KhonKaen University ก คม่ ู ือผปู้ ่ วย ซีเอพีดี คำนำ ค่มู ือผปู้ ่ วย ซีเอพีดี เล่มนี้ เน้ือหาประกอบดว้ ย โรคไตวายและการ รกั ษา และเนน้ การรกั ษาดว้ ยวิธีการลา้ งไตทางช่องทอ้ งแบบถาวร (ซีเอพีดี) ซ่ึงจะประกอบไปดว้ ยเน้ือหาตา่ งๆท่ีผปู้ ่ วยควรทราบและสามารถนาไปปฏิบัติ ตวั ต่อที่บา้ นได้ ภาษาท่ีใชใ้ นเล่มเป็ นภาษาที่จะส่ือความหมายใหผ้ ปู้ ่ วยเขา้ ใจ และสามารถปฏิบตั ไิ ด้ การจดั ทาคมู่ อื นขี้ น้ึ มามวี ัตถปุ ระสงคค์ ือ 1. เพื่อใหผ้ ปู้ ่ วยและญาตสิ ามารถปฏิบตั ไิ ดถ้ กู ตอ้ ง 2. เพ่ือใหผ้ สู้ นใจสามารถเขา้ ใจถึงการรกั ษาดว้ ยการลา้ งไตทางชอ่ งทอ้ ง แบบถาวรการเรียบเรียงคมู่ ือนขี้ น้ึ มา ไดร้ ับการสง่ เสริมและสนบั สนุน จากท่ีปรึกษา และเจา้ ท่ีของหนว่ ยไตและไตเทียมทกุ ท่าน จึงขอกราบ ขอบพระคณุ มา ณ โอกาสน้ี หากผูอ้ ่านท่านใดมีขอ้ เสนอแนะเพ่ิมเติมทางผูจ้ ัดทายินดีนอ้ มรับ คาแนะนา นางผอ่ งใส เวียงนนท์ ปรบั ปรงุ ครงั้ ท่ี 3 เมษายน 2562
สำรบญั KhonKaen University ข คม่ ู ือผปู้ ่ วย ซีเอพีดี คานา สารบญั ก ไตคอื อะไร ข ไตทาหนา้ ที่อะไร 1 ไตวายคอื อะไร 2 การรกั ษา 3 การลา้ งไตทางชอ่ งทอ้ งแบบถาวร 5 การฝังสาย 7 ชนดิ ของนา้ ยาลา้ งไต 9 ความเขม้ ขน้ ของนา้ ยาลา้ งไต 9 สถานท่ีเปลยี่ นนา้ ยาลา้ งไต 9 การเตรียมอปุ กรณ์ 10 การเริ่มทาการลา้ งไตทางชอ่ งทอ้ ง 10 ภาวะแทรกซอ้ นและการแกไ้ ข 11 อาหารสาหรบั ผปู้ ่ วยซีเอพดี ี 13 ยาสาหรบั ผปู้ ่ วยซีเอพีดี 21 การปฏิบตั ติ วั เมอ่ื กลบั บา้ น 27 เอกสารอา้ งอิง 29 ภาคผนวก 35 บนั ทกึ ปัญหาผปู้ ่ วย 37 บนั ทึกการเปลย่ี นสายลา้ งไตและสายตอ่ 40 45
KhonKaen University 1 ค่มู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี ไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ ไตของคนเรามี 2 ขา้ ง ลกั ษณะคลา้ ยเมล็ดถัว่ ในผใู้ หญม่ ขี นาดความยาว 10-13 เซนติเมตร นา้ หนกั ขา้ งละ 120-170 กรมั อย่ตู รงบริเวณชาย โครงดา้ นหลงั
KhonKaen University 2 ค่มู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี 1.ทาหนา้ ท่ีขับของเสีย และน้าส่วนเกินท่ี เกิดจากการเผาผลาญสารต่างๆของ รา่ งกาย รวมทง้ั สารพิษ 2. สรา้ งสารสาคญั ของรา่ งกาย ไดแ้ ก่ ฮอรโ์ มนควบคมุ ความดนั โลหิต ฮอร์โมนกระตน้ การสรา้ งเม็ดเลือดของไข กระดกู วิตามนิ ดี 3.ควบคมุ ดลุ นา้ และเกลือแรข่ องร่างกาย
KhonKaen University 3 ค่มู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี คือการทไี่ ตทางานไดล้ ดลงทาใหเ้ กิดการคงั่ ของของเสียและเกลือแร่โดยแบ่งออกเป็ น 2 แบบคือ 1.ไตวายเฉียบพลนั คือการที่ไตมีการ ทางานลดลงในเวลาอนั รวดเร็ว มีสาเหต ุ มีการขาดเลือดไปเล้ียงท่ีไต เช่นผปู้ ่ วย อบุ ตั ิเหตุ ช็อก หรือภาวะหวั ใจวาย เป็ นตน้ ได้รับยาหรือสารพิษต่อไต เช่นยา ปฏิชวี นะ ยาแกข้ อ้ อกั เสบเป็ นตน้ ไตอกั เสบ อาจเกดิ จากการตดิ เชอ้ื การอดุ ตนั ทางเดนิ ปัสสาวะ เ มื่ อ แ ก้ไ ข ส า เ ห ต ุไ ต จ ะ ก ลั บ ท า ง า น ไ ด้ ตามปกติ
KhonKaen University 4 คม่ ู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี 2.ไตวายเร้อื รงั คือภาวะท่ีมีการทาลายอย่าง ถาวรอย่างชา้ ๆทเ่ี นอ้ื ไต และสญู เสียหนา้ ทีไ่ ปที ละนอ้ ยจนในท่ีสดุ ไตจะเห่ียว และไม่สามารถทา หนา้ ทไี่ ด้ สาเหตุ มกั เกดิ จากโรคตา่ งๆ ไดแ้ ก่ ความดนั โลหิตสงู ,เบาหวาน,โรคเกา๊ ท,์ โรคเอสเอลอี,โรคไตอกั เสบเรื้อรงั , โรคไตรวั่ ( เนโฟรตคิ ),นว่ิ และพิษของยา
KhonKaen University 5 ค่มู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี ไตวายระยะสดุ ทา้ ยรกั ษาอยา่ งไร การรกั ษา เนอ่ื งจากผปู้ ่ วยไมม่ โี อกาสหาย เป็ นปกติ การรักษาจึงเป็ นการ ชะลอการเส่ือม ของไต แตเ่ มือ่ ผปู้ ่ วยเป็ นมากขน้ึ เขา้ สภู่ าวะไตวาย ระยะสดุ ทา้ ยจึงจาเป็ นตอ้ งรับการรกั ษาดว้ ยการ ลา้ งไต หรือการผา่ ตดั เปล่ยี นไต
KhonKaen University 6 คม่ ู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี วิธีการรกั ษาทดแทนไต มีดงั น้ี 1. การลา้ งไต มี 2 ชนิด ไดแ้ ก่ 1.1 การฟอกเลือด เป็ นการนาเลือดของ ผปู้ ่ วยออกมามาผ่านเครื่องไตเทียมเพ่ือกรอง ของเสียและ นา้ ออกจากเลือด ใชเ้ วลาครงั้ ละ 4-5 ชวั่ โมง สปั ดาหล์ ะ 2-3 ครงั้ 1.2. การลา้ งไตทางช่องทอ้ งชนิดถาวร (ซีเอพีดี ) เป็ นการฝังสายท่อลา้ งไตคาไวท้ ่ีทอ้ ง เพื่อใสน่ า้ ยาลา้ งไตลา้ งเอาของเสียออกมา ทา 3-4 ครงั้ /วนั 2. การผา่ ตดั เปลี่ยนไต เป็ นการผา่ ตดั ปลกู ถ่าย ไต จากคนท่ีบริจาคไตใหโ้ ดยไดจ้ ากทั้งผทู้ ี่มี ชวี ิตไดแ้ กญ่ าตสิ ายตรง และจากไตบริจาคของ ผทู้ ่ีเสยี ชวี ิต
KhonKaen University 7 ค่มู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี การลา้ งไตทางช่องทอ้ งแบบถาวร เป็ นการรกั ษาโรคไตวายเรื้อรงั โดยการใสน่ า้ ยาลา้ งไตเขา้ ไปไวใ้ นชอ่ งทอ้ ง เพ่ือใหม้ ีการซึมผา่ นของสารตา่ งๆ ระหว่างและนา้ ยาลา้ งไตและหลอดเลอื ด ท่ีไหลเวียนผา่ นบริเวณชอ่ งทอ้ ง
KhonKaen University 8 ค่มู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี หลกั การ ใสน่ า้ ยาลา้ งไตลา้ งไต 1-2 ลิตร เขา้ ไปใน ชอ่ งทอ้ ง โดยทาวันละ 4 ครง้ั นา้ ยาลา้ งไตจะคา้ ง อย่ใู นชอ่ งทอ้ ง 4-8 ชวั่ โมง ของเสียในเลือด ผปู้ ่ วยจะซึมเขา้ ไปปนกับนา้ ยาลา้ งไต เม่ือปล่อย น้ายาล้างไตออกมา จะมีของเสียและน้าปน ออกมาดว้ ย สายลา้ งช่องทอ้ ง หรือเรียกว่าสาย เทนคอฟท์ จะมีความยาว 42 เซนติเมตร จะฝังไว้ ในช่องทอ้ ง บริเวณทอ้ งนอ้ ย มีส่วนท่ีอย่ดู า้ นใน ประมาณ 20 เซนตเิ มตร
KhonKaen University 9 ค่มู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี การฝั งสาย มี 2 วิธี ไดแ้ ก่ 1. ใส่สายลา้ งทางช่องทอ้ งโดยอายรุ แพทย์ โรคไต เป็ นการผ่าตัดเล็กและใช้ยาชา เฉพาะที่ 2. การใสส่ าย โดยศัลยแพทย์ โดยจะทาท่ีหอ้ ง ผา่ ตดั ชนิดของนา้ ยาลา้ งไต มีปริมาตร 2 ลิตร ความเขม้ ขน้ ของนา้ ตาลในน้ายาลา้ งไต มี 1.5,2.5 และ 4.25% แตท่ ี่ใชป้ กติเป็ น 1.5%
KhonKaen University 10 ค่มู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี การเตรียมอปุ กรณ์ ควรเตรียมใหพ้ รอ้ มก่อนผปู้ ่ วยจะไดร้ ับ การอนญุ าตใหก้ ลับบา้ น อปุ กรณ์ท่ีตอ้ งเตรียม ไดแ้ ก่ ผา้ เช็ดมอื ประมาณ 24 ผนื ผา้ ปิ ดปาก และจมกู ประมาน 6-8 ผนื ตาชงั่ แขวนขนาด 5 กิโลกรมั ถังสาหรบั ปลอ่ ย นา้ ยาลา้ งไตออก ตะกรา้ ใสอ่ ปุ กรณ์ โตะ๊ สาหรบั เปล่ยี นนา้ ยาลา้ งไต เสานา้ เกลอื หรือตะขอทีใ่ ชแ้ ขวนนา้ ยาลา้ งไต เครื่องชงั่ นา้ หนกั ตวั สถานท่ีท่ีเปล่ียนน้ายาลา้ งไต ควรเป็ นสดั ส่วน มีอากาศถ่ายเทสะดวก มี การดแู ลความสะอาดอย่างสมา่ เสมอ อ่างลา้ งมือ
KhonKaen University 11 ค่มู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี ควรแยกจากอ่างท่ีใชง้ านโดยทัว่ ไป สถานท่ีเก็บ นา้ ยาลา้ งไตตอ้ งไมม่ ีแดดสอ่ งถึง การเร่ิมทาการลา้ งไตทางช่องทอ้ ง 1. ผปู้ ่ วยและญาตจิ ะไดร้ บั การประเมนิ เพ่ือเลือกวิธกี ารรกั ษาจากแพทย์ และพยาบาลไต เทยี ม 2. ผปู้ ่ วยและญาติไดร้ บั การฝึ กอบรมจาก พยาบาลไตเทียม เป็ นเวลา 3-5 วัน (6-10 ชวั่ โมง) ในระหว่างนั้นผปู้ ่ วยอาจจะไดร้ ับการวางสายไป พรอ้ มๆกนั ได้ 3. หลงั การวางสายลา้ งทางชอ่ งทอ้ ง จะเริ่ม ใสน่ า้ ยาลา้ งไตทนั ที โดยใสค่ ร้ังละประมาณ 500 ซี ซี และค่อยๆเพ่ิมข้ึนจนครบปริมาณที่เหมาะสม กบั ผปู้ ่ วย คือ 1500 หรือ 2000 ซีซี หรืออาจปิ ด แผลไวจ้ นกว่าแผลจะหายดี จึงเร่ิมใสน่ า้ ยาลา้ งไต ก็ได้ 4. เมื่อผปู้ ่ วยพรอ้ มทจ่ี ะกลบั บา้ น ผปู้ ่ วยและ ญาติ ะไดร้ ับการประเมินคร้ังสดุ ทา้ ยก่อนกลับ บา้ น โดยพยาบาลหนว่ ยไตและไตเทียม เก่ียวกับ
KhonKaen University 12 คม่ ู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี การปฏิบัตติ วั เมือ่ กลบั บา้ น รวมถึงการนดั หมาย การมาตรวจตามนดั
KhonKaen University 13 คม่ ู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี ภาวะแทรกซอ้ นและการแกไ้ ข ติดเช้ือในช่องทอ้ ง สาเหตุ เขา้ ไปในทอ่ เขา้ สรู่ ะบบจากการเปลี่ยน นา้ ยาลา้ งไต การหลดุ แตก สายรวั่ หรือใชน้ า้ ยาลา้ งไตท่ีมีการปนเป้ื อนของเชอ้ื ตดิ เชอื้ จากแผลชอ่ งทางออกของ สายเขา้ ไปในชอ่ งทอ้ ง จากระบบภายในทางเดนิ อาหาร โดยท่ี ผปู้ ่ วยจะมีการติดเชอ้ื ในระบบทางเดินอาหารกอ่ น สว่ นใหญผ่ ปู้ ่ วยจะมที อ้ งเสยี กอ่ นจะมีนา้ ยาขนุ่
KhonKaen University 14 คม่ ู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี ตดิ เชอื้ จากระบบตา่ งๆของร่างกาย เชน่ กระจายมาตามกระแสเลือด หรือจากระบบ สืบพนั ธใ์ุ นผหู้ ญิง (ซ่ึงพบไดน้ อ้ ย) อาการ นา้ ยาลา้ งไตขนุ่ อาจมีอาการจกุ แน่น หรือ ปวดท้องร่วม ในบางรายอาจมีไข้ ซ่ึงอาการ ดังกล่าวขา้ งตน้ อาจพบอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ หลายอย่างร่วมกนั แต่ท่ีพบบ่อยคือนา้ ยาลา้ งไต ขนุ่ การแกไ้ ข มาพบแพทยโ์ ดยนานา้ ยาทีถ่ งุ แรกทข่ี นุ่ มา ดว้ ย กรณีท่ตี ิดเชอ้ื แพทยจ์ ะใหย้ าปฏิชวี นะฉีด เขา้ ทางถงุ น้ายาลา้ งไต หรือทางเสน้ เลือด โดย ปกตแิ พทยจ์ ะใหย้ าปฏิชวี นะอย่างนอ้ ย 14 วนั
KhonKaen University 15 คม่ ู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี การติดเช้ือบริเวณรอบๆท่อ และติดเช้ือ บรเิ วณชนั้ ใตผ้ ิวหนงั อาการ เจ็บ บริเวณรอบๆทางออกของทอ่ ลา้ งไต เวลากดรีดตามทอ่ อาจมีหนองไหลออกมา แกไ้ ข ทาความสะอาดแผล อย่างนอ้ ย 1-2 ครง้ั ตอ่ วนั รบั ประทานยาปฏิชวี นะ หรือใชย้ าปฏิชวี นะ ทารอบๆแผล ตามแนวการรกั ษาของแพทย์ ขดู รีดเอาหนองออก ถา้ เป็ นบริเวณ ชน้ั ใตผ้ วิ หนงั อาจตอ้ งผา่ เอาหนองออก แพทยอ์ าจพิจารณาผา่ ตดั แกไ้ ข หรือพกั ทอ้ ง ในกรณีท่ีรกั ษาแลว้ ไมด่ ีขนึ้
KhonKaen University 16 ค่มู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี สายอดุ ตนั สาเหต ุ เกิดจากการมีกอ้ นเลือด วนุ้ อดุ ตัน การ หกั พบั งอของสาย หรือสายอยผู่ ดิ ตาแหนง่ อาการ นา้ ยาลา้ งไตไหลเขา้ -ออก ชา้ หรือไหลเขา้ ไดแ้ ตไ่ มไ่ หลออก การแกไ้ ข บีบหรือ รีดสายเบาๆ เปลีย่ นทา่ ในการปลอ่ ยนา้ ยาลา้ งไตออก อาจตอ้ งลกุ ขน้ึ เดนิ เพ่ือเปลี่ยนทา่ มารพ. เพื่อ เอกซเรย์ ดตู าแหนง่ ของสาย แพทยอ์ าจพิจารณาใหย้ าระบายเพ่ือ กระตนุ้ ลาไส้ กรณีทส่ี ายอยผู่ ดิ ตาแหนง่
KhonKaen University 17 ค่มู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี น้ายาลา้ งไตที่ปลอ่ ยออกมามีสีแดง สาเหต ุ เกิดจากการดึงรั้งของสาย หรือการ กระทบกระเทอื นของชอ่ งทอ้ ง การแกไ้ ข ลา้ งโดยเปลย่ี นนา้ ยาลา้ งไตเขา้ -ออก 2-3 วงจร ติดตอ่ กนั หรือจนกว่านา้ ยาลา้ งไตจะใสขน้ึ ยึดตรึงสายลา้ งไตกบั ผวิ หนงั ไมใ่ หเ้ ล่อื น หรือเกิดการดึงรัง ในกรณีท่ีไม่ดีขึ้นควรมาพบ แพทย์ ภาวะน้าเกนิ หรอื น้าขาด สาเหตุ เกิดจาการดม่ื นา้ ไมส่ มดลุ กบั ปริมาณนา้ ท่ี ออก หรือเกิดจากเบื่อบชุ อ่ งทอ้ งเสียหนา้ ท่ี อาการ นา้ เกิน จะมีอาการ บวม เหนอ่ื ยหอบ นอนราบไมไ่ ดป้ ริมาณนา้ ทอ่ี อกมาจะนอ้ ย กว่าปริมาณท่รี บั ประทาน นา้ ขาด ผปู้ ่ วยจะผวิ แหง้ ความดนั โลหิตตา่
KhonKaen University 18 ค่มู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี การแกไ้ ข บนั ทกึ ปริมาณนา้ เขา้ นา้ ออก ด่ืมนา้ ให้ สมดลุ กับปริมาณนา้ ที่ออก ( ดรู ายละเอียดใน เรื่องอาหาร ) อาการบวม สาเหตุ การด่ืมนา้ มากเกนิ ไป การขาดสารอาหารประเภทโปรตนี การรบั ประทานอาหารที่รสเค็มมากเกนิ ไป อาการ บวม ทีข่ าและเทา้ ในบางรายบวมท่ีหนา้ ใน กรณีที่เกิดจากนา้ เกิน ผปู้ ่ วยจะมีอาการเหน่ือย หอบ นอนราบไมไ่ ด้ แนน่ หนา้ อก
KhonKaen University 19 ค่มู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี การแกไ้ ข การจากดั นา้ ดื่ม รบั ประทานอาหารโปรตีนใหม้ ากขน้ึ ลดอาหารเค็ม ความไมส่ มดลุ ของเกลือแรใ่ นรา่ งกาย ( ดเู พ่ิมเติมในเรอื่ งอาหาร ) โดยเฉพาะระดบั โพแทสเซียมในกระแสเลอื ด ระดบั โพแทสเซียมตา่ สว่ นใหญจ่ ะมีสาเหตอุ ื่นรว่ ม เชน่ ทอ้ งเสยี อาเจียน รบั ประทานอาหารไดน้ อ้ ย หรือไดร้ บั ยาขบั ปัสสาวะรว่ ม ระดบั โพแทสเซียมสงู มสี าเหตจุ าก การรบั ประทานอาหารที่โพแทสเซียมสงู เชน่ ผลไม้ มากเกินไป การแกไ้ ข รบั ประทานอาหารและยาตามคาแนะนา ของแพทยแ์ ละพยาบาล
KhonKaen University 20 คม่ ู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี หลีกเลย่ี งการรบั ประทานอาหารประเภท ผลไมแ้ ละนา้ ผลไม้ ครงั้ ละจานวนมากๆ ยกเวน้ ใน รายที่ไดร้ บั คาแนะนาจากแพทย์ และพยาบาล กลม่ ุ อาการอื่นๆ ภาวะซีด ความดันโลหิตสงู หรือตา่ เกินไป อาจพบไดใ้ นผปู้ ่ วยเหล่านี้ และภาวะแทรกซอ้ น ของระบบหัวใจและหลอดเลือดพบไดใ้ นกรณีที่ ผปู้ ่ วย มโี รคเดิมอยแู่ ลว้ การแกไ้ ข รบั ประทานยาทีก่ าหนด โดยเฉพาะยาลด ความดันควรรับประทานให้ถูกต้อง และ สมา่ เสมอ ไมค่ วรปรบั ลดยาหรือหยดุ ยาเอง
KhonKaen University 21 คม่ ู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี ผู้ป่ วย ซี เอพีดี มีโอกาสเส่ียงต่อการขาด สารอาหาร เนอื่ งจาก ปั ญหาของระบบทางเดินอาหารได้แก่ คล่นื ไส้ อาเจยี น เบื่ออาหาร การสญู เสีย โปรตนี ออกทางนา้ ยาลา้ งไต แนน่ อึดอดั ทอ้ งเนอ่ื งจากมนี า้ ยาอยใู่ นชอ่ ง ทอ้ งทาใหก้ ินไดน้ อ้ ย ไมห่ ิวจากการทร่ี า่ งกายดดู ซึมนา้ ตาลทีม่ ี อยใู่ นนา้ ยาเขา้ ไป และการมีกิจกรรมนอ้ ย รไู้ ดอ้ ยา่ งไรวา่ ตนเองขาดสารอาหาร
KhonKaen University 22 คม่ ู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี ผอมแหง้ นา้ หนกั กลา้ มเนอื้ ลบี บวมกดบมุ๋ เสน้ ผมหลดุ งา่ ย ผวิ หนงั แหง้ ไมม่ คี วามยืดหย่นุ ผปู้ ่ วย ซีเอพีดีควรรบั ประทานอาหารชนิดใด โปรตีน ไดแ้ กอ่ าหารประเภทเนอื้ สตั ว์ ไขข่ าว ผปู้ ่ วย ควรได้รับมากกว่าคนปกติ เนื่องจากมีการ สญู เสียทางน้ายาลา้ งไตคือ ควรไดร้ ับ 1.2-1.5 กรัมต่อนา้ หนกั 1 กิโลกรัม หรือประมาณ 60-80 กรัม / วัน ควรเป็ นโปรตีนจากเน้ือสัตว์ไม่นอ้ ย กว่า 50% โดยเฉาะจาพวกปลา และไข่ขาว เนื่องจากเนื้อปลาจะมีไขมนั นอ้ ย (อาหารจาพวก เนอื้ สตั ว์ 1 ชอ้ นโตะ๊ จะมีโปรตีน 3.5 กรมั หรือเน้ือ 1 ขดี มีโปรตีนประมาณ 23 กรัม ) ปกติโปรตีนจะ สญู เสียออกทางน้ายาลา้ งไต 5-15 กรัม/วัน ซ่ึงขน้ึ อยกู่ บั ความถี่ในการเปลยี่ นนา้ ยาลา้ งไต ซ่ึง
KhonKaen University 23 ค่มู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี ถา้ เปล่ียนบ่อยก็จะสญู เสียโปรตีนมากขน้ึ และใน ภาวะท่ีมีการติดเชื้อในช่องทอ้ ง จะมีการสญู เสีย โปรตีนมากขน้ึ เชน่ กนั อาหารประเภทขา้ ว และแป้ ง สามารถรบั ประทานไดต้ ามปกติ ไขมนั ควรเลือกอาหารที่มีไขมนั นอ้ ย โดยเลือกเนอ้ื สตั วท์ ่ไี มต่ ดิ มนั เชน่ เนอ้ื ปลา ไขข่ าว สนั ในไก่ ถา้ เลือกปลาทู ปลาโอ ปลาซาบะ จะได้ โอเมกา้ 3 ซึ่งจะชว่ ยลด ไขมนั ในเลอื ด ควรงดอาหาร ที่ทอดอมนา้ มนั เชน่ ไขฟ่ ู ขา้ วเมา่ ทอด พายแป้ ง กระหร่ีพพั ขนมเปี๊ ยะ งดไขมนั อิ่มตวั เชน่ มะพรา้ ว กะทิ ครีมแท้ ครีมเทียม เนย งดอาหาทค่ี ลอเรสเตอรล์ อลสงู ไดแ้ ก่ ไขแ่ ดง ตบั ไต ไขป่ ลา สมองสตั ว์ ปลาหมกึ หอยนางรม
KhonKaen University 24 ค่มู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี เกลือแร่ โพแทสเซียม มีผลเกย่ี วกบั การทางาน ของกลา้ มเนอื้ ไดแ้ ก่ กลา้ มเนอื้ แขนขา และกลา้ มเนื้อหัวใจ กรณีที่มีภาวะโพแทสเซียมใน เลือดสงู หรือตา่ เกินไป จะทาใหก้ ลา้ มเน้ือแขน ขา อ่อนแรง หัวใจผิดปกติ โดยทัว่ ไปไม่ตอ้ งจากัด แตค่ วร หลีกเล่ียงการรับประทานคร้ังละมากๆ ยกเวน้ ในรายที่มีโพแทสเซียมในเลือดสงู ที่ตอ้ ง จากดั ตามคาสงั่ แพทย์ ในรายท่ีมี โพแทสเซียมใน เลอื ดตา่ แพทยจ์ ะพิจาณาใหย้ านา้ โพแทสเซียม
KhonKaen University 25 ค่มู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี ผลไมท้ ี่ โพแทสเซียมสงู ไดแ้ ก่ กลว้ ย ฝรัง่ ทุเรียน กระท้อน ขนุน ลูกพลับ มะม่วงสุก มะละกอสกุ อโวกาโด ลาไย ลกู พรนุ มะขามหวาน กลว้ ยตาก นา้ ผลไม้ ผลไมท้ ี่ โพแทสเซียมตา่ ไดแ้ ก่ แอปเป้ิ ล อง่นุ สัปปะรด แตงโม ชมพู่ มังคดุ เงาะ สตรอ เบอร่ี ลองกอง นา้ องนุ่ นา้ แอปเปิ ล อาหารอื่นที่มี โพแทสเซียมสงู ไดแ้ ก่ นา้ นม ถัว่ เหลือง ถัว่ ดา เมล็ดฟักทอง นา้ กะทิ ฟักทอ มนั ฝรงั่ เน้อื มะพรา้ ว เมล็ดทานตะวัน นา้ มะเขอื เทศ แมลงตา่ งๆ โซเดยี ม หรือเกลือ ควรหลีกเลย่ี ง อาหารหมกั ดอง ผงชรู ส เนยสด หรืออาหารทผ่ี สมเกลือ เชน่ ถวั่ อบเนย ฟอสฟอรสั อาจพบภาวะฟอสฟอรัสในเลือดสงู ควร หลกี เลีย่ ง เครื่องในสตั ว์ ไขแ่ ดง ธญั พืชและเมล็ด พืช
KhonKaen University 26 ค่มู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี น้า โดยทั่วไป โดยปริมาณน้าในแต่ละวัน เท่ากับผลต่างของนา้ ยาลา้ งไตท่ีออกในแต่ละวัน รวมกับปัสสาวะท่ีออกและบวกกับปริมาณนา้ ที่ สญู เสียทางอ่ืนๆอีกประมาณ 2 แกว้ กรณี ที่บวม มึภาวะนา้ เกินตอ้ งจากดั โดยด่ืมนอ้ ยกว่า ปริมาณนา้ ท่ีออกมา
KhonKaen University 27 คม่ ู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี ยาจบั ฟอสเฟตในอาหาร ไดแ้ ก่กล่มุ แคลเซียม หรืออลมู ิเนียมไฮดร อกไซด์ ซึ่งเป็ นยาท่ีตอ้ งรบั ประทานพรอ้ มอาหาร และเคี้ยวก่อนกลืนจะไดผ้ ลดี เพราะจะช่วยให้ สามารถจบั ฟอสเฟตไดด้ ขี นึ้ ยากระตนุ้ การสรา้ งเม็ดเลือด และธาตุเหล็กและวิตามินต่างๆ ได้แก่ กรดโฟลคิ , ยาธาตเุ หล็ก,วิตามินบี ยาลดความเป็ นกรดในรา่ งกาย ไดแ้ ก่ โซดามิน้ ควรรบั ประทานใหค้ รบถว้ น ยาลดความดนั โลหิต ใ น ก ร ณี ที่ มี ค ว า ม ดั น โ ล หิ ต สูง ต้อ ง รบั ประทานตามเวลาท่ีกาหนด โดยไมต่ อ้ งรอหลงั อาหาร ไม่ตอ้ งงดยาหรือเลือนเวลารับประทาน ยาในวนั ทม่ี าตรวจตามนดั
KhonKaen University 28 คม่ ู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี ยาฉีดกระตนุ้ การสรา้ งเม็ดเลือด ไดแ้ ก่ Eprex ,Recormon, Hemax,Eporon,Epokine ควรเก็บรกั ษายาใหถ้ กู ตอ้ ง โดยใสก่ ลอ่ งกนั นา้ เขา้ เก็บในตเู้ ย็นในช่องปกติ (ไมแช่ในช่องแช่แข็งและ ช่องแช่ผัก) ใส่ในกระติกนา้ แข็งและมีนา้ แข็งทกุ ครงั้ ในการเดนิ ทาง ยาอื่นๆ ตามสภาพโรคเดิมของผปู้ ่ วย เช่นยารักษาโรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคเก๊าท์ เป็ นตน้
KhonKaen University 29 คม่ ู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี 1. การรบั ประทานอาหาร ควรเป็ นอาหารที่ มีโปรตีนสงู 2. การดแู ลแผล ทาความสะอาดแผลอยา่ ง นอ้ ย วนั ละ 1 ครงั้ โดยปกติเมื่อแผลหายดี หรือ แหง้ สนทิ แลว้ ผปู้ ่ วยจะไดร้ บั การแนะนาใหอ้ าบนา้ และฟอกสบู่ตามปกติ หลังจากน้ันเป่ าดว้ ยไดร์ เป่ าผม หรือเช็ดใหแ้ หง้ กอ่ นปิ ดแผล และท่ี สาคญั คือ ระมดั ระวงั สายดึงรง้ั ซึ่งจะทาใหแ้ ผล อกั เสบ หา้ มลงแชใ่ นน้า
KhonKaen University 30 คม่ ู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี กรณีท่ีแผลมีการติดเช้ือ ใหไ้ ปพบแพทยเ์ พ่ือ รบั ปฏิชวี นะ 3. การเปล่ียนน้ายาลา้ งไต ควรปฏิบัตติ าม เทคนคิ อย่างเคร่งครดั โดย ดแู ลส่งิ แวดลอ้ มในการเปล่ียนนา้ ยาลา้ งไต ไม่ควรมีลมโกรกขณะเปล่ียนนา้ ยาลา้ งไต ควร ไ ด้รั บ ก า ร ด ูแ ล ค ว า ม ส ะ อ า ด ส ถ า น ท่ี อ ย่ า ง สมา่ เสมอ ผกู ผา้ ปิ ดปากและจมกู ทกุ ครงั้ ที่มีการ เปล่ียนน้ายาหรือทาแผล ทั้งผปู้ ่ วย และผูด้ แู ล
KhonKaen University 31 ค่มู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี สงั เกตวนั หมดอายขุ องนา้ ยาลา้ งไต กอ่ นนามาใช้ ทกุ ครั้ง และควรนานา้ ยาลา้ งไตที่ใกลห้ มดอายุ ก่อนมาใชก้ ่อน โดยนานา้ ยาที่ไดไ้ ปก่อนขยับมาไว้ ในดา้ นนอกหรือดา้ นที่หยิบงา่ ย ไม่ควรเบิกนา้ ยา ลา้ งไตมาเก็บไวเ้ ป็ นจานวนมาก กรณีท่อี ากาศเย็นขณะเปลยี่ นนา้ ยาลา้ งไต ควรอุ่นน้ายาล้างไตโดยการวางถุงน้ายาบน กระเป๋ านา้ รอ้ น หรือนามาห่อผา้ ไวก้ ่อน เพ่ือให้ น้ายาอ่นุ ขึ้น ป้ องกันไม่ให้ผปู้ ่ วยหนาวสัน่ หรือ ปวดทอ้ งเม่ือใสน่ า้ ยาลา้ งไต ไมใ่ หน้ าไปแชใ่ นนา้ รอ้ น การกาจดั นา้ ยาลา้ งไตทใี่ ชแ้ ลว้ กาจดั โดย การใชก้ รรไกรตดั ถงุ นา้ ยาลา้ งไตปล่อยทิ้งในชกั โครก แลว้ นาถงุ บรรจทุ ้ิงในถังขยะ กรณีท่ีผปู้ ่ วย มีการติดเช้ือ ไวรสั ตบั อักเสบ กาจดั โดยการนา ถงุ เปลา่ ตากแดดไว้ 1 วนั กอ่ นการนาไปทง้ิ ถังขยะ รีไซเคิล
KhonKaen University 32 ค่มู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี 4.การแกไ้ ขปัญหาเบ้ืองตน้ น้ายาลา้ งไตท่ีออกมาไมใ่ สหรือมีวนุ้ ผิดปกติ ให้ปฏิบัติดังนี้ ปล่อยน้ายาลา้ งไตเขา้ ออกทันที 2-3 วงจร ถา้ น้ายาลา้ งไตทีปล่อย ออกมาใส ใหล้ า้ งตามวงจรปกติ แตถ่ า้ นา้ ยาลา้ ง ไตยังขนุ่ หรือกลับมาขนุ่ ใหม่หลงั จากท่ีใสแลว้ ให้ ไปพบแพทย์ท่ีโรงพยาบาลใกล้บ้าน โดย นา จดหมายประจาตวั ผปู้ ่ วยท่ีไดร้ ับจากโรงพยาบาล ต้นสังกัดไปด้วย โดย ไม่ต้องรอให้ถึงวันนัด กรณีที่ตอ้ งไดร้ ับยาปฏิชีวนะกลับไปผสมต่อท่ี บา้ น จะตอ้ งผสมยาจนหมดตามคาสงั่ การรักษา โดยไมห่ ยดุ ยาเอง เมอื่ นา้ ยาลา้ งไตเริ่มใส สายหลดุ สายหล่น หรือร่วั เมอ่ื เกิด ปัญหาดังกล่าวหา้ มทาการลา้ งไตต่อ ใหป้ ิ ด หรือหกั พบั สายใชย้ างรดั บริเวณเหนือส่วนท่ีหลดุ หรือระหวา่ งบริเวณที่หลดุ กบั ชอ่ งทอ้ งของผปู้ ่ วย ใชก้ ๊อสชบุ น้ายาโพวีดีน หมุ้ ปลายสายลา้ งไต
KhonKaen University 33 ค่มู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี หลงั จากนนั้ ใช้ ก๊อส สะอาดปิ ดหมุ้ ทบั อีกชน้ั หนึ่ง และไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกลบ้ า้ น โดยนา สายสารองไปด้วย (กรณีสายหลุดหล่นเวลา กลางคืนสามารถรอได้ จนถึงตอนเชา้ ) น้ายาลา้ งไตไม่ออกหรือออกนอ้ ย แกไ้ ขดว้ ย ตรวจสอบบริเวณต่างๆว่ามีหักพับ งอหรือไม่ หลังจากนั้นพลิกตะแคงตัว หรือเปล่ียนท่าขยับ ลกุ ขน้ึ เดนิ ถา้ ยังไมอ่ อกรีดสายหรือบีบสายเบาๆ เพ่ือให้เกิดแรงดัน และปล่อยน้าใหม่เขา้ ไปอีก เล็กนอ้ ยไมเ่ กิน 200 ซีซี ในกรณีทเี่ ป็ นวนุ้ อดุ ปลายสายจะชว่ ยได้ ถา้ ปฏิบัติดงั กล่าวไม่ดีขน้ึ ให้ ไปพบแพทยท์ ่โี รงพยาบาล
KhonKaen University 34 ค่มู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี 5.การมาพบแพทยต์ ามนดั ผปู้ ่ วย ซีเอพีดจี ะไดร้ บั การนดั มาพบแพทย์ ทกุ 1 -2 เดือน ตามสภาพความแข็งแรงของ ผปู้ ่ วย ผปู้ ่ วยจะตอ้ งเจาะเลือดท่ีหอ้ งเจาะเลือด และย่ืนบัตรนดั ที่หนว่ ยไตและไตเทียมโดยคลนิ กิ ซี เอพีดี ใหบ้ รกิ ารในวนั จนั ทร์ 8.30-12.00 น. กรณีมาไมต่ รงนดั ใหแ้ จง้ ลว่ งหนา้ เพื่อทาง หน่วยไตและไตเทียมจะไดส้ ่งคน้ ประวัติที่งานเวช ระเบียนลว่ งหนา้ ในกรณีท่ีผปู้ ่ วยมีปัญหาฉกุ เฉินผปู้ ่ วย ส า ม า ร ถ ไ ป พ บ แ พ ท ย์ ท่ี โ ร ง พ ย า บ า ล / สถานพยาบาลใกลบ้ า้ นหรือหอ้ งตรวจอบุ ัติเหตุ ฉกุ เฉินไดต้ ลอดเวลา ในกรณีติดเชอ้ื ในชอ่ งทอ้ งให้ นา จ.ม. ประจาตวั ไปดว้ ยนาอปุ กรณป์ ระจาตวั ผปู้ ่ วย สมดุ บันทึก และน้ายาลา้ งไตสารองมา ดว้ ยทกุ ครงั้ ทมี่ าตรวจ
KhonKaen University 35 ค่มู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี เอกสารอา้ งอิง กองโภชนาการ กรมอนามยั กระทรวง สาธารณสขุ .ตาหรบั อาหารจานเดยี วและคณุ คา่ ทาง โภชนาการ. ชนดิ า ปโชตกิ าร.ใน ทวี ศิริวงศ์ .( บรรณาธกิ าร ) . โภชนบาบดั ทางการแพทยก์ บั โรคไตและการคานวณและ กาหนดอาหารบาบดั โรคไต.เอกสารประชมุ เชงิ ปฏิบัตกิ าร เร่ือง การพฒั นาคณุ ภาพการลา้ งไคสาหรบั หอ้ งไตเทียม ในภาคตะวันออกเฉียงเหนอื . มหาวิทยาลยั ขอนแกน่ ,2545. ประเสริฐ ธนกิจจาร.ุ ใน ทวี ศิริวงศ์ .( บรรณาธกิ าร ) . ภาวะทโภชนาการในผปู้ ่ วยลา้ งไต เอกสารประกอบการ ประชมุ วิชาการ การลา้ งไตในยคุ พรบ.หลกั ประกนั สขุ ภาพ.ขอนแกน่ : มหาวิทยาลยั ขอนแกน่ , 2546. ประนธิ ิ หงสประภาส.ใน ทวี ศิริวงศ์ . ( บรรณาธิการ ) เอกสารประกอบการประชมุ วิชาการ องคค์ วามรพู้ ้ืนฐาน และเทคนคิ ในการลา้ งไต มหาวิทยาลยั ขอนแกน่ , 2547 วนดิ า ทศั นสวุ รรณ.& รศ.ดร.กลั ยา กิจบญุ ช.ู รายงานการวิจยั คณุ คา่ อาหารอีสาน มหาวิทยาลยั มหิดล .2536. ศรีสมยั วิบลู ยานนท.์ & สพุ ฒั น์ วาณิชย.์
KhonKaen University 36 ค่มู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี อาหารสาหรบั ผปู้ ่ วยโรคไต.กรงุ เทพ: มลู นธิ โิ รคไตแห่งประเทศ ไทย .2536. ศภุ ชยั ฐติ อิ าชากลุ .การลา้ งไตทางชอ่ งทอ้ ง Peritoneal Dialysis :Practical and Update.กรงุ เทพฯ:บคุ๊ เนท็ .2544. อษุ ณา ลวุ ีระ,&พรรณบปุ ผา ชวู ิเชียร. บรรณาธกิ าร.การรกั ษาดว้ ยวิธี HEMODIALYSIS และ CAPD. สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย.2536.
KhonKaen University 37 ค่มู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี ภาคผนวก อาหารจานเดียวใน 1 หน่วยบริโภคโดยเฉลี่ย โดยเฉลย่ี อาหาร 1 หนว่ ย นา้ หนกั พลงั งาน โปรตนี คารโ์ บไฮ- ไขมนั บริโภค (กรมั ) (กโิ ล (กรมั ) (กรมั ) เดรต แคลอรี) (กรมั ) 17.8 กว๋ ยเตยี๋ วเสน้ เลก็ 215 421 18.4 46.8 30 แหง้ หมู 244 578 18.7 58.2 19.1 กว๋ ยเตย๋ี วผดั ไทย 34 ใสไ่ ข่ 354 397 10.4 46 กว๋ ยเตยี๋ ว 7.9 ราดหนา้ หมู 350 679 22.2 71.1 10 กว๋ ยเตยี๋ ว 13.2 ผดั ซีอ้ิวใสไ่ ข่ 490 258 12.7 33.9 6.5 กว๋ ยเตย๋ี วเสน้ หมี่ 24.7 13.9 ลกู ชน้ิ เนอ้ื ววั 420 310 18 36.5 บะหมต่ี ม้ ยา กว๋ ยเตย๋ี วเสน้ ใหญ่ 494 352 14 44.2 นา้ เย็นตาโฟ 189 248 7.2 40.1 ขา้ วยาปักษใ์ ต้ ขา้ วมนั ไก่ 300 569 19.4 73.9 ขา้ วราดหนา้ 265 47832 16.7 71.5 กระเพราไก่ ท่ีมา วนดิ า ทศั นสวุ รรณ.& รศ.ดร.กลั ยา กจิ บญุ ช.ู ( 2536 ) รายงานการวิจยั คณุ ค่าอาหารอีสาน
KhonKaen University 38 ค่มู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี คณุ ค่าอาหารอีสานโดยเฉล่ยี ( อาหารสกุ ) ตอ่ ปริมาณอาหาร 100 กรัม เทียบปริมาณ ไขมนั ตอ่ 1 ถว้ ยตวง ประเภท พลงั งาน โปรตนี คารโ์ บไฮ (กรัม) (กรมั ) อาหาร (กโิ ลแคลลอร่ี) (กรมั ) เดรต (กรมั ) 2.3 205-234 ประเภทตม้ 4.8 1.4 180-226 ประเภทแกง 27-57 1.1 0.4 201-234 ประเภทอ่อม 2.5 207-216 แกงกะทิ 15-59 3.3 2.0 6.2 114-220 ประเภทควั่ 1.4 182-240 ประเภทป่ น 55.8 5.4 7.4 1.2 192-242 ประเภทซปุ 2.5 100-228 ประเภทอู๋ 50.1 3.0 3.9 4.1 137-180 ประเภทหมก 7.1 176-232 ประเภทลาบ 107.3 10.6 2.5 8.5 114-148 ประเภทกอ้ ย 0.3 151-205 ประเภทตา 54.8 7.7 2.5 ( สม้ ตา ) 1.9 197-256 ประเภทแจว่ 40 3.7 3.6 12.5 144-220 ประเภทผดั 24.9 138-206 ประเภทผดั 97 14.6 3.2 เผ็ด 86.2 9.6 2.8 121.2 9.7 4 185 18.3 7.9 43 1.2 9.0 79.9 6.8 8.8 150 4.6 4.7 245 11 2
KhonKaen University 39 คม่ ู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี คณุ ค่าอาหารประเภทอาหารจานเดียวใน 1 หน่วยบริโภคโดยเฉล่ีย โดยเฉล่ีย อาหาร 1 หน่วย น้าหนกั พลงั งาน โปรตีน คาร์โบไฮ- ไขมนั บริโภค (กรัม) (กิโลแคลอรี) (กรัม) เดรต(กรัม) (กรัม) 18 ขา้ วหมแู ดง 320 537 19.3 74.5 26.6 34.4 ขา้ วผดั หมใู ส่ไข่ 315 557 15.2 64.3 10.3 ขนมผกั กาดผดั 315 582 12.8 55.7 27.2 ใส่ไข่ 9.6 8.4 กระเพาะปลา 392 239 19.2 17.3 1.1 ขนมจีนแกง 314 594 16.7 70.5 1.3 เขียวหวานไก่ 18.1 24.3 ขนมจีนน้ายา 435 332 12.9 48.6 13.4 16.4 323 243 15.6 26.2 ขนมจีนน้าเง้ียว ตม้ ยากงุ้ 172 65 8.9 5.0 แกงเลียง 196 73 11 4.4 หม่ีกะทิ 272 466 10.7 65.2 ขา้ วคลกุ กะปิ 296 614 20.3 78.7 ขา้ วหมกไก่ 316 535 21.3 82.2 ขา้ วขาหมู 289 438 19.3 53.3 ทม่ี า กองโภชนาการ กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ .ตาหรับอาหารจานเดียวและคณุ ค่าทาง โภชนาการ.
KhonKaen University 40 ค่มู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี บนั ทึกปัญหาผปู้ ่ วย วนั ที่ ปัญหา การแกไ้ ข หมายเหต ุ
KhonKaen University 41 ค่มู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี บนั ทึกปัญหาผปู้ ่ วย วนั ที่ ปัญหา การแกไ้ ข หมายเหต ุ
KhonKaen University 42 ค่มู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี บนั ทึกปัญหาผปู้ ่ วย วนั ที่ ปัญหา การแกไ้ ข หมายเหต ุ
KhonKaen University 43 ค่มู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี บนั ทึกปัญหาผปู้ ่ วย วนั ที่ ปัญหา การแกไ้ ข หมายเหต ุ
KhonKaen University 44 ค่มู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี บนั ทึกปัญหาผปู้ ่ วย วนั ที่ ปัญหา การแกไ้ ข หมายเหต ุ
KhonKaen University 45 คม่ ู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี บนั ทึกการเปล่ียนสายลา้ งไตและสายต่อ วนั ท่ี สาเหตทุ ี่เปล่ียน ผเู้ ปลี่ยน หมายเหต ุ
KhonKaen University 46 ค่มู ือผปู้ ่ วยซีเอพีดี
Search
Read the Text Version
- 1 - 50
Pages: