กรมการพฒั นาชุมชน อทุ ศิ ตน พฒั นาคน สร้างชมุ ชนอยา่ ง ยง่ั ยนื
๑ คำนำ การดาเนินงานของกรมการพัฒนาชุมชนมีผลงานมากมายเป็นท่ีประจักษ์สร้างสรรค์วางรากฐาน งานพฒั นาชมุ ชน นบั ต้งั แตร่ ะยะก่อรา่ งสรา้ งองคก์ าร จนถงึ ปัจจบุ นั ดังน้ัน ผู้จัดทาจึงได้ศึกษาแนวคิด หลักการทางาน และผลงานของอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เพ่ือให้บคุ ลากรของสถาบันการพัฒนาชุมชนใช้เปน็ แบบอย่างในการทางานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายยุทธศาสตร์ กรมการพฒั นาชมุ ชนตอ่ ไป จดั ทาโดย นางสาวอานีตาร์ เจะเลาะ
สำรบัญ ๒ คำนำ หนำ้ 1 สำรบญั 2 สว่ นที่ 1 ปรัชญาหลักการพฒั นาชมุ ชน 4 5-47 ส่วนที่ 2 ตานานพัฒนาชุมชน 48-51 ส่วนที่ 3 สญั ลักษณ์กรมการพฒั นาชมุ ชน บรรณำนกุ รม
๓ “พัฒนา คือ สร้างสรรค”์ คาขวญั พระราชทานของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั เน่อื งใน “วนั พัฒนา” “พัฒนาชุมชนต้องพฒั นาใจคนไปพรอ้ มกับวตั ถุ” คาขวัญพระราชทาน สมเดจ็ พระนางเจา้ สิรกิ ิติ์ พระบรมราชนิ นี าถ
๔ สว่ นที่ 1 ปรชั ญำหลักกำรพฒั นำชุมชน ปรชั ญำพัฒนำชมุ ชน หลักความเป็นจริงแห่งชีวิต ท่ีนักพัฒนาชุมชนยึดถือเป็นสรณะคือ ความเช่ือมั่นและศรัทธา ในมนษุ ยชาติว่ามนุษยท์ ุกชวี ิตมีคุณคา่ และมคี วามหมาย มีศกั ดศ์ิ รี และ มศี ักยภาพ กลา่ วคือ มีฐานะแห่งความเป็นมนษุ ย์ที่ไม่ควรจะไดร้ ับการเหยยี บย่า ดหู มนิ่ เหยียดหยาม จากเพื่อน มนุษย์ด้วยกันเอง มีความสามารถจากการเป็นมนุษย์ที่ควรได้รับการยอมรับและทาใหป้ รากฎเป็นจริงในทาง ปฏิบตั ิจากเพ่ือนมนุษยด์ ้วยกนั เอง หลักกำรพัฒนำชมุ ชน หลกั การพฒั นาชมุ ชนทแี่ ทจ้ รงิ คือ หลกั ประชาชน ๑.เริ่มต้นที่ประชำชน ยืนจุดเดียวกับประชาชน มองโลก มองชีวิต มองปัญหา จากทัศนะ ของประชาชน เพือ่ ให้เข้าใจปญั หา ความต้องการประชาชนเพื่อให้เขา้ ถงึ ชีวิต จติ ใจของประชาชน ๒.ทำงำนร่วมกับประชำชน (ไม่ใช่ทางานให้แก่ประชาชนเพราะจะทาให้เกดิ ความคิดมาทวงบุญ ทวงคุณจากประชาชนในภายหลัง) การที่จะทาให้ประชาชนเข้าใจปัญหาของตนเองและมีกาลังใจ ลุกขึ้นตอ่ สู้กับปญั หาช่วยกันคดิ ช่วยกันแก้ไขปญั หานนั้ ยอ่ มมีหนทางทจี่ ะกระทาไดโ้ ดยไม่ยากหากเข้าใจปัญหา และเข้าถึงจติ ใจประชาชน ๓.ยึด ประชำชนเป็นพระเอก ประชาชนต้องเป็นผู้กระทาการพัฒนาด้วยตนเอง ไม่ใช่เปน็ ผู้ถูกกระทาหรือฝ่ายรองรับข้างเดียว เพราะผลของการกระทาการพัฒนาน้ัน ตกอยู่ท่ีประชาชนโดยตรง ประชาชนเป็นผรู้ บั โชคหรอื เคราะหจ์ ากการพฒั นา น้ัน ดงั นนั้ การพัฒนาชุมชนจึงมีหลกั การที่มีจุดหมาย ๓ เชิง ในการพัฒนาทรพั ยากรมนษุ ย์และชุมชนมนษุ ย์ดงั นี้ ๑. จดุ หมาย เชงิ กระบวนกำร (Process Goal) เป็นกระบวนการตอ่ เนือ่ งในการพฒั นาความคิด จติ ใจมนษุ ย์ ใหค้ ดิ พ่ึงตนเองมจี ิตใจเออ้ื เฟ้อื ชว่ ยเหลอื เพอื่ นมนุษย์ ๒. จุดหมาย เชิงสัมพันธภำพ (Relationship Goal) เป็นการทาให้มนุษย์มีความสัมพันธ์ท่ีดี ตอ่ กนั รว่ มมือรว่ มใจกันทางานเพือ่ กันและกนั คอื เพอ่ื กล่มุ ๓. .จดุ หมาย เชงิ กำรงำน (Task Goal) เปน็ การทางานพฒั นาความเปน็ อยขู่ องมนุษยเ์ พ่อื ความ อยเู่ ยน็ เปน็ สุข
๕ สว่ นที่ 2 ตำนำนพฒั นำชุมชน กอ่ นจะเป็นกรมกำรพฒั นำชุมชน จำกบูรณะชนบท ผ่ำนพฒั นำกำรท้องถิ่น สกู่ ำรพัฒนำชมุ ชน (พ.ศ. ๒๔๘๓-๒๕๐๔) แนวความคิดเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนของโลกเกดิ ข้ึนในช่วงครึ่งหลงั ปี พ.ศ. ๒๔๘๓ โดยประเทศใน เ ค รื อ จั ก ร ภ พ อั ง ก ฤ ษ ที่ เ ริ่ ม เ ป ล่ี ย น แ น ว คิ ด เ กี่ ย ว กั บ ก า ร พั ฒ น า ม า เ ห็ น ค ว า ม ส า คั ญ ข อ ง ป ร ะ ช า ช น ในการเป็นแกนกลางของพลังขับทางสังคม แนวความคิดนี้ถูกเผยแพร่ออกไปยังนานาประเทศ จนเกิดปรัชญาเกี่ยวกับการทางานร่วมกันอย่างใกล้ชิดและสนับสนุนกันระหว่างรัฐบาลกับประชาชน ใ น ก า ร ป รั บ ป รุ ง ค ว า ม เ ป็ น อ ยู่ ข อ ง ชุ ม ช น ที่ รู้ จั ก กั น ใ น ช่ื อ ว่ า ข บ ว น ก า ร พั ฒ น า ชุ ม ช น (Community Development ) การนาแนวคิดการพัฒนาชุมชนมาดาเนินการในประเทศไทยก็ได้อิทธิพล มาจากกระแสการพัฒนาทีเ่ ปลีย่ นแปลงไปดงั กลา่ วข้างต้นเช่นกนั โดยมีความเป็นมาของการพัฒนาชุมชน พ.ศ ๒๔๘๓ ประกาศของกระทรวงมหาดไทยกาหนดให้มี การดาเนินงานแผนการบูรณะชนบทมี วตั ถุประสงค์ ๒ ประการ ๑.สรา้ งสรรคช์ วี ติ จติ ใจของประชาชนในชนบทให้เหมาะสมทจี่ ะเป็นพลเมอื งดี ๒.สง่ เสรมิ ให้ประชาชนมกี ารครองชีพดขี ึน้ พ.ศ ๒๔๙๗ กระทรวงศึกษาธิการดาเนินงานพัฒนาการท้องถิ่นในรูปของโครงการมูลสารศึกษาและจัดตั้งศูนย์ ฝึกอบรมศึกษาผู้ใหญ่จังหวัดอุบลราชธานี (ศ.บ.ศ.อ.) โดย UNESCO สนับสนุนเป็น ๑ ใน๖ แห่งของโลก ที่ผลิต สารนิเทศก์ (อบรม ๒ ปี รุ่นแรกสาเร็จปี ๒๔๙๙ ออกปฏิบัติงานในหน่วยมูลสารศึกษา ในจังหวดั ต่างๆ พ.ศ ๒๔๙๙ ก ร ม ป ร ะ ช า ส ง เ ค ร า ะ ห์ ต้ั ง ส า นั ก ง า น พั ฒ น า ก า ร ท้ อ ง ถิ่ น เ ป็ น ส า นั ก ง า น อิ ส ร ะ ขึ้ น ต ร ง กั บ กระทรวงมหาดไทย ม่งุ ใหป้ ระชาชนมีส่วนรว่ ม รว่ มคดิ รว่ มลงทนุ และรว่ มแรงงาน เพ่ือแก้ปญั หาท้องถน่ิ ตาม คตกิ ารปกครองระบอบเสรปี ระชาธิปไตย พ.ศ ๒๕๐๐ ก ร ม ม ห า ด ไท ย ริ เ ร่ิ ม โ คร ง ก า ร พั ฒ น า ท้ อ ง ถิ่ น ข้ึ น ได้ ท ด ล อ ง ป ฏิ บั ติ มี ควา ม เ ป็ น ไป ได้ จึงคัดเลอื กปลัดอาเภอเขา้ อบรมเปน็ ปลดั อาเภอพัฒนากร สง่ ออกปฏิบัตงิ านพัฒนาในเขตพฒั นาที่กาหนด พ.ศ ๒๕๐๒ คณะรัฐมนตรีมีมติเม่ือ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๐๒ มอบกระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าของเร่ืองงาน พฒั นาการท้องถนิ่ และมมี ตเิ มือ่ ๕ สิงหาคม ๒๕๐๒ ใหก้ รมมหาดไทยรับโอนสารนิเทศ จานวน ๒๖๐ คน และ งานมูลสารศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการมาสงั กัดกรมมหาดไทย วันท่ี ๒๑ สิงหาคม ๒๕๐๒ กรมมหาดไทย เปน็ เจา้ ของเรือ่ งในงานพัฒนาการทอ้ งถิ่นแห่งชาติ แทนกรมประชาสงเคราะห์
๖ พ.ศ ๒๕๐๓ สานักงานพัฒนาการท้องถ่ินได้รับการยกฐานะเป็น ส่วนพัฒนาการท้องถ่ิน ข้ึนกับกรมมหาดไทย มีหนา้ ทร่ี ับผดิ ชอบการฝึกอบรมข้าราชการพัฒนาท้องถิน่ แห่งชาติ เจา้ หนา้ ทป่ี ระสานงานและเปน็ ศนู ย์วางแผน พฒั นาทอ้ งถิน่ เป็นสานักงานเลขาธกิ ารคณะกรรมการพัฒนาท้องถนิ่ แหง่ ชาติ กฎ ก.พ. ฉบับที่ ๒๔๐ ออกตาม พ.ร.บ. ข้าราชการพลเรือนพ.ศ. ๒๔๙๗ เทียบตาแหน่งปลัดอาเภอ พัฒนากรและสารนิเทศก์ในกรมมหาดไทยว่า”พัฒนากร” (Community development Worker หรือ Community Development Organizer) พ.ศ ๒๕๐๔ รัฐบาลไทยด้วยการสนับสนุนขององค์การสนธิสัญญาเอเชียอาคเนย์ (SEATO) จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลอื ทางวชิ าการพัฒนาการท้องถน่ิ ประจาภาคไทย-สปอ. (ศ.ว.พ.) ข้ึนท่ีจงั หวัดอบุ ลราชธานเี ป็นแห่งแรก ภายหลัง เปลี่ยนชอื่ เป็นศนู ย์ชว่ ยเหลอื ทางวิชาการพัฒนาชมุ ชนไทย-สปอ.
๗ รำยชือ่ อธิบดีกรมกำรพฒั นำชมุ ชน (พศ.๒๕๐๕-ปี ๒๕๖๒) ๑. นาย สาย หตุ ะเจรญิ ๑ ตุลาคม ๒๕๐๕- ๓๐ กนั ยายน ๒๕๑๒ ๒. นายประสงค์ อศิ รภกั ดี ๑ ตลุ าคม ๒๕๑๒- ๓๐ กนั ยายน ๒๔๑๔ ๓. นาย พฒั น์ บุญยรัตนพ์ นั ธุ์ ๑ ตุลาคม ๒๕๑๔ –๓๐ กนั ยายน ๒๕๑๘ ๔. นาย นริ ุติ ไชยกูล ๑ ตุลาคม ๒๕๑๘- ๓๐ กันยายน ๒๕๒๒ ๕. ร.ต.ท. ระดม มหาศรานนท์ ๑ ตุลาคม๒๕๒๒- ๓๐ กันยายน ๒๕๒๖ ๖. นาย สวุ นยั ทองนพ ๑ ตุลาคม ๑๔๑๖- ๓๐ กันยายน ๒๕๓๑ ๗. นาย ศกั ดา อ้อพงษ์ ๑ ตุลาคม ๒๕๓๑- ๓๐ กันยายน ๒๕๓๒ ๘. ดร.ยวุ ัฒน์ วฒุ เิ มธี ๑ ตลุ าคม ๒๕๓๒ – ๓๐ กันยายน ๒๕๓๔ ๙. นาย สมิตร กิจจาหาญ ๑ ตุลาคม ๒๕๓๔ –๓๐ กันยายน ๒๕๓๖ ๑๐. นาย อภยั จนั ทนจุลกะ ๑ ตลุ าคม ๒๕๓๖- ๓๐ กันยายน๒๕๓๙ ๑๑. นายสมศักดิ์ ศรีวรรธนะ ๑ ตุลาคม ๒๕๓๙- ๓๑ พฤษภาคม๒๕๔๑ ๑๒. นายไพโรจน์ พรหมส์น ๑ มถิ ุนายน ๒๕๔๑-๒๙ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๔๑ ๑๓. นายจเดจ็ อนิ ทรส์ ว่าง ๑ มีนาคม๒๕๔๓- ๓๐ กนั ยายน ๒๕๔๔ ๑๔. นายสจุ รติ ปจั ฉมิ นันท์ ๑ ตลุ าคม ๒๕๔๔ –๓๐ กนั ยายน ๒๕๔๕ ๑๕. นายสุจริต นันทมนตรี ๑ ตลุ าคม ๒๕๔๕- ๔ มิถุนายน ๒๕๔๖ ๑๖. นายชัยสิทธิ์ โหตระกติ ย์ ๕ มิถนุ ายน ๒๕๔๖-๓๐ กันยายน ๒๕๔๘ ๑๗. ดร.นิรันดร์ จงวุฒเิ วศน์ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๘- ๓๐ กนั ยายน ๒๕๕๐ ๑๘. นาย ปรีชา บุตรศรี ๑ ตุลาคม ๒๕๕๐ - ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๑ ๑๙. นายชุมพร พลรักษ์ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๑- ๑๕ มนี าคม ๒๕๕๒ ๒๐. นาย ไพรัตน์ สกลพันธุ์ ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๒- ๓๐ กนั ยายน ๒๕๕๒ ๒๑. นาย มงคล สรุ ะสัจจะ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๒ -๒๙ เมษายน ๒๕๕๓ ๒๒. นายวเิ ชยี ร ชวลิต ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๓ -๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๓ ๒๓. นายสุรชยั ขนั อาสา ๒๐ ธนั วาคม๒๕๕๓ - ๒๔ พฤจิกายน ๒๕๕๔ ๒๔. นายประภาส บุญยนิ ดี ๒๔ พฤจิกายน ๒๕๕๔- ๓๐ กันยายน-๒๕๕๕ ๒๕. นายขวญั ชัย วงศน์ ิตกิ ร ๑ ตลุ าคม ๒๕๕๕ - ๓๐ กนั ยายน ๒๕๕๘ ๒๖. นาย ไมตรี อนิ ทุสุต ๑ ตุลาคม ๒๕๕๘- ๑ ตุลาคม ๒๕๕๘ ๒๗. นายอภิชาติ โตดลิ กเวชช์ ๒ ตุลาคม๒๕๕๘- ๓๐กันยายน๒๕61 ๒๘. นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ๑ ตลุ าคม ๒๕๖๑ – ปจั จบุ ัน อธิบดกี รมการพัฒนาชมุ ชน
๘ ควำมเปน็ มำของกรมกำรพฒั นำชมุ ชน : รำกฐำนกำรพฒั นำชนบทไทย จำกพฒั นำกำรทอ้ งถ่นิ ผ่ำนกรมมหำดไทย สู่กรมกำรพฒั นำชุมชน (พ.ศ. ๒๕๐๕-๒๕๕๐) ชนบทไทยเม่อื ๕๐ ปีกอ่ นประชากรสว่ นใหญ่ยังดอ้ ยความเจรญิ มีการศึกษาต่า ยากจนเจา้ หนา้ ที่ของ รฐั เข้าไมถ่ งึ ประชาชน ซึง่ สง่ ผลต่อความม่นั คงของประเทศ เพือ่ ให้การพฒั นาเกดิ ความย่งั ยนื ประชาชนตอ้ งเข้า มามีส่วนร่วมในการตดั สินใจและพัฒนาทอ้ งถ่ินของตนเอง ใน ปีพ.ศ. ๒๕๐๕ ไดม้ ีพระราชบัญญัติปรบั ปรงุ กระทรวง ทบวง กรม ฉบบั ที่ ๑๐ และพระราชบัญญัติ โอนกจิ การบริหารของกระทรวงมหาดไทย ซ่ึงมกี ารปรบั ปรงุ ใหม่ พ. ศ. ๒๕๐๕ ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา ฉบับพิเศษเล่มท่ี ๗๙ ตอนท่ี ๘๙ เมื่อวันท่ี ๓๐ กันยายน ๒๕๐๕ ให้ แยกงานพฒั นาการทอ้ งถ่ินออกจากกรม มหาดไทยมาตั้งเป็นกรมใหม่ชื่อว่า “ กรมการพัฒนาชุมชน” ส่วนกรมมหาดไทยเปล่ียนชื่อเป็น“ กรมการ ปกครอง” โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้แถลงต่อสภาฯ ถึงเหตุผลความจาเป็นของการตั้ง หน่วยงานใหม่ ดังนั้น กรมการพัฒนาชุมชนจึงก่อตั้งข้ึนเมื่อวันท่ี ๑ ตุลาคมพ. ศ. ๒๕๐๕ โดยพันธกิจ ที่กระทรวงมหาดไทยและรัฐบาลมเี จตนารมณ์ มอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชน คือ ปรับปรุงระดับความ เปน็ อยแู่ ละมาตรฐานการครองชพี ของประชาชนในหมบู่ า้ นใหด้ ยี ิ่งข้ึน โดยเนน้ หนักในทางส่งเสรมิ ใหร้ าษฎรเขา้ มาร่วมมือดาเนินงานในแบบการช่วยตัวเองอันเปน็ ปัจจัยสาคญั ตามหลกั การพฒั นาชุมชนท่ีวา่ พัฒนากรจะต้อง ทางานกบั ประชาชน มใิ ชท่ าให้ประชาชนเพ่อื ใหบ้ งั เกิดผลสมตามเจตนารมณ์ท่สี าคญั ๓ ประการ
๙ ๑. ประชาชนชาวไทยมีมาตรฐานการครองชีพสูงขน้ึ ๒. ทัศนคติของประชาชนเปล่ียนจาก “ การรอคอยหวังความช่วยเหลือจากรัฐบาลอย่างเดียว” มาเป็น“รว่ มมอื กันชว่ ยเหลือตนเอง” ๓. ประชาชนรูจ้ กั สิทธแิ ละหนา้ ที่ สามารถปกครองตนเองไดต้ ามวถิ ีทาง ในระบอบประชาธิปไตยโดยมี “ พฒั นากร” เปน็ ข้าราชการหลักทางานรว่ มกับประชาชนในหมบู่ ้าน ตาบล กรมการพัฒนาชุมชนได้ปรบั ปรงุ พัฒนาองค์การอยา่ งเป็นระบบนับตั้งแต่ได้มีการก่อตง้ั ข้นึ เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๐๕ โดยการปรับปรุงกระบวนการทางานและภารกิจให้สอดคล้องกับกระแสการพัฒนา และ สภาพการณข์ องสงั คมในแต่ละยคุ สมัยตามความเหมาะสม จาแนกเปน็ ๕ ระยะคือ ระยะแรก : กอ่ รา่ งสร้างองค์การ (พ. ศ. ๒๕๐๕-๒๕๑๔) ระยะท่ี ๒ : สรา้ งพลงั ชมุ ชน (พ. ศ. ๒๕๑๕-๒๕๒๔) ระยะท่ี ๓ : สู่ระบบบริหารการพฒั นาชนบทแหง่ ชาติ (พ. ศ. ๒๕๒๕-๒๕๓๔) ระยะที่ ๔ : เสริมสร้างความเขม้ แขง็ ของชมุ ชน (พ. ศ. ๒๕๓๕-๒๕๔๔) ระยะท่ี ๕ : สู่ยคุ ใหม่ของระบบราชการ (พ. ศ. ๒๕๔๕-๒๕๕๔)
๑๐ ยุคแรก ก่อร่ำงสรำ้ งองคก์ ร (พ ศ.๒๕๐๕-๒๕๑๔) การดาเนินงานพฒั นาชมุ ชนในระยะน้เี นน้ การกระตนุ้ ประชาชนให้รว่ มมอื กนั แกป้ ัญหาของตนเองและ หมู่บ้านเพ่ือความมน่ั คงของชาติรวมท้ังกระตนุ้ ใหป้ ระชาชนรับเอาบริการของรฐั บาลมาทาให้เกิดประโยชน์ใน การพฒั นาหมบู่ า้ นชุมชนของตน ได้มกี ารพฒั นาต้นแบบกิจกรรมพัฒนาชุมชนและกระบวนการพัฒนาชมุ ชนใน หลายเร่ืองที่ยังคงใช้มาจนถึงปัจจุบัน ได้แก่ การจัดทาแผนพัฒนาชุมชน ๕ ปี การจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ทดลองรปู แบบศูนย์พัฒนาอาชีพสร้างหลักสูตรพัฒนาผนู้ าท้องถิ่น พัฒนาระบบการสารวจข้อมลู ชุมชน จัดต้ัง องคก์ รบรหิ ารการพัฒนาระดบั หม่บู ้าน ตาบล ในยคุ นีม้ ีอธบิ ดีกรมการพัฒนาชุมชนผู้มบี ทบาทกาหนดทิศทางสรา้ งสรรค์งานพัฒนาชุมชน จานวน 2 ท่าน ได้แก่ ลำดบั ที่ ๑ นำยสำย หุตะเจริญ ดำรงตำแหน่ง ๑ ตุลำคม ๒๕๐๕-๓๐ กนั ยำยน ๒๕๑๒ มีอุดมกำรณ์ในกำรทำงำน คอื รกั ชนบท อดทน ประสานงาน คอื อดุ มการณข์ องงานพฒั นาชุมชนเป็นผกู้ ่อตั้ง กรมการพัฒนาชมุ ชน รเิ ร่มิ นาหลกั การพฒั นาชมุ ชนมาใชใ้ หก้ าเนิด พัฒนากร คำกล่ำว ขอใหพ้ ฒั นากรระลึก ไว้เสมอว่าพัฒนากรมีบทบาทและหน้าท่ีสาคัญที่สุดในการพัฒนาคน ให้มีการศึกษาดี มีเงินใช้ไร้ราคา เพื่อใหม้ ีความรู้ความสามารถ และร่วมมอื ในการสร้างความเจริญท้ังทางด้านเศรษฐกิจและสงั คมแกช่ ุมชน สหกรณ์ออมทรพั ย์กรมการพัฒนาชุมชน จัดตั้งเม่ือ ปี พ.ศ. ๒๕๑๑ ในสมัยของ นายสาย หุตะเจรญิ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เพอ่ื เป็นสวสั ดิการและชว่ ยเหลอื ข้าราชการและลกู จ้างของกรมการพฒั นาชุมชน ที่ ประสบปัญหาด้านการเงิน โดยสหกรณ์เป็นแหล่งเงินกู้และแก้ปัญหาทางการเงินของสม าชิก ปจั จุบนั มจี านวนสมาชิกกว่า ๙ พันคน และมีสินทรัพย์รวมกวา่ ๕,๖๕๓ลา้ นบาท ลำดบั ท่ี ๒ นำยประสงค์ อิศรภกั ดี ดำรงตำแหนง่ ๑ ตลุ ำคม ๒๕๑๒-๓๐กนั ยำยน ๒๔๑๔ มีอุดมกำรณ์ในกำรทำงำน คือ การพัฒนาชุมชน เป็นวิธีนาความเปลี่ยนแปลงไปสู่ชนบทให้เจริญ โดยอาศยั ความรว่ มมือของประชาชนและเจา้ หน้าท่ีของรัฐบาลเปน็ หลักสาคัญ
๑๑ ในระยะแรกของการก่อตั้งกรมการพัฒนาชุมชนได้กาหนดหน้าที่ของกรมการพัฒนาชุมชน ไว้ ๘ ประการ ตามคาส่ังกรมการพัฒนาชุมชนที่ ๑๐๗ / ๒๕๐๖ ลงวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๐๖ เรื่องการแบ่ง งานและระเบียบวธิ ีปฏิบัตริ าชการของกรมการพัฒนาชมุ ชนคอื ๑. ยกมาตรฐานการครองชพี ประชาชนในชนบทให้สูงขึ้น และมีความมนั่ คง ๒. ฝึกอบรมเจ้าหนา้ ท่ีและผนู้ าทอ้ งถ่นิ เพ่ือให้เข้าใจในหลกั การ และ วธิ ีดาเนนิ งาน ในการพฒั นาชมุ ชน ๓. ใหก้ ารศกึ ษาและฝึกอบรมประชาชนใหม้ คี วามรู้ในแบบและงานฝมี อื สมัยใหม่ เพ่อื การครองชีพทดี่ ีขน้ึ ๔. สง่ เสริมและฝึกอบรมประชาชนให้เข้าใจวถิ ีการปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตย ๕. นเิ ทศการปฏบิ ัตงิ านของเจ้าหน้าทแ่ี ละทาการวจิ ัยและประเมินผลงานพัฒนาชมุ ชน ๖. เปน็ สถาบันเพอื่ การศึกษาคน้ ควา้ ทางวิชาการเก่ียวกบั งานพัฒนาชมุ ชนของนานาประเทศ ทง้ั ในทางทฤษฎแี ละปฏิบัติ ๗. เปน็ ศนู ยก์ ลางในการบริหารงานพัฒนาชุมชน ประสานการบรกิ ารทางวชิ าการ ของกระทรวง ทบวง กรม และองค์กรตา่ ง ๆ ที่เกย่ี วขอ้ ง ๘. เปน็ สานักงานเลขาธกิ ารของคณะกรรมการพฒั นาชมุ ชนแหง่ ชาติและคณะกรรมการบรหิ าร และประสานงานพัฒนาชุมชนแห่งชาติ
๑๒ โครงกำรปฏิบตั งิ ำนในปี พ. ศ. ๒๕๐๖ มีจำนวน ๙ โครงกำร ๑. โครงการเปดิ เขตพัฒนาอาเภอ ๒. โครงการฝึกอบรมเจา้ หนา้ ท่ี ๓. โครงการพัฒนาผู้นาท้องถิ่น ๔. โครงการพฒั นากลุม่ อาชพี ๕. โครงการสง่ เสรมิ สาธารณะสมบัตขิ องชมุ ชน ๖. โครงการพัฒนากจิ กรรมสตรี เด็ก และเยาวชน ๗. โครงการส่งเสริมและเผยแพร่ ๘. โครงการวิจยั และประเมนิ ผล ๙. โครงการศูนย์ ศวพ.(ศนู ยช์ ว่ ยเหลอื ทางวิชาการพัฒนาชุมชน) การดาเนนิ งานพัฒนาชุมชนในระยะนเ้ี น้นการกระตนุ้ ประชาชนให้รว่ มมือกันแกป้ ญั หาของตนเองและ หมู่บ้านเพื่อความมั่นคงของชาติ รวมท้ังกระตุ้นให้ประชาชนรับเอาบริการของรัฐบาลมาทาให้ เกิดประโยชน์ในการพัฒนาหมบู่ ้านชุมชนของตนซ่ึงเป็นการสง่ เสริมใหโ้ ครงการพฒั นาท่ีหน่วยงานต่าง ๆริเร่ิม ดาเนินการได้บังเกิดผลดียิ่งข้ึนแก่ประชาชน ได้มีการพัฒนาต้นแบบกิจกรรมพัฒนาชุมชนและ กระบวนการพัฒนาชุมชนในหลายเร่ืองที่ยังคงใช้มาจนถึงปัจจบุ ันบางเรื่องก็มีการพัฒนาต่อในระยะหลงั จน กลายเปน็ ระบบของชาติและบางเรือ่ งกม็ ีหน่วยงานอน่ื นาไปประยุกต์ใชอ้ ยา่ งแพรห่ ลาย งำนสำคญั ทร่ี เิ ร่มิ และพัฒนำขน้ึ มำในระยะนไ้ี ดแ้ ก่ ๑. กำรพัฒนำรูปแบบกำรจัดทำแผนพัฒนำชุมชน ๕ ปี ซ่ึงเป็นรูปแบบของการจัดทาแผนพัฒนา เศรษฐกจิ และสงั คมของชมุ ชนระดับตาบลด้วยการดาเนนิ การวจิ ยั เชิงปฏิบัติการโดยมี นายวิชิต ศขุ ะวิรยิ ะ รอง อธิบดีฯฝ่ายปฏิบัตินายสุวิทย์ ย่ิงวรพันธุ์ หัวหน้ากองวิจัยและประเมินผลนายเสน่ห์ วัฒนาธร หัวหน้ากองปฏิบัติการ และดร.อมร รักษาสัตย์ ท่ีปรึกษางานวิจัยของกรมการพัฒนาชุมชนเป็นผู้ดาเนินการ และท้ายที่สุดผลการวิจัยก็ได้นามาแก้ไขระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทาแผนพัฒนาชุมชน ๕ ปี พ. ศ. ๒๕๐๕ เมอ่ื เดือนกนั ยายน ๒๕๐๘ ๒. กำรจัดตั้งศูนย์พัฒนำเด็กเล็กที่บริหำรงำนโดยชมุ ชน เพื่อแบ่งเบาภาระของผูป้ กครองและดูแล เด็กเล็กวัย ๓-๖ ปีให้ได้รับการพัฒนาทง้ั รา่ งกาย จิตใจ และสติปัญญาชุมชนท่จี ัดการโดยชุมชน และชุมชนได้ สมทบทั้งแรงงาน เงิน วัสดุและสติปัญญาในการดาเนินต้ังแต่สร้างอาคาร ดูแลเด็ก บริหารศูนย์ จนถึงการหาทุน
๑๓ กรมการพัฒนาชุมชนร่วมกบั องค์การยูนิเซฟดาเนินการทดลองโครงการพัฒนาเด็กเลก็ เมื่อปี ๒๕๑๐ ในจังหวัดนครปฐม สระบุรี นครราชสีมามิการออกแบบระบบการบริหารศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โดยชุมชน ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการพัฒนาหม่บู ้านและคณะกรรมการพฒั นาตาบล และผู้ดูแลเด็ก (ผดด.) ซ่ึงเป็นสตรีในหมู่บ้านอายุ ๑๖-๔๖ ปี ท่ีได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการพัฒนาหมู่บ้าน และคณะกรรมการพัฒนาตาบลให้ทาหน้าท่ีผู้ดูแลเด็กโดยกรมฯได้พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมผู้ดูแลเด็ก ก่อนประจาการร่วมกบั โรงเรียนอนุบาลละอออุทิศ วทิ ยาลัยครูสวนดสุ ติ เป็นหลกั สูตรพิเศษใชเ้ วลา ๙๐ วนั ผล ของการทดลองเป็นท่ีสนใจของประชาชนในจังหวัดต่าง ๆ อย่างกว้างขวางจนถึงปี ๒๕๑๕ มีการขยายเขต ดาเนินงานเพม่ิ อีก ๔ จังหวัดคือ อุดรธานีชัยภูมิประจวบคีรขี ันธ์ และสงขลา กรมการพฒั นาชุมชนจงึ กาหนด เป็นนโยบายส่งเสริมการดาเนนิ งานศนู ย์พัฒนาเดก็ เลก็ ออกไปทั่วประเทศตัง้ แต่ ปี ๒๕๑๕ เปน็ ตน้ มา ๓. กำรทดลองรูปแบบศูนย์พัฒนำอำชีพ การจัดตั้งศูนย์พัฒนาอาชีพทดลองแห่งแรกดาเนินการ ใน ปี ๒๕๑๒ ทีต่ าบลซาผักแพว อาเภอแก่งคอย จังหวดั สระบรุ ี โดยการสนับสนุนจากองค์การแรงงานระหว่าง ประเทศ (ILO) ร่วมกบั หนว่ ยงานตา่ ง ๆ ท่เี กยี่ วขอ้ ง เพื่อสรา้ งสถาบนั ฝกึ อบรมอาชีพในระดับหมบู่ ้านอยา่ งถาวร เ ปิ ด ก า ร ฝึ ก อ บ ร ม รุ่ น แ ร ก เ ม่ื อ เ ดื อ น สิ ง ห า ค ม ๒ ๕ ๑ ๑ ก า ร ฝึ ก อ บ ร ม เ น้ น ด้ า น ช่ า ง เ ค ร่ื อ ง และการเกษตร และในปี ๒๕๑๔ ได้รับการสนับสนุนจากสานักงบประมาณจัดต้ังศูนย์พัฒนาอาชีพ ขึ้นอีกแหง่ หน่งึ ท่ตี าบลหนองบัว อาเภอเมอื ง จงั หวดั กาญจนบุรี ๔. กำรทดลองรูปแบบกำรพัฒนำหมู่บ้ำนเกษตรกรรมซึ่งเป็นการนาแนวทางการดาเนินงาน พัฒนาชุมชนท่ีตาบลบอร์โกอามอสซาโน ประเทศอิตาลี มาปรับใช้ โดยการสนับสนุนของบริษัทเชลล์ แห่งประเทศไทยจากัด ดาเนนิ การในปี ๒๕๐๘ ทีต่ าบลสารภี อาเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมาใช้ช่ือว่า โครงกำรสำรภี ต่อมาในปี ๒๕๑๔ มูลนิธิเพื่อการศึกษา และประชาสงเคราะห์ก็ได้ให้ความช่วยเหลือการดาเนินงานในลักษณะเดียวกันท่ีตาบลขัวมุง อาเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่และตาบลละงู อาเภอละงู จังหวัดสตูลโครงการสารภีนี้เปน็ จุดเร่ิมต้นของการริเร่ิมกิจกรรม สาคญั ของกรมการพฒั นาชุมชนในระยะต่อมานั่น คือ กลุ่มออมทรัพยเ์ พอ่ื กำรผลิต
๑๔ ๕. กำรพัฒนำหลักสูตรพัฒนำผู้นำท้องถ่ินประเภทต่ำง ๆได้แก่คณะกรรมการพัฒนาหมู่บ้าน คณะกรรมการพัฒนาตาบล ผู้นาเยาวชนผู้นาสตรีโดยหลักสูตรการฝึกอบรมท่ีพัฒนาข้ึนเป็นเอกลักษณ์ ของการพัฒนาคนตามแบบพัฒนาชุมชนที่สาคัญย่ิง กล่าวคือ เป็นการฝึกอบรมท่ีมุ่งพัฒนาภาวะผู้นา และทักษะการบริหารจัดการกิจกรรมชุมชน รวมทั้ง การทางานเป็นกลุ่มเป็นสาคัญกรมการพัฒนาชุมชน ได้นาหลักการทางานแบบช่วยกันคิด (Non-directive approach) มาผสมผสานเข้ากับการฝึกอบรม อย่างกลมกลืน ผู้นาท่ีผ่านหลักสูตรน้ีได้กลายเป็นทรัพยากรบุคคลที่สาคัญในการบริหารจัดการชุมชน และการจดั ตัง้ กลุ่มองคก์ รในชมุ ชนในระยะตอ่ มา ๖. กำรพัฒนำระบบกำรสำรวจข้อมูลชุมชน ท้ังน้ีด้วยเห็นจาเป็นที่ว่าการทางานด้วยการพัฒนา ชุมชนนั้นเจ้าหน้าท่ตี ้องมีความเข้าใจในลักษณะของชุมชนและประชาชนท่จี ะเข้าไปทางานด้วยอย่างถอ่ งแท้ และต้องมีเครื่องบ่งชี้ความก้าวหน้าในการพัฒนาจึงมีการพัฒนาระบบการ สารวจข้อมูลชุมชน ขึ้น และออกเป็นระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการสารวจเบื้องต้นเมื่อเปิดเข ตพัฒนาอาเภอ พ.ศ. ๒๕๐๙ รวมท้ังออกแบบงานวิจัยและประเมินผลให้มีหน่วยงานรับผิดชอบระดับกองใช้งานวิจัย เป็น“ เสมือนเคร่ืองเรดารท์ ี่ค้นหาและแนะแนวทางท่ีเหมาะสมในการปฏิบัติงาน” และใช้การประเมินเป็น“ เครื่องวัดและตาชง่ั ” ซงึ่ วัดผลการดาเนินงานว่าตรงตามเปา้ หมายหรือไม่ แลว้ นาผลไปเปรยี บเทยี บพจิ ารณาวา่ งานท่ีดาเนินการไปแลว้ มีประสทิ ธิภาพเพียงใดการวิจัยสารวจสภาวะเร่ิมแรกของประชาชนในเขตพัฒนาจึงมี ช่ือเป็นภาษาอังกฤษว่า“ Benchmark Survey” รายงานการสารวจถือได้ว่าเป็นข้อมูลที่สา คัญ ทางประวัตศิ าสตรข์ องชุมชนในปจั จบุ นั ๗. กำรพัฒนำระบบกำรส่งเสริมกำรพัฒนำแบบช่วยกันคิด ซึ่งหน่วยงานหลายแห่ง ก็ไดม้ คี วามพยายามทีจ่ ะใช้แนวทางการทางานรูปแบบนีอ้ ยู่เช่นกันในขณะน้ัน แต่ความเขา้ ใจและความเช่ือใน การทางานยังไม่ถูกต้องกรมการพัฒนาชุมชนได้ศึกษาค้นคว้าและเผยแพร่เอกสารเก่ียวกับการทางาน แบบช่วยกันคิดน้ีอย่างจริงจังและกว้างขวาง อีกท้ังมีการวางและพัฒนาระบบงานให้เอื้อกับการทางาน แบบช่วยกันคิดอย่างแท้จริงและได้ทาความเข้าใจกับเจ้าหน้าท่ีหลายครั้ง จนเป็นองค์ความรู้สาคัญ ต่อวงการพฒั นาจนถงึ ปัจจุบัน
๑๕ ๘.กำรพัฒนำรูปแบบกำรบริหำรจัดกำรโดยชุมชน การจัดตั้งให้มีองค์กรบริหารการพัฒนา ระดับหมู่บ้าน ระดับตาบลการวางแผนงานโครงการพฒั นาชุมชน การประชุมปรกึ ษาหารอื ระหว่างประชาชน ก า ร มี ศู น ย์ ป ฏิ บั ติ ก า ร ห รื อ ศู น ย์ ก ล า ง ก า ร พั ฒ น า ข อ ง ห มู่ บ้ า น ต า บ ล ทั้ ง ใ น รู ป ข อ ง ศ า ล า ป ร ะ ช า ค ม หรือศูนย์พัฒนาตาบล ล้วนแต่พัฒนารูปแบบให้ชัดเจนขึ้นตั้งแต่ในช่วง ๑๐ ปีแรก ของการก่อต้ังกรม การพัฒนาชุมชนทั้งสิ้น นอกจากนี้ ยังได้ริเร่ิมการคัดเลือกผู้นาท้องถิ่นท่ีมีจิตใจเสียสละเพ่ือส่วนรวม เป็นผู้นาอาสาพัฒนาชุมชนเพื่อช่วยเหลือการทางานของคณะกรรมการพัฒนาหมู่บ้านและคณะกรรม การพัฒนาตาบล ท้ังหมดน้ีก็เพื่อให้ตาบลสามารถยกระดับข้ึนเป็นองค์การบริหารส่วนตาบล หรอื หน่วยการปกครองตนเองได้ในทสี่ ดุ ๙. กำรพฒั นำระบบกำรประสำนงำนระหวำ่ งหน่วยงำนตำ่ ง ๆ เพ่ือการพฒั นาชุมชน โดยมแี ผนการ พฒั นาชุมชนและข้อมูลชมุ ชนเปน็ กลไกไดม้ กี ารปรบั ปรุงแผนการพฒั นาชมุ ชนแห่งชาติและจดั ระบบการบรหิ าร การพัฒนาชุมชนให้เกดิ การประสานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ได้อย่างจริงจังซึง่ ระบบน้ีมีรูปแบบใกลเ้ คียงกับ ระบบการบริหารการพัฒนาของชาติท่ีใช้ในปัจจุบัน อย่างมาก ข้าราชการของกรมการพัฒนาชุมชนท่ีได้รับ แต่งตั้งให้ประจาปฏิบัติงานในตาบล / หมู่บ้านที่เปิดเขต พัฒนา คือ “ พัฒนากร” มีบทบาทเป็นตัวเช่ือม ประสานระหว่างหน่วยงานของรฐั กับประชาชนท่ีอยู่ในบา้ น นาเอาปัญหาความต้องการของประชาชนมาให้ หน่วยงานของรัฐ พฒั นากร ๑ คนรับผดิ ชอบ ๑ ตาบล และเน่ืองจากหนว่ ยงานของรฐั มีนอ้ ยและยังไมส่ ามารถ ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปปฏิบัติงานในระดับตาบลได้ เพื่อความรวดเร็วและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า “ พัฒนากร” จึงต้องทางานเอนกประสงค์ (Multipurpose Worker) กล่าวคือรับผิดชอบการดาเนินงานพัฒนาชุมชนในทุก ด้านรวมทั้งเป็นผู้นาบริการจากหน่วยงานภายนอกเข้าไปถึงมีประชาชนและขณะเดียวกันก็นาปัญหาค วาม ต้องการของชาวบ้านมาสู่เจ้าหน้าท่ขี องรัฐพร้อมกบั จัดให้มีเจา้ หน้าท่ีวิชาการประจาอาเภอเรยี กว่าพัฒนากร สดย. (สตรีเด็กเยาวชน) จานวน ๓ คนต่ออาเภอโดยให้เป็นผรู้ ับผดิ ชอบสนับสนุนทางวิชาการแก่พัฒนากรใน ด้านการพฒั นาสังคมการพฒั นาอตุ สาหกรรมในครวั เรอื นการพัฒนาการบริโภค และการถนอมอาหาร
๑๖ สรุประยะแรก ในระยะแรกจะเน้นการกระตุ้นประชาชนให้มีร่วมมือกันในการแก้ปัญหาของตนเองและหมู่บ้านเพือ่ ความมั่นคงของชาติรวมท้ังกระตุ้นใหป้ ระชาชนรับเอาบริการของรฐั บาลมาทาใหเ้ กิดประโยชนใ์ นการพฒั นา หมูบ่ า้ นชมุ ชนของตน และได้มีการพฒั นาต้นแบบกิจกรรมพัฒนาชุมชนและกระบวนการพฒั นาชมุ ชนในหลาย เรอื่ งท่ยี ังคง ใช้มาจนถึงปัจจบุ ัน ไดแ้ ก่ การจัดทาแผนพัฒนาชุมชน ๕ ปี การจัดต้งั ศูนยพ์ ฒั นาเด็กเลก็ ทดลอง รูปแบบศูนยพ์ ัฒนาอาชีพสร้างหลกั สตู รพัฒนาผนู้ าท้องถิ่น พัฒนาระบบการสารวจข้อมูลชุมชน จัดต้ังองคก์ ร บริหารการพฒั นาระดับหมู่บ้าน ตาบล ในยุคนี้มีอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน จานวน๒ ท่านได้แก่ ๑. นาย สาย หุตะเจริญ ดารงตาแหน่ง ๑ ตุลาคม ๒๕๐๕-๓๐ กันยายน ๒๕๑๒ ๒.นายประสงค์ อิศรภักดี ดารง ตาแหน่ง ๑ ตุลาคม ๒๕๑๒-๓๐กันยายน ๒๔๑๔ มีอุดมการณ์ในการทางาน แต่ละท่านมีอุดมการณ์ในการ ทางานทแ่ี ตกตา่ งกันไป โดยส่วนใหญจ่ ะมุ่งเนน้ ในเรือ่ งการริเริม่ นาหลักการพฒั นาชมุ ชนมาใชใ้ หก้ าเนิด พัฒนา กรมีบทบาทและหน้าที่สาคัญท่ีสุดในการพัฒนาคนและอาศัยความร่วมมือของประชาชนและเจ้าหน้าท่ีของ รัฐบาลเป็นหลักสาคัญ งานสาคัญท่ีริเริ่มและพัฒนาขึ้นมาในระยะนี้ได้แก่๑. การพัฒนารูปแบบการจัดทา แผนพัฒนาชุมชน ๕ ปี ๒. การจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่บริหารงานโดยชุมชน๓. การทดลองรูปแบบศูนย์ พัฒนาอาชีพ๔. การทดลองรูปแบบการพัฒนาหม่บู า้ นเกษตรกรรม๕. การพฒั นาหลกั สตู รพฒั นาผ้นู าทอ้ งถิ่น ประเภทต่างๆ๖. การพัฒนาระบบการสารวจข้อมูลชุมชน๗. การพัฒนาระบบการส่งเสริมการพัฒนาแบบ ช่วยกันคิด๘.การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการโดยชุมชน๙. การพัฒนาระบบการประสานงานระหว่าง หน่วยงานต่างๆ ในระยะน้ีเน้นการกระตุ้นประชาชนใหร้ ว่ มมือกันแก้ปญั หาของตนเองและหมู่บ้านเพ่อื ความ ม่ันคงของชาติ รวมท้ังกระตุ้นให้ประชาชนรับเอาบริการของรัฐบาลมาทาให้ เกิดประโยชน์ในการพัฒนา หมบู่ ้านชมุ ชนของตนเปน็ การสง่ เสรมิ ใหเ้ กิดโครงการทเ่ี ป็นผลดแี ก่ประชาชนมากขึ้น
๑๗ ยคุ ที่ ๒ สรำ้ งพลังชมุ ชน (พ. ศ. ๒๕๐๕-๒๕๒๔) ก า ร ด า เ นิ น ง า น พั ฒ น า ชุ ม ช น ใ น ร ะ ย ะ นี้ เ น้ น ก า ร ท า ง า น ต า ม แ น ว ค ว า ม คิ ด ก า ร มี ส่ ว น ร่ ว ม ของประชาชน สง่ เสริมใหป้ ระชาชนรจู้ ักการชว่ ยเหลอื ตนเองและชมุ ชนยิ่งข้นึ เนน้ ยุทธศาสตรต์ ่อสกู้ บั การแทรก ซึมของคอมมิวนิสต์ให้ความสาคัญต่อการสร้างผู้นาและการรวมกลุ่มให้มีกลุ่มกิจกรรมต่าง ๆขึ้น ในหมู่บ้าน / ตาบลเพื่อเป็นฐานหรือเป็นพลังในการพัฒนา นอกจากนี้ยังได้ริเริ่มงานอาสาสมัครขึ้น โดยมจี ุดหมายที่สาคัญ ไดแ้ ก่ การสร้างพลงั ของหม่บู า้ น (ชมุ ชน) ให้เกดิ ขึ้นแล้วนาพลังน้นั มาใช้ประโยชนใ์ นการ พัฒนา ในยุคน้ีมีอธิบดีกร มการ พัฒ นา ชุม ช นผู้มีบทบาท กาห นดทิ ศท างส ร้างส ร ร ค์ งาน พัฒน า ชุ ม ช น จานวน ๓ ทา่ น ไดแ้ ก่ ลำดบั ที่ ๓ นำยพฒั น์ บุญยรตั นพ์ ันธ์ุ ดำรงตำแหนง่ ๑ ตุลำคม ๒๕๑๔ – ๓๐กนั ยำยน ๒๕๑๘ มีอุดมกำรณใ์ นกำรทำงำน คอื สร้างพลงั ชมุ ชนและใช้พลงั ชมุ ชนในการพัฒนาชมุ ชน คำปฏิญำณของนักปกครอง ความทกุ ข์ของประชาชนอยทู่ ี่ไหนเราต้องไปทนี่ ้ัน ลำดับท่ี ๔ นำยนิรตุ ิ ไชยกูล ดำรงตำแหนง่ ๑ ตลุ ำคม ๒๕๑๘-๓๐ กันยำยน ๒๕๒๒ มีอดุ มกำรณใ์ นกำรทำงำน คือ ขยนั เชื่อมัน่ ประสานงาน คือ อุดมการณ์ของงานพัฒนาชุมชน ลำดับที่ ๕ ร.ต.ท. ระดม มหำศรำนนท์ ดำรงตำแหน่ง ๑ ตลุ ำคม ๒๕๒๒-๓๐ กันยำยน ๒๕๒๖ มีอุดมกำรณ์ ในกำรทำงำน คือ เสียสละ มานะ อดทน ร่วมช่วยเหลือ เพื่อสร้างสรรค์ คุณภาพของคน ทั้งจากองค์การเอกชน ราษฎร และราชการ คอื อดุ มการณข์ องงานพฒั นาชุมชน
๑๘ ระยะสร้างพลังชุมชนเน้นการทางานตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของป ระชาชน ส่งเสริม ให้ประชาชนรู้จักการช่วยเหลือตนเองและชุมชนยิ่งขึ้น ให้ความสาคัญต่อการสร้างผู้นาและการรวมกลุ่ม ให้มีกิจกรรมตา่ ง ๆข้ึน ในหมู่บ้าน / ตาบล เพ่อื เปน็ ฐานหรือเป็นพลังในการพัฒนา เริ่มงานอาสาสมคั ร มีจุดหมายทส่ี าคัญ คือ การสรา้ งพลังของหมบู่ ้าน (ชุมชน) ให้เกิดขึ้นแล้วนาพลัง น้นั มาใช้ประโยชน์ในการพัฒนา พ. ศ. ๒๕๑๕ มีการเปล่ียนแปลงองค์กรบริหารการพัฒนาระดับตาบล โดยประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี ๓๒๖ ลงวันท่ี ๑๓ ธนั วาคม ๒๕๑๕ ให้มีสภาตาบลเปน็ องค์กรเดียว โดยพัฒนากรเปน็ ที่ปรึกษา บทบำทของกรมกำรพัฒนำชมุ ชน ปรับเปน็ ดังนี้ ๑. ร่วมกับประชาชนในการยกระดับการครองชีพให้สูงข้ึนสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสงั คมแห่งชาติ ๒. แก้ปัญหาอุปสรรคและความเดือดร้อนของประชาชนเก่ียวกับปัจจัยข้ันพ้ืนฐานที่จาเป็น ในการดารงชีวิต ๓. ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการพัฒนาท้องถิ่นที่จาเป็น และเกินขีดความสามารถ ของประชาชน ๔. ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ผู้นาท้องถ่ินและเจ้าหน้าที่อ่ืนๆที่เก่ียวข้องเพื่อเผยแพร่ และให้ความรู้ในหลกั การและวธิ กี ารพฒั นาชุมชน ๕. ให้การศึกษาและฝึกอบรมการประกอบอาชีพ และดาเนินชีวิตในครอบครัว แก่ประชาชน ระดับการครองชพี และสขุ ภาพอนามัย ๖.สง่ เสรมิ และรกั ษาไว้ซ่งึ ขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมอันดงี าม ๗. สนับสนุนการกระจายอานาจการปกครองทอ้ งถิ่นโดยฝึกดาเนินงานตามระบอบประชาธิปไตยข้ัน พ้นื ฐานแก่ประชาชน ๘. ศึกษาวิจัยและประเมินผลงานพัฒนาชุมชนทั้งในทางทฤษฎีและปฏิบัติเพ่ือเสนอ แนวคิดหลักการ วธิ ีการ และผลการดาเนินงาน ๙. สนับสนนุ ใหบ้ คุ คล กลมุ่ บุคคล และอาสาสมัครเอกชนใช้ความรู้ความสามารถให้เป็นประโยชน์ต่อ ชมุ ชน สงั คมและประเทศชาติ
๑๙ ๑๐. เป็นศูนย์กลางบริหารงานพัฒนาชุมชนและทาหน้าท่ีประสานงานกับกระทรวง ทบวง กรม และองคก์ รต่าง ๆทีเ่ กีย่ วขอ้ ง ๑๑. เป็นสานักงานเลขาธิการของคณะกรรมการบรหิ ารและประสานงานพัฒนาชมุ ชนและกรรมการ อื่น ๆ ทีส่ นบั สนุน ๑๒. หน้าท่ีอ่ืน ๆ ตามท่ีรัฐบาลหรือกระทรวงมหาดไทยมอบหมายนอกจากน้ียังมกี ารปรบั โครงสรา้ ง องค์การของกรมการพฒั นาชมุ ชนในปี ๒๕๑๙ ทาให้มีการปรบั โครงการปฏบิ ตั ิงานเป็น ๑๒ โครงการ ดงั นี้ ๑. โครงการพฒั นาผนู้ า ๒. โครงการพฒั นากลมุ่ อาชพี ๓. โครงการพัฒนาเยาวชน ๔. โครงการพัฒนาสตรี ๕. โครงการพัฒนาเด็ก ๖. โครงการพฒั นาอาสาสมัคร ๗. โครงการส่งเสริมสาธารณสมบัตขิ องชุมชน ๘. โครงการส่งเสริมความสมั พนั ธ์ ๙. โครงการส่งเสรมิ การใช้เวลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์ ๑๐ โครงการฝึกอบรมเจ้าหนา้ ที่ ๑๑. โครงการวิจยั และวางแผน ๑๒. โครงการพฒั นาพเิ ศษ ในชว่ ง ๑๐ ปีน้ีการบริหารงานพฒั นาชมุ ชนได้ปรับปรงุ ถงึ ๒ ครั้งดังน้ี ครั้งท่ี ๑ : โครงสร้ำงกำรพัฒนำชุมชน ๔-๔-๕-๔ ๑. ๑ นโยบำยกำรพฒั นำชมุ ชน ประกอบดว้ ย ๑) ขจัดความขดั แย้งระหวา่ งประชาชนต่อประชาชนและตอ่ รฐั บาล ๒) ปรบั ปรงุ สง่ เสรมิ การครองชีพของประชาชนในชนบทให้สงู ข้ึน ๓) สง่ เสรมิ ความสามารถของกลุ่มบคุ คลในการทางานรว่ มกัน ๔) ส่งเสริมประชาชนในหม่บู ้านใหม้ ีความพึงใจมีความเชื่อม่ัน และสามารถรบั ผิดชอบในการพฒั นา และคุ้มครองชมุ ชนของตน ๑. ๒ วัตถุประสงค์กำรพฒั นำชมุ ชน ประกอบดว้ ย ๑) เพอื่ ดาเนนิ การให้ประชาชนมคี วามคดิ เห็นตรงกันมศี รัทธาอย่างเดียวกนั ๒) เพื่อกระตุ้นเตือนประชาชนให้มีความคิดริเร่ิมเกิดความต้องการในสิ่งจาเป็นแก่การดารงอยู่ และร่วมกนั ทางานตามความสามารถของตน ๓) เพ่ือพัฒนาประชาชนให้มคี วามรูค้ วามสามารถสูงข้ึนในการประกอบอาชีพและฝมี ือในการทางาน ประเภทตา่ งๆ ๔) เพ่ือฝึกให้ประชาชนได้ทางานเป็นกลมุ่ เพ่ือให้เกิดพลังในการทางาน และฝึกหัดการดาเนินงาน แบบประชาธปิ ไตย
๒๐ ๑. ๓ เป้ำหมำยของกำรพฒั นำชมุ ชน ประกอบดว้ ย ๑) เร่งการเพมิ่ ผลผลิต เพ่ิมรายได้ และลดรายจ่ายของชมุ ชน ๒) ปรับปรุงส่งเสรมิ สง่ิ แวดลอ้ มในชมุ ชนให้ดขี น้ึ ๓) ปรบั ปรงุ สง่ เสริมการอนามยั และสุขาภบิ าล ๔) สง่ เสรมิ การศึกษาและวัฒนธรรม ตลอดจนใหเ้ รยี นรูใ้ นส่ิงจาเป็น ๕) พัฒนาประชาชนใหใ้ ชเ้ วลาว่างใหเ้ ป็นประโยชนต์ ่อตนเองและชมุ ชน ๑. ๔ จดุ มงุ่ หมำยกำรดำเนนิ งำนพัฒนำชุมชน ประกอบด้วย ๑) ม่งุ แปรเปล่ยี นทัศนะของประชาชน ๒) สร้างศรัทธาใหเ้ กดิ ข้นึ ในหมูป่ ระชาชน ๓) สง่ เสรมิ ให้เกิดการรวมกลุ่ม ๔) ส่งเสริมใหก้ ลมุ่ มีพลังความสามารถในการปฏบิ ัติงาน และครองตนตามระบอบประชาธิปไตย คร้ังที่ ๒: หลักกำรปฏิบัติพจิ ำรณำสภำวกำรณ์หลักกำรปฏิบัตงิ ำนพัฒนำชุมชนคือหลักกำร ๔ ป ประชำชน หมายถึง ทางานกับประชาชน พัฒนาทัศนคติของประชาชนทุกเพศ ทุกวัย และพิจารณา สภาวการณ์และปัญหาของชมุ ชน และประชาชนเปน็ หลักในการเริ่มงาน ประชำธิปไตย หมายถึง ทางานในรูปคณะกรรมการ ซ่ึงเป็นตัวแทนของประชาชนในท้องถิ่น ระดบั หมบู่ า้ นตาบล สนับสนนุ ใหป้ ระชาชนรวมกลมุ่ กนั ริเริม่ โครงการและกิจกรรมเพ่อื ปรับปรุงท้องถิน่ ตนเอง แ ล ะ อ า ศั ย ห ลั ก ก า ร เ ข้ า ถึ ง ป ร ะ ช า ช น ใ น ก า ร ท า ง า น แ ล ะ ร่ ว ม ง า น กั บ ผู้ น า ท้ อ ง ถ่ิ น แ ล ะ ป ร ะ ช า ช น ในรูปกล่มุ ประสำนงำน หมายถึง ร่วมมือและประสานงานกับทุกหน่วยงานองค์การทัง้ ของรัฐบาลและเอกชน ชักนาบริการของนักวิชาการไปสู่ประชาชนและกระตุ้นให้ประชาชนไปหานักวิชาการเพ่ือรับ บริการ ตามความตอ้ งการโดยเหมาะสม พัฒนากร จะเปน็ ผู้เช่อื มประสานงานระหวา่ งนักวิชาการกับประชาชน ประหยัด หมายถึง ให้ประชาชนช่วยตนเองเป็นหลัก รัฐช่วยเหลือในส่ิงท่ีเกินความสามารถ ของประชาชนเท่านั้น ในการจัดทาโครงการกิจกรรมตา่ ง ๆ พยายามนาทรพั ยากรในท้องถ่ินทัง้ ในด้านกาลงั คน และวสั ดุมาใชใ้ หเ้ กิดประโยชนม์ ากท่ีสุด ทุกฝา่ ยร่วมกนั คิดและวางแผนการปฏบิ ัตงิ านตามโครงการไว้ลว่ งหน้า ผลงานระยะน้ีเนน้ ยทุ ธศาสตรต์ อ่ ส้กู ับการแทรกซมึ ของคอมมวิ นสิ ต์ การสรา้ งและการพฒั นาความสมั พนั ธ์ทาง สังคมในชมุ ชน งำนสำคัญๆ ท่รี เิ รม่ิ และพฒั นำในระยะนี้ ไดแ้ ก่ ๑. กำรพัฒนำขนั้ ตอนกำรส่งเสริมและพัฒนำกลุ่มใหเ้ ป็นองค์ความรูส้ าคญั ในการพฒั นากลุ่มองค์กร ชมุ ชนทใี่ ช้กนั แพรห่ ลายในปจั จบุ นั และได้รับการนาไปอ้างอิงเชงิ วิชาการอยู่เสมอ ซึ่งเรียกวา่ หลกั การ ๓ ขั้น ๘ ตอนของการพฒั นากลุม่
๒๑ ๒. กำรพัฒนำรูปแบบศูนย์เยำวชนชุมชนโดยให้มีการจัดตั้งศูนย์เยาวชนระดับตาบลข้ึนโดยให้ใช้ อาคารศูนย์พัฒนาตาบลหรือท่ที าการของคณะกรรมการพฒั นาตาบล เพื่อเป็นศูนย์รวมการตดิ ต่อส่ือสมั พนั ธ์ และให้การสนับสนุนซึ่งกนั และกนั ระหวา่ งสมาชกิ ของกลุม่ เยาวชนประเภทกจิ กรรมตา่ ง ๆ นอกจากนีย้ ังทาหน้าท่ีสนับสนุนกิจกรรมและประสานกจิ กรรมใหต้ ่อเนือ่ งกับกิจกรรมของกลุ่มคนวัยอืน่ ๆ ท้ังในระดับตาบลและหมู่บ้านช่วยให้ความรู้และให้ความช่วยเหลือท่ีผู้ปกครองของสมาชิกศูนย์เยาวชนด้วย พรอ้ มกับออกแบบการบรหิ ารงานศูนย์เยาวชน ใหม้ ีองคก์ รบริหารงานศนู ยเ์ ปน็ เยาวชนในตาบลน้ันและมีทป่ี รกึ ษาเป็นผู้นาเยาวชนทพี่ ้นวยั เยาวชนไปแล้วและ ผู้นาชุมชนอื่นๆ อันเปน็ รูปแบบของการบริหารจัดการโดยชมุ ชนอีกกจิ กรรมหน่งึ ๓. ทดลองจัดต้ังศูนย์ฝึกอบรมเยำวสตรี ในจังหวัดภาคเหนือข้ึนเพ่ือฝึกอบรมเยาวสตรใี นภาคเหนอื ใหส้ มเป็นกลุ สตรมี คี วามรคู้ วามสามารถพอทจี่ ะประกอบอาชพี และมีชวี ิตอยู่ในสงั คมได้ด้วยดีและเป็นตัวอย่าง แก่เยาวสตรีอนื่ ๆในหมู่บ้านชนบทอกี ดว้ ยกรมการพฒั นาชมุ ชนไดน้ าโครงการนี้เสนอตอ่ คณะกรรมการส่งเสริม เยาวชนแหง่ ชาติ สภาบริหารคณะปฏิวัติ และสานักงบประมาณได้รบั ความเห็นชอบในหลกั การใหด้ าเนินงาน เป็นการทดลองก่อนในปีงบประมาณ ๒๕๑๖ โดยใช้สานักงานพัฒนาชุมชนเขต ๕ จังหวัดลาปางเป็นสถานท่ี ฝึกอบรมทดลองฝึกอบรม ๒ รนุ่ รวม ๑๐๐ คน
๒๒ ๔. ริเริ่มให้มีวันกตัญญู เพ่ือยกฐานะผอู้ าวุโสในชุมชนใหส้ งู ขึ้นเพ่ือให้พ้นวิถีทางของการต่อต้านการ เปล่ียนแปลงโดยสง่ เสรมิ และสนับสนุนใหช้ าวบ้านในเขตพัฒนาทุกแห่ง ร่วมมือร่วมใจกันแสดงออกซ่ึงความ กตญั ญตู ่อผ้อู าวโุ สอันมพี ระคุณอยา่ งพรอ้ มเพยี ง และเปน็ กิจจะลักษณะ ทั้งใหถ้ อื วา่ วันนนั้ เปน็ วันสาคญั เรียกวา่ “ วันกตัญญู” อันเป็นการจรรโลงวัฒนธรรมอันดีงามของชาติให้ม่ันคงถาวรสืบไปช่ัวกาลนานโดยถือเอาวัน สารท กลางปีเป็นวันกตัญญูดาเนินการประกอบพิธีตามขนบประเพณีและศาสนาของชุมชนน้นั ๆ ซ่ึงต่อมาได้ ผนวกเขา้ กับงานพัฒนาเยาวชน และกาหนดใหว้ ันท่ี ๑๓ เมษายนของทกุ ปี เปน็ วนั กตญั ญู ๕. ริเริ่มให้มีกิจกรรมวันพัฒนำโดยถือโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จ พระเจา้ อยู่หวั ๕ ธันวาคมของทกุ ปเี ชญิ ชวนประชาชนระดมพลังพัฒนาสภาพแวดลอ้ มในหมู่บ้านถวายเปน็ ราช สักการะจนปัจจุบันทุกหน่วยราชการได้ร่วมกันจัดงานวันพัฒนาในช่วงวันท่ี ๔-๖ ธันวาคมของทุกปีจนเป็น ประเพณีไปแล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้ าอ ยู่หัวท รงพระร าชทา นคา ขวัญเ นื่อง ใน วั น พั ฒ น า คือ “ พัฒนาคือสรา้ งสรรค์” เพอ่ื เปน็ แนวทางในการปฏิบตั ติ วั และปฏิบัตหิ นา้ ท่ีของนกั พัฒนา
๒๓ ๖. ริเร่ิมกำรสง่ เสริมกีฬำชนบท โดยสง่ เสรมิ ความสาคญั ของการกีฬาสละท่ดี ินของตนเพื่อสรา้ งสนาม กีฬาของชุมชนซึ่งต่อมาได้ผนวกไว้กับโครงการพัฒนาเยาวชน และมีการจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนบทเปน็ ประจาทกุ ปี ๗. ส่งเสริมกำรพัฒนำห้องสมุดชนบท โดยให้มีห้องสมุดอยู่ตามศูนย์พัฒนาตาบลเพื่อการส่งเสริม การศึกษาแก่ประชาชนและเยาวชนในชนบทให้มีนิสัยรักการอ่าน รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และเป็น แหลง่ คน้ คว้าหาความรู้ด้วยตนเอง ๘. ริเริ่มกำรประกวดหมูบ่ ้ำนพัฒนำดีเด่น โดยร่วมกบั องค์การ สปอ. ให้หมู่บ้านได้มโี อกาสแสดงผล งานอันเป็นเกียรติยศแก่หมู่บ้านและตาบลนั้น ๆโดยให้จังหวัดคัดเลือกหมู่บ้านที่มีลักษณะดีเด่น ส่งเข้าประกวด ซึง่ เปน็ ต้นแบบของการประกวดหมูบ่ า้ นในระยะตอ่ มา ๙. พัฒนำต้นแบบกลุ่มออมทรัพย์เพื่อกำรผลิตโดยเร่ิมทดลองในพื้นท่ีโครงการสารภี ๒ แห่ง คือตาบลขวั มงุ อาเภอสารภี จังหวดั เชยี งใหม่ และ ตาบลละงู อาเภอละงู จงั หวดั สตลู โดยมีวัตถปุ ระสงค์เพอ่ื ให้ เป็นสถาบันพัฒนาคนพัฒนาคุณธรรมในชุมชน พัฒนาเงินทุนระดบั ท้องถ่ินในการพัฒนาอาชีพ และ สวสั ดกิ ารของชมุ ชนเป็นศูนยบ์ รหิ ารวชิ าการตา่ ง ๆ ในการพัฒนาอาชพี อกี ทง้ั ใหก้ ารบรกิ าร ทางด้าน การตลาดการจัดหาทนุ และวัสดุอปุ กรณ์ในการประกอบอาชพี ของสมาชกิ สนับสนนุ ให้สมาชิกรจู้ กั การสะสมทนุ ออมประหยัด ซ่ึงปัจจุบนั ได้ขยายผลออกไปอยา่ งแพรห่ ลาย “ กลุ่มออมทรัพย์เพ่ือการผลิต” ใช้“ เงิน” เป็นเคร่ืองมือในการพัฒนาคนดาเนินงานโดยยึดหลัก คุณธรรม ๕ ประการ คือ ความซื่อสัตยค์ วามเสียสละความรบั ผิดชอบความเหน็ อกเหน็ ใจกนั และความไว้วางใจ ซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างโอกาสให้ประชาชนยากจนในชนบทเข้าถึงแหล่งทุนช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน ตั้งแตใ่ ช้ จ่ายยามเดือดร้อนจาเป็นการลงทุนประกอบอาชีพการจัดสวัสดิการต่าง ๆ แก่สมาชิก และผู้ด้อยโอกาสใน ชุมชน มีการพัฒนาธุรกิจของกลุม่ หลายรปู แบบเช่น การสร้างลานรวมผลผลิต ยุ้ง / ฉาง / ธนาคารข้าวศนู ย์ สาธิตการตลาด ป้ัมน้ามัน โรงงานแปรรูปผลผลิต โรงงานน้าดื่มปจั จบุ ันมีกลมุ่ ออมทรพั ย์เพื่อการผลิตจานวน ๓๔, ๕๓๐ กลุ่มมเี งนิ ออมของประชาชน๒๕, 000 ลา้ นบาท
๒๔ ๑๐. พัฒนำรูปแบบกำรดำเนินงำนหมู่บ้ำนพัฒนำทำงยุทธศำสตร์ เพ่ือต่อต้านการแทรกซึมของ ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์เป็นสาคัญ โดยกาหนดให้มีหมู่บ้านที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ในการพัฒนา เรียกว่า หมู่บ้านพัฒนาเน้นหนักขึ้น หมู่บ้านนี้จะเป็นหมู่บ้านที่จุดประกายไฟขยายการพัฒนาชุมชนออกไป ทานองเดียวกับไฟลามทุ่ง พร้อมกันน้ันก็ได้กาหนดให้หมู่บ้านพัฒนาเน้นหนักแห่งหน่ึงเป็นหมู่บ้านพัฒนา วิเคราะห์ซึ่งใช้เป็นสถานที่ทดลองค้นคว้าหาความชานาญในทางวิชาการเฉพาะกรณีไปใช้ในหมู่บ้านพัฒนา เน้นหนักทั่วไป แนวความคิดของหมู่บ้านพัฒนาวิเคราะห์น้ีเป็นต้นแบบของ Social lab ของ ศพช. เขตในปัจจุบัน นอกจากน้ี ผลการศึกษาค้นคว้าทดลองในหมู่บ้านพัฒนาวิเคราะห์ยังก่อให้เกิดภารกิจการ สง่ เสริมครอบครัวพัฒนาในเวลาตอ่ มาอีกด้วย ๑๑. กำรพัฒนำทฤษฎีกำรพัฒนำ ๓ มิติ เพื่อเป็นกรอบความคิดในการกาหนดนโยบาย และแนวทางการทางานพัฒนาชุมชนใน ๕ ปีแรกของทศวรรษที่สองของกรมการพัฒนาชุมชนโดยช้ีให้เห็น ว่าการทจ่ี ะสรา้ งพลังชุมชนและใชพ้ ลงั ชมุ ชนเพอ่ื ให้เกดิ ประโยชน์ตอ่ ชุมชนไดน้ น้ั จาเปน็ ต้องอาศยั หลกั การสรา้ ง พลังมวลชนท่มี ีอยู่ในชุมชนใหม้ ีความสามารถทจ่ี ะปรับปรุงสภาพส่งิ แวดล้อมและสถานการณ์ด้วยตัวของเขา เอง ซึ่งต้องใช้วิธีการพัฒนาท้ังในด้านรูปธรรมและนามธรรมให้เป็นไปอย่างกว้างขวางรวดเร็วได้สัดส่วน และมั่นคงถาวร ในช่วงท้ายของทศวรรษน้ีระบบการบริหารการพฒั นาของชาติไดม้ ีความเคล่ือนไหวท่จี ะปฏิรูประบบ ครั้งใหญ่ กรมการพัฒนาชุมชนก็ได้มีส่วนเข้าร่วมในการพัฒนาระบบดังกล่าวกับสานักงานคณะกรรมการ พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติด้วย และเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงของระบบการบริหารการ พัฒนาของชาติ ระบบการบรหิ ารการพัฒนาชุมชน จงึ มกี ารเปลี่ยนแปลงไปด้วยในชว่ งทศวรรษต่อมา ในยุคนี้ “ พัฒนากร” ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ให้ความรู้แก่ประชาชนและสนับสนุนส่งเสริม ใหป้ ระชาชนรวมกนั เป็นกล่มุ เพือ่ ใช้ขบวนการกลุ่มเปน็ วิธีการแกป้ ัญหาของชมุ ชน มหี นา้ ทคี่ วามรบั ผดิ ชอบท้ัง ต่อประชาชน และต่อรัฐในการทางานร่วมกับประชาชนช่วงที่การต่อสู้กับการก่อการร้ายรุนแรง “ พัฒนากร” มีบทบาทในฐานะผู้นาการเปล่ียนแปลง ในช่วงท้ายของทศวรรษนี้พัฒนากรเปล่ียนไป มี บทบาท ๓ ประการคือ ๑. เป็นผูเ้ ช่อื มประสานระหวา่ งหน่วยงานของรัฐเอกชนกับประชาชนตลอดจนและรายงาน ๒. เป็นผู้ร่วมปฏิบัติงานกับองค์กรประชาชนและประชาชนด้านการวางแผนพฒั นาตาบลการจดั การ รวมกลุ่มและปฏบิ ตั งิ านตามโครงการพฒั นา ๓. เปน็ ผู้ส่งเสรมิ เผยแพรท่ กั ษะโดยการฝกึ อบรมการสาธิตจัดนทิ รรศการต่าง ๆเพือ่ เผยแพร่ความรทู้ าง วชิ าการด้านต่าง ๆ แกป่ ระชาชน
๒๕ สรุประยะท่ี ๒ ในระยะท่ี๒ นี้เน้นการทางานตามแนวความคิดการมีส่วนรว่ มของประชาชน ส่งเสริมให้ประชาชน รู้จักการช่วยเหลือตนเองและชุมชนมากข้ึนเน้นยุทธศาสตร์ในการต่อสู้กับการแทรกซึมของคอมมิวนิสต์ และให้ความสาคัญต่อการสร้างผู้นาและการรวมกลุม่ ให้มีกลมุ่ กิจกรรมต่าง ๆขึ้นในหมู่บ้าน / ตาบล เร่ิมงาน อาสาสมคั ร มจี ดุ หมายที่สาคัญ คือ การสรา้ งพลงั ของหมู่บา้ น (ชุมชน) ใหเ้ กิดขนึ้ แล้วนาพลงั นัน้ มาใชป้ ระโยชน์ ในการพฒั นา ในยคุ น้มี ีอธบิ าดีกรมการพฒั นาชุมชน จานวน ๓ทา่ น ๑.นายพฒั น์ บุญยรัตน์พนั ธุ์ ดารงตาแหนง่ ๑ ตลุ าคม ๒๕๑๔ – ๓๐กนั ยายน ๒๕๑๘ ๒.นายนิรุติ ไชยกูล ดารงตาแหน่ง ๑ ตลุ าคม ๒๕๑๘-๓๐ กันยายน ๒๕๒๒ ๓.ร.ต.ท. ระดม มหาศรานนท์ ดารงตาแหน่ง ๑ ตุลาคม ๒๕๒๒-๓๐ กันยายน ๒๕๒๖แต่ละท่านมี อดุ มการณ์ในการทางานทแี่ ตกต่างกันไป โดยสว่ นใหญ่จะม่งุ เนน้ การสรา้ งสรรค์ คุณภาพของคนท้งั จากองคก์ าร เอกชน ราษฎร และราชการ คือ อุดมการณ์ของงานพัฒนาชุมชน สร้างพลังให้ชุมชนได้เกิดการพัฒนา งาน สาคัญๆ ที่ริเร่ิมและพัฒนาในระยะน้ี ได้แก่ ๑. การพัฒนาขั้นตอนการส่งเสรมิ และพัฒนากลุ่ม๒. การพัฒนา รูปแบบศูนย์เยาวชนชุมชน๓. ทดลองจัดตง้ั ศูนยฝ์ ึกอบรมเยาวสตรี๔. รเิ ร่ิมใหม้ ีวันกตัญญู๕. ริเร่ิมให้มกี จิ กรรม วันพัฒนา๖. ริเร่ิมการสง่ เสรมิ กีฬาชนบท๗. ส่งเสริมการพัฒนาห้องสมุดชนบท ๘. ริเริ่มการประกวดหม่บู ้าน พัฒนาดีเดน่ ๙. พัฒนาต้นแบบกลมุ่ ออมทรัพยเ์ พ่ือการผลิต๑๐. พัฒนารูปแบบการดาเนินงานหมู่บา้ นพฒั นา ทางยุทธศาสตร์๑๑. การพัฒนาทฤษฎีการพฒั นา ๓ มิติ ในยคุ นี้พฒั นากรได้รบั มอบหมายเรอื่ งการใหค้ วามรแู้ ก่ ประชาชนและสนับสนุนส่งเสริม ให้ประชาชนรวมกนั เป็นกลุ่มเพ่ือใช้ขบวนการกลมุ่ เปน็ วิธีการแก้ปัญหาของ ชุมชนเพอื่ ใหช้ มุ ชนได้มพี ลังในการพัฒนาต่อไป
๒๖ ยคุ ท่ี ๓ ส่รู ะบบบรหิ ำรกำรพฒั นำชนบทแหง่ ชำติ (พ. ศ. ๒๕๒๕-๒๕๓๔) เปน็ ระยะทอี่ ยู่ในชว่ งแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติฉบบั ที่ ๕ และ ๖ ซ่งึ เป็นช่วงทร่ี ัฐบาลได้ ใหค้ วามสนใจและใหค้ วามสาคญั ในการพฒั นาชนบทมากข้ึนโดยเนน้ ใหป้ ระชาชนรูจ้ กั การชว่ ยตัวเองและการมี ส่วนร่วมเป็นหลัก มีหน่วยงานลงสู่ชนบทเพ่ิมขึ้นในระยะน้ีกรมการพัฒนาชุมชนมุ่งเน้นการปรับปรุงขีด ความสามารถของกลุ่มกิจกรรมใหเ้ ป็นองคก์ รบริหารทมี่ ีขดี ความสามารถ และมปี ระสิทธิภาพเพมิ่ ขนึ้ ในยุคนี้มีอธิบดกี รมการพัฒนาชุมชนผ้มู บี ทบาทกาหนดทิศทางสรา้ งสรรค์งานพัฒนาชุมชนจานวน ๓ ทา่ น ได้แก่ ลำดับท่ี ๖ นำยสวุ นัย ทองนพ ดำรงตำแหน่ง ๑ ตุลำคม ๒๕๒๖- ๓๐กันยำยน ๒๕๓๑ มีอุดมกำรณ์ในกำรทำงำน คือ พัฒนาให้หมู่บ้านในชนบท เป็นที่อยู่รวมกันของชาวบ้านท่ีเขาต้องการ อยรู่ ว่ มกนั ดว้ ยผาสุกตลอดไป ลำดบั ท่ี ๗ นำยศกั ดำ อ้อพงษ์ ดำรงตำแหนง่ ๑ ตุลำคม ๒๕๓๑-๓๐ กนั ยำยน ๒๕๓๒ มอี ดุ มกำรณใ์ นกำรทำงำน คอื คิด พูด ทา ลำดบั ท่ี ๘ ดร.ยวุ ฒั น์ วุฒเิ มธี ดำรงตำแหน่ง ๑ ตุลำคม ๒๕๓๒ –๓๐กนั ยำยน ๒๕๓๔ มอี ุดมกำรณในกำรทำงำน คือ ระเบยี บครบ ระบบดี มคี ณุ ธรรม เป็นผ้ตู อ่ ยอดและพัฒนา กลุม่ ออมทรพั ยเ์ พ่อื การผลติ โดยมีแนวคดิ ใชเ้ งินเป็นเครอื่ งมือเพอื่ การพัฒนาคน ตาม หลักคุณธรรมประการไดแ้ ก่ ความซอื่ สตั ย์ ความเสียสละ ความรบั ผิดชอบความไว้ใจและความเห็นอกเหน็ ใจกนั
๒๗ เป็นระยะท่ีอยู่ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับท่ี ๕ และ ๖ ซึ่งเป็นช่วงที่รัฐบาล ไดใ้ ห้ความสนใจและให้ความสาคญั ในการพัฒนาชนบทมากข้ึน มีการกาหนดรูปแบบและวิธีการปฏิบตั ิท่ชี ดั เจน ตั้งแต่ระดับชาติ จังหวดั อาเภอ และตาบลหมบู่ า้ น โดยเนน้ ใหป้ ระชาชนรู้จกั การช่วยตัวเอง และการมีสว่ นรว่ ม เป็นหลักมีหน่วยงานลงสู่ชนบทเพิ่มข้ึน มีการยุบเลิกคณะกรรมการบริหารและประสานงานพัฒนาชุมชน คณะกรรมการประสานงานพัฒนาชุมชนส่วนจังหวัดและอาเภอ คณะกรรมการพัฒนาตาบล ให้ใช้โครงสรา้ ง องค์กรบรหิ ารการพฒั นาชนบทของชาตทิ ่จี ัดต้งั ข้นึ ใหม่แทนรวมทงั้ รฐั บาลไดร้ ับเอาแนวความคดิ เกยี่ วกบั การมี ระบบข้อมูลและการใช้ระบบแผนมาเป็นส่วนหนึ่งของระบบการบรหิ ารการพัฒนาชนบทของชาติด้วย พร้อม กันน้ันกระทรวงมหาดไทย ก็ได้ให้ยุบเลกิ คณะกรรมการพฒั นาหมบู่ ้าน และออกข้อบังคบั กระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยคณะกรรมการหมู่บ้าน พ. ศ. ๒๕๒๖ ให้มีคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) เป็นองค์กรเดียวในการ บริหารงานระดับหม่บู า้ น ซ่ึงประกอบดว้ ยฝา่ ยต่าง ๆ ๘ ฝา่ ย โดยให้อยู่ภายใต้การดูแลของกรมการปกครอง จึงกล่าวไดว้ ่า เป็นการส้ินสุดของระบบการบริหารที่ ออกแบบและขับเคลอื่ นโดยกรมการพัฒนาชุมชนมาเป็นเวลา ๒๐ ปีและเป็นการเรมิ่ ตน้ ของระบบการบริหาร การพฒั นาชนบทที่กลไกตา่ ง ๆ แทบจะไมม่ ีความแตกตา่ งกนั เปล่ยี นแตเ่ พียงส่วนประกอบบางส่วนและพลขบั เทา่ น้นั สาหรับบทบาทของกรมการพัฒนาชุมชน ซ่ึงเดิมได้ปูพ้ืนฐานงานพัฒนาโดยให้การศึกษาอบรม ประชาชนให้มีความรู้พ้ืนฐานด้านต่าง ๆ สามารถคิด ทาและแก้ไขปัญหาของตนเองและชุมชนโดยมี คณะกรรมการพฒั นาตาบลและหมู่บ้านเปน็ องคก์ รหลักในการบริหารการพัฒนาชมุ ชน เมอื่ ยุบเลิกคณะกรรมการพัฒนาตาบลและหมูบ่ า้ นเปลย่ี นเปน็ กรรมการสภาตาบลและคณะกรรมการ หมู่บ้านในความรับผิดชอบของกรมการปกครองแทน กรมการพัฒนาชุมชนจึงเพิม่ การให้ความสาคญั กับการ ดาเนินการปรับปรุงขีดความสามาร ถขององค์กรกลุ่มกิจ กรรมพั ฒนาชุม ชนให้เป็นอง ค์กรบริหาร ท่ี มี ขี ด ความสามารถและมีประสิทธิภาพเพ่ิมขึ้นและมุ่งให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนากับสภาตาบลและ คณะกรรมการหม่บู ้านมากข้ึนตามนโยบายการพัฒนาชนบทแนวใหมโ่ ดยใชก้ ระบวนการพฒั นาชุมชนเป็นหลัก ในการดาเนินงานอย่างต่อเนื่องในรูปแบบการให้การศึกษาเพื่อการพัฒนา ในการนี้ยังได้รว่ มพัฒนาศักยภาพ และส่งเสริมบทบาทของสภาตาบลและคณะกรรมการหมู่บ้านในการบริหารการพัฒนาชนบทอย่างจริงจัง รวมทั้งเข้าร่วมในการพฒั นาระบบการบริหารการพัฒนาชนบทของชาติอย่างแข็งขนั แมว้ ่าตลอดระยะเวลานัน้ จะถูก“ ช่วงชิง” บทบาทการนาอยหู่ ลายคร้ังจากหน่วยงานข้างเคียงในกระทรวงเดียวกันก็ตาม โดยกาหนด นโยบายของกรมการพฒั นาชมุ ชน ไวด้ ังน้ี
๒๘ ๑.ปลูกฝังอุดมการณ์ใหป้ ระชาชนมีความขยัน ความเช่ือมั่นในการช่วยตนเองความร่วมมือช่วยเหลือ กนั ในการสรา้ งความเจรญิ ให้กับชมุ ชนของตน ๒. ให้ประชาชนรูจ้ ักการทางานเปน็ กลมุ่ และใช้สถาบันตา่ ง ๆ เพื่อฝึกสอนการปกครองตามระบอบ ประชาธปิ ไตย โดยมพี ระมหากษตั รยิ ์เป็นประมขุ ๓. ให้ประชาชนได้มีส่วนรว่ มกาหนดความต้องการ วางแผน และดาเนินงานเพือ่ สนองความตอ้ งการ ของชุมชนด้วยตนเอง ๔. ให้ประชาชนรู้จกั เสียสละ และอาสาสมัครเพ่ือช่วยชุมชนของตนในด้านความมั่นคงปลอดภัยและ บริการสังคม ๕. พัฒนาคุณภาพของประชาชนทุกเพศ ทกุ วยั โดยเนน้ เดก็ ก่อนวัยเรียน เยาวชน และสตรี ๖. ให้ประชาชนรูจ้ กั ใช้วิชาการและทรัพยากรท่ีเหมาะสมในการประกอบอาชีพและดารงชีวิตของตน เพื่อยกฐานะทางเศรษฐกจิ และความเปน็ อยู่ใหด้ ีข้ึน ๗. ให้ประชาชนปรับปรุงและสร้างเสริมสาธารณสมบัติต่าง ๆ โดยเน้นปัจจัยการผลิตทางด้าน เกษตรกรรม และอตุ สาหกรรมในครัวเรอื น ๘. พัฒนากลุ่มอาชีพต่าง ๆ ให้สามารถรับผิดชอบด้านการลงทุนการผลิต การตลาด การบริโภค และการเก็บออมเพ่ือเตรียมการไปส่รู ะบบสหกรณต์ ่อไป ๙.สนบั สนนุ สง่ เสริมการจดั ต้ังและพัฒนาองคก์ รประชาชนระดบั หม่บู ้าน ตาบล ให้เปน็ องคก์ รพน้ื ฐาน ที่สามารถคิดตัดสินใจในการวางแผน และปฏิบัติงานเพ่ือแก้ปัญหาของชุมชนตามวิถีทางของระบอบ ประชาธิปไตย โครงการปฏิบัติงานในช่วงน้ีปรับไปเป็นแผนงานซ่ึงมีแผนการดาเนินงานพัฒนาชุมชนระดับตาบล ๙ แผนงาน ดังน้ี ๑. แผนงานพฒั นาเด็ก ๒. แผนงานพฒั นาเยาวชน ๓. แผนงานพฒั นาสตรี ๔. แผนงานสร้างเสริมรายได้ ๕. แผนงานสง่ เสริมการออมทรัพย์เพ่ือการผลติ ๖. แผนงานพัฒนาส่งิ แวดล้อม ๗. แผนงานอาสาพัฒนาชมุ ชน ๘. แผนงานพัฒนาจิตใจ ๙. แผนงานพฒั นาองคก์ ร อย่างไรก็ตามการเปล่ียนแปลงของระบบการบริหารการพัฒนาชนบทของชาติก็เป็นโอกาส ให้กรมการพัฒนาชุมชนหันกลบั มาสร้างความชัดเจนให้กับกจิ กรรมพฒั นาชุมชนที่ได้แตกแขนงออกไปอยา่ ง กวา้ งขวางอนั เป็นผลมาจากการพฒั นางานในชว่ งทศวรรษท่ี ๒ มีการปรับกระบวนการวัตถุประสงคแ์ ละวธิ ีการ ดาเนินงานในหลายเรื่องโดยมุ่งเน้นความเชื่อมโยงกันและการเพิ่มศักยภาพของกลุ่มองค์กร ในการดูดซับ ประโยชน์จากระบบการบรหิ ารการพัฒนาชนบท
๒๙ งำนสำคญั ๆ ทีร่ ิเริ่มและพัฒนำในระยะน้ี ไดแ้ ก่ ๑. กำรพัฒนำอำชีพแบบครบวงจรของกิจกรรมพัฒนำชุมชน ได้ดาเนินงานนโยบายพัฒนา เศรษฐกิจหมู่บ้านซ่ึงจาแนกหมู่บ้านตามระดับความจาเป็นในการพัฒนาเศรษฐกิจเป็น ๓ ระดับกาหนด วัตถปุ ระสงค์ในการพฒั นาตามระดับแลว้ จดั กจิ กรรมใหเ้ หมาะสมท้ังนี้มีการปรบั ความเชื่อมโยงระหวา่ งกจิ กรรม ทเ่ี กีย่ วขอ้ งกับการพัฒนาอาชีพที่มอี ยทู่ ้ังหมดโดยใหก้ ล่มุ ออมทรัพย์เพ่อื การผลิตเปน็ กิจกรรมแกน ๒. กำรฝกึ อบรมองคก์ รในงำนพัฒนำชุมชนดำ้ นกำรบริหำรกำรพัฒนำ หลักสูตรฝกึ อบรมในช่วงนี้ เน้นหนักการทาความเข้าใจกับระบบการบริหารการพัฒนาชนบทของชาติ ท้ังระบบองค์กรระบบข้อ มู ล และระบบแผนงานมกี ารเรยี นรกู้ ระบวนการวางแผน วางโครงการ อย่างเข้มข้นเพ่ือให้องค์กรสามารถจัดทา แผนและเขียนโครงการไปขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์กรบริหารการพัฒนาระดับต่าง ๆ ไดส้ ะดวกขึ้น ๓. ปรับรูปแบบขององค์กรสตรีจำกกลุ่มกิจกรรมให้เป็นองค์กรบริหำรกำรพัฒนำสตรีทางานให้มี บทบาทในการพัฒนาสตรเี ด็กเยาวชนและมสี ่วนร่วมในการพฒั นาหมูบ่ ้านตาบลเคียงคไู่ ปกับ คณะกรรมการหมู่บ้าน สภาตาบล คณะกรรมการพัฒนาอาเภอ คณะกรรมการพฒั นาจงั หวัดในชื่อว่า คณะการพฒั นาสตรรี ะดับตาบล คณะกรรมการพัฒนาสตรีระดบั อาเภอ และกรรมการพัฒนาสตรรี ะดับจงั หวดั เพ่ือให้สตรีมสี ่วนร่วมในการพฒั นาชุมชนและสามารถพง่ึ ตนเองไดม้ ากท่ีสุดโดยการพฒั นาสตรีถูกจัดแบ่งเปน็ งาน ๓ ดา้ น คอื งานการมีส่วนรว่ มทางการเมืองของสตรี งานการรวมกลมุ่ และพัฒนาอาชีพสตรี และงานสร้าง เสรมิ สถานภาพสตรี ๔. พัฒนำภำวะผู้นำของเยำวชนให้สูงขึ้น ผ่ำนโครงกำรแลกเปล่ียนเยำวชนระหว่ำงประเทศ ไทย-แคนาดา ซ่ึงนับว่าเป็นหน่วยงานแรกที่ส่งเสริมโอกาสให้เยาวชนชนบทได้ไปใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว ชาวต่างชาติในต่างประเทศ ทาให้เยาวชนได้เรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณีของกลุ่มสังคมอ่ืน เกดิ ความสานกึ ในคุณคา่ ความเป็นไทย มีโลกทศั นก์ วา้ งข้นึ มคี วามเชอื่ ม่นั ในตนเองสูงขน้ึ ปัจจบุ ันงานโครงการน้ี กย็ งั ดาเนนิ การอยู่และขยายจานวนประเทศทจ่ี ะมีการแลกเปลย่ี นเยาวชนออกไปอีกหลายประเทศ
๓๐ ๕. พัฒนำบุคลำกรของกรมด้ำนกำรใช้เครื่องมอื ในกำรบริหำรจัดกำรเพ่ือเพ่มิ ประสทิ ธิภาพในการ ทางานบรหิ ารการพฒั นาชนบทและการบรหิ ารการพัฒนาชุมชน เชน่ การวางแผนและควบคุมการทางานตาม แผนดว้ ย PERT และ Logical Framework การวเิ คราะหแ์ ละตีความข้อมลู การทาแผนท่ีข้อมลู ฯลฯ ๖. พัฒนำกระบวนกำรทำงำนของนักพัฒนำชื่อ“ CED Process” ซ่ึงย่อมาจาก Community Education for Development Process เพอื่ เพิ่มประสิทธิภาพการทางานสง่ เสรมิ การเรียนรู้ของประชาชน ๗. จัดกำรรับรองสถำนภำพกิจกรรมและองค์กรในงำนพัฒนำชุมชน เน่ืองจากมีหน่วยงานหลาย หน่วยเริ่มขยายงานมาซ้าซ้อนกับงานท่ีกรมการพัฒนาชุมชนสง่ เสรมิ และสนับสนุนอยู่และหน่วยงานเหล่าน้นั มักใช้ระเบียบกฎหมายเป็นกลไกในการทางาน เพื่อให้การทางานขององค์กรชุมชนได้รับการรับรองอย่าง เป็นทางการจึงเสนอออกระเบียบกระทรวงมหาดไทยกาหนดสถานภาพให้กับองค์กรดังกล่าวเช่น ระเบียบ เกีย่ วกับศนู ยเ์ ยาวชนตาบล ฯลฯ ๘. ปรับปรุงศูนย์พัฒนำตำบลให้เป็นศูนย์ข้อมูลประจำตำบล และศูนย์ส่งเสริมความรู้ประจาตาบล เพ่ือสนับสนุนให้สภาตาบลใช้เปน็ ศูนย์การบริหารการพัฒนาของตาบลในขณะเดียวกันกไ็ ด้รับมอบหมายจาก คณะกรรมการพฒั นาชนบทแหง่ ชาติใหร้ บั ผิดชอบโครงการพัฒนาชนบทระดับหมู่บ้านตามแผนพฒั นาชนบท ยากจน และในส่วนภูมิภาคพฒั นาการอาเภอเป็นเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาอาเภอ ตามระเบียบสานัก นายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบรหิ ารการพฒั นาชนบท พ. ศ. ๒๕๒๔ ลงวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๒๔ ต่อมาวนั ท่ี ๒๗ มกราคม ๒๕๒๕ ได้แก้ไขให้ปลดั อาเภอ (อาวุโส) เป็นเลขานุการแต่พฒั นาการอาเภอก็ยงั คงมบี ทบาทใน การบรหิ ารการพัฒนาในคณะกรรมการสร้างงานในชนบทระดบั อาเภอ ดแู ลการดาเนนิ งานโครงการสร้างงาน ในชนบท โดยพฒั นาการอาเภอเปน็ เลขานุการคณะกรรมการสรา้ งงานในชนบทระดบั อาเภอ บทบำทของพัฒนำกร เปลย่ี นจากเดิมบทบาทในฐานะผ้นู าการเปลย่ี นแปลงกลายเป็น “ ผูจ้ ัดกำรกำรพัฒนำ” (DevelopmentManager) ทาหน้าที่เป็นทีป่ รกึ ษาของสภาตาบลและเป็นเลขานุการ คณะทางานสนับสนนุ การปฏบิ ตั กิ ารพฒั นาชนบทระดับตาบล (คปต.)
๓๑ สรปุ ระยะท่ี ๓ เป็นระยะที่อยู่ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติฉบับที่ ๕ และ ๖ ซึ่งเป็นช่วงที่รัฐบาล เน้นให้ประชาชนรูจ้ ักการช่วยตัวเองและการมีสว่ นรว่ มเปน็ หลัก และมีหน่วยงานลงสู่ชนบทเพ่ิมข้ึนในระยะนี้ กรมการพัฒนาชุมชนมุ่งเน้นการปรับปรุงขีดความสามารถของกลุ่มกิจกรรมให้เป็นองค์กรบริหารที่มีขีด ความสามารถ และมปี ระสทิ ธิภาพเพ่มิ ขนึ้ ในยคุ น้ีมีอธิบดี จานวน ๓ ท่าน ไดแ้ ก่ ๑. นายสวุ นยั ทองนพ ดารง ตาแหน่ง ๑ ตุลาคม ๒๕๒๖- ๓๐กันยายน ๒๕๓๑ ๒.นายศักดา อ้อพงษ์ ดารงตาแหน่ง ๑ ตุลาคม ๒๕๓๑-๓๐ กันยายน ๒๕๓๒ ๓.ดร.ยุวัฒน์ วุฒิเมธี ดารงตาแหน่ง ๑ ตุลาคม ๒๕๓๒ –๓๐กันยายน ๒๕๓๔ แต่ละท่านมีอุดมการณในการทางานที่แตกต่างกันไปโดยส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นพัฒนา ให้หมู่บ้านในชนบท และประชาชนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข สาหรับบทบาทของกรมการพัฒนาชุมชน ซ่ึงเดิมได้ปูพื้นฐาน งานพัฒนาโดยให้การศึกษาอบรมประชาชนให้มคี วามรู้พ้ืนฐานดา้ นต่าง ๆ สามารถคิด ทาและแก้ไขปัญหาของ ตนเอง และชุมชนโดยมีคณะกรรมการพัฒนาตาบลและหม่บู า้ นเป็นองค์กรหลักในการบริหารการพฒั นาชุมชน เมื่อยุบเลิกคณะกรรมการพัฒนาตาบลและหมู่บา้ นเปลย่ี นเป็นกรรมการสภาตาบลและคณะกรรมการ หมู่บ้านในความรับผิดชอบของกรมการปกครองแทน กรมการพัฒนาชุมชนจงึ เพิม่ การให้ความสาคัญกับการ ดาเนินการปรับปรุงขีดความสามารถขององค์กรกลุ่มกิจกรรมพัฒนาชุมชนให้เป็นองค์กรบริหารท่ีมีขีด ความสามารถและมีประสิทธิภาพเพ่ิมข้ึนและมุ่งให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนากับสภาตาบล และคณะกรรมการหมบู่ ้านมากข้นึ ตามนโยบายการพฒั นาชนบทแนวใหม่ อย่างไรกต็ ามการเปล่ียนแปลงของ ระบบการบรหิ ารการพัฒนาชนบทของชาตกิ ็เปน็ โอกาส ให้กรมการพัฒนาชุมชนหันกลับมาสรา้ งความชัดเจน ให้กับกิจกรรมพัฒนาชุมชน และงานสาคัญ ๆที่ริเริ่มและพัฒนาในระยะนี้ มีจานวน ๘ งานได้แก่ ๑. การพฒั นาอาชพี แบบครบวงจรของกจิ กรรมพัฒนาชุมชน ๒. การฝกึ อบรมองค์กรในงานพฒั นาชมุ ชนด้าน การบรหิ ารการพฒั นา ๓. ปรบั รูปแบบขององค์กรสตรจี ากกลมุ่ กิจกรรมใหเ้ ปน็ องคก์ รบรหิ ารการพฒั นาสตรี ๔. พัฒนาภาวะผู้นาของเยาวชนให้สูงข้ึน ผ่านโครงการแลกเปล่ียนเยาวชนระหว่างประเทศ ๕. พัฒนาบุคลากรของกรมด้านการใช้เครื่องมือในการบริหารจัดการเพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพ ๖. พัฒนากระบวนการทางานของนักพัฒนาช่ือ“ CED Process” ๗. จัดการรับรองสถานภาพกิจกรรมและ องคก์ รในงานพฒั นาชมุ ชน ๘. ปรับปรุงศนู ยพ์ ัฒนาตาบลใหเ้ ปน็ ศูนย์ขอ้ มูลประจาตาบล บทบาทของพัฒนากร เปลี่ยนแปลงกลายเป็น ผู้จัดการพัฒนา ทาหน้าท่ีเปน็ ทปี่ รกึ ษาของสภาตาบลและเป็นเลขานุการคณะทางาน สนับสนุนการปฏบิ ตั กิ ารพฒั นาชนบทระดบั ตาบล (คปต.)
๓๒ ยุคท่ี ๔ เสรมิ สรำ้ งควำมเขม้ แข็งของชุมชน (พ. ศ. ๒๕๓๕-๒๕๔๔) ในทศวรรษน้ีเป็นยุคที่สังคมมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมีความซับซ้อนโดยเฉพาะการปฏิรูประบบ ราชการ การกระจายอานาจสู่ทอ้ งถ่ิน รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พ. ศ. ๒๕๔๐ ซง่ึ สง่ ผลต่อการทางาน ของกรมการพฒั นาชุมชนท้ังสน้ิ ระยะนีก้ รมการพฒั นาชมุ ชนจงึ ปรับระบบงานและการบริหารให้เหมาะสมอยู่ บอ่ ยคร้งั การปรบั เพ่อื สนับสนนุ การปกครองท้องถิ่น รวมท้งั กาหนดยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาชุมชนข้ึนเปน็ ครง้ั แรก ให้ความสาคัญต่อการพฒั นาความเขม้ แขง็ ของชุมชนผสมผสานการสง่ เสริมการมสี ว่ นรว่ มของประชาชนในการ พฒั นาประชาธปิ ไตยข้ันพนื้ ฐานกบั การพฒั นาเศรษฐกจิ ปากท้องของประชาชน รวมทั้งการปลกู ฝังจติ สานกึ และ ความรับผิดชอบ ของครอบครวั และชุมชนในการพัฒนา ซงึ่ เป็นการบรู ณาการการพฒั นาดา้ นตา่ ง ๆ ของชมุ ชน ให้เกิดข้ึนพร้อม ๆ กัน ในยุคน้ีมีอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนผู้มีบทบาทกาหนดทิศทางสร้างสรรค์งานพฒั นา ชุมชน จานวน ๕ ท่าน ไดแ้ ก่ ลำดับที่๙ นำย สมติ ร กจิ จำหำญ ดำรงตำแหน่ง ๑ ตุลำคม ๒๕๓๔ – ๓๐ กันยำยน ๒๕๓๖ มอี ดุ มกำรณใ์ นกำรทำงำน คือประสิทธภิ าพของคน ประสทิ ธผิ ลของงานคือ อุดมการณของงานพัฒนาชมุ ชน ลำดบั ท่ี ๑๐ นำยอภัย จนั ทนจลุ กะ ดำรงตำแหนง่ ๑ ตุลำคม ๒๕๓๖-๓๐ กันยำยน ๒๕๓๙ มอี ดุ มกำรณใ์ นกำรทำงำน คอื ศรัทธาในหนา้ ท่ี มีวนิ ัยใหบ้ ริการ ลำดับที่ ๑๑ นำยสมศักด์ิ ศรีวรรธนะ ดำรงตำแหน่ง ๑ ตุลำคม ๒๕๓๙-๓๐พฤษภำคม ๒๕๔๑ มีอุดมกำรณ์ในกำรทำงำน คือ ยึดม่ันในหลักการแนวทางการพัฒนาชุมชนที่ถูกต้อง ทางานอย่างเข้าถึง เป็นท่ยี อมรับศรทั ธาของประชาชน
๓๓ ลำดับท่ี ๑๒ นำยไพโรจน์ พรหมส์น ดำรงตำแหนง่ ๑ มิถุนำยน ๒๕๔๑-๓๐ กมุ ภำพันธ์ ๒๕๔๑ มีอดุ มกำรณ์ในกำรทำงำน คือ วสิ ัยทศั นก์ วา้ งไกล รวมใจแกป้ ญั หา สรา้ งศรทั ธาประชาชน ลำดับท่ี ๑๓ นำยจเด็จ อินทร์สว่ำง ดำรงตำแหน่ง ๑ มีนำคม๒๕๔๓-๓๐กันยำยน ๒๕๔๔ มีอดุ มกำรณ์ในกำรทำงำน คือ คิดดี ทาดี พดู ดี คบคนดี และไปในทีด่ ี
๓๔ กรมการพัฒนาชุมชนปรับตวั ในช่วงถ่ายโอนงานภารกิจตามพระราชบัญญตั ิกระจายอานาจสู่ท้องถ่นิ ในชว่ งแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติฉบับท่ี ๗ การเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติฉบบั ที่ ๘ และการปฏริ ปู ราชการในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบบั ที่ ๙ สู่ ภารกจิ การดาเนินงานพัฒนาชมุ ชนโดยเนน้ การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชมุ ชน พระราชกฤษฎีกา แบ่งส่วนราชการกรมการพัฒนาชุมชนกระทรวงมหาดไทย พ. ศ. ๒๕๓๕ กาหนด อานาจหน้าที่ของกรมการพฒั นาชุมชนไว้ ๗ ประการ ๑. ฝึกอบรมและพัฒนาข้าราชการและลูกจา้ งในสังกัด รวมท้ังให้ความร่วมมือในการฝึกอบรมด้าน การพัฒนาชมุ ชนแกอ่ งคก์ รและหนว่ ยงานท้งั ในและตา่ งประเทศ ๒. ให้การศึกษาและพัฒนากระบวนการเรยี นรู้ โดยเฉพาะการปลูกฝงั วิถีประชาธิปไตยขั้นพน้ื ฐานแก่ ประชาชน โดยจดั ตง้ั และพัฒนากล่มุ ประชาชนเปา้ หมาย เพอ่ื ให้สามารถพง่ึ ตนเองไดท้ งั้ ในด้านสังคม เศรษฐกิจ และส่ิงแวดล้อมชมุ ชน รวมทง้ั ประชาสมั พันธ์กจิ กรรม และการปฏิบัตงิ านของหนว่ ยงานในสังกดั ๓. พัฒนาองค์กร อาสาสมัคร และผู้นาท้องถ่ินในระดับตาบลและหมู่บ้าน ด้วยวิธีการพัฒนาชุมชน เพอื่ ใหเ้ ปน็ พนื้ ฐานในการปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตย ๔. พัฒนาระบบ รูปแบบ และวิธีการพัฒนา จัดทาและประสานแผนงานของกรมฯ ให้เป็นไปตาม นโยบายและแผนแม่บทของกระทรวง กากับ เร่งรัด ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานแผนงานของ หนว่ ยงานในสังกัด รวมท้ังแผนพัฒนาตาบล ตลอดจนจดั ระบบข้อมูล และเปน็ ศูนยข์ ้อมลู เพือ่ การพฒั นาชนบท ของประเทศ ๕. ให้ความชว่ ยเหลอื ทางด้านวิชาการ และสนบั สนุนการปฏบิ ตั ิงานพฒั นาชมุ ชนในส่วนภมู ภิ าค ๖. ดาเนินการและประสานงานเกยี่ วกบั การพฒั นาชุมชนในสว่ นภมู ภิ าค ๗. ปฏิบตั ิราชการอ่นื ใดกต็ ามท่ีกฎหมายกาหนดให้เป็นหนา้ ท่ีกรมฯ
๓๕ กรมการพฒั นาชมุ ชนได้ปรับวตั ถุประสงค์เป้าหมายและวิธีการดาเนนิ งานให้สอดคล้องกบั แผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับท่ี ๗ เพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่ิงแวดล้อมของประชาชนให้ดีขึ้นโดยยดึ หลกั การมีสว่ นรว่ มของประชาชนตามเกณฑค์ วามจาเป็นพนื้ ฐาน (จปฐ.) จาแนกเปน็ ๙ งานคือ ๑. งานพฒั นาโครงสรา้ งพน้ื ฐานชนบท ๒. งานพฒั นาเศรษฐกจิ ชนบท ๓. งานพฒั นาชุมชนในเขตพืน้ ทีเ่ ป้าหมายเฉพาะ ๔. งานพัฒนาองค์กร ๕. งานพัฒนาเดก็ ๖. งานพัฒนาและสง่ เสริมอาชีพสตรี ๗. งานพฒั นาเยาวชน ๘. งานสง่ เสรมิ และเผยแพร่ ๙. งานอาสาพัฒนาชุมชน วิธีการในการดาเนินงานพัฒนาชุมชนกาหนดไว้ ๒ ประการคือ (๑) ให้การศึกษาและพัฒนา กระบวนการเรยี นรู้ของประชาชน (๒) พฒั นาองคก์ รประชาชนและอาสาสมคั ร งำนสำคญั ๆ ทไ่ี ด้พฒั นำและรเิ รมิ่ น้ี ในช่วงทศวรรษที่ ๔ ไดแ้ ก่ ๑. โครงกำรแก้ไขปัญหำควำมยำกจน (กข. คจ.) ซ่ึงมีวัตถุประสงค์เพือ่ กระจายโอกาสใหค้ รัวเรอื น ยากจนในชนบทมีเงินทนุ ในการประกอบอาชีพสามารถเพิ่มรายได้ใหพ้ น้ เกณฑ์ความจาเป็นขั้นพ้ืนฐานโดยการ สนับสนนุ เป็นกองทุนของหมู่บา้ นๆละ ๒๘๐, 000 บาทรปู แบบการบริหารจดั การกองทนุ เปน็ การส่งเสริมการ บริหารจดั การโดยชมุ ชนอย่างแทจ้ ริง ๒. กำรส่งเสริมกระบวนกำรเรียนรู้และตัดสินใจร่วมกันของชุมชนได้มีการพัฒนารูปแบบการจัด กระบวนการชุมชนเพ่อื การเรียนร้แู ละตดั สินใจร่วมกันของชุมชนในลักษณะเวทีชาวบ้านหรือเวทีประชาคมโดย การใชเ้ ครื่องมือส่งเสรมิ แบบใหมๆ่ เช่น PLP AIC PRA FSC ALS ฯลฯ ทาใหพ้ ัฒนากรมเี ครอื่ งมือมากข้ึนในการ ดาเนนิ งานกระบวนการเวทีประชาคม ๓. นำเทคโนโลยีสำรสนเทศ เข้ำมำใชใ้ นกำรบริหำรงำนพัฒนำชุมชนการสนับสนุนระบบข้อมูลเพ่ือ การพฒั นาชนบท และการส่งเสรมิ กจิ กรรมชมุ ชน ๔. ยกระดับองค์กรชุมชนให้มีฐำนะเป็นนิติบุคคล พัฒนาเครือข่ายองค์กรและผนู้ าชุมชนยกระดบั องค์กรชุมชนให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล ทาให้เกิดชมรม สมาคม ซึ่งจะเป็นกาลังสาคัญในการส่งเสรมิ กจิ กรรม พัฒนาชมุ ชนแทนภาครัฐทจ่ี ะตอ้ งลดขนาดและกาลงั คนลงในอนาคต
๓๖ ๕. ปรับประสิทธิภำพกำรบริหำรงำนภำยในโดยการดาเนินกิจกรรม ๕ ส การทาข้อตกลงว่าด้วย ความร่วมมือในการขอรับการส่งเสริมเพ่ือเข้าสู่ระบบมาตรฐานสากลของประเทศไทยด้านการจัดการและ สัมฤทธ์ิผลของงานภาครัฐกับสถาบันมาตรฐานสากลภาครัฐแห่งประเทศไทยสานักงาน ก. พ. การพัฒนา ตวั ช้ีวัดตามระบบการบริหารแบบมงุ่ ผลสมั ฤทธกิ์ ารใช้ระบบการรายงานอเิ ล็กทรอนิกส์ ๖. ส่งเสรมิ กำรนำทนุ ทำงสงั คมในงำนพัฒนำชมุ ชนออกมำใช้สนับสนุนนโยบำยสำคัญของรฐั บำล เช่น แผนปฏิบัติการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนเพื่อเผชิญปัญหาวิกฤติ นโยบายกองทุนหมู่บ้านและ ชุมชนเมือง นโยบายสง่ เสรมิ เศรษฐกจิ ฐานราก วิสาหกจิ ชมุ ชน โครงการหนึ่งตาบลหนง่ึ ผลติ ภัณฑ์การแก้ปญั หา ยาเสพตดิ โดยพลงั ชุมชน ฯลฯ ๗. กำรส่งเสริมกระบวนกำรพัฒนำชุมชนในเขตเมือง โดยให้จังหวัดและอาเภอประสานงาน กับผู้บริหารเทศบาลในการร่วมมือกันจัดเก็บข้อมูลคุณภาพชีวิตของประชาชนในเขตเมืองแลกเปลี่ยน ประสบการณใ์ นการส่งเสริมกจิ กรรมพฒั นาชมุ ชนทเ่ี หมาะสมสาหรับเขตเมอื ง ซ่ึงการประสานงานกนั ไดก้ ลาย เปน็ ทุนอันสาคญั ในการร่วมมือกันส่งเสรมิ การจัดต้งั กองทุนหมูบ่ า้ นและชุมชนเมืองรวมท้งั โครงการหนง่ึ ตาบล หนึง่ ผลิตภณั ฑใ์ นระยะเวลาต่อมา ระยะน้ีกาหนดหน้าที่ของพัฒนากรให้เป็นการสนับสนุนความเข้มแข็งในการบริหารการพัฒนาของ อบต. โดยไม่ก้าวก่ายอานาจหน้าท่ีที่ อบต. มีตามกฎหมายไม่ขัดขวางการพัฒนาศักยภาพของอบต. และอยู่ภายในขอบเขตหน้าท่ีความรับผิดชอบของกรมฯโดยมีหน้าท่ีจัดเก็บวิเคราะห์ ประมวลผล เผยแพร่ ขอ้ มูลเพ่ือการพฒั นา อบต. สนับสนุนการจัดทาแผนพัฒนาตาบล ๕ ปีแผนพฒั นาตาบลประจาปเี ป็นท่ปี รกึ ษา ด้านการวางแผนของ อบต. จัดตั้ง บริหาร และพัฒนาศูนย์ข้อมูลตาบล รวมท้ังการให้บริการข้อมูลข่าวสาร พฒั นาแกห่ น่วยราชการองคก์ รเอกชนและบคุ คลท่วั ไป
๓๗ สรุป ระยะ ๔ เป็นยุคที่สังคมมีการเปล่ียนแปลงรวดเร็วมีความซับซ้อนโดยเฉพาะการปฏิรูประบบราชการ การกระจายอานาจสู่ท้องถ่ิน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ. ศ. ๒๕๔๐ ซึ่งส่งผลต่อการทางานของ กรมการพัฒนาชุมชนทั้งสิ้น ระยะนี้กรมการพัฒนาชุมชนจึงปรับระบบงานและการบริหารให้เ หมาะสม รวมท้ังกาหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชนขึ้นเป็นคร้ังแรก และให้ความสาคัญต่อการพัฒนาความเข้มแข็ง ของชุมชนผสมผสานการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาประชาธิปไตยข้ันพื้นฐาน กับการพัฒนาเศรษฐกจิ ปากทอ้ งของประชาชนรวมทัง้ การปลูกฝังจติ สานกึ และความรบั ผิดชอบของครอบครัว และชุมชนในการพฒั นา ซึ่งเปน็ การพัฒนาด้านตา่ ง ๆ ของชมุ ชนใหเ้ กดิ ขน้ึ พรอ้ ม ๆกัน ในยุคนี้มีอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน จานวน ๕ ท่าน นายสมิตร กิจจาหาญ ดารงตาแหน่ง ๑ ตุลาคม ๒๕๓๔ – ๓๐ กันยายน ๒๕๓๖ ๒.นายอภัย จันทนจุลกะ ดารงตาแหน่ง ๑ ตุลาคม ๒๕๓๖ -๓๐ กันยายน ๒๕๓๙ ๓.นายสมศักดิ์ ศรีวรรธนะดารงตาแหน่ง ๑ ตุลาคม ๒๕๓๙-๓๐พฤษภาคม ๒๕๔๑ ๔.นายไพโรจน์ พรหมสน์ ดารงตาแหนง่ ๑ มิถุนายน ๒๕๔๑-๓๐ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๔๑ ๕.นายจเดจ็ อินทร์สวา่ ง ดารงตาแหน่ง ๑ มีนาคม๒๕๔๓-๓๐กันยายน ๒๕๔๔ แต่ละท่านมีอุดมการณ์ในการทางานทแี่ ตกต่างกันไป โดยสว่ นใหญจ่ ะมงุ่ เน้นการยดึ ม่ันในหลักการแนวทางการพฒั นาชุมชน รวมใจแก้ปญั หา ศรัทธาในหนา้ ท่ี งานสาคัญๆ ที่ได้พัฒนาและริเริ่มน้ี ในระยะที่ ๔ ได้แก่ ๑. โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข. คจ.)๒. การส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และตัดสินใจร่วมกันของชุมชน ๓. นาเทคโนโลยีสารสนเทศ เข้ามาใช้ในการบริหารงานพัฒนาชุมชน ๔. ยกระดับองค์กรชุมชนให้มีฐานะเ ป็นนิติบุคคล ๕. ปรับประสิทธิภาพการบริหารงานภายใน ๖. ส่งเสริมการนาทุนทางสังคมในงานพัฒนาชุมชนออกมาใช้ สนับสนุนนโยบายสาคัญของรัฐบาล ๗. การส่งเสริมกระบวนการพัฒนาชุมชนในเขตเมอื ง ในระยะน้ีกาหนด หนา้ ทีข่ องพัฒนากรให้เป็นการสนบั สนุนความเขม้ แขง็ ในการบรหิ ารการพัฒนาของอบต.
๓๘ ยุคทีห่ ำ้ สู่ยุคใหมข่ องระบบรำชกำร (พศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๕) ใ น ยุ ค นี้ ก ร ม ก า ร พั ฒ น า ชุ ม ช น ไ ด้ ป รั บ กิ จ ก ร ร ม โ ด ย มี ยุ ท ธ ศ า ส ต ร์ เ ป็ น ตั ว ก า ห น ด ทิ ศ ท า ง รวมท้ังนาระบบบริหารจดั การยุคใหมเ่ ข้ามาจัดระบบความคดิ ปรบั ระบบงานกากบั การบรหิ ารงานพฒั นาระบบ ก า ร บ ริ ห า ร แ ล ะ พั ฒ น า ท รั พ ย า ก ร บุ ค ค ล แ ล ะ อ อ ก แ บ บ ร ะ บ บ ก า ร วั ด ป ร ะ เ มิ น ผ ล ทั้ ง ห ม ด ใ ห้ เ ป็ น ไ ป เพือ่ การเปน็ “ องค์กรราชการท่ีมสี มรรถนะสงู ของระบบการบริหารราชการยุคใหม่” ในยุคนี้มอี ธบิ ดีกรมการ พัฒนาชุมชนผู้มีบทบาทกาหนดทศิ ทางสร้างสรรค์งานพัฒนาชมุ ชน จานวน ๑๑ ท่าน ไดแ้ ก่ ลำดับท่ี ๑๔ นำยสจุ ริต ปจั ฉิมนันท์ ดำรงตำแหนง่ ๑ ตุลำคม ๒๕๔๔ – ๓๐กันยำยน ๒๕๔๕ มอี ุดมกำรณใ์ นกำรทำงำน คอื การพัฒนาจะไม่มีทางสาเร็จ ถ้าไมพ่ ัฒนาคน ลำดับท่ี ๑๕ นำยสจุ ริต นันทมนตรี ดำรงตำแหนง่ ๑ตุลำคม ๒๕๔๕-๔ มิถนุ ำยน ๒๕๔๖ มีอดุ มกำรณใ์ นกำรทำงำน คือ ขอให้ความสาเร็จจงเปน็ ของประชาชนและแผน่ ดิน ลำดับที่ ๑๖ นำยชยั สทิ ธ์ิ โหตระกิตย์ ดำรงตำแหน่ง ๕ มถิ ุนำยน ๒๕๔๖-๓๐ กันยำยน ๒๕๔๘ มอี ุดมกำรณใ์ นกำรทำงำน คอื สังคมหน้าอยูเ่ ชิดชคู ณุ ธรรม
๓๙ ลำดบั ที่ ๑๗ ดร.นิรันดร์ จงวุฒเิ วศน์ ดำรงตำแหน่ง ๑ตลุ ำคม ๒๕๔๘-๓๐กันยำยน ๒๕๕๐ มีอดุ มกำรณใ์ นกำรทำงำน คอื เปลีย่ นแปลงเพอ่ื ใหด้ ขี ้ึน ลำดบั ท่ี ๑๘ นำย ปรชี ำ บุตรศรี ดำรงตำแหนง่ ๑ตลุ ำคม ๒๕๕๐ -๑๙ ตลุ ำคม ๒๕๕๑ มีอุดมกำรณใ์ นกำรทำงำน คือ บ้านเมืองน่าอยู่ ชมุ ชนเขม็ แขง็ ลำดับที่ ๑๙ นำยชุมพร พลรกั ษ์ ดำรงตำแหน่ง ๒๐ ตุลำคม ๒๕๕๑-๑๕มีนำคม ๒๕๕๒ มอี ดุ มกำรณ์ในกำรทำงำน คือ เขา้ ใจเขา้ ถึง คือ หัวใจของการพัฒนา ลำดบั ที่ ๒๐ นำย ไพรตั น์ สกลพันธ์ุ ดำรงตำแหน่ง ๑๖ มีนำคม ๒๕๕๒-๓๐ กันยำยน ๒๕๕๒ มอี ดุ มกำรณใ์ นกำรทำงำน คือ ถกู ตอ้ ง กวา้ งไกล ทันใจประชาชน
๔๐ ลำดบั ท่ี ๒๑ นำย มงคล สุระสัจจะ ดำรงตำแหนง่ ๑ ตุลำคม ๒๕๕๒ -๒๙ เมษำยน ๒๕๕๓ มอี ดุ มกำรณใ์ นกำรทำงำน คอื ธรรมาภิบาล ประสานสามคั คี วถิ ีพอเพียง ลำดับท่ี ๒๒ นำยวเิ ชียร ชวลิต ดำรงตำแหนง่ ๓ พฤษภำคม ๒๕๕๓ - ๑๕ธันวำคม ๒๕๕๓ มอี ุดมกำรณใ์ นกำรทำงำน คอื ความสาเรจ็ ของงานพัฒนาชุมชนคือ การทางานให้ประชาชนมคี วามสุข ลำดับท่ี ๒๓ นำยสุรชยั ขันอำสำ ดำรงตำแหนง่ ๒๐ ธันวำคม๒๕๕๓- ๒๔ พฤจิกำยน ๒๕๕๔ มอี ุดมกำรณใ์ นกำรทำงำน คอื พัฒนาคอื สรา้ งสรรค์ สรา้ งสุขทวั่ แผน่ ดิน ลำดับท่ี ๒๔ นำยประภำส บญุ ยินดี ดำรงตำแหน่ง ๒๔ พฤจิกำยน ๒๕๕๔-๓๐กันยำยน-๒๕๕๕ มีอดุ มกำรณใ์ นกำรทำงำน คือ การสง่ เสรมิ ชมุ ชนแหง่ ความเกอ้ื กูล คำนิยม - งานทุกงานเรียบเรียงกระบวนการให้ง่ายกระบวนการ ให้เป็นไปตามความจริง ถูกต้อง และทางานอย่างมคี วามสขุ บนความพากเพียรจะเกดิ ประโยชน์ตอ่ เราและประเทศชาติ
๔๑ เม่ือก้าวสู่ปีที่ ๔๑ ของกรมการพัฒนาชุมชนเป็นช่วงที่ต้องมีการเปลี่ยนผ่านอันเน่ืองมาจาก การปฏิรูประบบราชการ เป็นการทางานในรูปแบบใหม่ของงานพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน ได้พัฒนายกระดับงานจากพ้ืนฐานความรู้เดิมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของการปฏิรูประบบราชการการ กระจายอานาจให้แก่องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิน่ เป้าหมายยทุ ธศาสตร์ชาติ ปญั หา และทิศทางของชุมชนมาก ยง่ิ ข้นึ ในทศวรรษน้ีได้ปรับบทบาทภารกิจกรมการพัฒนาชุมชน จานวน ๒ คร้ัง คือพ. ศ. ๒๕๔๕ และ พ.ศ. ๒๕๕๒ และได้ปรบั เปลี่ยนกิจกรรมโดยมยี ุทธศาสตรเ์ ปน็ ตวั กาหนดทศิ ทางของการดาเนินงานพฒั นา ชุมชน รวมท้ังนาระบบบริหารจัดการยุคใหม่เข้ามาจัดระบบความคิด ปรับระบบงานกากับการบริหารงาน พัฒนาระบบการบริหาร และพัฒนาทรัพยากรบุคคล และออกแบบระบบการวัดประเมินผลท้งั หมดให้เป็นไป เพอ่ื การเปน็ “ องค์กรราชการทีม่ ีสมรรถนะสงู ” ของระบบการบรหิ ารราชการยุคใหม่ กำรปรับบทบำทภำรกิจของกรมกำรพัฒนำชุมชนมี ดงั นี้ คร้ังท่ี ๑ กฎกระทรวงแบ่งส่วนรำชกำรกรมกำรพัฒนำชุมชนกระทรวงมหำดไทย พ. ศ. ๒๕๔๕ กาหนดอานาจหนา้ ทีข่ องกรมการพฒั นาชมุ ชนไว้ ดงั น้ี (๑) กาหนดนโยบาย แนวทาง แผน และมาตรการในการพฒั นาชุมชนเพ่ือเสริมสรา้ งศักยภาพ และ ความเขม้ แข็งของชมุ ชน (๒) ส่งเสริมศกั ยภาพของประชาชน ผู้นาชมุ ชน องคก์ รชุมชน และเครอื ขา่ ยองค์กรชมุ ชน เพอ่ื ใหม้ สี ่วนรว่ ม และเกดิ การรวมกล่มุ ใหส้ ามารถพึง่ ตนเองได้ (๓) ส่งเสรมิ กระบวนการเรยี นรขู้ องประชาชน ผู้นาชุมชน องค์กรชุมชน และเครือข่ายองค์กรชมุ ชน เพ่อื พัฒนา และแก้ไขปญั หาของชุมชน (๔) สง่ เสริมวสิ าหกจิ ชมุ ชน เพ่ือเสรมิ สรา้ งเศรษฐกจิ ชมุ ชน (๕) พฒั นาระบบขอ้ มูลเพื่อการวางแผน และการบริหารการพัฒนา (๖) วิจยั และพฒั นารปู แบบ และวิธีการพฒั นาชมุ ชนให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและ สภาพพืน้ ที่ (๗) ฝึกอบรม และพัฒนารูปแบบ และพัฒนาผู้นาชุมชน องค์กรชุมชน และเครือข่ายองค์กรชุมชน รวมทง้ั ให้ความรว่ มมอื ในการฝึกอบรมดา้ นการพฒั นาชุมชน (๘) ปฏิบัติราชการอ่ืนใดตามท่ีกฎหมายกาหนดให้เป็นอานาจหน้าท่ี หรือตามที่กระทรวง หรอื คณะรัฐมนตรีมอบหมาย
๔๒ คร้ังที่ ๒ กฎกระทรวงแบ่งส่วนรำชกำรกรมกำรพัฒนำชุมชนกระทรวงมหำดไทย พ. ศ. ๒๕๕๒ ให้กรมการพัฒนาชุมชน มีภารกิจเก่ียวกับการส่งเสริมกระบวนการเรยี นรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชน ส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนฐานรากให้มีความมั่นคง มีเสถียรภาพ โดยสนับสนุนให้มีการจัดทา และใช้ประโยชน์ข้อมูลสารสนเทศ ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย จัดทายุทธศาสตร์ชุมชน ตลอดจนการฝึกอบรม และพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาชุมชน เพื่อให้เป็นชุมชนเข้มแข็งอย่างย่ังยืน โดยมีอานาจหน้าที่ ดงั ต่อไปนี้ (๑) กาหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ มาตรการ และแนวทางในการพัฒนาชุมชนระดับชาติเพ่ือให้ หนว่ ยงานของรัฐ เอกชน และผ้มู สี ่วนเกย่ี วข้องดา้ นการพัฒนาชุมชน ได้ใช้เปน็ กรอบแนวทางในการดาเนินงาน เพ่ือเสรมิ สร้างความสามารถ และความเขม้ แข็งของชุมชน (๒) จัดทาและพัฒนาระบบมาตรฐานการพัฒนาชุมชน เพ่ือใช้เป็นเคร่ืองมือสาหรับประเมิน ความกา้ วหนา้ และมาตรฐานการพัฒนาของชมุ ชน (๓) พัฒนาระบบและกลไกในการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ การจัดการความรู้ การอาชีพ การออม และการบริหารจัดการเงินทนุ ของชุมชน เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของประชาชนชุมชนผูน้ า ชมุ ชนกล่มุ องคก์ ารชุมชนและเครอื ขา่ ยองคก์ ารชมุ ชน ( ๔ ) ส นั บ ส นุ น แ ล ะ พั ฒ น า ระ บบ ข้ อ มู ลสา ร สน เ ท ศชุ ม ชน ส่ง เส ริม ก า รใ ช้ ป ร ะโยชน์ และการใหบ้ รกิ ารข้อมลู สารสนเทศชุมชน เพื่อใชใ้ นการวางแผนบรหิ ารการพัฒนาไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ (๕) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย พัฒนาและสร้างองค์ความรู้เพ่ือใช้ ในง านพัฒน า ชุ ม ชน และการจดั ทายทุ ธศาสตรช์ ุมชน ๖.ฝึกอบรมและพัฒนาข้าราชการ เจ้าหน้าท่ี ที่เก่ียวข้อง ผู้นาชุมชน องค์การชุมชน และเครือข่าย องคก์ ารชุมชนให้มีความรู้ ทกั ษะ ทัศนคติ และสมรรถนะในการทางาน รวมทั้งให้ความร่วมมอื ทางวชิ าการดา้ น การพัฒนาชุมชนแกห่ นว่ ยงานทัง้ ในประเทศ และต่างประเทศ (๗) ปฏิบัติราชการอ่ืนใดตามที่กฎหมายกาหนดให้เป็นอานาจหน้าที่ของกรม หรือตามที่กระทรวง หรอื คณะรฐั มนตรีมอบหมาย ระยะน้ีกาหนดให้“ พัฒนากร” มีหน้าท่ี ในการศึกษา วิจัยเพ่ือค้นหาศักยภาพของชุมชนส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนากระบวนการเรียนรู้ และการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้การศึกษาประสานงาน และแสวงหาความร่วมมือ ให้คาปรึกษา รวมทั้งติดตาม และประเมินการทางานของชุมชน คือเป็น “ นักยุทธศาสตร์ชุมชน” คือ รู้ว่าจะต้องทาอะไร เพื่อให้ชุมชนเข้มแข็ง ประชาชนพึ่งตนเองได้ ครอบครัว มีความสุข ต้องรู้จักวิเคราะห์สถานการณ์ภายใน / ภายนอกชุมชน เพื่อกาหนดเป้าหมาย วิธีการแผนงาน / โครงการ / กิจกรรม ผลักดนั ขับเคลื่อนให้เปน็ ไปตามตัวชี้วัดพรอ้ มรับมือกับการเปล่ียนแปลงในทศวรรษนี้ กรมการพัฒนาชุมชน มีงานใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมายจนยากท่ีจะบันทกึ ไว้ได้ทงั้ หมดหลายเรอื่ งเร่มิ ต้นพฒั นาขนึ้ มาในระยะน้ี ซง่ึ เปน็ ผลมาจากการพฒั นาระบบราชการ และความกา้ วหน้าของเทคโนโลยี
๔๓ งำนสำคญั ๆ ทีเ่ กิดข้ึนในระยะน้ี ไดแ้ ก่ ๑. สง่ เสริมกำรจดั ต้ังศูนย์ประสำนงำนเครอื ข่ำยองคก์ รชุมชนประจำตำบล (ศอช. ต) ซ่ึงเปน็ การพฒั นารปู แบบเครอื ข่ายองค์การชมุ ชน โดยการจัดตงั้ ศนู ยป์ ระสานงานเครือขา่ ยองคก์ รชุมชนประจา ตาบล (ศอช.ต) ทั่วประเทศ เพ่ือเป็นศูนย์กลางในการประสานการทางานขององค์กร ชุมชน และเครือข่าย ให้สามารถช่วยเหลือเก้ือกูลกันและกัน โดยศูนย์ประสานงานองค์การชุมชน (ศอช.) เป็นกลไก หลักในการบรู ณาการแผนชมุ ชนระดบั ตาบล สูแ่ ผนพฒั นาท้องถ่ินแผนพัฒนาอาเภอ และแผนพฒั นา จังหวัด ๒. พัฒนำระบบมำตรฐำนงำนชุมชน (มชช.) ให้เป็นเคร่ืองมือส่งเสริมการพัฒนาของผู้นา องค์กรชมุ ชนเครอื ขา่ ย องคก์ รชุมชน และชมุ ชน ใหม้ ีความเขม้ แข็งอย่างยง่ั ยืน ดว้ ยการเรียนรู้ ตนเองกาหนด ทศิ ทางการพฒั นา ดาเนินการพฒั นา และประเมินผลความสาเรจ็ ดว้ ยตนเอง ระบบนสี้ ามารถทาใหช้ ุมชนตอบ สังคมได้ว่า“ การเป็นคนคุณภาพ และชุมชนเข้มแข็งเป็นอย่างไร” และถือเป็น “ เคร่ืองช้ีวัดการพัฒนา แบบบูรณาการท่มี ีชมุ ชนเป็นศนู ยก์ ลาง” ๓. พัฒนำงำนส่งเสรมิ ระบบบริหำรจดั กำรชุมชน โดยการจัดทาแผนชมุ ชน ซ่งึ เป็นเครอ่ื งมือสะทอ้ น ปัญหา/ความต้องการของชมุ ชน จากล่างขนึ้ สบู่ น สง่ เสริมให้หมู่บ้านใช้แผนชุมชน เป็นเครือ่ งมอื เสรมิ สรา้ งขีด ความสามารถของชมุ ชน และแก้ไขปญั หาของชุมชน พัฒนากลไกสนับสนุนกระบวนการบูรณาการแผนชุมชน ระดับตาบล / อาเภอ / จังหวัดเพ่ือเช่ือมโยงแผนชุมชนกับแผนพัฒนาท้องถิ่นแผนพัฒนาอาเภอ และ แผนพัฒนาจังหวัด และพัฒนาระบบรับรองมาตรฐานแผนชุมชนเพ่ือให้แผนชุมชนมีคุณภาพได้มาตรฐาน ได้รับการยอมรบั และนาไปใช้ประโยชน์อยา่ งจริงจังทม่ี เี อกลกั ษณ์แตกต่างจากหน่วยงานอื่นที่เน้นการจดั ทา แผนชุมชนระดับหมู่บา้ นในขณะทห่ี น่วยงานอ่ืนจะเนน้ ทร่ี ะดับตาบล ๔. พัฒนำระบบเทคโนโลยีสำรสนเทศ โดยการนา Pocket PC และพัฒนาโปรแกรม Ayuda forecaster มาใช้กับการจัดเก็บข้อมูล จปฐ. กชช.๒ ค การพัฒนาเว็ปไซด์บริการ การพัฒนาระบบ e-Mail, e-Learning, EPMS, e-สารบรรณ, GIS, e-Reporting รวมถึง ระบบสานักงานอัตโนมัติ (OA) และล่าสุด Community Portal ในชอ่ื moobanthai. com
๔๔ ๕. สง่ เสรมิ ให้วเิ ครำะหข์ ้อมลู และนำเสนอข้อมูลชมุ ชนในลักษณะสำรสนเทศชุมชน ๖.ดำเนินกำรโครงกำรแก้ปัญหำควำมยำกจนแบบเข้ำถึงทกุ ครัวเรอื น เพอ่ื ยกระดบั รายไดค้ รัวเรอื น ยากจนให้พ้นเส้นความยากจนใช้วิธีประสาน ๒ พลัง คือ ใช้พลังจากภายในชุมชน (Inside-out) โดยกระบวนการแผนชุมชน และพลังจากภายนอก (Outside-in) โดยแก้ในระดับครัวเรือนแบบเข้าถึงทุก ครวั เรอื นโดย ใชห้ ลัก ๔ ท คือ ๑) ทศั นะ ๒) ทรัพยากร ๓) ทกั ษะ ๔) ทางออก คอื การปรับทศั นคตขิ องคนจน ให้พร้อมที่จะแก้ปัญหาความจนด้วยตนเองบนพ้ืนฐานทรัพยากร และทักษะที่มี และส่วนราชการร่วมหา ทางออกจากความจนโดยการปรบั วิถีการดารงชีวิตเพอ่ื ให้ฝึกทักษะในการประกอบอาชีพ สนบั สนนุ ทรัพยากร ส่งผลใหค้ รวั เรือนมี ๓ พ คือการดารงชีวิตตามแนวคิดเศรษฐกจิ พอเพียง มีความสขุ พอเพยี ง และมีครอบครวั อบอุ่นพอเพยี ง ๗. กำรพัฒนำโมเดลกำรฝกึ อบรม ในชอื่ PLACE Model มาใชก้ บั การฝึกอบรมบุคลากรทกุ ระดับ ๘. กำหนดค่ำนิยมองค์กร ที่ส่งเสริมให้ข้าราชการในหน่วยงานถือปฏิบัติ มีการกาหนดตัวชี้วัด และระดับพฤตกิ รรม ๓ ระดับ คือ ระดับพฤตกิ รรมพน้ื ฐาน ระดับท้าทาย และระดับพฤติกรรม ระดบั ต้นแบบ ค่านิยมองค์กร ที่ส่งเสริมให้บุคลากรในหน่วยงานได้ปฏิบัติตามค่านิยมที่พึงประสงค์ ประกอบด้วย A: Appreciation: ช่ืนชม B: Bravery: กล้าหาญ C: Creativity: สร้างสรรค์ D: Discovery: ใฝ่รู้ E: Empathy: เข้าใจ F: Facilitation: เออ้ื อานวยตอ่ มาเพม่ิ อีก ๒ ตวั คือ S: Simplify P: Practical ๙. พัฒนำรูปแบบศูนย์ส่งเสริมกำรเรียนรู้ขององค์กรชุมชนและองค์กรท้องถิ่นในลักษณะ e-learning และออกแบบงานสง่ เสรมิ การจัดการความรูข้ องชมุ ชนอยา่ งเป็นกิจลักษณะในรูปของศนู ยเ์ รียนรู้ ชุมชน โดยส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ การสืบทอดภูมิปัญญาท้องถ่ินเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับ รายไดข้ องประชาชน ๑๐. ขับเคล่ือนปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียง ให้เป็นรากฐานของชีวิตประชาชนในหมู่บ้าน โดย ใช้ตวั ช้วี ดั ๖x๒ เป็นเป้าหมาย “ ลดรายจ่ายเพิม่ รายไดอ้ อมเรียนรูอ้ นุรกั ษเ์ ออ้ื อารตี อ่ กัน” ในปี ๒๕๕๔ ดาเนิน โครงการ “ หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ จานวน ๑, ๗๕๖ หมู่บ้านผลสาเรจ็ ที่ เป็นรปู ธรรมคอื “ ไม่มี ยาเสพติด ไม่มีคนจน ไม่มีหน้ีนอกระบบ มีการจัดสวัสดิการชุมชน มีการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดลอ้ ม และมีการยกระดับการประเมนิ ผลการพฒั นาเชิงคุณภาพด้วยการวัดความสขุ มวลรวมชุมชน (Gross Village Happiness: GVH) ๑๑. พัฒนำกจิ กรรมส่งเสรมิ กำรพัฒนำกลุ่มออมทรัพยเ์ พอ่ื กำรผลติ หลายกจิ กรรม ไดแ้ ก่ การตรวจ สุขภาพกลุ่มออมทรัพย์เพ่ือการผลิต การจัดตั้งโรงเรียนกลุ่มออมทรัพย์ฯ และการพัฒนาผู้เชี่ยวชาญ กลุ่มออมทรัพย์ ฯลฯ ๑๒. ส่งเสริมกำรจัดตั้งสถำบันกำรจัดกำรเงินทุนชุมชน ซ่ึงเป็นองค์กรการเงินชุมชนของพี่น้อง ประชาชนในหม่บู า้ นชมุ ชน ทจ่ี ัดต้งั ข้นึ มาเพ่ือบูรณาการด้านการบริหารจัดการเงินทนุ ในหม่บู า้ นชมุ ชน เพอ่ื ให้ เกิดเอกภาพ สามารถใช้เงินทุนอย่างคุ้มค่าเกดิ ประโยชน์สูงสุดมีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาของหมู่บา้ น ชมุ ชน ๑๓. พัฒนำแนวควำมคดิ กำรพัฒนำทุนชมุ ชน เพอื่ ใช้ในการวิเคราะหส์ ถานการณ์ และการพัฒนา ของชุมชนโดยทนุ ชุมชนประกอบด้วยทนุ กายภาพทนุ มนษุ ยท์ ุนสงั คมทนุ การเงิน และทนุ ทรพั ยากรธรรมชาติ
๔๕ ๑๔. พัฒนำแนวควำมคิด “ ส่งเสริมชุมชนแห่งควำมเกื้อกูล” เพื่อก่อให้เกิดความเข้มแข็ง และพ่ึงตนเองได้อย่างย่ังยืนของชุมชน งานที่ดาเนินการได้แก่ รื้อฟ้ืนวัฒนธรรมลงแขก ส่งเสริมระบบ การเกือ้ กลู คนทุกข์ยากในชุมชน โดยการจดั ใหม้ กี จิ กรรมช่วยเหลือคนยากจน คนด้อยโอกาส และคนชราโดย กองทุนชมุ ชนจดั ให้มกี ารบริหารจดั การทรพั ยากรของชุมชน เชน่ ครัวชุมชน คลังชมุ ชนตู้เยน็ ธรรมชาติสง่ เสรมิ การผลิตในระบบเศรษฐกิจชุมชนเก้ือกูล เพ่ือลดต้นทุนการผลิต และปลูกฝังจิตสานึกสาธารณะ ให้คนในชุมชนมีความรับผดิ ชอบต่อตนเอง และชุมชนปลูกฝงั ให้ประชาชนมีความรกั ภักดีในชาติศาสนาและ พระมหากษตั ริย์ สรุป ระยะที่๕ ใ น ยุ ค น้ี ก ร ม ก า ร พั ฒ น า ชุ ม ช น ไ ด้ ป รั บ กิ จ ก ร ร ม โ ด ย มี ยุ ท ธ ศ า ส ต ร์ เ ป็ น ตั ว ก า ห น ด ทิ ศ ท า ง รวมท้ังนาระบบบรหิ ารจดั การยุคใหมเ่ ขา้ มาจดั ระบบความคิดปรับระบบงานกากับการบรหิ ารงานพฒั นาระบบ การบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคลและออกแบบระบบการวัดประเมิ นผลทั้งหมดให้เป็น ไปเพ่ือการเปน็ “ องค์กรราชการท่ีมีสมรรถนะสงู ของระบบการบริหารราชการยุคใหม่” ในช่วงปีพศ. ๒๕๕๕ -๒๕๕๕ ในยุคนมี้ อี ธิบดีกรมการพฒั นาชมุ ชน จานวน ๑๑ ทา่ น ได้แก่ ๑.นายสจุ รติ ปจั ฉมิ นันท์ ดารงตาแหน่ง ๑ ตุลาคม ๒๕๔๔ – ๓๐กันยายน ๒๕๔๕ ๒.นายสุจริต นันทมนตรี ดารงตาแหน่ง ๑ตุลาคม ๒๕๔๕- ๔ มิถุนายน ๒๕๔๖ ๓.นายชัยสิทธิ์ โหตระกิตย์ ดารงตาแหน่ง ๕ มิถุนายน ๒๕๔๖-๓๐ กันยายน ๒๕๔๘ ๔. ดร.นิรันดร์ จงวุฒิเวศน์ ดารงตาแหน่ง ๑ตุลาคม ๒๕๔๘-๓๐กันยายน ๒๕๕๐ ๕.นาย ปรีชา บุตรศรี ด า ร ง ต า แ ห น่ ง ๑ ตุ ล า ค ม ๒ ๕ ๕ ๐ - ๑ ๙ ตุ ล า ค ม ๒ ๕ ๕ ๑ ๖ . น า ย ชุ ม พ ร พ ล รั ก ษ์ ดารงตาแหน่ง ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๑-๑๕มีนาคม ๒๕๕๒ ๗. นาย ไพรัตน์ สกลพันธุ์ ดารงตาแหน่ง ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๒- ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒ ๘.นาย มงคล สุระสัจจะ ดารงตาแหน่ง๑ ตุลาคม ๒๕๕๒ - ๒๙ เมษายน ๒๕๕๓ ๙. นายวิเชียร ชวลิต ดารงตาแหน่ง ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๓ - ๑๕ธันวาคม ๒๕๕๓ ๑๐.นายสรุ ชยั ขนั อาสา ดารงตาแหน่ง ๒๐ ธนั วาคม๒๕๕๓ -๒๔ พฤจกิ ายน ๒๕๕๔ ๑๑นายประภาส บญุ ยินดี ดารงตาแหน่ง ๒๔ พฤจกิ ายน ๒๕๕๔-๓๐กันยายน๒๕๕๕แต่ละท่านมอี ุดมการณ์ในการทางานทีแ่ ตกต่างกันไป โดยสว่ นใหญ่จะมงุ่ เน้นให้ประชาชนมีการเปลี่ยนแปลงทดี่ ีขนึ้ ชุมชนเกดิ ความเข้มแข็งส่งเสรมิ ชุมชนแห่งความ เกื้อกูล การปรับบทบาทภารกิจของกรมการพัฒนาชุมชนมี ดังนี้ คร้ังท่ี ๑ กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ กรมการพฒั นาชมุ ชนกระทรวงมหาดไทย พ. ศ. ๒๕๔๕ ครง้ั ท่ี ๒ กฎกระทรวงแบง่ สว่ นราชการกรมการพัฒนา ชุมชนกระทรวงมหาดไทย พ. ศ. ๒๕๕๒ในทศวรรษน้ี กรมการพัฒนาชุมชน มีงานใหม่ๆ เกิดข้ึนมากมายจน ยากท่ีจะบนั ทึกไว้ไดท้ ้ังหมดหลายเร่ืองเร่มิ ตน้ พัฒนาขน้ึ มาในระยะน้ี ซึง่ เปน็ ผลมาจากการพฒั นาระบบราชการ และความกา้ วหน้าของเทคโนโลยีงานสาคัญๆ ท่ีเกดิ ขน้ึ ในระยะนี้ ไดแ้ ก่ ๑. ส่งเสรมิ การจดั ต้งั ศนู ย์ประสานงาน เครือข่ายองค์กรชุมชนประจาตาบล (ศอช. ต) ๒. พัฒนาระบบมาตรฐานงานชุมชน (มชช.) ๓. พัฒนางานส่งเสริมระบบบริหารจัดการชุมชน ๔. พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเท ศ ๕. ส่งเสริมให้วิเคราะห์ข้อมูลและนาเสนอข้อมูลชุมชนในลักษณะสารสนเทศชุมชน ๖.ดาเนินการโครงการ แก้ปัญหาความยากจนแบบเข้าถึงทุกครัวเรือน ๗. การพัฒนาโมเดลการฝึกอบร๘. กาหนดค่านิยมองค์กร ๙ . พั ฒ น า รูปแ บบศูน ย์ส่งเสริมก ารเรีย นรู้ขององ ค์ก รชุม ชน แ ละองค์ กรท้อ งถิ่ น ในลักษณะ ๑๐. ขบั เคลือ่ นปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ๑๑. พฒั นากิจกรรมสง่ เสริมการพัฒนากลุ่มออมทรพั ยเ์ พื่อการผลิต ๑๒. ส่งเสริมการจัดต้ังสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน ๑๓. พัฒนาแนวความคิดการพัฒนาทุนชุมชน ๑๔. พัฒนาแนวความคิด “ สง่ เสริมชุมชนแหง่ ความเก้ือกูล”
๔๖ ยุคที่ หก (พศ. ๒๕๕๕-ปจั จบุ ัน) ในยุคนี้มีอธิบดีกรมกำรพัฒนำชุมชนผู้มีบทบำทกำหนดทิศทำงสร้ำงสรรค์งำนพัฒนำชุมชน จำนวน ๔ ท่ำน ไดแ้ ก่ ลำดับท่ี ๒๕ นำยขวัญชยั วงศ์นิตกิ ร ดำรงตำแหนง่ ๑ ตุลำคม ๒๕๕๕ –๓๐ กนั ยำยน ๒๕๕๘ ลำดับท่ี ๒๖ นำยไมตรี อินทสุ ตุ ดำรงตำแหน่ง ๑ ตุลำคม ๒๕๕๘ -๑ตลุ ำคม ๒๕๕๘ ลำดบั ที่ ๒๗ นำยอภิชำติ โตดิลกเวชช์ ดำรงตำแหน่ง ๒ ตลุ ำคม๒๕๕๘-๓๐กันยำยน ๒๕๖๑ ลำดบั ที่ ๒๘ นำยนิสิต จันทร์สมวงศ์ ดำรงตำแหน่ง ๑ ตลุ ำคม ๒๕๖๑ – ปัจจุบัน อธิบดีกรมกำรพัฒนำชมุ ชน วิสัยทัศน์ เศรษฐกิจรากม่ันคงและชุมชนพ่ึงตนเองได้ภายในปี 2564 แนวคิด ประเทศ4.0 คือ การสรา้ ง ความเข้มแข็งจากภายใน เม่ือภายในเข้มแข็งแล้วต้องเชื่อมโยงเศรษฐกิจโลก ซ่ึงจะนาพาประเทศไทยส่คู วาม ม่ันคง ม่งั คง่ั และยงั่ ยนื ได้ สงั คมไทยเปน็ สงั คมทที่ มี่ คี วามหวงั มีความสขุ และความสมานฉันทไ์ ดอ้ ยา่ งแท้จรงิ
๔๗ กำรดำเนินงำน ตำมนโยบำยสำคญั ของรัฐบำล ในระยะนี้ นโยบายรัฐบาลหลายเรอ่ื งได้มอบใหก้ รมการพฒั นาชุมชนดาเนินการ ได้แก่ นโยบายหนึ่ง ตาบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) นโยบายกองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมือง โครงการศูนย์ซ่อมสร้าง เพือ่ ชุมชน (Fixit Center) โครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บา้ น และชมุ ชน (SML) กองทนุ แม่ของแผน่ ดินกองทุน พฒั นาบทบาทสตรี โครงการประชาเสวนา เป็นต้น
๔๘ ส่วนท่ี 3 สญั ลักษณ์กรมกำรพฒั นำชุมชน สัญลกั ษณก์ รมกำรพัฒนำชุมชน กรมกำรพัฒนำชมุ ชนมกี ำรปรับเปลี่ยนสญั ลกั ษณ์ตำมยุคสมยั ต้ังแตป่ ี ๒๕๐๓ ปัจจบุ นั มสี ญั ลักษณ์ ๗ แบบ ดงั นี้ สัญลักษณ์ แรก : ปีทใี่ ช้ ๒๕๐๗ - ๒๕๑๔ องค์ประกอบและควำมหมำย เคร่ืองหมายนแ้ี สดงวา่ เจ้าหนา้ ทข่ี องรัฐบาลเพง่ มองไปที่เปา้ หมายเดียวกันคือปัญหาของชาวชนบทซึ่ง จะต้องร่วมมือกนั ชว่ ยประชาชนให้แก้ปัญหาของตนเองอย่างพรอ้ มเพรียงกนั การพัฒนาชุมชนในชนบทจะต้อง พัฒนาในดา้ นตา่ ง ๆ ท้งั ๘ ดา้ น ดงั น้ี ๑) การปกครอง ๕) สง่ เสริมการศึกษา ๒) ส่งเสรมิ ใหม้ ีสหกรณใ์ นหม่บู ้าน ๖)สง่ เสริมการอนามัย ๓) มกี ารทาอุตสาหกรรมในครัวเรอื น ๗) สง่ เสริมงานโยธา ๔) ส่งเสรมิ งานการเกษตร ๘) สง่ เสริมวัฒนธรรม สญั ลกั ษณท์ ี่ ๒ : ปที ่ใี ช้ ๒๕๑๔ - ๒๕๑๘ องคป์ ระกอบและควำมหมำย »กระทอ่ ม หมายถงึ ชนบท »สีเหลอื งของวงกลมภายใน หมายถงึ ท้องฟา้ สที องผอ่ งอาไพตอนรุ่งอรุณในชนบท »สีเขยี วใบไม้ (ใบข้าว) ของวงกลมภายนอก หมายถึง ความอดุ มสมบรู ณ์
วงกลมภำยใน หมายถงึ พลังชมุ ชน ๔๙ เป็นนามธรรมเรียกว่ากาลงั ภายใน ภายนอกประกอบดว้ ย วงกลมภำยนอก เป็นจดุ ประสงค์ในการทางาน พัฒนาชมุ ชนเป็นรปู ธรรมเรยี กวา่ กาลงั ๑) การนาทศั นะของประชาชน ประกอบดว้ ย ๒) การแกไ้ ขศรัทธาประชาชน ๑) การแกไ้ ขส่งิ แวดล้อมให้ดีขนึ้ ๓) การผนึกกาลงั รวมกลมุ่ ประชาชน ๒) การให้การศกึ ษาแกช่ ุมชน ๔) การเสรมิ สรา้ งความสามารถให้กลุ่ม ๓) การสง่ เสรมิ ใหช้ ุมชนมีรายได้สูงข้นึ ๔) การขจดั โรคภยั ไข้เจบ็ สง่ เสริมสขุ ภาพให้ สัญลกั ษณ์ที่ ๓: ปที ่ีใช้ ๒๕๑๘-๒๕๕๕ แข็งแรง ๕) การส่งเสริมใหใ้ ชเ้ วลาว่างใหเ้ กดิ ประโยชน์ องคป์ ระกอบและควำมหมำย วงกลมภายในเป็นรูปโครงสร้างของบ้านชนบทมีตัวอักษรพช. อยู่ใต้รูปบ้านมีลายกนกแบบ เคร่ืองหมายยันต์ 5 และ ๔ บนหัวอักษรพ. และบนหัวช. ขอบวงกลมล้อมรอบวงกลมภายในมี ๔ สี ๔ ช่วง หมายถึง หลักการทางาน ๔ ป. สขี าว หมายถงึ ประชาชนสีแดงหมายถงึ ประชาธิปไตย สีเทา หมายถึง ประสานงาน สนี า้ เงิน หมายถึง ประหยัด สัญลักษณ์นี้ได้ถูกยกเลิกในปี ๒๕๕๐ และได้ถกู นากลบั มาใชใ้ หมใ่ นปี ๒๕๕๑ -๒๕๕๕
Search