๒๒๗ กุลวดี โรจนไพศาลกิจ และวรากร เกรียงไกรศักดา. การพัฒนาแนวทางการดําเนินงานของชุมชนใน การพัฒนาสุขภาวะผูสูงอายุ. วารสารสมาคมนักวิจัย. ปท่ี ๒๒ ฉบับท่ี ๑. (มกราคม – เมษายน). ๒๕๖๑. จารวุ รรณ พึ่งเทยี ร. วิธกี ารพัฒนาจิตใหเกิดพุทธปญญา. วารสาร มจร พุทธศาสตรปริทรรศน. ปที่ ๒ ฉบบั ท่ี ๒ กรกฎาคม – ธนั วาคม ๒๕๖๑. จิราภรณ พรหมทอง. “การพัฒนาตนเองใหเปนบุคคลแหงการเรียนรูเพื่อเขาสูศตวรรษที่ ๒๑. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยฟารอิสเทอรน. ปท่ี ๑๐. ฉบับท่ี ๑ เมษายน ๒๕๕๙- มิถุนายน ๒๕๕๙. ชนิพรรณ จาติเสถียร. การวิจัยและพัฒนากระบวนการฝกอบรมครูประจําการดานการประเมินเด็ก ปฐมวัยโดยใชแนวคิดจิตตปญญาศึกษา และการชี้แนะทางปญญา. วารสารครุศาสตร. ป ท่ี ๔๕ ฉบับที่ ๒ประจําเดอื น เมษายน-มิถุนายน ๒๕๖๐. ชาติชาย พิทักษธนาคม. “การพัฒนาพฤติกรรมตามหลักภาวนา ๔”. วารสารมหาจุฬาวิชาการ. ปที่ ๑ ฉบับที่ ๑. มกราคม – มถิ ุนายน ๒๕๕๗. เทียมจันทร พาณิชยผลินไชย. การพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรูตามแนวจิตตปญญาศึกษาเพื่อ พัฒนาครูระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน. สักทอง: วารสารมนุษยศาสตรและสังคมศาสตร (สทมส.). ปท่ี ๒๑. ฉบบั ที่ ๑ มกราคม-เมษายน ๒๕๕๘. เนตรนภา กาบมณี. การพัฒนาสภาพแวดลอมเพื่อสงเสริมพหุปญญาของนักศึกษาพยาบาล. วารสาร การพยาบาล การสาธารณสุขและการศึกษา. ปท่ี ๑๗ ฉบับท่ี ๑๒. พฤษภาคม – สิงหาคม ๒๕๕๙. ปราณี ออ นศร.ี จิตตปญญาศึกษา: การศึกษาเพือ่ การพมั นามนุษยในศตวรรษท่ี ๒๑. วารสารพยาบาล ทหารบก. ปท่ี ๑๕ ฉบบั ท่ี ๑ (มกราคม-เมษายน) ๒๕๕๗. พระพิพัฒน โสภณจิตฺโต (ทับงาม). “ศึกษาการบรรลุธรรมแบบปญญาวิมุตติในคัมภีรพุทธศาสนาเถร วาท”. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน มจร. ปที่ ๔ ฉบับพิเศษ เน่ืองในโอกาสเฉลิมฉลอง วันวสิ าขบชู าโลก ประจาํ ป ๒๕๕๙. พนัทเทพ ณ นคร. แรงจูงใจกับการพัฒนาตนเองตามหลักภาวนา ๔. วารสาร มจร มนุษยศาสตร ปริทรรศน. ปท ี่ ๔ ฉบบั ที่ ๒ กรกฎาคม – ธนั วาคม ๒๕๖๑. พีระพงษ กล่ินละออ. นวัตกรรมความคิดและการส่ือสารการพัฒนา กรณีศึกษา โครงการพลังปญญา. วารสารบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตรและการสื่อสาร. ปท่ี ๑๑ ฉบับที่ ๑ มกราคม – มถิ นุ ายน ๒๕๕๙. เยาวพา เตชคุปต และคณะ. การพัฒนารูปแบบพหุปญญาเพื่อการเรียนรูสําหรับการจัดการศึกษาใน บริบทของสังคมไทย. วารสารศรีนครรนิ ทรวิโรฒวิจัยและพัฒนา. ปที่ ๒ ฉบบั พิเศษท่ี ๑ มกราคม ๒๕๕๓. สมพันธ เตชะอธิก . สุขภาวะชุมชนเพื่อความอยูดีมีสุข. วารสารมนุษยศาสตร สังคมศาสตร มหาวิทยาลยั ขอนแกน . ปท ่ี ๒๙. ฉบับท่ี ๒ เดอื นพฤษภาคม-สงิ หาคม ๒๕๕๕. อุทัย สติมั่น. ศาสนติภาวนา: พุทธิปญญาเพื่อการพัฒนาสังคมสันติสุขอยางย่ังยืน. วารสารปาริชาติ มหาวิทยาลยั ทักษณิ . ปท ี่ ๒๗ ฉบับท่ี ๓ (พเิ ศษ) ๒๕๕๗.
๒๒๘ อัมพร ภาวศุทธ์ิ. “การส่ือสารเพ่ือพัฒนาปญญาในพระพุทธศาสนา”. Veridian E-Journal. Silapakorn University. มหาวิทยาลัยศิลปากร. ปที่ ๙ ฉบับที่ ๓. เดือนกันยายน- ธนั วาคม ๒๕๕๙. อํานวย ทองโปรง. การพัฒนาคนในระบบการจัดการศึกษาไทย. วารสารดุษฎีบัณฑิตทาง สงั คมศาสตร. ปท ี่ ๗ ฉบบั ท่ี ๒ (พฤษภาคม-สิงหาคม ๒๕๖๐). ๑.๒.๓ รายงานการวจิ ัย ขันทอง มีประดิษฐ และคณะ. การพัฒนาปญญาแบบองครวม: การศึกษาเอกสารและการสังเคราะห งานวิจัย. รายงานการวิจัย. พระนครศรีอยุธยา: สถาบันวิจัยพุทธศาสตร มหาวิทยาลัย มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๐. จักรพรรณ วงศพรพวัณ. ศึกษาวิเคราะหการพัฒนาปญญาตามแนวพุทธจริยศาสตรของสํานักปฏิบัติ ธรรมในจังหวัดขอนแกน. รายงานการวิจัย. พระนครศรีอยธุ ยา: สถาบันวจิ ัยพุทธศาสตร มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั , ๒๕๖๐. จันทรจิรา วสุนธราวัฒน และคณะ. ผลการสวดมนตและการแผเมตตาตอการตอบสนองดานรางกาย ในผูสูงอายุ. รายงานการวิจัย. พิษณุโลก: คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยนเรศวร, ๒๕๕๗. ไฉโลฤดี ยุวนะศิริ และคณะ. การสรางเครือขายการจัดการความรูเพื่อเสริมสรางวิถีชีวิตบทฐานคิด เศรษฐกิจพอเพียงของผูสูงอายุบานโปงกุม ตําบลปาเม่ียง อําเภอดอยสะเก็ด จังหวัด เชียงใหม. รายงานการวิจัย. พระนครศรีอยุธยา: สถาบันวิจัยพุทธศาสตร มหาวิทยาลัย มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๖. ธานินทร ศิลป จารุ. การวิเค ราะห และวิจัยขอมูลทางสถิติดวย SPSS. พิ มพ คร้ังที่ ๘ . กรุงเทพมหานคร: บิสซิเนสอารแ อนดดี, ๒๕๕๑. ธีระศักด์ิ อุนอารมณเลิศ. เคร่ืองมือวิจัยทางการศึกษา : การสรางและการพัฒนา. นครปฐม : มหาวิทยาลัยศลิ ปากร, ๒๕๔๙. นนทสรวง กลีบผึ้ง. แนวทางการจัดการเรียนการสอนเพ่ือพัฒนาปญญา. รายงานการวิจัย. นครปฐม: สถาบันวิจยั แหงชาตเิ พือ่ การพัฒนาเดก็ และเยาวชน. มหาวิทยาลยั มหิดล. ๒๕๕๙. บรรจง โสดาดี และคณะ. การศึกษาแนวทางพัฒนาสํานักปฏิบัติธรรมในเขตการปกครองคณะสงฆ ภาค ๑๑. รายงานการวิจัย. กรุงเทพมหานคร: สถาบันวิจัยพุทธศาสตร มหาวิทยาลัย มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๔๙. บษุ กร วฒั นบุตร. การบริหารจัดการองคก รเพื่อการสรา งองคกรแหงการเรียนรบู นฐานแหงพุทธปิ ญ ญา. รายงานการวิจัย. พระนครศรีอยุธยา: สถาบันวิจัยพุทธศาสตร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง กรณราชวิทยาลยั , ๒๕๕๙. พระครูปฐมวรวัฒน และคณะ. ปจจัยจิตสังคมที่เกี่ยวกับการปรับพฤติกรรมตอวิถีชีวิตของผูสูงอายุ. รายงานการวิจัย. พระนครศรีอยุธยา: สถาบันวิจัยพุทธศาสตร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง กรณราชวทิ ยาลยั , ๒๕๕๖.
๒๒๙ พระครูสังฆรักษทรงพรรณ ชยทตฺโต และคณะ. บทบาทวัดในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผูสูงอายุ: กรณีศึกษาวัดหลวงพอสดธรรมกายาราม อําเภอดําเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี. รายงาน การวิจยั . พระนครศรีอยุธยา: สถาบันวิจัยพุทธศาสตร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วทิ ยาลยั , ๒๕๕๙. พระมหาจิตนเรศ วุฑฺฒิธมฺโม และคณะ. การประยุกตใชหลักพุทธธรรมในการเสริมสรางสุขภาพของ ผสู ูงอายุในจังหวัดอุบลราชธานี. รายงานการวิจัย. พระนครศรีอยุธยา: สถาบันวิจัยพุทธ ศาสตร มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย, ๒๕๕๖. พระมหาสุทิตย อาภากโร และคณะ. การเสริมสรางสุขภาวะและการเรียนรูของสังคมตามแนว พระพุทธศาสนา. รายงานการวิจัย. พระนครศรีอยุธยา: สถาบันวิจัยพุทธศาสตร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั , ๒๕๕๘. พิสณุ ฟองศรี วิจัยทางการศึกษา. พิมพคร้ังท่ี ๓. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพเทียมฝาการพิมพ, ๒๕๔๙. สวัสดิ์ ภทู อง. การพัฒนารูปแบบการเรียนรูจากประสบการณเพื่อสงเสริมคุณภาพชวี ิตสําหรบั ผูใหญใน ชุมชนภาคเหนือ. รายงานการวิจัย. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, ๒๕๔๖. สิริชัย คําภู. การเตรียมการสรางหลักประกันเพ่ือการดํารงชีวิตในวัยสูงอายุของขาราชการสังกัดสํานัก ป ลั ด สํ า นั ก น า ย ก รั ฐ ม น ต รี . ร า ย ง า น ก า ร วิ จั ย . ก รุ ง เท พ ม ห า น ค ร : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร, ๒๕๕๐. ๑.๒.๔ สารสนเทศเวลิ ดไ วดเ ว็บ (World Wide Web) คณะแพทยศาสตรโรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. “เชาวปญญาคืออะไร?”. <https://med.mahidol.ac.th/ramamental/generalknowledge/child/๐๕๑๕๒๐ ๑๔-๑๑๐๐>๑๙ เมษายน ๒๕๖๓. น างส าว น งลั ก ษ ณ อ าภั ย แ ล ะ ค ณ ะ “ท ฤ ษ ฎี พั ฒ น า ก า ร ข อ ง Sigmund Freud” .< http://cmruzone.blogspot.com/๒๐๑๑/๐๑/sigmund-freud.html>. ๑๙ เมษายน ๒๕๖๓. รวมธรรมะ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย (ป.อ.ปยุตฺโต). “แงท่ี ๖ ศิลปศาสตร มองในแงการพัฒนา ป ญ ญ า ท่ี เ ป น แ ก น ข อ ง ก า ร พั ฒ น า ศั ก ย ภ า พ แ ล ะ ก า ร เ ข า ถึ ง อิสรภ าพ ”<https://www.payutto.net/book-content/๖ -พั ฒ น าป ญ ญ าท่ี เป น แกน/>. วนั ท่ี ๑๙ เมษายน ๒๕๖๓. ส ม ช า ย รั ต น ท อ ง . “ท ฤ ษ ฎี ก า ร เ รี ย น รู ก ลุ ม ม นุ ษ นิยม”.<http://ams.kku.ac.th/aalearn/resource/edoc/tech/๕๖web/ ๓learnth ๕๖. pdf.>.๑๙ เมษายน ๒๕๖๓.
๒๓๐ สู ง วั ย ใ ส ใ จ สุ ข ภ า พ . “ก า ร เ ป ล่ี ย น แ ป ล ง แ ล ะ เ ต รี ย ม ตั ว เ มื่ อ เ ข า สู วั ย สูงอายุ”.<http://hp.anamai.moph.go.th/soongwai/statics/health/prepared/to pic๐๐๒.php>. ๑๙ เมษายน ๒๕๖๓. ๑.๒.๕ สัมภาษณ สัมภาษณ นางณฐั จิณี พนั ธสวสั ดิ์. เมอื่ วันที่ ๘ เมษายน ๒๕๖๓. สัมภาษณ นางวงเดือน สขุ ไสว. เม่อื วันท่ี ๙ เมษายน ๒๕๖๓. สมั ภาษณ นางณัฐจิณี พันธส วัสดิ์. เม่อื วนั ท่ี ๘ เมษายน ๒๕๖๓. สัมภาษณ นางคดิ เรืองสขุ . เม่อื วนั ที่ ๘ เมษายน ๒๕๖๓. สมั ภาษณ นางวงเดอื น สขุ ไสว. เม่ือวนั ท่ี ๙ เมษายน ๒๕๖๓. สมั ภาษณ นายยโสธรา ศริ ิภาประภากร. เม่ือวนั ท่ี ๘ เมษายน ๒๕๖๓. สัมภาษณ นายสุริยา คลังฤทธ.์ิ เม่อื วันท่ี ๘ เมษายน ๒๕๖๓. สัมภาษณ พระครกู ติ ตธิ รรมประสาธน. วันท่ี ๑๕ เมษายน ๒๕๖๓. สมั ภาษณ พระครคู ัมภีรธรรมวสิ ทุ ธิ์. เมอื่ วนั ท่ี ๑๖ เมษายน ๒๕๖๓. สมั ภาษณ พระครูโสภณธรรมรังษ.ี เมอื่ วนั ท่ี ๘ เมษายน ๒๕๖๓. สมั ภาษณ พระคาํ รณ อมโร. เมอ่ื วันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๖๓. สมั ภาษณ พระณฐั พล กนฺตสาโร. เมื่อวนั ที่ ๘ เมษายน ๒๕๖๓. สัมภาษณ นางฐติ มิ นต จงยาว. เม่อื วันท่ี ๘ เมษายน ๒๕๖๓. สัมภาษณ นางเบญจพร ไทยเท่ยี ง. เมื่อวันท่ี ๘ เมษายน ๒๕๖๓. สมั ภาษณ พระพพิ วิ ฒั น ปุญฺ กุสโล. เม่ือวนั ท่ี ๘ เมษายน ๒๕๖๓. สัมภาษณ นายนภาดล จนั ขมั มา. เมอ่ื วนั ที่ ๘ เมษายน ๒๕๖๓. สมั ภาษณ พระพสิ ิทธ์ิ จารุธมฺโม. เม่ือวนั ที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๖๓. สัมภาษณ พระมหาเฉลิมเกียรติ จิรวฑฒฺ โณ เมอ่ื วันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๓. สัมภาษณ พระมหาสุพจน สวุ ณณฺ จติ ฺโต. เม่อื วันที่ ๘ เมษายน ๒๕๖๓. สัมภาษณ พระสมจิตร รตนปโฺ ญ. วันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๖๓. สัมภาษณ พระสําเรงิ โกวโิ ท. เม่อื วนั ที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๓. สัมภาษณ พระสริ ิทอง สิรวิ ฑฒฺ โน. เมอ่ื วันท่ี ๘ เมษายน ๒๕๖๓. สมั ภาษณ พระสําเรงิ โกวโิ ท. เมื่อวันท่ี ๗ เมษายน ๒๕๖๓. สมั ภาษณ ผศ.กฤษนันท แสงมาศ. เมอ่ื วนั ที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๓. สมั ภาษณ แมช ีบัวลิน หมื่นยิง่ . เมอ่ื วันท่ี ๘ เมษายน ๒๕๖๓. สมั ภาษณ แมชีอรพนิ โหมดงาม. เมือ่ วนั ท่ี ๘ เมษายน ๒๕๖๓. ๒. ภาษาอังกฤษ Abrahan Harold Maslow. Motivation and Personality. New York: Harper & Row, 1970. A.P.Buddhadatta MahaTher. Pali-English Dictionary. Delhi: Bharatiya Kala Prakashan, 1999.
๒๓๑ Bandura. A. Social Cognitive Theory. (in R.Vasta (Ed.) Annals of Child development. Vol.6. Six theories of Child Development. Greenwich CT: JAI Press. 1989. Labh. Baidyanath.. Pa– – ā in Early Buddhism (with special reference to Visuddhimagga). Delhi: Eastern Book Lingers, 1991. Leonard Nadler. Corporate Human Research Development. New York: American society for Training and Development, 1980. Mc Connell and Philipchalk. Understanding Human Behavior. 7th Edition. (Fort Worth: Holt. Rinfhart and Winston. 1992. Robert Caesar Childers. A Dictionary of Pali Language. New Delhi: Asian Educational Services, 1993. Santrock. John W.. Psychology. 5th Edition. Chicago: Brown & Benchmark, 1997.
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก เครื่องมือการวจิ ยั
๒๓๔ แบบสอบถามเพอื่ การวจิ ัย เรอ่ื ง พระพุทธศาสนากับการสงเสริมการพฒั นาตนเองตามหลกั ปญ ญาภาวนา ของชมุ ชนในจงั หวดั สรุ นิ ทร คําช้ีแจง แบบสอบถามน้ีเปนแบบสอบถามที่สรางข้ึนเพื่อประโยชนในการทําวิจัย โดยผูวิจัยไดรับการ สนับสนุนทุนการวิจัยจากสถาบันวิจัยพุทธศาสตร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซ่ึงมีวัตถุประสงค เพื่อศึกษาหลักการสงเสริมการพัฒนาตนเองตามหลักปญญาภาวนาใน พระพุทธศาสนา, เพ่ือศึกษากระบวนการสงเสริมการพฒั นาตนเองตามหลักปญญาภาวนาของผูสูงอายุ ในชุมชนจังหวัดสุรินทร และเพ่ือศึกษาผลการสงเสริมการพัฒนาตนเอง ตามหลักปญญาภาวนาของ ผูสูงอายใุ นชุมชนจงั หวดั สุรินทร ซง่ึ ผูวิจัยจะไดนาํ ขอมลู ไปประมวลเปนผลการวจิ ยั อันจะกอ ใหเกดิ องค ความรใู หมตอ ไป แบบสอบถามนี้ แบงออกเปน ๓ สว น คอื สวนท่ี ๑ เปน ขอมูลสว นบคุ คลของผูตอบแบบสอบถาม สวนที่ ๒ เปน ขอ มูลเกยี่ วกบั พระพทุ ธศาสนากับการสงเสริมการพัฒนาตนเองตามหลกั ปญ ญา ภาวนาของชมุ ชนในจงั หวดั สุรินทร ประกอบไปดว ย ๕ ดา น คอื ๑) ดา นการวางแผน ๒) ดา นกลยุทธในการวางแผนใหบ รรลเุ ปา หมาย ๓) ดา นการมีสว นรว ม ๔) ดา นการดําเนนิ การ ๕) ดานการดแู ลสงิ่ แวดลอมใหส ัปปายะ สวนที่ ๓ ขอเสนอแนะแนวทางการสงเสริมการพัฒนาตนเองตามหลักปญญาภาวนา ของชุมชนในจงั หวัดสุรนิ ทร ผูวิจัยขอขอบคุณทุกทานที่ไดกรุณาตอบแบบสอบถามน้ีตามความเปนจริง และตรงกับ ความเห็นของทานมากท่ีสุด คําตอบของทานจะเก็บไวเปนความลับ และจะใชสําหรับการทําวิจัยใน คร้ังนี้ ดร.ธนรัฐ สะอาดเอยี่ ม และคณะ ผูวจิ ัย
๒๓๕ แบบสอบถามเพ่ือการวิจัย เรื่อง พระพุทธศาสนากบั การสงเสรมิ การพัฒนาตนเองตามหลักปญ ญาภาวนา ของชุมชนในจังหวัดสุรินทร ตอนท่ี ๑: แบบสอบถามเกีย่ วกบั ขอมลู ทัว่ ไปของผตู อบแบบสอบถาม คาํ ชแ้ี จงสําหรับผูตอบแบบสอบถาม: โปรดทาํ เครอื่ งหมายถกู ลงในชอง หนาขอความซึ่ง ตรงกบั ความเปนจรงิ ของทา น ๑. เพศ ชาย หญงิ ๒. อายุ ต่าํ กวา ๒๐ ป ๒๑-๓๐ ป ๓๑-๔๐ ป ๔๑-๕๐ ป ๕๑-๖๐ ป ๖๑-๗๐ ป ๗๐ ปข้นึ ไป ๓. ระดับการศึกษาสงู สดุ ประถมศกึ ษา มธั ยมศกึ ษาตอนตน มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ปริญญาตรี ปรญิ ญาโท ปริญญาเอก อ่ืน ๆ (ระบ)ุ ................................................................. ๔. รายได / เดอื นปจ จบุ ัน ต่าํ กวา ๑๐,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๐ - ๑๕,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๐ – ๒๐,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๑ – ๓๐,๐๐๐ บาท สูงกวา ๓๐,๐๐๐ บาท ๕. อาชีพ / ตําแหนง งาน ไมไ ดท ํางาน กสกิ รรม คาขาย รับจาง พนักงานรัฐวิสาหกจิ ขาราชการ ขา ราชการบาํ นาญ อื่น ๆ (ระบุ)......................................... ๖. ปจจัยทางดา นจิตวิทยา ๖.๑ ทานมีความเชอ่ื ในเรอ่ื งการทําบุญเพียงใด มากทสี่ ุด มาก ปานกลาง นอ ย นอ ยทีส่ ดุ
๒๓๖ ๖.๒ ทา นมคี วามรบั รขู อมูลขา วสารมากนอ ยเพยี งใด มากทส่ี ุด มาก ปานกลาง นอ ย นอยทส่ี ดุ ๖.๓ ทานมโี อกาสในการเขาวัดปฏิบัตธิ รรมมากนอยเพยี งใดในแตละป มากกวา ๑๐ ครั้งตอป นอ ยกวา ๑๐ ครง้ั ตอ ป มากกวา ๕ คร้งั ตอป นอ ยกวา ๕ คร้ังตอป ไมเคยเขา วัดเพอื่ ปฏบิ ัติธรรมเลย ๖.๔ ทา นมีความสนใจในการอานหนังสือธรรมะมากนอยเพยี งใด มากทส่ี ุด มาก ปานกลาง นอ ย นอยทสี่ ดุ ๖.๕ ทานมโี อกาสในการเขารวมกิจกรรมของชุมชนมากนอ ยเพยี งใดในแตล ะป มากกวา ๑๐ ครงั้ ตอ ป นอ ยกวา ๑๐ ครั้งตอป มากกวา ๕ ครัง้ ตอ ป นอยกวา ๕ ครง้ั ตอป ไมเคยเขา รว มกิจกรรมกบั ชมุ ชนเลย
๒๓๗ สว นที่ ๒ แบบสอบถามแบบสอบถามเกี่ยวกบั “พระพทุ ธศาสนากบั การพฒั นาตนเอง ตามหลักปญ ญาภาวนาของชมุ ชนในจงั หวัดสรุ นิ ทร” คําชแ้ี จง โปรดพิจารณาขอความตอไปนี้ แลวทําเคร่ืองหมาย ( √ ) ลงในชองที่ตรงคําตอบของทาน มากท่สี ุด ระดับความคดิ เหน็ ขอ ดานการวางแผน มาก มาก ปานกลาง นอย นอ ย ทีส่ ุด ทสี่ ุด ๑ ทานเลือกสํานักปฏิบัติธรรมที่มีรูปแบบการ บริหารแบบคณะกรรมการ เพ่ือตัดสินใจเขา ปฏิบัตธิ รรม ๒ ทานเลือกเขาปฏิบัติธรรมในสํานักปฏิบัติ ธรรมท่ีมีการกําหนดปฏิทินการปฏิบัติตลอด ทงั้ ป ๓ ทานไดพิจารณาเลือกสํานักปฏิบัติธรรมท่ีมี ก า รกํ าห น ด ต า รางป ฏิ บั ติ ธ รร ม เป น กจิ จะลักษณะ ๔ ทานไดเขาปฏิบัติธรรมในสํานักปฏิบัติธรรม ท่ีมีการกําหนดตารางการบรรยายธรรม และตารางการนําปฏิบัติของพระวิปสนา จารยตลอดทง้ั ป ๕ ทานเลือกเขาปฏิบัติธรรมในสํานักปฏิบัติ ธรรมท่ีมีการกําหนดคุณลักษณะของผูเขา ปฏบิ ัตธิ รรมไวอ ยา งชดั เจน ๖ ทา นไดเขา ปฏบิ ตั ิธรรมตามปฏิทินการปฏบิ ัติ ธรรมในสํานักปฏิบัติธรรมในชุมชนของทาน อยา งตอเนอ่ื ง ๗ ทานไดเขาฟงธรรมจากพระวิปสสนาจารย ตามกาํ หนดปฏทิ ินของสํานกั ปฏิบตั ธิ รรม ๘ ทานไดป ฏบิ ัติตามกจิ วตั รประจําวันท่ที าง สาํ นักปฏิบตั ิธรรมกําหนดอยา งเครง ครดั ๙ ทานไดเขารวมปฏิบัติธรรมตามรูปแบบที่ สํานกั ปฏบิ ัติธรรมกําหนดอยา งตอเนื่อง
๒๓๘ ๑๐ ทานมีการวางแผนในการเขากราบนมัสการ พระสงฆ และเขาเย่ียมทานผูทรงคุณวุฒิ ทางดา นพระพุทธศาสนา ระดับความคิดเหน็ ขอ ดานกลยุทธใ นการวางแผนใหบ รรลุ มาก มาก ปานกลาง นอ ย นอย เปาหมาย ทสี่ ดุ ทส่ี ดุ ๑๑ ทานเลือกปฏิบัติธรรมในสํานักปฏบิ ัตธิ รรมที่ มี แ น ว ก า ร ส อ น ด า น ก า ร เจ ริ ญ วิ ป ส ส น า กรรมฐานเพอื่ เจรญิ ปญญาเปนหลัก ๑๒ ทานไดเขาปฏิบัติธรรมในสํานักปฏิบัติธรรม ท่ีมีการนิมนตพระสงฆและเชิญผูทรงคุณวุฒิ ทางพระพุทธศาสนาผูท่ีเชี่ยวชาญในการ สอนวิปสสนากรรมฐานเพ่ือเจริญปญญามา บรรยายธรรมตามปฏิทินทกี่ ําหนด ๑๓ ทานไดเขาปฏิบัติธรรมในสํานักปฏิบัติธรรม ท่ีเนนการสอนวิปสสนากรรมฐานเพื่อเจริญ ปญญาอยางตอเนอ่ื งตลอดท้งั ป ๑๔ ทานไดเลือกและเขาปฏิบัติธรรมในสํานัก ปฏิบัติธรรมที่มีหลักการสอนที่มุงมรรคผล นิพพานเปน ท่ีตัง้ ๑๕ ทานไดเขาปฏิบัติธรรมในสํานักปฏิบัติธรรม ทเ่ี นน การปฏบิ ตั เิ พอื่ พัฒนาปญ ญาเปน หลกั ๑๖ ทานไดปฏิบัติธรรมโดยยึดตามแนวปฏิบัติ ข อ งพ ร ะ ส งฆ แ ล ะ ผู ท ร งคุ ณ วุ ฒิ ท า ง พระพุทธศาสนาท่ีสอนวิปสสนากรรมฐาน เพือ่ เจริญปญ ญาเปนหลัก ๑๗ ทานไดปฏิบัติธรรมโดยเนนการฟงธรรมจาก ท า น ผู เป น กั ล ย า ณ มิ ต ร ท้ั ง พ ร ะ ส ง ฆ แ ล ะ ผู ท ร ง คุ ณ วุ ฒิ ท า ง พ ร ะ พุ ท ธ ศ า ส น า ที่ ส อ น วิปสสนากรรมฐานเพอื่ เจรญิ ปญ ญาเปนหลัก ๑๘ ทานไดปฏิบัติธรรมโดยยึดหลักการเจริญ วปิ ส สนาเพอ่ื เจรญิ ปญญาเปนทตี่ ั้ง ๑๙ ทานไดปฏิบัติธรรมโดยยึดหลักการพัฒนา ศีล สมาธิ และปญญา
๒๓๙ ๒๐ ทานไดปฏิบัติธรรมเพ่ือฉลาดรูเทาทัน ระดบั ความคดิ เหน็ อารมณการเปลี่ยนแปลงเพียงใด ขอ ดานการมสี วนรว ม มาก มาก ปานกลาง นอ ย นอ ย ที่สดุ ทส่ี ดุ ๒๑ ทานไดเลือกสํานักปฏิบัติธรรมท่ีมีรูปแบบ การดําเนินแบบมีสวนรวมของทุกภาคสวน ตามพลังบวร คือ “บาน วัด และหนวยงาน ราชการ” ๒๒ ทานไดกําหนดเขาปฏิบัติธรรมในสํานัก ปฏิบัติธรรมท่ีมีรูปแบบการบริหารภายในท่ี โปรงใส และมกี ารจดั การแบบมีสว นรว ม ๒๓ ท า น ได เลื อ ก สํ า นั ก ป ฏิ บั ติ ธ ร ร ม ที่ มี คณะกรรมการคัดเลือกวิปสสนาจารยในการ สอนธรรม ๒๔ ทานไดเลือกเขาปฏิบัติธรรมในสํานักปฏิบัติ ธรรมที่มีการกําหนดคุณลักษณะของผูเขา ปฏบิ ัตธิ รรมในรูปของคณะกรรมการ ๒๕ ทานไดเขาปฏิบัติธรรมในสํานักปฏิบัติธรรม ในชุมชนที่มีการกอสรางสถานปฏิบัติธรรม โดยมกี ารทาํ ประชาคมในชมุ ชน ๒๖ ทานไดปฏิบัติธรรมโดยยึดประโยชนของ สวนรว มในสํานกั ปฏบิ ตั ิธรรมเปนที่ตง้ั ๒๗ ทานไดปฏิบัติธรรมท่ีมีสอนในสํานักปฏิบัติ ธรรม โดยคํานึงถึงความถูกตองตามคําสอน ในพระพุทธศาสนาเปนหลัก ๒๘ ทานไดศึกษาธรรมะ โดยการฟงธรรมเทศนา จากพระวิปสสนาจารยหลายรูป ๒๙ ทานไดปฏิบั ติธรรมตามแนวของพ ระ วปิ ส สนาจารยจากหลายสํานัก ๓๐ ทานไดปฏิบัติธรรมโดยเปาหมายรวมของ พระพุทธศาสนาคอื พระนิพพานเปนท่ตี ้ัง
๒๔๐ ระดบั ความคดิ เหน็ ขอ ดานการดําเนนิ การ มาก มาก ปานกลาง นอ ย นอย ทสี่ ดุ ทส่ี ดุ ๓๑ ทานไดเขาปฏิบัติธรรมในสํานักปฏิบัติธรรม ที่ไดจ ดั ปฏิบัติธรรมตามปฏทิ นิ ท่กี ําหนด ๓๒ ทานไดเลือกเขาปฏิบัติธรรมในสํานักปฏิบัติ ที่ มีการดําเนิ น การจัดท างกายภ าพ ที่ เหมาะสมแกการปฏบิ ตั ิธรรม ๓๓ ทานไดเขาปฏิบัติธรรมในสํานักปฏิบัติธรรม ในชุมชนของทานมีการดําเนินการจัดการ สง่ิ แวดลอ มทางวัตถไุ ดอ ยางเหมาะสม ๓๔ ทานไดเขาปฏิบัติธรรมในสํานักปฏิบัติธรรม ในชุมชนของทานมีการแบงสถานที่ภายในที่ เหมาะสมแกก ารปฏิบตั ิธรรม ๓๕ ทานไดเขาปฏิบัติธรรมในสํานักปฏิบัติธรรม ในชุมชนของทานมีคณะกรรมการคัดเลือก พระวิปสสนาจารย สําหรับนําปฏิบัติอยาง เครงครดั ๓๖ ทานไดเขารวมปฏิบัติธรรมในสํานักปฏิบัติ ธรรมในชมุ ชนของทานตามปฏิทนิ ท่กี ําหนด ๓๗ ทานไดป ฏิบัตธิ รรมโดยยดึ หลักตามคําสอน ของเจา สาํ นักปฏบิ ัตธิ รรมอยา งเครงครัด ๓๘ ทานลงมือปฏิบัติธรรมเพ่ือมุงแสวงหาความ สงบ สวา ง สะอาดเปน ท่ีตั้ง ๓๙ ทา นไดปฏบิ ตั ิธรรมเพ่ือใหมีความสมั พันธอนั ดใี นการอยรู ว มกนั กับเพื่อนมนษุ ยอยา งสนั ติ สุข ๔๐ ทานไดปฏิบัติธรรมเพ่ือใหรูและเขาใจใน สภาวะที่เปลี่ยนแปลง
๒๔๑ ระดบั ความคิดเหน็ ขอ ดานการดแู ลสง่ิ แวดลอ มใหสัปปายะ มาก มาก ปานกลาง นอ ย นอ ย ทีส่ ุด ทส่ี ดุ ๔๑ ทานไดเ ขาปฏิบัตธิ รรมโดยเลือกสํานักปฏบิ ัติ ธรรมในชุมชนท่ีมีรูปแบบการบริหารและ จดั การในแบบคณะกรรมกรรมการ ๔๒ ทานไดเขา ปฏิบัติธรรมโดยเลือกสาํ นักปฏบิ ัติ ธ ร ร ม ท่ี มี ค ว า ม พ ร อ ม ทุ ก ด า น สํ า ห รั บ จั ด ปฏบิ ัติธรรมตลอดทั้งป ๔๓ ทา นไดเขา ปฏบิ ัตธิ รรมโดยเลือกสาํ นกั ปฏบิ ัติ ธรรมทีย่ ดึ หลักสปั ปายะ ๗ ในการดูแลสํานัก ปฏบิ ัติธรรม ๔๔ การจัดการดานอาคาร และภูมิสถาปตย (อาวาสสัปปายะ) ภายในสํานักปฏิบัติธรรม ในชุมชนของทานมีความเหมาะสมกับการ ปฏบิ ัติธรรมของทา นเพียงใด ๔๕ สภาพการจราจร (โคจรสัปปายะ) ระหวาง ชุมชนกับที่ตั้งของสํานักปฏิบัติธรรมมีกับ การปฏบิ ตั ิธรรมของทา นเพียงใด ๔๖ ก า ร ส น ท น า ธ ร ร ม ใน รู ป แ บ บ ต า ง ๆ (ภัสสะสัปปายะ) ในสํานักปฏิบัติธรรมใน ชุมชนของทาน มีสวนชวยสงเสริมการศกึ ษา ธรรมของทานเพียงใด ๔๗ อาจารยผูสอนธรรม (ปุคคลสัปปายะ) ของ สํานักปฏิบัติธรรมในชุมชนของทานมีความ เปนกัลยาณมิตร ผูคอยชวยสงเสริมการ ปฏิบตั ธิ รรมของทานเพียงใด ๔๘ การจัดการดานโภชนาการ (โภชนสัปปายะ) ของสํานักปฏิบัติธรรมในชุมชนของทานมี การจัดการที่เหมาะสมกับการปฏิบัติธรรม ของทานเพยี งใด ๔๙ คุณภาพของอากาศ (อุตุสัปปายะ) ภายใน สํานักปฏิบัติธรรมในชุมชนของทานมีความ เห ม า ะ ส ม ใ น ก า ร ป ฏิ บั ติ ธ ร ร ม ข อ ง ท า น เพยี งใด
๒๔๒ ๕๐ รปู แบบการเคลอ่ื นไหวอิรยิ าบถทั้ง ๔ (อิริยา ปถสัปปายะ) ท่ีเหมาะสมของสํานักปฏิบัติ ธรรมในชุมชนของทานมีความเหมาะสม แ ล ะ ส ง เส ริ ม ก า ร ป ฏิ บั ติ ธ ร ร ม ข อ ง ท า น เพยี งใด สวนที่ ๓ ปญหาและอุปสรรค ขอเสนอแนะแนวทางการแกไขปญหาและสงเสริมการ พฒั นาตนเอง ตามหลักปญญาภาวนาของผสู งู อายใุ นชุมชนจงั หวัดสรุ นิ ทร ๑) ดานการวางแผน ปญหาอปุ สรรค.......................................................................................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ขอเสนอแนะและแนวทางการแกไข........................................................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ๒) ดา นกลยทุ ธใ นการวางแผนใหบรรลเุ ปาหมาย ปญ หาอปุ สรรค.......................................................................................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ขอ เสนอแนะ และแนวทางการแกไ ข .......................................................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ๓) ดานการมีสว นรว ม ปญ หาอปุ สรรค.......................................................................................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ขอ เสนอแนะ และแนวทางการแกไข .......................................................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................
๒๔๓ ๔) ดา นการดําเนินการ ปญ หาอปุ สรรค.......................................................................................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ขอ เสนอแนะ และแนวทางการแกไ ข .......................................................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ๕) ดา นการดูแลสง่ิ แวดลอมใหส ัปปายะ ปญหาอปุ สรรค.......................................................................................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ขอเสนอแนะ และแนวทางการแกไ ข .......................................................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ขอขอบคุณผตู อบแบบสอบถามทกุ ทาน ดร.ธนรฐั สะอาดเอี่ยม และคณะ ผวู ิจัย
๒๔๔ แบบสัมภาษณเ พอ่ื การวิจัย เร่ือง “พระพุทธศาสนากับการสงเสริมการพัฒนาตนเองตามหลักปญญาภาวนา ของชมุ ชนในจงั หวัดสุรนิ ทร” ................................ คาํ ชีแ้ จง ๑. แบบสัมภาษณฉบับนี้เปนสวนหน่ึงของการวิจัยเรื่อง “พระพุทธศาสนากับการสงเสริม การพฒั นาตนเองตามหลักปญ ญาภาวนาของชมุ ชนในจงั หวดั สรุ ินทร” ๒. แบบสมั ภาษณฉ บบั นี้ มที ัง้ หมด ๒ ตอน ประกอบดวย ตอนท่ี ๑ เปนคําถามเกี่ยวกบั ขอมลู ทัว่ ไปของผใู หขอมูล ตอนที่ ๒ เปนคําถามเก่ียวกับขอเสนอแนะทีม่ ตี อประเดน็ การวิจัยเรือ่ ง “พระพุทธศาสนา กบั การสงเสรมิ การพัฒนาตนเองตามหลักปญญาภาวนา ของชมุ ชนในจังหวดั สรุ ินทร” ตอนท่ี ๓ เปน คําถามเกย่ี วกบั ผลการสงเสรมิ การพัฒนาตนเองตามหลกั ปญ ญาภาวนา ของผูส งู อายใุ นชมุ ชนจังหวัดสรุ นิ ทร คณะผูว ิจัยขอขอบคุณในความกรุณาของทานมา ณ โอกาสนดี้ ว ย ดร.ธนรัฐ สะอาดเอ่ยี ม และคณะ
๒๔๕ ตอนที่ ๑: ขอ มูลทั่วไปเกีย่ วกับผตู อบแบบสัมภาษณ คาํ ชีแ้ จงสําหรับผตู อบแบบสัมภาษณ: โปรดใหขอ มลู ทีเ่ ปนจริงเก่ียวกับตัวทา นมากทีส่ ุด ๑. ชือ่ -ฉายา / นามสกุล................................................................................................................ ๒. พรรษา...................... อายุ....................ป ๓. ทอี่ ย.ู ......................................................................................................................................... ๔. สถานทส่ี มั ภาษณ...................................................................................................................... ๕. วัน-เดอื น-ป ทีส่ มั ภาษณ. .......................................................................................................... ตอนท่ี ๒: ปจจัยท่ีมีผลตอการสงเสริมการพัฒนาตนเองตามหลักปญญาภาวนาของชุมชนในจังหวัด สุรนิ ทร คาํ ชแ้ี จงสําหรบั ผตู อบแบบสัมภาษณ: โปรดใหขอมูลท่เี ปนจริงเกีย่ วกับตวั ทา นมากทส่ี ดุ ตอนท่ี ๒.๑ คําถามเกี่ยวกับ “หลกั การสง เสริมการพัฒนาตนเองตามหลกั ปญ ญาภาวนาใน พระพุทธศาสนา” ขอท่ี ๑ ทา นมีความเหน็ วา อะไรคือวตั ถุประสงคหลักของการพัฒนาตนเอง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
๒๔๖ ขอที่ ๒ พระสงฆใ นชุมชนของทานมบี ทบาทชวยสงเสริมการพฒั นาตนเองของทา นอยางไรบาง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ขอท่ี ๓ ทานมีความเห็นวา รปู แบบการพัฒนาปญญาตามคาํ สอนพระพุทธศาสนามอี ะไรบาง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ขอ ท่ี ๔ คําสอนของพระพุทธศาสนา ชว ยสง เสรมิ การพฒั นาปญ ญาภาวนาของทานอยา งไรบา ง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
๒๔๗ ขอ ที่ ๕ การแสดงธรรมของพระสงฆมสี ว นชวยสง เสริมใหเ กิดการพฒั นาปญญาภาวนาอยางไรบาง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ตอนที่ ๒.๒ คาํ ถามเกี่ยวกับ “กระบวนการสงเสรมิ การพฒั นาตนเองตามหลักปญญาภาวนาของ ผูสูงอายุในชมุ ชนจังหวดั สรุ ินทร” ขอที่ ๖ กระบวนการพฒั นาตนเองของทา นมีอะไรบา ง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ขอ ที่ ๗ กระบวนการพัฒนาปญญาภาวนาของทา นมีอะไรบาง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
๒๔๘ ขอท่ี ๘ กระบวนการพัฒนาปญ ญาภาวนาของผสู ูงอายุในชมุ ชนทา นมอี ะไรบาง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ขอ ท่ี ๙ รูปแบบการพฒั นาปญญาภาวนาของผสู ูงอายุในชุมชนทา นมอี ะไรบา ง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ขอที่ ๑๐ กิจกรรมทางพระพุทธศาสนาในชุมชนของทานไดชวยสงเสริมการพัฒนาปญญาภาวนา ของผูส ูงอายุอยางไรบาง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
๒๔๙ ตอนท่ี ๓ คาํ ถามเก่ยี วกับ “ผลการสง เสริมการพฒั นาตนเองตามหลกั ปญญาภาวนาของผสู ูงอายุ ในชุมชนจังหวดั สรุ ินทร ขอที่ ๑๑ กิจกรรมทางพระพุทธศาสนารูปแบบใดในชุมชนของทานมีสวนชวยสงเสริมการพัฒนา ปญญาภาวนาของผูสงู อายมุ ากทส่ี ุด ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ขอ ที่ ๑๒ บคุ คลใดในชมุ ชนของทานมบี ทบาทในการชว ยสงเสริมการพฒั นาปญ ญาภาวนาของผูส งู อายุ มากท่ีสุด ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ขอที่ ๑๓ ทา นคิดวา อะไรคอื ปญหาหลกั ของการพัฒนาตนเองตามหลกั ปญญาภาวนา ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
๒๕๐ ขอ ท่ี ๑๔ กจิ กรรมที่ควรสง เสรมิ เพื่อใหผ สู ูงอายุในชมุ ชนทานมีการพัฒนาปญญาภาวนามีอะไรบาง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ขอท่ี ๑๕ รปู แบบของการเจรญิ ปญ ญาภาวนาของผูสูงอายใุ นชมุ ชนของทา นควรพัฒนาในดานใดบาง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. สมั ภาษณเสร็จ ณ เวลา...........................น.
ภาคผนวก ข หนงั สอื ขอความอนเุ คราะหผ เู ชี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพเคร่อื งมอื
๒๕๒
๒๕๓
๒๕๔
๒๕๕
๒๕๖
๒๕๗ รายนามผเู ชย่ี วชาญตรวจสอบเคร่อื งมือวิจัย ๑. ชื่อ รองศาสตราจารย ดร.ทวีศกั ดิ์ ทองทพิ ย ตาํ แหนง รองศาสตราจารย สาขาปรชั ญา วทิ ยฐานะ พธ.บ. (ศาสนา), ศศ.ม (สนั สกฤต, พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) สงั กดั วิทยาลยั สงฆสุรนิ ทร มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั วิทยาเขตสุรินทร ความเชี่ยวชาญ ปรัชญา, พระพุทธศาสนา ๒. ช่อื ผชู วยศาสตราจารย ดร.ธนู ศรีทอง ตําแหนง ผูชวยศาสตราจารย สาขาการสอนภาษาอังกฤษ วทิ ยฐานะ พธ.บ.(การสอนภาษาองั กฤษ), M.A.(English), กศ.ด.(การบรหิ ารการศึกษา สังกดั วิทยาลยั สงฆสุรินทร มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย วทิ ยาเขตสุรนิ ทร ความเชยี่ วชาญ ภาษาอังกฤษ, การศกึ ษา, พระพุทธศาสนา ๓. ชอ่ื ผชู วยศาสตราจารย บรรจง โสดาดี ตําแหนง ผูชวยศาสตราจารย สาขาปรชั ญา วิทยฐานะ พธ.บ.(ปรัชญา), ศศ.ม.(ปรชั ญา) สังกดั วทิ ยาลัยสงฆสรุ ินทร มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั วิทยาเขตสรุ ินทร ความเชี่ยวชาญ ปรชั ญา, พระพทุ ธศาสนา ๔. ช่อื รองศาสตราจารย ดร.วาสนา แกวหลา ตาํ แหนง รองศาสตราจารย วิทยฐานะ ประกาศนยี บัตรวิชาพยาบาลศาสตร และผดุงครรภช ้ันสงู , พบ.ม. (สุขภาพจติ และการพยาบาลจติ เวช), ปร.ด.(ยทุ ธศาสตรก ารพฒั นาภมู ภิ าค) สังกดั คณะมนษุ ยศาสตรแ ละสงั คมศาสตร มหาวทิ ยาลัยราชภฏั สรุ นิ ทร ความเชีย่ วชาญ การพัฒนาชุมชน, คติชนวทิ ยา ๕. ชื่อ ผูชว ยศาสตราจารย ดร.วนั ชยั สุขตาม ตาํ แหนง ผูช วยศาสตราจารย สาขารฐั ศาสตร วิทยฐานะ พธ.บ.(รัฐศาสตร), ศศ.บ.(รฐั ศาสตร) , รป.ม.(การจัดการทนุ มนุษย) , รป.ด.รฐั ประศาสนศาสตร สังกดั คณะมนุษยศาสตรแ ละสงั คมศาตร มหาวิทยาลัยราชภฏั สุรินทร ความเชีย่ วชาญ รฐั ศาสตร, รฐั ประศาสนศาสตร, พระพทุ ธศาสนา
ภาคผนวก ค หนังสือขอความอนเุ คราะหเ ก็บขอ มลู การวจิ ยั
๒๕๙
๒๖๐
ภาคผนวก ง ผลการหาคา ดัชนีความสอดคลองของแบบสอบถาม (IOC)
๒๖๒ ดัชนีความสอดคลองระหวางแบบสอบถามกับตัวแปร (Item-Objective Congruence Index: IOC) จากผูเชี่ยวชาญ จํานวน ๕ ทาน ใชคา ๐.๕ ข้ึนไป ถือผานเกณฑการประเมิน ต่ํากวา ๐.๕ ควรมีการปรับปรุงแกไ ข สรปุ ผลการประเมิน ดงั น้ี ผเู ชี่ยวชาญ / คนที่ คา ขอท่ี ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ IOC = ดา นที่ ๑ ดา นการวางแผน ∑ ������������ ๑ ทานเลือกสํานักปฏิบัติธรรมท่ีมีรูปแบบการ ๑ ๑ ๑ ๑ ๐.๕ N บริหารแบบคณะกรรมการ เพื่อตัดสินใจเขา ๐.๙ ปฏบิ ัติธรรม ๒ ทานเลือกเขาปฏิบัตธิ รรมในสํานกั ปฏิบัตธิ รรม ๑ ๑ ๑ ๑ ๐.๕ ๐.๙ ท่มี กี ารกาํ หนดปฏิทนิ การปฏบิ ัติตลอดทงั้ ป ๐.๙ ๓ ทานไดพิจารณาเลือกสํานักปฏิบัติธรรมที่มี ๑ ๑ ๑ ๑ ๐.๕ ก า ร กํ า ห น ด ต า ร า ง ป ฏิ บั ติ ธ ร ร ม เป น ๐.๙ กจิ จะลักษณะ ๔ ทานไดเขาปฏิบัติธรรมในสํานักปฏิบัติธรรมที่ ๑ ๑ ๑ ๑ ๐.๕ ๐.๙ มีการกําหนดตารางการบรรยายธรรม และ ตารางการนําปฏิบัติของพระวิปสนาจารย ๐.๘ ตลอดทงั้ ป ๕ ทา นเลือกเขาปฏิบัติธรรมในสํานักปฏบิ ัติธรรม ๑ ๑ ๑ ๑ ๐.๕ ๐.๙ ท่ีมีการกําหนดคุณลักษณะของผูเขาปฏิบัติ ๐.๘ ธรรมไวอยางชดั เจน ๐.๘ ๖ ทานไดเขาปฏิบัติธรรมตามปฏิทินการปฏิบัติ ๑ ๐.๕ ๑ ๑ ๐.๕ ๐.๙ ธรรมในสํานักปฏิบัติธรรมในชุมชนของทาน อยางตอเนื่อง ๗ ทานไดเขาฟงธรรมจากพระวิปสสนาจารย ๑ ๑ ๑ ๑ ๐.๕ ตามกาํ หนดปฏิทินของสาํ นักปฏิบตั ธิ รรม ๘ ทา นไดป ฏบิ ัตติ ามกิจวัตรประจาํ วันทที่ าง ๑ ๑ ๐.๕ ๑ ๐.๕ สาํ นักปฏิบัตธิ รรมกําหนดอยา งเครงครดั ๙ ทานไดเขารวมปฏิบัติธรรมตามรูปแบบท่ี ๑ ๑ ๐.๕ ๑ ๐.๕ สาํ นักปฏบิ ตั ธิ รรมกาํ หนดอยางตอ เนอื่ ง ๑๐ ทานมีการวางแผนในการเขากราบนมัสการ ๑ ๑ ๑ ๑ ๐.๕ พระสงฆ และเขาเย่ียมทานผูทรงคุณวุฒิ ทางดานพระพุทธศาสนา
ดานที่ ๒ ดานกลยุทธในการวางแผนใหบรรลุเปาหมาย ๒๖๓ ๑๑ ทา นเลือกปฏิบัติธรรมในสํานักปฏิบตั ิธรรมที่มี ๑ ๑ ๑ ๑ ๐.๕ ๐.๙ ๐.๘ แนวการสอนดานการเจริญวปิ สสนากรรมฐาน เพอื่ เจริญปญญาเปนหลกั ๐.๙ ๑๒ ทานไดเขาปฏิบัติธรรมในสํานักปฏิบัติธรรมที่ ๑ ๐.๕ ๑ ๑ ๐.๕ ๐.๙ มีการนิมนตพระสงฆและเชิญผูทรงคุณวุฒิ ๐.๘ ทางพระพุทธศาสนาผูที่เชี่ยวชาญในการสอน ๐.๙ วิปสสนากรรมฐานเพ่ือเจริญ ปญ ญ ามา บรรยายธรรมตามปฏทิ นิ ทก่ี ําหนด ๐.๘ ๑๓ ทานไดเขาปฏิบัติธรรมในสํานักปฏิบัติธรรมท่ี ๑ ๑ ๑ ๑ ๐.๕ เนนการสอนวิปสสนากรรมฐานเพ่ือเจริญ ๐.๙ ปญ ญาอยา งตอเนื่องตลอดท้งั ป ๐.๘ ๑๔ ทานไดเลือกและเขาปฏิบัติธรรมในสํานัก ๑ ๑ ๑ ๑ ๐.๕ ๐.๙ ปฏิบัติธรรมท่ีมีหลักการสอนท่ีมุงมรรคผล นพิ พานเปนทตี่ ั้ง ๐.๙ ๑๕ ทานไดเขาปฏิบัติธรรมในสํานักปฏิบัติธรรมที่ ๑ ๑ ๑ ๐.๕ ๐.๕ เนน การปฏบิ ัตเิ พอ่ื พฒั นาปญญาเปนหลัก ๑๖ ทา นไดปฏิบัติธรรมโดยยึดตามแนวปฏิบตั ิของ ๑ ๑ ๑ ๑ ๐.๕ พ ร ะ ส ง ฆ แ ล ะ ผู ท ร ง คุ ณ วุ ฒิ ท า ง พระพุทธศาสนาท่ีสอนวิปสสนากรรมฐาน เพื่อเจรญิ ปญญาเปน หลกั ๑๗ ทานไดปฏิบัติธรรมโดยเนนการฟงธรรมจาก ๑ ๑ ๑ ๐.๕ ๐.๕ ทานผูเปนกัลยาณ มิตรท้ังพระสงฆและ ผู ท ร ง คุ ณ วุ ฒิ ท า ง พ ร ะ พุ ท ธ ศ า ส น า ที่ ส อ น วปิ สสนากรรมฐานเพ่อื เจรญิ ปญญาเปน หลัก ๑๘ ทานไดปฏิบัติธรรมโดยยึดหลักการเจริญ ๑ ๑ ๑ ๑ ๐.๕ วิปส สนาเพ่ือเจริญปญ ญาเปนทีต่ ง้ั ๑๙ ทานไดปฏิบัติธรรมโดยยึดหลักการพัฒนาศีล ๑ ๑ ๑ ๐.๕ ๐.๕ สมาธิ และปญ ญา ๒๐ ทานไดปฏิบัติธรรมเพื่อฉลาดรูเทาทันอารมณ ๑ ๑ ๑ ๑ ๐.๕ การเปล่ยี นแปลงเพยี งใด ดานท่ี ๓ ดา นการมสี วนรวม ๒๑ ทานไดเลือกสํานักปฏิบัติธรรมที่มีรูปแบบการ ๑ ๑ ๑ ๑ ๐.๕ ดําเนินแบบมีสวนรวมของทุกภาคสวนตาม พลังบวร คือ “บาน วัด และหนวยงาน
ราชการ” ๑ ๐.๕ ๒๖๔ ๒๒ ทานไดกําหนดเขาปฏิบัติธรรมในสํานักปฏิบัติ ๑ ๑ ๑ ๐.๙ ๑ ๐.๕ ๐.๘ ธรรมที่มีรูปแบบการบริหารภายในที่โปรงใส ๐.๘ และมกี ารจดั การแบบมสี วนรวม ๑ ๐.๕ ๐.๙ ๒๓ ท า น ได เลื อ ก สํ า นั ก ป ฏิ บั ติ ธ ร ร ม ที่ มี ๑ ๐.๕ ๑ ๐.๙ คณะกรรมการคัดเลือกวิปสสนาจารยในการ ๑ ๐.๕ ๐.๙ สอนธรรม ๐.๙ ๒๔ ทานไดเลือกเขาปฏิบัติธรรมในสํานักปฏิบัติ ๑ ๐.๕ ๑ ๑ ๐.๕ ๐.๙ ธรรมที่มีการกําหนดคุณลักษณะของผูเขา ๑ ๐.๕ ๐.๙ ปฏบิ ัตธิ รรมในรปู ของคณะกรรมการ ๐.๕ ๒๕ ทา นไดเ ขาปฏิบัติธรรมในสํานักปฏิบัตธิ รรมใน ๑ ๑ ๑ ๑ ๐.๕ ๐.๕ ชุมชนท่ีมีการกอสรา งสถานปฏิบัติธรรม โดยมี ๑ ๐.๕ การทําประชาคมในชุมชน ๑ ๐.๕ ๐.๕ ๒๖ ทานไดปฏิบัติธรรมโดยยึดประโยชนของสวน ๑ ๑ ๑ ๐.๕ รว มในสาํ นกั ปฏบิ ัตธิ รรมเปน ทีต่ ั้ง ๑ ๐.๕ ๒๗ ทานไดปฏิบัติธรรมที่มีสอนในสํานักปฏิบัติ ๑ ๑ ๑ ๑ ๐.๕ ธรรม โดยคํานงึ ถึงความถูกตองตามคําสอนใน พระพทุ ธศาสนาเปนหลัก ๒๘ ทานไดศึกษาธรรมะ โดยการฟงธรรมเทศนา ๑ ๑ ๑ จากพระวิปสสนาจารยหลายรปู ๒๙ ทานไดปฏิบัติธรรมตามแนวของพระวิปสสนา ๑ ๑ ๑ จารยจากหลายสาํ นกั ๓๐ ทานไดปฏิบัติธรรมโดยเปาหมายรวมของ ๑ ๑ ๑ พระพุทธศาสนาคือพระนิพพานเปน ทตี่ ั้ง ดานที่ ๔ ดา นการดาํ เนนิ การ ๓๑ ทานไดเขาปฏิบัติธรรมในสํานักปฏิบัติธรรมท่ี ๑ ๑ ๑ ไดจ ัดปฏบิ ตั ธิ รรมตามปฏทิ นิ ท่กี ําหนด ๓๒ ทานไดเลือกเขาปฏิบัติธรรมในสํานักปฏิบัติท่ี ๑ ๑ ๑ มีการดําเนินการจัดทางกายภาพท่ีเหมาะสม แกการปฏิบัติธรรม ๓๓ ทา นไดเขาปฏิบตั ิธรรมในสํานักปฏิบัติธรรมใน ๑ ๑ ๑ ๑ ๐.๕ ชุ ม ช น ข อ ง ท า น มี ก า ร ดํ า เนิ น ก า ร จั ด ก า ร สง่ิ แวดลอ มทางวัตถุไดอ ยา งเหมาะสม ๓๔ ทานไดเ ขาปฏิบัติธรรมในสํานกั ปฏิบัตธิ รรมใน ๑ ๑ ๑ ๑ ๐.๕
ชุมชนของทานมีการแบงสถานท่ีภายในท่ี ๒๖๕ เหมาะสมแกก ารปฏบิ ัตธิ รรม ๓๕ ทานไดเ ขาปฏิบตั ิธรรมในสํานักปฏิบัติธรรมใน ๑ ๑ ๑ ๑ ๐.๕ ๐.๕ ชุมชนของทานมีคณะกรรมการคัดเลือกพระ วิป สส นาจารย สําห รับ นําป ฏิ บั ติอยาง ๐.๕ เครง ครัด ๐.๕ ๓๖ ทานไดเขารวมปฏิบัติธรรมในสํานักปฏิบัติ ๑ ๑ ๑ ๑ ๐.๕ ๐.๕ ธรรมในชมุ ชนของทา นตามปฏทิ ินท่กี ําหนด ๐.๕ ๓๗ ทา นไดป ฏบิ ตั ธิ รรมโดยยดึ หลักตามคําสอน ๑ ๑ ๑ ๑ ๐.๕ ๐.๕ ของเจาสาํ นักปฏิบตั ิธรรมอยางเครงครดั ๐.๕ ๓๘ ทานลงมือปฏิบัติธรรมเพื่อมุงแสวงหาความ ๑ ๑ ๑ ๑ ๐.๕ ๐.๕ สงบ สวาง สะอาดเปน ท่ตี ง้ั ๐.๕ ๓๙ ทา นไดป ฏิบัตธิ รรมเพือ่ ใหม คี วามสัมพันธอนั ดี ๑ ๑ ๑ ๑ ๐.๕ ๐.๕ ในการอยรู วมกันกับเพ่ือนมนุษยอยางสนั ติสุข ๔๐ ทานไดปฏิบัติธรรมเพ่ือใหรูและเขาใจใน ๑ ๑ ๑ ๑ ๐.๕ สภาวะทเี่ ปลี่ยนแปลง ดานท่ี ๕ ดา นการดแู ลส่งิ แวดลอ มใหสปั ปายะ ๔๑ ทานไดเขาปฏิบัติธรรมโดยเลือกสํานักปฏิบัติ ๑ ๑ ๑ ๑ ๐.๕ ธรรมในชุมชนท่ีมีรูปแบบการบริหารและ จัดการในแบบคณะกรรมกรรมการ ๔๒ ทานไดเขาปฏิบัติธรรมโดยเลือกสํานักปฏิบัติ ๑ ๑ ๑ ๑ ๐.๕ ธรรมท่ีมีความพรอมทุกดานสําหรับจัดปฏิบัติ ธรรมตลอดทง้ั ป ๔๓ ทานไดเขาปฏิบัติธรรมโดยเลือกสํานักปฏิบัติ ๑ ๑ ๑ ๑ ๐.๕ ธรรมท่ียึดหลักสัปปายะ ๗ ในการดูแลสํานัก ปฏิบัติธรรม ๔๔ การจัดการดานอาคาร และภูมิสถาปตย ๑ ๑ ๑ ๑ ๐.๕ (อาวาสสัปปายะ) ภายในสํานักปฏิบัติธรรมใน ชมุ ชนของทานมีความเหมาะสมกับการปฏิบัติ ธรรมของทานเพียงใด ๔๕ สภาพการจราจร (โคจรสัปปายะ) ระหวาง ๑ ๑๑ ๑ ๐.๕ ๐.๕ ชุมชนกับที่ตั้งของสํานักปฏิบัติธรรมมีกับการ ๑๑ ๑ ๐.๕ ๐.๕ ปฏบิ ัติธรรมของทา นเพียงใด ๔๖ ก า ร ส น ท น า ธ ร ร ม ใน รู ป แ บ บ ต า ง ๆ ๑
๒๖๖ (ภัสสะสัปปายะ) ในสํานักปฏิบัติธรรมใน ชุมชนของทาน มีสวนชวยสงเสริมการศึกษา ธรรมของทานเพยี งใด ๔๗ อาจารยผูสอนธรรม (ปุคคลสัปปายะ) ของ ๑ ๑ ๑ ๑ ๐.๕ ๐.๕ สํานักปฏิบัติธรรมในชุมชนของทานมีความ เปน กัลยาณมิตร ผูคอยชว ยสงเสริมการปฏิบัติ ธรรมของทา นเพียงใด ๔๘ การจัดการดานโภชนาการ (โภชนสัปปายะ) ๑ ๑ ๑ ๑ ๐.๕ ๐.๕ ของสํานักปฏิบัติธรรมในชุมชนของทานมีการ จัดการท่ีเหมาะสมกับการปฏิบัติธรรมของ ทานเพียงใด ๔๙ คุณภาพของอากาศ (อุตุสัปปายะ) ภายใน ๑ ๑ ๑ ๑ ๐.๕ ๐.๕ สํานักปฏิบัติธรรมในชุมชนของทานมีความ เหมาะสมในการปฏิบัติธรรมของทานเพยี งใด ๕๐ รูปแบบการเคล่ือนไหวอิริยาบถทั้ง ๔ (อิริยา ๑ ๑ ๑ ๑ ๐.๕ ๐.๕ ปถสัปปายะ) ท่ีเหมาะสมของสํานักปฏิบัติ ธรรมในชุมชนของทานมีความเหมาะสมและ สง เสริมการปฏิบตั ธิ รรมของทา นเพียงใด สรปุ ผลรวมการหาคา IOC ๐.๘๘๒
ภาคผนวก จ คาสัมประสิทธ์ิ แอลผา (Alpha coefficient) ตรวจสอบความเชือ่ ม่ันของแบบสอบถาม
๒๖๘
๒๖๙ ผนวก ฉ ผลผลิต ผลลพั ธ และผลกระทบจากงานวิจยั
๒๗๐ ผลผลิต (Output) จากงานวจิ ัย ประเภทผลงานทไี่ ดร ับ: ตน แบบผลติ ภณั ฑ ตน แบบเทคโนโลยี กระบวนการใหม องคความรู การใชป ระโยชนเ ชงิ พานชิ ย การใชป ระโยชนเชิงสาธารณะ การพัฒนากาํ ลงั คน ทรพั ยสินทางปญญา บทความทางวชิ าการ การประชุม/สัมมนาระดับนานาชาติ การประชมุ /สมั มนาระดับชาติ ระดับของผลงานทีไ่ ดร ับ: ระดับอตุ สาหกรรม ระดบั กึ่งอุตสาหกรรม ระดบั ภาคสนาม ระดับหอ งปฏิบตั ิการ รายละเอียดผลงาน: ไดชุดความรู (KM) เพ่ือเปนขอมูลสารสนเทศ (Information) เก่ียวกับเร่ืองการสงเสริมการ พัฒนาตนเองตามหลักปญญาภาวนาของชุมชนในจังหวัดสุรินทร กับหนวยงานภาคีเครือขายในเขต พื้นที่จังหวัดสุรินทร เชน สํานักปฏิบัติธรรมประจําจังหวัดสุรินทร สํานักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด สุรินทร สํานักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาในจังหวัดสุรินทรและ โรงเรียนในสังกัด โดยมีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร เปนหนวยงาน ผูรับผิดชอบทั้งน้ีเพื่อเปนการประชาสัมพันธพันธกิจและเอกลักษณของมหาวิทยาลัยฯ ในดานการจัด การศึกษาพระพทุ ธศาสนาและบรู ณาการกบั ศาสตรส มยั ใหมตอสาธารณชน จาํ นวนผลงาน:………………๑……………………. หนวยนบั :………เรอ่ื ง…………………………
๒๗๑ ผลลพั ธ (Outcome) ทีไ่ ดต ลอดระยะเวลาโครงการ : ชือ่ ผลลัพธ: การเสรมิ สรางสุขภาวะทางปญ ญาวิถีพุทธ ประเภท: เชงิ ปรมิ าณ เชิงคุณภาพ เชิงเวลา เชิงตน ทุน รายละเอยี ด: นาํ หลักการเสริมสรางสุขภาวะทางปญ ญาวิถีพุทธไปบูรณาการในการจดั การศึกษาในรายวชิ า ท่ีจัดการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เชน พุทธศาสนากับจิตวิทยา พุทธศาสนากับเศรษฐศาสตร นิเวศวิทยากับพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนากับสังคมสงเคราะห สุขภาวะองครวมวิถีพุทธ ธรรมภาคปฏิบัติทุกระดับชั้น เปนตน และนําผลการวิจัยครั้งน้ีไปเปนขอมูล ชุดความรู (KM) ในดานการเสริมสรางการพัฒนาตนเองตามหลักปญญาภาวนาของชุมชนในจังหวัด สุรินทรบทพื้นฐานของพุทธธรรม ท้ังน้ีเพ่ือเปนแหลงขอมูลพื้นฐานในการศึกษาพระพุทธศาสนาและ การบูรณาการกับศาสตรสมัยใหม ท้ังน้ีเพ่ือเปนการตอบโจทยในการจัดการศึกษาเพื่อสรางนวัตกรรม โดยใชพ ระพทุ ธศาสนาเปนแกนกลาง ตามนโยบายของไทยแลนด ๔.๐ สบื ตอไป
๒๗๒ ผลกระทบจากการดําเนนิ โครงการ: ผลกระทบทางเศรษฐกจิ ของประเทศ ผลกระทบตอภาคการผลติ และธุรกจิ ท่ีเกย่ี วของ ผลกระทบตอขีดความสามารถทาง วทน. ผลกระทบตอการจางงาน ผลกระทบตอสงั คม ผลกระทบตอสงิ่ แวดลอ ม เพมิ่ ความสามารถการแขงขันของเอกชนที่รว มโปรแกรม เพิ่มความสามารถในการแขง ขนั ของวิสาหกจิ ขนาดกลางและขนาดยอม สนับสนนุ ใหเ กิดวิสาหกจิ เริ่มตน (Startup) รายละเอียด: (๑) นําผลการวิจัยไปใหหนวยงานที่เก่ียวของนําไปใชประโยชน คือ ภาครัฐและภาคเอกชน และหนว ยงานอ่ืน ๆ ทมี่ ีภาระงานเกี่ยวของกับผูประกอบการในภาคสว นตา ง ๆ ในจงั หวัดสรุ ินทร และ ใกลเคียง และสามารถนําผลการวิจัยน้ีไปใชเปนแนวทางในการเสริมสรางการพัฒนาตนเองตามหลัก ปญญาภาวนาในพระพุทธศาสนา เชน กิจกรรมนวัตวิถีชุมชน กิจกรรมจิตปญญาวิถีพุทธ กิจกรรม ชมุ ชนอดุ มปญญา กจิ กรรมปราชญช มุ ชน เปนตน (๒) นําผลการวิจัยไปใชในการสงเสริมการการพัฒนาตนเองตามหลักปญญาภาวนาใน พระพุทธศาสนาของหนว ยงานตาง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยใชมีหลักพุทธธรรมเปนแกนกลาง ในการพัฒนาในทุกกจิ กรรมและรูปแบบ เชน กิจกรรมพัฒนาจิตปญญายุคใหม, กิจกรรมพัฒนาทักษะ ปญญาวิถีพทุ ธในยคุ New Normal, กิจกรรมพฒั นาทักษะทางปญญาเชิงพุทธ เปน ตน
๒๗๓ ภาคผนวก ช ภาพถาย การลงพนื้ ทเ่ี พอ่ื ทําการวิจยั
๒๗๔
๒๗๕
๒๗๖ ภาพการลงเกบ็ ขอมูลวจิ ยั สาํ นักปฏบิ ัตธิ รรมวดั ปาเทพประทาน ตาํ บลระแงง อําเภอศขี รภมู ิ จังหวัดสุรนิ ทร
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305