กลวธิ ีการอา น1. การอานอยา งกวา งๆ 1.1 อานหนา สารบญั วา ประกอบดว ยหวั เรอ่ื งอะไรบา ง 1.2 พิจารณาแตล ะบทโดยดชู ่ือเรือ่ ง หวั ขอ ใหญ หัวขอ ยอย 1.3 จับใจความสาํ คญั จากประโยคตน ๆ และประโยคทา ยๆของแตละยอ หนา
กลวธิ ีการอาน (ตอ)2. การอานอยา งเฉพาะเจาะจง คือ การอา นแบบตอ งการคาํ ตอบเฉพาะเรอื่ ง เชน คน หาความหมายของคาํ หรือ อา นเน้อื หาเฉพาะสว นทตี่ รงกับความตองการเทา น้ัน
กลวิธกี ารอาน (ตอ)3. การอานจบั ประเด็น 3.1 สงั เกตคาํ สาํ คัญ 3.2 เลือกประโยคสาํ คญั 3.3 บันทึกประโยคสําคัญ
กลวิธีการอา น (ตอ)4. การอานสรปุ ความ หมายถงึ การอานโดยสามารถตคี วามหมายสงิ่ ทีอ่ านไดถูกตอง ชัดเจน การอา นสรุปความควรอานอยา งเร็วๆ พอใหร เู รอ่ื งกอ นแลวอา นละเอยี ดอกี ครงั้ เพื่อใหเ ขา ใจ
กลวธิ ีการอาน (ตอ)5. การอานวิเคราะห เปนการอานระดับสูงสุด เปน กระบวนการอานเอาความที่มปี ระสทิ ธภิ าพสูงกวาการอานแบบอืน่ ๆ ผอู านสามารถวเิ คราะห ไดต รงตามท่ผี ูเขียนตองการสอ่ืเขา ใจเรอ่ื งท่ีอา นไดอยา งลกึ ซงึ้
การจดบนั ทึกขอมูล1. การบนั ทึกแบบสรุปความ เปน วิธีจดแบบสรปุ ยอ สาระสาํ คญั ของเรื่องที่อาน โดยใชถอ ยคําสําคญั ของเร่อื งที่อาน แตสํานวนภาษาเปนของผูทาํ รายงานเอง
การจดบนั ทึกขอมลู (ตอ)2. การบนั ทึกแบบถอดความ เปนการเขียนขึ้นใหมโดยรักษาใจความใหตรงตามตนฉบับ ดวยสํานวนภาษาของผูบันทึก
การจดบนั ทึกขอ มลู (ตอ)3. การบนั ทกึ แบบลอกความ เปนการคัดลอกขอความท่ีเหมือนกับตนฉบับทกุ ประการ - เปนคําจํากัดความหรอื ความหมายของคาํ - เปน สูตร กฎ ระเบยี บขอบังคับ ขอมูลทางสถิติ - พระบรมราโชวาท สุภาษิต คําพงั เพย
การเรยี บเรยี งขอมลู ข้ันตอนการเรยี บเรยี ง หลักการเขียนรายงาน ภาษาทใ่ี ชในการเรยี บเรยี ง
ขนั้ ตอนการเรยี บเรียง1. จดั บัตรบันทกึ ใหเปน หมวดหมเู รียงลําดบั หัวขอตามทีก่ ําหนดโครงเรื่อง 2. วเิ คราะหข อมูลท้ังในดานแนวคิดและขอบเขต เพื่อกําหนดลําดับเนื้อหาและวิธกี ารเรียบเรยี ง
ขนั้ ตอนการเรยี บเรยี ง (ตอ)3. ผูทํารายงานตองศกึ ษาคนควาจนมีความเขา ใจแลวเรียบเรียงขึ้นใหมต ามความเขา ใจของตนเอง4. การเรียบเรียงตองเปน ไปตามรูปแบบของงานเขยี นวิชาการ คอื มกี ารแสดงแหลงขอ มูลท่อี า งองิอยางชดั เจนถูกตอง
ข้นั ตอนการเรียบเรยี ง (ตอ )5. เน้ือหาของรายงาน ถูกตองสมบูรณเนื้อความเปนอันหนึ่งอันเดียวกัน ไดสัดสวนตามความสาํ คญั การใชภาษามีความชดั เจน และราบรืน่สละสลวย
ภาษาท่ีใชใ นการเรยี บเรยี ง1. ความถูกตอง 6. ความมีเอกภาพ2. ความสมบูรณ 7. ความมสี ัมพันธภาพ3. ความชดั เจน 8. ความสมาํ่ เสมอ4. ความกะทดั รดั 9. ใชถ อยคาํ นาเช่อื ถอื5. ลําดับความดี 10. สภุ าพราบรื่น
หลักการเขยี นรายงาน1. การจัดรูปแบบ2. ความเปนเอกภาพของเน้อื หา3. ความถกู ตอง4. ตรงประเด็น5. ความสํารวม6. คํานึงถงึ กลุมเปา หมาย
บรรณานุกรมกอบแกว โชตกิ ุญชร และคณะ. (ม.ป.ป.) การเขยี นรายงานและการใชหอ งสมุด. กรงุ เทพฯ : แม็ค.จุฬาลงกรณมหาวทิ ยาลัย. (2542). การคน ควาและเขียนรายงาน (พมิ พค รง้ั ท่ี 2). กรงุ เทพฯ : ภาควิชาบรรณารกั ษศาสตร คณะอกั ษรศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย.นวลจนั ทร รัตนากร และคณะ. (2531). การใชหอ งสมดุ Using the library. กรงุ เทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคาํ แหง.มหาวิทยาลยั เชยี งใหม. (2543). การเขา ถงึ ทรพั ยากรสารสนเทศและการเขยี นรายงาน. เชียงใหม: ภาควชิ า บรรณารกั ษศาสตร คณะมนษุ ยศาสตร มหาวิทยาลยั เชยี งใหม.มหาวทิ ยาลัยนเรศวร. (2544). คมู อื การจดั ทาํ สารนิพนธ. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร.สมพร พุฒตาล เบ็ทซ. (2546). แนวทางการศึกษาคน ควาและเรยี บเรยี งรายงานวิชาการ. กรงุ เทพฯ: สาํ นกั พมิ พแ หง จฬุ าลงกรณม หาวทิ ยาลัย.สทุ ธลิ ักษณ อาํ พันวงศ. (2535). การใชบริการหองสมุดและการเขียนรายงานการคนควา (พิมพค ร้งั ท่ี 8). กรุงเทพฯ: ไทยวฒั นาพานิช.
Search