แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 6ชื่อวชิ า ภาษาอังกฤษในชีวิตจรงิ 1 (Real Life English 1) รหัสวิชา 2000-1201หน่วยท่ี 6 Identifying Things เวลา 6 ช่วั โมง1. สาระสาคัญ การสอ่ื สารด้วยภาษาอังกฤษในชีวิตประจาวนั การทางานหรือต่อต่อทางธุรกิจในปัจจุบันนี้ถือว่าเป็นสิ่งท่ีสาคัญและจาเป็นต่อเราอย่างมาก ผู้เรียนต้องเรียนรู้คาศัพท์สิ่งของเคร่ืองใช้ต่างๆ ท่ีอยู่รอบตัวเรา รวมถึงการใช้สานวนทางภาษาในการพูดขออนุญาต ร้องขอความช่วยเหลือ กล่าวขอบคุณอย่างสภาพให้ถูกต้องเหมาะสม เพื่อนาไปประยุกต์ใช้ชีวิตและการทางาน นอกจากน้ียังใช้เป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อในระดับท่ีสูงขึ้น2. วัตถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรบู้ ูรณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 1. เพ่อื ให้ผเู้ รียนสามารถเรยี กชอ่ื สีได้ถกู ต้อง 2. เพอ่ื ใหผ้ ู้เรยี นสามารถถามและบอกชื่อสง่ิ ของโดยใช้คาศพั ท์และสานวนภาษาทถ่ี ูกต้อง 3. เพ่ือให้ผู้เรยี นสามารถใชส้ านวนภาษาในการขออนุญาต อนุญาตและไม่อนุญาต โดยใช้โครงสร้าง ทางภาษาท่ีถูกต้อง 4. เพอื่ ใหผ้ ู้เรียนสามารถกล่าวคาขอบคุณและตอบรับคาขอบคุณได้เหมาะสมตามสถานการณ์ 5. เพอ่ื ใหผ้ เู้ รียนมีความรเู้ กยี่ วกับสนิ คา้ ทีท่ ารายได้หลักของชาตใิ นประชาคมอาเซยี น3. สาระการเรียนรู้ 1. Colors 2. Identifying things 3. Asking for & Giving Permission 4. Thanking & Replying to Thanks4. สมรรถนะประจาหน่วยการเรยี นรู้ 1. บอกความหมายของคาศัพท์ที่เกี่ยวกบั สี 2. ถามและบอกช่อื สง่ิ ของตา่ งๆ 3. พดู ขออนุญาต ตอบรับและปฏิเสธแบบสุภาพ 4. พดู คาขอบคณุ และตอบรับคาขอบคุณ 5. ใชโ้ ครงสรา้ งภาษาถกู ตอ้ ง 6. ใชค้ าศพั ทแ์ ละสานวนภาษาในการสอื่ สารตามสถานการณ์ 7. แสดงบทบาทสมมตหิ รอื สถานการณจ์ าลองทีก่ าหนด 8. เขียนบรรยายข้อมูลท่วั ไปของสินคา้
5. กรอบการจดั การเรยี นบรู ณาการหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งความมเี หตุผล ความพอประมาณ การมีภูมิคุ้มกนั ท่ดี ีReasonableness Moderation Self-immunityการเลือกใช้ส่ิงต่างๆ อย่างคุ้มค่า ยึดทางสายกลางเปน็ แนวทางใน รจู้ ักประหยัด อดออมและมเี หตุผล การดารงตนเงือ่ นไขความรู้ Knowledge condition รอบรู้ เง่ือนไขคณุ ธรรม Moral condition ซ่อื สตั ย์Intelligence รอบคอบ Self–awareness สุจริต Loyalty ขยนั Diligence อดทนระมดั ระวัง Attentiveness Forbearance แบ่งปัน sharing 1. มมี นุษยสมั พนั ธ์ 1. Colors 2. ความมวี นิ ยั 2. Identifying things 3. ความรบั ผดิ ชอบ 3. Asking for & Giving Permission 4. ความซ่ือสตั ยส์ ุจริต 4. Thanking & Replying to Thanks 5. ความเชอ่ื ม่นั ในตนเอง 6. ความสนใจใฝ่รู้ 7. การละเว้นสิง่ เสพยต์ ดิ และการพนัน 8. ความรักสามัคคี 9. ความคดิ ริเร่ิมสรา้ งสรรค์ 10. การพึ่งตนเองมิตทิ างสังคม การอยรู่ ่วมกันในสังคม ตอ้ งมีวินัย ความรับผิดชอบและปฏิบตั ติ าม กฎระเบยี บทางสงั คมมิตทิ างเศรษฐกจิ รู้จกั ประหยดั และการใชจ้ ่ายอย่างมีเหตุผลมติ ิทางวฒั นธรรม อนรุ ักษ์วัฒนธรรมไทย พร้อมรับกับการเปลยี่ นแปลงมิติทางสิ่งแวดล้อม อนรุ ักษส์ ง่ิ แวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ6. กิจกรรมการเรยี นรู้กิจกรรมกอ่ นเรียน ครูให้ผู้เรียนร่วมกันยกตัวอย่างคาศัพท์สิ่งของท่ีนักเรียนรู้จัก เช่น กล้อง ทีวี วิทยุ โทรศัพท์มือถือกระเป๋า เป็นต้น แล้วหลังจากนั้นครูให้นักเรียนศึกษาความหมายและและอ่านออกเสียงคาศัพท์ท่ีเก่ียวกับสีต่างๆกิจกรรมพัฒนาทักษะการใช้คาศพั ท์และการพูด ครูให้ผู้เรียนอ่านและฟังบทสนทนาเก่ียวกับสอบถามลักษณะของส่ิงของ จากน้ันตรวจสอบความ เข้าใจโดยให้ผู้เรียนตอบคาถามเกี่ยวกับบทสนทนา ครูอ่านคาถามและผู้เรียนอ่านคาตอบ แล้วหา คาตอบทถี่ กู ตอ้ งพรอ้ มกัน
ครใู หผ้ ู้เรียนศึกษาความหมายคาศัพท์เกี่ยวกับส่ิงของเคร่ืองใช้ในครัวเรือน และคุณสมบัติต่างๆ โดย ตรวจสอบจากพจนานุกรม จากน้ันครูตรวจสอบความเข้าใจของผู้เรียนโดยให้ทาแบบฝึกหัดจับคู่ คาศพั ท์ และระบุการใช้งานของสิ่งของเครื่องใช้ว่ามีประโยชน์อะไร ครูและผู้เรียนตรวจสอบคาตอบ พร้อมกนั ในชน้ั เรียน โดยครจู ะสมุ่ ถาม แล้วใหน้ กั เรียนอ่านคาตอบ เช่น Q: What is it? A: It is a camera. Q: What is it used for? A: It is used for taking photos. ครูอธิบายเร่ือง Demonstrative Pronouns for Identifying Things เช่น that, this, these, those ว่าต้องใช้อย่างไร แล้วตรวจสอบความรู้ความเข้าใจของผู้เรียนโดยการให้ทาแบบฝึกหัดชนิด เตมิ คาลงในช่องวา่ งให้ถูกตอ้ ง จากนัน้ ร่วมกันตรวจสอบคาตอบ ครูให้ผเู้ รียนศกึ ษาความหมายคาศพั ทเ์ ก่ยี วกับสิง่ ของเครอ่ื งใชต้ า่ งๆ ทม่ี ักพบเจอตามสถานที่ต่าง โดย ตรวจสอบจากพจนานุกรม จากนัน้ นาคาศพั ทต์ ามที่กาหนดให้ไปเขียนลงในช่องว่างตามสถานท่ีท่ีมัก พบ เช่น ห้องครัว ห้องรบั แขก หอ้ งน้า ในสวน ครูและผู้เรียนตรวจสอบคาตอบที่ถูกต้องพร้อมกัน ในชนั้ เรียน โดยครูใหน้ ักเรยี นอา่ นออกเสยี งและบอกความหมายของคา ครูตรวจสอบความรคู้ วามเขา้ ใจของผเู้ รียน โดยการให้เขยี นคาศัพท์เกี่ยวกบั สิง่ ของทนี่ ักเรียนมกั พบ เจอ 5 อย่างในสถานที่ต่างๆ ทกี่ าหนดให้ในแบบฝึกหัด จากน้ันครูส่มุ ถามนักเรียนเพ่ือตรวจสอบ คาตอบ โดยให้นักเรยี นอ่านคาตอบ เช่น Q: What are there in the bedroom? A: There are a cushion, a bed, a lamp, a pillow, and a blanket. ครูให้ผู้เรียนศึกษาหาความหมายคาศัพท์และสานวนที่เกี่ยวกับการสอบถามสินค้าต่างๆ ใน แบบฝกึ หัด แลว้ ตรวจสอบความร้คู วามเขา้ ใจของผ้เู รยี นโดยการทาแบบฝกึ หดั เตมิ คาลงในช่องว่างให้ ถกู ตอ้ งและเหมาะสม จากนัน้ ครูและผู้เรียนตรวจสอบคาตอบท่ีถูกต้องพร้อมกัน โดยครูให้ผู้เรียนฝึก อา่ นประโยคและบอกความหมาย ครูให้ผู้เรียนศึกษาคาศัพท์และสานวนภาษาที่ใช้ในการอนุญาตและการปฏิเสธคาขออนุญาต การ กล่าวตอบรบั และขอบคณุ แล้วครูอธิบายเพ่ิมเติมพร้อมกับยกตัวอย่างประโยคและโครงสร้างที่ใช้ใน การพูดขออนุญาต ปฏิเสธ และกล่าวขอบคุณอย่างสุภาพ เพื่อเพ่ิมความรู้ความเข้าใจของผู้เรียนให้ มากข้ึน หลังจากนั้นครูตรวจสอบความเข้าใจของผู้เรียนโดยจากการทาแบบฝึกหัดชนิดเติมคาลงใน ชอ่ งว่าง และฝึกเขยี นประโยค ครแู ละผู้เรยี นตรวจสอบคาตอบทถ่ี กู ตอ้ งรว่ มกนั ครูให้ผู้เรียนอ่านและฟังบทสนทนาเก่ียวกับการพูดขออนุญาตยืมส่ิงของ จากน้ันตรวจสอบความ เข้าใจโดยให้ผู้เรียนตอบคาถามเกี่ยวกับบทสนทนา ครูอ่านคาถามและผู้เรียนอ่านคาตอบ แล้วหา คาตอบท่ีถกู ตอ้ งพรอ้ มกนั ครูให้ผู้เรียนศึกษาตัวอย่างบทสนทนา เกี่ยวกับวิธีการพูดขออนุญาต และปฏิเสธคาขออนุญาต อย่างภาพ และให้ผู้เรียนสร้างบทสนทนาตามคาท่ีกาหนดให้ โดยครูคอยให้คาชี้แนะ แล้วหลังจาก
นนั้ ครูใหผ้ ู้เรยี นแสดงบทบาทสมมติตามบทสนทนาที่ได้สร้างไว้ ครูเป็นผู้ประเมินการพูดของผู้เรียน ตวั อยา่ งเช่น A: Excuse me! Would you mind if I borrowed your laptop today? B: Certainly. Go ahead. A: Thank you. B: You’re welcome. กจิ กรรมการเขยี น ครใู หผ้ เู้ รยี นทากิจกรรมเขียนคาศัพท์ส่งิ ของเคร่ืองใช้และวาดภาพประกอบ 20 คา ครูให้ผู้เรียนเขียนบรรยายเกี่ยวกับบ้านและสิ่งของภายในบ้านของผู้เรียน โดยศึกษาประโยคและ สานวนภาษาเพ่มิ เติมไดจ้ ากตวั อย่างในแบบฝึกหัด ครใู ห้ผู้เรยี นเขยี นบันทึกการเรียนรู้ (Learning Log) เพื่อสรุปคาศัพท์ สานวนภาษาอังกฤษและเรื่อง ทไ่ี ดศ้ กึ ษามาจากในบทเรียน กิจกรรมประเมินผล ครใู ห้ผู้เรยี นทาแบบทดสอบเพอ่ื ประเมนิ ความรคู้ วามเข้าใจ7. สื่อการเรยี นรู้ หนังสอื เรียน ใบงาน แผนการจัดการเรยี นรู้ แบบทดสอบ8. การวัดและประเมินผล วธิ วี ัด วดั ทกั ษะการพูด วัดความรูค้ วามเข้าใจ ประเมินตนเองดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยมและคุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ เครอื่ งมอื วดั และประเมนิ ผล แบบประเมินทกั ษะการพูด แบบทดสอบผลสัมฤทธิท์ างการเรยี น เพ่อื วัดความรู้ความเขา้ ใจ แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ มและคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ เกณฑก์ ารประเมนิ เกณฑ์การพูดของผเู้ รียนต้องอยู่ในระดับ 60 % ข้ึนไป ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นของผูเ้ รยี นต้องอยู่ในระดับ 60 % ข้ึนไป
แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขนึ้ อยู่กับการ ประเมนิ ตามสภาพจริง
Search
Read the Text Version
- 1 - 5
Pages: