กรมการพฒั นาชุมชน อทุ ศิ ตน พฒั นาคน สร้างชมุ ชนอยา่ ง ยง่ั ยืน
“พัฒนา คือ สร้างสรรค”์ คาขวญั พระราชทานของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัว เนอ่ื งใน “วันพฒั นา” “พัฒนาชมุ ชนตอ้ งพฒั นาใจคนไปพร้อมกบั วัตถุ” คาขวญั พระราชทาน สมเดจ็ พระนางเจ้าสิรกิ ิติ์ พระบรมราชินีนาถ
ปรัชญาพฒั นาชมุ ชน หลักความเป็นจริงแห่งชีวิต ที่นักพัฒนาชุมชนยึดถือเป็นสรณะคือ ความเชื่อมั่นและศรัทธา ในมนษุ ยชาติวา่ มนุษยท์ ุกชีวิตมคี ณุ คา่ และมคี วามหมาย มศี กั ดิศ์ รี และ มศี ักยภาพ กล่าวคือ มีฐานะแห่งความเป็นมนุษย์ท่ีไม่ควรจะได้รับการเหยียบย่า ดูหม่ิน เหยียดหยาม จากเพ่ือน มนุษย์ด้วยกันเอง มีความสามารถจากการเป็นมนุษย์ท่ีควรได้รับการยอมรับและทาให้ปรากฎเป็นจริงในทาง ปฏิบัตจิ ากเพือ่ นมนษุ ยด์ ้วยกันเอง หลกั การพัฒนาชมุ ชน หลักการพฒั นาชมุ ชนทแี่ ทจ้ ริง คอื หลกั ประชาชน ๑.เร่ิมต้นท่ีประชาชน ยืนจุดเดียวกับประชาชน มองโลก มองชีวิต มองปัญหา จากทัศนะ ของประชาชน เพือ่ ให้เขา้ ใจปญั หา ความตอ้ งการประชาชนเพ่อื ใหเ้ ขา้ ถึงชีวิต จิตใจของประชาชน ๒.ทางานร่วมกับประชาชน (ไม่ใช่ทางานให้แก่ประชาชนเพราะจะทาให้เกิดความคิดมาทวงบุญทวง คุณจากประชาชนในภายหลัง) การที่จะทาให้ประชาชนเข้าใจปัญหาของตนเองและมีกาลังใจ ลุกขึ้นต่อสู้กับปัญหาช่วยกันคิดชว่ ยกันแก้ไขปัญหาน้นั ย่อมมีหนทางที่จะกระทาได้โดยไม่ยากหากเข้าใจปัญหา และเขา้ ถงึ จิตใจประชาชน ๓.ยึด ประชาชนเป็นพระเอก ประชาชนต้องเป็นผูก้ ระทาการพฒั นาดว้ ยตนเอง ไมใ่ ช่เปน็ ผถู้ ูกกระทา หรอื ฝ่ายรองรบั ข้างเดียว เพราะผลของการกระทาการพัฒนานั้น ตกอยู่ทปี่ ระชาชนโดยตรงประชาชนเป็นผู้รับ โชคหรือเคราะห์จากการพัฒนา น้ัน ดังน้ันการพัฒนาชุมชนจึงมีหลักการที่มีจุดหมาย ๓ เชิงในการพัฒนา ทรพั ยากรมนุษย์และชุมชนมนษุ ยด์ งั น้ี ๑. จุดหมาย เชิงกระบวนการ (Process Goal) เป็นกระบวนการตอ่ เนือ่ งในการพัฒนาความคดิ จิตใจมนษุ ย์ ให้คิดพ่งึ ตนเองมีจิตใจเออ้ื เฟ้อื ชว่ ยเหลอื เพ่ือนมนษุ ย์ ๒. จุดหมาย เชิงสัมพันธภาพ (Relationship Goal) เป็นการทาให้มนุษย์มีความสัมพันธ์ท่ีดี ต่อกนั รว่ มมือรว่ มใจกนั ทางานเพื่อกนั และกัน คอื เพื่อกลมุ่ ๓. .จุดหมาย เชิงการงาน (Task Goal) เป็นการทางานพัฒนาความเป็นอยู่ของมนุษย์เพ่ือความ อยเู่ ย็นเปน็ สุข
ก่อนจะเปน็ กรมการพัฒนาชุมชน จากบูรณะชนบท ผ่านพัฒนาการทอ้ งถนิ่ สกู่ ารพัฒนาชุมชน (พ.ศ. ๒๔๘๓-๒๕๐๔) แนวความคิดเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนของโลกเกิดข้ึนในช่วงครึ่งหลังปี พ.ศ. ๒๔๘๓ โดยประเทศใน เ ค รื อ จั ก ร ภ พ อั ง ก ฤ ษ ท่ี เ ริ่ ม เ ป ลี่ ย น แ น ว คิ ด เ ก่ี ย ว กั บ ก า ร พั ฒ น า ม า เ ห็ น ค ว า ม ส า คั ญ ข อ ง ป ร ะ ช า ช น ในการเป็นแกนกลางของพลังขับทางสังคม แนวความคิดน้ีถูกเผยแพร่ออกไปยังนานาประเทศ จนเกิดปรัชญาเกี่ยวกับการทางานร่วมกันอย่างใกล้ชิดและสนับสนุนกันระหว่างรัฐบาลกับประชาชน ใ น ก า ร ป รั บ ป รุ ง ค ว า ม เ ป็ น อ ยู่ ข อ ง ชุ ม ช น ท่ี รู้ จั ก กั น ใ น ชื่ อ ว่ า ข บ ว น ก า ร พั ฒ น า ชุ ม ช น (Community Development ) การนาแนวคิดการพัฒนาชุมชนมาดาเนินการในประเทศไทยก็ได้อิทธิพล มาจากกระแสการพฒั นาท่เี ปลยี่ นแปลงไปดงั กล่าวขา้ งตน้ เชน่ กนั โดยมคี วามเปน็ มาของการพฒั นาชุมชน พ.ศ ๒๔๘๓ ประกาศของกระทรวงมหาดไทยกาหนดให้มีการดาเ นินงานแผนการบูรณะชนบทมี วตั ถุประสงค์ ๒ ประการ ๑.สรา้ งสรรคช์ ีวิตจิตใจของประชาชนในชนบทใหเ้ หมาะสมที่จะเปน็ พลเมืองดี ๒.สง่ เสริมใหป้ ระชาชนมีการครองชพี ดขี นึ้ พ.ศ ๒๔๙๗ กระทรวงศึกษาธิการดาเนินงานพัฒนาการท้องถิ่นในรูปของโครงการมูลสารศึกษาและจัดต้ังศูนย์ ฝึกอบรมศึกษาผู้ใหญ่จังหวัดอุบลราชธานี (ศ.บ.ศ.อ.) โดย UNESCO สนับสนุนเป็น ๑ ใน๖ แห่งของโลก ท่ีผลิต สารนิเทศก์ (อบรม ๒ ปี รุ่นแรกสาเร็จปี ๒๔๙๙ ออกปฏิบัติงานในหน่วยมูลสารศึกษา ในจงั หวัดต่างๆ พ.ศ ๒๔๙๙ ก ร ม ป ร ะ ช า ส ง เ ค ร า ะ ห์ ตั้ ง ส า นั ก ง า น พั ฒ น า ก า ร ท้ อ ง ถิ่ น เ ป็ น ส า นั ก ง า น อิ ส ร ะ ขึ้ น ต ร ง กั บ กระทรวงมหาดไทย มุ่งให้ประชาชนมีส่วนร่วม ร่วมคิด ร่วมลงทุน และร่วมแรงงาน เพ่ือแก้ปัญหาท้องถิ่นตาม คตกิ ารปกครองระบอบเสรีประชาธิปไตย พ.ศ ๒๕๐๐ ก ร ม ม ห า ด ไ ท ย ริ เ ริ่ ม โ ค ร ง ก า ร พั ฒ น า ท้ อ ง ถิ่ น ข้ึ น ไ ด้ ท ด ล อ ง ป ฏิ บั ติ มี ค ว า ม เ ป็ น ไ ป ไ ด้ จึงคดั เลอื กปลดั อาเภอเขา้ อบรมเป็น ปลดั อาเภอพฒั นากร ส่งออกปฏิบตั งิ านพฒั นาในเขตพฒั นาทีก่ าหนด พ.ศ ๒๕๐๒ คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๐๒ มอบกระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าของเรื่องงาน พฒั นาการทอ้ งถ่นิ และมมี ติเม่ือ ๕ สงิ หาคม ๒๕๐๒ ใหก้ รมมหาดไทยรับโอนสารนิเทศ จานวน ๒๖๐ คน และ งานมูลสารศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการมาสังกัดกรมมหาดไทย วันท่ี ๒๑ สิงหาคม ๒๕๐๒ กรมมหาดไทย เป็นเจา้ ของเรื่องในงานพัฒนาการทอ้ งถ่นิ แห่งชาติ แทนกรมประชาสงเคราะห์
พ.ศ ๒๕๐๓ สานักงานพัฒนาการท้องถิ่นได้รับการยกฐานะเป็น ส่วนพัฒนาการท้องถ่ิน ขึ้นกับกรมมหาดไทย มีหน้าทร่ี ับผดิ ชอบการฝึกอบรมข้าราชการพัฒนาท้องถ่ินแห่งชาติ เจา้ หน้าที่ประสานงานและเป็นศูนย์วางแผน พฒั นาทอ้ งถน่ิ เปน็ สานกั งานเลขาธกิ ารคณะกรรมการพัฒนาท้องถ่ินแห่งชาติ กฎ ก.พ. ฉบับท่ี ๒๔๐ ออกตาม พ.ร.บ. ข้าราชการพลเรือนพ.ศ. ๒๔๙๗ เทียบตาแหน่งปลัดอาเภอ พัฒนากรและสารนิเทศก์ในกรมมหาดไทยว่า”พัฒนากร” (Community development Worker หรือ Community Development Organizer) พ.ศ ๒๕๐๔ รัฐบาลไทยด้วยการสนับสนุนขององค์การสนธิสัญญาเอเชียอาคเนย์ (SEATO) จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือ ทางวิชาการพัฒนาการท้องถิ่นประจาภาคไทย-สปอ. (ศ.ว.พ.) ข้ึนที่จังหวัดอุบลราชธานีเป็นแห่งแรก ภายหลัง เปลย่ี นช่อื เป็นศูนยช์ ว่ ยเหลอื ทางวชิ าการพัฒนาชมุ ชนไทย-สปอ.
รายชอ่ื อธบิ ดีกรมการพฒั นาชมุ ชน (พศ.๒๕๐๕-ปี ๒๕๖๒) ๑. นาย สาย หุตะเจรญิ ๑ ตุลาคม ๒๕๐๕- ๓๐ กนั ยายน ๒๕๑๒ ๒. นายประสงค์ อิศรภักดี ๑ ตุลาคม ๒๕๑๒- ๓๐ กันยายน ๒๔๑๔ ๓. นาย พัฒน์ บุญยรตั น์พันธ์ุ ๑ ตลุ าคม ๒๕๑๔ – ๓๐ กันยายน ๒๕๑๘ ๔. นาย นริ ตุ ิ ไชยกลู ๑ ตลุ าคม ๒๕๑๘- ๓๐ กันยายน ๒๕๒๒ ๕. ร.ต.ท. ระดม มหาศรานนท์ ๑ ตุลาคม๒๕๒๒- ๓๐ กันยายน ๒๕๒๖ ๖. นาย สุวนยั ทองนพ ๑ ตุลาคม ๑๔๑๖- ๓๐ กันยายน ๒๕๓๑ ๗. นาย ศักดา อ้อพงษ์ ๑ ตลุ าคม ๒๕๓๑- ๓๐ กนั ยายน ๒๕๓๒ ๘. ดร.ยวุ ัฒน์ วุฒเิ มธี ๑ ตลุ าคม ๒๕๓๒ – ๓๐ กันยายน ๒๕๓๔ ๙. นาย สมติ ร กจิ จาหาญ ๑ ตุลาคม ๒๕๓๔ –๓๐ กนั ยายน ๒๕๓๖ ๑๐. นาย อภัย จนั ทนจลุ กะ ๑ ตุลาคม ๒๕๓๖- ๓๐ กนั ยายน๒๕๓๙ ๑๑. นายสมศกั ดิ์ ศรีวรรธนะ ๑ ตลุ าคม ๒๕๓๙- ๓๑ พฤษภาคม๒๕๔๑ ๑๒.นายไพโรจน์ พรหมสน์ ๑ มิถุนายน ๒๕๔๑-๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๑ ๑๓. นายจเดจ็ อนิ ทร์สวา่ ง ๑ มนี าคม๒๕๔๓- ๓๐ กนั ยายน ๒๕๔๔ ๑๔. นายสจุ ริต ปจั ฉมิ นันท์ ๑ ตลุ าคม ๒๕๔๔ –๓๐ กนั ยายน ๒๕๔๕ ๑๕. นายสจุ รติ นนั ทมนตรี ๑ ตุลาคม ๒๕๔๕- ๔ มิถุนายน ๒๕๔๖ ๑๖. นายชัยสทิ ธิ์ โหตระกิตย์ ๕ มิถนุ ายน ๒๕๔๖-๓๐ กันยายน ๒๕๔๘ ๑๗. ดร.นริ นั ดร์ จงวุฒเิ วศน์ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๘- ๓๐ กนั ยายน ๒๕๕๐ ๑๘. นาย ปรีชา บตุ รศรี ๑ ตุลาคม ๒๕๕๐ -๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๑ ๑๙. นายชุมพร พลรกั ษ์ ๒๐ ตลุ าคม ๒๕๕๑- ๑๕ มนี าคม ๒๕๕๒ ๒๐.นาย ไพรตั น์ สกลพนั ธุ์ ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๒- ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒ ๒๑.นาย มงคล สุระสัจจะ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๒ -๒๙ เมษายน ๒๕๕๓ ๒๒.นายวิเชยี ร ชวลิต ๒๓.นายสรุ ชัย ขนั อาสา ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๓ -๑๕ ธนั วาคม ๒๕๕๓ ๒๔.นายประภาส บุญยนิ ดี ๒๐ ธันวาคม๒๕๕๓ - ๒๔ พฤจิกายน ๒๕๕๔ ๒๕.นายขวญั ชัย วงศน์ ติ กิ ร ๒๔ พฤจิกายน ๒๕๕๔- ๓๐ กนั ยายน-๒๕๕๕ ๒๖.นาย ไมตรี อินทุสตุ ๑ ตลุ าคม ๒๕๕๕ - ๓๐ กนั ยายน ๒๕๕๘ ๒๗.นายอภชิ าติ โตดลิ กเวชช์ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๘- ๑ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ๒๘.นายนิสิต จนั ทร์สมวงศ์ ๒ ตลุ าคม๒๕๕๘- ๓๐กันยายน๒๕61 ๑ ตลุ าคม ๒๕๖๑ – ปจั จบุ ัน อธบิ ดกี รมการพัฒนาชมุ ชน
ความเป็นมาของกรมการพัฒนาชุมชน : รากฐานการพฒั นาชนบทไทย จากพัฒนาการท้องถนิ่ ผา่ นกรมมหาดไทย สกู่ รมการพัฒนาชมุ ชน (พ.ศ. ๒๕๐๕-๒๕๕๐) ชนบทไทยเม่ือ ๕๐ ปีก่อนประชากรส่วนใหญ่ยังด้อยความเจริญมีการศึกษาต่า ยากจนเจ้าหน้าท่ีของ รัฐเข้าไม่ถึงประชาชน ซึ่งส่งผลต่อความม่ันคงของประเทศ เพ่ือให้การพัฒนาเกิดความย่ังยนื ประชาชนต้องเข้า มามีส่วนร่วมในการตัดสนิ ใจและพัฒนาท้องถ่นิ ของตนเอง ใน ปพี .ศ. ๒๕๐๕ ได้มีพระราชบัญญัติปรบั ปรุงกระทรวง ทบวง กรม ฉบบั ที่ ๑๐ และพระราชบัญญัติ โอนกิจการบริหารของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีการปรับปรุงใหม่ พ. ศ. ๒๕๐๕ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษเล่มที่ ๗๙ ตอนที่ ๘๙ เมื่อวันท่ี ๓๐ กันยายน ๒๕๐๕ ให้ แยกงานพัฒนาการท้องถ่ินออกจากกรม มหาดไทยมาต้ังเป็นกรมใหม่ช่ือว่า “ กรมการพัฒนาชุมชน” ส่วนกรมมหาดไทยเปลี่ยนช่ือเป็น“ กรมการ ปกครอง” โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้แถลงต่อสภาฯ ถึงเหตุผลความจาเป็นของการตั้ง หนว่ ยงานใหม่ ดังน้ัน กรมการพัฒนาชุมชนจึงก่อตั้งขึ้นเม่ือวันท่ี ๑ ตุลาคมพ. ศ. ๒๕๐๕ โดยพันธกิจ ที่กระทรวงมหาดไทยและรัฐบาลมีเจตนารมณ์ มอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชน คือ ปรับปรุงระดับความ เปน็ อยูแ่ ละมาตรฐานการครองชพี ของประชาชนในหม่บู ้านให้ดีย่งิ ขึ้น โดยเน้นหนักในทางส่งเสรมิ ให้ราษฎรเข้า มาร่วมมือดาเนินงานในแบบการช่วยตวั เองอันเปน็ ปัจจัยสาคัญตามหลักการพัฒนาชมุ ชนที่ว่าพัฒนากรจะต้อง ทางานกับประชาชน มใิ ช่ทาให้ประชาชนเพือ่ ใหบ้ งั เกดิ ผลสมตามเจตนารมณ์ท่สี าคัญ ๓ ประการ
๑. ประชาชนชาวไทยมมี าตรฐานการครองชีพสงู ขึ้น ๒. ทัศนคติของประชาชนเปล่ียนจาก “ การรอคอยหวังความช่วยเหลือจากรัฐบาลอย่างเดียว” มาเป็น“รว่ มมอื กนั ช่วยเหลอื ตนเอง” ๓. ประชาชนรจู้ กั สทิ ธแิ ละหนา้ ที่ สามารถปกครองตนเองไดต้ ามวถิ ที าง ในระบอบประชาธปิ ไตยโดยมี “ พัฒนากร” เป็นข้าราชการหลักทางานรว่ มกบั ประชาชนในหมบู่ า้ น ตาบล กรมการพัฒนาชุมชนได้ปรับปรุงพัฒนาองค์การอย่างเป็นระบบนับตั้งแต่ได้มีการก่อตั้งขึ้นเม่ือวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๐๕ โดยการปรับปรุงกระบวนการทางานและภารกิจให้สอดคล้องกับกระแสการพัฒนา และ สภาพการณ์ของสงั คมในแตล่ ะยคุ สมัยตามความเหมาะสม จาแนกเป็น ๕ ระยะคือ ระยะแรก : ก่อรา่ งสร้างองค์การ (พ. ศ. ๒๕๐๕-๒๕๑๔) ระยะท่ี ๒ : สร้างพลงั ชุมชน (พ. ศ. ๒๕๑๕-๒๕๒๔) ระยะที่ ๓ : สู่ระบบบรหิ ารการพัฒนาชนบทแห่งชาติ (พ. ศ. ๒๕๒๕-๒๕๓๔) ระยะท่ี ๔ : เสริมสร้างความเขม้ แขง็ ของชุมชน (พ. ศ. ๒๕๓๕-๒๕๔๔) ระยะท่ี ๕ : สยู่ คุ ใหม่ของระบบราชการพ. ศ. ๒๕๔๕-๒๕๕๔)
ยคุ แรก ก่อรา่ งสรา้ งองค์กร (พ ศ.๒๕๐๕-๒๕๑๔) การดาเนนิ งานพัฒนาชุมชนในระยะนเ้ี นน้ การกระตุน้ ประชาชนใหร้ ่วมมือกนั แกป้ ัญหาของตนเองและ หมู่บ้านเพ่ือความม่ันคงของชาติรวมทั้งกระตุ้นให้ประชาชนรับเอาบริการของรัฐบาลมาทาให้เกิดประโยชน์ใน การพัฒนาหมู่บา้ นชุมชนของตน ได้มกี ารพฒั นาต้นแบบกจิ กรรมพฒั นาชุมชนและกระบวนการพัฒนาชุมชนใน หลายเรื่องที่ยังคงใช้มาจนถึงปัจจุบัน ได้แก่ การจัดทาแผนพัฒนาชุมชน ๕ ปี การจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ทดลองรูปแบบศูนย์พัฒนาอาชีพสร้างหลักสูตรพัฒนาผู้นาท้องถิ่น พัฒนาระบบการสารวจข้อมูลชุมชน จัดต้ัง องคก์ รบริหารการพัฒนาระดับหมบู่ า้ น ตาบล ในยคุ นี้มอี ธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนผู้มบี ทบาทกาหนดทิศทางสร้างสรรค์งานพฒั นาชุมชน จานวน 2 ท่าน ได้แก่ ลาดบั ที่ ๑ นายสาย หตุ ะเจริญ ดารงตาแหนง่ ๑ ตลุ าคม ๒๕๐๕-๓๐ กนั ยายน ๒๕๑๒ มอี ดุ มการณ์ในการทางาน คอื รกั ชนบท อดทน ประสานงาน คือ อุดมการณ์ของงานพฒั นาชุมชนเป็นผู้ก่อต้ัง กรมการพัฒนาชุมชน ริเร่ิมนาหลักการพัฒนาชุมชนมาใช้ให้กาเนิด พัฒนากร คากล่าว ขอให้พัฒนากรระลึก ไว้เสมอว่าพัฒนากรมีบทบาทและหน้าที่สาคัญท่ีสุดในการพัฒนาคน ให้มีการศึกษาดี มีเงินใช้ไร้ราคา เพ่อื ให้มีความรคู้ วามสามารถ และรว่ มมอื ในการสรา้ งความเจริญทัง้ ทางดา้ นเศรษฐกจิ และสงั คมแก่ชุมชน สหกรณ์ออมทรัพย์กรมการพัฒนาชุมชน จัดต้ังเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๑๑ ในสมัยของ นายสาย หุตะเจริญ อธบิ ดีกรมการพฒั นาชุมชน เพอ่ื เปน็ สวสั ดิการและช่วยเหลอื ข้าราชการและลกู จ้างของกรมการพัฒนาชุมชน ท่ี ประสบปัญหาด้านการเงิน โดยสหกรณ์เป็นแหล่งเงินกู้และแก้ปัญหาทางการเงินของสม าชิก ปจั จุบันมจี านวนสมาชิกกว่า ๙ พนั คน และมสี นิ ทรัพยร์ วมกวา่ ๕,๖๕๓ลา้ นบาท ลาดับท่ี ๒ นายประสงค์ อิศรภักดี ดารงตาแหน่ง ๑ ตุลาคม ๒๕๑๒-๓๐กันยายน ๒๔๑๔ มีอุดมการณ์ในการทางาน คือ การพัฒนาชุมชน เป็นวิธีนาความเปลี่ยนแปลงไปสู่ชนบทให้เจริญ โดยอาศัยความร่วมมือของประชาชนและเจา้ หน้าทข่ี องรฐั บาลเป็นหลกั สาคญั
ในระยะแรกของการก่อต้ังกรมการพัฒนาชุมชนได้กาหนดหน้าที่ของกรมการพัฒนาชุมชน ไว้ ๘ ประการ ตามคาส่ังกรมการพัฒนาชุมชนที่ ๑๐๗ / ๒๕๐๖ ลงวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๐๖ เร่ืองการแบ่ง งานและระเบียบวธิ ีปฏิบตั ริ าชการของกรมการพฒั นาชมุ ชนคอื ๑. ยกมาตรฐานการครองชีพประชาชนในชนบทให้สงู ข้ึน และมีความม่ันคง ๒. ฝกึ อบรมเจ้าหน้าท่ีและผู้นาท้องถ่นิ เพือ่ ให้เขา้ ใจในหลักการ และ วธิ ีดาเนนิ งาน ในการพฒั นาชมุ ชน ๓. ใหก้ ารศึกษาและฝกึ อบรมประชาชนใหม้ คี วามร้ใู นแบบและงานฝมี ือสมัยใหม่ เพ่ือการครองชพี ที่ดขี น้ึ ๔. ส่งเสริมและฝึกอบรมประชาชนให้เขา้ ใจวิถีการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย ๕. นเิ ทศการปฏบิ ตั ิงานของเจา้ หน้าทแี่ ละทาการวิจยั และประเมินผลงานพัฒนาชุมชน ๖. เปน็ สถาบันเพ่ือการศึกษาคน้ คว้าทางวิชาการเกย่ี วกบั งานพัฒนาชุมชนของนานาประเทศ ท้งั ในทางทฤษฎีและปฏิบตั ิ ๗. เปน็ ศนู ย์กลางในการบรหิ ารงานพัฒนาชุมชน ประสานการบริการทางวชิ าการ ของกระทรวง ทบวง กรม และองค์กรตา่ ง ๆ ทเ่ี กยี่ วข้อง ๘. เปน็ สานกั งานเลขาธิการของคณะกรรมการพัฒนาชุมชนแหง่ ชาติและคณะกรรมการบริหาร และประสานงานพฒั นาชุมชนแห่งชาติ
โครงการปฏิบตั ิงานในปี พ. ศ. ๒๕๐๖ มจี านวน ๙ โครงการ ๑. โครงการเปดิ เขตพฒั นาอาเภอ ๒. โครงการฝึกอบรมเจา้ หน้าท่ี ๓. โครงการพฒั นาผนู้ าทอ้ งถิ่น ๔. โครงการพฒั นากลมุ่ อาชีพ ๕. โครงการสง่ เสริมสาธารณะสมบัติของชมุ ชน ๖. โครงการพัฒนากจิ กรรมสตรี เด็ก และเยาวชน ๗. โครงการสง่ เสริมและเผยแพร่ ๘. โครงการวิจยั และประเมนิ ผล ๙. โครงการศนู ย์ ศวพ.(ศนู ยช์ ่วยเหลือทางวิชาการพฒั นาชุมชน) การดาเนนิ งานพัฒนาชุมชนในระยะนเี้ น้นการกระตุน้ ประชาชนใหร้ ว่ มมือกนั แกป้ ัญหาของตนเองและ หมบู่ า้ นเพอ่ื ความมนั่ คงของชาติ รวมท้งั กระตุ้นใหป้ ระชาชนรบั เอาบริการของรฐั บาลมาทาให้ เกดิ ประโยชน์ในการพัฒนาหมู่บ้านชุมชนของตนซ่ึงเป็นการส่งเสริมให้โครงการพัฒนาท่ีหน่วยงานต่าง ๆริเริ่ม ดาเนินการได้บังเกิดผลดีย่ิงข้ึนแก่ประชาชน ได้มีการพัฒนาต้นแบบกิจกรรมพัฒนาชุมชนและ กระบวนการพัฒนาชุมชนในหลายเรื่องท่ียังคงใช้มาจนถึงปัจจุบันบางเร่ืองก็มีการพัฒนาต่อในระยะหลังจน กลายเปน็ ระบบของชาตแิ ละบางเร่ืองกม็ หี นว่ ยงานอ่นื นาไปประยกุ ต์ใช้อยา่ งแพรห่ ลาย งานสาคัญท่ีรเิ ร่ิมและพฒั นาข้ึนมาในระยะน้ไี ด้แก่ ๑. การพัฒนารูปแบบการจัดทาแผนพัฒนาชุมชน ๕ ปี ซึ่งเป็นรูปแบบของการจัดทาแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมของชุมชนระดับตาบลดว้ ยการดาเนินการวิจยั เชิงปฏิบัติการโดยมี นายวชิ ิต ศุขะวิริยะ รอง อธิบดีฯฝ่ายปฏิบัตินายสุวิทย์ ยิ่งวรพันธุ์ หัวหน้ากองวิจัยและประเมินผลนายเสน่ห์ วัฒนาธร หัวหน้ากองปฏิบัติการ และดร.อมร รักษาสัตย์ ท่ีปรึกษางานวิจัยของกรมการพัฒนาชุมชนเป็นผู้ดาเนินการ และท้ายท่ีสุดผลการวิจัยก็ได้นามาแก้ไขระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทาแผนพัฒนาชุมชน ๕ ปี พ. ศ. ๒๕๐๕ เม่ือเดอื นกันยายน ๒๕๐๘ ๒. การจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กท่ีบริหารงานโดยชุมชน เพ่ือแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองและดูแล เด็กเล็กวัย ๓-๖ ปีให้ได้รับการพัฒนาทั้งร่างกาย จิตใจ และสติปัญญาชุมชนท่ีจัดการโดยชุมชน และชุมชนได้ สมทบท้ังแรงงาน เงิน วัสดุและสติปัญญาในการดาเนินต้ังแต่สร้างอาคาร ดูแลเด็ก บริหารศูนย์ จนถึงการหาทุน
กรมการพัฒนาชุมชนร่วมกับองค์การยูนิเซฟดาเนินการทดลองโครงการพัฒนาเด็กเล็กเม่ือปี ๒๕๑๐ ในจังหวัดนครปฐม สระบุรี นครราชสีมามิการออกแบบระบบการบริหารศูนย์พัฒ นาเด็กเล็ก โดยชุมชน ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการพัฒนาหมู่บ้านและคณะกรรมการพัฒนาตาบล และผู้ดูแลเด็ก (ผดด.) ซ่ึงเป็นสตรีในหมู่บ้านอายุ ๑๖-๔๖ ปี ที่ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการพัฒนาหมู่บ้าน และคณะกรรมการพัฒนาตาบลให้ทาหน้าที่ผู้ดูแลเด็กโดยกรมฯได้พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมผู้ดูแลเด็ก ก่อนประจาการร่วมกับโรงเรียนอนุบาลละอออุทิศ วิทยาลัยครูสวนดสุ ิต เป็นหลักสูตรพิเศษใช้เวลา ๙๐ วันผล ของการทดลองเป็นที่สนใจของประชาชนในจังหวัดต่าง ๆ อย่างกว้างขวางจนถึงปี ๒๕๑๕ มีการขยายเขต ดาเนินงานเพิ่มอีก ๔ จังหวัดคือ อุดรธานีชัยภูมิประจวบคีรีขันธ์ และสงขลา กรมการพัฒนาชุมชนจึงกาหนด เป็นนโยบายส่งเสริมการดาเนินงานศูนย์พัฒนาเด็กเลก็ ออกไปทั่วประเทศตงั้ แต่ ปี ๒๕๑๕ เป็นตน้ มา ๓. การทดลองรูปแบบศูนย์พัฒนาอาชีพ การจัดต้ังศูนย์พัฒนาอาชีพทดลองแห่งแรกดาเนินการ ใน ปี ๒๕๑๒ ท่ีตาบลซาผักแพว อาเภอแกง่ คอย จังหวดั สระบุรี โดยการสนับสนนุ จากองค์การแรงงานระหว่าง ประเทศ (ILO) รว่ มกับหนว่ ยงานตา่ ง ๆ ทีเ่ กยี่ วขอ้ ง เพอ่ื สรา้ งสถาบนั ฝึกอบรมอาชพี ในระดบั หม่บู ้านอย่างถาวร เ ปิ ด ก า ร ฝึ ก อ บ ร ม รุ่ น แ ร ก เ ม่ื อ เ ดื อ น สิ ง ห า ค ม ๒ ๕ ๑ ๑ ก า ร ฝึ ก อ บ ร ม เ น้ น ด้ า น ช่ า ง เ ค รื่ อ ง และการเกษตร และในปี ๒๕๑๔ ได้รับการสนับสนุนจากสานักงบประมาณจัดต้ังศูนย์พัฒนาอาชีพ ขนึ้ อีกแหง่ หนง่ึ ทต่ี าบลหนองบวั อาเภอเมอื ง จังหวดั กาญจนบรุ ี ๔. การทดลองรูปแบบการพัฒนาหมู่บ้านเกษตรกรรมซึ่งเป็นการนาแนวทางการดาเนินงาน พัฒนาชุมชนท่ีตาบลบอร์โกอามอสซาโน ประเทศอิตาลี มาปรับใช้ โดยการสนับสนุนของบริษัทเชลล์ แห่งประเทศไทยจากดั ดาเนนิ การในปี ๒๕๐๘ ทีต่ าบลสารภี อาเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมาใช้ช่ือว่า โครงการสารภี ต่อมาในปี ๒๕๑๔ มูลนิธิเพ่ือการศึกษา และประชาสงเคราะห์ก็ได้ให้ความช่วยเหลือการดาเนินงานในลักษณะเดียวกันที่ตาบลขัวมุง อาเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่และตาบลละงู อาเภอละงู จังหวัดสตูลโครงการสารภีน้ีเป็นจุดเริ่มต้นของการริเร่ิมกิจกรรม สาคญั ของกรมการพฒั นาชุมชนในระยะตอ่ มานั่น คอื กลมุ่ ออมทรัพยเ์ พ่ือการผลติ
๕. การพัฒนาหลักสูตรพัฒนาผู้นาท้องถ่ินประเภทต่าง ๆได้แก่คณะกรรมการพัฒนาหมู่บ้าน คณะกรรมการพัฒนาตาบล ผู้นาเยาวชนผู้นาสตรีโดยหลักสูตรการฝึกอบรมท่ีพัฒนาขึ้นเป็นเอกลักษณ์ ของการพัฒนาคนตามแบบพัฒนาชุมชนที่สาคัญยิ่ง กล่าวคือ เป็นการฝึกอบรมที่มุ่งพัฒนาภาวะผู้นา และทักษะการบริหารจัดการกิจกรรมชุมชน รวมท้ัง การทางานเป็นกลุ่มเป็นสาคัญกรมการพัฒนาชุมชน ได้นาหลักการทางานแบบช่วยกันคิด (Non-directive approach) มาผสมผสานเข้ากับการฝึกอบรม อย่างกลมกลืน ผู้นาท่ีผ่านหลักสูตรนี้ได้กลายเป็นทรัพยากรบุคคลที่สาคัญในการบริหารจัดการชุมชน และการจดั ตัง้ กลมุ่ องคก์ รในชมุ ชนในระยะต่อมา ๖. การพัฒนาระบบการสารวจข้อมูลชุมชน ทั้งน้ีด้วยเห็นจาเป็นที่ว่าการทางานด้วยการพัฒนา ชุมชนน้ันเจ้าหน้าที่ต้องมีความเข้าใจในลักษณะของชุมชนและประชาชนท่ีจะเข้าไปทางานด้วยอย่างถ่องแท้ และต้องมีเคร่ืองบ่งช้ีความก้าวหน้าในการพัฒนาจึงมีการพัฒนาระบบการ สารวจข้อมูลชุมชน ขึ้น และออกเป็นระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการสารวจเบ้ืองต้นเมื่อเปิดเขต พัฒนาอาเภอ พ.ศ. ๒๕๐๙ รวมท้ังออกแบบงานวิจัยและประเมินผลให้มีหน่วยงานรับผิดชอบระดับกองใช้งานวิจัย เป็น“ เสมือนเครื่องเรดาร์ท่ีค้นหาและแนะแนวทางท่ีเหมาะสมในการปฏิบัติงาน” และใช้การประเมินเป็น“ เครอื่ งวดั และตาชั่ง” ซ่งึ วัดผลการดาเนินงานว่าตรงตามเป้าหมายหรือไม่ แล้วนาผลไปเปรยี บเทยี บพจิ ารณาว่า งานท่ีดาเนินการไปแล้วมีประสิทธิภาพเพียงใดการวิจัยสารวจสภาวะเริ่มแรกของประชาชนในเขตพัฒนาจึงมี ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า“ Benchmark Survey” รายงานการสารวจถือได้ว่าเป็นข้อมูลท่ีสาคัญ ทางประวตั ศิ าสตรข์ องชมุ ชนในปัจจบุ ัน ๗. การพัฒนาระบบการส่งเสริมการพัฒนาแบบช่วยกันคิด ซ่ึงหน่วยงานหลายแห่ง ก็ได้มีความพยายามท่ีจะใช้แนวทางการทางานรูปแบบน้ีอยู่เช่นกันในขณะนั้น แต่ความเข้าใจและความเช่ือใน การทางานยังไม่ถูกต้องกรมการพัฒนาชุมชนได้ศึกษาค้นคว้าและเผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับการทางาน แบบช่วยกันคิดน้ีอย่างจริงจังและกว้างขวาง อีกท้ังมีการวางและพัฒนาระบบงานให้เอ้ือกับการทางาน แบบช่วยกันคิดอย่างแท้จริงและได้ทาความเข้าใจกับเจ้าหน้าท่ีหลายคร้ัง จนเป็นองค์ความรู้สาคัญ ตอ่ วงการพัฒนาจนถงึ ปจั จบุ นั
๘.การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการโดยชุมชน การจัดตั้งให้มีองค์กรบริหารการพัฒนา ระดับหมู่บ้าน ระดับตาบลการวางแผนงานโครงการพัฒนาชุมชน การประชุมปรึกษาหารือระหว่างประชาชน ก า ร มี ศู น ย์ ป ฏิ บั ติ ก า ร ห รื อ ศู น ย์ ก ล า ง ก า ร พั ฒ น า ข อ ง ห มู่ บ้ า น ต า บ ล ทั้ ง ใ น รู ป ข อ ง ศ า ล า ป ร ะ ช า ค ม หรือศูนย์พัฒนาตาบล ล้วนแต่พัฒนารูปแบบให้ชัดเจนข้ึนตั้งแต่ในช่วง ๑๐ ปีแรก ของการก่อตั้งกรม การพัฒนาชุมชนทั้งสิ้น นอกจากนี้ ยังได้ริเริ่มการคัดเลือกผู้นาท้องถิ่นที่มีจิตใจเสียสละเพื่อส่วนรวม เป็นผู้นาอาสาพัฒนาชุมชนเพื่อช่วยเหลือการทางานของคณะกรรมการพัฒนาหมู่บ้านและคณะกร รม การพัฒนาตาบล ท้ังหมดน้ีก็เพื่อให้ตาบลสามารถยกระดับขึ้นเป็นองค์การบริหารส่วนตาบล หรือหนว่ ยการปกครองตนเองไดใ้ นที่สดุ ๙. การพัฒนาระบบการประสานงานระหว่างหนว่ ยงานต่าง ๆ เพื่อการพัฒนาชุมชน โดยมีแผนการ พัฒนาชมุ ชนและข้อมูลชุมชนเป็นกลไกได้มกี ารปรับปรุงแผนการพัฒนาชุมชนแห่งชาติและจดั ระบบการบริหาร การพัฒนาชุมชนให้เกิดการประสานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ได้อย่างจริงจังซึ่งระบบน้ีมีรูปแบบใกล้เคียงกับ ระบบการบริหารการพัฒนาของชาติที่ใช้ในปัจจุบัน อย่างมาก ข้าราชการของกรมการพัฒนาชุมชนท่ีได้รับ แต่งต้ังให้ประจาปฏิบัติงานในตาบล / หมู่บ้านที่เปิดเขต พัฒนา คือ “ พัฒนากร” มีบทบาทเป็นตัวเชื่อม ประสานระหว่างหน่วยงานของรัฐกับประชาชนท่ีอยู่ในบ้าน นาเอาปัญหาความต้องการของประชาชนมาให้ หนว่ ยงานของรฐั พฒั นากร ๑ คนรบั ผดิ ชอบ ๑ ตาบล และเนือ่ งจากหน่วยงานของรัฐมีน้อยและยังไม่สามารถ ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปปฏิบัติงานในระดับตาบลได้ เพื่อความรวดเร็วและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า “ พัฒนากร” จึงต้องทางานเอนกประสงค์ (Multipurpose Worker) กล่าวคือรับผิดชอบการดาเนินงานพัฒนาชุมชนในทุก ด้านรวมทั้งเป็นผู้นาบริการจากหน่วยงานภายนอกเข้าไปถึงมีประชาชนและขณะเดียวกันก็นาปัญหาความ ต้องการของชาวบ้านมาสู่เจ้าหน้าที่ของรัฐพร้อมกับจัดให้มีเจ้าหน้าท่ีวิชาการประจาอาเภอเรียกว่าพัฒนากร สดย. (สตรีเด็กเยาวชน) จานวน ๓ คนต่ออาเภอโดยให้เป็นผู้รับผิดชอบสนับสนุนทางวิชาการแก่พัฒนากรใน ดา้ นการพัฒนาสงั คมการพฒั นาอตุ สาหกรรมในครัวเรือนการพัฒนาการบริโภค และการถนอมอาหาร
สรุประยะแรก ในระยะแรกจะเน้นการกระตุ้นประชาชนให้มีร่วมมือกันในการแก้ปัญหาของตนเองและหมู่บ้านเพ่ื อ ความมั่นคงของชาติรวมทั้งกระตุ้นให้ประชาชนรับเอาบริการของรัฐบาลมาทาให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนา หมู่บ้านชุมชนของตน และได้มีการพัฒนาต้นแบบกิจกรรมพัฒนาชุมชนและกระบวนการพัฒนาชุมชนในหลาย เร่ืองท่ียังคง ใช้มาจนถึงปัจจุบัน ได้แก่ การจัดทาแผนพัฒนาชุมชน ๕ ปี การจัดต้ังศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ทดลอง รูปแบบศูนย์พัฒนาอาชีพสร้างหลักสูตรพัฒนาผู้นาท้องถ่ิน พัฒนาระบบการสารวจข้อมูลชุมชน จัดตั้งองค์กร บริหารการพัฒนาระดับหมู่บ้าน ตาบล ในยุคนี้มีอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน จานวน๒ ท่านได้แก่ ๑. นาย สาย หุตะเจริญ ดารงตาแหน่ง ๑ ตุลาคม ๒๕๐๕-๓๐ กันยายน ๒๕๑๒ ๒.นายประสงค์ อิศรภักดี ดารง ตาแหน่ง ๑ ตุลาคม ๒๕๑๒-๓๐กันยายน ๒๔๑๔ มีอุดมการณ์ในการทางาน แต่ละท่านมีอุดมการณ์ในการ ทางานที่แตกต่างกันไป โดยส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นในเรื่องการริเริ่มนาหลักการพัฒนาชมุ ชนมาใชใ้ ห้กาเนิด พัฒนา กรมีบทบาทและหน้าท่ีสาคัญท่ีสุดในการพัฒนาคนและอาศัยความร่วมมือของประชาชนและเจ้าหน้าท่ีของ รัฐบาลเป็นหลักสาคัญ งานสาคัญที่ริเร่ิมและพัฒนาขึ้นมาในระยะนี้ได้แก่๑. การพัฒนารูปแบบการจัดทา แผนพัฒนาชุมชน ๕ ปี ๒. การจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่บริหารงานโดยชุมชน๓. การทดลองรูปแบบศูนย์ พัฒนาอาชีพ๔. การทดลองรูปแบบการพัฒนาหมู่บ้านเกษตรกรรม๕. การพัฒนาหลักสูตรพัฒนาผู้นาท้องถ่ิน ประเภทต่างๆ๖. การพัฒนาระบบการสารวจข้อมูลชุมชน๗. การพัฒนาระบบการส่งเสริมการพัฒนาแบบ ช่วยกันคิด๘.การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการโดยชุมชน๙. การพัฒนาระบบการประสานงานระหว่าง หน่วยงานต่างๆ ในระยะนี้เน้นการกระตุ้นประชาชนให้ร่วมมือกันแก้ปัญหาของตนเองและหมู่บ้านเพ่ือความ ม่ันคงของชาติ รวมทั้งกระตุ้นให้ประชาชนรับเอาบริการของรัฐบาลมาทาให้ เกิดประโยชน์ในการพัฒนา หมู่บา้ นชุมชนของตนเป็นการสง่ เสรมิ ให้เกดิ โครงการทเี่ ป็นผลดีแก่ประชาชนมากขึน้
ยคุ ท่ี ๒ สร้างพลงั ชุมชน (พ. ศ. ๒๕๐๕-๒๕๒๔) ก า ร ด า เ นิ น ง า น พั ฒ น า ชุ ม ช น ใ น ร ะ ย ะ นี้ เ น้ น ก า ร ท า ง า น ต า ม แ น ว ค ว า ม คิ ด ก า ร มี ส่ ว น ร่ ว ม ของประชาชน ส่งเสริมใหป้ ระชาชนรจู้ กั การช่วยเหลือตนเองและชมุ ชนย่ิงขึ้นเน้นยทุ ธศาสตร์ต่อสู้กบั การแทรก ซึมของคอมมิวนิสต์ให้ความสาคัญต่อการสร้างผู้นาและการรวมกลุ่มให้มีกลุ่มกิจกรรมต่าง ๆข้ึน ในหมู่บ้าน / ตาบลเพ่ือเป็นฐานหรือเป็นพลังในการพัฒนา นอกจากน้ียังได้ริเร่ิมงานอาสาสมัครขึ้น โดยมีจุดหมายที่สาคญั ได้แก่ การสร้างพลังของหม่บู า้ น (ชมุ ชน) ให้เกิดขึ้นแลว้ นาพลังนนั้ มาใชป้ ระโยชนใ์ นการ พฒั นา ใ น ยุ ค น้ี มี อ ธิ บ ดี ก ร ม ก า ร พั ฒ น า ชุ ม ช น ผู้ มี บ ท บ า ท ก า ห น ด ทิ ศ ท า ง ส ร้ า ง ส ร ร ค์ ง า น พั ฒ น า ชุ ม ช น จานวน ๓ ทา่ น ไดแ้ ก่ ลาดับท่ี ๓ นายพัฒน์ บญุ ยรตั น์พนั ธ์ุ ดารงตาแหน่ง ๑ ตุลาคม ๒๕๑๔ – ๓๐กนั ยายน ๒๕๑๘ มีอดุ มการณใ์ นการทางาน คือ สร้างพลงั ชมุ ชนและใช้พลงั ชมุ ชนในการพัฒนาชุมชน คาปฏญิ าณของนักปกครอง ความทุกขข์ องประชาชนอยทู่ ี่ไหนเราตอ้ งไปทนี่ ัน้ ลาดับท่ี ๔ นายนิรุติ ไชยกลู ดารงตาแหน่ง ๑ ตุลาคม ๒๕๑๘-๓๐ กันยายน ๒๕๒๒ มอี ดุ มการณใ์ นการทางาน คอื ขยนั เช่อื มัน่ ประสานงาน คอื อุดมการณข์ องงานพฒั นาชมุ ชน ลาดับที่ ๕ ร.ต.ท. ระดม มหาศรานนท์ ดารงตาแหนง่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๒-๓๐ กนั ยายน ๒๕๒๖ มีอุดมการณ์ ในการทางาน คือ เสียสละ มานะ อดทน ร่วมช่วยเหลือ เพื่อสร้างสรรค์ คุณภาพของคน ท้งั จากองคก์ ารเอกชน ราษฎร และราชการ คือ อุดมการณ์ของงานพฒั นาชมุ ชน
ระยะสร้างพลังชุมชนเน้นการทางานตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของประชาชน ส่งเสริม ให้ประชาชนรู้จักการช่วยเหลือตนเองและชุมชนย่ิงขึ้น ให้ความสาคัญต่อการสร้างผู้นาและการรวมกลุ่ม ให้มกี จิ กรรมตา่ ง ๆขน้ึ ในหมู่บา้ น / ตาบล เพอื่ เปน็ ฐานหรอื เปน็ พลังในการพฒั นา เริ่มงานอาสาสมัคร มีจุดหมายท่ีสาคัญ คือ การสร้างพลังของหมู่บ้าน (ชุมชน) ให้เกิดขึ้นแล้วนาพลัง นัน้ มาใชป้ ระโยชน์ในการพฒั นา พ. ศ. ๒๕๑๕ มีการเปล่ียนแปลงองค์กรบริหารการพัฒนาระดับตาบล โดยประกาศคณะปฏิวัติ ฉบบั ที่ ๓๒๖ ลงวันท่ี ๑๓ ธนั วาคม ๒๕๑๕ ให้มสี ภาตาบลเปน็ องคก์ รเดยี ว โดยพัฒนากรเปน็ ท่ปี รึกษา บทบาทของกรมการพัฒนาชมุ ชน ปรบั เป็นดังน้ี ๑. ร่วมกับประชาชนในการยกระดับการครองชีพให้สูงขึ้นสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ๒. แก้ปัญหาอุปสรรคและความเดือดร้อนของประชาชนเก่ียวกับปัจจัยขั้นพ้ืนฐานที่จาเป็น ในการดารงชวี ติ ๓. ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการพัฒนาท้องถ่ินท่ีจาเป็น และเกินขีดความสามารถ ของประชาชน ๔. ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ผู้นาท้องถ่ินและเจ้าหน้าที่อื่นๆท่ีเกี่ยวข้องเพื่อเผยแพร่ และใหค้ วามร้ใู นหลกั การและวธิ กี ารพฒั นาชมุ ชน ๕. ให้การศึกษาและฝึกอบรมการประกอบอาชีพ และดาเนินชีวิตในครอบครัว แก่ประชาชน ระดับการครองชพี และสขุ ภาพอนามยั ๖.ส่งเสรมิ และรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนยี มประเพณี และวฒั นธรรมอันดีงาม ๗. สนับสนุนการกระจายอานาจการปกครองท้องถ่ินโดยฝึกดาเนินงานตามระบอบประชาธิปไตยข้นั พ้นื ฐานแกป่ ระชาชน ๘. ศึกษาวิจัยและประเมินผลงานพัฒนาชุมชนท้ังในทางทฤษฎีและปฏิบัติเพื่อเสนอ แนวคิดหลกั การ วิธีการ และผลการดาเนนิ งาน ๙. สนับสนุนให้บุคคล กลุ่มบุคคล และอาสาสมัครเอกชนใช้ความรู้ความสามารถให้เป็นประโยชน์ต่อ ชมุ ชน สังคมและประเทศชาติ
๑๐. เป็นศูนย์กลางบริหารงานพัฒนาชุมชนและทาหน้าท่ีประสานงานกับกระทรวง ทบวง กรม และองคก์ รต่าง ๆท่เี ก่ียวข้อง ๑๑. เป็นสานักงานเลขาธิการของคณะกรรมการบริหารและประสานงานพัฒนาชุมชนและกรรมการ อ่นื ๆ ทีส่ นบั สนนุ ๑๒. หน้าที่อ่ืน ๆ ตามที่รัฐบาลหรือกระทรวงมหาดไทยมอบหมายนอกจากนี้ยังมีการปรับโครงสร้าง องคก์ ารของกรมการพัฒนาชุมชนในปี ๒๕๑๙ ทาให้มกี ารปรับโครงการปฏบิ ัติงานเปน็ ๑๒ โครงการ ดงั น้ี ๑. โครงการพัฒนาผนู้ า ๒. โครงการพฒั นากลุ่มอาชพี ๓. โครงการพฒั นาเยาวชน ๔. โครงการพัฒนาสตรี ๕. โครงการพัฒนาเดก็ ๖. โครงการพฒั นาอาสาสมคั ร ๗. โครงการสง่ เสริมสาธารณสมบตั ิของชมุ ชน ๘. โครงการสง่ เสรมิ ความสมั พันธ์ ๙. โครงการสง่ เสริมการใชเ้ วลาว่างให้เปน็ ประโยชน์ ๑๐ โครงการฝกึ อบรมเจ้าหนา้ ที่ ๑๑. โครงการวจิ ัยและวางแผน ๑๒. โครงการพฒั นาพเิ ศษ ในชว่ ง ๑๐ ปีนกี้ ารบริหารงานพัฒนาชมุ ชนไดป้ รบั ปรงุ ถึง ๒ ครง้ั ดังนี้ ครั้งที่ ๑ : โครงสร้างการพัฒนาชุมชน ๔-๔-๕-๔ ๑. ๑ นโยบายการพัฒนาชมุ ชน ประกอบดว้ ย ๑) ขจดั ความขดั แย้งระหวา่ งประชาชนต่อประชาชนและตอ่ รัฐบาล ๒) ปรบั ปรุงสง่ เสรมิ การครองชพี ของประชาชนในชนบทใหส้ งู ข้ึน ๓) สง่ เสริมความสามารถของกลมุ่ บคุ คลในการทางานรว่ มกัน ๔) ส่งเสริมประชาชนในหมู่บ้านให้มีความพึงใจมีความเชื่อมั่น และสามารถรับผิดชอบในการพัฒนา และคมุ้ ครองชมุ ชนของตน ๑. ๒ วัตถปุ ระสงคก์ ารพัฒนาชุมชน ประกอบด้วย ๑) เพ่ือดาเนินการให้ประชาชนมคี วามคดิ เห็นตรงกนั มีศรทั ธาอย่างเดียวกนั ๒) เพื่อกระตุ้นเตือนประชาชนให้มีความคิดริเร่ิมเกิดความต้องการในส่ิงจาเป็นแก่การดารงอยู่ และรว่ มกนั ทางานตามความสามารถของตน ๓) เพื่อพัฒนาประชาชนให้มีความรู้ความสามารถสูงขึ้นในการประกอบอาชีพและฝีมือในการทางาน ประเภทต่างๆ ๔) เพื่อฝึกให้ประชาชนได้ทางานเป็นกลุ่ม เพื่อให้เกิดพลังในการทางาน และฝึกหัดการดาเนินงาน แบบประชาธปิ ไตย
๑. ๓ เป้าหมายของการพฒั นาชุมชน ประกอบดว้ ย ๑) เร่งการเพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้ และลดรายจา่ ยของชมุ ชน ๒) ปรับปรงุ สง่ เสรมิ สิง่ แวดล้อมในชุมชนให้ดีขึ้น ๓) ปรบั ปรงุ สง่ เสริมการอนามัยและสขุ าภิบาล ๔) ส่งเสรมิ การศึกษาและวฒั นธรรม ตลอดจนให้เรียนร้ใู นสิง่ จาเป็น ๕) พฒั นาประชาชนให้ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์ตอ่ ตนเองและชุมชน ๑. ๔ จดุ มงุ่ หมายการดาเนินงานพฒั นาชุมชน ประกอบดว้ ย ๑) ม่งุ แปรเปลี่ยนทัศนะของประชาชน ๒) สร้างศรัทธาให้เกดิ ขนึ้ ในหม่ปู ระชาชน ๓) สง่ เสรมิ ให้เกิดการรวมกลมุ่ ๔) สง่ เสรมิ ใหก้ ลมุ่ มีพลงั ความสามารถในการปฏิบัตงิ าน และครองตนตามระบอบประชาธิปไตย คร้ังที่ ๒: หลักการปฏบิ ัตพิ จิ ารณาสภาวการณห์ ลักการปฏิบัติงานพัฒนาชมุ ชนคือหลักการ ๔ ป ประชาชน หมายถึง ทางานกับประชาชน พัฒนาทัศนคติของประชาชนทุกเพศ ทุกวัย และพิจารณา สภาวการณแ์ ละปัญหาของชุมชน และประชาชนเป็นหลกั ในการเรมิ่ งาน ประชาธิปไตย หมายถึง ทางานในรูปคณะกรรมการ ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนในท้องถิ่น ระดับหมู่บ้านตาบล สนับสนุนใหป้ ระชาชนรวมกลุ่มกัน ริเริ่มโครงการและกิจกรรมเพ่ือปรบั ปรุงท้องถ่ินตนเอง แ ล ะ อ า ศั ย ห ลั ก ก า ร เ ข้ า ถึ ง ป ร ะ ช า ช น ใ น ก า ร ท า ง า น แ ล ะ ร่ ว ม ง า น กั บ ผู้ น า ท้ อ ง ถิ่ น แ ล ะ ป ร ะ ช า ช น ในรปู กลุม่ ประสานงาน หมายถึง ร่วมมือและประสานงานกับทุกหน่วยงานองค์การท้ังของรัฐบาลและเอกชน ชักนาบริการของนักวิชาการไปสู่ประชาชนและกระตุ้นให้ประชาชนไปหานักวิชาการเพ่ือรับ บริการ ตามความตอ้ งการโดยเหมาะสม พฒั นากร จะเป็นผู้เช่อื มประสานงานระหวา่ งนักวชิ าการกับประชาชน ประหยัด หมายถึง ให้ประชาชนช่วยตนเองเป็นหลัก รัฐช่วยเหลือในส่ิงที่เกินความสามารถ ของประชาชนเท่านั้น ในการจัดทาโครงการกจิ กรรมตา่ ง ๆ พยายามนาทรพั ยากรในท้องถิ่นท้ังในด้านกาลังคน และวัสดุมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากท่ีสดุ ทุกฝ่ายร่วมกันคิดและวางแผนการปฏิบตั ิงานตามโครงการไวล้ ่วงหน้า ผลงานระยะน้ีเน้นยทุ ธศาสตร์ต่อสู้กับการแทรกซึมของคอมมิวนิสต์ การสร้างและการพฒั นาความสัมพนั ธ์ทาง สงั คมในชุมชน งานสาคญั ๆ ทรี่ ิเรม่ิ และพฒั นาในระยะนี้ ได้แก่ ๑. การพัฒนาขั้นตอนการส่งเสริมและพัฒนากลุ่มให้เป็นองค์ความรู้สาคัญในการพัฒนากลุ่มองค์กร ชุมชนทใี่ ชก้ นั แพรห่ ลายในปจั จุบนั และไดร้ บั การนาไปอ้างอิงเชงิ วชิ าการอยู่เสมอ ซ่ึงเรยี กว่าหลักการ ๓ ข้นั ๘ ตอนของการพัฒนากลุม่
๒. การพัฒนารูปแบบศูนย์เยาวชนชุมชนโดยให้มีการจัดต้ังศูนย์เยาวชนระดับตาบลขึ้นโดยให้ใช้ อาคารศูนย์พัฒนาตาบลหรือที่ทาการของคณะกรรมการพัฒนาตาบล เพื่อเป็นศูนย์รวมการติดต่อสื่อสัมพันธ์ และใหก้ ารสนับสนุนซงึ่ กันและกนั ระหวา่ งสมาชิกของกลุ่มเยาวชนประเภทกจิ กรรมตา่ ง ๆ นอกจากนี้ยังทาหน้าที่สนับสนุนกิจกรรมและประสานกิจกรรมให้ต่อเน่อื งกับกิจกรรมของกลมุ่ คนวัยอ่ืน ๆ ท้ังในระดับตาบลและหมู่บ้านช่วยให้ความรู้และให้ความช่วยเหลือท่ีผู้ปกครองของสมาชิกศูนย์เยาวชนด้วย พร้อมกบั ออกแบบการบริหารงานศูนย์เยาวชน ให้มีองค์กรบริหารงานศูนย์เป็นเยาวชนในตาบลนน้ั และมีท่ีปรึกษาเปน็ ผู้นาเยาวชนท่ีพน้ วยั เยาวชนไปแล้วและ ผู้นาชุมชนอ่ืนๆ อันเป็นรูปแบบของการบริหารจัดการโดยชมุ ชนอีกกจิ กรรมหน่งึ ๓. ทดลองจัดต้ังศูนย์ฝึกอบรมเยาวสตรี ในจังหวัดภาคเหนือขึ้นเพ่ือฝึกอบรมเยาวสตรีในภาคเหนือ ให้สมเป็นกุลสตรีมีความรู้ความสามารถพอท่ีจะประกอบอาชีพและมีชีวติ อยู่ในสังคมได้ด้วยดีและเป็นตัวอย่าง แก่เยาวสตรีอ่ืนๆในหมู่บ้านชนบทอีกด้วยกรมการพัฒนาชุมชนได้นาโครงการน้ีเสนอต่อคณะกรรมการสง่ เสริม เยาวชนแห่งชาติ สภาบริหารคณะปฏิวัติ และสานักงบประมาณได้รับความเห็นชอบในหลักการให้ดาเนินงาน เป็นการทดลองก่อนในปีงบประมาณ ๒๕๑๖ โดยใช้สานักงานพัฒนาชุมชนเขต ๕ จังหวัดลาปางเป็นสถานที่ ฝกึ อบรมทดลองฝึกอบรม ๒ รุ่นรวม ๑๐๐ คน
๔. ริเร่ิมให้มีวันกตัญญู เพ่ือยกฐานะผู้อาวุโสในชุมชนให้สูงข้ึนเพื่อให้พ้นวิถีทางของการต่อต้านการ เปล่ียนแปลงโดยส่งเสริมและสนับสนุนให้ชาวบ้านในเขตพัฒนาทุกแห่ง ร่วมมือร่วมใจกันแสดงออกซ่ึงความ กตัญญตู ่อผู้อาวุโสอนั มีพระคุณอย่างพร้อมเพียง และเป็นกิจจะลักษณะ ท้ังให้ถอื ว่าวนั นน้ั เป็นวนั สาคัญเรียกว่า “ วันกตัญญ” อันเป็นการจรรโลงวัฒนธรรมอันดีงามของชาติให้ม่ันคงถาวรสืบไปช่ัวกาลนานโดยถือเอาวัน สารท กลางปีเป็นวันกตัญญดาเนินการประกอบพิธีตามขนบประเพณีและศาสนาของชุมชนน้ันๆ ซึ่งต่อมาได้ ผนวกเข้ากับงานพฒั นาเยาวชน และกาหนดใหว้ นั ที่ ๑๓ เมษายนของทุกปี เป็นวนั กตัญญู ๕. ริเริ่มให้มีกิจกรรมวันพัฒนาโดยถือโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จ พระเจา้ อยหู่ ัว ๕ ธนั วาคมของทุกปีเชิญชวนประชาชนระดมพลงั พฒั นาสภาพแวดล้อมในหมบู่ ้านถวายเป็นราช สักการะจนปัจจุบันทุกหน่วยราชการได้ร่วมกันจัดงานวันพัฒนาในช่วงวันท่ี ๔-๖ ธันวาคมของทุกปีจนเป็น ประเพณีไปแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราช ทาน คาขวัญเน่ือ งในวัน พั ฒ น า คือ “ พฒั นาคอื สร้างสรรค์” เพอื่ เป็นแนวทางในการปฏบิ ัตติ วั และปฏิบัติหนา้ ทข่ี องนักพฒั นา
๖. ริเรมิ่ การสง่ เสริมกีฬาชนบท โดยส่งเสริมความสาคัญของการกีฬาสละที่ดนิ ของตนเพ่ือสร้างสนาม กีฬาของชุมชนซ่ึงต่อมาได้ผนวกไว้กับโครงการพัฒนาเยาวชน และมีการจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนบทเป็น ประจาทุกปี ๗. ส่งเสริมการพัฒนาห้องสมุดชนบท โดยให้มีห้องสมุดอยู่ตามศูนย์พัฒนาตาบลเพ่ือการส่งเสริม การศึกษาแก่ประชาชนและเยาวชนในชนบทให้มีนิสัยรักการอ่าน รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และเป็น แหล่งค้นควา้ หาความรู้ดว้ ยตนเอง ๘. ริเร่ิมการประกวดหมู่บ้านพัฒนาดีเด่น โดยร่วมกับองค์การ สปอ. ให้หมู่บ้านได้มีโอกาสแสดงผล งานอันเป็นเกียรติยศแก่หมู่บ้านและตาบลนั้น ๆโดยให้จังหวัดคัดเลือกหมู่บ้านท่ีมีลักษณะดีเด่น ส่งเข้าประกวด ซึ่งเปน็ ตน้ แบบของการประกวดหมู่บา้ นในระยะตอ่ มา ๙. พัฒนาต้นแบบกลุ่มออมทรัพย์เพ่ือการผลิตโดยเร่ิมทดลองในพื้นที่โครงการสารภี ๒ แห่ง คอื ตาบลขวั มงุ อาเภอสารภี จังหวดั เชยี งใหม่ และ ตาบลละงู อาเภอละงู จังหวัดสตูล โดยมีวตั ถุประสงคเ์ พอื่ ให้ เป็นสถาบันพัฒนาคนพัฒนาคุณธรรมในชุมชน พัฒนาเงินทุนระดับท้องถิ่นในการพัฒนาอาชีพ และ สวัสดิการของชมุ ชนเปน็ ศนู ย์บริหารวชิ าการต่าง ๆ ในการพฒั นาอาชีพอกี ทง้ั ให้การบริการ ทางด้าน การตลาดการจัดหาทนุ และวัสดุอปุ กรณ์ในการประกอบอาชีพของสมาชิกสนับสนุนใหส้ มาชกิ รู้จกั การสะสมทุน ออมประหยัด ซงึ่ ปจั จบุ ันไดข้ ยายผลออกไปอยา่ งแพร่หลาย “ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต” ใช้“ เงิน” เป็นเคร่ืองมือในการพัฒนาคนดาเนินงานโดยยึดหลัก คณุ ธรรม ๕ ประการ คอื ความซือ่ สตั ย์ความเสียสละความรบั ผดิ ชอบความเห็นอกเห็นใจกัน และความไว้วางใจ ซึ่งกันและกัน เพ่ือสร้างโอกาสให้ประชาชนยากจนในชนบทเข้าถึงแหล่งทุนช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน ต้ังแต่ใช้ จ่ายยามเดือดร้อนจาเป็นการลงทุนประกอบอาชีพการจัดสวัสดิการต่าง ๆ แก่สมาชิก และผู้ด้อยโอกาสใน ชุมชน มีการพัฒนาธุรกิจของกลุ่ม หลายรูปแบบเช่น การสร้างลานรวมผลผลิต ยุ้ง / ฉาง / ธนาคารข้าวศูนย์ สาธิตการตลาด ป้ัมน้ามัน โรงงานแปรรูปผลผลิต โรงงานน้าดื่มปัจจุบันมีกลุ่มออมทรัพย์เพ่ือการผลิตจานวน ๓๔, ๕๓๐ กล่มุ มีเงนิ ออมของประชาชน๒๕, 000 ลา้ นบาท
๑๐. พัฒนารูปแบบการดาเนินงานหมู่บ้านพัฒนาทางยุทธศาสตร์ เพื่อต่อต้านการแทรกซึมของ ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์เป็นสาคัญ โดยกาหนดให้มีหมู่บ้านท่ีเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการพัฒนา เรียกว่า หมู่บ้านพัฒนาเน้นหนักข้ึน หมู่บ้านนี้จะเป็นหมู่บ้านท่ีจุดประกายไฟขยายการพัฒนาชุมชนออกไป ทานองเดียวกับไฟลามทุ่ง พร้อมกันนั้นก็ได้กาหนดให้หมู่บ้านพัฒนาเน้นหนักแห่งหนึ่งเป็นหมู่บ้านพัฒนา วิเคราะห์ซ่ึงใช้เป็นสถานท่ีทดลองค้นคว้าหาความชานาญในทางวิชาการเฉพาะกรณีไปใช้ในหมู่บ้านพัฒนา เน้นหนักท่ัวไป แนวความคิดของหมู่บ้านพัฒนาวิเคราะห์นี้เป็นต้นแบบของ Social lab ของ ศพช. เขตในปัจจุบัน นอกจากน้ี ผลการศึกษาค้นคว้าทดลองในหมู่บ้านพัฒนาวิเคราะห์ยังก่อให้เกิดภารกิจการ ส่งเสริมครอบครวั พฒั นาในเวลาต่อมาอกี ด้วย ๑๑. การพัฒนาทฤษฎีการพัฒนา ๓ มิติ เพื่อเป็นกรอบความคิดในการกาหนดนโยบาย และแนวทางการทางานพัฒนาชุมชนใน ๕ ปีแรกของทศวรรษท่ีสองของกรมการพัฒนาชุมชนโดยชี้ให้เห็น วา่ การท่จี ะสร้างพลงั ชมุ ชนและใชพ้ ลงั ชุมชนเพ่ือให้เกิดประโยชนต์ ่อชุมชนไดน้ ้ันจาเปน็ ต้องอาศยั หลักการสร้าง พลังมวลชนท่ีมีอยู่ในชุมชนให้มีความสามารถท่ีจะปรับปรุงสภาพส่ิงแวดล้อมและสถานการณ์ด้วยตัวของเขา เอง ซ่ึงต้องใช้วิธีการพัฒนาทั้งในด้านรูปธรรมและนามธรรมให้เป็นไปอย่างกว้างขวางรวดเร็วได้สัดส่วน และมนั่ คงถาวร ในช่วงท้ายของทศวรรษนี้ระบบการบริหารการพัฒนาของชาติได้มีความเคลื่อนไหวท่ีจะปฏิรูประบบ ครั้งใหญ่ กรมการพัฒนาชุมชนก็ได้มีส่วนเข้าร่วมในการพัฒนาระบบดังกล่าวกับสานักงานคณะกรรมการ พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติด้วย และเพื่อสนับสนุนการเปล่ียนแปลงของระบบการบริหารการ พัฒนาของชาติ ระบบการบรหิ ารการพัฒนาชมุ ชน จงึ มีการเปลีย่ นแปลงไปดว้ ยในช่วงทศวรรษต่อมา ในยุคนี้ “ พัฒนากร” ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ให้ความรู้แก่ประชาชนและสนับสนุนส่งเสริม ให้ประชาชนรวมกันเป็นกลุ่มเพื่อใช้ขบวนการกลุ่มเป็นวิธีการแก้ปัญหาของชุมชน มีหน้าที่ความรับผิดชอบท้ัง ต่อประชาชน และต่อรัฐในการทางานร่วมกับประชาชนช่วงที่การต่อสู้กับการก่อการร้ายรุนแรง “ พัฒนากร” มีบทบาทในฐานะผู้นาการเปลี่ยนแปลง ในช่วงท้ายของทศวรรษนี้พัฒนากรเปล่ียนไป มี บทบาท ๓ ประการคอื ๑. เปน็ ผ้เู ชอ่ื มประสานระหวา่ งหนว่ ยงานของรัฐเอกชนกับประชาชนตลอดจนและรายงาน ๒. เป็นผู้ร่วมปฏิบัติงานกับองค์กรประชาชนและประชาชนด้านการวางแผนพัฒนาตาบลการจัดการ รวมกลุ่มและปฏบิ ตั ิงานตามโครงการพัฒนา ๓. เปน็ ผสู้ ง่ เสริมเผยแพร่ทักษะโดยการฝึกอบรมการสาธติ จัดนิทรรศการต่าง ๆเพ่ือเผยแพร่ความรู้ทาง วิชาการดา้ นต่าง ๆ แกป่ ระชาชน
สรปุ ระยะท๒่ี ในระยะท่ี๒ นี้เน้นการทางานตามแนวความคิดการมีส่วนร่วมของประชาชน ส่งเสริมให้ประชาชน รู้จักการช่วยเหลือตนเองและชุมชนมากขึ้นเน้นยุทธศาสตร์ในการต่อสู้กับการแทรกซึมของคอมมิวนิสต์ และให้ความสาคัญต่อการสร้างผู้นาและการรวมกลุ่มให้มีกลุ่มกิจกรรมต่าง ๆขึ้นในหมู่บ้าน / ตาบล เร่ิมงาน อาสาสมัคร มีจุดหมายที่สาคญั คือ การสรา้ งพลงั ของหมูบ่ า้ น (ชุมชน) ใหเ้ กิดขึน้ แลว้ นาพลงั นั้นมาใช้ประโยชน์ ในการพัฒนา ในยุคน้มี อี ธบิ าดีกรมการพฒั นาชุมชน จานวน ๓ท่าน ๑.นายพัฒน์ บุญยรัตนพ์ ันธ์ุ ดารงตาแหน่ง ๑ ตุลาคม ๒๕๑๔ – ๓๐กันยายน ๒๕๑๘ ๒.นายนิรุติ ไชยกูล ดารงตาแหน่ง ๑ ตุลาคม ๒๕๑๘-๓๐ กันยายน ๒๕๒๒ ๓.ร.ต.ท. ระดม มหาศรานนท์ ดารงตาแหน่ง ๑ ตุลาคม ๒๕๒๒-๓๐ กันยายน ๒๕๒๖แต่ละท่านมี อุดมการณ์ในการทางานท่ีแตกต่างกันไป โดยส่วนใหญจ่ ะมงุ่ เนน้ การสรา้ งสรรค์ คุณภาพของคนทัง้ จากองค์การ เอกชน ราษฎร และราชการ คือ อุดมการณ์ของงานพัฒนาชุมชน สร้างพลังให้ชุมชนได้เกิดการพัฒนา งาน สาคัญๆ ท่ีริเร่ิมและพัฒนาในระยะนี้ ได้แก่ ๑. การพัฒนาข้ันตอนการส่งเสริมและพัฒนากลุ่ม๒. การพัฒนา รูปแบบศูนย์เยาวชนชมุ ชน๓. ทดลองจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมเยาวสตรี๔. ริเริ่มให้มีวันกตัญญู๕. ริเริ่มให้มีกิจกรรม วันพัฒนา๖. ริเริ่มการส่งเสริมกีฬาชนบท๗. ส่งเสริมการพัฒนาห้องสมุดชนบท ๘. ริเร่ิมการประกวดหมู่บ้าน พัฒนาดีเด่น ๙. พัฒนาต้นแบบกลุ่มออมทรัพย์เพ่ือการผลิต๑๐. พัฒนารูปแบบการดาเนินงานหมู่บ้านพัฒนา ทางยุทธศาสตร์๑๑. การพัฒนาทฤษฎีการพัฒนา ๓ มิติ ในยุคนพี้ ัฒนากรไดร้ ับมอบหมายเรื่องการให้ความรู้แก่ ประชาชนและสนับสนุนส่งเสริม ให้ประชาชนรวมกันเป็นกลุ่มเพ่ือใช้ขบวนการกลุ่มเป็นวิธีการแก้ปัญหาของ ชมุ ชนเพื่อให้ชมุ ชนไดม้ พี ลงั ในการพฒั นาตอ่ ไป
ยคุ ท่ี ๓ สู่ระบบบริหารการพฒั นาชนบทแหง่ ชาติ (พ. ศ. ๒๕๒๕-๒๕๓๔) เป็นระยะท่ีอยู่ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๕ และ ๖ ซึ่งเป็นช่วงท่ีรัฐบาลได้ ใหค้ วามสนใจและให้ความสาคัญในการพฒั นาชนบทมากข้ึนโดยเนน้ ให้ประชาชนรจู้ ักการชว่ ยตัวเองและการมี ส่วนร่วมเป็นหลัก มีหน่วยงานลงสู่ชนบทเพิ่มขึ้นในระยะนี้กรมการพัฒนาชุมชนมุ่งเน้นการปรับปรุงขีด ความสามารถของกลุ่มกิจกรรมใหเ้ ป็นองค์กรบรหิ ารท่ีมขี ดี ความสามารถ และมปี ระสทิ ธิภาพเพม่ิ ข้ึน ในยุคน้ีมีอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนผู้มีบทบาทกาหนดทิศทางสร้างสรรค์งานพัฒนาชุมชนจานวน ๓ ทา่ น ได้แก่ ลาดับที่ ๖ นายสวุ นยั ทองนพ ดารงตาแหนง่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๖- ๓๐กนั ยายน ๒๕๓๑ มีอุดมการณ์ในการทางาน คือ พัฒนาให้หมู่บ้านในชนบท เป็นที่อยู่รวมกันของชาวบ้านท่ีเขาต้องการ อยู่รว่ มกัน ดว้ ยผาสกุ ตลอดไป ลาดับท่ี ๗ นายศักดา ออ้ พงษ์ ดารงตาแหน่ง ๑ ตุลาคม ๒๕๓๑-๓๐ กันยายน ๒๕๓๒ มอี ุดมการณ์ในการทางาน คือ คดิ พดู ทา ลาดับที่ ๘ ดร.ยวุ ัฒน์ วฒุ เิ มธี ดารงตาแหน่ง ๑ ตลุ าคม ๒๕๓๒ –๓๐กันยายน ๒๕๓๔ มอี ดุ มการณในการทางาน คือ ระเบยี บครบ ระบบดี มีคุณธรรม เป็นผ้ตู ่อยอดและพัฒนา กลมุ่ ออมทรพั ย์เพ่อื การผลติ โดยมแี นวคิด ใชเ้ งินเปน็ เครือ่ งมือเพอ่ื การพฒั นาคน ตาม หลกั คุณธรรมประการไดแ้ ก่ ความซือ่ สตั ย์ ความเสียสละ ความรบั ผดิ ชอบความไว้ใจและความเห็นอกเห็นใจกัน
เป็นระยะท่ีอยู่ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๕ และ ๖ ซ่ึงเป็นช่วงที่รัฐบาล ไดใ้ หค้ วามสนใจและให้ความสาคญั ในการพฒั นาชนบทมากขึ้น มกี ารกาหนดรูปแบบและวิธีการปฏิบตั ิทช่ี ัดเจน ต้งั แตร่ ะดบั ชาติ จังหวัด อาเภอ และตาบลหม่บู า้ น โดยเนน้ ใหป้ ระชาชนรจู้ ักการช่วยตวั เอง และการมีสว่ นร่วม เป็นหลักมีหน่วยงานลงสู่ชนบทเพิ่มขึ้น มีการยุบเลิกคณะกรรมการบริหารและประสานงานพัฒนาชุมชน คณะกรรมการประสานงานพัฒนาชุมชนส่วนจังหวัดและอาเภอ คณะกรรมการพัฒนาตาบล ให้ใช้โครงสร้าง องค์กรบริหารการพัฒนาชนบทของชาติท่ีจัดต้ังข้ึนใหม่แทนรวมท้ังรฐั บาลได้รบั เอาแนวความคิดเกี่ยวกับการมี ระบบข้อมูลและการใช้ระบบแผนมาเป็นส่วนหน่ึงของระบบการบริหารการพัฒนาชนบทของชาติด้วย พร้อม กันน้ันกระทรวงมหาดไทย ก็ได้ให้ยุบเลิกคณะกรรมการพัฒนาหมู่บ้าน และออกข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยคณะกรรมการหมู่บ้าน พ. ศ. ๒๕๒๖ ให้มีคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) เป็นองค์กรเดียวในการ บริหารงานระดับหม่บู ้าน ซึง่ ประกอบด้วยฝา่ ยตา่ ง ๆ ๘ ฝ่าย โดยให้อยู่ภายใต้การดูแลของกรมการปกครอง จึงกล่าวได้ว่า เป็นการส้ินสุดของระบบการบริหารที่ ออกแบบและขับเคลื่อนโดยกรมการพัฒนาชุมชนมาเป็นเวลา ๒๐ ปีและเป็นการเร่ิมต้นของระบบการบริหาร การพฒั นาชนบทท่ีกลไกต่าง ๆ แทบจะไม่มีความแตกต่างกัน เปลีย่ นแตเ่ พียงส่วนประกอบบางสว่ นและพลขับ เท่านนั้ สาหรับบทบาทของกรมการพัฒนาชุมชน ซึ่งเดิมได้ปูพื้นฐานงานพัฒนาโดยให้การศึกษาอบรม ประชาชนให้มีความรู้พื้นฐานด้านต่าง ๆ สามารถคิด ทาและแก้ไขปัญหาของตนเองและชุมชนโดยมี คณะกรรมการพฒั นาตาบลและหมบู่ า้ นเป็นองค์กรหลักในการบรหิ ารการพฒั นาชมุ ชน เมอ่ื ยบุ เลิกคณะกรรมการพัฒนาตาบลและหมู่บ้านเปล่ยี นเป็นกรรมการสภาตาบลและคณะกรรมการ หมู่บ้านในความรับผิดชอบของกรมการปกครองแทน กรมการพัฒนาชุมชนจึงเพิ่มการให้ความสาคัญกับการ ดาเนินการปรับปรุงขีดความสามารถขององค์กรกลุ่มกิจกรรมพั ฒนาชุมชนให้เป็นองค์กรบริหารที่ มีขีด ความสามารถและมีประสิทธิภาพเพ่ิมข้ึนและมุ่งให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนากับสภาตาบลและ คณะกรรมการหมู่บ้านมากข้ึนตามนโยบายการพัฒนาชนบทแนวใหม่โดยใช้กระบวนการพัฒนาชมุ ชนเป็นหลกั ในการดาเนินงานอย่างต่อเนื่องในรูปแบบการให้การศึกษาเพื่อการพัฒนา ในการน้ียังได้ร่วมพัฒนาศักยภาพ และส่งเสริมบทบาทของสภาตาบลและคณะกรรมการหมู่บ้านในการบริหารการพัฒนาชนบทอย่างจริงจัง รวมทั้งเขา้ ร่วมในการพฒั นาระบบการบริหารการพฒั นาชนบทของชาติอย่างแข็งขัน แม้วา่ ตลอดระยะเวลานั้น จะถูก“ ช่วงชิง” บทบาทการนาอยู่หลายครั้งจากหน่วยงานข้างเคียงในกระทรวงเดียวกันก็ตาม โดยกาหนด นโยบายของกรมการพัฒนาชุมชน ไวด้ ังน้ี
๑.ปลูกฝังอุดมการณ์ให้ประชาชนมีความขยัน ความเช่ือม่ันในการช่วยตนเองความร่วมมือช่วยเหลือ กนั ในการสรา้ งความเจริญใหก้ บั ชมุ ชนของตน ๒. ให้ประชาชนรู้จักการทางานเป็นกลุ่ม และใช้สถาบันต่าง ๆ เพื่อฝึกสอนการปกครองตามระบอบ ประชาธิปไตย โดยมพี ระมหากษัตริยเ์ ปน็ ประมุข ๓. ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมกาหนดความต้องการ วางแผน และดาเนินงานเพ่ือสนองความต้องการ ของชุมชนดว้ ยตนเอง ๔. ให้ประชาชนรู้จักเสียสละ และอาสาสมัครเพ่ือช่วยชุมชนของตนในด้านความม่ันคงปลอดภัยและ บริการสงั คม ๕. พฒั นาคณุ ภาพของประชาชนทกุ เพศ ทกุ วยั โดยเนน้ เดก็ ก่อนวยั เรยี น เยาวชน และสตรี ๖. ให้ประชาชนรู้จักใช้วิชาการและทรัพยากรท่ีเหมาะสมในการประกอบอาชีพและดารงชีวิตของตน เพื่อยกฐานะทางเศรษฐกิจ และความเปน็ อยู่ให้ดีขนึ้ ๗. ให้ประชาชนปรับปรุงและสร้างเสริมสาธารณสมบัติต่าง ๆ โดยเน้นปัจจัยการผลิตทางด้าน เกษตรกรรม และอุตสาหกรรมในครัวเรอื น ๘. พัฒนากลุ่มอาชีพต่าง ๆ ให้สามารถรับผิดชอบด้านการลงทุนการผลิต การตลาด การบริโภค และการเก็บออมเพอื่ เตรียมการไปสรู่ ะบบสหกรณต์ ่อไป ๙.สนับสนุนส่งเสริมการจัดตัง้ และพัฒนาองค์กรประชาชนระดับหมู่บ้าน ตาบล ให้เป็นองค์กรพ้ืนฐาน ท่ีสามารถคิดตัดสินใจในการวางแผน และปฏิบัติงานเพ่ือแก้ปัญหาของชุมชนตามวิถีทางของระบอบ ประชาธปิ ไตย โครงการปฏิบัติงานในช่วงน้ีปรับไปเป็นแผนงานซึ่งมีแผนการดาเนินงานพัฒนาชุมชนระดับตาบล ๙ แผนงาน ดงั น้ี ๑. แผนงานพฒั นาเด็ก ๒. แผนงานพัฒนาเยาวชน ๓. แผนงานพฒั นาสตรี ๔. แผนงานสร้างเสริมรายได้ ๕. แผนงานสง่ เสริมการออมทรัพย์เพอื่ การผลติ ๖. แผนงานพัฒนาสงิ่ แวดลอ้ ม ๗. แผนงานอาสาพฒั นาชุมชน ๘. แผนงานพัฒนาจติ ใจ ๙. แผนงานพฒั นาองค์กร อย่างไรก็ตามการเปล่ียนแปลงของระบบการบริหารการพัฒนาชนบทของชาติก็เป็นโอกาส ให้กรมการพัฒนาชุมชนหันกลับมาสร้างความชัดเจนให้กับกิจกรรมพัฒนาชุมชนท่ีได้แตกแขนงออกไปอย่าง กวา้ งขวางอนั เป็นผลมาจากการพัฒนางานในชว่ งทศวรรษที่ ๒ มีการปรับกระบวนการวตั ถปุ ระสงค์และวิธีการ ดาเนินงานในหลายเร่ืองโดยมุ่งเน้นความเชื่อมโยงกันและการเพิ่มศักยภาพของกลุ่มองค์กร ในการดูดซับ ประโยชนจ์ ากระบบการบรหิ ารการพฒั นาชนบท
งานสาคัญๆ ทีร่ ิเรมิ่ และพัฒนาในระยะน้ี ไดแ้ ก่ ๑. การพัฒนาอาชีพแบบครบวงจรของกิจกรรมพัฒนาชุมชน ได้ดาเนินงานนโยบายพัฒนา เศรษฐกิจหมู่บ้านซ่ึงจาแนกหมู่บ้านตามระดับความจาเป็นในการพัฒนาเศรษฐกิจเป็น ๓ ระดับกาหนด วตั ถุประสงค์ในการพฒั นาตามระดบั แลว้ จดั กิจกรรมให้เหมาะสมท้ังนมี้ ีการปรับความเชือ่ มโยงระหวา่ งกิจกรรม ทเ่ี ก่ียวข้องกับการพัฒนาอาชีพที่มีอย่ทู ั้งหมดโดยให้กลุ่มออมทรัพย์เพ่ือการผลติ เปน็ กิจกรรมแกน ๒. การฝึกอบรมองค์กรในงานพัฒนาชุมชนด้านการบริหารการพัฒนา หลักสูตรฝึกอบรมในช่วงนี้ เน้นหนักการทาความเข้าใจกับระบบการบริหารการพัฒนาชนบทของชาติท้ังระบบองค์กรระบบข้อมูล และระบบแผนงานมีการเรียนรู้กระบวนการวางแผน วางโครงการ อย่างเข้มข้นเพ่ือให้องค์กรสามารถจัดทา แผนและเขียนโครงการไปขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์กรบริหารการพัฒนาระดับต่าง ๆ ไดส้ ะดวกข้ึน ๓. ปรับรูปแบบขององค์กรสตรีจากกลุ่มกิจกรรมให้เป็นองค์กรบริหารการพัฒนาสตรีทางานให้มี บทบาทในการพัฒนาสตรเี ดก็ เยาวชนและมสี ว่ นร่วมในการพฒั นาหมูบ่ ้านตาบลเคยี งคู่ไปกับ คณะกรรมการหมู่บ้าน สภาตาบล คณะกรรมการพัฒนาอาเภอ คณะกรรมการพัฒนาจังหวัดในชื่อวา่ คณะการพฒั นาสตรรี ะดับตาบล คณะกรรมการพัฒนาสตรีระดับอาเภอ และกรรมการพฒั นาสตรีระดับจังหวัด เพื่อให้สตรีมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและสามารถพ่ึงตนเองได้มากท่ีสุดโดยการพัฒนาสตรีถูกจัดแบ่งเป็น งาน ๓ ดา้ น คอื งานการมสี ว่ นรว่ มทางการเมืองของสตรี งานการรวมกลมุ่ และพฒั นาอาชีพสตรี และงานสร้าง เสริมสถานภาพสตรี ๔. พัฒนาภาวะผู้นาของเยาวชนให้สูงขึ้น ผ่านโครงการแลกเปล่ียนเยาวชนระหว่างประเทศ ไทย-แคนาดา ซ่ึงนับว่าเป็นหน่วยงานแรกท่ีส่งเสริมโอกาสให้เยาวชนชนบทได้ไปใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว ชาวต่างชาติในต่างประเทศ ทาให้เยาวชนได้เรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณีของกลุ่มสังคมอ่ืน เกิดความสานึกในคุณค่าความเป็นไทย มีโลกทศั นก์ ว้างขึ้นมีความเช่ือมั่นในตนเองสงู ขึ้นปจั จุบันงานโครงการน้ี ก็ยังดาเนนิ การอยู่และขยายจานวนประเทศที่จะมกี ารแลกเปลย่ี นเยาวชนออกไปอีกหลายประเทศ
๕. พัฒนาบุคลากรของกรมด้านการใช้เครื่องมือในการบริหารจัดการเพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพในการ ทางานบริหารการพัฒนาชนบทและการบริหารการพัฒนาชมุ ชน เช่น การวางแผนและควบคุมการทางานตาม แผนดว้ ย PERT และ Logical Framework การวเิ คราะห์และตีความข้อมลู การทาแผนทขี่ ้อมลู ฯลฯ ๖. พัฒนากระบวนการทางานของนักพัฒนาชื่อ“ CED Process” ซ่ึงย่อมาจาก Community Education for Development Process เพอื่ เพิม่ ประสิทธภิ าพการทางานส่งเสริมการเรียนรู้ของประชาชน ๗. จัดการรับรองสถานภาพกิจกรรมและองค์กรในงานพัฒนาชุมชน เนื่องจากมีหน่วยงานหลาย หน่วยเร่ิมขยายงานมาซ้าซ้อนกับงานท่ีกรมการพัฒนาชุมชนส่งเสริมและสนับสนุนอยู่และหน่วยงานเหล่าน้ัน มักใช้ระเบียบกฎหมายเป็นกลไกในการทางาน เพื่อให้การทางานขององค์กรชุมชนได้รับการรับรองอย่าง เป็นทางการจึงเสนอออกระเบียบกระทรวงมหาดไทยกาหนดสถานภาพให้กับองค์กรดังกล่าวเช่น ระเบียบ เก่ียวกบั ศนู ย์เยาวชนตาบล ฯลฯ ๘. ปรับปรุงศูนย์พัฒนาตาบลให้เป็นศูนย์ข้อมูลประจาตาบล และศูนย์ส่งเสริมความรู้ประจาตาบล เพื่อสนับสนุนให้สภาตาบลใช้เป็นศูนย์การบริหารการพัฒนาของตาบลในขณะเดียวกันก็ได้รับมอบหมายจาก คณะกรรมการพัฒนาชนบทแห่งชาติให้รับผิดชอบโครงการพัฒนาชนบทระดับหมู่บ้านตามแผนพัฒนาชนบท ยากจน และในส่วนภูมิภาคพัฒนาการอาเภอเป็นเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาอาเภอ ตามระเบียบสานัก นายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบริหารการพัฒนาชนบท พ. ศ. ๒๕๒๔ ลงวันท่ี ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๒๔ ต่อมาวันท่ี ๒๗ มกราคม ๒๕๒๕ ได้แก้ไขให้ปลัดอาเภอ (อาวุโส) เป็นเลขานุการแต่พัฒนาการอาเภอก็ยังคงมีบทบาทใน การบริหารการพัฒนาในคณะกรรมการสร้างงานในชนบทระดับอาเภอ ดูแลการดาเนินงานโครงการสร้างงาน ในชนบท โดยพัฒนาการอาเภอเป็นเลขานกุ ารคณะกรรมการสรา้ งงานในชนบทระดับอาเภอ บทบาทของพฒั นากร เปลีย่ นจากเดิมบทบาทในฐานะผู้นาการเปลีย่ นแปลงกลายเป็น “ ผู้จัดการการพัฒนา” (DevelopmentManager) ทาหน้าท่ีเป็นที่ปรึกษาของสภาตาบลและเป็นเลขานุการ คณะทางานสนบั สนุนการปฏบิ ตั กิ ารพฒั นาชนบทระดับตาบล (คปต.)
สรปุ ระยะที่ ๓ เป็นระยะท่ีอยู่ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับท่ี ๕ และ ๖ ซ่ึงเป็นช่วงท่ีรัฐบาล เน้นให้ประชาชนรู้จักการช่วยตัวเองและการมีส่วนร่วมเป็นหลัก และมีหน่วยงานลงสู่ชนบทเพ่ิมขึ้นในระยะนี้ กรมการพัฒนาชุมชนมุ่งเน้นการปรับปรุงขีดความสามารถของกลุ่มกิจกรรมให้เป็นองค์กรบริหารท่ีมีขีด ความสามารถ และมีประสิทธิภาพเพ่ิมขึ้น ในยุคน้ีมีอธิบดี จานวน ๓ ท่าน ได้แก่ ๑. นายสุวนัย ทองนพ ดารง ตาแหน่ง ๑ ตุลาคม ๒๕๒๖- ๓๐กันยายน ๒๕๓๑ ๒.นายศักดา อ้อพงษ์ ดารงตาแหน่ง ๑ ตุลาคม ๒๕๓๑-๓๐ กันยายน ๒๕๓๒ ๓.ดร.ยุวัฒน์ วุฒิเมธี ดารงตาแหน่ง ๑ ตุลาคม ๒๕๓๒ –๓๐กันยายน ๒๕๓๔ แต่ละท่านมีอุดมการณในการทางานท่ีแตกต่างกันไปโดยส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นพัฒนา ให้หมู่บ้านในชนบท และประชาชนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข สาหรับบทบาทของกรมการพัฒนาชุมชน ซึ่งเดิมได้ปูพ้ืนฐาน งานพัฒนาโดยให้การศึกษาอบรมประชาชนให้มีความรู้พ้ืนฐานด้านต่างๆ สามารถคิด ทาและแก้ไขปัญหาของ ตนเอง และชมุ ชนโดยมีคณะกรรมการพัฒนาตาบลและหมูบ่ ้านเป็นองค์กรหลักในการบริหารการพัฒนาชุมชน เมือ่ ยบุ เลิกคณะกรรมการพัฒนาตาบลและหมู่บ้านเปล่ยี นเป็นกรรมการสภาตาบลและคณะกรรมการ หมู่บ้านในความรับผิดชอบของกรมการปกครองแทน กรมการพัฒนาชุมชนจึงเพ่ิมการให้ความสาคัญกับการ ดาเนินการปรับปรุงขีดความสามารถขององค์กรกลุ่มกิจกรรมพัฒนาชุมชนให้เป็นองค์กรบริหารที่มีขีด ความสามารถและมีประสิทธิภาพเพ่ิมขึ้นและมุ่งให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนากับสภาตาบล และคณะกรรมการหมู่บ้านมากข้ึนตามนโยบายการพัฒนาชนบทแนวใหม่ อย่างไรก็ตามการเปล่ียนแปลงของ ระบบการบริหารการพัฒนาชนบทของชาติก็เป็นโอกาส ให้กรมการพัฒนาชุมชนหันกลับมาสร้างความชัดเจน ให้กับกิจกรรมพัฒนาชุมชน และงานสาคัญ ๆท่ีริเร่ิมและพัฒนาในระยะนี้ มีจานวน ๘ งานได้แก่ ๑. การพัฒนาอาชีพแบบครบวงจรของกิจกรรมพัฒนาชุมชน ๒. การฝึกอบรมองค์กรในงานพัฒนาชุมชนดา้ น การบริหารการพฒั นา ๓. ปรบั รูปแบบขององคก์ รสตรีจากกลุม่ กจิ กรรมให้เป็นองค์กรบรหิ ารการพฒั นาสตรี ๔. พัฒนาภาวะผู้นาของเยาวชนให้สูงข้ึน ผ่านโครงการแลกเปล่ียนเยาวชน ระหว่างประเทศ ๕. พัฒนาบุคลากรของกรมด้านการใช้เครื่องมือในการบริหารจัดการเพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพ ๖. พัฒนากระบวนการทางานของนักพัฒนาชื่อ“ CED Process” ๗. จัดการรับรองสถานภาพกิจกรรมและ องค์กรในงานพฒั นาชุมชน ๘. ปรบั ปรงุ ศูนย์พฒั นาตาบลใหเ้ ป็นศูนย์ข้อมลู ประจาตาบล บทบาทของพัฒนากร เปล่ียนแปลงกลายเป็น ผู้จัดการพัฒนา ทาหน้าที่เป็นท่ีปรึกษาของสภาตาบลและเป็นเลขานุการคณะทางาน สนับสนนุ การปฏบิ ัตกิ ารพัฒนาชนบทระดับตาบล (คปต.)
ยคุ ท่ี ๔ เสริมสร้างความเข้มแขง็ ของชุมชน (พ. ศ. ๒๕๓๕-๒๕๔๔) ในทศวรรษน้ีเป็นยุคที่สังคมมีการเปล่ียนแปลงรวดเร็วมีความซับซ้อนโดยเฉพาะการปฏิรูประบบ ราชการ การกระจายอานาจสู่ท้องถ่ิน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พ. ศ. ๒๕๔๐ ซึง่ สง่ ผลต่อการทางาน ของกรมการพัฒนาชุมชนทั้งสิ้น ระยะนี้กรมการพัฒนาชุมชนจึงปรับระบบงานและการบริหารให้เหมาะสมอยู่ บอ่ ยครงั้ การปรบั เพอื่ สนบั สนนุ การปกครองท้องถิ่น รวมท้งั กาหนดยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาชุมชนขน้ึ เปน็ คร้ังแรก ให้ความสาคญั ต่อการพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชนผสมผสานการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการ พัฒนาประชาธปิ ไตยข้ันพ้ืนฐานกับการพฒั นาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน รวมทั้งการปลูกฝังจติ สานึกและ ความรับผดิ ชอบ ของครอบครัวและชุมชนในการพฒั นา ซ่งึ เปน็ การบรู ณาการการพัฒนาด้านต่าง ๆ ของชมุ ชน ให้เกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน ในยุคนี้มีอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนผู้มีบทบาทกาหนดทิศทางสร้างสรรค์งานพัฒนา ชุมชน จานวน ๕ ทา่ น ไดแ้ ก่ ลาดบั ท๙ี่ นาย สมติ ร กิจจาหาญ ดารงตาแหนง่ ๑ ตุลาคม ๒๕๓๔ – ๓๐ กันยายน ๒๕๓๖ มอี ดุ มการณใ์ นการทางาน คอื ประสิทธิภาพของคน ประสิทธผิ ลของงานคือ อุดมการณของงานพฒั นาชมุ ชน ลาดบั ที่ ๑๐ นายอภัย จันทนจุลกะ ดารงตาแหนง่ ๑ ตุลาคม ๒๕๓๖-๓๐ กันยายน ๒๕๓๙ มอี ดุ มการณใ์ นการทางาน คอื ศรัทธาในหนา้ ที่ มวี ินัยให้บรกิ าร ลาดบั ท่ี ๑๑ นายสมศักด์ิ ศรีวรรธนะ ดารงตาแหน่ง ๑ ตลุ าคม ๒๕๓๙-๓๐พฤษภาคม ๒๕๔๑ มีอุดมการณ์ในการทางาน คือ ยึดม่ันในหลักการแนวทางการพัฒนาชุมชนท่ีถูกต้อง ทางานอย่างเข้าถึง เปน็ ทย่ี อมรบั ศรทั ธาของประชาชน
ลาดับที่ ๑๒ นายไพโรจน์ พรหมสน์ ดารงตาแหนง่ ๑ มถิ ุนายน ๒๕๔๑-๓๐ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๔๑ มีอุดมการณใ์ นการทางาน คือ วสิ ยั ทัศน์กวา้ งไกล รวมใจแกป้ ัญหา สรา้ งศรัทธาประชาชน ลาดบั ท่ี ๑๓ นายจเด็จ อนิ ทรส์ วา่ ง ดารงตาแหนง่ ๑ มีนาคม๒๕๔๓-๓๐กนั ยายน ๒๕๔๔ มีอดุ มการณใ์ นการทางาน คือ คดิ ดี ทาดี พดู ดี คบคนดี และไปในที่ดี
กรมการพัฒนาชุมชนปรับตัวในช่วงถ่ายโอนงานภารกิจตามพระราชบัญญัติกระจายอานาจสู่ท้องถิ่น ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับท่ี ๗ การเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติฉบับท่ี ๘ และการปฏิรูปราชการในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับท่ี ๙ สู่ ภารกจิ การดาเนินงานพฒั นาชุมชนโดยเนน้ การเสรมิ สร้างความเข้มแขง็ ของชมุ ชน พระราชกฤษฎีกา แบ่งส่วนราชการกรมการพัฒนาชุมชนกระทรวงมหาดไทย พ. ศ. ๒๕๓๕ กาหนด อานาจหน้าที่ของกรมการพัฒนาชมุ ชนไว้ ๗ ประการ ๑. ฝึกอบรมและพัฒนาข้าราชการและลูกจ้างในสังกัด รวมทั้งให้ความร่วมมือในการฝึกอบรมด้าน การพัฒนาชมุ ชนแกอ่ งคก์ รและหน่วยงานทง้ั ในและต่างประเทศ ๒. ให้การศึกษาและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ โดยเฉพาะการปลูกฝังวิถีประชาธิปไตยขั้นพื้นฐานแก่ ประชาชน โดยจดั ต้ังและพฒั นากลมุ่ ประชาชนเป้าหมาย เพื่อให้สามารถพ่งึ ตนเองได้ทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ และสง่ิ แวดล้อมชุมชน รวมท้งั ประชาสัมพันธ์กิจกรรม และการปฏิบตั ิงานของหนว่ ยงานในสังกัด ๓. พัฒนาองค์กร อาสาสมัคร และผู้นาท้องถ่ินในระดับตาบลและหมู่บ้าน ด้วยวิธีการพัฒนาชุมชน เพื่อใหเ้ ปน็ พ้นื ฐานในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย ๔. พัฒนาระบบ รูปแบบ และวิธีการพัฒนา จัดทาและประสานแผนงานของกรมฯ ให้เป็นไปตาม นโยบายและแผนแม่บทของกระทรวง กากับ เร่งรัด ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานแผนงานของ หน่วยงานในสังกดั รวมท้งั แผนพัฒนาตาบล ตลอดจนจัดระบบข้อมูล และเปน็ ศูนย์ขอ้ มลู เพ่ือการพฒั นาชนบท ของประเทศ ๕. ให้ความช่วยเหลอื ทางดา้ นวชิ าการ และสนับสนุนการปฏิบัติงานพฒั นาชุมชนในสว่ นภูมภิ าค ๖. ดาเนนิ การและประสานงานเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนในสว่ นภมู ภิ าค ๗. ปฏบิ ตั ิราชการอืน่ ใดกต็ ามท่กี ฎหมายกาหนดให้เปน็ หนา้ ท่ีกรมฯ
กรมการพัฒนาชุมชนได้ปรับวัตถุประสงค์เป้าหมายและวิธกี ารดาเนนิ งานให้สอดคล้องกับแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับท่ี ๗ เพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของประชาชนให้ดีขึ้นโดยยึด หลกั การมีส่วนรว่ มของประชาชนตามเกณฑ์ความจาเปน็ พืน้ ฐาน (จปฐ.) จาแนกเป็น ๙ งานคอื ๑. งานพัฒนาโครงสรา้ งพนื้ ฐานชนบท ๒. งานพฒั นาเศรษฐกิจชนบท ๓. งานพัฒนาชุมชนในเขตพื้นท่ีเปา้ หมายเฉพาะ ๔. งานพัฒนาองคก์ ร ๕. งานพฒั นาเดก็ ๖. งานพัฒนาและสง่ เสริมอาชีพสตรี ๗. งานพัฒนาเยาวชน ๘. งานสง่ เสรมิ และเผยแพร่ ๙. งานอาสาพฒั นาชุมชน วิธีการในการดาเนินงานพัฒนาชุมชนกาหนดไว้ ๒ ประการคือ (๑) ให้การศึกษาและพัฒนา กระบวนการเรยี นร้ขู องประชาชน (๒) พฒั นาองค์กรประชาชนและอาสาสมัคร งานสาคัญๆ ที่ไดพ้ ัฒนาและริเรม่ิ นี้ ในช่วงทศวรรษท่ี ๔ ได้แก่ ๑. โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข. คจ.) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อกระจายโอกาสให้ครัวเรือน ยากจนในชนบทมีเงินทุนในการประกอบอาชีพสามารถเพิ่มรายได้ให้พ้นเกณฑ์ความจาเป็นข้ันพ้ืนฐานโดยการ สนับสนุนเป็นกองทุนของหมู่บา้ นๆละ ๒๘๐, 000 บาทรูปแบบการบริหารจัดการกองทุนเปน็ การส่งเสรมิ การ บรหิ ารจัดการโดยชมุ ชนอยา่ งแท้จริง ๒. การส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และตัดสินใจร่วมกันของชุมชนได้มีการพัฒนารูปแบบการจัด กระบวนการชุมชนเพื่อการเรยี นรู้และตดั สินใจร่วมกันของชุมชนในลักษณะเวทชี าวบ้านหรือเวทีประชาคมโดย การใชเ้ คร่อื งมือสง่ เสริมแบบใหม่ๆ เช่น PLP AIC PRA FSC ALS ฯลฯ ทาให้พฒั นากรมีเคร่อื งมอื มากขึ้นในการ ดาเนนิ งานกระบวนการเวทปี ระชาคม ๓. นาเทคโนโลยีสารสนเทศ เขา้ มาใช้ในการบริหารงานพัฒนาชุมชนการสนบั สนุนระบบข้อมูลเพ่ือ การพัฒนาชนบท และการส่งเสรมิ กิจกรรมชมุ ชน ๔. ยกระดับองค์กรชุมชนให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล พัฒนาเครือข่ายองค์กรและผู้นาชุมชนยกระดับ องค์กรชุมชนให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล ทาให้เกิดชมรม สมาคม ซ่ึงจะเป็นกาลังสาคัญในการส่งเสริมกิจกรรม พฒั นาชมุ ชนแทนภาครัฐท่จี ะต้องลดขนาดและกาลงั คนลงในอนาคต
๕. ปรับประสิทธิภาพการบริหารงานภายในโดยการดาเนินกิจกรรม ๕ ส การทาข้อตกลงว่าด้วย ความร่วมมือในการขอรับการส่งเสริมเพ่ือเข้าสู่ระบบมาตรฐานสากลของประเทศไทยด้านการจัดการและ สัมฤทธิ์ผลของงานภาครัฐกับสถาบันมาตรฐานสากลภาครัฐแห่งประเทศไทยสานักงาน ก. พ. การพัฒนา ตวั ช้ีวดั ตามระบบการบรหิ ารแบบม่งุ ผลสมั ฤทธิ์การใช้ระบบการรายงานอิเลก็ ทรอนิกส์ ๖. ส่งเสริมการนาทุนทางสังคมในงานพัฒนาชุมชนออกมาใช้สนับสนุนนโยบายสาคญั ของรัฐบาล เช่น แผนปฏิบัติการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนเพื่อเผชิญปัญหาวิกฤติ นโยบายกองทุนหมู่บ้านและ ชมุ ชนเมือง นโยบายสง่ เสรมิ เศรษฐกิจฐานราก วสิ าหกิจชมุ ชน โครงการหน่ึงตาบลหน่งึ ผลิตภณั ฑ์การแก้ปัญหา ยาเสพตดิ โดยพลงั ชมุ ชน ฯลฯ ๗. การส่งเสริมกระบวนการพัฒนาชุมชนในเขตเมือง โดยให้จังหวัดและอาเภอประสานงาน กับผู้บริหารเทศบาลในการร่วมมือกันจัดเก็บข้อมูลคุณภาพชีวิตของประชาชนในเขตเมืองแลกเปลี่ยน ประสบการณ์ในการส่งเสริมกิจกรรมพัฒนาชุมชนที่เหมาะสมสาหรบั เขตเมือง ซึ่งการประสานงานกันได้กลาย เป็นทุนอันสาคัญในการร่วมมือกันส่งเสริมการจัดต้ังกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองรว มท้ังโครงการหน่ึงตาบล หนึ่งผลิตภัณฑใ์ นระยะเวลาตอ่ มา ระยะนี้กาหนดหน้าที่ของพัฒนากรให้เป็นการสนับสนุนความเข้มแข็งในการบริหารการพัฒนาของ อบต. โดยไม่ก้าวก่ายอานาจหน้าท่ีท่ี อบต. มีตามกฎหมายไม่ขัดขวางการพัฒนาศักยภาพของอบต. และอยู่ภายในขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบของกรมฯโดยมีหน้าท่ีจัดเก็บวิเคราะห์ ประมวลผล เผยแพร่ ข้อมูลเพ่ือการพัฒนา อบต. สนับสนุนการจัดทาแผนพัฒนาตาบล ๕ ปีแผนพัฒนาตาบลประจาปีเป็นที่ปรึกษา ด้านการวางแผนของ อบต. จัดต้ัง บริหาร และพัฒนาศูนย์ข้อมูลตาบล รวมท้ังการให้บริการข้อมูลข่าวสาร พัฒนาแกห่ น่วยราชการองคก์ รเอกชนและบุคคลท่วั ไป
สรุป ระยะ ๔ เป็นยุคท่ีสังคมมีการเปล่ียนแปลงรวดเร็วมีความซับซ้อนโดยเฉพาะการปฏิรูประบบราชการ การกระจายอานาจสู่ท้องถิ่น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ. ศ. ๒๕๔๐ ซึ่งส่งผลต่อการทางานของ กรมการพัฒนาชุมชนท้ังสิ้น ระยะนี้กรมการพัฒนาชุมชนจึงปรับระบบงานและการบริหารให้เหมาะสม รวมท้ังกาหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชนข้ึนเป็นคร้ังแรก และให้ความสาคัญต่อการพัฒนาความเข้มแข็ง ของชุมชนผสมผสานการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาประชาธิปไตยขั้นพ้ืนฐาน กบั การพฒั นาเศรษฐกจิ ปากท้องของประชาชนรวมท้ังการปลูกฝังจิตสานกึ และความรับผดิ ชอบของครอบครัว และชุมชนในการพัฒนา ซึง่ เปน็ การพัฒนาดา้ นต่าง ๆ ของชุมชนให้เกิดขึ้นพร้อม ๆกัน ในยุคน้ีมีอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน จานวน ๕ ท่าน นายสมิตร กิจจาหาญ ดารงตาแหน่ง ๑ ตุลาคม ๒๕๓๔ – ๓๐ กันยายน ๒๕๓๖ ๒.นายอภัย จันทนจุลกะ ดารงตาแหน่ง ๑ ตุลาคม ๒๕๓๖ -๓๐ กันยายน ๒๕๓๙ ๓.นายสมศักด์ิ ศรีวรรธนะดารงตาแหน่ง ๑ ตุลาคม ๒๕๓๙-๓๐พฤษภาคม ๒๕๔๑ ๔.นายไพโรจน์ พรหมส์น ดารงตาแหน่ง ๑ มิถุนายน ๒๕๔๑-๓๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๑ ๕.นายจเด็จ อินทร์สว่าง ดารงตาแหน่ง ๑ มีนาคม๒๕๔๓-๓๐กันยายน ๒๕๔๔ แต่ละท่านมีอุดมการณ์ในการทางานท่ีแตกต่างกันไป โดยส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นการยดึ มั่นในหลกั การแนวทางการพัฒนาชมุ ชน รวมใจแก้ปัญหา ศรัทธาในหน้าที่ งานสาคัญๆ ท่ีได้พัฒนาและริเริ่มน้ี ในระยะที่ ๔ ได้แก่ ๑. โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข. คจ.)๒. การส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และตัดสินใจร่วมกันของชุมชน ๓. นาเทคโนโลยีสารสนเทศ เข้ามาใช้ในการบริหารงานพัฒนาชุมชน ๔. ยกระดับองค์กรชุมชนให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล ๕. ปรับประสิทธิภาพการบริหารงานภายใน ๖. ส่งเสริมการนาทุนทางสังคมในงานพัฒนาชุมชนออกมาใช้ สนับสนุนนโยบายสาคัญของรัฐบาล ๗. การส่งเสริมกระบวนการพัฒนาชุมชนในเขตเมือง ในระยะนี้กาหนด หน้าทข่ี องพัฒนากรให้เป็นการสนับสนุนความเข้มแขง็ ในการบรหิ ารการพัฒนาของอบต.
ยุคท่ีหา้ สยู่ ุคใหม่ของระบบราชการ (พศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๕) ใ น ยุ ค นี้ ก ร ม ก า ร พั ฒ น า ชุ ม ช น ไ ด้ ป รั บ กิ จ ก ร ร ม โ ด ย มี ยุ ท ธ ศ า ส ต ร์ เ ป็ น ตั ว ก า ห น ด ทิ ศ ท า ง รวมท้ังนาระบบบริหารจัดการยุคใหม่เข้ามาจดั ระบบความคิดปรับระบบงานกากับการบริหารงานพัฒนาระบบ ก า ร บ ริ ห า ร แ ล ะ พั ฒ น า ท รั พ ย า ก ร บุ ค ค ล แ ล ะ อ อ ก แ บ บ ร ะ บ บ ก า ร วั ด ป ร ะ เ มิ น ผ ล ท้ั ง ห ม ด ใ ห้ เ ป็ น ไ ป เพ่ือการเป็น “ องค์กรราชการท่ีมีสมรรถนะสูงของระบบการบริหารราชการยุคใหม่” ในยุคนี้มีอธิบดีกรมการ พัฒนาชุมชนผู้มบี ทบาทกาหนดทศิ ทางสรา้ งสรรค์งานพฒั นาชมุ ชน จานวน ๑๑ ท่าน ได้แก่ ลาดบั ท่ี ๑๔ นายสุจรติ ปจั ฉิมนนั ท์ ดารงตาแหน่ง ๑ ตลุ าคม ๒๕๔๔ – ๓๐กันยายน ๒๕๔๕ มอี ุดมการณ์ในการทางาน คอื การพฒั นาจะไมม่ ีทางสาเรจ็ ถา้ ไม่พฒั นาคน ลาดับท่ี ๑๕ นายสจุ รติ นนั ทมนตรี ดารงตาแหน่ง ๑ตุลาคม ๒๕๔๕-๔ มิถนุ ายน ๒๕๔๖ มอี ุดมการณ์ในการทางาน คอื ขอใหค้ วามสาเร็จจงเปน็ ของประชาชนและแผน่ ดนิ ลาดับที่ ๑๖ นายชยั สิทธิ์ โหตระกติ ย์ ดารงตาแหน่ง ๕ มิถุนายน ๒๕๔๖-๓๐ กนั ยายน ๒๕๔๘ มีอุดมการณใ์ นการทางาน คอื สังคมหนา้ อยู่เชิดชูคณุ ธรรม
ลาดับท่ี ๑๗ ดร.นริ นั ดร์ จงวุฒิเวศน์ ดารงตาแหนง่ ๑ตลุ าคม ๒๕๔๘-๓๐กันยายน ๒๕๕๐ มีอดุ มการณใ์ นการทางาน คอื เปล่ียนแปลงเพื่อใหด้ ีข้ึน ลาดับที่ ๑๘ นาย ปรชี า บุตรศรี ดารงตาแหน่ง ๑ตุลาคม ๒๕๕๐ -๑๙ ตลุ าคม ๒๕๕๑ มอี ดุ มการณใ์ นการทางาน คอื บ้านเมอื งนา่ อยู่ ชุมชนเขม็ แข็ง ลาดบั ท่ี ๑๙ นายชมุ พร พลรักษ์ ดารงตาแหน่ง ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๑-๑๕มีนาคม ๒๕๕๒ มอี ุดมการณใ์ นการทางาน คือ เข้าใจเข้าถึง คอื หวั ใจของการพัฒนา ลาดับที่ ๒๐ นาย ไพรตั น์ สกลพนั ธ์ุ ดารงตาแหน่ง ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๒-๓๐ กันยายน ๒๕๕๒ มีอดุ มการณ์ในการทางาน คอื ถูกต้อง กวา้ งไกล ทันใจประชาชน
ลาดับท่ี ๒๑ นาย มงคล สรุ ะสัจจะ ดารงตาแหนง่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๒ -๒๙ เมษายน ๒๕๕๓ มีอดุ มการณใ์ นการทางาน คอื ธรรมาภบิ าล ประสานสามคั คี วิถีพอเพียง ลาดบั ท่ี ๒๒ นายวเิ ชยี ร ชวลิต ดารงตาแหนง่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๓ - ๑๕ธันวาคม ๒๕๕๓ มีอุดมการณ์ในการทางาน คือ ความสาเรจ็ ของงานพัฒนาชมุ ชนคือ การทางานให้ประชาชนมีความสุข ลาดับท่ี ๒๓ นายสรุ ชัย ขันอาสา ดารงตาแหน่ง ๒๐ ธนั วาคม๒๕๕๓- ๒๔ พฤจิกายน ๒๕๕๔ มีอุดมการณ์ในการทางาน คอื พฒั นาคือสร้างสรรค์ สร้างสขุ ทว่ั แผ่นดิน ลาดบั ท่ี ๒๔ นายประภาส บุญยินดี ดารงตาแหน่ง ๒๔ พฤจิกายน ๒๕๕๔-๓๐กนั ยายน-๒๕๕๕ มอี ดุ มการณใ์ นการทางาน คือ การสง่ เสรมิ ชุมชนแห่งความเก้ือกูล คานิยม - งานทุกงานเรียบเรียงกระบวนการให้ง่ายกระบวนการ ให้เป็นไปตามความจริง ถูกต้อง และทางานอยา่ งมคี วามสขุ บนความพากเพยี รจะเกดิ ประโยชนต์ อ่ เราและประเทศชาติ
เมื่อก้าวสู่ปีที่ ๔๑ ของกรมการพัฒนาชุมชนเป็นช่วงที่ต้องมีการเปลี่ยนผ่านอันเนื่องมาจาก การปฏิรูประบบราชการ เป็นการทางานในรูปแบบใหม่ของงานพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน ได้พัฒนายกระดับงานจากพ้ืนฐานความรู้เดิมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของการปฏิรูประบบราชการการ กระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ เปา้ หมายยทุ ธศาสตร์ชาติ ปญั หา และทิศทางของชุมชนมาก ยิง่ ขน้ึ ในทศวรรษน้ีได้ปรับบทบาทภารกิจกรมการพัฒนาชุมชน จานวน ๒ คร้ัง คือพ. ศ. ๒๕๔๕ และ พ.ศ. ๒๕๕๒ และได้ปรับเปลย่ี นกจิ กรรมโดยมียุทธศาสตร์เป็นตัวกาหนดทิศทางของการดาเนนิ งานพัฒนา ชุมชน รวมทั้งนาระบบบริหารจัดการยุคใหม่เข้ามาจัดระบบความคิด ปรับระบบงานกากับการบริหารงาน พัฒนาระบบการบริหาร และพัฒนาทรัพยากรบุคคล และออกแบบระบบการวัดประเมินผลท้ังหมดให้เป็นไป เพ่อื การเป็น“ องคก์ รราชการท่มี ีสมรรถนะสงู ” ของระบบการบรหิ ารราชการยคุ ใหม่ การปรบั บทบาทภารกจิ ของกรมการพัฒนาชุมชนมี ดังนี้ ครั้งท่ี ๑ กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมการพัฒนาชุมชนกระทรวงมหาดไทย พ. ศ. ๒๕๔๕ กาหนดอานาจหน้าที่ของกรมการพัฒนาชมุ ชนไว้ ดงั น้ี (๑) กาหนดนโยบาย แนวทาง แผน และมาตรการในการพัฒนาชุมชนเพ่ือเสริมสร้างศักยภาพ และ ความเขม้ แขง็ ของชมุ ชน (๒) สง่ เสริมศักยภาพของประชาชน ผ้นู าชุมชน องค์กรชมุ ชน และเครือขา่ ยองค์กรชมุ ชน เพ่ือใหม้ ีสว่ นรว่ ม และเกดิ การรวมกลมุ่ ใหส้ ามารถพึง่ ตนเองได้ (๓) ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ของประชาชน ผู้นาชุมชน องค์กรชุมชน และเครือข่ายองค์กรชุมชน เพ่ือพฒั นา และแก้ไขปัญหาของชุมชน (๔) ส่งเสรมิ วิสาหกจิ ชุมชน เพื่อเสริมสรา้ งเศรษฐกิจชมุ ชน (๕) พัฒนาระบบข้อมลู เพอื่ การวางแผน และการบรหิ ารการพัฒนา (๖) วิจัย และพัฒนารปู แบบ และวธิ กี ารพฒั นาชมุ ชนให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและ สภาพพ้ืนท่ี (๗) ฝึกอบรม และพัฒนารูปแบบ และพัฒนาผู้นาชุมชน องค์กรชุมชน และเครือข่ายองค์กรชุมชน รวมท้ังใหค้ วามร่วมมอื ในการฝกึ อบรมด้านการพัฒนาชุมชน (๘) ปฏิบัติราชการอ่ืนใดตามที่กฎหมายกาหนดให้เป็นอานาจหน้าท่ี หรือตามที่กระทรวง หรอื คณะรฐั มนตรีมอบหมาย
ครั้งท่ี ๒ กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมการพัฒนาชุมชนกระทรวงมหาดไทย พ. ศ. ๒๕๕๒ ให้กรมการพัฒนาชุมชน มีภารกิจเก่ียวกับการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชน ส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนฐานรากให้มีความมั่นคง มีเสถียรภาพ โดยสนับสนุนให้มีการจัดทา และใช้ประโยชน์ข้อมูลสารสนเทศ ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย จัดทายุทธศาสตร์ชุมชน ตลอดจนการฝึกอบรม และพัฒนาบุคลากรที่เก่ียวข้องในการพัฒนาชุมชน เพื่อให้เป็นชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน โดยมีอานาจหน้าท่ี ดงั ต่อไปนี้ (๑) กาหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ มาตรการ และแนวทางในการพัฒนาชุมชนระดับชาติเพ่ือให้ หน่วยงานของรฐั เอกชน และผ้มู สี ่วนเก่ียวขอ้ งดา้ นการพัฒนาชมุ ชน ได้ใช้เป็นกรอบแนวทางในการดาเนินงาน เพอ่ื เสริมสรา้ งความสามารถ และความเข้มแข็งของชุมชน (๒) จัดทาและพัฒนาระบบมาตรฐานการพัฒนาชุมชน เพ่ือใช้เป็นเครื่องมือสาหรับประเมิน ความก้าวหน้าและมาตรฐานการพฒั นาของชมุ ชน (๓) พัฒนาระบบและกลไกในการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ การจัดการความรู้ การอาชีพ การออม และการบริหารจัดการเงินทุนของชุมชน เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของประชาชนชุมชนผู้นา ชุมชนกลุม่ องคก์ ารชมุ ชนและเครือข่ายองค์การชุมชน ( ๔ ) ส นั บ ส นุ น แ ล ะ พั ฒ น า ร ะ บ บ ข้ อ มู ล ส า ร ส น เ ท ศ ชุ ม ช น ส่ ง เ ส ริ ม ก า ร ใ ช้ ป ร ะ โ ย ช น์ และการให้บริการข้อมูลสารสนเทศชมุ ชน เพ่อื ใชใ้ นการวางแผนบรหิ ารการพฒั นาได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ (๕) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย พัฒนาและสร้างองค์คว ามรู้เพื่อใช้ใ นงานพัฒนา ชุมชน และการจัดทายุทธศาสตรช์ ุมชน ๖.ฝึกอบรมและพัฒนาข้าราชการ เจ้าหน้าท่ี ที่เก่ียวข้อง ผู้นาชุมชน องค์การชุมชน และเครือข่าย องคก์ ารชุมชนใหม้ คี วามรู้ ทักษะ ทัศนคติ และสมรรถนะในการทางาน รวมท้ังใหค้ วามร่วมมอื ทางวิชาการด้าน การพฒั นาชุมชนแกห่ นว่ ยงานทง้ั ในประเทศ และต่างประเทศ (๗) ปฏิบัติราชการอ่ืนใดตามที่กฎหมายกาหนดให้เป็นอานาจหน้าที่ของกรม หรือตามที่กระทรวง หรือคณะรัฐมนตรมี อบหมาย ระยะน้ีกาหนดให้“ พัฒนากร” มีหน้าท่ี ในการศึกษา วิจัยเพื่อค้นหาศักยภาพของชุมชนส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนากระบวนการเรียนรู้ และการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้การศึกษาประสานงาน และแสวงหาความร่วมมือ ให้คาปรึกษา รวมท้ังติดตาม และประเมินการทางานของชุมชน คือเป็น “ นักยุทธศาสตร์ชุมชน” คือ รู้ว่าจะต้องทาอะไร เพื่อให้ชุมชนเข้มแข็ง ประชาชนพึ่งตนเองได้ ครอบครัว มีความสุข ต้องรู้จักวิเคราะห์สถานการณ์ภายใน / ภายนอกชุมชน เพ่ือกาหนดเป้าหมาย วิธีการแผนงาน / โครงการ / กิจกรรม ผลักดันขับเคลื่อนให้เป็นไปตามตัวช้ีวัดพร้อมรับมือกับการเปล่ียนแปลงในทศวรรษน้ี กรมการพัฒนาชุมชน มีงานใหม่ๆ เกิดข้ึนมากมายจนยากที่จะบันทึกไว้ได้ท้ังหมดหลายเรื่องเร่ิมต้นพัฒนาขึ้น มาในระยะนี้ ซง่ึ เปน็ ผลมาจากการพฒั นาระบบราชการ และความก้าวหนา้ ของเทคโนโลยี
งานสาคัญๆ ท่เี กิดขนึ้ ในระยะน้ี ไดแ้ ก่ ๑. สง่ เสริมการจัดต้งั ศนู ยป์ ระสานงานเครอื ข่ายองค์กรชมุ ชนประจาตาบล (ศอช. ต) ซึ่งเป็นการพัฒนารูปแบบเครือข่ายองค์การชมุ ชน โดยการจัดตัง้ ศนู ย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรชมุ ชนประจา ตาบล (ศอช.ต) ท่ัวประเทศ เพ่ือเป็นศูนย์กลางในการประสานการทางานขององค์กรชุมชน และเครือข่าย ให้สามารถช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน โดยศูนย์ประสานงานองค์การชุมชน (ศอช.) เป็นกลไก หลักในการบรู ณาการแผนชมุ ชนระดับตาบล ส่แู ผนพฒั นาท้องถน่ิ แผนพัฒนาอาเภอ และแผนพฒั นา จงั หวัด ๒. พัฒนาระบบมาตรฐานงานชุมชน (มชช.) ให้เป็นเครื่องมือส่งเสริมการพัฒนาของผู้นา องค์กรชุมชนเครือข่าย องค์กรชุมชน และชุมชน ให้มีความเข้มแข็งอย่างย่ังยืน ด้วยการเรียนรู้ ตนเองกาหนด ทิศทางการพัฒนา ดาเนินการพัฒนา และประเมินผลความสาเร็จด้วยตนเอง ระบบนี้สามารถทาให้ชมุ ชนตอบ สังคมได้ว่า“ การเป็นคนคุณภาพ และชุมชนเข้มแข็งเป็นอย่างไร” และถือเป็น “ เคร่ืองช้ีวัดการพัฒนา แบบบูรณาการท่มี ชี มุ ชนเปน็ ศนู ยก์ ลาง” ๓. พัฒนางานส่งเสริมระบบบริหารจดั การชุมชน โดยการจัดทาแผนชุมชน ซ่ึงเป็นเครื่องมือสะท้อน ปัญหา/ความต้องการของชุมชน จากล่างขึ้นสู่บน ส่งเสริมให้หมู่บ้านใช้แผนชุมชน เป็นเครื่องมือเสริมสร้างขีด ความสามารถของชุมชน และแก้ไขปัญหาของชุมชน พัฒนากลไกสนับสนุนกระบวนการบูรณาการแผนชุมชน ระดับตาบล / อาเภอ / จังหวัดเพ่ือเชื่อมโยงแผนชุมชนกับแผนพัฒนาท้องถ่ินแผนพัฒนาอาเภอ และ แผนพัฒนาจังหวัด และพัฒนาระบบรับรองมาตรฐานแผนชุมชนเพ่ือให้แผนชุมชนมีคุณภาพได้มาตรฐาน ได้รับการยอมรับ และนาไปใช้ประโยชน์อย่างจริงจังที่มีเอกลักษณ์แตกต่างจากหน่วยงานอื่นท่ีเน้นการจัดทา แผนชุมชนระดบั หม่บู ้านในขณะท่ีหนว่ ยงานอื่นจะเนน้ ทร่ี ะดบั ตาบล ๔. พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยการนา Pocket PC และพัฒนาโปรแกรม Ayuda forecaster มาใช้กับการจัดเก็บข้อมูล จปฐ. กชช.๒ ค การพัฒนาเว็ปไซด์บริการ การพัฒนาระบบ e-Mail, e-Learning, EPMS, e-สารบรรณ, GIS, e-Reporting รวมถึง ระบบสานักงานอัตโนมัติ (OA) และล่าสุด Community Portal ในชื่อ moobanthai. com
๕. ส่งเสริมให้วเิ คราะหข์ ้อมูลและนาเสนอข้อมูลชุมชนในลักษณะสารสนเทศชุมชน ๖.ดาเนนิ การโครงการแกป้ ัญหาความยากจนแบบเข้าถึงทุกครัวเรือน เพือ่ ยกระดบั รายได้ครวั เรือน ยากจนให้พ้นเส้นความยากจนใช้วิธีประสาน ๒ พลัง คือ ใช้พลังจากภายในชุมชน (Inside-out) โดยกระบวนการแผนชุมชน และพลังจากภายนอก (Outside-in) โดยแก้ในระดับครัวเรือนแบบเข้าถึงทุก ครัวเรอื นโดย ใช้หลัก ๔ ท คอื ๑) ทัศนะ ๒) ทรัพยากร ๓) ทักษะ ๔) ทางออก คือการปรับทศั นคติของคนจน ให้พร้อมที่จะแก้ปัญหาความจนด้วยตนเองบนพ้ืนฐานทรัพยากร และทักษะท่ีมี และส่วนราชการร่วมหา ทางออกจากความจนโดยการปรับวิถีการดารงชีวิตเพื่อให้ฝึกทักษะในการประกอบอาชีพ สนับสนุนทรัพยากร ส่งผลให้ครัวเรือนมี ๓ พ คือการดารงชีวิตตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง มีความสุขพอเพียง และมีครอบครัว อบอุน่ พอเพียง ๗. การพฒั นาโมเดลการฝกึ อบรม ในช่อื PLACE Model มาใชก้ ับการฝึกอบรมบุคลากรทกุ ระดบั ๘. กาหนดค่านิยมองค์กร ที่ส่งเสริมให้ข้าราชการในหน่วยงานถือปฏิบัติ มีการกาหนดตัวชี้วัด และระดับพฤติกรรม ๓ ระดับ คือ ระดับพฤติกรรมพ้ืนฐาน ระดับท้าทาย และระดับพฤติกรรม ระดับต้นแบบ ค่านิยมองค์กร ที่ส่งเสริมให้บุคลากรในหน่วยงานได้ปฏิบัติตามค่านิยมท่ีพึงประสงค์ ประกอบด้วย A: Appreciation: ช่ืนชม B: Bravery: กล้าหาญ C: Creativity: สร้างสรรค์ D: Discovery: ใฝ่รู้ E: Empathy: เขา้ ใจ F: Facilitation: เอ้ืออานวยต่อมาเพิ่มอีก ๒ ตวั คอื S: Simplify P: Practical ๙. พัฒนารูปแบบศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ขององค์กรชุมชนและองค์กรท้องถ่ินในลักษณะ e-learning และออกแบบงานส่งเสริมการจัดการความรู้ของชุมชนอย่างเป็นกิจลักษณะในรูปของศูนย์เรียนรู้ ชุมชน โดยส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ การสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นเพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับ รายได้ของประชาชน ๑๐. ขับเคล่ือนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ให้เป็นรากฐานของชีวิตประชาชนในหมู่บ้าน โดย ใช้ตัวชี้วดั ๖x๒ เปน็ เป้าหมาย “ ลดรายจ่ายเพ่ิมรายได้ออมเรียนรู้อนรุ ักษ์เอื้ออารีต่อกัน” ในปี ๒๕๕๔ ดาเนิน โครงการ “ หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เน่ืองในพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ จานวน ๑, ๗๕๖ หมู่บ้านผลสาเร็จท่ี เปน็ รูปธรรมคือ “ ไมม่ ี ยาเสพติด ไม่มีคนจน ไม่มีหน้ีนอกระบบ มีการจัดสวัสดิการชุมชน มีการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อม และมีการยกระดับการประเมินผลการพัฒนาเชิงคุณภาพด้วยการวัดความสุขมวลรวมชุมชน (Gross Village Happiness: GVH) ๑๑. พัฒนากจิ กรรมสง่ เสรมิ การพัฒนากลุ่มออมทรัพยเ์ พ่ือการผลติ หลายกิจกรรม ได้แก่ การตรวจ สุขภาพกลุ่มออมทรัพย์เพ่ือการผลิต การจัดตั้งโรงเรียนกลุ่มออมทรัพย์ฯ และการพัฒนาผู้เช่ียวชาญ กลมุ่ ออมทรพั ย์ ฯลฯ ๑๒. ส่งเสริมการจัดตั้งสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน ซ่ึงเป็นองค์กรการเงินชุมชนของพี่น้อง ประชาชนในหมู่บ้านชุมชน ที่จัดต้ังขึ้นมาเพ่ือบูรณาการด้านการบริหารจัดการเงินทุนในหมู่บ้านชมุ ชน เพ่ือให้ เกิดเอกภาพ สามารถใช้เงินทุนอย่างคุ้มค่าเกิดประโยชน์สูงสุดมีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาของหมู่บ้าน ชมุ ชน ๑๓. พัฒนาแนวความคิดการพัฒนาทุนชุมชน เพื่อใช้ในการวิเคราะห์สถานการณ์ และการพัฒนา ข อ ง ชุ ม ช น โ ด ย ทุ น ชุ ม ช น ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย ทุ น ก า ย ภ า พ ทุ น ม นุ ษ ย์ ทุ น สั ง ค ม ทุ น ก า ร เ งิ น และทุนทรพั ยากรธรรมชาติ
๑๔. พัฒนาแนวความคิด “ ส่งเสริมชุมชนแห่งความเก้ือกูล” เพื่อก่อให้เกิดความเข้มแข็ง และพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืนของชุมชน งานท่ีดาเนินการได้แก่ ร้ือฟ้ืนวัฒนธรรมลงแขก ส่งเสริมระบบ การเก้ือกูลคนทุกข์ยากในชุมชน โดยการจัดให้มีกิจกรรมช่วยเหลือคนยากจน คนด้อยโอกาส และคนชราโดย กองทุนชุมชนจดั ให้มีการบริหารจัดการทรัพยากรของชุมชน เช่น ครัวชุมชน คลังชุมชนตเู้ ย็นธรรมชาติสง่ เสริม การผลิตในระบบเศรษฐกิจชุมชนเกื้อกูล เพื่อลดต้นทุนการผลิต และปลูกฝังจิตสานึกสาธารณะ ให้คนในชุมชนมีความรับผิดชอบต่อตนเอง และชุมชนปลูกฝังให้ประชาชนมีความรักภักดีในชาติศาสนาและ พระมหากษตั ริย์ สรปุ ระยะท๕่ี ใ น ยุ ค น้ี ก ร ม ก า ร พั ฒ น า ชุ ม ช น ไ ด้ ป รั บ กิ จ ก ร ร ม โ ด ย มี ยุ ท ธ ศ า ส ต ร์ เ ป็ น ตั ว ก า ห น ด ทิ ศ ท า ง รวมท้งั นาระบบบรหิ ารจัดการยุคใหม่เข้ามาจดั ระบบความคิดปรับระบบงานกากบั การบริหารงานพฒั นาระบบ ก า ร บ ริ ห า ร แ ล ะ พั ฒ น า ท รั พ ย า ก ร บุ ค ค ล แ ล ะ อ อ ก แ บ บ ร ะ บ บ ก า ร วั ด ป ร ะ เ มิ น ผ ล ทั้ ง ห ม ด ใ ห้ เ ป็ น ไปเพ่ือการเป็น “ องค์กรราชการที่มีสมรรถนะสูงของระบบการบริหารราชการยุคใหม่” ในช่วงปีพศ. ๒๕๕๕ -๒๕๕๕ ในยุคน้ีมีอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน จานวน ๑๑ ท่าน ได้แก่ ๑.นายสุจริต ปัจฉิมนันท์ ดารงตาแหนง่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๔ – ๓๐กันยายน ๒๕๔๕ ๒.นายสุจริต นันทมนตรี ดารงตาแหน่ง ๑ตุลาคม ๒๕๔๕- ๔ มิถุนายน ๒๕๔๖ ๓.นายชัยสิทธ์ิ โหตระกิตย์ ดารงตาแหน่ง ๕ มิถุนายน ๒๕๔๖-๓๐ กันยายน ๒๕๔๘ ๔ . ด ร . นิ รั น ด ร์ จ ง วุ ฒิ เ ว ศ น์ ด า ร ง ต า แ ห น่ ง ๑ ตุ ล า ค ม ๒ ๕ ๔ ๘ - ๓ ๐ กั น ย า ย น ๒ ๕ ๕ ๐ ๕.นาย ปรีชา บุตรศรี ดารงตาแหน่ง ๑ตุลาคม ๒๕๕๐ -๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๑ ๖.นายชุมพร พลรักษ์ ดารงตาแหน่ง ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๑-๑๕มีนาคม ๒๕๕๒ ๗. นาย ไพรัตน์ สกลพันธุ์ ดารงตาแหน่ง ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๒- ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒ ๘.นาย มงคล สุระสัจจะ ดารงตาแหน่ง๑ ตุลาคม ๒๕๕๒ - ๒๙ เมษายน ๒๕๕๓ ๙. นายวิเชียร ชวลิต ดารงตาแหน่ง ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๓ - ๑๕ธันวาคม ๒๕๕๓ ๑๐.นายสรุ ชยั ขันอาสา ดารงตาแหนง่ ๒๐ ธันวาคม๒๕๕๓ -๒๔ พฤจิกายน ๒๕๕๔ ๑๑นายประภาส บุญยนิ ดี ดารงตาแหน่ง ๒๔ พฤจิกายน ๒๕๕๔-๓๐กนั ยายน๒๕๕๕แต่ละท่านมอี ดุ มการณ์ในการทางานท่ีแตกตา่ งกันไป โดยส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นให้ประชาชนมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ชุมชนเกิดความเข้มแข็งส่งเสริมชุมชนแห่งความ เกื้อกูล การปรับบทบาทภารกิจของกรมการพัฒนาชุมชนมี ดังนี้ ครั้งท่ี ๑ กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ กรมการพฒั นาชุมชนกระทรวงมหาดไทย พ. ศ. ๒๕๔๕ ครัง้ ที่ ๒ กฎกระทรวงแบง่ ส่วนราชการกรมการพัฒนา ชุมชนกระทรวงมหาดไทย พ. ศ. ๒๕๕๒ในทศวรรษน้ี กรมการพัฒนาชุมชน มีงานใหม่ๆ เกิดข้ึนมากมายจน ยากทจ่ี ะบนั ทึกไว้ได้ทั้งหมดหลายเรื่องเร่ิมต้นพัฒนาขึ้นมาในระยะน้ี ซ่ึงเปน็ ผลมาจากการพัฒนาระบบราชการ และความก้าวหนา้ ของเทคโนโลยงี านสาคัญๆ ทเี่ กิดข้ึนในระยะนี้ ได้แก่ ๑. ส่งเสริมการจัดตั้งศนู ย์ประสานงาน เครือข่ายองค์กรชุมชนประจาตาบล (ศอช. ต) ๒. พัฒนาระบบมาตรฐานงานชุมชน (มชช.) ๓. พัฒนางานส่งเสริมระบบบริหารจัด การชุมช น ๔. พัฒนาระบบเทคโ นโ ลยีสารสนเทศ ๕. ส่งเสริมให้วิเคราะห์ข้อมูลและนาเสนอข้อมูลชุมชนในลักษณะสารสนเทศชุมชน ๖.ดาเนินการโครงการ แก้ปัญหาความยากจนแบบเข้าถึงทุกครัวเรือน ๗. การพัฒนาโมเดลการฝึกอบร๘. กาหนดค่านิยมองค์กร ๙. พัฒนารูปแบบศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ขององค์กรชุมช นแล ะอง ค์กร ท้อง ถ่ินในลั ก ษ ณ ะ ๑๐. ขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ๑๑. พัฒนากิจกรรมส่งเสริมการพัฒนากลุ่มออมทรัพย์เพ่ือการผลิต ๑๒. ส่งเสริมการจัดต้ังสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน ๑๓. พัฒนาแนวความคิดการพัฒนาทุนชุมชน ๑๔. พัฒนาแนวความคิด “ ส่งเสรมิ ชุมชนแห่งความเกือ้ กูล”
ยคุ ท่ี หก (พศ. ๒๕๕๕-ปจั จบุ นั ) ในยุคน้ีมีอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนผู้มีบทบาทกาหนดทิศทางสร้างสรรค์งานพัฒนาชุมชน จานวน ๔ ท่าน ได้แก่ ลาดบั ที่ ๒๕ นายขวญั ชัย วงศน์ ิติกร ดารงตาแหนง่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๕ –๓๐ กนั ยายน ๒๕๕๘ ลาดบั ท่ี ๒๖ นายไมตรี อินทุสุต ดารงตาแหน่ง ๑ ตลุ าคม ๒๕๕๘ -๑ตลุ าคม ๒๕๕๘ ลาดับที่ ๒๗ นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ ดารงตาแหนง่ ๒ ตลุ าคม๒๕๕๘-๓๐กันยายน ๒๕๖๑ ลาดบั ที่ ๒๘ นายนิสติ จันทรส์ มวงศ์ ดารงตาแหนง่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๑ – ปัจจุบัน อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน วิสัยทัศน์ เศรษฐกิจรากมั่นคงและชุมชนพ่ึงตนเองได้ภายในปี 2564 แนวคิด ประเทศ4.0 คือ การสร้าง ความเข้มแข็งจากภายใน เม่ือภายในเข้มแข็งแล้วต้องเชื่อมโยงเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะนาพาประเทศไทยสู่ความ มน่ั คง มงั่ คั่ง และย่ังยนื ได้ สงั คมไทยเป็นสังคมทท่ี ี่มีความหวัง มีความสขุ และความสมานฉันทไ์ ด้อยา่ งแทจ้ ริง
การดาเนินงาน ตามนโยบายสาคัญของรฐั บาล ในระยะน้ี นโยบายรัฐบาลหลายเรื่องได้มอบให้กรมการพัฒนาชุมชนดาเนินการ ได้แก่ นโยบายหน่ึง ตาบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) นโยบายกองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมือง โครงการศูนย์ซ่อมสร้าง เพื่อชุมชน (Fixit Center) โครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้าน และชุมชน (SML) กองทุนแม่ของแผ่นดินกองทุน พัฒนาบทบาทสตรี โครงการประชาเสวนา เป็นต้น
สัญลักษณ์กรมการพัฒนาชุมชน กรมการพฒั นาชุมชนมีการปรับเปล่ียนสัญลักษณ์ตามยุคสมัยตั้งแต่ปี ๒๕๐๓ ปจั จุบันมสี ญั ลักษณ์ ๗ แบบ ดงั นี้ สัญลักษณ์ แรก : ปีทีใ่ ช้ ๒๕๐๗ - ๒๕๑๔ องคป์ ระกอบและความหมาย เคร่ืองหมายน้ีแสดงว่าเจ้าหน้าท่ีของรัฐบาลเพ่งมองไปที่เป้าหมายเดียวกันคือปัญหาของชาวชนบทซึ่ง จะต้องร่วมมือกันช่วยประชาชนให้แก้ปัญหาของตนเองอย่างพร้อมเพรียงกันการพัฒนาชมุ ชนในชนบทจะต้อง พัฒนาในดา้ นตา่ ง ๆ ทัง้ ๘ ดา้ น ดังน้ี ๑) การปกครอง ๕) ส่งเสรมิ การศึกษา ๒) ส่งเสรมิ ใหม้ สี หกรณใ์ นหมบู่ า้ น ๖)สง่ เสรมิ การอนามยั ๓) มีการทาอุตสาหกรรมในครวั เรือน ๗) ส่งเสรมิ งานโยธา ๔) สง่ เสรมิ งานการเกษตร ๘) สง่ เสริมวัฒนธรรม สัญลักษณ์ที่ ๒ : ปที ใ่ี ช้ ๒๕๑๔ - ๒๕๑๘ องค์ประกอบและความหมาย »กระทอ่ ม หมายถงึ ชนบท »สีเหลืองของวงกลมภายใน หมายถึง ท้องฟ้าสีทองผอ่ งอาไพตอนรุ่งอรณุ ในชนบท »สีเขยี วใบไม้ (ใบขา้ ว) ของวงกลมภายนอก หมายถึง ความอุดมสมบรู ณ์
วงกลมภายใน หมายถึง พลงั ชุมชน วงกลมภายนอก เป็นจุดประสงคใ์ นการทางาน เป็นนามธรรมเรยี กว่ากาลังภายใน พัฒนาชุมชนเปน็ รปู ธรรมเรียกวา่ กาลงั ภายนอกประกอบด้วย ประกอบดว้ ย ๑) การแกไ้ ขส่ิงแวดลอ้ มให้ดขี ้นึ ๑) การนาทศั นะของประชาชน ๒) การให้การศกึ ษาแก่ชมุ ชน ๒) การแกไ้ ขศรทั ธาประชาชน ๓) การส่งเสริมให้ชมุ ชนมีรายไดส้ ูงขึน้ ๓) การผนกึ กาลงั รวมกลมุ่ ประชาชน ๔) การขจัดโรคภัยไข้เจบ็ ส่งเสริมสุขภาพให้ ๔) การเสรมิ สรา้ งความสามารถให้กลมุ่ แข็งแรง ๕) การส่งเสรมิ ให้ใช้เวลาวา่ งให้เกิดประโยชน์ สญั ลกั ษณ์ที่ ๓: ปีทใี่ ช้ ๒๕๑๘-๒๕๕๕ องค์ประกอบและความหมาย วงกลมภายในเป็นรูปโครงสร้างของบ้านชนบทมีตัวอักษรพช. อยู่ใต้รูปบ้านมีลายกนกแบบ เครื่องหมายยันต์ 5 และ ๔ บนหัวอักษรพ. และบนหัวช. ขอบวงกลมล้อมรอบวงกลมภายในมี ๔ สี ๔ ช่วง หมายถึง หลักการทางาน ๔ ป. สีขาว หมายถึง ประชาชนสแี ดงหมายถึงประชาธปิ ไตย สเี ทา หมายถงึ ประสานงาน สีนา้ เงนิ หมายถงึ ประหยัด สัญลักษณน์ ้ไี ดถ้ ูกยกเลกิ ในปี ๒๕๕๐ และไดถ้ ูกนากลบั มาใชใ้ หมใ่ นปี ๒๕๕๑ -๒๕๕๕
สัญลักษณ์ท่ี ๔: ปที ่ใี ช้ ๒๕๒๓ องคป์ ระกอบและความหมาย ประมาณพ. ศ. ๒๕๒๓ ได้มีการนารูปราชสีห์มีลวดลายคล้ายดอกบัวตูมล้อมรอบซึ่งเป็นปูนป้ันประดับหน้าจั่ว ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทยในปัจจุบันมาใช้เป็นเครื่องหมายแสดงให้ทราบว่าเป็นหน่วยงานในสังกัด กระทรวงมหาดไทยโดยในระยะแรกกองอาสาพัฒนาได้นามาใช้กับผู้เข้ารับการอบรมอาสาพัฒนาเนื่องจ ากรูป ราชสีห์หรือที่ชาว พช. นิยมเรียกกันว่า“ สิงห์หยดน้า” มีรูปร่างสวยงามจึงเป็นท่ีนิยมใช้กันในหมู่ชาว พช. ตอ่ มาเมอื่ กรมฯเร่ิมให้ขา้ ราชการใส่ชุดทีมคือชุดสเี ทาแกมเขียวได้มีการใส่คาวา่ “ พัฒนาชมุ ชน” ใตร้ ปู สงิ ห์และ ใช้กันเป็นท่แี พร่หลาย สญั ลักษณท์ ่ี ๕: ปที ใี่ ช้ ๒๕๕๐ องค์ประกอบและความหมาย รูปโครงสร้างของบ้านชนบทมีตัวอักษร พช. อยู่ใต้รูปบ้านมีลายกนกแบบเครื่องหมายยันต์ ๖ และ ๙ บนหัว อักษร พ. และบนหัว ช. มีเลขไทย ๒๕๕๐ แสดงถึงปี พ. ศ. ๒๕๐๕ ท่ีก่อตั้งกรมการพัฒนาชุมชนตัวอักษรสี เหลอื ง หมายถึง วนั จันทร์ คือ วนั เกดิ กรมฯสัญลกั ษณ์น้ไี ดต้ ดั ขอบวงกลมภายนอกที่มี ๔ สี ( หลักการทางาน ๔ ป.) ออกเพื่อความทันสมยั สัญลักษณ์ท่ีใช้ในปี ๒๕๕๐ และได้ถูกยกเลิกในปี ๒๕๕๑ โดยกลับไปใช้สัญลักษณ์“ บ้านชนบท” ท่ีมี ขอบวงกลม ๔ สีหลักการทางาน ๔ ป. จนถึงปจั จบุ นั
เครอ่ื งหมายกรมการพัฒนาชุมชนท่ีใช้ ( ๒๕๑๘-๒๕๕๕ ) สขี าว หมายถงึ ประชาชน สแี ดง หมายถึง ประชาธิปไตย สีเทา หมายถงึ ประสานงาน สีนา้ เงนิ หมายถึง ประหยัด เครือ่ งหมายกรมการพัฒนาชมุ ชนทีใ่ ช้ (๒๕๖๐-ปัจจบุ ัน) วงกลมภายในเปน็ รูปโครงสร้างของบ้านชนบท มีตัวอักษร พช. อยูใ่ ต้รูปบา้ น มีลายกนก แบบเคร่อื งหมาย ๖ และ ๙ บนตัวอกั ษร พ. และอักษร ช. ขอบวงกลมลอ้ มรอบวงกลมภายในมี 4 สี 4 ช่วงหมายถงึ หลกั การทางาน 4 ป. สีขาว หมายถงึ ประชาชน สีแดง หมายถงึ ประชาธิปไตย สเี ทา หมายถึง ประสานงาน สนี า้ เงิน หมายถึง ประหยดั
Search