Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ศิลปะเส้นคม

ศิลปะเส้นคม

Published by Guset User, 2022-06-21 07:22:45

Description: ศิลปะเส้นคม

Search

Read the Text Version

หนงั สอื ปกหนงั สือ คานา สารบญั บทของเนือ้ หา บรรณานกุ รม -เนือ้ หาแตล่ ะบท ประเภทของปก -เนือ้ ความ -เนือ้ ความ -เนือ้ ความ +พลกิ -ช่ือผแู้ ตง่ -ประเภทของสารบญั +อ่าน +พลกิ +อ่าน +พลกิ +อ่าน +อ่าน +พลกิ +อา่ น ตวั หนงั สอื หนา้ หนงั สือ +อกั ขระ -เนือ้ หาแตล่ ะหนา้ +สะกด +หลกิ +อ่าน รูปภาพ +รูปภาพ +ดู

ศิลปะ เส้นคม วาดเสน้ คนเหมอื นเหมอื น

คำนำ หนงั สอื อิเล็กทรอนคิ สเ์ รื่อง ศิลปะเสน้ คม (วาดเสน้ คนเหมือน) เป็นสว่ นหนึ่งของรายวชิ าศิลปะ ท่ี จดั ทาขนึ้ มาเพ่ือเป็นแหลง่ ความรูใ้ หก้ บั ผทู้ ่สี นใจในเร่ืองของการวาดภาพเหมอื นคน โดยในท่นี จี้ ะเนน้ ไปท่ี การใชด้ ินสอในการวาดแรเงา ซง่ึ ก็จะประกอบไปดว้ ยเนอื้ หา เช่น อปุ กรณใ์ นการวาดเสน้ การจบั ดนิ สอวาด ลกั ษณะเสน้ และอารมณข์ องเสน้ นา้ หนกั แสงและเงา การวดั สว่ นใบหนา้ คน และขนั้ ตอนการวาดภาพดว้ ย ดินสอ ขอ้ มลู และส่ือวีดิโอทงั้ หมดท่นี ามารวบรวมนสี้ บื คน้ มาจากอนิ เตอรเ์ นต็ ผจู้ ดั ทาก็หวงั เป็นอยา่ งยงิ่ ว่าหนงั สอื อิเล็กทรอนกิ สเ์ ลม่ นีจ้ ะมีประโยชนส์ าหรบั ผทู้ ่สี นใจและกาลงั ศกึ ษาหาขอ้ มลู หากว่ามขี อ้ ผิดพลาดประการใดก็ขอ้ อภยั ไว้ ณ ท่นี ี้ วสนุ นั ท์ ปรีช่มุ ศิลปะเสน้ คม (วาดเสน้ คนเหมอื น) ก

เรอื่ ง หน้ำ คานา ก-ข อปุ กรณใ์ นการวาดเสน้ 1-3 การจบั ดนิ สอวาดรูป 4-5 ลกั ษณะเสน้ และอารมณข์ องเสน้ 5-6 นา้ หนกั แสงและเงา 6-7 การวดั สดั สว่ นใบหนา้ คน 7-9 ขนั้ ตอนการวาดภาพดว้ ยดนิ สอ 9-12 บรรณานุกรม 13 ศลิ ปะเสน้ คม (วาดเสน้ คนเหมอื น) ข

อปุ กรณใ์ นกำรวำดเสน้ 1. กระดานรองเขียน (DRAWING BOARD) ขนาดประมาณ 40 x 60 ซม.(A2) ควรเป็นกระดานท่มี พี นื้ ผวิ เรยี บ มนี า้ หนกั เบาสะดวกแก่การ พกพา ขนาดใหญ่กว่ากระดาษเล็กนอ้ ย เม่อื หนีบกระดาษติดกบั กระดานแลว้ กระดาษไมค่ วรเกนิ ออกมานอกกระดาน เพราะกระดาษสว่ นท่เี กินออกมาจะเกิดการยบั และเสียหายไดง้ ่าย 2. กระดาษ (PAPER) สาหรบั วาดเสน้ มีหลายชนิดสามารถเลอื กใชไ้ ด้ ตามเทคนคิ ของการวาดเสน้ ซง่ึ ตอ้ งดคู ณุ สมบตั ิ และความเหมาะสม เช่น นา้ หนกั การซมึ ซบั และผิวสมั ผสั 1

3. ยางลบ (ERASER) มที ่งั แบบแขง็ มาก แขง็ นอ้ ย และน่ิมเหมอื นดินนา้ มนั สามารถปั้นและแต่งรูปแบบได้ แลว้ เลอื กใช้ ตามเทคนิคของภาพท่ีวาด 4. ตวั หนีบกระดาษ (BUILDING CLIP) ตวั หนีบกระดาษ ใชห้ นบี กระดาษใหต้ ิดกบั กระดานรองวาด ไม่ใหข้ ยบั เขยือ้ นในเวลาท่ีทาการวาด สว่ นมากใชแ้ ค่ 2- 4 ตวั 2

5. มดี เหลาดินสอ (CUTTER) มดี เหลาดินสอ นิยมใชม้ ีดคตั เตอร์ เพราะมคี วามคมมากกว่ามีดธรรมดาสามารถเปลยี่ นใบมดี ได้ เม่อื หมดคมและยงั สามารถ เล่ือนเกบ็ ใบมีดเขา้ ใน เพ่ือปอ้ งกนั อนั ตรายได้ 6. ดนิ สอ (PENCILS) ท่ใี ชใ้ นการวาดภาพมดี ว้ ยกนั หลากหลายชนดิ และหลากหลายเบอรค์ งกาหนดไม่ไดว้ ่าชนิดไหน หรือเบอรไ์ หนดีท่สี ดุ ขนึ้ อยกู่ บั ผูว้ าดท่จี ะเลือกใชใ้ หเ้ หมาะสมกบั งานและความตอ้ งการ ดนิ สอท่ี นยิ มใชใ้ นการวาดเสน้ และเหมาะแก่ผฝู้ ึกใหม่ คือ ดินสอ EE ซง่ึ มคี วามดามากเป็นพิเศษ สามารถ ลงนา้ หนกั บรเิ วณท่ีตอ้ งการความเขม้ ไดด้ ี 3

กำรจับดินสอวำดรูปแบบเขียนหนังสือหรือตวั อกั ษร เป็นลกั ษณะของการจบั ดินสอเพ่ือเหมาะสาหรบั การเก็บรายละเอียดต่างๆท่ีตอ้ งการความแมน่ ยา ซ่งึ ในรายละเอียดท่ีเขียนหรือวาดภาพนนั้ ตอ้ งเนน้ ในเรื่องของเสน้ นา้ หนกั แสงและเงาท่ีตอ้ งใชแ้ รงเหว่ียง ของขอ้ มือและการกดนา้ หนกั ของนิว้ มือท่ีตอ้ งการใชแ้ สงและเงา ดงั นนั้ ในรูปแบบของการจบั ดินสอประเภท นีจ้ ึงเหมาะกบั การใชง้ านในหนา้ ท่ีดงั กล่าว ในส่วนของดา้ นขอ้ มือจะเป็นตวั ช่วยในการวางระนาบกับพืน้ ของกระดาษเพ่ือสาหรบั การใชข้ อ้ เหว่ยี งกบั การสเก็ตซภ์ าพใหอ้ ยใู่ นระยะท่ีเหมาะสมเพ่อื ใสร่ ายละเอียดของ ภาพใหส้ วยงามตามแนวความคดิ และจินตนาการ กำรจับดินสอวำดรูปแบบคว่ำมือ เป็นลกั ษณะของการจบั ดินสอท่ีเหมาะสาหรบั การร่างภาพและการลงนา้ หนกั แสงเงาในพืน้ ท่ีกวา้ งๆ โดย จะต้องใหค้ วามยาวของปลายดินสออยู่ห่างจากปลายนิว้ มือท่ีจับอยู่ประมาณ 5-6 เซ็นติเมตร แล้วลง นา้ หนักไปท่ีส่วนปลายของนิว้ มือลงสู่ปลายดินสอจะเกิดเส้นท่ีมีความหนาตามแนวระนาบท่ีวางมือ ประมาณ20-35 องศา เพ่อื สรา้ งแสงและเงาตามความตอ้ งการ 4

กำรจบั ดินสอวำดรูปแบบหงำยมอื เป็นลักษณะของการจับดินสอท่ีเหมาะสาหรบั การร่างภาพคร่าวๆท่ีไม่ตอ้ งการรายละเอียดมากนัก โดย จะตอ้ งใหค้ วามยาวของปลายดินสออยู่ห่างจากปลายนิว้ มือท่ีจับอยู่ประมาณ 8-10 เซ็นติเมตร ซ่งึ การจบั ดินสอประเภทนีจ้ ะแตกต่างกับการจบั ดินสอแบบท่วั ไปคือ จะหงายมือขึน้ โดยนิว้ ชีแ้ ละนิว้ กลางจะวางบน ระนาบของกระดาษซ่งึ นิว้ ทงั้ สองจะสมั ผสั กบั พืน้ ผิวของกระดาษท่ีวาดรูป ในการจบั ดินสอประเภทนีม้ กั จะ ใชข้ อ้ เหว่ียงในการสรา้ งรูปทรงกลมหรือการวาดเสน้ โคง้ จะเหมาะมาก ซ่ึงเป็นเพียงแค่การร่างภาพคร่าว เทา่ นนั้ โดยจะไม่เกบ็ รายละเอียดมากนกั ...จะเหมาะในการเขียนโครงสรา้ ง ลักษณะเส้นและอำรมณข์ องเส้น เสน้ มจี ดุ เด่นท่ีนามาใชไ้ ดห้ ลากหลายรูปแบบ ทาใหเ้ กิดรูปรา่ งรูปทรงตา่ งๆ มากมาย เพ่ือตอ้ งการสอ่ื ใหเ้ กดิ ความรูส้ ึกทางดา้ นอารมณ์ จากการสรา้ งสรรคข์ องงาน 1. เสน้ ตงั้ หรือ เสน้ ด่งิ ใหค้ วามรูส้ กึ ทางความสงู สงา่ ม่นั คง แข็งแรง หนกั แน่นเป็นสญั ลกั ษณข์ อง ความซอ่ื ตรง 2. เสน้ นอน ใหค้ วามรูส้ กึ ทางความกวา้ ง สงบ ราบเรียบ น่ิง ผอ่ นคลาย 3. เสน้ เฉียง หรือ เสน้ ทะแยงมมุ ใหค้ วามรูส้ กึ เคล่ือนไหว รวดเรว็ ไม่ม่นั คง 4. เสน้ หยกั หรือ เสน้ ซิกแซก แบบฟันปลา ใหค้ วามรูส้ กึ คล่ือนไหว อยา่ งเป็นจงั หวะ มีระเบยี บ ไมร่ าบเรยี บ น่ากลวั อนั ตราย ขดั แยง้ ความรุนแรง 5. เสน้ โคง้ แบบคล่ืน ใหค้ วามรูส้ กึ เคล่ือนไหวอยา่ งชา้ ๆ ลนื่ ไหล ต่อเน่อื ง สภุ าพ ออ่ นโยน น่มุ นวล 6. เสน้ โคง้ แบบกน้ หอย ใหค้ วามรูส้ กึ เคล่ือนไหว คลี่คลาย หรอื เตบิ โตในทิศทางท่ีหมนุ วน ถา้ มองเขา้ ไปจะ 5

เหน็ พลงั ความเคล่ือนไหวท่ีไม่สนิ้ สดุ 7. เสน้ โคง้ วงแคบ ใหค้ วามรูส้ กึ ถงึ พลงั ความเคล่ือนไหวท่ีรุนแรง การเปลย่ี นทิศทางท่ีรวดเรว็ ไมห่ ยดุ น่งิ 8. เสน้ ประ ใหค้ วามรูส้ ึกท่ไี ม่ตอ่ เน่ือง ขาด หาย ไม่ชดั เจน ทาใหเ้ กิดความเครยี ด น้ำหนักแสงและเงำ แสงและเงา (Light & Shade) เป็นองคป์ ระกอบของศลิ ป์ ท่อี ย่คู ่กู นั แสง เม่ือสอ่ งกระทบ กบั วตั ถุ จะทาให้ เกิดเงาแสงและเงาเป็นตวั กาหนดระดบั ของค่านา้ หนกั ความเขม้ ของเงาจะขึน้ อยกู่ บั ความเขม้ ของแสงในท่ี ท่มี ีแสงสว่างมาก เงาจะเขม้ ขนึ้ และในท่ีท่มี แี สงสว่างนอ้ ยเงาจะไม่ชดั เจนในท่ีท่ไี มม่ ีแสงสวา่ งจะไม่มเี งาและ เงาจะอย่ใู นทางตรงขา้ มกบั แสงเสมอคา่ นา้ หนกั ของแสงและเงานท่ีเกดิ บนวตั ถสุ ามารถจาแนกเป็นลกั ษณะ ท่ี ต่าง ๆ ไดด้ งั นี้ 1. บรเิ วณแสงสว่างจดั (Hi-light) เป็นบรเิ วณท่ีอย่ใู กลแ้ หลง่ กาเนดิ แสงมากท่สี ดุ จะมี ความสว่างมากท่สี ดุ ในวตั ถทุ ่มี ีผวิ มนั วาวจะสะทอ้ นแหลง่ กาเนิดแสงออกมาใหเ้ ห็นไดช้ ดั 2. บรเิ วณแสงสว่าง (Light) เป็นบรเิ วณท่ไี ดร้ บั แสงสว่าง รองลงมาจากบรเิ วณแสงสว่าง จดั เน่อื งจากอย่หู ่างจากแหลง่ กาเนิดแสงออกมา และเร่มิ มีคา่ นา้ หนกั อ่อน ๆ 3. บรเิ วณเงา (Shade) เป็นบรเิ วณท่ีไมไ่ ดร้ บั แสงสว่าง หรือเป็นบรเิ วณท่ถี กู บดบงั จาก แสงสวา่ ง ซ่งึ จะมีค่านา้ หนกั เขม้ มากขนึ้ กว่าบรเิ วณแสงสว่าง 4. บรเิ วณเงานเขม้ จดั (Hi-Shade) เป็นบรเิ วณท่อี ย่หู า่ งจากแหลง่ กาเนิดแสงมากท่ีสดุ หรือ เป็นบรเิ วณท่ีถกู บดบงั มาก ๆ หลาย ๆ ชนั้ จะมีค่านา้ หนกั ท่เี ขม้ มากไปจนถงึ เขม้ ท่ีสดุ 5. บรเิ วณเงาตกทอด เป็นบรเิ วณของพนื้ หลงั ท่ีเงาของวตั ถทุ าบลงไป เป็นบรเิ วณเงาท่อี ยู่ ภายนอกวตั ถุ และจะมคี วามเขม้ ของคา่ นา้ หนกั ขึน้ อย่กู บั ความเขม้ ของเงา นา้ หนกั ของพนื้ หลงั ทิศทางและระยะของเงา 6

ควำมสำคญั ของคำ่ นำ้ หนัก 1. ใหค้ วามแตกต่างระหว่างรูปและพนื้ หรือรูปทรงกบั ท่วี ่าง 2. ใหค้ วามรูส้ กึ เคลือ่ นไหว 3. ใหค้ วามรูส้ กึ เป็น 2 มิติ แกร่ ูปรา่ ง และความเป็น 3 มิติแก่รูปทรง 4. ทาใหเ้ กิดระยะความตืน้ - ลกึ และระยะไกล้ - ไกลของภาพ 5. ทาใหเ้ กิดความกลมกลืนประสานกนั ของภาพ 1.ใช้สำยวดั ท่ี ยืดหยุ่น. ในการวดั ใบหนา้ นนั้ คณุ จะตอ้ งใชส้ ายวดั อ่อนๆ ท่ชี ่างตดั เสือ้ ใชก้ นั ซง่ึ สามารถหาซือ้ ไดต้ าม หา้ งสรรพสินคา้ สว่ นใหญ่ ไม่จาเป็นว่าหน่วยจะตอ้ งเป็นนิว้ หรอื เซนติเมตร เพราะสว่ นสาคญั คือการเทียบ ขนาดของแตล่ ะสว่ น ไมใ่ ชต่ วั เลข 7

2.อยำ่ ใหผ้ มปรกหน้ำ. ถา้ ผมยาวใหร้ วบขนึ้ ไปดา้ นบนหรือมดั ไวด้ า้ นหลงั แต่ถา้ ผมสนั้ กใ็ หเ้ สยผมไป ดา้ นหลงั หรือไมก่ ็เอาก๊บิ เหน็บผมไวด้ า้ นบน เคลด็ ลับ :อย่าใชต้ ลบั เมตรวดั ขนาดใบหนา้ เพราะนอกจากวา่ จะใชย้ ากกว่าแลว้ ถา้ คณุ เผลอดงึ สาย เมตรกลบั เขา้ ไประหว่างวดั ขนาดใบหนา้ คณุ กอ็ าจจะเจ็บตวั ได้ 3.หยิบดนิ สอและกระดำษ. ในการหารูปหนา้ ดว้ ยการวดั ขนาดนนั้ คณุ จะตอ้ งจดขนาดแต่ละสว่ นท่วี ดั หลงั จากวดั เสรจ็ แลว้ คณุ จะไดเ้ ปรียบเทียบสว่ นต่างๆ ได้ เพราะฉะนนั้ หาอะไรมาจดขนาดท่วี ดั ไดเ้ อาไว้ 4.อยู่หน้ำกระจก. การวดั ขนาดใบหนา้ จะทาไดง้ า่ ยท่สี ดุ เม่อื คณุ เห็นวา่ ตวั เองกาลงั ทาอะไรอยู่ ยนื หรือน่งั หนา้ กระจกบานใหญ่ในหอ้ งท่ีมีแสงสว่าง หนั หนา้ เขา้ หากระจก คางอยใู่ นระดบั ปกติ 5.วัดควำมกวำ้ งของสว่ นทก่ี วำ้ งทสี่ ุดของหน้ำผำก. สว่ นนมี้ กั จะอยตู่ รงกลางระหว่างควิ้ กบั แนวเสน้ ผมท่ี อยดู่ า้ นบน วดั ระยะจากแนวเสน้ ผมท่ีหนา้ ผากขา้ งหนึง่ ไปยงั อีกขา้ งหน่ึง จากนนั้ จดตวั เลขท่ีไดล้ งไป ผูอ้ ำ่ นวิกฮิ ำวถำมวำ่ : \"เวลาท่วี ดั ความกวา้ งของใบหนา้ ฉนั ตอ้ งวดั ตงั้ แต่ตรงแนวเสน้ ผมเลยหรอื เปลา่ \" คำแนะนำจำกผเู้ ชยี่ วชำญ ลอรำ มำรต์ ิน ผใู้ ห้คำแนะนำด้ำนควำมงำมทม่ี ใี บอนุญำตตอบว่ำ : \" ใช่คะ่ ถา้ คณุ วดั ความกวา้ งของ หนา้ ผาก ใหเ้ ริ่มจำกแนวเส้นผมขำ้ งหนึ่งไปถึงแนวเส้นผมอีกขำ้ งหนึ่ง วิธีนจี้ ะทาใหค้ ณุ ไดข้ นาดท่ี ถกู ตอ้ งท่ีสดุ คะ่ \" 6.วดั ควำมกว้ำงระหวำ่ งโหนกแก้ม. การวดั สว่ นนจี้ ะยากสกั หน่อย ใชป้ ลายนวิ้ แตะโหนกแกม้ บรเิ วณท่ี นนู ออกมามากท่สี ดุ ซ่งึ โดยท่วั ไปจะอยใู่ ตห้ างตาแตล่ ะขา้ ง เม่อื คณุ ไดต้ าแหน่งท่ีถกู ตอ้ งแลว้ ใหว้ ดั จาก โหนกแกม้ ขา้ งหนงึ่ ไปยงั อีกขา้ งหนงึ่ เคลด็ ลับ : จาไวว้ ่าดงั้ อาจดึงเทปยาวขึน้ และทาใหค้ ณุ ไดค้ วามกวา้ งท่ีมากกว่าความเป็นจรงิ ในการวดั ขนาดท่ีถกู ตอ้ งนนั้ ใหถ้ ือสายวดั มาทางดา้ นหนา้ ของใบหนา้ และลกู ตา โดยใหจ้ ดุ ท่ีวดั ตรงกบั โหนกแกม้ แต่ ละขา้ ง แตถ่ า้ คณุ ใชว้ ิธีนี้ อยา่ ลมื ถือสายวดั ใหห้ ่างจากใบหนา้ ในการวดั สว่ นอ่ืนๆ ดว้ ยเช่นกนั 7.วัดขำกรรไกรแตล่ ะข้ำงมำถงึ ปลำยคำง. วางปลายสายวดั ขา้ งหนง่ึ ไวท้ ่มี มุ ขากรรไกรขา้ งหนง่ึ ตรงใตใ้ บ หู และลากมาถงึ ปลายคาง ทาเหมอื นกนั อีกขา้ งและนาผลมารวมกนั หรอื ไม่ก็แคเ่ อาความยาวแรกคณู 2 คณุ ก็จะไดค้ วามยาวคางขากรรไกร 8.วดั ควำมยำวของใบหน้ำ. นาสายวดั มาวดั ตงั้ แตจ่ ดุ กง่ึ กลางของแนวเสน้ ผมดา้ นบนลงมาจนถึงปลาย คาง ถา้ คณุ เป็นคนหวั เถิกหรือโกนผม ใหก้ ะเอาวา่ แนวเสน้ ผมนา่ จะอย่ตู รงไหน 8

หมำยเหตุ : ถา้ จมกู คณุ โด่งมาก มนั ก็อาจจะความใหว้ ดั ความยาวออกมาแลว้ คลาดเคลอื่ นได้ เพราะฉะนนั้ แทนท่จี ะแนบสายวดั ติดใบหนา้ ใหถ้ ือสายวดั ขนึ้ ลงห่างจากใบหนา้ และลกู ตาในจดุ ท่ีตรงกบั แนวเสน้ ผมและคาง 9.เปรียบเทยี บแต่ละสว่ นเพ่ือหำรูปหน้ำ. หลงั จากท่คี ณุ วดั สดั สว่ นและจดลงไปแลว้ ใหด้ วู า่ ตรงไหน ใหญ่ท่สี ดุ และตรงไหนเลก็ ท่ีสดุ จากนนั้ เปรียบเทียบสดั ส่วนของใบหนา้ กบั รูปหนา้ ท่พี บไดท้ ่วั ไป 8-เชน่ ถา้ ความยาวและความกวา้ งของใบหนา้ เท่ากนั คณุ กอ็ าจจะเป็นคนหนา้ กลมหรือหนา้ สีเ่ หลี่ยม แต่ ถา้ เป็นหนา้ สเ่ี หล่ยี มตรงขากรรไหรจะกวา้ งกว่าและเป็นเหลยี่ มมมุ มากกว่าหนา้ กลม -ถา้ ดา้ นยาวยาวกว่าดา้ นกวา้ ง คณุ ก็อาจจะเป็นคนหนา้ รูปยาว หนา้ รูปไข่ หรือหนา้ รูปสี่เหลยี่ มผนื ผา้ เพ่ือใหร้ ูว้ า่ เป็นรูปหนา้ แบบไหนกนั แน่ ใหด้ คู วามกวา้ งหรือความยาวของหนา้ ผาก โหนกแกม้ และขากรรไกร -ถา้ วดั ออกมาแลว้ ใบหนา้ ของคณุ ค่อยๆ แคบลงเรอื่ ยๆ จากหนา้ ผากลงมาท่ขี ากรรไกร กแ็ สดงวา่ รูปหนา้ ของคณุ เป็นรูปหวั ใจหรือรูปไข่ แต่ถา้ มนั เทา่ กนั หมด รูปหนา้ ของคณุ กอ็ าจจะเป็นหน้ารูปยาว รูปสีเ่ หลย่ี ม หรอื สีเ่ หลี่ยมผืนผา้ ก็ได้ -แตถ่ า้ ใบหนา้ ของคณุ ค่อยๆ กวา้ งขนึ้ จากหนา้ ผากลงมาท่ีขากรรไกร ก็แสดงว่าเป็นหนา้ รูปสามเหลี่ยม ข้นั ตอนกำรวำดภำพดว้ ยดินสอ 1.รา่ งภาพ 9

กอ่ นทาการวาดภาพและลงนา้ หนกั ในภาพคนเหมอื นนนั้ ส่ิงท่สี าคญั ท่สี ดุ คือการรา่ งภาพแบบก่อนเพราะถา้ เรารา่ งภาพแบบไม่เหมือนหรือผดิ สดั สว่ นพอลงนา้ หนกั กไ็ มม่ ีวนั ท่รี ูปจะออกมาเหมอื นและถกู สดั สว่ นตาม แบบไดเ้ ลย สว่ นการรา่ งภาพนนั้ แนะนาใหร้ ่างเบาๆกอ่ น(อาจรา่ งดว้ ยดนิ สอ HB กไ็ ด)้ เพราะกนั ผิดพลาด และลบแกไ้ ขไดง้ ่าย 2.กาหนดแสง-เงา ขนั้ ตอนนสี้ าหรบั รูปท่มี กี ารเขา้ แสงท่ีจดั ทาใหเ้ กดิ แสง-เงาท่ตี ดั กนั จึงควรลงนา้ หนกั ดา้ นท่เี ป็นเงา บางๆก่อน (สว่ นดา้ นท่แี สงเขา้ มากระทบไมต่ อ้ งลงนา้ หนกั ปลอ่ ยขาวไวเ้ ลย)แลว้ จงึ เพ่มิ นา้ หนกั ภายหลงั เพ่อื แยกจาก ดา้ นแสงเขา้ ก่อน กนั งงและหลงนา้ หนกั แต่ถา้ รูปตน้ แบบเป็นแบบแสงน่มุ ไมต่ ดั กนั ชดั เจนก็ขา้ มขนั้ ตอนนไี้ ด้ เลยครบั 3.ลงนา้ หนกั กลาง 10

การลงนา้ หนกั ในขนั้ ตอนนใี้ หล้ งนา้ หนกั ใน Step ท่3ี และ4(กลบั ไปดขู นั้ ตอนการฝึกนา้ หนกั 5 Step)ไวก้ ่อน โดยจดุ ท่เี งาเขม้ ใหล้ ง Step 3 และลง Step 4 ในจุดท่เี งาไม่มากนกั สว่ นจดุ ท่สี วา่ งหรือโดนแสงใหเ้ วน้ ไวไ้ ม่ ตอ้ งลงนา้ หนกั เพราะการท่เี ราลง Step 3-4 ไวก้ ่อนนนั้ จะเป็นนา้ หนกั ท่ไี มเ่ ขม้ มากเกนิ ไปสามารถเพ่มิ นา้ หนกั และลบออกไดง้ า่ ยท่ีสาคญั การท่เี ราลงนา้ หนกั ในระดบั นีก้ อ่ นจนท่วั ภาพนนั้ จะไม่ทาใหภ้ าพนนั้ ดมู ดื หรอื เขม้ ไปดว้ ยครบั และยงั แยกดา้ นท่เี ป็นแสงและเงาไดช้ ดั เจนทาใหว้ าดภาพไดง้ า่ ยและรวดเรว็ ย่งิ ขึน้ 4.การเพิ่มนา้ หนกั ขนั้ ตอนนคี้ ือขนั้ ตอนท่ที าใหภ้ าพดมู รี ะยะชดั ลกึ มนี า้ หนกั และมชี วี ติ ขนึ้ มาครบั โดยการเพ่ิมนา้ หนกั เขา้ ไปใน จดุ ท่เี ราลงนา้ หนกั กลางไว้ ดวู า่ จดุ ไหนท่เี ป็นจดุ ท่มี ีเงาเขม้ มีความลกึ และมีการบงั แสงหรอื อย่ใู นระยะท่ีลกึ เขา้ ไปจดุ พวกนจี้ ะตอ้ งมีนา้ หนกั เขม้ ใน Step ท่ี 1-2 เช่นจุดท่จี ะมีนา้ หนกั Step ท่1ี ไดก้ ็อย่าง แกว้ ตา,หวั ตา, ขอบตาบน,รูจมกู ,รูห,ู ในปากหรือเสน้ กลางปาก,หวั ควิ้ และใตค้ าง/สนั กบั ปีกจมกู (ฝ่ังเงามดื )ฯลฯเหลา่ นลี้ ว้ น ตอ้ งใชน้ า้ หนกั ท่เี ขม้ เพ่อื ความมีมติ ขิ องภาพและการลงนา้ หนกั เหลา่ นตี้ อ้ งคานึงถงึ จดุ ท่เี ช่ือมนา้ หนกั ดว้ ย เชน่ ถา้ จะลงนา้ หนกั ท่ที าใหด้ นู มุ่ นวลจากเขม้ เขา้ หาอ่อนโดยไมใ่ ช่จดุ ท่แี สงเงาตดั กนั ก็ตอ้ งมนี า้ หนกั ท่ีคอย เช่ือมและมีการกระจายนา้ หนกั ออกรอบๆดา้ น คือเม่อื ลงนา้ หนกั Step ท่1ี ในจดุ ใดจดุ หน่ึงกก็ ระจายออก ดว้ ย Step ท่2ี รอบๆดา้ น(Step ท่2ี นเี้ ป็นตวั เช่ือมStep ท่1ี เพ่อื เขา้ หากบั Step ท่3ี หรือ4 ทาใหไ้ ม่ดขู าด จนเกนิ ไปและภาพดนู ่มุ นวลขนึ้ )เชน่ กนั ถา้ ลงนา้ หนกั ดว้ ย Step ท่2ี แลว้ ตอ้ งการเช่ือมกบั Step ท่4ี หรอื 5 ก็ ตอ้ งใชน้ า้ หนกั Step ท่3ี เป็นตวั เช่ือม ส่วนดา้ นท่แี สงเขา้ ท่ีเราเวน้ กระดาษไวข้ าวโดยไม่ลงนา้ หนกั ก็เช่ือมกบั 11

นา้ หนกั กลางท่เี ราลงไวด้ ว้ ย Step ท่5ี เขา้ หา Step ท่4ี ครบั แต่ขอ้ ควรสงั เกตอุ ีกอย่างคือถา้ จดุ ไหนเป็นจุดท่ี แสงเงาตดั กนั กไ็ ม่ควรใสน่ า้ หนกั ท่เี ป็นตวั เช่ือมลงไปเพราะจะทาใหภ้ าพขาดความสมจรงิ ไป 5.กาหนดทศิ ทางผม เม่อื ทาใบหนา้ เสรจ็ แลว้ กต็ อ้ งมาทาผมกนั บา้ งผมมีความสาคญั กบั ภาพมากนะครบั เพราะมนั จะทาใหด้ ู สมจรงิ มชี วี ติ ชวี าทาใหภ้ าพดสู วยขนึ้ ไดม้ ากทเี ดียวยกเวน้ รูปคนหวั ลา้ นหรอื ใส่หมวก ขนั้ ตอนการวาดผมก็ คือก่อนอ่นื ตอ้ งกาหนดทศิ ทางของเสน้ ผมกอ่ นโดยการลงนา้ หนกั กลางปาดไปตามแนวผมของตน้ แบบ (เหมือนการหวีผมครบั 6.เพิ่มนา้ หนกั ผม ขนั้ ตอนนคี้ ลา้ ยๆตอนทาใบหนา้ แต่ตา่ งกนั เรื่องทศิ ทางของการควบคมุ ดินสอ จะเพิม่ นา้ หนกั โดยรวมก่อนก็ ไดค้ รบั แลว้ เวน้ ดา้ นท่ถี กู แสงอยา่ ใหน้ า้ หนกั เทา่ กนั ไปหมดเพ่อื ความมีมิติและจบดว้ การนาดินสอท่แี หลม กรีดตดั ไปตามแนวเสน้ ผมทาใหผ้ มดเู ป็นเสน้ ๆสวยงาม 12

บรรณำนุกรม https://sites.google.com/site/artlearning26/kar-wad-lay-sen/xupkrn-kar- wad-lay-sen https://th.wikihow.com/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99 %E0%B8%AA%E0%B8%AD https://sites.google.com/site/thsanathat/home/sen https://media.prc.ac.th/ICT/%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B 8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0 %B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%9B/WEBNEW/webart/element03.html https://th.wikihow.com/%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%9 7%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8% B2 https://handmadebase.com/th/draw-simple-landscape-n-pencil/ 13

หนงั สือ ช่ือหนงั สือ ปกหนงั สือ คานา สารบญั บทของเนือ้ หา บรรณานกุ รม






Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook