24 บทความ ปัจจยั ที่ทำใหเ้ กดิ ความบกพรอ่ งทางรา่ งกายและสุขภาพที่มีผลต่อเดก็ พเิ ศษ ณัฐสรุ ีย์ บญุ พฒั น์* ลลิตภ์ ทั ร คงเรอื ง* จกั รกฤษ แกว้ ฉลาด* ชลพร กองคำ** เด็กส่วนหนึ่งในสังคมไทยเติบโตมาด้วยสุขภาพที่ไม่แข็งแรง และร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้เด็กกลุ่มนี้ถูกจัดเป็นเด็กพิเศษอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งจะต้องได้รับการศึกษาพิเศษ และต้องได้รับการ ช่วยเหลือ แก้ไข ก่อนที่จะสายเกินไป เพราะหากไม่ได้รับการช่วยเหลือหรือได้รับการช่วยเหลือที่ช้า เกินไป อาจทำให้เขากลายเป็นเด็กที่มีปัญหากับตนเอง และอาจส่งผลให้เกิดปัญหาในสังคมต่อไป ซึ่งก่อนที่จะช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้ได้นั้น เราต้องทำความเข้าใจกับสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดปัญหา ข้างต้นให้ดีเสียก่อน จึงจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด ซึ่งในบทความนี้จะชักชวนให้ท่านผู้อ่านได้ ทราบถึงปัจจัยที่ทำให้เกิดความบกพร่องทางด้านร่างกายและสุขภาพที่มีผลต่อเด็กพิเศษ ที่จะกล่าว ดังต่อไปน้ี ความหมายของความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ นกั วชิ าการได้ใหค้ วามหมายผูท้ ี่มคี วามบกพรอ่ งทางรา่ งกายและสขุ ภาพไว้ดังน้ี เบญจา ชลธารน์ นท์ (2538 : 27-28) ได้ให้ความหมายวา่ เด็กที่มีความบกพร่องอยา่ งถาวรท่ี อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย อันเป็นมูลเหตุให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ดีเท่ากับคนปกติ เช่น เด็กที่มีแขนขาเป็นอัมพาต เด็กที่มีอวัยวะไม่สมส่วน อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งขาดหายไป กระดูก กล้ามเนื้อพิการ เจ็บป่วยเรื้อรัง มีความพิการของระบบประสาท เด็กพวกนี้มีความลำบาก ในการเคลอ่ื นไหว ซึ่งเปน็ อุปสรรคต่อการเรยี นในสภาพปกติ วัชราภรณ์ สิงห์แก้ว (2563 : ออนไลน์) ได้ให้ความหมายว่า บุคคลที่มีอวัยวะไม่สมส่วน อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือหลายส่วนขาดหายไป กระดูกและกล้ามเนื้อพิการ เจ็บป่วยเรื้อรงั รุนแรง มีความพิการของระบบประสาท มีความลำบากในการเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ในสภาพปกติ สุรพล เสนบุญ (2559 : ออนไลน์) ได้ให้ความหมายวา่ บุคคลที่มีความผิดปกติ บกพร่องหรอื สูญเสียอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ดีหรือมีอาการเกร็ง คือ อาการตึงของกล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึง่ หรอื หลายส่วน ควบคุมการทรงตัวได้ยากหรือไม่ได้เลย มีการ เคล่ือนไหวของแขนขาไม่สมั พนั ธก์ ัน มีอาการสัน่ เดินเซหรอื อาจเป็นบุคคลทบ่ี กพรอ่ งเน่ืองจากสุขภาพ หรืออบุ ัตเิ หตุ อาการชัก โรคเรื้อรัง โรคติดต่อ เป็นต้น
25 จากที่กล่าวมาข้างต้นสรุปได้ว่า เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ หมายถึง เด็กที่มีความบกพร่องทางอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งหรือหลายส่วนอย่างถาวร เนื่องมาจากสุขภาพหรือ อุบัติเหตุ จึงควบคุมการทรงตัวได้ยาก และไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างปกติ ส่งผลให้เป็นอุปสรรค ต่อการดำเนินชวี ติ ในประจำวนั พฤตกิ รรมและลักษณะของผทู้ มี่ ีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ พฤติกรรมและลักษณะที่เห็นได้ชัดของผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ กาญจนา สุทธิเนยี ม (2563 : 110) ไดส้ รปุ ไวว้ า่ ลักษณะพฤติกรรมของผู้ท่มี ีความบกพรอ่ งทางรา่ งกาย แบ่งออกได้ 2 ประเภท คอื 1. ความผดิ ปกตขิ องอวยั วะ เชน่ การมีอวยั วะไมค่ รบ ตอ้ งใชอ้ ปุ กรณ์ช่วย ฯลฯ 2. ระบบประสาท พฤติกรรมจะออกมาในลกั ษณะการเคลื่อนไหวทีผ่ ดิ ปกติ เช่น การชกั ฯลฯ ซึ่งลกั ษณะพฤตกิ รรมนั้นเป็นอปุ สรรคตอ่ การเรียนรู้ และผู้ท่มี คี วามบกพรอ่ งทางร่างกายจะมี ระดับสติปัญญาปกติ ส่วนความบกพร่องทางสุขภาพลักษณะพฤติกรรมจะมีหลากหลายขึ้นอยู่กับ ความเจ็บป่วยที่พบ เช่น หายใจไม่สะดวก จะพบในเด็กประเภทที่เจ็บป่วยเป็นโรคหอบหืด การเหน่อื ยงา่ ย ออกแรงไม่ได้ ปจั จยั ของผทู้ มี่ คี วามบกพรอ่ งทางร่างกายและสุขภาพ ปัจจัยที่ทำให้เกิดความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ สุชา จันทน์เอม (2525 : 113-116) ได้สรุปไว้ว่า 1. เกดิ จากการผิดปกตทิ างกรรมพันธ์ุ โรคทางกรรมพันธ์เุ กิดเน่อื งจากมีความผดิ ปกติของบิดา หรือมารดาแล้วถ่ายทอดไปสู่บุตรหลาน โดยมีการถ่ายทอดที่แน่นอน บางชนิดก็มีความรุนแรงมาก บางชนิดก็น้อย เราพอจะบอกไดว้ า่ บุตรท่ีจะเกิดมา มโี อกาสจะมคี วามพิการมากนอ้ ยเท่าใด โดยศึกษา จากวิธีการถ่ายทอดของความพิการนั้น ๆ แล้วใช้เป็นเครื่องช่วยในการให้คำแนะนำกับบิดามารดา เพ่ือตดั สินใจวา่ สมควรจะมีบตุ รอีกหรือไม่ ตัวอย่างของโรคหรือความพิการที่มีการถ่ายทอดอย่างรุนแรง เช่น ภาวะขาส้ัน โรคเท้าแสนปม โรคชักที่เกิดร่วมกับการมีผื่นที่หน้า โรคแขนขายาว ที่เกิดร่วมกับความพิการของตา และหัวใจ เป็นต้น ในกลุ่มนี้บุตรหลานจะมีโอกาสมีความพิการสูงถึงร้อยละ 50 ส่วนความพิการ ที่ถ่ายทอดไม่รุนแรง เช่น คนเผือก ความผิดปกติของอวัยวะเพศบางชนิด และโรคเลือดหลายชนิด ในกลุ่มนี้ถ้ามีความผิดปกติทั้งบิดาและมารดา บุตรจะมีโอกาสจะเป็นโรคร้อยละ 25 อีกร้อยละ 25 จะปกติ สว่ นอีกรอ้ ยละ 50 จะมคี วามผิดปกตแิ บบไม่รนุ แรง เชน่ เดียวกบั บิดาและมารดา มนุษย์เราส่วนมากมักจะได้รับถ่ายทอดความพิการบางอย่างที่พบน้อย และไม่รุนแรงมาจาก บรรพบุรุษอยู่เสมอ แต่ส่วนมากจะไม่มีอาการและบางครั้งก็ไม่ทราบว่าตนเองมีความพิการอยู่ ถ้ามี การแต่งงานกับญาติพี่น้อง โอกาสที่ความพิการนั้น ๆ จะมาพบกัน จึงมีมากเพราะได้รับการถ่ายทอด
26 มาจากบรรพบรุ ุษเดียวกนั โอกาสท่ีความพกิ ารจะปรากฏใหเ้ หน็ จึงมีมากกว่าการแต่งงานกับคนท่ีไม่ใช่ ญาติพี่น้องหลายเท่า ดังนั้นคนโบราณซึ่งทราบความจริงข้อนี้ดี จึงไม่แนะนำให้มีการแต่งงาน ในระหว่างญาติพนี่ อ้ ง ยง่ิ ญาตสิ นทิ เทา่ ใด กย็ งิ่ มโี อกาสมากข้นึ เท่านนั้ 2. เกิดจากการผดิ ปกตขิ องโครโมโซม โครโมโซมเปน็ สง่ิ ท่ีอยู่ภายในเซลลข์ องรา่ งกาย ลกั ษณะ คล้ายเส้นด้ายเล็ก ๆ แต่มีความสามารถที่จะถ่ายทอดลักษณะต่าง ๆ ของบรรพบุรุษไปยังลูกหลานได้ เช่น เพศ ลักษณะร่างกาย สีของตา เป็นต้น ในคนปกติแต่ละเซลล์จะมีโครโมโซมอยู่ 23 คู่ ถ้ามีความ ผิดปกติ เช่น จำนวนมากหรอื นอ้ ยไป จะทำให้ทารกพิการได้ นอกจากนี้ในบางราย ที่บิดามารดาปกติ แต่การแบ่งตัวของเซลล์ของทารกในระยะแรก ๆ อาจมีการผิดปกติไปก็ทำให้ ทารกพิการได้ เช่นเดียวกัน ความพิการมีได้หลายแบบ เช่น ปากแหว่ง เพดานโหว่ มีนิ้วมากกว่าปกติ หัวใจพิการ หัวใจรัว่ อวยั วะเพศพิการ และปญั ญาอ่อน เป็นตน้ มารดาท่ีมอี ายุมาก (เกนิ 35 ป)ี ก็จะมีโอกาสท่ีจะ ทำให้เกิดความผดิ ปกตแิ บบนไ้ี ดง้ ่ายขน้ึ 3. เกิดจากสิ่งแวดล้อม สิ่งแวดล้อมหลายชนิด มีผลทำให้เกิดความพิการในทารกได้ เช่น ความเจ็บป่วยของมารดาระหว่างตั้งครรภ์ ยาที่มารดาได้รับในระหว่างตั้งครรภ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงระหว่าง 3 เดอื นแรก จะมีโอกาสเกดิ ความพิการมากกวา่ ช่วงระยะอ่ืน บางอยา่ งกท็ ราบแน่นอน ว่าทำให้พิการได้ บางอย่างก็เพียงแต่สงสัยว่าอาจทำให้พิการ ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้แน่ชัด อย่างไรก็ ตามหญิงมีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงความเจ็บป่วยโรคติดเชื้อต่าง ๆ และไม่กินยาถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ก็จะ เป็นการหลีกเล่ียงความพิการได้มาก ขอกล่าวถึงรายละเอียดของโรคต่าง ๆ ซึ่งมารดาเป็นขณะตั้งครรภ์และสิ่งต่าง ๆ ซึ่งจะส่งผล ถึงการกำเนิดบุตรทพี่ ิการได้ ดังนี้ 3.1 หัดเยอรมัน ถึงแม้ว่าหัดเยอรมันจะเป็นโรคที่ไม่ร้ายแรงในเด็ก แต่ถ้าเป็นในหญิง มีครรภ์โดยเฉพาะ 3 เดือนแรก ก็จะทำให้ทารกมีโอกาสพิการได้มาก และเป็นความพิการที่รักษาให้ หายไม่ได้ ความพิการในทารกที่เกิดจากมารดาเป็นหัดเยอรมันนี้พบบ่อย ๆ ได้แก่ สมองพิการ ศีรษะเล็ก ตาเป็นต้อกระจกหรือต้อหิน หูหนวก และหัวใจพิการ เป็นต้น หัดเยอรมันจึงนับได้ว่าเป็น โรคท่ีรา้ ยแรงสำหรับหญงิ มีครรภ์ และควรหลกี เล่ยี งหรืออาจปอ้ งกนั โรคไดร้ บั การฉีดวคั ซนี ป้องกันโรค เสยี กอ่ นท่จี ะแต่งงาน หรือกอ่ นตัง้ ครรภไ์ ม่น้อยกว่า 2 เดือน 3.2 กามโรค กามโรคโดยเฉพาะซิฟิลิสในมารดา จะมีผลทำให้ทารกติดโรคและพิการ ได้ ลักษณะที่สำคัญทารกจะมีอาการซีด ตับม้ามโต ตัวเหลือง มีผื่นจมูกแบน นอกจากนี้เมื่อทารก โตขึ้นอาจมีฟันผิดปกติ เพดานโหว่ หูหนวก ตาบอด ในปัจจุบันจึงแนะนำให้ตรวจเลือดในหญิงท่ี ตง้ั ครรภท์ ุกรายเพราะถ้าพบและรกั ษาต้ังแตแ่ รก จะช่วยป้องกนั ความพิการในทารกได้ 3.3 อีสุกอีใส อีสุกอีใสเป็นโรคติดต่อที่ไม่ร้ายแรงในเด็ก แต่ถ้าเป็นในหญิงตั้งครรภ์ อาจมีผลทำให้ทารกพิการได้ ถึงแม้จะไม่พบบ่อยแต่ก็ควรระวัง เพราะความพิการทางคล้าย หัดเยอรมันได้ เช่น สมองพิการ ตาเล็ก เป็นต้อกระจก แขนขาพิการผิดปกติ นอกจากนี้อาจมี รอยแผลเป็นตามผวิ หนงั ดว้ ย
27 3.4 ยาทั้งหลายที่มีพิษ สตรีมีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงขับทุกชนิด เพราะอาจมีผลต่อ ทารกได้ ถึงแม้ว่ายาสว่ นใหญ่เรายงั ไม่ทราบว่าจะทำให้ทารกพิการหรือไม่ แต่กม็ ียาเป็นจำนวนไม่น้อย ที่พบว่าทำให้ทารกพิการได้ ถ้ามารดาได้เข้าไปในระยะที่พอเหมาะ ส่วนใหญ่มักเกิดในระยะ 3 เดือนแรก ดังนั้นจึงควรถือว่ายาทุกอย่างอาจมีพิษสำหรับหญิงมีครรภ์ไว้ก่อนจนกว่าจะแน่ใจว่า ปลอดภยั หรอื มคี วามจำเป็นตอ้ งรบั ประทานยาน้ันจรงิ ๆ 3.5 ผงชูรส เป็นสารเคมีที่ไม่จำเป็นอย่างยิ่งต่อร่างกาย และถ้าได้รับเป็นจำนวนมาก อาจมีอันตรายได้ ผงชูรสอาจทำให้เกิดมะเร็งได้ในสัตว์ทดลอง แต่ยังพิสูจน์ไม่ได้ในคน มนุษย์ทุกคน ไมค่ วรรบั ประทานผงชูรสอยแู่ ล้ว หญงิ มีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงเป็นพิเศษ 3.6 สุรา จากการศึกษาทารกที่คลอดจากมารดาที่ดื่มสุราจัด พบความพิการมากกว่า ทารกที่มารดาไม่ดื่มสุราหรือดื่มจำนวนน้อยถึงสองเท่า กลุ่มอาการที่พบ มีลักษณะเจริญเติบโตช้า ศีรษะเลก็ จมกู แบน ปากแหวง่ และอาจพบความพิการอื่นอกี หลายอย่าง หญงิ มีครรภ์จงึ ไม่ควรดมื่ สรุ า 3.7 รังสี เป็นที่ทราบแน่นอนแล้วว่ารังสีและกัมมันตภาพรังสี ทำให้ทารกในครรภ์ พิการได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความพิการของระบบประสาท จึงทำให้ชักหรือปัญญาอ่อนได้ง่าย หญิงมีครรภจ์ งึ ควรหลีกเลี่ยงรังสีตา่ ง ๆ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ในระยะ 3 เดอื นแรกของการต้ังครรภ์ จะเห็นได้ว่าสิ่งแวดล้อมเป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ทารกพิการได้ และเป็นสาเหตุ ที่ป้องกันได้ง่ายกว่าสาเหตุอื่น สตีมีครรภ์จึงควรระวังตัวเป็นพิเศษ และควรรักษาสุขภาพร่างกายให้ แข็งแรงอย่เู สมอ บทสรุป เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ หมายถึง เด็กที่มีความบกพร่องทางอวัยวะ ส่วนใดส่วนหนึ่งหรือหลายส่วนอย่างถาวร ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิต ซึ่งสามารถแบ่ง ออกเปน็ 2 ประเภท ไดแ้ ก่ ความผดิ ปกติของอวยั วะ และระบบประสาท ปัจจยั ของเด็กที่มีปัญหาทาง ร่างกายและสุขภาพส่วนใหญ่เนื่องมาจากความผิดปกติทางพันธุกรรม ความผิดปกติของโครโมโซม และเกิดจากสภาพแวดล้อม เช่น หัดเยอรมัน กามโรค อีสุกอีใส เป็นต้น ส่งผลให้เกิดความผดิ ปกติใน ทารก ปัจจัยที่เกิดจากสิ่งแวดล้อม สามารถป้องกัน และหลีกเลี่ยงได้ง่ายกว่าปัจจัยอื่น อย่างไรก็ตาม การดูแลสุขภาพร่างกายของมารดาขณะตั้งครรภ์เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้ทารกมีสุขภาพที่แข็งแรง ส่วนเดก็ ทม่ี คี วามผิดปกตทิ างดา้ นร่างกายและสุขภาพตัง้ แต่กำเนิด ตอ้ งได้รับการบรกิ ารพิเศษทางด้าน การแพทย์ การฟื้นฟูสมรรถภาพทางกาย และจิตใจควบคู่กันไป หรือบางคนก็ต้องการอุปกรณ์พิเศษ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ชีวิตของเขาใช้งานได้เหมือนกับคนปกติทั่วไป ดังนั้นผู้ปกครอง คุณครู และผู้เชี่ยวชาญ จึงต้องประสานงานให้ความร่วมมือกัน เพื่อพัฒนาให้เด็กเหล่านี้สามารถที่จะเรียนรู้ และพัฒนาตนเองให้อยูใ่ นสังคมไดอ้ ย่างมีความสุข
28 เอกสารอ้างอิง กาญจนา สุทธิเนียม และ ชลพร กองคำ. (2563). การศึกษาสำหรับผู้ทีมีความต้องการพิเศษ. (พิมพ์คร้ังที่ 2). กรงุ เทพฯ : วรานนท์ เอ็นเตอรไ์ พรส.์ เบญจา ชลธาร์นนท์. (2538). รวมบทความวิชาการทางการศึกษาพิเศษ. กรงุ เทพฯ : สหธรรมิก. วชั ราภรณ์ สงิ หแ์ กว้ . (2563, 7 มกราคม). บกพรอ่ งทางรา่ งกาย. สบื ค้นวันท่ี 9 กันยายน 2563, จาก http://www.mukdahanspecial.ac.th/index.php?mod=blog&path=blog&id_sub= 34&id_type=1&fbclid=IwAR279AhLBquF9beqiJLJX3HSUKfRzrnZFjKsHtbqWtr6E6 OPSaWY2Eqb38o. สชุ า จนั ทนเ์ อม. (2525). จิตวทิ ยาเดก็ พเิ ศษ. (พมิ พค์ รั้งท่ี 2). กรงุ เทพฯ : อกั ษรบัณฑติ . สรุ พล แสนบุญ. (2562, 1 มกราคม). บคุ คลท่มี ีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ. สืบค้นเม่ือ 1 กนั ยายน2563, จากhttp://www.ubonspecial.go.th/index.php/informativeness /409informativeness6?fbclid=IwAR279AhLBquF9beqiJLJX3HSUKfRzrnjKsHtbqWr 6E6OPSaWY2Eqb38o. Deiner,L.Penny. (2010). Inclusive Early Childhood Education Development, Resources, and Practice (5th ed.). Wadsworth,NV : WadsworthCengage Learning. Rud Turnbull...[et al.]. (2004). Exceptional lives : special education in today's schools (4th ed.). New Jersey : Merrill Prentice Hall.
Search
Read the Text Version
- 1 - 5
Pages: