48 ตัสช้ีสดั ศ ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗ ศ ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓ ศ ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/ภ, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖ ศ ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒ ศ ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖ ศ ๓.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒ รสม ๒๖ ตัสชส้ี ัด หลกั สูตรกล่มุ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ โรงเรยี นบา้ นท่าอาจ
49 การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นเรียนรู้ การสัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องอยู่บนหลักการพ้ืนฐานสองประการ ยือ การประเมิน เพื่อพัฒนาผู้เรียนและเพ่ือตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนายุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนให้ประสบผลสาเร็จ น้ัน ผู้เรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัสช้ีสัดเพ่ือให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ สะท้อน สมรรถนะสายบั และยณุ ลักษณะอันพึงประสงย์ของผู้เรียน ซ่ึงเป็นเปูาหมายหลักในการสัดและประเมินผลการ เรียนรู้ในทุกระดับไม่ส่าจะเป็นระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นท่ีการศึกษาและระดับชาติ การ สัดและประเมินผลการเรียนรู้เป็นกระบสนการพัฒนายุณภาพผู้เรียน โดยใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลและ สารสนเทศที่แสดงพัฒนาการยสามก้าสหน้า ยสามสาเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ตลอดจนข้อมูลที่เป็น ประโยชนต์ อ่ การส่งเสรมิ ให้ผเู้ รียนเกิดการพฒั นาและเรียนรอู้ ยา่ งเตม็ ตามศักยภาพ การวดั และประเมินผลการเรียนรู้แบ่งออกเป็น ๔ ระดับ มีรายละเอยี ด ดังน้ี ๑. การประเมินระดับช้ันเรียน เป็นการสัดและประเมินผลท่ีอยู่ในกระบสนการจัดการเรียนรู้ ผู้สอน ดาเนินการเป็นปกติและสม่าเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทยนิยการประเมินอย่างหลากหลาย เ ช่น การซักถาม การสังเกต การตรสจการบ้าน การประเมินโยรงงาน การประเมินช้ินงาน / ภาระงาน แฟูมสะสม งาน การใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิดโอกาสให้ผู้เรียนประเมินตนเอง เพ่ือน ประเมินเพอ่ื น ผู้ปกยรองร่สมประเมนิ ในกรณที ี่ไม่ผา่ นตัสช้สี ัดให้มีการสอนซอ่ มเสริม การประเมินระดับช้ันเรียนเป็นการตรสจสอบส่า ผู้เรียนมีพัฒนาการยสามก้าสหน้าในการเรียนรู้ อนั เป็นผลมาจากการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มีสิ่งท่ีจะต้องได้รับการพัฒนา ปรบั ปรุงและส่งเสรมิ ในดา้ นใด นอกจากน้ียังเป็นข้อมูลให้ผู้สอนใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนของตนด้สย ท้ังนี้ โดยสอดยล้องกบั มาตรฐานการเรยี นรู้และตสั ช้ีสัด ๒. การประเมินระดับสถานศึกษา เป็นการประเมินที่สถานศึกษาดาเนินการเพื่อตัดสินผลการเรียน ของผู้เรียนเป็นรายปี / รายภาย ผลการประเมินการอ่าน ยิดสิเยราะห์และเขียน ยุณลักษณะอันพึงประสงย์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นอกจากน้ีเพื่อให้ได้ข้อมูลเก่ียสกับการจัดการศึกษาของสถานศึกษาส่า ส่งผลต่อ การเรียนรู้ของผู้เรียนตามเปูาหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด รสมท้ังสามารถนาผลการเรียนของ ผู้เรียนในสถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและ สารสนเทศเพ่ือการปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โยรงการหรือสิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพ่ือการ จัดทาแผนพัฒนายุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาตามแนสทางการประกันยุณภาพการศึกษาและการ รายงานผลการจัดการศึกษาต่อยณะกรรมการสถานศึกษา สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา สานักงาน ยณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน ผปู้ กยรองและชมุ ชน ๓. การประเมินระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษา เป็นการประเมินยุณภาพผู้เรียนในระดับเขตพ้ืนท่ี การศกึ ษาตามมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน เพ่อื ใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการ พัฒนายุณภาพการศึกษาของเขตพ้ืนที่การศึกษาตามภาระยสามรับผิดชอบ สามารถดาเนินการโดยประเมิน ยุณภาพผลสัมฤทธ์ิของผู้เรียนด้สยข้อสอบมาตรฐานที่จัดทาและดาเนินการโดยเขตพ้ืนที่การศึกษา หรือด้สย หลกั สูตรกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ โรงเรยี นบา้ นท่าอาจ
50 ยสามร่สมมอื กบั หน่สยงานต้นสังกัดในการดาเนินการจัดสอบ นอกจากนี้ยังได้จากการตรสจสอบทบทสนข้อมูล จากการประเมนิ ระดับสถานศกึ ษาในเขตพืน้ ท่ีการศึกษา ๔. การประเมินระดับชาติ เป็นการประเมินยุณภาพผู้เรียนในระดับชาติตามมาตรฐานการเรียนรู้ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกยนที่เรียนในชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๓ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖ ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๓ และช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๖ เข้ารับการประเมิน ผลจากการ ประเมินใช้เป็นข้อมูลในการเทียบเยียงยุณภาพการศึกษาในระดับต่าง ๆ เพ่ือนาไปใช้ในการสางแผนยกระดับ ยุณภาพการจดั การศึกษา ตลอดจนเป็นข้อมลู สนับสนุนการตดั สนิ ใจในระดับนโยบายของประเทศ ข้อมูลการประเมินในระดับต่าง ๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาในการตรสจสอบทบทสน พฒั นายุณภาพผเู้ รียน ถอื เป็นภาระยสามรับผิดชอบของสถานศึกษาท่ีจะต้องจัดระบบดูแลช่สยเหลือ ปรับปรุง แก้ไข ส่งเสริมสนับสนุนเพ่ือให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพื้นฐาน ยสามแตกต่างระหส่างบุยยลท่ี จาแนกตามสภาพปับหาและยสามต้องการ ได้แก่ กลุ่มผู้เรียนท่ัสไป กลุ่มผู้เรียนท่ีมียสามสามารถพิเศษ กลุ่ม ผู้เรียนท่ีมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนต่า กลุ่มผู้เรียนท่ีมีปับหาด้านสินัยและพฤติกรรม กลุ่มผู้เรียนท่ีปฏิเสธ โรงเรียน กลุ่มผู้เรียนท่ีมีปับหาทางเศรษฐกิจและสังยม กลุ่มพิการทางร่างกายและสติปับบา เป็นต้น ข้อมูล จากการประเมินจงึ เป็นหัสใจของสถานศึกษาในการดาเนนิ การชส่ ยเหลอื ผู้เรยี นได้ทนั ท่สงที ปิดโอกาสให้ผู้เรียน ไดร้ ับการพฒั นาและประสบยสามสาเร็จในการเรียน สถานศึกษาในฐานะผู้รับผิดชอบจัดการศึกษา จะต้องจัดทาระเบียบส่าด้สยการสัดและประเมินผล การเรียนของสถานศึกษาใหส้ อดยลอ้ งและเป็นไปตามหลกั เกณฑแ์ ละแนสปฏิบัติท่ีเป็นข้อกาหนดของหลักสูตร แกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน เพื่อใหบ้ ยุ ลากรที่เกยี่ สขอ้ งทุกฝาุ ยถือปฏบิ ตั ิร่สมกัน เกณฑ์การจบการศึกษา หลักสูตรโรงเรียนบ้านท่าอาจ พุทธศักราช ๒๕๖๓ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ( ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐ ) กาหนดเกณฑส์ าหรับการจบการศึกษา ดังนี้ เกณฑก์ ารจบระดับประถมศึกษา ๑. ผเู้ รยี นเรยี นรายสชิ าพื้นฐาน จานสนไม่น้อยกส่า ๘๔๐ ชัส่ โมง / ปี ตามโยรงสรา้ งหลักสูตร แกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 รายสิชาเพิม่ เติมจานสน ๔๐ ชัส่ โมง/ปี และมี ผลการประเมินรายสิชาพื้นฐานผ่านทกุ รายสชิ า ๒. ผเู้ รียนต้องมผี ลการประเมนิ การอ่าน ยดิ สเิ ยราะห์และเขียน ระดบั “ผ่าน” ขึน้ ไป ๓. ผู้เรยี นมผี ลการประเมินยุณลกั ษณะอันพึงประสงย์ ระดับ “ผ่าน” ข้นึ ไป ๔. ผเู้ รยี นต้องเขา้ ร่สมกิจกรรมพัฒนาผ้เู รียนและไดร้ ับการตดั สินผลการเรยี น “ผา่ น” ทุกกจิ กรรม หลกั สตู รกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ โรงเรยี นบา้ นทา่ อาจ
51 เกณฑก์ ารวดั และประเมินผลการเรยี น ๑. การตดั สนิ การให้ระดบั และการรายงานผลการเรยี น ๑.๑ การตัดสนิ ผลการเรยี น ในการตัดสินผลการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การอ่าน ยิดสิเยราะห์และเขียน ยุณลักษณะ อันพึงประสงย์และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนนั้น ผู้สอนต้องยานึงถึงการพัฒนาผู้เรียนแต่ละยนเป็นหลักและต้อง เก็บขอ้ มูลของผู้เรยี นทุกดา้ นอย่างสม่าเสมอและต่อเนื่องในแต่ละภายเรียน รสมทั้งสอนซ่อมเสริมผู้เรียนให้พัฒนา จนเตม็ ตามศกั ยภาพ ระดับประถมศึกษา (๑) ผูเ้ รียนตอ้ งมีเสลาเรยี นไม่น้อยกส่ารอ้ ยละ ๘๐ ของเสลาเรยี นทัง้ หมด (๒) ผเู้ รยี นต้องได้รบั การประเมนิ ทกุ ตสั ชี้สัดและผา่ นตามเกณฑ์ทสี่ ถานศึกษากาหนด (๓) ผูเ้ รยี นต้องไดร้ ับการตัดสนิ ผลการเรยี นทุกรายสชิ า (๔) ผเู้ รียนต้องได้รับการประเมนิ และมีผลการประเมนิ ผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากาหนด ในการอ่าน ยดิ สเิ ยราะหแ์ ละเขียน ยุณลักษณะอนั พึงประสงย์และกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น การพิจารณาเล่ือนชั้น ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อยและสถานศึกษาพิจารณาเห็นส่า สามารถพฒั นาและสอนซ่อมเสริมได้ ใหอ้ ยใู่ นดลุ พนิ ิจของสถานศกึ ษาทจ่ี ะผ่อนผันให้เล่ือนชั้นได้ แต่หากผู้เรียน ไม่ผ่านรายสิชาจานสนมากและมีแนสโน้มส่าจะเป็นปับหาต่อการเรียนในระดับช้ันท่ีสูงขึ้น สถานศึกษาอาจตั้ง ยณะกรรมการพิจารณาให้เรียนซ้าช้ันได้ ทั้งน้ีให้ยานึงถึงสุฒิภาสะและยสามรู้ยสามสามารถของผู้เรียนเป็น สายบั ๑.๒ การให้ระดับผลการเรยี น ระดับประถมศกึ ษา ในการตัดสินเพ่ือให้ระดับผลการเรียนรายสิชา สถานศึกษาสามารถให้ระดับ ผลการเรยี นหรือระดบั ยุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียนเป็นระบบตัสเลข ระบบตัสอักษร ระบบร้อยละและระบบ ท่ีใชย้ าสายับสะทอ้ นมาตรฐาน การประเมินการอ่าน ยิดสิเยราะห์และเขียน ยุณลักษณะอันพึงประสงย์นั้น ให้ระดับผลการ ประเมนิ เปน็ ดเี ยีย่ ม ดีและผา่ น การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเสลาการเข้าร่สมกิจกรรม การปฏิบัติ กจิ กรรมและผลงานของผู้เรียน ตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษากาหนดและให้ผลการเข้าร่สมกิจกรรมเป็นผ่านหรือไม่ ผ่าน ๑.๓ การรายงานผลการเรยี น การรายงานผลการเรียนเป็นการสอื่ สารให้ผู้ปกยรองและผ้เู รยี นทราบยสามก้าสหน้าในการเรียนรู้ ของผู้เรียน ซึ่งสถานศึกษาต้องสรุปผลการประเมินและจัดทาเอกสารรายงานให้ผู้ปกยรองทราบเป็นระยะ ๆ หรอื อยา่ งน้อยภายเรียนละ ๑ ยร้ัง การรายงานผลการเรียนสามารถรายงานเป็นระดับยุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียนท่ีสะท้อน มาตรฐานการเรยี นรกู้ ลุ่มสาระการเรียนรู้ หลกั สตู รกลุ่มสาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ โรงเรยี นบ้านท่าอาจ
52 ๒. เกณฑ์การจบการศกึ ษา เกณฑ์การจบระดบั ประถมศกึ ษา ๑. ผ้เู รยี นเรียนรายสชิ าพื้นฐานจานสน ๘๔๐ ชส่ั โมง รายสชิ าเพมิ่ เติมจานสน ๔๐ ชั่สโมง และมี ผลการประเมนิ รายสิชาพน้ื ฐานผา่ นทกุ รายสชิ า ๒. ผู้เรียนต้องมีผลการประเมินการอา่ น ยิดสิเยราะห์และเขยี น ระดบั “ผ่าน” ขึ้นไป ๓. ผเู้ รียนตอ้ งมผี ลการประเมนิ ยุณลกั ษณะอันพงึ ประสงย์ ระดบั “ผา่ น” ข้ึนไป ๔. ผเู้ รยี นตอ้ งเข้ารส่ มกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี นและไดร้ บั การตัดสินผลการเรียน “ผา่ น” ทกุ กิจกรรม สาหรับการจบการศึกษาสาหรับกลุ่มเปูาหมายเฉพาะ เช่น การศึกษาเฉพาะทาง การศึกษาสาหรับผู้มี ยสามสามารถพิเศษ การศึกษาทางเลือก การศึกษาสาหรับผู้ด้อยโอกาส การศึกษาตามอัธยาศัย ให้ ยณะกรรมการของสถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษาและผู้ท่ีเกี่ยสข้องดาเนินการสัดและประเมินผลการเรียนรู้ ตามหลักเกณฑ์ในแนสปฏิบัติการสัดและประเมินผลการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน สาหรับกลุ่มเปูาหมายเฉพาะ เอกสารหลกั ฐานการศึกษา เอกสารหลักฐานการศึกษาเป็นเอกสารสายับท่ีบนั ทึกผลการเรียน ข้อมลู และสารสนเทศทเี่ กี่ยสข้อง กบั พัฒนาการของผู้เรียนในด้านต่าง ๆ แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ดังน้ี ๑. เอกสารหลักฐานการศึกษาทีก่ ระทรวงศกึ ษาธกิ ารกาหนด ๑.๑ ระเบียนแสดงผลการเรยี น เป็นเอกสารแสดงผลการเรยี นและรบั รองผลการเรียนของผู้เรียนตาม รายสิชา ผลการประเมินการอ่าน ยิดสิเยราะห์และเขียน ผลการประเมินยุณลักษณะอันพึงประสงย์ของ สถานศึกษาและผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน สถานศึกษาจะต้องบันทึกข้อมูลและออกเอกสารน้ีให้ ผู้เรียนเป็นรายบุยยล เม่ือผู้เรียนจบการศึกษาระดับประถมศึกษา ( ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๖ ) หรือเมื่อลาออก จากสถานศึกษาในทกุ กรณี ๑.๒ แบบรายงานผู้สาเร็จการศึกษา เป็นเอกสารอนุมัติการจบหลักสูตรโดยบันทึกรายช่ือและข้อมูล ของผู้จบการศึกษาระดบั ประถมศึกษา ( ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ ) ๒. เอกสารหลักฐานการศึกษาท่สี ถานศกึ ษากาหนด เป็นเอกสารที่สถานศึกษาจัดทาข้ึนเพื่อบันทึกพัฒนาการ ผลการเรียนรู้และข้อมูลสายับ เก่ียสกับ ผู้เรียน เช่น แบบรายงานประจาตัสนักเรียน แบบบันทึกผลการเรียนประจารายสิชา ระเบียนสะสม ใบรับรอง ผลการเรียนและเอกสารอน่ื ๆ ตามสตั ถุประสงยข์ องการนาเอกสารไปใช้ หลักสูตรกลุ่มสาระการเรยี นรู้ศิลปะ โรงเรยี นบ้านท่าอาจ
53 การเทยี บโอนผลการเรียน สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของผู้เรียนในกรณีต่าง ๆ ได้แก่ การย้ายสถานศึกษา การ เปล่ียนรูปแบบการศึกษา การย้ายหลักสูตร การออกกลางยันและขอกลับเข้ารับการศึกษาต่อ การศึกษาจาก ต่างประเทศและขอเข้าศึกษาต่อในประเทศ นอกจากน้ี ยังสามารถเทียบโอนยสามรู้ ทักษะ ประสบการณ์จาก แหล่งการเรียนรู้อ่ืน ๆ เช่น สถานประกอบการ สถาบันศาสนา สถาบันการฝึกอบรมอาชีพ การจัดการศึกษา โดยยรอบยรัส การเทียบโอนผลการเรียนยสรดาเนินการในช่สงก่อนเปิดภายเรียนแรกหรือต้นภายเรียนแรกท่ี สถานศึกษารับผู้ขอเทียบโอนเป็นผู้เรียน ท้ังนี้ ผู้เรียนที่ได้รับการเทียบโอนผลการเรียนต้องศึกษาต่อเน่ืองใน สถานศกึ ษาทรี่ ับเทียบโอนอยา่ งน้อย ๑ ภายเรียน โดยโรงเรยี นบ้านท่าอาจ พิจารณาดาเนินการ ดงั น้ี ๑. พิจารณาจากหลกั ฐานการศกึ ษา ซึ่งจะใหข้ ้อมูลแสดงยสามรู้ยสามสามารถของนักเรยี นในดา้ น ตา่ ง ๆ ๒. พจิ ารณาจากยสามรู้ ประสบการณต์ รงจากการปฏิบตั ิจรงิ การทดสอบ การสัมภาษณ์ ๓. พิจารณาจากยสามสามารถและการปฏบิ ัตจิ รงิ ๔. ในกรณมี ีเหตุผลจาเปน็ ระหส่างเรียน นกั เรยี นสามารถแจ้งยสามจานงขอไปศึกษาบางรายสชิ าใน สถานศึกษา / สถานประกอบการอื่น แลส้ นามาเทียบโอนได้ โดยยสามเห็นชอบของยณะกรรมการ บรหิ ารหลักสูตรและสชิ าการของโรงเรยี นบ้านท่าอาจ ๕. การเทยี บโอนผลการเรยี นให้ยณะกรรมการการเทยี บโอนโรงเรียนบ้านทา่ อาจ เปน็ ผดู้ าเนินการ การบริหารจัดการหลักสูตร ๖. การเทียบโอนให้ดาเนินการดงั น้ี ๖.๑ กรณีผู้ขอเทียบโอนมีผลการเรียนมาจากหลักสูตรอื่น ให้นารายสิชาหรือหน่สยกิตที่มี ตัสชี้สัดมาตรฐานการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ที่ยาดหสัง จุดประสงย์ เนื้อหาท่ีสอดยล้องกันไม่ น้อยกส่า รอ้ ยละ ๖๐ มาเทียบโอนผลการเรยี นและพิจารณาให้ระดับผลการเรียนให้สอดยล้องกับหลักสูตรท่ีรับ เทยี บโอน ๖.๒ กรณีการเทียบโอนยสามรู้ ทักษะและประสบการณ์ ให้พิจารณาจากเอกสารหลักฐาน โดยให้มีการประเมินด้สยเยร่ืองมือที่หลากหลายและให้ระดับผลให้สอดยล้องกับหลักสูตรท่ีรับเทียบ โอน ๖.๓ กรณีการเทียบโอนที่นักเรียนเข้าโยรงการแลกเปล่ียนต่างประเทศ ให้ดาเนินการตาม ประกาศกระทรสงศึกษาธิการเร่ืองหลักการและแนสปฏิบัติการเทียบช้ันการศึกษาสาหรับนักเรียนที่ เขา้ รส่ มโยรงการแลกเปลย่ี น ในระบบการศึกษาที่มีการกระจายอานาจให้ท้องถิ่นและสถานศึกษามีบทบาทในการพัฒนาหลักสูตร น้ัน หน่สยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยสข้องในแต่ละระดับตั้งแต่ระดับชาติ ระดับท้องถ่ิน จนถึงระดับสถานศึกษา มี บทบาทหนา้ ทแี่ ละยสามรบั ผดิ ชอบในการพัฒนา สนับสนุน ส่งเสริม การใช้และพัฒนาหลักสูตรให้เป็นไปอย่าง หลักสูตรกลุ่มสาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ โรงเรยี นบา้ นทา่ อาจ
54 มีประสิทธภิ าพ เพ่อื ใหก้ ารดาเนินการจัดทาหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษา มีประสิทธิภาพสูงสุด อันจะส่งผลให้การพัฒนายุณภาพผู้เรียนบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ท่ีกาหนดไส้ใน ระดับชาติ ระดับทอ้ งถนิ่ ได้แก่ สานกั งานเขตพน้ื ที่การศึกษา หน่สยงานต้นสังกัดอ่ืน ๆ เป็นหน่สยงานที่มีบทบาท ในการขับเยลอ่ื นยณุ ภาพการจดั การศกึ ษา เป็นตัสกลางที่จะเชื่อมโยงหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานที่ กาหนดในระดับชาติให้สอดยล้องกับสภาพและยสามต้องการของท้องถ่ิน เพื่อนาไปสู่การจัดทาหลักสูตรของ สถานศกึ ษา สง่ เสริมการใช้และพฒั นาหลักสูตรในระดับสถานศึกษา ให้ประสบยสามสาเร็จ โดยมีภารกิจสายับ ยือ กาหนดเปูาหมายและจุดเน้นการพัฒนายุณภาพผู้เรียน ในระดับท้องถ่ินโดยพิจารณาให้สอดยล้องกับส่ิงท่ี เป็นยสามต้องการในระดับชาติ พัฒนาสาระ การเรียนรู้ท้องถิ่น ประเมินยุณภาพการศึกษาในระดับท้องถ่ิน รสมท้ังเพิม่ พนู ยณุ ภาพการใชห้ ลักสตู รด้สยการสจิ ัยและพัฒนา การพัฒนาบุยลากร สนับสนุน ส่งเสริม ติดตาม ผล ประเมนิ ผล สิเยราะหแ์ ละรายงานผลยุณภาพของผู้เรยี น สถานศึกษามีหน้าที่สายับในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การสางแผนและดาเนินการใช้หลักสูตร การเพ่ิมพูนยุณภาพการใช้หลักสูตรด้สยการสิจัยและพัฒนา การปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรจัดทาระเบียบ การสัดและประเมินผล ในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาต้องพิจารณาให้สอดยล้องกับหลักสูตรแกนกลาง การศกึ ษาข้ันพนื้ ฐานและรายละเอยี ดที่เขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษาหรือหน่สยงาน สังกัดอื่น ๆ ในระดับท้องถ่ินได้จัดทา เพิ่มเติม รสมท้ังสถานศึกษาสามารถเพิ่มเติมในส่สนท่ีเก่ียสกับสภาพปับหาในชุมชนและสังยม ภูมิปับบา ท้องถิ่นและยสามตอ้ งการของผู้เรียน โดยทกุ ภายสส่ นเขา้ มามีส่สนร่สมในการพัฒนาหลกั สตู รสถานศกึ ษา หลกั สตู รกลุม่ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ โรงเรยี นบ้านทา่ อาจ
55 อภธิ านศัพท์ ทัศนศลิ ป์ โยรงสรา้ งเยลอ่ื นไหส (mobile) เป็นงานประติมากรรมทีม่ ีโยรงสร้างบอบบางจัดสมดลุ ดส้ ยเสน้ ลสดแข็งบาง ๆ ท่ีมีสตั ถรุ ปู รา่ ง รปู ทรง ต่าง ๆ ทอี่ อกแบบเชอ่ื มตดิ กับเสน้ ลสด เปน็ เยรอื่ งแขสนท่ีเยลื่อนไหสได้ดส้ ยกระแสลมเพยี งเบา ๆ งานส่อื ผสม (mixed media) เป็นงานออกแบบทางทศั นศลิ ป์ท่ปี ระกอบดส้ ยหลายส่ือโดยใชส้ สั ดุหลาย ๆ แบบ เชน่ กระดาษ ไม้ โลหะ สร้างยสามผสมกลมกลืนดส้ ยการสร้างสรรย์ จังหสะ (rhythm) เปน็ ยสามสัมพนั ธข์ องทัศนธาตุ เชน่ เส้น สี รปู รา่ ง รปู ทรง นา้ หนักในลกั ษณะของการซา้ กัน สลบั ไปมา หรือลักษณะล่นื ไหล เยลื่อนไหสไมข่ าดระยะจังหสะทม่ี ียสามสัมพันธต์ ่อเนือ่ งกันจะช่สยเนน้ ให้เกิดยสามเด่น หรือทางดนตรีก็ยือการซา้ กนั ของเสียงในชส่ งเท่ากนั หรือแตกต่างกันจังหสะให้ยสามรูส้ ึกหรือยสามพอใจทาง สนุ ทรยี ภาพในงานศลิ ปะ ทศั นธาตุ (visual elements) ส่ิงทีเ่ ปน็ ปัจจัยของการมองเห็นเป็นสส่ นตา่ ง ๆ ท่ีประกอบกนั เปน็ ภาพ ได้แก่ เส้น นา้ หนัก ท่ีส่าง รูปรา่ ง รปู ทรง สี และลกั ษณะพนื้ ผสิ ทศั นียภาพ (perspective) สธิ เี ขยี นภาพของสัตถุใหม้ องเหน็ สา่ มีระยะใกล้ไกล ทศั นศิลป์ (visual art) ศลิ ปะที่รบั รู้ได้ดส้ ยการเห็น ได้แก่ จิตรกรรม ประตมิ ากรรม ภาพพิมพ์ และงานสร้างสรรยอ์ ืน่ ๆ ท่ีรับรูด้ ้สยการเหน็ ภาพปะติด (collage) เป็นภาพท่ที าข้ึนดส้ ยการใช้สัสดุต่าง ๆ เช่น กระดาษ ผา้ เศษสสั ดธุ รรมชาติ ฯลฯ ปะตดิ ลงบนแผ่น ภาพดส้ ยกาสหรอื แปูงเปียก สงสธี รรมชาติ (color circle) ยอื สงกลมซงึ่ จดั ระบบสใี นแสงสีรุ้งท่เี รียงกนั อยใู่ นธรรมชาติ สีสรรณะอุ่น จะอยู่ในซกี ท่ีมีสีแดงและ เหลอื ง ส่สนสสี รรณะเยน็ อยใู่ นซกี ทมี่ สี เี ขียส และสมี ่สง สยี ู่ตรงขา้ มกันจะอย่ตู รงกันขา้ มในสงสี หลกั สตู รกลมุ่ สาระการเรียนรู้ศลิ ปะ โรงเรยี นบ้านท่าอาจ
56 สรรณะสี (tone) ลกั ษณะของสที ี่แบ่งตามยสามรู้สกึ อนุ่ หรือเย็น เช่น สแี ดง อยใู่ นสรรณะอนุ่ (warm tone) สีเขยี สอยูใ่ นสรรณะเยน็ (cool tone) สียตู่ รงขา้ ม (complementary colors) สที ่อี ย่ตู รงกนั ข้ามกันในสงสธี รรมชาตเิ ปน็ ยสู่ ีกนั ยือ สียู่ท่ตี ัดกันหรอื ต่างจากกันมากท่ีสุด เช่น สแี ดง กบั สเี ขียส สีเหลืองกบั สีมส่ ง สีนา้ เงนิ กบั สีสม้ องย์ประกอบศลิ ป์ (composition of art) สชิ าหรือทฤษฎที ี่เกีย่ สกบั การสร้างรูปทรงในงานทัศนศลิ ป์ ดนตรี การดาเนนิ ทานอง (melodic progression) 1. การกา้ สเดินไปขา้ งหน้าของทานอง 2. กระบสนการดาเนนิ ยอรด์ ซึง่ แนสทานองขยบั ทลี ะข้ัน ยสามเข้มของเสยี ง (dynamic) เสียงเบา เสียงดงั เสียงทีม่ ยี สามเข้มเสยี งมากกย็ ิง่ ดังมากเหมือนกับ loudness ดน้ สด เป็นการเล่นดนตรีหรือขบั รอ้ ง โดยไม่ได้เตรยี มซ้อมตามโน้ตเพลงมากอ่ น ผเู้ ลน่ มีอสิ ระในการกาหนดสิธี ปฏบิ ัตเิ ยรือ่ งดนตรีและขับรอ้ ง บนพ้ืนฐานของเน้อื หาดนตรีทเี่ หมาะสม เชน่ การบรรเลง ในอัตรายสามเรส็ ท่ี ยืดหยุน่ การบรรเลงดส้ ยการเพิม่ หรอื ตัดโน้ตบางตัส บทเพลงไลเ่ ลยี น (canon) แยนอน มาจากภาษากรกี แปลสา่ กฎเกณฑ์ หมายถึงรูปแบบบทเพลงที่มหี ลายแนสหรอื ดนตรีหลายแนส แตล่ ะแนสมที านองเหมือนกัน แต่เรม่ิ ไม่พร้อมกนั แต่ละแนส จงึ มีทานองทไ่ี ล่เลยี นกนั ไปเป็นระยะเสลายาสกส่า การเลียนท่ัสไป โดยท่ัสไปไมย่ สรต่ากสา่ 3 หอ้ ง ระยะข้นั ยรู่ ะหสา่ งสองแนสท่ีเลยี นกนั จะหา่ งกันเป็นระยะ เทา่ ใดก็ได้ เชน่ แยนอนย่สู อง หมายถึง แยนอนท่ีแนสทัง้ สองเริม่ ทโี่ นต้ หา่ งกนั เปน็ ระยะยู่ 5 และรกั ษาระยะยู่ 5 ไปโดยตลอดถือเป็นประเภทของลีลาสอดประสานแนสทานองแบบเลยี นทมี่ ีกฎเกณฑ์เข้มงสดท่สี ุด ประโยยเพลง (phrase) กลมุ่ ทานอง จงั หสะท่ีเรียบเรยี งเชื่อมโยงกันเป็นหน่สยของเพลงท่ีมียสามยิดจบสมบรู ณใ์ นตัสเอง มักลง ทา้ ยด้สยเยเดนซ์ เปน็ หน่สยสายบั ของเพลง ประโยยเพลงถาม - ตอบ เปน็ ประโยยเพลง 2 ประโยยทีต่ ่อเนือ่ งกันลีลาในการตอบรับ – ส่งล้อ – ลอ้ เลียนกนั อยา่ งสอดยล้อง เป็นลกั ษณะยลา้ ยกันกบั บทเพลงรปู แบบ AB แต่เป็นประโยยเพลงส้ัน ๆ ซึ่งมักจะมอี ัตรายสามเรส็ เทา่ กัน หลกั สตู รกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ โรงเรยี นบ้านท่าอาจ
57 ระหสา่ ง 2 ประโยย และยสามยาสเท่ากนั เชน่ ประโยยเพลงที่ 1 (ถาม) มียสามยาส 2 ห้องเพลง ประโยย เพลงที่ 2 (ตอบ) กจ็ ะมียสามยาส 2 ห้องเพลง ซ่ึงจะมลี ลี าตา่ งกันแตส่ อดรับกนั ได้กลมกลนื ผลงานดนตรี ผลงานท่ีสร้างสรรยข์ ึ้นมาโดยมียสามเกย่ี สข้องกับการนาเสนองานทางดนตรี เช่น บทเพลง การ แสดงดนตรี เพลงทานองสน (round) เพลงทีป่ ระกอบด้สยทานองอย่างน้อย 2 แนส ไล่เลยี นทานองเดียสกัน แตต่ ่างเสลาหรือจังหสะ สามารถไลเ่ ลยี นกนั ไปไดอ้ ยา่ งตอ่ เนื่องจนกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้อีกไม่มสี ันจบ รปู รา่ งทานอง (melodic contour) รปู ร่างการขึน้ ลงของทานอง ทานองทีส่ มดุลจะมที ิศทางการข้ึนลงที่เหมาะสม สีสันของเสียง ลักษณะเฉพาะของเสียงแต่ละชนิดที่มเี อกลักษณเ์ ฉพาะต่างกนั เชน่ ลักษณะเฉพาะของสสี นั ของเสยี ง ผชู้ ายจะมยี สามทุ้มต่าแตกต่างจากสสี ันของเสียงผู้หบงิ ลกั ษณะเฉพาะของสีสนั ของเสียงของเด็กผชู้ ายยนหนึ่ง จะมียสามแตกต่างจากเสียงเด็กผชู้ ายยนอืน่ ๆ องย์ประกอบดนตรี (elements of music) สส่ นประกอบสายับที่ทาใหเ้ กิดเสียงดนตรี ได้แกท่ านอง จังหสะ เสยี งประสาน สีสนั ของเสียง และเนื้อ ดนตรี อตั รายสามเร็ส (tempo) ยสามชา้ ยสามเรส็ ของเพลง เชน่ อลั เลโกร(allegero) เลนโต (lento) ABA สบั ลกั ษณบ์ อกรปู แบบสรรณกรรมดนตรแี บบตรบี ท หรือเทอร์นารี (ternary) ternary form สังยตี ลกั ษณส์ ามตอน โยรงสร้างของบทเพลงทีม่ ีส่สนสายบั ขยับทลี ะข้นั อยู่ 3 ตอน ตอนแรกและตอน ท่ี 3 ยือ ตอน A จะเหมือนหรือยลา้ ยยลงึ กันท้งั ในแง่ของทานองและกบุ แจเสยี ง สส่ นตอน ที่ 2 ยอื ตอน B เป็นตอนทแ่ี ตกต่างออกไป ยสามสายับของสังยตี ลักษณ์น้ี ยือ การกลับมา ของ ตอน A ซง่ึ นาทานองของส่สนแรกกลบั มาในกบุ แจเสยี งเดิมเป็นสงั ยีตลกั ษณท์ ่ใี ช้มากทสี่ ุดโดยเฉพาะในเพลง ร้อง จึงอาจเรียกสา่ สงั ยตี ลกั ษณ์เพลงร้อง (song form) ก็ได้ หลักสตู รกล่มุ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ โรงเรยี นบ้านทา่ อาจ
58 นาฏศิลป์ การตีบท การแสดงท่าราตามบทร้อง บทเจรจาหรือบทพากย์ยสรยานึงถึงยสามหมายของบท แบ่งเปน็ การตีบท ธรรมชาติ และการตบี ทแบบละยร การประดิษฐ์ท่า การนาภาษาทา่ ภาษานาฎศลิ ป์ หรอื นาฏยศพั ท์มาออกแบบ ใหส้ อดยล้องสมั พันธ์กับจงั หสะทานอง บทเพลง บทร้อง ลีลา ยสามสสยงาม นาฏยศพั ท์ ศพั ท์เฉพาะทางนาฎศิลป์ ทใ่ี ช้เก่ยี สกบั การเรียกท่ารา กริ ิยาท่แี สดงมีส่สนศรี ษะใบหนา้ และไหล่ ส่สน แขนและมือ ส่สนของลาตสั สส่ นขาและเท้า บุยยลสายับในสงการนาฎศลิ ป์ เปน็ ผ้เู ชย่ี สชาบทางนาฎศิลป์ และภมู ปิ บั บาท้องถน่ิ ท่สี รา้ งผลงาน ภาษาท่า การแสดงท่าทางแทนยาพูด ใช้แสดงกิริยาหรืออริ ิยาบถ และใช้แสดงถงึ อารมณ์ภายใน ส่สนขาและเท้า กิริยาแสดง เช่น กระทบ ยืดยบุ ประเทา้ กระดกเท้า กระท้งุ จรด ขยับ ซอย สางส้น ยกเท้า ถัดเทา้ ส่สนแขนและมือ กริ ยิ าท่ีแสดง เชน่ จบี ตง้ั สง ลอ่ แก้ส มส้ นมอื สะบัดมือ กรายมือ สา่ ยมือ สส่ นลาตัส กริ ยิ าทแ่ี สดง เช่น ยกั ตสั โยต้ สั โยกตัส สส่ นศีรษะใบหน้าและไหล่ กิรยิ าที่แสดง เช่น เอียงศีรษะ เอยี งไหล่ กดไหล่ กลอ่ มไหล่ กล่อมหนา้ ส่งิ ทเี่ ยารพ ในสาระนาฎศลิ ปม์ สี ่งิ ท่เี ยารพสืบทอดมา ยือ พ่อแก่ หรือพระพรตฤษี ซึ่งผูเ้ รยี นจะต้อง แสดงยสาม เยารพ เมื่อเร่มิ เรยี นและก่อนแสดง องย์ประกอบนาฎศลิ ป์ จังหสะและทานองการเยล่อื นไหส อารมณแ์ ละยสามรู้สึก ภาษาทา่ นาฎยศัพท์ รปู แบบของการแสดง การแต่งกาย หลักสูตรกลุม่ สาระการเรียนรู้ศลิ ปะ โรงเรียนบา้ นท่าอาจ
59 องย์ประกอบละยร การเลือกและแต่งบท การเลอื กผู้แสดง การกาหนดบยุ ลิกของผู้แสดง การพฒั นารปู แบบของการแสดง การปฏบิ ัตติ นของผู้แสดงและผ้ชู ม หลกั สูตรกลมุ่ สาระการเรียนรู้ศลิ ปะ โรงเรียนบา้ นทา่ อาจ
60 คณะทป่ี รึกษา คณะผ้จู ัดทา ๑. นายกชิ สณพนธ์ เฉลิมสสิ ุตม์กุล ผอู้ านสยการโรงเรียนบ้านทา่ อาจ ๒. นางสาสสรากร ทองทสี รองผอู้ านสยการโรงเรียนบา้ นทา่ อาจ ๓. นายอดุลย์ แยม้ มี หัสหน้าฝาุ ยบรหิ ารงานทั่สไป ๔. นางสภุ าพร จอมประเสรฐิ หสั หน้าฝุายสิชาการ ๕. นางธับลกั ษณ์ กาสินา หัสหน้าฝุายงบประมาณ ๖. นายอิศยม เยรอื ยาแดง หัสหน้าฝุายบริหารงานบยุ ยล คณะทางานยกรา่ งและรับผิดชอบโครงการปรบั ปรุงหลกั สตู ร ๑. นางสภุ าพร จอมประเสริฐ หสั หน้างานบรหิ ารสิชาการ ๒. นางสาสกณกิ าร์ ปรือปรัง หัสหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ๓. นายดนัย พันธพ์ นมไพร หัสหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ยณิตศาสตร์ ๔. นางชนิกานต์ ลีส่ ฒั นาย่ิงยง หัสหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้สิทยาศาสตรแ์ ละเทยโนโลยี ๕. นายสรปรัชบ์ อินตะ๊ สุข หสั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ังยมศึกษา ศาสนาและสฒั นธรรม ๖. นายอศิ ยม เยรอื ยาแดง หัสหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๗. นางสาสภมุ รินทร์ ฉิมพาลี หัสหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ิลปะ ๘. นางสาสจีรัชบ์ ยฤหะมาน หัสหน้ากลุม่ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ๙. นางสาสศุภณลบิ บ์ ทับโต หสั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ ผรู้ บั ผดิ ชอบกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ หสั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ผู้ชส่ ย นางสาสภมุ รินทร์ ฉมิ พาลี นางสาสสารณิ ี จแู สน หลกั สูตรกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ โรงเรียนบ้านทา่ อาจ
Search