สวนพฤกษศาสตร์ ในโรงเรียน ประกอบวชิ า ว32101 เทคโนโลยี 2 ครูผสู้ อน ครูรัชชนก วงศเ์ ขียว
คำนำ หนงั สืออิเลก็ ทรอนิกส์เร่ืองสวน พฤกษศาสตร์ในโรงเรียนเล่มน้ีใชป้ ระกอบวิชาว 32101 เทคโนโลยี 2 ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 5 ซ่ึงในเน้ือหาจะ อธิบายถึงตน้ ไมแ้ ละดอกไมใ้ นโรงเรียนวงั เหนือวทิ ยา หวงั เป็นอยา่ งยงิ่ วา่ จะเป็นประโยชน์ต่อผทู้ ี่ศึกษาไดเ้ ป็น อยา่ งดี ชื่อ นายธีรวฒั น์ อวดผล ช่ือ นางสาวณฐั วดี กระทาง ผจู้ ดั ทา
ชบาเป็นไมพ้ มุ่ ขนาดกลาง ใบค่อนขา้ งมนรี มีปลายแหลม ขอบของใบเป็นจกั เลก็ นอ้ ย และมีสีเขียวเขม้ อ่อน เม่ือขย้ใี บจะเป็นเมือกเหนียว ดอกมีท้งั กลีบช้นั เดียวและหลายช้นั หากเป็นช้นั เดียวปกติจะมีกลีบดอก 5 กลีบ มีกา้ นเกสรอยตู่ รง กลางดอกหน่ึงกา้ น ลกั ษณะของกลีบดอกชบาจะมีขนาดใหญ่ มี หลายสีไม่วา่ จะเป็น ขาว แดง แสด เหลือง ม่วง ชมพู และสีอ่ืน ๆ โดยดอกชบาแบ่งออกเป็น 3 ลกั ษณะคือ ดอกบานเป็นรูปถว้ ย ดอกบานเป็นรูปแผแ่ บน และกลีบดอกบานแบบแผโ่ คง้ และ ขยายพนั ธุด์ ว้ ยการปักชา การต่อตา การติดตา และการเสียบยอด ประโยชน์ เนื่องจากชบาเขา้ มาอยกู่ บั คนไทยหลายร้อยปี แลว้ คนไทย จึงรู้จกั นาเอามาใชเ้ ป็นยาสมุนไพรอยา่ งหน่ึง ในพจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน บรรยายวา่ ..\"ดอกมีสีต่างๆ พนั ธุท์ ี่ สีแดง ดอกและ ยอดใชท้ ายาได“้ ตาราประมวลสรรพคุณยาไทย และสรรพคุณ สมุนไพร กล่าวถึงเฉพาะการใชร้ ากชบากาหนดใหใ้ ชพ้ นั ธุ์ดอกขาว หรือแดง ใหใ้ ชร้ ากสดๆ ตาใหล้ ะเอียดใชพ้ อกฝี แกฟ้ กบวม ถอนพษิ ร้อน หากนาไปตม้ ด่ืมช่วยขบั น้ายอ่ ย ทาใหอ้ าหารมีรสชาติดีข้ึน
ไมพ้ มุ่ สูง 1 เมตร ผวิ ลาตน้ หยาบ ขรุขระ สีเทาอ่อน ใบเดี่ยวแบบตรงขา้ ม ใบรูปรี กวา้ งประมาณ 1.5-2.5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 5 เซนติเมตร ใบสีเขียวอ่อนอมเหลืองถึงสีเหลืองทอง ปลายใบแหลม โคน ใบสอบเรียว ขอบใบเรียบ ดอกช่อแบบช่อวงแถวเดี่ยว กลิ่น หอม ออที่ปลายยอด กลีบเล้ียง 6 กลีบ สีเขียวกลีบดอก 5 กลีบ สีม่วงอ่อน เกสรเพศผู้ 5 เกสร เกสรเพศเมีย 1 อนั ผลเดี่ยว ผล สด เมลด็ เดี่ยวแขง็ ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีส้ม เมลด็ 1 เมลด็ /ผล 1. นิยมปลกู เพ่ือเป็นไมป้ ระดบั ตน้ และเพ่อื ชมดอก 2. ใบสดใชห้ า้ มเลือด แกฝ้ ีฝักบวั แกอ้ กั เสบบวม เป็ นหนอง 3. เมลด็ แหง้ ใช้ ชงน้ารับประทานแกไ้ ขม้ าลาเรีย แก้ ช้าใน
ลนั่ ทม หรือ ลีลาวดี เป็นไม้ดอกยืนต้นในวงศ์ตนี เป็ด หรือ วงศ์ไม้ลนั่ ทม มีหลายชนิดด้วยกนั บางคนมีความเช่ือวา่ ไม่ควรปลกู ต้นลนั่ ทมในบ้านเพราะมีความเช่ือวา่ เป็นอปั มงคล คือไปพ้องกบั คาวา่ 'ระทม' ซง่ึ แปลวา่ เศร้าโศก ทกุ ข์ใจ นิยม ปลกู กนั แพร่หลายอยา่ งมาก ช่ือพนื ้ เมืองอนื่ ๆ ได้แก่ จาปา, จาปาลาว และจาปาขอม ดอกลีลาวดีใชผ้ สมกบั พลู ทาเป็นยาแกไ้ ข้ และไขม้ าลาเรีย (ดอกลีลาวดี,เปลือกตน้ ) ช่วยรักษาไขห้ วดั (ราก) ใชป้ รุงเป็นยาแกไ้ อ (เน้ือไม)้ ช่วยถ่ายเสมหะและโลหิต (ยางและแก่น) ช่วยขบั เหงื่อ แก้ ร้อนใน (ราก) ช่วยรักษาโรคหืดหอบ ดว้ ยการใชใ้ บลีลาวดีแหง้ นามา ชงกบั น้าร้อนดื่ม (ใบแหง้ )
เฟ่ื องฟ้ า เป็นไมย้ นื ตน้ ประเภทพมุ่ ก่ึงเล้ือย ขนาดต้งั แต่พมุ่ เลก็ ถึงพมุ่ ใหญ่ มีหนามข้ึนตามลาตน้ อยู่ ใบเด่ียว แตกออก สลบั กบั กิ่ง หรือเย้อื งกนั มีขนข้ึนปกคลุมเลก็ นอ้ ย มีสีเขียวหรือใบด่าง รูปร่างรีแหลมยาว 3-6 ซม. กวา้ ง 2-3 ซม. ใบประดบั ลกั ษณะคลา้ ยรูป หวั ใจหรือรูปไข่มี 3-5 ใบ มีหลายสี เช่น ม่วง แดง ชมพู ส้ม ฟ้ า เหลือง และอื่นๆ มีท้งั ดอกสมบูรณ์เพศและไม่สมบูรณ์เพศ ออกเป็นช่อ ตาม ซอก ใบหรือปลายกิ่ง แต่ละช่อมี 3 ดอก เป็นหลอดยาว 1-2 ซม. ตอ้ งการแสงแดดจดั ในสภาพกลางแจง้ ไดร้ ับแสงแดดตลอดวนั ถา้ ไดร้ ับแสงแดดไม่เพียงพอจะทา ใหส้ ีของใบไม่เขม้ ออกดอกนอ้ ย ตอ้ งการอุณหภูมิ ปานกลางหรือร้อนช้ืน เม่ือโตข้ึน ตอ้ งการน้าปาน กลาง ถึงค่อนขา้ งต่า ถา้ รดน้ามากเกินไปจะไม่ออกดอก ขยายพนั ธุ์ดว้ ย การปักชาก่ิง, ตอนก่ิง, เสียบยอด มีสรรพคุณในการรักษาบารุงและอาการต่างๆไดแ้ ก่ บารุง หวั ใจ บารุงระบบขบั ถ่าย บารุงโลหิต แกป้ ระจาเดือนมาไม่ปกติ รักษาอาการตกขาวของสตรี แกพ้ ิษต่างๆ เป็นตน้ ดอกนิยมนามาทา เป็นเคร่ืองหอม และประกอบอาหาร ไดแ้ ก่ ดอกเฟ่ื องฟ้ าชุบแป้ งทอด
คณุ นายต่ืนสาย เป็นพืชล้มลกุ อวบนา้ ในวงศ์ผกั เบีย้ สามารถสงู ได้ถงึ 40 ซม.มีประมาณ 40 สายพนั ธ์ุในการปลกู เลยี ้ งในปัจจบุ นั มีการกระจายพนั ธ์ุในโลกเกา่ ตงั้ แตแ่ อฟริกา เหนือถงึ ตะวนั ออกกลางและอนทุ วีปอนิ เดียถึงเอเชีย ตะวนั ออกเฉียงใต้ และออสตราเลเซีย ดอกชนิดนีบ้ านเมื่อมี แสงแดดสอ่ งทวั่ ถงึ ใชป้ ลกู เป็นไมด้ อกประดบั ระดบั ล่างใน แปลงจดั สวนหรือปลูกในกระถาง ใชป้ ลูกเป็นพืช คลุมดิน ป้ องกนั การกดั เซาะพงั ทลายของหนา้ ดิน ใชป้ ลกู เพอ่ื ล่อแมลงสาหรับผสมเกสรของพืชทาง การเกษตร
อินทนิล หรือ อินทนิลน้า เป็นไมย้ นื ตน้ เป็นพรรณ ไมท้ ่ีพบข้ึนทว่ั ไปตามท่ีราบลุ่มและบริเวณริมฝั่งแม่น้า ลาหว้ ย ในป่ าเบญจพรรณช้ืนและป่ าดงดิบทว่ั ทุกภาค จะพบมากในป่ า ดงดิบภาคใต้ มีดอกสีม่วง สวยงาม มีชื่อในแต่ละทอ้ งถ่ินต่าง ๆ กนั เช่น ตะแบกอินเดีย ฉ่องมู ซอง (กะเหร่ียง-กาญจนบุรี) บาเอ (ปัตตานี) บางอบะซา (ยะลา นราธิวาส มาเลเซีย) อินทนิล (ภาคกลาง ภาคใต)้ ตะแบกดา (กรุงเทพฯ) -เปลือก รสฝาดขม แกไ้ ข้ แกท้ อ้ งเสีย -ใบ รสจืดขมฝาดเยน็ ตม้ หรือชงน้าร้อนดื่ม แกโ้ รคเบาหวาน ขบั ปัสสาวะ เป็ นยาลดความดนั -เมลด็ รสขม แกโ้ รคเบาหวาน แกน้ อนไม่หลบั -แก่น รสขม ตม้ ดื่มแกโ้ รคเกี่ยวกบั ทางเดินปัสสาวะ แกป้ ัสสาวะพิการ แกโ้ รคเบาหวานราก รสขม แกแ้ ผลในปาก ในคอ เป็นยาสมานทอ้ ง
ตน้ พกิ ุล มถี นิ่ กาเนดิ ในประเทศอนิ เดยี ศรลี งั กา ไทย พมา่ อนิ โดจนี และในหมเู่ กาะอนั ดามนั จดั เป็นไม้ ยนื ตน้ ขนาดกลางถงึ ขนาดใหญ่ไมผ่ ลดั ใบ มคี วามสงู ของตน้ ประมาณ 10-25 เมตร ลาตน้ แตกกง่ิ กา้ นเป็นพมุ่ กวา้ งหนาทบึ เปลอื กตน้ เป็นสเี ทาอมสนี ้าตาลและแตกเป็นรอย แตกระแหงตามแนวยาว ทงั้ ตน้ มนี ้ายางสขี าว สว่ นกงิ่ ออ่ นและตา มขี นสนี ้าตาลขน้ึ ปกคลุม ขยายพนั ธุด์ ว้ ยวธิ กี ารเพาะเมลด็ การ ตอนกงิ่ และวธิ กี ารปกั ชากงิ่ ชอบขน้ึ ในพน้ื ทด่ี นิ ดี ชอบแสงแดด จดั ทนทานตอ่ สภาพน้าทว่ มขงั ไดน้ านถงึ 2 เดอื น มกี ารเพาะปลกู มากในมาเลเซยี เกาะโซโลมอน นิวแคลโิ ดเนีย วานูอาตู และ ออสเตรเลยี ทางตอนเหนอื รวมไปถงึ เขตรอ้ นทวั่ ๆ ไป สรรพคณุ ทางยาก็มากมายนบั ไม่ถ้วน ดอก พิกลุ เป็นสว่ นสาคญั ในตารับยาหลายขนาน ไมว่ า่ จะเป็น \"พิกดั เกสรทงั้ ห้า\", \"พิกดั เกสรทงั้ เจ็ด\", \"พิกดั เกสรทงั้ เก้า\", \"พกิ ดั จตทุ พิ ยคนั ธา\", \"ยาหอมนวโกฐ\", “ยาหอมเทพจิตร” ฯลฯ มี สรรพคณุ ชว่ ยบารุงหวั ใจ บารุงดวงจิตให้ชมุ่ ชื่น ทาให้ชื่นใจ ชว่ ยแก้อาการวิงเวียน หน้ามืด ตาลาย ชว่ ยแก้ลมกองละเอียด
พทุ ธชาดเป็นไมก้ ่ึงยนื ตน้ ก่ึงเล้ือย มีขนาดตน้ สูง 1-2 เมตร ขนาดใบยาว 6 ซม. ออกใบเป็นคูต่ รงขา้ มกนั ดอก ขนาดเลก็ สีขาว กวา้ ง 1.5 ซม. ดอกดกออกเป็นช่อ ดอกมี 6 กลีบหรือ 7 กลีบ มีกล่ินหอมแรงมากในเวลากลางคืน ดอก บานไม่พร้อมกนั ดอกดกและออกดอกตลอดปี ราก รสเฝ่ื อน บารุงร่างกาย ระงบั อาการ ปวด แก้ปวดฟัน ขบั พยาธิ ลาต้น รสเฝ่ื อน คนั้ เอานา้ ด่มื ใช้ขบั พยาธิ เนือ้ ไม้ รสเฝื่ อน เป็นยาเย็น ใช้ลดไข้ ใบ รสเฝ่ื อน โขลกกบั นา้ ตาล ชงดืม่ แก้ อาการไอ ดอก รสเฝื่ อน โขลกแล้วคนั้ เอาแตน่ า้ ทา แก้โรคผิวหนงั
ไมล้ ม้ ลุก ทรงพมุ่ เต้ีย แตกกอแน่นบริเวณโคน ตน้ พนั ธุ์แคระสูงจากพ้ืนดินไม่เกิน 20 - 30 ซม. และพนั ธุ์ ปกติ สูงไม่เกิน 50 - 70 ซม. ชนิดของใบ : ใบเดี่ยว มี2สี ในใบเดียว สีเขียว,สีม่วง มีขนาดกวา้ ง 2ซม. ยาว8ซม. รูปร่างแผน่ ใบ : ใบหอก ประโยชน์ :1.เป็นพชื ไมล้ ม้ ลุกปลกู ไดน้ านหลายปี ใบ แก้ร้อนในกระหายนา้ แก้ไอ อาเจียน เป็นเลือด แก้ฟกชา้ ภายใน แก้บดิ ถ่าย เป็นเลอื ด แก้ปัสสาวะเป็นเลือด แก้กรด ไหลย้อน
โป๊ยเซยี น เป็นไมป้ ระดบั ดอกทไ่ี ดร้ บั ความนิยม ชนิดหน่ึง เน่ืองจากดอกมสี สี นั สวยงาม มหี ลากหลายสี ออกดอกเป็นชอ่ ขนาดใหญ่ มลี าตน้ เลก็ และใบน้อย เมอ่ื ออกดอกแลว้ ดอกจะดเี ดน่ สวยงาม นอกจากนนั้ ยงั เชอ่ื วา่ การโป๊ยเซยี นจะนาความรม่ เยน็ เป็นสขุ ใหแ้ กค่ นใน ครอบครวั และนาโชคลาภ เงนิ ทองมาให้ คา้ ขายร่ารวย ทางอ้อมในด้านจิตใจ ด้วยคอื เป็นไม้ ศกั ดส์ิ ิทธ์ิ สิริมงคล ป้ องกนั ภยั อนั ตราย ประจาบ้าน และมีคณุ สมบตั เิ ป็นต้นไม้ เส่ียงทาย
สนเป็นไมย้ นื ตน้ ไม่ผลดั ใบ ส่วนใหญเ่ ป็นไมเ้ ด่ียวลาตน้ ตรง มีกิ่งยน่ื ซา้ ยขาวหนา้ หลงั สลบั เป็นช้นั ๆถึงยอดและปกคลุมดว้ ยใบแน่น ทึบ เป็นไมม้ ียางเหนียวเพือ่ ปกป้ องตวั มนั เองจากแมลงและเช้ือราที่จะ เขา้ มารบกวนบาดแผลอนั เป็นสาเหตุของการติดเช้ือ อาพนั ที่มีค่าใน ตลาดอญั มณีกค็ ือยางสนที่แขง็ จนเป็นหินนนั่ เอง… ขนาดของตน้ สนโต เตม็ วยั มีต้นั แต่ขนาดสูงไม่ถึงเมตรไปจนถึงร้อยกวา่ เมตรเลยทีเดียว… ดงั น้นั สถิติโลกท่ีเก่ียวกบั ตน้ ไมท้ ่ีสูงท่ีสุด, ใหญท่ ่ีสุด, เก่าแก่ท่ีสุดที่ยงั คงมีชีวติ จึงตกเป็นของไมต้ ระกลู สนอยา่ ง ไม่ตอ้ งสงสยั สนที่สูงที่สุดในโลกไดแ้ ก่ Coast Redwood (Sequoia sempervirens )ที่สูงถึง 115.55 เมตร แก้ท้องร่วง ท้องเดิน ปวด ท้อง ชนั สนใช้เป็นยาแก้ บิด
จัดทำโดย นายธีรวฒั น์ อวดผล เลขที่10 นางสาวณฐั วดี กระทาง เลขท่ี20 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 5/5
Search
Read the Text Version
- 1 - 15
Pages: