Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 13 หน่วยที่ 4 เหตุการณ์สำคัญในสมัยใหม่

13 หน่วยที่ 4 เหตุการณ์สำคัญในสมัยใหม่

Published by jidayadum, 2022-01-26 01:09:40

Description: 13 หน่วยที่ 4 เหตุการณ์สำคัญในสมัยใหม่

Search

Read the Text Version

❖ นักดาราศาสตร์ชาวโปแลนด์ ไดป้ ระกาศแย้งหลกั การของปโทเลมี ท่สี รุปว่า โลกคือศนู ย์กลางของจกั รวาล ❖

❖ เปน็ ชาวอติ าลี ทาการคน้ ควา้ เรื่อง ดวงอาทติ ย์เป็นศูนยก์ ลางของ จักรวาล เพอื่ สนับสนุนทฤษฎีของโคเปอร์นิคัส ❖ เปน็ ผคู้ น้ พบวา่ ดวงจนั ทรห์ มนุ รอบดาวพฤหสั บดี ❖ ศกึ ษาการแกว่งของลกู ตุ้มจากการแกว่งของโคมระยา้ แล้วนามาพัฒนาเพื่อใชใ้ นการ ทานาฬิกาลูกตมุ้ และการคานวณเวลาทเ่ี ที่ยงตรงขึ้น ❖ ประดิษฐ์กล้องโทรทรรศน์

❖ นกั วิทยาศาสตรช์ าวองั กฤษ ❖



❖ = ������������2 ❖

❖ ❖



❖ ❖ ❖



การปฏิวตั อิ ตุ สาหกรรม กระบวนการเปลย่ี นแปลงทางเศรษฐกจิ จาก สังคมเกษตรกรรม และ การค้าแบบเก่า มาเปน็ สังคม อุตสาหกรรมใหม่ ซึง่ ใช้เครือ่ งจักรกลแทนแรงงานคน และสตั ว์ และเปน็ การเปลีย่ นแปลงการผลติ ขนั้ พื้นฐาน โดยแยกประเด็นการเปลีย่ นแปลงเปน็ 3 นยั คอื

1. การเปลย่ี นแปลงรปู แบบการผลติ เปลยี่ นจากการผลติ ทใ่ี ชแ้ รงงานคนและสตั ว์ มาเปน็ เครอื่ งจกั ร และ วธิ ที างวทิ ยาศาสตร์ โดยเฉพาะเครอื่ งจกั รไอนา้ ซง่ึ ถอื เปน็ นวตั กรรมท่ี สาคญั

2. การเปลย่ี นแปลงเปา้ หมายการผลติ เปลย่ี นจากการผลติ เพอ่ื ใชภ้ ายในครวั เรอื น มาเปน็ การผลติ เพอื่ อตุ สาหกรรม และ การคา้

3. การเปลยี่ นแปลงกระบวนการ จดั การผลติ เปลยี่ นจากการผลติ ระบบครวั เรอื นมาเปน็ การผลติ ในระบบโรงงาน โดยเฉพาะทเ่ี กยี่ วกบั อตุ สาหกรรมสง่ิ ทอ ซ่ึงทาใหจ้ าเปน็ ตอ้ งนาระบบ โรงงาน และ เครอ่ื งจกั รเขา้ มาใช้ เพอื่ ชว่ ยใหย้ โุ รป ผลติ สนิ คา้ ไดใ้ นปรมิ าณมาก และสามารถสง่ ไปขาย ไดท้ ว่ั โลก จนไดช้ อ่ื วา่ เปน็ “โรงงานโลก”

สาเหตใุ นการปฏวิ ตั อิ ตุ สาหกรรม 1. การปฏิวตั ิทางการคา้ ไดท้ าใหเ้ กิดชนชน้ั นายทุนทีแ่ สวงหาผลกาไรมากขน้ึ เรอ่ื ยๆ 2. ผลของการปฏวิ ัตวิ ทิ ยาศาสตร์ ทาให้เกดิ ความเจริญกา้ วหน้าทางด้านเทคโนโลยี ในการผลติ 3. จานวนประชากรในยโุ รปเพมิ่ มากขน้ึ ทาใหเ้ กดิ ความตอ้ งการสนิ คา้ มากขึ้น ตามไปด้วย 4. ลัทธพิ านชิ ยช์ าตนิ ยิ ม สง่ เสริมใหม้ กี ารปอ้ งกันอุตสาหกรรมขนาดเลก็ และ เพ่ิมผลผลิตเพอื่ ส่งเป็นสินค้าออก 5. การปฏวิ ตั ิทางการเมอื งในอังกฤษ และ ฝรัง่ เศส เมอื่ ครสิ ต์ศตวรรษท่ี 17 และ 18 ทาใหช้ นชน้ั กลางมอี านาจมากข้ึน และกลายเปน็ ผู้นาในการปฏิวัตอิ ตุ สาหกรรม

❖❖ ❖ ❖ ❖❖

❖ ❖ ❖ ❖

❖ ❖ ❖ ❖

❖ ❖ ❖ ❖ ❖❖ ❖ ❖ ❖ ❖

ผลสะทอ้ นทางปญั ญาจากการปฏวิ ตั อิ ตุ สาหกรรม * ผลจากการปฏิวตั ิอุตสาหกรรมทที่ าใหช้ นช้ันกลางเป็นผมู้ อี ทิ ธิพลทางการเมอื ง และ ไดร้ บั ประโยชน์จากการค้า ทาให้ชนชน้ั กรรมาชพี /กรรมกรซึง่ มีความเป็นอยูท่ ีแ่ ร้นแคน้ เกิด แนวคิดที่จะปฏริ ปู สงั คมเพื่อความเป็นธรรม ได้แก่ ลทั ธิสงั คมนิยม โดยมีวัตถปุ ระสงค์ เพื่อ ปอ้ งกนั การเอารดั เอาเปรียบ/การกดขีข่ องนายทนุ และเจา้ ของท่ีดินตอ่ กลุม่ ผูใ้ ชแ้ รงงาน

* คารล์ มากซ์ และ ฟรดี รชิ เองเกลส์ ได้ร่วมกนั เขียนหนังสอื เรื่อง “คาประกาศของลัทธคิ อมมวิ นิสต์ (The Communist Manifesto)” ขน้ึ ในปี ค.ศ. 1848 ซง่ึ ต่อมาได้มีอทิ ธิพลท้ังทาง เศรษฐกจิ และการเมอื ง โดยเน้นในเร่ือง การทาลายลัทธทิ ุน นยิ มของพวกนายทุนโดยใชค้ วามรุนแรง เพ่ือไม่ให้สังคมมี ระบบชนชนั้ เหลืออยู่

ทฤษฎกี ารเมอื งทส่ี าคญั ในชว่ งของการปฏวิ ตั อิ ตุ สาหกรรม 1. สังคมนยิ มปฏิวตั ิ ของ คาร์ล มาร์กซ์ ซง่ึ ม่งุ เนน้ ใหผ้ ู้ใชแ้ รงงานเปน็ ผนู้ าในการ ตอ่ สกู้ ับชนชั้นนายทนุ เพือ่ ขจัดการเอารดั เอาเปรยี บ 2. อนาธิปไตย เป็นลทั ธติ อ่ ตา้ นระบบนายทนุ ท่ีมคี วามรนุ แรงกวา่ สงั คมนยิ มมาก เพราะสงั คมนยิ มเน้นการรวมกลมุ่ แตอ่ นาธิปไตยจะทาลายอานาจทกุ ชนดิ ทงั้ ความคิดเรอื่ ง การปกครองโดยรฐั ระเบียบประเพณี และระบบชนช้นั ซงึ่ จะต้อง ไมเ่ หลอื อกี ในโลก ผรู้ เิ่ ร่ิมทฤษฎนี ้ี คือ วิลเลยี ม กอดวนิ ผู้เขียนเรอื่ ง Political Justice ในปี ค.ศ. 1793

3. ลทั ธิซนิ ดิคาลสิ ม์ เปน็ ลทั ธิทเี่ นน้ การควบคมุ อตุ สาหกรรมของประเทศ โดยสหพันธก์ รรมกร ซงึ่ จะสง่ เสรมิ การรวมตัวจัดตง้ั เป็นกลมุ่ กรรมกรใน อุตสาหกรรมทงั้ หมดเปน็ สหภาพ โดยไม่มกี ารแบง่ เปน็ อาชีพหรอื ความชานาญ และไมเ่ กย่ี วข้องกบั พรรคการเมอื ง นอกจากน้ยี ังสง่ เสรมิ ใหม้ ีการกอ่ วนิ าศกรรมทาลาย ซ่งึ สว่ นใหญล่ ัทธนิ จี้ ะแพรห่ ลาย ในฝรัง่ เศส อิตาลี และสเปน ตามลาดบั



❖ ❖ ❖ ❖

❖ ❖ ❖ ❖

❖ ❖ ❖ ❖ ❖ เจ้าของผลงาน “วญิ ญาณแห่งกฎหมาย (The Spirit of Law)”

❖ ❖ ❖ ❖ เปน็ ผ้ทู ่ีเขียนยกย่องงานของนวิ ตนั ❖ เปน็ ปากเสยี งใหพ้ วกหนังสือพิมพไ์ ด้มี เสรภี าพในการแสดงความคิดเหน็ จน ได้รบั การยกยอ่ งใหเ้ ห็ฯ “เจ้าทฤษฎแี ห่ง การสอื่ สารมวลชน”

❖ ❖ ❖ ❖

เรอเน่ เดสการท์ (Rene Descarts) นกั ปรชั ญาชาวฝรงั่ เศส ❖ เปน็ นักปรชั ญา นกั คณติ ศาสตร์ และ นักวิทยาศาสตร์ ❖ เป็นผู้อธิบายถงึ ความลกึ ลับของจักรวาลโดยใช้หลัก ปรัชญา และเป็นผ้ใู ช้วิธีอนมุ าน เพอื่ ศกึ ษาสจั ธรรม สูงสดุ ❖ ได้รบั การยกยอ่ งใหเ้ ป็น “บิดาแห่งเรขาคณิต วิเคราะห์”

ดีเดอโร (Diderot) นักปรชั ญาชาวฝรง่ั เศส ❖ เปน็ ผูเ้ ขยี นสารานกุ รมเล่มแรกของฝรง่ั เศสทมี่ ี ความคดิ เป็นของตนเอง ซ่ึงสารานุกรมของเขา นอกจากจะรวบรวมความร้ใู นสาขาวิตา่ ง ๆ เชน่ วทิ ยาศาสตร์ ศลิ ปะศาสตร์ สงั คมศาสตร์ ฯลฯ ยงั เปน็ เสมือนอาวธุ ที่ใช้กาจัดประเพณีที่เก่าแก่ลา้ สมัย ด้วย

ชารล์ ส์ โรเบริ ต์ ดาร์วนิ (Charles Robert Darwin) นักธรรมชาตวิ ทิ ยาชาวองั กฤษ ❖ เป็นเจ้าของผลงาน Origin of Species และ The Descent of Man โดยมีสาระสาคญั ในเร่ืองการ กาหนดและวิวัฒนาการของมนุษยแ์ ละสิง่ มชี ีวิต ต่างๆ ซงึ่ ขดั กับหลักการที่พระเจ้าสร้างโลกโดย สิน้ เชงิ ทาใหเ้ กดิ ความขดั แยง้ ระหว่าง วทิ ยาศาสตร์กบั เทววทิ ยา และ สง่ ผลใหเ้ กดิ การปฏิวตั ิวิทยาศาสตร์ แนวใหม่ขน้ึ ในสังคม

ซกิ มนั ต์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) นักวทิ ยาศาสตรช์ าวยวิ ในออสเตรยี ❖ ได้แสดงทศั นะเกย่ี วกับการศกึ ษาเรอ่ื งเพศ ใน หนังสอื “Studies of Hysteria” ในปี ค.ศ. 1895 โดยเขาเหน็ ว่าเรอื่ งเพศนนั้ จะมผี ลตอ่ มนษุ ยท์ ้ัง ทางดา้ นประสาทและจติ วิทยา



❖ ❖ ❖ ❖

❖ ❖

❖ ❖ ❖

❖ ❖ ❖

❖ ❖ ❖ ❖

❖ ❖ ❖

❖ ❖

❖ ❖ ❖

❖ ❖ ❖



❖ ❖

ผลของการปฏวิ ตั อิ นั รงุ่ โรจนใ์ นองั กฤษ ❖ ระบอบสมบรู ณาญาสิทธริ าชย์ในองั กฤษส้ินสุดลง และเปล่ียนไปสู่ การปกครองในระบอบรฐั สภา ซึ่งเป็นการปกครองในระบอบ กษตั ริย์ภายใตร้ ฐั ธรรมนูญ ❖ รฐั สภามีอานาจสงู สุด ❖ ฐานะของพวกโปเตสแตนต์มคี วามมั่นคงขน้ึ ❖ กษัตรยิ จ์ ะประกาศสงคราม จัดกองทพั หรือแตง่ ตัง้ รฐั มนตรี คนใด ตอ้ งได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภากอ่ น ❖ เปน็ แรงบนั ดาลใจอยา่ งมากต่อการปฏวิ ตั ิในอเมรกิ า และ ฝรัง่ เศส

❖ ❖ ❖

❖ ❖ ❖ ❖



❖ ❖ ❖

❖ ❖ ❖


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook