37
38 แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 2 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 การแก้ปญั หาโดยใชเ้ หตุผลเชงิ ตรรกะ เวลา 8 ช่ัวโมง เรอื่ ง แนวคิดในการแก้ปญั หา เวลา 4 ช่ัวโมง รายวชิ า วิทยาการคำนวณ กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 6 ครผู ู้สอน นายฉตั รชยั ชายแก้ว 1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้ีวัด สาระท่ี 4 เทคโนโลยี มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี ประสทิ ธิภาพ รู้เท่าทนั และมจี รยิ ธรรม ตัวชี้วัด ป.6/1 ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการอธิบายและออกแบบ วิธีการแก้ปัญหาที่พบใน ชวี ิตประจำวัน 2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. อธบิ ายกระบวนการทำงานหรือการแกป้ ัญหา โดยใช้แนวคิดแบบตา่ ง ๆ ได้ (K) 2. ออกแบบกระบวนการทำงานหรอื การแกป้ ัญหา โดยใช้แนวคิดแบบต่าง ๆ ได้ (P) 3. ยกตวั อยา่ งการแกป้ ัญหาโดยใช้แนวคดิ การทำงานแบบตา่ ง ๆ ในชวี ิตประจำวนั ได้ (A) 3. สาระสำคัญ แนวคิดในการแก้ปัญหา คือแนวคิดที่ใช้ในการพิจารณากระบวนการทำงานหรือการแก้ปัญหาต่าง ๆ อยา่ งเปน็ ข้ันตอน ชว่ ยให้การทำงานและการแกป้ ัญหาสามารถทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพ โดยแนวคิดในการ แก้ปัญหามี 3 รูปแบบคือ แนวคิดการทำงานแบบลำดับ แนวคิดการทำงานแบบวนซ้ำ และแนวคิดการทำงาน แบบมเี งอ่ื นไข 4. สาระการเรียนรู้ แนวคิดในการแก้ปัญหา 5. รปู แบบการสอน/วธิ ีการสอน 1. วธิ ีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) 2. วธิ ีการสอนแบบกระบวนการกลุ่ม 3. เทคนิคตามแนวคิดเชงิ คำนวณ
39 6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแกป้ ญั หา ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 7. ทกั ษะ 4 Cs ทักษะการคดิ วจิ ารณญาณ (Critical Thinking) ทักษะการทำงานร่วมกัน (Collaboration Skill) ทกั ษะการส่ือสาร (Communication Skill) ทักษะความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) 8. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ซ่ือสัตย์ สุจริต รกั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์ ใฝเ่ รียนรู้ มีวนิ ยั มงุ่ มั่นในการทำงาน อยู่อย่างพอเพยี ง มจี ิตสาธารณะ รกั ความเปน็ ไทย 9. การจดั กระบวนการเรียนรู้ ชวั่ โมงที่ 1 ขนั้ นำ (10 นาที) กระตุ้นความสนใจ 1. ครูให้นักเรียนดูภาพจำนวน 3 คู่ โดยเป็นภาพทแ่ี สดงถึงแนวคิดการทำงานแบบลำดบั 1 คู่ ภาพท่ี แสดงถงึ แนวคดิ การทำงานแบบวนซ้ำ 1 คู่ และภาพทแี่ สดงถึงแนวคิดการทำงานแบบเงื่อนไข 1 คู่ แตค่ รไู มต่ อ้ งบอกนกั เรยี นว่าภาพแตล่ ะค่เู ปน็ การทำงานแบบใด ตวั อย่างภาพท่แี สดงถึงแนวคดิ การทำงานแบบลำดบั 1) ภาพการตกแต่งหน้าเค้ก โดยมีการอบขนมเค้ก > ทาครีมปิดเนื้อเค้ก > บีบครีมบนเค้ก > ใสผ่ ลไม,้ คุกก้ีเพือ่ ตกแต่งหน้าเค้ก 2) ภาพการซักผ้าโดยมีการเปิดน้ำใส่กะละมัง > ใส่ผงซักฟอก > นำผ้าใส่ในกะละมังแล้วขยี้ ผา้ > ล้างผา้ ด้วยน้ำสะอาด > บิดผา้ > ตากผ้า
40 ตัวอยา่ งภาพทแ่ี สดงถึงแนวคดิ การทำงานแบบวนซำ้ 1) ภาพการรดนำ้ ตน้ ไม้จำนวนหลาย ๆ ต้น โดยรดนำ้ ต้นไม้ทีละต้น จนหมด 2) ภาพการหยบิ หนงั สอื วางใสช่ ้ันวางหนังสอื โดยหยบิ หนงั สอื ทลี ะเลม่ จนหมด ตัวอยา่ งภาพท่แี สดงถึงแนวคิดการทำงานแบบเง่ือนไข 1) ภาพการกรอกนำ้ ใส่ขวดโดยใช้ต้นู ้ำหยอดเหรยี ญ ที่มีปุ๋มสีแดงใหก้ ดหยดุ นำ้ โดยตรวจสอบ ว่าน้ำเต็มขวดหรือยงั หากยงั ให้รอจนน้ำเต็มขวด หากเต็มขวดแล้วใหก้ ดปมุ่ สแี ดง 2) ภาพคนกำลังตรวจสอบแต้มสะสมในบัตรสมาชิก เพื่อลดราคาสินค้า โดยหากมีแต้ม จำนวนหนง่ึ จะไดร้ ับสว่ นลด 5% หากมีแตม้ อีกจำนวนหนึ่งจะไดร้ ับสว่ นลด 10% 2. ครูให้นักเรียนพิจารณาว่า ภาพแต่ละคู่มีอะไรที่ซ้ำกัน และเปรียบเทียบภาพทั้ง 3 คู่ว่ามีความ แตกตา่ งกนั อย่างไร ขัน้ สอน (50 นาท)ี สำรวจคน้ หา 3. ครูถามคำถามประจำเรื่องในสไลด์ประกอบการเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.6 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 แนวคิดในการแก้ปญั หามีความสำคญั อย่างไร 4. นักเรียนศึกษาข้อมูลเบื้องต้น เรื่องแนวคิดการทำงานแบบลำดับ ในสไลด์ประกอบการเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง แนวคิดการทำงานแบบเงื่อนไขในหนังสือเรียนหน้า 12 และเรื่องแนวคิดการทำงานแบบวนซ้ำ อธบิ ายความรู้ 5. ครูและนักเรียนร่วมกันตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องแนวคิดการทำงานแบบลำดับตามที่นักเรียนได้ ศึกษามาแลว้ ในหนังสอื เรยี น ประเด็นคำถาม 1) ห้องของปูมีองค์ประกอบอะไรบ้าง (คำตอบ: หน้าต่าง, ชั้นวางของ, เตียงนอน และตู้ เสื้อผา้ ) 2) ปกู ำลงั จะทำอะไร (คำตอบ: ทำความสะอาดหอ้ งนอน) 3) ปูมีขั้นตอนในการทำความสะอาดห้องอย่างไร (กวาดหยากไย่บนเพดาน > ทำความ สะอาดตู้ > เช็ดหน้าต่าง > ทำความสะอาดชั้นวางของ > เปลี่ยนผ้าปูที่นอน > กวาด และถูพ้นื ) 4) เพราะเหตใุ ด ปจู งึ เลือกทำความสะอาดในบรเิ วณท่ีอย่สู ูงก่อน แล้วจึงไลล่ งมาบริเวณท่ีต่ำ ทส่ี ดุ (แนวคำตอบ: เพราะถา้ หากทำความสะอาดพืน้ หรอื ส่ิงทอี่ ยูข่ า้ งล่างก่อน แลว้ ไปทำ ความสะอาดสงิ่ ที่อย่สู ูงกว่า จะทำใหเ้ ศษฝุ่นหรือเศษขยะต่าง ๆ หลน่ ลงมาท่ีพ้ืน และต้อง ทำความสะอาดพืน้ อีกรอบ)
41 5) หากปูไม่มีการวางแผน หรือไม่มีแนวคิดในการแก้ปัญหา จะเกิดอะไรข้ึน (แนวคำตอบ: จะทำให้การทำงานซำ้ ซอ้ นและมีหลายขน้ั ตอนมากย่ิงขึ้น) 6. ครูถามนกั เรียนเพิ่มเติมอีกว่า หากนกั เรยี นต้องทำความสะอาดห้องนอนของปู นักเรียนจะเร่ิมทำ อะไรก่อน เพราะเหตุใด มีนักเรียนคนใดที่มีวิธีการทำความสะอาดแตกต่างจากปูบ้าง ครูให้ นักเรียนอธิบายถึงความแตกต่าง จากนั้นครูบอกกับนักเรียนว่าการแก้ปัญหาใดปัญหาหน่ึง สามารถมไี ด้มากกว่า 1 วิธีกไ็ ด้ 7. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับการทำความสะอาดห้องนอนของปู โดยได้ข้อสรุปร่วมกันว่า การทำงานดังกล่าวเป็นการทำงานที่มีลำดับก่อน-หลังอย่างชัดเจน โดยต้องทำงานในขั้นแรกให้ สำเร็จก่อน จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนถัดไปได้ ซึ่งการทำงานในลักษณะนี้เรียกว่า การทำงานแบบลำดับ ซงึ่ เปน็ แนวคดิ ในการแกป้ ญั หาแนวคดิ หน่งึ 8. ครูสุ่มนักเรียน 3-4 คน เพื่อถามคำถามท้าทายความคิดขั้นสูงในหนังสือเรียนหน้า 10 ว่า เพราะ เหตุใด เราจึงไม่ควรใส่รองเท้าก่อนสวมเสื้อและกางเกง (แนวคำตอบ: เพราะหากใส่รองเท้าก่อน อาจจะทำใหเ้ ราใส่กางเกงไม่สะดวก และกางเกงอาจเปื้อนได)้ 9. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั ตอบคำถามเก่ียวกับเร่ืองแนวคิดการทำงานแบบเง่ือนไขตามท่ีนักเรียนได้ ศกึ ษามาแล้วในหนงั สอื เรียน ประเด็นคำถาม 1) นักเรียนเคยสังเกตไหมว่า ถังขยะที่เราเคยเห็นอยู่ตามที่ต่าง ๆ มีหลายสี แต่ละสีมีความ แตกต่างกันอย่างไร (แนวคำตอบ: สีของถังขยะ บ่งบอกถึงประเภทของขยะที่ควรทิ้งลง ไปในถงั นั้น เชน่ ถงั ขยะสีน้ำเงนิ ต้องใสช่ ยะประเภทรไี ซเคิล) 2) หากเรามีขยะประเภทเศษอาหาร เราควรท้งิ ลงถงั ขยะสีอะไรเพราะเหตใุ ด (แนวคำตอบ: ควรทิ้งลงถังชยะใบสีเขียว เพราะเป็นถังที่ใส่ขยะแบบย่อยสลายได้ ซึ่งเศษอาหารเป็น ขยะทยี่ ่อยสลายได)้ 3) หากเราไม่ทราบหรือไม่เข้าใจเงือ่ นไขในการทิ้งขยะ เราจะทิ้งขยะได้ถูกต้องตามประเภท หรือไม่ และหากเราทิ้งขยะผิดประเภท จะส่งผลอะไร (แนวคำตอบ: ไม่ถูกต้อง โดยหาก ทิ้งขยะผิดประเภทจะส่งผลต่อความยากลำบากในการกำจัดขยะ และขยะที่มีพิษอาจจะ ไปปนเปอื้ นกบั ขยะที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้) 10. ครูและนักเรียนร่วมกนั สรปุ ความรู้วา่ การทำงานในลักษณะนีเ้ ป็นการทำงานแบบมีเง่ือนไข ซึ่งเรา จะต้องเข้าใจเงื่อนไขต่าง ๆ ให้ชัดเจนก่อน และต้องใช้เหตุผลเชิงตรรกะมาช่วยพิจารณาด้วย เพื่อให้ไดค้ ำตอบหรือผลลัพธ์ตามเง่อื นไขท่ีกำหนด
42 ชัว่ โมงท่ี 2 ขั้นสอน (ต่อ) (60 นาท)ี อธิบายความรู้ 1. ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนความรู้เดิมที่เรียนในชั่วโมงที่แล้วว่า เราได้รู้จักแนวคิดในการ แก้ปัญหามาแล้ว 2 แนวคิด ได้แก่ แนวคิดการทำงานแบบลำดับ และแนวคิดการทำงานแบบ เงอื่ นไข 2. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั ตอบคำถามเกยี่ วกบั เร่ืองแนวคิดการทำงานแบบวนซ้ำตามทน่ี ักเรียนได้ ศกึ ษามาแล้วในหนังสือเรียน ประเดน็ คำถาม 1) ให้นักเรียนดูภาพตัวอย่างแรกในหนังสือเรียน แล้วพิจารณาว่า มีการเขียนแนวคิดแบบใด และมีขัน้ ตอนท้ังหมดเท่าไร (คำตอบ: แนวคิดแบบลำดบั / 5 ขนั้ ตอน) 2) นักเรยี นลองสงั เกตท่ภี าพตัวอยา่ งอีกครั้งวา่ มีขั้นตอนใดทซ่ี ้ำกนั หรือไม่ 3. ครูและนักเรียนร่วมกันถามตอบ จนได้ข้อสรุปร่วมกันว่าในการทำงานที่ต้องทำหลายครัง้ เหมอื น ๆ กัน เราสามารถเขียนรวมเป็นขั้นตอนเดียวกันได้ ซึ่งเราเรียกการทำงานแบบนี้ว่าการทำงาน แบบวนซ้ำ โดยการทำงานแบบวนซ้ำมี 2 แบบคือการทำงานแบบวนซ้ำที่มีจำนวนครั้งแน่นอน กับการทำงานแบบวนซำ้ ที่มีจำนวนคร้ังไม่แน่นอน 4. ครูชี้ให้นักเรียนเห็นว่าตัวอย่างแรกเรื่องการวิ่งแข่ง เป็นการทำงานแบบวนซ้ำที่มีจำนวนคร้ัง แน่นอนเพราะมีการบอกจำนวนรอบในการวิ่งท่ีแน่นอน จากนนั้ ครูยกตวั อย่างการทำงานแบบวน ซ้ำท่ีมีจำนวนคร้ังไมแ่ น่นอน โดยให้นักเรียนดภู าพตัวอย่างการใช้ขนั ตักนำ้ เพื่ออาบน้ำ ในหนังสือ เรียนรายวิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.6 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1 หน้า 16 โดยครูถามนักเรียนว่า โดยปกติแล้ว เวลาเราอาบน้ำโดยใช้ขัน มีใครเคยนับจำนวนครั้งที่เรา ตักน้ำบ้าง หากเราไม่ได้นับ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราควรต้องหยุดอาบน้ำ (แนวคำตอบ: จนกว่า รา่ งกายจะสะอาด, จนกวา่ จะพอใจ) 5. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเรื่องการใช้ขันอาบน้ำจนได้ข้อสรุปว่า การทำงานในลักษณะน้ี เปน็ แนวคดิ การทำงานแบบวนซ้ำทม่ี ีจำนวนครั้งไมแ่ นน่ อน โดยจะมีการทำซ้ำไปเรอ่ื ย ๆ จนกว่า จะมีเงื่อนที่สงั่ ให้หยุด 6. ครูให้ความรู้เพิ่มเติมเรือ่ งแนวคิดการทำงานแบบวนซำ้ กับนักเรียน ในมุม Com Sci ตามหนังสอื เรียนรายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.6 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 หน้า 16 7. ครูมอบมายงานให้นักเรียนทำกิจกรรมฝึกทักษะ Com Sci ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ เทคโนโยี (วิทยาการคำนวณ) ป.6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 หน้า 11 เรื่องการ เรยี งลำดับขัน้ ตอนการผกู เชอื กรองเท้า และหน้า 14 เร่ืองการทำงานแบบเงื่อนไข เปน็ การบ้าน
43 8. หลังจากที่นักเรียนได้เรียนรู้แนวคิดครบทั้งหมดแล้ว ครูและนักเรียนสรุปร่วมกันอีกครั้งว่า แนวคิดในการแกป้ ญั หามีทัง้ หมด 3 รปู แบบ ไดแ้ ก่ - แนวคดิ การแก้ปญั หาแบบลำดบั - แนวคิดการแกป้ ญั หาแบบวนซ้ำ -แนวคิดการแก้ปญั หาแบบมีเงื่อนไข 9. ครูถามคำถามเชื่อมโยงไปถึงรูปภาพ ที่เปิดให้นักเรียนดูในต้นชั่วโมงที่แล้วว่า แต่ละรูปภาพใช้ แนวคดิ การทำงานแบบใด 10. ครูนำใบงานที่ 1 เรอ่ื งตอ่ ยอดการแกป้ ัญหาเชิงตรรกะ ทนี่ ักเรียนเคยไดท้ ำไว้ (ในแผนทแ่ี ลว้ ) โดย นำวิธีการแก้ปัญหาเรื่องการตอบปัญหาภาษาอังกฤษที่นักเรียนได้เขียนไว้มาฉายลงบนโปรเจก เตอร์ หรือเขียนลงบนกระดาน เพื่อให้นักเรียนพิจารณาว่า วิธีการแก้ปัญหาที่นักเรียนเคยเขียน ใชแ้ นวคิดใดในการแกป้ ัญหา ตัวอย่างวิธีการแก้ปัญหาของนักเรียน เรื่องการตอบปัญหาภาษาอังกฤษ โดยครูอาจเลือก ใบงานทีม่ ีการเขียนวธิ ีการแกป้ ัญหาทีด่ หี รือสมบรู ณ์ทสี่ ุดมาใหน้ กั เรียนพจิ ารณา 11. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายว่าตัวอย่างที่ครูให้นักเรียนดู ได้ใช้แนวคิดใดบ้าง โดยได้ข้อสรุป ร่วมกันว่า ใช้แนวคิดทั้ง 3 แนวคิด โดยข้อ 1-7 ใช้แนวคิดการทำงานแบบลำดับ โดยจะมีการ ทำงานแบบวนซำ้ และมีเง่อื นไขซ่อนอยู่ นัน่ คือขอ้ 4, 5, 6 และ 7 ซง่ึ ใช้แนวคดิ การทำงานแบบวน ซ้ำและแบบมีเงื่อนไขผสมกัน เพราะ หากตรวจสอบข้อความในข้อ 6 แล้วพบว่ายังได้คำตอบไม่ ครบ จะต้องวนซ้ำกลับไปที่ข้อ 4 และ 5 เพื่ออ่านเงื่อนไข และตัดสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ออกอีกครั้ง
44 และวนซ้ำไปเร่ือย ๆ จนกวา่ จะไดค้ ำตอบครบ (แนวคำตอบอื่น ๆ ข้ึนอยกู่ บั ตัวอย่างที่ครูยกมาให้ เดก็ พจิ ารณา) 12. ครูมอบหมายงานให้นักเรียนทำกิจกรรมฝึกทักษะ Com Sci ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 หนา้ 17 เรื่องการทำงานแบบ วนซ้ำ และแบบฝึกหัดเรื่อง แนวคิดในการแก้ปัญหา ในแบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 หน้า 6 เป็นการบ้าน เพื่อทบทวน ความรู้ทไ่ี ด้เรยี นมาทงั้ หมด ชัว่ โมงที่ 3 ข้ันสอน (ตอ่ ) (60 นาที) ขยายความรู้ 1. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั ทบทวนความรู้เดิมทเี่ คยเรียนในชว่ั โมงที่แล้ว เร่อื งแนวคดิ ในการแกป้ ัญหา 2. ครูถามนกั เรียนว่า ในชวี ติ ประจำวันของนักเรยี นมีกจิ กรรมใดบ้าง ท่สี ามารถอธิบายโดยใช้แนวคิด การทำงานแบบต่าง ๆ ได้ (แนวคำตอบ: การเดินทางไปโรงเรียนด้วยรถยนต์ แล้วรถติดอยู่ที่ 4 แยก โดยมีสญั ญาณไฟจราจร 3 สี คือ แดง เหลอื ง เขียว ซ่ึงเราจะต้องทราบเง่ือนไขก่อนว่าแต่ละ สีหมายถงึ อะไร แลว้ จึงทำตามเงอื่ นไขน้นั ได้) 3. ครูบอกนักเรียนว่า วันนี้ครูจะให้นักเรียนตามติดชีวิตของลุงคนหนึง่ เขามีชื่อว่าลุงพล เรามาดูกัน ดีกว่าว่าใน 1 วัน ลุงพลต้องทำอะไรบ้าง แล้วให้นักเรียนช่วยวิเคราะห์ว่ามีช่วงใดบ้าง ที่เรา สามารถใชแ้ นวคิดการทำงานแบบต่าง ๆ ในการอธบิ ายได้ 4. ครใู หน้ กั เรยี นแบง่ กลุ่ม 3-4 คน จากนนั้ ครูอา่ นสถานการณใ์ นกิจกรรมฝกึ ทกั ษะท่ี 3 ในแบบฝกึ หดั รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 หน้า 14 ให้นักเรียนฟงั และใหน้ ักเรยี นนกึ ภาพตาม 5. ครถู ามนกั เรียนว่าจากสถานการณ์ทีค่ รูอ่านให้ฟงั มชี ว่ งใดบ้างทีส่ ามารถใช้แนวคดิ การทำงานแบบ ตา่ ง ๆ ในการอธบิ ายได้ โดยครใู ห้นักเรียนในกลุ่มชว่ ยกนั วิเคราะหแ์ ละเขยี นตอบลงในแบบฝกึ หัด 6. ครูเรียกนักเรียนแต่ละกลุ่มให้ออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียนว่า สามารถใช้แนวคิดแบบต่าง ๆ อธิบายเหตุการณ์ในช่วงใดได้บา้ ง และลงข้อสรปุ รว่ มกัน ตรวจสอบผล 7. ครูถามนักเรียนว่า แล้วในชีวิตประจำวันของนักเรียน มีเหตุการณ์ หรือสถานการณ์ใดบ้าง ที่ สามารถใช้แนวคดิ การทำงานแบบตา่ ง ๆ ในการอธิบายได้ 8. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมเรื่อง แนวคิดการทำงานแบบต่าง ๆ ที่ใช้อธิบายสถานการณ์ใน ชีวิตประจำวัน โดยครูให้นักเรียนระดมความคิดร่วมกันภายในกลุ่ม และให้นักเรียนแต่ละคน ร่วมกันเสนอสถานการณ์หรือเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันของตนเอง และช่วยกันเลือกเหตุการณ์
45 หรือสถานการณ์ที่ดีที่สุดของกลุ่มเพื่อมานำเสนอหน้าชั้นเรียน โดยแต่ละกลุ่ม ห้ามใช้เหตุการณ์ หรอื สถานการณ์ทซ่ี ำ้ กนั 9. ครูแจกกระดาษฟลิปชาร์ท และปากกาสีต่าง ๆ เพื่อให้นักเรียนช่วยกันวาดภาพหรือเขียน ข้อความเพื่ออธิบายเหตุการณ์หรือสถานการณ์นั้น ๆ หากทำไม่ทันในชั่วโมงนี้ ให้นักเรียนนำ กลับไปทำเป็นการบ้าน และนำเสนอในช่ัวโมงถดั ไป ชว่ั โมงที่ 4 ขัน้ สอน (ต่อ) (40 นาที) 1. ครูบอกนักเรยี นวา่ จากชั่วโมงท่ีแลว้ ครูได้มอบหมายงานให้นักเรียนทำกิจกรรมเรื่อง แนวคิดการ ทำงานแบบต่าง ๆ ที่ใช้อธิบายสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน ในชั่วโมงนี้ครูจะให้นักเรียนแต่ละ กลุ่มนำกระดาษที่ได้วาดรูปหรือเขียนไว้ ออกมานำเสนอโดยต้องอธิบายถึงแนวคิดต่าง ๆ ให้ ชดั เจน โดยครใู หเ้ วลาในการนำเสนอกลุม่ ละ 7-10 นาที 2. ครใู หน้ ักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอกจิ กรรมเรื่อง แนวคดิ การทำงานแบบตา่ ง ๆ ที่ใช้อธิบาย สถานการณ์ในชีวิตประจำวนั 3. ครูสอบถามนักเรียนแต่ละกลุ่มว่า สถานการณ์ของกลุ่มใด ที่มีการนำแนวคิดในการแก้ปัญหา แบบต่าง ๆ มาอธบิ ายได้ชัดเจนที่สุด และนอกจากสถานการณ์ของกลุ่มเราหรือของเพื่อน ๆ แล้ว ยงั มีสถานการณอ์ นื่ ๆ อีกหรอื ไม่ ขนั้ สรุป (20 นาท)ี 4. ครูให้นักเรียนตรวจสอบตนเองจากการเรียนเนื้อหาในหน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่องการแก้ปัญหา โดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการ คำนวณ) หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1 หนา้ 18 5. ครูและนักเรียนสรุปความรู้ประจำหน่วยร่วมกัน โดยดูแผนผังสรุปสาระสำคัญท้ายหน่วย ใน หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 หน้า 19 6. ครูมอบหมายงานให้นักเรียนทำกิจกรรมเสริมสร้างการเรียนรู้ ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 1 หนา้ 20-21 เปน็ การบ้าน 7. ครูมอบหมายงานใหน้ ักเรยี นทำชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) เป็นการบา้ น 8. ครูให้นักเรียนเลน่ เกมทางของฉัน ในกิจกรรมเลน่ เกมกบั Com Sci ตามหนังสือเรยี นรายวิชา พน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 หน้า 18 9. ครูใหน้ ักเรยี นทำแบบทดสอบหลังเรียน
46 10. ส่ือแหล่งการเรยี นรู้ 1. หนงั สอื เรยี นรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.6 2. แบบฝึกหดั รายวิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.6 3. สไลดค์ อมพิวเตอรป์ ระกอบการสอนรายวชิ าพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.6
47 11. การวัดและการประเมนิ ผล 11.1 การประเมินระหวา่ งการจัดกิจกรรม จุดประสงค์ วิธกี ารประเมิน เครอื่ งมอื การประเมนิ เกณฑก์ ารประเมิน อธบิ ายกระบวนการ ตรวจกิจกรรมฝกึ ทักษะ แบบประเมนิ การทำ สามารถอธบิ าย ทำงานหรอื การ ท่ี 3 เร่ือง ตามติดชีวิตลงุ กิจกรรมฝกึ ทกั ษะท่ี 3 กระบวนการทำงาน แก้ปัญหา โดยใชแ้ นวคดิ พล เรื่อง ตามตดิ ชวี ิตลงุ พล หรอื การแก้ปญั หา โดย แบบต่าง ๆ ได้ (K) ใช้แนวคิดแบบต่าง ๆ ระดับคุณภาพพอใช้ข้ึน ไป ออกแบบกระบวนการ ตรวจกิจกรรมฝกึ ทักษะ แบบประเมนิ การทำ สามารถออกแบบ ทำงานหรือการ ท่ี 3 เร่อื ง ตามตดิ ชีวติ ลุง กิจกรรมฝกึ ทักษะท่ี 3 กระบวนการทำงาน แก้ปญั หา โดยใช้แนวคดิ พล เรื่อง ตามตดิ ชีวติ ลงุ พล หรอื การแก้ปญั หา โดย แบบตา่ ง ๆ ได้ (P) ใช้แนวคดิ แบบต่าง ๆ ระดับคุณภาพพอใช้ขน้ึ ไป ยกตัวอยา่ งการแกป้ ัญหา ประเมินการนำเสนอ แบบประเมนิ การ สามารถนำเสนอ เร่ือง โดยใช้แนวคดิ การทำงาน เร่ือง แนวคดิ การทำงาน นำเสนอ เรอ่ื ง แนวคิด แนวคดิ การทำงานแบบ แบบต่าง ๆ ใน แบบตา่ ง ๆ ที่ใช้อธิบาย การทำงานแบบตา่ ง ๆ ที่ ต่าง ๆ ท่ีใช้อธบิ าย ชวี ติ ประจำวันได้ (A) สถานการณ์ใน ใช้อธบิ ายสถานการณใ์ น สถานการณ์ใน ชีวิตประจำวนั ชีวติ ประจำวัน ชีวิตประจำวนั ระดบั คณุ ภาพระดับพอใช้ข้นึ ไป
48 11.2 การประเมินการทำกจิ กรรมฝกึ ทักษะท่ี 3 เรอ่ื ง ตามตดิ ชวี ติ ลงุ พล แบบประเมนิ การทำกิจกรรมฝกึ ทกั ษะที่ 3 ประเดน็ ที่ประเมนิ 3 ระดับคะแนน 1 2 1. ความถกู ต้องของเน้ือหา กระบวนการทำงาน กระบวนการทำงานหรือ กระบวนการทำงานหรือ หรอื การแก้ปัญหามี การแก้ปัญหามีความ การแกป้ ัญหามคี วาม ความถูกต้อง 80% ถกู ต้อง 50% ขน้ึ ไป ถกู ต้องน้อยกวา่ 50% ข้ึนไป 2. กระบวนการทำงานหรือ ออกแบบกระบวนการ ออกแบบกระบวนการ ออกแบบกระบวนการ การแกป้ ัญหามีความเปน็ ทำงานตาม ทำงานตามสถานการณท์ ี่ ทำงานตามสถานการณ์ท่ี ลำดับขั้นตอน สถานการณ์ทกี่ ำหนด กำหนดได้อย่างเปน็ ลำดับ กำหนดได้ แต่ยังไม่เปน็ ไดอ้ ยา่ งเปน็ ลำดับ ข้ันตอน แต่ยังไมช่ ัดเจน ลำดบั ข้นั ตอน ข้นั ตอนที่ชัดเจน 3. การอธิบายโดยใช้ สามารถวิเคราะห์และ สามารถวิเคราะห์และใช้ สามารถวิเคราะห์ แนวคดิ แบบต่าง ๆ ใช้แนวคิดแบบลำดับ แนวคิดแบบลำดบั แบบ สถานการณ์ทก่ี ำหนดให้ แบบวนซำ้ และแบบ วนซ้ำ และแบบเง่ือนไขใน ได้ แตใ่ ชแ้ นวคิดการ เง่ือนไขในการอธิบาย การอธบิ ายสถานการณ์ท่ี ทำงานแบบต่าง ๆ ในการ สถานการณ์ท่ี กำหนดให้ได้อยา่ ง อธิบายไม่ครบทั้ง 3 กำหนดให้ได้อยา่ ง สมเหตสุ มผลเพยี ง แนวคดิ สมเหตุสมผลท้งั หมด บางส่วน เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ 8-9 ดี 5-7 ตำ่ กวา่ 5 พอใช้ ปรับปรงุ
49 11.3 แบบประเมนิ ชน้ิ งาน/ภาระงานรวบยอด รายการ เกณฑ์การประเมนิ คุณภาพ(ระดบั คุณภาพ) ประเมนิ 3 21 1. ความถกู ต้องของเน้ือหา แนวคิดหรอื วิธีการแก้ปญั หา แนวคดิ หรอื วิธีการ แนวคดิ หรือวธิ ีการ มคี วามถูกตอ้ ง ตรงตาม แก้ปญั หามีความถูกต้อง แกป้ ัญหามีความถูกต้อง เงื่อนไข 80% ขึน้ ไป ตรงตามเง่ือนไข 50% ตรงตามเงื่อนไขน้อยกว่า ชน้ึ ไป 50% 2. ความครบถว้ นของเนื้อหา ใสข่ อ้ มลู ทก่ี ำหนดใหใ้ น ใสข่ อ้ มลู ท่กี ำหนดใหใ้ น ใสข่ ้อมูลทก่ี ำหนดให้ใน ตารางได้ครบถ้วน80% ข้ึน ตารางได้ครบถว้ น 50% ตารางได้ครบถว้ นนอ้ ย ไป ข้นึ ไป กว่า 50% 3. การออกแบบแนวคิดหรอื ออกแบบแนวคิดหรอื วิธกี าร ออกแบบแนวคิดหรอื ออกแบบแนวคิดหรอื วธิ กี ารแก้ปญั หา แกป้ ญั หาไดอ้ ยา่ งเปน็ ลำดบั วธิ ีการแกป้ ัญหาได้อย่าง วธิ ีการแก้ปญั หาได้ แต่ ขนั้ ตอนท่ชี ัดเจน เข้าใจงา่ ย เปน็ ลำดับขน้ั ตอน แต่ยัง ยังไม่เปน็ ลำดับขน้ั ตอน ไมช่ ดั เจน 4. การให้เหตผุ ลประกอบการ อธบิ ายแนวคิดหรอื วิธีการ อธบิ ายแนวคิดหรือ อธิบายแนวคิดหรือ อธบิ ายแนวคดิ หรือวิธกี าร แกป้ ัญหาโดยใช้แนวคดิ การ วิธกี ารแก้ปัญหาโดยใช้ วิธกี ารแก้ปญั หาโดยใช้ แกป้ ญั หา ทำงานแบบตา่ ง ๆ ได้ พรอ้ ม แนวคิดการทำงานแบบ แนวคดิ การทำงานแบบ ทง้ั ให้เหตผุ ลประกอบอยา่ ง ตา่ ง ๆ ได้ พร้อมท้งั ให้ ตา่ ง ๆ ได้ แต่ไม่ให้ สมเหตุสมผลทุกประเดน็ เหตุผลประกอบ โดยมี เหตผุ ลประกอบ ความสมเหตุสมผล 50% ข้นึ ไป เกณฑก์ ารการตัดสนิ ระดับคุณภาพ คะแนน 10 - 12 หมายถึง ดี คะแนน 6 - 9 หมายถงึ พอใช้ ต่ำกว่า 6 หมายถึง ปรบั ปรงุ
50
51 ชนิ้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) เร่ือง การแก้ปญั หาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ใบงานท่ี 1.1.2 คำช้ีแจง: ให้นักเรยี นอ่านเงอ่ื นไขทกี่ ำหนดให้ แล้วตอบคำถามลงในตารางให้ถูกต้อง จากน้ันให้นักเรียน เขยี นแนวคิดในการแก้ปัญหา โดยอาจเขียนบอกเลา่ วาดภาพ หรือใช้สญั ลักษณ์ พร้อมทง้ั บอกด้วยวา่ นกั เรียนใช้แนวคิดใดในการแก้ปัญหา เง่อื นไข 1. บ้าน 4 หลังอยูต่ ดิ กัน แตล่ ะหลังมเี จ้าของบ้านช่ือนวล โอม กลา้ และตน้ โดยที่ช่ือเจ้าของบ้านไม่ เรยี งตามลำดับก่อน-หลัง และบา้ นแต่ละหลังจะทาสีบ้าน เลีย้ งสตั ว์ และปลูกต้นไมห้ น้าบา้ นอย่าง ใดอยา่ งหน่ึง ไมซ่ ำ้ กัน 2. สัตวเ์ ลยี้ งทั้ง 4 ชนิด มีสนุ ัขและกระรอกรวมอยูด่ ้วย 3. นวลอยู่บ้านหลังที่ 2 และปลูกตน้ โมกไวห้ น้าบ้าน ส่วนต้นอยูบ่ ้านติดกบั นวลและทาสีบ้านเปน็ สฟี า้ 4. คนท่อี ยบู่ า้ นสเี หลืองออ่ นจะปลกู ต้นจำปไี วห้ น้าบ้าน และเล้ียงแมว สว่ นคนที่อยูบ่ า้ นสีขาว มักจะ มาเลน่ กบั กระรอกท่หี นา้ บ้านทกุ เชา้ และเยน็ 5. กล้าอยบู่ า้ นสีขาวหลังสุดทา้ ย ปลกู ต้นมะยมไว้หน้าบ้าน ส่วนตน้ เล้ยี งนก และแขวนกรงนกไวใ้ ต้ ตน้ มะม่วง 6. โอมอย่บู า้ นหลังแรกทีม่ ีสเี หลืองอ่อน ซึ่งอย่ตู ดิ กับบ้านสชี มพทู ่ีมตี น้ โมกปลูกไว้หนา้ บา้ น
52 จากเงอื่ นไขดา้ นบน สามารถนำขอ้ มลู มาใส่ในตารางเพอื่ ตามหาลกั ษณะเฉพาะของบ้านแตล่ ะหลงั ไดด้ ังนี้
53 1. นักเรียนมีแนวคดิ หรอื วิธีการแกป้ ญั หาจากสถานการณ์ที่กำหนดใหอ้ ยา่ งไร จงอธิบายอยา่ งละเอยี ดโดย การเขียนบอกเลา่ วาดภาพ หรือใชส้ ัญลักษณ์
54 2. แนวคดิ หรือวธิ กี ารแกป้ ญั หาทีน่ ักเรยี นเขยี น เป็นแนวคิดการทำงานแบบใด จงอธิบาย .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... ...............................................................................................................................................................
55 ชิน้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) เฉลย เรอื่ ง การแกป้ ัญหาโดยใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะ ใบงานท่ี 1.1.2 (10คะแนน) คำชี้แจง: ให้นักเรยี นอ่านเง่ือนไขทีก่ ำหนดให้ แลว้ ตอบคำถามลงในตารางใหถ้ ูกต้อง จากนน้ั ใหน้ ักเรียน เขยี นแนวคดิ ในการแก้ปญั หา โดยอาจเขยี นบอกเล่า วาดภาพ หรอื ใชส้ ัญลักษณ์ พร้อมทั้งบอกด้วยว่า นกั เรียนใช้แนวคิดใดในการแกป้ ัญหา เงื่อนไข 1. บ้าน 4 หลังอย่ตู ดิ กนั แต่ละหลังมีเจ้าของบ้านชอ่ื นวล โอม กลา้ และตน้ โดยที่ช่ือเจ้าของบา้ นไม่ เรียงตามลำดบั ก่อน-หลัง และบ้านแต่ละหลังจะทาสีบ้าน เลี้ยงสัตว์ และปลูกตน้ ไมห้ น้าบ้านอยา่ ง ใดอยา่ งหน่ึง ไมซ่ ำ้ กนั 2. สัตว์เล้ยี งทงั้ 4 ชนิด มีสนุ ัขและกระรอกรวมอยดู่ ้วย 3. นวลอยู่บ้านหลงั ท่ี 2 และปลูกต้นโมกไว้หน้าบ้าน ส่วนตน้ อยู่บา้ นตดิ กบั นวลและทาสีบ้านเป็นสีฟา้ 4. คนที่อยบู่ า้ นสเี หลืองอ่อนจะปลูกตน้ จำปไี ว้หน้าบ้าน และเลยี้ งแมว สว่ นคนที่อยบู่ า้ นสีขาว มักจะ มาเล่นกบั กระรอกท่ีหนา้ บา้ นทกุ เช้าและเย็น 5. กลา้ อยู่บ้านสีขาวหลงั สุดท้าย ปลูกต้นมะยมไว้หน้าบ้าน สว่ นตน้ เล้ียงนก และแขวนกรงนกไวใ้ ต้ ต้นมะม่วง 6. โอมอยบู่ า้ นหลังแรกท่ีมีสเี หลืองอ่อน ซ่ึงอยู่ตดิ กับบ้านสชี มพูที่มีตน้ โมกปลูกไว้หน้าบ้าน
56 จากเงื่อนไขดา้ นบน สามารถนำข้อมูลมาใสใ่ นตารางเพอ่ื ตามหาลกั ษณะเฉพาะของบ้านแตล่ ะหลงั ไดด้ ังน้ี บ้านหลงั ที่ 1 2 3 4 ชอ่ื เจ้าของบ้าน โอม นวล ตน้ กลา้ สีบ้าน เหลอื งอ่อน ชมพู ฟ้า ขาว สัตวเ์ ลีย้ ง แมว สนุ ขั นก กระรอก ตน้ ไม้ จำปี ตน้ โมก ต้นมะม่วง ต้นมะยม 1. นกั เรยี นมแี นวคดิ หรอื วิธีการแก้ปญั หาจากสถานการณท์ ่ีกำหนดให้อย่างไร จงอธิบายอย่างละเอยี ดโดย การเขยี นบอกเลา่ วาดภาพ หรือใช้สัญลักษณ์ ตวั อยา่ งการเขยี นแนวคดิ การทำงานโดยการเขียนบอกเลา่ 1. เริ่มตน้ 2. อา่ นเง่ือนไข 3. ใสข่ ้อมูลในตาราง 4. ตรวจสอบวา่ ข้อมูลในตารางครบหรอื ไม่ ถา้ ไมค่ รบให้กลับไปอา่ นเงื่อนไขและใส่ขอ้ มลู ในตารางอีก ถา้ ครบแล้วให้จบการทำงาน 5. จบการทำงาน
57 2. แนวคิดหรือวธิ กี ารแกป้ ัญหาที่นกั เรยี นเขยี น เปน็ แนวคิดการทำงานแบบใด จงอธิบาย ...ก...า.ร..แ..ก...้ป..ัญ...ห...า.ด...งั .ก...ล..่า..ว...ส..า..ม..า..ร..ถ..อ..ธ..ิบ...า..ย..ไ.ด...โ้ .ด..ย..ใ..ช..แ้..น...ว..ค..ดิ ..ก..า..ร..ท...ำ.ง..า..น..แ...บ..บ...ว.น...ซ..ำ้...แ..ล...ะ..แ..บ..บ...ม..ีเ..ง.ื่อ..น...ไ.ข...................... ...เ.ร..่ิม...ต..้น..จ..า..ก...ก..า..ร.อ...่า..น..เ.ง..อื่ ..น...ไ.ข..แ..ร..ก....แ..ล..ะ..ใ..ส..่ข..้อ..ม...ลู ..ใ.น...ต..า..ร..า.ง...จ...า.ก...น..ัน้...ท..ำ..ก..า..ร..ต..ร..ว..จ..ส..อ..บ...เ.ง..่ือ..น...ไ.ข..ว..่า..ข..้อ..ม...ูล..................... ...ใ..น..ต..า..ร..า..ง..ค..ร..บ..ห...ร..ือ..ย..งั...ห..า..ก...ย..งั .ใ..ห..้ว..น...ซ..้ำ..ก..ล..ับ...ไ.ป...อ..่า..น..เ.ง..่ือ..น...ไ.ข..อ...ีก..ค..ร..้งั...โ.ด...ย..จ..ะ..ต..ร..ว..จ..ส..อ...บ..ไ..ป..เ.ร..ื่อ..ย....ๆ............................ ...จ..น...ก..ว..่า..ข..้อ..ม...ลู ..ใ.น...ต..า..ร..า.ง..จ..ะ..เ..ต..็ม...จ...ึง.จ..ะ..จ...บ..ก..า..ร..ท...ำ.ง..า..น.......................................................................................... ...............................................................................................................................................................
58 แบบทดสอบหลังเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 คำช้ีแจง : ใหน้ กั เรยี นเลือกคำตอบท่ีถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. เหตุผลเชิงตรรกะชว่ ยในการแก้ปัญหาได้ ยกเว้นขอ้ ใด 6. หากนักเรยี นได้รับมอบหมายให้เปล่ียนผา้ ปทู ่นี อน กวาดพนื้ ถูพื้น และกวาดหยากไยบ่ นเพดาน นกั เรยี นควรเลอื กทำสิ่งใด ก. ช่วยพจิ ารณาสาเหตุของปัญหา ก่อน จึงจะประหยัดเวลามากทสี่ ดุ ก. เปลีย่ นผา้ ปูที่นอน เพราะเป็นที่กกั เกบ็ ฝุ่นมากทส่ี ุด ข. ช่วยเพ่มิ เงอ่ื นไขในการแก้ปญั หา ข. ถูพ้นื เพราะระหว่างรอให้พื้นแห้งจะไดไ้ ปทำความสะอาด บริเวณอืน่ ค. ชว่ ยพิจารณาความเป็นไปไดข้ องการแกป้ ัญหา ค. กวาดพื้น เพราะหากพื้นสะอาดแล้วจะทำให้การทำ ความสะอาดบรเิ วณอ่นื ๆ สะดวกมากขึ้น ง. ช่วยตรวจสอบความสมเหตุสมผลในการแก้ปัญหา ง. กวาดหยากไย่บนเพดาน เพราะหยากไย่จะได้ตกลงมา ที่บริเวณที่ต่ำกว่า และทำความสะอาดตามลำดับ 2. เมืองพอดีอยูเ่ หนือเมืองพอใจ เมืองพอใจอยใู่ ตเ้ มอื ง 7. เจนแจกใบปลิวประชาสมั พนั ธ์งานวันลอยกระทงไปเรอ่ื ย ๆ พอเพียง เมอื งพอเพียงอยูเ่ หนือเมืองพองาม และเมือง จนหมด จัดเป็นแนวคดิ การทำงานแบบใด พอดอี ย่ใู ตเ้ มืองพองาม เมอื งอะไรอยเู่ หนอื สุด ก. การทำงานแบบลำดบั ข. การทำงานแบบมเี งือ่ นไข ก. เมืองพอดี ค. การทำงานแบบวนซำ้ ท่มี จี ำนวนครั้งแนน่ อน ง. การทำงานแบบวนซำ้ ทม่ี จี ำนวนครั้งไม่แนน่ อน ข. เมืองพอใจ 8. แฟงปลกู ตน้ ไม้จำนวน 3 ตน้ สามารถเขยี นการทำงานแบบ วนซ้ำทม่ี จี ำนวนครัง้ แนน่ อนไดอ้ ย่างไร ค. เมอื งพอเพียง ก. เริม่ ตน้ > ปลูกตน้ ไม้ > หยดุ ปลูก ข. เรมิ่ ต้น > ปลูกต้นไม้ 3 ต้น > หยุดปลูก ง. เมอื งพองาม ค. เริม่ ต้น > ปลูกต้นที่ 1 > ปลกู ต้นที่ 3 > หยดุ ปลูก ง. เร่มิ ต้น > ปลูกต้นท่ี 1 > ปลูกตน้ ที่ 2 > ปลกู ตน้ ที่ 3 3. ป้มุ ปู ปลา เปร้ียว เปน็ พี่น้องกัน เปรีย้ วบอกวา่ เขามีพ่ี > หยุดปลกู หนึ่งคน มีนอ้ งสองคน ปบู อกวา่ เขามีพส่ี ามคน ปลาบอก 9. งานใดเหมาะกบั การใช้แนวคิดการทำงานแบบเง่ือนไขมากท่สี ุด วา่ เขามนี ้องหนงึ่ คน ใครอายมุ ากท่ีสุด ก. การแต่งตวั ไปโรงเรียน ข. การร้อยลูกปดั เพ่อื ทำสรอ้ ยคอ ก. ปุม้ ข. ปู ค. การสงั เกตไฟจราจรก่อนขา้ มถนน ง. การแจกนมให้นกั เรยี นในตอนเช้า ค. ปลา ง. เปร้ยี ว 10. ครูมานะกำหนดเงือ่ นไขในการสอบวชิ าภาษาไทย โดยหาก นกั เรยี นไดค้ ะแนนตำ่ กว่า 10 คะแนนถือวา่ สอบตก ถ้าปลา 4. แนวคิดในการแกป้ ญั หามีความสำคญั อยา่ งไร ไดค้ ะแนนสอบ 10 คะแนน และเอ๋ได้คะแนนสอบ 17 คะแนน หมายความวา่ อยา่ งไร ก. ช่วยสรา้ งเง่อื นไขให้กบั ปญั หาต่าง ๆ ก. ปลาและเอส๋ อบผ่าน ข. ปลาและเอส๋ อบตก ค. ปลาสอบตก เอ๋สอบผ่าน ง. ปลาสอบผ่าน เอ๋สอบต ข. ชว่ ยกำหนดขอบเขตของวธิ ีการแกป้ ญั หา 6. ง 7. ง 8. ข 9. ค 10. ก ค. ชว่ ยออกแบบกระบวนการแกป้ ญั หาใหม้ ีความ ซับซอ้ น ง. ชว่ ยให้การแก้ปัญหาสามารถทำได้ง่ายและมี ประสทิ ธิภาพ 5. ข้อใดบอกข้นั ตอนการหงุ ขา้ วได้ถกู ตอ้ ง ก. ตวงข้าวสาร > ตวงนำ้ ให้เหมาะสม > หุงข้าว > ล้างข้าวใหส้ ะอาด ข. ตวงขา้ วสาร > ตวงนำ้ ให้เหมาะสม > ล้างข้าวสาร ใหส้ ะอาด > หุงขา้ ว ค. ตวงข้าวสาร > หงุ ข้าว > ตวงนำ้ ใหเ้ หมาะสม > ล้างข้าวสารใหส้ ะอาด ง. ตวงขา้ วสาร > ลา้ งขา้ วสารใหส้ ะอาด > ตวงนำ้ ให้เหมาะสม > หุงขา้ ว เฉลย 1. ข 2. ค 3. ก 4. ง 5. ง
59 ความคดิ เห็น / ข้อเสนอแนะของผูบ้ รหิ ารหรือผู้ท่ไี ด้รับมอบหมาย ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ลงชือ่ ..............................................ผ้ตู รวจ (นายจร แก้วหาญ) ผู้อำนวยการโรงเรียนนิคมสร้างตนเองพฒั นาภาคใต้ 2 วันท่ี ........................................... บันทึกผลการจดั การเรยี นรู้ 1. ผลการสอน ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... 2. ปัญหาและอุปสรรค ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... 3. แนวทางแก้ไข / พัฒนา ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ลงชอ่ื .............................................. (นายฉัตรชยั ชายแก้ว) ตำแหนง่ ครูโรงเรียนนิคมสร้างตนเองพฒั นาภาคใต้ 2
60 สรปุ คะแนนแบบทดสอบหลังเรยี น แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 2 คะแนนทดสอบของนกั เรียนชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6 ท่ี ชอื่ – สกลุ 10 คะแนน 1 เด็กชายมฮู ัมหมดั แบรอ 8 2 เด็กชายฮารสิ หามิ 9 3 เด็กชายพงศกร พรมกัณฑ์ 8 4 เด็กชายวรวิช ชยั นรุ กั ษ์ 8 5 เด็กชายวสพุ ล บำรงุ จินต์ 8 6 เดก็ หญงิ คอลเี ยาะ จินตารา 9 7 เดก็ หญงิ จณิ หน์ ภิ า ศรวี ริ ตั น์ 9 8 เดก็ หญงิ นุชศราภรณ์ นโุ รจน์ 9 9 เดก็ หญิงนูรตี า สิเดะ 8 10 เดก็ หญิงปัทมพร ทองเทพ 8 84 รวม 8.4 เฉลย่ี ร้อยละ 84.00
61 สรปุ คะแนนแบบฝึกหดั ท่ี 2 แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 2 คะแนนทดสอบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที ่ี 6 ท่ี ชอ่ื – สกลุ 10 คะแนน 1 ด.ช.ซาปูวนั กะโด 9 2 ด.ช.ธรี เดช โชติ 9 3 ด.ช.นิอาซนั นเิ ยะ 8 4 ด.ช.นอิ ัมรนั กาเร็ง 9 5 ด.ช.มะยากี นเิ ยะ 8 6 ด.ช.อมั รี เจะเมาะ 8 7 ด.ช.อีลียัส ยูนุ๊ 8 8 ด.ญ.รุสนี นเิ ยะ 8 9 ด.ญ.ณฐั ณชิ า บอื ซา 10 10 ด.ช.จีรพนั ธ์ ภมู า 9 86 รวม 8.6 เฉลีย่ รอ้ ยละ 86.00
62 แบบประเมนิ ผลการทำงานเปน็ กลุ่ม กลุ่มที่ 1 คำชแ้ี จง ครูสังเกตนักเรียนตามรายการประเมินพร้อมทง้ั บันทกึ ผลคะแนนการประเมนิ ลงในชอ่ งคะแนนตาม เกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมินผลการทำงานเปน็ กลมุ่ รายการประเมิน สรปุ ผล ท่ี ชอ่ื - สกลุ 1.คณะทำงาน รวม 2.ความรับผิดชอบ ่ตอหน้า ี่ท คะแนน คณุ ภาพ 3. ้ัขนตอนการทำงาน (20) 4.เวลา 5.ความร่วม ืมอในการทำงาน 1 เดก็ ชายมูฮัมหมดั แบรอ 2 2 2 2 3 12 พอใช้ 2 เดก็ ชายฮารสิ หามิ 3 3 3 2 3 14 ดี 3 เด็กชายพงศกร พรมกัณฑ์ 3 2 2 3 3 13 ดี 4 เด็กชายวรวชิ ชยั นรุ ักษ์ 3 2 2 3 3 13 ดี 5 เดก็ ชายวสพุ ล บำรุงจินต์ 3 2 2 3 3 13 ดี 12 9 9 10 12 65 รวม ดี เฉลี่ย 13.00 ระดบั คุณภาพ คะแนน 16 – 20 หมายถึง ดมี าก คะแนน 11 – 15 หมายถึง ดี คะแนน 6 – 10 หมายถึง พอใช้ คะแนน 1 – 5 หมายถึง ปรบั ปรงุ ลงชอื่ ...................................................ผูป้ ระเมนิ (นายฉัตรชยั ชายแก้ว)
63 แบบประเมินผลการทำงานเปน็ กลุ่ม กลุ่มท่ี 2 คำช้ีแจง ครสู ังเกตนักเรยี นตามรายการประเมินพร้อมท้ังบันทึกผลคะแนนการประเมนิ ลงในช่องคะแนนตาม เกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมินผลการทำงานเปน็ กลุ่ม รายการประเมิน สรุปผล ที่ ช่อื - สกุล 1.คณะทำงาน รวม 2.ความรับผิดชอบ ่ตอหน้า ี่ท คะแนน คุณภาพ 3. ้ัขนตอนการทำงาน (20) 4.เวลา 5.ความร่วม ืมอในการทำงาน 1 เด็กหญิงคอลเี ยาะ จนิ ตารา 3 2 2 2 3 12 ดี 2 เด็กหญิงจิณห์นิภา ศรีวิรตั น์ 2 3 3 2 3 13 ดี 3 เด็กหญงิ นชุ ศราภรณ์ นโุ รจน์ 3 2 2 3 3 13 ดี 4 เดก็ หญิงนรู ตี า สิเดะ 3 2 2 3 3 13 ดี 5 เด็กหญิงปทั มพร ทองเทพ 11 9 9 10 12 13 ดี รวม 64 เฉลี่ย 12.80 ระดบั คุณภาพ คะแนน 16 – 20 หมายถึง ดมี าก คะแนน 11 – 15 หมายถึง ดี คะแนน 6 – 10 หมายถึง พอใช้ คะแนน 1 – 5 หมายถึง ปรบั ปรงุ ลงชือ่ ...................................................ผู้ประเมนิ (นายฉัตรชัย ชายแก้ว)
64 เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบประเมนิ ผลการทำงานเปน็ กลุ่ม ประเด็น เกณฑ์การให้คะแนน การประเมนิ 1.คณะทำงาน 4 3 21 2. ความรับผดิ ชอบ มีประธาน ขาดองค์ประกอบ ขาดองคป์ ระกอบ ขาดองค์ประกอบ ตอ่ หนา้ ที่ 3.ขั้นตอนการทำงาน เลขานกุ าร 1 อย่าง 2 อย่าง 2 อย่างข้ึนไป 4.เวลา ผู้นำเสนอ 5.ความรว่ มมือใน การทำงาน ผรู้ ่วมงาน ทุกคนมีหน้าที่และ มีผู้มีหน้าที่ แต่ไม่ มีผู้มีหน้าที่ แต่ไม่ มีผู้มีหน้าที่ แต่ไม่ ความรับผิดชอบต่อ รบั ผิดชอบ 1 คน รับผดิ ชอบ 2 คน รับผิดชอบ 2 คน หนา้ ทข่ี องตนเอง ขึ้นไป - คดั เลือกและ ขาด 1 ขนั้ ตอน ขาด 2 ขั้นตอน ขาด 2 ขนั้ ตอน เตรยี มขอ้ มลู ได้ หรอื ไม่ชัดเจน หรือไมช่ ัดเจน ขน้ึ ไป หรอื ไม่ เหมาะสม ชดั เจน - มกี ารวางแผนการ ทำงาน - มีการเตรยี ม อปุ กรณ์ - มกี ารปฏบิ ัติตาม แผนและพัฒนางาน เสรจ็ กอ่ นกำหนด เสร็จตามกำหนด เสร็จไมท่ ันตาม เสรจ็ ไม่ทันตาม และงานมีคณุ ภาพ และงานมีคุณภาพ กำหนดแต่งาน กำหนดและงาน มีคณุ ภาพ ไม่มีคณุ ภาพ ทุกคนมสี ว่ นร่วม 80 % ของกลมุ่ มี 60 % ของกลมุ่ มี 40 % ของกล่มุ มี และใหค้ วามรว่ มมอื ส่วนร่วมและให้ ส่วนร่วมและให้ สว่ นรว่ มและให้ อย่างเตม็ ท่ี ความรว่ มมอื ความรว่ มมอื ความร่วมมอื
65 ตารางบันทึกผลคะแนนจากการสังเกตคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ท่ี ชื่อ - สกุล ความ ใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งม่นั ใน รวม แปลผล หมาย ซื่อสัตย์ การทำงาน เหตุ 1 เด็กชายมฮู ัมหมัด แบรอ สจุ ริต 3 คะแนน 9 คะแนน ดี 2 เดก็ ชายฮาริส หามิ 3 คะแนน 2 3 คะแนน 7 ดี 3 เด็กชายพงศกร พรมกัณฑ์ 3 3 8 ดี 4 เด็กชายวรวชิ ชัยนรุ ักษ์ 2 3 2 8 ดี 5 เด็กชายวสุพล บำรงุ จินต์ 3 2 2 7 ดี 6 เดก็ หญงิ คอลีเยาะ จินตารา 3 3 3 8 ดี 7 เดก็ หญิงจณิ หน์ ภิ า ศรีวริ ตั น์ 2 3 2 8 ดี 8 เด็กหญิงนชุ ศราภรณ์ นุโรจน์ 3 2 3 7 ดี 9 เด็กหญิงนรู ตี า สเิ ดะ 2 2 3 8 ดี 10 เดก็ หญิงปัทมพร ทองเทพ 2 3 3 8 ดี 3 2 3 7 รวม 2 25 3 76 เฉลย่ี 2 2.5 27 7.6 รอ้ ยละ 24 25 2.7 76 2.4 27 24 สรุปผลการประเมิน จำนวน 10 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 100 . ระดับดี จำนวน - คน คิดเปน็ รอ้ ยละ - . ระดบั พอใช้ จำนวน - คน คิดเป็นร้อยละ - . ระดับปรบั ปรุง
66 เกณฑก์ ารประเมิน ระดับคะแนน รายการประเมิน ความซอื่ สัตย์ สจุ ริต 321 ใฝเ่ รียนรู้ นักเรยี นไม่ลอกคำตอบ นกั เรียนลอกคำตอบของ นักเรียนลอกคำตอบของ มงุ่ มนั่ ในการทำงาน ของเพือ่ นในการทำ เพ่ือนในการทำ เพ่อื นในการทำ แบบทดสอบและแบบฝึก แบบทดสอบและแบบฝึก แบบทดสอบและแบบฝึก เป็นบางคร้งั เปน็ บอ่ ยครงั้ นักเรยี นมคี วาม นกั เรียนมีความ นักเรยี นไม่มีความ กระตือรอื รน้ ในการเรยี น กระตือรือรน้ ในการเรยี น กระตือรือร้นในการเรยี น รจู้ กั สบื ค้นข้อมลู และมี รจู้ กั สืบคน้ ข้อมูลแต่ไม่มี รู้จักสบื คน้ ข้อมูลแต่ไมม่ ี การจดบันทกึ การจดบนั ทึก การจดบันทึก นกั เรยี นมคี วามมุ่งมัน่ ใน นกั เรยี นมคี วามม่งุ ม่นั ใน นกั เรียนมีความมงุ่ มน่ั ใน การทำงานทีไ่ ดร้ ับ การทำงานทีไ่ ดร้ ับเป็น การทำงานท่ไี ด้รับเปน็ มอบหมายด้วยความ บางครง้ั และทำงาน บางคร้ัง แตท่ ำงาน เตม็ ใจ และทำงานเสร็จ เสร็จตามกำหนด ไม่เสรจ็ ตามกำหนด ตามกำหนด เกณฑก์ ารจดั ระดบั คุณภาพ หมายถึง ดี 7 – 9 คะแนน หมายถึง พอใช้ 5 – 6 คะแนน หมายถึง ปรบั ปรงุ 0 – 4 คะแนน เกณฑ์สรปุ ผลการประเมิน หมายถงึ ผา่ นเกณฑ์การประเมิน 5 – 9 คะแนน หมายถงึ ไมผ่ ่านเกณฑ์การประเมนิ 0 – 4 คะแนน
Search
Read the Text Version
- 1 - 30
Pages: