๔๔ ธรรมาธปิ ไตยไมม าฯ ตรวจสอบนม้ี นั ออนแอลง ทีนี้ ตรงนถ้ี าจะแก ผมกไ็ มร จู ะแกอยา งไร เหมือนกัน มันอยูทส่ี าํ นึกของคนใชก ฎหมายเสยี แลว พระอาจารย: เอาละ ตรงนี้มี ๒ ประเด็น ประเดน็ หนึ่ง ก็คอื ตามทคี่ ุณวา มานน้ั ตัวคนทีเ่ ขาไปเกย่ี วขอ ง ในระบบและในกระบวนการนท้ี ัง้ หมด แตล ะคนไมเปน ธรรมาธิปไตย เริม่ ตน พอคิดนะ เจตนากไ็ มด แี ลว คือคิดจะเอาองคกรอิสระมาเปน เครื่องมือสนองเจตนาในการหาผลประโยชนหรืออะไรก็แลวแตของ ตนเอง นกี่ ไ็ มเปน ธรรมาธปิ ไตย และในพวกองคก รอสิ ระนั้น เสียงท่ี เปนมตอิ อกมา ก็ตัดสินใจไมเปนธรรมาธปิ ไตย ทนี ี้ สอง มันก็เปนบทเรยี นแสดงวา การวางกลไกที่จะปอ งกนั การรวบอาํ นาจยังไมร ัดกมุ ดีพอ กต็ อ งไปคดิ หนกั ละ หมายความวา โครงสรางทว่ั ไปน่ีนบั วาดีพอสมควร ในการที่ วาใหมีกระบวนการตรวจสอบ มีองคก รอะไรตา ง ๆ มาคานมาดุล แตกลไกท่ีจะปองกันไมใหมีการเขามากุมอํานาจยังไมดีพอ ก็ตอง สรา งกลไกนข้ี ้นึ มา น่ีแหละตรงนี้คอื จุดออ น หมายความวา ผูวางรัฐธรรมนูญก็ตอ งยอมรับตนเองวาตวั นั้น มองไมถงึ ในบางเรือ่ ง เชนไปไวใจในแงน้นั ๆ เกินไป แลวในเรอ่ื งบาง อยางก็มองดวยสายตาท่ีตัวศึกษามาแบบตะวันตก ไมไดมองเห็น แลวก็ไมไดคิดใหท ัน ตอ ลักษณะนสิ ัยจิตใจของคนไทย ท่ีจะเอามา ใชใ นการวางกลไกในระบบนี้ เพื่อจะใหรับมือกันได เลยกลายเปนวา ไหวพริบปฏิภาณนิสัยของคนไทยไปเอา ประโยชนจากระบบแบบฝรัง่ น้ไี ด คือไป exploit เลย น่ีก็แสดงวา พวกคนท่ีจะมาคิดวางกฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็
พระพรหมคุณาภรณ (ป. อ. ปยตุ ฺโต) ๔๕ ตอ งพัฒนาปญญาของตนเองใหเ พียงพอ เรื่องนตี้ องยอมรับความจริง และไมป ระมาทกนั ใหมาก มันไม เฉพาะความรูไมทันลักษณะจิตใจนิสัยคนไทยเทาน้ันหรอก ความรู เก่ียวกับพ้ืนฐานของสังคมไทย และรากเหงาของอารยธรรมใน ดินแดนแถบนี้ ตลอดจนสภาพปจ จบุ นั ท่เี ปน ปญ หา กต็ องศึกษากัน ใหเพยี งพอ ผหู ว งสถานการ: ทีน้ีมันตรงกันขา มกับที่ทา นอาจารยพ ูด นักวิชาการ เขาคดิ วาฝร่งั เปน เทวดา จะบังคับคนไทย วสิ ยั ไทย วถิ ีไทยใหต าม แบบเขา พระอาจารย: น่ีแหละไดบทเรียนแลวไงเลา มันบอกวาคุณไปไม รอดแลว ตงั้ แตเ ลอื กตง้ั ยันรางรัฐธรรมนญู ยังยากจะหวงั ? ผูหวงสถานการ: อยางตอนรางรัฐธรรมนูญ สสร.มที ่ีเรียนมาจาก หลายชาติ มีท้ังอังกฤษ ฝร่ังเศส สเปน ก็ตีกัน ตางคนตางเสนอ โครงสราง พระอาจารย: นี่แหละท่ีวามีอัตตาฯ ตางคนเขามาตางก็มี อัตตาธปิ ไตย ถือตัววา ตนเองจบจากไหนๆ ก็เหิมไปบาง สงวนทา ที ดวยกลัววาตัวจะเสียทาบาง หรือจะเสียหนาแกพวกโนนนี่ เมื่อมี อัตตาธิปไตยแรง ก็เลยทาํ ใหก ารทาํ งานไมไ ดผ ลดี ถาคนอยูกับปญ ญาที่มงุ ธรรม คือเปนธรรมาธปิ ไตยจรงิ จะได ผลมาก คือไมถอื ตัว เม่อื เปนธรรมาธปิ ไตยกม็ ุง ใหไดผลท่ีจะถงึ ธรรม กแ็ ลว กัน คือจุดหมายมุงอยูทีจ่ ะหาความจรงิ ความถูกตองดีงามและ
๔๖ ธรรมาธิปไตยไมม าฯ ประโยชนท ่ีแท เม่ือหาธรรม กห็ าปญ ญา เม่ือตอ งการธรรม ก็ตอ ง เสรมิ สรา งปญญา ตอนนี้ คุณมีคําแนะนาํ อยา งไร ฉนั ฟงหมด ถาคนมธี รรมาธิปไตยอยางน้ี ก็หมดปญหา เพราะจะไมมาถอื พรรค ถอื พวก ถือกลุม ถือแหลง ถือสถาบันอะไร แตมุงหามงุ รูมงุ ให ถงึ ธรรม เพอื่ เอาธรรมเปนหลักเปน เกณฑใ นการตดั สินใจ เลยขาม พนการถอื ตวั ถือพวกไปไดหมด เพราะฉะนั้น เกณฑตัดสินใจจึงสําคัญท่ีสุด ตั้งแตชาวบาน เร่ิมดว ยการเลอื กตั้ง กเ็ อาผลประโยชนท ่ี ส.ส. มาใหเปนเกณฑตดั สินใจ เมื่อเปนอยางน้ี เกณฑต ัดสินใจในการเลือก สส. ก็ไมเ ปน ธรรมาธิปไตยแลว แตจมกนั อยูแคอัตตาธิปไตย และโลกาธปิ ไตย ไป ไมถงึ ธรรมาธิปไตย ท่ีเปน หัวใจของประชาธปิ ไตย ขึ้นมากระท่ังผูรางรัฐธรรมนูญ ถาติดอยูแคยึดตัวตนเปน อัตตาธิปไตยบาง หวน่ั ไหวไปตามแรงกดดนั มีอาการท่จี ะทาํ เพราะ เอาอกเอาใจ จนบางทถี งึ ขนั้ ทอี่ าจจะลว งภยาคติ เปน โลกาธปิ ไตยบา ง เจอปญ หาของรฐั ธรรมนญู ทร่ี า งเสรจ็ มา แตม ไิ ดเ จรญิ ปญ ญาจากบท เรยี นของปญ หานน้ั เทา ทค่ี วร จงึ ไปไมถ งึ ธรรมาธปิ ไตยบา ง ถา อยา งน้ี รฐั ธรรมนูญที่ดีและการปฏิรูปการเมอื งก็หวังไดย ากที่จะเปน จรงิ แมเปนถงึ จักรพรรดิ ซ่งึ ปกครองคนเดียวดว ยซา้ํ ทานยังบอก วาตองเปนธรรมาธิปไตย ถาจักรพรรดิใชเกณฑการตัดสินใจเปน อัตตาธิปไตย ก็จบเหมือนกัน เกณฑตัดสินใจของจักรพรรดิกต็ อง เปนธรรมาธปิ ไตย เม่ือประชาชนทุกคนมามีสวนรวมในสังคมประชาธิปไตย ประชาชนแตละคนน้ันก็ตองตัดสินใจดวยธรรมาธิปไตย เพื่อให
พระพรหมคุณาภรณ (ป. อ. ปยตุ โฺ ต) ๔๗ ประชาธิปไตยเปนจริงขนึ้ มา สงั คมไทยเส่ือมทรุดหา งไกลจากธรรมาธปิ ไตย? ผหู วงสถานการ: มนั สัมพันธกนั อยางท่วี า นายกฯ น้ีเขาพยายามใช อุบายตางๆ มาครอบงํา เพื่อเปล่ียนคานิยมคนไทยใหเปนบริโภค นิยม ใหอยภู ายใตการครอบงําของเขา… พระอาจารย: นี่กอ็ ยูในหลักท่ีวามาทั้งนั้นแหละ ในเมื่อคนไมมี หลกั เกณฑใ นการตดั สนิ ใจ มนั กไ็ ปตามกระแสหมด ตอนนปี้ ระชาชน จบั หลกั อะไรไมไ ด มนั พรา ไปหมด ผูหวงสถานการ: ทักษิณทําสังคมใหกลายเปนสังคมใหมแบบทักษิณ ทุกแงมมุ พระอาจารย: คงหมายถงึ คาํ ท่มี ีใครคดิ ขึน้ วา Taksinization? ผูหวงสถานการ: ทีนี้ วาตามหลักการศึกษา โยนิโสมนสกิ ารทจ่ี ะให เปน ธรรมาธปิ ไตยมนั เกิดยาก เพราะนายกฯ น้ี เขาไปสรา งสงิ่ แวด ลอมใหเ ปนปาปมติ รไปหมด มนั ไมมกี ลั ยาณมติ ร พระอาจารย: น่ีจะกลายเปนการขยายขอบเขตของเรื่องจนกวาง เกินไป แลว ก็เปน การขยายพวงไปกับปญ หาตวั บุคคล ในทน่ี ี้จะไมใ ช เวลากับการวิจารณตวั บุคคล และไมข ยายขอบเขตของเรือ่ งออกไป อีกละ เวลาก็ลว งไปมากแลว เอาเปนวา ทั้งหมดนี้ พูดรวมๆ ก็จับเขาหลักการพ้ืนฐานท่ี งายๆ ชั้นเดยี วเชงิ เดียวกอ น บอกไปไดเ ลยวา ทกุ คนตอ งตัดสินใจ โดยเอาธรรมเปน หลกั พอคนมีหลักและอยกู บั หลกั ได ก็ไมถ ูกลากไป
๔๘ ธรรมาธปิ ไตยไมมาฯ และเริ่มรักษาตวั ได ทีน้ี ธรรมะคืออะไร กพ็ ูดงายๆ กอน อยาเพง่ิ ไปพดู ลกึ ซึ้ง เอา แควา ธรรมะ คือความจรงิ ความถกู ตอ งดงี ามและประโยชนสุขท่ีแท ลองถามซิวา ท่ีคุณจะตัดสินใจเลือกน้ี ถาตกลงจะเปน ธรรมาธิปไตย คุณเห็นวาเขาเอาผลประโยชนมาใหแลวก็ชอบเขา อยางน้เี ปนธรรมาธิปไตยหรือเปลา ถาคณุ จะเลือกใคร คุณรจู ักเขา รู ขอมูลท่ีเกีย่ วขอ งดีแลว หรอื ยงั แลว ถาจะเอาความถกู ตอ งดีงามและ ประโยชนสุข เราคิดถึงประโยชนสุขของคนสวนใหญ หรือมองแค ประโยชนของตัวเอง อะไรอยางน้ี ตอ งช้ีกนั งา ย ๆ ถามไปไดท ันทีเลย ผูหวงสถานการ : กรณีเลือกต้ังน่ีนะครับ สมมติวาที่หนวยเลือกตั้งนี้ ๓-๔ พรรคนี่มันเลวหมด จะทาํ อยางไรครบั พระอาจารย: ก็เอาท่ีเลวนอยทส่ี ดุ - นี่พูดไปตามหลัก ทจ่ี รงิ เมอ่ื เขาใจดีแลว จะเอาธรรมาธิปไตย ก็ตัดสินใจไดเองในขอบเขตที่ กฎหมายบญั ญัตไิ วนัน่ แหละ ปญหากอ็ ยทู ีว่ า เร่ืองเลือกต้งั น่ี ปญหา หมกั หมมหนัก ก็ปลอยกนั มาจนเสียหมดแลว คงตองแกกันใหญ ฟงท่ีพูดทีถ่ ามมานี้ เหมือนวาสังคมไทยนเ้ี ส่ือมทรุดลงไปจาก ธรรมะอยางหนัก ในสภาพที่เส่ือมอยางน้ัน ก็สอวาคนแทบไมเอา ธรรมาธปิ ไตยกนั แลว และก็เปนเครื่องบอกดวยวา การฟน ฟหู รอื การ กาวไปสปู ระชาธปิ ไตย จะเปน งานท่ีหนกั หนาสาหัส
-๖- หนทางสปู ระชาธิปไตยทเ่ี ปนธรรม จะทาํ ประชาธิปไตยใหเปนธรรม ธรรมาธิปไตยก็ตอ งมา ผูหวงสถานการ: ขออนุญาตสรุปสถานการณเพื่อจะตัดสินใจ คือ ตอนน้ีสถานการณมันเลยขน้ั ท่วี าไปแลว โดยสวนตัวผมเองไมค ดิ จะ เคลอื่ นไหวตอนนี้ แตม ีพระกับมคี นคนหนง่ึ ทเ่ี คยรว มงานกนั เขามาบอกวา ชาว พุทธควรจะรวมแสดงความเห็น ควรจะเขามามีบทบาท เพราะวา เปาหมายของชาวพุทธของเรากค็ ือ ปฏิรปู การเมอื งครงั้ ทีส่ องนี่ตอ ง ใหเปน การปฏริ ปู อยา งแทจ ริง ปฏริ ูปใหท้ังระบอบของประชาธิปไตย มีคุณสมบัตขิ องธรรมาธปิ ไตยใหไ ด เก้ือหนนุ สิง่ ท่ผี มเสนอไปนน้ั เขาบอกวา ถาอยางนั้นคุณตองไมตกขบวน เราตองแสดง ความเหน็ ทีน้ีจะแสดงความเหน็ อยางไรท่จี ะบอกวาเรากม็ ีสว น แตตอนน้อี ยา งท่วี า สถานการณม นั สกุ งอมเลยข้นั นน้ั ไปหมด ตา งคนตา งใชอ บุ ายเอาชนะกนั เพราะฉะนน้ั ผมวา ทา มกลางฝนุ ตลบ เราออกไปนมี่ นั ตอ งโดนมองไมแ งใ ดกแ็ งห นงึ่ ทีนี้ใจผมเองผมก็อยากจะใหแ นนอนกอนวาจะไปทางไหน คือ ใจจริงผมอยากจะทาทายตรงทว่ี า ถาเกดิ ปฏิรปู การเมืองเทีย่ วนี้ เลกิ กรอบตะวันตกทั้งหมด ไมตองไปคิดในกรอบรัฐศาสตรตะวันตกท้ัง หมด คิดของเราใหด ีทส่ี ุด
๕๐ ธรรมาธิปไตยไมม าฯ ถาเอาความเห็นของผม คิดวา เร่ืองหลักอธิปไตย ๓ เรา สามารถจะประยุกตเรื่องธรรมาธิปไตย มายกระดับประชาธิปไตย คือตวั โครงสรางเองก็ทําไดค รับ ตัวโครงสรางและกลไกนอ่ี อกแบบให เอื้อตอ ธรรมาธิปไตย พระอาจารย: พูดไปพูดมาก็วนกลับมาท่เี กาอีก บอกแลว วา มนั จะ สับสนและก็คลมุ เครือ และคนจะยุง แลว กก็ ลายเปนวา พอพดู ไปๆ มันเหมือนกับมีระบบอีกระบบหนึ่ง เรียกวาธรรมาธิปไตย แลวจะ ปรับประชาธิปไตยใหเปนอยา งนั้น ก็ยิ่งยุง ใหญเ ลย แลว เขาจะถาม วา จริงๆ แลว ระบบธรรมาธปิ ไตยมันเปนอยางไรนะ คราวน้ีก็ยงุ ละ ระบบธรรมาธปิ ไตยมันไมม ี การปกครองคณะสงฆก ็ไมมีชือ่ อยางน้ี ผหู ว งสถานการ: ไมใ ชร ะบอบ ผมไมเคยเขียนคาํ วา ระบอบ พระอาจารย: ไมใชก ็ไมใ ช แตตามวธิ ที ่ีพดู น้ันก็คือจะไปปรับระบบ ประชาธิปไตย ใหเปน ธรรมาธปิ ไตย ผูหวงสถานการ: ยกระดับข้ึนมาใหถึงขั้นท่ีมีคุณสมบัติธรรมาธิปไตย ทุกสวนที่เก่ียวขอ งในประชาธปิ ไตยยกระดบั ขน้ึ มา… พระอาจารย: อันน้ีก็ไดพูดถงึ แลว มนั ไมช ดั หรอก ตอ งแยกแยะให ชัด ประชาธิปไตยนนั้ กใ็ หเ ปนประชาธปิ ไตยทมี่ ันถูกตอ ง มันกเ็ ปน ประชาธิปไตยท่ีเปนธรรมเทาน้ันเอง แลวในประชาธิปไตยท่ีเปน ธรรมนัน้ กต็ อ งมธี รรมาธปิ ไตยเปน แกน ใหธรรมาธิปไตยเปนแกนของประชาธิปไตย ก็คอื คณุ ตอ งตัด สินใจดวยธรรมาธิปไตย เพราะวาในประชาธิปไตยนนั้ ไมว ากิจกรรม ไหนก็มีการตดั สนิ ใจทั้งน้นั ถูกไหม?
พระพรหมคณุ าภรณ (ป. อ. ปยุตโฺ ต) ๕๑ การตัดสินใจน้ีเปนเร่ืองสําคัญท่ีสุด เพราะวาในการทําทุก อยา งตอ งมีการตดั สนิ ใจท้งั สิ้น จะเดินหนา จะขบั เคลือ่ นไปได ตอง อาศัยการตัดสินใจท้ังน้ัน เราก็บอกเลยวา ในทุกกิจกรรมของ ประชาธิปไตยน้ัน ใหมกี ารตดั สนิ ใจดวยธรรมาธิปไตย หรือตัดสนิ ใจ อยางเปน ธรรมาธิปไตย เมอ่ื วา ถงึ การปกครอง เรากพ็ ดู ใหเ ตม็ วา การใชอ าํ นาจตดั สนิ ใจ นี้ เปน แกนของระบบการปกครอง เมอ่ื จะใหเ ปน ระบบประชาธิปไตย กเ็ อาการตัดสนิ ใจดว ยธรรมาธิปไตยเปน เกณฑ เปนอันวา คุณตองตัดสินใจในทุกกิจกรรมของประชาธปิ ไตย ดว ยธรรมาธปิ ไตย ก็เทา นั้นแหละ ปญ หามแี ควา ประชาธิปไตยทีเ่ ปนอยนู ้ี ไมเ ปน ธรรม ผูหวงสถานการ: ท่ีอาจารยพูดนี่เขาใจครับ มันใหคนเปนคนที่มี ธรรมาธิปไตย มีเกณฑทจี่ ะเอามาใช เอาธรรมาธิปไตยเปนเกณฑใ น การตัดสินใจ แตทีน้ีกลไกตางๆ ท้ังหลายตามกรอบความคิด ตะวันตกละ... พระอาจารย: อันนั้นเราแยกศพั ทไปเลย อยาไปยุง อยา ไปปน อยา เอาคําวาธรรมาธิปไตยไปใชป ะปนกับศัพทของเขา เด๋ียวมันจะไป สบั สนแมแ ตกับคาํ วา ประชาธปิ ไตย ประชาธิปไตยเปน ระบอบการปกครองแบบหนึง่ ทม่ี กี ารตกลง วาประเทศไทยเราก็เอาดวย เราตองชัดแมแตว าประชาธิปไตยนั้น เราเอาประเภทไหน แลวมันเปนอยางไร เม่ือตกลงใชแลว กใ็ ห ประชาธิปไตยนั้นเปนธรรม เทา นัน้ แหละ
๕๒ ธรรมาธิปไตยไมมาฯ ผหู ว งสถานการ: ทท่ี า นอาจารยว า ประชาธปิ ไตยทเี่ ปน ธรรมนี่ แตกลไก ท่ีพัฒนามา มนั มปี ระวัตศิ าสตรความเปนมาของมนั ซึง่ ของเราถกู ครอบดว ยความคดิ ตะวนั ตก พระอาจารย: ก็นั่นนะซิ ผหู วงสถานการ ๑: อาจารยเสนอแนวคดิ วา ใหล มของตะวนั ตกหมด ผหู วงสถานการ ๒: ไมใ ชลม ผูหวงสถานการ ๑: คือผมคิดวา การท่ีเขาไปเรียนทางตะวันตกมาแลว เอามาเปนแนวคดิ มนั ไมใชว า ผิด ผหู ว งสถานการ ๒: มนั โดนครอบงาํ ไง ไมค ดิ ตอ วา จะทาํ อยา งไรใหม นั … ผูหวงสถานการ ๑ : อันนั้นเปนอีก step หนึ่ง แตการท่ีเขามีประสบ การณไปเรียนฝรงั่ เศส ไปเรียนอเมริกา ไปเรียนองั กฤษมา แลวเอา วิธีการพวกนนั้ มาเปนตกุ ตา เอามาเปน แบบน้ี ผมคดิ วา ไมผ ิด เพียง แตวาจะเอามาปรับอยางไรใหเหมาะสมกบั เรา เหมาะสมกับสภาพ ของเรา พระอาจารย: ก็น่แี หละ สรุปลงดว ยคาํ วา “ใหป ระชาธิปไตยทน่ี ํา มาใชม ันเปนธรรม” ไมรูละ คุณจะเอาแบบไหนก็ตาม แตตองใหม ัน เปนธรรม เพราะประชาธิปไตยทจี่ ดั กนั อยูใ นปจจบุ นั นีไ้ มเปนธรรม ผหู วงสถานการ : น่ี มันอยแู คนีแ้ หละ ไมใชไ ปสรา งความคดิ เรื่องระบบ ธรรมาธิปไตยขนึ้ แลวก็มางง ผูหวงสถานการ ๑ : ในประเด็นเรื่องธรรมาธิปไตยน้ี แมจะเปน เผดจ็ การ แตถ า ตัดสินใจดวยธรรมาธิปไตย ก็ดี ถูกไหมครบั ถา
พระพรหมคณุ าภรณ (ป. อ. ปยุตโฺ ต) ๕๓ อยา งนี้คือ ไมอ ยแู คร ะบบ มันอยทู กี่ ารตดั สนิ ใจ พระอาจารย: อันน้ีตองวา เปนข้ันๆ คือ ระบบเผด็จการมันก็เปน ธรรมาธิปไตยได เปนอัตตาธิปไตยได เปนโลกาธิปไตยได คณาธิปไตยก็เชนเดียวกัน ประชาธิปไตยก็เชนเดียวกัน แตตกลง ตอนนี้เราเอาระบบประชาธิปไตย เม่ือเราเอาระบบประชาธิปไตย ก็ใหท ุกคนมีสวนรวมในการ ปกครอง และสว นรว มทจี่ รงิ ทแ่ี ท กค็ อื สว นรว มในการตดั สนิ ใจ โดยมี อาํ นาจตดั สนิ ใจดว ยเชน เดยี วกนั ทกุ คน (ถา บอกวา มสี ว นรว ม แตไ มม ี อาํ นาจตดั สนิ ใจดว ย แลว สว นรว มนนั้ จะเปน จรงิ ไดอ ยา งไร) เมอื่ ทกุ คนมสี ว นรว มในการตดั สนิ ใจ เราบอกวา ทกุ คนนนั้ ตอ ง เปน ธรรมาธปิ ไตย ดงั นนั้ ทกุ คนตอ งตดั สนิ ใจดว ยธรรมาธปิ ไตย ผูหวงสถานการ: ชัดครับ ชดั เจนมาก พระอาจารย: เขา ใจนะ ผหู ว งสถานการ: ไมหลงแลว ไมห ลงประเด็น พระอาจารย: แลวมันจะแยกกนั ชดั ไปเลย ไมต อ งมาสับสนกันอีก คอื ไมต อ งเอาศพั ทและแนวคดิ ไปปะปนกัน ไมเ อาคาํ วา ธรรมาธปิ ไตย ไปปนกับประชาธปิ ไตย ใหผิดตําแหนง ผิดท่ี เราบอกไดเลยวา คุณจัดการประชาธิปไตยใหเปนธรรมนะ เวลานี้ประชาธปิ ไตยไมเปน ธรรม แลว จะยกตวั อยา งก็ได เชนวา คุณ ไปยดึ ตดิ ความคดิ ของตะวนั ตก เอาของเขามาเฉย ๆ โดยทไ่ี มไ ดร จู รงิ เราไมไดว า ของตะวันตก ตะวนั ตกกม็ ดี เี ยอะ แลวท่ีดนี ้นั บาง อยางกเ็ อามาใชได บางอยา งก็ไมเ ขากบั สภาพแวดลอ มของเรา มัน
๕๔ ธรรมาธิปไตยไมมาฯ เหมาะกับของเขา อันนี้ก็วาไป มันเปนสวนของการอธิบายราย ละเอยี ด แตจ ะอยางไรก็ตาม เมือ่ จัดลงตวั แลว กค็ ือ ใหมันเปน ธรรม ทีจ่ ะปฏิรูปการเมอื ง ก็แคจ ะทาํ ประชาธิปไตยใหเปน ธรรม ผหู ว งสถานการ: นค้ี วามเหน็ ของผมเดมิ อยา งทว่ี า องคความรยู งั ไมช ดั คอื ผมอยากมคี ณะทาํ งานซง่ึ … พระอาจารย: อนั นไี้ มเ ปน ไร เปน รายละเอยี ด เปน เรอ่ื งขน้ั ปฏบิ ตั กิ าร ผหู ว งสถานการ: ใจจริงผมไมอ ยากเผยแพรต อนน้ี สถานการณตอนน้ี ดูวา เรากไ็ มรู จะเปนการเขาไปแทรก ตอนน้กี ารนําเสนอคิดวามัน เสยี่ ง มันไมค ุมกบั ผลท่ีจะได พระอาจารย: มันวาไดเปนขั้นตอน ในแงของการลงลึกที่เปนราย ละเอียดก็วากนั อกี ขั้นหนึง่ แตใ นแงท่จี ะพูดรวมๆ ตอนนี้เราพดู ได วา ประชาธปิ ไตยทเี่ ปน อยตู อนนม้ี นั ไมเ ปน ธรรม เราพดู ไดไ หม กพ็ ดู ไดน ี่ มันเหน็ ชดั ๆ อยู เรายกปญหาขนึ้ มากอ นกไ็ ด โดยชี้ใหเห็นวา เพราะ อยางนีๆ้ เราจึงบอกวา ประชาธิปไตยที่เปนกันอยูนี่มันไมเ ปนธรรม ผูหวงสถานการ: สถานการณตอนน้ีเขาไมสนใจเรื่องจะปฏิรูปการ เมือง มันยงั ไมถ งึ ขั้นที่จะ… พระอาจารย: ไมใ ชอ ยา งนนั้ น่ีเราพดู ถงึ ปญ หา คอื สภาพบา นเมอื ง ทมี่ อี ยูจะเปน รฐั บาลหรอื อะไรกแ็ ลว แตทท่ี าํ อะไรตา งๆ ซงึ่ เปน ตวั ปญ หา เราอาจจะพูดเริ่มไวกอน แตตองเปนคําพูดท่ีชัดจะแจงลงไป เรารบั สมอางเขาก็ได เราไมจ ําเปน ตองไปพูดเอง น่ีนะ ใครๆ กเ็ ห็น กนั อยู ที่เขาพูดกนั อยนู ี่ ที่เขาวากนั อยูน่ี พูดกันส้นั ๆ ก็คอื เขาบอกวา
พระพรหมคุณาภรณ (ป. อ. ปยุตฺโต) ๕๕ ประชาธิปไตยมนั ไมเ ปน ธรรม เราพูดไปเลยวา ท่ีคุณวากันอยูนี่ คุณยอมรับแลววา ประชาธิปไตยท่ีเปนอยนู ไ้ี มเปน ธรรม จรงิ ไหม แลวท่ีวา จะปฏริ ูปการเมืองกนั ดเู หมอื นเปน เร่ืองใหญโตนัน้ ก็ คือ และก็แค จะแกปญ หาประชาธปิ ไตยทีไ่ มเ ปนธรรม โดยจะทําให มันเปนประชาธิปไตยทเี่ ปน ธรรม ใชไ หม ผูหว งสถานการ: ถาเปน ธรรมมนั กไ็ มมีปญหาหรอก พระอาจารย: เอาละ เราบอกวา พวกคุณที่มาพูดกนั อยนู ี่ พากนั ปรารภเรื่องปญหาประชาธิปไตยไมเปนธรรม แลวคุณคิดวาจะทํา อยา งไรใหเปนธรรม ตกี ลับไปเลย ผูหวงสถานการ : ผมคิดวาเอาตรงน้ีจุดนี้ออกไป ถาประชาธปิ ไตยตง้ั อยบู นความเปน ธรรม จะไมเ กดิ ปญ หา แลว เขาจะฝนุ ตลบอยา งไร จะ ฟงไมฟง ก็เปนอีกประเดน็ หนึ่ง สมมติวาเราเตอื นเขาแลว แนวทางมนั ควรจะเดินอยางนีน้ ะ นี่ ดีที่สุดนะ แตไ มมีใครฟงเราเลย วนั หลงั เม่ือมีปญหา เราก็บอกเขาได วา เราบอกคณุ แลวนะ วาคุณตองเดินทางน้ี คณุ ไมเ ช่อื มันเลยเกดิ ปญ หาอยา งนี้ พระอาจารย: เราพูดไวทีหน่งึ กอนได ผูหวงสถานการ : ถาเราพูดทีหลัง เขาจะมองวา เออ! ไอน่ีมาพูด โมเม แตเราเตือนเขาแลว ไมมีใครเช่ือเลย ไมฟงเลย คือเราพูดไว กอนแลวไง
๕๖ ธรรมาธปิ ไตยไมม าฯ ปญ หาคอื ตอ งใหส ง่ิ ทเ่ี ราพดู น่ี ทเ่ี ราแนะแนวทางน่ี ตอ งใหเ ปน ธรรมอยา งทท่ี า นบอก สงิ่ ทเ่ี ราพดู ตอ งถกู ตอ ง เปน เเนวทางทถี่ กู ตอ ง ฟงไมฟ งเราบงั คบั เขาไมได เขาจะคิดวา เราเปนฝายไหน ไมเ ปน ไร พระอาจารย: แลว ท่เี ราพดู ข้นึ มาน้ี เราจับเอาส่งิ ทีเ่ ขาวาน่ี เราไมได วา เอง พวกคุณกําลังพูดถึงประชาธิปไตย สรุปแลว กค็ ือ คุณพดู วา ประชาธปิ ไตยท่เี ปนอยนู ี้มันไมเ ปน ธรรม ผูหวงสถานการ: วันนี้เขาประชมุ กนั เดยี๋ วเยน็ นี้ ถาตกลงกันได เขา เปลยี่ นแผนแลว … จะปฏิรปู การเมอื ง คือประเด็นวา ประชาธปิ ไตย ไมเ ปน ธรรม หรอื วา รฐั ธรรมนญู ทตี่ อ งแก ฝา ยคา นพดู มานาน รฐั บาล ไมยอม น่ีก็เพ่ิงมายอมวา จะใหป ฏริ ูปการเมอื ง ใหแกร ัฐธรรมนูญ พระอาจารย: อันน้นั เปนเรอ่ื งของเขา แตเราสรปุ ใหไดเ ลย ผูห วงสถานการ: ความจรงิ ที่เขาวา กันไมใชป ระเด็นหลักนะครบั พระอาจารย: อาว... กไ็ มใชซิ เราสรุปใหเขา คอื เขาพูดกนั อยูน ั่น แตเ ขาสรุปไมไ ด ไมต งั้ เปนประเดน็ ชดั ออกมา เ ร าชี้ใหเขาเห็นวา ที่คุณพูดกันท้ังหมดน้ัน คือพูดวา ประชาธปิ ไตยท่ีเปนอยูมันไมเปน ธรรม จริงไหม แลวทาํ ไมมันไมเ ปน ธรรม กเ็ พราะวา … อยางนน้ั ๆ เหมอื นทพ่ี ดู กันมาแลว
-๗- นาํ ธรรมาธปิ ไตยมาใหแ กป ระชาธปิ ไตย จบั ประเด็นใหช ดั ไว ไมวาวนุ ไปกบั สถานการณท ่สี ับสน ผูหว งสถานการ: ปญหาเร่ืองประชาธปิ ไตยที่ไมเปน ธรรมน้ี มันเกดิ มา นานแลว มันอยูทามกลางกระแสซ่ึงตอนนค้ี วามรูสึกของเขาก็ ไลทรราชอยางเดียว วาทรราชมนั จะไปอยา งไร ถาเราไปตอนน้ี ผม วามันไมค ุม ความเห็นของผมนะ พระอาจารย: มันอยูท่ีเราจะปฏิบัติแคไ หน เราจะพดู แคไ หน ผูหวงสถานการ ๒: ไมไดอยูทีร่ ะบบนะ มนั อยทู ต่ี ัวบคุ คล มฝี ายทจี่ ะไล กับฝายท่ีพยายามจะอยู ผหู ว งสถานการ ๑: ก็ชา งเขาซี เปน เรือ่ งของเขาไง พระอาจารย: น่ีเราพูดหลักการ ไมไดพูดถึงบุคคล เราไมไปพูด เร่ืองใคร แลวกไ็ มตองพดู มาก พดู นิดเดยี ว แตถา คาํ ท่ีพดู มันตรง เรื่องนะ มันหนัก พูดทิ้งไวเ ลย แลว ไมตอ งไปทาํ อะไรมาก ผหู ว งสถานการ: พดู ไปแลว ฟงไมฟ ง กช็ า งเขา แลว เราขดุ ขน้ึ มาพดู ใหมไ ด ผหู วงสถานการ ๒: ถาทาํ ก็ทําแบบเปนแถลงการณย อ ๆ พระอาจารย: ก็แลวแต อันน้นั อาตมาไมต องออกความเห็น ไปวา กันเอง ขอ สําคัญอยทู ี่วา จะออกในรูปไหนก็ตามแต ก็เอาสาระทว่ี า น้ีเปน หลกั การ เปนแนวทาง พูดใหม ันเขม
๕๘ ธรรมาธิปไตยไมมาฯ มองใหก วา งใหไ กล ไมมองแคคนทีอ่ ยูใ นวังวน ผูหวงสถานการ: ขอผมสรุปขั้นตอนถวายทานอาจารยนิดหนึ่งครับ คือตอนน้เี ทาทค่ี ดิ ดู ทักษิณจะอยูยาก แตวา จะไปโดยวธิ ไี หน เวลา เร็วหรือไมเร็ว แตค ิดวา รนุ แรง เทย่ี วน้คี งจะแรงมาก ฝายที่จะไลมนั มหี ลายฝา ยท่ีไดโอกาส เพราะวาฝา ยท่ีไมช อบ กลุมคนทเี่ สยี ประโยชน พรรคการเมืองทเ่ี สยี ประโยชน และฝา ยนกั วิชาการ ซึ่งเปนกลาง และนักวชิ าการพวกนส้ี ว นหนงึ่ เคยทํางานให ทักษิณ ก็รูตนื้ ลกึ หนาบาง อยางอาจารยชัยอนันตมาเขียนน่ี มีน้ําหนักมาก เพราะ อาจารยชัยอนันตเคยเปนประธานการบินไทย ประธานการไฟฟา ฝายผลติ อาจารยช ยั อนนั ตก็รขู อ มูลลึก กบ็ อกวา การเลือกตั้งที่ผา น มาบัตรเลอื กต้ังมนั พิมพห ลายชุด ก็เปลยี่ นยกชดุ แลว กรณีที่ฉอ ฉล ใครๆ เขากส็ รุปวา ตอนแรกกย็ งั ไมคดิ อะไร มาก แตพ อทกั ษณิ เร่มิ อกี ขัน้ หนึง่ กค็ อื วา เริ่มที่จะเอาตางชาตเิ ขามา ครอบงําประเทศไทย ซึง่ อาจารยก ็ทนไมไ ด อยา งเชน การบังคับการ บินไทยนี่นะครับ เปดใหแอรเอเชียหลายเสนทาง และแอรเอเชีย นายกฯ ก็ถือหุนใหญอยใู นน้นั รว มลงทุนกบั สิงคโปร เวลาไปเจรจาทาํ FTA กับประเทศไหน ก็ไดสิทธพิ เิ ศษดานโทร คมนาคม อยางบังคลาเทศกับออสเตรเลยี เน่ยี แตเ ปนการทาํ ลาย รากฐาน อยา งไปเจรจา FTA กบั ออสเตรเลยี นี่ พวกที่เลย้ี งววั นมววั ยงั ตอ งเททงิ้ เลย เพราะวา มันถูก ทอ่ี อสเตรเลียขนาดเอามาต้ังไกล เปนหมน่ื กิโล เรายังแพงกวา เขาต้ังเยอะ... พระอาจารย: เอาละ นี่เปนรายละเอียด เปนคําบรรยายในเรื่อง ความไมซอื่ ตรง ไมอยูในธรรมะ ของนักปกครองท่ีมุงเรื่องผล
พระพรหมคุณาภรณ (ป. อ. ปยตุ โฺ ต) ๕๙ ประโยชนสว นตวั ถาวา ไปก็คงยาวไปเรอื่ ย ทีน้ีตอนนี้ก็คือรวมความท่ีมันเปนอยางนี้ เราถึงใชคําวา “ประชาธิปไตยที่เปนอยูม ันไมเปนธรรม” เร่ืองก็อยูท่ีวาตองใหคน จับประเดน็ ใหได พวกที่มายุงกนั อยนู ี่ บางทียงั จับประเด็นไมถ ูกเลย ฝายหนงึ่ ก็ จะไลทักษิณออกใหได อีกฝายหน่ึงก็ตรงขามหรือจะตานพวกที่ไล ไปๆ มาๆ บางทีก็จะหาทางแคเอาชนะกัน เร่ืองทน่ี า จะคดิ กนั บางก็อยา งที่วา เรามองกวางระยะยาว นี่ เขาวา กนั ไป เราไมไ ดเ ขาไปยุงดวย คุณเลน งานกันไป ถาสมมติวา ทักษิณออกไปจริง แลวตอนนี้มีหลักประกันอะไรไหม อยางนอย ใหสติวา ทําอยา งไรจะใหคนทจ่ี ะมาแทนทักษณิ ทีจ่ ะมีอํานาจใหมน ี่ เขาจะไมเ ปน อยางนี้อีก เราคดิ เรอ่ื งระดับน้ีมากกวาท่จี ะมายุงกับ ๒ ฝา ยท่ีทะเลาะกนั ขณะน้ี เราตองมองระยะยาวกวาน้ัน ที่พูดกนั เวลานี้ วาทักษณิ เปนอยางน้ี อยา งนอยกลุมหน่งึ ก็วา ไมด ี ไมไ ดเ รื่อง จงึ มาไลทักษิณ แลว ตอ ไปจะมหี ลกั ประกันอะไรวาผู ท่ีมาแทนจะไมเปน อยางทักษณิ อกี เราตองทํางานขนาดน้นั ตอ งให สังคมมีทางไปที่ถกู ทีจ่ ะไดผลในระยะยาว ใหเปนประชาธปิ ไตยที่ เปน ธรรม ซงึ่ มีประโยชนจริงๆ ผูห ว งสถานการ: นี่ข้นั ที่ ๒ พระอาจารย: เราตองพดู ไวกอ น ตองใหส ติเขากอ นวา คุณนย่ี ุงอยู แคนเ้ี องหรอื เรอ่ื งทสี่ าํ คญั คณุ อยา คดิ แคน ไี้ มไ ด ตอ งใหเ ขารวู า เขาจะ คิดอยแู คน ไ้ี มพอ เพราะวาบทเรียนมันมีอยแู ลว มนั กห็ มุนเวยี นเปน
๖๐ ธรรมาธปิ ไตยไมมาฯ วงจรกันอยูแคนแี้ หละ ถาคุณทําเสร็จแลว คุณจะหมุนอยแู คน หี้ รือ เห็นคณุ หมุนกันมาหลายรอบแลว ตอนน้ีก่ีรอบแลว นีต่ อ งเตือนเขา น่ีคือ เมื่อเขามวั นัวเนียกันอยู เราตองมองใหก วางออกไป จะ เอาแคไปตกอยใู นวังวนกบั เขาไมไ ด ถา เรามวั ไปยุงอยูกบั เขา เราก็ ไมม อี ะไรทจี่ ะชว ยจะใหแ กส งั คมได ทงั้ ในมติ กิ วา ง และมติ ไิ กล เปน อนั วา เราตอ งมองกวา ง-คดิ ไกล โดยมใี จทใ่ี ฝส งู อยแู ลว คอื ใฝธ รรมที่จะตองเอามาเปนแกนของระบบประชาธิปไตย อันไดแก ธรรมาธปิ ไตย แตทั้งนกี้ ็ไมใชหมายความวา เราจะมองนิง่ เฉยอยู ในสถาน- การณอยางน้ี เราตองเตือนตองบอกตองพยายามใหแนวทางท่เี ปน ทางออกอยางชอบธรรมแกเขา แตจะเตอื นจะบอกอยา งไร อันนี้คอื เรอ่ื งท่คี ณะผูมานจ้ี ะตอ งไปคิดกนั หายวนุ เม่อื ใด ควรมาจบั หลกั สาํ คัญทเ่ี ปน เรอ่ื งกวางไกล วนั นไ้ี ดพ ดู กนั ในเรอ่ื งการปกครองระบอบประชาธปิ ไตย และได พดู ถงึ เรอื่ งทถ่ี อื วา เปน หวั ใจของการปกครอง คอื เรอื่ ง การใชอ าํ นาจ ตดั สนิ ใจ ซงึ่ มจี ดุ สาํ คญั อยทู ว่ี า ใครมอี าํ นาจตดั สนิ ใจ คนน้นั ตอ งตัด สินใจดว ยธรรมาธปิ ไตย ทําไมธรรมาธิปไตยจึงมีความสําคัญตอการปกครองระบอบ ประชาธปิ ไตย ก็เพราะวา เม่ือเปนประชาธิปไตย อํานาจตัดสินใจก็ อยูท่ีประชาชน เม่ืออํานาจตัดสินใจอยูท่ีประชาชน ก็ตองให ประชาชนตัดสินใจอยางถูกตอง คือตัดสินใจดวยธรรมาธิปไตย นี่แหละ จึงตองมีธรรมาธิปไตย เพ่ือใหประชาชนมี ธรรมาธิปไตยน้ันเปน เกณฑใ นการตัดสินใจ
พระพรหมคุณาภรณ (ป. อ. ปยตุ ฺโต) ๖๑ ผหู ว งสถานการ: เราเสนอคาํ วาธรรมาธิปไตยตรงน้ี พระอาจารย: ก็ใชนะซิ ช้ีจุดใหเหน็ ชดั ไมใ ชวา กันพราไปหมดจน ไมร ูวาธรรมาธิปไตยเปน อะไร เอาไปปะปนกับระบบการปกครองวนุ วายสบั สน ผูหว งสถานการ: สรุปยอ ๆ ขั้นตอนที่จะปฏริ ูปการเมืองจรงิ จงั เพอ่ื ไปสู ประชาธปิ ไตยที่เปน ธรรมอยา งท่ที า นอาจารยวา ใหค นมธี รรมาธปิ ไตย ในการตดั สนิ ใจจรงิ ๆ มนั สามารถทาํ กลไกได เอามาประยุกตได พระอาจารย: การปฏิรปู ๒ ดา น ตอ งบรรจบกนั หนงึ่ ดา นการจดั ตง้ั วางระบบ ตอ งจดั กลไกอะไรตา งๆ ทจ่ี ะให มนั่ ใจทสี่ ดุ วา การตดั สนิ ใจจะเปนไปดว ยธรรมาธปิ ไตย มกี ารถว งดลุ และไมใหม ีการมาครอบงํา เปนตน ดานนก้ี ็ไมง ายเลย การวางกฎกติกา ตงั้ แตรัฐธรรมนญู ลงไปที เดียว ยงั มปี ญ หาขาดพรอ งมชี อ งโหวแ ละบดิ เบนอยเู รอื่ ย ซง่ึ จะตอ ง วางใหม กี ลไกทจ่ี ะกาํ หนดและกาํ กบั ใหไ ดผ ลดอี ยา งแนน อนมน่ั ใจ แต ในทส่ี ดุ การทจ่ี ะใหไ ดธ รรมรวมทง้ั ธรรมาธปิ ไตยในภาคปฏบิ ตั ิ กม็ าขนึ้ ตอธรรมาธิปไตยในใจตั้งแตของคนผูบัญญัติเอง ทจ่ี ะมีคณุ ภาพแค ไหน ก็เลยเปน เร่ืองวนเวียน และขน้ึ ตอการปฏิรูปดานท่ี ๒ อกี น่ันเอง สอง ดา นตวั คน ไดแ กการศกึ ษาทจี่ ะพฒั นาบคุ คล ใหม คี ณุ ภาพ ทจี่ ะใชเ จตนาหรือเจตจาํ นงที่ถกู ตอง ทจ่ี ะตดั สนิ ใจโดยเอาธรรมเปน เกณฑ ที่เรยี กวาเปนธรรมาธิปไตย ในการตดั สนิ ใจ ถา เราไมใ หการศึกษา ไมพ ฒั นามนุษย เม่อื คนไมมีความรู ไมมปี ญ ญา ก็งอนแงนคลอนแคลน โอนเอนไปตาม
๖๒ ธรรมาธปิ ไตยไมม าฯ กระแส ถูกชักจงู หรือแมแตห ลอกไดง าย หรือไมก ็เฮไปตามพวก หรอื แมกระท่ังตามเสียงเลา ลอื กลายเปน โลกาธปิ ไตย ถาไมเชนน้ันกเ็ อา ผลประโยชนของตวั เองเปนใหญ ถือทิฐขิ องตัว หรือมองอยแู คท ตี่ วั จะไดจะเปน กลายเปน อัตตาธิปไตย การตัดสนิ ใจของคนทขี่ าดการ ศึกษา จงึ มักอยกู บั อตั ตาธิปไตย และโลกาธิปไตย ในทางตรงขา ม ถา คนมกี ารศกึ ษาทถ่ี กู ตอ ง หรอื การศกึ ษาทแี่ ท แลว กจ็ ะเปน คนมคี ณุ ภาพ คอื ดที งั้ ดา นปญ ญา และดที ง้ั ดา นเจตนา ดงั ทไี่ ดย ้ําบอยๆ ๑) มปี ญญาดี คอื รูเขาใจเทาทันขอมลู ขาวสารสถานการณ รู จักคิด มีเหตุผล มวี ิจารณญาณ แยกแยะไดวา อะไรเปนความจริง ถกู ตองดีงาม ประโยชน-มิใชป ระโยชน เปน ตน ๒) มเี จตนาดี คอื คิดสจุ ริต ตง้ั ใจดี มงุ พูดจาสอ่ื สารและทํา การในทางทจ่ี ะชว ยเหลอื เกอื้ กลู สรา งสรรค เรม่ิ แตห มายมนั่ ทาํ หนา ท่ี ของตนใหบ รสิ ทุ ธบ์ิ รบิ รู ณ นเ้ี ปน เกณฑอ ยา งงา ยๆ ทจ่ี ะใชต รวจสอบและวดั ผลการศกึ ษา ดูแค ๒ ดา นนก้ี น็ บั วา เพยี งพอ ใหการศึกษามีคณุ ภาพ ทจ่ี ะนาํ ธรรมาธปิ ไตย มาใหแ กป ระชาธิปไตย ผูหว งสถานการ: ปจจุบันนี้ คนดูเหมือนจะหว งกงั วลเก่ียวกบั คุณภาพ ของการศกึ ษากนั มาก พระอาจารย: เทา ทมี่ องๆ กนั จะเหน็ วา คนมกั บอกวา การศกึ ษา เวลานเี้ นน ดา นปญ ญา ใหค นมคี วามรู แตพ อดกู นั จรงิ ทว่ี า ปญ ญาก็ ไมค อ ยตรง มกั เอาแคค วามรขู อ มลู ในวงจาํ กดั บวกกบั ทกั ษะจาํ เพาะ
พระพรหมคณุ าภรณ (ป. อ. ปยตุ โฺ ต) ๖๓ สว นหนงึ่ ทจี่ ะเอาไปใชท าํ งานอาชพี แตค วามมเี หตผุ ล มวี จิ ารณญาณ เปน ตน บางทไี มไ ดฝ ก กนั สว นดา นทส่ี อง คอื เจตนาหรอื เจตจาํ นง มักจะเลือนลางหรือ ขาดพรอ ง ขาดจติ สาํ นกึ ทจี่ ะใหเ จตนาตงั้ แนว มงุ ไปในทางดี แทนทจ่ี ะ มีเจตนาเปนกุศล กลับตรงขาม คือมักเปนไปในทางคิดจองหาผล ประโยชนใ หแ กต น มงุ จะเสพบรโิ ภคบาํ รงุ บาํ เรอ ฟงุ เฟอ หลงความโก เก ฮอื เฮไปตามกระแส มคี วามคดิ ผวิ เผนิ แคส นองคา นยิ ม ตอกยา้ํ กนั แตอ ตั ตาธปิ ไตย และโลกาธปิ ไตย ถา ตรวจสอบวดั ผลออกมาอยา งนี้ กไ็ มใ ชแ คว า เดก็ จะสอบตก ในการศกึ ษาเทา นน้ั แตร ะบบการศกึ ษาเองไดส อบตกเสยี กอ นแลว ถาคนเปนผูที่พัฒนาแลวดวยการศึกษา มีท้ังปญญาและ เจตนาท่ีดี ก็ม่ันใจไดวาเขาจะใชอํานาจตัดสินใจท่ีเขามีในระบบ ประชาธปิ ไตย ดว ยการตดั สนิ ใจทเ่ี ปน ธรรมาธปิ ไตย แตถ า มพี ลเมอื งทข่ี าดๆ พรอ งๆ ทางปญ ญาบา ง ทางเจตนา บา ง ประชาธปิ ไตยกข็ าดๆ พรอ งๆ ไมม หี ลกั ประกนั แลว กค็ งเวยี น วา ยอยใู นวฏั สงสารอยา งทเ่ี ปน อยนู ี้ สรุปวา ถาเจตนาดแี ลว มีปญ ญาดว ย ก็ตัดสนิ ใจไดผ ลดี ถามีปญ ญา แตเจตนาไมดี ก็เสร็จมนั ก็เอาปญญาไปใชห า ผลประโยชนใ หแกตัว และทํารายผอู ่นื ถา เจตนาดี แตปญญาไมมี ก็จบเหมือนกนั เพราะจะตัดสนิ ใจ ผิดพลาดโดยรไู มเทาถึงการณ แลว กไ็ ปไมร อด นี่เปนจุดบรรจบของระบบการปกครอง กับธรรมะ คือความ จรงิ ความถกู ตอ งดีงาม ที่เปนหลักท่วั ไปอนั หนึง่
๖๔ ธรรมาธปิ ไตยไมมาฯ ผูหว งสถานการ: ปญ ญา กับ เจตนา นี่ เห็นเลยวา เปน เรอ่ื งใหญจริงๆ พระอาจารย: ไมใชดแู คป ญญากบั เจตนาในสวนของตัวเองเทานั้น แตปญญานั้นยังมองดูรูเขาใจเทาทันเจตนาของผูอ่ืนทั้งหลายที่รวม อยูในระบบประชาธปิ ไตยดวย เชน สามารถพิสูจนเ จตนาของผทู ี่ใช อํานาจตัดสินใจ ดูวาเขามีเจตนาท่ีเปนธรรมหรือเปลา ตรงนี้เปน เร่ืองใหญเ หมอื นกนั จะเห็นวา ประชาชนไมค อ ยมองทเี่ จตนา แตไปมองท่อี ะไรท่ี ตวั จะได ก็เลยตดิ อยูแคอตั ตาธิปไตย ที่จริง อยางนอยตองมองสองขั้นสองดาน เขาจะใหอ ะไรแก เรา ตอนน้คี งมองแน แตเขาใหเ พือ่ อะไร ก็ตอ งมองดวย เจตนาของ เขามุงดีเพ่ือประโยชนแ กประชาชนในฐานะที่เราเปนคนหนึ่งท่ียาก จน จงึ มาชวยยกฐานะ หรือวาเขามุงอะไรอีก และอะไรอีกทว่ี า นั้น ควรเปนท่ียอมรับไดหรือไม อยางน้ีกเ็ ปนขอ ท่ีจะศึกษา นกี่ ค็ อื เปน เรอ่ื งของคนในสงั คมประชาธปิ ไตยทจี่ ะตอ งใชป ญ ญา ถา ไมเ ชน นน้ั ถงึ ดา นเจตนาจะใชไ ด กจ็ ะไมส ามารถใชอ าํ นาจตดั สนิ ใจ ไดถกู ตอ ง ฉะนั้น จึงตองพัฒนาคุณภาพของประชาชน เพื่อใหประชาชน ผูเปนเจาของอํานาจตัดสินใจน้ัน ทําการตัดสินใจดวยปญญา โดยมีเจตนาท่ีเปน ธรรม แลวตรงนีแ้ หละคือธรรมาธปิ ไตย ตอนน้ีก็คงไมม องประชาธิปไตยกับธรรมาธิปไตยปนกันยุงอีก ตอไปแลว ผูหวงสถานการ : วันน้ีคงจะรบกวนทา นมากไปแลว เกอื บ ๒ ช่ัวโมง ขอนมสั การ
-๘- ธรรมาธปิ ไตย ตอนเดียวจบ* “ประชาธปิ ไตย” เพงิ่ เกิดใหมจาก democracy ผดู ูสถานการ: ไดทราบวาทา นเทศนเร่อื ง… พระอาจารย: ไมมีอะไรหรอก พูดกันเร่ือง ประชาธิปไตย กับ ธรรมาธปิ ไตย คณะนน้ั เขารา งมาเปน แถลงการณเ ลยนะ สาระสาํ คญั ก็คอื จะยกระดับประชาธปิ ไตย ใหเปน ธรรมาธปิ ไตย ก็เลยบอกวา ตองพูดกันใหชัดวา ความหมายของ ธรรมาธปิ ไตยคอื อะไรกนั แน เพราะมกี ารยกมาอางมาอธิบายกนั จน กระทงั่ คลมุ เครอื ไปหมด ดงั จะเหน็ วา พอจะเอาเขา จรงิ กไ็ มจ ะแจง ไมเ ดด็ ขาดลงไป แลว คนกช็ กั จะมองในลกั ษณะทเ่ี ปน การเพอ ฝน เร่ืองเปนอยางนี้ คือ มีการพูดกันเหมือนกับวามีระบบการ ปกครองอุดมคตทิ ่ีเรียกวาธรรมาธิปไตย แตเ วลาน้ีเราเปนแค ประชาธปิ ไตย จงึ ยังตองกา วไปเปนธรรมาธิปไตย คลา ยๆ อยา งนั้น อีกแบบหนงึ่ กม็ องเหมือนกบั วา ธรรมาธิปไตยเปน คณุ สมบัติ สูงสุดของการปกครองที่ดี จึงจะตองพฒั นาระบบประชาธิปไตยข้นึ ไป ใหม ีคุณภาพเปนธรรมาธปิ ไตย * หลังจากมีการสนทนาในตอนคํา่ วันที่ ๒๖ กุมภาพนั ธ ๒๕๔๙ แลว ตอ มา ในวนั รงุ ขึ้น บงั เอญิ วา มผี มู าเยยี่ มอกี คณะหนง่ึ ซงึ่ ไดป รารภเหตกุ ารณใ หญเ ดยี วกนั นนั้ จงึ ไดพ ดู ทบทวน สาระของเรื่องธรรมาธิปไตยที่ไดพูดไปแลว เห็นวาเน้ือหาเหมือนเปนคาํ สรปุ นา จะเปน ประโยชน จึงนํามาลงพิมพตอทา ยไวดว ย โดยตัดเติมตามควร
๖๖ ธรรมาธปิ ไตยไมม าฯ เด๋ียวนี้ คนท่ีพูดเร่ืองธรรมาธิปไตย มกั จะมองในความหมาย อยางทว่ี า มาน้ัน ความจริง ธรรมาธิปไตยมันไมใชระบบการปกครอง แตม ัน เปน คุณธรรมหรือคุณสมบตั ิในตวั คน กเ็ ลยบอกวา นน่ี ะ แมแ ตส ังฆะ ซึ่งเปนสถาบันท่ีพระพุทธเจาต้ังขึ้นเอง ก็ไมมีการปกครองที่เรียกวา ธรรมาธปิ ไตย คาํ วา “ธรรมาธปิ ไตย” ไมใชก ารปกครองทไ่ี หนทั้งนน้ั แมแ ตใ นคณะสงฆ แตม ันเปน คณุ สมบัตใิ นตวั บุคคล “ธรรมาธิปไตย” เปนคําเกาที่มีอยูกอนแลวในพระไตรปฎก โดยมีความหมายของมันเองมาแตเดิม ทีน้ีช่ือของมันเกิดมาคลาย เขา กับคําใหมทเี่ ขาคิดบญั ญตั ขิ ้ึนมาไมนานน้ีวา “ประชาธปิ ไตย” ซงึ่ เปนการบญั ญตั ิเพ่ือใหเ ปนคําแปลของคําฝร่งั วา democracy เมอ่ื เปน คาํ บญั ญตั ขิ น้ึ สาํ หรบั democracy คาํ วา “ประชาธปิ ไตย” กจ็ งึ ตอ งมคี วามหมายไปตามคาํ ฝรงั่ คอื democracy ทว่ี า นนั้ ดว ย ทีนี้ เม่ือเวลาผา นมา คาํ วา “ประชาธปิ ไตย” มีการใชด าษดนื่ มาก จนกลายเปน วา คนรจู กั คาํ วา “ประชาธปิ ไตย” มากกวา คาํ วา “ธรรมาธปิ ไตย” พอเจอคํา “ธรรมาธปิ ไตย” ก็เลยชักจะมองความ หมายของมันไปในเชิงท่ีจะใหเขากับหรือใหอนุวัตรตามความหมาย ของคาํ วา “ประชาธิปไตย” ไปๆ มาๆ “ธรรมาธิปไตย” ก็เลยจะมคี วามหมายที่คลุมเครือ หรือสับสน เพราะยกขึ้นมาพูดทีไร ก็มักมีเงาของคํ าวา “ประชาธิปไตย” เขามาพาดผา น ประชาธปิ ไตยเปน ระบอบการปกครอง ซง่ึ มีเร่อื งของการจัดตงั้ วางระบบ มีกระบวนการขั้นตอนระเบียบวิธีอะไรตางๆ ในการ
พระพรหมคณุ าภรณ (ป. อ. ปยุตฺโต) ๖๗ ดําเนินการที่เปนรูปธรรม ตรงน้ีชัดวา ระบบจัดต้ังท่ีวานี้ไมมีใน ธรรมาธปิ ไตย เพราะฉะนนั้ ถา จะไปบอกใหพฒั นาประชาธปิ ไตยไป เปนธรรมาธิปไตย ก็ยอมมองไมชัด แลวถาคนเขาใจผิดวา ธรรมาธิปไตยเปน ระบอบเปนระบบ ก็เลยจะยงุ กันใหญ จึงตองใหชัดวาประชาธิปไตยเปนระบอบการปกครอง แลว ก็ ไปเทียบกับระบอบการปกครองอ่ืนๆ จะเปนระบอบเผด็จการ สมบูรณาญาสทิ ธิราชย คณาธิปไตย หรอื อะไรกว็ าไป แลวทีนี้ ธรรมาธปิ ไตยคอื อะไรละ ออ… อนั น้ตี องมาดูทก่ี าร ตัดสินใจของบุคคล กเ็ ลยตอ งอธิบายกนั หนอย ธรรมาธิปไตย เปนเกณฑตดั สนิ ใจ ใหไ ดประชาธิปไตยที่ดี ตรงนี้ดูใหชัดนะ คือวา ในการปกครองทุกระบอบ มีองค ประกอบสําคญั คอื อาํ นาจตัดสนิ ใจ อันน้เี ปนตวั กาํ หนดเด็ดขาด การปกครองระบอบตางๆ ทั้งหลายนั้น เมอื่ มองไปใหถ งึ ทีส่ ดุ ตวั กาํ หนดกอ็ ยทู อ่ี าํ นาจตดั สนิ ใจ หมายความวา อาํ นาจตดั สนิ ใจสงู สดุ อยทู ไี่ หน การปกครองกค็ อื ระบอบนน้ั จะเปน ระบอบการปกครองไหน ก็ดูวาอํานาจตดั สนิ ใจสงู สุดอยทู ่ีใด ถาอํานาจตดั สนิ ใจอยูท่ีบุคคลผูเดยี ว กเ็ ปน เผด็จการ ถาอาํ นาจตัดสนิ ใจอยูท่คี ณะบุคคล กเ็ ปน คณาธิปไตย ถาอาํ นาจตดั สินใจอยูทปี่ ระชาชน กเ็ ปน ประชาธปิ ไตย ตอนนี้ บานเมอื งของเรานี้ ตกลงกันวาใหเ ปน ประชาธปิ ไตย อํานาจตัดสินใจก็จงึ มาอยูทปี่ ระชาชน ทนี ้ี ปจ จบุ นั เรามรี ะบอบประชาธปิ ไตยทม่ี ตี วั แทน ประชาชนก็ มอบอาํ นาจตดั สนิ ใจนใี้ หแ กพ วกตวั แทนทพ่ี วกตนเลอื กตงั้ ไปนนั้ แลว
๖๘ ธรรมาธปิ ไตยไมม าฯ ตัวแทนหรือผูแทน (ส.ส.) เหลานี้ ยังไปประชุมกันเลือกผูนําหรือ หัวหนาผูบรหิ ารขึ้นมาใหเ ปนนายกรฐั มนตรคี นหนง่ึ ก็เลยเทากับไปมอบอํานาจตัดสินใจ ใหกับคนท่ีเปนนายก- รัฐมนตรีนั้น ดงั น้นั นายกรัฐมนตรีกจ็ ึงเปน ผูมอี าํ นาจในการตดั สนิ ใจ และ ทําการตดั สินใจในนามของประชาชน ทีน้ี ในเม่ืออาํ นาจตดั สนิ ใจเปนสงิ่ สําคญั เรียกไดวาเปน หัวใจ ของการปกครองนั้น มนั กเ็ ปน เรื่องสาํ คญั อยา งย่งิ วา บุคคลผตู ัดสิน ใจ จะใชอ ํานาจตัดสนิ ใจนน้ั ดว ยเอาอะไรเปนตวั กาํ หนด หรือเอา อะไรเปน เกณฑตดั สินใจ นี่เราดูตรงนี้นะ ไมวาระบอบไหน จะเปนระบอบเผด็จการ หรือเปนระบอบคณาธปิ ไตย หรอื เปน ระบอบประชาธปิ ไตย ในเวลา ที่ใชอาํ นาจตดั สนิ ใจ จะเอาอะไรเปนเกณฑ ถา เอาตวั เอง เอาความยงิ่ ใหญของตน เอาความทะนงตวั เอา ทิฐิความเห็นความเช่ือยดึ ถอื สวนตัว เอาผลประโยชนข องตน เปน เกณฑต ดั สิน ก็เปนอัตตาธิปไตย ถา ตัดสนิ ใจไปตามกระแสความนยิ ม เสียงเลา ลอื หรอื แมแ ต ไมเ ปน ตวั ของตวั เอง คอยฟงวาใครจะวาอยางไร อยา งทว่ี าแลว แต พวกมากลากไป หรือตามแรงกดดนั จะเอาใจเขา จะหาคะแนน หรอื ตอบแทนการเอ้ือประโยชน ก็เปน โลกาธิปไตย ถา เอาความจรงิ ความถกู ตอ งดงี าม หลกั การ กฎ กตกิ า เหตผุ ล ประโยชนท ี่แทจริงของชีวิตและสังคม เปนเกณฑตัดสิน โดยใช ปญญาหาขอมูลตรวจสอบขอเท็จจริงและความคดิ เหน็ ทีร่ ับฟงอยา ง
พระพรหมคณุ าภรณ (ป. อ. ปยตุ โฺ ต) ๖๙ กวา งขวาง ใหถ องแท ชัดเจน และพิจารณาอยา งดีทีส่ ดุ เต็มขีดแหง สติปญญาจะมองเห็นไดดวยความบรสิ ุทธ์ิใจ กเ็ ปนธรรมาธปิ ไตย ฉะน้ัน ผูเผด็จการกเ็ ปน ไดทง้ั อัตตาธิปไตย โลกาธปิ ไตย และ ธรรมาธปิ ไตย คณาธิปไตยก็เปนไดท้ังอัตตาธิปไตย โลกาธิปไตย และ ธรรมาธปิ ไตย ประชาธิปไตยก็เชนเดียวกัน กเ็ ปนไดทั้งอัตตาธิปไตย โลกาธิปไตย และธรรมาธิปไตย แตท ่เี ราตองการ ซึง่ ดที สี่ ดุ คอื ใหเ ปน ธรรมาธปิ ไตย ถา ผเู ผดจ็ การใชเ กณฑต ดั สนิ แบบธรรมาธปิ ไตย กเ็ ปน เผดจ็ การ ทด่ี ี แตเ รากลวั วา เขาจะตดั สนิ ใจไมร อบคอบ เพราะรขู อ มลู ไมทั่วถึง หรอื ปญ ญาอาจจะไมพ อ เปน ตน ถาคณาธิปไตยท่ีไหน เปนธรรมาธิปไตย มันก็ยงั ดี คือเปน อยางดีท่สี ุดของคณาธปิ ไตย แตเราเหน็ วายังมีจดุ ออนอยมู าก ทีนี้เราหวงั วา ถา ระบอบเปนประชาธิปไตย และคนใชอ ํานาจ ตดั สินใจดวยเกณฑธรรมาธปิ ไตย กจ็ ะดที ี่สุด จะเปนอยางนี้ได ก็ตองใหป ระชาชนทุกคนเปนธรรมาธิปไตย เพราะประชาชนทุกคนมีอํานาจตัดสินใจ ต้ังแตเลือกต้ังเลยทีเดียว ทุกคนตองตัดสินใจเลอื กดว ยเกณฑธ รรมาธปิ ไตย ธรรมาธปิ ไตยของชาวบา น ถกู ทดสอบครงั้ สาํ คญั วนั เลอื กตง้ั พอถงึ วนั เลอื กต้งั เราตดั สินใจดว ยธรรมาธิปไตย เลอื กใครละ กใ็ ชป ญ ญาพจิ ารณาตรวจตราไลด ใู หช ดั ทสี่ ดุ ใครพรรคไหนเปน คนดี มีธรรมมีปญญาซื่อสัตยสุจรติ มงุ ทาํ ประโยชนแ กส วนรวมแนนอน ก็
๗๐ ธรรมาธปิ ไตยไมม าฯ ไดตัวเลย บอกวา คนนเ้ี ปน ผูแทนของเราได ผูแทนเปนอยางไร ก็แสดงวาผูเลือกคงเปนอยา งน้ัน ถา ผเู ลอื ก เปนคนดี ก็คงไดผ ูแทนท่เี ปนคนดี ถา ผแู ทนชวั่ ก็ตอ งสงสัยไวก อนวา ผเู ลอื กกค็ งจะชวั่ หรอื มคี ณุ ภาพตาํ่ มองไปไดถ งึ ทง้ั ประเทศ คนชาตอิ น่ื มองดทู ี่ ส.ส. ไทย แลว บอกวา คนไทยกค็ อื อยา งน้ี พูดสัน้ ๆ วา ธรรมาธปิ ไตยจะตอ งเปนเกณฑในการตัดสินใจ ของทกุ กจิ กรรมในระบอบประชาธปิ ไตย เร่มิ ตัง้ แตการเลือกต้ัง ซง่ึ เปนบททดสอบการใชอํานาจตัดสินใจครั้งสําคัญยิ่งใหญ สําหรับ ประชาชนในระบอบประชาธิปไตย ทีน้ี คนทมี่ อี ํานาจตดั สนิ ใจใหญทส่ี ดุ คือผบู รหิ ารสงู สุด ใน กรณีนี้ก็คือนายกรัฐมนตรี เพราะไดรับมอบความไววางใจใหเปนผู ใชอํานาจตัดสินใจน้ีแทนประชาชน ในนามของประชาชน หรือใน นามของประเทศชาติท้ังหมด เพราะฉะน้ัน การใชอ ํานาจตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีจึง สาํ คญั ท่สี ดุ ถานายกรัฐมนตรีผูท ําหนาท่ีตัดสินใจแทนประชาชนน้ี ใช อํานาจตัดสนิ ใจสูงสดุ นั้น ดวยเกณฑธรรมาธปิ ไตย ก็ดีนะซิ ก็หวังได วาเขาจะรกั ษาประเทศชาติไวดวยดี และตัวเขาเองกจ็ ะเปน รัฐบรุ ุษ แตถานายกรัฐมนตรีใชเกณฑอัตตาธิปไตย หรอื โลกาธิปไตย ในการตัดสนิ ใจ แลว ไมช า ไมน านนกั ประเทศชาติกม็ หี วงั ปน ปว นวนุ วาย และตวั เขาเองกจ็ ะเปน อะไรทต่ี รงขา มกบั รฐั บรุ ษุ ตอนน้ี เรามปี ระชาธปิ ไตยทว่ี า เปน ระบอบการปกครองทด่ี ที สี่ ดุ หรอื เลวนอ ยทสี่ ดุ แลว ทาํ ไมจงึ ตอ งมาโอดครวญแตป ญ หากนั อยเู รอื่ ย
พระพรหมคุณาภรณ (ป. อ. ปยตุ ฺโต) ๗๑ เรื่องกค็ ือวา การใชอํานาจตัดสินใจมันไ ปไมคอยจะถึง ธรรมาธิปไตยกันเลย หรือวาธรรมาธิปไตยมันไมคอยจะเดนข้ึนมา ใหเห็นชัดที่จะทาํ ใหช ืน่ ใจม่ันใจ เมอ่ื ไรๆ ก็ไดแตนวั เนียตัดพอ ตอวา กระท่ังทะเลาะกันอยู ท่ี เร่ืองอตั ตาธปิ ไตยกับโลกาธปิ ไตยนัน่ แหละ บางทีทาํ ทา จะเอาธรรมาธิปไตย แตกอ็ ยแู คธรรมชั้นสองทเ่ี ปน กฎคนทํา อางกันอยูน น่ั ติดอยแู คน ้นั ข้ึนไมคอ ยถึงธรรมแททเี่ ปน กฎแหง ธรรม ก็เลยเอาดจี รงิ ไมไ ด เอาละ ระบอบประชาธปิ ไตยจะดไี ด คนตอ งเปน ธรรมาธปิ ไตย - เฉพาะอยา งยงิ่ ผบู รหิ ารสงู สดุ ทใี่ ชอ าํ นาจตดั สนิ ใจในนามของ ประชาชน จะตอ งทาํ การตดั สนิ ใจดว ยเกณฑธ รรมาธปิ ไตย และ - ประชาชนผเู ปน เจา ของอาํ นาจตดั สนิ ใจ แตล ะคนตอ งทาํ การ ตัดสินใจข้ันพ้ืนฐานของประชาธิปไตย ท่ีจะเลือกผูแทนมารับมอบ อํานาจตัดสนิ ใจของตนไป ดวยการเลอื กตัง้ ที่ใชเ กณฑธ รรมาธปิ ไตย นี่แหละ มาบรรจบกนั ที่น่ี ประชาธิปไตย กับธรรมาธปิ ไตย ถา อยา งนจี้ ะไมส ับสน ไมเ ชนนั้นก็ยุงอยนู ่ี จะใหระบอบประชาธปิ ไตย เปน ธรรมาธปิ ไตยอยา งไรดี มองไมช ดั ก็เลยนวั เนยี นงุ นงั สบั สนหมด ธรรมาธิปไตยของนายกรัฐมนตรี ช้ชี ะตาประชาธปิ ไตย ผูดูสถานการ: ชดั เจนมาก แตค นเราไมค อ ยมหี ลัก ไมมีหลักคดิ พระอาจารย: มันตอ งชดั ลงไป ขอน้ี ความนี้ หลกั นี้ มันอยตู รงไหน ท่ีจุดไหน ตาํ แหนงไหน ของเรอื่ งนนั้ ๆ ตองจบั ใหได ความชัดเจนนี้ สําคญั มาก ตองจะแจง ชดั เจน
๗๒ ธรรมาธิปไตยไมม าฯ ผูดูสถานการ: ความจะแจง ชัดเจนตองทกี่ ารกระทาํ ดวย คือในการ ที่จะทาํ ตรงนน้ั ใหได พระอาจารย: เริ่มดวยความชัดเจนในการคดิ แลวก็พดู ออกมาให ชดั เจน และทาํ ไดชัดเจนตรงจดุ - คิดชัด พูดชัด ทาํ ชัด เร่ืองนี้สําคัญจริงๆ นะ เรือ่ งประชาธปิ ไตย กบั ธรรมาธิปไตยนี้ ควรจะชดั ไมเ ชน นนั้ จะยงุ จะมวั ไปหมด และจะไมห นกั แนน ไมม พี ลงั แลว ชาวพทุ ธเดย๋ี วนก้ี ช็ อบอา งกนั มากในเรอื่ งธรรมาธปิ ไตย ถา ไมช ดั มนั ก็จะกลายเปน อยา งที่วาเมอ่ื กี้ คือคนขา งนอกเขา จะมองไปในแงเ ปนเร่อื งเพอ ฝน จับเอามาปฏบิ ัตไิ มได ทจ่ี รงิ แมแ ตค าํ ทใ่ี ชเ ชงิ นามธรรมวา \"ความเปน ประชาธปิ ไตย\" ทหี่ ลายคนชอบพดู กม็ คี วามหมายแคท าํ นองวา ใจกวา ง รบั ฟง คนอนื่ ยอมรบั เสยี งสว นใหญไ ด ซงึ่ ไมถ งึ ขน้ั เปน ตวั หลกั การ แตธ รรมาธปิ ไตย นี้ ถาเขาใจแลว จะเห็นวา เปนตัวหลกั การทชี่ ัดเปน แกนเลยทเี ดยี ว เอ… นาจะจบเสียที ถงึ ตรงน้ี เราตอ งกําชับวา นายกรฐั มนตรี ทาํ หนา ทใ่ี ชอ าํ นาจตดั สนิ ใจแทนประชาชน ทา นตอ งเปน ธรรมาธปิ ไตย ไมเ ชน นนั้ ประชาธปิ ไตยไมม ที างสาํ เรจ็ ประชาธิปไตยจะดีไมได ถาผูนําคือนายกรัฐมนตรีไมมี ธรรมาธปิ ไตย และประชาธปิ ไตยนน้ั ก็จะไมเ ปนธรรม ประชาธิปไตยจะเปนธรรมไมได ถานายกรัฐมนตรีไมมี ธรรมาธิปไตย จะพดู ใหห นกั กวานกี้ ไ็ ดว า ประเทศไทยจะเปนประชาธิปไตยไมไ ด ถานายกรฐั มนตรไี มมี ธรรมาธิปไตย
พระพรหมคุณาภรณ (ป. อ. ปยตุ โฺ ต) ๗๓ นเ้ี ปนคาํ สรปุ ของทพี่ ูดเมอื่ กี้ ผูดูสถานการ: เขาเขียนปายกันวา ใหมีจรยิ ธรรม ใหมีอยางน้ัน อยา งน้ี มนั กวางๆ คลุมๆ ไมเหน็ ชัดลงไปอยา งนี้ คาํ วา ประชาธปิ ไตยกอ็ ยา งทท่ี า นชแี้ จง แลว ธรรมาธปิ ไตย จนถงึ อตั ตาธปิ ไตย เรายงั ไมร เู ลยวา ทจี่ รงิ มนั เปน เรอ่ื งทม่ี าจากขา งในตัว ไมใ ชระบบ ประชาธิปไตยนีค่ ือระบอบ พระอาจารย: ในที่สดุ ระบอบนี้จะสําเร็จไดด ว ยตวั บุคคลนีเ้ อง ผูด สู ถานการ: คอื อํานาจตดั สนิ ใจในเรื่องน้นั ๆ… ธรรมาธปิ ไตย พิสูจนน ักบรหิ ารท่ีย่ิงใหญย ามฝาวกิ ฤต พระอาจารย: ทพี่ ดู มานี้ เปน เรอ่ื งหลกั การทงั้ นน้ั และหลกั การมาก มายหลายอยา ง กเ็ ปน เรอื่ งทมี่ นษุ ยเ รานแ่ี หละบญั ญตั จิ ดั ตง้ั วางกนั ขนึ้ โดยเฉพาะทเ่ี ดน กค็ อื กฎหมาย ทว่ี า เปน กฎคนทาํ แลว หลกั การจาํ พวก กฎคนทําเหลานี้ก็ออกมาในฐานะเปนตัวแทนหรือเปนสื่อของธรรม และกฎแหงธรรมน่ันเอง คนจะตอ งไปใหถ งึ ธรรมตัวจริงตวั แทน ี้ คนทีร่ ูจกั ยดึ กฎคนทาํ โดยโยงไปถงึ กฎแหง ธรรมได ไมหลง ไม เฉไฉ นับวาเปนคนทยี่ อดเยี่ยม คนทเ่ี ขา ถึงธรรม อยกู บั ธรรม โดยมปี ญ ญารธู รรม และเจตนา เปนธรรม จะมีความมนั่ ใจท่ีจิตไดด ลุ ซ่ึงเปนความมนั่ คงท่แี ทจริง จะ ใสสวางสะอาดสงบ ไมหวัน่ ไหว และมีความสุขทเี่ ปนอสิ ระ ผูบริหารกิจการของมนษุ ย ไมว าในระดับใดๆ ก็ตาม จะเปน เร่ืองประเทศชาติ หรอื หา งรานบริษัท จะประสบความสําเร็จแทจ รงิ ได เปนนักบริหารสมบูรณ ตอเม่ือบริหารตลอดลงไปถึงกระบวน
๗๔ ธรรมาธิปไตยไมม าฯ ธรรมชาติทว่ี า น้ี ใหกลมกลนื เปนองคร วมทบ่ี รู ณาการท่ัวตลอด เมื่อเกิดเหตุการณร าย แมจะเปน ความขดั แยง ทรี่ ุนแรง ถงึ ขั้น วิกฤต นักบริหารท่มี ุงธรรม กจ็ ะมองเปน โอกาสที่จะกา วไปสูค วาม สมบูรณในการเขาถึงบูรณภาพแหงธรรม เพราะจะไดสามารถ สํารวจตรวจสอบมองเห็นจุดเห็นแงที่ยังขาดยังพรองท่ีจะไดแกไขจัด ปรับใหส มบรู ณ เขาจึงไมป ฏิบตั กิ ารเชงิ ลบ ทจี่ ะสูญเสียหรอื ทาํ ลาย พลังงานดวยการววิ าทตอกรพยายามเอาชนะภายนอก เมื่อต้ังสตแิ ละดาํ รงขนั ติได ผานพน อารมณค วามรสู กึ ขุนเคือง เปนตนไปแลว พอกาวสกู ารใชปญ ญา เขาจะขอบใจพวกคนที่มาชี้ โทษให แลวใชโอกาสและพลังงานในทางสรา งสรรคใหเตม็ ท่ี แลว เขาก็จะกาวสูงข้นึ ไป พรอ มดวยชัยชนะแท ทีท่ กุ ฝา ยไดดว ยกัน ที่ ความเปน ฝายละลายหายไป และทุกอยา งดขี ึ้น คือชยั ชนะแหงธรรม ถาตอสูเพอ่ื เอาชนะกนั ดว ยความรุนแรงหรอื เลห ก ลภายนอก จะไมมที างไดช ัยชนะแทจ รงิ เพราะความชนะที่สญู เสียธรรม ไมอาจ เปนชัยชนะที่แท ตราบาปจะคงอยู และคงอยูยืนยาว นานกวาชวี ิต และแมแ ตชาติวงศของคนที่คดิ วา ตนชนะนั้น ชัยชนะที่แทแ ละยง่ั ยืน ตองเปนชัยชนะแหงธรรม และชัยชนะ โดยธรรมเทาน้นั ธรรมาธิปไตยมา จะแกปญหาไดถกู ทาง ผดู สู ถานการ: ทําอยางไรดี ตอนนี้แทนทีจ่ ะคดิ แกไขความแตกแยก ดูเหมือนเขาจะย่ิงแสวงความแตกแยกใหหนกั ขน้ึ พระอาจารย: คนที่ขัดแยงกันเกินขีด จนกลายเปนแตกแยกแบง
พระพรหมคณุ าภรณ (ป. อ. ปยุตฺโต) ๗๕ ฝายทะเลาะตอสูจะเอาชนะกันนั้น ถาไมใชเพราะยึดถือผล ประโยชนที่ถูกกระทบหรืออาจจะสูญเสีย หรือมีความตองการซอน แฝงบางอยางแลว ก็มักเปน เพราะมคี วามยดึ ติดในตวั ตนของบคุ คล เปนตน ดวยการมองแบบคลมุ ๆ หรอื เหมารวม ไมทางบวก ก็ทางลบ แลวก็กลายเปนวา ถาเปนบวกกบ็ วกอยางเดียวทง้ั ตัวทั้งคน ถาเปน ลบก็ลบอยางเดียวทัง้ ตัวทั้งคน ซึ่งโดยทว่ั ไปยากท่ีจะเปนจรงิ คนท่ีแตกแยกแบงฝายนั้น ที่จริงตางก็คงมีความหวังดีตอ ประเทศชาติสงั คมของตน ถา เขามคี วามหวังดเี หมือนกัน แตเขามอง เห็นตางกัน ก็แสดงวา โดยพ้ืนฐาน เขายงั เปน อนั หนึ่งอันเดียวกัน ถา อยา งนน้ั เขานา จะเอาความตา งทม่ี องเหน็ ซงึ่ บางทกี ค็ อื สว น เพม่ิ มาทาํ ใหเ ปน ประโยชนแ กป ระเทศชาตขิ องตนเทา ทจ่ี ะเปน ไปได การที่จะทําอยางน้ันได ก็คือ การไมม องแบบเหมารวม ซ่งึ หมายความวา ไมมองติดตันอยูที่ตัวบุคคล อันจะทําใหความเปน ฝายเกิดข้ึนโดยเกาะอยูกับตัวบุคคลนน้ั แตม องไปท่กี ารกระทําของ เขา ซงึ่ จาํ แนกออกไปไดเ ปน แตล ะอยา งๆ ทจี่ ะเหน็ ไดห รอื วเิ คราะหไ ด วา ด-ี รา ย ถกู -ผดิ เปน คณุ -เปน โทษ อยา งไรๆ โดยใจมงุ ไปทก่ี ารแก ปญ หา และทาํ ใหเ กดิ ประโยชนส ขุ ของสว นรวมประเทศชาติ ทด่ี ี ทเ่ี ปน คณุ กย็ อมรบั โมทนา ทไ่ี มด ี ทผี่ ดิ ทเ่ี ปน โทษ กย็ อม รบั ตามเปน จรงิ แลว แกไ ขหรอื ปฏบิ ตั ไิ ปตามธรรม การปฏิบัติโดยมองตามท่ีมันเปน และตั้งวางใจไปตามธรรม อยา งนี้ นอกจากจะแกป ญ หา ชว ยใหธ รรมเกดิ ขนึ้ แลว กช็ ว ยใหบ คุ คล นนั้ เจรญิ งอกงามกา วสคู วามสมบรู ณย ง่ิ ขน้ึ ดว ย
Search