง สิทธิทางการเมือง สทิ ธิทาง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม รวมทั้งสิทธิของบุคคล กลุ่มต่างๆ และการพิจารณาสถานการณ์สิทธิมนุษยชน ในพื้นท่ีท่ีอยู่ในความห่วงกังวลของ HRC ผลการพิจารณา จะออกเป็นข้อมติเพื่อให้ประเทศต่างๆ พิจารณาใช้เป็น แนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในด้าน น้ันๆ ต่อไป นอกจากนี้ HRC ยังสามารถเปิดการประชุม สมัยพิเศษได้ หากมีสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชน

16 17 ท่ีร้ายแรงเกิดข้ึนในพ้ืนที่ใดพื้นท่ีหนึ่ง และจำเป็นต้องได้รับ (Country Situations) และสถานการณ์สิทธิมนุษยชน การแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อสร้างมาตรการกดดันให้ประเทศ รายประเด็น (Thematic Issues) โดยบุคคลหรือกลุ่มบุคคล ในความห่วงกังวลยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชน ท้ังน ี้ ที่ได้รับการแต่งต้ังโดย HRC ซึ่งอาจจะเป็นผู้เสนอรายงาน การประชุมสมัยพิเศษจะเปิดข้ึนได้เม่ือได้รับการสนับสนุน พิเศษ (Special Rapporteur) หรือผู้เชี่ยวชาญอิสระ จากประเทศสมาชิก HRC จำนวน 1 ใน 3 ของสมาชิก (Independent Expert) หรือคณะทำงาน (Working ทั้งหมด Group) ซึ่งมอี งค์ประกอบจำนวน 5 คน จากแต่ละภูมภิ าค 2. กระบวนการพิเศษ (Special Procedures) เป็น ปัจจุบันกระบวนการพิเศษเหล่าน้ี มี 31 อาณัติสำหรับ กลไกติดตามสอดส่องและรายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชน สถานการณส์ ทิ ธิมนษุ ยชนรายประเด็น อาทิ ผเู้ สนอรายงาน ทั้งในลักษณะสถานการณ์สิทธิมนุษยชนรายประเทศ พิเศษว่าด้วยการค้ามนุษย์ ผู้เสนอรายงานพิเศษว่าด้วยสิทธิ ศาสตราจารย์วทิ ติ มนั ตาภรณ์ Ms. Joy Ngozi Ezeilo ผูเ้ สนอรายงานพิเศษว่าด้วย ผู้เสนอรายงานพิเศษว่าดว้ ยการคา้ มนุษย์ สถานการณ์สิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะเดก็ และสตร ี ในเกาหลเี หนอื

18 19 ด้านการศึกษา ผู้เสนอรายงานพิเศษว่าด้วยสิทธิด้านอาหาร ซ่ึงจะเยือนได้หรือไม่ได้ข้ึนอยู่กับการอนุญาตของรัฐผู้รับเป็น และอีก 8 อาณัติสำหรับสถานการณ์สิทธิมนุษยชน สำคัญ รายประเทศ อาทิ ผู้เสนอรายงานพิเศษว่าด้วยสถานการณ์ 3. กระบวนการรับและพิจารณาข้อร้องเรียน สิทธิมนุษยชนในพม่าและผู้เสนอรายงานพิเศษว่าด้วย (Complaint Procedures) เป็นกลไกของ HRC ในการรับ สถานการณ์สิทธมิ นุษยชนในเกาหลีเหนือ และพิจารณาข้อร้องเรียนแบบลับ โดยจะรับข้อร้องเรียน กระบวนการพเิ ศษเหล่าน้ีจะศึกษาติดตามปัญหาหรือ ท่ีเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่รุนแรง มีความต่อเนื่อง พัฒนาการการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในอาณัติ และเป็นระบบเท่านั้น กระบวนการน้ีประกอบด้วย ที่ตนได้รับ รวมทั้งทำรายงานพร้อมข้อเสนอแนะเสนอต่อ คณะทำงาน 2 คณะ คือคณะทำงานว่าด้วยข้อร้องเรียน HRC นอกจากนี้ ยังสามารถรับข้อร้องเรียนการละเมิดสิทธิ (Working Group on Communications) ประกอบด้วย มนุษยชนในประเด็นท่ีอยู่ในอาณัติได้ด้วย โดยกระบวนการ ผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นตัวแทนของแต่ละภูมิภาคจำนวน 5 คน พิเศษจะกลั่นกรองข้อมูลและข้อร้องเรียนต่างๆ ที่ได้รับและ และคณะทำงานว่าด้วยสถานการณ์ (Working Group on หากเห็นว่ามีน้ำหนักก็จะส่งข้อร้องเรียนไปยังรัฐบาลของ Situations) ประกอบด้วยผู้แทนจากประเทศสมาชิก HRC ประเทศที่เกี่ยวข้องเพื่อขอรับข้อมูลและคำชี้แจง ตลอดจน จำนวน 5 ประเทศ ซึ่งได้รับการแต่งต้ังจากกลุ่มภูมิภาค สามารถขอเยือนประเทศต่างๆ เพ่ือทำการศึกษานโยบาย ต่างๆ คณะทำงานชุดแรกมีหน้าท่ีกล่ันกรองและตรวจสอบ และแนวปฏิบัติต่างๆ รวมทั้งแนวปฏิบัติท่ีดี และตรวจสอบ ความน่าเชื่อถือของข้อร้องเรียนท่ีได้รับ ซึ่งมีประเด็นสำคัญ สถานการณ์สิทธิมนุษยชนภายใต้อาณัติที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ว่า ข้อร้องเรียนดังกล่าวได้ผ่านกลไกการเยียวยาภายใน

20 21 ประเทศจนถึงที่สุดแล้วหรือไม่ หากกลไกภายในประเทศ โดยสมาชิกสหประชาชาติทุกประเทศจะต้องถูกทบทวน ไมส่ ามารถแกไ้ ขปญั หาได้ คณะทำงานฯ กจ็ ะรบั ขอ้ รอ้ งเรยี น เหมือนกันท้ังสิ้นโดยไม่มีข้อยกเว้น ท้ังน้ี แต่ละประเทศ และส่งข้อร้องเรียนไปยังรัฐบาลของประเทศท่ีเกี่ยวข้อง เพ่ือ จะถูกทบทวนผ่านการจดั ทำและนำเสนอรายงาน UPR ต่อที่ ขอรับข้อมูลหรือคำชี้แจงเพิ่มเติม จากน้ันจะจัดทำรายงาน ประชมุ HRC ทกุ ๆ 4 ปี กระบวนการ UPR ถอื เปน็ กลไกใหม่ เสนอต่อคณะทำงานชุดที่ 2 ซึ่งจะพิจารณาข้อร้องเรียน ของ HRC ในการติดตามและตรวจสอบความก้าวหน้าและ พร้อมคำช้ีแจงของรัฐบาล ซ่ึงหากข้อมูลทั้งหมดปรากฏให้ ความทา้ ทายดา้ นสทิ ธมิ นษุ ยชนของแตล่ ะประเทศบนพนื้ ฐาน เห็นถึงความต่อเน่ืองของการละเมิดสิทธิมนุษยชนและ ของความเทา่ เทียมกนั เสรีภาพข้ันพ้ืนฐานอย่างร้ายแรง ก็จะเสนอรายงานพร้อม มาตรการต่างๆ ให้ HRC พิจารณาออกเป็นข้อมติ เพ่ือ กดดันให้รัฐบาลที่เก่ียวข้องยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่รนุ แรงและเปน็ ระบบต่อไป 4. กระบวนการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชน กระบวนการ UPR ถือเป็นกลไกใหม่ของ HRC ในการติดตามและ ของประเทศ (Universal Periodic Review - UPR) กลไก ต ร ว จ ส อ บ ค ว า ม ก้ า ว ห น้ า แ ล ะ ค ว า ม ท้ า ท า ย ด้ า น สิ ท ธิ ม นุ ษ ย ช น ข อ ง UPR เป็นกระบวนการที่ดำเนินโดยรัฐ (State-Led) แต่ละประเทศบนพื้นฐานของความเท่าเทียมกัน ท่ีกำหนดให้ประเทศสมาชิกสหประชาชาติทบทวน สถานการณ์สิทธิมนุษยชนระหว่างกันเอง (Peer Review)

22 23 การเลือกต้ัง HRC เมื่อวันท่ี 13 พฤษภาคม 2553 ณ นครนวิ ยอรก์ ประเทศไทยไดร้ บั เลอื กตงั้ เป็นสมาชิก HRC วาระปี พ.ศ. 2553 - 2556 เป็นครั้งแรก ด้วยคะแนนเสียง สงู สุดเป็นอนั ดับ 2 จาก 14 ประเทศ คอื 182 เสียง รองจากมัลดีฟส์ ที่ได้ 185 เสยี ง ตอ่ มาเม่อื วันที่ 21 มิถุนายน 2553 ทปี่ ระชมุ HRC กไ็ ดร้ บั รองใหน้ ายสหี ศกั ด์ิ พวงเกตุแก้ว เอกอคั รราชทูต ผแู้ ทนถาวร แห่งประเทศไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ดำรงตำแหน่งประธาน HRC มีวาระหน่ึงปี คือตั้งแต่เดือน มิถนุ ายน 2553 - มิถุนายน 2554 การที่ ไ ท ย ไ ด้ รั บ เ ลื อ ก เ ป็ น ทั้ ง ส ม า ชิ ก แ ล ะ ประธานของ HRC สะท้อนให้เห็นถึง

24 25 เอกอัครราชทูตสีหศักด์ิ พวงเกตุแก้ว ความเช่ือม่ันท่ีนานาประเทศมีต่อไทยในการดำเนินนโยบาย ประธานคณะมนตรีสิทธมิ นษุ ยชน ด้านสิทธิมนุษยชนท้ังในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และ แหง่ สหประชาชาต ิ ระดับระหว่างประเทศ รวมทั้งเชื่อมั่นว่าไทยจะทำหน้าท่ีน้ี (มถิ ุนายน 2553 - มถิ ุนายน 2554) ไดด้ ี เพราะไทยมีนโยบายท่เี ดนิ สายกลาง เนน้ ความร่วมมอื และการหารืออย่างสร้างสรรค์ในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน รวมท้ังการเช่ือมั่นในคุณสมบัติและความสามารถส่วนตัว ของเอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรฯ ของไทยด้วย ท้ังน ี้ ไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยไม่มีปัญหาสิทธิมนุษยชน ตรงกันข้ามไทยยังมีปัญหาท้าทายด้านสิทธิมนุษยชนอยู่มาก แต่ความเชื่อมั่นท่ีได้มาน้ัน เป็นความเชื่อม่ันท่ีอาศัยมุมมอง ระดับโลก ประเทศไทยได้รับเลือกต้ังเป็นสมาชิก HRC วาระปี พ.ศ. 2553 - 2556 เป็นคร้ังแรก ด้วยคะแนนเสียงสูงสุดเป็นอันดับ 2

26 27 ไทยในฐานะสมาชิกและประธาน HRC ระหว่างกลุ่มภูมิภาคต่างๆ ให้มีท่าทีร่วมกัน เพื่อการบรรลุ ฉนั ทามตใิ นการค้มุ ครองสิทธมิ นุษยชนโดย HRC ได้ รวมทงั้ ประเทศไทยได้นำนโยบายสิทธิมนุษยชนมา การช่วยชักชวนประเทศท่ีอยู่ในความห่วงกังวลเข้ามาร่วม ผนวกเข้ากับนโยบายการต่างประเทศอย่างจริงจัง โดยม ี กระบวนการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างสร้างสรรค ์ จุดมุ่งหมายสำคัญ 2 ประการคือ (1) เพ่ือนำประเด็นสิทธิ ซึ่งบทบาทน้ีของไทยได้รับการขานรับจากประเทศต่างๆ มนุษยชนมาส่งเสริมบทบาทที่สร้างสรรค์ของไทยใน เปน็ อยา่ งด ี ตา่ งประเทศ ซง่ึ มศี กั ยภาพทจี่ ะกระทำได้ เพราะประเทศไทย เมื่อเป็นสมาชิกและประธาน HRC ประเทศไทยจึงมี เปน็ สงั คมประชาธปิ ไตยทเ่ี ปน็ พน้ื ฐานสำคญั ของสทิ ธมิ นษุ ยชน พันธะผูกพันที่จะต้องพยายามปฏิบัติตัวให้ได้มาตรฐาน อยแู่ ลว้ และ (2) เพอ่ื ใชน้ โยบายตา่ งประเทศมาเปน็ ตวั ผลกั ดนั สูงสุดดา้ นสทิ ธมิ นษุ ยชนเท่าท่จี ะทำได้ โดยคาดหวังว่าพันธะ ให้เกิดความก้าวหน้าด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ดังกล่าวจะก่อให้เกิดความตื่นตัวและความตระหนักรู้ด้าน ซึ่งจะกระทำได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ด้วยการเข้าไปเป็น สิทธิมนุษยชนในสังคมไทย และน่าจะส่งผลถึงการพัฒนา สมาชิก HRC สิทธมิ นษุ ยชนภายในประเทศได้ไมม่ ากก็น้อย ในฐานะสมาชกิ และประธาน HRC ไทยมุ่งท่ีจะเข้าไป สร้างบทบาทในการร่วมมือและส่งเสริมให้กลไกต่างๆ ของ HRC ท่ีกล่าวมาข้างต้น สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ เมื่อเป็นสมาชิกและประธาน HRC ประเทศไทยจึงมีพันธะผูกพัน สิทธิมนุษยชนในพื้นท่ีต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ีจะต้องพยายามปฏิบัติตัวให้ได้มาตรฐานสูงสุดด้านสิทธิมนุษยชน ในขณะเดียวกัน ไทยก็ได้ประกาศตัวเป็นสะพานเชื่อม เท่าที่จะทำได้

28 29 คำม่ันโดยสมัครใจ ท่ีสำคัญฉบับหน่ึงของประเทศ หากไทยสามารถปฏิบัติได้ อย่างจริงจังกับคำมั่นที่ให้ไว้ก็น่าจะทำให้ไทยบรรลุเป้าหมาย สหประชาชาติกำหนดไว้ว่าทุกประเทศท่ีสมัครเข้า ของการพัฒนาสิทธิมนุษยชนในประเทศ เพ่ือมาตรฐานชีวิต เป็นสมาชิก HRC จะต้องจัดทำคำม่ันโดยสมัครใจ เพ่ือให้ ท่ีดีข้ึนของประชาชนได้ ซ่ึงจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องอาศัย ทุกประเทศทราบว่าเมื่อได้รับเลือกเป็นสมาชิกแล้ว แต่ละ ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของสังคมช่วยกันทำให ้ ประเทศจะดำเนินการอะไร เกิดผลอย่างแท้จริง เพื่อให้เกิดความก้าวหน้าใน คำมน่ั หลักๆ ของไทยประกอบดว้ ย (1) การสง่ เสริม การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน การอนุวัติกฎหมายและนโยบายต่างๆ ท่ีเกี่ยวข้องกับสิทธิ ในประเทศของตน คำมั่น มนุษยชน และเร่งทบทวนแก้ไขกฎหมายฉบับต่างๆ ของไทยไดร้ บั การประมวลขน้ึ ท่ี ยั ง อ า จ มี เ นื้ อ ห า บ า ง ส่ ว น เ ป็ น ก า ร เ ลื อ ก ป ฏิ บั ติ ห รื อ จากประเด็นสิทธิมนุษยชน ไม่สอดคล้องกับอนุสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนท่ีประเทศไทย ที่เป็นปัญหาท้าทายสำคัญ เปน็ ภาคแี ลว้ ทง้ั 7 ฉบบั (2) การถอนขอ้ สงวนภายใตอ้ นสุ ญั ญา ของไทย เพ่ือให้เกิดเป็น ต่างๆ และพิจารณาเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาทางด้านสิทธิ สัญญาประชาคมหรือข้อ มนุษยชน โดยเฉพาะอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองบุคคล ผูกพันท่ีไทยจะต้องทำให ้ ทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ (3) การส่งเสริม บงั เกดิ ผลสมั ฤทธิ์ จงึ ถอื เปน็ การตระหนักรู้ถึงสิทธิของประชาชนและการบังคับใช้ เอกสารด้านสิทธิมนุษยชน

30 31 กฎหมายที่สอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนโดยอาศัย กระบวนการ UPR การส่งเสริมสิทธิมนุษยชนศึกษาให้กับผู้บังคับใช้กฎหมาย และบุคลากรทางด้านความม่ันคง (4) การส่งเสริมสิทธิ กระบวนการ UPR เป็นกลไกตรวจสอบท่ีสำคัญ มนุษยชนศึกษาในทุกประเภทและทุกระดับของการศึกษา ของ HRC โดยรัฐจะต้องจัดทำรายงาน UPR ความยาว (5) การส่งเสริมระบบยุติธรรมและหลักนิติรัฐเพื่อความ ไม่เกิน 20 หน้า เสนอต่อ HRC ครอบคลุมสิทธิมนุษยชน เท่าเทียมกัน ไม่เลือกปฏิบัติ และป้องกันมิให้ผู้กระทำผิด ทุกด้านบนพื้นฐานของ (1) กฎบัตรสหประชาชาติ ลอยนวลรอดพ้นจากกระบวนการยุติธรรม (6) การส่งเสริม (2) ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (3) ตราสารด้าน และคุ้มครองสทิ ธพิ ืน้ ฐานของคนยากจน และกลุ่มเปราะบาง สิทธิมนุษยชนท่ีประเทศที่ถูกทบทวนเป็นภาคี (4) คำม่ัน เดก็ สตรี คนพกิ าร และผสู้ งู อายุ รวมทงั้ กลมุ่ บคุ คลชายขอบ โดยความสมัครใจท่ีประกาศไว้โดยประเทศท่ีถูกทบทวน โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานต่างด้าว และกลุ่มชาติพันธุ์ และ และ (5) กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศท่ีเกี่ยวข้อง (7) ขจัดการละเมิดสิทธิของบุคคลในรูปแบบการค้ามนุษย์ HRC กำหนดให้กระบวนการทบทวนสถานการณ์ ซึ่งคำมั่นทั้งหมดดังกล่าวจะได้รับการถ่ายทอดเป็นแผน สิทธิมนุษยชนในประเทศต่างๆ ในรอบแรกใช้เวลาทั้งหมด ปฏิบัติการตามคำมั่นต่อไป ท้ังน้ี สามารถสืบค้นเอกสาร 4 ปี (ปีละ 48 ประเทศ) โดยการทบทวนจะดำเนินการ คำมน่ั ฉบบั เต็มของไทยไดท้ ่ี www.mfa.go.th/humanrights โดยคณะทำงาน UPR (Working Group on UPR) ซึ่ง ประกอบด้วยประเทศสมาชิก HRC ทั้งหมด 47 ประเทศ โดยคณะทำงาน UPR จะจัดประชุมเพื่อทบทวนสถานการณ์ ค ำ มั่ น ข อ ง ไ ท ย ไ ด้ รั บ ก า ร ป ร ะ ม ว ล ข้ึ น จ า ก ป ร ะ เ ด็ น สิ ท ธิ ม นุ ษ ย ช น สิทธิมนุษยชนในประเทศต่างๆ ปีละ 3 คร้ัง คร้ังละ ที่เป็นปัญหาท้าทายสำคัญของไทย

32 33 2 สัปดาห์ และในการประชุมแต่ละคร้ังจะมีการพิจารณา ข้ันตอนการนำเสนอรายงาน UPR สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศต่างๆ จำนวน 16 ประเทศ ประเทศท่ีถูกทบทวนจะต้องส่งรายงานต่อ เอกสารท่ีจะใช้ในการทบทวนสถานการณ์สิทธ ิ ฝ่ายเลขานุการของคณะทำงาน UPR เป็นเวลา 12 สปั ดาห์ มนุษยชนของแต่ละประเทศจะประกอบด้วย 3 ส่วน คือ ล่วงหน้า เพ่ือให้รายงานได้รับการแปลเป็นภาษาทางการ (1) รายงานท่ีจัดทำโดยรัฐบาล (2) รายงานท่ีจัดทำโดย ของสหประชาชาติ ท้ัง 6 ภาษา จากนน้ั รายงานจะถูกสง่ ให้ สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาต ิ ประเทศสมาชกิ HRC ซ่ึงเปน็ คณะทำงาน UPR ไดพ้ ิจารณา ท่ีรวบรวมข้อมูลที่เก่ียวข้องกับประเทศที่จะถูกทบทวน ลว่ งหนา้ ทงั้ นี้ กอ่ นกำหนดการเสนอรายงานต่อคณะทำงาน จากรายงานของคณะกรรมการประจำอนุสัญญาด้านสิทธิ UPR ฝ่ายเลขานุการจะส่งคำถามท่ีได้รับล่วงหน้าจาก มนุษยชนต่างๆ รวมทั้งกลไกพิเศษที่เกี่ยวข้อง และ ประเทศต่างๆ ให้กับประเทศที่ถูกทบทวนผ่านกลไกที่เรียก (3) รายงานจากภาคสว่ นอืน่ ๆ ทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง อาทิ ภาคประชา ว่า Troika (ประเทศสมาชิก HRC จากกลุ่มภูมิภาคต่างๆ สังคมและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งได้รับ จำนวน 3 คน ทำหน้าที่จัดทำรายงานของประเทศท ่ี การรวบรวมโดยสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธมิ นษุ ยชนฯ ถูกทบทวน คัดเลือกโดยการจับฉลาก) อย่างน้อยประมาณ 10 วันทำการก่อนการนำเสนอรายงานของประเทศนั้นๆ สำหรับในช่วงการเสนอรายงานน้ัน แต่ละประเทศจะมีเวลา HRC กำหนดให้กระบวนการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชน 3 ชวั่ โมง โดยถกู แบง่ เป็นการนำเสนอรายงาน/ตอบคำถามท่ี ในประเทศต่างๆ ในรอบแรกใช้เวลาท้ังหมด 4 ป ี ได้รับล่วงหน้า/ให้ข้อมูลเพิ่มเติมรวมท้ังกล่าวสรุป 1 ช่ัวโมง

34 35 ข้ันตอนการนำเสนอรายงาน UPR ต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน และเป็นการพูดคุยหารือ (Interactive Dialogue) กับ ประเทศสมาชิก HRC ประเทศผู้สังเกตการณ์ และภาค ประชาสังคม 2 ชว่ั โมง ประเทศที่ถกู ทบทวนนำเสนอรายงาน UPR ต่อคณะทำงาน UPR ขั้นตอนต่อไปภายหลังการนำเสนอรายงานคือ Troika ของแต่ละประเทศจะเป็นผู้จัดทำรายงานของ ใช้เวลาท้ังส้ิน 3 ช่วั โมง คณะทำงาน UPR สำหรับประเทศน้ันๆ ภายใน 2 วัน โดยรายงานจะประกอบดว้ ย 3 สว่ น คอื บทคัดยอ่ การหารือ ในทปี่ ระชมุ คณะทำงาน UPR /ขอ้ สรปุ และ/หรอื ขอ้ เสนอแนะ/ คำม่ันโดยความสมัครใจของประเทศที่ถูกทบทวน ซึ่ง คณะทำงาน UPR โดย Troika จัดทำผลการนำเสนอรายงาน ประเทศท่ีเสนอรายงานสามารถนำกลับมาพิจารณาเลือกรับ พร้อมขอ้ เสนอแนะ หรือไม่รับ หรือเพียงรับทราบข้อเสนอแนะได้ จากนั้น ประเทศที่เสนอรายงานสามารถส่งความเห็นต่อข้อเสนอแนะ ต่างๆ ท่ีได้รับ (Addendum) ให้แก่ฝ่ายเลขานุการของ คณะทำงาน UPR กอ่ นทท่ี ีป่ ระชุม HRC จะพิจารณารายงาน ประเทศที่ถูกทบทวนพจิ ารณารับหรือไม่รับขอ้ เสนอแนะ และส่งความเหน็ ให้กบั คณะทำงาน UPR คณะทำงาน UPR เสนอรายงานผลการทบทวนต่อท่ีประชมุ HRC ประเทศที่ถกู ทบทวนนำเสนอขอ้ มูลเพม่ิ เตมิ ตอ่ HRC ใชเ้ วลาทัง้ ส้ิน 1 ชวั่ โมง ท่ปี ระชมุ HRC รบั รองรายงานของคณะทำงาน UPR ประเทศทถี่ กู ทบทวนนำขอ้ เสนอแนะที่ยอมรบั มาปฏบิ ัติตอ่ ไป

36 37 เม่ือเสร็จส้ินกระบวนการนำเสนอรายงานต่อ รายงาน UPR ของไทย คณะทำงาน UPR คณะทำงาน UPR จะเสนอผลการ พิจารณารายงานของประเทศที่ถูกทบทวนต่อที่ประชุม HRC ประเทศไทยมีกำหนดนำเสนอรายงาน UPR ต่อ โดยจะใช้เวลา 1 ช่ัวโมง ประเทศท่ีถูกทบทวนมีเวลา คณะทำงาน UPR ของ HRC ในเดือนตุลาคม 2554 20 นาที ท่ีจะช้ีแจงหรือให้ข้อมูลเพ่ิมเติมต่อท่ีประชุม HRC โดยกระทรวงการต่างประเทศ (กรมองค์การระหว่าง ประเทศต่างๆ มีเวลาในการให้ข้อคิดเห็นหรือถามคำถาม ประเทศ) ร่วมกับกระทรวงยุติธรรม (กรมคุ้มครองสิทธิและ เพิ่มเติม 20 นาที และภาคประชาสังคมมีเวลาแสดงความ เสรีภาพ) จะเป็นเจ้าภาพหลักในการจัดทำรายงาน คิดเห็นหรือถามคำถามเพ่ิมเติมอีก 20 นาที จากน้ัน HRC กระทรวงการต่างประเทศจะรับผิดชอบในการจัดทำร่าง จะรับรองรายงานซึ่งถือเป็นการเสร็จสิ้นกระบวนการนำเสนอ รายงานผ่านการหารือกลุ่มย่อย ซึ่งมีท้ังหน่วยงานภาครัฐ รายงานภายใต้กลไก UPR ในรอบแรก โดยประเทศ และภาคประชาสังคมช่วยกันให้ข้อคิดเห็นต่อประเด็นต่างๆ ท่ีถูกทบทวนมีหน้าท่ีท่ีจะต้องปฏิบัติตามข้อเสนอแนะที่รับมา ในรา่ งรายงาน สว่ นกรมคมุ้ ครองสทิ ธแิ ละเสรภี าพจะรบั ผดิ ชอบ ต่อไป ในสว่ นของกระบวนการรบั ฟงั ความเหน็ จากประชาชน โครงร่างเนื้อหารายงาน UPR ของไทยประกอบด้วย (1) สิทธิทางการเมืองและสิทธิพลเมือง โดยมีหัวข้อย่อย ได้แก่ สิทธิในการแสดงความคิดเห็น การแสดงออก และ HRC จะรับรองรายงานซึ่งถือเป็นการเสร็จส้ินกระบวนการนำเสนอ การชุมนุม การอำนวยความยุติธรรม และการห้ามการ รายงานภายใต้กลไก UPR ในรอบแรก โดยประเทศที่ถูกทบทวน ทรมาน (2) สิทธิทางเศรษฐกจิ สังคม และวัฒนธรรม โดยมี มีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตามข้อเสนอแนะที่รับมาต่อไป

38 39 หัวข้อย่อยได้แก่ สิทธิด้านการพัฒนา และการขจัดความ ประเด็นท้าทายที่ยังคงมีอยู่ รวมท้ังเสริมสร้างความเข้มแข็ง ยากจน สทิ ธดิ ้านการศึกษา สิทธดิ า้ นสขุ ภาพ สิทธดิ ้านการ ของระบบการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนภายในประเทศได้ด้วย ทำงาน และ (3) สทิ ธขิ องกลมุ่ บุคคล โดยมหี ัวขอ้ ยอ่ ยไดแ้ ก่ นอกจากน้ี ยังสามารถใช้โอกาสในการจัดทำรายงาน UPR สิทธิของกลุ่มเปราะบางและสิทธิของกลุ่มชายขอบ รวมทั้ง เร่งแก้ไขประเด็นปัญหาต่างๆ เพ่ือให้เกิดพัฒนาการ เรอ่ื งการคา้ มนษุ ย ์ เชิงสร้างสรรค์ให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ รวมท้ังสามารถ กระบวนการ UPR ไม่ใช่เป็นเพียงแต่กระบวนการ ใช้เป็นเอกสารมาตรฐานที่ประเทศไทยจะใช้เป็นบรรทัดฐาน จัดทำรายงานเท่าน้ัน แต่เป็นโอกาสในการเสริมสร้าง ในการวัดความก้าวหน้าของสิทธิมนุษยชนในภาพรวม กระบวนการหารือเรื่องสิทธิมนุษยชนระหว่างทุกภาคส่วน ของประเทศได้ในอนาคต ที่เกี่ยวข้องอย่างสร้างสรรค์ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาและ การหารอื กลมุ่ ยอ่ ย UPR การหารือกล่มุ ย่อย UPR เรอ่ื งสิทธขิ องคนพิการ เรอื่ งสทิ ธขิ องแรงงาน เมอื่ วนั ที่ 24 กนั ยายน 2553 โยกยา้ ยถ่ินฐาน เมือ่ วนั ที่ 29 กันยายน 2553

40 41 รตะรหาสวา่ารง ประเทศ นอกจากกลไก HRC แล้ว ดส้าิทนธ ิมนุษยชน สหประชาชาติยังมีอีกหนึ่งกลไก ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิ มนุษยชน คือตราสารระหวา่ งประเทศ ด้านสิทธิมนุษยชน ซ่ึงถูกจัดทำข้ึน เพ่ือให้เป็นมาตรฐานสากลด้านสิทธิ มนุษยชน การจะวัดว่าแต่ละประเทศ มรี ะดบั ของการคมุ้ ครองสทิ ธมิ นษุ ยชน มากน้อยเพียงใด ก็อาจเปรียบเทียบ ได้จากมาตรฐานสากลด้านสิทธ ิ มนุษยชนท่ีกำหนดอยู่ในตราสาร เหลา่ นี้ ซงึ่ มตี น้ กำเนดิ มาจากปฏญิ ญา สากลวา่ ด้วยสิทธมิ นุษยชน

42 43 ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ซ่ึงถือเป็นเอกสารทางประวัติศาสตร์ในการวางรากฐาน ด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศฉบับแรกของโลก ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิ ตราสารระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนทุกฉบับ มนุษยชน (Universal Declaration ในปัจจุบันล้วนมีพื้นฐานและได้รับการพัฒนามาจาก of Human Rights) ถอื กำเนดิ มาจาก ปฏิญญาสากลฯ รัฐธรรมนูญของไทยก็ได้ประกันสิทธิและ เหตุการณ์ทำลายล้างชีวิตมนุษย์ใน เสรีภาพของประชาชนบนพ้ืนฐานของปฏิญญาสากลฉบับน้ี สงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 โดย โดยท่ีประชาคมโลกตระหนักถึงความสำคัญของปฏิญญา ภายหลังการสิ้นสุดของสงครามโลก สากลฯ ในฐานะเป็นเอกสารแม่บทของสิทธิมนุษยชน คร้งั ท่ี 2 และได้มีการก่อต้ังองคก์ าร ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนจึงได้รับการแปลเป็น สหประชาชาติ ประเทศสมาชิก ภาษาตา่ งๆ มากทสี่ ดุ ในโลกถงึ 335 ภาษา รวมทงั้ ภาษาไทย สหประชาชาติจึงได้ให้คำม่ันว่าจะร่วมกันป้องกันมิให้เกิด โศกนาฏกรรมดังกล่าวขึ้นอีก และได้มีการจัดทำปฏิญญา สากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนเพ่ือประกันสิทธิและเสรีภาพ ประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 48 ประเทศแรกของโลกท่ีร่วมรับรอง ขั้นพนื้ ฐานของมนุษยท์ กุ คน ซง่ึ มที งั้ หมด 30 ข้อ ครอบคลมุ ปฏิญญาสากลฉบับน้ี เม่ือ พ.ศ. 2491 ทั้งสิทธิทางการเมือง และสิทธิพลเมือง สิทธิทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรม ประเทศไทยเปน็ หนง่ึ ใน 48 ประเทศแรก ของโลกท่ีร่วมรับรองปฏิญญาสากลฉบับนี้ เม่ือ พ.ศ. 2491

44 45 ตราสารระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน ตราสารระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนที่พัฒนา มาจากปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนหลักๆ มีท้ังส้ิน 9 ฉบบั ไดแ้ ก่ (1) กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและ สิทธิทางการเมอื ง (2) กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สงั คม และวัฒนธรรม (3) อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรี ในทุกรปู แบบ (4) อนุสญั ญาว่าด้วยสิทธเิ ด็ก (5) อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทาง เชอ้ื ชาติในทุกรูปแบบ (6) อนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมานและ ก า ร ป ฏิ บั ติ ห รื อ ก า ร ล ง โ ท ษ อ่ื น ที่ โ ห ด ร้ า ย ไรม้ นุษยธรรม หรือทย่ี ำ่ ยีศักด์ศิ รี (7) อนุสญั ญาว่าดว้ ยสิทธิคนพิการ (8) อนุสัญญาว่าด้วยการป้องกันบุคคลทุกคนจาก การหายสาบสญู โดยถูกบังคับ

46 47 (9) อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิของแรงงาน พันธกรณีของรัฐภาค ี โยกย้ายถิน่ ฐานและสมาชกิ ในครอบครัว1 เม่ือรัฐเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาด้านสิทธิมนุษยชน ปัจจุบันประเทศไทยเข้าเป็นภาคีตราสารระหว่าง ฉบับใดก็จะเกิดพันธกรณีตามมาใน 4 เรื่องหลัก คือ ประเทศหลักเหล่าน้ีแล้วท้ังส้ิน 7 ฉบับ รวมทั้งเป็นภาคี (1) การประกันใหเ้ กิดสิทธติ ามอนุสญั ญาฉบบั น้นั ๆ (2) การ พธิ ีสารเลือกรบั ของอนสุ ญั ญาสทิ ธิเด็กอกี 2 ฉบบั คอื พิธีสาร ดำเนินการให้เกิดสิทธิและคุ้มครองสิทธิ (3) การเผยแพร่ เลือกรับเร่ืองการค้าเด็ก การค้าประเวณีและส่ือลามก เ นื้ อ ห า ข อ ง สิ ท ธิ ที่ ร ะ บุ อ ยู่ ใ น อ นุ สั ญ ญ า ใ ห้ ป ร ะ ช า ช น ท่ีเกี่ยวกับเด็ก และพิธีสารเลือกเร่ืองความเกี่ยวพันของเด็ก ได้รับทราบ และ (4) จัดทำรายงานผลการปฏิบัติตาม ในความขัดแย้งกันด้วยอาวุธ2 ส่วนอนุสัญญาอีกสองฉบับ อนสุ ัญญาให้สหประชาชาติทราบ ที่ไทยยังไม่ได้เป็นภาคีคือ อนุสัญญาว่าด้วยการป้องกัน ดังนั้น เมื่อประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญาด้านสิทธิ บุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ และ มนุษยชน 7 ฉบับ ในหลักการหมายถึงสิทธิของประชาชน อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิของแรงงานโยกย้าย ในประเทศย่อมได้รับการคุ้มครองภายใต้อนุสัญญาเหล่านี้ ถิ่นฐานและสมาชกิ ในครอบครัว แล้ว แต่จะมีผลในทางปฏิบัติมากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับ 1 การดำเนินการของรัฐในการประกันและดำเนินการให้เกิด DWE(CERaC(o11cninniogh))osfodconihrltnIkOrdvnrthioceosmeterpteeremnsohitrdnnitEenifoaica,loarinnmP,tDntiCCadeoiSiiosnlrorohnasMunanociPpealAtednriialpolto,gmshletnCIaPeonbwaariochneoornRivautosrfsdhistegmnltiAnoWhctDtCauaotlfesnoiutsntiFamhloottt(oouheb9fnerrore)iimatrlnDinhtalFCsieeCe(aRnC4ogsoomidC)ngirfnva(ivChh8liviRdleCiet)eolasdinasnhnn Cct(ngivtio3lioioddaeon)nTnlnnrCvePttPDhioeoaooooiennslntnrnicmttnviIircnotooieethmvanhngnneoleitrtntloiavRohaPoneRpienrtgromiihgohtPRtoyhnheetuinsegtcnns((htt(i2t6siP2thooho))sr)enomffoCOtICneeftEoohptlcnhtifenemhtttivlriiedtonoi(ehnC7rannneeCa)htatnithiooiCiollRodifnilnodninPgaAnrohAlA(ovol5ntergCtfs)moPnaoAtCeocethivinlrfooodesesonlnFtMnCnovSatToisearoogomnnnlnrrfetartsttftouilhnohoicormoeteenntsff สิทธิ รวมทั้งคุ้มครองสิทธิตามอนุสัญญา ซึ่งจะกระทำโดย 2 ผ่านการออกหรือปรับแก้กฎหมายหรือนโยบายให้สอดคล้อง กับอนุสัญญาท่ีประเทศไทยเข้าเป็นภาคี รวมท้ังดำเนินการ บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ซ่ึงยังเป็นประเด็นท้าทาย และเป็นหนึ่งในคำมั่นด้านสิทธิมนุษยชนของไทยที่ต้อง ดำเนินการใหเ้ กิดประสิทธผิ ล

48 49 รายงานประเทศ ได้รับมาพิจารณากำหนดเป็นประเด็นในรายงานเพื่อแสดง ให้เห็นถึงความก้าวหน้าในการปฏิบัติตามข้อเสนอแนะต่างๆ พันธกรณีที่สำคัญอีกประการหน่ึงคือ การยอมรับ ดว้ ย เปน็ ต้น ท่ีจะจัดทำและเสนอรายงานประเทศเกี่ยวกับผลการปฏิบัติ ตามอนุสัญญาฉบับน้ันๆ ให้สหประชาชาติพิจารณาทุกๆ 4 หรือ 5 ปี โดยจะมีคณะกรรมการประจำอนุสัญญา (Treaty Body) แต่ละฉบับ ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิเป็น ผู้พิจารณารายงาน และให้ข้อเสนอแนะแก่ประเทศท่ีเป็น ภาคี ในประเด็นท่ีเห็นว่าควรปรับปรุงแก้ไขต่อไป ซึ่ง รายงานประเทศภายใต้อนุสัญญาแต่ละฉบับจะแตกต่างจาก รายงาน UPR กล่าวคือรายงานประเทศภายใต้อนุสัญญา ด้านสิทธิมนุษยชน จะเป็นการรายงานการปฏิบัติตามสิทธิ เฉพาะด้านที่เกี่ยวกับอนุสัญญาฉบับน้ันๆ มีคณะกรรมการ ประจำอนุสัญญาเป็นผู้พิจารณารายงาน แต่รายงาน UPR จ ะ เ ป็ น ร า ย ง า น ภ า พ ร ว ม ส ถ า น ก า ร ณ์ สิ ท ธิ ม นุ ษ ย ช น ของประเทศในทุกด้าน มีประเทศสมาชิก HRC เป็น ผพู้ จิ ารณารายงาน แตร่ ายงานทงั้ สองสว่ นกเ็ สรมิ ซงึ่ กนั และกนั โดยในการจัดทำรายงาน UPR ก็จะต้องนำเอาข้อเสนอแนะ ของคณะกรรมการประจำอนุสัญญาฉบับต่างๆ ท่ีรัฐเคย

50 51 ความเป็นสากลของสิทธิมนุษยชน ติดตาม สอดส่อง ดูแล มิให้การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ถดถอย แต่พยายามให้ก้าวหน้าตามกำลังท่ีรัฐจะสามารถ สิ ท ธิ ม นุ ษ ย ช น ถื อ เ ป็ น กระทำได้ แต่หากเม่ือใดท่ีรัฐล้มเหลวในการคุ้มครองสิทธิ ประเด็นสากลที่นานาประเทศ มนุษยชน กลไกสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติก็จะเข้ามา ทวั่ โลกต่างให้ความสำคัญ โดยเปน็ กดดันเพ่ือให้รัฐเร่งแก้ไขปัญหาบนพื้นฐานของความเป็น เร่ืองสิทธิและความรับผิดชอบของ สากลของสิทธิมนุษยชน ฉะน้ัน เม่ือไทยเป็นสมาชิก HRC บคุ คลทกุ คน สง่ ผลใหแ้ ตล่ ะประเทศ และเป็นประธาน HRC ก็เทา่ กบั ไทยได้เขา้ ไปร่วมรบั ผิดชอบ ไม่สามารถละเลยเร่ืองการส่งเสริม การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนทั่วโลกแล้ว โดยไทยจะต้องเป็น และคุ้มครองสิทธิมนุษยชนภายในประเทศของตนได ้ ตัวอย่างของการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และควรปฏิบัติตาม ทั้ง HRC และตราสารระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน คำม่ันด้านสิทธิมนุษยชนท่ีได้ให้ไว้กับประชาคมโลก เป็นกลไกด้านสิทธิมนุษยชนท่ีสำคัญของสหประชาชาต ิ อยา่ งจรงิ จงั ซงึ่ ตอ้ งอาศยั ความรว่ มแรงรว่ มใจจากทกุ ภาคสว่ น ท่ีมีข้ึนเพ่ือป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นสำคัญ ในสังคม น่ีคือความเช่ือมโยงระดับโลกกับประเทศไทย อย่างไรก็ดี การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนยังถือเป็นความ ในประเด็นสิทธิมนุษยชน ท่ีไม่สามารถหลีกเล่ียงได้ในฐานะ รับผิดชอบหลักของรัฐ ตราบใดที่รัฐยังมีขีดความสามารถ สมาชิกทีม่ คี วามรับผิดชอบของสหประชาชาติ ในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประชาชนของตนเอง กลไกสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติก็จะทำหน้าที่เป็นส่วน สนับสนุนการดำเนินงานของรัฐ โดยการวางมาตรฐาน

กรมองค์การระหวา่ งประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ โทร. 0 2643 5065-6 โทรสาร 0 2643 5064 www.mfa.go.th/humanrights บริษัท แปลน กราฟิค จำกดั ออกแบบรปู เลม่ พิมพ์ครง้ั ท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2554 : 20,000 เล่ม


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook