2. เลอื กแท็บหนา้ แรก 3. เลือกกลมุ่ รูปแบบการจดั ตาแหนง่ การวางแนวข้อมลู ในตาราง ในการจดั พิมพข์ อ้ มลู ลงในตารางอาจทาใหก้ ารแสดงขอ้ มลู ไม่สามารถแสดง ขอ้ มลู ไดท้ งั้ หมด ดงั นน้ั ตอ้ งปรบั การวางแนวของขอ้ มลู เพอ่ื ใหม้ องเห็นขอ้ มลู ทงั้ หมด ปฏบิ ตั ดิ งั นี้ 1. ใชเ้ มาสค์ ลมุ ดาเซลลท์ ่ตี อ้ งการวางแนว 2. คลกิ ป่มุ ขวาของเมาสแ์ ลว้ เลอื กจดั รูปแบบเซลล์ 3. เลือ่ นเมาสไ์ ปที่ป่มุ สแี ดง คลกิ ป่มุ ซา้ ยแลว้ ลากเมาสต์ ามความตอ้ งการหรอื ระบุ ตวั เลขทชี่ อ่ งองศา 4. ตกลง การแสดงขอ้ มูลให้เห็นทง้ั หมดในช่องตาราง ในการจดั พิมพข์ อ้ มลู ลงในเซลลอ์ าจทาใหก้ ารแสดงขอ้ มลู ไมส่ ามารถแสดงได้ ทงั้ หมด สามารถแสดงขอ้ มลู ทงั้ หมดได้ ปฏบิ ตั ไิ ด้ 4 วิธี วธิ ีที่ 1 ขยายคอลมั นข์ องเซลล์ เลื่อนเมาสไ์ ปท่ีระหว่างคอลมั นใ์ หป้ รากฏสญั ลกั ษณ์ คลกิ เมาสแ์ ลว้ ลาก ขยาย วธิ ีที่ 2 ยอ่ ใหพ้ อดีโปรแกรมจะไมข่ ยายแถวและไมข่ ยายคอลมั น์ 1. เลอื กเซลลท์ ีต่ อ้ งการจะยอ่ ใหพ้ อดีกบั เซลล์
2. เลือกจดั รูปแบบเซลล์ 3. เลอื กแท็บการจดั แนว 4. เลือกย่อใหพ้ อดี 5. ตกลง วิธีที่ 3 ตดั ขอ้ ความใหแ้ สดงหลายบรรทดั โดยไมข่ ยายคอลมั นแ์ ตข่ ยายแถว 1. เลือกเซลลท์ ตี่ อ้ งการ 2. เลอื กแท็บหนา้ แรก 3. เลือกตดั ขอ้ ความ วธิ ีที่ 4 ผสานเซลล์ 1. ใชเ้ มาสค์ ลมุ ดาเซลลท์ ่ีตอ้ งการผสาน 2. เลือกแทบ็ หนา้ แรก 3. เลอื กผสานและจดั กง่ึ กลาง การเตมิ สใี หก้ บั ตาราง การเติมสตี าราง เป็นการตกแตง่ ตาราง ปฏบิ ตั ิไดด้ งั นี้ 1. ใชเ้ มาสค์ ลมุ ดาเซลลท์ ี่ตอ้ งการเตมิ สี 2. คลกิ ป่มุ ขวาของเมาสเ์ ลือกจดั รูปแบบเซลล์ 3. เลือกแทบ็ การเตมิ 4. เลอื กลกั ษณะการเติม ตามท่ีตอ้ งการ
5. ตกลง บทที่ 5 การใช้สูตรและฟังกช์ ันในการคานวณ การใชส้ ูตรและฟังกช์ ันในการคานวณ โปรแกรมตารางคานวณ (Microsoft Office Excel 2013) มีความสามารถในการ วิเคราะหป์ ระมวลผล คานวณคา่ ตา่ งๆมากมาย โดยการนา คา่ คงที่ ตวั เลข ตวั แปร หรือการอา้ งองิ เซลลท์ อี่ ยใู่ นเซลลข์ อ้ มลู นามาคานวณเพื่อใหไ้ ดผ้ ลลพั ธต์ ามทต่ี อ้ งการ โดยใชส้ ตู รคานวณ ใชต้ วั ดาเนินการ หรือ เครอื่ งหมายคานวณในรูปแบบตา่ งๆ เชน่ บวก ลบ คณู หาร โครงสรา้ ง สัญลกั ษณ์ และลาดับความสาคัญของเครื่องหมายท่ีใช้การคานวณ 1. โครงสรา้ ง การใชส้ ตู รคานวณจะตอ้ งพมิ พเ์ คร่ืองหมายเท่ากบั (=) นาหนา้ เสมอตามดว้ ยตวั แปร และตวั ดาเนินการ ตวั แปรนอี้ าจเป็นค่าคงท่ี ตาแหนง่ เซลล์ หรอื ฟังกช์ นั กไ็ ด้ โดย ผลลพั ธจ์ ะอย่บู นเซลลใ์ ดเซลลใ์ ดเซลลห์ น่งึ ที่เลอื กไว้ ยกตวั อยา่ งเช่น =A1+B1, =C2- D3, =(D3/C2)*( A1+B1), =(G3-B1)-(F4*G4), =2*3 เป็นตน้ 2. สญั ลกั ษณ์ สญั ลกั ษณท์ ่ใี ชเ้ ป็นเคร่อื งหมายในการคานวณมีดงั นี้ เครือ่ งหมายท่ีใชใ้ นการคานวณ
3. ลาดบั ความสาคญั ของเคร่ืองหมายในการคานวณ การคานวณนน้ั จะมลี าดบั ความสาคญั ของเครอ่ื งหมายการคานวณตา่ งกนั ซ่งึ โปรแกรมจะคานวณจากลาดบั ความสาคญั แรกไปยงั ลาดบั ความสาคญั รองลงมา ตาม ลาดบั แตถ่ า้ เครื่องหมายคานวณอย่ใู นระดบั เดียวกนั โปรแกรมจะคานวณจากซา้ ยไป ขวา ลาดบั ความสาคญั ของเคร่ืองหมายในการคานวณ
ข้อผดิ พลาดที่อาจเกิดขึน้ การคานวณดว้ ยสตู รหรือคานวณดว้ ยฟังกช์ นั อาจมีขอ้ ผดิ พลาดได้ เมอ่ื มีการ ทางานเก่ยี วกบั สตู รหรือฟังกช์ นั การคานวณของโปรแกรมอาจทาใหผ้ ลลพั ธไ์ ม่ถกู ตอ้ ง โปรแกรมจะแสดงขอ้ ความบอกขอ้ ผดิ พลาดปรากฏอย่ใู นเซลล์ ซึง่ มสี าเหตหุ ลายอยา่ ง ดว้ ยกนั ยกตวั อย่างดงั ต่อไปนี้ ขอ้ ผิดพลาดทีอ่ าจเกดิ ขนึ้ การสรา้ งสตู รคานวณ
ในการสรา้ งสตู รคานวณสามารถปอ้ นสตู รคานวณไดโ้ ดยใชเ้ คร่ืองหมายเทา่ กบั (=) นาหนา้ เสมอถา้ ไมใ่ สเ่ ครือ่ งหมายเทา่ กบั โปรแกรมจะเขา้ ใจวา่ เป็นขอ้ ความ การ คานวณโปรแกรมสามารถคานวณไดห้ ลายแบบ ยกตวั อยา่ งเช่น 1. การคานวณค่าคงท่ี 1. คลิกเลอื กเซลลท์ ่ีใส่สตู ร 2. พิมพเ์ ครือ่ งหมายเท่ากบั (=) ตามดว้ ยคา่ คงท่ี โดยพิมพล์ งในเซลลห์ รอื แถบสตู รก็ ได้ 3. กด Enter 2. การคานวณอ้างองิ ตาแหน่งเซลล์ การคานวณอา้ งองิ ตาแหนง่ เซลล์ สามารถพิมพห์ รอื ใชเ้ มาสส์ ามารถปฏบิ ตั ิไดด้ งั นี้ 1. คลิกเลอื กเซลลท์ ่จี ะใส่สตู ร 2. พิมพเ์ ครื่องหมายเท่ากบั (=) ตามดว้ ยตาแหนง่ เซลลโ์ ดยพมิ พล์ งในเซลล์ 3. กด Enter 3. การคานวณอา้ งอิงตาแหน่งเซลลโ์ ดยใชเ้ มาส์ 1. คลกิ เลอื กเซลลท์ จี่ ะใส่สตู รพิมพเ์ คร่ืองหมายเท่ากบั (=) 2. ใชเ้ มาสค์ ลกิ เลือกเซลลแ์ รกทีต่ อ้ งการคานวณ 3. พิมพเ์ คร่อื งหมายการคานวณ ตามที่ตอ้ งการ 4. ใชเ้ มาสค์ ลกิ เลอื กเซลลท์ ่ีสองแลว้ กด Enter
การแกไ้ ขสตู ร สตู รคานวณท่ีพมิ พไ์ ปแลว้ ถา้ มขี อ้ ผดิ พลาดเราสามารถแกไ้ ขได้ 3 วธิ ีสามารถ ปฏิบตั ิไดด้ งั นี้ 1. แกไ้ ขแถบสูตร 1. ใชเ้ มาสค์ ลกิ เลอื กเซลลส์ ตู รทตี่ อ้ งการแกไ้ ข 2. ใชเ้ มาสค์ ลิกแถบสตู รแลว้ ทาการแกไ้ ขสตู รใหถ้ กู ตอ้ ง 2. ใช้ฟังกช์ นั F2 ใชเ้ มาสค์ ลกิ เลอื กเซลลส์ ตู รท่ีตอ้ งการแกไ้ ขกดฟังกช์ นั F2 ทาการแกไ้ ขสตู รใน เซลลใ์ หถ้ กู ตอ้ ง 3. ดับเบลิ คลิกในเซลลส์ ูตร ใชเ้ มาสด์ บั เบิลคลกิ เซลลส์ ตู รที่ตอ้ งการแกไ้ ข แลว้ ทาการแกไ้ ขสตู รในเซลลใ์ ห้ ถกู ตอ้ ง การคดั ลอกสตู ร การคดั ลอกสตู รการคานวณโดยอา้ งองิ ตาแหนง่ เซลลม์ ีขอ้ ดคี อื มคี วามรวดเรว็ มี ความถกู ตอ้ งของขอ้ มลู และทส่ี าคญั สามารถคดั ลอกสตู รคานวณท่ีมลี กั ษณะหรือ รูปแบบเดียวกนั ไม่ตอ้ งเสียเวลาในการพิมพส์ ตู รใหม่ใหเ้ สยี เวลา ซงึ่ สามารถปฏบิ ตั ไิ ด้ 3 วธิ ีดงั นี้ 1. ใช้เมาส์
1. ใชเ้ มาสค์ ลกิ เซลลส์ ตู รตน้ ฉบบั เลอ่ื นเมาสไ์ ปตาแหนง่ มมุ ดา้ นขวาลา่ งให้ สญั ลกั ษณเ์ มาสแ์ สดงกากบาทสีดา 2. กดป่มุ เมาสด์ า้ นซา้ ยคา้ งไวล้ ากไปตาแหน่งที่ตอ้ งการ แลว้ ปลอ่ ยเมาส์ 2. ใช้แป้นพิมพ์ 1. ใชเ้ มาสค์ ลมุ ดาเซลลส์ ตู รตน้ ฉบบั และเซลลท์ ่ตี อ้ งการคดั ลอกสตู ร 2. กดฟังกช์ นั 3. กด Ctrl+Enter 3. ใช้คาส่ังคัดลอก 1. ใชเ้ มาสค์ ลมุ ดาเซลลส์ ตู รตน้ ฉบบั 2. เลอื กคดั ลอก 3. คลมุ ดาเซลลท์ ่ตี อ้ งการคดั ลอก
4. เลือกวาง 5. ผลลพั ธ์ การอ้างอิงตาแหน่งเซลล์ การอา้ งองิ ตาแหน่งเซลลเ์ พอื่ ใชใ้ นการคานวณมีรูปแบบการอา้ งอิง 3 รูปแบบ ดงั นี้ 1. การอา้ งอิงเซลลแ์ บบสมั พทั ธ์ การอา้ งองิ เซลลแ์ บบสมั พทั ธ์ (Relative Reference) เมื่อเซลลถ์ กู คดั ลอกไปตาแหนง่ เซลลอ์ น่ื ตาแหนง่ เซลลจ์ ะถกู เปล่ยี นตามโดยอตั โนมตั ิ เช่น เซลล์ E2 ใส่ สตู ร =C2*D2 เมอ่ื คดั ลอกสตู รไปตาแหนง่ E3 สตู รจะเปลยี่ นเป็น =C3*D3 ใหโ้ ดย อตั โนมตั ิ ยกตวั อยา่ งเช่น
2. การอ้างอิงเซลลแ์ บบสมบูรณ์ การอา้ งองิ เซลลแ์ บบสมบรู ณ์ (Absolute Reference) เป็นการการกาหนดค่าของ ตาแหน่งเซลลไ์ ม่ใหม้ กี ารเปลี่ยนแปลง เช่น $D$2 หมายถงึ เซลล์ D2 จะคงที่ไม่ เปลีย่ นแปลงไม่วา่ จะคดั ลอกสตู รไปเซลลใ์ ดกต็ าม จะมคี า่ เหมือนเดมิ ถา้ ตอ้ งการใส่ เครอ่ื งหมาย $ ใหอ้ ตั โนมตั ใิ หค้ ลมุ ดาดาแลว้ กด F4 ยกตวั อยา่ งเช่น 3. การอ้างองิ เซลลแ์ บบผสม
การอา้ งอิงเซลลแ์ บบผสม (Mixed Reference) เป็นการผสมระหว่างการ อา้ งองิ แบบสมั พทั ธแ์ ละแบบสมบรู ณ์ จะใชใ้ นกรณีที่ตอ้ งการใหต้ าแหน่งเซลลเ์ ปล่ียน บา้ งหรือคงทบี่ า้ ง เชน่ F$2 หมายถึง F จะเปล่ยี นแปลงเมื่อมีการคดั ลอกสตู รไป คอลมั นอ์ ่ืน แต่ 2 จะคงทไี่ มเ่ ปลี่ยนแปลงตามหมายเลขบรรทดั ของแถวที่ถกู คดั ลอก การคานวณอ้างอิงตาแหน่งเซลลข์ า้ มแผ่นงาน การคานวณขา้ มแผน่ งานเป็นการอา้ งอิงเซลลท์ ี่อยคู่ นละแผน่ งาน มรี ูปแบบการ คานวณดงั นี้ “=ชอ่ื ของแผ่นงานตามดว้ ยเครอ่ื งหมาย !ช่อื เซลลท์ อ่ี า้ งอิงถึง” เช่น Sheet1!A5+Sheet2!A6ในการสรา้ งสตู รคานวณสามารถใชเ้ มาสเ์ ลอื กตาแหนง่ เซลล์ หรือใชค้ ยี บ์ อรด์ พิมพส์ ตู รยกตวั อย่างดงั นี้ การหาผลรวมของยอดขายประจาเดือน มกราคม กมุ ภาพนั ธ์ และมนี าคมซง่ึ ขอ้ มลู อยคู่ นละแผ่นงาน สามารถปฏิบตั ไิ ดด้ งั นี้ 1. สรา้ งตารางขอมลู เดอื นมกราคม กมุ ภาพนั ธ์ และมีนาคม ใหอ้ ยคู่ นละแผ่นงาน 2. ใชเ้ มาสค์ ลิกเซลลท์ ่ีตอ้ งการคานวณพมิ พส์ ตู รดงั นี้ =มกราคม!E10+กมุ ภาพนั ธ!์ E10+มีนาคม!E8 สว่ นประกอบของฟังกช์ ัน การใชฟ้ ังกช์ นั (Function) คานวณคา่ ตา่ งๆ เป็นการคานวณที่มคี วามสะดวก รวดเรว็ เพียงแค่ พมิ พฟ์ ังกช์ นั และใส่คา่ อารก์ ิวเมนต์ (Argument) กส็ ามารถคานวณ ไดแ้ ลว้ โปรแกรมตารางคานวณ (Microsoft Office Excel 2013) มีฟังกช์ นั ใหใ้ ชง้ าน มากมาย แต่ละฟังกช์ นั ใชง้ านแตกตา่ งฟังกช์ นั มสี ว่ นประกอบดงั น=ี้ ช่ือฟังกช์ นั (ค่า Argument1, ค่า Argument2, ค่า Argument) เช่น =SUM(A1+D2), =MAX(B2:B9), =AVERAGE(D4:F6) เป็นตน้
ประเภทของฟังกช์ ัน 1. ฟังกช์ นั ทางคณติ ศาสตร์ 2. ฟังกช์ นั ทางตรรกะศาสตร์ 3. ฟังกช์ นั ที่เก่ียวกบั วนั ที่ 4. ฟังกช์ นั ที่เก่ยี วกบั เวลา 5. ฟังกช์ นั ทเ่ี ก่ยี วกบั การเงนิ 6. ฟังกช์ นั ท่เี ก่ยี วกบั ตวั อกั ษร 7. ฟังกช์ นั ทางสถิติ 8. ฟังกช์ นั ในการคน้ หาขอ้ มลู 9. ฟังกช์ นั ทางดา้ นวิศวกรรม 10. ฟังกช์ นั ในการจดั การฐานขอ้ มลู การสร้างฟังกช์ นั คานวณ 1. พิมพฟ์ ังกช์ นั ลงในเซลลห์ รอื พมิ พบ์ นแถบสตู ร การพมิ พฟ์ ังกช์ นั ลงในเซลลห์ รือพมิ พบ์ นแถบสตู รสามารถปฏบิ ตั ิไดด้ งั นี้ ใชเ้ มาสเ์ ลอื กเซลลท์ ี่จะสรา้ งฟังกช์ นั คานวณแลว้ พิมพเ์ คร่อื งหมายเทา่ กบั (=) พิมพฟ์ ังกช์ นั ตามทต่ี อ้ งการ แลว้ กด Enter 2. เลอื กจากฟังกช์ นั ไลบรารี (Function Library) การเลือกจากฟังกช์ นั ไลบรารี สามารถเรยี กใชง้ านไดอ้ ย่างสะดวก ซงึ่ อย่ใู น รบิ บอน แทบ็ สตู ร โดยฟังกช์ นั ไลบรารจี ะแยกฟังกช์ นั ออกเป็นประเภทตา่ งๆ มากมาย
หลายฟังกช์ นั สามารถปฏิบตั ไิ ดด้ งั นี้ 1. ใชเ้ มาสเ์ ลอื กเซลลท์ ่ีจะสรา้ งฟังกช์ นั คานวณ 2. เลือกแท็บสตู ร 3. เลอื กจากฟังกช์ นั ไลบรารที ่ีตอ้ งการ 4. เลือกประเภท 5. เลือกฟังกช์ นั ทต่ี อ้ งการ 6. ตกลง 7. ระบเุ ซลลท์ ่ีตอ้ งการหาผลรวม 8. ตกลง 3. เลอื กฟังกช์ นั จาก Name Box ปกตแิ ลว้ Name Box จะเป็นเครอื่ งมอื บอกตาแหนง่ เซลลห์ รือชอ่ื เซลล์ แตถ่ า้ พมิ พ์ เครื่องหมายเท่ากบั (=) ลงบนเซลล์ Name Box จะแสดงรายชอื่ ของฟังกช์ นั ขนึ้ มาให้ เลอื กสามารถปฏบิ ตั ิไดด้ งั นี้ 1. ใชเ้ มาสเ์ ลือกเซลลท์ ี่จะสรา้ งฟังกช์ นั การคานวณแลว้ พิมพเ์ คร่อื งหมายเทา่ กบั (=) 2. เลอื กฟังกช์ นั จาก Name Box ฟังกช์ ันทใี่ ช้ในการคานวณ 1. การคานวณโดยใชฟ้ ังกช์ นั SUM =SUM (Number1, Number2,…) ทาหนา้ ที่ หาผลรวมของจานวน Number
2. การคานวณโดยใชฟ้ ังกช์ นั MAX =MAX(Number1,Number2,…) ทาหนา้ ท่ี หาค่าสงู สดุ ของจานวน Number 3. การคานวณโดยใชฟ้ ังกช์ นั MIN =MIN(Number1,Number2,…) ทาหนา้ ท่ี หาคา่ ต่าสดุ ของจานวน Number 4. การคานวณโดยใชฟ้ ังกช์ นั AVERAGE =AVERAGE(Number1,Number2,…) ทาหนา้ ที่ หาคา่ เฉลีย่ ของจานวน Number 5. การคานวณโดยใชฟ้ ังกช์ นั COUNT =COUNT(Value1,Value2,…) ทาหนา้ ที่ นบั ขอ้ มลู เฉพาะตวั เลข 6. การคานวณโดยใชฟ้ ังกช์ นั COUNTA =COUNTA(Value1,Value2,…) ทาหนา้ ท่ี นบั ขอ้ มลู ทงั้ ตวั เลขขอ้ ความและ สญั ลกั ษณท์ ีอ่ ยใู่ นเซลลท์ กุ เซลล์ Value 7. การคานวณโดยใชฟ้ ังกช์ นั STDEV =STDEV(Number1,Number2,…) ทาหนา้ ที่ หาค่าเบ่ยี งเบนมาตรฐาน Number 8. การคานวณโดยใชฟ้ ังกช์ นั ROUND =ROUND(Number,Num_digits) ทาหนา้ ท่ี ปัดค่าตวั เลข Number เป็น ตวั เลข Num digits เป็นจานวนหลกั ทศนิยมเทา่ กบั ทรี่ ะบไุ ว้ 9. การคานวณโดยใชฟ้ ังกช์ นั DATE =DATE(Year,Month,Day) ทาหนา้ ท่ี แปลงตวั เลขวนั เดือน ปี ใหเ้ ป็นวนั ท่ี Year= ใส่ คา่ ปี ค.ศ.Month=ใสค่ า่ เดือน Day= ใส่คา่ วนั ที่
10. การคานวณโดยใชฟ้ ังกช์ นั NOW =NOW() ทาหนา้ ท่ี แสดงวนั ทีแ่ ละเวลาปัจจบุ นั ของระบบ 11. การคานวณโดยใชฟ้ ังกช์ นั TODAY =TODAY() ทาหนา้ ที่ แสดงวนั ที่ปัจจบุ นั ของระบบ 12. การคานวณโดยใชฟ้ ังกช์ นั HOUR =HOUR() ทาหนา้ ที่ แปลงขอ้ มลู เก่ยี วกบั เวลา โดยแสดงผลลพั ธเ์ ป็นเลขจานวน เตม็ มคี า่ ตงั้ แต่ 0 ถงึ 23 เป็นค่าช่วั โมงใน 1 วนั 13. การคานวณโดยใชฟ้ ังกช์ นั NETWORKDAYS =NETWORKDAYS(start_date,end_date,holidays) ทาหนา้ ที่ คานวณหา จานวนวนั ทางานทงั้ หมดระหว่างวนั ทสี่ องคา่ คอื วนั ท่ีเรมิ่ ตน้ ถงึ วนั ทสี่ นิ้ สดุ ไม่รวม วนั หยดุ เสาร-์ อาทติ ย์ และวนั หยดุ พิเศษ 14. การคานวณโดยใชฟ้ ังกช์ นั VLOOKUP =VLOOKUP(Lookup_Value,Table_array,Col_index_num,Range_lookup) ทาหนา้ ที่ คน้ หาและแสดงขอ้ มลู 15. การคานวณโดยใชฟ้ ังกช์ นั IF =IF(Logical,Value_if_true,Value_if_false) ทาหนา้ ท่ี ตรวจสอบเงื่อนไขหาค่า จริงหรอื เท็จแลว้ ตดั สนิ ใจในการประมวลผล 16. การคานวณโดยใชฟ้ ังกช์ นั IF ซอ้ น IF
=IF(Logical,Value_if_ture,IF(Logical,Value_if_ture,IF(Logical,Value_if_ture ,Value_if_false))) ทาหนา้ ท่ี ตรวจสอบเงื่อนไขในกรณีท่มี ีหลายเงอื่ นไขและหาค่าจรงิ 17. การคานวณโดยใชฟ้ ังกช์ นั SUMIF =SUMIF(Range,Criteria,Sum_range) ทาหนา้ ท่ี หาผลรวมแบบมเี งอ่ื นไข 18. การคานวณโดยใชฟ้ ังกช์ นั COUNTIF =COUNTIF(Range,Criteria) ทาหนา้ ที่ นบั จานวนแบบมีเง่ือนไข 19. การคานวณโดยใชฟ้ ังกช์ นั BATHTEXT =BATHTEXT(Number) ทาหนา้ ท่ี แปลงตวั เลขใหเ้ ป็นตวั อกั ษร 20. การคานวณโดยใชฟ้ ังกช์ นั PMT =PMT(rate,nper,pv,fv,type) ทาหนา้ ท่ี คานวณหายอดการชาระเงินสาหรบั เงินกู้ (Payment) หรือผ่อนชาระต่องวดจากการกยู้ มื บทที่ 6 การสร้างแผนภมู แิ ละการแทรกรูปภาพ ส่วนประกอบของแผนภูมิ การสรา้ งแผนภมู ิ (Chart) หรอื กราฟ (Graph) เป็นการนาขอ้ มลู ในตารางมา แสดงใหอ้ ยใู่ นรูปของภาพ เปรียบเทียบขอ้ มลู ไดแ้ ละสามารถนาเสนอขอ้ มลู ไดอ้ ย่าง ชดั เจนมากยิ่งขนึ้ โดยเฉพาะการนาเสนอขอ้ มลู ท่ีซบั ซอ้ น เชน่ ยอดขายสนิ คา้ สถิติ นกั ศึกษา รายไดข้ องประชากร เป็นตน้
ตาราง ส่วนประกอบของแผนภูมิ สว่ นประกอบ ความหมาย ช่อื แผนภมู ิ ชอื่ หรอื หวั เรือ่ งของแผนภมู ิ ใชอ้ ธิบายภาพรวม พนื้ ทีแ่ ผนภมู ิ พนื้ ที่ของแผนภมู ภิ ายในกรอบทงั้ หมด พนื้ ที่แสดงขอ้ มลู บริเวณทใ่ี ชแ้ สดงขอ้ มลู สญั ลกั ษณแ์ ทนขอ้ มลู คาอธิบายการแทนสญั ลกั ษณข์ องขอ้ มลู แตล่ ะชดุ ชื่อแกนตงั้ ชอื่ ของแกนตงั้ ช่ือแกนนอน ชอื่ ของแกนนอน ชดุ ขอ้ มลู สญั ลกั ษณท์ ี่ใชแ้ สดงแทนขอ้ มลู แต่ละหมวดหมู่ แกนตงั้ เสน้ ท่ีใชเ้ ป็นแนวอา้ งอิงในการแสดงคา่ ขอ้ มลู แตล่ ะชนดิ หรือหมวดหมู่
แกนนอน เสน้ ทใ่ี ชแ้ สดงชนดิ หรอื หมวดหม่ขู องขอ้ มลู แสดงค่าขอ้ มลู คา่ ระดบั ตาแหน่งของแกนตงั้ หมวดหมขู่ อ้ มลู กลมุ่ ของขอ้ มลู ทีแ่ ยกออกเป็นแต่ละประเภทแต่ละชนิด ชนิดของแผนภมู แิ ละลกั ษณะการใชง้ าน แผนภมู ิมีหลายชนดิ ซ่ึงแตล่ ะชนดิ มลี กั ษณะการใชง้ านแตกตา่ งกนั ดงั นน้ั ผใู้ ช้ จะตอ้ งพิจารณาอยา่ งละเอยี ดวา่ แผนภมู ิชนิดใดเหมาะสมกบั ขอ้ มลู ชนิดใด
การสรา้ งแผนภูมิ 1. การสร้างแผนภูมแิ ทง่ แนวต้งั 2 มติ ิ 1. ใชเ้ มาสค์ ลมุ ดาเลอื กกลมุ่ ของขอ้ มลู 2. เลอื กแท็บแทรก 3. เลือกชนิดของแผนภมู ิแบบคอลมั น์ 4. เลือกชนิดของแผนภมู ิแท่งแนวตงั้ 2 มิติ 5. ผลลพั ธ์
การจดั รูปแบบแผนภูมิด้วยสไตล์ 1. สรา้ งแผนภมู ิ 2. ใชเ้ มาสเ์ ลอื กพนื้ ทแ่ี ผนภมู ิ 3. เลอื กแท็บออกแบบ 4. เลอื กสไตลแ์ ผนภมู ิ
การเปลย่ี นชนิดของแผนภูมิ 1. ใชเ้ มาสเ์ ลอื กพนื้ ท่แี ผนภมู ิ 2. เลือกแทบ็ ออกแบบ 3. เลอื กเปล่ียนชนิดแผนภมู ิ 4. เลือกชนดิ แผนภมู ิ 5. ตกลง การเลอื กลักษณะเคา้ โครงของแผนภูมิ 1. สรา้ งแผนภมู ิ
2. ใชเ้ มาสเ์ ลอื กพนื้ ท่แี ผนภมู ิ 3. เลือกแท็บออกแบบ 4. เลอื กเคา้ โครงดว่ น 5. เลือกลกั ษณะเคา้ โครงทต่ี อ้ งการ การเลือกและการแก้ไขชุดขอ้ มลู 1. สรา้ งแผนภมู ิ 2. เลอื กแทบ็ ออกแบบ
3. เลอื ก เลือกขอ้ มลู 4. จะปรากฏหนา้ ตา่ งเลือกแหลง่ ขอ้ มลู ตามทีต่ อ้ งการ 5. ตกลง การจดั องคป์ ระกอบของแผนภูมิ 1. สรา้ งแผนภมู ิ 2. ใชเ้ มาสเ์ ลือกพนื้ ทีแ่ ผนภมู ิ 3. เลือกแท็บออกแบบ 4. เลือกเพ่มิ องคป์ ระกอบ 5. เลือกองคป์ ระกอบทีต่ อ้ งการ การตกแต่งแผนภูมิ 1. การตกแต่งพืน้ หลังแผนภูมิ
1. ใชเ้ มาสค์ ลิกเลือกพนื้ หลงั แผนภมู ิ 2. เลือกแทบ็ รูปแบบ 3. เลือกรูปแบบพนื้ หลงั ทตี่ อ้ งการ 2. การตกแตง่ แท่งแผนภมู ิ 1. ใชเ้ มาสค์ ลกิ เลอื กแทง่ แผนภมู ิที่ตอ้ งการ 2. เลือกแทบ็ รูปแบบ 3. เลือกรูปแบบแทง่ ท่ีตอ้ งการ
3. การตกแตง่ รูปแบบตัวอกั ษร 1. ใชเ้ มาสค์ ลิกเลือกตวั อกั ษรท่ตี อ้ งการ 2. เลือกแทบ็ รูปแบบ 3. เลอื กลกั ษณะรูปรา่ ง เตมิ สีขอ้ ความ เสน้ กรอบขอ้ ความและเอฟเฟ็กตข์ อ้ ความ
การปรับขนาด การเคล่ือนยา้ ย การลบ และการคัดลอกแผนภูมิ 1. การปรับขนาดแผนภมู ิ 1. ใชเ้ มาสค์ ลิกเลือกแผนภมู ิ 2. กดป่มุ ซา้ ยของเมาสค์ า้ งไวแ้ ลว้ ลากปรบั ขนาดตามทต่ี อ้ งการ 2. การเคลอื่ นย้ายแผนภูมิ 1. การใชเ้ มาสค์ ลกิ แลว้ ลาก 1. ใชเ้ มาสค์ ลกิ เลอื กแผนภมู ิ 2. เลื่อนเมาสไ์ ปบรเิ วณพนื้ ที่ของแผนภมู ใิ หป้ รากฏสญั ลกั ษณ์ กดป่มุ ซา้ ยของ เมาสค์ า้ งไวแ้ ลว้ ลากไปตาแหนง่ ทีต่ อ้ งการ 2. การใชแ้ ท็บริบบอน 1. ใชเ้ มาสค์ ลกิ เลอื กแผนภมู ิ 2. เลือกแท็บหนา้ แรก 3. เลือกป่มุ ตดั หรอื กดแปน้ พมิ พ์ Ctrl+X 4. เลอื กตาแหน่งที่ตอ้ งการวาง 5. เลือกป่มุ วาง หรือกดแปน้ พิมพ์ Ctrl+V 3. การลบแผนภูมิ การลบแผนภมู ทิ งั้ หมด 1. ใชเ้ มาสค์ ลิกแผนภมู ใิ ห้ Active 2. กดป่มุ Delete หรือป่มุ Backspace หรือ Ctrl+X 4. การคดั ลอกแผนภมู ิ
1. ใชเ้ มาสค์ ลิกเลอื กแผนภมู ใิ ห้ Active 2. เลอื กป่มุ คดั ลอกหรือกดแปน้ พิมพ์ Ctrl+C 3. ใชเ้ มาสค์ ลิกเลือกตาแหน่งทต่ี อ้ งการวางแผนภมู ิ 4. เลอื กป่มุ วาง หรือกดแปน้ พมิ พ์ Ctrl+V การแทรกภาพลงในตาราง 1. การแทรกรูปภาพ 1. เลอื กตาแหนง่ เซลลท์ ต่ี อ้ งการวางภาพ 2. คลิกแทบ็ แทรก 3. เลอื กป่มุ รูปภาพ 4. เลือกแหล่งขอ้ มลู 5. เลอื กภาพทีต่ อ้ งการ 6. เลอื กแทรก
2. การแทรกรูปรา่ ง 1. เลอื กแทบ็ แทรก 2. เลือกป่มุ รูปรา่ ง 3. เลือกรูปรา่ งที่ตอ้ งการ 4. คลิกวาดรูปรา่ งทเ่ี ลอื กลงแผ่นงาน การแทรก SmartArt 1. เลอื กแทบ็ แทรก
2. เลือกป่มุ SmartArt 3. เลอื กรูปแบบตามที่ตอ้ งการ 4. ตกลง 5. พมิ พข์ อ้ มลู การย้าย การคัดลอก และการลบภาพ 1. การยา้ ยภาพ 1. ใชเ้ มาสค์ ลกิ เลือกภาพให้ Active ใชเ้ มาสค์ ลกิ ป่มุ ซา้ ยแลว้ ลากไปวางตาแหนง่ ที่ ตอ้ งการ
2. ใชเ้ คร่ืองมอื 1. เลือกรูปทตี่ อ้ งการ คลิกป่มุ ขวาของเมาส์ 2. เลอื กตดั 3. เลือกตาแหน่งเซลลท์ ต่ี อ้ งการวางภาพ 4. คลิกป่มุ ขวาของเมาส์ แลว้ วาง 2. การคดั ลอกภาพ 1. ใชเ้ ครือ่ งมอื 1. เลอื กภาพทตี่ อ้ งการ 2. คลกิ ป่มุ ขวาของเมาส์ เลือกคดั ลอก 3. เลือกตาแหน่งเซลลท์ ี่ตอ้ งการวาง 4. คลกิ ป่มุ ขวาของเมาส์ แลว้ เลือกวาง 2. ใชแ้ ป้นคยี บ์ อรด์ 1. เลอื กภาพทีต่ อ้ งการกด Ctrl คา้ งไวใ้ ชเ้ มาสค์ ลิกป่มุ ขวาแลว้ ลากเมาสไ์ ป ตาแหน่งทีต่ อ้ งการปลอ่ ยเมาส์ 3. การลบภาพ คลิกภาพที่ตอ้ งการ และกดป่มุ Delete บทที่ 7 ความรูเ้ บอื้ งตน้ เก่ียวกบั ฐานข้อมลู และการสรา้ ง ตารางสรุปผลข้อมูล
ความหมายของฐานข้อมลู คือ ชดุ ของขอ้ มลู ทมี่ ีจานวนมาก มาเกบ็ ไวด้ ว้ ยกนั โดยมรี ูปแบบการจดั เกบ็ ท่ี เป็นระบบ Microsoft Office Excel สามารถกรอกขอ้ มลู ลงไปในเซลลไ์ ด้ มากกวา่ 1 คอลมั น์ และมากกว่า 1 แถว ในการจดั เก็บขอ้ มลู ถา้ มกี ารจดั เก็บขอ้ มลู แบบต่อเน่ืองและขอ้ มลู มคี วามสมั พนั ธก์ นั Microsoft Office Excel จะถือว่าขอ้ มลู กลมุ่ นน้ั เป็นลกั ษณะฐานขอ้ มลู โดยอตั โนมตั ิ การจัดเรยี งขอ้ มลู การจดั เรียงขอ้ มลู เป็นการจดั เรียงเพือ่ ใหข้ อ้ มลู แบง่ ออกเป็นหมวดหม่ตู ามท่ี ตอ้ งการ เพอื่ ความสะดวกในการคน้ หาขอ้ มลู หรือ เพื่อความสะดวกในการจดั การ เก่ยี วกบั ขอ้ มลู 1. การจดั เรียงขอ้ มลู ในช่วงเซลลท์ ่วั ไป 1. ใชเ้ มาสค์ ลกิ คลมุ ดาแถวทตี่ อ้ งการจดั เรยี ง 2. เลือกแทบ็ ขอ้ มลู 3. เลือกเรยี งตามลาดบั ความตอ้ งการ
การใชต้ วั กรองข้อมูล การเกบ็ ขอ้ มลู มากๆอาจทาใหก้ ารเรยี กใชข้ อ้ มลู ไมส่ ะดวกเพราะตอ้ งเลื่อน หนา้ จอดขู อ้ มลู ดงั นนั้ การกรองขอ้ มลู จึงมคี วามจาเป็นเพื่อใชใ้ นการคดั แยกขอ้ มลู ให้ ไดต้ ามท่ตี อ้ งการ และเป็นการคน้ หาขอ้ มลู ไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ 1. การกรองขอ้ มลู จากตาราง 1. ใชเ้ มาสค์ ลิกป่มุ AutoFilter 2. กาหนดเงื่อนไขการกรองขอ้ มลู 1. กรองขอ้ มลู ตามสพี นื้ หรือตวั อกั ษร 2. กรองขอ้ มลู ขอ้ ความหรอื ตวั เลข 3. คน้ หา 4. แสดงขอ้ มลู เฉพาะท่ีเลือก 3. การกรองขอ้ มลู ตามเงือ่ นไขทกี่ าหนด 1. สรา้ งตาราง 2. ใชเ้ มาสค์ ลกิ ป่มุ AutoFilter 3. เลือกกรองตามสี
4. เลอื กสีเขยี ว การตรวจสอบความถกู ต้องของข้อมลู การตรวจสอบความถกู ตอ้ งของขอ้ มลู มคี วามสาคญั อยา่ งยงิ่ เพ่ือไม่ใหเ้ กิดการ ผดิ พลาดในการจดั พิมพข์ อ้ มลู Microsoft Office Excel มีความสามารถในการ ตรวจสอบความถกู ตอ้ งของขอ้ มลู เชน่ ตรวจสอบขอ้ มลู ก่อนพิมพล์ งไปในเซลลเ์ พ่อื ตรวจสอบและป้องกนั การพมิ พข์ อ้ มลู ผิดพลาด ตรวจสอบขอ้ มลู ท่จี ดั พมิ พล์ งไปใน เซลลเ์ พ่ือนแจง้ เตอื นขอ้ ผิดพลาด และสามารถกาหนดเงอ่ื นไขการตรวจสอบการแจง้ เตือนตามทตี่ อ้ งการ 1. วธิ ีการตรวจสอบความถกู ตอ้ งของขอ้ มลู 1. การปอ้ นขอ้ มลู โดยกาหนดเงอื่ นไขปอ้ นเฉพาะตวั เลข 20-60 เทา่ นนั้ 1. ใชเ้ มาสค์ ลกิ คลมุ ดาเซลลท์ ตี่ อ้ งการตรวจสอบ 2. เลอื กแทบ็ ขอ้ มลู 3. เลอื กการตรวจสอบความถกู ตอ้ งของขอ้ มลู 4. เลือกการตรวจสอบความถกู ตอ้ งของขอ้ มลู
5. เลือกแทบ็ การตงั้ คา่ 6. เลือกจานวนเต็ม 7. เลอื กอยรู่ ะหวา่ ง 8. พิมพต์ วั เลข 20 9. พิมพต์ วั เลข 60 10. เลือกแท็บขอ้ ความท่ใี ส่ 11. พมิ พช์ อ่ื เรือ่ งตามท่ตี อ้ งการ 12. พิมพข์ อ้ ความท่ีตอ้ งการ
13. เลอื กแท็บการแจง้ เตอื นผดิ พลาด 14. เลือกหยดุ 15. พิมพช์ ่อื เรอ่ื ง 16. พิมพข์ อ้ ความ 17. ตกลง
2. การป้อนขอ้ มลู โดยกาหนดเงอื่ นไขป้อนรหสั พนกั งานซ่งึ มีจานวนตวั เลข 5 ตวั เท่านนั้ 1. ใชเ้ มาสค์ ลิกคลมุ ดาเซลลท์ ่ีตอ้ งการตรวจสอบ 2. เลอื กแทบ็ ขอ้ มลู 3. เลอื กการตรวจสอบความถกู ตอ้ งของขอ้ มลู 4. เลือกการตรวจสอบความถกู ตอ้ งของขอ้ มลู 5. เลือกแทบ็ การตงั้ คา่ 6. เลือกความยาวของขอ้ ความ 7. เลือกเท่ากบั 8. พมิ พต์ วั เลข 5
9. เลือกแทบ็ ขอ้ ความทใ่ี ส่ 10. พิมพช์ ่อื เร่อื งตามทีต่ อ้ งการ 11. พิมพข์ อ้ ความทต่ี อ้ งการ 12. เลอื กแทบ็ การแจง้ เตือนขอ้ ผิดพลาด 13. เลือกหยดุ
14. พิมพช์ ่ือเรือ่ ง 15. พิมพข์ อ้ ความ 16. ตกลง การหาผลรวมสรุปยอ่ ยของข้อมลู 1. ใชเ้ มาสค์ ลกิ เซลลค์ อลมั นท์ ่ีจะแบ่งกล่มุ ยอ่ ย 2. เลือกแทบ็ ขอ้ มลู 3. เลือกเรยี งขอ้ มลู ตามเงือ่ นไขทก่ี าหนด 4. เลอื กคอลมั นท์ ่จี ะแบ่งกลมุ่ 5. เลือกผลรวมย่อย 6. เลอื กคอลมั นท์ ่ตี อ้ งการสรุปผล 7. เลือกฟังกช์ นั ที่ตอ้ งการสรุปผล
8. เลอื กคอลมั นท์ ี่ตอ้ งการแสดงผล 9. เลือกรูปแบบการแสดงผล 10. ตกลง การสรา้ งตารางสรุปผลขอ้ มลู 1. สรา้ งตารางขอ้ มลู และใชเ้ มาสค์ ลิกเลอื กกลมุ่ ของขอ้ มลู 2. เลอื กแทบ็ แทรก 3. เลือก PivotTable 4. ระบชุ ว่ งเซลลท์ ต่ี อ้ งการสรา้ งตาราง PivotTable 5. เลือกตาแหนง่ ที่ตอ้ งการทาตาราง PivotTable 6. ตกลง
การจดั ตกแต่งตารางสรุปผลข้อมูล 1. เลือกขอ้ มลู ทีต่ อ้ งการกรอง 2. เลือกตวั กรองปา้ ยชื่อ 3. เลอื กเรมิ่ ตน้ ดว้ ย 4. พิมพข์ อ้ มลู ตวั T 5. ตกลง 1. การสลบั ตาแหน่งฟิลด์ 1. ใชเ้ มาสเ์ ลือกฟิลดท์ ตี่ อ้ งการ 2. กดเมาสค์ า้ งไวแ้ ลว้ ลากไปวางตาแหน่งทตี่ อ้ งการ 2.การตกแตง่ รายงาน การตกแตง่ รายงานเป็นการจดั รูปแบบใหส้ วยงามสามารถดขู อ้ มไู ดง้ า่ ยขนึ้ 1. เลอื กแท็บออกแบบ 2. เลือกรูปแบบที่ตอ้ งการ
การคานวณในตารางสรุปผลขอ้ มูล การคานวณในตารางสรุปผลขอ้ มลู ถา้ เป็นขอ้ มลู ตวั เลขจะถกู ใหค้ านวณเป็น ผลรวมเป็นค่าเริม่ ตน้ ถา้ เป็นขอ้ มลู แบบขอ้ ความจะถกู นบั จานวนขอ้ มลู เป็นคา่ เร่มิ ตน้ เราสามารถเปลี่ยนวธิ ีการคานวณใหมไ่ ด้ 1. ใชเ้ มาสเ์ ลือกฟิลดท์ ตี่ อ้ งการ 2. เลอื กฟิลดผ์ ลรวมของเงินดาวน์ 3. เลอื กการตงั้ ค่าเขตขอ้ มลู 4. ใชเ้ มาสค์ ลิกเลือกลกั ษณะการคานวณ 5. ตกลง การเปลีย่ นตารางสรุปผลขอ้ มลู ใหเ้ ป็ นแผนภูมิ 1. ใชเ้ มาสค์ ลิกเลอื กตารางขอ้ มลู 2. เลือกแทบ็ วเิ คราะห์ 3. เลือก PivotChart 4. เลือกรูปแบบแผนภมู ิ 5. ตกลง บทท่ี 8 การวคิ ราะหแ์ ละการพยากรณข์ อ้ มลู การสรา้ งตารางข้อมลู เปรียบเทยี บตัวแปร
ตารางขอ้ มลู เป็นเคร่อื งมอื สาหรบั สรา้ งตารางแสดงค่าผลลพั ธจ์ ากสตู รคานวณ เพอ่ื เป็นการเปรียบเทยี บขอ้ มลู แลว้ นาไปตดั สินใจ เพอื่ หาขอ้ มลู ทีด่ ีทส่ี ดุ สามารถ วิเคราะหไ์ ด้ 2 แบบคือ แบบ 1 ตวั แปร และ แบบ 2 ตวั แปร ซ่ึงสามารถวเิ คราะหผ์ ล ออกมาในตารางไดอ้ ย่างรวดเรว็ จากสตู รและการอา้ งอิงตวั แปรในสตู รคานวณ โดย กาหนดตวั แปรได้ 2 แบบ คือ 1. ตารางขอ้ มลู แบบ 1 ตวั แปร การวเิ คราะหข์ อ้ มลู แบบ 1 ตวั แปรเป็นการสรา้ งตารางขอ้ มลู โดยอา้ งอิงสตู รคานวณ และเซลลข์ อ้ มลู ต่างๆ โดยเปล่ียนแปลงเซลลข์ อ้ มลู ทีอ่ า้ งองิ เซลลใ์ ดเซลลห์ น่งึ เพ่ือ แสดงคา่ ผลลพั ธท์ ีต่ อ้ งการซึ่งมีลกั ษณะการป้อน 2 แบบ คอื 1. ตวั แปรแบบ Colum input cell 1. สรา้ งตารางคานวณหาผลกาไร 2. สรา้ งตารางกาหนดผลกาไรท่ีตอ้ งการ 3. คลมุ ดาตารางที่ตอ้ งการคานวณ 4. เลอื กแทบ็ ขอ้ มลู 5. เลือกวเิ คราะหแ์ บบ What-if Analysis 6. เลอื กตารางขอ้ มลู 7. อา้ งองิ เซลลต์ น้ ทนุ
8. เลอื กตกลง 2. ตวั แปรแบบ Row input cell 1. สรา้ งตารางคานวณหาผลกาไร 2. สรา้ งตารางกาหนดราคาขายตามที่ตอ้ งการ 3. คลมุ ดาตารางทต่ี อ้ งการคานวณ 4. เลือกแท็บขอ้ มลู 5. เลือกการวิเคราะหแ์ บบ What-if Analysis 6. เลือกตารางขอ้ มลู 7. อา้ งองิ เซลลร์ าคาขายแบบแถว 8. ตกลง การสรา้ งรายงานสถานการณส์ มมติ การสรา้ งสถานการณส์ มมติ เป็นเคร่ืองมือวเิ คราะหข์ อ้ มลู โดยการจาลอง สถานการณส์ มมตขิ นึ้ มาแลว้ คานวณหาผลลพั ธข์ องสถานการณน์ นั้ ๆ บนแผน่ งาน ตวั อยา่ ง การสรา้ ง 1 สถานการณส์ มมติ 1. สรา้ งตารางขอ้ มลู สาหรบั นาไปจาลองสถานการณส์ มมติ
2. เลือกแทบ็ ขอ้ มลู 3. เลือกการวเิ คราะหแ์ บบ What-if Analysis 4. เลอื กตวั จดั การณส์ ถานการณส์ มมติ 5. เลอื กเพ่มิ 6. ตงั้ ชอ่ื 7. กาหนดเซลลท์ ่เี ปล่ยี นแปลง 8. ตกลง 9. เปล่ียนแปลงคา่ ตามท่ีตอ้ งการ 10. ตกลง 11. เลอื กสรุป 12. เลือกเซลลท์ ตี่ อ้ งการสรุป 13. ตกลง การคน้ หาค่าเป้าหมาย การคน้ หาคา่ เป้าหมาย เป็นเคร่อื งมอื ท่ใี ชใ้ นการวเิ คราะหแ์ ละปรบั ขอ้ มลู ท่ี เก่ยี วขอ้ งในสตู รใหเ้ หมาะสมกบั ค่าเป้าหมายทตี่ อ้ งการ โดยท่วั ไปนยิ มใชส้ ตู รคานวณ เพอื่ หาผลลพั ธ์ แต่การคน้ หาค่าเปา้ หมายจะทางานตรงกนั ขา้ ม โดยจะตอ้ งกาหนด คาตอบท่ตี อ้ งการก่อนและทาการวเิ คราะหข์ อ้ มูล ตวั อยา่ ง
นายปัญญา สีสด ตอ้ งการซอื้ บา้ นราคา 1,000,000 บาท โดยวธิ ีผอ่ นชาระ มี ระยะเวลาในการผ่อน 15 ปี อตั ราดอกเบยี้ 2% ต่อปี นายปัญญา สสี ด สามารถผอ่ น ชาระไดเ้ ดือนละ 6,000 บาท นายปัญญา สสี ด สามารถซือ้ บา้ นไดใ้ นราคาเท่าไรจงึ จะ เหมาะสมกบั ความสามารถในการผ่อนชาระเดอื นละ 6,000 บาท 1. สรา้ งตารางขอ้ มลู 2. เลือกแท็บขอ้ มลู 3. เลอื กการวเิ คราะหแ์ บบ What-if Analysis 4. เลือกคน้ หาค่าเปา้ หมาย 5. กาหนดค่าตงั้ คา่ ในเซลลท์ ่เี ป็นจานวนเงนิ ทต่ี อ้ งผ่อนชาระต่อเดอื น 6. กาหนดค่า ใหค้ า่ เป็นตามโจทยท์ ี่ตอ้ งการคอื ผอ่ น 6,000 บาทตอ่ เดอื น 7. กาหนดค่า 8. ตกลง 9. ตกลง บทที่ 9 การออกรายงานขอ้ มลู ทางเคร่ืองพมิ พ์ การกาหนดรายละเอยี ดการพิมพ์ ก่อนพิมพเ์ อกสารจะตอ้ งกาหนดรายละเอียดการพมิ พเ์ สมอเพื่อใหไ้ ดผ้ ลลพั ธ์ ขอ้ มลู ทต่ี อ้ งการเช่น การกาหนดขนาดกระดาษ การเลอื กทิศทางการพิมพ์ การ กาหนดพนื้ ที่การพมิ พ์ การกาหนดขอบกระดาษ เป็นตน้ 1. การกาหนดขนาดกระดาษ
1. เลอื กแท็บเคา้ โครงหนา้ กระดาษ 2. เลือกขนาด 3. เลอื กขนาดกระดาษตามทีต่ อ้ งการ 4. ผลลพั ธจ์ ะปรากฏเสน้ ปะแบง่ หนา้ กระดาษใหเ้ หน็
2. การกาหนดทศิ ทางการพิมพ์ 1. เลือกแทบ็ เคา้ โครงหนา้ กระดาษ 2. เลอื กการวางแนว 3. เลือกแนวนอน 3. การกาหนดระยะขอบกระดาษ 1. เลือกแทบ็ เคา้ โครง 2. เลอื กระยะขอบ 3. เลือกระยะขอบกระดาษตามตอ้ งการ 4. การกาหนดระยะขอบเอง 1. เลือกแท็บเคา้ โครง 2. เลอื กระยะขอบ 3. เลอื กระยะขอบแบบกาหนดเอง
4. กาหนดระยะขอบตามตอ้ งการ การดูผลข้อมลู กอ่ นพิมพ์ ทกุ ครงั้ ทมี่ กี ารพมิ พข์ อ้ มลู ออกทางเครอื่ งพมิ พผ์ ใู้ ชโ้ ปรแกรมควรแสดงตวั อยา่ ง กอ่ นพิมพเ์ สมอเพ่ือตรวจสอบขอ้ มลู ไม่ใหเ้ กิดผิดพลาด 1. ใชเ้ มาสเ์ ลอื กแทบ็ ไฟล์ 1. เลือกแท็บไฟล์ 2. เลอื กพมิ พ์ 3. เลือกแสดงตวั อย่างกอ่ นพิมพ์ 2. ใชแ้ ปน้ ลดั 1. กด Ctrl+P 2. เลือกพิมพ์ 3. เลอื กแสดงตวั อยา่ ง การส่ังพมิ พข์ ้อมลู การส่งั พมิ พข์ อ้ มลู เป็นการนาขอ้ มลู ทอี่ ย่ใู นสมดุ งานหรอื แผ่นงานออกทาง เครอื่ งพมิ พผ์ ใู้ ชโ้ ปรแกรมจะตอ้ งกาหนดการตงั้ ค่ารายละเอียดการพมิ พใ์ หถ้ กู ตอ้ งทกุ ครง้ั ถา้ ตอ้ งการพมิ พห์ ลายๆ แผน่ งานทอี่ ย่ตู ิดกนั ใหก้ ดป่ ุม Shift คา้ งไว้ แลว้ กดเมาส์ เลือกแผ่นงานแรกและแผ่นงานสดุ ทา้ ยทตี่ อ้ งการถา้ ตอ้ งการพมิ พก์ ารส่งั พมิ พข์ อ้ มลู 1. เลอื กแทบ็ ไฟล์
2. เลือกพิมพ์ 3. เลอื กแสดงตวั อย่าง 4. เลือกกาหนดรูปแบบการพิมพต์ ามทตี่ อ้ งการ 1. กาหนดจานวน 2. เลอื กชนดิ เครื่องพมิ พ์ 3. กาหนดคณุ สมบตั ิ 4. พมิ พส์ ่วนที่ตอ้ งการ 5. ระบหุ นา้ 6. เลอื กดา้ นทตี่ อ้ งการพิมพ์ 7. พิมพเ์ รียงชดุ 8. กาหนดแนวกระดาษ 9. กาหนดขนาดกระดาษ 10. กาหนดระยะขอบ 11. กาหนดมาตราสว่ น 12. ตงั้ ค่าหนา้ กระดาษ 5. ส่งั พมิ พข์ อ้ มลู ออกทางเคร่ืองพมิ พ์ บทท่ี 10 การสรา้ งแมโคร วธิ ีการสร้างแมโคร
1. เลือกแท็บมมุ มอง 2. เลือกแมโคร 3. เลือกบนั ทกึ แมโคร 4. กาหนดช่ือ 5. กาหนดคยี ล์ ดั 6. กาหนดตาแหนง่ เกบ็ แมโคร 7. ตกลง 8. ดาเนินการระบายสพี นื้ 9. เลอื กแทบ็ มมุ มอง
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105